ก้อย final season ep 19 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )

ก้อย final season ep 19 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )

  • 1 ตอบ
  • 12376 อ่าน
*

ออฟไลน์ mamyedkuy

  • Junior Member
  • ***
  • 297
  • 1431
    • ดูรายละเอียด
ก้อย final season ep 19 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )
« เมื่อ: ตุลาคม 09, 2011, 11:31:23 pm »
 “วันเสาร์นี้พาไปดูลูกหมาด้วยนะ”
        แนนพูดเบาๆ ในขณะที่ผมโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง ถึงผมจะรู้ว่าถ้าพาแนนไปดูแล้วเธอต้องงอแงอยากได้ลูกหมามาเลี้ยงเลยแน่ๆ แต่ผมก็ใจอ่อนรับปากเธอ ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว แต่คงใกล้สว่างแล้วแน่ๆ และผมก็รู้สึกง่วงมากจนแน่ใจว่าพรุ่งนี้คงจะตื่นไปทำงานไม่ไหว

        ผมรู้สึกตัวแต่ยังไม่ลืมตาดูผมยังคงกอดแนนไว้ในอ้อมแขน ผมคาดว่าตอนนี้น่าจะประมาณ 9 โมงเช้าแล้ว ผมค่อยๆ ลืมตาดูก็พบว่าผมกำลังกอดหมอนข้างอยู่ไม่ใช่แนนอย่างที่ผมคิด ผมพลิกตัวนอนหงายพยายามจ้องดูนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะ ตอนนี้ 9 โมงครึ่งแล้ว

        ผมขยับตัวไปมาเพื่อให้หายง่วง เพื่อที่จะได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ประตูห้องนอนเปิดขึ้น แนนเข้ามาพร้อมถาดแบบมีขาสั้นๆ และจานที่มีอาหารเช้าน้ำส้มวางอยู่ ผมสะบัดผ้าห่มออกแล้วเลื่อนตัวขึ้นนั่งเอาหลังพิงกับหัวเตียง แนนเอาถาดมาวางที่ตักผม

        “อาหารเช้าค่ะ” แนนยิ้มหวาน
        “ขอบใจจ๊ะ” ผมจ้องดูอาหารในจาน

        มันประกอบไปด้วยไข่ดาวเสาร์ที่วงแหวนรอบนอกไหม้เกรียม เบคอนทอดที่ดูเหมือนกรอบจนเหมือนหมูแผ่น และไส้กรอกรมควันภูเขาไฟ เพราะมันดำจนเหมือนเอาไปคลุกกับขี้เถ้า ผมเกือบเผลอหลุดปากแซวเมนูอาหารเช้าของแนน แต่ก็ปิดปากไว้ได้ทัน

        “แนนไปเรียนก่อนนะค่ะ วันนี้อย่าลืมซื้อไอติมมาด้วยนะ แล้วพรุ่งนี้ไปซื้อน้องหมากันนะ”
        “สะซื้.........เออจ๊ะ” ผมจะทักแนนว่าซื้อเลยหรอแต่ก็หยุดคำพูดไว้ได้ทัน
        “บายค่ะ” แนนเข้ามาหอมแก้มผมทำให้สร้อยที่มีแหวนคล้องอยู่หลุดออกมาจากเสื้อนักศึกษา
        ผมยิ้มดีใจที่แนนยอมใส่สร้อย เพราะผมคิดว่าพอเธอหายเมาเธอจะถอดมันเก็บซะอีก
        แนนยิ้มอายๆ ก่อนจะรีบออกไปจากห้อง
        พอแนนออกไปจากห้องผมก็เริ่มค่อยเขี่ยๆ ไข่ดาวเสาร์ดูว่ามันยังพอจะกินได้หรือเปล่า แต่ด้วยความหิวและไม่อยากให้แนนเสียใจที่ผมไม่ยอมทานอาหารเช้าที่เธอทำให้ ผมก็ลองเอาซ้อมจิ้มไข่ขาวที่ค่อนข้างเกรียมขึ้นมาชิม รสชาติมันไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิด มันมีรสชาติที่ผมบอกไม่ถูกถึงมันจะมีรสขมบนอยู่บ้างในส่วนที่ไหม แต่มันกลับมีอีกรสชาติที่ทำให้ผมเริ่มกินอาหารเช้ามือนี้จนหมด รสชาติอีกอย่างที่ผมพูดถึงมันก็คือรสชาติของความตั้งใจที่จะทำอาหารให้กับคนที่รักทาน

        หลังจากทานอาหารเสร็จผมก็ลุกขึ้นถือถาดไปที่ล้างจาน ผมคิดว่าไหนๆ ก็สายแล้ว ผมล้างจานเลยดีกว่าก้อยจะได้ไม่ต้องมาล้างอีกตอนเย็น แต่ไม่ทันที่ผมจะได้เริ่มทำอะไร โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น

        “บีอยู่ไหนเนี่ย” พี่คมพูดเสียงดังจนผมแทบจะต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู
        “ขอโทษทีพี่ พอดีเมื่อคืนหนักไปหน่อยเลยตื่นสายครับ”
        “แล้วนี่ตื่นหรือยังวะ”
        “ตื่นแล้วครับพี่ มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ”
        “เออมีซิ ไปพบลูกค้าหน่อยซิ”
        “อ้าวแล้วคุณไพศาลหละครับ”
        “พี่ไพศาลเค้าไปดูโรงงานกับลูกค้าอีกเจ้า”
        “งั้นพี่ไปก็ได้นี่ครับไม่เห็นจะต้องรอผมเลย”
        “ไอ้บี มึงลืมแล้วหรอว่ามึงตำแหน่งอะไรแล้วตอนนี้ แล้วลูกค้าจากจีนกลุ่มนี้ก็สำคัญมากด้วย มึงจะโยนความรับผิดชอบให้กูหรอ”
        “ไม่ใช่ครับพี่ อืมถ้ามีลูกค้าสำคัญแบบนี้ทำไมลินไม่บอกผมนะแปลกจัง” ผมบ่นกับตัวเอง
        “บ่นอะไรของแก เที่ยงนี้นะอย่าไปสายหละ รายละเอียดกูโทรไปบอกน้องที่แผนกแกแล้ว”
        “ใครครับน้องผมทั้งหลายคน”
        “เดี๋ยวซิวะ กูกำลังนึกอยู่ อ้อชื่อหญิง กูโทรไปที่โต๊ะหงส์แต่รู้สึกว่าจะลาใช่ไหม แล้วน้องหญิงเนี่ยรับ กูเลยฝากเรื่องไว้แทน”
        “อ้อครับได้ครับพี่”
        “เออรีบๆ ออกมาตอนนี้เลย 10 โมงกว่าแล้ว อย่าไปสายนะมึง”
        “ครับพี่ผมไม่สายหรอกครับ รับรอง”

        วางสายจากที่คมผมก็เดินไปหยิบ ipad มาดูปรากฏว่าลินส่งข้อความมาหาผมหลายรอบ และพอดูมือถือก็มีสายลินโทรเข้ามาหลายสาย นี่ผมเผลอปิดเสียโทรศัพท์ไปตอนไหนนะ แล้วผมก็นึกได้ว่าผมปิดมันไปเมื่อเช้าวานตอนที่แนนกับฟางออกไปเรียนกันแล้ว เพราะผมไม่อยากให้ใครมารบกวนช่วงเวลาที่ผมอยู่กับหงส์สองคน แล้วก็มีสายเข้ามาระหว่างที่ผมกำลังดู miss calls อยู่

        “พี่บีค่ะทำไมไม่รับสายลินเลยหละค่ะ ส่งข้อความไปก็ไม่ยอมตอบ”
        “ขอโทษทีนะเมื่อวานพี่มีเรื่องยุ่งๆ หนะเลยปิดเสียง และคงเผลอไปปิดสั่นด้วย พี่เห็นข้อความแล้วหละ พี่กำลังจะไปนะ”
        “ลินไม่ได้หมายถึงเรื่องงานนะค่ะ ลินเป็นห่วงพี่ค่ะ อยู่ๆ พี่บีก็หายไป ลินก็กลัวว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า ลินเป็นห่วงพี่มากนะค่ะ อยากจะไปดูที่คอนโดพี่แต่ก็กลัวว่าจะทำให้แฟนพี่รู้เรื่องของเราแล้วโกรธพี่”
        “ขอบใจมากนะ ต่อไปพี่จะไม่ปิดโทรศัพท์แบบนี้อีกแล้ว อืมอาทิตย์นี้พี่เอาแต่ยุ่งจนไม่ได้คุยสรุปเรื่องงานกันเลยนะ ลินไม่โกรธพี่นะ”
        “ลินไม่โกรธหรอกค่ะ ลินเข้าใจ ลินเองแค่ได้รับความรู้สึกดีๆ ที่พี่มีให้ก็มีลินก็มีความสุขแล้วหละค่ะ เรื่องอื่นแล้วแต่พี่จะต้องการ ลินพร้อมให้พี่เสมอ”
        “ลินพูดแบบนี้พี่ยิ่งรู้สึกแย่นะเนี่ย อืมเอาเป็นว่าวันจันทร์เที่ยงเราไปทานสเต็กร้านเดิมกันไหม พี่ไม่ได้ทานนานแล้ว”
        “อืม ก็แล้วแต่พี่ค่ะ” ลินพูดด้วยน้ำเสียงดีใจผสมกับเขินอายเพราะรู้ดีกว่าหลังอาหารเที่ยงจะเกิดอะไรขึ้น
        “งั้นก็ตามนี้นะ อ้าวแย่แล้วจะ 11 โมงแล้วพี่ไปสายแน่เลย”
        “งั้นแค่นี้ก่อนก็ได้ค่ะ พี่บีรีบไปตามนัดเถอะเดียวจะสาย”
        “จ๊ะ แล้ววันจันทร์เจอกันนะ แต่ตัวสวยๆ นะ พี่อยากเห็นลินใส่ชุดสวยๆ แบบสาวๆ ทั่วไปบ้าง”
        “ค่ะพี่บี” เสียงลินสั่นเหมือนกำลังจะละลายด้วยคำหวานของผม

        หลังจากวางสายลินผมก็รีบอาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้วก็รีบออกจากห้องลงไปที่รถตอนนี้ 11 โมงกว่าแล้วถ้าผมเข้าบริษัทก่อนต้องสายแน่ๆ ผมเลยโทรหาหญิงถามถึงโรงแรมที่นัดไปเจอกับลูกค้า

        “พี่บีจะไม่เข้ามาหรอค่ะ แต่พี่บีต้องเอาเอกสารให้ลูกค้าดูด้วยนะค่ะ”
        “งั้นหรอแต่ถ้าพี่แวะเข้าไปต้องสายแน่ๆ เลย”
        “ถ้างั้นหญิงเอาไปให้ที่โรงแรมดีไหมค่ะ”
        “งานยุ่งหรือเปล่า ให้คนอื่นเอามาให้แทนก็ได้นะ”
        “ไม่หรอกค่ะ ถ้าพี่บีจะให้หญิงเข้าไปเจอลูกค้าด้วย หญิงเองก็อยากลองเข้าไปฟังเหมือนกันว่าเวลาคุยธุรกิจแบบนี้เค้าคุยกันยังไงไ
        “งั้นก็ได้ ถ้าหญิงสะดวกนะ มาเจอกับพี่ที่โรงแรมเลยแล้วกัน แล้วเราเข้าไปพบลูกค้าด้วยกัน”
        “ตกลงค่ะ”

        ผมขับรถตรงไปโรงแรมก่อนถึงเวลานัดประมาณ 10 นาที ไม่นานหญิงก็มาถึงเช่นกัน ตามที่ผมเคยบอกไว้หญิงเป็นสาวตามแฟชั่น แต่ไม่ใช่แฟชั่นของสาวพนักงานทั่วไป แต่เป็นแฟนชั่นของห้องเสื้อดังๆ จากปารีส หญิงใส่กางเกงลีนินสี earth tone ผ้าพริ้วจนเห็นสัดสวนของเรียวขาที่ยาวได้รูป เสื้อนอกสีเดียวกันแต่ดีไซน์ลำสมัยเสื้อตัวในเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวแต่ก็มีดีไซด์ที่แปลกตา หญิงเป็นสาวอีกคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเกินเงินเดือนที่ได้ แต่พ่อแม่เธอก็เป็นเศรษฐีมีเงินพอที่จะให้ลูกแต่งตัวแบบนี้ได้ บางทีการที่เธอทำงานก็เพราะอยากจะเอาเงินเดือนมาซื้อของพวกนี้ก็ได้

        “พี่บีมาเร็วเหมือนกันนะค่ะ”
        “หญิงก็เหมือนกันนี่ นี่ขับรถมาเองใช่ไหม”
        “เปล่าค่ะ หญิงนั่งแท๊กซี่มา ขากลับหญิงอยากจะลงนั่งรถประธานบริษัทกลับค่ะ”

        ผมหัวเราะ จากนั้นเราสองคนก็ไปยังห้องรับรองที่จองไว้ พวกเราไปถึงก่อนนักธุรกิจชาวจีนที่นัดไว้แค่ไม่กี่นาที แต่นั่นก็ทำให้พวกเค้าคิดว่าผมมารออยู่ก่อนเลยรีบขอโทษเป็นการใหญ่ ก็ถือเป็นการได้หน้าของผมไป พวกเรานั่งกันที่โซฟาด้านข้างโต๊ะอาหารเพื่อคุยธุรกิจกันก่อน ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมหรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่ถ้าสมมุติผมตกลงกับชาวจีนพวกนี้ไม่ได้อาหารมื้อนี้จะถูกยกเลิกหรือเปล่า

        แต่ผมก็ต้องแปลกใจที่หญิงพูดจีนได้ ทำให้ผมคุณกับชาวจีนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้พวกนี้ได้สะดวกขึ้น การเจรจาเป็นผลสำเร็จ ชาวจีนพวกนี้ตกลงที่จะสั่งของกับบริษัผมเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านต่อปี ซึ่งถ้าไม่ได้หญิงเป็นคนแปลให้ผมอาจจะกับนักธุรกิจที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงจีนพวกนี้ไม่รู้เรื่อง

        หลังจากตกลงเซ็นสัญญากันเรียบร้อย คนที่เหมือนจะตำแหน่งใหญ่สุดสั่งให้เริ่มเอาอาหารมาเสริฟและเชิญผมกับหญิงไปนั่งทานอาหารเที่ยงกันเพื่อเป็นการฉลอง มือนี้ทำผมอิ่มแปล้ เพราะมีทั้งหมูหัน เป็ดปักกิ่ง เป็ดย่าง เป๋าฮื้อ และอาหารหารอีกหลายอย่างที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารระดับราชา

        ทานอาหารเสร็จเราก็ลากันผมกับหญิงไปส่งนักธรกิจชาวจีนถึงที่รถ ซึ่งผมก็คิดว่ามันสมควรเพราะผมคงได้กำไรจากงานนี้เป็นร้อยล้านต่อปี หลังจากส่งนักธุรกิจจีนขึ้นรถตู้แล้วผมก็รู้สึกกระอักกระอ่วนกับอาหารที่กินเข้าไป

        “อาหารอร่อยไหมหญิง”
        “ก็อร่อยนะค่ะ แต่ว่ามีแต่ของเลี่ยนๆ ไปหน่อย แบบนี้น่าจะหาไวน์ตบซักขวดจะได้รู้สึกดีขึ้น
        “นั่นซินะ”

        ผมเห็นด้วยกับหญิงเลยพาเธอไปเปิดไวน์จิบกันเพื่อย่อยอาหาร ผมให้หญิงเป็นคนเลือกไวส์เธอก็เลือกไวน์ขวดละหมื่นกว่าบาทเพื่อเป็นการฉลอง ซึ่งผมเองเปิดเลี้ยงสาวยังไม่เคยเปิดขวดที่ราคาเกินสองพันเลย แต่ดีหน่อยที่ผมน่าจะเบิกได้ หญิงชวนให้ผมชนแก้ว

        “เชียร์”
        “เชียร์”
        “ฉลองกับสัญญาฉบับแรกของเรานะค่ะ”
        “นั่นซิ ถ้าไม่ได้หญิงพี่คงคุยไม่รู้เรื่องนะ ภาษาอังกฤษของเค้าทำเอาพี่ปวดหัวมาก”
        หญิงหัวเราะ “แหมคงไม่ถึงขนาดนั้นมั่งค่ะ หญิงว่าถ้าหญิงไม่มาพี่บีก็น่าจะจัดการได้”
        “ไม่จริงหรอก ขนาดเค้าพูดว่า ฮาว อาร์ ยู พี่ยังคิดว่าเค้าพูดภาษาจีนว่าหนี ฮ่าว เลยด้วยซ้ำ”
        “แหมฟังผิดแต่ก็ยังแปลความหมายได้ใกล้เคียงกันอยู่ดีนะค่ะ”

        ผมนั่งจิบไวน์ไปคุยกับหญิงไปเหมือนคุยกันถูกคอจนไวน์หมดขวดไปตอนไหนไม่รู้ ผมก็นิสัยเสียพอได้กินก็เริ่มติดลม หญิงเองก็ไม่ปฏิเสธที่จะดื่มขวดที่สอง ผมเลยสั่งมาอีกขวดโดยไม่ได้คิดเลยว่านี่มัน 4 หมื่นเข้าไปแล้ว แต่ผมใช้บัตรเครดิตของบริษัทเลยไม่รู้สึกเสียดายมั้ง

        หลังจากไวน์หมดขวดที่สองผมเริ่มมึนๆ ส่วนหญิงนี่น่าจะเมาแล้ว ผมเลยต้องพอไม่ให้หญิงต่อขวดที่สาม จากนั้นผมก็พยุงหญิงไปที่รถผม ชุดที่หญิงใส่มันบางเบาซะจนผมแทบจะรู้สึกว่าสัมผัสกับสัดส่วนองค์เอวของเธอเลยด้วยซ้ำ กลิ่นน้ำหอมคละกับกินไวน์จากหญิงโฉยเตะจมูกผม ด้วยความที่มีแอลกอฮอร์ในตัวทำให้ผมเริ่มมีอารมณ์กับหญิงอยู่บ้าง แต่จะทำรุมล่ามไปคงไม่ดี

        ผมอุ้มหญิงนอนที่เบาะท้าย จากนั้นก็ขับรถพาเธออกจากโรงแรม ดูเหมือนหญิงจะเมามากจนหลับไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็ยังคงสงเสียงครางเบาๆ ออกมา จนผมแปลกใจว่าเธอกำลังฝันถึงเรื่องอะไรอยู่ ผมขับรถไปซักพักเสียงครางก็หายไป หญิงตื่นขึ้นมาแล้ว เธอกำลังโอบแขนมากอดผม

        “พี่บีเคยสัญญาว่าจะให้รางวัลหญิงใช่ไหมค่ะ” เสียงของหญิงบ่งบอกว่าเธอยังเมาอยู่
        “อ้อใช่ แล้วจะเอาอะไรหละ”
        “หญิงจะขอตอนนี้เลยได้ไหมค่ะ”
        “ได้ซิว่าแต่จะเอา.......”

        ผมเอียงหน้ามาพูดได้ไม่ทันจบประโยคก็โดนลิ้นของหญิงอุดปากผมไว้ หญิงทำเอาผมต้องรีบเลี้ยวรถเข้าข้างทาง ด้วยความเมาและรสหวานจากลิ้นของหญิงทำให้ผมตอบสนองด้วยการหันไปพัวพันกับลิ้นของเธอ ผมเอื้อมมือไปคลึงหน้าอกกลมๆ ของหญิง มันอวบแน่นจนล้นเมือผม เรานัวเนียกันจนไม่สนใจรถที่ผ่านไปมา ในที่สุดหญิงก็ทนไม่ไหว

        “ไปเถอะค่ะหญิงทนไม่ไว้แล้ว”

        ผมเข้าใจทันทีว่าหญิงหมายถึงอะไร ผมผละจากหญิง รีบขับรถออกไปหาโรงแรมม่านรูดที่ใกล้ที่สุด ระหว่างนั้นหญิงก็ยังซนด้วยการยื่นมือมาจับที่อาวุธผมที่กำลังตุงกางเกง พอโดนมือหญิงบีบนวดมันก็ยิ่งแข็งตัวจนผมรู้สึกเจ็บ และก็รู้สึกเสียวด้วย

        ผมเลี้ยวรถเข้าซอยโรงแรมม่านรูดอย่างทุลักทุเลเพราะหญิงพยายามจะงัดเอาอาวุธส่วนตัวผมออกมานอกกางเกง พอเข้าไปในโรงแรมม่านรูดผมก็รีบเลี้ยวรถเข้าซองทันที โชคดีที่ฟีล์มรถผมมันมืด เด็กรับรถเลยไม่เห็นหญิงกำลังทำอะไรอยู่ พอรถจอดผมก็บอกให้หญิงหยุดแกะกางเกงผม จากนั้นผมก็ลงไปจ่ายค่าห้อง พอเด็กรับรถออกไปหญิงก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้อง ผมเดินตามหญิงเข้าไป

        พอเข้าไปในห้องผมก็พบว่าหญิงรอผมอยู่ที่หน้าประตู เธอจับของผมอีกเหมือนชอบใจกับขนาดของมัน ผมปล่อยให้เธองัดมันออกมานอกกางเกง พออาวุธผมมันหลุดพ้มกางเกง มันก็พอตัวโชว์หัวบานเหมือนดอกเห็นแดงโร่ หญิงทำหน้าแปลกใจนิดหน่อยก่อนจะก้มลงเอาลิ้นนุ่มๆ เลียไปทั่วหัวบานผม

        หญิงใช้ปากเก่งมากนอกจาะลิ้นที่ฉวัดเฉวียนฉกเลียไปทั่วแล้ว เธอยังใช้ริมฝีปากดูดเม้มหัวบานและลำท่อนเอ็นจนผมเสียวแทบจะยืนไม่อยู่ หญิงทั้งดูดทั้งดุนทั้งเลียจนน้ำผมแทบจะแตกไม่รู้กี่รอบ หญิงทำผมทนยืนต่อไปไม่ไห้วต้องจับหน้าเธอให้หยุดแล้วดึงให้เธอลุกขึ้นมา

        หญิงยืนปากมาประกบกับปากผม ผมใช่โอกาสนี้ดันให้เธอเดินถอยหลังไปที่เตียง พอถึงด้านข้างเตียงผมก็ผละปากออกจาหญิงแล้วผลักเธอให้ล้มลงนอน หญิงเองพอรู้ว่าถึงเตียงเธอก็ทิ้งตัวลงนอน เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก แล้วเลื่อนตัวขึ้นไปในเต็มตัว

        ผมถอดรองเท้า ถอดเข็มขัดออกแล้วตามขึ้นไปบนเตียง ผมค่อยๆ คลานจนถึงกลางลำตัวของหญิง จากนั้นก็แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดสุดท้ายของเธออก สิ่งที่ผมพบคือหน้าท้องขาวเนียนอวบนิดๆ น่ากัด ผมก้มลงงับหน้าทิ้งของหญิงเปล่าๆ  ผมค่อยๆ แกะกระดุมเพิ่มขึ้นพร้อมกับจูบเลียสู้ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงฐานอกด้านลงของหญิงที่มีบราสีม่วงราคาแพงบกปิดอยู่

        ผมแกะกระดุมเสื้อหญิงออกจนหมด หน้าอกขนาด 35 นิ้วของหญิงก็ปรากฏเต็มตา แต่ติดแค่ยังมีบราตัวสวยของเธอขวางอยู่ หญิงคงรู้ว่าผมอยากเห็นหน้าอกของเธอเต็มแก่แล้ว หญิงจึงเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปปลดตะขอบราออกเอง พอตะขอด้านหลังหลุด หน้าอกหญิงก็เด้งออกมาทำเอาบราที่เคยรัดสองเต้าแน่นหลุดออก

        หน้าอกหญิงขาวมาก หัวผมสีน้ำตาลออกมีฐานเล็กๆ นมกับขนาด และขนาดนี้มันตั้งชูชันเหมือนรอสัมผัสกับปลายลิ้นและริมฝีปากผม ผมไม่รอช้าก้มลงดูดหน้าอกข้างซ้ายหญิงดังจ๊วบ หญิงเสียวจนต้องแอ่นอกร้อง อ้า เหมือนผมทำในส่งที่ถูกใจเธอ ผมดูดเลียหน้าอกข้างซ้ายและข้างขวาของหญิงจนทั่วเรียกเสียงคราวครางออกจากปากหญิงไม่หยุด

        มือผมก็ลูบไล้ไปทั่วเรื่อนร่างนุ่มเนียนของหญิง ก่อนจะล้วงลอดขอบกางเกงด้านหน้าของหญิงเข้าไป ผมรู้สึกถึงกางเกงในลายลูกไม้นิ่มก่อนจะเจอกับเนินสามเหลี่ยมที่กำลังเปียแฉะ ผมทาบมือไปที่ตรงกลางหว่างขาของหญิงแล้วใช้นิ้วชี้ลูดขึ้นลงตรงรอยแยกนั้น

        หญิงครางเสียวซ่านพร้อมกับเด้งอกเด้งเอวตามลีลาสวาทที่ผมปรนเปรอให้เธอ ผมทำจนรู้สึกถึงน้ำเหนียวที่เริ่มซึมออกมาจากกางเกงในตัวน้อยของหญิงจนเปียกไปทั้งหว่างขา หญิงคงทนไม่ไหวเธอดันหัวผมให้เลื่อนต่ำลง ซึ่งผมก็เช้าใจความต้องการของเธอดี ผมลากลิ้นเลียจากหน้าอกหญิงต่ำลงมาที่หน้าท้องและต่ำลงมาอีกจนถึงขอบกางเกงด้านบนของเธอ

        ผมค่อยๆ แกะเข็มขัดและตะขอกางเกงของหญิงออก จากนั้นผมก็รูดซิปลงแล้วดึงมันออกจากเอวเธอ หญิงในกางเกงในลายเดียวกับบราของเธอ โคนขาและเนินโคกหญิงขาวนวลน่างับมากๆ ผมจัดการกับกางเกงหญิงจนมันหลุดจากร่างของเธอ

        ผมจ้องมองหว่างขาหญิงที่ตอนนี้มันเปียกจนเห็นเป็นร่องชัดเจน ผมก้มลงตรงเข้างับเม้มส่วนที่ผมคิดว่าน่าจะตรงกับแตดของหญิงที่ด้านนอกกางเกงในลายลูกไม้สีม่วง หญิงโยกเอวพร้อมกับร้องคราง แต่ผมรู้ว่ามันยังเสียวไม่ถึงใจเธอแน่ๆ ถ้าไม่ได้โดนปากผมงับแตดเธอโดยตรง

        ผมจึงจับขอบกางเกงในทั้งสองข้างของหญิง เธอรีบยอกก้นขึ้นให้ผมดึงมันออกจากเอว พอกางเกงในพ้นจากต้นขาผมก็เห็นถึงพงหญ้าสีอ่อนที่โดนตัดแต่งจนสั้นและดูสะอาดบนเนินเนื้อสีขาวใส สองแคมที่อวบอูมสีชมพูมีน้ำใส่ๆ เลอะไปหมด ผมก้มลงลากลิ้นเลียกินน้ำรักของหญิงเพื่อลิ้มรสสาวของเธอ

        “อ้า  อู้ยยยยยยย พี่บีขา โอ้วววววววว พี่บีหญิงใจจะขาดแล้ว”

        ผมรีบถอดกางเกงออกแล้วเลื่อนตัวขึ้นทาบตัวหญิง หญิงรีบคว้าเอ็นผมไว้แล้วเอาจ่อร่องเสียวของเธอ พอผมทั้งท่าได้ทีผมก็ดันหัวบานแหวแคมของหญิง ถึงมันจะเคยผ่านเอ็นคนอื่นมาแล้วแต่พอผมดันหัวบานเข้าไปก็รู้สึกได้ถึงความคับแน่น หญิงเองก็คงจะรู้สึกเช่นกันเธอร้อง โอ้วว ลั่นตอนที่ผมออกแระกระทุงเพื่อให้ท่อนเอ็นผมมุดเข้าไปมิดด้าม

        “พี่บีขา กระแทกหญิงแรงๆ เลยนะค่ะ”

        ผมไม่ตอบแต่เริ่มกระทุ้งเอ็นสุดลำจนหญิงต้องขยับก้นเลื่อนตัวขึ้นเลยๆ จนหัวเธอชิดกับหัวเตียง ผมจับหญิงถ่างขาออกแล้วกระแทกเอ็นเน้นๆ จนสองเต้าอวบใหญ่ของหญิงเด้งไปมา ใบหน้าหญิงแดงกล่ำมากกว่าตอนเธอกินไวน์ซะอีก หน้าเธอคอเธอแดงไปหมด หญิงแหง่นหน้าร้องครางแข็งกับเสียงหน้าขาของเราที่กระแทกกันดัง พับ พับ พับ

        ผมจับหญิงนอนตะแคงในขณะที่ผมลุกขึ้นนั่ง แล้วผมก็เอาขาข้างที่อยู่ด้านบนของหญิงมาผาดบ่าแล้วเริ่มโหย่งเอวกระแทกเอ็นแรงๆ ต่อ หญิงสะบัดหน้าครางเสียงดัง ท่านี้ผมโยกเอวเอาหัวบานกระแทกมดลูกหญิงได้อย่างถนัดถนี่มาก ยิ่งหญิงร้องครางดังเท่าไหร่ผมก็ยิ่งกระแทกหัวบานใส่ผนังมดลูกเธอแรงเท่านั้น

        หญิงเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้เลยเธอทั้งโยกเอวรับและร้องครางดังขึ้นเหมือนยังไม่พอกับความเสียวที่ได้รับ ผมกระแทกกระทั้นจนน้ำรักหญิงแตกออกมาเป็นฟองสีขาวฟอด ร่องสาวหญิงรีบรัดเอ็นผมเหมือนกับตัวดูดกลีบในเธอยู่เข้าออกตามลำท่อนเอ็นของผมที่แทงเข้าและชักออก

        ผมกระแทกท่าตะแคงซักพักผมก็จับหญิงนอนคว่ำแล้วดึงเอวเธอขึ้นเป็นท่าโก้งโค้ง จากนั้นผมก็กระแทกเอ็นใส่ร่องสาวหญิงจนเสียงดัง ตับ ตับ ตับ หญิงครวนครางพร้อมกับสะบัดหัวไปมา ผมคิดว่าหญิงคงถึงไปแล้วไม่ครั้งก็สองครั้งแต่ว่าผมยังเมามันส์จนไม่อยากหยุดให้เธอพัก

        ระหว่างที่ผมกระแทกเอ็นจนก้นหญิงกระเพื่อมและโยกตัวไปด้านหน้า ผมก็เห็นรูสีชมพูน่าแหย่กำลังขมิบตัวเข้าออก ผมเลยเอานิ้วชี้พยายามดันเข้าไปสำรวจมันดู ทำเอาหญิงร้องลั่นเหมือนไม่เคยมาก่อน

        “อ้า อย่าพี่บี โอ้ววววว หญิงเสียวค่ะ”

        ผมคิดเสียวซิดี ผมเลยเอานิ้วไปปาดน้ำรักที่อยู่บนท่อนเอ็นผมแล้วก็เอามันกดพรวดเข้าไปในรูก้นหญิงทันที หญิงถึงกับร้องกรี๊ดออกมา ผมไม่หยุดอยู่แค่นั้นผมยังพยายามกระดิกนิ้วควานด้านในรูก้นที่คับแน่นและบีบรัดนิ้วผม ตอนนี้หญิงทั้งครางทั้งกระตุกไปทั้งร่าง

        ผมเล่นจนรูก้นหญิงเริ่มตอบสนองนิ้วผม ผมก็ชักนิ้วชี้ออก หญิงร้องโอ้วว แล้วเหลียวมามองผมเหมือนจะต่อว่าที่หยุดเอานิ้วแหย่รูก้นเธอ แต่เธอก็ต้องสะบัดหน้ากลับไปร้องซี้เมื่อผมเปลี่ยนเอานิ้วกลางซึ่งยาวที่สุดแหย่เข้าไปแทน ขนอ่อนของหญิงลุกซู่ไปทั้งก้น

        แล้วผมก็เริ่มให้หญิงลิ้มรสการโดนกระแทกสองรูพร้อมกัน ผมกระแทกร่องเสียวหญิงและเอานิ้วกลางกระแทกรูก้นหญิงไปพร้อมๆ กันจนหญิงเกร็งตัวร้องกรี๊ดเธอเอื้อมมือมาจับเอวผมแล้วจิกแน่นเหมือนจะบอกว่าให้ผมหยุดกระแทกเอ็นเพราะเธอทนไม่ไหวแล้ว

        ผมหยุดกระแทกเอ็นกละดึงนิ้วออกจากรูก้นคับๆ ของหญิง หญิงค่อยคลายร่องสาวจนเอ็นผมหลุดออกมาแล้วเธอก็ล้มตัวลงนอน หญิงคงเสร็จไปหลายครั้งจนพอใจแล้วเธอจึงหมดเยื่อใยกับท่อนเอ็นของผม แต่ผมซิยังไม่เสร็จเลย ผมเอาท่อนเอ็นถูร่องก้นหญิงเล่นก่อนที่จะเริ่มสอดมันเข้าไปในประตูหน้าต่อ

        แต่แล้วผมก็เปลี่ยนใจ ผมเอาท่อนเอ็นถูไถร่องเสียวหญิงเพื่อเอาน้ำรักเธอ หญิงกระดกก้นรับเหมือนจะเริ่มมีอารมณ์รอบสอง แต่พอหัวบานผมมีน้ำรักหญิงชุมผมก็เลื่อนมาที่ร่องก้นเธออีกครั้งก่อนที่ผมจะเอามันจ่อที่รูก้นหญิง พอหญิงรู้ตัวว่าเป้าหมายของผมคืออะไรเธอก็ร้องลั่น

        “อย่าค่ะพี่บี หญิงไม่ อึ้ยยยยยย”

        หญิงหยุดผู้พร้อมกับร้องเหมือนทั้งเจ็บทั้งเสียวเพราะผมดันหัวบานแหวรูก้นเธอเข้าไปแล้ว รูก้นหญิงคับมากแต่ผมก็พยายามจะยัดเยียดท่อนเอ็นเส้นรอบวงหกนิ้วกว่าๆ เข้าไปด้านใน หญิงพยายามดิ้นแต่ผมก็จับสะโพกเธอไว้แน่นแล้วก็ออกแรงดันท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดลำ

        “อ้า ฉีกแล้วค่ะพี่บี โอ้ยยยยยย

        ผมแช่ท่อนเอ็นไว้แล้วก้มลงพรมจูบที่แผ่นหลังของหญิง หญิงค่อยๆ ผ่อนคลายจนในที่สุดหญิงก็เริ่มขมิบก้นสู้เอ็นผม ผมเห็นหญิงพร้อมแล้วผมก็เริ่มโหย่งเอวกระแทกรูก้นหญิง แต่มันยังคับแน่นมาก แรกๆ ผมก็ยังขยับเอ็นเข้าออกไม่ค่อยถนัด แต่ผมก็พยายามดึงเอ็นออกจากรูคับๆ แล้วดันมันกลับเข้าไปใหม่

        ซักพักรูก้นหญิงก็เริ่มขยายตัวจนผมเริ่มขยับเอวได้ถนัด ผมเริ่มกระแทกเอวเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็อัดท่อนเอ็นใส่รูก้นหญิงจนเตียงเด้งตามแรงกระทก ส่วนหญิงก็ต้องเอาหน้าซุกหมอนมือกำผ้าปูที่นอนแน่น ผมกระแทกท่านี้ไปซักพักก็ดึงตัวหญิงให้พลิกมานอนหงายอยู่บนตัวผม

        ผมจับเอวหญิงไวแน่นแล้วดันเอ็นเสยขึ้นกระแทกรูก้นหญิง คราวนี้ไม่มีหมอนให้ซุกเธอก็ครางออกมาไม่เป็นภาษา ผมเร่งอัดเอ็นเสยเร็วจี๋จนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ผมถอนท่อนเอ็นออกจากรูก้นหญิง พอมันหลุดออกมาก็พ่นพิษใส่อากาศหลายครั้ง จากนั้นน้ำกามผมมันก็ร่วงใส่หน้าท้องและหน้าอกของหญิงจนทั่ว หญิงครางกระเส่าก่อนจะหมดแรงนอนนิ่งอยู่บนตัวผม

        ผมเอามือลูบน้ำกามของผมละเลงไปทั่วตัวหญิง ก่อนจะยื่นมันไปที่ปากของหญิง หญิงดูเลียกินน้ำกามที่มือผมจนหมดก่อนจะพลิกตัวหันกลับมาแล้วเลื่อนตัวลงไปที่กลางลำตัวผม หญิงจับเอ็นผมรูดสองสามครั้งก่อนจะดูดอมทำความสะอาดมัน หญิงดูดจนเอ็นผมมันสู้ขึ้นอีกครั้ง

        หญิงคายมันออกจากปากแล้วยิ้มกริมแล้วจากนั้นเธอก็ลุกขึ้นนั่งแล้วหย่อนร่องสาวกดมาที่เอ็นผม แล้วนั่งทับมาจนมิดด้ามพอหน้าขาเรากระทบกัน ผมกับหญิงก็ร้องอ้าพร้อมๆ กัน จากนั้นหญิงก็เริ่มโยกเอวขึ้นรงให้ร่องเสียวครูดขึ้นลงกับท่อนเอ็นผม

        หญิงก้มตัวลงเอามือเท้าอกผมจากนั้นก็เริ่มขยับเอวเร็วจี๋ ทำเอาผมเสียวแทบขาดใจผมเลยเอามือจับหน้าอกคู่อวบของหญิงแล้วขย้ำมันแรงๆ แบบไม่กลัวว่ามันจะเหลวคามือ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นให้หญิงมีอารมณ์มากขึ้นหญิงหลับตาพริ้มซูดปากพร้อมกับขยับเอวขึ้นรงถี่ยิบ

        ผมรู้สึกเสียวจนเห็นดาวทั้งๆ ที่ยกสองผมควรจะรู้สึกชาจนอึดขึ้นแต่นี่ผมกลับรู้สึกว่าไม่นานผมต้องพ่นน้ำใส่รูเสียวหญิงแน่ๆ หญิงเริ่มยกเอวขึ้นแล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงกระแทกหน้าขาผมจนเสียงดัง ตับ ตับ ตับ ผมพยายามกัดฟันเพื่อไม่ให้แตกก่อนที่หญิงจะเสร็จ ไม่งั้นเธอคงหงุดหงิดที่ต้องอารมณ์ค้างแน่นๆ

        แล้วในที่สุดหญิงก็บอกผมว่าเธอจะเสร็จแล้วจากนั้นเธอก็ก้มลงจูบปากผม ส่วนก้นเธอก็รัวยิก แล้วผมก็ต้องกอดเธอแน่นเพราะผมกลั้นน้ำกามต่อไปอีกไม่ไหว ผมอันน้ำกามใส่รูเสียวหญิงอย่างแรงหลายครั้ง ส่วนหญิงก็บดปากบดเอ็นผมแน่นพร้อมกับโยกเอวไปมารับความอบอุ่นที่ผมมอบให้

        เราสองคนนอนกอดจูบกันท่านี้อยู่นานจนหญิงผละปากแล้วก้มลงนอนซบอกผม ผมรู้สึกถึงหัวใจหญิงที่เต้นรัวเหมือนคงที่เพิ่งวิ่งมาราทอนมา เราสองคนนอนหลับไปจนสามโมงกว่า ผมถึงรู้สึกตัว พอผมขยับตัวหญิงก็ลืมตาขึ้นดู ผมเลยชวนเธอไปอาบน้ำ ผมถอดเสื้อเชิ้ตและบราที่ยังคาอยู่บนตัวหญิงออก จากนั้นผมก็เอาผ้าขนหนูให้เธอนุ่งเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าพออาบน้ำกันผมกับหญิงก็เล่นกันในห้องน้ำต่อ

หลังจากออกมาจากม่านรูด หญิงนั่งยิ้มแต่ก็ไม่ได้เอียงตัวมาซบผมเหมือนสาวๆ ทั่วไปที่มักจะอ่อนระทวยหลังจากที่โดนผมจัดการ หญิงยังคงคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้เหมือนปรกติ และไม่พูดหรือเรียกร้องความรักจากผมหรือแม้แต่จะถามถึงเซ็กส์ครั้งต่อไปเลยด้วยซ้ำ  

        พอกลับไปถึงออฟฟิตหญิงก็เดินแยกกลับไปที่โต๊ะเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่ผมที่ยังติดใจก้นกลมๆ กับหน้าอกแน่นๆ ของเธออยู่ พอผมกลับเข้าไปในห้องก้อยก็โทรมาหาผมพอดี เธอบอกว่าให้ผมไปรับด้วยเพราะวันนี้เธอให้กุ้งมาส่งและขับรถกลับไป ผมนัดไปรับก้อยที่หน้าบริษัทเธอตามปรกติ

        ขณะที่ผมกำลังนึกถึงรสรักของหญิงที่ยังติดใจอยู่นั้น บนจอ notebook ของผมก็มี tab เล็กๆ กระพริบขึ้นมา พอผมลองกดดูมันเป็นข้อความจากหญิงที่พิมพ์ส่งมาให้ผมด้วยระบบ messenger แบบภายในบริษัท

        “พี่บีค่ะ ว่างอยู่หรือเปล่า”
        “ว่างซิ มีอะไรหรอ”
        “หญิงชอบพี่ค่ะ คือหญิงอยากรู้ว่าหญิงจะมีโอกาสไปแบบนี้กับพี่อีกครั้งไหมค่ะ”
        “ทำไมจะไม่ได้หละ พี่ก็ชอบหญิงนะ”
        “จริงๆ นะค่ะ”
        “จริงซิพี่จะโกหกทำไมหละ”
        “แต่ถึงพี่บีจะไม่โกหก แต่หญิงก็รู้สึกเศร้านิดๆ นะค่ะที่อุสาห์เจอคนที่ถูกใจแบบนี้ แต่กลับเป็นเจ้าของไม่ได้ แต่พี่ไม่ต้องกลัวนะค่ะ หญิงรู้ฐานะตัวเองดี และหญิงขอแค่ได้มีความสุขกับพี่บ้างถึงจะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามที”
        ผมอึ้งๆ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี
        “แต่ไม่ต้องคิดมากนะค่ะ หญิงเลือกมีความสุขแบบนี้ค่ะ อืมวันนี้พี่บีคงไม่ว่างแล้ว งั้นเอาไว้อาทิตย์หน้าเราไปด้วยกันอีกนะค่ะ”
        “ได้ซิ”
        “สัญญาแล้วนะค่ะ”
        “จ๊ะพี่สัญญา”

        ผมรู้สึกดีใจที่ยังมีโอกาสได้ลิ้มรสสาวของหญิงอีก แต่อีกใจก็รู้สึกผิด นี่ผมทำให้ผู้หญิงกี่คนแล้วที่ต้องรู้สึกแบบนี้ แต่ผมก็ไม่เคยห้ามใจตัวเองได้เลย

        พอเลิกงานผมก็เก็บของแล้วเดินออกจากห้องทำงาน หญิงที่นั่งทำงานอยู่มองผมด้วยสายตาเหมือนกับลูกแมวน้อยที่รอให้เจ้าของเข้าไปกอด ผมบอกตรงๆ ว่าอยากจะเข้าไปกอดลูกแมวตัวนี้ใจจะขาด แต่ด้วยเหตผลที่ว่าถ้าผมทำแบบนั้นผมจะต้องมีปัญหากับก้อยและแนนแน่ๆ และผมก็จะทำผิดสัญญากับพวกเธอที่จะรักพวกเธอมากกว่าสาวคนอื่นๆ

        ผมเลยได้แต่ยิ้มและบอกกับหญิงว่าวันจันทร์เจอกัน ผมเดินจากไปโดยปล่อยให้ลูกแมวน้อยจ้องมองผมตาไม่กระพริบ ผมต้องห้ามใจเดินไปจนถึงรถจากนั้นก็ขับออกไปรับก้อย กลิ่นน้ำหอมของหญิงยังคงค้างอยู่ในรถผม ทำให้ผมต้องหยิบสเปร์ปรับอากาศออกมาฉีดเพื่อไม่ให้ก้อยได้กลิ่นแล้วถามว่าเป็นน้ำหอมของใคร

        ผมขับรถไปถึงหน้าบริษัทก้อย ก้อยที่มายืนรอผมอยู่แล้วเดินเข้ามาหา ผมเปิดประตูรับก้อยเข้ามาในรถ ก้อยเข้ามาในรถแล้วปิดประตู เธอทำหน้าตาแปลกๆ ก่อนจะถามผมเรื่องกลิ่น

        “น้ำหอมใครค่ะ”
        ผมหละสะอึกเลย ทำไมจมูดดีแบบนี้หละ ทั้งๆ ผมฉีดสเปร์ปรับอากาศจนน่าจะกลบกลิ่นน้ำหอมของหญ


*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 488
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: ก้อย final season ep 19 by ukisa( จากเวปเพื่อนบ้าน )
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2018, 10:38:46 pm »
 ::Angry::   ต่อๆๆๆ



“น้ำหอมใครค่ะ” ผมหละสะอึกเลย ทำไมจมูดดีแบบนี้หละ ทั้งๆ ผมฉีดสเปร์ปรับอากาศจนน่าจะกลบกลิ่นน้ำหอมของหญิงไปหมดแล้ว “เออ ของแคทมั้ง วันนี้พี่พามันไปพบลูกค้าด้วย” “อืมแคทเปลี่ยนน้ำหอมหรอค่ะ ปรกติแคทไม่ได้ใช้กลิ่นนี้นี่ค่ะ” โอ้วดันจำได้อีกนะก้อย แล้วจะให้พี่ตอบยังไงดีหละเนี่ย “เออๆ อ้อก็ไปพบลูกค้าที่เป็นบริษัทน้ำหอมหนะ แล้วเค้าเอาน้ำหอมมาให้เทสด้วย แคทมันลองไปหลายขวดกลิ่นก็เลยตีกันแบบนี้หละ” “นั่นซิค่ะ กลิ่นตีกันยุ่งเลย นี่ถ้าพี่บีไม่บอกว่าเทสน้ำหอมกันมา ก้อยต้องคิดว่ามีกินไวน์กันด้วยแน่ๆ” โอ้ยก้อยจ้าพอเถอะ พี่จะหมดมุขมาโกหกแล้ว “ไม่หรอก มันคงมีกลิ่นที่คล้ายไวน์มากกว่าแหละ อืมว่าแต่เดี๋ยวพี่ขอแวะห้างหน่อยนะ” ผมเปลี่ยนเรื่องให้ก้อยเลิกซักเรื่องน้ำหอมกับกลิ่นไวน์ “พี่บีจะซื้ออะไรหรอค่ะ” “พี่จะแวะซื้อไอติมให้แนนเค้าหนะ สัญญากับเค้าไว้” ก้อยหัวเราะพร้อมกับส่งสายตาแปลกมาที่ผม “น่าขำตรงไหนซื้อไอติมให้แนนเนี่ยนะ” “ก็ไม่ขำหรอกค่ะ ที่ก้อยขำคือพี่บีเรียกแนน ว่า แนน” “อ้าว ก็แนนเค้าชื่อนี้จะให้พี่เรียกชื่ออะไร” “ก็ปรกติพี่บีเรียกแนนว่าไอ้ตัวเล็กตลอดนี่ค่ะ อยู่ๆ มาเรียกแนนเบบนี้แสดงว่าเมื่อคืนให้แหวนกันแล้วใช่ไหม” “เออ อืมให้แล้ว” ผมรู้สึกอายๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน “หือ คงจะสวีทกันทั้งคืนจนวันนี้เรียกแนนซะหวานเลยใช่ไหมค่ะ แบบนี้ก้อยกลับบ้านดีกว่าให้พี่บีกับแนนสวีทกันต่อ” “สวีท สเวิทอะไรกันไม่มีหรอก แหมไอ้ตัวเล็กทำท่าจะไม่ยอมใส่สร้อยด้วยซ้ำ ต้องบังคับ” “จริงหรอค่ะ งั้นก้อยจะลองถามแนนดูนะค่ะว่าทำไมถึงไม่ยอมใส่” “เออๆ พี่ว่าก้อยอย่าไปถามเค้าเลย ตอนนี้เค้ายอมใส่แล้ว ก้อยไปถามซ้ำเดี๋ยวเค้าฮึดฮัดจะถอดขึ้นมาอีก” ก้อยหัวเราะเธอคงรู้ว่าผมอายจนต้องโกหกเธอ ผมแวะซื้อไอติมตาที่แนนขอไว้ และก็พาก้อยไปซื้อเนื้อสัตว์และผักเพื่อเอาไปทำอาหารเย็น กลับไปถึงห้องผมก็เจอแนนอยู่ที่ห้องแล้วพร้อมกับชุดขาสั้นเสื้อยืด แต่ที่ผมสนใจก็คือสร้อยที่ห้อยคอที่อยู่หลุดออกมาอยู่นอกเสื้อ แนนเห็นผมมองสร้อยก็ยิ้มอายๆ ก่อนจะรีบเก็บสร้อยเข้าไปด้านในเสื้อยืดแล้วทำเป็นมากอดก้อยแก้เขิน ก้อยมองดูสร้อยที่คอแนนแล้วก็แกล้งแซวแนน “แหมสร้อยสวยจัง ใครซื้อให้หรอ พี่ไม่เห็นได้บ้างเลย” แนนอายม้วนจนแทบจะลงไปนั่งกับพื้นแต่พอเธอเห็นว่าก้อยมีแหวนแบบเดียวกันสวมอยู่ที่นิ้วนางเธอก็แกล้งว่าก้อยที่แซวเธอ “พี่ก้อยแกล้งแนนอะ พี่ก้อยรู้อยู่แล้วใช่ไหม แบบนี้คืนนี้ต้องทำโทษให้เข็ด” “นี่ๆ คืนนี้ถ้าชวนพี่ก้อยเค้าเล่นจนดึกแล้วพรุ่งนี้เค้าตื่นไม่ไหว แล้วได้ออกไปดูน้องหมาช้าไม่รู้ด้วยนะ” “อุ้ย ใช่ๆ วันนี้ต้องรีบนอนนะพี่ก้อย กินข้าวเสร็จเข้านอนกับแนนเลยไม่ต้องยุ่งกันคนอื่นเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย” “น้องหมาอะไรกันค่ะ ก้อยไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วตกลงที่นี่เค้าให้เลี้ยงแล้วหรอค่ะ” “ก็พี่บีเค้า ...พี่ก้อยถามเค้าเองดีกว่าแนนไปอาบน้ำเตรียมตัวนอนดีกว่า” แนนรู้ว่าน่าจะให้ผมเป็นคนบอกเรื่องจะซื้อบ้านกับก้อยเองน่าจะดีกว่าเธอเลยเปลี่ยนใจไม่บอกและเลี่ยงออกไปให้ผมอยู่กับก้อยสองคน “พี่คิดว่าจะซื้อบ้านก้อยคิดว่ายังไง” “พี่บีจะซื้อบ้านให้แนนเอาไว้เลี้ยงน้องหมาหรอค่ะ” ก้อยหัวเราะ “นี่แซวพี่หรอ ไม่ใช่แค่เรื่องแนนเลี้ยงหมาหรอก แต่อีกหน่อยเราก็จะอยู่เป็นครอบครัวแล้ว อยู่กันแบบนี้บ้างทีอาจจะรู้สึกอึดอัดไม่เป็นส่วนตัวนะ” “แหมที่แท้ก็เรือนหอก้อยนี่เอง” ผมเข้าไปกอดก้อยจากทางด้านหลัง “ใช่ เดี๋ยวเราก็จะแต่งงานกันแล้วพี่เลยอยากเตรียมเรือนหอไว้แต่เนินๆ ก้อยจะได้ไม่มีข้ออ้างบ่ายเบี่ยงพี่อีก” “ใครรับเค้ารับปากค่ะเนี่ย” “นี่เดี๋ยวเถอะ สัญญากับพี่แล้วนะ ผิดสัญญาแบบนี้เดี๋ยวต้องทำโทษนะ” ไม่ทันที่ผมจะได้ทำโทษก้อยก็มี กขค มาขวางไว้ซะก่อน “แอะแฮ่ม พี่บีไปอาบน้ำซิ พี่ก้อยเค้าจะได้ทำกับข้าว แล้วจะได้เข้านอนกัน” “แหมไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ร้านเค้าเปิด 10 โมง 11 โมงโน้นมั้ง” “ไปอาบน้ำเถอะน่าเร็ว นี่ผ้าเช็ดตัวกับชุดนอน” แนนลากผมไปอาบน้ำเพื่อที่ก้อยจะได้เตรียมกับข้าว หลังจากทานอาหารเสร็จแนนทำท่าจะเข้านอนเลยแต่พอนึกได้ว่ามีไอติมก็เอาไอติมออกมากินก่อน “กินไอติมก่อนนอนเดี๋ยวก็อ้วนหรอก” “ดีอ้วนจะได้ไม่มีคนมายุ่ง” “ดูซิก้อย ดูแนนชอบกินขนมก่อนนอน เดี๋ยวก็อ้วนตายเลย ไม่เหมือนก้อยเนอะไม่กินของจุกจิกก่อนนอน” ผมหันไปทางก้อย ก้อยรีบเอาถ้วยใส่ไอติมที่แนนแบ่งให้ซ่อนใต้โต๊ะ “อ้าวก้อย พี่อุสาห์ชม แอบกินกับเค้าด้วยหรอเนี่ย” “ค่ะ” ก้อยยิ้มเขินๆ ไม่กล้าตักไอติมกินต่อ “พี่ก้อยกินไปเถอะกลัวอะไร ไม่อ้วนหรอกกินแค่นี้” “ดีกินกันเยอะๆ เลยนะ ใครอ้วนขึ้นจะให้นอนนอกห้อง” “เชอะ พี่บีแหละนอนนอกห้อง เนอะพี่ก้อยเนอะ” ผมคุยแหย่กับแนนจนแนนกินไอติมหมดกล่อง จากนั้นผมก็ไล่แนนไปแปลงฟันก่อนที่จะเข้านอน ก้อยตามไปแปลงด้วย สองสาวแปลงฟันล้างหน้าเสร็จก็พากันเข้าไปนอน ผมนั่งทำอะไรอีกนิดหน่อยจากนั้นก็เข้าไปนอนตาม วันนี้แนนนอนขึ้นกลางระหว่างผมกับก้อยเพราะเธอผมจะแอบมีอะไรกับก้อยจนก้อยตื่นไม่ไหวแล้วเธอจะอดไปดูน้องหมา ตอนเช้าผมโดนแนนปลุกตั้งแต่ยังไม่ 8 โมง “ร้านเค้ายังไม่เปิดหรอก 10 โมงค่อยไปก็ได้” “ไหนว่าร้านเค้าเปิด 10 โมงแล้วทำไมถึงค่อยไปตอน 10 โมงหละ” “ก็ให้เค้าจัดอะไรกันให้เสร็จก่อนก็ได้ กว่าเค้าจะเอาน้องหมาจากในกรงออกมาใส่กระบะหน้าร้านอีก” “ไม่เอาอะจะรีบไปจะได้ไม่พลาดตัวที่ถูกใจ” “พลาดก็ไม่เห็นเป็นไรเลยก็แค่ดูยังไม่ได้ซื้อนี่น่า” “ไม่เอาจะรีบไป” แนนกวนจนผมตื่น ผมเลยต้องลุกชึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แนนก็เอาแต่เร่งให้ผมกินอาหารเช้าเพื่อที่จะได้รีบไปดูน้องหมา แต่กว่าผมจะออกจากบ้านก็เกือบ 10 โมง ซึ่งแนนก็แสดงอาการไม่พอใจผมที่ผมไถลไม่ยอมรีบไปตามที่เธอบอก แต่แนนก็อารมณ์ดีขึ้นพอถึงตลาดนัดขายสัตว์เลี้ยง แนนดึงแขนก้อยให้เดินตามดูลูกหมาตามร้านๆ ต่างดูเหมือนแนนจะชอบลูกหมามาก เธอเข้าไปอุ้มลูกหมาทุกตัวที่โชว์อยู่หน้าร้านทุกร้าน แต่แนนก็ยังไม่ได้ชอบตัวไหนเป็นพิเศษจนกระทั้งมาถึงร้านที่มีลูกหมาพันธุ์ญี่ปุ่นนอนอยู่ในกระบะหน้าร้าน แนนรีบวิ่งเข้าไปหา เจ้าลูกหมาได้ยินเสียงวิ่งเลยตกใจตื่น แต่พอมันเห็นแนนมันก็เห่าเหมือนทักทาย แนนรีบนั่งลงแล้วจับมันอุ้ม เจ้าลูกหมาดูเหมือนจะชอบแนนมันไม่มีอาการขัดขืนอะไรเลย พอดีเจ้าของร้านออกมาเห็นเลยบอกชื่อสายพันธุ์ของเจ้าลูกหมาตัวนี้ “เจ้าตัวนี้เป็นพันธุ์ชิบะอินุครับ เป็นหมาญี่ปุ่น” “ตัวนี้เท่าไหร่ค่ะ” แนนถามราคาทันทีทำเอาผมอึ้งถึงจะคิดไว้อยู่แล้วว่าแนนต้องดื้อขอซื้อแน่ๆ แต่พอเจอจริงๆ ก็ถึงกับพูดไม่ออก “ตัวนี้โชว์ครับ ตอนนี้หมดต้องคอยคลอกหน้าครับ” “แล้วนานไหมครับ” “เออ คงซัก หกเจ็ดเดือนครับ พันธุ์นี้ไม่ใช่พันธุ์ที่เค้านิยมกัน เลยไม่ค่อยมีฟาร์มเพาะครับ” “แล้วตัวนี้ไม่ขายหรอ” แนนเริ่มอ้อนและกอดเจ้าลูกหมาแน่นเหมือนจะไม่ยอมคืนให้เจ้าของร้าน “ไม่ได้จริงๆ ครับเจ้าตัวนี้เป็นของลูกสาวผม นี่ก็ขอเค้ามาโชว์เฉยๆ ขายไม่ได้จริงๆ ครับ ถ้าลูกสาวผมไม่ได้เล่นกับมันก็ไม่ยอมนอนซะด้วย” เจ้าของร้านหันไปที่ลูกสาวอายุขวบเศษที่กำลังเดินมาหาพร้อมกับจ้องเจ้าลูกหมาที่แนนกำลังอุ้มเหมือนจะเอาไป จากนั้นลูกสาวเจ้าของร้านก็เริ่มร้องไห้เพราะคิดว่าจะแย่งลูกหมาไป ทำเอาผมกับก้อยหน้าเสีย “แนนเอาตัวอื่นแทนไหม ตัวนี้ก็น่ารักนะ” ก้อยชี้ไปที่ลูกหมาพันธุ์ปักกิ่งที่กำลังเล่นกันอยู่ในกรง “ไม่เอา” แนนทำท่าจะไม่ยอมคืนเจ้าลูกหมาให้จริงๆ ซะแล้ว “คืนตัวนี้ให้น้องเค้าเถอะ แล้วแนนจะซื้อตัวไหนไปเลี้ยงพี่จะซื้อให้” ลูกสาวเจ้าของร้านร้องไห้ลั่นทำเอาผมใจฟ่อ แต่นั่นก็ทำให้แนนใจอ่อนลง เธอค่อยๆ ส่งเจ้าชิบะอินุคือให้เด็กสาว พอได้ลูกหมาคืนลูกสาวเจ้าของร้านก็หยุดร้องไห้ “ขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ ก็เป็นแบบนี้แหละครับ ตัวนี้ขายไม่ได้จริงๆ มีคนมาถามหลายคนแล้วแต่ก็ติดลูกสาวผมนี่แหละ” เจ้าของร้านขอโทษขอโผยผมกับก้อย “ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องเค้าคงรักของเค้าครับ” “แนนเอาตัวอื่นซิ พี่บีเค้าอนุญาตให้เลี้ยงแล้วนี่” “ไม่เอาค่ะ แนนไม่ชอบตัวอื่น” แนนทำหน้าซึมแล้วก็ไม่ยอมเดินดูลูกหมาต่อ ผมกับก้อยก็เลยต้องพาออกไปที่รถ ผมชวนแนนกินข้าวแนนก็ทำเหมือนไม่อยากกินจนก้อยสงสาร พอเข้าไปในรถแนนก็นอนลงที่เบาะหลังแล้วเอาหน้าซุกหมอนรูปแทสมาเนียเดวิล ก้อยต้องหันไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำให้ผมพลอยสงสารไปด้วยจนต้องโทรศัพท์ไปหาเพื่อนคนที่ผมคิดว่าน่าจะช่วยผมได้ “สวัสดีซาโตชิซัง” “อ้อ สวัสดี ครับ ยูกิ ซัง ไม่ได้ คุย กัน นานแล้ว หนะ ครับ” “ขอโทษด้วยนะครับที่โทรมาวันหยุด ไม่ทราบว่าซาโตชิสะดวกคุยหรือเปล่า” “คุยได้ครับ ยูกิซัง มีธุระด่วนหรือครับ” แล้วผมก็ถามซาโตชิว่าพอจะหาลูกหมาพันธุ์ชิบะอินุให้ผมซักตัวได้ไหม ซาโตชิบอกว่ามีพอดีเลย ตัวที่ยุ้ยเลี้ยงไว้ออกลูกมา 6 ตัวพอดี แต่ตอนนี้ยังไม่หย่านมเดือนหน้าจะให้คนอุ้มมาให้ผมที่กรุงเทพ ผมเกรงใจบอกว่าจะไปรับเอง แต่ซาโตชิก็บอกว่าถ้าให้เค้าส่งมาด้วยเครื่องบินส่วนตัว ก็อุ้มมันขึ้นเครื่องได้ แต่ถ้าผมไปรับเอง กลัวว่าจะต้องฝากไว้กับสัมภาระซึ่งมันยังเป็นลูกหมาอาจจะเป็นอันตรายได้ ผมเลยตกลงและขอบคุณซาโตชิ ซาโตชิบอกว่าจะเลือกตัวที่สวยที่สุดให้และจะให้ยุ้ยส่งรูปมาให้ผมดู ซักพักยุ้ยก็ส่ง MMS รูปลูกหมาสีน้ำตาลน่ารักตัวนึงมาให้ผม ยุ้ยเขียนมาด้วยว่ามันยังไม่มีชื่อถ้าผมอยากได้ให้ผมตั้งชื่อให้มันก่อน ผมเลยส่งข้อความกลับไป ผมตั้งชื่อมันว่า ริว ตามหมาที่ผมเคยดูในหนังญี่ปุ่นสมัยเด็ก และมันก็น่าจะเป็นพันธุ์เดียวกัน แนนยังนอนนิ่งเหมือนไม่ได้ฟังว่าผมกำลังหาลูกหมาให้ ผมเลยส่งมือถือให้ก้อยดู “น่ารักไม่ก้อย ชื่อเจ้าริว เดือนหน้าซาโตชิจะให้คนอุ้มมาให้จากญี่ปุ่น” ก้อยรับโทรศัพท์ไปดู “น่ารักค่ะพี่บีชื่อริวหรอค่ะ แนนดูซิน่ารักกว่าตัวเมื่อกี่อีกนะ ขนสวยกว่าด้วย” แนนเอียงหน้าขึ้นมามอง ตาเธอแดงกล่ำ คงแอบร้องไห้อยู่ ก้อยส่งมือถือผมให้แนนดู พอแนนรับไปดูซักพัก ตาแนนก็เริ่มหายแดง “แล้วจะเอามาเมื่อไหร่” แนนถามผม “เดือนหน้า” “มาพรุ่งนี้ไม่ได้หรอ” “มาเดือนหน้าแหละดีแล้ว ตอนนี้มันยังเล็กอยู่ยังกินนมแม่อยู่เอาให้กินอาหารอื่นเป็นก่อนค่อยเอามา” แนนนอนหงายและเลื่อนรูปที่ยุ้ยส่งมาให้ซ้ำไปซ้ำมา ดูเหมือนเธอจะหายเศร้าแล้ว “หิวข้าว” แนนบอกผม ก้อยแอบขำ “แล้วจะกินอะไรหละ” “ส้มตำไก่ย่าง” ผมหันไปหาก้อย ก้อยพยักหน้ารับเป็นอันตกลงว่าส้มตำไก่ย่างจะเป็นอาหารเที่ยงของเราตามที่แนนเลือก ผมขับรถไปร้านประจำของแนนโดยที่ระหว่างทางแนนก็เอาแต่นอนดูรูปเจ้าริวซ้ำไปซ้ำมาเหมือนไม่เบื่อเลย จบตอนที่ 19 ตอนที่ 20 ก็เขียนแล้วเหลือแต่บทเซ็กส์ เหนื่อยจนเขียนไม่ออกเลยแฮะ เหนื่อยจริงๆ ทำไงถึงจะกลับบ้านได้เร็วกว่านี้นะ สามชั่วโมงบนรถมันเกินจะรับไหวจริงๆ หมดแรงทำทุกอย่าง ต่อให้มีนางแบบนอนรออยู่บนเตียงก็คงอยากนอนมากกว่า 55

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ