Koy restard ep 16 By Ukisa

Koy restard ep 16 By Ukisa

  • 1 ตอบ
  • 12413 อ่าน
*

ออฟไลน์ icejet

  • Full Member
  • **
  • 210
  • 610
    • ดูรายละเอียด
Koy restard ep 16 By Ukisa
« เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 10:30:21 am »
 Koy restard ep 16
                หลังจากส่งแนนขึ้นเครื่องผมกับก้อยก็เดินกลับออกมาที่ลานจอดรถ เจ้าริวเห็นผมกับก้อยมันก็ชะเง้อมองหาแนน พอไม่เห็นแนนมันก็หมอบลงไปนอนต่อ

                “น้องแนนขึ้นเครื่องแล้วหรอค่ะ” ลิน
                “อืมไปแล้ว หมดไปเรื่องนึง เดี๋ยวลินจะไปไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
                “อย่าเพิ่งกลับซิค่ะ แวะทานข้าวกันก่อน น้องลินอุสาต์มาช่วยเฝ้าเจ้าริวให้” ก้อย
                “แต่ว่า” ลิน
                “งั้นไปกินข้าวกันดีกว่าไป ริวไปกินข้าวกัน”
                ผมเรียกให้เจ้าริวตามไปที่รถแต่มันกลับทำแค่หันมามองผมแล้วก็หมอบลงนอนต่อ
                “เป็นอะไรหละริว ไม่หิวข้าวหรอ”
                เจ้าริวมันทำเหมือนไม่สนใจผม
                “สงสัยเจ้าริวมันจะนอนรอแนนออกมาแน่ๆ เลยค่ะพี่บี” ก้อย
                “อ้าว โถ หมดเรื่องคนขี้เหงา มีเรื่องหมาขี้เหงาต่อหรอเนี่ย”
                “ไม่รู้หละค่ะ พี่บีสัญญากับแนนไว้แล้วนะค่ะว่าจะดูแลลูกริวของแนนอย่างดี”
                “เฮอ เอามาริวไปกินข้าวกัน”
ผมตรบมือเรียกเจ้าริวแต่มันก็ทำแค่หูกระดิกเหมือนได้ยินแต่ไม่ยอมลุก ผมเลยต้องเข้าไปอุ้มมัน แต่พอผมอุ้มเจ้าริวมันก็ดิ้นจนหลุดแล้วนอนลงรอแนนอีก
“เอาหละซิ ทำไงดีเนี่ย”
“ขอก้อยลองบ้างนะค่ะ” ก้อยนั่งลงแล้วลูบหัวเจ้าริว
“แม่เค้าไปต่างประเทศนะ อีกไม่กี่วันก็กลับ เอาไว้เราค่อยมาคอยแม่เค้าวันกลับนะ” เจ้าริวมันหันหน้ามองก้อย “เข้าใจไหม” เจ้าริวเห่าตอบ “เข้าใจงั้นเราไปกินข้าวกันดีกว่านะ”

เจ้าริวมันยอมลุกขึ้นแต่มันก็ยังมองเข้าไปด้านในอาคารผู้โดยสาร ก้อยต้องเรียกมันอีกรอบมันถึงจะยอมเดินมาหาก้อย แล้วมันก็อ้อนให้ก้อยอุ้ม

“อุ้ยตัวหนักแล้วนะเรา อยู่บ้านกินอะไรบ้างเนี่ย”
“กินทุกอย่างที่เป็นอาหารหมา และขอกินทุกอย่างที่เห็นคนอื่นกิน” ผมตอบ
“ถึงว่าซิตัวถึงได้หนักแบบนี้”

พอเอาเจ้าริวขึ้นรถได้เราก็ไปทานข้าวกัน แต่เจ้าก็ไม่ยอมกินอะไร เอาแต่มองออกไปนอกร้านเหมือนรอใครอยู่ หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็ไปส่งลินที่คอนโด จากนั้นผมก็ขับรถกลับบ้าน พอถึงบ้านเจ้าริวคึกขึ้นมารีบวิ่งขึ้นชั้นสองแล้วไปเห่าอยู่ที่หน้าห้องแนนพักนึง พอมันแน่ใจว่าแนนไม่อยู่จริงๆ มันก็วิ่งกลับลงมาแล้วมาอ้อนก้อยต่อ

“เฮ้ยๆ คืนนี้นอนนอกห้องเลยนะ พ่อกับแม่จะสวีทกันรู้ไหม” ผมบอกเจ้าริว
“พี่บีอะ ให้เจ้าริวนอนนอกห้องไม่สงสารมันหรอมันคงคิดถึงแนน มานี่มา” ก้อยอุ้มเจ้าริวขึ้นมา
“คืนนี้นอนกับแม่นะ เดี๋ยวแม่กอดหนู๋ทั้งคืนเลย”
“อ้าวๆ อะไรเนี่ยก้อย ไอ้ตัวเล็กไม่อยู่แท้ แทนที่พี่จะได้ชื่นใจให้เต็มที่ซะหน่อย”
“แหมพี่บี เราอยู่กันอีกนานค่ะ เอาไว้ชื่นใจกันที่หลัง ดูซิเจ้าริวคิดถึงแนนจนหงอยแล้ว ปะๆ เราไปนอนกันดีกว่านะ”

ก้อยกอดเจ้าริวนอนอย่างที่เธอพูด ผมคิดว่าจะทำไงดีนะ แบบนี้ก็อดซิอุสาห์อยู่กันสองต่อสองแล้วแท้ๆ แต่ดันมีเจ้าริวขั้นกลางแบบนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ซิ แต่แล้วผมก็คิดแผนได้ ผมรอจนก้อยกับเจ้าริวหลับ จากนั้นผมก็ค่อยๆ ย่องลงจากที่นอนแล้วเดินอ้อมไปฝั่งที่ก้อยนอนอยู่

ผมค่อยมุดผ้าห่มไปนอนกอดก้อยจากทางด้านหลัง จากนั้นผมก็เริ่มหอมแก้มเธอ ก้อยรู้สึกตัว
“พี่บีอย่าค่ะ เดี๋ยวริวตื่น”
“หือ มันไม่ตื่นหรอกถ้าก้อยไม่ร้องดัง”
“อุ้ยพี่บี อย่าซิค่ะ โอ้ยยย ซนแล้วนะ”
“ก็พี่คิดถึงเมียพี่นี่น่า”
“พี่ไม่อายริวมันหรอ”
“ก้อยก็อย่าร้องซิ เจ้าริวมันจะได้ไม่ตื่น”

ผมลูบไล้ไปทั่วตัวก้อย ไม่ว่าจะหน้าอก ต้นขา สะโพก แต่พอผมจะเลื่อนมือไปที่ของสงวนก้อยก็หนีขาไว้แน่นไม่ยอมให้ผมสัมผัสจุดสวงนของเธอ

“ไม่เอาค่ะพี่บี อย่าซิค่ะ”
“อืมมม อย่าดื่อซิก้อย เดี๋ยวเจ้าริวมันก็ตื่นหรอก”
“พี่บีก็อย่าซนซิค่ะ อืมมม ไม่เอานะ”

ขณะที่ผมกำลังจะจัดการก้อย ไอ้ริวตื่นขึ้นมา มันหาใส่ผมกับก้อย ก้อยได้โอกาสเลยข้ามไปนอนอีกฝั่ง คราวนี้พอผมขยับตัวเจ้าริวมันก็จะเงยหัวขึ้นมามองทุกครั้งจนก้อยหัวเราะ

“เดี๋ยวนะไอ้ริว เดี๋ยวจับตัดหางปล่อยวัดซะเลยนี่ขวางความสุข”
“เดี๋ยวเถอะพี่บี กล้าทำหรอ เดี๋ยวแนนกลับมาก็แหกอกเอาหรอกค่ะ”

สุดท้ายผมก็เลยอดปล้ำก้อยเพราะเจ้าริวคอยขวางอยู่ ผมตัดใจนอนจนประมาณตีห้าผมก็รู้สึกตัวเพราะก้อยลุกขึ้นจากเตียง เจ้าริวเองก็กระโดดลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งไปรอที่หน้าประตู ผมมองนาฬิกาก็รู้ว่ามันได้เวลาที่เจ้าริวจะต้องไปวิ่งเล่นหน้าบ้าน

ก้อยพาเจ้าริวลงไปชั้นล่าง ผมแอบย่องตามไปไม่ให้ก้อยรู้ตัว ก้อยเปิดประตูบ้านให้วิ่งออกไปวิ่งที่สนามจากนั้นก้อยก็ปิดประตู ผมรีบรวบเอวก้อยไว้ก่อนที่เธอจะทันรู้ตัว

“ว้าย พี่บีทำอะไรค่ะ”
“ก็ทำต่อจากเมื่อคืนไง”
“ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวไปทำงานสาย”
“ไม่เอาได้ไงหละ พี่อยากเอานี่”
“พี่บีทะลึงจังเลย ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวก้อยจะทำกับข้าวให้ทานนะ”
“วันนี้พี่ไม่กินข้าวเช้า พี่จะกินก้อยแทน” ผมหอมแก้มก้อยฟอดใหญ่
“อู้ยยยย อย่าค่ะ ก้อยยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
“งั้นก็อาบด้วยกันเลยดีไหม”
“ไม่ดีค่ะ ให้พี่บีอาบด้วยก้อยก็ไม่ได้อาบน้ำกันพอดี”
“น่านะๆ เดี๋ยวก็ต้องไปทำงานแล้ว ขอพี่ชื่นใจหน่อยนะ”
ในขณะที่ก้อยกำลังจะยอม โทรศัพท์บ้านก็ขึ้น ผมไม่ยอมไปรับกำลังถอดชุดนอนก้อยอยู่
“พี่บีรับโทรศัพท์ซิค่ะ”
“ไม่เอา เอาไว้ที่หลังแล้วกัน”
“คนโทรมาเบอร์แต่เช้าน่าจะเรื่องสำคัญนะค่ะ”

ก้อยเปลี่ยนใจไม่ยอมผมขึ้นมาอีกจนผมต้องไปรับโทรศัพท์

“ฮาโหล”
“โอ้ยยย ทำไมไม่รับโทรศัพท์ โทรหลายรอบแล้วนะ” เสียงแนนดังออกมาจากหูโทรศัพท์
“มือถือยู่บนห้อง ตอนนี้อยู่ข้างล่างไม่ได้ยิน”
“เอาเจ้าริวไปปล่อยหน้าบ้านหรือยัง”
“ปล่อยแล้วเนี่ย เราไปถึงแล้วหรอเจอเจนหรือยัง”
“เจอแล้วถึงได้โทรมานี่ไง”
“ขอคุยกับเจนหน่อยซิ”
“ไม่เอา เอาพี่ก้อยมาคุยก่อน”
ผมไม่อยากจะเถียงกับแนนก็เลยส่งหูโทรศัพท์ให้ก้อย ก้อยคุยอยู่พักนึงก็ส่งหูโทรศัพท์คืนให้ผม
“สวัสดีค่ะพี่บี” เจน
“เจอไอ้ตัวเล็กแล้วหรอ”
“ค่ะ”
“ฝากดูแลหน่อยนะ อยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครว่างดู เค้าทำงานกันหมด”
“ค่ะ เจนจะดูแลแนนให้เป็นอยากดีเลย”
“มัวแต่ถามเรื่องแนน แล้วเจนสบายดีหรือเปล่า”
“สบายดีค่ะ”

แล้วแนนก็ส่งเสียงโวยวายบอกว่าหิวแล้วๆ จนเจนต้องวายสายไป พอหมดเรื่องผมกะว่าจะกลับมากอดก้อยต่อ ไอ้ตัวที่วิ่งอยู่หน้าบ้านก็มาเคาะประตูเรียกอีก ก้อยก็เลยหนีไปอาบน้ำปล่อยให้ผมเอาอาหารเช้าให้เจ้าริวกิน พอผมเทอาหารเม็ดใส่ถาดให้เจ้าริวเสร็จผมก็คิดว่าน่าจะตามไปอาบน้ำกับก้อยทัน

แต่ที่ไหนได้ พอผมเดินออกจากครัวเจ้าริวมันดันเดินตามไม่ยอมกินข้าว ปรกติตอนแนนอยู่เวลากินมันจะไม่สนใจใคร มันจะกินจนอิ่มแล้วถึงจะเริ่มวิ่งหาตามหาแนนหรือคนอื่นในบ้าน ผมไล่เจ้าริวให้มันกลับไปกินข้าวมันก็ไม่ยอมไป ผมเดินขึ้นบันไดมันก็กระโดดขึ้นตาม

“เฮ้ยไปกินข้าวซิ เดี๋ยวพ่อมาขอพ่อไปกอดแม่ก้อยหน่อยไม่ได้หรือไง”
เจ้าริวมองหน้าผม แต่พอผมเดินขึ้นบันไดต่อมันก็กระโดดตาม
“อ้าว โถ่เอย”

สุดท้ายผมเลยต้องอดกอดก้อย ผมเดินพาเจ้าริวกลับไปในครัว พอผมอยู่ใกล้ๆ เจ้าริวมันก็กินอาหารเม็ดของมันต่อจนหมด ผมไม่ต้องคิดจะไปหาก้อยแล้วหละครับ เพราะพอผมเดินเจ้าริวมันก็เดินตามผมตลอด จนผมตัดใจนั่งรอก้อยน้ำแต่งตัวที่โซฟา

พอก้อยแต่งตัวเสร็จเดินลงมาจากชั้นบน เจ้าริวมันก็เห่าแล้ววิ่งไปหา จากนั้นมันก็ไปตามก้อยแทน ผมเลยไปอาบน้ำบ้าง พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมลงมากินข้าวเช้าที่ก้อยเตรียมให้ ทานอาหารเสร็จผมก็ส่งก้อยที่หน้าบ้าน ก้อยขับมาพอก้อยขึ้นรถแล้วขับออกไปเจ้าริวที่ยืนส่งก้อยที่หน้าบ้านก็รีบวิ่งมาหาผม

“โห แหมห่างคนไม่ได้เลยนะ ขี้เหงาเหมือนแม่แกเลยนะเจ้าริว” บ่นให้เจ้าริวฟังแต่มันคงไม่รู้เรื่อง

ผมเดินไปเดินมาของผมพักนึง แล้วจากนั้นผมก็เตรียมตัวจะไปทำงานบ้าง ระหว่างที่ผมเดินไปที่รถเจ้าริวมันก็วิ่งไปรอที่ประตูข้างคนขับ มันรอให้ผมเปิดประตูให้ขึ้นไปบนรถ แต่ผมแกล้งไม่สนใจ ผมเปิดประตูด้านคนขับแล้วขึ้นไปนั่ง ผมแกล้งสตาร์ทรถ

เจ้าริวมันเห่าแล้วรีบวิ่งมาอีกฝั่งพร้อมกับกระโจนขึ้นรถ ผมกอดมันไว้ก่อนที่มันจะตะกุยไปยังที่นั่งด้านข้างคนขับ

“ไงกลัวจะโดนทิ้งหรอ”
เจ้าริวมันก็เห่าใส่ผม ผมเลยขย้ำขนปุ้ยของมันเล่น
“ทำไม ขู่หรอ จะฟ้องแม่เราหรอ เหอะ”

แล้วผมก็คิดว่านี่ผมทะเลาะกับหมาอยู่หรอเนี่ย แล้วมันจะเข้าหรือเปล่าว่าผมพูดอะไร ผมปล่อยมือเจ้าริวมันก็กระโดดไปที่เบาะด้านข้างจากนั้นมันก็ยืนเอาขาหน้าเกาะประตูแล้วหันมาเห่าให้ผมลดกระจกลง

“เคยตัวจริงๆ นะแกเนี่ย”

แนนชอบเปิดกระจกรถให้เจ้าริวมันชโงกหน้าออกไปโต้ลมจนมันเคยตัว ผมไม่ลดกระจกลงเจ้าริวมันก็ไม่ยอมหยุดเห่าซะด้วย ผมเลยต้องเปิดกระจกให้มันโต้ลมเล่นตอนขับอยู่ในซอย ขับผ่านใครก็ทักมันตลอดทาง ดูเหมือนเจ้าริวมันจะมีคนรู้จักเยอะอยู่เหมือนกันโดยเฉพาะรถเข็นขายของกิน

พอออกถนนใหญ่ผมก็ปิดกระจก แต่เจ้าริวมันก็ยังยืนมองข้างทาง ดูรถข้างๆ บางทีเจอหมาเดินอยู่ข้างถนนมันก็จะเห่าเรียก เจ้าริวมันคึกของมันอยู่พักนึงมันก็เริ่มเหนื่อย และแอร์รถก็คงเย็น มันนอนลงขดตัวหมอบอยู่บนเบาะซักพักมันก็หลับ

ผมจอดรถเสร็จดับเครื่องเจ้าริวมันหูตั้งแล้วรีบลุกขึ้น แทนที่มันจะรอให้ผมเปิดประตูรถให้ พอผมเปิดประตูรถฝั่งผมมันก็รีบกระโดดข้ามผมออกไปนอกรถ

“เฮ้ยๆ หยุดเลยเดี๋ยวรถวิ่งมาทับ แม่แกชั้นตายแน่”

ผมต้องสั่งให้เจ้าริวมันนั่งรอ ไม่งั้นมันคงวิ่งเข้าในตึกโดยไม่รอผมแน่ๆ พอผมลงจากรถ เจ้าริวมันก็เดินนำให้ผมเดิน ดีหน่อยที่มันไม่วิ่งซนเหมือนตอนแรก พอเข้าไปในตึกคนก็จ้องมองเจ้าริวกับผมเพราะเจ้าริวมันเดินแบบไม่วอกแวก แถมผมไม่ใช้สายจูงด้วย

ผมรู้สึกเท่ห์ยังไงไม่รู้ที่มีหมาที่แสนรู้ขนาดนี้ แต่มันก็ทำให้ผมปลื้มได้ไม่นาน พอมันเห็นแคทกับจอยยืนซื้อขนมอยู่ในร้านข้างหน้ามันก็รีบวิ่งตระกุยไปหาโดยไม่สนใจที่ผมห้าม สองสาวพอเห็นว่าเป็นริวก็อุ้มมันเล่นส่งเสียงกรี๊ดดดด กร๊าดดดดังลั่น

“นี่ๆ เบาๆ กันหน่อย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า เค้าจะหาว่าหัวหน้าไม่สั่งสอน”
“เป็นไรค่ะ เมียไปต่างประเทศแค่เนี่ยทำหงุดหงิด ให้แคทคลายเครียดให้ไหมค่ะ”
แคทกับจอยหัวเราะชอบใจที่อำผมได้
“เดี๋ยวเถอะๆ แปดโมงแล้วยังทำอะไรกับอยู่ ไม่ขึ้นไปทำงาน”
“โห พาลจริงๆ เลย สงสัยพี่บีเค้าจะอั้นไว้เยอะจริงๆ นะแคท”

ผมโมโหจนตาเขียวจนแคทกับจอยรีบพาเจ้าริววิ่งหนีไปที่ลิฟท์ ผมถอนหายใจก่อนจะเดินตามไป พอเข้าไปที่ออฟฟิตผมก็ต้องแสบแก้วหูกับเสียงกรี๊ดดดดด กร๊าดดดดด ของสาวๆ ที่เล่นกับเจ้าริว ผมเลยต้องเดินไปดุ

“ทำอะไรกันเสียงดังลั่นเชียว รบกวนคนอื่นเค้ารู้หรือเปล่า”
สาวๆ หยุดกรี๊ดดด กร๊าดดด แล้วตอบแบบลากเสียงพร้อมๆ กัน “ค่า”
“ริวมานี่”
เจ้าริวมันมองผมแต่มันไม่ยอมเดินมาหา
“ริวไม่มาเดี๋ยวโทรไปฟ้องให้แม่แกมาจัดการเลยนะ”

พอได้ยินว่าจะฟ้องแนนเจ้าริวมันก็หูตั้งแล้วรีบวิ่งมาหาผม ผมหามันเข้าไปในห้องทำงาน ผมปล่อยให้มันวิ่งเล่นอยู่ในห้อง เวลามีใครเข้ามามันก็จะรีบวิ่งไปเล่นด้วย พอเค้าจะออกจากห้องมันก็จะทำเนียนเดินแต่ผมก็ส่งเสียงกระแอมห้าม มันรู้ตัวมันก็จะทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้ววิ่งเล่นของมันต่อ

ซักพักหญิงก็เคาะประตูแล้วเดินเข้า แต่เจ้ามันกลับไม่วิ่งมาเล่นด้วยแต่ไปแอบที่ข้างโซฟาแล้วส่งเสียงขู่
“ริว ไม่มีมารยาทเลยนะแกเนี่ย จะขู่หญิงเค้าทำไม”
หญิงยิ้ม “สงสัยริวมันคงได้กลิ่นแมวจากตัวหญิงค่ะ พอดีคุณแม่หญิงเลี้ยงแมวเปอร์เซียไว้หลายตัว เมื่อเช้าหญิงก็เพิ่งอุ้มเล่นก่อนจะมาทำงาน”
                “ครับ คงเป็นแบบนั้นสงสัยมันคงได้กลิ่นแมวมันถึงขู่หญิง”

                ผมคิด แต่ที่จริงหมาตัวนี้มันไม่เคยเห่าแมว แถมเวลาเจอแมวแถวบ้านมันวิ่งเข้าไปจะเล่นด้วยจนโดนข่วนจนต้องวิ่งหนีกลับเข้าบ้านตั้งหลายครั้ง หรือว่าบางที่มันอาจจะไม่คุ้นกลิ่มแมวต่างชาติมั้ง หญิงจะชวนผมไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ผมไปไม่ได้เพราะทิ้งเจ้าริวไว้ หญิงน้อยใจที่ผมเห็นเจ้าริวดีกว่าเธอ แต่เธอก็ไม่ได้งอนอะไรมาก ผมสัญญาว่าถ้าแม่เจ้าริวกลับมาผมจะหาโอกาสค้างคืนกับเธอ

                “ถ้าพี่บีปัญญาว่าจะค้างกับหญิงจริงๆ ครั้งนี้หญิงไม่โกรธก็ได้ค่ะ”

                จากนั้นหญิงก็กลับออกไป พอหญิงไปเจ้าริวมันก็วิ่งมาดมๆ ที่เก้าอี้ที่หญิงเพิ่งลุกขึ้น

                “เป็นอะไรเรา เห่าเค้าทำไมเนี่ย ไม่ชอบสาวสวยแล้วหรอ”

                ผมเห็นเจ้าริวมันวิ่งไปวิ่งมาจนเริ่มรำคาญผมเลยเปิดโทรทัศน์ให้มันดูแทน พอเปิดโทรทัศน์ให้เจ้าริวมันก็ขึ้นไปนอนบนโซฟาแล้วนอนดูโทรทัศน์ไม่วิ่งเล่นให้ผมปวดหัวอีก พอใกล้เที่ยงเจ้าริวมันคงหิวมันเห็นโฆษณาไก่ทอดเจ้านึงมันก็เริ่มเห่า

                “เห่าอะไรริว ดูหนังไปเงียบๆ”

                เจ้าริวมันเห่าจนโฆษณาจบมันหยุดเห่า แต่ซักพักโฆษณามาอีกมันก็เห่าอีกจนผมต้องหันไปดู พอเห็นโฆษณาในโทรทัศน์ผมก็เข้าใจว่าเจ้าริวมันเห่าทำไม

                “เออๆ เดี๋ยวสั่งมาให้กิน อยู่บ้านแม่แกเค้าให้กินแต่ของแบบนี้หรือเปล่าถึงได้ตัวอ้วนแบบนี้”

                ผมโทรไปบอกให้แคทช่วยสั่งให้ แคทถามผมกลับว่าเลี้ยงน้องๆ ด้วยไหม แหมโดนมัดมือชกแบบนี้ผมก็ต้องเลี้ยงแหละครับแค่นั้นแคทก็วางสายไม่ฟังว่าผมจะสั่งอะไรบ้าง

                พอเที่ยงแคทกับจอยก็เข้ามาพร้อมจานใส่ไก่ทอดและน้ำมาให้ผม เจ้าริวได้กลิ่นมันก็รีบวิ่งมาหา แต่แคทกับจอยขอพาเจ้าริวไปกินกับพวกเธอที่นอกห้อง แต่ก่อนไปขอเบิกเงินค่าของที่สั่ง พอแคทกับจอยพาเจ้าริวออกไปแล้วผมก็ถือถาดไปนั่งกินที่โซฟา

                ช่วงบ่ายก็เหมือนเดิมเจ้าริววิ่งเล่นอยู่พักนึงก่อนจะไปนอนดูโทรทัศน์ พอเลิกงานผมก็พามันกลับบ้าน วันอังคารก็ยังเหมือนเดิมจนถึงเข้าวันพุธ เริ่มมีปัญหาเพราะผมสัญญาว่าจะไปหาลินที่ห้อง แต่มีเจ้าริวแบบนี้สงสัยจะไม่ได้กอดลินแน่ๆ ผมเลยเปลี่ยนเป็นนัดให้ลินมาหาที่บ้านแทน

                ลินมาหาผมแต่เช้า แต่พอเจ้าริวเจอลินมันก็หันไปตามลินแจจนผมอดกอดลิน แต่ลินก็ไม่ได้น้อยใจเธอบอกว่าเอาไว้แนนกลับมาแล้วค่อยให้ผไปกอดเธอที่คอนโดก็ได้ ลินเลยอยู่เล่นกับเจ้าริวจนเย็นถึงจะกลับ วันรุ่งขึ้นผมรู้สึกมันอัดอั้นมากๆ ก็มันไม่ได้ระบายน้ำมาเกือบสองอาทิตย์แล้วนี่ครับ

                ถึงวันศุกร์ก้อยจะมาแต่ถ้าเจ้าริวมันขี้อ้อนแบบนี้ผมก็หมดหวังอีก ต้องรอแนนกลับมาวันอาทิตย์แล้วก็อาจจะโดนแนนแกล้งเอาก้อยไปนอนด้วย วันพฤหัสผมเลยเริ่มหงุดหงิด แต่เจ้าริวมันทำเป็นไม่รู้เรื่องพอไม่มีใครมันก็จะมานอนหมอบข้างๆ เท้าผม ทำเอาผมทิ้งมันไม่ลงจริงๆ

                แต่บ่ายวันนั้นผมก็ได้รับโทรศัพท์จนผู้หญิงคนนึงที่ผมคิดว่าอาจจะไม่ได้คุยกับเธออีกแล้ว

                “เออ โทรหาผมมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”
                เกรซไม่ตอบ
                “เกรซ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
                “คือ คุณบีว่างพอจะมากินข้าวกับเกรซเย็นนี้ได้ไหมค่ะ”
                “เออ ผมอยากไปนะ แต่ว่าตอนนี้แนนเค้าไม่อยู่บ้านผมต้องหิ้วเจ้าริวไปไหนมาไหนด้วย คงไปกินข้าวด้วยไม่สะดวก”
                พอผมปฏิเสธเกรซก็เงียบไปอีก
                “เออ เอางี้ไหม มากินข้าวที่บ้านผมไหม เดี๋ยวผมทำอาหารให้ทานเอง และก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเจ้าริวด้วย”
                เกรซยังนิ่งเหมือนเดิม
                “ผมไปรับหน้าคอนโดตอน 4 โมงเย็นนะจะได้ไปซื้อของทำอาหารกัน”
                “ค่ะ”

                ผมรู้สึกโล่งใจที่เกรซยอมมากินข้าวที่บ้านผมที่อยู่ๆ เธอโทรมาหาผมแบบนี้ เธอคงมีเรื่องอยากปรึกษาผมจริงๆ วันนี้ผมเลยกลับบ้านเร็วแค่สามโมงเย็นผมก็เก็บของกลับบ้าน เจ้าริวดีใจที่จะได้กลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน ผมขับรถไปถึงหน้าคอนโดของเกรซตอน 4 โมงเย็นพอดี

                แต่ดูเหมือนเกรซจะยังไม่ได้ลงมาจากคอนโด ผมเลยบอกให้เจ้าริวรอในรถแล้วหันกลับไปจะเปิดประตูปรากฏว่าเกรซมายืนอยู่ที่ข้างประตูแล้ว วันนี้เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกางเกงยีนส์เข้ารูปสีฟ้าอ่อน ผมลดกระจกลงแล้วบอกให้เกรซขึ้นรถ จากนั้นเราก็ไปซื้อของกัน

                เกรซก็ยังคงเป็นหญิงสาวสวยที่ไร้อารมณ์เหมือนเช่นเคย แต่เจ้าริวกับดูจะชอบเธอมากมันเดินคลอเคลียที่ขาของเกรซอยู่ตลอดเวลา นานๆ ครั้งจะมีรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าของเกรซ ซื้อของเสร็จผมก็พาเกรซไปที่บ้าน ผมให้เกรซช่วยทำอาหาร เกรซค่อยยิ้มบ่อยครั้งขึ้นจนในที่สุดร้อยยิ้มมันก็ไม่เลือนไปจากใบหน้าของเธอ

                เกรซเริ่มหัวเราะและสนุกกับการทำอาหารถึงแม้ดูเหมือนเธอจะทำไม่เป็นเลยซักนิด วันนี้บรรยากาศดีเป็นพิเศษผมเลยไปจัดโต๊ะนั่งกินข้าวกันที่สนามแทนที่จะนั่งกินกันในครัว เชิงเทียนส่งสว่างอยู่ที่กลางโต๊ะ อาหารที่ผมทำมีสปาเก็ตตี้แซลมอนซอสครีม สเต็กเนื้อสันใน ซุบเห็ด และไวน์เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ

                ระหว่างที่ผมกับเกรซนั่งทานอาหารกันเจ้าริวที่อิ่มแล้วมันก็วิ่งเล่นย่อยอาหาร

                “หายไปนานเลยนะ ไม่ทำอะไรมาหรอ”
                “เออคือ” เกรซดูอึกอักที่จะตอบ
                “คงยุ่งซินะ ว่าแต่อาหารฝีมือผมพอจะทานได้ไหม” ผมเปลี่ยนเรื่องไม่ให้เกรซลำบากใจ
                “ก็ยุ่งๆ ค่ะ”
                “เกรซคงเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้เลยยังไม่ค่อยมีเพื่อน ถ้าเหงาๆ ก็มาหาผมที่บ้านบ้างก็ได้นะ มากินข้าวด้วยกัน ไม่ต้องกลัวนะ แนนเค้าไม่ว่าหรอก มีสาวสวยๆ มาเค้ากลับยิ่งชอบ”
                “ค่ะ”

                พอทานอาหารกันอิ่ม เรานั่งกินไวน์กัน เนื่องจากเกรซเป็นคนไม่ค่อยพูดเราเลยไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากนอกจากมองตากัน ไปๆ มาๆ อยู่ๆ เราก็ค่อยยืนหน้าเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เกรซหลับตาพริ้มเผยอริมฝีปากอวบอิ่มรอ ผมค่อยยืนเข้าไปเพื่อจะประกบกับริมฝีปากของเธอ

                “โฮ่งๆ”

                เราสองคนตกใจรีบออกห่างจากกัน สุดท้ายไอ้ริวก็ยังคงเป็นก้างสำหรับผมอยู่เหมือนเดิม เกรซบอกว่าจะเก็บจานไปไว้ในครัว ส่วนผมบอกเธอว่าจะจัดการเอาเจ้าริวไปเก็บเหมือนกัน ผมคิดว่าจะทำยังไงดีถึงจะทำให้เจ้าริวไม่มาเป็นก้างระหว่างผมกับเกรซ ผมไม่คิดจะฟันเกรซ แต่อยากจะได้อยู่กันเป็นส่วนตัวกว่านี้เพื่อที่เกรซจะได้ยอมเปิดใจพูดถึงสิ่งที่เธอเป็นทุกข์อยู่

                แล้วผมก็คิดได้ผมพาเจ้าริวไปที่ห้องแนน พอมันได้เข้าห้องแนนมันก็รีบกระโดดขึ้นเตียงแล้วกลิ้งไปมาอย่างมีความสุข ผมเห็นทางที่จะสลัดมันได้แล้ว

                “ริวคืนนี้แกนอนห้องนี้นะ”

                เจ้าริวมันเห่าตอบเหมือนมันตกลง ลองปิดไฟดู เจ้าริวมันก็ไม่ยอมลงจากเตียงผมเลยลองเปิดประตูจะออกจากห้อง เจ้าริวมันก็ไม่สนใจผม มันนอนเฉย ในที่สุดผมก็สลัดเจ้าริวได้สำเร็จ ผมปิดประตูห้องแล้วจะเดินลงไปชั้นล่าง แต่ปรากฏชั้นล่างมืดสนิท

                ผมคิดว่าเกรซอาจจะกลับไปแล้วเลิกเปิดไฟปิดบ้านให้ผม แต่ผมหันไปเห็นแสงไฟลอดออกมาจากใต้ประตูห้องผม ผมเลยเปิดเข้าไปดู ผมเจอขวดไวน์กับแก้วสองใบวางอยู่บนโต๊ะ แต่ผมไม่เจอเกรซอยู่ในห้อง เจอเพียงเสื้อเชิ๊ตกางเกงยีสน์และชั้นในของเธอพับวางอยู่ที่เก้าอี้

                เสียงซู่ๆ ดังออกมาจากในห้องน้ำ เกรซคงกำลังอาบน้ำอยู่ ผมถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้วค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปด้านในห้องน้ำที่เกรซอาบน้ำอยู่ก่อน สายน้ำโปรยลงมาบนเรือนร่างที่ขาวโพลน ไอ้น้ำที่โพยพุ่งขึ้นปกปิดแก้มก้นที่กลมขาวได้รูป

                ผมค่อยเข้าไปที่ด้านหลังเกรซแล้วกอดเอวเธอเบาๆ เกรซสะดุ้งตัวนิดหน่อย จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นมากอดคอผมแล้วดึงลงมาที่ซอกคอเธอ เกรซเอียงคอรับให้ผมสูดกลิ่นหอมจากร่างกายของเธอ สองมือที่โอบเอวเกรซไว้ของผมก็ค่อยเลื่อนขึ้นมาที่หน้าอกขาวกลม

                เกรซสยิวกายพร้อมกับร้องโอ๊ะออกมาเบาๆ แต่เธอก็เลื่อนมือมาประกบมือผมแล้วออกแรงบีบให้ผมเค้นหน้าอกแน่นๆ ของเธอ เกรซครางเสียวออกมาเบาๆ ปลายถันเธอแข็งเป็นไต เวลาผมสัมผัสมันเกรซจะครางเสียวออกมาทุกครั้ง ผมเริ่มดูดไซ้ซอกคอเธอหนักขึ้น

                อาวุธผมมันก็เริ่มตื่น มันเริ่มดันไปที่ร่องก้นของเกรซ ปล่อยมือที่กุมหลังมือผมออกแล้วเลื่อนไปด้านหลังเพื่อสัมผัสกับอาวุธผม ผมเองก็เลื่อนมือข้างนึงลงไปที่เนินหญ้าของเกรซ มันนุ่มนิ่มมากทั้งเนินทั้งพงหญ้า ผมขย้ำมันเบาๆ เกรซแอ่นโคกรับพร้อมกับร้องอ้าออกมา

                เกรซเองก็กำอาวุธผมแน่นขึ้นพร้อมกับรูดเบาๆ ผมเองก็เริ่มรุกล้ำร่องที่เปียกเยิ้มของเกรซเหมือนกัน เกรซคงทนไม่ไหวเธอดึงมือสองข้างของผมออกแล้วหันกลับมาประกบปากจูบกับผม ผมเองก็จูบตอบเธอส่วนมือผมก็เปลี่ยนไปเค้นขย้ำก้นกลมงอนของเกรซแทน

                ดูเหมือนเกรซจะยังไม่พร้อมให้ผมรุกล้ำร่างกายเธอ เราเลยได้แค่ลูบไล้กัน เกรซหยิบสบู่เหลวมาถูตัวให้ผม ผมยืนให้เธอถูสบู่ไปจนทั่วตัว เกรซจับอาวุธผมรูดทำความสะอาด ผมยอมรับว่าอยากมากๆ แต่เกรซยังไม่พร้อมก็ให้เกรียติเธอ จากนั้นผมก็ถูสบู่ให้เกรซบ้าง ผมถูสบู่ให้เธอจนทั่วตัว

                เวลาผมถูที่จุดเสียวเกรซก็จะครางออกมาทำเอาอารมณ์ผมปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก แต่ผมก็พยายามห้ามใจไม่ล่วงเกินเธอไปมากกว่าการสัมผัส เราสองคนอาบน้ำให้กันจนเสร็จ ผมหยิบเอาเสื้อคลุมของก้อยให้เกรซใส่ จากนั้นเราสองคนก็ออกจากห้องน้ำ

                ผมรินไวส์ใส่แก้วแล้วส่งให้เกรซ จากนั้นผมก็รินไวส์อีกแก้วแล้วชนแก้วกับเธอ เกรซค่อยจิบไว้ที่ผมรินให้ ริมฝีปากของเธอกลายเป็นสีแดงสดจนทำเอาผมอดใจที่จะจูบเธอไม่ไหว เกรซส่งแก้วเปล่าคืนมาให้ผม ผมรับไว้แล้วว่างแก้วทั้งสองใบลงที่โต๊ะด้านข้างเตียง จากนั้นเราสองคนก็ค่อยโผเข้าหากัน

                ผมประทับรอยจูบที่ริมฝีปากเกรซอีกครั้ง คราวนี้เราจูบกันอย่างดูดดื่ม มือผมลูบไล้ไปทั่วร่างเกรซ เธอเองก็ลูบไล้ไปทั่วตัวผมเหมือนกัน ในขณะที่ผมกำลังจะกดให้เกรซนอนลงบนเตียง เธอกลับเป็นฝ่ายดันผมนอนลงก่อน เกรซดันผมนอนแผ่ลงบนเตียงแล้วผละปากออก

                เกรซถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นหน้าอกขาวนวล ปลายถันสีชมพูชูชัน เกรซค่อยไซ้ซอกคอผม เกรซทำเอาผมสยิวอย่างบอกไม่ถูก เกรซไล่เลียลงมาตามหน้าอกผมลงมาจนถึงหน้าท้อง แต่ตอนนี้มือเธอนำหน้าไปกุมอาวุธผมไว้แล้ว จากนั้นเกรซก็เลื่อนหน้าตามไป

                เกรซจับของผมตั้งแล้วเริ่มเลียที่ปลายก่อน จากนั้นเธอก็ค่อยเลียไปจนทั่วหัวบาน พอเกรซเลียจนหัวบานผมเปียกชุมเธอก็เริ่มไล่เลียไปตามลำแทง แต่ที่ทำให้ผมเสียวมากๆ คือเกรซขย้ำไข่ผมเล่น ผมเสียวจนต้องแอ่นเอวขึ้นแทบจะตลอดเวลา

                แถมเกรซยังมุดมาดูดไข่ผมอีก ผมเสียวจนกำผ้าปูที่นอนแน่น เกรซดูดไข่ผมเล่นจนพอใจเธอก็เริ่มอมหัวบานผมเข้าปากแล้วเม้มรูด ผมต้องกัดฟันแน่นไม่ให้ครางออกมา ไม่น่าเชื่อว่าสาวที่ดูเงียบๆ แบบเกรซจะเก่งในการใช้ปากขนาดนี้เกรซเม้มปากรัดเอ็นผมอย่างชำนาญ ผมนี่แทบจะแตกอยู่ตลอดเวลา

                ผมต้องแอบหยิกเอวตัวเองอยู่หลายครั้งว่าที่เกรซจะหยุดดูดเอ็นผม ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเกรซถึงคายเอ็นผมออก จากนั้นเธอก็ขึ้นนั่งคล่อมที่กลางตัวผม เกรซตาเยิ้มแก้มแดงเธอทำตาปรือๆ ตอนที่นั่งเอาร่องสาวกดเอ็นผมลงมา น้ำรักเกรซไหลเยิ้ม แต่มันก็ไม่ทำให้ความฟิตของเธอลดน้อยลงเลย

                เกรซลงมาจนก้นแนบกับหน้าขาผม จากนั้นเธอก็เริ่มโยกเอว เกรซหลับตาพริ้มเม้มปากโยกเอวไม่หยุด คราวนี้ผมรู้สึกว่ามันเสียวกว่าตอนโดนเธอให้ปากให้เป็นอย่างมาก เกรซใช้สองมือประคองหน้าอกตัวเองแล้วเริ่มขย้ำตามอารมณ์เสียวของเธอ

                ผมจับเอวเกรซไว้แล้วเด้งเอวใส่เพิ่มความเสียวให้เกรซ เกรซร้องครางลั่นห้องเธอเริ่มขย่มแรงขึ้นแรงขึ้น ผมเองก็เด้งเอวใส่ไม่หยุดจนเกรซก้มตัวลงมาหา เธอเลื่อนมือมาที่ไล่ผมแล้วจิ๊กแน่น เราเร่งกระแทกกันเต็มเหนี่ยว แต่แล้วอยู่ๆ เกรซก็เลื่อนมือมาที่คอผม จากนั้นเธอก็เริ่มบีบคอผม

                ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่าเกรซคงระบายความเสียว แต่เกรซกลับเริ่มบีบคอผมแน่นขึ้น ผมรู้สึกว่าแบบนี้ผมแย่แน่ๆ ผมเรียกชื่อเธอ เกรซ เกรซ แต่เหมือนเธอไม่ได้ยิน ผมเลยต้องเด้งเอวใส่เกรซแรงขึ้นเพื่อให้เธอเสร็จสมเธอจะได้ปล่อยมือจากคอผมก่อนที่เกรซจะบีบคอผมจนหายใจไม่ออก ผมเด้งเอวรัวจนในที่สุดเกรซก็ร้องกรี๊ดดดดดดด เธอสะดุ้งตัวปล่อยมือจากคอผม

                เกรซนอนลงกอดผมแน่น ร่องสาวเธอตอดรับของผมแรงมากแบบที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ผมปล่อยให้เกรซชมิบรัดของผมอยู่พักใหญ่จนของรักเธอเริ่มคลายตัวผมก็จับเกรซนอนหงายบ้าง เกรซดึงผมไปจูบต่อ เธอผู้หญิงที่อารมณ์ร้อนแรงมากจริง

                เกรซจับของผมจ่อที่ร่องสาวเธอให้ผมเริ่มดันมันเข้าไปอีกรอบ ผมกดลำแท่งแหวกกลีบสาวเกรซเข้าไปอีกครั้งจนมิด จากนั้นผมก็เริ่มกระแทกเน้น เกรซเสียวจนสะบัดหน้าไปมาพร้อมกับร้องบอกให้ผมเร่งกระแทกเธอให้เร็วขึ้น

                “โอ้ยยยยซี๊ดดดดด เร็วอีกค่ะ โอ้วววววว แรงอีก ค่ะ โอ้ววววววว”

                ผมกัดฟันโหย่งเอวกระแทกหว่างขาเกรซจนเตียงเด้ง เกรซเองก็เด้งเอวสู้ไม่ถอยเหมือนกัน ดูเหมือนผมคงไปต่อไม่ไหวแล้ว ผมก้มลงกอดเกรซแล้วเด้งเอวหนักขึ้นอีก เกรซเองก็กอดผมแน่นพร้อมกับร้องครางเสียงดังที่ข้างหูผม ยิ่งผมกระแทกหนักเท่าไหร่เกรซก็ยิ่งร้องครางดังขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดเกรซก็ร้องกรี๊ดดดดดดดดด พร้อมกับจิ๊กเล็บลงที่หลังผมจนแสบ แรงขมิบตอนเสร็จสมของเกรซทำเอาผมกลั้นน้ำกามไม่อยู่ ผมปล่อยมันพุ่งใส่ด้านในของเกรซหลายครั้งจนเธอร้องครวนครางพร้อมกับบิดเอวเร่าๆ

                เรากอดกันกลมพอเสร็จสมเกรซก็ไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่หลับตาซุกหน้ามาที่ไหล่ผม ผมเลยเริ่มหอมแก้มหอมคอเกรซอีก เกรซเองก็ตอบรับ ผมเริ่มไซ้ซอกคอเกรซแล้วไล่ลงมาที่เนินอก จากนั้นผมก็เลื่อนปากไปเม้มที่ปลายถันสีสวย เกรซร้องซี๊ดดดดดพร้อมกับแอ่นอกขึ้นสู้ปากผม

                ผมดูดหน้าอกเกรซข้างนึงส่วนอีกข้างผมก็ใช้มือคลึงขย้ำ เกรซร้องครางยอ่างสุดเสียว ผมดูดฟัดหน้าอกที่ขาวอวบของเกรซจนหน่ำใจผมก็ค่อยเลื่อนตัวลง เกรซรีบดันหัวไหล่ผมเหมือนเธอกำลังรอให้ผมทำแบบนี้อยู่เหมือนกัน เกรซดันผมไปที่หว่างขาพร้อมกับถ่างขาออกรอ กลีบสีชมพูของเธอชุมไปด้วยน้ำรักที่ไหล่อ


*

ออฟไลน์ myfino262903

  • Full Member
  • **
  • 231
  • 3
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restard ep 16 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 12, 2020, 11:52:45 am »
 ขอบคุณครับแต่เนื้อหาที่หายพอจะมีวิธีนำกับมาอ่านได้ไหมครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ