แม่ผมเข้มงวด (เพิ่มส่วนที่หายไป อ่านใหม่ด้วยครับ)

แม่ผมเข้มงวด (เพิ่มส่วนที่หายไป อ่านใหม่ด้วยครับ)

  • 0 ตอบ
  • 20197 อ่าน
*

ออฟไลน์ SeKuDes

  • Junior Member
  • ***
  • 263
  • 163
  • ที่ใดสักแห่ง ??
    • ดูรายละเอียด
เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของผมที่เกิดขึ้นกับผมมานานมาก กว่าที่จะมาเล่าได้ผมเองก็ต้องคิดนานเหมือนกน เราะอันที่จริงเป็นเรื่องบัดสีบัดเถลิงจนเกินคิด แต่ใครๆจะมาโทษผมไม่ได้นะครับ เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้น...มันเกิดกับตัวผมเองเมื่อสมัยที่ยังเด็กไม่ ประสา แถมว่ากันตามจริง เด็กอย่างผมตอนนั้นที่ทำไป ทำไปเพราะโดนผู้ใหญ่สั่งสอนเอาเสียด้วย

ขอปูพื้นไว้ก่อนเลยว่าผมโตขึ้นมาในครอบครัวเดี่ยว แถมยังกำพร้าพ่อมาตั้งแต่จำความได้ จำได้ว่าตอนเด็กๆ เห็นคนอื่นเค้ามีพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันครบก็เลยมาถามคุณแม่ของผมเข้า ว่าคุณพ่อเค้าอยู่ที่ไหน แต่แม่ไม่ยักกะตอบตรงคำถามแฮะ แกไม่มองหน้าผมแถมพูดเสียงขุ่นๆ ว่า แล้วเค้าเลี้ยงผมไม่ดีที่ตรงไหน? ผมเองพอรู้ว่าคุณแม่ไม่พอใจก็เลยไม่กล้าถามต่อ มารู้เอาทีหลังตอนโตแล้วว่าที่จริงคุณพ่อผมเลิกกับแม่ผมตั้งแต่ผมอายุไม่ครบ ขวบ จะว่าเลิกกันไปก็ไม่ถูกเท่าไหร่นักหรอกครับ เพราะป้าแก้วเพื่อนสนิทของคุณแม่ผมมาเฉลยให้ผมฟังทีหลังว่าความจริงแม่ผมเอง นี่แหละที่เป็นคนเฉดหัวคุณพ่อออกจากเรือนไป จะด้วยเหตุผลใดป้าแก้วก็ไม่รู้ แต่เดาๆ เอาว่าคุณแม่ผมเค้าทนไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น ในเมื่อแกถือส่วนตัวซะมากขนาดนี้ เพื่อนฝูงแกก็ไม่ได้ไปสังสรรค์พบปะใคร ญาติมิตรของคุณแม่ที่สนิทเป็นเพื่อนแท้ก็มีแค่ป้าแก้วคนเดียว กับลูกน้องผู้หญิงสองคนคือน้าน้อยและน้านุชที่คุณแม่เก็บไว้ใช้สอย

ถ้าไล่ไปตั้งแต่สมัยผมเริ่มโดตเป็นหนุ่ม ตอนนั้นอายุผมราวๆ 12- 13 ปีได้ ช่วงนั้นก็น่าจะราวๆพุทธศักราช 2521- 2522 อย่างที่ท่านทราบ คุณแม่ผมเลี้ยงดูผมมากับมือคนเดียวมาตลอด ถ้าเป็นสมัยนี้ก็น่าจะเรียกว่า Single Mom ผมเติบโตขึ้นมาในบ้านทรงไทยหลังใหญ่พอควรในสวนขนาดสามไร่เศษ เรือกสวนกว้างขวางรอบบ้านเป็นบริเวณทำให้บ้านผมอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆใน ตำบลแยกมาต่างหาก จะว่าไปแล้วแม่ผมเองก็เป็นเศรษฐีนีใหญ่ในจังหวัดเชียวล่ะ แกมีที่นามากโขที่เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณตาคุณยายทำไว้แต่เดิมคอยเก็บไว้แบ่ง ให้คนนั้นคนนี้เช่า ไม่ต้องทำอะไรก็อยู่ได้อย่างสุขสบาย เรือกสวนรอบเรือนที่คุณตาคุณยายทำไว้ให้แม่ผมก็เพียงแค่ให้น้าน้อยน้านุช ดูแลไม่ให้รกรุงรังเท่านั้น ไอ้เรื่องที่แกจะไปหวังเอาดอกผลไม่มีเสียล่ะ เอาเป็นว่าสวนรอบๆ บ้านที่กว้างขวางนั้นแท้จริงแล้วเป็นสิ่งกำหนดอาณาจักรส่วนตัวของคุณแม่ผม ที่มีเพียงแค่คุณแม่ ตัวผม กับน้านุชและ น้าน้อยคนรับใช้อยู่แค่นั้น

แม่ผมขึ้นชื่อได้ว่าดุเอามากๆ คนหนึ่ง และออกจะมั่นใจตัวเองผิดกับผู้หญิงไทยในยุคนั้นลิบลับ ผมมาทราบเอาฤทธิ์เดชคุณแม่ทีหลังว่าเมื่อสมัยผมยังเล็กไม่รู้ความ แกเคยใช้ปืนยาวยิงขโมยที่จะมาปล้นบ้านแกตายไปเสียคราวเดียว 2-3 ศพ ดังนั้นพวกคุณจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ผู้หญิง 3 คนกับเด็กอีกหนึ่งคนอยู่ในบ้านกลางสวนอย่างสงบสุขตลอดมาได้อย่างไร

ในตัวเรือนนั้น มีแค่ผมกับแม่อาศัยอยู่กันสองคน กับข้าวกับปลา การทำความสะอาดบนเรือนนั้นแม่ผมทำเองทั้งสิ้น ส่วนน้านุชกับน้าน้อยไม่มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ใกล้แม้แต่ไต้ถุนเรือน ด้วยคุณแม่ผมกำชับนักหนาว่า ถ้าคุณแม่ผมไม่เรียก ไม่สั่ง ห้ามมาอยู่ใกล้ในบริเวณเรือนใหญ่เด็ดขาด ยกเว้นแต่ตอนแปดโมงเช้าของทุกวันที่ทั้งสองคนต้องมาคอยหน้าเรือนอยู่ห่างๆ เพื่อคอยรับคำสัะงว่าแม่ผมจะใช้ทำอะไร กับอีกวาระหนึ่งคือวันไหนคุณแม่เรียกใครมาให้นอนเป็นเพื่อน ซึ่งบางคราวก็น้านุชบ้าง น้าน้อยบ้าง หรือลางทีก็เรียกมานอนด้วยกันทั้งสองคนเลยก็มี

ผมเองเมื่ออยู่ในวัยเรียนก็เข้าเรียนในโรงเรียนประจำตำบลตามปกติ คุณแม่ผมภายหลังกำหนดให้ผม "ศึกษาด้วยตัวเอง" ที่บ้านเอาเมื่อผมขึ้นมัธยมที่หนึ่ง แล้วปล่อยผมจากอ้อมอกแกอีกครั้งก็โน่น สมัยผมเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ซึ่งเดี๋ยวทุกท่านจะทราบว่าทำไมคุณแม่ถึงได้ดำรงนโยบายเช่นนั้นเสียตั้งหกปี ทำให้วัยเด็กผมไม่ค่อยเหมือนคนอื่นนัก จะว่าไปก็ผิดประหลาดตั้งแต่สมัยผมเรียนประถมแล้วล่ะ เพราะเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยโน้นก็ล้วนเป็นลูกหลานชาวบ้านที่อาศัยเช่าที่ น่าคุณแม่ทั้งสิ้น เพื่อนๆ หลายคนเลยออกจะเกรงอกเกรงใจผมไม่น้อย แต่ละคนล้วนยกเรียกผมว่า "คุณ" จนผมเองลำบากใจ เพราะผมเองทั้งชื่อเล่น ชื่อจริงก็ชื่อชาย เวลาเพื่อนเรียกผมว่า "คุณชาย" ยิ่งทำให้ผมรู้สึกขนลุก ผมเองเลยไม่ได้สนิทสนมกับใครเพราะเกรงใจที่เขาจะวางตัวลำบาก ผมเองก็ยิ่งวางตัวลำบาก ที่โชคร้ายยิ่งกว่านั้นอีกคือเด็กคนอื่นๆ ที่มีฐานะทัดเทียมที่จะไม่เรียกผมว่า "คุณชาย" ไม่ว่าจะลูกเจ๊กเจ้าของโรงสีใหญ่ ลูกนายตำรวจ ลูกนายอำเภอ ก็ล้วนเป็นผู้หญิงไปเสียฉิบ ไอ้จะไปทโมนตามประสาเด็กผู้ชายก็หมดหวัง เพราะพวกเธอก็ยินดีจะเล่นแต่กระโดดยางตามแบบผู้หญิงอย่างนั้น

โลกของผมตั้งแต่เด็กจึงมีแต่คุณแม่คนเดียวเท่านั้น จะว่าไปแล้วคนที่สอนหนังสือผมจริงๆ ก็เป็นคุณแม่ผมเองนี่แหละ ประถมหนึ่งถึงสี่สมัยนั้นเขาก็ไม่เรียนภาษาอังกฤษกัน คุณแม่ผมเองนี่แหละที่เป็นคนสอนเอ บี ซี ดี ให้กับผมตั้งแต่ผมหัดเขียนหนังสือ เจ้ากี้เจ้าการให้ผมอ่านนิยายฝรั่งเป็นตั้งแต่ชั้น ป.4 เรื่องผมท่องสูตรได้ก็คุณแม่ผมนี่แหละเป็นคนเอาการก่อนเข้าโรงเรียนเสียอีก แม้กระทั่งการคิดเลขในใจคุณแม่ก็เป็นคนสอนเคล็ดวิธีคิดให้ แถมยังมานั่งถามผมปากเปล่าอยู่นาน จนแน่ใจว่าผมหารผมคุณเลขในใจได้สองสามหลักคล่องแคล่วแล้วแกถึงปล่อย ดังนั้นผมจึงได้เรียนเกินเพื่อนที่โรงเรียนไปไกล ที่ไปโรงเรียนเพราะไปตามกฏหมายที่รัฐท่านบังคับเอาเท่านั้น

อ้อ! ผมลืมเล่าให้คุณฟังถึงแม่ผมอีกอย่าง แม่มีผมตั้งแต่แกอายุ 20 ต้นๆ ตอนผมเริ่มเป็นวัยรุ่นอายุ 12-13 แม่ผมจึงมีอายุแค่ 35 ปีเท่านั้น แกเป็นคนสวยเชียวล่ะ ผิวขาวอย่างคนที่ไม่ทำงานหนัก....เอ่อ อันที่จริงต้องบอกว่าไม่ทำงานเลยต่างหาก แม่ผมอาจจะท้วมสักเล็กน้อยแต่จะว่าไปก็ไม่ได้ถึงขั้นอ้วนเผละ ความท้วมนั้นดูเหมือนจะไปเน้นเอาที่หน้าอกกับสะโพกผายใหญ่ของคุณแม่เสีย มากกว่า ส่วนเนื้อหนังนั้นก็ขาวเนียนเต่งตึงดี ที่ผมรู้ไปหมดเพราะคุณแม่มักจะเรียกใช้ผมให้บีบนวดให้แกเป็นประจำ ยิ่งเสาร์อาทิตย์แกนอนให้ผมบีบนวดจนเย็นเลยก็มี หลายๆ ครั้งแกจะใช้ให้ผมนวดต้นขาเลยไปถึงแก้มก้น คุณแม่ชอบใช้ให้ผมบีบนวดตรงนี้ให้เป็นพิเศษ หลังจากผมขึ้นป. 6ไม่นาน เวลาที่แกเรียกผมมานวดให้ แกก็จะใส่แค่กางเกงในตัวงเดียวกับเสื้อคอกระเช้า ยัดชายลงไปใต้ชั้นในจนเสื้อมันรัดรึงกับหน้าอกจนเสื้อแทบขาด แล้วใช้ให้ผมนวดตรงก้นคุณแม่นานๆ ยิ่งพอพักหลังๆ เข้า ตอนเช้าวันเสาร์อาทิตย์ หลังจากแกลงไปสั่งงานน้านุชกับน้าน้อย พอแกขึ้นเรือน แกก็จะเปลี่ยนจากผ้าถุง มานุ่งเพียงกางเกงในสีเนื้อ แล้วยัดชายเสื้อคอกระเช้าเข้าไป แล้วมาอยู่บนเรือนใหญ่กับผมในสภาพนั้นจนเข้านอน แกให้เหตุผลว่า อากาศมันร้อนแกนุ่งแบบนี้สบายตัวกว่าเยอะ

ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดแค่กับคุณแม่ ตัวผมเองยิ่งเห็นคุณแม่นุ่งน้อยแค่นั้น ผมเองก็ยิ่งอยากดูอยากอยู่ใกล้คุณแม่เยอะๆ ก้นคุณแม่ใต้ชั้นในที่แบะเข้าออกตามน้ำหนักมือผม ทำให้ผมใจสั่นหวิวทุกครั้ง ผมเองก็มีความสุขที่ได้บีบนวดให้คุณแม่นานๆ วันเสาร์-อาทิตย์ผมจะไม่ไปไหน ขลุกอยู่กับแม่บนเรือนทั้งวันเพื่อรอคอยให้แกเรียกใช้ผมบีบนวด บางครั้งคุณแม่จะชอบนั่งพิงหมอนอิงบนเสื่อ แล้วใช้ให้ผมนั่งข้างหน้าอ่านหนังสือต่างๆ ให้แกฟัง ผมมักจะแอบมองสะโพกอวบของคุณแม่และจับจ้องไปที่หว่างขาใต้เป้ากางเกงใน หลายๆ ครั้งคุณแม่ก็จะเดินปัดโน่นปัดนี่ตามเรื่องตามราวของแก ผมเองชอบจ้องดูก้นของคุณแม่ที่บิดยักย้ายไปมาตามการก้าวเดินของแก

สถานการณ์เป็นเช่นนี้มาได้ประมาณเดือนหนึ่ง จนกระทั่งถึงวันที่ผมจำได้ถึงทุกวันนี้ วันนั้นคุณแม่ใช้ให้ผมอ่านนิยายให้คุณแม่ฟัง แกนั่งชันเข่าตัดเล็บเท้าของแกไปด้วยโดยที่นั่งห่างจากผมไม่เกินหนึ่งเมตร ภาพที่คุณแม่นั่งชันเข่าค่อยๆ บรรจงตัดเล็บเท้าทีละนิ้ว...ทีละนิ้ว นั้น ทำให้ผมเผลอมองไปที่หว่างขาที่อวบอัดของคุณแม่ไม่ได้ ใต้กางเกงในสีเนื้อที่คุณแม่ชอบใส่เป็นประจำนั้นก็ดูเหมือนจะโป่งนูนดันเป้า จนแทบปริขึ้นมา เสื้อคอกระเช้าที่คุณแม่ยัดชายเสื้อใส่ชั้นในก็ปิดเนินอกอวบของคุณแม่ที่ กำลังก้มตัดเล็บเท้าไม่มิด ผมเห็นหน้าอกคุณแม่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ภาพเหล่านี้ทำให้ผมมองคุณแม่อยู่นานจนลืมอ่านนิยายที่ตัวเองกำลังเปิดค้าง ไว้อยู่ ผมหยุดดูคุณแม่อยู่นานมาก จนกระทั่งคุณแม่ตัดเล็บเท้าข้างหนึ่งเสร็จ สลับชันขาอีกข้างย้ายมาตัดอีกข้างหนึ่งช้าๆ คุณแม่แสดงท่าทีไม่รับรู้ หน้าอกใต้เสื้อคอกระเช้าของคุณแม่ดูเหมือนจะกระเพื่อมขึ้นลงถี่กว่าเดิม ผมมองคุณแม่เหมือนกับโดนมนตร์สะกด น้ำลายกลืนลงคออย่างยากเย็น พอคุณแม่ตัดเล็บเท้าจนครบทุกนิ้ว แกถึงได้เงยหน้าขึ้นมาถาม

"ชายหยุดอ่านทำไม?"

ผมสะดุ้งโหยง เหมือนเด็กโดนจับได้ว่าทำอะไรผิด เร่งอ่านนิยายต่อไป แต่คราวนี้ผมอ่านตะกุกตะกักไปหมด แม่หลับตาพิงหมอนอิงได้สักพัก แกก็เอ่ยขึ้นมา

"พอได้แล้วล่ะชาย"

แกลืมตาขึ้นมาจ้องผมเขม็งเหมือนกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง ผมเห็นคุณแม่นั่งอิงหฟมอน เสื้อคอกระเช้าที่รั้งรัดหน้าอกคุณแม่แน่นเผยให้เห็นถึงร่องรอยปุ่มเนื้อที่ ปลายอกโผล่ดันเนื้อผ้าสีขาวขึ้นมา กางเกงในสีเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงรั้งชายเสื้อฟิตรัดแนบหนั่นสะโพกคุณแม่ เผยให้เห็นถึงสัดส่วนที่อวบผาย แต่ดวงตาของคุณแม่ที่จ้องผมนิ่ง เหมือนกับจะมองลึกไปข้างใน ผมเห็นดวงตาคู่นั้นผมได้แต่ก้มหน้านิ่ง

"ชายเป็นอะไรไป? พักหลังๆชายดูประหลาดมากรู้มั้ย?"

"เอ่อ...เปล่าครับคุณแม่"

"ไม่เปล่าสิชาย เมื่อกี๊ชายเป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ๆมาจ้องแม่ตั้งนานจนลืมอ่านหนังสือ แล้วตะกี๊พอแม่บอกให้ชายหยุดอ่าน ชายก็มาจ้องแม่อย่างกะอะไรดี แม่...แม่เห็นชายจ้องแม่แบบนั้นแม่รู้สึกไม่สบายใจมากรู้มั้ย"

ผมก้มหน้านิ่งไม่ตอบ เพราะตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

"เอ๊ะ! อะไรน่ะชาย ชายฉี่ราดเหรอลูก มาให้แม่ดูใกล้ๆซิ"

ผมได้ยินแม่ว่างนั้นผมก็ก้มลงไปมองที่เป้ากางเกงของตัวเองอย่างตกใจ เห็นรอยเปียกเป็นดวงๆ ที่เป้ากางเกงขาสั้นของผม ยิ่งกว่านั้นยังมีรอยน้ำใสๆ ติดเปรอะเป็นทางไหลลงง่ามขา ผมงงไปหมดว่าน้ำพวกนี้มาได้ยังไง แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ราดอย่างเด็กแดงๆ แน่

"มะ...ไม่นะครับคุณแม่ ผมไม่ได้ราดนะครับ"

"ยังจะมาเถียงอีก! แล้วน้ำพวกนี้มันอะไรเนี่ย มา..มาให้แม่ดูใกล้ๆซิ"

แม่แหวใส่ผมเสียงดัง ผมได้ยินดังนั้นจึงเขยิบไปใกล้ๆ ตัวคุณแม่ คุณแม่สั่งให้ผมนั่งชันเข่า เอนตัวลงด้านหลัง แล้วกางขาออกให้คุณแม่ดูชัดๆ ผมจำใจทำตามที่แม่สั่ง แล้วแม่ก็สั่งให้ผมเลื่อนตัวไปใกล้ๆ แม่อีก จนตอนนี้ หว่างขาผมอยู่ห่างจากใบหน้าคุณแม่แค่คืบกว่าๆ เท่านั้น ผมได้ยินคุณแม่สูดหายใจเข้าไปแรงๆ แล้วถอนกายใจออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วแกก็เลือนมือมาลูบที่ต้นขาข้างซ้าย ลูบน้ำเหนียวๆ ที่เปื้อนอยู่ไปมา ตอนนี้ผมขนลุกเกรียว รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตทุกสัมผัสที่มือคุณแม่มาลูบที่บริเวณนั้น คุณแม่ป้ายน้ำขึ้นมาจ้องดูใกล้ๆ แล้วถูไปมาเบาๆ พลางพูดว่า

"เอ๊ะ...มันไม่ใช่ฉี่นี่นา" แล้วคุณแม่ก็เอานิ้วไปดมใกล้ๆจมูก "ไม่ใช่ฉี่จริงๆ ด้วย...เอ๊ะ นี่มันอะไร?"

ว่าแล้วแม่ก็คว้ามือมากำที่หว่างขาผมเบาๆ เจ้าหนูผมโดนคุณแม่จับนอกกางเกงเต็มอุ้งมือคุณแม่ แกจับแล้วลูบไปมาอย่างพินิจพิจารณา ส่วนผมสะดุ้งโหยงแรงๆ ขึ้นมาหนึ่งครั้ง

"อยู่นิ่งๆ !" คุณแม่ตวาด

ผมขบริมฝีปากแน่น พยายามนั่งนิ่งๆ ตามที่คุณแม่สั่ง แต่ท่อนเนื้อใต้กางเกงของผมกลับขยายพองโตขึ้นเรื่อยๆ....โตขึ้นเรื่อยๆ....

"ชาย...นี่ลูก..." แม่จับเจ้าหนูผม มองผมเหมือนกับแกตกใจอะไรสักอย่าง

ตัวผมตอนนี้สั่นเป็นลูกนก หอบหายใจเสียงดัง เหงื่อไหลท่วมตัว ทั้งๆที่ลมพัดในบ้านเย็นสบาย

"ไหนชาย ยกก้นขึ้นซิ เร็วๆ" แม่ผมออกคำสั่ง

ทันทีที่ผมยกก้นขึ้นตามคำสั่งคุณแม่ แกรีบเอื้อมมือมาคว้าขอบกางเกงขอสั้นรูดไว้ที่หัวเข่า ตอนนี้เจ้าหนูผมที่ตั้งแข็งชูชันชี้เด่อวดสายตาคุณแม่

"ว้าย! ชาย...อ๋อ...นี่...นี่ ชายเงี่ยนกับแม่ใช่มั้ย!"


"งะ...เงี่ยน...อะไรนะแม่? เงี่ยน? มันอะไรครับ?"




ทุกท่าอย่าเพิ่ง คิดว่าผมดัดจริต ตอนนั้นผมอายุแค่ 12 ขวบเท่านั้น แล้วตั้งแต่เล็กจนโตผมก็มีแต่คุณแม่ที่ใกล้ชิดผมคนเดียว เลี้ยงผมอย่างกะผ้าพับไว้ ศัพท์แสงไทยแท้หยาบคายผมไม่รู้จักหรอกครับ อย่างเก่งก็กู, มึง ส่วนเรื่องใต้สะดือนั้นผมยิ่งไม่ประสาเอาเสียเลย ท่อนเนื้อของผมที่หว่างขานั้นผมก็เรียกเป็นแค่ "จู๋" เท่านั้น ส่วนของผู้หญิงผมไม่รู้ใหญ่ ก็สมัยโน้นเพศศึกษาเขาไม่ได้สอนเปิดเผยเอาเหมือนเดี๋ยวนี้นี่ครับ ดังนั้น ณ เวลานั้นผมเองไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไอ้เจ้าหนูของผมที่โด่เด่สู้มือคุณแม่ ตัวผมเองก็ตกใจเหมือนกันว่าอยู่ๆ มันพองโตขนาดนี้ได้ยังไง เจ้าความรู้สึกวูบวาบมันคืออะไรผมเองก็ไม่รู้จัก




"คุณแม่ครับ ชายไม่รู้จริงๆนะครับ มันเป็นแบบนี้ได้ไงไม่รู้"




. "นี่! หยุดนะ! ชายหัดเถียงแม่ตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วดูซิ ของชายมันแข็งโด่ออกแบบนี้จะให้แม่คิดยังไง กับแม่เราเองแท้ๆเรายังคิดอกุศล เด็กไม่ดี!" แม่ผมโกรธขึ้นมา แต่มือของคุณแม่ยังกำท่อนเนื้อผมไว้แน่น แถมยังชักขึ้นลงเบาๆ นิ้วหัวแม่โป้งคุณแม่ก็คลึงกดที่ปลายท่อนเนื้อผม น้ำใสๆ เหนียวๆ หลั่งออกมาจากรูฉี่มากกว่าเดิม ผมเห็นมันเหนียวยืดเลอะทั้งท่อนเนื้อผม เลอะทั้งมือคุณแม่เต็มไปหมด




"อูยยยส์ ซี้ดสสสสส คุณแม่ครับ ชายขอโทษ ชายไม่ทราบจริงๆ ครับ โอยยยยย" ผมกัดฟันพูดอย่างยากลำบากเพราะความรู้สึกวูบวาบแผ่ซ่านขึ้นทุกครั้งตาม จังหวะจับโคนของคุณแม่




"โอ๊ยยยยย แม่ครับ คุณแม่ครับ มันเป็นไรไม่รู้ คุณแม่ช่วยด้วย ช่วยผมด้วย ซี้ดสสสสส" ผมได้แต่ร้องครวญครางอย่างสิ้นท่า เรียกหาแม่อย่างเด็กทารก ขาสั่นพั่บๆ แม่ผมยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก มองหน้าผมตรงๆ แล้วเอ่ยว่า




"โอ๋ๆ ชายนิ่งๆ นะลูกนะ...ชายรู้มั้ย ที่ชายเป็นแบบนี้เค้าเรียกว่า 'เงี่ยน' จ้ะ ผู้ใหญ่เค้าจะเป็นกันกับเพศตรงข้าม ชายโตเป็นหนุ่มแล้วนะชายถึงได้เงี่ยนไง"




"เฮ้อออออ แต่ชายนี่น้าาาา ซนจริงๆ มาเงี่ยนกับแม่ตัวเองแบบนี้ได้ อูยยยยยย มันแข็งโป๊กใหญ่เลยชาย อู๊ยยยยยยย"




"โอยยยยย แม่...ชายขอโทษ ชายไม่ได้ตั้งใจ ซี้ดสสสสส แม่จ๋า ชายเสียวตรงจู๋แม่...โอ๊ยยยยย"




"อูยยย ชาย มันไม่ได้เรียกว่าจู๋แล้วจ้ะ ของชายแข็งแบบนี้ชายต้องเรียกว่า 'ควย' แล้ว"




แม่ ผมพูดเสียงแหบพร่า ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "ควย" ของผมแล้วรูดขึ้นลงแรงๆ เหมือนอย่างกะแกตำอะไรซักอย่าง น้ำเหนียวใสที่ท่อนเนื้อผมหลั่งไหลออกมานั้นหล่อลื่นมือคุณแม่เป็นอย่างดี ตอนนี้ผมเสียวร้องลั่นเผลอแอ่นสะโพกดันเข้าไปใกล้ใบหน้าคุณแม่จนห่างไม่ถึง คืบ แม่รูดแท่งของผมได้ซักพัก อยู่ๆ แกก็เอาลิ้นแตะๆ ที่ปลายหัว ลิ้นของแกตวัดไปตวัดมา แหย่แยงลงไปถึงเนื้ออ่อนปลายแท่งที่อยู่ภายใต้หนังหุ้มปลาย ผมดูคุณแม่ใช้ลิ้นเลียที่ปลายแท่งผมอย่างตกใจ แต่ความเสียวที่ประดังขึ้นมาทำเอาผมเกร็งจนขยับไปไหนไม่ได้ น้ำใสเหนียวโดนลิ้นคุณแม่ตวัดเข้าปากอย่างไม่รังเกียจ




"ดูซิ เนี่ย...น้ำเยิ้มเชียว ถ้าหกรดพื้นจะทำยังไง....เฮ้อ เดี๋ยวแม่จัดการให้ก็แล้วกัน" ว่าแล้ว คุณแม่ก็อ้าปากอมแท่งของผมไปจนมิด ผมมองดูคุณแม่คาบอมเจ้าหนูของผมอย่างตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าคุณแม่จะทำให้ขนาดนี้ แต่ทันใดนั้น ริมฝีปากที่ห่อรอบแท่งเนื้อผม ขยับรูดขึ้นลงๆ อย่างรวดเร็ว




"โอ๊ยๆๆๆๆ แม่จ๋าแม่ ชายเสียวครับ ชายเสียว โอยยยย แม่จ๋าาาาาา" ผมเสียววูบเผลอเอามือไปจับที่ศีรษะคุณแม่อย่างลืมตัว เท่านั้นล่ะครับ แกเงยหน้าจ้องตาผมเขม็งทั้งๆ ที่ปากของแกคาบควยผมอยู่ ผมสะดุ้งโหยงเพราะกลัวคุณแม่เหลือกำลัง รีบผละมือออก คุณแม่ถึงได้ก้มหน้าใช้ปากประกอบกิจของแกต่อไป แต่สักพักแกก็เลื่อนมือขึ้นมาประสานกับฝ่ามือของผม ผมยึดมือคุณแม่ไว้แน่น แล้วคุณแม่โยกศีรษะรูดควยของผมอย่างรวดเร็ว ผมก็ได้แต่ร้องโอดโอยอย่างน่าสงสารบีบมือของคุณแม่สุดแรงเกิด บิดตัวส่ายไปมา คุณแม่ไม่ได้ใช้แค่ปากรูดท่อนควยผม บางครั้งแกก็ใช้ลิ้นเลียลากตั้งแต่พวงไข่จนถึงปลายหัว น้ำเยิ้มยืดติดปลายลิ้นคุณแม่แล้วแกก็รีบผวาเข้าไปกลืนเข้าปากพร้อมกับแท่ง ควยแข็งโด่ของผม ตอนนี้ผมร้องโอดโอยลั่นบ้าน บิดตัวหนีไปไหนไม่ได้เพราะปากคุณแม่ก็คาบควยผมไว้ตลอด มือของแกก็บีบฝ่ามือผมจนผมรู้สึกเจ็บเหมือนกับแกกลัวว่าผมจะวิ่งหนีไปไหน ผมร้องโอดโอยลั่นอยู่สักพัก รู้สึกเหมือนจะมีของเหลวเคลื่อนออกผ่านลำกล้อง กำลังจะบอกคุณแม่ว่าฉี่จะราดแต่พูดออกได้ไม่เป็นภาษา จนในที่สุดผมก็ทำไม่ทันการ รู้สึกได้ถึงของเหลวที่ฉีดพ่นออกจากปลายควยเข้าปากของคุณแม่ เห็นคุณแม่สะดุ้งอยู่ครั้งหนึ่ง แต่แกก็ไม่ยอมถอนปากออกจากควยผม กลับรูดขย้อนเอาน้ำที่เพิ่งหลั่งจากตัวผมเมื่อกี๊หยกๆ กลืนลงคอเหมือนไม่ให้ตกลงพื้นแม้แต่หยดเดียว




"อูยยยยยย แม่ครับ ชายขอโทษ ชายไม่ได้ตั้งใจฉี่ใส่ปากคุณแม่" พอตั้งสติหายใจหายคอได้ ผมรีบบอกคุณแม่เพราะกลัวจะโดนแกดุ




คุณ แม่มองผมแบบดุๆ แต่แกกลับเม้มปากแน่นกลืนน้ำลายลงคอ ผมเห็นคราบน้ำขาวๆ ติดที่ริมฝีปากคุณแม่ แกเอานิ้วไปป้ายริมฝีปากแล้วดูดนิ้วกินน้ำสีขาวเข้าไป ลิ้นของคุณแม่กวาดเลียรอบริมฝีปากจนสะอาด แล้วเอ่ยขึ้นว่า




"ชายนี่ น้าาาาาา....เพราะชายเองแท้ๆ มาเงี่ยนกับแม่แบบนี้ แม่ถึงต้องอุตส่าห์มาทำให้แบบนี้ไง" แม่ผมนั่งคุกเข่ากอดอก หันหน้ามองไปอีกทาง




"ผมขอโทษครับแม่" ผมก้มหน้าสลดรับคำตำหนิ




แม่หน้ามา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "ชายนทีหลังอย่ามาเงี่ยนกับแม่แบบนี้อีกนะ มันไม่ดีรู้มั้ยลูก"




"ครับ ชายจะไม่ทำอีกแล้ว"




"ไหนๆ แม่ขอดูจู๋เราหน่อยซิ อื้มมมมมม ดีมาก กลับมาเป็นเด็กดีของแม่เหมือนเดิมแล้ว" คุณแม่เอามือเขี่ยเจ้าหนูผมเบาๆ ที่ตอนนี้ กลับกลายเป็นอ่อนปวกเปียกอย่างสภาพเดิม




"ฮึๆๆๆ ขอแม่ชื่นใจลูกรักของแม่หน่อยเถอะ" ว่าแล้วแกก็เอาหน้ามาซุกที่หว่างขาผม ใบหน้าของคุณแม่บดเบียดไปกับเจ้าหนูที่หดเล็ก เสียงแกสูดหายใจเสียงดังฟืดฟาดเหมือนเวลาที่คุณแม่หอมแก้มผม ผิดแต่คราวนี้มาเป็นที่หว่างขา ผมรู้สึกวูบวาบขึ้นมาอีก คุณแม่ทำได้แป๊บนึงก็ยกตัวขึ้นตรง




"อย่าไปซนที่ไหนนะเรา แม่ไม่ยอมจริงๆ ด้วย ฮิฮิฮิ" แม่นั่งคุกเข่าตัวตรงมือเท้าสะเอว ยิ้มกว้างให้กับผม "ปะ...ไปนอนได้แล้วเรา พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า"




สิ้นคำคุณแม่ ผมลุกขึ้นรูดกางเกงขึ้นมาใส่เหมือนเดิม คุณแม่มองผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วเปรยว่า




"ชายของแม่โตเป็นหนุ่มแล้ว....หนุ่มใหญ่เชียวล่ะ"




ผมฟังคำคุณแม่พร้อมทำหน้างงงวย เพราะตอนนั้นผมเองเรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ตัวเล็กที่สุดในชั้น




"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เข้านอนได้แล้ว เด็กดีของแม่" แม่ย้ำกับผมอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่ให้แก่ผมด้วยความเอ็นดู




ผม เข้านอนพร้อมกับความคิดต่างๆ นานาในสมอง พิศวงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่เข้าใจความรู้สึกที่ประดังเข้าหาตัวผม ทำไมผมถึงมีใจครุ่นคิดถึงเนื้อหนังคุณแม่? ทำไมผมถึงใจสั่นหวิวทุกครั้งที่เห็นสะโพกอวบแน่นใต้กางเกงในสีเนื้อที่อยู่ เหนือต้นขาขาวอวบของแก? ทำไมผมถึงไม่สามารถละสายตาจากหน้าอกคุณแม่ใต้เสื้อคอกระเช้าที่แนบชิดรัดกับ ลำตัวจนเห็นปุ่มปลายหน้าอกที่ดันนูนเด่นชัดเจน? ทำไมเวลาคุณแม่สัมผัสที่ซอกขาผมโดยเฉพาะที่เจ้าหนูของตัวเอง ผมถึงได้เกิดอาการเสียวซ่านแบบนั้น? แล้วยิ่งเวลาคุณแม่อมรูดแท่งควยผม ทำไมผมถึงได้เกิดความเสียวทวีขึ้นจนทุรนทุราย? แล้วทำไมคุณแม่ต้องใช้ปาก? ถ้ากลัวจะเลอะพื้นเรือนทำไมคุณแม่ไม่เช็ด? น้ำเหนียวๆ ใสๆ นั่นคืออะไร? แล้วน้ำขาวๆที่ติดริมฝีปากคุณแม่มาจากไหน? มาจากเจ้าหนูผมงั้นหรือ? แต่ผมไม่เคยเห็นมันปล่อยน้ำแบบนี้มาก่อนเลย คำถามว่า ทำไมๆๆๆๆๆๆ วนเวียนในสมองผมอยู่ตลอด ห้วงคำนึงผมฉายภาพการกระทำต่างๆ ของคุณแม่อย่างชัดเจน ผมอดไม่ได้ที่จะเอามือไปลูบคลำเจ้าหนูใต้กางเกง ความเสียวและความเพลิดเพลินเกิดขึ้นแบบเดียวกับที่คุณแม่ทำให้ผม ผมเอามือกำรูดไปมาจนกระทั่งเจ้าหนูผมขยายตัวกลายเป็น "ควย" แบบที่คุณแม่บอก ผมหลับตาคิดถึงคุณแม่ มือก็บีบรูดแท่งควยขึ้นลง ในความคิดฉายเป็นภาพคุณแม่ในชุดชั้นในสีเนื้อกับเสื้อคอกระเช้าเป็นฉากๆ ฉับพลันภาพของคุณแม่ที่เอ็ดผมว่า "เด็กไม่ดี! มาเงี่ยนกับแม่ตัวเอง" ตัดเข้ามาในความคิด ผมจึงผละมือจากแท่งควยที่ที่แข็งโด่ แล้วพยายามข่มใจนอนหลับ แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่สามารถละจากภาพของแม่ผมได้ เจ้าหนูที่แข็งเป็นควยอยู่ ก็ยังพองก๋าอยู่ใต้กางเกง แต่ผมก็พยายามข่มใจให้หลับ...จนในที่สุด ผมก็เข้าสู่ภวังค์แห่งความหลับใหล.

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางตามกิจวัตรปกติ เสียงไก่ขันดังแว่วมาจากเรือนเล็กของน้านุชน้าน้อย แต่เช้าวันนี้เป็นเช้าที่ผิดปกติของผม เพราะเจ้าหนูของผมมันกลับแข็งตัวพองโตไม่ต่างจากตอนก่อนนอน ผมงงงวยไปหมด เจ้าหนูพองดันกางเกงแบบนี้ผมจะออกไปข้างนอกได้อย่างไร ตอนนั้นผมยังไม่หัดใส่กางเกงใน เรื่องที่จะแข็งตัวใต้กางเกงปิดบังสายตาคนอื่นนั้นไม่มีทาง ผมเองก็ต้องรีบอาบน้ำแต่างตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนหกโมงเช้า นั่งรับประทานอาหารกับคุณแม่ แล้วอ่านหนังสือให้คุณแม่ฟังจนถึงเจ็ดโมงเศษจึงค่อยเดินไปโรงเรียน คุณแม่ผมเข้มงวดนักเรื่องเวลา หากผมผิดไปซัก 5 นาทีช้ากว่ากำหนดล่ะก็ เป็นอันว่าวันนั้นโดนคุณแม่เทศนาเสียยาว ผมเดินไปมาหน้าเตียงนอนผมได้สักพักเจ้าหนูผมก็ไม่มีท่าทีจะสงบเอาได้ง่ายๆ เสียงนกร้องยามเช้าทำให้ผมรู้ว่าเวลางวดเข้ามาแล้ว จนในที่สุด ผมจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องทั้งอย่างนั้น อาศัยเอามือกุมหว่างขากดท่อนเนื้อแข็งปิดบังไว้

ทันทีที่เปิดประตูห้องแล้วก้าวพ้นธรณีประตูออกมา ความหวังว่าเจ้าหนูผมจะอ่อนตัวไปเองเป็นอันหมดหวัง เพราะภาพคุณแม่ที่กำลังคลานคุกเข่าแข็งขันถูพื้นหันหลังมาทางประตูห้องผม อย่างพอดิบพอดีนั้น มันปลุกความรู้สึกวาบหวิวจนผมตะลึงอยู่ชั่วครู่ คุณแม่วันนี้ใส่ชั้นในสีขาวบางกว่าปกติทุกวัน กระเปาะนูนใต้หว่างขาล้นออกมาจนเห็นชัดถึงเงาดำสนิทใต้เนื้อผ้าที่ฟิตแน่น ผมยืนจ้องคุณแม่อยู่สักครู่ พอได้สติเร่งเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูที่ตากอยู่บนราวอามาถือบังเป้ากางเกง ไว้ พลางพยายามเอ่ยปากทักทายคุณแม่ยามเช้าเช่นเคย

"อรุณสวัสดิ์ครับแม่" ผมพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุด

"ตื่นแล้วเหรอจ๊ะชาย" คุณแม่หันหลังยิ้มทักทายให้ผม โดยที่ก้นกอยของคุณแม่ยังโก่งหันมาทางผมอยู่เช่นเดิม เม็ดเหงื่อพราวเกาะติดตามหน้าผากคุณแม่สะท้อนแสงรำไรยามเช้าทำให้คุณแม่ดู สวยสาวขึ้นอีก "รีบไปอาบน้ำเถอะจ้ะ ประเดี๋ยวมาทานข้าวเช้ากัน"

ผมเดินดุ่มไปที่ห้องน้ำ เอาผ้าขนนูพันตัวไว้แล้วเร่งถอดเสื้อกางเกง ทันทีที่ก้าวเข้าประตูผมถอดผ้าขนหนูก้มหน้าลงไปดูเจ้าหนูที่ตั้งโด่ มันแข็งคัดจนผมรู้สึกปวดแน่น ปลายหัวมันผงกเล็กน้อย เห็นน้ำเหนียวๆ ซึมๆ เริ่มไหลออกจากปากรูเหมือนเมื่อวาน ผมถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม พยายามไม่สนใจมันแล้วหันไปอาบน้ำถูสบู่ตามปกติ แต่พอผมเอาสบู่ไปถูไถตรงเจ้าหนูทีไรผมมีอันต้องขนลุกเกรียวกราวทุกครั้ง ยิ่งเจ้าน้ำเหนียวๆใสๆ นั้นผมยิ่งพยายามใช้สบู่ล้างออก ก็ยิ่งดูเหมือนเจ้าหนูผมจะผงาดแข็งขันขึ้น แล้วรีบอาบน้ำล้างสบู่ หวังว่ามันจะหดตัวลงไปเอง แต่จนแล้วจนรอด จนกระทั่งผมเดินกุมเป้าออกจากห้องน้ำ แต่งชุดนักเรียนเสร็จสรรพ เจ้าหนูตัวนี้กลับดื้อดึงตั้งตระหง่านเบียดผ้ากางเกงนักเรียนจนเห็นได้ชัด เสียงจากวิทยุเริ่มอ่านข่าวหกโมงเช้า พร้อมกลิ่นข้าวสวยร้อนๆ และกับข้าวโชยเข้าห้องผม ทำให้ผมรู้ว่าแม่เตรียมสำรับอาหารเช้าไว้พร้อมแล้ว ผมจึงต้องจำใจเดินออกไปทั้งที่โด่เด่อยู่อย่างนั้น

คุณแม่ผมแม้จะมีนิสัยผิดประหลาดจากหญิงไทยในสมัยนั้น แต่รสนิยมการแต่งเรือนของคุณแม่กลับไม่ชอบของสมัยใหม่เลย โต๊ะอาหารที่บ้านเป็นโต๊ะไม้ตัวเตี้ยๆ ขนาดเล็กที่ต้องนั่งขัดสมาธิหรือพับเพียบทานกันบนเสื่อ คุณแม่นั่งเท้าแขนบนหมอนอิงหลับตาฟังวิทยุรอผมหน้าโต๊ะอาหาร ผมเดินตัวงอสองมือกุมเป้ากางเกงค่อยๆ ย่องไปนั่งตรงกันข้ามกับคุณแม่ ภาพที่ผมเห็นยิ่งทำให้เจ้าหนูผมผงกอยู่ใต้กางเกง เพราะคุณแม่ไม่ได้ใส่แค่กางเกงในสีขาวบางกว่าทุกวัน แกยังใส่เสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวสีขาว ปลดกระดุมบนออก 3-4 เม็ด ร่องอกที่อวบแน่นมองเห็นได้อย่างชัดเจน ที่ปลายอกคุณแม่นั้นผมเพิ่งได้ทราบว่าที่แท้จริงแล้วเป็นป้านสีน้ำตาลอ่อน และมีก้อนเนื้อกลมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยติดอยู่ เพราะผ้าฝ้ายขาวบางนั้นแหวกออกจนปิดป้านเนื้อสีน้ำตาลได้เพียงกึ่งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นแสงแดดรำไรยามเช้าที่ส่องทะลุผ่านผ้าขาวบางนั้นก็ทำให้ผม เห็นก้อนเนื้อมหึมาคู่นั้นที่หน้าอกแกได้อยู่ดี ผมจ้องดูไม่กระพริบหายใจกระชั้นถี่ ท่อนแขนของคุณแม่ที่ข้างหนึ่งแนบลำตัว อีกข้างค้ำศีรษะคุณแม่ไว้นั้น ยิ่งแผ่รั้งอกเสื้อคุณแม่ให้เปิดเผยยิ่งขึ้น ผมเห็นอกอวบกระเพื่อมถี่ตามลมหายใจ คุณแม่หลับตาได้สักพักก็ลืมตขึ้นมานั่งตัวตรงทานข้าวตามปรกติ

คุณแม่นั่งทานข้าวเหมือนกับแกนั่งทานคนเดียว แต่ผมสิครับไม่มีกระจิตกระใจจะตักข้าวเข้าปาก ทุกๆครั้งที่คุณแม่ก้มเงยตักอาหารเข้าปากแล้วค่อยๆเคี้ยวช้าๆ เช่นนิสัยแกนั้น อกที่กระเพื่อมสั่นไหวดึงดูดสายตาผมไว้เหมือนแม่เหล็ก ผมจ้องดูปลายถันคุณแม่ที่สั่นกระเพื่อมใต้ผ้าสีขาวไม่กระพริบ กลืนอาหารช้าๆ เพราะอยากจะประวิงเวลาให้ภาพนี้ปรากฏอยู่นานเท่านาน สักพัก ผมกับคุณแม่ทานอาหารเสร็จพร้อมกัน แล้วแกก็เอ่ยขึ้นว่า

"ชายช่วยเก็บจานแทนแม่ด้วย วันนี้แม่เหนื่อยพิกล ขอแม่พักหน่อย" ว่าแล้วแกก็หลับตาอิงหมอนอยู่ท่าเดิม แต่คราวนี้อกเสื้อของแกดูเหมือนจะแหวกกว้างขึ้นกว่าเก่า

ผมลังเลอยู่อึดใจหนึ่ง ด้วยเกรงว่าคุณแม่จะเห็นเจ้าหนูที่แข็งตั้งใต้ชุดนักเรียน แต่ถ้าคุณแม่นั่งหลับตาอยู่อย่างนี้คงจะไม่เห็นท่อนล่างที่ตั้งโด่ของผม คิดได้ดังนั้นผมค่อยๆหยิบจานชามมาซ้อนกัน พลางมองไปที่อกสล้างของคุณแม่ก็ยิ่งเกิดความวาบหวามขึ้นในใจ แล้วลุกขึ้นเดินไปขณะที่ควยตั้งแข็งดันกางเกง ผมจัดการโต๊ะอาหารจนเสร็จเรียบร้อยเดินกลับเข้ามา ทันใดนั้นอยู่ๆ แกก็ลืมตาขณะที่ผมยืนตกใจอยู่ต่อหน้าแก กางเกงนักเรียนที่มีแท่งโด่เด่อยู่ข้างใต้อยู่ชัดในระดับสายตาแกพอดี คุณแม่จ้องมองมันเขม็งแล้วว่า

"ชาย! มายืนใกล้ๆแม่ มานี่ เร็ว!" แม่ผมสั่งเสียงเข้ม

ผมเอามือกุมกางเกง เดินก้มกน้าเข้าไปยืนใกล้ๆ คุณแม่

"เอามือออกเดี๋ยวนี้ชาย!"

ผมค่อยๆ ปลดมือออก ปล่อยไว้ข้างลำตัว ก้มหน้านิ่ง แต่ท่อนควยใต้กางเกงกลับชี้เด่ตรงไปที่ใบหน้าคุณแม่อย่างพอดิบพอดี

"อ๋อออ....แม่บอกเมื่อวานชายยังไม่ฟังแม่อีกนะ ควยแข็งโด่แต่เช้าเชียว ชายเงี่ยนแม่อีกแล้วใช่มั้ย เด็กดื้อ เงี่ยนกับแม่อีกแล้วนะเรา!"

"เอ่อ...ชายไม่ได้ตั้งใจนะครับ คุณแม่ มันตั้งของมันเอง"

"เงียบนะ! ไม่ตั้งใจอะไร ควยชี้หน้าแม่อยู่แบบนี้ ฮึ!"

"เอ่อ..ขอโทษครับคุณแม่"

"ถอดกางเกงออกเดี๋ยวนี้ชาย"

ผมอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง แต่แม่ผมก็ตวาดขึ้นอีกผมถึงได้จำปลดเข็มขัดนักเรียนออกแล้วแกะตะขอ กางเกงนักเรียนหล่นไปกองที่พื้น ท่อนควยผงาดชี้เด่ไปที่ใบหน้าของแม่ คุณแม่หน้าแดงซ่านขึ้นมา

"มานี่มา มานอนคว่ำบนตักแม่ตรงนี้" คุณแม่นั่งพับเพียบตัวตรงนิ้วชี้ไปที่ตักตัวเอง ผมก้มมองต้นขาขาวอวบของแม่ พลางค่อยๆ คลานไปคร่อมตักแกตามคำสั่ ตอนแรกผมโก่งยั้งก้นเอาไว้ เพราะเกรงท่อนควยของผมจะไปโดนต้นขาคุณแม่ แต่แกกลับใช้ฝ่ามือฟาดเต็มแรงที่ก้นเปลือยของผมดังเพียะ

"นี่! นอนลงไป แม่บอกให้นอนลงไปไม่เข้าใจรึไง!" ว่าแล้วแกก็ใช้ฝ่ามือฟาดเข้าที่ก้นผมอีกครั้ง

ผมรีบกดสะโพกลงไป แท่งควยผมบดเบียดกับต้นขาคุณแม่ เท่านั้นแหละครับฝ่ามือของแกก็ตีกระหน่ำลงมาที่ก้นเปลือยของผมอย่างไม่ยั้ง

"นี่แน่ะ! นี่ๆๆๆๆๆ แม่สอนแล้วไม่จำ เด็กไม่ดี มาเงี่ยนกับแม่ แ


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ