น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน

น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน

  • 4 ตอบ
  • 31809 อ่าน
*

ออฟไลน์ assasin008

  • Junior Member
  • ***
  • 292
  • 28622
    • ดูรายละเอียด
น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน
« เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2015, 08:27:10 am »
น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน
...........................................
Assasin008 24/05/2015

   ตอนนี้ผมก็ยืนอึ้ง น้องผิงที่โดนผมกระเด้าในท่าลิงอุ้มแตงก็กอดผมนิ่ง มีก็แต่ลุงดำยามประจำหมู่บ้านที่กำลังยิ้มเห็นฟันขาวจั๊วะอยู่หน้าบ้าน ยังดีที่มองไปแล้วไม่เห็นแกใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเอาไว้

   กว่าผมจะเริ่มได้สติก็ผ่านไปพักใหญ่ ตอนนี้ผมได้ยินเสียงน้องผิงครางหนัก ๆ เธอพยายามเด้งเอวใส่ผมเบา ๆ ท่าทางของเธอเหมือนผู้หญิงที่อัดอั้นอารมณ์เต็มที่จนหยุดไม่อยู่ หรือแปลตรง ๆ ก็คือ เธอทำท่าเหมือนไม่แคร์ว่ามีลุงดำแอบดูอยู่นั่นล่ะครับ ตอนนี้เธอคงแค่อยากให้ผมทำให้เธอเสร็จอย่างเดียว เรื่องอะไรก็ไม่สนแล้ว

   "เดี๋ยวก่อนนะผิง หลบเข้าบ้าน ไปใส่เสื้อผ้าก่อน"

   เธออยากจนสติหลุดลอยแต่ผมยังควบคุมตัวเองอยู่ ก็เลยกระซิบบอกให้เธอหลบเข้าไปในบ้านก่อน ไม่งั้นถ้าโดนถ่ายคลิปเอาไว้เรื่องราวจะยิ่งแก้ไขยาก แต่น้องผิงตอนนี้เป็นเหมือนผู้หญิงโดนยาปลุกเซ็กส์อย่างแรงเข้าไป เธอกอดผมแน่นส่งสายตามองอ้อนวอนขอให้ผมพาเธอขึ้นสวรรค์ก่อน ผมจึงค่อย ๆ ขยับเดินอุ้มน้องผิงไปหลบใช้รถยนต์บังไม่ให้ลุงดำมองเห็น

   พอหลบหาที่บังสายตาได้ ผมก็ชะโงกหน้าออกมาดูลุงดำ เห็นแกยังนั่งบนจักรยานยิ้มยิงฟันเหมือนเดิม แต่ว่าแกส่ายหน้าทำท่าเหมือนเสียดาย

   "โธ่ ไม่ต้องหลบไปไหนหรอกคุณ ของลุงน่ะแก่เหี่ยวเป็นมะเขือเผาเอาใครไม่ได้แล้ว ไม่ทำอะไรหร๊อก ไม่บอกใครด้วย ขอแค่ดูให้ชื่นใจแค่นั้นแหละ วันก่อนลุงก็ยังแอบดูคุณเอากับเมียในสวนออกกำลังกายตอนกลางคืนอยู่เลย ดูแล้วมันให้อารมณ์คึกคักซู่ซ่าดี สมัยหนุ่ม ๆ ลุงก็ชอบแบบนี้แหละ"

     ลุงดำแกพูดจนผมอึ้งไป ไม่นึกว่าตอนนั้นจะมีใครเห็น คืนนั้นผมกับแอนเพิ่งกลับมาจากข้างนอกมาถึงก็ตีสองกว่าแล้ว แอนนึกสนุกสะกิดให้ผมจอดรถที่สวนออกกำลังกายในหมู่บ้านที่ปิดไฟมืดจนเกือบมองอะไรไม่เห็น แล้วเราก็ลงจากรถไปเอากันบนศาลาให้อาหารปลา ตอนนั้นผมว่าดูดีแล้วนะ ไม่น่าจะมีใครแอบดูได้

   "ตอนนั้นลุงแอบหลับอยู่ใต้ต้นไม้พอดี ตอนแรกเห็นแค่เงาตะคุ่ม ๆ ไม่สะใจเท่าไหร่ หลัง ๆ ได้ยินเสียงคราง แล้วเห็นคุณแอนขึ้นคร่อมลุงก็เลยได้เห็นของดีแบบพอหอมปากหอมคอ .. เอ้า คุณ ช่วยเด็กก่อนซิ ท่าทางกำลังลงแดงอยากเสร็จเต็มที่แล้วนั่น"

   ลุงแกเหมือนจะรู้ว่าผมคิดอะไรก็เลยหันมาอธิบายให้เล็กน้อย แล้วส่งเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ตามประสาคนสูงวัย ผมจึงค่อยหันมาสนใจน้องผิงที่กำลังหน้าแดงก่ำมองผมตาแป๋ว

   "ทำต่อนะคะพี่กาย ... อีกนิดเดียว ..."

   น้องผิงส่งเสียงออดอ้อนตาหวานฉ่ำ เธอพยายามร่อนเอวเข้าใส่ยิก ๆ แต่คงขยับไม่ค่อยถนัด เพราะท่านี้คนที่คุมเกมได้คือผมไม่ใช่เด็กสาวอย่างเธอ

   เจอไม้นี้เข้าไปผมก็อดใจไม่ไหวเหมือนกัน สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย ยังไงมุมนี้ลุงดำแกก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว ผมค่อย ๆ ขยับบั้นเอวซอยใส่น้องผิงช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เร่งเครื่องขึ้นทีละนิด

   น้องผิงสูดปากครางร้องซี้ดซ้าดเสียยกใหญ่ อารมณ์ของเธอมันล้นเต็มที่อยู่แล้ว พอผมกระแทกเอวใส่ได้ไม่นาน เด็กสาวนมโตคนนี้ก็ตัวกระตุกกอดผมแน่นเสร็จคาควยผมไปหนึ่งดอก แต่ปัญหาก็คือผมยังไม่เสร็จนี่ซิ จะทำต่อให้เสร็จก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย แถมยังต้องรีบไปหามิ้งตามนัดอีก ไม่งั้นเธอคงต้องรอนาน

   "พี่รักผิงนะ ... ใส่เสื้อผ้าแล้วไปรอในบ้านก่อน เดี๋ยวพี่คุยกับลุงดำหน่อย"

   ผมกระซิบบอกรักน้องผิงที่กำลังหลับตาพริ้มหอบมีความสุข เธอสะดุ้งนิดหน่อยตอนผมบอกว่าต้องไปคุยกับลุงดำ ท่าทางของเธอเหมือนจะลืมไปแล้วว่ามีลุงดำอยู่หน้าบ้าน ความเงี่ยนมักจะทำให้คนขาดสติได้เสมอ ไม่ว่าหญิงหรือชาย

   "ค่ะ ... หนูก็รักพี่กาย ... หนูไปรอในบ้านนะคะ"

   เธอตอบเสียงหวานแล้วจูบปากผมทีนึง ผมค่อย ๆ ถอนดุ้นออกมา แล้วปล่อยให้เธอยืนเอง แต่ดูเหมือนเธอจะยืนไม่ไหวต้องพิงรถเอาไว้ไม่ให้ล้ม

   ผมยืนมองน้องผิงในสภาพควยแข็งปั๋งอีกพักใหญ่ ใจนึงก็อยากจะจัดให้ตัวเองน้ำแตกก่อน แต่ก็ฝืนใจใส่กางเกงเดินไปหยิบเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นที่หล่นบนพื้นมาให้น้องผิงใส่ เธอรับไปแล้วยืนขาสั่นทำท่าเหมือนจะไม่ไหว ผมเลยเข้าไปช่วยใส่เสื้อกับกางเกงให้ แล้วพยุงเธอเข้าไปในบ้าน

   "ลุงดำมาไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง ผมตกใจหมด"

   ส่งน้องผิงเรียบร้อยผมก็เดินมาหน้าบ้านคุยกับลุงดำ เพราะอยากหยั่งเชิงดูก่อน ว่าแกจะมีท่าทียังไง จะหาเรื่องแบล็คเมลผมหรือเปล่า หรือถ้าแสดงท่าทีอยากฟันน้องผิง ผมจะได้หาทางป้องกันเสียก่อน

   "เอ๋า ก็ลุงได้ยินเสียงแล้วนึกว่าโจร เลยย่องมาเงียบ ๆ ที่ไหนได้มาเจอคุณเย็ดนังหนูซะมันควยเลย นี่ถ้าหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านรู้คงอกแตกตายกันบ้าง หนูผิงนี่มีแต่คนเล็ง ๆ อยากเอาทั้งนั้น ตัวเล็กนิดเดียวแต่อวบเกินอายุ เนื้อนมไข่น่าฟัดจะตาย"

   "ลุงก็อย่าไปบอกให้คนอื่นรู้ซิ"

   ผมฟังเสียงแกหัวเราะแต่ยังจับไม่ได้ว่าแกมีเป้าหมายอะไรหรือเปล่า ผมก็เลยถามอ้อม ๆ กลับไปเพื่อหยั่งเชิงก่อน

   "โอ๊ย ลุงไม่บอกหรอกคุณ บอกไปก็เท่านั้น ไม่ได้อะไร ดีไม่ดีจะทะเลาะกับคุณซะเปล่า ลุงเป็นแค่ยาม ส่วนพวกคุณน่ะคนรวย ๆ ทั้งนั้น ลุงไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวหร๊อก"

   "ก็ดีครับ ผมยังไม่อยากให้เรื่องแดงตอนนี้ เดี๋ยวน้องผิงแกจะเสีย รอไว้ให้แกเรียนจบก่อน แล้วผมกะจะแต่งเป็นเมียคนที่สอง นี่เมียผมกับแม่เธอก็รู้แล้ว แต่ยังเก็บข่าวกันไว้ก่อน แกยังเด็กไปหน่อย"

   ผมฟังแกพูดแล้วโล่งใจนิดหน่อย เหมือนลุงดำจะไม่ได้มีเจตนาแบล็คเมล์อะไร และแกก็ดูจะรู้ตัวเองดี ว่าถ้ามีเรื่องกันคนรวยแบบผมพอจะทำอะไรได้มากกว่า แต่ผมก็ยังไม่วางใจ ก็เลยพูดให้ข่าวสารหลอก ๆ ออกไปก่อน

   ที่ผมบอกแบบนี้ ก็เพื่อทำให้ลุงดำคิดว่าไปแบล็คเมล์กับเมียผมหรือแม่น้องผิงไม่ได้เพราะรู้เรื่องกันแล้ว คราวนี้ถ้าลุงดำอยากจะข่มขู่ว่าไปบอกคนอื่น น้ำหนักการขู่ก็จะเบาลง เพราะคนไม่แน่ว่าจะเชื่อ ยิ่งไม่มีหลักฐานด้วยก็ยิ่งน่าจะไม่เชื่อเข้าไปใหญ่

   "อ้อ ลุงเข้าใจแล้ว เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว ลุงไปล่ะ คุณก็อย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อเกินไป แต่ถ้าคราวหลังอยากทำก็มาเรียกลุงให้ดูต้นทางได้ ลุงยินดีช่วย ขอแค่ได้แอบดูของดีสักหน่อยก็พอ"

   ลุงดำพูดปิดท้ายแล้วขี่จักรยานไปตรวจตราในหมู่บ้านต่อ ผมเห็นว่าคุยกันรู้เรื่องแบบนี้ก็เริ่มโล่งใจ คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่พอผมหันไปเห็นว่าเป้ากางเกงของลุงดำมันพองขึ้นมาเป็นท่อนลำ ผมก็เริ่มเป็นกังวลอีกครั้ง เพราะลุงดำโกหกว่าลุงแกแห้งเหี่ยวเป็นมะเขือเผาใช้งานไม่ได้ แต่เท่าที่ผมเห็นของลุงดำน่าจะประมาณท่อนไฟฉายใหญ่กว่าของผมเสียอีก

   ที่น่ากังวลก็คือนอกจากโกหกแล้ว ลุงแกยังเป็นพวกหน้านิ่งจับความรู้สึกไม่ออก ดูเหมือนแกจะเจนโลกพอดูที่ไม่แสดงอะไรออกมา แล้วผมว่าคนแบบนี้ล่ะที่น่ากลัว เพราะรับมือยากมาก 

   "เรียบร้อยมั้ยคะพี่กาย"

   ผมยืนนิ่งอยู่หน้าบ้านพักใหญ่พยายามคิดอะไรบางอย่าง แล้วน้องผิงก็เปิดประตูบ้านเดินออกมายืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้หน้าของเธอสดใสเพราะได้ระบายความเงี่ยนออกไปแล้ว เป็นผมเสียอีกที่กำลังมองหน้ามองนมของน้องผิงด้วยสายตาหื่น ๆ อยากจัดหนักเธออีกรอบ

   "ตอนนี้ไม่มีอะไร แต่ระวังไว้หน่อยก็ดี ผิงจำไว้นะ อย่าไปไหนกับลุงดำเด็ดขาด อย่าเปิดให้เข้าบ้าน ถ้าโดนข่มขู่อะไรไม่ต้องทำตามทั้งนั้น ลุงคนนี้น้ำนิ่งไหลลึกอันตรายทีเดียว"

   "หนูว่ายังอันตรายไม่เท่าพี่กายหรอก เล่นมองผิงตาวาวซะขนาดนี้"

   ผมเตือนเธอไว้ แต่น้องผิงทำสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน แถมยังพูดย้อนใส่ผมตามแบบฉบับของยายตัวแสบที่เธอเป็นมาตลอดเสียอีก

   "แหม ก็เรามันผัวเมียกันนี่นา เราไปต่อกันในบ้านดีกว่าไป"

   "ไม่เอาค่ะ พี่ต้องรีบไปหาเพื่อนไม่ใช่เหรอ รีบไปเถอะค่ะ หนูก็กลัวแม่จะกลับมาก่อนเหมือนกัน"

   ยายเด็กแสบเชิดใส่คำเชิญชวนของผม แล้วรีบเดินจ้ำไปทางประตูรั้วจนผมรั้งไว้ไม่ทัน ผมแทบลืมไปเลยว่ามีนัดกับมิ้งแม่ของน้องผิง

   "โธ่ อย่ารีบไปซิ พี่ยังไม่หายคิดถึงเลย"

   ผมรีบเดินตามไปแล้วส่งเสียงอ้อน แต่เด็กแสบรีบเปิดประตูมุดออกไปยืนแลบลิ้นใส่ผมจากหน้าบ้าน

   "แหวะ ยังไม่หายคิดถึง หรือว่ายังน้ำไม่แตกคะ? กะจะหลอกหนูเข้าไปในบ้านแล้วเย็ดสดแตกในล่ะซิ วันนี้หนูไม่หลงกลหรอก แล้วหนูจะเอาคืนด้วย ปล่อยให้หนูอารมณ์ค้างตั้งสองวัน ส่วนพี่ได้ทำกับพี่แอนสบายใจ ตอนนี้หนูจะทำให้พี่อารมณ์ค้างบ้างล่ะ"

   เด็กสาวมัธยมปลายแก่นเซี้ยวยังรู้ทันผมตามเคย เธอพูดดักทางผมตรงเป๋ง แถมยังใช้คำพูดคำจาแบบน่าตีปากสักที แต่ผมก็ไม่ได้บังคับเธอมากทั้งที่กำลังเงี่ยนจัด กะว่าเดี๋ยวค่อยไประบายใส่แม่ของเธอแทนก็ได้

   ผมออกไปส่งให้น้องผิงกลับเข้าบ้านจนแน่ใจ แล้วย้ำให้เธอล๊อคประตูบ้านดี ๆ เผื่อว่าลุงดำจะแอบลงมือทำอะไร จากนั้นผมก็ขึ้นรถขับไปโรงแรม หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา ก็เห็นว่ามีสายจากคุณมิ้งโทรมาแล้วไม่ได้รับตั้งห้าสาย

.....................................

   "ขอโทษนะครับที่มาสายไปหน่อย? วันนี้ที่รักแต่งตัวสวยน่ากินจัง"

   ผมเดินเข้าไปในเลาจ์ของโรงแรมประจำ มองนาฬิกาแล้วก็รู้ว่าผมสายไปราวยี่สิบนาที แต่มองหาแวบเดียวก็เจอมิ้ง เพราะเธอสวยเด่นกว่าใคร แล้วผมก็เปิดฉากทักทายแม่บ้านสาวสวยเสน่ห์แรงที่หนุ่ม ๆ ในร้านกาแฟกำลังแอบมองกันตาลุกวาว โดยไม่ลืมที่จะนั่งข้าง ๆ เธอแล้วใช้มือโอบไหล่แสดงท่าทีเป็นเจ้าของให้คนอื่นอิจฉาตาร้อนเล่น

   "ไม่เป็นอะไรค่ะ คุณกาย มิ้งเข้าใจ"

   "คุณกายอะไร บอกให้เรียกที่รักไม่ใช่เหรอ?"

   "ค่ะที่รัก"

   มิ้งแสดงท่าทีเอียงอายหน้าแดงก่ำขึ้นมา ไม่แน่ใจว่าอายเพราะโดนผมโอบไหล่ หรือเขินที่ต้องเรียกผมว่าที่รักตามคำสั่ง แต่ในความขัดเขินนั้นก็มีรอยยิ้มหวานยินดีมีความสุข นี่สมกับเป็นอุปนิสัยของกุลสตรีไทยของเธอ ผิดกับน้องผิงที่ดูจะรู้มาก ก๋ากั่น และกล้าแสดงออกกว่า

   "เพิ่งมาถึงแต่หนุ่ม ๆ แอบมองซะตาหวานเชียว ก็นะเมียผมคนนี้สวยเสน่ห์แรง มองเผิน ๆ ยังกะเด็กสาวรุ่นมหาลัยแน่ะ ผมเห็นปุ๊บไอ้นั่นก็ตื่นขึ้นมาปั๊บเลย ... เอ้า นี่ดอกไม้สำหรับคนสวย"

   ผมใช้ประโยคหวาน ๆ ผสมกับลามกพูดชมตามนิสัย แล้วใช้มือลูบไหล่ของเธอพลางยื่นกุหลาบสีแดงช่อเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลังให้ ซึ่งที่จริงมันเป็นดอกไม้ที่ผมซื้อให้แอน แต่แอนแค่รับไว้แล้วบอกให้ผมช่วยเก็บ ผมก็เลยเอามาให้มิ้งต่ออีกทอดหนึ่ง

   ส่วนเรื่องคำชมผมไม่ได้โกหก มิ้งสวยจริง ๆ แถมยังหน้าใสมองคล้ายเด็กสาววัยไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ ทั้งที่แต่งงานมีลูกมีเต้าไปแล้วหนึ่งคน

   "ขอบคุณค่ะ"

   มิ้งเบิกตามองดูช่อกุหลาบสีแดงเหมือนกับว่าไม่เคยได้ดอกไม้จากผู้ชายมาก่อน เธอยื่นมารับแล้วกอดแนบอกเผยรอยยิ้มจนแก้มแทบปริ ผมมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าตอนนี้เธอหลงผมเข้าให้แล้วแบบจริงจัง สีหน้าแววตาแบบนี้มันหลอกกันไม่ได้ เธอกำลังดีใจจริง ๆ แววตานั้นเหมือนกับเด็กสาวไร้เดียงสาที่เพิ่งหลงรักผู้ชายเป็นครั้งแรก

   "แค่ขอบคุณเองเหรอ? หอมแก้มหน่อยซิ"

   ผมแกล้งหยอกเธอต่อด้วยสีหน้าจริงจัง มิ้งจึงมองหน้าผมแล้วหันซ้ายหันขวา พูดกระซิบเสียงเบาให้ผมได้ยินคนเดียวว่า

   "ที่นี่คนเยอะ ... เดี๋ยวมีคนเห็นค่ะ"

   "ช่างเค้าซิ คนจะพลอดรักกัน ทำไมต้องสนคนอื่นด้วย"

   ผมพูดกระตุ้นเธอต่อ มิ้งดูจะดีใจกว่าเดิมไปกับคำหวานของผม เธอจึงหันมองซ้ายทีขวาทีอีกรอบก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครมองมา แล้วรีบเอียงหน้ามาหอมแก้มซ้ายของผมฟอดหนึ่งแบบลวก ๆ เร็ว ๆ

   "ขอบคุณค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายเอาช่อดอกไม้มาให้มิ้ง"

   "หือ สามีไม่เคยให้เลยเหรอ?"

   "ไม่ค่ะ ... เค้าเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยเอาใจใคร"

   มิ้งตอบเสียงเศร้าเล็กน้อยเมื่อผมพูดไปถึงสามีของเธอที่ไม่ได้เจอกันมานาน ผมจึงกอดเธอแน่นกว่าเดิม แล้วก้มหน้าลงไปกระซิบปลอบใจเธอที่ข้างหู

   "เรื่องเศร้า ๆ น่ะช่างมันเถอะ ต่อจากนี้ไปผมจะช่วยเอาอกเอาใจมิ้งจนหายเศร้าไปเลย"

   เจอไม้นี้เข้าไปแม่บ้านอ่อนประสบการณ์ความรักก็ยิ้มหวานหน้าแดงก่ำ เธอก้มหน้างุดสลับกับเงยหน้าขึ้นมามองผม ทำท่าเหมือนมีอะไรอยากจะพูด แต่ก็ไม่กล้าพูด ผมจึงมองเธอแล้วรอให้เธอพูด สุดท้ายอีกพักใหญ่เธอถึงค่อยพูดความในใจออกมา

   "อย่าทำแบบนี้ค่ะ ... มิ้งเป็นแค่ผู้หญิงมีลูกที่ขายตัวกิน ... อย่าทำให้มิ้งหลงรักซิคะ มิ้งมีสามีแล้ว คุณก็มีเมีย มีเมียน้อยอีก ... เดี๋ยววันนึงพอคุณเบื่อมิ้ง แล้วทิ้งมิ้งไป มิ้งคงจะทำใจไม่ได้"

   เธอพรั่งพรูความคิดที่เก็บกดไว้ ผมเคยบอกเธอว่าผมแต่งงานแล้ว แล้วก็มีเมียน้อยที่ผมส่งเงินเลี้ยงดูแบบเดียวกับเธออีกสองคน ไอ้ที่ผมบอกแบบนี้ก็เพราะตั้งใจให้เธอรู้น่ะแหละ ว่าผมมีพันธะแล้ว อย่ามาหวังสร้างพันธะระยะยาวกับผม เผื่อวันไหนผมเบื่อ จะได้ปล่อยเธอไปได้แบบไม่ต้องมีเรื่องมีราวมาก

   ผมโกหกว่าผมมีเมียน้อยอีกสองคน เพื่อจะให้เธอได้สำนึกในฐานะของเธอเองแบบอ้อม ๆ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เผื่อว่าผมจะได้พาเธอไปเล่นแซนด์วิซกับคนอื่นเขาได้

   "ผมเคยบอกแล้วไง ว่าตอนที่เรามีความสุข เราก็ควรจะสุขให้เต็มที่ จะได้ไม่เสียดายโอกาสที่ผ่านไป ตอนนี้เราก็แค่รักกันให้เหมือนผัวเมียคู่หนึ่ง อย่างน้อยก็เก็บไว้เป็นความทรงจำ ส่วนเรื่องหลังจากนี้ก็อย่าเพิ่งคิดให้ปวดสมอง"

   มิ้งฟังผมทำตาเศร้าหน่อย ๆ แต่เธอก็พยักหน้าเหมือนพยายามให้ตัวเองเข้าใจ ผมเลยคว้าเธอมากอดแล้วบดปากจูบใส่ไม่ให้เธอต้องเศร้านาน ๆ

   เธอแสดงท่าทีเงอะงะทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย แล้วก็ค่อย ๆ โอนอ่อน เผยอปากปล่อยให้รุกเข้าใส่แต่โดยดี พอสักพักก็เริ่มตวัดลิ้นสู้ดูดปากผมตอบดุเดือดกว่าเดิม เราเลยกอดจูบกันดังจ๊วบ ๆ แบบไม่สนใจใครอยู่ในแสงสลัว ทั้งที่รู้ดีว่ามีหลายคนกำลังมองมาทางนี้ ก็มันเรื่องปกติในเลาจ์แบบนี้อยู่แล้ว

   ผมเป็นฝ่ายรุกเริ่มกดจนมิ้งพิงไปกับโซฟา แล้วผมก็เริ่มรุกหนักกว่าเดิม ใช้มือตะปบลงไปบนเต้านมแล้วบีบขยำใส่ มิ้งสะดุ้งโหยงนิดหน่อย เธอพยายามปัดมือผมออก แต่ผมฝืนขย้ำบีบนมไซส์ใหญ่กว่ามาตรฐานหญิงไทยต่อ ไม่นานมิ้งก็หมดแรงนั่งหอบครางปล่อยให้ผมบีบนมเธอแต่โดยดี

   "ที่รักคะ ... อืมมม ... ไปทำกันในห้องนะคะ มิ้งเขิน ... อูยยย"

   มิ้งส่งเสียงขอร้องผมตอนที่ผมปล่อยปากเธอเป็นอิสระ แต่ผมยังอยากแกล้งเธอต่อ ก้มหน้าลงไปไซร้ซอกคอขาวเนียนแบบตั้งใจให้ผู้ชายคนอื่นอิจฉาเล่น จากนั้นก็กระตุ้นอารมณ์เธออีกหน่อยด้วยการล้วงมือลงไปตะปบบี้ ๆ คลึง ๆ ที่โคกสวาทจนมิ้งร้องวี้ดตัวกระตุกแล้วกระตุกอีก

   "ซี้ดดดสสส ... อ๊อยยย ... ที่รักขา ... มิ้งเสียว ... อูยยสส ..."

   ยิ่งฟังเธอครางผมก็ยิ่งมีอารมณ์ ผมเองก็หื่นค้างคามาจากน้องผิงแล้ว นี่กะว่าจูบ ๆ ล้วง ๆ กระตุ้นอารมณ์ สร้างความตื่นเต้นเล็ก ๆ อีกหน่อยแล้วจะขึ้นไปบนห้องเอากันให้หายเงี่ยน แต่เหมือนช่วงนี้ผมจะมีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกยังไงชอบกล ตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ถึงต้องมีคนมาขวางตลอด

   "ว่าแล้วคุ้น ๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณกายมหาเศรษฐที่ดินนี่เอง"

   เสียงหนึ่งดังขึ้นตอนที่ผมกำลังไซร้เนินอกของมิ้งอย่างเมามัน มิ้งเลยลืมตาโพลงร้องอุทานผลักผมออก ผมเลยหันไปดูด้วยความหงุดหงิดว่าใครมาขัดจังหวะ แล้วผมก็พบว่านั่นเป็นเสี่ยอ้วนนั่นเอง

   เสี่ยอ้วนเป็นนายหน้าค้าที่ดิน อายุประมาณสี่สิบกว่า ๆ ร่างอ้วนท้วม ผิวขาวแบบตี๋ ๆ หน่อย ล่าสุดเขาเคยหาลูกค้ามาซื้อที่ดินของผมที่พัทยา ได้กำไรจากค่านายหน้าไปไม่น้อย ผมก็ไม่ได้สนิทอะไรมากมายหรอก แค่เคยคุยทางธุรกิจไปสามสี่ครั้ง แล้วก็เคยไปเหมาอ่างลงหม้อสุกี้กันมาสองครั้งที่พัทยา

   "อ้าว สวัสดีครับเสี่ยอ้วน วันนี้เสี่ยมาหาเหยื่อถึงกรุงเทพเลยเหรอ?"

   ถึงจะกำลังขัดใจอยู่ แต่ผมรีบลุกขึ้นยกมือสวัสดีทักทายตามมารยาท เพราะยังไงเสี่ยแกก็อายุมากกว่าผม ปกติแล้วเสี่ยอ้วนแกจะอยู่พัทยา นาน ๆ ทีถึงจะเข้ามากรุงเทพ

   "ฮ่า ฮ่า ผมก็ร่อนไปร่อนมาน่ะแหละ วันนี้มาหาหนูเชอรี่ แล้วก็มาคุยธุระเรื่องซื้อขายที่ดินด้วย เอ้าหนูเชอรี่มาแนะนำตัวหน่อย"

   เสี่ยอ้วนหัวเราะร่วนที่โดนผมแซว แล้วก็หันหลังไปจูงมือสาวรุ่นในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยออกมา เธอมองผมด้วยสายตาสาวมั่นแล้วยกมือไหว้อย่างมีมารยาท ผมเผลอมองดูความสวยของเธอไปพักใหญ่ เพราะเชอรี่สวยมากทีเดียว เรียกได้ว่าพอเทียบกับมิ้งได้ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ว่าเธอสาวกว่า และได้คะแนนพิเศษจากชุดนักศึกษาก็เลยน่ามองกว่า

   "สวัสดีค่ะ เชอรี่ค่ะ"

   "เดี๋ยวป๋าจะแนะนำให้รู้จักกันนะ เชอรี่นี่คุณกาย คุณกายเป็นเศรษฐีที่ดิน แกมีที่ดินเพียบเชียว ล่าสุดป๋าก็เพิ่งติดต่อซื้อที่แถวพัทยาเหนือไปสองร้อยกว่าล้าน แถมคุณกายแกยังเป็นนักลงทุนมือดีด้วย มีเสี่ยหลายคนเลยที่ไว้ใจให้แกบริหารกองทุน"

   เสี่ยอ้วนแนะนำตัวผมซะเลิศลอย แต่ก็ไม่ได้ผิดจากความจริงเท่าไหร่ และตอนนี้เองที่ผมเห็นแววตาของเชอรี่มองผมเป็นประกายวิบวับ นั่นเป็นแววตาของผู้หญิงเวลาสนใจในตัวผู้ชายสักคน ดูเหมือนว่าเด็กของเสี่ยอ้วนคนนี้จะสนใจความรวยผมเข้าให้ซะแล้ว
 
   "ว้าว ดีจัง เชอรี่ก็เรียนสายการเงินค่ะ แล้วก็อยากเป็นนายหน้าที่ดินด้วย เอาไว้เชอรี่จะขอให้พี่กายช่วยแนะนำได้มั้ยคะ?"

   เชอรี่ยิ้มหวานให้ผมในแบบที่สามารถทำให้ผู้ชายทุกคนเคลิ้มได้ ผมก็เลยเผลอมองเธออีกหน่อย มองจากเข็มกลัดมหาลัยแล้วเธอเรียนอยู่มหาลัยชื่อดังทีเดียว แต่ชุดที่ใส่นี่เดาว่าคงผิดระเบียบเต็ม ๆ เพราะทั้งรัดทั้งสั้น ไม่น่าเรียกชุดนักศึกษา แต่น่าจะเรียกว่าชุดยั่วอารมณ์ป๋ามากกว่า

   "คุณกายก็แนะนำคุณคนสวยที่นั่งข้าง ๆ ให้ผมรู้จักบ้างซิ เผื่อเขามีที่ดินสวย ๆ อยากขาย ผมจะได้ติดต่อธุระกิจได้"

   เสี่ยอ้วนมองผมแล้วยิ้มเหมือนพอใจสายตาที่ผมมองเชอรี่ จากนั้นเสี่ยก็หันไปมองมิ้งตาลุกวาว แล้วบอกให้ผมช่วยแนะนำมิ้งให้รู้จัก และถ้ามองสายตาแล้ว ผมว่าเสี่ยอ้วนกำลังถูกใจมิ้งพอสมควร เพราะมิ้งก็สวยเซ็กซี่ไม่แพ้เชอรี่ มองเผิน ๆ คนส่วนใหญ่จะเดาว่ามิ้งอายุราวยี่สิบห้า และมิ้งยังเด่นในเรื่องกิริยาการพูดการจาที่มองแล้วเหมือนพวกคุณนายไฮโซด้วย

   "ขอโทษทีครับเสี่ย ผมก็ลืมไปเลย นี่คุณมิ้ง เธอก็เป็นนายหน้าขายที่ดินเหมือนกัน กำลังติดต่อเรื่องซื้อที่กับผมอยู่"

   ผมหันไปช่วยแนะนำตัวมิ้งให้เสี่ยรู้จัก แต่แอบโกหกเล็กน้อย เพื่อยกฐานะของเธอขึ้นมา ไม่ให้โดนเสี่ยมองว่าเธอเป็นสาวไซด์ไลน์อย่างที่เธอเป็น

   "... สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"

   มิ้งอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็เหมือนจะพอจับความคิดของผมได้ เธอจึงไม่ได้โต้แย้งอะไร แล้วลุกขึ้นมายกมือสวัสดีด้วยท่วงท่าอ่อนหวานสวยงาม จนเสี่ยอ้วนมองเธอตาแวววาวกว่าเดิม ถ้าผมจำไม่ผิด ผมว่าเสี่ยอ้วนเคยบอกว่าแกชอบพวกสาวไฮโซเป็นพิเศษ ถึงกับอยากได้เป็นเมียแต่งเลยทีเดียว

   "สวัสดีครับ แหม่ คนก็สวย มารยาทก็งาม คุณมิ้งเป็นลูกหลานนามสกุลใหญ่ที่ไหนหรือเปล่านี่"     
 
   "เปล่าหรอกค่ะ มิ้งเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ว่าต้นตระกูลเป็นคนในวังมาก่อน ก็เลยโดนอบรมมารยาทมาตั้งแต่เด็ก"

   มิ้งยิ้มตอบทั้งที่ยังหน้าแดงก่ำเพราะโดนผมลวนลาม ตอนนี้ผมถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าท่าทางทุกอย่างของเธอคล้ายกับพวกในสังคมไฮโซจริง ๆ ซึ่งสิ่งนี้มันแกล้งทำกันไม่ได้ แต่ต้องถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก และดูเหมือนว่าเสี่ยอ้วนจะเห็นสิ่งนี้เหมือนกัน ก็เลยมองมิ้งตาลุกวาวกว่าเดิม

   "สวัสดีค่ะพี่มิ้ง ไม่นึกว่าจะมาเจอกันอีกครั้งในที่แบบนี้นะคะ"

   ขณะที่ผมกำลังประเมินความคิดของเสี่ยอ้วน เชอรี่ก็เดินออกมาหนึ่งก้าวแล้วยกมือไหว้มิ้ง และทักทายเหมือนเธอสองคนเคยเจอกันมาก่อน ผมกับเสี่ยอ้วนก็เลยหันไปมองเชอรี่แบบงง ๆ ว่าสองคนนี้รู้จักกันได้ยังไง

   "ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ พี่มิ้งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่บริษัทรถยนตร์ ส่วนเชอรี่ก็เคยไปสมัครเป็นพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ เราเคยคุยกันนิดหน่อยค่ะ ใช่มั้ยคะพี่มิ้ง?"

   "จ้ะ เพิ่งเจอกันเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เชอรี่สบายดีนะ"

   เชอรี่พูดด้วยรอยยิ้มสดใสชวนมอง แต่ผมแอบสังเกตเห็นแววตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนักเวลาที่เธอมองมิ้ง ส่วนมิ้งนั้นมองกลับด้วยรอยยิ้มไม่สดใสนักแต่ไม่ได้มีท่าทีไม่เป็นมิตรแต่อย่างใด มิ้งน่าจะแค่ไม่อยากเจอคนรู้จักตอนนี้ แต่ว่าเชอรี่ทำไมถึงทำท่าเหมือนไม่ค่อยพอใจมิ้ง?

   หลังจากนั้นเสี่ยอ้วนก็ถือวิสาสะพาเชอรี่มานั่งกับพวกเราด้วย ที่น่าแปลกเล็ก ๆ ก็คือเสี่ยอ้วนดูเหมือนจะจงใจให้เชอรี่นั่งข้างผม ส่วนเสี่ยอ้วนแยกไปนั่งอีกด้านที่อยู่ติดกับมิ้ง แถมเสี่ยยังพูดยกยอผมเสียยกใหญ่ ว่ารวยอย่างงั้นรวยอย่างงี้ ตอนนี้ผมเกิดความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเสี่ยอ้วนจะถูกใจมิ้งเสียจนทิ้งเชอรี่ แล้วหันไปจีบมิ้งแทน

   เหมือนผมจะเดาถูก เสี่ยอ้วนแสดงท่าทีสนใจมิ้งแบบออกนอกหน้า จนเชอรี่ที่มาด้วยกันขมวดคิ้วมองมิ้งด้วยสายตาเหมือนไม่พอใจเท่าไหร่ที่โดนทอดทิ้ง ส่วนผมถึงจะหวงของอยู่บ้าง แต่ค่อนข้างมั่นใจว่ายังไงมิ้งก็เป็นของผมอยู่ดีก็เลยไม่ได้กันท่ามากนัก แค่ส่งเสียงปรามบ้างเป็นระยะตอนที่เสี่ยทำท่าจะลามปามจับมือถือแขน

   มิ้งคงโดนก่อกวนจนทนไม่ไหว เธอเลยขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำ ผมก็ขำเล็ก ๆ กะว่าสนุกพอแล้ว เดี๋ยวมิ้งกลับมาผมจะขอตัวไปขึ้นห้อง แต่เสี่ยอ้วนก็ยังไม่ยอมเลิก ทำทีเป็นสุภาพบุรุษลุกขึ้นไปส่งที่ห้องน้ำ ตอนนี้ก็เลยเหลือผมนั่งอยู่กับเชอรี่แม่สาวนักศึกษาเปรี้ยวจี๊ดเพียงลำพัง

   "พี่กายคบกับพี่มิ้งมานานหรือยังคะ?"

   "ก็ไม่นานเท่าไหร่ ทำไมเหรอ?"

   "จริง ๆ เชอรี่ก็ไม่อยากพูดนะคะ แต่มิ้งเห็นพี่กายเป็นคนดี กลัวว่าพี่กายจะเสียท่า ... พี่กายรู้มั้ยคะ ว่าพี่มิ้งเป็นคนยังไง พี่มิ้งน่ะแต่งงานแล้ว แถมยังมีลูกแล้ว ลูกสาวขึ้นชั้นมัธยมแล้วด้วย"

   เชอรี่พูดพลางยิ้มน้อย ๆ แล้วแอ่นอกยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มด้วยท่าทางเหมือนตั้งใจยั่วผม ผมนั่งรับฟังทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย เรื่องพวกนี้ผมรู้อยู่แล้ว แถมยังเคยฟันลูกสาวมิ้งแล้วด้วย ดังนั้นไม่สนใจข่าวสารนี้เท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์ผมเริ่มจะเดาออกว่าเชอรี่ไม่ถูกกับมิ้งจริง ๆ และเธอกำลังพยายามให้ข่าวสารด้านลบ

   "จริงเหรอ? แต่ก็ไม่แปลกนี่นา สวยหวานเซ็กส์ซี่ขนาดนี้ถ้ายังไม่เคยแต่งงานนี่ซิแปลก"

   ผมแกล้งทำเสียงเหมือนไม่รู้มาก่อนเพื่อหยั่งเชิงดูว่าเชอรี่อยากบอกอะไรอีก

   "เชอรี่ก็แค่อยากบอกว่า พี่มิ้งน่ะไม่ใช่สาว ๆ แล้ว แถมยังมีข่าวคาวในบริษัทไม่ใช่น้อย เชอรี่กลัวว่าพี่มิ้งจะมาหลอกพี่กายเหมือนที่เคยหลอกผู้ชายคนอื่น"

   "ข่าวคาวงั้นเหรอ?"

   "ค่ะ ... พี่กายอย่าบอกนะว่ารู้มาจากหนู ในบริษัทน่ะลือกันให้แซ่ด ว่าพี่มิ้งน่ะได้เป็นผู้จัดการเพราะเป็นเมียน้อยให้บอสใหญ่ที่นั่น แถมเธอยังอ่อยเหยื่อให้พวกระดับผู้จัดการที่นั่นอีกเกือบสิบคน มีคนบอกว่าพี่มิ้งเคยโดนพวกพนักงานผู้ชายเป็นสิบคนรุมเอาพร้อมกันในห้องประชุมด้วยนะคะ เห็นสวย ๆ หวาน ๆ แบบนี้ ประสบการณ์เพียบเชียวล่ะค่ะ"

   เชอรี่โน้มหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของผม เธอตั้งใจเป่าลมใส่จนผมขนลุก แล้วก็กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะน่าเชื่อถือ และผมก็คงจะเชื่อเธอไปแล้ว หากว่าผมยังไม่เคยฟันมิ้ง และได้รู้ว่าของมิ้งยังฟิตเหมือนไม่ค่อยได้ใช้งาน แถมยังอ่อนประสบการณ์ไม่รู้เรื่องลีลารักเลยแม้แต่นิดเดียว
 
   "แค่ข่าวลือล่ะมั้ง มิ้งเค้าดูเรียบร้อยเป็นกุลสตรีดีออก ไม่น่าจะถึงขนาดนั้น"

   ผมแกล้งขยับหน้าเข้าไปหาเชอรี่นิดหน่อย จนแก้มชนกับปากของเธอ แล้วแสร้งทำเป็นน้ำเสียงลังเลเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ตั้งใจจะรอฟังต่อว่าเชอรี่จะใส่ความอะไรมิ้งอีก

   "พี่กายอ่ะ ฉวยโอกาสเอาเปรียบหนูอีกแล้ว"

   เชอรี่ส่งเสียงกระซิบประท้วงออกมาเบา ๆ ฟังดูน่ารักน่าใคร่ ตอนนี้จมูกของเธอเบียดอยู่กับแก้มของผม แต่เธอไม่ได้ขยับถอยหนีปล่อยค้างเอาไว้แบบนั้นเหมือนตั้งใจจะยั่วผมเต็มที่

   "เอาเปรียบคนสวยนิดหน่อยไม่ได้เหรอ? เอ้าไหนเล่าเรื่องมิ้งให้ฟังหน่อย"

   "พี่มิ้งน่ะสวยอยู่หรอก แต่นิสัยไม่ไหวเลยค่ะ ทำตัวเหมือนเป็นพวกสาวไฮโซดูหยิ่ง ๆ ไม่น่าคบ น่าจะแกล้งทำไว้ยั่วผู้ชายเพื่อหลอกเงินมากกว่า หนูนะเบื่อมาก ๆ พวกผู้ชายเอาแต่สนใจเข้าข้างพี่มิ้ง แต่ก็นะคงได้เสียกันทั้งบริษัทแล้ว ก็เลยปกป้องกันเหมือนผัวเหมือนเมีย"

   ผมฟังพลางพยักหน้าส่งเสียงอืม ส่วนเชอรี่ก็พูดต่อไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ผมพอจะจับใจความได้แล้วว่าทำไมเชอรี่ถึงไม่ค่อยเป็นมิตรกับมิ้ง ยิ่งลองนึกถึงคำพูดของสาวพริตตี้ที่เคยนินทามิ้งให้ฟังผมก็ยิ่งสรุปได้ชัดขึ้น

   เรื่องนิสัยยั่วผู้ชายมั่วเซ็กส์นี่ตัดทิ้งได้เลย เป็นข่าวลือหลอกลวงทั้งนั้น แต่ที่น่าจะจริงก็คือมิ้งได้รับความสนใจจากหนุ่ม ๆ จริง ๆ เพราะเธอทั้งสวยเซ็กส์ซี่เป็นกุลสตรีดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว พอเป็นแบบนี้ พวกผู้หญิงก็เลยกลายเป็นไม่พอใจกันขึ้นมา

   ส่วนสาวมั่นอย่างเชอรี่นั้นผมเดาจากที่เธอพูดได้ว่า เธอคงไปทำงานด้วยความมั่นใจเต็มที่ว่าจะมีหนุ่ม ๆ สนใจ แต่เธอโดนมิ้งแย่งความสนใจจากผู้ชายไปได้เยอะกว่า ก็เลยสะสมเป็นความไม่พอใจแล้วมองมิ้งเป็นศัตรูตามแบบฉบับของพวกผู้หญิง

   "ขอบใจมากนะที่บอกเรื่องมิ้ง พี่จะได้ระวังตัวได้ ... ว่าแต่เชอรี่ล่ะ คบกับเสี่ยอ้วนมานานหรือยัง?"

   "จะเรียกว่าคบก็คงไม่ถูกค่ะ ... ต้องบอกว่าเสี่ยอ้วนตามจีบหนูมาได้สองสามเดือนแล้ว"

   "แค่ตามจีบเหรอ?"

   ผมถามด้วยความประหลาดใจ เพราะเข้าใจว่าเชอรี่น่าจะเป็นแนวสาวไซด์ไลน์ เป็นเด็กของเสี่ยอ้วน แต่ผมก็ยังไม่เชื่อที่เชอรี่พูดเท่าไหร่ เพราะอย่างเสี่ยอ้วนไม่มีทางปล่อยให้เชอรี่รอดมือมาได้แน่ ๆ

   "ก็แค่นั้นล่ะค่ะ หนูกับเสี่ยอ้วนยังไม่มีอะไรกัน เสี่ยเค้าก็แค่ตามจีบซื้อโน่นให้ ซื้อนี่ให้ อยากมีอะไรกับหนูจะแย่ แต่หนูยังเอาตัวรอดได้"

   "อืมม ไม่น่าเชื่อ ... เชอรี่ครับ บอกไว้ก่อนนะ พี่ไม่ชอบคนโกหก เสี่ยอ้วนไม่ใช่พวกที่จะยอมขาดทุนอย่างเดียวแน่ ๆ แล้วเรื่องนี้พี่ก็ไปถามเสี่ยได้ ถ้าเชอรี่พูดโกหกเราก็ไม่ต้องคุยกันแล้ว"

   ผมตีหน้าเย็นชาขึ้นเสียงน้อย ๆ จนเชอรี่หน้าเสียมองผมเหมือนคิดประเมินใหม่ เธออ้ำอึ้งไปพักนึง แล้วเริ่มใช้มารยาอีกครั้ง คราวนี้เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากงับโดนใบหูของผม แล้วส่งเสียงออดอ้อนไปพร้อมกับ เบียดแขนมาเสียดสีกับแขนของผมเบา ๆ

   "เชอรี่ไม่ได้โกหกนะคะ เราไม่ได้มีอะไรกัน ที่มากสุดหนูก็แค่ใช้ปากทำให้เสี่ยไปแค่สองครั้งเอง ปากที่กำลังงับหูให้พี่กายอยู่เนี่ยแหละ"

   "แล้วมีอะไรอีก?"

   "ก็มีใช้มือทำให้อีกหลายครั้ง แล้วก็มีโดนจูบ โดนล้วงอะไรบ้างนิดหน่อยค่ะ แต่ก็แค่ข้างนอกทั้งนั้น"

   "แล้วคืนนี้ล่ะ มาเที่ยวกันดึกขนาดนี้ จะโดนเสี่ยทำอะไรอีก?"

   "ไม่โดนหรอกค่ะ เพราะอีกเดี๋ยวแม่หนูจะโทรมาบอกให้กลับบ้านแล้ว"

   "แม่เหรอ? ไม่ใช่มั้ง"

   "คิก คิก จริง ๆ ก็เพื่อนนั่นแหล่ะค่ะ หนูนัดเวลาไว้ให้โทรมา จะได้มีข้ออ้างกลับได้"

   เชอรี่หัวเราะคิกคักเหมือนสนุกที่ผมรู้ทัน แล้วเธอก็เฉลยให้ผมรู้อย่างที่ผมสงสัย นี่เป็นไม้ตายปกติของพวกสาว ๆ ที่อยากหาข้ออ้างกลับบ้าน ไม่ให้โดนเสี่ยฟัน หรือแปลได้ว่าอยากหลอกเอาเงินเฉย ๆ แนวนั้น

   "ร้ายกาจนะ ทำแบบนี้มากี่คนแล้ว?"

   "สามคนเองค่ะ ก็หนูต้องหาเงินค่าเทอมนี่นา แถมยังเจอแต่พวกเสี่ยแก่ ๆ ไม่ค่อยถูกใจ เรื่องอะไรหนูต้องยอมโดนด้วยล่ะ ... พูดตรง ๆ นะคะ เรื่องนี้มันก็เหมือนซื้อขายของ พวกเค้าหวังใช้เงินมาจีบหนู แต่ทำให้หนูใจอ่อนไม่ได้เองต่างหาก"

   "จะบอกว่าเชอรี่ยังซิงอยู่งั้นเหรอ?"

   "พี่ก็ ... ถามตรงไปมั้ยคะ?"

   "เอ้า ก็พี่ชอบคุยกันตรง ๆ ซิงก็ซิง ไม่ซิงก็ไม่ซิง สมัยนี้สาวไม่ซิงไม่เห็นแปลก"

   "... ไม่ค่ะ ... หนูเคยโดนคนมอมเหล้าแล้วโดนปล้ำตอนมัธยมปลาย"

   "แล้วยังไงต่อ?"

   "ก็ไม่ยังไงหรอกค่ะ วันนั้นหนูเจ็บมาก ขยาดเรื่องเซ็กส์ไปเลย เค้าทำ ๆ จนเสร็จ ออกไปแล้วก็ทิ้งเงินไว้ให้"

   "อืม พูดตรงดี แบบนี้ชอบ ... ฝ่ายนึงอยากฟัน ส่วนอีกฝ่ายก็อยากได้เงินซินะ แล้วมาบอกพี่ทำไม ไม่กลัวพี่บอกเสี่ยเค้าเหรอ?"

   "แหม หนูว่าพี่ไม่ใจร้ายแบบนั้นหรอก แต่ถ้าพูดกันตรง ๆ หนูก็จะบอกว่าตอนนี้หนูสนใจอยากคบกับพี่มากกว่า"

   "อยากคบหรืออยากลงทุน พูดให้ชัดนะ ถ้าอยากคบก็ไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยว เหมือนที่พี่คบกับมิ้ง แต่ถ้าอยากลงทุนก็จะได้เงินสมน้ำสมเนื้อมากกว่าเสี่ยอ้วนแน่ ๆ"

   เธอทำเสียงหวานฉ่ำฉอเลาะน่าฟัง นี่ถ้าเป็นคนพวกมือใหม่ไก่อ่อนคงหลง คิดว่าเธอแอบรักเข้าแล้ว แต่ผมผ่านมาเยอะ มองตาเธอแวบเดียวก็รู้ เธอไม่ได้มองผมด้วยความรักเหมือนที่มิ้งกับน้องผิงหรือเมียผมมอง แต่เป็นแววตาที่อยากได้เงินเสียมากกว่า

   เชอรี่นิ่งไปวูบหนึ่งเหมือนโดนแทงใจดำ เธอแสดงท่าทีลังเลสับสน เหมือนไม่แน่ใจว่าจะใช้แผนไหนอ้อนผมต่อ สุดท้ายเธอก็นิ่งไปแล้วเปลี่ยนสีหน้าเปลี่ยนแผน

   "สองอย่างค่ะ ... หนูเรียนพวกการเงิน หนูมองหาผู้ชายที่หาเงินเก่ง คนที่สอนหนูได้ หนูอยากรวย หนูอยากมีเงิน ถ้าได้คบผู้ชายมีเงิน หนูก็อยากลงทุน"

   "พูดแบบนี้ซิ ตรงดี ... เอาล่ะ เหลือสองคำถาม ทำไมหนูอยากลงทุนกับพี่ และทำไมคิดว่าพี่อยากลงทุนกับหนู"

   "... หนูอยากลงทุนกับพี่ เพราะหนูอยากเก่งเรื่องการเงินการลงทุน แล้วหนูก็ได้ยินเสี่ยอ้วนพูดถึงพี่ ก็เลยแอบหาชื่อพี่ในเนต แล้วหนูก็เจอว่าพี่เป็นนักลงทุนมีชื่อ แล้วพี่ก็เป็นคนรวยมีเงิน รู้จักเทคแคร์ผู้หญิง เห็นพี่มิ้งถือดอกไม้ไว้ก็รู้แล้วว่าพี่เทคแคร์ผู้หญิงเก่ง ... อีกอย่าง พี่ยังหนุ่มกว่าแข็งแรงกว่าพวกเสี่ยอ้วนลงพุง"

   "อ้อ ที่กดโทรศัพท์มือถือยิก ๆ นั่นคือแอบหาข้อมูลเหรอ นึกว่าแชทกับแฟนซะอีก อืม เอาเป็นว่าข้อนี้ผ่าน แล้วคำถามอีกข้อล่ะ ทำไมคิดว่าพี่อยากลงทุนกับเชอรี่?"

   "คิก คิก หนูไม่มีแฟนซะหน่อย เห็นแบบนี้หนูเสปคสูงนะจะบอกให้ ไม่หล่อไม่รวยอย่าหวังมาแตะเนื้อต้องตัว ... ถ้าพูดกันเรื่องทฤษฏีการลงทุน พี่น่าจะรู้ดีว่าควรลงทุนในธุรกิจที่เก็บเกี่ยวได้นานกว่า ... หนูเพิ่งสิบแปด ยังสาวยังสวย เก็บเกี่ยวได้อีกนาน ไม่เหมือนพี่มิ้งที่แต่งงานแล้วมีลูกแล้ว คงเก็บเกี่ยวได้อีกไม่กี่ปี"

   เชอรี่โน้มหน้ามากระซิบข้างหูผมอีกครั้ง คราวนี้เธอรุกหนักกว่าเดิมด้วยการแอ่นนมเนื้อแน่นเบียดกับไหล่ของผมแล้วบดใส่ ไอ้หนูของผมก็เลยเริ่มพองตัวขึ้นมาทันที แม่สาวเชอรี่คนนี้ลีลาร้อนแรงดีทีเดียว

   "ข้อนี้เห็นด้วย แล้วยังไงอีก"

   "อีกอย่างคือ การลงทุนไม่ควรลงทุนสูงกับธุรกิจที่เริ่มเสื่อม เพราะจะทำกำไรไม่คุ้มค่า พี่มิ้งอายุเริ่มเยอะแล้ว ผ่านงานมาเยอะ อะไร ๆ ก็คงไม่ฟิตไม่แน่น ผิดกับของหนูที่เพิ่งผ่านมาแค่สามครั้ง แถมยังฝึกขมิบทุกวันด้วย รับรองว่าฟิตแน่นรัดของพี่แบบใส่แล้วไม่อยากเอาออกแน่ ๆ อืมมมม"

   เชอรี่โฆษณาตัวเองเสียยกใหญ่ แถมด้วยการโอบแขนกอดแล้วจูบแยงลิ้นเลียฉกระรัวใส่ใบหูของผมจนขนลุกซู่ ลีลารักของเชอรี่ร้ายเกินวัยจริง ๆ แต่ยังดีที่อ่อนกว่าน้องแอนเมียผมนิดหน่อย ผมก็เลยยังพอคุมสติไหว

   "โฆษณาสินค้าเกินจริงหรือเปล่า? แล้วจูบเก่ง ๆ นี่ฝึกมายังไง?"

   "เรื่องจูบก็หาอ่านในเนตเอาซิคะ มีคนบอกให้ลองจูบกับมือตัวเองดู แบบนี้ค่ะ"

   เชอรี่ยิ้มหัวเราะคิกคัก แล้วเธอก็จับมือของผมยกขึ้นไปจูบที่บริเวณหัวแม่โป้ง ริมฝีปากสีชมพูสดอ้างับสลับกับแลบลิ้นเลียฉกใส่จนผมสยิว แค่นี้ผมก็อดนึกภาพตามไม่ได้ ว่าหากเธอใช้ปากดูดให้คงจะเสียวสยิวไม่แพ้กับที่น้องแอนทำให้สักเท่าไหร่

   "ส่วนเรื่องโฆษณาสินค้าเกินจริงหรือเปล่า ... หนูจะให้พี่ตรวจสภาพสินค้าด้วยตัวเองสักนิดหน่อยก็ได้ค่ะ หนูรับรองว่าถ้าได้ตรวจแล้วพี่คงอยากให้พี่มิ้งกลับบ้าน แล้วขึ้นเตียงกับหนูแทนมากกว่า คิก คิก"

   แม่เสือสาวมองผมตาวิบวับเหมือนถูกอกถูกใจที่ผมแสดงสีหน้าเคลิบเคลิ้มไปกับจูบของเธอ แล้วเธอก็โฆษณาขายสินค้าหนักกว่าเดิม ด้วยการจับมือของผมไปวางลงบนขาอ่อน แล้วแยกสองขาออกจากกันจนเห็นกางเกงในลายลูกไม้สีดำเซ็กซี่

   เจอเปิดทางกันขนาดนี้หากผมยังไม่ลุยก็คงโง่เต็มทน ผมรีบทำเวลาลูบขาเนียน ๆ ของเชอรี่นิดหน่อย แล้วก็ฉกวูบลอดกระโปรงเข้าไปตะปบที่โคกของเชอรี่จนเธอสะดุ้งโหยงสูดปากร้องซี้ดซ้าดกอดผมแน่น

   เธอแสดงฝีมือไปแล้ว ผมก็เลยคิดแสดงฝีมือบ้าง มือมารของผมขยับคลึงวูบวาบกดบี้ใส่ติ่งแตดกระตุ้นอารมณ์จนเธอตัวกระตุกเฮือกติด ๆ กัน เธอโดนผมรุกจนหลับตาปี๋กอดจูบไซร้ซอกคอผมแล้วหอบคราง เธอคงคาดไม่ถึงว่าลีลาผมจะร้ายกาจขนาดนี้ หรือไม่ก็คงไม่เคยเจอใครกระตุ้นเธอได้แรงแบบนี้มาก่อน

   "ซี้ดดดสสส พี่กาย ... โอยยย ... พี่กาย ... ซี้ดดดสสส ... อ๋อยยยย ... เสียว ... ซี้ดดดสส"

   เธอครางเสียงดังขึ้น ส่วนผมก็แอบแบ่งสมาธิมองไปทางห้องน้ำซึ่งอยู่อีกฟากเป็นระยะ กะว่าถ้าเห็นมิ้งหรือเสี่ยอ้วนออกมาเมื่อไหร่ ก็จะรีบหยุดมือทันที แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นใครก็เลยเริ่มทดสอบสินค้ามากขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น

   "ยกก้นขึ้นหน่อยซิจ๊ะ"

   ผมกระซิบบอกเชอรี่แล้วขยับมือนิดหน่อยพยายามเกี่ยวกางเกงในของเธอออก เธอมีท่าทีอิดออดเล็กน้อยในคราวแรก แต่พอโดนผมบี้ ๆ ใส่ติ่งแตดหนักเข้า สะโพกของเธอก็ยกขึ้นนิดหน่อย เปิดทางให้ผมรูดเอากางเกงในสีดำของเธอหลุดออกมาทางปลายเท้า

   ผมรีบทำเวลาด้วยการงอนิ้วสอดแยงเข้าไปในรูเสียวของเชอรี่ เธอถึงกับผวากระตุกร้องวี้ดออกมา ยังดีที่ในเลาจ์มีเสียงเพลงดังพอสมควรคนอื่นจึงไม่ตกใจกัน

   ตอนนี้ผมรู้แล้วสินค้าของเชอรี่นับได้ว่าเป็นสินค้าเกรดดี สภาพยังเหมือนใหม่เอี่ยม รูฟิตแน่นเหมือนเคยผ่านงานมาแค่ไม่กี่ครั้ง ถ้าให้เทียบก็คงพอ ๆ กับของมิ้งแต่สดใหม่กว่าเล็กน้อย แต่ว่ายังฟิตสู้ของน้องผิงคนสวยขวัญใจผมไม่ได้เพราะรายนั้นทั้งเด็กกว่า สวยกว่า และยังไม่เคยผ่านงาน

   ที่น่าสนใจก็คือเชอรี่ฝึกขมิบมาดีพอสมควร ถึงจะยังไม่เก่งเท่าน้องแอนเมียผม แต่ก็ถือว่าใช้ได้สำหรับอายุแค่นี้ เรียกว่าถ้าพวกไก่อ่อนได้เย็ดเธอสักที คงจะหลงกับแรงตอดแรงขมิบของเชอรี่กันหัวปักหัวปำแน่ ๆ เพียงแต่ว่าผมเคยผ่านของดีกว่านี้มาแล้วก็เลยยังไม่ถึงขั้นนั้น

   ผมมองไปทางห้องน้ำอีกครั้ง แล้วรีบเร่งฝีมือ ซอยนิ้วเสียดสีใส่ร่องรูติ่งแตดของเธอด้วยลีลาทั้งหมดที่มี ส่วนด้านบนก็โอบเชอรี่มาจูบปากแล้วขยำนมอวบ ๆ ของเธอจากด้านนอกเสื้อนักศึกษาไปพลาง
 
   มองจากภายนอกเชอรี่น่าจะเป็นพวกสาวร้อนร่านสวาทประสบการณ์สูง แต่พอผมได้ลิ้มลองก็บอกได้เลยว่าเธอน่ะไก่อ่อนมาก ๆ โดนผมปล่อยของหน่อยก็ได้แต่เป็นฝ่ายรับเปิดฉากรุกกลับไม่ได้สักท่า

   "พี่ ... พี่ ... โอยยย ... ซี้ดดสสส ... อย่าหยุด ... อย่าหยุด ... อีกนิดเดียว ... อีกนิดเดียว ... อะ อ๊ายยยย"

   ปฏิกิริยาของเชอรี่นี่ไก่อ่อนชัด ๆ โดนผมกระตุ้นได้ไม่ถึงสองนาทีก็กอดผมแน่น ตัวกระตุก หุบขาหนีบมือผมแน่น ถึงจุดสุดยอดคามือของผมไปแล้ว

   เห็นแบบนี้ผมก็อยากจะแกล้งกระตุ้นอารมณ์เธอต่ออีกสักหน่อย แต่พอดีเหลือบไปเห็นเงามืดของใครบางคนเดินออกมาจากห้องน้ำแวบ ๆ ผมก็รีบผละออกจากเชอรี่ กระซิบบอกอะไรบางอย่างกับเธอ ส่งนามบัตรของผมให้ แล้วจัดให้เธอนั่งเรียบร้อยตัวอ่อนระทวยพิงอยู่บนโซฟา ส่วนกางเกงในของเธอน่ะผมถือวิสาสะยึดใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้แล้ว

   ผมนั่งยิ้มยกไวน์ขึ้นมากระดกพรวดหมดแก้ว แล้วผมก็คาดไม่ผิด สักพักมิ้งก็เดินกลับมา โดยมีเสี่ยอ้วนคอยเดินตามทำท่าเหมือนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของสาวสวยท่าทางไฮโซอย่างมิ้ง

   "อ้าว เชอรี่เมาแล้วเหรอ?"

   เสี่ยอ้วนเหลือบหันไปดูเชอรี่แล้วทำสายตาแปลกใจ ตอนนี้เชอรี่นอนระทดระทวยหน้าแดงก่ำตาหวานเยิ้มท่าทางเหมือนคนเมาพอสมควร เสี่ยอ้วนคงคาดไม่ถึงว่าเชอรี่จะโดนผมลวนลามจนเสร็จคามือไปหมาด ๆ

   เชอรี่ไม่ได้พูดตอบ เธอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วมองมาทางผมตาหวานฉ่ำจนผมสะดุ้งเล็ก ๆ กลัวว่าเสี่ยจะเห็นแล้วเดาบางอย่างออก แต่ยังดีที่เสี่ยไม่ได้มองเชอรี่เท่าไหร่ เอาแต่หันไปเอาใจมิ้ง

   ผู้หญิงมักจะสังเกตรายละเอียดได้ดีกว่า เสี่ยอ้วนมองไม่เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่ามิ้งจะมองไม่เห็นด้วย มิ้งขมวดคิ้วมองเชอรี่สลับกับมองผม เหมือนพยายามจะค้นหาอะไรหลักฐานอะไรบางอย่าง ดูเธอจะสงสัยแต่ยังไม่แน่ใจ

   "เสี่ยครับ เดี๋ยวผมกับมิ้งขอตัวไปคุยธุระกันสองต่อสองหน่อยนะครับ"

   ผมกลัวว่าจะมีเรื่องมีราวกัน เลยรีบพูดปิดฉากทันทีที่เสี่ยอ้วนนั่งลงบนโซฟา เสี่ยก็หน้าเสียไปพักหนึ่งเหมือนไม่อยากแยกกับมิ้ง ส่วนมิ้งที่กำลังหน้าบึ้งไม่พอใจก็เริ่มยิ้มออกมาน้อย ๆ เหมือนดีใจที่จะได้แยกกับเสี่ยจอมตื๊อเสียที

   เสี่ยอ้วนพยายามหาเรื่องดึงผมกับมิ้งไว้ตามคาด แต่เหตุผลก็ไม่มีน้ำหนักพอจะรั้งผมไว้ แล้วตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของเชอรี่ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมารับแบบหมดเรี่ยวหมดแรง แล้วพูดสนทนาเหมือนโดนแม่ดุเรื่องเที่ยวกลางคืน ถ้าคนนอกฟังเผิน ๆ จะเข้าใจว่าแม่ของเธอโกรธ ให้เธอรีบกลับทันที แต่ผมแอบยิ้มเพราะรู้แล้วว่านั่นมันการแสดงละครของเชอรี่ที่เตรียมไว้กับเพื่อนของเธอทั้งนั้น

   เชอรี่รีบแยกตัวออกไปก่อน ผมนึกว่าเสี่ยอ้วนจะไปส่งเชอรี่จนผมเสียแผน แต่ว่าเสี่ยอ้วนแค่หยิบเงินให้เชอรี่ปึกหนึ่ง แล้วหันมาอ้อนมิ้งต่อ เชอรี่จึงได้ออกไปคนเดียว

   ผมคุยกับเสี่ยอ้วนอีกพักหนึ่งเพื่อถ่วงเวลา กว่าเสี่ยจะยอมให้พวกผมไป ผมก็ต้องเปิดทางเล็ก ๆ ว่าจะนัดให้เสี่ยได้คุยธุระกิจโดยมีมิ้งมาฟังด้วยสักครั้ง เสี่ยถึงยอมให้ผมโอบเอวพามิ้งไปขึ้นห้อง

   ระหว่างขึ้นลิฟต์ผมก็คว้ามิ้งมากอดจูบจนเธอตัวอ่อนระทวยหน้าแดง ตอนนั้นโทรศัพท์มือถือของผมก็มีข้อความส่งเข้ามาบอกว่า

   ‘รออยู่ห้อง 734 รีบมานะคะ จุ๊บ จุ๊บ / เชอรี่’

..............................................

( เพิ่มเติมเนื้อหา 1/8/2559 )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2016, 06:15:57 pm โดย areja »

*

ออฟไลน์ areja

  • Global Moderator
  • *****
  • 11657
  • 21886
  • เจ้เตือนแล้วนร้าว่า อย่าสดๆ
    • ดูรายละเอียด
Re: น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2016, 06:15:06 pm »
เดี๋ยวแว่น เพิ่มเติมเนื้อหาตามสมาชิกแจงให้นร้า..ช้านิด พอดีช่วงนี้สุขภาพไม่แข็งแรงและงานยุ่ง
หลานก็ย้ายที่เรียนด้วย เลยค่อยๆลำเรียงแก้เรื่อยๆ ใครแจ้งก่อนก็จัดแก้ให้ก่อน..



            ขอฝากกฏหน่อย ยังมีพวกไม่อ่าน กฏ ก่อนรีพลาย

การตอบ รีพลายอย่าง พอเหมาะพอควรถ้าเจ้าของกระทู้แจ้งมา จะพิจารณา เป็นรายกรณี

ถ้าตอบ เช่น zzzzddd xxxx2222 อิอิ,ลุ้นๆ,555, ดีดี,ดี, ต่อ,ติดตาม,ty,thx,thx kub(Thx ขี้หมาThanx พิมพ์ไม่ถูก
ห้ามใช้ทุกกระดานที่ฉันดูแล
),ใจจร้า,ใจครับ,แจ่ม,เยี่ยม,สนุกดี,สุดยอด,อ่านต่อ,Good (เฉยๆ)
emo  ::Crying:: เปล่าๆ
อาจเตือนเห็นอีก ถ้าเตือนไปแล้ว ผิดซ้ำซากก็จะแบนเหมือนกัน รีพลายตอบซั่วๆ ตอบแล้ว mod ไม่เข้าใจ จะโดนแบนทันที
มักง่ายต่างๆ จะแบนครั้งแรก 3 เดือน คราต่อไปแบนยาวขึ้น แล้วจะหายเมื่อไม่ปรับปรุง

พวก ก๊อปตอบ รัวๆรวดเดียวเป็น 10 กระทู้ โพสต์ละ 1 นาทีนะเจอจะ แบน ถ้ามักง่ายเช่นนี้  ถือว่าไม่ให้เกียรติ
คนแบ่งปัน/คนลงงาน..ยังไม่อ่านมักง่าย ก๊อปตอบ เปิดรัวๆ ประโยคเดียวเป็น 10 มันควรหรือ?และห้ามใช้
ข้อความจากระบบตอบรีพลายเด็ดขาด มักง่ายประเภทเดียวกับก๊อปตอบ (อนุโลมใช้ได้ เฉพาะตอนให้คะแนนเท่านั้น)

แบน 90 วัน ครั้งต่อแบนเพิ่มขึ้นอีก และ หายจากบอร์ด


          และ ตอบซ้ำมาหลาย ดอกใน กระทู้เดียวกัน นะอาจโดนพักใช้ได้เหมือนกัน เมื่อ คุณได้โพสต์แล้ว
 มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากปั้มกระทู้ ระวังหน่อย โดนลบบ่อยๆ จะแบนนะรู้ไหม?
,


            ผลงานที่ สมาชิก อุตสาห์ นำมาลง ไม่ว่าจะเขียนเอง หรือขอมาลงล้วนได้มาด้วยการสละเวลา
            ถ้าจะตอบมามักง่ายอย่างนั้น..ก็ อย่าใช้ห้องนี้ เสพผลงานเลยไปหาเสพที่ใดแล้ว รีพลายตอบ
            อย่างนั้นได้ ก็ไป..มา เปรี้ยว มา เกรียน ลอง  สด ,เก๋า อย่าเลย จะเสียน้ำใจเสียความรู้สึกเปล่าๆ
            เพราะถึงคุณมี 100 ยูส 1000 ชื่อ ถ้ารีพลายผิดกฏ-กติกากระดานนี้ ฉัน ก็จะแบนหมด

...................................................................

ถ้าถูกแปะเตือนที่ กระทู้คุณและส่งไปที่ pm คุณ จงรีบปรับปรุงรีพลายซะ ขอบคุง ขอบหี ขอบควย ขอบหมา ขอบแมว
ขอบคุน
เตือนนะอย่าลองของ ใครโดนเตือนไปให้ปรับปรุงการรีพลายเจอ ครั้ง 2 จะลบทุกกระทู้ที่ตอบ และพบอีกรอบ
 แบน 3 เดือนเหมือนโทษ ป้วนเกรียนอื่นๆ....

คำขอบคุณยังเขียนไม่ถูกความหมายจะถูกไหม? ที่ต้องมาเข้มงวดเรื่องนี้ เพราะชักเยอะพวกมักง่าย เยอะ
ไรต์ คนลงงาน ก็ติมาด้วย..เครนะ ขอกันดีๆ จะไม่โดนลบของเก่าทิ้ง แต่ยังรีพลายอีก ถ้าเตือน เตรียมหาที่อ่านใหม่เลย..
แว่น ยกตัวอย่างคำ ขอบคุณเขียนไม่ถูกชัดไหม?

ใคร ขอบคุณ รีพลาย เขียนไม่ถูกต้องแบนแล้วนะ ให้โอกาสเตือน 1 ครั้ง ..เดือนที่ผ่านมาแปะบอกล่วงหน้าเพื่อปรับตัวกันมาพอล่ะ..
มันเป็นคำขอของ ไรต์ และ คนลงงาน เรื่องความมักง่าย เพราะ ขอบคุณ เฉยๆก็ดูเอียนจริงๆ แต่ก็เป็นคำสากลในการตอบแทนน้ำใจ
ฉะนั้น ขอเถอะเขียนให้ถูก เมื่อต้องปรับเปลี่ยนก็ต้องคล้อยตามกัน กฏไม่ได้ใช้กับใคร? เพียงคนเดียว และไม่ยากเกินไปเนอะ
คิดว่าสร้างมาตรฐาน กันใหม่อีกสิ่ง ถ้ายากก็ไม่ต้องเข้ามาใช้ กระดานนี้ เพราะ ฉัน แบนแน่.. 

อ๋อ thx ขี้หมานี้หรือ เขียนไม่ครบ thank กระดาน แว่น ดูแลอย่าให้เห็นนะ แบน ย้ำซะขนาดนี้พิมพ์มาอีกถือว่าลอง

กฏที่ว่างนี่ไม่ได้เขียนเอาฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉัน แบนจริง
หรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆ จะเสียความรู้สึก ด้วย รีพลาย คุณเองเลย เขียน ขอบคุณ ให้ถูก
ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือแล้ว
ไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไป..




*

ออฟไลน์ hermit

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 110
    • ดูรายละเอียด
Re: น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 16, 2017, 03:34:12 pm »
จัดไปกาย คืนนี้ขอสอง

*

ออฟไลน์ powerwon

  • Full Member
  • **
  • 77
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2018, 06:12:58 pm »
หลายเด้งเลย

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3041
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: น้องผิง ตอนที่ 5 - การลงทุน
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2020, 12:25:09 pm »
สาวน้อยเชอรรี่ ร้อนแรงและดุดันมากทีเดียว เสนอขายก่อนที่คนซื้อจะต้องการซื้ออีก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ