สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4

สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4

  • 2 ตอบ
  • 3870 อ่าน
*

ออฟไลน์ saradio

  • Full Member
  • **
  • 98
  • 4864
    • ดูรายละเอียด
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4
« เมื่อ: มิถุนายน 16, 2015, 07:20:05 PM »
            ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่แนวต้นไม้ข้างทางดูหนาตา เต็มไปด้วยต้นเหม่ยออกดอกบานสะพรั่งมองไปเบื้องหน้ากลับพบตึกสูงตระหง่าน 7 ชั้น ที่รอบๆ ยังมีตึกน้อยตึกรายล้อมที่แห่งนี้ก็คือหมู่ตึกทรงธรรม ที่ถูกปกครองโดยจอหงวนบู้ลิ้ม นาม อุ้ยเหวินจง ซึ่งเป็นจอมยุทธมากฝีมือและมีปณิธานแน่วแน่ในการคิดจัดระเบียบยุทธภพ จึงได้ก่อตั้งหมู่ตึกทรงธรรมขึ้น

            ยามนั้นรถม้าค้นหนึ่งโลดแล่นผ่านถนนมุ่งตรงไปยังหมู่ตึกผู้บังคับรถม้าก็คือเซียวลี้ปังตอ มันกำลังเดินทางกลับสู่หมู่ตึกทรงธรรม นำพาตัวนางมารลมบ้าหมูหยี่ซือเหนียง กลับมารับโทษ
            รถม้าวิ่งผ่านกำแพงขอบอนาเขตด้านหน้าจากนั้นไปจอดตรงลานกว้างหน้าตึก เซียวลี้ปังตอกระโดนลงจากรถม้า ไปเปิดเก๋งโดยสารลากตัวหยี่ซื่อเหนียงที่ถูกมัดไว้ลงมา จากนั้นก็หอบขึ้นพาดไหล่เดินขึ้นตัวตึกไป

            ณ. กลางห้องโถงหมู่ตึกทรงธรรม หยี่ซื่อเหนียงถูกมัดนอนรอคำพิพากษาจากจอหงวนบู้ลิ้ม ไม่นานก็มีเสียงร้องเปิดศาลบรรดาลิ่วล้อที่ยืนเรียงแถวทั้ง2ฝั่ง ก็ทำเสียง อูยยยยยยยย เสียวววววววเว้ยยยยยยยยย ลากยาวเหมือนเปิดศาลไคฟง
            อุ้ยเหวินจง จอหงวนบู้ลิ้มก็ปรากฏกายขึ้นนั่งบัลลังก์พอสายตาเหลือบแลเห็น หยี่ซื่อเหนียง ที่ถูกมัดนอนกองกับพื้นก็ต้องอุทานดัง โอ้วว
            เนื่องเพราะหยี่ซื่อเหนียง ร่างกายถูกจับมัดรัดทุกสัดส่วนจนแทบจะมองเห็นจิตนาการถึงรูปร่างภายใต้เสื้อผ้าได้ลีลาการมัดเชือกของเซียวลี้ก็ช่างล่อแหลมเข้าข่ายอนาจาร มิทราบว่ามันจะมัดเชือกหลายทบรัดจนนมปลิ้นแถมยังรั้งสายเชือกผ่านหว่างขาหาสวรรค์วิมารอันใด
            อุ้ยเหวินจง กระแอมไอ เรียกสติสะตังก่อนคราหนึ่ง ครุ่นคิดถึงว่า ทำไมวันนี้เสียงเปิดศาลมันถึงได้ฟังดูชอบกลนักจากนั้นค่อยกล่าวเสียงดังว่า
            "หยี่ซื่อเหนียง เจ้าก่อกรรมทำเข็ญฆ่าหมูล้มตายเป็นเบือ ทำให้เนื้อหมูขาดตลาด เศรษฐกิจย่ำแย่ความผิดนี้เจ้ายอมรับหรือไม่"

          หยี่ซื่อเหนียง หาได้ตอบคำไม่ กลับเคลิ้มหน้าหลับตาพริ้มส่งเสียงลมหายใจ อือ อา ราวกับกำลังเคลิบเคลิ้มกับบางสิ่งบางอย่าง ทั้งยังส่งเสียงครางในลำคอ ดัง อืมส์ อืมส์ ตลอด
            อุ้ยเหวินจงเห็นนางไม่มีท่าทีสนใจการไต่สวนต้องบัลดาลโทสะ กล่าวว่า
            "บังอาจ เราถามเจ้ากลับไม่พูด หรือต้องรอให้โดนลงทัณฑ์ก่อน ถึงจะยอมปริปาก"

          หยี่ซื่อเหนียงกลับร้อง โอ้ววว ซีดดดส์ และซีดส์ปากเสียงดังพร้อมขยับตัวบิดไปมาภายใต้การรัดของเชือกนั้น
            อุ้ยเหวินจงเห็นแล้ว คิดว่าไม่ถูกต้องเกรงว่าเชือกของเซี่ยวลี้คงไปรัดรั้งถูกจุดกระตุ้นสวาทที่หว่างขานางเข้าให้แล้วจึงบอกให้เซี่ยวลี้รีบแก้มัดให้นาง เซียวลี้จึงขยับตัวเข้าไปจะคลายเชือกให้มิคาดว่า หยี่ซื่อเหนียงกลับทัดทาน ร้องว่า
            "อย่าเพิ่ง... มันจวนแล้วว"

          แล้วนางก็กรีดร้องดัง โอ้วว ซีดดดส์ อาห์ ต่อพร้อมกับขยับตัวบิดไปมาอย่างน่ารัญจวนท่ามกลางสายตาลิ่วล้อนับสิบคู่ที่ยืนถือกระบองลงทัณฑ์ จ้องมองอยู่ยามนั้นปลายกระบองลงทัณฑ์ที่พวกมันถือล้วนปักยันค้ำพื้นแต่กระบองประจำตัวพวกมันกลับตั้งเด่ สติสะตังดูราวไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาจ้องมองหยี่ซื่อเหนียง
            อุ้ยเหวินจงต้องกุมขมับอย่างปวดเศียรเวียนเกล้าพลันซัดพลังดรรชนีพุ่งใส่หยี่ซื่อเหนียงจนสลบ แล้วบอกให้เลิกศาล นำไปขังไว้ก่อน บรรดาลิ่วล้อก็บอกเลิกศาล พร้อมโฮ่ปิดศาล ดังว่าเงี่ยนนนนนนนนน จุง เบยยยยยยยยยยยย แล้วพากันแยกย้ายไปคาดว่า หอนางโลมคืนนี้คงเต็มจนไม่มีที่ว่าง
            เซี่ยวลี้ปังตอเมื่อเห็นว่าหมดหน้าทีแล้วก็คาราวะจะขออำลา แต่อุ้ยเหวินจงกลับกล่าวว่า
            "เจ้าอย่าเพิ่งไป เรายังมีคดีเร่งด่วนให้เจ้าไปทำ"

          เซียวลี้มีสีหน้าฉงน กล่าวถามว่า
            "คดีอันใด"

          อุ้ยเหวินจง จึงเล่าว่า
            "ที่เมือง หูหนัน มีชายเดี่ยวเหิมเกริมผู้หนึ่งมันถือดีว่ามีเพลงรักหักสวาทยอดเยี่ยม จึงไม่คำนึงถึงกฎการสรรค์สรรหมู่เที่ยวแอบติดต่อภรรยาผู้ออกรอบกับมันลับหลัง จนฝ่ายหญิงละทิ้งครอบครัวหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามมันไป ตอนนี้หลายครอบครัวที่เคยออกรอบกับมันล้วนบ้านแตกสาแหลกขาด ทิ้งลูกน้อยตาดำๆให้เป็นกำพร้า..เจ้าก็ไปเมืองหูหนันจับตัวมันมา"

            เซียวลี้มีสีหน้าไม่ใคร่พอใจ กล่าวว่า
            "เรื่องชายเดี่ยวเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เหตุใดต้องให้ข้าพเจ้าไป เพียงส่งมือดีไปสักสองสามคนก็ใช่ได้แล้ว"

          อุ้ยเหวินจง พลันกล่าวว่า
            "หากเป็นชายเดี่ยวธรรมดา เราคงไม่ใช้เจ้าไป แต่ชายเดี่ยวผู้นี้มันมีเพลงดาบยอดเยี่ยมหมัดเท้าว่องไว นามว่า ไถหอยกวง ฉายา ชายเดี่ยวหมื่นลี้"

           เซียวลี้เมื่อได้ฟังดังนั้นต้องอุทานดัง อ้า มีสีหน้าครุ่นคิดขึ้น ก่อนกล่าวว่า
            "หากมันแซ่ ไถหอย ย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้ หรือมันจะเป็นทายาทของ ดาบริบไรขนไถหอยเตียน"
          "มิผิด..งานนี้นับว่าลำบากเจ้าแล้วทางที่ดีพาปัวโกวเซาะไปกับเจ้าด้วย"
          "แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ใด"
          "คาดว่า ในหอนางโลมสักแห่งในเมืองนี้เจ้าก็ลองไปหาดูเถอะ"

          เซียวลี้พยักหน้ารับ แล้วขอตัวอำลา จากนั้นก็เที่ยวเซาะหาปัวโกวเซาะ ไปตามหอนางโลมซึ่งมีไม่กี่แห่ง และในที่สุดก็พบ แต่เซียวลี้กลับไม่ได้ไปเคาะห้องเรียกมันตรงๆกลับเลือกใช้วิธีแฝงตัวบนต้นไม้แอบดูทางหน้าต่าง
            ยามนั้นปัวโกวเซาะกำลังยัดเยียดกระบี่หัวทู่ เข้าออกร่องหว่างขาของนางโลม ด้วยท่าเบสิกอย่างมัวเมาโดยไม่ได้กระสาภยันตรายที่คืบคลานเข้ามาเซียวลี้ก็ดีดเท้าลอยตัวจากต้นไม้มาเกาะถึงขอบหน้าต่าง จากนั้นก็ดีดหนังยางเล้งเป้าไปที่ยังลูกอัณฑะที่กำลังกระเพื่อมเคลื่อนไหวจากการโหมโรงกระแทกของปัวโกวเซาะ

            เสียง เพี๊ยะ ดังคราหนึ่งพร้อมกับเสียง โอ้ยย ที่ร้องอย่างแตกตื่นตระหนกและจุกไข่ มันสะดุ้งโหย่งตัวลอยปล่อยกระบี่หัวทู่หลุดจากฝัก เอาสองมือกุมอัณฑะ กล่าวด่าอย่างเดือดดาลว่า
            "มารดามันเถอะ ผู้ใดบังอาจลอบประทุษร้ายไข่ข้า"

          เซียวลี้ก็ปล่อยหัวเราะลั่นอย่างขบขันนางโลมก็ตื่นตกใจรีบคว้าห่มมาคลุมกายเมื่อเห็นชายหนุ่มโพล่หน้ามาทางหน้าต่างปัวโกวเซาะเมื่อรู้ว่าเป็นผู้ใด ก็เดือดดาลกว่าเดิม คว้าของใกล้มือซัดใส่เซียวลี้พร้อมด่าว่า
            "อ้ายลูกมารดาไม่สั่งสอน เจ้าไม่มีวิธีอื่นเรียกข้าแล้วหรืออย่างไร"

          เซียวลี้ก็รับของที่ซัดมาโยนกลับที่เดิม ทั้งที่ยังหัวเราะไม่หยุดพลางกล่าวว่า
            "หมดเวลาหรรษาแล้วสหาย เรามีงานต้องทำ เจ้าก็รีบไปเตรียมตัวเถอะ"

          ปัวโกวเซาะ พอจะหายจุกลงบ้าง ก็กล่าวถามอย่างสงสัยแต่ยังไม่หายโมโหว่า
            "งานอันใด"
          "จับตัว ชายเดี่ยวหมื่นลี้ ไถหอยกวง"

          ปัวโกวเซาะพอฟังว่าเป็นผู้ใด พลันมีสีหน้าแปรเปลี่ยน กล่าวว่า
            "งานนี้เกรงว่าไม่ง่าย แล้วเราจะเดินทางกันเมื่อใด"
          "ตอนนี้"

          ปัวโกวเซาะจึงลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้าแล้วพากันออกจากหอนางโลม แล้วหาม้า2 ควบขี้ออกเดินทาง แต่พอออกจากเมืองได้สักระยะหนึ่งก็มีม้าอีกตัวควบขี้ตามหลังมาผู้ควบขี้ม้าตัวนั้นกลับเป็นหยี่ซื่อเหนียง นางตะโกนร้องบอกให้หยุดรอก่อนแล้วควบม้าตรงมาหา
            เซียวลี้ตระหนกประหลาดใจไม่น้อยเหตุใดหยี่ซื่อเหนียงถึงโพล่มานี่ได้ รอจนนางมาถึงยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้เซียวลี้เป็นจดหมายของ อุ้ยเหวินจง เขียนมีใจความว่า
            "หยี่ซื่อเหนียงคิดกลับตัวกลับใจ เราจึงให้นางได้ทำคุณไถ่โทษดังนั้นส่งให้มาเป็นผู้ช่วยเจ้าอีกคน"

          ทั้งหมดตอนนี้จึงมี 3 คน ร่วมเดินทางสู่เมืองหูหนัน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            เล้งหำตงกับแชยี้ มุงหน้าสู่ผาไม้แดงเดินทางมาหลายวัน เสบียงก็ร่อยหลอ ยามนั้นใกล้พบค่ำเดินทางผ่านเมืองหูหนัน จึงคิดแวะพักเติมเสบียงให้ม้าได้พักผ่อนทั้งคู่เดินจูงม้ามองหาโรงเตี้ยมในเมืองอยู่นานจนเจอโรงเตี้ยมที่พอมีห้องว่างให้เข้าพักโดยทั้งคู่พักอยู่ห้องเดียวกัน

            พอทั้งคู่ย่างกายเข้าห้องอยู่ด้วยกันสองต่อสองแชยี้ก็อยู่ในบรรยากาศที่อึดอัดวาบหวามจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ได้แต่นั่งตกประหม่า ทำสิ่งใดไม่ถูก พลันได้ยินเล้งหำตงกล่าวว่า
            "แชยี้ ข้าจะอาบน้ำ เจ้าจะอาบกับข้าหรือไม่"

          แชยี้พอได้ยิน ก็หน้าแดงวูบตัวร้อนผ่าว รีบละล่ำละลักกล่าวว่า
            "ข้ายังไม่อยากอาบ พี่เล้งหำท่านอาบก่อนเถอะ ประเดี๋ยวข้าจะอาบที่หลัง"

          เล้งหำตงขมวดคิ้ว ส่ายหน้ากล่าวว่า
            "เจ้านี่ ไม่เพียงตุ้งติ้งเหมือนอิสตรี มิหนำซ้ำยังขี้อาย ไม่เข้าใจว่าเจ้าเป็นลิ่วล้อพรรคผาไม้แดงได้อย่างไร"
          "งานลิ่วล้อไม่ได้มีเพียงสู้รบข้าพเจ้าอยู่ส่วนคนครัว"

          เล้งหำตงจึงพยักหน้าเข้าใจ ก็ไม่บีบครั้นมันไปอาบด้วยกันดังนั้นเปลือยกาย ลงแช่ในถังน้ำขัดสีฉวีวรรณตนเองโดยไม่สะทกสะท้านต่อสายตาแชยี้เพราะเห็นว่าเป็นผู้ชายด้วยกัน แชยี้ถึงกับหน้าแดงมะเรื่อ ไม่กล้ามอง แสร้งทำเป็นยื่นเตร็ดเตร่มองไปทางอื่นแต่บางครั้งก็อดที่จะแอบเหลือบมองไม่ได้ ในใจกลับรู้สึกระทึกตูมตามยิ่ง
            ไม่คาดว่าตอนนั้นที่ข้างห้องพลันบังเกิดเสียงพลอดรักของชายหญิงอย่างดุเด็จเผ็ดร้อนขึ้น ซุ่มเสียงผู้หญิงครางร้องว่า
          "โอ้ววว ท่านพี่ไถหอย ร้ายกาจยิ่งนักข้าพเจ้าเสียวสะท้าน จนอ่อนแรงแล้ว ซีดดดส์ โอ้ววววว"

          ซุ่มเสียงชายพลันพูดว่า
            "เพียงเท่านี้ เจ้าก็ร้องโอดครวญแล้วรึ ฮ่าฮ่า หากขึ้นกระบวนท่า เจ้ามิทำนบแตกย่ำแย่แล้วรึ"
          "โอ้ววว ซีดดดส์ ตอนนี้ข้าอยากย่ำแย่ใจจะขาดท่านพี่ไถหอย รีบขึ้นกระบวนท่าเถอะ ข้าอดรนทนไม่ไหวแล้ว ซีดดดส์ โอ้ววว"

            จากนั้นก็เป็นเสียงดัง เนื้อกระทบกันดังต่อเนื่อง ดัง ตับๆๆๆๆๆ ถึงไม่บอกก็รู้ว่ากำลังกระทำการอันใด ซุ่มเสียงฝ่ายหญิงก็ครางร้องบอกความสุขจนเสียงดังอย่างไม่อับอายซุ่มเสียงผ่ายชายก็เต็มไปด้วยคำพูดเล้าโลมลามกหยาบคาย แชยี้ไม่ทราบว่าจะหนีไปที่ใดรับฟังจนภายในเร้าร้อน รู้สึกแฉะคันภายในตรงช่องรูสวาทขึ้นมา

            แต่เล้งหำตงกลับแอบลอบหัวร่อชายหญิงทั้งสอง อย่างนึกสนุกในใจ ฝ่ายชายนี้จากที่รับฟังเกรงว่าพละกำลังทางเพศคงมีมหาศาล ลีลาร้ายกาจอย่างน่าอัศจรรย์ มันก็ไม่เคยได้รับฟังอะไรเช่นนี้มาก่อนพลันรู้สึกคึกคักจนมังกรเก้านิ้วชูชัน
            แชยี้พลันอดรนทนไม่ได้ รีบบอกต่อเล้งหำตงว่า
            "ข้าจะไปข้างนอกสักประเดี๋ยว"

          แล้งรีบเปิดประตูออกไปจากห้อง โดยไม่ได้รอคำไต่ถามจากเล้งหำตง
            เนิ่นนานกว่าซุ่มเสียงจากห้องนั้นจะสงบจนเล้งหำตงขึ้นไปนอนบนเตียงหลับใหลไปแล้ว แชยี้จึงเพิ่งกลับเข้าห้องมานางเห็นมันหลับสนิท ก็เปลือยผ้าจะลงอาบน้ำในถัง รูปร่างของนางนั้น เอวคอดสะโพกกลม ดูบอบบางน่าถนุถนอมแถมอกปทุมถันก็ดูได้รูปทรงสวยงาม อีกทั้งผิวยังขาวเนียนดูผ่องพรรณ

            จากนั้นนางก็ลงแช่ในถังอาบน้ำเมื่อแช่สักพักทำให้จิตใจผ่อนคลายยิ่งเติมไฟราคะให้ลุกโชนแชยี้ใช้มือลูบไล้สัมผัสตัวเองอย่างแผ่วเบาไปทั่วเรือนร่าง พร้อมกับหลับตาเคลิ้มฝันนึกถึงเล้งหำตงกำลังกอดลูบไล้ตนเองบางครั้งก็เผยหรี่เปลือกตามองดูเล้งหำตงที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใจที่พร่ำเรียกหามือก็เลื่อนต่ำลงไปหว่างขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วนิ้วก็ชำแหลกแหวกรูสวรรค์คุ้ยเขี่ยเม็ดกระสันอย่างไม่ควบคุมได้
            'อ้อออยยยยซีดดดส์ พี่เล้งหำ ทำไมข้าพเจ้าถึงได้น่าอายเช่นนี้ อ้อออยยย ซีดดดส์น่าอายตนเองเหลือเกิน แต่ข้าพเจ้ากลับหยุดมันไม่ได้ ซีดดดส์ อาห์  มันเสียวเหลือเกินพี่เล้งหำผู้หญิงคนนั้นที่ห้องข้างๆ ก็คงมีความรู้สึกอย่างนี้กระมั่ง โอ้ยยยย ซีดดดส์ไม่ไหวแล้ววว รู้สึกเหมือนอยากทำไม่หยุดเหลือเกิน ซีดดดส์"

          แชยี้พร่ำร้องในใจ เงยหน้าหลับตาพริ้ม บิดตัวอยู่ในถังน้ำ นิ้วก็ตวัดถูไถเม็ดกระสันอย่างกระสันอยากจนเร่งเร็วภายหลังใช้มือข้างหนึ่งอุดปากเพราะความเสียวสะท้านทำให้นางเผลอครางส่งเสียงจนในที่สุดก็ถึงจุดสู่สวรรค์ นางมีอาการเกร็งจนตัวบิดก่อนผ่อนคลายและรู้สึกปลอดโปร่งโล่งอย่างประหลาด
            "นี่หรือที่เรียกว่าสวรรค์"

          แชยี้บอกตนเอง


ติดตามผลงานได้ที่นี้ ไล่ตามที่ลงจากล่างขึ้นบนนะ...


สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 3
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 2
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 1 (นิยายกำลังภายใน ล้อยุทธภพ เสียวทะลึงปนฮา)
 
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่12
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่11
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่10
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 9
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 8
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 7
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 6
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 5
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 4
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 3
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 2
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 1
ลูกพี่ลูกน้อง 2
Reply 1994 ย้อนเล่าประสบการณ์ sex 8 บทส่งท้าย
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex7
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex6
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex5
ลูกพี่ลูกน้อง 1
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex4
ลูกกระหรี่
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex3
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex2
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex1
สวัสดีครับคุณครู แอม ฟราย แต็งค์กิ้ว ฟักยู
[/size]


*

ออฟไลน์ ่jub2520

  • Junior Member
  • ***
  • 359
  • 316
    • ดูรายละเอียด
Re: สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2016, 02:15:19 PM »
สุดยอด น่าติดตามจริง ๆ

*

ออฟไลน์ fifa11

  • Junior Member
  • ***
  • 304
  • 389
  • Nachonpatom
    • ดูรายละเอียด
Re: สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 11, 2016, 10:33:50 AM »
ชอบครับน่าติดตามมากรอตอนต่อนะครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ