ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu
avatar_ΜoNoTΩИ∑ ★★★

สารบัญ เทพวายุ อ่านสักนิดเพื่อความเข้าใจ ก่อนจะลงไปอ่านกระทู้ข้างล่าง

เริ่มโดย ΜoNoTΩИ∑ ★★★, มกราคม 04, 2020, 01:43:28 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

ΜoNoTΩИ∑ ★★★

ก๊อก ๆ ๆ ๆ  เฮลโล่ กระทู้นี้ไม่จำเป็นต้องแสดงความคิด ทำมาเพื่อติวกันสักเล็กน้อยก่อนไปอ่านกระทู้ข้างล่าง
เพราะบางวรรค บางประโยค มีคำเฉพาะ มีชื่อเฉพาะ มีความเชื่อของชาวญี่ปุ่นแฝงในเนื้อเรื่องด้วย เพราะงั้นกระทู้นี้จึงทำมาให้อ่านกันเล็กน้อยเพื่อจะได้ไม่งง  เล็ท สะ โก


•••••••


1.ริวกะถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ จึงสามารถเข้าถึงศาสตร์ขององเมียวโดได้ ตลอดเวลาพันปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะกี่รุ่น ต่อกี่รุ่น ผู้นำของตระกูล อิซานางิ นั้น จะได้รับความทรงจำทางสายเลือดของผู้นำรุ่นก่อนๆ ซึ่งสิ่งที่ติดมานอกจากความสามารถทางสายเลือดแล้ว ยังได้รับจิตใจที่ใฝ่ดีมาด้วย


ซึ่งถามว่าริวกะเก่งมั้ยบอกเลยว่าเขานั้นเป็นอัจริยะ ผสมกับความรักที่มีต่อปู่ทวดฮิเดโมโตะ เขาจึงศึกษาวิถีองเมียวโดมาตลอด แต่ถ้าถามว่าสู้ ปู่กับพ่อได้ไหมบอกเลย ว่า ริวกะอ่อนอิ๊บอ๋าย แม้ตามบันทึกของตระกูลจะยังไม่มีใครสามารถควบคุมธาตุต่างๆได้เท่าริวกะ แต่ด้วยประสบการณ์และการฝึกฝนที่ไม่เข้มงวดเหมือนอดีต จึงทำให้ริวกะนั้นเรียนรู้วิถีองเมียวโดไปได้แค่ 30 % เท่านั้น


........


2. ดาบที่ริวกะใช้ตอนที่สู้กับชิโตะนั้นมีชื่อว่า อาเมะ โนะ มุราคุโมะ และ อาเมะ โนะ ฮาบะคิริ นี่คือชื่อดั้งเดิมตามตำนานมาเล่าขาน ทำให้หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าบอกชื่อ คุซานางิ และ โทสึกะ ต้องรู้จักแน่นอน ถ้าจะให้อ้างอิงคงต้องพูดถึงดาบโทสึกะเสียก่อน  ตามตำนานนั้นโทสึกะมีหลายที่มา แต่จะขออ้างอิงถึงตำนานที่เกี่ยวข้องกับดาบคุซานางิครับ



ดาบโทสึกะนั้นเดิมเป็นของ เทพวายุ ซูซาโนะโอะ ซึ่งเป็นดาบประจำตัวของท่าน  เทพซูซาโนะโอะนั้นหลังจากถูกเทนรเทศออกมาจากสวรรค์ก็เดินทางไปทั่วหล้า และได้พบกับปีศาจยามาตะ โนะ โอโรจิ ซึ่งกำลังจะกินลูกสาวของชาวบ้านที่นั่น เทพวายุจึงอาสาปราบปีศาจด้วยกลอุบายเอาเหล้าให้มหาปีศาจดื่ม และเมื่อมหาปีศาจดื่มเหล้าจนเมาทั้ง 8 เศียรแล้ว


เทพวายุจึงได้ใช้ดาบโทสึกะ ไล่สะบั้นหัวทีละหัว ทีละหัวจนครบ 8 หัว ทำให้โทสึกะมีอีกชื่อนึงว่า ดาบสะบั้นเมรัย และเมื่อเทพวายุได้ปลิดชีพมหาปีศาจแล้ว เขาก็ได้เห็นแสงบางอย่างส่องสว่างออกมาจาก 1 ในหางของปีศาจงู ซูซาโนะโอจึงได้ทำการชำแหละผ่ามันออกมาและก็พบว่าเป็นดาบอีกเล่มหนึ่ง และนั่นก็คือดาบคุซานางิ นั่นเอง



หลังจากที่เทพวายุใช้ดาบโทสึกะฟาดฟันปีศาจงู 8 เศียรแล้วท่านจึงได้นำดาบนั้นไปมอบให้เทพีอามาเทราสึผู้เป็นพี่สาว เพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องที่ตนเคยทำผิดไว้ และพอเวลาผ่านไป ผ่านไป ว่ากันว่า เทพีอามาเทราสึนั้นเป็นต้นตระกูลของจักรพรรดิญี่ปุ่น จึงทำให้ดาบคุซานางินั้นกลายเป็นสมบัติตกทอดของตระกูลจักรพรรดินั่นเอง



ปัจจุบันดาบคุซานางินั้นเป็น หนึ่งในสามเครื่องราชกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิของจักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งมีหยกยาซากานิและกระจกยาตะ ด้วยนั่นเอง ทุกวันนี้กล่าวกันว่าดาบคุซานางิอยู่ในศาลเจ้าอัตสึตะ ในนาโกย่า ซึ่งดาบถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และไม่มีการออกมาแสดงต่อหน้าสาธารณะมานานหลายศตวรรษ


แต่อย่างไรก็ตามดาบจะถูกนำออกมาเป็นครั้งคราวในพิธีราชาภิเษกของจักรพรรดิ แต่ดาบจะถูกห่อหุ้มไว้มิดชิดจนไม่เห็นตัวดาบ ทำให้ทุกวันนี้ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าดาบคุซานางิยังคงอยู่หรือไม่แต่อย่างใด


เพราะเหตุนี้ตอนที่ริวกะหยิบดาบนี้ขึ้นมาและเอ่ยชื่อ อาเมะ โนะ มุราคุโมะ นั้นจึงทำให้ชิโตะนั้นถึงกับพูดว่า ไม่จริง ไม่ใช่ ดาบนี้มันหายสาบสูญไปแล้ว นั่นเอง แน่นอนว่าริวกะเองก็ไม่รู้ว่าดาบนั้นอยู่ที่ใด แต่เมื่อจิตวิญญาณแห่งไฟของเขานั้นคำรามออกมา ดาบคุซานางินั้นจะมาหาเขาทันที ดาบคุซานางินั้นมีจิตวิญญาณแห่งเปลวไฟ จึงทำให้มันสามารถรับรู้ได้ถึงเพลิงของริวกะนั่นเอง



กลับมาที่ดาบโทสึกะ หลังจากที่เทพวายุซูซาโนะโอะใช้ดาบโทสึกะนั้นปลิดชีพมหาปีศาจแล้ว บางตำนานก็ว่าดาบนั้นบิ่นจนไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก บ้างก็ว่าดาบนั้นถูกอาบด้วยเลือดปีศาจจนไม่สามารถถือครองได้ ดาบจึงตกไปอยู่ที่โยมะดินแดนปรภพนั่นเอง และนี่คืออีกเหตุผลที่ชิโตะหาดาบเล่มนี้ไม่เจอเช่นกัน ดาบโทสึกะนั้นมีพลังแห่งวายุจึงทำให้สามารถควบคุมลมได้ แม้จะเจอเพลิงที่ร้อนแรงของคุซานางิก็ตาม



ดาบโทสึกะนั้นจะไม่ปรากฎออกมาตราบใดที่คุซานางิไม่ปรากฎกาย นั่นเพราะโทสึกะจะตอบสนองต่อเปลวเพลิงปีศาจของคุซานางิเท่านั้น นั้นคงเป็นจิตการต่อสู้ที่เทพซูซาโนะโอะถ่ายทอดลงไปตอนที่ใช้ดาบนี้สังหารยามาตะ โนะ โอโรจิ นั่นเอง


นั่นจึงทำให้ยามใดที่เพลิงของยามาโตะ โนะ โอโรจิ ลุกโชน โทสึกะจะมุ่งไปหาทันที ที่สำคัญ โทสึกะ และ คุซานางิ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นธาตุประจำตนได้ คุซานางิสามารถแปลงเป็นเพลิงธาตุได้ตามความต้องการของริวกะ ส่วนโทสะกึก็สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เป็นสายลมได้เช่นกันถ้าริวกะต้องการ


** เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย **


ดาบคุซานางินั้น เดิมทีชื่อ อาเมะ โนะ มุราคุโมะ ดาบเมฆสวรรค์ชุมนุม อาจจะเพราะมีเทพ เทวา มาชุมนุมเพื่อแสดงความยินดี และเป็นสักขีพยาน ที่เทพวายุนั้นนำดาบมามอบให้เทพีอามาเทราสึเพื่อไถ่โทษและรับเทพวายุกลับสู่สวรรค์ก็ได้ ( คิดเห็นส่วนตัว ) และเหตุผลที่เปลี่ยนชื่อเป็น คุซานางิ นั้นเพราะว่า 


ตามตำนานที่กล่าวว่าในรัชสมัยของจักรพรรดิเคย์โกะ จักรพรรดิองค์ที่สิบสองของญี่ปุ่น พระองค์ทรงมีพระโอรสฝาแฝด ที่ทรงตั้งชื่อให้ว่า เจ้าชายโอสุ หรือ โอสุ โนะ มิโคโตะ (Osu No Mikoto) แต่ฝาแฝดองค์น้องได้ทำการสังหารฝาแฝดองค์พี่ ทำให้จักรพรรดิ์เคย์โกะเลี่ยงที่จะเกี่ยวข้องกับพระโอรสองค์นี้ แม้ว่าเจ้าชายโอสุจะสร้างชื่อด้วยการจัดการศัตรูไปไม่น้อย จนได้รับชื่อฉายาว่า ยามาโตะ ทาเครุ (Yamato Takeru) หรือที่แปลว่า ผู้กล้าแห่งยามาโตะ



ซึ่งสุดท้ายจักรพรรดิเคย์โกะก็ถ่ายทอดราชโองการให้ เจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ เดินทางไปจัดการผู้แข็งขืนต่อจักรพรรดิทางทิศตะวันออกของแผ่นดิน ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่เหมือนถูกพระบิดาส่งให้ไปเสี่ยงตาย เจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ ได้เข้าไปเสวนากับ เจ้าหญิงยามาโตะ (Yamito Hime) ผู้เป็นมิโกะของเทวีอามะเทระสึในแคว้นอิเสะ ซึ่งเจ้าหญิงมิโกะได้ให้เจ้าชายหยิบยืม ดาบอาเมะโนะมุราคาโมะ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และในการต่อสู้


ครั้งหนึ่งทัพของศัตรูได้เผาทุ่งหญ้าที่อยล้อมรอบตัวเจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ เจ้าชายผู้กล้าได้จับดาบวิเศษแล้วกวัดแกว่งดาบแล้วค้นพบว่า ดาบดังกล่าวควบคุมสายลมได้ จนเจ้าชายใช้อำนาจวิเศษของดาบพัดเปลวเพลิงและทุ่งหญ้าที่อยู่โดยรอบจนได้รับชัยชนะ หลังจากศึกนี้ เจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ ก็ได้ตั้งชื่อดาบนี้ใหม่ว่า 'ดาบตัดหญ้า' หรือ 'ดาบคุซานางิ' (Kusanagi-no-Tsurugi) และชื่อนี้ก็กลายเป็นชื่อสามัญที่หลายคนคุ้นเคยจนถึงยุคปัจจุบัน




...........................


3. ว่ากันด้วยมนต์จักรพรรดิเพลิงที่ริวกะใช้ กล่าวว่า เทพีแห่งสุริยะเอ๋ย โปรดมอบพรวิเศษแก่ข้า ผู้ที่ก้าวข้ามทั้งเก้าขุนคีรีและแปดมหานทีสีทันดร ขอมนต์อัคคีจงสถิตแก่ข้าผู้นี้

เทพีแห่งสุริยะ หรือ ก็คือ เทพีอามาเทราสึ เทพแห่งพระอาทิตย์ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

ผู้ก้าวข้ามทั้ง 9 ขุนคีรีและ8 มหานทีสีทันดร เซเมย์บัญญัติเอาไว้ว่าการจะผู้ใดที่จะเข้าถึงจักรพรรดิเพลิงต้องก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ทั้งร่างกาย และ จิตใจ ซึ่งริวกะก็ได้ก้าวข้ามมันมาได้ แม้เวลานั้นจะสิ้นหวังและไร้แสงสว่างก็ตาม


*** เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ***

9 ขุนคีรีและ8 มหานทีสีทันดรนั้นหมายถึงเขาพระสุเมรุ สัตบริภัณฑ์คีรี และเขาขอบจักรวาล (เก้าภูเขา) และมหานทีสีทันดรกับมหาสมุทรตรงขอบจักรวาล (แปดมหาสมุทร)  ตามคติความเชื่อของพระพุทธศาสนาซึ่งข้อมูลนี้ผมได้มาจากกระทู้พันทิพครับ




4.  อาจารย์ของริวกะ

ตอนจบตอนที่ 11 ริวกะได้อยู่ที่ไหนสักที และได้เรียกบุคคลท่านนั้นว่าอาจารย์เอ็นมะ ช่ายครับ ท่านนั้นคือ เอ็นมะโอ หรือ พญายมราชตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นนั่นเอง เอ็นมะโอ แปลตามตัวตรงๆว่า ราชาปีศาจไฟ  ท่านเป็นอาจารย์ เป็นผู้สอนให้ริวกะนั้นควบคุมเพลิงในกาย และ เป็นคนสอนอะไรหลายๆอย่างให้ริวกะนั่นเอง 


ท่านทั้งรักทั้งเอ็นดูริวกะมากๆเลยก็ว่าได ส่วนริวกะเองก็ทั้งเคารพและรักอาจารย์ของเขาบ้าง ถึงแม้บางครั้งการใช้คำพูดของริวกะกับอาจารย์จะไม่ค่อยถูกนัก แต่เขาก็จะขอโทษทุกครั้ง ส่วนท่านเอ็นมะเองก็ใจกว้างที่จะไม่ถือสาอะไร


เพราะริวกะเองก็ไม่ได้หยาบคายอะไร เพียงแต่ใช้คำสมัยใหม่ที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่านั้นเอง ( รู้ถึงความ OP ของริวกะหรือยังครับ มีอาจารย์เป็นถึงจ้าวแห่งนรกแบบนี้ ซึ่งถ้าใครอ่านดีๆ ผมจะสปอยไว้ตั้งแต่ SS1 แล้วว่าใครเป็นอาจารย์ของริวกะ )



และอีก 1 ท่านที่มีศักดิ์เป็นอาจารย์หญิงของริวกะนั่นก็คือ เทพีเบ็นไซเท็น เทพเจ้าแห่งความงาม ศิลปะ ดนตรี และภูมิปัญญา เป็นเทพเจ้าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ท่านคือ พระสุรัสวดี เทพีผู้งดงามในศาสนาฮินดู นั่นเอง


ในเจ็ดเทพท่านเป็นเทพเจ้าองค์เดียวที่เป็นผู้หญิง มีลักษณะดังนี้ มักจะสวมชุดนางฟ้าและถือบิวะไปด้วย ผู้ที่มีอาชีพและประกอบการในด้านวิทยการศิลปะในด้านต่างๆ มักจะมีท่านประดับหรือพกเครื่องรางติดตัวไว้เพื่อนำพาความสำเร็จมาสู่ตนเอง


เหตุผลที่เทพีเบ็นไซเท็นนั้นมาเป็นอาจารย์ของริวกะได้นั่นเพราะว่าท่านสามารถสยบริวกะได้ด้วยเพียงคำพูดเท่านั้น ตามตำนานว่ากันว่าเทพีเบ็นไซเท็นนั้นเป็นผู้ที่อยู่เหนือเหล่ามังกร ท่านสามารถควบคุม บัญชามังกรได้ เพราะตามภาพวาดต่างๆนั้นมักจะปรากฏว่าท่านนั้นขี่มังกรบ้าง งูทะเลบ้างนั่นจึงเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องนี้นั่นเอง


......


5. มนต์ผนึกอสูร

แรกเริ่มเดิมทีนั้นตระกูลอิซานางิ จะมีความชำนาญในด้านการผนึกและสะกดอสูร เนื่องจากว่าอิซานางิ ฮิเดโมโตะ นั้นเป็นคนที่มีเมตตา ท่าจะไม่กำจัดปีศาจโดยไม่สอบถามก่อน และนั่นจึงทำให้ท่านต้องพัฒนาและบัญญัติมนต์คาถาต่างๆมากมายนั่นเอง


.....

6. แม่น้ำซันสึ


แม่น้ำซันสึ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือแม่น้ำยมโลกเป็นแม่น้ำที่กันระหว่างโลกมนุษย์และนรก แม่น้ำสายนี้มีหมอกหนาทึบปกคลุมอยู่เสมอ, ไม่มีทั้งกลางวันและกลางคืน ยิ่งกว่านั้น, หมอกเหล่านี้ยังเปล่งประกายระยิบระยับเล็กน้อยอีกด้วยโขดหินแหลมคมที่มีตะไคร่หนาจับพากันเสียดแทงขึ้นมาจากแม่น้ำเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน, ช่างเป็นทิวทัศน์ที่ทำให้รู้สึกถึงต่างโลกโดยแท้


•••••


7.ปีศาจยายแก่ดัสสึเอบะ


ปีศาจยายแก่ ดัสสึเอบะ Datsueba(奪衣姥) ปีศาจดัสสึเอบะนั้น จะอยู่ที่อีกฟากของแม่น้ำซันสึ  ปีศาจตนนี้จะคอยถอดเสื้อผ้าของเหล่าดวงวิญญาณเพื่อชั่งน้ำหนักกรรม ( บางตำนานว่าตัดเสื้อผ้า ) ก่อนที่จะปล่อยให้ดวงวิญญาณนั้นมุ่งสู่โยมะ เพื่อรับผลกรรมต่อไป


บางความเชื่อนั้นจะเรียกปีศาจยายแก่ตนนี้อย่างสนิทสนมว่า Konnyaku Basan อ่านว่า คอน-ยัค-คุ บาซัง แปลว่า คุณยายหัวบุก ซึ่งเชื่อกันว่าเด็กที่ป่วยก็จะหาย คุณแม่ที่กำลังมีลูกอ่อน ก็จะมีน้ำนมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีที่ทำสะสมไว้ด้วย


...........


8.โยมะ

โยมะนั้นก็คือ ปรภพ ยมโลก หรือ นรก ตามคติความเชื่อของญี่ปุ่นนั่นเอง และผู้ที่เป็นจ้าวแห่งโลกันต์นั้นก็คือ เอ็นมะไดโอ อาจารย์ของริวกะนั่นเอง


........


::Thankyou:: ::Thankyou::

dwarf

ขอบคุณครับ...นับถือครับ นับถือในข้อมูลที่นำมาเรียงร้อยเรื่องราว..ขอบคุณสำหรับเกร็ดเรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้ได้เปิดหูเปิดตากว้างขึ้นครับ...ถ้าเป็นไปได้..นำมาเสนอเป็นความรู้อีกนะครับ

Lucitor


pd19811983

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับรายละเอียดแน่นมากอ่านรอบเดียวยังไม่เข้าใจเลยต้องอ่านซ้ำเลยพอเข้าใจครับ

mspeed


therasak

ชอบครับ อยากให้มีเนื้อหาแบบนีี้สลับไปเรื่อย ๆ ปรัชญาญี่ปุ่นโดยเฉพาะบูชิโดอิงแอบและพัฒนามากับแนวคิดเหล่านี้

seedchild

ผู้แต่งครับ คุณศึกษาข้อมูลแต่ละอย่างมาอย่างดี ถ้ามีโอกาสอยากให้เขียนหนังสือวางขายเลยครับ ผมว่าคุณเหมาะที่จำแบบนี้เลยครับ ไม่ต้องมีอีโรติคก็ได้ครับ  มีรายละเอียดต่างที่ทำให้ผู้อ่านไม่งงและเข้าใจได้ ผมนับถือคนที่เขียนหนังสือนะครับ คนที่จะจินตนาการเรื่องราวได้ และยังต้องหาข้อมูลเผื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจ มันไม่ใช่ง่ายๆเลย..นับถือจริงๆครับ

sthanya

ขอแสดงความนับถือ ::Thankyou:: ข้อมูลแน่นมาก คนอ่านได้ประโยชน์ด้วย สนุกด้วยขอบคุณครับ

navy868

กว่าจะเขียนได้สักตอนต้องค้นคว้าหาข้อมูลมาอย่างดี มีประโยชน์กับผู้อ่าน ทั้งสนุกและได้ความรู้... ::Orz:: ::Thankyou::