ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายค่ะ 1 : april

ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายค่ะ 1 : april

  • 0 ตอบ
  • 12106 อ่าน
*

ออฟไลน์ casgig

  • Tiny Member
  • *
  • 39
  • 177
    • ดูรายละเอียด
ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายค่ะ 1 : april
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2014, 11:38:38 am »
ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายค่ะ

จะว่าไปแล้วดิฉันก็เป็นคนที่มีหน้าที่การงานดีคนหนึ่ง เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีเงินเดือนสูงพอสมควร แต่ด้วยความที่เป็นคนมีความฝัน อยากรวยดิฉันจึงเอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน เรื่องของเรื่องก็คือเพื่อนดิฉันทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ก่อนแล้ว กิจการไปได้ทีทีเดียว แต่เขาอยากขยายการลงทุน แต่ไม่อยากไปกู้แบงค์จึงชวนดิฉันร่วมหุ้นด้วย ดิฉันเห็นเพื่อนทำแล้วร่ำรวยก็อยากรวยบ้างก็เลยเอาเงินเก็บลงทุนไปกับเค้า ลงทุนไปไม่กี่เดือนเพื่อนก็เอาบัญชีมาให้ดูแล้วคุยว่าปีนี้กำไรน่าจะหลายล้าน แต่เพื่อนไม่ยอมปันผลออกมา บอกว่าจะเอาไปทำทุนต่อ ซ้ำยังขอเพิ่มทุนด้วย ดิฉันก็เลยไปกู้เงินมาเพิ่มอีกตั้งสามแสนมาให้เพื่อนด้วยหวังว่าจะร่ำรวยตั้งแต่เป็นสาวๆ ดิฉันถึงกับฝันหวานว่าจะลาออกจากงานมาช่วยทำกับเพื่อนอีกแรงจะดีกว่า แต่ที่ไหนได้ล่ะคะ อยู่ๆเพื่อนดิฉันเชิดเงินหนีไปหมด ทิ้งหนี้ก้อนใหญ่เอาไว้ ดิฉันแทบช็อคเลยค่ะ กำไรก็ไม่ได้ เงินเก็บก็หมด ซ้ำยังเป็นหนี้ท่วมหัวอีก

หลังจากนั้นชีวิตดิฉันเหมือนกับจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความสุขหายไปหมดไม่มีเหลือ มีแต่ความเครียดมากๆ เพราะไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาใช้ ลำพังเงินเดือนผู้จัดการถึงจะไม่น้อย แต่เทียบกับหนี้แล้ว แค่จะเอามาใช้ดอกก็ไม่พอแล้วค่ะ เพราะบางส่วนเป็นเงินกู้นอกระบบซึ่งเสียดอกสูงมาก นึกด่าตัวเองที่ไว้ใจเพื่อนไม่เคยเอะใจระแวงเลย

ทุกวันดิฉันต้องทำงานด้วยความกังวล เจ้าหนี้ก็ผลัดกันโทรมาทวงทุกวัน ดิฉันก็ผลัดไปเรื่อย แล้ววันหนึ่งก็มีเจ้าหนี้รายหนึ่ง
โทรมาทวงหนี้อีก ดิฉันก็บอกว่าไม่มีจ่ายจริงๆ เค้าก็บอกว่า
“งั้นผมก็ต้องดำเนินการตามกฏหมายนะ คุณต้องติดคุกรู้รึเปล่า”
ดิฉันก็บอกว่า
“คุณก็ดำเนินไปก็แล้วกัน ดิฉันไม่มีจ่ายจริงๆ”
คราวนี้เค้าก็ขึ้นเสียงเลยค่ะ
“แล้วเวลาใช้เงินทำไม่ไม่คิด เป็นหนี้ไม่จ่ายทำได้ยังไง”
“ไม่มีจริงๆ จะให้ทำยังไงล่ะ”
“ก็ไปหายืมเงินใครมาใช้ซิ”
“ใครจะให้ยืมล่ะ ตั้งหลายแสน คุณไปทำงานของคุณเถอะค่ะ ยังไงดิฉันก็ไม่มีจ่าย”
ดิฉันพยายามอธิบายเค้าอย่างสุภาพ แต่เหมือนกับเค้าจะโกรธมากตวาดเสียงดังลั่น
“ไม่ต้องมาตอแหลกูเลยอีสัตว์”
“เอ๊ะ ทำไมมาพูดอย่างนี้ บอกแล้วว่าไม่มี อยากทำอะไรก็ทำไปละกัน” แล้วดิฉันก็วางหูไป

ตอนนั้นดิฉันโมโหมาก นึกสงสัยว่าพวกทวงหนี้แบบเลวๆชั่วๆนี่ ถูกอบรมมาให้หยาบคายแบบนี้หรือ เป็นสันดานโรคจิต เหมือนกับไม่เคยได้รับการศึกษา ตั้งแต่เกิดมาดิฉันไม่เคยโดนขนาดนี้มาก่อน ถึงขึ้นมึงกู ด่าอีสัตว์กับคนไม่รู้จักกันมาก่อนเลยนะคะ ดิฉันเคยได้ยินเค้าพูดๆกันเรื่องความเถื่อนของไอ้พวกนี้แล้วไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเองจริงๆ คิดว่าไอ้พวกนี้มันคงเป็นโรคจิตกันทั้งหมดนั่นแหละ มีปัญหามาจากพ่อแม่ครอบครัวมันเลยมาทำถ่อยๆแบบนี้

วันต่อมามันก็ยังหน้าด้านโทรมาทวงอีกค่ะ ทั้งๆที่ดิฉันบอกไปแล้วให้มันดำเนินคดีไป มันพูดหยาบมากค่ะ กูมึงทุกคำ บอกให้จ่ายก่อนสองหมื่นก็ได้ ดิฉันก็บอกไม่มีมันก็วางหูไป ตอนบ่ายมันก็โทรมาอีก บอกยอดที่ต้องจ่ายหนึ่งหมื่นจ่ายได้ไม๊ ดิฉันก็บอกว่าไม่มี มันก็บอกว่างั้นจ่ายแปดพันก็ยังดี ดิฉันก็บอกไม่มีอีก มันก็บอกว่า งั้นมึงจ่ายหกพันก็ได้ วันนี้จ่ายหกพันแล้วอีกสามวันจ่ายอีกสี่พันมึงจ่ายได้หรือเปล่า ดิฉันก็งงแล้วก็บอกว่า ดิฉันเหลือเงินไม่ถึงพันบาท มันก็ตะคอกบอกให้ดิฉันไปหายืมใครมาจ่าย แล้วพรุ่งนี้มันจะเข้ามาเก็บแล้วมันก็วางหูไป

พอตอนกลางวันดิฉันออกไปทานอาหารกับเพื่อน ไอ้บ้านี่ก็โทรมาอีก ดิฉันก็ไม่ยอมรับสายมัน มันก็โทรมาตามถี่ยิบจนดิฉันเครียด เพื่อนเห็นดิฉันอยู่ๆก็เงียบไปก็ถามว่าเป็นอะไร ดิฉันก็บอกว่าไม่มีอะไร ดิฉันอายไม่กล้าบอกเพื่อนหรอกค่ะ ตอนบ่ายมันก็โทรมาอีก ตอนนี้เพื่อนดิฉันแยกไปทำงานแล้ว ดิฉันอยู่คนเดียวก็เลยยอมรับสายมัน มันแจ้งยอดใหม่หลังจากที่ดิฉันบอกไม่มี มันบอกว่ามึงจ่ายห้าพันก็ได้ แค่ห้าพันมึงจ่ายได้มั๊ย ดิฉันก็บอกมันว่ามีเงินติดกระเป๋าอยู่ไม่ถึงพันจริงๆ มันก็บอกว่าไม่ถึงพันก็เอา ดิฉันก็บอกว่า จ่ายให้คุณไปแล้วชั้นจะเอาอะไรกินละ มันก็โมโหใหญ่เลย บอกว่ากูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะเหลือเงินไม่ถึงพัน อีสัตว์ ไม่ถึงพันจะอยู่ได้ไงทั้งเดือน สรุปมึงจะจ่ายกูหรือเปล่า ดิฉันก็ตอบถ้ามีก็จ่าย แต่นี่มันไม่มี มันก็บอก งั้นมึงรอฝ่ายกฎหมายคุยแล้วกัน มึงเตรียมย้ายไปนอนคุกได้เลย แล้วมันก็วางหูไป

วันต่อมาก็มีคนโทรมาใหม่คราวนี้เป็นผู้หญิงชื่อ อีราตรี บอกว่าเป็น ฝ่ายกฎหมาย โทรมาตอนที่ดิฉันกำลังประชุมอยู่ ดิฉันก็บอกให้ติดต่อมาใหม่ ยังไม่ทันพูดจบ มันก็ด่าสวนดิฉันมาเลยทั้งๆที่กำลังประชุมอยู่ ดิฉันจึงกดวางสาย อีบ้านี่มันก็ยังโทรมาอีกเป็นสิบๆครั้ง ดิฉันประชุมอยู่ก็รับสายมันไม่ได้ แถมโมโหด้วย บอกแล้วไงคะว่าอีพวกนี้มันไม่เคยได้รับการอบรมให้มีมารยาท มันโทรมากวนถี่ยิบ ดิฉันรำคาญต้องยอมแว่บออกมารับสายมัน แทนที่มันจะพูดดีๆอีบ้านี่มันด่าว่า เป็นหนี้แล้วหัดใช้ด้วยนะ อีกะหรี่ แล้วมันก็รีบวางสายไป ดิฉันโมโหจัดเลยค่ะ อุตส่าห์แวบออกมารับสายมันดันเจอมันด่าอย่างนี้ แต่เนื่องจากประชุมอยู่จึงทำอะไรไม่ได้ แต่ตอนนั้นดิฉันไม่ไหวแล้วเครียดมาก พอหมดชั่วโมง คราวนี้ดิฉันเป็นฝ่ายโทรกลับไปหามันเอง ตั้งใจจะด่าคืนมันมั่ง ปรากฏว่าโทรไม่ติด ก็รอให้มันโทรมันก็ไม่โทรมาอีกเลย เป็นอันว่าอีราตรีมันรอดตัวไปค่ะ

วันต่อมา ก็มีผู้ชายบริษัทเดียวกับอีราตรีโทรมาตั้งแต่เช้าเลยค่ะ
“ สวัสดีครับ เรียนสายคุณชนันภรณ์ครับ”
“กำลังพูดอยู่ค่ะ คุณอะไรคะ”
“ยงยุทธครับ คุณชนันภรณ์ใช่ไหมครับ ผมโทรมาเรื่องหนี้ของคุณ อยากทราบว่าทำไมไม่จ่าย”
“ตอนนี้ดิฉันไม่มีจริงๆค่ะ แล้วก็ไม่ว่าง เดี๋ยวต้องออกไปธุระข้างนอกแล้ว ขอโทษนะคะ”

ดิฉันไม่รอฟังมันพูดรีบสายปิดมือถือเลย ไม่ถึงห้านาทีค่ะ ไอ้บ้านี่โทรเข้าสำนักงาน โอเปอเรเตอร์ โอนมาให้ดิฉันอีก ดิฉันจำเสียงมันได้ แต่มันจำเสียงดิฉันไม่ได้ ดิฉันเลยปลอมตัวเลย

“ขอสายคุณชนันภรณ์ครับ”
“คุณชนันภรณ์ไปธุระข้างนอกค่ะ จะฝากข้อความอะไรมั้ยคะ”
“งั้นขอคุยกับหัวหน้าของคุณชนันภรณ์ได้มั้ยครับ ผมมีธุระสำคัญ”
“ไม่ได้ค่ะ นายมีแขกอยู่ มีอะไรฝากดิฉันก็ได้”
“ ฝากบอกคุณชนันภรณ์ให้ช่วยมาจ่ายหนี้ด้วย จ่ายก่อนสี่พันบาทภายในวันนี้นะครับ ไม่งั้นเราจะดำเนินคดีจริงๆแล้ว”
“ค่ะ แล้วดิฉันจะบอกให้ เท่านี้นะคะ”

แล้วดิฉันก็วางหูเลย นึกว่าจบไปหนึ่งวัน แต่แล้วไอ้บ้านี่มันก็โทรมาที่บริษัทอีกค่ะ จะขอคุยกับดิฉันให้ได้ แต่ลูกน้องดิฉันบอกปัดว่าดิฉันยังไม่กลับ มันเลยบอกจะขอคุยกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล ลูกน้องก็บอกมันว่าดิฉันนี่แหละผู้จัดการบุคคล มันเลยเงียบไป สักพักอีราตรีโทรกลับมาบ้าง ถามหาเจ้านายดิฉัน พวกนี้โง่ทั้งบริษัทค่ะ บอกแล้วว่าไม่มีเงินให้ดำเนินคดีไป ยังโทรมากวนประสาทอยู่ได้ทั้งวันไม่เป็นอันทำงานกันละ แต่ดิฉันสั่งลูกน้องไว้แล้วว่า ห้ามโอนสายไปไหน ให้บอกปัดลูกเดียว แล้วถ้ามันพูดอะไรก็มาบอกดิฉัน อีราตรีไม่ละความพยายาม โทรเข้ามือถือลูกน้องของดิฉันอีกคน คนนี้ดิฉันไม่ได้สั่งไว้ น้องเค้าก็เลยบอกข้อมูลดิฉันหมดเลย ให้เบอร์เจ้านายดิฉันไปด้วย ดิฉันมึนเลยค่ะ ไปต่อว่าน้องแต่เห็นน้องเค้าหน้าเสียเลยต้องหยุด แต่ก็บอกไว้ว่าทีหลังอย่าบอกอะไร อย่าโอนสายไปไหน แล้วมีอะไรก็มาบอกดิฉัน สักพักอีราตรีโทรมาอีก น้องเลยเอาโทรศัพท์มาให้ดิฉันคุย ดิฉันก็เลยโวยวายใส่มันบ้าง

ดิฉัน “พวกคุณมีสิทธิอะไรมาโทรคุยเรื่องหนี้ดิฉันกับคนอื่น”
อีราตรี “อ้าว ก็คุณคอยหลบเรานี่ คุณอยู่ที่ทำงานตลอดแต่ให้ลูกน้องบอกไม่อยู่อย่านึกว่าฉันรู้ไม่ทันนะ ลูกน้องคุณบอกฉันหมดแล้ว ถ้ายังไม่จ่ายอีก ฉันจะบอกเจ้านายคุณให้ไล่คุณออก”
ดิฉัน “ปัญญาอ่อน! เจ้านายดิฉันไม่สนใจอีพวกทวงหนี้งี่เง่าแบบนี้หรอกค่ะ ไม่เชื่อลองฟ้องดูซิ จะบอกอะไรให้รู้ ตอนนี้ดิฉันตัดสินใจแล้ว ถึงมีเงินก็ไม่ให้คุณหรอก อยากได้ก็ไปฟ้องเลย อีบ้า”

ดิฉันด่ามันแล้วรับวางหูทันที มันก็โทรเข้ามือถือดิฉันอีกเป็นร้อยครั้งได้มั๊ง กะว่าจะโทรคนเดียวให้สะใจมันเลย ดิฉันก็กดเล่นๆให้มันคุยคนเดียวบ้าง แต่หลังๆปิดไม่รับเลย เซ็งมากค่ะ อีราตรีมันโทรหาดิฉันไม่ได้ มันก็โทรไปหาลูกน้องดิฉันอีก คราวนี้เห็นลูกน้องหน้าซีด เอาโทรศัพท์มาให้ดิฉัน ดิฉันก็แปลกใจแต่ยังไงก็ตั้งใจจะไม่คุยกับมันแล้ว พอวางหูไปลูกน้องก็มาบอกให้ฟังว่า คราวนี้เป็นผู้ชายมันพูดหยาบมากค่ะ มันตะคอกใส่น้องเค้าว่าไม่ต้องโกหกกู อีชนันภรณ์มันอยู่ข้างๆใช่มั้ย บอกมันว่าถ้าไม่รับสาย ก็ระวังตัวให้ดี...........
น้องเล่าว่ามันใช้คำพูดโคตรเลวตลอดเลยค่ะ แล้วไอ้บ้าคนนี้ไม่ยอมบอกว่ามันชื่ออะไรด้วย แถมพูดมึงกูไม่พอ ยังด่าตลอด น้องบอกมันเถื่อนมาก แต่ดิฉันควรจะรับสายเพราะฟังเสียงมันเหมือนว่ามันจะเอาจริงแน่
คราวนี้พอมันโทรมา ดิฉันก็เลยยอมรับสาย

“ขอสายอีชนันภรณ์”
“กำลังพูดอยู่ค่ะ”
“อีสัตว์ มึงอย่าวางหูนะ ถ้าวางหูกูเอาน้ำกรดไปสาดหน้ามึงแน่”
มันขู่เสียงแข็ง ดิฉันตกใจมากค่ะ กลัวด้วยเลยไม่กล้าวางสาย
มันเห็นดิฉันเงียบเลยตะคอกต่อ “เมื่อไหร่มึงจะใช้หนี้”
“ดิฉันบอกไปหลายที แล้วว่ายังไม่มีจริงๆ ดิฉันยอมให้ดำเนินคดี..”
ดิฉันพยายามอธิบายอย่างสุภาพไม่ให้มันโกรธ
“ไม่มีแล้วมึงมากู้เงินทำไม ถ้างั้นมึงก็ต้องมาทำงานให้พวกกูใช้หนี้”
“งาน..งานอะไร”
“พรุ่งนี้แปดโมงมึงมาที่บริษัทกู มาหาคุณราตรี แล้วเค้าจะหางานให้มึง ฟังให้ดีนะโว๊ย ถ้ามึงไม่มา กูจะเอาน้ำกรดไปสาดหน้ามึงแน่ ถ้ามึงคิดว่ากูไม่กล้า อยากเสี่ยงก็เอา”
“ แต่..พรุ่งนี้ดิฉันมีประชุมตอนเช้า”
“เรื่องของมึง เลือกเอาระหว่างประชุมกับเสียโฉม”
แล้วมันก็กระแทกหูดังโครม


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ