Koy final season ep 24 By ukisa

Koy final season ep 24 By ukisa

  • 1 ตอบ
  • 9975 อ่าน
*

ออฟไลน์ godgod610

  • Full Member
  • **
  • 185
  • 1185
    • ดูรายละเอียด
Koy final season ep 24 By ukisa
« เมื่อ: มกราคม 31, 2012, 03:07:39 am »



ผมพาเอริกะจังขึ้นมาที่ห้องทำงาน ผมพาเธอไปนั่งคุยกันที่โซฟาแล้วปล่อยให้เจ้าริววิ่งเล่นในห้อง

        “ไม่เจอกันตั้งนานเอริกะจังสบายดีนะ” ผมกุ้มมือเอริกะจังไว้ด้วย
        “สบายดีค่ะ”
        “แต่สีหน้าเอริกะจังดูไม่ดีเลย โกรธผมที่ไม่เคยโทรหาใช่ไหม” 
        “เปล่าค่ะ เอริกะรู้ว่ายูกิซังงานยุ่ง”
        “ปากบอกว่าเข้าใจ แต่อยู่ใกล้กันขนาดนี้เอริกะจังยังไม่ยอมยิ้มเลยนะ”
        เอริกะจังยิ้มให้ผม
        “แบบนี้ซิค่อยน่ารักหน่อยมาขอผมหอมแก้มให้หาคิดหน่อยนะ”

        ผมก้มลงไปจะหอมแก้ม เอริกะจังก็เอียงหนีเขินอาย แต่ไม่ทันที่จมูกผมจะชนแก้มเอริกะจังผมก็ต้องสะดุ้งจากเสียงเปิดประตูและเสียงตะโกนที่ดังขึ้น

        “เจ้าริวววววว” แนนตะโกนลั่นห้อง
        เจ้าริวได้ยินเสียงเรียกก็เห่ารับแล้ววิ่งไปหาแนน
        แนนอุ้มเจ้าริวขึ้นมา “เราไปเที่ยวกันดีกว่า”
        เจ้าริวก็เห่ารับเหมือนหยั่งกับมันเคยเจอกับแนนมาก่อน

        แต่พอแนนหันมาเห็นเอริกะ แนนก็วิ่งมาหาทันทีพร้อมกับเอาหน้าซุกไปที่อกเอริกะ

        “พี่สาวๆ คิดถึงจังเลย” 
        แนนคุยกับเอริกะซักพักก็ขอตัวจะพาเจ้าริวไปซื้อของ ผมแอบกระซิบบอกแนนว่าคืนนี้ผมขอกลับดึก
        “ไปทำไรอะ”
        “ก็จะพาพี่เอริกะไปซื้อของใช้เสื้อผ้าเพราะพี่เอริกะไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย”
        “อืม ก็ไม่เห็นต้องกับดึกเลย”
        “แล้วก็จะพาพี่เค้าเที่ยวกรุงเทพด้วย แล้วก็หาที่พักอีก”
        “ไปเที่ยวได้ แต่ที่พักไม่ต้องมานอนห้องเราซิ”
        “จะมานอนได้ไงพี่เค้าคงเกรงใจนะ”
        “ไม่เอาจะให้พี่สาวมานอนด้วย”

        แล้วแนนก็ไปอ้อนจนเอริกะยอมไปพักที่ห้องผม ก่อนที่แนนจะพาเจ้าริวไปซื้อของผมก็ดักแนนเพราะจะฝากหงส์กลับไปด้วยเลย วันนี้ผมคงไม่กลับเข้ามาที่บริษัทแล้ว

        “ก็ได้ งั้นไปแล้วนะ”
        “เดี๋ยวซิลืมอะไรไปหรือเปล่า”
        “ไม่นีไม่ลืมอะไรซะหน่อย”
        “ลืมซิยังไม่ได้ให้รางวัลพี่เลยนะที่เอาเจ้าริวมาได้”
        “อ้อ มาๆ” แนนดึงหน้าผมเหมือนกำลังจะหอมแก้ม
        “โอ้ยยยย อะไรเนี่ย” แต่แนนไม่หอมแก้มผมแต่กลับหยิกแทน
        “ได้เจ้าริวมาแล้ว ก็ไม่ต้องง้อแล้ว” แนนแล๊ปลิ้นใส่ผมก่อนจะรีบหนีออกไปนอกห้อง
        
        หลังจากแนนไปแล้วผมก็ได้โอกาสหอมแก้มเอริกะจังไปหลายฟอดจนทนไม่ไหวค่อยกดเธอลงนอน แต่เอริกะจังดูเหมือนจะยังไม่พร้อม เธอสายหน้าปฏิเสธช้าพร้อมกับสายตาที่เป็นกังวนเหมือนกลัวผมจะโกรธ แต่ผมก็ไม่กล้าโกรธเธอ ผมเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วเลยชวนเธอออกไปทานข้าว

        “เอริกะยังไม่หิวค่ะ” แต่เสียงท้องเอริกะจังกลับร้องออกมาเหมือนจะบอกว่าหิวทำเอาเอริกะจังอายจนหน้าแดง
        “ไม่หิวอะไรท้องร้องแล้วไปหาอะไรทานแล้วไปซื้อเสื้อผ้ากับของใช้กันเธอ”
        เอริกะจังพยักหน้ารับแบบอายๆ

        ผมพาเอริกะจังเดินออกจากห้องทำงาน ระหว่างนั้นผมก็รู้สึกถึงสายตาคู่นึงที่จ้องมองเราทั้งคู่อย่างไม่พอใจ ผมรู้สึกว่าหญิงจะจ้องมองผมกับเอริกะแบบไม่กระพริบตา สงสัยหญิงจะหึงแต่เอาไว้ผมค่อยง้อแล้วกัน แล้วไม่ทันที่ผมจะเดินไปถึงลิฟท์ก็มีข้อความจากหญิงส่งมาหาผม

        “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครค่ะ แฟนใหม่หรอ”
        “เปล่า เป็นเลขาของเพื่อนเค้าอุ้มเจ้าริวมาให้แนน” ผมต้องโกหกเพราะรู้ว่าหญิงคงกำลังอารมณ์ร้อนถ้าถูกความจริงไปทันที กลัวเธอจะยิ่งโมโห เอาไว้เธอใจเย็นก่อนแล้วผมจะบอกเธออีกทีว่าเอริกะเป็นใคร
        “แน่ใจนะค่ะ”
        “แน่ใจซิ”

        แล้วหญิงก็ไม่ส่งข้อความอะไรมาอีก เอริกะมองดูด้วยความสงสัยแต่เธอก็อ่านภาษาไทยไม่ออกผมเลยบอกว่าคุยเรื่องงานกับแผนกอื่น พอไปถึงที่รถ เอริกะจังทำหน้าแปลกใจ เธอคงไม่คิดว่าผมจะขับรถหรูแบบนี้ละมั้ง และตอนที่อยู่ญี่ปุ่นผมก็ทำตัวธรรมดากินข้าวร้านธรรมดาได้ไม่ต้องร้านไฮโซ

        ระหว่างทางผมก็ถามเอริกะจังว่าอยากทานไทยอะไรเป็นพิเศษไหม เผื่อเธอจะเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยทาน

        “สมต่ำ” เอริกะออกเสียงแปล่งๆ
        “อะไรนะ”
        “ส้มต่ำ”
        “อ้อส้มตำ เอริกะจังเคยทานหรอ”
        “ไม่เคยค่ะ”
        “ไม่เคยแล้วทำไมถึงอยากกินหละ”
        “ก็มีคนบอกว่าเป็นอาหารที่แซบ”
        “แซบหรอ แล้วรู้ไหมว่าแซบแปลว่าอะไร”
        “อร่อยใช่ไหมค่ะ”
        “ใช่แปลว่าอร่อย แต่มันก็อืม เอาไว้ลองชิมเองดีกว่า”
        “ค่ะ”
        “อืมแต่ว่า ถ้าจะทานส้มตำ ชวนแนนด้วยดีกว่า เพราะแนนก็ชอบ งั้นทานเป็นมื้อเย็นดีไหม”
        “ได้ค่ะแล้วแต่ยูกิซังค่ะ”
        “อืม งั้นเดี๋ยวเราทานก๋วยเตี๋ยวกันดีกว่า”
        “ก๋วยเตี๋ยว??” เอริกะจังทำหน้าเหมือนไม่รู้จัก
        ผมเลยอธิบายว่ามันคือราเม้งแบบไทยแล้วก็แซบด้วย 
        “แซบ โออิชิ??”
        “ใช่โออิชิ”

        ผมพาเอริกะจังไปทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำเพื่อให้เธอรู้จักคำว่าแซบ เผื่อเธออาจจะเปลี่ยนใจไม่อยากกินส้มตำหลังจากรู้จักคำว่าแซบแล้วก็ได้ ผมสั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำแบบเผ็ดน้อยสุดให้เอริกะจังลองทานดู เอริกะตักน้ำซุบมาชิมแล้วก็เบาปาก

        “แซบไหม”
        “แซบ??”
        “ใช่นี่แหละความหมายของคำว่าแซบ”
        เอริกะจังพยักหน้า “แซบ แซบ” แล้วเริ่มทานเกี๋ยวต่อ

        ผมบอกเอริกะจังว่าที่ร้านนี้ก็มีระดับความเผ็ดเหมือนร้านแกงกะหรี่ที่เธอเคยพาผมไปทานที่ญี่ปุ่น แล้วผมก็บอกว่าระดับที่ผมสั่งให้เธอคือระดับความเผ็ดต่ำสุด ส่วนที่ผมทานคือเผ็ดมากสุด เอริกะมองมาที่ถ้วยผมขอลองชิมน้ำซุบ

        “เอาซิแต่ถ้วยนี้เผ็ดมากนะ”
        เอริกะพยักหน้าแล้วลองตักชิม ความเผ็ดทำเอาปากและแก้มเอริกะแดง เธอรีบหยิบแก้วน้ำดื่ม
        “แซบค่ะ”
        “ใช่ นี่แหละที่เรียกกว่าแซบ แล้วส้มตำที่อร่อยๆ มันจะต้องแซบนะ แล้วแซบกว่านี้ด้วยจะทานไหวหรอ”
        
        เอริกะจังพยักหน้าแล้วบอกว่าอยากจะลองทาน เธออยากจะรู้ว่าส้มตำจะเผ็ดกว่าแกงกะหรี่มากขนาดไหน เอริกะจังทานก๋วยเตี๋ยวชามแรกหมดก็ขอให้ผมสั่งแบบเผ็ดสุดให้ลองทาน ผมพยายามห้ามแต่เอริกะจังอยากลองทานผมเลยตามใจสั่งมาให้

        เอริกะจังก็พยายามทานจนหมดแต่ก็ทำเอาเธอแก้มแดงเหงื่อออกจนผมต้องหยิบทิชชูให้เช็ด หลังจากทานเกี๋ยวเตี๋ยวเสร็จ ผมเลยสั่งขนมถ้วยมาให้เอริกะจังทานแก้เผ็ด หลังจากนั้นเราก็ไปเดินหาเสื้อผ้า เอริกะจังเลือกเสื้อผ้าสามชุด จากนั้นผมก็พาเธอไปซื้อชั้นใน

        หลังจากเสื้อผ้าเสร็จผมก็ผาเอริกะจังไปซื้อพวกแปรงสีฟันสบู่ยาสระผม ระหว่างนั้นเอริกะจังรู้สึกอยากทำอาหารให้ผมกับแนนทานขึ้นมาบ้างเราก็เลยซื้อเครื่องเทศและเครื่องปรุงอื่นๆ ตอนแรกผมคิดว่าจะพาเอริกะจังไปเที่ยวดูกรุงเทพ แต่ดูเธอเหนื่อยๆ ผมเลยคิดว่าค่อยพาเธอเที่ยววันพรุ่งนี้ดีกว่า

        ผมโทรหาแนนเพื่อจะบอกเรื่องไปทานส้มตำด้วยกัน แต่แนนยังไม่ได้กลับห้อง ยังพาเจ้าริวเที่ยวซื้อของและคงกลับถึงบ้านประมาณ 6 โมงเย็น ผมเลยนัดให้แนนกลับมาเจอกันที่ห้องก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยไปทานข้าวพร้อมกัน หลังจากวางสายจากแนนผมก็พาเอริกะไปวนอนุเสาวรีย์ให้เธอได้ดูก่อนที่จะพาเธอกลับห้อง

        พอถึงห้องผมก็ทนความคิดถึงไม่ไหว ผมกอดเอริกะจังแล้วเริ่มหอมแก้ม แต่เอริกะจังไม่ยอมเธอขออาบน้ำก่อน ผมเลยขออาบน้ำด้วย เอริกะจังทำท่าจะไม่ยอมแต่ผมก็อ้อนจนเธอใจอ่อน ผมรีบถอดเสื้อผ้านุ่งผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าไปในห้องน้ำ เอริกะจังตามมาที่หลัง

        เอริกะจังถูหลังอาบน้ำให้ผม ผมรู้สึกสบายตัวมากๆ เพราะไม่มีใครทำให้ผมแบบนี้เลย พอเอริกะจังอาบน้ำให้ผมเสร็จผมก็อยากจะตอบแทนเธอ แต่เอริกะจังไม่ให้ เธอขออาบน้ำก่อนและให้ผมไปรอที่ให้ห้องนอน ผมก็ยอมไปนอนรอในห้องนอน

        ผมนอนรอประมาณครึ่งชั่วโมงเอริกะก็เปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอนุ่งผ้าขนหนูของแนนซึ่งมันแทบจะปกปิดหุ่นอวบขาวของเธอไม่ได้เลย ผมรีบลุกขึ้นไปกอดเอริกะจังไว้แล้วหอมแก้มเธอก่อนจะประกบปากจูบ แต่เอริกะจังแค่เผยอปากรับแต่ไม่แลกลิ้นตอบ 

        ผมค่อยจับเอริกะนอนลงบนเตียงจากนั้นก็เปลี่ยนมาไซด์ที่ซอกคอและใบหูของเธอ เอริกะครางออกมาเบาๆ แต่พอผมเห็นดวงตาของเธอผมก็ต้องหยุด ดูเหมือนเธอจะยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้ เธอคงยังจะมีอะไรค้างคาในใจอยู่ ผมเลยหอมแก้มเธอและขอนอนหนุนอกอุ่นๆ ของเธอแทนจนเย็น

        พอใกล้เวลาที่แนนจะกลับมาบ้านผมก็ลุกขึ้นแต่งตัวแล้วพาเอริกะจังไปนั่งคุยที่โซฟา เราคุยกันเรื่องต่างๆ เอริกะจังบอกผมว่าเธอเลิกดริฟท์รถแล้ว แต่ยังขับมอเตอร์ไซด์อยู่บ้าง ผมเลยถามว่าเธอชับไปไหน เอริกะจังตอบว่านานๆ ครั้งเธอจะขับมอเตอร์ไซด์ไปเที่ยวน้ำพุร้อนที่ผมกับเธอเคยไปด้วยกัน 

        “เอริกะจังคิดถึงผมมากใช่ไหม”
        เอริกะจังพยักหน้าช้าๆ
        “ถ้างั้นเอริกะจังไม่กลับไปญี่ปุ่นอีกได้ไหม”
        “แต่ว่า”
        “ผมรู้ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่ดีอะไร ผมมีผู้หญิงคนอื่นอยู่อีกไม่ได้มีแค่เอริกะจังคนเดียว แต่ผมก็สัญญานะว่าผมจะรักและดูแลเอริกะจังให้ดีไม่แพ้คนอื่น”
        เอริกะจังมองตาผม
        “นะอยู่ที่นี่กับผมนะ”
        ในขณะที่ผมรอคำตอบอย่างใจจดใจจอก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น
        “ถึงบ้านเราแล้วเจ้าริว วิ่งเล่นในนี้ไปก่อน เดี๋ยวไปบ้านใหม่มีที่ให้วิ่งเล่นเยอะกว่านี้อีก”

        และพอเห็นผมกับเอริกะทั้งแนนทั้งเจ้าริวก็วิ่งมาหา ทำให้ผมอดได้ยินคำตอบของเอริกะจัง แนนมากอดรัดฟัดเหวี่ยงเอริกะจังอยู่แบบนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้ฟังคำตอบวันนี้แล้ว ผมเลยลุกขึ้นเดินช่วยหงส์เก็บของ แล้วก็ได้เห็นสีหน้าหงส์ที่เหมือนกำลังน้อยใจ

        สงสัยหงส์จะน้อยใจผมกับเอริกะจัง ผมเลยเอามือลูบหัวเธอ

        “น้อยใจหรอ” ผมถามหงส์
        “เปล่าค่ะ”
        “ทั้งเสียงทั้งใบหน้าบ่งบอกว่าน้อยใจพี่อยู่นะ”
        “ไม่หรอกค่ะ หงส์รู้ตัวว่าหงส์เป็นได้ไหน”
        “นั่นไงน้อยใจพี่จริงๆ ด้วย”
        หงส์เงียบไม่ตอบ
        “ที่พี่จะพูดต่อไปนี้ไม่ใช่แค่อยากหลอกให้หงส์หายโกรธพี่นะ”
        หงส์หันมามองผม
        “ถ้าเอริกะจังยอมอยู่กับเรา ถ้าเค้ายอมเป็นเมียพี่คนที่ 4”
        หงส์เริ่มน้ำตาคลอเพราะแทนที่เธอจะได้เป็นเมียคนที่ 4 ผมกลับจะเอาคนอื่นมาแทน
        “ไม่เอาไม่ร้องซิพี่ยังพูดไม่จบเลย ถ้าพี่รับเมียคนที่ 4 เพิ่ม ก็แปลว่าพี่ผิดสัญญาที่เคยพูดไว้ว่าจะมีเมียแค่ 3 คน เพราะฉะนั้น ไหนๆ พี่ก็ผิดสัญญาแล้ว พี่ก็จะรับเมียเพิ่มอีกคนเป็นคนที่ 5”
        หงส์ดูจะไม่เข้าใจทำหน้าจะร้องไห้อย่างเดียว
        “ยังจะร้องไห้อีก นี่หงส์ไม่อยากเป็นเมียคนที่ 5 ของพี่หรอ”
        หงส์ทำหน้างงๆ ก่อนจะถาม “จริงๆ นะค่ะ”
        “จริงซิ ทีนี้ก็หยุดร้องไห้ได้แล้วนะ ไปกินข้าวกันดีกว่า”
        “ค่ะ” ดวงตาหงส์เปี่ยมด้วยความหวัง

        ผมไม่ได้หลอกหงส์ ผมคิดแบบนี้จริงๆ เพราะก้อยเองก็เคยพูดเรื่องเอริกะกับผม เธอยอมรับเอริกะมาอยู่กับเราได้ แต่ก่อนที่ผมจะคิดมีคนอื่นผมต้องรับผิดชอบหงส์ก่อน ถ้าผมไม่ทำตามนี้ต่อให้ก้อยรักผมมากแค่ไหนเธอก็จะไม่ยอมอยู่กับผมอีกต่อไป

        แล้วผมก็ไปชวนแนนกับเอริกะออกไปทานข้าวตามที่นัดไว้ ผมบอกให้แนนทิ้งเจ้าริวไว้ที่ห้อง แต่แนนไม่ยอม

        “อย่าเอามันไปเลยเดี๋ยวมันก็ไปวิ่งซนในร้านเค้า”
        “ไม่ซนหรอก เดี๋ยวอุ้มไว้ก็ได้”
        “อุ้มไว้แล้วจะทานข้าวยังไง”
        “ก็ให้พี่หงส์ทานก่อน พี่หงส์ทานเสร็จแล้วก็ให้พี่หงส์อุ้มบ้าง”
        “แล้วทำไมต้องผลัดกันกิน กินพร้อมกันไม่ได้หรอ สรุปเอาเจ้าริวไว้เนี่ยแหละ ทิ้งอาหารเม็ดไว้ให้ เราไปกันไม่นานมันคงอยู่ได้”
        “ไม่เอาจะเอาไป มันไม่ดื่อหรอก เดี๋ยวแนนจัดการเอง”

        ผมไม่อยากเถียงต่อแล้ว ผมเลยยอมให้แนนเอาเจ้าริวไปด้วย พอไปถึงรถผมจะเปิดประตูให้แนนนั่งหน้าแต่แนนรีบเข้าไปนั่งเบาะหลังก่อน

        “อ้าวไม่นั่งหน้าแล้วหรอ”
        “ไม่เอาไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย ทำไมต้องนั่งหน้า”
        “ตามใจ”

        สรุปเอริกะจังเลยได้นั่งหน้าคู่กับผม จากนั้นผมก็ขับรถพาไปที่ร้านประจำของแนน ไปถึงร้านแนนก็ตะกร้าที่มีผ้านวมปูอยู่ด้านในลงไปด้วย เจ้าริววิ่งตามแนนไม่ยอมห่าง พอไปถึงโต๊ะแนนก็สั่งให้เจ้าริวเข้าไปนอนในตะกร้าที่เธอวางไว้บนพื้นข้างที่นั่ง

        “เข้าไปในตะกร้า” แนนสั่งเจ้าริว
        เจ้าริวทำท่าเหมือนตื่นเต้นกับที่แปลกตา และน่าจะอยากวิ่งเล่นมากกว่า
        “เร็วๆ เดี๋ยวเหอะ” แนนตะหวาดเจ้าริว
        เจ้าริวรีบกระโดดเข้าไปในตะกร้าแต่ยังไม่ยอมนอน
        “นอน เร็ว บอกให้นอน”
        เจ้าริวกลัวแนนรีบนอนลงเอาขาหน้าสองข้างขึ้นปิดหัว
        “เอ้ากระดูกแทะเล่นไปก่อน เดี๋ยวแม่กินข้าวเสร็จจะพาไปวิ่งเล่น” 

        แนนวางกระดูกลงในตะกร้าให้เจ้าริวแทะเล่น จากนั้นแนนก็เริ่มสั่งอาหาร แล้วแนนก็สั่งตำปูปลาร้า ซุบหน่อไม้ ต้มแซบ ลาบ น้ำตก ไก่ย่าง ซึ่งผมคิดเอริกะจังคงจะได้กินแค่ไก่ย่างแน่ๆ เพราะอย่างอื่นคงจะเผ็ดหมด 

        “ตำปูปลาร้าเลยหรอ แล้วพี่เค้าจะกินเป็นหรอ”
        “เป็นซิอร่อยจะตาย”
        “ทีปลาหมึกกุ้งแห้งทำเป็นบ่นนะ ปลาร้าเหม็นกว่าตั้งเยอะไม่เห็นบ่น”
        “ไม่เห็นจะเหม็นเลย ไม่กินก็ไม่ต้องมายุ่ง”
        เจ้าริวเห่าผมสมทบ
        “ดีมากลูก เห็นไหมเจ้าริวยังบอกไม่เหม็นเลย”

        แล้วเจ้าริวมันหมาญี่ปุ่นมันจะเคยได้กลิ่นปลาร้าได้ไงเล่า ผมไม่อยากเถียงแนนต่อเลยสั่งส้มตำไทยมาให้เอริกะทาน แล้วอาหารก็มาเสริฟ แนนก็ช่วยเอริกะชิมซุบหน่อไม้น้ำตกลาบหมูต้มแซบ แล้วก็มาถึงอย่างสุดท้ายที่แนนบอกว่าอร่อยที่สุด

        “ชิมๆ ส้มตำ” แนนตักส้มตำแล้วยื่นช้อนให้เอริกะชิม
        เอริกะชิมแล้วก็ต้องรีบกินน้ำตาม พร้อมกับเอามือพัดปาก
        “เห็นไหมบอกแล้วว่าพี่เค้าทานไม่ได้หรอก ดูซิเผ็ดจนน้ำตาไหลแล้วแถมยังเหม็นอีก”
        “เผ็ดหรอ”
        เอริกะพยักหน้า “แซบมากค่ะ” เอริกะจังเข้าใจความหมายคำว่าแซบแล้ว ที่แท้มันไม่ได้แปลว่าอร่อยเฉยๆ แปลว่ารสจัดด้วย

        หลังจากนั้นผมก็ให้เอริกะจังกินส้มตำไทยและก็ของที่ไม่เผ็ด แต่เอริกะจังก็ยังไปตักพวกของเผ็ดๆ ชิม เราทานกันต่อจนอิ่ม พออิ่มแนนก็ลุกขึ้นเจ้าริวทำท่าจะลุกขึ้นตามแต่ยังไม่ได้รับคำสั่งมันก็รีบหมอบลงก่อนที่จะโดนแนนแว๊กใส่ แต่แนนก็เรียกมันให้วิ่งตาม

        พอแนนอนุญาตเจ้าริวมันก็กระโจนออกจากตะกร้าแล้ววิ่งตามแนนไป หงส์ขอตัวตามไปดูเหลือแต่ผมกับเอริกะอยู่ที่โต๊ะ

        “แล้วคนนี้หละค่ะ”
        “ใครหรอ”
        “หงส์”
        “อ้อน้องหงส์ ทำไมหรอเอริกะจัง”
        “เป็นแฟนอีกคนหรอค่ะ”
        “เปล่าๆ อืม ไม่ใช่แฟนแต่ก็เหมือนกับเป็นแฟนคนนึงนะ”
        “แล้วเค้าจะไม่โกรธหรอค่ะที่เอริกะไปค้างที่ห้องยูกิซัง”
        “ไม่หรอก หงส์เค้าเข้าใจ ว่าแต่เอริกะจังเถอะ รู้แบบนี้แล้วจะกลายเป็นเกลียดผมหรือเปล่า”
        “ไม่ค่ะ เอริกะเข้าใจค่ะ คนญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่านี้อีกค่ะ”
        
        เช็คบิลเสร็จผมก็ถือตะกร้าแล้วจูงเอริกะจังเดินไปหาแนนที่กำลังเล่นกับเจ้าริวอยู่ที่สวนข้างๆ ที่จอดรถ ผมกับเอริกะจังยืนดูแนนเล่นกับเจ้าริวซักพักผมก็ชวนแนนกลับห้องเพราะอาการเริ่มเย็น แนนเรียกเจ้าริวให้วิ่งกลับไปหาแล้วก็อุ้มมันขึ้น จากนั้นเราก็เดินกลับไปที่รถ

        “อย่าเพิ่งเปิดแอร์นะ”
        “ทำไมอีกหละ”
        “ก็จะให้เจ้าริวมันตากลมก่อนแล้วค่อยเปิดแอร์”
        “อุ้ยยย เรื่องมากทั้งแม่ทั้งลูกเลยโว้ยย” ผมแอบบ่นไม่ให้แนนได้ยิน
        “บ่นไรอะ”
        “ไม่ได้บ่นซะหน่อย”
        “ก็ดีแล้ว”

        ขนาดเอริกะฟังไม่ออกยังขำผมกับแนน แล้วเจ้าริวก็ได้เกาะหน้าทางกินลมจนมันพอใจก่อนที่ผมจะได้เปิดแอร์ กลับไปถึงห้องเราก็ผลัดกันอาบน้ำ จากนั้นก็เข้านอน แนนจะเอาเจ้าริวมานอนให้ห้องแต่ผมไม่ยอม แนนจะว่ายังไงผมก็ไม่ยอมจนแนนต้องเอาตะกร้าของเจ้าริวมาวางหน้าห้องแล้วให้มันนอน

        ตอนแรกเจ้าริวก็ร้องครับมันคงอยากจะนอนข้างในห้องด้วย แต่พอเจอแนนดุดมันก็เอาขาหน้ายกขึ้นปิดหัวแล้วก็นอนเงียบไม่ส่งเสียงอีก ผมก็สงสารมันอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่อยากให้มันเคยตัว เดี๋ยวมันเคยได้นอนในห้องต่อไปมันก็จะไม่ยอมนอนนอกห้อง

        คืนนี้เรานอนกันแบบไม่มีอะไร เอริกะคงเขินๆ ที่อยู่ๆ ก็ได้นอนกับแนนกับผมแล้วยังมีน้องหงส์อีก แต่หลับไปซักพักผมก็หิวน้ำผมเลยลุกขึ้นเปิดประตูออกไปนอกห้องเพื่อหาน้ำกิน แต่พอผมเปิดประตูห้องนอนเจ้าริวก็ชูคอมองผม พอเห็นผมเดินไปทางตู้เย็นมันก็รีบกระโดดออกมาจากตะกร้าแล้วกระดิกหางวิ่งตามผม

        ผมนั่งกินน้ำมันก็มานั่งเฝ้า ผมไล่ให้มันไปนอนมันก็ไม่ไป ผมกินน้ำเสร็จก็เดินมาที่โต๊ะทำงานดูว่ามีใครโทรหาหรือเปล่า เจ้าริวก็ตามมาอีก ผมดูโทรศัพท์เสร็จผมก็เดินกลับไปที่หน้าห้องนอน เจ้าริวก็มายืนรอ

        “ไปนอนไป เดี๋ยวก็โดนแม่แก่แว๊กอีกหรอก”

        เจ้าริวมันก็ทำเหมือนไม่เข้าใจที่ผมพูดครับมันทำหน้าแป้วเหมือนรอให้ผมเปิดประตูให้ ผมเลยจับมันอุ้มแล้ววางที่ตะกร้า แต่พอผมจะเปิดประตูมันก็กระโดดมายืนรออีก ผมจับมันใส่ตะกร้าหลายครั้งมันก็ยังกระโดดออกมาตลอด จนผมอ่อนใจผมเลยบอกมันว่านอนข้างในก็ได้แต่ต้องนอนในตะกร้านะ

        ที่นี่มันดันรู้เรื่องรีบกระโดดไปนอนในตะกร้า ผมหละปวดหัวเลย ผมก็เลยต้ออุ้มตะกร้าเจ้าริวเข้าห้องนอน แล้วผมก็เอาตะกร้าไปวางที่ด้านข้างเตียงที่แนนนอน พอมันเห็นแนนนอนหลับไปแล้วมันก็นอนบ้างครับ ผมก็กลับขึ้นไปนอนและแย่งแนนกอดเอริกจังต่อ

        ผมรู้สึกตัวตื่นเพราะเหมือนโดนอะไรเปียกๆ มาเลียที่ปาก แล้วผมก็ต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นเพราะเจ้าริวนั้นเองที่เลียปากผมอยู่ ผมก็ร้องแว๊กแล้วพยายามจะจับเจ้าริวแต่มันก็วิ่งหนีไปหาแม่มันครับ มันกระโดดหาแนน แล้วแนนก็พามันวิ่งหนีผม ผมก็วิ่งไล่ตาม เราก็โวยวายกันแต่เช้า

        เอริกะจังกับหงส์ที่ช่วยกันทำอาหารอยู่ก็ขำผมกับแนนและก็เจ้าริว หลังจากนั้นเราก็ทานอาหารเข้ากัน พอมานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะ และเจ้าริวก็มานั่งข้างๆ พร้อมชามข้าวของมัน แต่มันก็ต้องนั่งดูเฉยๆ รอให้แนนอนุญาตก่อนมันถึงจะเริ่มกินได้ 

        เอริกะจังทำอาหารแบบง่ายๆ ให้เราทาน มีปลาแซลมอนรมควัน ซุบมิโซะ สลัดมันฝรั่งบบญี่ปุ่นและข้าวหุงแบบญี่ปุ่น

        “น่ากินจังเลยกินเลยนะ” แนน
        “เดี๋ยวซิ จำไม่ได้หรอกว่าตอนไปญี่ปุ่นก่อนจะทานอาหารเค้าต้องทำยังไง”
        “อ้อ อิตาระกิมาสสสส”

        เอริกะจังขำแนนแล้วเราก็เริ่มทานข้าวเช้ากัน แนนดูจะชอบข้าวเช้าที่เอริกะจังทำให้ทาน ปรกติแนนไม่ชอบอาหารต่างชาติ แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักทำแนนก็จะชอบทาน อย่างเจนเคยทำอาหารฝรั่งแนนก็ชอบทาน แต่ถ้าไปร้านแนนก็จะไม่ชอบ พอเราทานอาหารเสร็จผมก็บอกหงส์ว่าวันนี้ลาหยุดได้เพราะผมจะไม่ไปทำงาน แต่หงส์อยากไปรับเรื่องงานให้ผม ผมเลยให้แนนไปส่งและบอกให้แนนไปรับหงส์กลับตอนเย็นด้วย

        หลังจากแนนพร้อมกับหงส์และเอาเจ้าริวไปด้วยผมก็คิดว่าจะพาเอริกะจังไปเที่ยวไหนดี กรุงเทพมันมีอะไรให้เที่ยวนะ ผมก็อยู่มานานแต่ไม่เคยรู้เลย เลยลองเปิดดูใน Google แล้วก็เจอว่ากรุงเทพมีอะไรให้เที่ยวบ้าง ผมก็รีบพาเอริกะจังไปทันที ที่แรกก็คือส่วนสาธารณะ ตอนแรกผมว่าจะพาไปสวนลุม แต่ได้ข่าวว่ามีตัววรนุชเยอะมาก ผมเลยต้องเปลี่ยนมาเป็นสวนจตุจักรแทน

        ดูเหมือนเอริกะจังจะชอบผมถ่ายรูปเธอเก็บไว้ด้วย หลังจากเดินสูดอากาศกันเสร็จที่ต่อไปก็คือหาขนมกิน ผมเลือกพาเอริกะจังไปตลาดน้ำตลิ่งชัน ดูเอริกะจังจะตื่นตามาคงไม่เคยเห็นตลาดแบบนี้มาก่อน แล้วยังมีขนมแปลกตาที่ผมเองเป็นคนไทยแต่ก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน

        ผมซื้อขนมต่างๆ ให้เอริกะจังลองทาน แต่ดูเหมือนเธอจะชอบขนมครกมาก เป็นอย่างเดียวเอริกะจังขอเบิ้ล หลังจากชิมขนมกันจนอิ่มผมก็พาเอริกะจังเข้ามาในตัวเมือง วัดพระแก้ว ผมคิดไม่ออกแล้วเห็นฝรั่งชอบมากันเอริกะจังคงจะชอบ 

        ซึ่งเอริกะจังก็ดูจะตื่นเต้นจริงๆ กับสถาบัตยกรรมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ผมก็ถ่ายรูปเอริกะจังไว้เยอะมาก และก็มีขอให้คนถ่ายรูปคู่ให้ด้วย หลังจากเดินดูวัดจนทั่วผมก็คิดที่ที่จะไปต่อเองนั้นคือ ท่าพระจันทร์ ผมให้เอริกะจังลองกินผัดไทเส้นจันทร์กุ้งสด อาหารไทยชื่อดังอันดับสองรองจากต้มยำกุ้ง

        เอริกะจังชอบมาก คงจะเพราะรสชาติที่กลมกล่อมและก็หวานไม่เผ็ดเหมือนก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ผมหลอกให้เธอไปทานเมื่อวาน เรา นอกจากนั้นผมก็ยังสั่งหมูสะเต๊ะ ส้มตำไทย ปอเปี๊ยะกุ้งทอด และอีกหลายอย่างจนเอริกะจังบอกว่าเธอคงอ้วนขึ้นแน่ๆ แต่ผมก็บอกเธอว่าอ้วนขึ้นอีกนิดก็ดีผมจะได้กอดได้แน่ๆ

        เราทานข้าวกันแล้วก็มองดูวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนบ่ายสาม ผมเลยคิดที่ไปเที่ยวต่อเองเป็นที่ใกล้กับที่ผมจะพาเอริกะไปทานอาหารเย็นพอดี นั้นก็คือประตูน้ำ ผมพาเอริกะจังดูเสื้อผ้าและของประดับแปลกๆ เราเดินดูกันอยู่จนเริ่มมืดผมก็พาเธอขึ้นไปทานอาหารบนตึกใบหยก

        ผมเลิกได้ไม่ผิดเพราะเราสองคนได้มีโอกาสดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันระหว่างรออาหารมาเสริฟ ผมแอบจองห้องที่นี่ไว้ด้วย แต่ไม่รู้เอริกะจังจะอยากให้ผมกอดหรือเปลา หรือเธอจะยังไม่พร้อมอีกเหมือนเมื่อวาน เราทานข้าวไปคุยกับไปและชมวิวของกรุงเทพยามค่ำคืน

        พอทานข้าวเย็นเสร็จผมก็มีที่ที่จะพาเอริกะไป นั้นก็คือจุดชมวิวบนตึกใบหยก เอริกะจังจ้องมองแสงไฟที่ระยิบระยับของกรุงเทพยามราตรี แต่พอเริ่มดึกอากาศก็เริ่มเย็น ผมเห็นเอริกะจังเริ่มเอามือถูแขนตัวเอง ผมเลยเข้าไปโอบกอดเอวเธอไว้

        “ผมมีความสุขมากเลยนะ ที่ได้มีโอกาสเจอเอริกะจังอีกครั้งแบบนี้”
        “เอริกะก็มีความสุขค่ะ”
        “เอริกะจังยังไม่ตอบผมเลย ว่าเอริกะจังจะอยู่ที่นี่ไม่กลับไปญี่ปุ่นอีกได้ไหม”
        เอริกะจังนิ่งไปไม่ตอบ
        “ว่าไงครับ ผมไม่โกรธหรอกนะ ถ้าเอริกะจังจะโกรธที่ผมไม่เคยติดต่อไปเลย หรือจะโกรธที่ผมมีคนอื่นแล้วยังจะมาขอให้เอริกะจังอยู่ด้วย ผมขอแค่เพียงได้ยินคำตอบจากเอริกะจังเท่านั้น ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไงผมก็จะยอมรับมัน”
        
        เอริกะจังหันกลับมาหาผม เธอใช้มือจับปลายผมที่โดนลมพัดมาบังใบหน้า แล้วเธอก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบผม คราวนี้เธอแลกลิ้นกับผมด้วย เรากอดจูบกันโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง หลังจากเราจูบกันเสร็จ ผมก็ชวนเอริกะจังไปต่อที่ห้องที่ผมปิดไว้ เธอพยักหน้ารับพร้อมกับรอยยิ้ม

        ผมดีใจมาก ถึงเอริกะจังจะไม่ได้ตอบว่าจะอยู่กับผมหรือเปล่า แต่การที่เธอจูบผมคงเป็นคำตอบที่ดี พอไปถึงห้องที่ผมจองไว้ผมก็ไม่รีบร้อน ผมกอดเอริกะจังไว้แล้วถามเธออีกครั้งให้แน่ใจ

        “ตกลงคุณจะอยู่กับผมใช่ไหม”

        เอริกะจังเอาแขนมากอดคอผมแล้วดึงผมก้มลงไปจูบ เราแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม มือผมก็ลูบไล้แผ่นหลังและหัวไล่เอริกะจัง จากนั้นผมก็ค่อยเดินนำเธอไปที่เตียงแล้วค่อยๆ ดันเธอลงนอน เราผละปากจากกันแล้วจ้องตากันอีกครั้ง

        “ผมรักเอริกะจังนะ”
        “เอริกะก็รักยูกิซังค่ะ”

        พูดจบผมก็ก้มลงจูบกับเอริกะอีกครั้ง คราวนี้เป็นจูบที่เร้าร้อนขึ้น มือผมลูบไล้ไปตามลำตัวเอริกะแล้วก็มาคลึงที่หน้าอกคู่โต จากนั้นผมก็เลื่อนปากลงมาไซ้ดที่ซอกคอเอริกะจัง เอริกะจังกอดผมไว้แน่นพร้อมกับร้องคราง เบาๆ ผมซุกไซด์ต่ำลงมาที่อกคู่โต

        เอริกะจังถลกเสื้อขึ้นเพื่อจะถอดมันออก ผมช่วยดึงมันออกไปจากร่างของเอริกะจัง หลังจากเสื้อยืดที่เธอใส่หลุดออกผมก็เจอกับหน้าอกคู่โตที่ผมคิดถึงมานาน เอริกะจังไข้วมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอบรา พอมันหลุดออก ผมก็เห็นสองเต้าของเอริกะเต็มตา

        ผมรีบก้มลงดูดฟัดหน้าอกโตของเอริกะจังให้หายคิดถึงทันที เอริกะจังเองก็กดหัวผมอัดกับหน้าอกเธอแน่น พอผมดื่มด่ำกับหน้าอกคู่โตของเอริกะจังจนอิ่มผมก็เริ่มไซ้ดต่ำลงมาที่หน้าอกอูมๆ ของเธอ ผมฟัดหน้าท้องเอริกะจังจนเธอร้องซี๊ด มือผมก็เริ่มปลดกระดุมเกงกางขาสั้นของเธอออกทีละเม็ดทีละเม็ดจนหมด

        แล้วจากนั้นผมก็ดันมันออกจากเอวของเอริกะจัง เอริกะก็ขยับก้นช่วย ผมรีบเลื่อนปากไปที่หว่างขาเธอทั้นที เอริกะร้องอ้า ทันทีที่ผมรัวลิ้นใส่เป้ากางเกงในเธอ มือผมสองข้างก็ขย้ำขยุ่มก้นเอริกะจังอย่างมันส์มือ แล้วผมก็อยากลิ้มรสน้ำรักของเอริกะ ผมรีบดึงกางเกงในตัวน้อยที่ปกปิดของรักเอริกะออก

        ทันทีที่กางเกงในหลุดจากร่างผมก็เห็นร่องกลีบสวยที่ผมคิดถึง ผมก้มลงหอมมันฟอดใหญ่ทำเอาเอริกะเสียวจนต้องเอามือขย้ำหัวผม แล้วผมก็เริ่มเลียกลีบสีชมพูของเอริกะ เธอครางอู้ยยยย อู้ยยยย ตาม ไม่นานน้ำรักเอริกะจังก็ไหลออกมาให้ผมได้กิน ผมรีบดูดกินทันที

        เอริกะจังร้องครางแอนเอวรับลิ้นผมที่ชอนไช้ลองรักเธอไปทั่ว ผมเองก็ละเลงลิ้นไปทั่วร่องสาวของเอริกะจัง พอผมคิดว่ากระตุ้นความต้องการของเอริกะจังได้ที่ผมก็แหวกกลีบสาวของเอริกะจับแล้วเลียไปที่รูฉี่เธอ เอริกะจังร้องลั่นพร้อมกับเด้งเอวเร่าๆ ผมไม่หยุดเร่งรัวลิ้นต่อ

        เอริกะจังเสียวจนต้องร่อนเอวตามลิ้นผม ผมละเลงลิ้นทั้งดันทั้งเลียรูฉี่เอริกะจนกระทั้งเธอร้องกรี๊ด น้ำรักพุ่งใส่หน้าผมเต็มไปหมด เอริกะจังเกร็งเอวแอ่นอยู่เกือบนาทีแล้วก็ทิ้งก้นลงบนเตียง เอริกะจังรีบดึงผมขึ้นไปจูบขอบคุณสำหรับน้ำแรกของเธอ

        ระหว่างที่เราจูบกันผมก็ถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมด เอริกะจังเลื่อนมาจับเอ็นผมแล้วรูด ผมเสียวมากครับยิ่งจูบเธอร้อนแรงยิ่งขึ้น พอเอ็นผมแข็งเต็มที่เอริกะจังก็จับมันจอร่องสาวเธอ เราหยุดจูบกันแล้วจ้องตา เอริกะจังดึงเอวผมให้เอาหัวบานแทรกเข้าไปในร่องสาวเธอ

        ผมค่อยๆ ดันลำแท่งเข้าไปในร่องเสียวเอริกะจนมิดด้าม เอริกะจังทำหน้าเสียว จากนั้นผมก็เริ่มกระแทกเอ็นเบาๆ แต่ลึกสุด เอริกะจังที่พยายามจะฝืนไม่ทำหน้าเสียวตามก็ทนไม่ไหวเธอหลับตาซูดปาก หน้าเธอเป็นสีชมพูสวย เอริกะจังใช้มือจิกสะโพกผมไว้แน่น

        ผมเน้นแทงเอ็นใส่ร่องสาวเอริกะจังจนชนมดลูก เอริกะจังแหง่นหน้าหลับร้องโอ้ววว บ้าง ซี๊ด บ้างไม่หยุด ผมก้มลงหอมคอดูดคอเธอเพื่อเพิ่มอารมณ์กระสัน ร่องสาวเอริกะจังตอดรัดเอ็นผมไม่หยุดเลย ผมเสียวมากจนน้ำจะแตกให้ได้ น้ำรักเธอก็ไหลออกช่วยหล่อลื่นจนผมเริ่มเร่งจังหวะขึ้นได้

        ผมแอนตัวขึ้นแล้วเริ่มกระเด้าเอวแทงร่องสาวเอริกะจังจนน้ำรักเธอแตกกระจาย เอริกะจังขมวดคิ้วสะบัดหน้าไปซ้ายทีขวาที ผมจับขาเธอถ่างออกแล้วจับขอเท้าไว้เพื่อให้แทงเอ็นได้ลึกขึ้น เอริกะเสียวจนร้องลั่น น้ำหล่อลื่นเธอก็ยิ่งเยอะขึ้นทำให้ผมกระแทกได้แรงและเร็วขึ้นด้วย

        แล้วผมก็คิดจะให้เอริกะจังเสร็จ ผมเร่งกระเด้าๆ รัวยิก เอริกะจังสะบัดหน้าไปมาไม่หยุดก่อนจะร้องกรี๊ดแล้วจับเอวผมไว้แน่ ผมหยุดให้ร่องสาวเอริกะจับบีบรัดจนแน่นหลายครั้ง ผมเสียวจนต้องซูดปากเลย พอร่องสาวเอริกะจังคลายตัวเธอก็ขอทำให้ผมบ้าง ผมค่อยๆ ถอดเอ็นที่ชุมไปด้วยน้ำรักเธออก 

        จากนั้นผมก็นอนหงายเอริกะจังก็คลานมาที่หว่างขาผมแล้วเริ่มเลียที่ปลายหัวบาน เธอเลียไปทั่วขอบหัวบาน ผมเสียวมาก เอริกะจังเสยผมที่ตกมาบังใบหน้าแล้วอมหัวบานผมเข้าปากแล้วก้มลงไปจนเอ็นผมเข้าไปในปากเธอมิดด้าม แล้วเอริกะจังก็ผงกหัวขึ้นลงช้าๆ ระหว่างนั้นลิ้นเธอก็เลียไล้ลำแท่งของผมไปด้วย

        ผมเสียวจนน้ำจะแตกให้ได้ แล้วผมก็ทนไม่ไหว เอริกะจังก็หยุดแล้คายเอ็นผมออกจากปาก ตอนที่เธอคายเอ็นผม ผมเห็นน้ำกามผมเหนียวยืดตามปากเธอออกมาด้วยจากนั้นเอริกะก็กินมันเข้าไป เอริกะขึ้นมานั่งที่กลางลำตัวผมแล้วค่อยๆ เอาร่องสาวกดทับเอ็นผม เธอทำหน้าเสียวแล้วค่อยๆ นั่งทับเอ็นผมลงมาช้าๆ

        ผมก็เสียวเหมือนกับจนต้องจับเอวเธอประคองไว้ไม่ให้เธอทิ้งน้ำหนักเอวลงมาเร็วนัก ผมค่อยๆ ประคองเอวเอริกะจนเธอกดร่องสาวทับเอ็นผมลงมาจนมิดด้าม จากนั้นเอริกะก็ค่อยโยกเอวช้าๆ ให้แท่งเอ็นผมมันครูดด้านในร่องสาวเธอด้านหน้าทีด้านหลังทีรวมถึงปลายหัวบานที่กระแทกมดลูกเธอด้วย

        เอริกะจังหลับตาพริ้มโยกเอวขึ้นลงขึ้นลง เอริกะจังสะบัดผมก่อนจะก้มลงมาจูบปากผม บางครั้งเธอก็เลื่อนตัวเพื่อให้ผมดูดนมให้ เราทำแบบนี้กันอยู่ซักพักเอริกะก็เริ่มขยับเอวถี่ขึ้น เธอแอนตัวกลับไปเป็นท่านั่ง จากนั้นเธอก็เอามือยันหน้าท้องผมแล้วเริ่มเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ

        ผมกับเธอครางเสียวประสานกัน เอริกะจังหลับตาโยกเอวไม่หยุด ผมรู้สึกได้ถึงแรงบีบรัดในร่องสาวเอริกะที่เริ่มรุนแรงขึ้น ผมคิดว่าเธอใกล้จะแตกแล้วแน่ๆ ผมเลยช่วยเด้งเอวสวน เอริกะครางลั่นห้องแต่เธอก็ไม่อยมหยุดโยกเอว แล้วเอริกะก็เกร็งเอวหยุดโยก เธอครวนครางเด้วยความเสียวซ่าน ร่องสาวขมิบแน่นหลายครั้งก่อน


*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 445
  • 19
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy final season ep 24 By ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2018, 08:00:57 am »
 ::Angry::     ต่อๆๆๆ


ผมคิดว่าเธอใกล้จะแตกแล้วแน่ๆ ผมเลยช่วยเด้งเอวสวน เอริกะครางลั่นห้องแต่เธอก็ไม่อยมหยุดโยกเอว แล้วเอริกะก็เกร็งเอวหยุดโยก เธอครวนครางเด้วยความเสียวซ่าน ร่องสาวขมิบแน่นหลายครั้งก่อนจะซบลงมาที่อกผม เรากอดจูบกันต่อจนเอริกะมีอารมณ์อีกครั้ง ผมกับเธอตะแคงมาด้านข้าง จากนั้นผมก็ยกขาเธอขึ้นแล้วแทงเอ็นเข้าไปในร่องสาวเธอแล้วเริ่มโยกเอวดันหัวบานแทรกร่องสาวเธออีกครั้ง เอริกะจับหน้าผมไว้แน่นแล้วดูดปากผม ดูดจริงๆ เพราะเธอดูดลิ้นผมเข้าไปในปากเธอเลย แล้วผมก็ตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเริ่มกระแทกเอ็นแรงขึ้น เอริกะสะบัดผมยาวสลวยไปทั่วเตียงดูเซ็กส์มากๆ แล้วผมก็จับเอริกะนอนคว่ำอีก พอเธอนอนคว่ำผมก็ดึงเอวเธอขึ้นมา เอริกะโก้งโค้งตามที่ผมต้องการทันที พอเอริกะโก้งโค้งผมก็กระแทกเอ็นเข้าไปในร่องสาวเธอ เอริกะเสียวจนร้องโอ้ววว พร้อมกับสะบัดหน้าไปมา ผมก็อัดเอ็นแรงขึ้นอีกเพราะก้นเอริกะช่วยรับแรงกระแทกทำให้ยิ่งกระแทกยิ่งมัน ผมเลยอัดเอ็นใส่ซะก้นเอริกะกระเพื่อม แล้วผมก็เริ่มทนเสียวไม่ไหว ผมอยากปล่อยน้ำใส่ร่องสาวเอริกะแล้ว ผมเร่งกระแทกสุดตัว เอริกะครางระงม แล้วผมก็ทนเสียวต่อไปไม่ไหว ผมบดหัวบานกับผนังมดลูกเอริกะพร้อมกับพ่นน้ำกามใส่ เอริกะเสียวจนดิ้นเร้าสะบัดผมยาวสยายไปมา พอผมปล่อยน้ำกามออกจนหมดลำแท่งผมก็กดให้เอริกะนอนลงส่วนผมก็นอนทับตัวเธอไว้ ผมก้มลงหอมแก้มหอมคอเธอต่อ ด้วยความที่ผมไม่ได้เจอเอริกะมานานและคิดถึงรสรักของเธอมาตลอดทำให้ผมมีอารมณ์ยกสองอย่างรวดเร็ว เอ็นผมที่คาอยู่ในร่องสาวเอริกะมันแข็งตัวเต็มที่อีกครั้ง เอริกะตกใจอ้าปากค้างที่อยู่เอ็นผมมันก็แข็งจนตุงมดลูกเธอ ผมไม่รอช้าเริ่มกระเด้าเอวเลย คราวนี้ผมไม่เน้นลีลาแล้ว แต่ผมเน้นให้น้ำออกอย่างเดียว ผมซุกหน้าไปที่ต้นคอของเอริกะแล้วดูดแรงๆ เป็นตีตราจองตัวเธอ ส่วนเอวก็กระเด้าสุดตัว เอริกะครางไม่หยุด ผมเร่งกระเด้าเหงื่อแตกเต็มตัวแล้วผมก็เสร็จอีกครั้ง แต่นั้นก็ยังไม่ทำให้ผมหายคิดถึงเอริกะจัง ผมจับเธอนอนหงายจับขาเธอพาดบ่าแล้วเริ่มกระแทกเอ็นต่อจนเสร็จยกสาม ผมอยากต่ออีกแต่เอริกะจังขอพักก่อน เพราะผมเล่นเอาติดต่อกันสามน้ำแบบไม่ยอมให้เธอพักเลย ผมเลยกอดเธอไว้แน่ไม่ยอมปล่อย “ทำไมยูกิซังถึงกอดเอริกะแน่นแบบนี้หละ” “ก็ผมจะไม่ยอมให้เอริกะจังหนีผมไปไหนอีกแล้ว” “เอริกะก็อยู่นี่แล้วไงค่ะ อยู่ในอ้อมกอดของยูกิซัง แล้วก็จะไม่หนีไปไหนอีก” ผมจูบเอริกะแล้วผมก็เริ่มยกสี่อีกผมปล่อยอีกสองน้ำเอริกะจังก็บอกว่าดึกแล้วขอกลับห้อง “พอแล้วนะค่ะ เดี๋ยวแนนจะรอ” “ไม่เอาผมยังไม่หายคิดถึงเอริกะจังเลย” “เอริกะรับปากแล้วนี่ค่ะว่าจะอยู่ด้วย ยูกิซังยังมีโอกาส กอดเอริกะให้หายคิดถึงอีกตั้งเยอะแยะ” ผมก็เลยต้องยอมตามใจ แล้วก็ดีใจที่เอริกะจังเป็นห่วงว่าแนนจะรอ ซึ่งก็แปลว่าเธอยอมรับได้ที่ผมมีคนอื่นและรักพวกนั้นเหมือนที่ผมรัก เราก็เลยอาบน้ำล้างตัวก่อนจะกลับบ้านกัน แต่ระหว่างอาบน้ำผมก็ขอเอริกะอีกน้ำ จากนั้นเราก็กลับคอนโด พอเปิดประตูห้องเจ้าริวก็วิ่งมารับทันที เอริกะจังก็นั่งลงรับแล้วอุ้มมันขึ้นมา พอเราเดินไปด้านในก็เจอแนนกับหงส์นั่งหลับอยู่ที่โซฟา ผมเลยเข้าไปปลุกให้ตื่น พอแนนตื่นเธอเธอก็วิ่งไปกอดเอริกะที่อุ้มเจ้าริวอยู่ หงส์ตื่นมาเห็นผมกลับมาแล้วก็รีบลุกขึ้นไปเตรียมของให้ผมทาน แต่ผมบอกเธอว่าผมทานมาแล้วขอแค่กาแฟก็พอ แนนก็ไปอาบน้ำกับเอริกะ (ทั้งๆ ที่อาบน้ำใส่ชุดนอนแล้ว ยังจะอาบอีก) หงส์ก็ชงกาแฟมาให้ผม แล้วจากนั้นสามสาวก็เข้าห้องนอนกัน ผมคิดถึงก้อยขึ้นมา ผมอยากบอกเธอเรื่องเอริกะจัง ผมรีบโทรหาเธอโดยไม่ทันคิดวาตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว “ฮาโล” ก้อยทำเสียงงัวเงี่ย “ขอโทษพี่ลืมไป นอนนานแล้วหรอ” “ก็ซักพักแล้วค่ะ พี่บีมีอะไรหรอค่ะ” “อืม ก้อยนอนต่อเธอ แล้วค่อยคุยก็ได้” “บอกมาเถอะค่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญพี่บีคงไม่ร้อนใจโทรมาหาก้อยตอนนี้หรอ จริงไหมค่ะ” “ก็จริงนะ” “งั้นก็พูดมาเถอะค่ะ ก้อยตื่นแล้วหละ” “คือพี่ทำผิดสัญญาที่ให้ไว้กับก้อย ก้อยจะโกรธพี่หรือเปล่า” “ก็ต้องดูก่อนนะค่ะว่าเรื่องอะไร” “พี่ อืม พี่จะขอมีเมียเพิ่มอีกคน” “เอริกะจังหรอค่ะ” “ทำไมก้อยถึงรู้หละ” “แนนเค้าบอกแล้วหละค่ะว่าเอริกะจังเอาเจ้าริวมาให้ แล้วก็มาค้างด้วย” “ใช่แล้วก้อยว่ายังไงเรื่องนี้” “อืม เอริกะจังเค้าก็น่ารักดีนะค่ะ แล้วก็ดูจะเข้ากับแนนได้ด้วย ก้อยก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ก้อยบอกแล้วนี่ว่าพี่บีไม่จำเป็นต้องมีแฟนแค่ 3 ก็ได้” “งั้นหรอขอบใจนะ” “แต่” “แต่อะไรหรอก้อย” “แต่พี่บีจำได้ไหมว่าก้อยเคยบอกว่ายังไงถ้าพี่บีจะมีคนอื่นอีก” “ยังไงหรอ” “นี่จำไม่ได้หรอค่ะ ก็ก้อยบอกว่าถ้าพี่บีจะมีคนอื่น พี่บีต้องรับน้องหงส์มาเป็นเมียด้วย พี่บีจำไม่ได้หรอค่ะ” “พี่จำได้แล้ว” “งั้นก็ดีค่ะ ก้อยคงไม่ต้องบอกนะค่ะว่า ถ้าพี่บีผิดสัญญาเรื่องนี้ก้อยจะทำยังไง” “จ้า พี่รู้แล้วจ๊ะ” “งั้นก็ดีค่ะ ในที่สุดน้องหงส์จะได้มีความสุขซะที แค่นี้นะค่ะ ก้อยง่วงแล้ว เอาไว้ก้อยจะไปรับน้องใหม่วันศุกร์นะค่ะ” “เดี๋ยวซิ” “มีอะไรอีกหรอค่ะ” “ถ้าพี่รับหงส์ ก็แปลว่าพี่จะต้องกลับไปเป็นคนจนเหมือนเดิมนะ บ้านใหม่ที่เราไปดูกันพี่คงซื้อไม่ไหว รถก็คงต้องคืน ก้อยจะรับพี่ได้หรือเปล่า แล้วพี่อาจจะโดนไล่ออกก็ได้นะ” “แล้วยังไงค่ะ บ้านใหม่ เราค่อยๆ เก็บเงินกันซื้อก็ได้ ไม่ต้องเอาหลังใหญ่เท่าที่เราไปดูมา เอาแค่เราได้อยู่ด้วยกันก็พอไม่ใช่หรอค่ะ ส่วนรถ ถ้าเค้ายึดคืน พี่บีก็เอารถพี่บีกลับไปใช้ก็ได้นี่ค่ะ ก้อยไปรถเมลเหมือนเดิมก็ได้ ส่วนถ้าเค้าจะไล่ออกจริงๆ เราก็ค่อยๆ หางานใหม่ เดี๋ยวก็ได้ค่ะ ชีวิตเราไม่ได้จบลงแค่วันที่โดนไล่ออกนี่ค่ะ ถึงวันนี้ก้อยก็ยังรักพี่บีคนเดิมที่ก้อยรู้จักนะค่ะ คนที่เป็นแค่พนักงานธรรมดา ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ได้ร่ำรวยหรูหรา แต่มีความรักที่จริงใจให้ก้อย” “ขอบใจนะก้อย” ผมฟังก้อยพูดแล้วน้ำตาเอ่อ “แล้วพี่บีจะบอกข่าวดีกับน้องหงส์เมื่อไหร่ค่ะ” “อืมก็คงพรุ่งนี้มั้งวันนี้เค้าคงนอนแล้ว” “ค่ะรีบอกนะค่ะ น้องหงส์จะได้ดีใจ ก้อยนอนแล้วนะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว” “จ๊ะ ฝันดีนะ” “ค่ะ พี่บีก็ฝันดีนะค่ะ บายค่ะ” “บาย” ผมวางสายก้อยเสร็จก็เพิ่งเห็นว่าหงส์ยังไม่ได้ไปนอนแต่ยังยืนล้างจานอยู่ ผมเลยเดินไปหาแล้วไปกอดเอวเธอ “พี่บีจะเอาอะไรอีกหรือเปล่าค่ะ” “เปล่าจ๊ะ” “แล้วทำไมยังไม่นอนอีกหละ” “ก็รอดูเผื่อพี่บีอยากจะได้อะไรอีก” “พี่ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว นอกจากเมียเพิ่มอีกซักคน” หงส์หันมามองผมพร้อมกับทำหน้างง “งงทำไมหละ พี่อยากให้หงส์เป็นเมียพี่อีกคนไม่ดีใจหรอ” “จริงๆ หรอค่ะ” “จริงซิพี่พูดจริง” หงส์หันกลับมากอดผมแน่พร้อมกับซบหน้ามาที่อกผมแล้วเริ่มร้องไห้ ผมลูบหัวหงส์เบาๆ “อย่าร้องไห้ซิ เสียใจหรอ” “เปล่าค่ะ ฮือออ ดีใจค่ะ” “ดีใจก็หยุดร้องซิ” หงส์หยุด้องไห้ผมก็ก้มลงจูบเธอจากนั้นผมก็เริ่มไซ้ดซอกคอจนหงส์เริ่มมีอารมร์ผมอุ้มเธอไปนั่งบนโต๊ะ แล้วก็ทำรักกับเธอจนเสร็จก่อนที่จะพาเธอเข้าไปนอนในห้อง จบตอนที่ 24 ออกตอนใหม่เร็วในรอบหลายเดือน หวังว่าตอนหน้าจะได้ออกเร็วๆ แบบนี้อีก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ