แค่นิยาย ตอนที่ 3 Turning Point

แค่นิยาย ตอนที่ 3 Turning Point

  • 2 ตอบ
  • 14181 อ่าน
*

ออฟไลน์ CarNaGE

  • Full Member
  • **
  • 249
  • 607
    • ดูรายละเอียด
แค่นิยาย ตอนที่ 3 Turning Point
« เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2011, 10:05:59 pm »
 นายอาร์ตลืมตาตื่นขึ้นมาในความมืดก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบนาฬิกาบนหัวเตียงขึ้นมาดู หน้าปัดนาฬิกาถูกๆนั้นบอกว่าตอนนี้ตี 4 นิดๆแล้ว ทำให้อาร์ตต้องลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ เขาสะบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความง่วงออกไป ก่อนจะทำกิจวัตรประจำวันอย่างที่เคย อย่างเช่นเก็บที่นอนหรือล้างหน้าแรงฟัน ไม่นานนักเขาก็ทำกิจกรรมต่างๆเสร็จ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอก

ลำปางหนาวมาก ...... -*-

ครับ แม้เวลาตอนนี้จะเป็นตี 4 แล้ว แต่บรรยากาศหน้าหนาวของจังหวัดลำบางก็ทำให้ท้องฟ้าตอนตี 4 ยังดูมืดค่ำไม่ต่างกับตอนกลางคืนเลย แถมในบริเวณวัดก็เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ยิ่งชวนให้บรรยากาศดูวังเวงเข้าไปอีก นี่ถ้าใครมาอยู่ในวัดตอนนี้ก็คงกลัวไม่กล้าก้าวเท้าออกไปไหนแน่ๆ

แต่ไม่ใช่กับอาร์ต ....... ตั้งแต่เขาจำความได้เขาก็อยู่ที่นี่มา 14 ปีแล้ว บรรยากาศเงียบๆวังเวงๆแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาคุ้นตาอยู่แล้ว เขาใส่รองเท้าอย่างเร่งรีบก่อนจะรีบวิ่งไปที่กุฏิหลวงพ่อ พอไปถึงเขาก็เอาย่ามคู่กายมาใส่ให้เรียบร้อย เพื่อจะทำงานประจำของเด็กวัดนั่นก็คือตามหลวงพ่อไปบิณฑบาต

จะว่าไปวัดแห่งนี้ก็ไม่ถือว่าเล็กนัก เพราะหลวงพ่อที่เป็นเจ้าอาวาสถือเป็นพระนักพัฒนาชื่อดัง ลูกศิษย์ลูกหาท่านก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา จนไปถึงเศรษฐีใหญ่ระดับพ่อเลี้ยงของจังหวัด วัดแห่งนี้จึงมีคนเข้าออกไม่ขาดสายในแต่ละวัน เงินปัจจัยที่ญาติโยมนำมาถวายจึงมีมากมายโดยที่หลวงพ่อไม่จำเป็นต้องทำเครื่องรางของขลังเลย ส่วนเงินปัจจัยเหล่านั้น หลวงพ่อก็ไม่ได้เอามาสร้างสิ่งปลูกสร้างอะไร แต่นำกลับมาพัฒนาชาวบ้าน จนชื่อเสียงของท่านเป็นที่ชื่นชมทั่วกัน

การเดินบิณฑบาตนี้ใช้ระยะทางที่ไกลไม่น้อย จากวัดเข้าตัวหมู่บ้านรวมระยะทางก็หลายกิโลอยู่ อีกทั้งสองข้างทางก็มีชาวบ้านที่ศรัทธานำของมาใส่บาตรไม่ขาดสาย ระยะทางที่ไกลบวกกับน้ำหนักของในย่าม ถือเป็นการออกกำลังกายชั้นดี ร่างกายที่อยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มของนายอาร์ตจึงสูงใหญ่ มีมัดกล้ามเล็กน้อย ดูแข็งแรงกว่าเด็กวัยเดียวกัน หน้าตาคมเข้มที่เป็นสัญญาณว่าโตขึ้นพ่อคนนี้ต้องเป็นหนุ่มเนื้อหอมนั้น ถูกซ่อนไว้ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อยของเจ้าตัว

“ใกล้สอบแล้วนี่ เป็นอย่างไรบ้างล่ะเจ้าอาร์ต” หลวงพ่อเอ่ยถามหลังจากการเดินบิณฑบาตจบลง

“ครับ ตอนนี้ผมอ่านหนังสือทบทวนทุกคืนครับหลวงพ่อ” เด็กหนุ่มตอบกลับ “กุฏิที่หลวงพ่อให้ผมไปอยู่เงียบมาก เหมาะกับการอ่านหนังสือทบทวนจริงๆครับ”

“ดีแล้ว เราน่ะโตแล้ว ควรจะแยกออกไปอยู่คนเดียวได้แล้ว ไหนจะต้องเรียนต้องอ่านอีก อยู่หลายคนมันวุ่นวาย ….. เออ ที่จริงใกล้สอบแบบนี้ไม่ต้องตามหลวงพ่อไปบิณฑบาตก็ได้ ให้ไอ้อ่ำไปแทนดีกว่า เราจะได้พักผ่อนให้เพียงพอ” หลวงพ่อกล่าวก่อนกำลังจะเดินจากไป

“ไม่เป็นไรครับพลวงพ่อ ผมเดินได้ครับ” ตั้งแต่เล็กจนโตเขาก็ได้หลวงพ่อเลี้ยงดู พระคุณของหลวงพ่อมีมากมาย การได้เดินตามรับใช้หลวงพ่อนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจที่สุด หลวงพ่อเองก็ไม่ได้ตอบอะไรนายอาร์ตต่อ แต่ท่านก็แบ่งอาหารที่ได้จาการบิณฑบาตให้นายอาร์ตเอาไปเป็นอาหารเช้า

วัดแห่งนี้นอกจากเขาแล้ว หลวงพ่อยังรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้อีกหลายคน และพอเด็กคนไหนที่ต้องเรียนหนังสือโตขึ้น หลวงพ่อก็จะแบ่งกุฏิว่างๆให้แยกไปอยู่ ทำให้อาร์ตได้มีมุมสงบในการอ่านหนังสือ ที่เขาต้องมุ่งมั่นเช่นนี้ก็เพราะต้องการทุนเรียนดีจากโรงเรียน ถึงแม้วัดแห่งนี้จะพอส่งเสียค่าเล่าเรียนให้เขาได้ แต่เขาก็ไม่ต้องการเป็นภาระให้วัด แล้วเงินนั้นก็น่าจะนำไปช่วยเด็กคนอื่นมากกว่า

แต่ถึงเรื่องค่าเล่าเรียนจะไม่ใช่ปัญหา แต่ค่าใช้จ่ายๆอื่นๆก็ยังมีอยู่ เขาจึงต้องทำงานรับจ้างต่างๆจากชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านรอบวัดก็ยินดี พวกเขาไว้ใจเด็กวัดที่นี้เพราะเชื่อมั่นในการสั่งสอนของหลวงพ่อ ...... และหนึ่งในงานที่อาร์ตทำประจำก็คือการซื้อกลับแกล้มให้ตาก่ำ สัปเหร่อของวัด

“ไอ้อาร์ต มึงจำคำกูไว้ ผู้หญิงมันเหี้ย พวกแม่งมีแต่จะมาหลอกมึง แล้วก็ทิ้งมึงไป” พอแกเริ่มเมาก็จะพูดพล่ำแบบนี้ตลอด เมียแกหนีไปกับชู้ แกก็เลยเอาแต่เมาทั้งวัน มันก็เลยเป็นหน้าที่อาร์ตที่จะต้องคอยมาซื้อกลับแกล้มให้แก แล้วก็นั่งฟังแกพล่ามเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา “ผู้หญิงมันแย่อย่างงั้นเลยเหรอ” เด็กหนุ่มก็ได้แต่คิดในใจ

วันต่อมา .... อาร์ตและเพื่อนๆอีก 3-4 คนถูกหลวงพ่อเรียกไปพบ เมื่อไปถึงก็เห็นชายสูงวัยแต่งตัวดีสวมเครื่องประดับทำจากทอง บ่งบอกถึงฐานะ อาร์ตรู้จักเขา “พ่อเลี้ยงณรงค์” เศรษฐีใหญ่ ประจำจังหวัด

“อืม ..... หน่วยก้านดีทุกคนเลยครับหลวงพ่อ” พ่อเลี้ยงหันมามองพวกเขาก่อนจะไปพนมมือพูดคุยกับหลวงพ่อต่อ

“พวกเอ็งน่ะ .... เดี๋ยวตามไปช่วยงานที่บ้านพ่อเลี้ยงเขาน่ะ แล้วตั้งใจทำงานล่ะ ให้สมกับที่ข้าไว้ใจ” หลวงพ่อกล่าว

“ไม่ต้องห่วงน่ะน้องๆ .... เดี๋ยว พี่จะให้ค่าตอบแทนเต็มที่” พ่อเลี้ยงพูดบอกอย่างเป็นกันเอง

งานที่ให้พวกอาร์ตมาช่วยวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เพียงจัดแต่งสวน เอาต้นไม้ที่พ่อเลี้ยงซื้อมาลงมาปลูก งานที่เริ่มตั้งแต่ช่วงสายคืบหน้าไปมาก พอถึงช่วงบ่าย 3 ก็ใกล้เสร็จ ต้นไม้ใหญ่ๆนำลงสวนหมดแล้วเหลือเพียงนำต้นเล็กมาจัดแต่งเท่านั้น

“นี่พวกเธอ พักได้แล้ว มากินน้ำก่อนสิ เนี่ยน้ำหวานพวกนี้เตยทำเองกับมือเลยน่ะ” เสียงใสๆปลุกอาร์ตให้ตื่นจากการทำงาน

เจ้าของเสียงชื่อคุณหนู ‘ใบเตย’ ลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อเลี้ยงณรงค์ ทันทีที่อาร์ตได้เห็นเธอครั้งแรกก็ตื่นตะลึงในความสวย ใบหน้ารูปไข่ที่ชวนมอง ดวงตาเรียวเล็กที่เต็มไปด้วยความสดใส ริมฝีปากบางๆที่มาพร้อมกับรอยยิ้มตลอดเวลา ผิวพรรณที่สวยใสที่ได้รับการบำรุงอย่างดี รูปร่างขนาด 32-23-33 ที่เติมโตสมกับวัยของสาวอายุ 16 ถึงแม้มันจะไม่ใหญ่โตเหมือนกับสาวที่โตเต็มตัว แต่มันก็ดูดีที่สุดในสายตาของเขาทีเดียว
เด็กสาวเองก็รับรู้ว่าที่คนกำลังมองมาที่เธอ เมื่อเธอหันมองกับไปก็เห็นเจ้าของดวงตานั้น เป็นเด็กหนุ่มที่น่าจะอายุอ่อนกว่าเธอ แต่มีรูปร่างหน้าที่หล่อเหลาไม่น้อย มันทำให้เธอหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอยิ้มตอบเขาก่อนจะหันหน้าหลบด้วยความเขินอาย

แม้หลังจากวันนั้นสวนก็ตกแต่งเสร็จเรียบร้อย แต่พ่อเลี้ยงก็ยังมีงานมาให้เด็กวัดพวกนื้ทำอีกเสมอๆ ทำให้อาร์ตได้เข้านอกออกในบ้านพ่อเลี้ยงเป็นประจำ จากทีแรกที่เขาได้แต่มองคุณหนูใบเตยอยู่ห่างๆ เขาก็ได้มีอากาสพูดคุยกับคุณหนูมากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

“คุกกี้อร่อยไหมอาร์ต” ใบเตยเอ่ยถามหลังจากนำคุกกี้ที่เธอพึ่งอบเองหมาดๆมาให้อาร์ตลองชิม

“อร่อยมากครับคุณหนู” อาร์ตพูดตอบทั้งๆที่มีคุกกี้อยู่เต็มปาก

“อาร์ตตตตตตต บอกกี่ทีแล้วอย่าเรียกคุณหนู ให้เรียกพี่ใบเตยก็พอไง” สาวร้องว่าขึ้นมาทันที

“คะ ... ครับ พี่ใบเตย ... ว่าแต่เรียกใบเตยเฉยๆไม่ได้เหรอครับ” นายอาร์ตเริ่มต่อรอง

“ไม่ได้ ~~~~~ เธอเด็กกว่าชั้นต้องเรียกชั้นพี่เข้าใจไหม” ใบเตยทำเสียงสูงใส่ แต่สำหรับอาร์ตมันเป็นเสียงที่น่ารักที่สุดเท่าที่เขาได้ยินมา สำหรับเขาในตอนนี้ นี่คงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดแล้ว การที่อาร์ตเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียน ทำให้เขาไม่เคยสนใจผู้หญิงที่ไหน แต่การที่เขาได้ใกล้ชิด ‘พี่ใบเตย’ ในวันนี้ ทำให้เขาได้เรียนรู้ความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง ความสุขที่เขาเรียกกันว่าความรัก

“กูเห็นมึงกับคุณหนูใบเตยสนิทกัน” ตาก่ำขี้เมาพูดขึ้นเมื่อเขาเอากลับแกล้มไปส่ง หน้าแปลกที่วันนี้แกไม่ได้เริ่มประโยคด้วยการด่าเมียให้เขาฟังเหมือนทุกวัน “อยู่ห่างๆคุณหนูเขาไว้ดีกว่า กูขอเตือน”

อาร์ตชักสีหน้าขึ้นมาทันที เขาเดินจากไปโดยไม่สนใจตำก่ำที่อยู่ข้างหลัง เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมใครๆก็ต้องขัดขวงความรักเขา เพราะไม่ใช่ตาก่ำคนแรกที่พูดแบบนี้ คนอื่นที่เห็นความผิดปกติในความสัมพันธ์ของเขากับพี่ใบเตยก็จะมาพูดแบบนี้กับเขาทั้งนั้น

“อย่าไปสนใจพวกผู้ใหญ่เลยอาร์ต เขาไม่เข้าใจเราหรอก” เธอตอบกับเขา แม้เธอจะพยามกลบเกลื่อนน้ำเสียงแค่ไหนแต่เขาก็รับรู้ได้ ถึงความเศร้าใจที่เธอมีไม่แพ้กัน

“อาร์ต ..... อีก 3 วันนี้อาร์ตมางานวันเกิดพี่น่ะ พี่อยากให้อาร์ตมาด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณพ่อหรอก พี่จะบอกเขาว่าให้อาร์ตมาช่วยเสิร์ฟดีไหม”

‘ช่วยเสิร์ฟ’ ที่จริงเขาอยากร่วมงานนี้ในฐานะแฟนของเธอมากกว่า แต่เขาก็ต้องได้แต่ทำใจ เด็กวัดอย่างเขาจะมีสิทธ์อะไรมาร่วมงาน ถ้าไม่ใช่มาคอยช่วยเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำ แต่ ..... ถึงจะเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำแต่ถ้ามันทำให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับพี่ใบเตยในวันสำคัญ สำหรับเขาก็ยินดี

3 วันที่ยาวนานสำหรับอาร์ตในที่สุดมันก็มาถึงสักที พี่ใบเตยเริ่มแผนตามที่ตกลงกันไว้ เธอขอพ่อว่าให้อาร์ตมาช่วยเสิร์ฟอาหาร พ่อเลี้ยงเองก็เห็นด้วย เพราะอาร์ตที่พ่อเลี้ยงเห็นก็คือเป็นเด็กเงียบๆ ท่าทางเรียบร้อยสงบเสงี่ยม ผิดกับเด็กคนอื่น ดูแล้วไว้ใจได้ เขาจึงไม่ขัดอะไรกับคำขอของลูกสาว แต่จะว่าไปถ้าเขารู้สาเหตุจริงๆที่ลูกสาวขอให้พาอาร์ตมา พ่อเลี้ยงจะตอบตกลงแบบนี้ไหมน่ะ

พออาร์ตเข้ามาถึงก็ต้องตกตะลึงกับการประดับประดาในงาน สวนที่เขาและเพื่อนเด็กวัดมาช่วยกันทำตอนนี้ประดับไปด้วยไฟหลากสี บ้านที่ดูสวยงามของพ่อเลี้ยงมาวันนี้ยิ่งสวยเข้าไปอีก ให้สมกับเป็นวันเกิดของลูกสาวคนเดียว แต่อาร์ตก็ยืนมองได้ไม่นาน คุณแม่บ้านที่มาดูแลเรื่องอาหารวันนี้ก็เรียกเขาไปอบรม สอนว่าควรเสิร์ฟอะไรให้แขก อะไรก่อนอะไรหลัง

พอพลบค่ำ แขกต่างๆก็ทยอยเข้ามาในงาน มีทั้งผู้ใหญ่ที่มางานวันเกิดพี่ใบเตย แล้วเลยไปหาพ่อเลี้ยง รวมถึงเด็กสาวอีกหลายคน ที่เป็นเพื่อนสนิทของพี่ใบเตย เด็กสาวเหล่านั้นทุกคนต่างแต่งตัวกันมาเป็นอย่างดี ด้วยเสื้อผ้าชุดราตรีสั้นๆ สีสวยสดใสที่มีราคาไม่น้อย แต่พวกเธอก็ต่างเป็นลูกพ่อค้าเศรษฐีทั้งนั้น ขนาดเรียนก็ได้เรียนในโรงเรียนหญิงล้วนสุดไฮโซประจำจังหวัด แล้วกะอีแค่ชุดไม่กี่หมื่นบาทมันจึงไม่เหนือบ่ากว่าแรงพ่อแม่ของพวกเธอเลย

เสียงที่ดังครื้นเครงสนุกสนานในงานเงียบลงชั่วขณะ ทันทีที่เจ้าของวันเกิดก้าวเข้ามา พี่ใบเตยเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีขาวที่ยาวแค่เข่า ชุดนี้สั่งตัดเพื่อเธอโดยเฉพาะมันเลยรับกับส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอได้เป็นอย่างดี โครงเหล็กของตัวชุดช่วยกระชับหน้าอกขนาด 32 ของเด็กสาวให้ตั้งชูชัน ชุดของเธอออกแบบให้เป็นแบบคล้องคอ มันจึงเผยหัวไหล่ และแผ่นหลังที่ขาวเนียนปราศจากสิวผ้า มันช่วยให้เธอในวันที่อายุครบ 17 ปี สวยสะพรั่งกลายเป็นสาวน้อยสุดเซ็กซี่ ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงาน

“แหมมมมม วันนี้แต่งตัวแรงจังน่ะจ๊ะ ไม่บอกนี่ชั้นคิดว่าเขามางานคนอื่นแล้วน่ะ” เพื่อนสาวของเธอร้องแซว

“ก็นิดนึง วันนี้มันวันสำคัญนี่ จะมาแต่งเรียบๆได้ยังไง” ใบเตยตอบกลับพร้อมกับหันมาสบสายตากับอาร์ต เพื่อสื่อความหมายที่เข้าใจกันสองคน

ภายในงานมีแต่เสียงหัวเราะสนุกสนาน ของขวัญราคาแพงจากแขกร่วมงานกองรวมกันจนแทบจะล้นโต๊ะ เค้กราคาแพงที่สั่งทำเป็นพิเศษถูกนำเข้ามาภายในงาน ท่านกลางของขวัญ ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม ทำให้งานครบรอบวันเกิดปีนี้เป็นอีกปีที่ใบเตยมีความสุข เสียงหัวเราะของเธอดังสดใส ทำให้นายอาร์ตที่ต้องคอยเสิร์ฟอาหารอยู่ห่างๆเผลอยิ้มตามไปด้วย การที่ได้เห็นเธอมีความสุขเขาเองก็มีความสุข

“ถ้าวันนี้คุณแม่ยังอยู่ก็ดีเนอะ” เสียงของพี่ใบเตยเอ่ยมาอย่างเศร้าๆ เธอแอบหลบภายในงานออกมาคุยกับอาร์ตที่ตอนนี้กำลังทำเตรียมน้ำพันซ์เข้าไปเสิร์ฟในงาน

“แต่วันนี้พี่ก็มีผมน่ะ” เขาเอ่ยตอบแบบแอบติดตลกเล็กน้อยเพื่อให้เธอยิ้มออกมา ได้ผล ... มันทำให้เธอยิ้มออกได้ เธอหันไปมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ทุเรศ”

“อาร์ต กินน้ำพันซ์สิ อร่อยน่ะ” เธอยกแก้วคริสตันราคาแพงที่บรรจุน้ำสีฟ้าสดใสยื่นให้เขา แต่อาร์ตก็ตอบกลับไปอย่างเจียมตัวปนน้อยเนื้อต่ำใจว่า “อย่าเลยครับพี่ใบเตย เดี๋ยวแก้วราคาแพงจะเปื้อนปากเด็กวัดจนๆอย่างผม”

พี่ใบเตยพยักหน้าช้าๆกับคำตอบนั้น เธอไม่ตอบอะไรกลับมาทั้งนั้นนอกจากกระดกน้ำพันซ์รวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะดึงนายอาร์ตเข้ามาใกล้แล้วบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา จูบที่หอมหนาวนี้ช่วยเปิดปากของทั้งคู่ออก น้ำพันซ์สีฟ้าใสที่พี่ใบเตยกระดกไปเมื่อครู่ไหลออกจากปากพี่ใบเตยสู่ปากอาร์ต ไหลเข้าไปจนหมด พี่ใบเตยดูดเข้าที่ลิ้นอาร์ตหนึ่งทีก่อนถอนปากออก เจอแบบนี้เล่นเอานายอาร์ตหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที

“แค่นี้ก็ไม่ต้องกลัวแก้วเปื้อนแล้วน่ะ” เธอตอบกลับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วกระซิบข้างหูเขาอย่างแผ่วเบาก่อนจะเดินจากไปว่า “เดี๋ยวเลิกงานอาร์ตไปรอพี่ที่เรือนเล็กข้างในน่ะ”

พอเข้า 5 ทุ่ม งานก็จบ แขกทยอยกลับบ้าน มีเพียงอาร์ตและคนรับใช้อีกไม่กี่คนเท่านั้นมียังต้องทำงานต่อ ไม่นานข้าวของต่างๆก็ถูกจัดเก็บและนำไปล้างจนเรียบร้อย งานของอาร์ตในวันนั้นจึงหมดลง เขาทำทีเป็นขอกลับวัด แต่พอคล้อยหลังคนอื่นๆเขาก็เดินไปที่เรือนเล็กที่อยู่หลังบ้านพ่อเลี้ยงทันที เรือนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ดูจากขนาดแล้วอาจจะเป็นเรือนคนใช้ที่ไม่ได้ใช้งานมากกว่า ภายนอกนั้นถูกใส่กุญแจแน่นหนาอย่างดี ทำให้อาร์ตไม่เคยเห็นข้างในเลย ทันทีที่เขาเดินไปถึง พี่ใบเตยก็ยืนรออยู่ด้านหน้าอยู่แล้ว

“สุขสันต์วันเกิดครับพี่ใบเตย” เขายื่นกล่องของขวัญใบเล็กๆที่เขาเตรียมมา มันอาจะเป็นของขวัญราคาถูกเมื่อเทียบกับของขวัญใบใหญ่ๆที่แขกเรื่อมอบให้พี่เขาในงาน แต่เขาก็ต้องเก็บหอมรอมริบไม่น้อยกว่าจะซื้อมันได้

“อาร์ตไม่น่าลำบากเลย” เธอตอบกับเขาพร้อมเอามันมาแนบอก “เข้าไปข้างในเถอะ” พี่ใบเตยไขกุญแจพร้อมกับดันหลังเขาเข้าไปข้างใน

ทันทีที่ไฟถูกเปิดสว่าง อาร์ตก็ต้องหลับตาลงชั่วครู่เพื่อปรับแสง ทันทีเขาปรับแสงได้ก็หันไปมองรอบๆช้าๆ เรือนนี้ถูกจัดแต่งอย่างโล่งๆ โล่งจนเกินไป มันมีเพียงเก้าอี้เหล็กอยู่กลางห้องเท่านั้น

“อะไรกันครับ พี่ ......” ไม่ทันจะเอ่ยจบประโยค เขาก็รู้สึกเหมือนมีของแข็งมากระแทกศีรษะ สติของเขาดับวูบลงทันที!!

อาร์ตสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อผิวของเขาถูกราดด้วยน้ำที่เย็นจัด อุณหภูมิของน้ำทำเอาเขาหนาวสั่นขึ้นมาทันที โดยเฉพาะตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงในตัวเดียวเท่านั้นที่ปกปิดกาย ตัวของเขานั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กที่เขาเห็นในตอนแรก สองมือและสองเท้าของเขาถูกพันธนาการแน่น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมาอยู่ในสภาพแบบนี้ เขาพยามสะบัดหัวไปมาช้าๆเพื่อเรียกสติให้กลับมาโดยเร็ว

“นี่มันอะไรครับพี่ใบเต.....” ใช่ที่เขาจำได้ก่อนจะหมดสติก็คือเขาเข้าห้องมาพร้อมกับพี่ใบเตย แต่ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยจนจบประโยค

“ผลัวะ!!” มือของหญิงสาวก็ฟาดเขาที่หน้าเขาเต็มแรง จนหน้าเขาแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ยังไม่ทันที่เขาจะร้องอะไรต่อ เธอก็จิกหัวเขาให้หันมาแล้วตะคอกเสียงดังลั่นว่า “มึงเลิกเรียกกูอย่างนี้ได้แล้ว กูเอียน ไอ้สถุล”

อาร์ตในตอนนี้หน้าชาไปหมด มันไม่ได้ชาเพราะโดนตบเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะคำพูดที่ออกมาจากหญิงสาวต่างหาก เขามึนงงสับสนไปหมด นี่มันอะไร พี่ใบเตยทำไมอยู่ๆถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ เขาค่อยๆมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เขาต้องการดูให้แน่ชัดว่านี่ใช่คนที่เขารักจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เขาเห็น ก็คือสายตาจากดวงตาเรียวสวย ที่เมื่อก่อนเขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นสดใส แต่ในวันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น ที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้มีเพียงการดูถูกเหยียดหยาม แววตาที่แสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน

เขาไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเคยเป็นสายตาคู่เดียวกัน

“มองหน้ากูเหรอ มึงมองหน้ากูเหรอ” หญิงสาวตวาดลั่น พร้อมกับหยิบเครื่องซ๊อตไฟฟ้าแล้วจี้ไปที่ผิวของเด็กหนุ่ม กระแสไฟฟ้าจำนวนมากไหลจากตัวเครื่องเข้าสู่ผิวกายของเขาทันที ร่างของเขากระตุกขึ้นตามกระแสไฟ เนื้อตัวปวดชาไปหมด ทุกอย่างมันคับแน่นอยู่ในอก จนเขาไม่มีแม้เสียงจะเปล่งออกมา

“ตายแล้วยัยใบเตยยยยยยยยย” เสียงหนึ่งดังขึ้น “เดี๋ยวมันก็ตายพอดี”

อาร์ตพยามมองไปยังต้นเสียงของเสียงนั้น ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเรือนเล็กกับพี่ใบเตยสองคน ยังมีคนอื่นอยู่ด้วย คนอื่นที่ว่าก็คือเด็กสาวเพื่อนร่วมห้องของพี่ใบเตยนั่นเอง เรือนเล็กๆหลังนี้เมื่อต้องรับคนอีกเกือบ 10 คน ทำให้ขนาดของมันเล็กลงทันตา

“ว่าแต่แกมือตกน่ะเนี่ย คราวนี้ใช้เวลาตั้งนานเลยนี่หว่ากว่าจะหลอกมันมาได้” เสียงข้างๆดังขึ้นมาเช่นกัน อาร์ตได้ยินประโยคนี้ชัดเจน โดยเฉพาะคำว่า ‘หลอก’

“ทำไงได้ล่ะ” พี่ใบเตยตอบพร้อมกับก้าวเข้ามาหาอาร์ตช้าๆ “ก็ไอ้นี่มัน โง่! โง่! โง่! โง่! โง่! ขนาดนี้ ชั้นน่ะอ่อยมันตั้งหลายที แต่มันก็โง่ ไม่เข้าใจ นี่น่ะเหรอที่คุณพ่อเคยชมว่ามันฉลาดน่ะ โง่ยิ่งกว่าควาย” หญิงสาวพูดไปพร้อมกับประเดนฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าเด็กหนุ่มไม่ยั้ง โดยเฉพาะทุกครั้งที่เธอลงท้ายด้วยคำว่าโง่ เด็กหนุ่มต้องทนรับกับฝ่ามือหลายสิบทีที่ฟาดลงบนใบหน้าโดยที่เขาไม่อาจจะป้องกันตัวเองได้เลย หน้าของเด็กหนุ่มในตอนนี้แดงก่ำไปหมด เลือดเองก็เริ่มซึมไหลออกจากมุมปาก จมูกของเขาแตกไปแล้ว ตอนนี้เลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทาง

“อย่างมึงต้องเจอแบบนี้” พี่ใบเตยเอ่ยขึ้น ในมือเธอตอนนี้ถือธูปกำใหญ่ที่ถูกจุดไว้เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่เธอก้าวขึ้นมาใกล้ ธูปเหล่านั้นก็จี้เข้าไปที่ต้นขาของอาร์ตทันที นายอาร์ตร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ได้เพียงไม่นาน เพราะเด็กสาวอีกคนเอาของมาอุดปากเขาทันที “จะเสียงดังทำไม รำคาญ”

หลังจากนั้นเกมส์การทรมานก็ดำเนินต่อไปไม่มีหยุด อาร์ตจำไม่ได้ว่าโดนอะไรไปบ้าง ทั้งตบ ทั้งฟาดด้วยแส้ ทั้งโดนซ๊อตด้วยไฟฟ้า ไหนจะธูปและน้ำตาเทียนอีก อาร์ตเองก็ร้องด้วยความเจ็บปวดแม้จะโดนอุดปากไว้จนคอแหบแห้ง สักพักพี่ใบเตยก็คิดเกมส์ขึ้นมาได้ใหม่ เธอเอาปากกาเมจิคสีดำมาขีดเป็นวงกลมที่หน้าอกของเขา พร้อมกับหยิบปืนอัดลมส่งต่อให้เพื่อน

“พวกเธอ ..... นี่เป็นไวน์ชั้นดีที่พ่อของชั้นได้มาจากฝรั่งเศสเลยน่ะ ถ้าใครยิงเข้าเป้าที่หน้าอกมันน่ะ มารับไปเลย”

สาวๆในงานส่งเสียงสนุกสนานกันใหญ่ จริงๆไวน์ขวดนั้นพวกเธอไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอก แต่พวกเธอสนุกกับการทรมานคนตรงหน้าต่างหาก และเกมส์ล่ารางวัลแบบนี้ก็ทำให้บรรยากาศสนุกขึ้นเป็นกอง สักพักพวกเธอก็จัดคิวกันเสร็จสรรพ สาวคนแรกที่มีโอกาสได้ยิงอาร์ตก่อนชื่อ “แอม” ทันทีที่เธอจัดการท่าทางได้แล้วเธอก็ร้องขึ้นมาว่า

“ยัยเตย เอาผ้าอุดปากมันออกสิ ชั้นอยากได้ยินเสียงมันร้องดังๆ”

พี่ใบเตยรับคำเธอแกะผ้าออกอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ผ้าออกจากปาก อาร์ตก็เอ่ยขึ้นมาอย่างอ่อนแรง

“ทำไมทำกับผมแบบนี้ ……”

“กูเกลียดมึงไง .... กูเกลียดสายตาของไอ้คนชั้นต่ำอย่างมึงที่มองกู กูอยากให้มึงได้สำนึกตัวว่ามึงเป็นใคร มึงคิดเหรอว่าคนชั้นต่ำอย่างมึงจะมีใครเอา มึงคิดเหรอว่าน้ำหน้าอย่างมึงจะมีโอกาสได้เอากู”

ยัยแอม ที่เล็งเป้าได้สักพักก็เหนี่ยวไกทันที กระสุนพลาสติกที่พุ่งออกจากกระบอกพลาดจากวงกลมที่ขีดไว้ไปเล็กน้อย กระสุนอัดเข้าไปที่อกข้างซ้ายของอาร์ตตรงตำแหน่งของหัวใจพอดี กระสุนนี้แม้ไม่โดนในวงกลม แต่มันก็เข้าเป้าอย่างจัง

หัวใจเขาปวด ..... ปวดทั้งจากแรงอัดของกระสุน ปวดทั้งคำพูดเหยียดหยามของใบเตย และปวดจากความจริงที่เขาได้เผชิญ ที่แล้วมาระหว่างเขากับใบเตย มันเป็นแค่ละครเท่านั้น ใบเตยไม่เคยคิดรักเขาเลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอกับรังเกียจเขาด้วยซ้ำ รังเกียจมากจนหลอกเขามาในเรือนนี้ มาเพื่อทรมาน มาเพื่อทำลายหัวใจเขาให้ยับเยินไม่มีชิ้นดี “ผู้หญิงมันเหี้ย พวกแม่งมีแต่มาหลอกมึง จำคำกูไว้” คำพูดของสัปเหร่อขี้เมาดังก้องอยู่ในหัวของอาร์ต คำที่ตอนแรกอาร์ตปฏิเสธอย่างสุดตัว

“นี่กล่องอะไรเหรอ ยัยใบเตย” ยัยแอมเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบ ‘ของขวัญวันเกิด’ ที่นายอาร์ตมอบให้ขึ้นมาดู

“ก็แค่ขยะน่ะ” เธอตอบพร้อมกับหยิบกล่องจากมือเพื่อน แล้วโยนลงพร้อมกับใช้เท้าขยี้จนแหลกสลาย พร้อมๆกับสติสัมปชัญญะของอาร์ตที่ขาดสะบั้นลงทันที

ร่างของอาร์ตกระตุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สาวๆในห้องต่างร้องขึ้นมาอย่างตกใจ ร่างของนายอาร์ตสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงจนแม้แต่เก้าอี้เหล็กที่ยึดไว้แน่นก็ยังสั่นตาม ทันใดนั้นร่างกายของนายอาร์ตก็หยุดลง พร้อมกับไอสีเขียวจำนวนมากพุ่งออกจากร่างกายไปทั่วสารทิศ พริบตาเดียวทั้งเรือนก็ถูกปกคลุมด้วยไอสีเขียวนี้จนหมด ใบเตยเป็นคนแรกที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของตัวเอง ร่องหีเธอขมิบไม่หยุด น้ำเงี่ยนเริ่มไหลเป็นทาง ความเงี่ยนพุ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอทรุดลงอย่างอ่อนแรง เมื่อเธอหันไปมองรอบๆ เพื่อนๆของเธอล้มตัวลงไปนอนด้วยความเสียว บางคนที่ไม่เคยโดนเย็ดมาก่อนก็ร้องครวญครางสุดเสียงพร้อมกับน้ำแตกไหลเป็นทาง บางคนที่พอรู้เรื่องเย็ดมาบ้างก็ใช้นิ้วมือแยงหีไม่หยุดเพื่อลดความเงี่ยน

ใบเตยค่อยๆคลานไปที่นายอาร์ตช้าๆ ตอนนี้หน้าเธอแดงก่ำไปด้วยความเงี่ยน เธอรู้ดีว่าท่อนควยข้างหน้าเท่านั้นที่จะหยุดความเงี่ยนนี้ได้ เธอถอดกางเกงในของอาร์ตออกอย่างเร่งรีบ ทันทีที่ท่อนควยเป็นอิสระมันก็ชูชันขึ้นมาทันที พอได้เห็นควยตรงหน้า ใบเตยก็ร้องอย่างดีใจ เธอปีนขึ้นไปบนตักอาร์ต แล้วจัดการแหวกกางเกงในราคาแพงของเธอออก พร้อมกับค่อยๆหย่อนรูหีลงบนท่อนควยทันที

“ซี๊ดดดดดดดดดดดด” เธอร้องมาอย่างสุดเสียง ท่อนควยนี้มันช่างใหญ่และยาวมาก ขนาดมันไม่น่าจะเป็นของเด็กหนุ่มวัย 14 เลย รูหีเธอยังพยามกลืนท่อนควยอย่างต่อเนื่อง และทันที่มันกลืนท่อนควยไปจนมิด เธอก็เริ่มควบแท่งควยนี้ทันที

“อุยยยยยยย ทำไมมันใหญ่อย่างงี้ ซี๊ดดดดด มันส์จริงๆ” ใบเตยครวญครางด้วยความสุขสม ท่อนควยขนาดใหญ่ที่อยู่ในร่องหีนั้นช่วยบรรเทาความเงี่ยนให้เธอได้ดีเหลือเกิน เธอเริ่มเร่งความเร็วของสะโพกเพื่อให้สอดรับกับความเงี่ยนของเธอที่กำลังเพิ่มเป็นทวีคูน ความเงี่ยนพวกนี้มากจากไหนก็ไม่รู้ ตอนที่เธอหย่อนหีลงบนควยใหญ่ๆแท่งนี้ เธอก็รู้สึกเหมือนความเงี่ยนได้ถูกระบายออก แต่พอเธอโยกควยเท่านั้นแหละ ความเงี่ยนก็ประทุขึ้นมาอีกครั้ง และไม่มีทีท่าจะหมดลงเลย

การโยกสะโพกอย่างรุนแรงของเด็กสาวตรงหน้า ค่อยๆปลุกอาร์ตให้ตื่นจากภวังค์อีกครั้ง แม้ตอนนี้สติของเขาจะยังไม่คืนมาเต็มร้อย แต่เมื่อเห็นหน้าอกที่กำลังสั่นไหวเพราะแรงขย่มตรงหน้า เขาก็อ้าปากแล้วขบกัดเต้างามคู่นั้นทันที จะเรียกว่าเป็นสัญชาติญาณก็ได้มั้ง ในขณะที่สาวน้อยทำได้เพียงหลับตาแล้วส่งเสียงซี๊ดซ๊าดเท่านั้น จากการขบกัดของเด็กวัดต่ำต้อยตรงหน้า และจากการโยกขย่มอย่างรุนแรงของเธอ ในที่สุดมันก็ส่งเธอถึงจุดหมาย น้ำเงี่ยนเธอแตกไหลลงเป็นทาง แต่ทั้งๆที่เธอถึงจุดสุดยอดไปแล้ว แต่ความเงี่ยนก็ยังไม่ลดลงเลย เธออยากให้แท่งควยกระแทกเข้ารูหีอีก แต่น่าเสียดายที่แข้งขาเธออ่อนแรงเสียแล้ว เธอจึงค่อยๆปลดสายที่รัดข้อมือของเด็กหนุ่มตรงหน้าออก โดยที่หน้าอกก็แอ่นรับการขบกัดที่รุนแรงของเขาไม่ยอมถอย

ทันทีที่มือของอาร์ตเป็นอิสระ เขาก็อุ้มใบเตยแล้ววางลงบนพื้น ก่อนจะปลดสายรัดข้อเท้าของเขาอย่างรวดเร็ว แล้วจากนั้นเขาก็คุกเข่าแทรกเข้าไปอยู่หว่างขาของใบเตย เขามองร่างงามที่บิดไปมาด้วยความเงี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกระฉากชุดงามราคาแพงที่ปกปิดร่างกายหญิงสาว แรงกระฉากของเขาทำให้ชุดขาดลงทันที แต่ใบเตยกับร้องอย่างสะใจกับการกระทำแสนป่าเถื่อนนั้น เธอคลึงเต้านมของเธอไปมา ราวกับเชิญชวนเด็กหนุ่มตรงหน้า ให้เข้ามาเย็ดเธออย่างป่าเถื่อนอีกรอบ

อาร์ตไม่รอช้า เขาตอบสนองความต้องการของเด็กสาวทันที ท่อนควยที่จ่อรูหีเมื่อครู่ได้กระแทกเข้าร่องหีของใบเตยอย่างรุนแรง ใบเตยร้องเสียงดังลั่นขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะใช้ขาสองข้างรัดเอวเด็กหนุ่มไว้ พร้อมกับแอ่นหีรับการกระแทกที่รุนแรง

ตอนนี้สติของอาร์ตกลับมาได้เกือบหมดแล้ว เขามองไปรอบๆห้องก็เห็นเพียงเด็กสาวเกือบสิบคนที่ทรุดตัวลงครวญครางด้วยความเสียว และเมื่อเขามองมาเบื่องหน้า เขาก็ต้องตกใจเล็กน้อย ตอนนี้เขากำลังเย็ดใบเตยอยู่นั่นเอง ร่างขาวงามที่เปลือยเปล่านอนบิดตัวไปมา ตรงหน้าอกมีรอยกัดเป็นรอบแดงเต็มไปหมด ปากของเธอก็ครวญครางด้วยความเสียว ในขณะที่สองขาก็กอดรัดที่รอบเอวของเขาไม่ยอมปล่อย สภาพของใบเตยตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับกระหรี่ราคาถูกที่ขายตัวอยู่ในตัวเมืองเลยด้วยซ้ำ

อาร์ตยิ้มออกมาอย่างสะใจ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่การที่เขาได้เย็ดอยู่นี้มันก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด เขาปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสัญชาติญาณ ส่งแรงกระแทกที่หนักหน่วยเข้าไปร่องหีตรงหน้า ราวกับจะให้มันพังคาควย ไม่นานความเสียวของเขาก็มาถึงจุดสิ้นสุด น้ำเงี่ยนจำนวนมากหลั่งไหลเข้าไปในมดลูก ใบเตยเองถึงกับจุกจนหายใจไม่ออก ทำได้เพียงส่งเสียงครางในลำคออย่างทรมาน ไม่นานนักหลังจากแท่งควยปล่อยน้ำเงี่ยนออกมาจนหมด อาร์ตก็ถอนควยออกอย่างรวดเร็ว น้ำเงี่ยนที่ขังอยู่ในมดลูกพุ่งออกมาเป็นสายราวกับท่อแตก

อาร์ตลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เขาเริ่มเห็นความผิดปกติของร่างกาย ตอนนี้ตัวเขามีไอสีเขียวพุ่งออกมาไม่หยุด ไอพวกนี้คืออะไรก็ไม่รู้ เขาหลับตาลงช้าๆเพื่อสั่งให้มันหยุด ได้ผล ..... ไอสีเขียวหยุดลงทันที อาร์ตนำเสื้อผ้าของเขามาสวมใส่อย่างเร่งรีบ ทิ้งร่างเด็กสาวเกือบสิบคนที่ครวญครางด้วยความเสียวไว้เบื้องหลัง
.
.
.
.

“เออ ..... มึงไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ตาก่ำพูดขึ้นมาหลังจากที่อาร์ตไปซื้อกลับแกล้มให้ “กูก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับคุณหนูเขา แต่เห็นเขาลือกันว่าคุณหนูเขาเคยมีแฟนหลายคน และสุดท้ายทุกคนมักมีสภาพเละเทะราวกับโดนใครรุมซ้อมมา”

ตาก่ำกระดกเหล้าเข้าปากอีกรอบก่อนจะพูดต่อ “กูก็พยามเตือนมึง แต่กูก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่กูเห็นมึงไม่เป็นอะไรมากแบบนี้กูก็เบาใจ มึงโชคดีแล้วน่ะไอ้อาร์ต อ้อ .... แล้วมึงก็อย่าไปแค้นเคืองเอาคืนคุณหนูแกเลยว่ะ เขาเป็นลูกพ่อเลี้ยง มึงทำอะไรไม่ได้หรอก”

“ครับลุง ผมเข้าใจ” เด็กหนุ่มตอบกลับ “ลุง ... ผมกินมั่งสิ”

“เหอะ ๆๆ” ชายแก่หัวเราะอย่างไม่เชื่อหู ที่วันนี้เพื่อนต่างวัยของเขาเอ่ยปากขอกินเหล้าด้วย “เออ .... แต่ค่าจ้างไปซื้อกลับแกล้มกูไม่จ่ายน่ะ”

.
.
.
.

“อาร์ตตตตตตตตต ได้โปรดเถอะ เย็ดพี่ที พี่ไม่ไหวแล้ว” เสียงอีใบเตยทำให้อาร์ตให้ไปมองอย่างช้าๆ ตั้งแต่โดนควยอาร์ตไปวันนั้น อีนี่ก็นอนไม่หลับ กระวนกระวายแทบบ้าอยากได้ท่อนควยมากระแทกรูหีอีก จนวันนี้มันทนไม่ไหวต้องแอบเขามาหาถึงในกุฏิ

“มึงกลับไปได้แล้ว วันนี้กูไม่มีอารมณ์” อาร์ตเปิดประตูออกแล้วตอบกลับไป แต่ใบเตยไม่ยอมแพ้ตรงเข้ามากอดขาเขาไม่ยอมปล่อย “อาร์ต เย็ดพี่ที พี่ไม่ไหวแล้วพี่เงี่ยนเหลือเกิน ถ้าอาร์ตไม่เย็ดพี่พี่ต้องตายแน่” เธอร่ำไห้ไม่ยอมหยุด

“เงี่ยนนักเหรอมึง นี่เหรอคุณหนูลูกผู้ดี ทุเรศ! เงี่ยนหาควยอย่างกับหมา มึงอยากโดนเย็ดมานักใช่ไหม ได้ .... มึงคลานสี่ขาแล้วเห่าสิ มึงทำให้เหมือนหมาน่ะ ถ้ามึงทำได้ กูอาจจะยอมเย็ดมึงสักหนึ่งที”

อีใบเตยค่อยๆทรุดตัวลงคลานสี่ขาทันที มันค่อยๆคลานไปมาพร้อมกับส่งเสียง โฮ่งๆๆ ไม่หยุด น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม บ่งบอกถึงความอับอายที่มีอยู่ในใจ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเลยสักครั้งที่ต้องมาอยู่ในสภาพที่น่าทุเรศเช่นนี้ เธออยากจะลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งหนีไปให้พ้นๆ แต่ความเงี่ยนและความอยาก กลับมีอิทธิพลเหนือจิตใจเธอมากกว่า ทำให้เธอไม่อาจขัดขืนเขาได้เลย

“อาร์ต ขอแค่อาร์ตเย็ดพี่ พี่ยอมทุกอย่าง พี่ยอมเป็นหมา เป็นกระหรี่ทุกอย่างที่อาร์ตต้องการ ขอแค่อาร์ตเย็ดพี่ก็พอ” หญิงสาวพูดไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ภาพนี้มันไม่ทำให้เขาใจอ่อนลงได้เลย ตรงกันข้ามเขารู้สึกสะใจขึ้นมาอย่างประหลาด เขามองไปที่มือขวาช้าๆ ตอนนี้มีไอสีเขียวปล่อยออกมาเล็กน้อย เขาไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่มันก็คงเป็นพลังที่พระเจ้าประทานให้เขาแน่ๆ

และหลังจากนั้น

อาร์ตก็ตามเย็ดเด็กสาวคนอื่นๆที่ร่วมกันทรมานเขา ไม่ช้าเด็กสาวทุกคนก็ตกเป็นทาสสวาทของเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น อาร์ตเริ่มสนุกกับพลังที่ได้มา พลังนี้ช่วยเปลี่ยนให้เขาจากครั้งนึงเป็นแค่เด็กวัดจนๆโดนดูถูกเหยียดหยาม ให้กลายเป็นคนใหม่ที่มีพลังอำนาจอยู่เหนือใครๆ

ในข


Re: แค่นิยาย ตอนที่ 3 Turning Point
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2017, 07:58:21 pm »
อยากมีชีวิดแบบนี้จัง  ขอบคุณ

*

ออฟไลน์ sunshine9

  • Gold Member
  • *****
  • 1086
  • 490
    • ดูรายละเอียด
Re: แค่นิยาย ตอนที่ 3 Turning Point
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2019, 10:26:53 pm »
ขอต่อส่วนที่ขาดไปครับ

ในขณะที่เขากำลังสนุกกับการตามเย็ดเด็กสาวต่างๆอยู่นั้น พวกเธอเหล่านั้นก็เริ่มระหองระแหงกันมากขึ้น จากเดิมที่เป็นเพื่อนสนิทก็กลายมาเป็นศัตรู ทุกคนพยามแสดงตัวเป็นเจ้าของอาร์ตจนในที่สุดก็มีการลงไม้ลงมือกันเป็นคู่ๆ อย่างใบเตยกับแอมก็ตบตีกันจนต้องแยกย้ายกันเข้าโรงพยาบาล ทั้งหมดนี้อาร์ตก็รับรู้ แต่เขาก็ไม่คิดสนใจยังตั้งหน้าตั้งตาหาเด็กสาวมาสนองตัญหาตัวเองอยู่เรื่อยๆ

จนกระทั่งอาร์ตจบม.6 เขาสามารถเอนท์เข้ามหาลัยบางกอกบัณฑิตได้ ทันทีที่เขาทราบผลเขาก็ลาหลวงพ่อลงมากรุงเทพฯทันที โดยไม่คิดจะลาบรรดาเมียคนไหนเลย พอใบเตยรู้เท่านั้นแหละว่าเขาจากไปแล้ว เธอก็ร้องคร่ำครวญราวกับจะขาดใจ ทำให้เรื่องที่เธอแอบเย็ดกับอาร์ตแดงขึ้นมาทันที พ่อเลี้ยงโกรธมากเมื่อทราบเรื่อง แต่เพราะเกรงใจพลวงพ่อจึงไม่กล้าทำอะไร ได้แต่กล่าวอาฆาตไว้เท่านั้น

.
.
.
.

อาร์ตเริ่มชีวิตใหม่ในกรุงเทพ เขาหันมาตั้งใจเรียนอย่างที่เคยทำมาอีกครั้ง ใช้ชีวิตตามประสาเด็กหอทั่วไป มีเพื่อนร่วมห้องเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายชื่อไอ้ตุ๋น มันเป็นเพื่อนร่วมคณะของเขาเอง อันที่จริงมันก็มีบ้านอยู่ แต่ว่ามันไกลก็เลยหันมาอยู่หอใกล้ๆมหาลัยดีกว่า แล้วอีกเหตุผลก็คือมีหอแบบนี้เอาหญิงมาเย็ดสะดวก

“ไอ้อาร์ต ไปทองหล่อกัน” ไอ้ตุ๋นร้องขึ้นขณะกำลังแต่งตัวเตรียมไปเที่ยวราตรีเต็มที่

“มึงไปดิ กูขี้เกียจว่ะ ว่าจะอ่านหนังสืออีกหน่อย” เขาตอบกลับ

เมื่อเห็นเพื่อนกำลังใฝ่ดีแบบนี้ไอ้ตุ๋นก็ร้องอย่างขัดใจ มันไม่ยอมแพ้พยามลากอาร์ตอย่างเต็มที่ ในที่สุดทั้งอาร์ตทั้งมันก็มายืนหน้าผับจนได้ ไม่นานนักเพื่อนๆในคณะอีก 2-3 คนก็ตามมาสมทบ ไอ้ตุ๋นอาสาเข้าไปหาโต๊ะในร้านทิ้งให้อาร์ตและคนอื่นๆรออยู่ข้างนอก

อาร์ตมองไปรอบๆ บรรยากาศในสถานที่เที่ยวยามราตรีนี้น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับตัวเขาเป็นอย่าง มาก แม้ที่ลำปางจะมีที่แบบนี้เหมือนกัน แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับบรรยากาศของเมืองหลวง เขามองผู้คนที่เดินไปมาอย่างสนใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะไปเจอกับผู้หญิงคนนึง เธอใส่เกาะอกสีดำสุดเซ็กซี่ ตัดกับผิวขาวสดใสของเธออย่างน่าดูชม ชวนดึงดูดให้อาร์ตมองอย่างสนใจ

เธอเองก็กำลังหันหน้าไปมาราวกับมองหาใครอยู่ ทำให้เธอหันมาสบสายตากับอาร์ตพอดี แม้ชายหนุ่มตรงหน้าจะหน้าตาดีไม่น้อย แต่เสื้อผ้าราคาถูกที่เขาสวมใส่ก็บ่งบอกฐานะได้เป็นอย่างดี เธอส่งสายตากลับไปอย่างเหยียดหยาม พร้อมกับเชิดหน้าเล็กน้อยแล้วก้าวจากไปทันที อาร์ตถึงกับตาลุกวาวด้วยความโกรธ สายตาแบบนี้แหละที่เขาเกลียด แต่ไม่ทันที่เขาจะทำอะไรต่อ ไอ้ตุ๋นก็มาตามพวกเขาให้เข้าไปในร้าน

“ไอ้อาร์ต มึงมาพนันกับกูหน่อยไหม” ไอ้ตุ๋นเอ่ยขึ้นหลังจากที่มันซัดไปหลายแก้ว ไอ้นี่พอเหล้าเข้าปากทีไรไอเดียบรรเจิดทุกที “มึงเห็นผู้หญิงที่ใส่เกาะอกสีดำนั่นไหม ถ้ามึงไปขอเบอร์มาได้กูยกเหล้าให้ทั้งขวดเลย” มันร้องท้า

อาร์ตเมื่อมองไปยังเป้าหมายตาเขาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที ผู้หญิงคนนี้เป็นคนเดียวกับที่ส่งสายตาดูถูกเขาที่หน้าร้าน เขากระดกเหล้าทีเดียวหมดแก้ว แน่นอนเขาไม่คิดปฏิเสธคำท้าของเพื่อนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ ...

“กูว่ามันอ่อนไปว่ะ” เขาตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวกูจะเย็ดอีนี่ให้พวกมึงดูเลย”

พูดจบเขาก็เดินไปหาหญิงสาวทันที

<จบตอน>

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ