"ยาคุมกำเนิด" ความรู้และวิธีใช้

"ยาคุมกำเนิด" ความรู้และวิธีใช้

  • 0 ตอบ
  • 800 อ่าน
*

ออฟไลน์ yedkedt

  • Junior Member
  • ***
  • 375
  • 2743
    • ดูรายละเอียด
"ยาคุมกำเนิด" ความรู้และวิธีใช้
« เมื่อ: มกราคม 23, 2015, 07:19:22 PM »
รักสนุกจะ "เย็ด" ต้องรู้จักระวัง



"ยาคุมกำเนิด" เรื่องสำคัญที่ "นักเย็ด" ทั้งหลายต้องเรียนรู้อย่างถูกต้อง หากรักที่จะ "เย็ด" แล้วไม่ต้องการให้เกิดปัญหาตาม
มาภายหลัง โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชอบถูก หนุ่ม ๆ ขอ "เย็ด" แบบ "สด ๆ และ แตกใน" จะต้องระวังมกกว่าคนอื่น "นุ้ย"  จึงได้
รวบรวมความรู้เรื่องเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดมาให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษากันไว้

"ยาคุมกำเนิด"

ยาคุมกำเนิดช่วยยับยั้งการตกไข่ของรังไข่ ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ หากการใช้อย่างถูกต้องสามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้เกือบ 100% (แต่ไม่ได้ 100% นะ) การลืมกินยาคุมหรือกินไม่ตรงเวลา อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

ยาคุมจะออกผลป้องกันการตกไข่ได้เต็มที่ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่เริ่มกินยาในแต่ละรอบ

ยากันชัก ยาแก้ปวด ยาต้านวัณโรค ยาลดน้ำตาลในเลือด ยาลดความดัน ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยาบรรเทาอาการณ์ซึมเศร้า อาจมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิด

จึงควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนใช้ยาคุมกำเนิด


"ประโยชน์ของยาคุมกำเนิด"

ช่วยในการคุมกำเนิด ป้องกันการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์
ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ตรงเวลา
ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน
ช่วยบรรเทาอาการเครียด หงุดหงิด อ่อนเพลีย ท้องอืด ปวดเมื่อยตามร่างกาย มือเท้าบวม ในช่วงก่อนหรือมีประจำเดือน
ช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรน
มีส่วนช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
ช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุล จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
ช่วยลดการเกิดสิว ลดความมันบนใบหน้า ขนดกได้ (บางยี่ห้อนะ)
ช่วยลดอุบัติการณ์ของมะเร็งรังไข่ และภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน
ช่วยให้ผิวพรรณสวย ดูเรียบเนียน ผิวมีสุขภาพดีขึ้น (บางยี่ห้อนะ)

"ผู้ที่ไม่ควรรับประทานยายาคุมกำเนิด"

ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตัวเองจะตั้งครรภ์
ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดอุดตัน เพราะการแข็งตัวของเลือดจะง่ายกว่าปกติ
ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงผิดปกติ
ผู้ที่เป็นเนื้องอกมดลูก เนื้องอกเต้านม เพราะอาจเป็นมากขึ้น
ผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม
ผู้ที่เป็นโรคตับ หรือตับทำงานได้ไม่ดี เพราะอาจทำให้ตับอักเสบได้
ผู้ที่เป็นโรคถุงน้ำดี
ผู้ที่มีเลือดออกจากโพรงมดลูก โดยไม่ทราบสาเหตุ
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป

"กินยาคุมยี่ห้อไหนดี"

ยาคุมที่หลายๆ คนบอกว่าดี บางทีอาจจะไม่เหมาะกับคุณก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายของแต่ละคน ถ้าเริ่มกินใหม่ๆ ควรเริ่มจากยาคุมกําเนิดที่มีค่า

ฮอร์โมนต่ำๆก่อน สำหรับยี่ห้อที่จะแนะนำที่หลายคนกินแล้วไม่มีอาการข้างเคียงก็คือยี่ห้อ Yasmin และ Yaz (ช่วยรักษาสิว ลดอาการบวมน้ำได้ด้วย)

"วิธีกินยาคุม"

สำหรับยาคุมกำเนิด แบบแผงละ 21 เม็ด ในแผงแรกควรเริ่มกินเม็ดแรกตั้งแต่วันที่ประจำเดือนมาหรือไม่เกิน 5 วัน และยิ่งเร็วยิ่งดี (นับวันที่มีเลือดประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่หนึ่งของรอบเดือน)

แต่มีคำแนะนำว่าควรเริ่มกินเม็ดแรกภายใน 2-5 วัน เพราะวันแรกเลือดที่ออกมาอาจจะไม่ใช่ประจำเดือนก็ได้ ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจ

ในแผงยาคุมกำเนิดจะมีตัวอักษรที่ระบุวัน จ.-อา. กำกับอยู่ การเริ่มกินเม็ดแรกก็เริ่มให้ตรงกับวันของสัปดาห์นั้นๆ ของต้นแผง แล้วรับประทานเรียงวันไปเรื่อยๆจนครบ 21 วัน แล้วก็เว้นไปอีก 7 วัน

ระหว่างช่วงที่เว้นกินยา 7 วัน ประจำเดือนจะเริ่มมาหลังจากนั้น 3-4 วัน

เมื่อครบ 7 วันแล้ว ในวันที่ 8 ก็เริ่มกินแผงใหม่ได้เลย (สังเกตง่ายๆ แผงแรกเริ่มกินวันจันทร์ แผงต่อไปก็เริ่มกินวันจันทร์) แม้ประจำเดือนจะหมดหรือไม่ก็ตาม

สำหรับยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด ในแผงจะเป็นวิตามินหรือยาหลอกอีก 7 เม็ด การเริ่มกินเม็ดแรกก็เริ่มให้ตรงกับวันในสัปดาห์นั้นๆ ของต้นแผง แล้วรับประทานเรียง

วันไปเรื่อยๆ ไปจนถึงส่วนที่เป็นยาหลอก 7 เม็ด ประจำเดือนก็จะมาในช่วงนี้และเมื่อครบแผง ก็เริ่มแผงใหม่ในวันต่อไปได้เลย แม้ประจำเดือนจะหมดหรือไม่ก็ตาม

โดยรับประทานวันละ 1 เม็ด ในเวลาใกล้เคียงกันเพื่อประสิทธิภาพที่ดีของยา

มีคำแนะนำว่าควรกินก่อนนอน ซึ่งจะช่วยป้องกันการลืมได้ดีมาก เพราะไม่มีเรื่องต้องให้คิดเหมือนตอนตื่นนอน

"ลืมกินยาคุม"

ลืมกินยาคุม 1 เม็ด เมื่อนึกได้ควรรีบกินทันที แล้วกินเม็ดต่อไปตามเวลาเดิม เช่น กินประจำทุกก่อนนอน แล้วเผลอหลับไป ตื่นมาก็ต้องกินทันทีที่นึกได้ แล้วกินเม็ดถัดไป

ก่อนนอนอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้ามานึกขึ้นได้ตอนใกล้นอนก็กินควบเลย 2 เม็ด

ลืมกินยาคุม 2 เม็ด หรือ 2 วันติดกัน ให้กินควบเลย 3 เม็ด หรือจะแบ่งเป็นคืนละ 2 เม็ด 2 คืนติดกัน แล้วต่อไปก็กินตามปกติ และช่วงนี้ก็ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่น

ร่วมด้วย เช่น การสวมถุงยางอนามัย เพื่อความมั่นใจอีกชั้นหนึ่ง

ลืมกินยาคุม 3 เม็ด ควรกินยาชดเชยจนครบวันที่ลืม วันละ 2 เม็ด 2 เวลา เช่น ก่อนนอนและตื่นนอน และช่วงนี้ก็ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย

ลืมกินยาคุมเกิน 3 เม็ด และมีเลือดออกมาด้วย ในกรณีที่ยาเหลือน้อยกว่า 7 เม็ดควรกินยาต่อจนครบแผง และเริ่มกินแผงใหม่ทันทีตามปกติ โดยไม่ต้องเว้นระยะที่ประจำ

เดือนมา แต่ถ้าเป็นกลางแผงควรหยุดยา 7 วัน แล้วเริ่มแผงใหม่ตามปกติ

"ผลข้างเคียงยาคุมกําเนิด"

สำหรับผู้ที่เริ่มรับกินยาใหม่ๆ อาจมีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยๆ คือ คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ซึ่งอาการดังกล่าวจะค่อยๆหายไปเองหลัง 2-3 เดือน

มีเลือดออกกะปริดกะปรอย ซึ่งพบได้บ่อยสำหรับผู้ที่ลืมกินยา หรือกินยาไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไขคือ ถ้ามีเลือดออกเล็กน้อย ก็ให้กินยาต่อได้เลย โดยต้องกินให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน

มีอาการปวดประจำเดือนหรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ

น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น มีอาการบวมน้ำ

มีอาการตึงคั้นเต้านม เจ็บคัดหน้าอก เต้านมขยายใหญ่ขึ้น

อาจเกิดฝ้าจางๆที่แก้มหรือริมฝีปากด้านบน และจางลงเมื่อหยุดยาหรือหลังกินยา 2-3 เดือน

มีสิว หน้ามันมากขึ้น และผมร่วง (บางราย)

ช่องคลอดแห้ง มีความต้องการทางเพศลดลง

อาจมีอารมณ์ซึมเศร้า จิตใจไม่ร่าเริงบ้างเล็กน้อย

โดยปัญหาเหล่านี้อาจแก้ไขด้วยการเปลี่ยนชนิดของยาคุมกำเนิด ที่มีฮอร์โมนที่เหมาะสมกับตัวเรา โดยอาจดูจากฉลากข้างกล่อง หรือขอคำแนะนำจากเภสัชกร ทั้งนี้ควรลองให้ครบ 3 แผงก่อน เพื่อดูอาการอีกครั้ง เนื่องจากผลข้างเคียงดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น จึงค่อยเปลี่ยนยี่ห้อของยาคุมกำเนิด

"คำถามที่พบบ่อย"

เมื่อกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องไปนานๆ ควรพักการกินบ้างหรือไม่ ?
ตอบ ไม่ต้องพักก็ได้

กินยาคุมทุกวันแต่ไม่ตรงเวลาจะเป็นอะไรไหม ?
ตอบ ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดอาจลดน้อยลง แต่ถ้าเรากินตรงเวลาทุกวันจะมีประสิทธิภาพเกิน 99%

หลังหยุดกินยาคุม สามารถเริ่มตั้งครรภ์ได้ทันทีหรือไม่ หรือต้องนานไหม ?
ตอบ หลังจากหยุดกินยาคุมสามารถเริ่มตั้งครรภ์ได้ทันที โดยไม่ต้องรอ

กินยาคุมแล้วเมื่อไหร่จะคุมกำเนิดได้ ?
ตอบ ในแผงแรกถ้ากินภายใน 5 วันหลังจากประจำเดือนมา ก็สามารถคุมกำเนิดได้ทันทีตั้งแต่กินเม็ดแรก

กินยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ดจนครบแล้ว ช่วงที่หยุดยา 7 วัน คุมอยู่ไหม?
ตอบ คุมกำเนิดได้ปกติ ไม่ต้องห่วง

กินยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ดจนครบแล้ว ต้องรอให้ประจำเดือนมาก่อนแล้วค่อยกินต่อใช่ไหม ?
ตอบ ไม่ใช่ เมื่อครบ 7 วันแล้ว วันถัดมาให้กินแผงใหม่ได้เลย ไม่ว่าประจำเดือนจะมาหรือไม่ก็ตาม

กินยาคุมแบบ 21 เม็ดจนครบแผง อีก 7 วัน ประจำเดือนยังไม่มา ทำอย่างไร ?
ตอบ เริ่มกินแผงต่อไปทันที

ถ้าจะเปลี่ยนยี่ห้อของยาคุมต้องทำอย่างไร ?
ตอบ กินแผงเก่าครบแล้วเปลี่ยนได้เลย ถ้าเป็นแบบ 21 วันเมื่อกินครบแผงแล้ว ก็เว้นไปอีก 7 วันแล้วกินยี่ห้อใหม่ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบ 28 เม็ดเมื่อกินครบแผงแล้วก็เริ่ม

แผงใหม่ได้ทันที แม้ว่ายี่ห้อใหม่จะมีปริมาณฮอร์โมนต่างกับยี่ห้อเดิมหรือไม่ก็ตาม

ถ้าจะเปลี่ยนจากแบบ 28 เม็ด ไปเป็น 21 เม็ด ต้องทำอย่างไร ?
ตอบ กินแผงเดิมครบ 28 เม็ด ก็เริ่มกินแผงใหม่ชนิด 21 เม็ดต่อได้ทันที ส่วนประสิทธิภาพยังเหมือนเดิม

ถ้าไม่ต้องใช้ยาคุมกำเนิดแล้ว สามารถหยุดกินกลางคันได้ไหม ?
ตอบ ควรกินต่อให้ครบแผงแล้วค่อยหยุด

อายคนอื่นกลัวพ่อแม่เห็นที่พกยาคุม จะทำอย่างไร ?
ตอบ แกะยาออกจากแผง แล้วนำยามาใส่ซองยาธรรมดาแทน

กินยาคุมนานๆ จะทำให้มีบุตรยาก แท้งบุตรง่าย เด็กเกิดมาพิการ หรือปัญญาอ่อน จริงหรือไม่?
ตอบ ไม่จริงแต่อย่างใด

สามารถกินยาคุมติดต่อกันได้นานแค่ไหน ?
ตอบ ถ้าอายุยังน้อย ก็กินได้หลายปี 5-10 ปีก็ไม่เป็นอะไร

อยากเปลี่ยนมากินยาคุม แทนการฉีดยาคุม จะเริ่มกินได้เมื่อไหร่ ?
ตอบ เริ่มกินเม็ดแรกคือวันที่ครบกำหนดฉีดในครั้งต่อไป แม้ประจำเดือนจะมาหรือไม่ก็ตาม สามารถกินได้เลย ไม่ต้องรอ

มีความจำเป็นอยากเปลี่ยนวันกินยาคุมกำเนิด ต้องทำอย่างไร ?
ตอบ สำหรับยาคุมแบบ 21 เม็ด แทนที่จะเว้นระยะในระหว่าง 7 วันแล้วค่อยกิน ก็ให้เปลี่ยนมาเริ่มกินแผงใหม่ได้เลยในวันที่ต้องการ สำหรับยาคุมแบบ 28 เม็ด ก็ให้เปลี่ยนมาเริ่มกินแผงใหม่ได้ตั้งแต่ในช่วงเม็ดที่ 22-28 ของแผงเดิม

"ผัว" หรือ "ชู้รักคู่เย็ด"  ไปทำงานต่างประเทศหลายเดือน จะหยุดกินยาคุมได้ไหม ?
ตอบ หยุดกินได้ แต่ต้องกินให้หมดแผงแล้วค่อยหยุด ถ้าไปไม่ถึงเดือนก็ไม่ควรหยุดกิน

2-3 เดือนเจอกันครั้งหนึ่ง จะกินยาคุมอย่างไร ?
ตอบ ถ้า "ผัว" หรือ "ชู้รักคู่เย็ด"  จะมาวันไหน จะต้อง "เย็ด" กันแน่ ๆ ก็ควรเริ่มกินยาคุมรอไว้เลย สมมติว่า เดือนหน้า "ผัว" หรือ "ชู้รักคู่เย็ด"  จะมา แต่เจอกันก่อนประจำเดือนรอบใหม่จะมา โดยเดือนนี้พอประจำเดือนมาก็เริ่มกินรอไว้เลย

ไปต่างจังหวัด แต่ลืมยาคุมกำเนิด ต้องทำอย่างไร ?
ตอบ ควรซื้อยาคุมกําเนิด แผงใหม่ และหยิบเม็ดไหนก็ได้กินต่อไปเลย หลังจากกลับมาแล้วก็แกะแผงเก่าทิ้งเท่าจำนวนที่กินไป แล้วก็กินแผงเก่าต่อ ส่วนแผงใหม่นั้นก็เก็บไว้เป็นยาสำรอง

หาก "เย็ด" กันแบบกระทันหันถุงยางก็ไม่มีแถมแตกในอีกต่างหาก ต้องเรียกหานี่เลย "ยาคุมฉุกเฉิน"

 เพื่อเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์อย่างไม่ได้ตั้งใจ สาว ๆ หลายคนมักจะเลือกใช้วิธีการรับประทาน "ยาคุมฉุกเฉิน" หรือยาคุมกำเนิดหลัง "เย็ด" กัน เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่ง่าย แต่เชื่อเถอะค่ะว่า สาว ๆ หลายคนไม่รู้จักเจ้ายาคุมฉุกเฉินดีพอ ว่า มีโทษอย่างไรบ้าง หากใช้ไม่ถูกวิธี ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขภาพมากเลยล่ะ "นุ้ย" จึงขอรวบรวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินมาบอกต่อสาว ๆ ให้เข้าใจกัน และระมัดระวังหากจำเป็นต้องใช้ค่ะ

ยาคุมฉุกเฉิน คืออะไร

มารู้จัก ยาคุมฉุกเฉิน กันก่อน เดิมเรียกว่า "ยาคุมกำเนิดหลังการเย็ดกัน" แต่ต่อมาเพื่อความเข้าใจและการใช้ที่ถูกต้องจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน" ซึ่ง จริง ๆ แล้ว หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า "ยาคุมฉุกเฉิน" แท้จริงแล้วไม่ใช่ยา แต่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งสูงกว่ายาคุมกำเนิดโดยทั่วไปถึง 2 เท่า และมี 2 ชนิดคือ

1.ยาคุมฉุกเฉินที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอย่างเดียว

มีชื่อทางการค้าว่า โพสตินอร์ จะมีส่วนประกอบหลักเพียงอย่างเดียว คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) ขนาดเม็ดละ 0.75 มิลลิกรัม โดยลีโวนอร์เจสเตรลนี้จัดเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์กลุ่มเดียวกับฮอร์โมนโปรเจสโตเจน (Progestogen) มีฤทธิ์ในการยับยั้งการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาขึ้นและยากต่อการฝังตัวของไข่

นอกจากนี้ ยังทำให้บริเวณปากมดลูกมีสารคัดหลั่งที่มีลักษณะเหนียวข้นออกมา จึงทำให้ตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้บ่อยคือ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน คัดเต้านม และระดูมาผิดปกติ โดยอาจมาเร็วขึ้นหรือช้าก็ได้ บางครั้งอาจพบเลือดออกกะปริดกะปรอย ดังนั้น ถ้าขาดระดูหรือระดูมากะปริดกะปรอยหลังใช้ยานี้ จำเป็นจะต้องตรวจให้ทราบว่าเป็นการตั้งครรภ์หรือเป็นผลของยา ในกรณีที่ป้องกันไม่ได้ ยังมีโอกาสตั้งครรภ์นอกมดลูกสูงกว่าปกติอีกด้วย

2.ยาคุมฉุกเฉินแบบฮอร์โมนรวม

หรือที่เรียกว่า Yuzpe regimen เป็นการใช้ฮอร์โมน ethinyl estradiol 0.1 มิลลิกรัม และ Levonorgestrel ขนาด 0.5 มิลลิกรัม โดยยาจะไปขัดขวางการปฏิสนธิ หรือ การผสมกัน ของ สเปิร์มและไข่ ยับยั้งการตกไข่ หรืออาจมีผลต่อการทำงานของคอร์ปัสลูเตียมก็ได้ ทั้งนี้ วิธีนี้เป็นที่นิยมในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปแต่มีข้อเสียคือ มีผลข้างเคียงมากกว่าแบบแรก

การกินยาคุมฉุกเฉิน อย่างไรถูกต้อง

ตามคำแนะนำบอกไว้ว่า การรับประทานยาคุมฉุกเฉิน ต้อง กิน 2 ครั้ง โดย เม็ดแรก ต้องกินภายใน 72 ชั่วโมง หลังจาก "เย็ด" กัน จากนั้นอีก 12 ชั่วโมง จึงรับประทาน ยาเม็ดที่ 2 แต่ถ้าหลังจากทานยาเข้าไปแล้วไม่ว่าครั้งแรกหรือครั้งหลังแล้วเกิดการอาเจียนภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง จะต้องทานยานั้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ วิธีการรับประทานยาข้างต้นก็เป็นวิธีการที่ถูกต้องค่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ทางกรมอนามัย ยังได้แนะนำวิธีการกินยาคุมฉุกเฉินอีกหนึ่งวิธีซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้กันก็คือ ให้รับประทานทั้ง 2 เม็ดพร้อมกันเลยใน 5 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์ได้เลย ซึ่งวิธีดังกล่าว ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ รวมทั้งองค์การอาหารและยาของสหรัฐ ว่าใช้ได้ผล และเป็นการป้องกันการลืมกินยาเม็ดที่ 2 ได้ดี แต่ในประเทศไทยยังรับรู้เรื่องนี้น้อยมาก

ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินเทียบเท่ายาคุมแบบปกติไหม

ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินย่อมไม่เทียบเท่ายาคุมกำเนิดปกติแน่นอน สำหรับ ยาคุมฉุกเฉิน นั้นมี ประสิทธิภาพการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ราวร้อยละ 58-95 ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้ที่ถูกวิธีและระยะเวลาที่เริ่มใช้ด้วย แต่ยังไม่พบว่า การกินยามากกว่าขนาดที่กำหนดจะทำให้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือจะมีผลข้างเคียงมากขึ้น

 ทั้งนี้ หากคุณรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่ "เย็ด" กันแล้วตามด้วยยาเม็ดที่สอง จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ 75% แต่หากรับประทานยาเม็ดแรกเข้าไปไม่เกิน 24 ชั่วโมง ประสิทธิภาพในการป้องกันก็จะเพิ่มขึ้นอีกถึง 10% ดังนั้นหากต้องการผลที่ชัดเจนและแน่นอนที่สุด ก็ควรจะรีบทานยาเม็ดแรกให้เร็วที่สุดนั่นเอง

ยาคุมฉุกเฉิน มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

แน่นอนว่า การใช้ยาคุมฉุกเฉินย่อมสร้างปัญหาบางอย่างให้กับคุณผู้หญิงแน่นอน เบาะ ๆ ก็คือ จะทำให้ประจำเดือนผิดปกติ มาช้า หรือมาแบบกะปริดกะปรอย และอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่หากใช้บ่อยและต่อเนื่อง ก็มีโอกาสตั้งครรภ์นอกมดลูกได้เลยทีเดียว

นอกจากนั้นแล้ว จากข้อมูลจากแพทย์ระบุว่าในชีวิตไม่ควรจะใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเกิน 2 ครั้ง เพราะจะมีผลกับร่างกายของผู้หญิง เช่น กระตุ้นเซลล์มะเร็ง หรือกระทบต่อรังไข่ มดลูก และร่างกายทั่วไป ซึ่งจะส่งผลทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

เพราะฉะนั้น ขึ้นชื่อว่า "ยาคุมฉุกเฉิน" แล้ว ก็ควรใช้เฉพาะยาม "ฉุกเฉิน" จริง ๆ เท่านั้นค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงถูกข่มขืน หรือในกรณีของคู่ "ผัว" หรือ "ชู้รักคู่เย็ด"  ที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร แต่เกิดความผิดพลาดจากการป้องกันโดยวิธีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นถุงยางอนามัยที่ใช้มีรูรั่วหรือฉีกขาด หรือลืมรับประทานยาคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉิน

สำหรับในประเทศไทย การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกในการซื้อการพกพา วิธีการกินไม่ยุ่งยากเหมือนยาคุมกำเนิดทั่วไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แพทย์ก็ได้เตือนสาว ๆ ที่มักนิยมใช้ยาคุมฉุกเฉินว่า ยาดังกล่าวจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้เท่านั้น ไม่สามารถป้องกันโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไวรัสตับอักเสบบี ฯลฯ ได้อย่างที่เข้าใจกัน

สำหรับคนที่เข้าใจว่ายาคุมฉุกเฉินทำให้แท้งได้ ข้อนี้ก็เป็นความเชื่อที่ผิดเช่นกัน เพราะจริง ๆ แล้วยาคุมฉุกเฉินเพียงแค่ป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่จะต้องรับยาเข้าไปก่อนที่ไข่จะฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นความเข้าใจที่ว่ายาคุมฉุกเฉินเป็นยาทำแท้งนั้นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนั้นแล้ว ที่น่าเป็นห่วงก็คือ มีข้อมูลที่ระบุว่า ในประเทศไทยมีคนใช้ยาคุมฉุกเฉินราว ๆ ปีละ 8 ล้านแผง ขณะที่บางคนรับประทานยาคุมฉุกเฉินถึง 20 แผงต่อเดือน โดยคิดว่า ยาคุมฉุกเฉินสามารถรับประทานได้เรื่อย ๆ เหมือนกับยาคุมกำเนิดแบบปกติ แต่หากทานมากขนาดนั้น อันตรายถามหาแน่นอน

ก็ฝากเตือนไปยังคุณสาว ๆ ทั้งหลาย ที่นิยมการ "เย็ด" เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะวัยรุ่นสมัยนี้ที่มักมีค่านิยมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ หากคิดจะป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ แนะนำให้ใช้การป้องกันด้วยวิธีอื่นน่าจะดีกว่าค่ะ หรือหากจำเป็นต้องใช้ยาคุมฉุกเฉิน ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป และต้องเข้าใจถึงเรื่องผลข้างเคียงที่อาจจะตามมาด้วยค่ะ



เพื่อน ๆ ลองศึกษาดูรายละเอียดให้ดีนะค่ะจะได้ใช้ "ยาคุมกำเนิด" ประกอบการ "เย็ด" ได้อย่างถูกต้อง ... "นุ้ย" ค่ะ






 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ