copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่9 คัมภีร์พยัคฆา มนตราพญาเสือ บทประพันธ์ nookylove

copy บันทึกคัมภีร์มหัศจรรย์ ตอนที่9 คัมภีร์พยัคฆา มนตราพญาเสือ บทประพันธ์ nookylove

  • 1 ตอบ
  • 12700 อ่าน
*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11657
  • 21886
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด

….............. copy บทประพันธ์

......................................ท่าน nookylove 9 คัมภีร์พยัคฆา มนตราพญาเสือ
.....................ภายในห้องนอนที่มืดมิดมีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ให้เห็นเงาร่างที่นอนกอดก่ายแนบชิดกันอยู่บนเตียง
" เดือน " เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกสาวงามที่นอนกอดร่างกำยำ ศีรษะซบอยู่ที่แผงอกของเขาอยู่ขณะนี้
" หืม จ๊ะพี่ มีอะไรเหรอ " หญิงสาวที่กำลังนอนฟังเสียงหัวใจของชายหนุ่มอย่างมีความสุขขานรับ
" เดือนอยากมีชีวิตจริงๆ อยากมีลูกกับพี่ไหม ลูกของเรา " เขาถามอย่างอ่อนโยน แขนโอบกระชับร่างงามแน่นขึ้น มืออีกข้างลูบไล้ใบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอม
" อยากสิจ๊ะ ใครบ้างไม่อย่างมีลูกกับคนที่ตัวเองรัก แต่เดือนก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ " สาวงามเอ่ยอย่างเศร้าๆ
" ถ้าพี่ทำได้ล่ะ ด้วยมนต์บทสุดท้าย บทนั้น " ชายหนุ่มพูดถึงมนต์บทสุดท้ายในคัมภีร์มนตรา ทำให้ร่างงามผวาลุกขึ้นจากอ้อมกอดทันที
" ไม่นะพี่ เดือนขอร้อง ห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาด เดือนไม่อยากมีลูกแล้ว " หญิงสาว ร้องบอกอย่างตระหนกด้วยความกลัวว่าชายคนรักจะใช้มนต์บทนั้นจริงๆ ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ แล้วรั้งร่างงามให้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดอย่างเดิมแต่เธอยังคงขืนตัวไว้ไม่ยอมขยับ
" พี่ต้องสัญญามาก่อน ว่าจะไม่ใช้มนต์บทนั้น " สาวงามต่อรอง ร้องขอคำสัญญาจากชายผู้เป็นที่รัก จนเขาตอบตกลงเธอถึงยอมเข้าไปยังอ้อมกอดอบอุ่นที่เธอรอคอยมาตลอด
" ดื้อเป็นเหมือนกันนะเราน่ะ อืมม พี่เคยบอกรักเดือนหรือยัง" ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากทำให้สาวงามในอ้อมกอดรู้สึกไม่ดี
" ชิ มีแต่เดือนฝ่ายเดียวที่บอกรักพี่ " หญิงสาวบอกอย่างแง่งอน มือน้อยแกล้งหยิกหน้าอกชายหนุ่มเบาๆ จนเขาสะดุ้งเล็กน้อย
" เดือนบอกรักพี่ แล้วเดือนไม่หึงบ้างเหรอที่พี่บอกชอบคนอื่น " ชายหนุ่มถามสิ่งที่สงสัย ในเมื่อแสงเดือนอยู่ข้างกายเขาเกือบตลอดเวลารวมทั้งตอนที่เขาคุยกับคุณหนูพลอยด้วย
" มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่หึงเวลาคนรักอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แต่เดือนเข้าใจพี่นะ เดือนรู้ว่าพี่ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่อย่างนั้นด้วยความสามารถพี่ตอนนี้จะทำให้ผู้หญิงคนไหนก็ได้ยอมทอดกายให้พี่อย่างเต็มใจ แต่พี่ก็ไม่เคยทำ อ้อ ยกเว้นเมื่อตอนแม่สาวตาคม สะโพกแน่นนั้นนะ " หญิงสาวตอบเขา แถมแอบจิกกัดเล็กน้อย
" แหม ก็ตอนนั้น เค้าเริ่มก่อนนะพี่อาบน้ำของพี่อยู่ดีๆ " ชายหนุ่มรีบแก้ตัว
" จ้ะ เดือนก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ " สาวงามเอ่ย เสียงเรียบจนชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเธอพูดจริงหรือประชด จนต้องรีบเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการลูบไล้มือไปตามแผ่นหลังนวลเนียนจนถึงเอวคอด
" นี่หยุดเลยนะพี่ เดือนบอกแล้วว่าเข้าใจ มือไม่ต้องซนเลยนะ เป็นแบบนี้ทุกทีเลยจริงๆเชียว" หญิงสาวบอกอย่างรู้ทัน ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆเมื่อถูกจับได้ พลางคิด ' ทำไมนะสาวงามในอ้อมกอดตอนนี้ก็แสนน่ารัก แต่ยังไปคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่อีก ' เขาได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
" เดือน ต่อไปถ้าเดือนรู้สึก ไม่พอใจหรือหึงพี่ ก็แสดงออกมาได้เลยนะ ไม่ต้องยอมพี่ทุกเรื่องหรอก " ชายหนุ่มบอกด้วยความรู้สึกผิดลึกๆในใจ ส่วนหญิงสาวได้แต่รับคำอย่างงงๆ แต่ก็หยุดหาเหตุผลเมื่อเขากระชับวงแขนแล้วบอกให้พักผ่อนต่อ ในราตรีกาลอันเงียบสงัด ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะรุ่งเช้า

ในคืนเดียวกันนั้นเอง ภายในห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนกำลังฟังคำวินิจฉัยจากนายแพทย์เจ้าของไข้ ของร่างที่หลับไหลอยู่บนเตียง
" นี่ตกลง หมอไม่รู้งั้นเหรอครับว่าลูกชายผมเป็นอะไร " ชายวัยกลางคนพูด ด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีโทสะ แต่คุณหมอที่อายุไม่ต่างกันมากนักยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ด้วยประสบการณ์
" ทางเราได้ตรวจอย่างละเอียดแล้วครับคุณวิชัย ไม่พบบาดแผลใดๆ ผลเอ็กซเรย์และสแกนสมองก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ลูกชายของคุณมีอาการของคนที่หลับลึก ซึ่งทางคณะแพทย์ก็ไม่ทราบสาเหตุ แล้วทางเราก็ปลุกด้วยวิธีการต่างๆ แต่ก็ไม่ได้ผล " คุณหมออธิบายอย่างใจเย็น
" ในเมื่อหมอ ช่วยลูกผมไม่ได้ ผมก็จะหาทางเอง " วิชัยพูดขึ้นเมื่อแพทย์ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ซึ่งคุณหมอก็เข้าใจอารมณ์ของคนเป็นพ่อดี จึงขอตัวแล้วเดินออกจากห้องไป สักครู่ก็มีเสียงเคาะประตูและชายร่างสันทัด ผิมคล้ำในชุดซาฟารี เดินเข้ามาในห้อง โค้งศีรษะให้นายวิชัยที่นั่งอยู่ก่อน อย่างนอบน้อม
" ท่านครับ ผมมีความคิดบางอย่างอยากจะเรียนให้ท่านทราบ " ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
" มีอะไรก็ว่ามา นายกล้า " วิชัยพูดขึ้น
" ผมว่าท่านน่าจะลอง วิธีทางไสยศาสตร์บ้าง เอ่อ...ขออภัยครับ คือผมเห็นว่า อยู่ๆคุณเต้ก็มีอาการแบบนี้ ทั้งๆร่างกายก็แข็งแรงดี น่าจะมีสาเหตุนะครับ " นายกล้าให้เหตุผล
" แล้ว เพื่อนๆ ของลูกชายฉัน ที่เข้าโรงพยาบาลพร้อมกันล่ะ มีใครรู้อะไรบ้าง แล้วก็เบาะแสจากตำรวจด้วย " วิชัย ถามขึ้น
" ทั้งสี่คน อาการหนักครับ เส้นประสาทถูกทำลาย อาจเป็นอัมพาตตลอดชีวิต ส่วนทางตำรวจได้สอบปากคำยามประจำคอนโด ได้ความว่า เห็นคุณเต้ พาผู้หญิงนักศึกษาคนหนึ่งขึ้นคอนโดในวันเกิดเหตุครับ แต่ยามคนนั้นก็จำไม่ได้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะคุณเต้พามาไม่ค่อยจะซ้ำหน้าครับท่าน " นายกล้ารายงานอย่างละเอียด ทำเอาคนเป็นพ่อปวดหัว เริ่มรับรู้แล้วว่าสาเหตุน่าจะมาจากนักศึกษาคนนั้น ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ
" แล้วแกมีวิธียังไง ที่จะช่วยลูกชายฉัน " วิชัยถามขึ้นหลังจากใช้ความคิดอยู่สักครู่
" ผมพอจะรู้จัก อาจารย์ท่านนึงครับ ท่านเป็นจอมอาคมที่มีชื่อเสียงทั่วทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง ชื่ออาจารย์แสน ครับท่าน "
" ไหนๆก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว เอางั้นก็ได้ แกไปติดต่อเชิญมาด่วนเลยนะ อ่อ อีกเรื่องหนึ่ง ไอ้คมกับไอ้พต มันใกล้จะออกจากคุกแล้ว พอมันออกมาให้มันมาหาฉันด้วย เออ กำชับด้วยว่าให้เก็บตัวเงียบไว้ก่อน เดี๋ยวมีงานให้มันทำ " นายวิชัย ตัดสินใจพร้อมกับสั่งงาน แล้วลุกจากไป โดยมีนายกล้าลูกน้องคนสนิทเดินตามไปติดๆ ที่หน้าประตูยังมีชายฉกรรจ์ ยืนอยู่อีกสองคนเมื่อเห็นเจ้านายออกมาก็ทำความเคารพ จากนั้นหนึ่งในสองก็ไปตามพยาบาลพิเศษมาดูแลลูกชายของเจ้านายตามคำสั่ง แล้วทั้งหมดจึงออกมาจากโรงพยาบาล

รุ่งเช้า ที่หน้าบ้านของ อนิล มีสาวน้อย ผิวขาวน่ารัก อายุไม่น่าจะเกิน 16 ปี มายืนอยู่ที่หน้าบ้านพร้อมกดกริ่งที่หน้าประตู สักครู่จึงมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตางดงามเดินออกมาที่ประตู
" มาหาใครเหรอจ๊ะ " สาวงามเอ่ยถาม สาวน้อยที่ยืนอยู่หน้าประตู
" เอ่อ .. ที่นี่ใช้บ้าน น้าสุดใจ หรือเปล่าคะ " สาวน้อยถามอย่างไม่แน่ใจนัก
" อ๋อ ใช้จะ แต่ สุดใจ เอ่อ แม่สุดใจไม่อยู่หรอกนะ มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ " แสงเดือนถามกลับ
" เหรอคะ แล้วพี่ลม อยู่ไหมคะ " ขณะที่สาวน้อยกำลังถามอยู่ ชายหนุ่มที่เธอถามถึงก็เดินออกมาจากบ้าน เมื่อมองมาที่เธอสักพักก็มีรอยยิ้ม
" ฝ้ายใช่ไหมเนี่ย โห โตขึ้นเยอะเลย เข้าบ้านก่อนสิ " เมื่อนึกออกชายหนุ่มจึงชวนให้เข้ามาในบ้าน
เมื่อทั้งหมดเข้ามานั่งในบ้านแล้วเขาจึงแนะนำแสงเดือนและฝ้ายให้รู้จักกัน
" ฝ้าย นี่แสงเดือน...อืม เป็นคนพิเศษของพี่ ส่วนแสงเดือน นี่ฝ้าย ลูกสาวน้านิดเพื่อนของแม่พี่น่ะ " อนิล แนะนำตัวให้ทั้งคู่รู้จักกัน ทำเอาสาวงามหน้าแดงเพราะคำคนพิเศษ
" โห พี่ลมเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ จนจำแทบไม่ได้ แถมมีแฟนสวยน่ารัก ขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อเลย แค่หกปีเอง " สาวน้อยบอกอย่างประหลาดใจ
" อะไรกัน แค่นี้ถึงกับจะจำพี่ไม่ได้เลยเหรอ ว่าแต่กินอะไรมาหรือยังเราน่ะ " ชายหนุ่มถามอย่างใจดี เมื่อสาวน้อยส่ายหน้า เขาก็บอกให้รอสักแป๊บนึง แล้วเดินหายเข้าไปในครัวกับแสงเดือน จากนั้นก็มีเสียงกุกๆกักๆ ดังออกมา สิบห้านาทีต่อมา ชายหนุ่มก็เดินออกมาเรียกเธอ ให้ไปที่โต๊ะอาหาร ที่มีไข่เจียว ต้มจืดตำลึง และผัดคะน้าหมูกรอบวางอยู่พร้อมข้าวสวยร้อนๆสองจาน
" น้าสุดใจไปไหนล่ะพี่ลม แล้วพี่แสงเดือน ไม่กินด้วยกันเหรอคะ " สาวน้อยถามอย่างสงสัยเมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม ชายหนุ่มจึงตอบแทนว่า แม่พี่เขาย้ายไปอยู่กับยายนานแล้ว
" อือ ว่าแต่เราเถอะ ไปอยู่กับยายที่เชียงใหม่ตั้งหกปี กลับมาเที่ยวนี่มาอยู่ยาวเลยหรือเปล่า " เขาถามขึ้นหลังจากเริ่มกินอาหารสักพัก
" ฝ้ายมาต่อ ม.ปลายที่กรุงเทพฯ นี่ล่ะ ไว้จะให้พี่ลมช่วยติวให้เข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ลมด้วยนะ อืมยังทำกับข้าวอร่อยเหมือนเดิมเลย " ฝ้ายตอบ พร้อมกับชมฝีมือทำอาหารไปด้วย
" แน่นอน ลองบอกไม่อร่อยดูสิ.... กว่าฝ้าย จะจบม.หก พี่คงเรียนจบก่อนแล้วมั๊งแบบนี้ " ชายหนุ่มพูดคุยหยอกล้ออย่างเป็นกันเองกับสาวน้อยที่เขารักเหมือนน้องสาวแท้ๆ เพราะด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว จึงอยากมีพี่น้องเหมือนคนอื่น เมื่อน้านิดย้ายมาอยู่ข้างๆบ้านพร้อมกับครอบครัวและเด็กหญิงตัวเล็กๆ จึงทำให้ทั้งสองสนิทกัน บางวันเด็กหญิงฝ้ายก็ต้องมาคลุกอยู่บ้านเขาทั้งวันเพราะพ่อและแม่ของเด็กหญิงติดงาน เขาจึงมีหน้าที่ดูแลสาวน้อยคนนี้หลายปีจึงทำให้ผูกพัน รักและเอ็นดูเหมือนสายเลือดเดียวกัน จนเมื่อเด็กหญิงฝ้ายอายุได้เก้าขวบ พ่อของเธอก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต น้านิดจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมที่เชียงใหม่ส่วนบ้านที่นี่ก็ขายทิ้ง แต่ยังติดต่อกับแม่ของเขาอยู่เป็นระยะ
" แล้วฝ้ายพักอยู่ที่ไหนล่ะ มาอยู่กับพี่ไหม " ชายหนุ่มถามยิ้มๆ
" บ้าเหรอ ฝ้ายโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ จะมาอยู่กับพี่ได้ไง ฝ้ายก็อยู่กับแม่ที่บ้านใหม่ใกล้ๆโรงเรียนน่ะ" สาวน้อยร้องบอกอย่างเขินอาย ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นไปอีก หลังจากกินข้าวกันเสร็จแล้ว ด้วยวันนี้เป็นวันหยุดชายหนุ่มจึงชวนทั้งสองสาวออกมาเที่ยวและดูหนังกัน จนเริ่มค่ำเขาจึงขับรถไปส่งฝ้ายที่บ้าน ซึ่งทางเข้าเป็นซอยค่อนข้างเปลี่ยว เมื่อถึงบ้านของสาวน้อย ก็พบรถน้านิดจอดอยู่ เข้าจึงเข้าไปทักทายสวัสดี และพูดคุยกันอยู่นานจนเริ่มดึก เขาจึงขอตัวกลับ

หลังจากสอบกลางภาคเสร็จ ชายหนุ่มก็ต้องทุ่มเทกับการฝึกซ้อมที่ชมรมเพราะจะมีการแข่งขันชกมวยสากลสมัครเล่นระหว่างมหาวิทยาลัยขึ้นในไม่ถึงสองอาทิตย์ข้างหน้า จึงทำให้เขาต้องกลับมืดทุกวัน ส่วนทางด้านสามสาวก็ยังแวะมาดูเขาซ้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะหงส์และนุ้ย แต่กับสาวสวยอีกคน คุณหนูพลอยช่วงสองสามวันมานี้ ดูเหมือนเธอจะเงียบหายไป ได้ข่าว(จากสองสาวเพื่อนซี้)ว่ามีหนุ่มหล่อขับรถมารับกลับไปตอนเย็น ซึ่งทำให้ชายหนุ่มแอบเจ็บไปบ้างแต่ก็เข้าใจว่าผู้ชายคนนั้นเหนือกว่าเขาทุกอย่าง ผู้หญิงที่ไหนก็อยากคบหาด้วย

เมื่อชายหนุ่มขับรถกลับมาถึงบ้าน ก็เกือบสามทุ่มแล้ว ยังไม่ทันจะได้เข้าบ้านก็มีคนโทรเข้ามือถือของเขา จึงกดรับสาย
' ฮัลโหล ลมนี่น้านิดนะ น้องอยู่กับลมหรือเปล่า น้าโทรเข้าเครื่องน้องก็ไม่ยอมรับสาย นี่น้าก็พยามยามตามหาแถวๆนี้แล้วนะ ถามใครก็บอกว่าไม่เห็น' น้านิดบอกอย่างร้อนรน ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวคนเดียว
' เปล่าครับ น้องฝ้ายไม่ได้อยู่กับลม ลมเพิ่งกลับจากมหาลัยถึงบ้านสักพักนี่เอง น้านิดใจเย็นๆนะ ลองโทรหาเพื่อนๆฝ้ายดูก่อน น้องอาจจะอยู่กับเพื่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวลมจะช่วยตามหาอีกแรง " เขาช่วยปลอบและแนะนำให้น้านิดใจเย็นลง แต่เขาสัมผัสได้ถึงลางอัปมงคลที่รบกวนจิตใจอยู่ตอนนี้ จึงรีบขับรถออกตามหา

ภายในหมู่บ้านร้างที่สร้างไม่เสร็จด้วยพิษเศรษฐกิจในปี40 โครงการบ้านจัดสรรค์มากมายได้ปิดตัวลงทั้งที่ยังสร้างเพียงแค่โครง บางหลังก็มีแต่ผนังหรือหลังคา สิ่งก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้างนี้ถูกใช้เป็นที่มั่วสุมของพวกขี้ยาและพวกเดนคน ในการก่อกรรมชั่ว ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เสียงกรีดร้องอย่างขวัญเสีย และ เสียงหัวเราะอย่างหื่นกระหายดังออกมาจากบ้านร้างหลังหนึ่ง
" ฮูย ไอ้คม เด็กมัธยมแม่งน่าเย็ดฉิบหายเลยหว่ะ เด็กสมัยนี้ทำไมมันขาวอวบ เกินอายุนักวะ " ชายวัยฉกรรจ์รูปร่างใหญ่ผมสั้นเกรียน ร้องบอกอย่างกระหาย โดยไม่สนใจร่างเล็กๆที่นั่งตัวสั่นอย่างหวาดกลัว น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม
" อย่าทำอะไร หนูเลยนะ ปล่อยหนูไปเถอะ " สาวน้อยยกสองมือพนมขอร้องอย่างน่าสงสาร
" ปล่อยก็ได้จ๊ะ แต่พี่สองคนขอเย็ดหนูก่อนนะ เงี่ยนมานานแล้ว อยู่ในคุกก็ได้แต่เย็ดตูดอีพวกกระเทย ไม่ได้ลองของสดๆสักที " คราวนี้ผู้พูดเป็น ชายผมเกรียนเช่นกัน แต่รูปร่างเล็กกว่า
" จัดการเลยเหอะ ไอ้พต กูเงี่ยนฉิบหายเลยหว่ะ ทนไม่ไหวแล้ว " พูดจบก็ตรงเข้าหาร่างบอบบางของสาวน้อยทันที ซึ่งเธอก็ดิ้นสู้สุดใจ ทั้งถีบทั้งข่วน
" เออดิ้นเข้าไป สู้ๆแบบนี้แหละกูชอบ เดี๋ยวกูจะเย็ดให้หีฉีกเลย " ไอ้พต พูดขึ้นอย่างชอบใจ ส่วนไอ้คมอ้อมเข้ามาล็อคแขนสาวน้อยจากด้านหลัง แต่เธอก็ยังสู้ไม่ถอยพยามสะบัดตัวเตะถีบเพื่อไม่ให้ไอ้พตเข้าใกล้ ยิ่งทำให้มันหัวเราะอย่างสนุกสนาน จนสาวน้อยเริ่มอ่อนแรง หอบหายใจด้วยความเหนื่อย
" อ้าว ไม่ดิ้นแล้วเหรอจ๊ะคนสวย ว้าแบบนี้ก็ไม่สนุกสิ งั้นพี่เอาล่ะนะ " มันเดินเข้าประชิดตัว ร่างบอบบางที่ตอนนี้เริ่มอ่อนแรง โดยที่ไอ้คมก็ประกบอยู่ด้านหลัง จากนั้นไอ้พต ก็กระชากเสื้อนักเรียนจนกระดุมขาดออกหมด เผยให้เห็นถึงร่างสวยสดของเด็กสาววัยแรกแย้ม เนินอกขาวโผล่พ้นบราตัวเล็ก สาวน้อยได้แต่ร้องไห้ อ้อนวอนพวกมันอีกครั้ง แต่ก็ไม่เกิดผลอันใด
" อู้วว ขาวจริงๆ นะสาวน้อย " มันแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างกระหาย จากนั้นก็เข้าไปนั่งคุกเข่าที่หว่างขาของเธอ ทำให้สาวน้อยฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ถีบเข้าที่ยอดอกจนมันหงายหลังไป คราวนี้ไอ้พตรีบลุกขึ้นด้วยความโมโห ยิ่งไอ้คมเพื่อนมันหัวเราะเยาะซ้ำเติมด้วยแล้วมันยิ่งเสียหน้า จึงคว้าไปที่ท่อนขาเรียวเล็กได้ทั้งสองข้างก็กระชากร่างบอบบางเข้าหาตัวแล้วล็อคเอาไว้ จากนั้นจึงเอื้อมมือเข้าไปใต้กระโปรงนักเรียนแล้ว ดึงกระชากอย่างแรงจนชั้นในตัวน้อยหลุดขาดติดมือมันมา ร่างบางส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
" เก็บเสียงไว้ร้องเถอะน้อง เดี๋ยวจะเจ็บยิ่งกว่านี้ " มันพูด แล้วบอกให้ไอ้คมช่วย จับสาวน้อยไว้ไม่ให้ดิ้น จากนั้นจึงรีบถอดกางเกงออกเผยให้เห็นท่อนลำยาวใหญ่หัวสีม่วงคล้ำ รอบลำมีเม็ดตะปุ่มตะป่ำเจ็ดแปดเม็ด สาวน้อยจ้องมองดวงตาเบิกกว้างอย่างสยดสยอง
" เจอมุกพี่ เข้าไปแล้วได้ร้องสุดเสียงแน่ๆ ฮ่าๆๆ " มันหัวเราะร่า จากนั้นจึงเข้ามาประชิดหว่างขา แหกขาเรียวเล็กของเด็กสาวออกกว้าง
" อย่านะ ไม่ๆ ขอร้อง สงสารหนูเถอะ อย่าทำหนูเลยนะ " สาวน้อยร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร แต่ก็ไม่ทำให้พวกมันรู้สึกรู้สา ไอ้พตจ่อหัวบานสีม่วงคล้ำ ไปที่ปากร่องที่ปิดสนิท มันถูไถที่ปากร่องได้สักพัก ทำท่าจะกดเข้าไป พลันน้ำอุ่นๆ ก็หลั่งออกมาจากร่อง
" โห กลัวจนฉี่ราดเลยเหรอจ๊ะ " ไอ้พตร้องบอกอย่างสะใจ กดส่วนหัวเข้าไปในร่อง
" กรี๊ดด เจ็บๆ ไม่เอา เอาออกไป " สาวน้อยร้องบอกด้วยความเจ็บ แต่เสียงกรี๊ดร้องคล้ายเสียงสวรรค์ที่ทำให้มันหฤหรรษ์ ยิ่งกดท่อนลำลึกเข้าไปเรื่อยๆ ร่างบอบบางได้แต่สะบัดหน้า ไปมาด้วยความเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆ
" หูยย โคตรฟิตเลย ไอ้คม แม่งดันแทบไม่เข้า " ไอ้พต ร้องบอกเพื่อน
" เร็วๆ เลยมึงกูเงี่ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย " ไอ้คม รีบเร่งเพื่อน ไอ้พต จึงถอนลำออกมาเก็บพ้นเงี่ยง แล้วกดลงไปสุดแรง เกิดเสียงดัง ปึด คล้ายมีอะไรฉีกขาด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องดังลั่นอย่างโหยหวน จากความเจ็บปวดอย่างสุดพรรณาของสาวน้อย เลือดอุ่นๆทะลักออกมาจากช่องแคบที่ฉีกขาด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไอ้พตหยุดการกระทำอันชั่วช้าได้ มันกลับ ถอนลำขึ้นมาจนเนิ้ออ่อนๆ ครูดตามเม็ดมุก แล้วกดพรวดจนแคมเนื้อยู่ลงไป มันทำแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ทุกครั้งก็มีเสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมาณดังขึ้น แต่มันก็ไม่สนใจ เริ่มเร่งจังหวะ อัดกระแทกอย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวน้ำตาไหลพราก สติเริ่มลางเลือน ยอมรับชะตากรรมเลวร้ายที่เกิดขึ้น

ปั่บๆๆ แจะๆๆ เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงเสียดสีด้วยความหนืดจากเลือดที่ยังคงทะลักออกมาจากร่องหลืบอย่างไม่หยุด สาวน้อยเจ้าของร่อง ซึ่งตอนนี้แน่นิ่งมีเพียงเสียงครางแผ่วๆ ดังออกมาจากปากบางสวย
" อู้ยย ซี้ดด กูไม่ไหวแล้ว อ้ากกกกกก " ไอ้พต ร้องอย่างสุดเสียว ปล่อยน้ำขาวข้นกะฉูดเข้าไปล้นออกมาปนกับเลือด จนเป็นเมือกสีแดงเกาะเต็มหว่างขาของร่างที่นอนแน่นิ่ง เมื่อไอ้พตถอนลำออกมาแล้ว ไอ้คมก็รีบไปต่อทันที ท่อนลำขนาดไม่ต่างจากไอ้พต แต่ยาวกว่าเกือบสองนิ้ว ก็มุดเข้าไปในร่องที่เต็มไปด้วยคราบเลือดโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แล้วเร่งซอยกระแทกอย่างรุนแรงเมามัน ........... พวกมันสองคนพลัดกันหมุนเวียนตักตวงความสุขจากร่างบอบช้ำครั้งแล้วครั้งเล่า จนครั้งสุดท้าย ไอ้คมชายร่างใหญ่ เผลอบีบลำคอสาวน้อยด้วยความเสียวแล้วเร่งซอยกระแทกจนน้ำแตกอีกครั้ง เมื่อพวกมันหายเงี่ยนก็ปล่อยให้ร่างบอบช้ำเปลือยเปล่านอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่สนใจ แล้วออกจากบ้านร้างอย่างสุขสม

ฝ่าย อนิล เที่ยวขับรถตามหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วงอย่างไร้จุดหมาย แม้จะได้รับการติดต่อจากน้านิดมาเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าใดๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงหวานๆ เอ่ย ขึ้นด้วยความเศร้า
" พี่จ๊ะ เดือนพบน้องฝ้ายแล้ว แต่.... " เสียงหวานขาดหายไป พร้อมเสียงสะอื้นจากสาวงาม ทำเอาใจชายหนุ่มหล่นวูบ ลางร้ายบังเกิด
" อยู่ที่ไหนเดือน เจอที่ไหน พาพี่ไปเร็ว " เขาพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น ทั้งๆที่พอจะรู้แล้วว่าเหตุร้ายได้เกิดขึ้นกับน้องสาวที่เขารักแล้ว
แสงเดือนนำทางชายหนุ่มมาถึงหมู่บ้านจัดสรรค์ร้างแห่งหนึ่งแถบชานเมืองไม่ไกลจากบ้านของน้านิดนัก สาวงามเดินนำเขาไปจนถึงบ้านหลังเกิดเหตุ เมื่อเข้าไปแล้วภาพที่เห็น ทำให้ชายหนุ่มถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินอาบใบหน้าคมเข้ม
" เดือน บอกพี่ทีว่าฝ้ายไม่เป็นอะไร " เขาร่ำร้อง อย่างเสียสติ จนหญิงสาวต้องทรุดตัวลงโอบกอดเพื่อปลอบใจ ไม่มีคำตอบใดๆจากสาวงาม เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
จนกระทั่ง มีสายเรียกเข้าซึ่ง เป็นสายที่เขาไม่อยากรับที่สุดในเวลานี้ แต่จำเป็นต้องรับ........

หลังจากวางสายของน้านิดไปแล้วซึ่งเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องร่ำไห้อย่างหัวใจสลาย และเสียงเอะอะของผู้คน ดังมาแว่วๆ เหมือนปลายสายจะเป็นลมล้มพับไปแล้ว จากนั้นชายหนุ่มจึงโทรไปแจ้งตำรวจ ไม่นานตำรวจและมูลนิธิ ก็มาถึงที่เกิดเหตุ และครึ่งชั่วโมงต่อมา คนที่เขาไม่อยากให้มาในเวลานี้ที่สุดก็มาพร้อมเพื่อนบ้าน
ประคองกันมา เมื่อมาถึงและได้เห็นร่างบอบช้ำไร้ซึ่งลมหายใจของลูกสาวคนเดียวที่เปรียบเหมือนแก้วตาดวงใจ คนเป็นแม่ก็ร่ำไห้จวนจะขาดใจในที่สุดก็เป็นลมหมดสติไปอีกครั้งเพื่อนบ้านที่ตามมาด้วยและเจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องพาออกไปปฐมพยาบาลข้างนอกและพาไปส่งที่โรงพยาบาล สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ยิ่งนัก ต่างประนามสาปแช่งคนทำให้ตกนรก
สักครู่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาสอบถามเขาที่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก เขาก็ตอบไปตามจริงอย่างคร่าวๆ เมื่อเจ้าหน้าตำรวจเก็บหลักฐานและให้ทางมูลนิธิเคลื่อนย้ายร่างน้องสาวเขาไปแล้ว ชายหนุ่มจึงขับรถไปหาน้านิด ที่โรงพยาบาล ก็พบว่าเธอยังไม่ได้สติดี ได้แต่พึมพำเรียกหาลูกสาว ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตาจะไหลอีกครั้ง แสงเดือนเดือนที่อยู่ข้างๆจึงกุมมือเขาอย่างปลอบใจ สักครู่ สาวงามก็เดินไปที่ร่างของน้านิดที่นอนเพ้ออยู่ ก้มลงกระซิบบางอย่างที่ข้างหู สายตาเลื่อนลอยก็กลับมามีสติอีกครั้ง แต่กลับเพิ่มรอยน้ำตาขึ้นมาบนใบหน้า เพื่อนบ้านที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงจึงโล่งอกขึ้นมาบ้าง จากนั้นแสงเดือนก็เดินกลับมาบอกชายหนุ่มให้กลับบ้านก่อน ปล่อยให้น้านิดพักผ่อน เขาจึงออกจากโรงพยาบาล แต่ระหว่างขับรถกลับบ้านชายหนุ่มนิ่งเงียบอย่างน่ากลัว จนสาวงามข้างกายกระสับกระส่ายไม่สบายใจ จึงเอือมมือไปวางที่ท่อนแขนของชายหนุ่มซึ่งเขาก็หันมายิ้มให้บางๆ แต่แววตาน่ากลัวยิ่งนัก เมื่อกลับถึงบ้านชายหนุ่มบอกให้เธอเข้าไปนอนก่อน ส่วนเขาขออยู่เงียบๆคนเดียว แต่หญิงสาวไม่ยอม เขาจึงต้องให้เธออยู่ด้วย ตามสัญญาที่ให้ไว้ โดยมีข้อแม้ว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไรห้ามขัดขวาง จากนั้นก็เดินออกไปที่ระเบียงหลังบ้าน ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ
ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองดวงจันในคืนวันเพ็ญส่องแสงกระจ่างฟ้าอาบร่างกำยำ เขาตั้งจิตสมาธิเอ่ยมนต์บทหนึ่งในใจ มนตราที่สาบสูญไปนานหลายร้อยปี ขัอความตอนหนึ่งจากบันทึกของปู่ดาเขียนไว้ว่า ' มนตราพญาเสือ กำเนิดโดยโทสะแลแรงอาฆาต ดับด้วยราคะเมื่อใช้มนต์บทนี้แล้วจักหวนคืนสู่หนทางเดิมมิได้ หากผู้ใช้มิอาจครองสติมั่นจะบังเกิดหายนะใหญ่หลวง '
ตำนานเล่าขานกันว่าเมื่อครั้งโบราณกาลสมัยที่มนุษยังใกล้ชิดกับป่า เสือเป็นสัตว์ที่ทุกคนกลัวเกรง เจ้าแห่งป่าผู้ทรงอำนาจ ด้วยดวงตาที่ใช้สะกดเหยื่อ กลิ่นสาปสางอันทำให้เหยื่อไม่อาจครองสติได้ พละกำลังมหาศาล โสตประสาทอันเฉียบคม เขี้ยวเล็บอันทรงพลานุภาพ รวมกันเป็นอสูรร้ายแห่งพงไพร จวบจนมีจอมอาคมผู้หนึ่ง สามารถชักนำจิตวิญญาณอันทรงอำนาจนี้เข้าสิงสู่ร่างได้สำเร็จจึงบัญญัติคัมภีร์พยัคฆาขึ้น และในสมัยที่ดินแดนสุวรรณภูมิได้ถูกรุกราน จากนักรบบนหลังม้าอันเกรียงไกรจากแผ่นดินใหญ่ตอนเหนือ ขุนศึกหนุ่มผู้หนึ่งได้อาสาเข้าสกัดทัพหน้าที่ส่งมาจากแคว้นอันนัม ตัดผ่านป่าดงดิบเข้ามา ณ ที่นั้น ขุนศึกหนุ่มได้สำแดงความร้ายกาจแห่งมนตราพญาเสือ ในทุกค่ำคืนจะปรากฏอสูรกายกระหายเลือดเข้าเข่นฆ่าทหาร จนสร้างความหวาดผวาให้กองทัพเป็นอย่างยิ่งไม่สามารถรุกต่อไปได้ จนกระทั่งได้รับคำสั่งให้ถอยทัพ จากแผ่นดินใหญ่ จึงรีบถอยทัพกลับด้วยความหวาดผวา เล่าขานกันเป็นตำนานถึงความสยดสยองโหดเหี้ยมที่ได้สัมผัสมาจากอสูรกายลึกลับแห่งป่า หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้ข่าวคราวขุนศึกหนุ่มผู้นั้นอีกเลย

หลังจากชายหนุ่มรวมรวมจิตสมาธิและแรงอาฆาต พร้อมกับรับแสงจันทร์เพ็ญเป็นสื่อในการชักนำจิตวิญญาณแห่งพยัคฆ์ร้ายเข้าสิงสู่ร่างและจิตวิญญาณ เมื่อท่องมนต์เข้าคาบที่สิบสอง ร่างกายพลันเกิดความร้อนราวกับถูกไฟเผา ทำให้เขาร่างสั่นกระตุกอย่างแรงด้วยความเจ็บปวด จนแสงเดือนที่นั่งอยู่ข้างกายรีบเข้ามาประคองแต่เมื่อสัมผัสร่างเขาก็คล้ายกับสัมผัสกับเปลวไฟ แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมปล่อยมือ โอบกอดร่างชายคนรักอย่างปกป้อง ส่วนชายหนุ่มกัดฟันเผชิญกับความเจ็บปวดตั้งสมาธิท่องมนต์ต่อไปหลังจากผ่านคาบที่สิบห้า ร่างกายก็กลับมาเป็นปกติ รับรู้ถึงสายลมที่พัดรอบกาย โสตนาสิกได้กลิ่นต่างๆกว่าที่เคย และได้ยินเสียงที่อยู่ห่างออกไปอย่างชัดเจน จนกระทั่งท่องมนต์ถึงคาบที่สิบเจ็ด ร่างกายพลันรู้สึกถึงพละกำลังมหาศาลกล้ามเนื้อภายในคล้ายรีดไขมันส่วนเกินออกหมด เหลือไว้แต่มัดกล้ามแท้ๆขมวดรัดแน่นจนแข็งแรงเหมือนเสื้อเกราะ เมื่อจบคาบที่สิบแปดอันเป็นคาบสุดท้าย ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทตอนนี้มีแววสีน้ำตาลแกมทอง มองเห็นในความมืดได้ราวกับเวลากลางวัน แสงจันทร์ที่ส่องกระทบดวงตาเปล่งประกายในความมืดคล้ายดวงตาของสัตว์กินเนื้อ

" พี่เป็นอะไรหรือเปล่า " สาวงามที่ยังโอบกอดเขาอยู่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มลุกขึ้นจากอ้อมกอดแล้วหันมาสบตาหญิงสาว เพียงยิ้มบางๆให้
" ตาของพี่ทำไม...." หญิงสาวถามได้เพียงเท่านี้ ก็คล้ายตกอยู่ในมนต์สะกด เพียงชายหนุ่มกระซิบเบาๆให้หลับซะ ร่างงามก็อ่อนยวบแล้วหลับลงในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขา จากนั้นจึงช้อนร่างเธอแล้วพาเดินไปที่ห้องนอน หลังจากวางร่างบอบบางลงบนที่นอนอย่างนุ่มนวลแล้ว ชายหนุ่มยืนมองเธออยู่ชั่วครู่ จึงก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากเนียนจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

ภายในห้องเช่าราคาถูกแห่งหนึ่ง ไอ้คมและไอ้พต หลังจากพรากชีวิตของเด็กสาวบริสุทธิ์คนหนึ่งไป พวกมันกลับมานอนพักอย่างสบายใจ ซื้อเบียร์พร้อมกับแกล้มมากินอย่างสำราญใจ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
" เฮ้ย อีเด็กนั่นแม่งโคตรเด็ดเลยหว่ะ มึงว่าไหม กูคิดถูกแล้วที่ไม่ไปตีกระหรี่ระบายความเงี่ยน สู้ไปหาเด็กๆสดๆซิงๆ ไม่ได้ เย็ดมันกว่ากันเยอะ " ไอ้พต หัวเราะร่าชวนเพื่อนคุยเรื่องระยำที่พวกมันไปทำมา พลางหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
" เออ จริงของมึง เดี๋ยวคราวหน้าไปหามาอีก เหี้ยเอ้ย หมาแม่งจะเห่าอะไรนักหนาวะ เดี๋ยวจับทำกับแกล้มซะดีไหม " ไอ้คมบ่นเสียงเห่า ที่ดังขึ้นมาอย่างประหลาด จากนั้นก็เงียบไปกลายเป็นเสียงร้องหงิงๆ คล้ายกลัวอะไรบางอย่าง
" เป็นไงกูขู่แม่งได้ผลด้วยเว้ย ฮ่าๆ ....เฮ้ย" ไอ้คมร้องจากตกใจเมื่อจู่ประตูห้องก็เปิดออกอย่างแรงคล้ายถูกถีบด้วยแรงมหาศาลจนกลอนประตูกระเด็นหลุด พวกมันรีบลุกขึ้นพรวด มือคว้าปืนพกมาถือไว้อย่างระแวดระวัง ชั่วขณะประตูก็ถูกปิดลงอีกครั้ง ไอ้สองคนสะดุ้งโหยงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วอยู่ๆก็ปรากฏร่างชายหนุ่มสูงใหญ่กำยำ ยืนอยู่ตรงหน้าพวกมัน มันทั้งคู่พร้อมใจกันยกกระบอกปืนขึ้นเล็งตามสัญชาติญาณ มือปืน แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น เมื่อร่างกายของพวกมันคล้ายกับถูกตรึงอยู่กับที่ขยับไปไหนไม่ได้ กลิ่นอายการฆ่าอบอวลไปทั้งห้องจนพวกมันขนลุกซู่อย่างรู้สึกเสียวสันหลัง ร่างกายเย็นเฉียบ แต่กลับมีเหงื่อซึมออกมาจนเปียกโชก ชายหนุ่มลึกยกมือขึ้นจับข้อมือ ข้างที่ถือปืนของมันทั้งสอง แล้วก็ตามมาด้วยเสียงดังกร๊อบ กระดูกข้อมือหักห้อยโตงเตงทั้งที่ยังถือปืนอยู่ พวกมันทำได้เพียงส่งเสียงร้องอย่างโหยหวนอยู่ในใจ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปาก ชายหนุ่มลึกลับแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว แล้วก็จับใบหูพวกมันดึงออก คล้ายปลอกเปลือกผลไม้ มันทั้งสองตาเหลือกด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ถึงกับฉี่แตกออกมารดกางเกง แล้วชายหนุ่มก็เริ่มทำการดึงอวัยวะของพวกมันออกทีละชิ้น อย่างสนุกสนาน จนเลือดชั่วไหลนองท่วมห้อง จนตอนนี้เหลือเพียงร่างกายที่ปราศจากแขนขา และเป้าหมายต่อไปก็คือ ส่วนที่พวกมันใช้ทำระยำย่ำยีชีวิตบริสุทธิ์ ให้แตกสลายลง ตอนนี้ร่างที่ท่วมไปด้วยเลือดหายใจรวยริน นับจากการเผชิญความเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่ากับอวัยวะที่หลุดไปทีละชิ้น จนพวกมันปรารถนาจะตายไปให้พ้นความทรมาณแต่ก็ทำไม่ได้
จนตอนนี้กำลังถูกดึงส่วนของความเป็นตัวผู้ออกจากร่าง ยิ่งทำให้พวกมันน้ำตาไหลพราก แสดงสีหน้าเจ็บปวด ส่งแววตาร้องขอความปราณี แต่ในเมื่อพวกมันไม่เคยให้ความปราณีกับใคร ไหนเลยจะได้รับความปราณีตอบแทน ชายหนุ่ม ค่อยๆดึงมันออกอย่างช้าๆ พลางมองสีหน้าแห่งความหวาดกลัวและเจ็บปวดอย่างหฤหรรย์
ใบหน้าพวกมันบูดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ที่พวกมันสมควรจะได้รับ ราตรีแห่งความหฤโหด ยังคงดำเนินต่อไปอีกนานนับชั่วโมง จนวิญญาณอันชั่วช้าหลุดลอยออกจากร่าง

เกือบรุ่งเช้าชายหนุ่มกลับมายืนอยู่ที่เตียงนอนอันมีร่างงดงามนิทราอยู่อย่างเป็นสุข หวนคิดถึงความสยดสยองที่เขาลงมือทำด้วยตัวเองหลังจากกลับไปยังบ้านร้างหลังนั้นแล้วตามกลิ่นของพวกมันไปจนพบ แล้วจัดการพวกมันอย่างสาสม ซึ่งเขาไม่คิดว่าตนเองจะโหดเหี้ยมได้ขนาดนั้นคล้ายกับมีอะไรมาดลใจ ยิ่งเห็นเลือด เห็นความเจ็บปวดของพวกมันยิ่งสนุก จนชิ้นส่วนสุดท้ายออกจากร่างไปพร้อมลมหายใจ เขาถึงได้สติและพาตัวเองกลับมาที่บ้านโดยที่ตามร่างกายไม่มีร่องรอยอะไรเลยดูเหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้ายที่น่าสยดสยองเพียงตื่นนึง................................ จบตอนที่9 คัมภีร์พยัคฆา มนตราพญาเสือ


ฟู่จบสักที กับตอนหฤโหด ต้องขออภัยที่ล่าช้า จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะเสร็จในคืนวันเสาร์ ก็ต้องยืดออกมาจนวันนี้ เพราะหลังจากไปรับจ็อบพิเศษกลับมา ต้องบอกว่าโคตรจะปวดแขนเลยครับ ยกแทบไม่ขึ้น ที่สำคัญปวดทั้งส

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 02, 2017, 04:51:10 pm โดย kaithai »

*

bukna

ติดตามอยู่ครับสนุกมาก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ