ANOTHER SPIRITS 1 “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว!?”

ANOTHER SPIRITS 1 “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว!?”

  • 0 ตอบ
  • 8582 อ่าน
*

ออฟไลน์ chai1112

  • Full Member
  • **
  • 243
  • 272
    • ดูรายละเอียด
ANOTHER SPIRITS “(1) ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว!?”
 3 พ.ค. 2550
เรื่องราวสนุกๆของ 2 สาวในช่วงปิดเทอม 


........................................

10 ตุลาคม 2548

...ณ ริมถนนพหลโยธินทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ก่อนจะเข้าสู่ตัวจว.ลำปางประมาณ 5 กิโลเมตร...หากใครลองสังเกตดีๆทางด้านซ้ายมือก็จะเห็นถนนเล็กๆทอดยาวลึกไปประมาณ 400 เมตรชึ่งมีชื่อว่า “ถนนเทวะกรนันท์” รวมทั้งป้ายกรอบโลหะสีเงินสลักชื่อ “บ้านพักพล.ต.ท.วงศ์ศักดิ์ เทวะกรนันท์” โดยตัวบ้านตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินสูงสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากถนนใหญ่...สถานที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันสนุกสนานและน่าระทึกใจแห่งช่วงเวลาปิดภาคเรียนเทอมแรกของ 2 พี่น้องสุรีย์พรรณกับหยาดฝนใน...“ANOTHER SPIRITS”
...

...วันนี้สุรีย์พรรณก็ทำตามคำสั่งของบิดาที่ให้อยู่กับบ้านเฉยๆอย่างเคร่งครัดโดยเว้นซะว่าจะได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้นส่วนหยาดฝนจอมซนหาได้ยอมด้วยไม่...เธอมักออกตะลอนไปโน่นมานี่ตามใจตัวไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเนื่องจากมีมารดาคอยให้ท้ายนั่นเองแต่ถึงกระนั้นหล่อนก็ขยันซ้อมคาราเต้เป็นอย่างมาก...ทว่า...ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาฝึกซ้อมงั้นหล่อนจะไปอยู่ที่ไหน?...
“แอบหนีออกไปอีกแล้วค่ะ...ฉวยโอกาสตอนหนูอาบน้ำเอาอะไรมาวางกั้นที่หน้าประตูไม่รู้?”
“................................................”
“ไม่ค่ะไม่!!...คุณแม่อย่าเห็นหนูเป็นคนอันธพาลชอบทำลายข้าวของสิคะ”
“................................................”
“ก็ได้ค่ะ...แคทจะไม่เอาเรื่องน้องอย่างที่คุณแม่ขอ...ตามใจกันดีเหลือเกินนะคะ”
“................................................”
...หลายต่อหลายครั้งทีเดียวที่ผู้มีไหวพริบและรู้ทันคนอย่างสุรีย์พรรณจะต้องเสียท่าให้หยาดฝนน้องสาวผู้ฉลาดแกมโกงและเจ้าเล่ห์สุดลึกล้ำ...ที่จริงห้องน้ำมีช่องหน้าต่างเล็กๆซึ่งเธอสามารถจะลอดตัวออกไปแต่กลับไม่ทำเพราะในสภาพโป๊เปลือยแบบนี้มันคงไม่น่าดูสักเท่าไหร่...ดังนั้นหนทางที่เหลืออยู่ก็...
“โชคดีที่เอามือถือเข้ามาด้วยแต่ไม่มีทางเลือก...ดันไม่ยอมออกแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้นะคะคุณแม่...ต้องอัดเละเท่านั้น”
...หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วสุรีย์พรรณก็เริ่มปฏิบัติตามความคิดตนเองด้วยการตั้งท่ากางแขนซ้ายขวานิ้วทั้ง 10 เหยียดตรงจากนั้นกำหมัดเกร็งแนบสีข้างก้าวเท้าขวามาข้างหน้าพร้อมหลับตาสูดลมหายใจลึกและเป่าออกช้าๆ...เธอจะรวบรวมพละกำลังทำลายประตูห้องน้ำ...
“................................................”
...สมาธิที่รวมเป็นหนึ่งเดียวบวกกับความตั้งใจที่แน่วแน่ไม่มีจิตลังเลใดๆก่อเกิดพลังอันยิ่งใหญ่... (ท่านใดดูรายการทีวีและเคยเห็นนักคาราเต้ใช้กำปั้นเปล่าๆต่อยอิฐแตกละเอียดก็จงอย่าแปลกใจอะไรกับสาวแคทนักดีกว่าเพราะถ้ามัวแต่สงสัยเดี๋ยวจะอ่านไม่สนุก) ...ทันใดนั้นเองสาวยอดนักสู้ก็ลืมตาโพลงอย่างเฉียบพลันพลางยกเท้าซ้ายถีบประตูเสียงดังโครมใหญ่แล้วตามด้วยหมัดรัวขวาซ้ายโจมตีก่อนจะหมุนตัว 1 รอบเป็นการเพิ่มแรงส่งเท้าขวากระหน่ำถีบซ้ำ...
“โอ๊ว!!!...OLA~~OLA~~OLA~~OLA~~ฮ่าห์!!”
(ตึง~~ตึง~~ตูม!!...ตึง~~ตูม!!)
...จากนั้นสุรีย์พรรณก็ได้เห็นวัตถุที่น้องสาวตัวดีเอามาวางขวางไว้นั่นคือโต๊ะที่ขนมาจากห้องครัวโดยมีเก้าอี้ไม้อีก 3ตัวซ้อนทับอีกที...
“แสบนัก!!...ฟู่ว~~...แข็งเอาเรื่องเหมือนกัน...แต่มันหยุดพี่ไม่ได้หรอกน้องเอ้ย!!”
...เพิ่งบอกแม่หยกๆว่าจะไม่พังห้องน้ำแต่จากพายุกำปั้นกับแรงถีบอันทรงพลังของหล่อนมีผลให้บานประตูที่ผลิตจากไม้ชั้นดีแตกเสียหาย...สลักกลอนก็หักหลุดกระเด็นไปไหนต่อไหนไม่รู้...
“เอาล่ะ!!...ต้องรีบเรียกช่างมาซ่อม...เสียเงินอีกแล้ว...เจ้าเด็กคนนี้เพื่อให้ได้หนีเที่ยวก็ถึงกับแกล้งแม้กระทั่งพี่ตัวเอง...กลับมาเมื่อไหร่ล่ะน่าดู!!”
...งานนี้เธอหัวเสียกับการกระทำของน้องสาวไม่ใช่น้อยซึ่งก็ไม่อาจจะทำอะไรอีกได้นอกจากบ่นพึมและคว้าผ้าเช็ดตัวพันกายก่อนโทรศัพท์ตามช่างให้รีบมาซ่อมโดยด่วนแม้จะไม่เหมือนสภาพเดิมนักแต่ขอให้ใช้ได้เรียบร้อยเป็นดี... (อย่างไรซะสุรีย์พรรณสาวสวยวัย 22 ที่เพิ่งผ่านพ้นวันเกิดเมื่อ 3 ตุลาที่ผ่านมาก็เสียรู้ให้น้องหยาดฝนทั้งขึ้นทั้งล่อง) ...
...

...การไม่อยู่ติดบ้านในความคิดของฝนถือเป็นเรื่องดีเพราะจะไม่ต้องเจอคนที่ไม่อยากพบ?...สถานที่โปรดของเธอคือบริเวณใต้ต้นไม้ริมสระน้ำใหญ่ใกล้สถานีรถไฟเล็กๆแห่งหนึ่ง...เจ้าตัวการกักขังพี่สาวตัวเองชอบนักที่จะมาตกปลากับนอนเล่นเพราะมันร่มรื่นเย็นสบายเหลือเกิน...อาจพูดได้ว่าที่นี่คือสวรรค์บนดินของเธอก็ไม่ผิด...
“................................................”
“ในที่สุดก็เจอสักที...พี่มีเรื่องจะคุยกับฝนนะครับ”
“................................................”
...ไร้การโต้ตอบจากผู้ทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ...สาวน้อยขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้หย่อนเบ็ดตกปลาอย่างสงบเงียบ...ทำไม่รู้ไม่ชี้และไม่พูดไม่จาใดๆทั้งที่รู้แก่ใจดีว่าผู้ที่จะขอคุยกับเธอในขณะนี้คือใคร?...
“ลงมาหน่อยจ๊ะ”
“................................................”
...เงียบ...ฝนเหล่หางตามองแขกผู้มาเยือนแวบหนึ่งแต่ยังทำเป็นไม่สนใจ...ช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัวกลับมีคนที่ไม่อยากเห็นหน้ามาข้องแวะ...เวลาผ่านไปสาวเจ้าเริ่มมีอารมณ์ขุ่นมัวในดวงจิต...
“...ถ้าไม่ลงงั้นพี่คุยเลยล่ะกัน...คุณพ่ออยากชวนฝนไปทานข้าวที่บ้านเย็นนี้”
“...............................................”
“คุณอาทั้ง 2 กับแคทก็จะไปด้วยนะจ๊ะ”
“...............................................”
...แทบทุกคนแหละ...คนเราลงว่าไม่ชอบอะไรขึ้นมาแล้วจะให้เออออห่อหมกง่ายๆนั่นน่ะฝันไปซะเถอะแต่เด็กสาววัยใสอยากทราบอะไรบางอย่างจึงไม่ทนปิดปากเฉยๆอีก...
“...คนออกความคิดนี้ใช่เมฆหรือเปล่า?”
“ครับ...”
“...............................................”
...ถามจบเอ็นก็กระตุก?...ปลากินเหยื่อแล้ว!!...ฝนรีบหมุนรอกโดยไวและต่อจากนั้นเธอก็ได้ปลาตัวย่อมมาอยู่ตรงหน้า 1 ตัว...
“เพื่อคลายอารมณ์เท่านั้น...กลับไปซะนะเจ้าปลาน้อย...คิก!!...ขี้ขลาดแต่อยากจีบหญิง...อ้ายเมฆเอ้ย!!”
“ทำไมฝนพูดแบบนั้น?...เมฆอยากเจอน้องมากเทียวไปหาที่บ้านทุกวันแต่น้องก็ไม่ยอมพบเขาเลยสักครั้ง...น้องชายพี่จริงใจกับฝนมากนะ”
“เมฆจริงใจกับหนูก็ไม่ได้หมายความว่าหนูจะต้องจริงใจกับเขาตอบนิ...ฝนจะไม่ไป...เว้นซะว่า...”
“?”
“ต้องวานให้พี่ชายกับพี่สะใภ้มาชวน?...ยืมจมูกคนอื่นหายใจไม่มีเปลี่ยน...พี่ต้องบอกให้เมฆมาชวนด้วยตัวเองเท่านั้นฝนถึงจะรับฟัง”
“แหม~~...นึกว่าอะไร...ที่แท้น้องฝนก็อยากเจอเมฆนี่เอง...พูดตรงๆก็ได้หรอกนะจ๊ะ...ได้ๆๆ...พี่จะโทรเรียกเมฆเดี๋ยวนี้ล่ะ”
“เรียกแล้วก็กลับไปด้วยนะคะ...ฝนมีธุระกับเขา 2 ต่อ 2”
“...ได้สิครับ”
...พอคนทั้ง 2 จากไป...หยาดฝนก็เริ่มมีความคิดประสงค์ร้ายบางอย่างผุดขึ้นในหัวสมองจึงรีบหมุนรอกเก็บคันเบ็ดเป็นการเลิกภารกิจตกปลา (1 ในงานอดิเรกอย่างหนึ่งของเธอ) ...
…(เหอะๆๆ...อยากเจอแต่ไม่ได้หมายความว่าเพราะจะมีจิตพิศวาสสักหน่อย...ตกปลาได้แค่ 4 – 5 ตัวกำลังเซ็งๆอยู่พอดี...แล้วเมื่อกี้ที่ซุบซิบนินทาลับหลังกันน่ะ...อย่านึกว่าฉันไม่ได้ยินนะ!!...ใครๆต่างพูดว่าพี่แคทหูตาไวแต่ฉันก็ไม่ต่างกันหรอก...ผู้หญิงมารยาทหยาบกระด้างนิสัยก็กร้านโลกอย่างนี้เมฆชอบลงไปได้ยังไงงั้นรึ?...นังผู้ดีตีนแดงพูดถูกใจมาก...เดี๋ยวสักวันแม่จะมอบรางวัลเอาคืนให้แสบสันต์) ...
...

...ผ่านไปไม่กี่อึดใจ...2 คนหนุ่มสาวก็ได้พบปะกันแต่ในสภาวะที่แปลกพิลึกนัก?...แม้ฝ่ายชายจะรู้สึกตกใจนิดๆแต่ความรักทำให้ดวงตาของเขามืดมัว...
“ผมดีใจมากจริงๆที่ฝนอยากพบ...พอรู้จากพี่ก็รีบตรงบึ่งมาที่นี่...ให้ถึงเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะคิดถึงฝนเหลือเกิน”
“เวอร์!!...หยุดพล่ามไอ้ประโยคที่ฟังแล้วชวนคลื่นไส้นี่สักที...เพราะงี้ถึงไม่อยากพบนายไง”
...ฝนไม่เคลิ้มตามไปด้วย...เจ้าหนุ่มริอยากลองของคนนี้ชื่อจริง “เมฆา” หรือชื่อเล่น “เมฆ”...บิดาเขาเป็นมหาเศรษฐีรายใหญ่มีธุรกิจต่างๆในเครือมากมายและเป็นเพื่อนเก่าสมัยมัธยมของคุณวงศ์ศักดิ์...คือต้องการจะบอกว่าเมฆคือคนหนึ่งที่หลงรักฝนชนิดหน้ามืดตามัวเลยทีเดียว...(สาวเขี้ยวแหลมก็มีเสน่ห์ไม่ใช่ย่อยนะจะบอกให้...เพิ่งจะรู้กันล่ะซิ?)...
“นายมาคนเดียวรึ?”
“ครับ...พี่บอกว่าฝนอยากคุยกับผมตามลำพัง”
“ฉันรู้นะว่านายอยู่แถวๆนี้เพื่อคอยสังเกตการณ์พี่ชายพี่สะใภ้และฉัน...แล้วทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้ล่ะ?”
“เอ่อ...”
“ถ้าตอบไม่ได้ฉันจะตอบแทนเอง...มัวรวบรวมความกล้าใช่มั้ย?”
“คะ...ครับ”
“...............................................”
“เย็นนี้ตกลงไปบ้านผมนะครับ”
“...............................................”
...ที่บอกว่าแปลกพิลึกคือ...หยาดฝนเธออยู่ในท่าห้อยหัวกอดอกโดยเอาเท้าทั้ง 2 เหนี่ยวกับกิ่งไม้ที่สูงจากพื้นราว 3 เมตรครึ่งทำอาการเช่นค้างคาวและมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่หมางเมิน...หล่อนไม่เคยนึกชอบเมฆเลยแม้แต่นิดเดียว...บัดนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงความรู้สึก...
“...พ่อแม่ฉันและพี่แคท...จะไปบ้านนายจริงๆเหรอ?”
“...ครับ”
“จริงน่ะ?”
“...ฝนไปรอที่บ้านผมก่อนแล้วพวกเขาจะตามมาทีหลังครับ”
“อื้ม!!...พ่อกับแม่ฉันไม่สงสัยหรอกแต่พี่นี่สิ...เพราะงั้นจะถามก่อนดีกว่า...ถ้านายโกหกล่ะก็ได้เห็นดีกันแน่...ฮัลโหล...อ้า!!...ปี้แคทจ๋า~~...เอ้ย!!...อย่าเพิ่งทำเสียงเขียวใส่กันสิค้า~~...ฝนขอถาม’ไรหน่อยจิ...น่าๆๆ...แล้วหนูจะกลับไปรับโทษเองนะเจ้า...คืองี้พี่...”
“..............................................”
“เข้าใจล่ะ...ขอบคุณค่ะพี่”
“..............................................”
“..............................................”
“...ฝน...คือ...”
“เข้ามาใกล้ๆฉัน”
...ฝนกระดิกนิ้วเรียก...เป็นเรื่องขึ้นมาแล้ว...เมฆใจคอไม่ดีแต่ก็เข้าไปหาตามที่สาวน้อยสั่ง...
“แกกล้าเร๊อะ!!”
“โอ้ย!!!”
(ตูม!!!!)
...แม่หนูเขี้ยวคมสุดยัวะยิ่งนักที่มีคนบังอาจเอาพี่สาวมาเป็นเครื่องมือเพื่อหลอกเธอ...อีกอย่างหนึ่งก็รู้ดีว่าพี่แคทไม่ถูกอัธยาศัยกับเมฆเช่นเดียวกันจึงไม่คิดไปบ้านของเพื่อนพ่อรายนี้ด้วยแน่...ดังนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น...หนุ่มผู้โชคร้ายถูกฝนกระแทกฝ่ามือคู่หงายหลังตกไปในบึง...
“โอย~~...อุ๊บ!!...ฝน...ทำไมทำกับผมแบบนี้?”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ!!!...ไอ้คนขี้จุ๊หลอกลวง...บอกแล้วนะว่าโกหกตาย!!...นี่ถือว่าปราณีมากแล้วนะ!!!”
“แต่...คุณอาทั้ง 2 จะไปจริงๆนะครับ”
...เมฆเปียกปอนไปทั้งตัวพยายามขึ้นจากน้ำ...เขาว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งแต่โชคดีที่บึงนี้ตื้น...ส่วนฝนยังอยู่ในท่าหัวทิ่มลงดินมองเขม็งชี้หน้าด่ากราดด้วยความรู้สึกเกลียดชัง...
“ไอ้ตอแหลนี่ยังจะหน้าด้านเถียงอีก!!...พี่ชายกับพี่สะใภ้แกบอกว่าแม่แคทจะไปด้วย...นี่คงหวังให้ฉันรีบตอบรับทันทีสินะ...ก็เพราะรู้ดีนี่ว่าฉันกับพี่รักกันมากแค่ไหน”
“ผม...ผมขอโทษที่เอาพี่แคทมาอ้าง...แต่เพราะอยากให้ฝนไป...”
“ก็ถูก...พี่แคทไปฉันก็จะไปด้วยแต่ถ้าไม่เอาพี่มาอ้างก็อาจจะตอบตกลง...ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว...แกรีบไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นโดนจับทำเป็นอาหารปลาอยู่ที่นี่แน่!!!”
...เรื่องแค่นี้ฝนไม่น่าจะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง...ทว่า...ธรรมดาหล่อนเกลียดขี้หน้าเจ้าหนุ่มคนนี้เป็นทุนเดิม...พอถูกลองดีเข้าเลยยิ่งไปกันใหญ่...(ก็ยังเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่ดี)...
“ยังไม่ไสหัวไปอีก!!...ฉันเก็บมีดไว้...จะบั่นคอแกขาดเดี๋ยวนี้แหละ”
“อย่าครับ!!...ไปแล้ว...ผมไปแล้ว”
“...หึ!!...จ๊าดง่าว...แค่นี้ก่อพูดจาขี้จุ๊บ่จริงใจ๋”
...เมฆไม่ใช่คนที่มีเหตุผลเท่าใดนักและการกระทำหลายครั้งของเขาออกจะเกินเลยกับฝนมากเกินไป...อาทิเช่น...เที่ยวคุยกับคนนั้นคนนี้ว่าคบกันอยู่และแสดงตัวเป็นแฟนอย่างออกนอกหน้า...เฝ้าเวียนตามตื๊อขอความรักจนน่ารำคาญ...แคทเคยเตือนน้องอยู่เนืองๆซึ่งฝนเองก็เชื่อฟัง...
“เหลือเชื่อ...คิดแผนตื้นๆโง่ๆแบบนี้ออกมาก็ได้เนอะ...จะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป๊!!!”
...ตะโกนไล่พอหอมปากหอมคอแล้วเจ้าเด็กจอมแสบก็ปรบมือหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่โดยที่ยังห้อยโตงเตงเป็นที่แปลกประหลาดต่อผู้พบเห็น...(ก็เธอไม่เคยคิดจะไปงานเลี้ยงนี่อยู่แล้วแต่ต้องหาเหตุผลที่สมควรแถมยังได้สนุกอีกด้วย)...
“ฮะ!!...ฮ่า--ฮ่า--ฮ่า--ฮ่า...ฮิ--ฮิ--ฮิ...”
“ผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นอะไร?...หัวเราะอยู่ได้คนเดียว”
“อย่าสนใจเลย...สงสัยจะเพี้ยนว่ะ”
“แม่ๆๆ...ดูนั่นสิ...อย่างกับค้างคาวแน่ะ”
“อย่าไปมองลูก!!”
...ครั้นเฮฮาสนุกสนานจนสาแก่ใจพอแล้ว...
“แต่ฉันก็โกหกเพื่อสวัสดิภาพของตัวแกเอง...ขอบใจซะด้วยนะ...แกมันทุเรศเกินกว่าที่ฉันจะลงมือ”
...หยาดฝนพูดแบบนี้หมายความว่าไม่ได้มีมีดบนต้นไม้...เธอแค่ต้องการขู่เท่านั้น...
“รูปหล่อ...พ่อรวย...ฮึ!!...แต่นิสัยแย่...หยิบหย่ง...อะไรๆก็วานให้คนอื่นทำแทน...อ่อนแออีกต่างหาก”
...สมัยเด็กหลายๆคนคงเคยเล่นกับเพื่อนต่างเพศเช่นเล่นพ่อแม่ลูก...เล่นขายของ...สาวน้อยของเราก็เคยเล่นแบบนี้กับเมฆแต่นั่นมันนานมาแล้ว...
“ตอนเด็กเราก็นึกชอบเมฆแต่โชคดีที่พอโตมาไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันอีก...ต้องขอบใจพี่แคท”
“โอ่ย~~...แม่หนู...ยังไม่กลับบ้านเหรอเย็นมากแล้วนา?”
“จะกลับแล้วค่า~~...ลุงขายขนม”
...ลุงคนนี้ขายขนมจำพวกขนมถ้วยและขนมแบบไทยๆ...ฝนก็ชอบอุดหนุนและซื้อไปแจกเด็กๆเป็นประจำ...(บางครั้งเงินที่ซื้อเอามาจากการฉกในตู้โทรศัพท์...*เด็กดีกรุณาอย่าเอาเยี่ยงอย่าง) ...
“อุ!!...ห้อยต่องแต่งนานไปหน่อย...เลือดลงหัวหมด...อึ๊บ!...เฮ้ย!!”
...เวรกรรมสมัยนี้มันติดจรวด...ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...ธรรมดาหยาดฝนน่าจะกลับตัวลงสู่พื้นไร้ปัญหาแต่เพราะต้นไม้ใหญ่นั่นอยู่ใกล้ตลิ่งมากพอเธอโดดลงถึงพื้นที่ลาดชันก็เกิดหน้าคว่ำตัวเซถลาไปข้างหน้า...ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ...สาวน้อยตกน้ำไม่ได้มีเฉพาะในงานวัด...
“ว้าย!!!!”
(ตูม!!!...ซ่า~~~...)
...เสียงหวีดร้องระคนเสียงน้ำกระจายดังสนั่น...โบราณว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว...สาวเขี้ยวแสนกลพลาดท่าตกลงไปในบึง...พอโผล่หัวขึ้นมาหล่อนก็แหกปากร้องด้วยความเจ็บใจแต่ก็ไม่ยอมโทษว่าตัวเองผิดอยู่ดี...
“ก๊าด~~~...แย่ที่สุด...เพราะแกคนเดียวไอ้เมฆ!!!...ชาตินี้อย่าฝันว่าจะได้แอ้มฉัน...แค่ขาขาวๆของฉันแกก็ไม่มีสิทธิ์เห็นโว้ย~~~...ฮะ...ฮัด...เช้ย~~...อึ๊!!...หรือแม่แคทแช่งเพราะถูกเราแกล้งก่อนล่ะเนี่ย?”
...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 26, 2017, 10:28:50 pm โดย kaithai »

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ