ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu
avatar_ΜoNoTΩИ∑ ★★★

ครั้งหนึ่ง ณ ร้านคาราโอเกะ [ Part 7 ] ตอนที่ 115 ( ประสบการณ์ของนายโทน )

เริ่มโดย ΜoNoTΩИ∑ ★★★, กุมภาพันธ์ 08, 2023, 10:14:17 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

ΜoNoTΩИ∑ ★★★

สวัสดีครับ สวัสดี ร้านเกะมาละครับ

ยินดีต้อนรับสมาชิกร้านเกะท่านใหม่ๆด้วย

แล้วก็ขอบคุณสำหรับลูกค้าผู้ที่มาเยี่ยมร้านเกะตั้งแต่ตอนที่ 1 จนถึงปัจจุบัน

รู้สึกขอบคุณมากๆเลยคร๊าบบบบบบ ขอบคุณทุกคอมเมนต์จริงๆครับ  ผมอ่านทุกตอมเมนต์นะครับ สั้นยาวผมก็อ่านหมด

และขอบคุณทุก EDIT และแสดงความคิดเห็นเพิ่มหลังอ่านจบ  มันเป็นกำลังใจอย่างดี

อย่างที่บอกครับกระทู้นี้ Free STYLE คอมเมนต์อะไรก็ได้ครับ เพื่อจะอ่านเนื้อหาที่ซ่อนไว้

ไม่จำเป็นต้อง EDIT ไม่ต้องกลัวผิดกฎใดๆ แต่ระวังกระทู้อื่นๆ หมวดอื่นๆด้วยนะครับ

เราต้องทำตามกฎของบอร์ดและกระทู้นั้นๆนะครับ เพราะเวลา MOD ลงดาบก็เด็ดขาดมา



ปล. สำหรับท่านที่ต้องการอ่าน ซีรีย์คาราโอเกะ หรือ ทุกซีรีย์ย้อนหลัง




สามารถคลิกที่ภาพ เพื่อวาร์ปไปห้องสมุดนายโทนได้เลยครับ








★★★★★★★★★★★



ปล.2 สำหรับใครสมาชิกใหม่ที่พึ่งสมัครเมมยูซเซอร์เข้ามาแล้วพออ่านเรื่องนี้แล้วอยากอ่านต่อก็ง่ายๆครับ
ตามภาพเลย ขั้นตอน 1 2 3  แต่ระวังการคอมเมนต์ไว้ให้ดีๆ อย่ามาแต่ อีโม นะ





★★★★★★★★★★★


แนะนำจั๊กหน่อย


ดาว / แม่เสือดาว / image Ms Puiyi





★★★★★★★★★★★




มิ้นต์






★★★★★★★★★★★



แก้ม / ยัยตัวแสบ






★★★★★★★★★★★



ความเดิมตอนที่แล้ว


ชีวิตปกติของพนักงานออฟฟิศก็ดำเนินต่อไปครับ

เลิกงานก็เตรียมจะกลับห้องพักครับ เพราะว่าดาวกับแก้มรออยู่

แต่ว่าระหว่างทางนั้นน่ะมิ้นต์ก็โทรมาหา แล้วก็คุยๆๆกัน แล้วก็

นัดเจอกันที่ป้ายรถเมล์สุดท้ายก่อนเข้าเซ็นทรัล

หูยย พอมาเจอ น่ารักม๊ากกก มิ้นต์บอกให้พาไปเดินเล่นหน่อย

ผมก็บอกดาวกับแก้มรออยู่นะ แล้วมิ้นต์ก็งอแงทันที แล้วพูดว่า

พี่ตามใจมิ้นต์หน่อยดิ้ พี่เป็นของมิ้นต์นะ !!!  ::Touchy::



★★★★★★★★★★★



นายโทนไดอารี่ 115



ฮึ๊ !!!  พี่เป็นของมิ้นต์เหรอ โอย ทำไมมันเขินแบบนี้แล้ว แล้วแว๊ปนึงก็นึกอะไรได้ ผมก็มองไปรอบๆเลย จุดที่ผมยืนอยู่ตรงนี้คือโค้งป้ายรถเมล์สุดท้ายก่อนจะเข้าเซ็นทรัลพระราม 3 ครับ ซึ่งที่อยู่ย่านนี้จะรู้ดีว่า ตอนเย็นๆนั้นคนรอรถเยอะแค่ไหน เพราะจุดๆนี้ถึงจะไม่ใช่จุดขายของหลักเหมือนตลาดอีกฝั่ง


แต่มันก็มีรถเข็นขายของอยู่หลายคัน มันมีป้อมตำรวจ และที่สำคัญคือตอนนี้เลิกงานแล้วไง คนก็มายืนรอขึ้นรถกลับบ้าน ไหนจะพนักงานบริษัท ไหนจะนักเรียนที่เลิกเรียนแล้ว หรือจะเป็นผู้คนที่รอขึ้นรถโดยสาย อื้อหือมองมาเพียบเลย ผมก็เขินดิ่ครับ ผมจูงมือมิ้นต์หลับมานิดนึงนั


มิ้นต์ดึงแล้วถามจะไปไหนเนี่ยยย บอกแล้วว่าให้พี่ดาวกับแก้มรอไปดิ่ ผมก็บอกเดี๋ยวเลย นี่พูดอะไรออกมาเนี่ย มิ้นต์มองหน้าแล้วถาม ทำม่ะ มีปัญหาเหรอ ผมก็สะอึกดิ่ครับ แล้วก็บอกว่าป่าววววว มิ้นต์เกาะแขนแล้วบอกงั้นพาไปเดินเล่นเซ็นทรัลหน่อยอยากไปเที่ยว ผมก็ถามหืมไม่กลับห้องเหรอ


มิ้นต์บอกไม่เอา ก็บอกแล้วว่าอยากเที่ยว โดนกักบริเวณตั้ง 2 วันนะ ฮืออ ไม่สงสารมิ้นต์เหรอ โอยย ดูมิ้นต์พูดดิ่คร๊าบคุณผู้อ่าน แล้วสายตาวิ๊งๆ ที่ส่งมาด้วย เฮ้อออ น่าสงสาร ผมก็บอกว่าไปได้ แต่ต้องโทรบอกดาวกับแก้มก่อนนะ มิ้นต์มองหน้าถามว่าทำไมต้องบอกอ่ะ ผมก็บอกว่าไม่อยากให้ตั้งตารอไง


ถ้าเขาสองคนรู้ ก็จะได้กะเวลาได้ถูก มิ้นต์บอกให้รอไปดิ่ ให้รู้มั่งว่าโดนกักบริเวณเป็นไง แต่ผมพูดออกมาว่ามันไม่ดีนะมิ้นต์ มิ้นต์มองหน้า แล้วเหมือนเชอะเลยครับ เธอบอกก็ได้ๆ โทรไปเลยไป ผมก็หยิบโทรศัพท์โทรนะ แก้มถามคุณแฟนจ๋าอยู่ไหนแล้ววววว มิ้นต์ก็พูดออกมาเลยว่า อยู่ไหนก็ได้โตแล้ว


แก้มก็เง้อออ พี่โทนไปเจอมิ้นต์ได้ไง ไหนมิ้นต์บอกจะอยู่คอนโดเค้าไง มิ้นต์บอกไม่รู้สิ่นะ มันหมดเวลากักบริเวณแล้วนี่ มีไรป่ะ แก้มบอกง้ะ !!!  แล้วก็พูดว่า พี่ดาววววว มิ้นต์เอาตัวพี่โทนไปแล้ววววว ดาวพูดออกมาเสียงดูไกลๆนิดนึง มันฟังไม่ชัดน่ะครับ เพราะอยู่ใกล้ๆถนน จนดาวมาพูดใกล้ๆ เพราะคงเอามือถือไปแนบหูแล้ว


ผมก็ถามว่าดาวพูดอะไรเมื่อกี้อ่ะ พี่อยู่ริมถนนเลยไม่ค่อยได้ยิน ดาวบอกอ๋อ ดาวบอกว่าปล่อยตัวออกมาไม่เท่าไรก็แผลงฤทธิ์ซะแล้ว มิ้นต์บอกอะไร วางเลย โทรบอกแล้วไง จะได้ไม่ต้องรอวางเลยพี่โทนวางเลย ผมก็เลยบอกว่าพี่วางก่อนนะดาว ดาวบอกอื้ออ เดี๋ยวดูหนังรอนะพี่โทน ผมบอกอื้มมม


แล้วพอกำลังจะวางเสียงแก้มก็บ่นงุ้งงิ้ง ๆ ๆ ๆ จนดาวตัดสายไป ผมบอกว่าเห็นมั้ยอย่างน้อยถ้าบอกอ่ะ ดาวกับแก้มจะได้ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตารอ มิ้นต์ทำน่ามุ่ยๆแล้วบอกรู้แล้วๆ ๆ ๆ อยากไปเซ็นทรัล ผมกับมิ้นต์ก็นะ เดินมานิดนึงรอรถเมล์ซึ่งถามว่าเดินได้มั้ย เดินได้ครับ


แต่ว่าข้ามถนนตอนนี้มันอันตรายก็เลยรอรถเมล์นั่นแหละ แค่ 1 ป้ายรถเมล์ก็ถึงแล้วล่ะ เดินเข้ามา อูยย เอาจริงๆนะครับ พอได้มาเจอแอร์เย็นๆคือมันดีมากจริงๆ ผมก็ถามว่าอยากไปไหน มิ้นต์บอกไม่รู้แค่อยากเดินเล่นด้วย ผมก็จ้า ๆ ๆ ผมก็ถามว่างั้นอยากกินอะไรมั้ย มิ้นต์บอกยังไม่หิว ผมก็มองๆ อ่าผมก็ถามว่างั้นพี่ขอกินอะไรซักหน่อยก่อนได้มั้ย


แล้วเหมือนมิ้นต์จะรู้ครับ ว่าผมจะกินข้าวผิดเวลาไม่ได้ มิ้นต์หน้าเสียเลยแล้วบอกกินก็ได้ ๆ ๆ ผมก็บอกว่าถ้าไม่หิวไม่เป็นอะไรพี่กินขนมปังรองท้องหน่อยก็ได้ มิ้นต์พยักหน้างื้มๆ คือเราเดินลงมาชั้นล่างนะ เพราะตรงกลางมันมีร้าน อัมตี้แอนส์อยู่ ผมบอกได้คำเดียวว่า ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ยอมจ่ายเงินไป


ผมชอบเพรซเซ่ล อัลมอนด์นะ มันกรุบๆดี อีกอย่างที่ชอบจัดๆเลยคือ น้ำเลมอนเนดครับ ไม่รู้ดิ่ สำหรับยุคนั้นในตอนนั้นผมคิดว่าน้ำมะนาวของที่นี่อร่อยสุดๆเลย จะมีโต๊ะอยู่ 2-3 ชุดมั้งครับให้นั่ง เพราะส่วนมากด้วยทำเลที่ตั้งผมว่าทางร้านเน้นให้ซื้อกลับไปกินที่บ้านมากกว่า แต่คุณเข้าใจผมมั้ยคุณผู้อ่านว่า


ของอร่อยมันต้องกินตอนร้อนๆและยิ่งขนมปังก็ต้องกินตอนร้อนๆ ผมก็สั่งและนั่งกิน ตอนนั้นชุดละ 69 มั้งครับไม่แน่ใจจริงๆ ผมก็นั่งกับมิ้นต์นะ มิ้นต์ถามว่าพี่ยังไม่ปวดท้องใช่มั้ย ผมบอกอื้ม แล้วก็ฉีกถามว่ากินมั้ยเนี่ย มิ้นต์ส่ายหัวบอกยังไม่หิว ผมก็กิน กิน กิน ดูดน้ำ อ่าซ์เปรี้ยวโดนใจล่ะครับชอบจริงๆ หวานๆเปรี้ยวๆ


ดูกลมกล่อมจริงๆเชียว ผมว่าความเปรี้ยวน่าจะอยู่ราวๆ 60 หวาน 40 กำลังดีแฮะ ผมก็ดูดจ๊วบบบ มิ้นต์ก็ถามว่าไปข้างบนมั้ย ๆ ๆ ๆ  ตอนนั้นคือมันรู้ด้วยสัญชาตญาณครับว่ามิ้นต์คงหมายถึงอยากไปดูเต็นท์แน่ๆ ผมก็เลยบอกโอเค๊ไปก็ได้ แต่ผมยังไม่บอกนะว่าเต๊นท์น่ะไปส่งที่ห้องพักแล้ว


ผมก็บอกว่างั้นพี่ขอไปชั้น 4 แปปนึงนะ มิ้นต์บอกอื้อ ๆ ๆ ๆ พอกินเสร็จ หยิบขยะมาทิ้งแล้ว ผมก็พากันมาข้างบน ขึ้นบันไดเลื่อนเอา ขึ้นลิฟต์มันสบายไป ผมขอไปชั้น 4 ก่อนเลยครับ คือมันยิ่งชัดเจนว่ามิ้นต์อยากมาดูเต็นท์ เพราะว่าตอนที่เดินผ่าน ผมแกล้งทำเป็นไม่มองนะ แต่ก็แอบเหล่ๆอยู่ คือมิ้นต์หันมองแบบมองเหลียวหลังเลย พอผ่านโซนขายน่ะ



พอมาถึงชั้น 4 หรือชั้น 3 ไม่แน่ใจครับอันนี้จำไม่ได้จริงๆ แต่เป็นชั้นเดียวกับร้านชาบูชิ ผมเดินมาฝั่งตรงข้ามครับ ตรงนั้นจะเป็นโซนขายหนังสือการ์ตูน ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีอยู่มั้ยนะ เป็นโซนขายหนังสือการ์ตูนและของเล่นนิดๆหน่อยๆครับ และแน่นอนว่าตรงนั้นมันมีร้านขายกันดั้มอยู่


บอกตรงๆว่าในตอนนั้นคำที่ผมใช้เรียกคือกันดั้มตรงๆตัวเลย ไม่ใช่กันพลาแบบตอนนี้ ซึ่งเอาตรงๆตอนแรกผมออกจะต่อต้านด้วยนะ แบบว่าเรียกกันดั้มมาตั้งแต่เริ่มดูกันดั้มวิงอยู่ดีๆ จะให้มาเรียกกันพลา กันพลา มันคืออะไรว่า แล้วยิ่งมาเจอศัพท์ว่า พลาโม อีก นี่มันทำให้ผมช็อตไประยะนึงเลยนะ


แต่ปัจจุบันที่นั่งเขียนก็พอทำความเข้าใจได้ครับ ว่ากันพลามันคือ กันดั้ม พลาสติก โมเดลคิท  ส่วนพลาโม มันก็คือ พลาสติกโมเดลคิท แต่เอาจริงๆทุกวันนี้ผมก็ยังใช้คำว่ากันดั้มอยู่นะ ไปซื้อกันดั้ม ไปเดินดูกันดั้ม เอาเป็นว่ารู้แล้วว่า ความหมายของกันพลามันคืออะไร ประมาณนี้ อ่ะพอแล้วครับมาต่อกันครับ ผมเดินมาโซนร้านนี้



ข้างหน้าจะเป็นร้านขายการ์ดยูกิ การ์ดทาโร่ซากุระ และข้างๆนี่แหละร้านขายกันดั้ม ผมก็บอกว่ารอแปปนึงได้มั้ย มิ้นต์บอกงื้ม ๆ ๆ ๆ ผมก็เดินเข้าไปดูนะ ตอนนี้รู้สึกมีเงินไงเลยถามเจ้าของร้านก่อนเลยว่าพี่ครับตัววิง มีแบบไหนบ้างครับ ที่กล้าถามแบบนี้เพราะว่าผมมีบัตรเครดิตของเจ๊หมิวไงครับ


ลองผมเดินมาแบบปกติดิ่ ผมจะมองเองหาเอง จับๆเอง ไม่กล้าถามมาก เพราะต่อให้ตอนนั้นมีเงินแต่ด้วยราคาที่ตอนนั้นกล่องนึง 1300+ ผมก็ยังหนักใจแหละครับว่าจะซื้อดีมั้ย แต่ว่าตอนนี้ถือบัตรเครดิตอยู่แล้วเจ๊หมิวก็พูดเองว่าให้ซื้อและต่อ ผมก็เลยแบบฮึ่มม ขอเป็นคนรวยซักนิดเถอะ พี่เขาก็ชี้ๆ มีตัวนั้นน่ะน้อง วิงปีกนก ผมก็มองตามเลยครับ


แต่ว่าเป็น MG หรือ 1/100 นะ ผมก็ถามว่า PG มีมั้ยครับพี่ เขาก็มองหน้านะ เขาบอกไม่มีครับน้องผม ผมก็บอกครับ แล้วก็มองไอ้กล่อง MG ในมือนั่นแหละครับ เขาบอกว่าเอามาขายมันไม่คุ้มน่ะน้อง แต่พี่แนะนำร้านให้ได้นะ ผมก็ครับๆ พี่เขาบอกน้องรู้จักสะพานเหล็กมั้ย ผมก็เอ่อรู้จักแต่ไม่เคยไปเลยครับ


เขาบอกว่าน้องลองไปดูร้านจูปิเตอร์นะ ต้องบอกคุณผู้อ่านก่อนนะครับว่าช่วงไทม์ไลน์นี้สะพานเหล็กยังไม่ได้ลื้อออก ยังไม่ได้ย้ายไปบนเมก้าพลาซ่า ผมบอกครับๆๆ คือครับไปก่อนครับตอนนั้น เขาบอกว่าน้องลองไปดูนะ ผมก็บอกขอบคุณครับพี่ แล้วก็มอง มอง มอง. . . . เอ่อ ในมือก็อยากได้


แต่อย่างที่บอกคุณผู้อ่านครับว่า ช่วงนี้งานชุกจัดๆ ใช้เงินเยี่ยงราชา ไหนจะมีงานเลี้ยงรุ่นอีก ไหนจะอาทิตย์หน้าจะพาดาวไปเที่ยวทะเลอีก เพราะงั้นก็เลยตัดใจจับกล่องกันดั้มวิงในมือใส่กลับไปในช่องของมันแล้วบอกขอบคุณครับพี่ แล้วแปปนึงมิ้นต์ก็เดินมาถามอยากได้เหรอ


ผมก็ดันมิ้นต์เบาๆแล้วบอกป่ะ ๆ ๆ ไปกัน มิ้นต์ก็บอกอยากได้เหรอพี่โทน ผมบอกเปล่าหรอก มิ้นต์บอกไม่จริงอ่ะหน้าตาเหมือนหมาน้อยตอนหิวข้าวเลย ผมหันไปถามฮึ๊ !!!  เหมือนหมาน้อยอะไรยังไง เธอบอกว่าก็หน้าพี่เหมือนอยากได้มากๆเลย ผมก็เลยตัดสินใจไม่โกหกดีกว่า ก็เลยบอกว่าก็อยากได้แหละ แต่รอเงินเดือนออกก่อนค่อยมาซื้อ


มิ้นต์บอกมันนานไปเปล่า ผมบอกไม่หรอก ซื้อมาก็ไม่มีเวลาต่ออยู่ดี  อันนี้ผมเดินมาพ้นหน้าร้านแล้วนะเลยพูดกับมิ้นต์ มิ้นต์ก็จูงมือแล้วบอกว่างแล้วใช่มั้ย ผมก็ถามทำไมเหรอ ตอนนั้นลืมเรื่องเต็นท์ไปแว๊ปนึงเลยครับ เพราะว่าไปคิดถึงแต่กันดั้มวิง มิ้นต์บอกไปดูเต็นท์กัน อ่ะผมก็จำได้ทันทีเลย


มิ้นต์จูงมือเดินไปครับ แล้วก็มาถึงโซนขายเต็นท์ พนักงานก็เดินมาต้อนรับ ก็เป็นคนเดียวกับทีไปสั่งของผมเมื่อวาน พอเขาเห็นผมเขาก็ชะงักนิดนึงแล้วพูดสวัสดีครับพี่ รับอะไรเพิ่มดีครับ มิ้นต์ก็ถามว่าเต๊นท์ได้ยังคะ พี่เขาก็มองหน้าผม ผมก็บอกว่าได้แล้ว ไปส่งเมื่อวานที่ห้อง


มิ้นต์ก็หันมามอง อ้าวว แล้วหันมามอง ถามว่าทำไมไม่บอกล่ะ ผมก็ถามว่าก็ไม่ได้ถามนี่อยู่ดีๆก็ลากมานี่เลย ที่อยากจะกลับห้องเพราะอยากให้ดูเต๊นท์นี่แหละ มิ้นต์บอกงั้นกลับเลย ๆ ๆ ๆ ๆ มิ้นต์กระชากแขนเบาๆ บอกกลับห้องเลย ผมก็หัวเราะแล้วบอกอ่ะๆ ๆ ๆ กลับเลย ๆ  แต่ผมหันไปถามพนักงานก่อนว่า นอกจากของที่ผมเลือกไปเมื่อวาน มีอะไรที่แนะนำเพิ่มมั้ยครับ


เขาก็มองมิ้นต์ มองผม แล้วเขาก็อึกๆอักๆน่ะครับ เอาจริงๆผมก็ไม่ได้อยากจะอวดหรอกครับ แต่ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้ ผมกลัวเขามองมิ้นต์ว่าโดนผมหลอกหรือเปล่านะ ผมเลยลูบหัวเจ้าหญิงน้ำแข็งเบาๆแล้วบอกว่า นี่แฟนคนเล็กครับ คนที่อยู่ห้องเมื่อวานคนโต พนักงานนี่เหวอหนักกว่าเดิมเลย มิ้นต์ถามอะไรคนโต เมื่อวานพี่ดาวอยู่ห้องเหรอ


แล้วด้วยการยืนยันจากมิ้นต์ด้วยคำพูดพวกนี้ คงทำให้พนักงานเชื่อแล้วล่ะว่าผมพูดจริง รู้สึกแอบภูมิใจนิดนึงแฮะผม ผมตอบไปว่าอื้อ มิ้นต์เขย่าๆ ๆ แล้วถามว่างั้นพี่ดาวดูเต็นท์ยัง ผมก็บอกว่ายัง ดาวไม่ได้ดูดาวบอกให้รอไปดูเอง จะว่าไปแล้วสิ่งที่ดาวทำอ่ะ ผมประทับใจมากๆเลยนะคุณผู้อ่าน


และคงไม่ใช่แค่ผมนะ ผมว่าคุณผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงประทับใจดาวอ่ะ ผมก็บอกมิ้นต์ไปว่า ดาวไม่ได้ดู ดาวบอกรอให้แก้มกับมิ้นต์ไปดูกันก่อน  มิ้นต์นิ่งครับจากที่ดูจะงอแง ผมก็เลยหันไปถามพนักงานด้วยคำถามเดิมว่ามีอุปกรณ์อะไรจะแนะนำบ้างมั้ยครับ


พนักงานก็ครับ ๆ  แล้วก็ถามวาคุณลูกค้ามีแพลนจะไปกางเต็นท์ที่ไหนครับ ผมก็บอกว่ามอหินขาวครับ เขาก็บอกว่างั้น... พูดแล้วเอื้อมตัวหยิบใบพับมาครับ เขาก็บอกว่าถ้าไปบนมอหินข้าวแนะนำว่าต้องมีอุปกรณ์ให้แสงครับ พวกโคม พวกตะเกียง แล้วก็บลา ๆ ๆ ๆ ๆ จนมาจบที่แกลลอนน้ำ เขาบอกว่าอย่างน้อยมีน้ำดื่ม น้ำใช้ใกล้ๆมือก็อุ่นใจครับ


ผมก็มอง ๆ ๆ อื้ม ถึงเขาจะขายของแต่ที่เขาพูดมามันก็ถูกแหละ เอาจริงๆผมก็เคยมีประสบการณ์เจอพวกขายตรงแบบฮาร์ดเซลล์ เข้ามาคุยนะ ผมเลยมีภูมิคุ้มกันด้านนี้อยู่ แต่ปัญหาคือ โอ้ยย ถ้าเป็นในอนิเมะคงต้องพูดว่า โอ้ยแสบตา เพราะว่าประกายจากสายตาของมิ้นต์นี่คือวิบวับ ๆ ๆ เหมือนตอน แฟรงกี้มันยิงปืนใหญ่กาอ้อนครั้งแรก แล้วลูฟี่มันเห็นครับ


มิ้นต์มองแล้วคือคำว่า ชอบ ๆ ๆ ๆ มันขึ้นมาผ่านสายตาเลยครับ แต่ว่าคราวนี้ผมต้องไม่ตามใจเธอนะ ผมเบรกด้วยคำพูดที่ว่า พึ่งโดนเต็นท์ไป 5,xxx  สงสัยตอนนี้จะอด แล้วมิ้นต์ก็มองหน้าครับแล้วบอกเอาตังส์มิ้นต์ซื้อก็ได้ ผมก็บีบจมูกแล้วบอกว่า กลับไปคุย ไปวางแผนกันก่อนว่าอันไหนต้องใช้บ้าง ไม่ใช่ว่าอยากได้ทั้งหมด


มิ้นต์ร้องอ๋อยย อู๊ แอ๊ววว ( รู้แล้ว )  แล้วผมก็ปล่อยจมูกเธอ แล้วพูดกับพนักงานไปว่า เรื่องแกลลอนน้ำกับอุปกรณ์ให้แสง น่าสนใจครับ โปรโมชั่นจะมีอีกเมื่อไรครับ ผมก็บอกไปตามตรงว่าตอนนี้ยังไม่ค่อยสะดวก คือไม่รู้ล่ะ ผมต้องเบรกมิ้นต์ไว้ด้วย ใจก็อยากซื้อให้นะ แต่ผมต้องวางแผนดีๆ เพราะยังไงดาวก็ต้องพาไปทะเลก่อน


พนักงานบอกว่าหมดวันนี้ครับ แต่ว่าจะมีอีกเรื่อยๆ ผมก็บอกโอเคครับ งั้นผมขอโบชัวร์อันนี้ไว้นะ แล้วผมกับมิ้นต์ก็เดินออกมาเลย ตอนนั้นมิ้นต์ทำหน้าจ๋อยๆแล้วบอกว่า ไม่อยากได้แล้ว ดูราคาแล้วแพง เอ่อมาคิดอะไรเอาตอนนี้ นี่สิ่นะที่เขาบอกๆกันว่า ราคาอาจจะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น



ผมก็เลยบอกมิ้นต์ไปว่าที่มันแพง เพราะเป็นยี่ห้อด้วยส่วนนึง แต่ถ้าไม่สนใจยี่ห้อพี่หาถูกๆกว่านี้ได้นะคุณภาพก็ไม่ต่างกันด้วย มิ้นต์ถามที่ไหน ๆ ๆๆ  ผมก็บอกหลังกระทรวงฯ มิ้นต์ถามกระทรวงไหน ผมก็อ้ออื้มลืมไปว่า ถ้าไม่ใช่คนที่เรียน รด. ก็คงจะงงนิดหน่อย


เราเดินลงมาเรื่อยๆ ผมก็บอกว่าหลังกระทรวงกลาโหมน่ะ เมื่อก่อนตอนไปเข้าค่ายเขาชนไก่พี่ไปซื้อของก่อนเข้าค่ายน่ะ มันก็มีอุปกรณ์เดินป่าขายนะ มิ้นต์ถามว่าแล้วจะมีเหรอของที่ต้องใช้ ผมก็เลยบอกว่าก็กลับไปที่บ้านก่อนแล้วค่อยลิสต์ว่าจะใช้อะไรบ้าง ทั้งไปมอหินขาว ทั้งปางอุ๋งด้วย


มิ้นต์ก็มองแล้วบอก ก็ด้ะ !!!  คือทำเหมือนเมินๆ ทำเหมือนงอนๆนะที่ไม่ได้ของ แต่จับมือผมแน่นเลยล่ะ อื้ม บางครั้งก็จำเป็นต้องขัดใจบ้างล่ะนะ ผมรู้ว่าถ้าผมบอกว่าซื้อไม่ไหว ยังไงมิ้นต์ก็จะไม่ขออีก และจะใช้เงินของตัวเองซื้อแน่ๆ แต่ว่าอย่างที่ผมบอกแหละครับคุณผู้อ่านว่า จำเป็นต้องลิสต์รายการของก่อนว่ามีอะไรบ้าง


ตัวอย่างของนักท่องเที่ยวสายเดินป่า อย่างพี่ติ๊ก เน๋ วิเกเตอร์ แบบนั้นน่ะการลิสต์รายชื่อของน่ะโคตรจำเป็น ของทุกชิ้น น้ำหนักทุกกรัมมันมีผลต่อการเดินเข้าป่าและการใช้อย่างมาก แต่อย่างผมเนี่ยยืดหยุ่นสุดๆ เพราะว่าไม่ได้เดินป่า แค่ขึ้นไปบนมอที่มีสถานที่พร้อมแล้ว และอีกอย่างก็ใกล้บ้านป้าสุดๆ ขาดเหลืออะไรก็ลงมาข้างล่างได้


แต่ปัญหาเดียวที่หนักใจคือจะเดินทางให้สะดวกยังไงนี่สิ่ เฮ้อออ เอาไว้ก่อนเถอะ ต้องพาดาวไปทะเลก่อน เราสองคนเดิมจับมือ จับมืออออออออออออออออออ จับมือครับจับมือ เดินมาหน้าห้าง ปัญหาเดิมๆคือพวกห่าที่ชอบมาโบก Taxi ตัดหน้าพวกห่านี่น่ารำคาญ



จนผ่านไป 2 รอบก็ได้ขึ้นครับ มิ้นต์ขึ้นมาก็บ่นเลย โคตรไร้มารยาทเลย ผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะใจผมก็หงุดหงิดเหมือนกันปล่อยให้มิ้นต์บ่นไปดีกว่า เราก็ขึ้น Taxi จนมาถึงที่หอพักครับ ระหว่างที่ไปเดินเล่นกับมิ้นต์ ดาวไม่โทรตามเลยนะ นี่แหละผมคิดถูกแล้วล่ะที่โทรบอกดาวก่อน แล้วแปปนึงเจ๊เตยก็เดินมาเรียกเลย


อีโทน มานี่เดี๋ยวนี้ ผมก็สะดุ้งเลยครับ ชิบหายแล้วววววว พอหันไปมองเจ๊เตยก็ยืนเท้าเอวแล้วพูดว่ามามอบไวๆ มิ้นต์ก็สะกิดถามพี่เตยโกรธอะไรอ่ะพี่โทน ผมก็บอกเปล่าหรอกพี่ต้องไปกินยาน่ะ มิ้นต์ถามยาอะไรพี่ไม่สบายหรือเปล่า ผมบอกเปล่าๆ ยาบำรุงที่ป๋าเขาสั่งให้กินน่ะ


มิ้นต์ถาม ป๋า ? ป๋าไหนอ่ะ พ่อพี่หมิวเหรอ ทำไมเรียกป๋าอ่ะ ปกติเห็นเรียกคุณท่าน ผมบอกเปล่าๆ ป๋าก็พ่อเจ๊เตยแหละ มิ้นต์ถามพ่อพี่เตยสั่งมาเหรอ ผมก็พยักหน้างื้มๆ เท่านั้นแหละครับ เจ้าหญิงน้ำแข็งล็อคแขนผมเลย แล้วบอกงั้นไปกินเลย โอ๊ย ๆ ๆ ๆ นม นมหนีบแขน โอ๊ยยยยย มิ้นต์กอดแขนผมไปแนบกับหน้าอกของเธอเลย เรียกว่าเบียดดีกว่า แล้วดึงผมมาที่ออฟฟิศ


ซึ่งเอาจริงๆ ผมขืนได้ ผมดึงสวนได้ แรงมิ้นต์สู้ผมไม่ได้หรอก แต่ผมก็เดินไปทั้งๆที่รู้ว่าอะไรรอผมอยู่ เจ๊เตยบอกเออดีเลย มิ้นต์จับไว้นะ แล้วเจ๊เตยก็เดินไปหยิบมาให้ อื้อหือกลิ่นแม่งตีจมูกอีกแล้ว ผมหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้ช่วยพี่เตยทั้งสองคน ตอนนี้มีมาสองคนแล้วนะครับ ซึ่งโคตรดีเลย พี่เตยจะได้พักบ้าง


แต่พี่สองคนนั้นก็เหมือนจะไม่ได้มีความคิดที่จะช่วยผมเลยครับ เจ๊เตยยื่นมาแล้วบอกให้กินซะอีโทน ผมก็เอ่อออ เอ่อออออ เพลงนี้แม่งลอยมาเลยม " หวาดระแว๊ง " แผดเสียงด้วยเสียงพี่โป่ง กลิ่นนาจีนนี่แม่งลอยตีจมูกเลย ผมกันไปมองเจ๊เตยแล้วถามว่า ทำไมมันเยอะกว่าเมื่อวานล่ะ


เจ๊เตยสวนทันที จะบ้าเหรออีโทน ยาต้มปริมาณสัดส่วนเท่ากันหมด อย่ามาหาเรื่องไม่กินนะมิ้นต์ล็อคเลย อ้าว ทำไมเจ๊เตยสั่งแบบนี้ แล้วมิ้นต์ก็ล็อคตัวผมทันทีเลยนะ


เจ๊เตยบอกตอนบวกกับพวกชิบะยังไม่เห็นกลัวเลย ยาจีนถ้วยแค่นี้กลัวทำไม มิ้นต์ล็อคแขนแล้วถามว่าจะไม่กินเหรอ พี่เตยอุตส่าห์ต้มยามาให้นะ ฮึ๊ !!! ทำไมแบบนี้ ทำไมเป็นแบบนี้ ไม่เข้าข้างกันเลย


ผมก๋จำใจถือถ้วยมามอง กลิ่นแม่งเกินขอบเขตของยาไปแล้วว กระโดดบันจี้จั้มป์ยังง่ายกว่าอีก เจ๊เตยบอกเร็วๆ เดี๋ยวยามันเย็น มิ้นต์ก็บอกกินเลยยย ผมก็จำใจยกกระดก เอื้อกกก   แม่มเอ๊ย นี่มันความขมอะไรกันเนี่ยย


เจ๊เตยรีบเอาน้ำมาให้ผมกิน โอยยย ผมถามเจ๊เตยว่าผมต้องกินอีกกี่วัน เจ๊เตยบอกว่า... ครบ อาทิตย์อ่ะ ตอนนี้ผมนี่แทบทรุดเลย นี่ต้องกินให้ครบอาทิตย์จริงๆเหรอ


แล้วแปปนึงเจ๊เตยก็บอกถือถ้วยตามมาล้างด้วย มิ้นต์รอแปปนนะ ผมก็บอก อารายเนี่ย แล้วเจ๊เตยก็ดึงหูผมเลย แล้วบอกเรื่องมากมานี่ ผมก็โอ๊ย ๆ ๆ ๆ เจ๊เตยดึงหูผมมาที่โซนครัวข้างใน มุมนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดครับ


เจ๊เตยกอดเอวผม และจู๊ปทันที ผมยัง งงๆอยู่แต่ก็จูบตอบกลับเหมือนกัน เจ๊เตยบอกว่าไม่เห็นขมเลย ผมบอกมันอยู่ในปากนี่ แปผนึงเจ๊เตยก็จับหน้าผมแล้วจูบอีกที คราวนี้เธอคว้านลิ้นเข้ามาเลยล่ะครับ


อูวววว ไม่ได้จูบกันกี่วันแล้วเนี่ย บทจูบของเราใช้เวลาไม่นาน แต่ซาบซ่านดีเหลือเกิน เจ๊เตยบอกไม่เห็นขมเลย แล้วก็จู๊ปเบาๆมาอีกที แล้วบอกว่า อย่าดื้อดิ่ แค่กินยาเอง ผมก็บอกแค่ยาเหรอออออ ตอนพูดนี่ก็กอดเอวไปด้วยนะ


เจ๊เตยบอก ทีตอนน้ำว่านของปู่เทียนยังกินสบายๆเลย ผมก็บอกมันไม่ขมซักนิด เจ๊เตยบอกยี๋ขมกว่าบอระเพดอีก เจ๊เตยทำหน้าหยีๆ ผมก็เลยหอมแก้มเจ๊เตยไปที แล้วพูดว่า อยากนอนกอดเจ๊จัง เจ๊เตยบอกว๊าา กอดเฉยๆมันเสียเวลาอ่ะ


ทำอย่างอื่นด้วยดิ่ ตอนนั้นผมเปลี่ยนจากกอดมาจับที่ก้นของเธอเบาๆ แล้วบอกจริงเปล่าาาาา ผมพูดแล้วก็ขยำก้นนุ่มๆของพี่สาวคนสวยเบาๆ แต่เจ๊เตยบอกว่า วันนี้อด เมนมา


ผมก็บอก โหยยยย แล้วเจ๊เตยก็หยิกแก้มผมสองข้างเบาๆ แล้วบอกกินยาแล้วกินข้าวด้วย ผมก็งื้ม ๆ ๆ แล้วเจ๊เตยก็บ่นๆ บอกให้บ้างถ้วยด้วย ผมก็ล้างนะ แล้วเดินออกตามมา เจ๊เตยนั่งพักผ่อนบนโซฟา ส่วนผู้ช่วยสองคนก็ทำงานกันนิดๆหน่อยๆ


ผมก็เลยพูดลอยๆ ขี้บ่น เท่านั้นอหละเจ๊เตยก็ถาม ว่าใครอีโทน ผมก็รับจูงมือมิ้นต์ออกมาเลย มิ้นต์ก็บอกโห่ แน่จริงไม่ยืนต่อละ ผมก็หัวเราะเบาๆ แล้วบอกป่ะๆ หนีกัน แล้ผมพาขึ้นลิฟต์ แล้วด็เข้ามาในห้องครับ


ไขกุญแจ แกร๊กก แต่บิดไม่เข้าเพราะล็อคกลอนข้างใน ผมก็บอกเปิดประตูหน่อยก๊าบ แปปนึงแก้มก็เปิดแล้วจะกอดผม แต่มิ้นต์ขยับมาขวางแล้วกอดแก้มแทน มิ้นต์บอกริดถึงจังเลย แก้มบอกง้ะ มิ้นต์ มิ้นต์เค้าจะกอดพี่โทน


มิ้นต์บอกเหมือนกันแหละ ผมก็ขำเลยแล้วก็เดินเบี่ยงๆ เข้าใาในห้อง ถอดรองเท้า ถุงเท้า เดินไปเท้าก่อน และเดินออกมา แก้มก็ยื่นแขนบอก กอดหน่อยๆ มิ้นต์ก็กอดเหมือนเดิม แล้วบอกนี่ไงกอดแล้ว น่ารักดีคงแกล้งกันแหละ


แล้วแปปนึงดาวก็เดินออกมาจากห้องแล้วกอดคอผมและหอมเบาๆนึงที ตอนนั้นสองสาวนี่คือสงบศึกชั่วคราวและหันมาบ่นดาวเลยครับ ขี้โกงมั่ง ฉวยโอกาสมั่ง


ดาวบอกว่าช่วยไม่ได้ แล้วก็เดินไปตู้เย็น หยิบน้ำเย็นๆมารินใส่แก้วแล้วเอามาให้ ผมก็รับและถอยมานั่งโซฟาพร้อมกับกินน้ำแก้วนั้น อ่าาาส์ ชื่นใจจัง แปปนึงสองตัวแสบ มิ้นต์แก้มก็เอามั่ง


หยิบน้ำมาเทใส่แก้วให้ผมด้วย มิ้นต์ไวกว่าครับมิ้นต์ยื่นให้ผมก่อน แก้มช้าไปก้าวนึง ผมก็รับของมิ้นต์มาดื่มด้วย แก้มก็ขยับเข้ามา จริงๆ 3 แก้วผมกินได้นะสบายๆเลย แต่ผมบอกไปว่าอูย จะอ้วกแล้ว แก้มบอกไม่รู้ล่ะ ถ้าอ้วกเดี๋ยวหนูลูบหลังให้



โถ ๆ ๆ ๆ นางมารตัวน้อยยย ผมก็ขำๆ และยกมาดื่มครับ แก้มทำหน้าเชิ่ดๆใส่ดาวเหมือนไม่ยอมแพ้เลย แล้วดาวเกาะไหล่เอาคางเกยแล้วถามว่า พี่โทนทำกันมั้ย อื่อหือฟังแล้วหำแทบตุง เสียงคือยั่วยวนสุดๆ


แก้มกับมิ้นต์โวยวายเลยว่าอะไร จะทำอะไรกัน ไม่อายเทวดาฟ้าดิน ดาวบอกอะไร ก็ทำกับข้าวกินไง หรือจะไม่ให้พี่โทนกินข้าวเย็น แก้มบอกง้ะ เหลี่ยมอะพี่ดาว มิ้นต์ก็บอกพวกเหลี่ยมจัด


ดาวก็หัวเราะเลยนะตอนนั้น แล้วบอกว่า พี่โทนอาบน้ำเลยก็ได้ ดาวสั่งกับข้าวไว้แล้ว เดี๋ยวคงมาส่ง ผมก็บอกงั้นไม่ต้องทำเพิ่มแล้วก็ได้ แต่ดาวบอกว่าอย่างน้อยก็เพิ่มพวกเนื้อไก่ไง ผมก็หืม


ดาวบอกว่าเดี๋ยวทำอกไก่ให้ ผมก็อ้ออื้อ แล้วจะเข้าไปกอดดาว แต่ว่ามิ้นต์มาดักหน้าไว้ ส่วนยัยตัวแสบก็กระโดดขี่หลัง มิ้นต์บอกพอเลย ไม่ต้องเลย ดาวบอกแหม ๆ ๆ มีเด็กขี้อิจฉาเพอ่มมาอีกแล้ว แก้มที่ขี่หลังผมอยู่ก็บอกว่า เอะอะก็กอด อะไรเนี่ยพี่โทน


ผมก็หัวเราะเลย มิ้นต์ถามว่าทำไมต้องกินอกไก่ล่ะ เธอมองผมและหันไปมองดาว อุ้ยเวรกรรมแล้วไง แต่ดาวก็พูดตัดบทว่าก็ไปทำงานหนักๆมาแบบนั้นก็ต้องบำรุงอยู่แล้วป่ะ แล้วดาวก็บอกว่า ถามจริงไม่ชอบหุ่นพี่โทนตอนนี้เหรอ ดาวพูดแล้วลูบที่หน้าอกผมแบบช้า ๆ ช้า ๆ  แก้มบอกอ๊อยยย ตอนไหนก็ชอบอยู่แล้ว แต่แค่ตอนนี้งึมม บึ้กขึ้นอ่ะ



มิ้นต์ก็มองๆ แล้วอยู่ดีๆเจ้าหญิงน้ำแข็งก็ลูบเหมือนกัน แก้มก็บอกแอ้ะ !!!  มิ้นต์ทำไรอ่ะ คิดภาพตามผมนะ แก้มขี่หลังผมอยู่ และข้างหน้าก็เป็นมิ้นต์และตามด้วยดาวครับ มิ้นต์ก็ดึงมือออกแล้วบอกเปล๊า ไม่เห็นมีไรเลย กินก็กินไปดิ่ แปปนึงโทรศัพท์ดาวก็ดังครับ กับข้าวมาส่งแล้ว


ดาวบอกมิ้นต์ แก้ม พี่วานลงไปเอากับข้าวหน่อยดิ่ แก้มบอกด้ายย แต่มิ้นต์บอกไม่เอา ดาวเลยถามว่านี่ไม่อยากเอาใจพี่โทนเหรอเนี่ย เฮ้อออ แปปนึงมิ้นต์ก็แบมือบอก เอาตังส์มาจะไปจ่าย ดาวก็ขำไปแล้วก็เดินไปหยิบเงินมาให้ มิ้นต์บอกแก้มป่ะ แก้มก็บอกเย้หิวแล้ว


แล้วก็พากันเดินไป แต่พอปิดประตูไปแล้วไม่ถึง 1 วินาทีมันก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง มิ้นต์ยื่นหน้ามาแล้วบอกว่า อย่าทำอะไรกันนะ แล้วก็ปิดประตูไปเลย ผมเกาหัวแกร่กๆ เลยนะ หันไปหาดาวแล้วถอนหายใจโชคดีที่ดาวช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน เฮ้ออ แล้วดาวก็กอดผมแล้วถามว่าทำงานเป็นไงมั่งวันนี้



ผมบอกก็วุ่นๆเลยล่ะ ดาวบอกอื้อ ๆ แล้วก็เริ่มเดินไปผัดเนื้ออกไก่ให้ผม กลิ่นหอมนะเนี่ย ผมก็เลยถามดาวนะว่าตกลงมิ้นต์เป็นอะไรเหรอดาวตอนที่อยู่สระบุรีน่ะ ดาวหัวเราะแล้วบอกสงสัยจะหึงน่ะสิ่ ผมถามฮึ๊ หึงอะไรละนั่น ดาวผัดไก่ไปแล้วก็พูดว่า ก็คงเห็นว่าดาวกับแก้ม กล้าพูดตรงๆกับพี่มั้ง ผมก็ถามหือออ คืออะไร งง


ดาวหันมาแล้วบอกว่าก็นังหนูนั่นสงสัยจะชอบพี่เข้าจริงๆแล้วอ่ะสิ่  คงจะหึงแหละ ปากก็หนักไม่ยอมพูดตรงๆก็คอยแต่จะประชดให้คนสนใจ จนสุดท้ายมันก็เกินเลย ดาวพูดแล้วก็เอาช้อนตักๆน้ำปรุงรสจากเนื้อไก่มาให้ผมชิมแล้วถามพอได้มั้ยพี่โทน ผมก็ชิมนิดนึงแล้วบอกอร่อยแล้วล่ะ ดาวยิ้มมม แล้วก็ผัดอีกนิดนึง



ดาวบอกว่านังหนูมิ้นต์พูดก็แรงเกินไปชอบเบรกอารมณ์คนอื่น ดาวก็กลัวว่าถ้ามันนึงพี่ทนไม่ได้ แล้วเผลอขึ้นเสียงมั่งมันจะแย่อ่ะดิ่ ไม่ได้แย่แค่นังหนูนั่นอ่ะ ดาวกับแก้มก็แย่ด้วย ถ้าโดนพี่ตะคอกคงจ๋อยกันไปหลายวัน ผมก็บอกว่าไม่หรอก แต่ดาวบอกว่า ความอดทนคนเรามันมีขีดจำกัดนะพี่โทน


ต่อให้พี่จะใจดีแค่ไหนยังไงก็ต้องมีมุมที่อยู่ดีๆก็น็อตหลุดฟิวส์ขาดแบบง่ายๆบ้างแหละ ผมก็บอกไม่เคยยยย ดาวบอกเคยสิ่ ทำไมจะไม่เคย ผมก็คิด คิดแล้วพูดเบาๆว่าเอ่อตอนแฟนเก่าดาวอ่ะเหรอ ดาวบอกไม่ช่ายย ผมก็ถามตอนไหนเหรอ ดาวก็พูดตัดบทว่าเสร็จแล้ว ผมก็รับจานมาแบบงงๆ


แปปนึงประตูก็เปิดออก มิ้นต์รีบพุ่งมาเลยถามว่าทำไรกันอ่ะ จับมือกันทำไม ดาวก็หัวเราะเลยแล้วบอกแหม ๆ ๆ จับมือก็ไม่ได้ งั้นจับ... ดาวพูดแล้วก็เลื่อนมือลงล่าง มิ้นต์บอกพี่ดาว มิ้นต์หิวขาว ดาวก็หัวเราะเลยครับ ยัยตัวแสบก็บอกโง้ยยย ไรง่ะ ปล่อยให้อยู่กันแปปเดียวทำไรอีกกก ดาวก็บอกว่า แหม ๆ ๆ แค่แปปเดียวมันไม่พอหรอกนังหนู ว่าแต่ขอเวลาซัก 2 ชั่วโมงได้มะ ดาวพูดแล้วก็ลูบหน้าผมเบาๆ


มิ้นต์บอกไม่ได้ พี่โทนจะกินข้าวแล้ว ดาวก็หัวเราะเบาๆครับ สองสาวก็เอาถุงกับข้าวไปแกะและใส่จานกัน ดาวก็เข้ามากอดข้างหลังแล้วหอมแก้มผมนะ แต่ไม่พูดอะไร แล้วผมกับสามสาวก็มานั่งกินข้าวที่โต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆ ขนาด 60*60 ด้วยกัน อร่อยนะ อร่อยจริงๆ ดาวสั่งกับข้าวมาจากร้านตรงแยกถนนจันทน์นั่นแหละ เขามีบริการส่งไง อพาร์ทเมนต์เจ๊เตย คนน่ะสั่งประจำ เขาเลยเดินมาส่งให้ได้



เราก็กินไปคุยกัน แต่ผมสัมผัสได้อย่างนึง มิ้นต์จะไม่ค่อยพูดเบรกจังหวะ เบรกฟิลลิ่ง หรือถ้าเป็นสมัยนี้ก็คงเป็นแบบ ไม่มีช็อตฟีลแล้ว แต่เรื่องการพูดประชดผมเบาๆก็ยังมีเช่นเดิมนะ น่ารักดีมากๆ สองสาวคือเคี้ยวแก้มตุ้ย  ๆ ๆ เลย แก้มก็เล่าว่าไปสระบุรี ทำอะไรกันบ้าง ดูมีความสุขในการเล่ามากๆ แล้วก็มีแซวว่ามีคนโดนลงโทษ มิ้นต์ก็ทำหน้ามุ่ยๆแล้วมองแรงเลย


แต่ดูแล้วก็น่ารักนะ แล้วอยู่ดีๆมิ้นต์ก็พูดไหนเต็นท์อ่ะพี่โทน พอพูดถึงเต็นท์แก้มก็สะดุ้งแล้วหันมามองแล้วถามคืออะไรพี่โทน ผมก็เลยบอกว่าเต็นท์มาส่งเมื่อวานแล้วน่ะ แก้มบอกไหน ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็หันไปมองดาวแล้วถามว่า พี่ดาวแอบดูก่อนหนูเหรอ


ดาวหัวเราะบอกเปล่าย่ะ ไม่ได้อยากดูหรอก เพราะรู้ว่าจะมีคนงอแงไง มิ้นต์ถามว่าอยู่ไหน ๆ ๆ ดาวบอกเดี๋ยวๆ ๆ เก็บจานล้างจานกันก่อนมั้ย แก้มถามพี่โทนอิ่มยัง ๆ ๆ ผมบอกอิ่มแล้ว และยัยตัวแสบก็หยิบจานผมออกไปล้างเลย มิ้นต์ก็รีบเก็บ ๆ ๆ ๆ กวาดเศษขยะลงถุงพลาสติกแล้วมัดเอาไปทิ้ง


ผมก็มองดาวแล้วขำเลย ผมก็เลยเดินเข้าไปในห้องหาเต็นท์ อ๋อออ ดาวเอาไปแอบไว้ในมุมทำงานของผมครับ ซึ่งแก้มกับมิ้นต์จะไม่มาวุ่นวายตรงนี้เลย ก็แปลกใจว่าทำไมแก้มไม่เห็น แล้วพอผมเอาออกมา  คุณผู้อ่านเชื่อมะว่าพวกโต๊ะอะไรนี่เคลียร์หมดละ สองตัวแสบจัดการไวมาก


แก้มบอกกางเร็วๆพี่โทนนนน ผมก็วางตุ้บ แล้วมาขยับโซฟาหน่อยนึง แล้วก็เริ่มกางครับ ผมกางเต็นท์ให้ทั้งสองสาวดูครับ แล้วผมก็ถือว่าเป็นการซ้อมด้วย อย่างที่ผมบอกไปในตอนที่แล้วว่า ผมโคตรตั้งใจเลย เวลาพนักงานสอนผมก็จดๆ เพราะนี่แหละเหตุผล ทั้งมิ้นต์ทั้งแก้มคือ วุ่นวายมาก ให้คิดซะว่าพาเด็กน้อยมาเล่นบ้านบอลครับ โอยยยย วิ่งนู่น วิ่งนี่ อยากช่วยกาง อยากช่วยจับ



ผมก็เลยบอกให้มาตรงนี้ ๆ ๆ เดี๋ยวพี่จะกางตรงนี้เอง แต่แก้มก็วิ่งไปอีกมุม แล้วพอผมยกหลังคาขึ้น มิ้นต์ก็วิ่งเข้าไปข้างใน โอ๊ยยยย ปวดหัวแท้ ดาวก็นั่งหัวเราะเลยครับ พอผมทำหน้าเหนื่อยหน่ายใจ แต่มันวุ่นวายแท้ๆเว้ยย จากปกติใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที แต่นี่ใช้เวลา 20 นาที แม่จ้าว ทำไมวุ่นวายและป่วนขนาดนี้เนี่ย แก้มบอกโห้ยยยย เอา ๆ ๆ ๆ ชอบ ๆ ๆ ๆ  จะไปปางอุ๋ง จะกางเต็นท์ เย้


แก้มกลิ้ง กลิ้งมาในเต็นท์นั่นแหละครับ ส่วนมิ้นต์ก็บอกนะว่าเค้าจะเอาไปกางที่มอหินขาวนะแก้ม แก้มบอกก็เอาไปจิ่ ถึงตาเค๊า เค๊าก็จะเอาไปกาง สองคนเริ่มเถียงกันนิดๆแต่น่ารักมากครับคุณผู้อ่าน อยากให้มาอยู่ในสถานการณ์นี้จริงๆเลย ดาวก็พูดขึ้นมาว่า นี่นังหนูเต็นท์น่ะมันไม่เก็บเสียงนะ



แล้วพอไปเที่ยวป่าเที่ยวเขาเสียงมันก้องนะจะบอกให้ แล้วตอนนั้นแก้มจากที่นอนสบายใจก็พลิกตัวมานอนคว่ำแล้วทำหน้าแบบเหวอๆแล้วบอก เง้ออ เก็บเสียงไม่ได้เหรอ แล้วเธอก็มองมาที่ผมแล้วบอกว่า ทำไมไม่หาที่เก็บเสียงได้ล่ะพี่โทน ผมก็บอกเดี๋ยว ๆ ๆ นี่มันเต็นท์ผ้าใบนะ จะเอาที่ไหนมาเก็บเสียง


แก้มนอนดิ้นแล้วบอก ฮืออออ เก็บเสียงไม่ได้เหรอ มิ้นต์ก็มองหน้าผมแล้วบอกว่าอย่าคิดอะไรบ้ากามนะพี่โทน ผมก็บอกอาราย พี่ยังไม่ได้คิดอะไรเลยนะ มิ้นต์คิดแล้วเหรอ มิ้นต์บอกไร ใครคิด พี่อ่ะอย่ามามั่ว แต่แก้มก็บอกฮือออ เค้าคิดนี่นา อดเล่นจ้ำจี้กับคุณแฟนแน่ๆเลย ผมมองหน้าดาวแล้วยิ้มๆกันเลยครับ



ผมเดินเข้าไปในเต็นท์แล้วนอนลงข้างๆ แล้วกระซิบว่า พี่ทำเบาๆได้นะ แก้มก็กลิ้งมานอนเกยผมแล้วพูดเสียงเบาๆว่าจริงป่ะ แล้วมิ้นต์ก็มาตีแขนผมแล้วบอกไอ้บ้า ไอ้พี่โทนบ้าทำไรเนี่ย แก้มก็ซบลงที่หน้าอกแล้วบอกว่า เค้าคิดถึงนี่นามิ้นต์อ่ะ มิ้นต์ยิกแขนผมเบาๆแล้วบอกไอ้พี่โทนบ้า


ผมก็โอ๊ย ย ย ย อารายเนี่ย แก้มบอกโหยย คุณแฟนเค้าโดนรังแก แก้มอย่ารังแกแฟนเค้าจิ่ มิ้นต์บอกอะไรแฟนอะไรขี้ตู่อ่ะแก้ม บอกม่ายรู้ก็เค้าคิดถึง แล้วแปปนึงดาวก็เรียก แก้มๆมาเก็บเสื้อผ้านี่เลยพับไม่เรียบร้อยเลยนะ แก้มบอกง้ะ !!!  พี่ดาวว แต่หนูอ้อนพี่โทนอยู่อ่ะ


แล้วดาวก็บอกว่าตามใจ แต่จะให้เสื้อผ้าไปเบียดพื้นที่ของพี่โทนเหรอ แก้มซบลงที่หน้าแล้วร้องฮึ๊ ฮือออ อยากนอนกอดพี่โทนนี่นา แต่แปปนึงแก้มก็นั่งแล้วบอกไปก็ด้ายยยยย แต่ยัยตัวแสบก็ทำหน้าแบบงอแงเลยนะ หันมาทำเสียง ฮึ่ ฮืออ หน้ามุ่ยๆ จมูกย่นๆแล้วบอกว่าไม่ไป แต่มิ้นต์ก็บอกว่ารีบไปรีบมาดิ่


แก้มก็บอกเชอะ ไล่เค้าอ่ะมิ้นต์แผนสูงอ่ะ มิ้นต์บอกอารายเหรอ แก้มบอกโด่วเอ๊ยยย แล้วก็ลุกไปเลยครับ ผมก็ขำเบาๆนะ แล้วจังหวะที่นอนอยู่นั่นมิ้นต์ก็ขยับเข้ามาหาใกล้ๆครับ อื้อหือกลิ่นตัวหอมมากกก แปปนึงมิ้นต์ก็ขยับแล้วบอกว่าไปช่วยแก้มพับเสื้อผ้าดีกว่า ผมก็จับแขนเธอไว้เบาๆนะ แล้วถามว่าจะไปจริงเหรอ แปปนึงมิ้นต์ก็หันมามองผมแล้วก็ขยับมานั่งใกล้ๆผมแล้วพูดว่า ไม่ไปก็ได้


ผมก็จับมือแล้วบอก อยากอยู่กับพี่อ่ะดี๊ มิ้นต์หลบหน้าแล้วบอกเพ้อเจ้อ นี่เพราะสงสารเหอะ เลยมาอยู่ด้วย


 






เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

pamaaeng



sunshine9


puipuipui



Angel_p

พร้อมหน้าพร้อมตา ทานยาต้มแล้วด้วย แบบนี้คืนนี้ยาวๆ เลยครับ

Snutsu

เหมือนเด็กทะเลาะกันเลย5555แต่ไม่รู้ชะตากรรมน่อไปว่าจะโดนดูดจนตัวซีดมั้ยนะ

seamasterza

สามสาวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา 😭😭😭😭😭 มันดีที่สุดเลยค๊าบบบบ

Aj33




civil2

มิ้นน่ารักมากจริงๆ พอมาอยู่รวมกันสามสาว บรรยากาศยิ่งละมุนมากเลยครับ

darkside


❖SynchroNight❖

โอ้ยย จะหลุด 'ซึน' ไหมเนี่ยยย ดาวก็ยังมีวิธีดูแลน้อง ๆ ได้น่ารักเหมือนเดิม ส่วนแก้มก็..อ้อนเก่งงงง น่าร๊ากกกก