สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 5

สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 5

  • 1 ตอบ
  • 4582 อ่าน
*

ออฟไลน์ saradio

  • Full Member
  • **
  • 98
  • 4861
    • ดูรายละเอียด
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 5
« เมื่อ: มิถุนายน 24, 2015, 09:06:48 PM »
       ค่ำคืนนั้นยังไม่ผ่านพ้น พอตกดึกสงัดแชยี้ยังไม่หลับใหลเพราะมัวแต่นอนคบคิดเรื่องหนุ่มสาวพลันได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ด้านนอกโรงเตี้ยม ยามนั้นรู้สึกสงสับจึงลุกขึ้นไปแง้มหน้าต่างส่องดูพลันแลเห็นคนจำนวนมากมีอาวุธคบมือพร้อมถือคบเพลิงรายล้อมโรงเตี้ยมไว้ ท่ามกลางคนที่ล้อมรอบโรงเตี้ยมมีชายวัยกลางคนไว้เคราสั้น ขี้ม้าสีขาวล่ำตระหง่านอยู่ผู้หนึ่งคาดเดาว่าน่าจะเป็นหัวหน้า ท่าทีมันดูขึงขังและดุดันมากนัก และกำลังควบม้าช้าๆ มายืนเด่นอยู่หน้าโรงเตี้ยม
             แชยี้แตกตื่นยิ่งรีบไปปลุกเล้งหำตงให้ตื่น
            เล้งหำตงงัวเงียตื่นขึ้นมากล่าวถามว่า
            "มีเรื่องอันใด"
          แชยี้กล่าวว่า
            "เกรงว่า โรงเตี้ยมนี้อาจมีเรื่อง พวกเราก็เตรียมตัวให้พร้อมเถอะดีไม่ดีอาจโดนลูกหลง"
          พอสิ้นเสียงแชยี้ เสียงบุรุษที่ขี่ม้าขาวด้านนอกก็ป่าวร้องว่า
            "ไถหอยกวง เรารู้ว่าเจ้าหลบซ่อนอยู่ในโรงเตี้ยมนี้ วันนี้เจ้าหนีไม่รอดแน่ยังไม่รีบไส่หัวออกมา"
          พลันบังเกิดเสียงหัวเราะอย่างอาจหาญดัง ฮ่าฮ่าฮ่า กล่าวกลับมาว่า
            "นึกว่าผู้ใดมาเห่าหอนกลางดึก ที่แท้ก็สามีผู้ไร้น้ำยา กระบี่ไร้สภาพ เจี้ยวบ่อตั้งมาตามหาภรรยาที่หายไปนี่เอง"
          ที่แท้คนขี้ม้าขาวคือ เจี้ยวบ่อตั้ง ฉายากระบี่ไร้สภาพภรรยามันได้หนีตามไถหอยกวงมาหลังจากเคยออกรอบสรรค์สรรหมู่กันครั้งหนึ่งมันสืบเสาะจนเจอจึงได้นำพาสมัครพรรคพวกมาทวงความยุติธรรมยามนั้นมันหน้าแดงฉาดด้วยโทสะ ที่ถูกเย้ยหยันว่าไร้น้ำยา พลันประกาศกร้าวว่า
            "ผู้ใดไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากโรงเตี้ยม เราจะเผาชายชั่วหญิงโฉดให้ตายตกตามกัน"
          บรรดาผู้ที่อาศัยพักในโรงเตี้ยมก็แตกฮือพากันหนีออกนอกโรงเตี้ยมรวมทั้งแชยี้และเล้งหำตงด้วย ทุกคนที่หนีออกมาล้วนมายืนมุงดูอยู่รอบนอกเรื่องต่อยตีกันเช่นนี้มีหรือบรรดาเจ็กมุงจะยอมพลาด
          เจี้ยวบ่อตั้ง เมื่อเห็นผู้คนออกมาหมดแล้วแต่ไร้เงาของไถหอยกวงและภรรยาตนเอง ก็เค้นเสียงดัง เฮอะ กล่าวสั่งต่อบริวารว่า
            "จุดไฟเผา บีบให้มันออกมา"
          บรรดาบริวารก็ยิ่งธนูไฟเข้าไปเผาโรงเตี้ยมจนเฒ่าแก่โรงเตี้ยมน้ำตานองหน้ากล่าวเปรยว่า
            "เหตุไฉนชาวยุทธเวลาต่อยตีกันต้องมาลงที่โรงเตี้ยมอยู่ล่ำไป แล้วเช่นนี้ประกันจะจ่ายหรือไม่"
           ไม่มีซุ่มเสียงใดตอบกลับเฒ่าแก่แม้แต่ตัวแทนประกัน
                        ยามนั้นไฟลุกโหมหนักที่เบื้องบนหลังคาปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งทะลวงหลังคาทะยานขึ้นมา ย่อมเป็นไถหอยกวงพาภรรยาของเจี้ยวบ่อตั้ง หนีตายจากกองไฟ พริบตาที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศอยู่นั้น ไถหอยกวงพลันกวัดแกว่งดาบอย่างหักโหมก็บังเกิดเป็นเอฟเฟล็กซ์เพลงดาบฟาดฟันลงมาเสียงดังสนั่นระเบิดตูมตามตรงมือธนูที่ยืนอยู่ตรงหน้าโรงเตี้ยมบรรดาลิ่วล้อพลธนูก็พากันล้มหงายตายกันเกลื่อน แล้วไถหอยกวงก็พาภรรยาของเจี้ยวบ่อตั้งร่อนลงท่ามกลางซากศพพวกนั้นพร้อมกับยืนเด่นเป็นสง่า
            เล้งหำตงเห็นดังนั้นรู้สึกสะทกสะท้อนใจยิ่งหลายคนที่นอนตายยังไม่มีบทพูดเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ชื่อแซ่พวกมันนักประพันธ์ก็ยังขี้เกลียดตั้งให้รกสมอง ออกมาตอนเดียวก็ล้มหายตายจากช่างน่าอดสูยิ่งนัก พลางก้มหน้าไวอาลัยด้วยใจรันทดยิ่ง
            ไถหอยกวงเมื่อออกมาเผชิญหน้าก็หัวเราะดังลั่น เป็นการข่มขวัญศัตรู กล่าวว่า
            "ความจริงเรา เห็นแก่หน้าเจี้ยวฮูหยิน ไม่คิดมีเรื่องมีราวแต่เมื่อท่านบีบครั้นเราเช่นนี้เกรงว่าคงไม่อาจ หลีกเลี่ยง ฮ่า ฮ่า ตอนนี้เราไถหอยกวงอยู่ที่นี้แล้วผู้ใดอยากตายก็เข้ามา"
          เจี้ยวบ่อตั้งพอเห็นทั้งสองคนออกมา ก็เพ่งมองทั้งสองคนอย่างเครียดแค้นโดยเฉพาะเจี้ยวฮูหยินภรรยาตนเอง นางถึงกับระย่นระย่อไม่กล้าสบตาหลบไปอยู่หลังไถหอยกวง นางกระทำเช่นนั้น ยิ่งทำให้ เจี้ยวบ่อตั้ง บันดาลโทสะกล่าวร้องว่า
            "ฆ่ามันทั้งสองคน"
          บรรดาบริวารลิ่วล้อ ก็พากันขยับกรูเข้าไปห้อมล้อมเล้งหำตงพอเห็นภาพนี้ ก็ลิงโลดปิติ ที่บรรดาลิ่วล้อพอจะมีบทบ้างแล้วไม่คาดว่าวินาทีนั้น ไถหอยกวงพลันร่ายรำกวัดแกว่งดาบขึ้นอีกคร่าบังเกิดรัศมีดาบครอบคลุมวงล้อม เสียงระเบิดดังลั่นคราหนึ่งลิ่วล้อที่รายล้อมก็กระเด็นล้มหงายนอนกับพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติง
            เล้งหำตงรอยยิ้มพลันหดหาย อุทานว่า
            "ควยเหอะ! เก่งเกินไปแล้ว"
          ในใจรุ่มร้อน ใคร่เข้าไปลงมือเสียเอง
          ไถหอยกวง พอกำจัดลิ่วล้อหมดสิ้น ก็หัวร่อ กล่าวก้องดังว่า
            "เจี้ยวบ่อตั้ง เหลือแต่ท่านเพียงผู้เดียวแล้วยังไม่รีบเข้ามาอีก"
          เจี้ยวบ่อตั้งกัดฟันดังกรอด กระโจนลงจากหลังม้าชักกระบี่ไร้สภาพของมันออกมา กระบี่ของมันอ่อนปลวกเปียกดังแส้ใช้ฟาดฟันทิ่มแทงลำบากนัก ผู้คนที่ไม่ทราบความนัยของวรยุทธชุดนี้ ย่อมไม่เข้าใจว่ากระบี่เยี่ยงนี้จะทำการใดได้ หารู้ไม่ ในอดีต ผู้คิดค้นวิชาพลังไร้สภาพเจี้ยวบ่อยั้น เคยอาศัยพลังไร้สภาพและกระบี่อ่อนเล่มนี้สร้างชื่อในยุทธภพจนโด่งดัง
            ยามนั้น เจี้ยวบ่อตั้งพลันเกร็งกำลังไร้สภาพ จนกระบี่ตั้งตรงขึ้นมา แล้วทะยานจู่โจมใส่ไถหอยกวงไถหอยกวงขยับเท้าถอยสามก้าวก่อนแล้วค่อยต้านรับ รุกไล่กันสี่ถึงห้ากระทวนท่าไม่คาดว่ากระบี่ที่แข็งกลับกลายเป็นอ่อน สะบัดฟาดใส่ในทิศทางที่เดาไม่ถูกจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นแข็งบุกโถมกระหน่ำทิ่มแทงฟาดฟัน
            ไถหอยกวงมีสีหน้าแปลเปลี่ยน ต้องถอยร่นเป็นพัลวันถึงกับลอบร่ำร้องในใจว่าร้ายกาจนัก กระบี่มันบัดเดี๋ยวอ่อนบัดเดี๋ยวแข็งเดาทางได้ยากยิ่ง ราวกับอสรพิษร้ายกาจก็ไม่ปานนี่หรือเพลงกระบี่ที่แท้จริงของกระบี่ไร้สภาพ เช่นนี้เห็นที่เราต้องย่ำแย่แล้วกลับดูแคลนมันเกินไป
             ไม่คาดว่า เจี้ยวบ่อตั้งพอบุกอีกระลอกหนึ่ง ผ่านไปสิบกระบวนท่ามือไม้กลับไม่มั่นคง ฝีเท้าเชื่องช้าลง กระบี่กลับกลายเป็นอ่อนไม่แข็งอีกปากของมันพลันกระอักเลือดออกมา ไถหอยกวงราวกลับเห็นประตูสวรรค์อาการเช่นนี้ใยไม่ใช่มันถูกธาตุไฟเข้าแทรก เกรงว่ามันยังฝึกพลังไร้สภาพไม่สำเร็จแต่โหมใช้เกินกำลัง ทำให้ร่างกายต้านทานรับไม่ได้
            ยามนั้นไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือวาดกระบวนท่ากวาดเพลงดาบตีโต้กลับคืน เจี้ยวบ่อตั้งถูกธาตุไฟเข้าแทรกบาดเจ็บบอบช้ำภายในอย่างหนักไม่อาจต้านทานรับได้ เพียงปะทะกระบี่กลับดาบมัน กระบี่ก็หลุดมือยามนั้นได้ท้อแท้ทอดอาลัย ได้แต่ยืนนิ่งพริ้มตารอความตายไม่คิดหลบเลี่ยงดาบ
            เห็นแน่ชัดว่าดาบไถหอยกวงจะฟันลงศีรษะมันแน่แท้แต่เจี้ยงฮูหยินรีบร้องทัดทานว่า
            "ช้าก่อน โปรดยั้งมือไว้ไมตรี"
          จะอย่างไรเสีย เจี้ยวบ่อตั้งก็เป็นสามีที่รักนางมากย่อมไม่อาจปล่อยให้ตกตายลงตรงหน้าด้วยฝีมือชายชู้ รีบเข้าไปขวางกล่าวว่า
            "รู้แพ้รู้ชนะกันเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว อย่าได้ถึงต้องคร่าชีวิตกันเลย"
          ไถหอยกวง พลันเค้นเสียงดังเหอะ กล่าวว่า
            "เจ้าเมื่อยังอาลัยอาวรณ์มัน ก็อย่าได้คิดติดตามเราเรื่องที่แล้วมาก็ให้ผ่านไปเถอะ"
          พลันกระโจนตัวทะยานหายออกจากแหล่ง ไม่นำพาเจี้ยวฮูหยินไปด้วยเจี้ยวฮูหยินถึงกับทรุดกายลงกับพื้นร้องร่ำไห้เจี้ยวบ่อตั้งพลันกล่าวร้องอย่างคลุ่มคลั่ง
            "วันนี้เรา เจี้ยวบ่อตั้ง อับอายจนไม่อาจอยู่สู้หน้าผู้ใดได้แล้วพลันกระโจนตัวเอาหัวชนกำแพง"
          ร่วงลงมาคอหักดับสนิท เจี้ยวฮูหยินยิ่งสำนึกผิดในการกระทำของตนเองเขาไปกอดศพสามีแล้วร่ำไห้ปานจะขาดใจ ก่อนจะใช้กระบี่ไร้สภาพเชือดคอตายตาม
            ผู้คนที่มุ่งดูอยู่เห็นแล้วรู้สึกรันทดนักแต่ก็พากันแยกย้ายกันไปโดยไม่ได้สนใจ มีแต่เล้งหำตงที่เดินเข้าไปอุ้มซากศพลิ่วล้อมากองเรียง จนแชยี้นึกสงสัยต้องกล่าวถาม
            "พี่เล้งหำ พี่คิดจะทำกระไร"
          "ข้าจะฟังศพให้พวกมัน ถึงแม้พวกนี่จะเป็นแค่ลิ่วล้อออกมาตอนเดียวแล้วตายก็ควรได้รับการฝังศพ อย่าได้ปล่อยไว้เป็นที่อุจาดตา"
          แชยี้เห็นมันทำอย่างตั้งใจก็อดไม่ได้จะเข้าไปช่วยด้วยเล้งหำตงเลือกสถานที่หลังโรงเตี้ยม ขุดหลุมใหญ่ลากศพพวกที่ตายไปทีละคนกลบลงหลุมนั้น ยามนั้นแชยี้กำลังสำรวจศพ เจี้ยวบ่อตั้งเห็นมันแต่งตัวดีมีฐานะ คงมีเงินติดตัวไม่ใช่น้อย จึงค้นตัวเพื่อหาของมีค่าเผื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่คาดว่าไม่เพียงได้เงินมาถุงหนึ่ง แต่ยังพบคัมภีร์อีก 2เล่มเล่มหนึ่งคือคัมภีร์พลังไร้สภาพ อีกเล่มหนึ่งเป็นเพลงกระบี่ไร้สภาพแชยี้เปิดคลี่อ่านอย่างผ่านๆ ก็รีบเก็บเอาไว้
            จากนั้นเมื่อฝังศพทุกคนหมดแล้วแชยี้ก็นำคัมภีร์ทั้งสองเล่มให้เล้งหำตง เล้งหำตงต้องกล่าวถามอย่างสงสัย
            "นี่คือกระไร"
          ."นี่คือคัมภีร์ของตระกูลเจี้ยว พลังไร้สภาพกับเพลงกระบี่ พี่เล้งหำท่านก็เก็บเอาไว้เถอะ"
          "ของผู้อื่นเราจะนำเอามาเป็นของตัวเองได้อย่างไร"
          แชยี้ต้องผ่อนลมหายใจอย่างขัดใจ กล่าวว่า
            "ท่านคิดจะเป็นลิ่วล้อที่มีบทบาท แต่มีวิชาฝีมือเพียงหางอึ่งหากไม่มีวิชาฝีมือดีๆติดตัว ภายภาคหน้าก็คงไม่แคล้วตกตายอย่างไม่มีบทพูดเช่นคนพวกนี้เป็นแน่แท้  .."
            เล้งหำตงจึงได้คิดเอาคัมภีร์มาเปิดดู ก่อนจะทำหน้าเบ้ กล่าวว่า
            "นี่ ล้วนเป็นพลังขั้นสูงมีจุดชีพจรที่ซับซ้อนนัก ข้าไม่เคยเรียนถึงขั้นนี้หากไม่มีผู้ชี้แนะไหนเลยฝึกปรือได้"
          แชยี้กลับยิ้มหัวเราะ ตบที่อกตัวเองอย่างภาคภูมิ กล่าวว่า
            "ท่านไม่รู้แต่ข้ารู้ หากพี่เล้งหำฝึกตามที่ข้าบอกท่านก็ฝึกปรือได้แล้ว"
          แล้วแชยี้ก็มาเปิดคัมภีร์หน้าแรกให้ดู แล้วอธิบายจุดชีพจรพร้อมกับวิธีเดินลมปราณเมื่อเล้งหำตงทดลองทำตามที่นางบอกก็พบว่าทำได้จริง ทำให้ต้องมองแชยี้อย่างสงสัยกล่าวถามว่า
            "เจ้าไม่มีวิชาฝีมือ แต่กลับรู้จุดชีพจรและการเดินลมปราณช่างน่าประหลาดนัก แท้จริงเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่"
          แชยี้ถึงกับเลิกลัก รีบกล่าวกลบเกลื่อนว่า
            "แต่ก่อนตอนอยู่พรรคผาไม้แดง มีหน้าที่ทำความสะอาดในหอตำราก็เคยได้อ่านวิธีเดินลมปราณกับตำแหน่งจุดชีพจรผ่านตามาบ้างแต่ไม่เคยมีพื้นฐานการฝึกวิชา ข้าก็เพียงบอกต่อท่านตามที่เข้าใจ"
          เล้งหำตงก็พยักหน้า ไม่คิดติดใจอันใดแชยี้จึงชวนเล้งหำตงไปหาที่ฝึกวิชา และยังเอากระบี่ไร้สภาพติดมือไปด้วยทั้งสองไปเจอวัดร้างแห่งหนึ่ง ดูสงบเงียบดี จึงใช้เป็นที่พำนักชั่วคราวแล้วแชยี้ก็ให้เล้งหำตงฝึกวิชา โดยตนเองเป็นผู้แนะนำ
            แชยี้ไม่เพียงแนะนำธรรมดาแต่นางคล้ายดังผู้รอบรู้ อธิบายการเดินลมปราณในคัมภีร์ได้อย่างหมดจรด แถมไขปริศนาที่เจี้ยวบ่อตั้งฝึกวิชานี้ไม่สำเร็จจนเป็นเหตุธาตุไฟเข้าแทรก ทำให้แพ้ต่อไถหอยกวง
            แชยี้กล่าวว่า
            "คัมภีร์นี้เหมือนจงใจเขียนผิด จากหน้านี้สู่หน้านี้ ชีพจรไม่ต่อเนื่องเดินลมปราณได้ลำบาก แต่หน้าที่จะเดินลมปารณต่อจากหน้านี่ได้กลับอยู่แผ่นสุดท้ายดังนั้น เกรงว่าต้องทำเช่นนี้"
          แชยี้ฉีกคัมภีร์ออกเป็นสองส่วนแล้วมาต่อกันใหม่โดยเอาส่วนท้ายมาต่อแทนหน้ากลางทำเช่นนี้การเดินลมปารณก็สามารถทำต่อไปได้ไม่ติดขัด เล้งหำตงก็ทำตามที่บอกมันฝึกวิชาในวัดล้างถึงกับลืมวันคืน ยิ่งฝึกยิ่งรู้สึกคึกคักมีพลังขึ้นจากภายในทำให้หลงใหลอยากฝึกต่อ นั่งเดินลมปราณนิ่งไม่ไหวติงแชยี้จึงมีหน้าทีไปหาอาหารน้ำดื่มมาให้มันรับประทาน พอผ่านไปอีกสิบห้าวันมันก็เดินลมปราณถึงหน้าสุดท้าย
            ยามนั้นรู้สึกพลังกอเกิดจากท้องน้อยวูบวาบขึ้นภายใน เร่งร้อนดังไฟพลาญ เหงื่อกายแตกผลัก แชยี้พลันเห็นมังกรเก้านิ้วของมันผงาดล้ำตั้งตุงกางเกงแล้วก็ยุบตัว แล้วก็ตั้งอีก เป็นเช่นนี้สลับสับเปลี่ยนกัน แชยี้มองจนอายหน้าแดงแต่ไม่อาจละสายตาจากการจับสังเกตอาการเหล่านี้ได้ หากเกิดข้อผิดพลาดอันใดเพียงเล็กน้อยให้คำแนะนำไม่ทันอาจเป็นอันตรายต่อเล้งหำตง
            ผ่านไปอีกชั่วครู่มังกรเก้านิ้วภายใต้กางเกงกลับเคลื่อนไหวเหมือนดังมีชีวิตขยับตัวสับส่ายจนเป้ากางเกงเป็นรอนคลื่นเคลื่อนไหวไปมาราวกลับมีอรพิษซุกซ่อนอยู่ในนั้น แชยี้มองจนในตาเป็นประกายนึกถึงคำจำกัดความพลังไร้สภาพในคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าหากฝึกสำเร็จสามารถบังคับของอ่อนให้แข็ง บังคับของแข็งให้อ่อน บังคับเคลื่อนไหวได้ดังใจนึกเช่นนี่เท่ากับว่า พี่เล้งหำฝึกสำเร็จแล้ว
            เล้งหำตงก็ทราบได้เช่นเดียวกันพลันค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกภายในกายมีพลังหมุนวนเวียนอยู่โดยรอบ รู้สึกมีกำลังคึกคักอักโขกล่าวกับแชยี้ว่า
            "แชยี้เจ้านี่ประเสริฐนัก เพียงไม่กี่วันเจ้าก็แนะนำข้าจนฝึกสำเร็จ"
          แชยี้แย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน กล่าวว่า
            "หากพูดว่าสำเร็จยังไม่แน่นัก ท่านลองบังคับกระบี่เล่มนี้ดู"
          พลันส่งกระบี่ไร้สภาพให้เล้งหำตง
            เล้งหำตงเร่งเร้าพลังชักออกดังเปรื่องกระบี่กลับไม่อ่อนงอ แต่ตั้งตรงมั่นคง พอขยับพลังบังคับกระบี่ก็เริ่มอ่อนไหวคล้ายมีชีวิต ดังกระบี่เล่มนี้เป็นงูตัวหนึ่ง
            "ร้ายกาจ ร้ายกาจยิ่งนัก เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวเกรงผู้ใดแล้ว"
          เล้งหำตงโพล่งอย่างยินดี แต่แชยี้กลับว่า
            "พี่เล้งหำอย่าเพิ่งดีใจไป ท่านเพียงฝึกพลังไร้สภาพสำเร็จ แต่พลังวัตรยังอ่อนด้อยอีกทั้งเพลงกระบี่ก็ยังไม่ได้เรื่อง หากเจอยอดฝีมือ ใช่ว่าจะเอาชนะได้ ทางที่ดีให้ฝึกเพลงกระบี่ไร้สภาพควบคู่ไปด้วย"
          เล้งหำตงจึงพยักหน้าฝึกเพลงกระบี่ไร้สภาพต่ออีกหลายวัน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ติดตามผลงานได้ที่นี้ ไล่ตามที่ลงจากล่างขึ้นบนนะ...


ชอบเล่นชู้ ตอนที่ 2 (Remake)
ของวิเศษ โดเรม่อน ตอน คำคืนหฤหรรษ์กับเชือกเพื่อนแท้ (ซีรีย์จบในตอน)
ของวิเศษ โดเรม่อน ตอน หยิ่งนักมันต้องเจอรุมเปียก (ซีรีย์จบในตอน)
ชอบเล่นชู้ ตอนที่ 1 (Remake)
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 4
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 3
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 2
สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 1 (นิยายกำลังภายใน ล้อยุทธภพ เสียวทะลึงปนฮา)
 
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่12
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่11
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่10
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 9
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 8
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 7
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 6
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 5
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 4
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 3
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 2
Reply 2003 สามหนุ่มสามมุม ตอนที่ 1
ลูกพี่ลูกน้อง 2
Reply 1994 ย้อนเล่าประสบการณ์ sex 8 บทส่งท้าย
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex7
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex6
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex5
ลูกพี่ลูกน้อง 1
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex4
ลูกกระหรี่
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex3
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex2
Reply 1994 ย้อนเรื่องเล่าประสบการณ์ sex1
สวัสดีครับคุณครู แอม ฟราย แต็งค์กิ้ว ฟักยู
[/size]


*

ออฟไลน์ ่jub2520

  • Junior Member
  • ***
  • 359
  • 316
    • ดูรายละเอียด
Re: สองพยัคฆ์หนักแผ่นดิน ตอนที่ 5
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2016, 02:16:58 PM »
สุดยอด  จะรอติดตาม  ขอบคุณ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ