Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย

Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย

  • 145 ตอบ
  • 9840 อ่าน
*

ออฟไลน์ man.in.shadow7

  • Full Member
  • **
  • 237
  • 2723
    • ดูรายละเอียด
 ตัวละครและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ เป็นเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น



ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังจากที่ปันหายดี ปันก็กลับบ้าน และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งงานของพี่มิลค์ พี่สาวข้างบ้านที่ปันเพิ่งไปขย่มมาเมื่อไม่นานมานี้ และนี่คือเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเธอ....


...................


ณ   รีสอร์ทแห่งหนึ่ง    สวนผึ้ง  ราชบุรี

                                ปันในชุดสูทสีดำบินลอยอยู่เหนือรีสอร์ทแห่งนี้   เบื้องล่างคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่มาร่วมงานแต่งงานของคู่บ่าวสาว  ปันค่อยๆลอยลงหลังบ้านพักหลังหนึ่งที่ลับตาคน     ปันจัดแจงชุดให้เข้าที่  ผมที่เซ็ททรงมาอย่างดีกลับกระเซอะกระเซิง  เค้าค่อยๆเดินออกมาจากมุมตึก   แต่เพราะมัวแต่จัดแจงเซ็ทผม  เค้าจึงบังเอิญเดินชนกับใครบังคนเข้าอย่างจัง

ญ  :    โอ้ยยยยยยยยยยย

            หญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาว อายุสิบเจ็ดสิบแปด เธอค่อยๆเซล้มหงายหลัง   ปันเกิดเผลอใช้ความสามารถพลังความเร็ว  ชั่วพริบตานั้นเค้ากลับมาพยุงรับเธอไว้ได้  โชคยังดีที่เธอไม่ได้สังเกตสงสัยอะไรมากมายนัก   แต่ทว่ามือของปันกลับคว้าหมับไปที่เต้าคู่น้อยของเธออย่างเต็มมือ



ญ   :     อีตาบ้า  ไอ้โรคจิต    ปล่อยชั้นนะ   ช่วยด้วยค่ะ  ช่วยด้วย

        เธอตะโกนลั่นร้องสุดเสียง  แล้วดิ้นสะบัด  ปันรีบปล่อยตัวเธออย่างตกใจ   

ปัน    :     ขอโทษครับ     ผมไม่ได้ตั้งใจ


ญ    :    ไอ้โรคจิต ไม่ต้องมาแก้ตัว  นี่แกเป็นใคร  เข้ามาในงานแต่งพี่ชายชั้นได้ยังไง  คงคิดมาลวนลามแขกในงานสินะ  ช่วยด้วยค่ะ   ช่วยด้วยค่ะ   มีคนโรคจิต  อุ๊บบบบบ

        ปันโผเข้าไปเอามือปิดปากสาวน้อยคนนี้เอาไว้ก่อนที่ผู้คนจะแตกตื่นพากันมารุมกระทืบเค้า

ปัน   :    เงียบก่อนได้มั้ย   ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ มือมันไปโดนเอง  ผมค่อยากจะช่วย  โอ้ยยยยยยยยย

        เธองับมือของปันเข้าเต็มแรง จนปันต้องผละออกมาจากเธอ   เธอกัดเค้าจมเขี้ยวเลือดไหลซิบๆที่หลังมือของเค้า

ปัน   :   โอ้ยยย แสบจริงนะ 

        ปันโผเข้าไปดึงตัวหญิงสาวคนนั้นเข้ามาจูบ  เธอตกใจไม่คิดว่าชายหนุ่มจะกล้าทำอย่างนี้   ปันค่อยๆถอนปากออกจากปากเธอ   ปันรวบแขนเธอไว้   เธอหน้าแดงก่ำ  และยังดิ้นขัดขืนเล็กน้อย 

ปัน   :    ถ้าเกิดคุณยังไม่หยุดดิ้นนะ  ผมจะจูบคุณอีก   

        หญิงสาวคนนั้นนิ่งลงทันใด  หน้าเธอแดงก่ำ ไม่รู้เป็นเพราะความเขินหรือความโกรธ ทั้งสองต่างสบตากันอย่างเงียบงัน

????  :    ทำไรกันน่ะ   ทั้งสองคน

        คนที่มากลับเป็นมาย ปันปล่อยแขนและผละตัวเองออกจากหญิงสาว

มาย    :    พี่ปันรู้จักกับเกลด้วยหรอคะ


ปัน    :    เปล่าๆ  อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ


เกล    :    ไม่มีไรหรอกมาย  เกลขอตัวก่อนนะ



เกล

        เกลรีบเดินก้มหน้าจากพวกเค้าไป ส่วนมายก็รีบเดินมาคล้องแขนปัน  วันนี้มายอยู่ในชุดเดรสสีชมพูอ่อน น่ารักสดใสตามวัย   เธอไม่คล้องแขนปันเปล่า  เธอยังแนบเบียดหน้าอกของเธอกับแขนของชายหนุ่มแล้วครางในลำคอเบาๆ ราวแมวตัวเมียร้องหาคู่

มาย    :      ที่รักมานานหรือยังคะ   


ปัน    :     หืม ที่รัก?


มาย    :     หรือจะให้เรียกว่า สามี   หรือ ผัว  ดีคะพี่ปัน


ปัน    :    เบาๆหน่อย เดี๋ยวแม่เราได้ยินก็มาแหกอกพี่พอดี


มาย     :     ช่วงนี้พี่ปันไม่มีเวลาให้มายเลยอ่ะ   แห่ขันหมากเมื่อเช้าพี่ปันก็ไม่มา


ปัน    :     ช่วงนี้พี่มีคนไข้เยอะอ่ะมาย  ขอโทษนะ


มาย     :      ไม่รู้แหละ   พี่ปันต้องชดเชยให้มายด้วย


ปัน    :     ได้ๆ  พี่สัญญา  วันหยุดยาวไหนที่พี่ว่างเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน พอใจยังคะ


มาย    :     จริงหรอคะ     รักพี่ปันที่สุดเลย



มาย
                           

        แล้วเธอก็กระโดดหอมแก้มเค้าหนึ่งฟอดใหญ่ ส่วนปันก็ใช้มือบีบจมูกของสาวน้อยเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว   ทั้งสองหยอกล้อกันไปมาดูราวกับคู่รักยังไงยังงั้น   จนปันเองก็ลืมไปเลยว่า  ในใจเค้ามีหน่อยอยู่  แต่เค้ารู้สึกมีความสุขและเป็นตัวของตัวเองทุกครั้งที่ได้อยู่กับมาย
   
ปัน   :   ผู้หญิงคนเมื่อกี้   ใครหรอมาย


มาย    :    อ๋อ  นั่นเกลไง  น้องสาวของพี่เก่ง  แฟนพี่มิลค์ไง


ปัน   :    อ่อ   อื้ม


มาย    :     พี่ปันนอกใจมายหรอ   


ปัน   :     เปล่าน้า มายเคยอยู่ในใจพี่ด้วยหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า


มาย   :   พี่ปันง่า


        ทั้งสองเดินเคียงคู่กัน ผ่านทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม   ภายใต้ขุนเขารายล้อม บรรยากาศเวลาหัวค่ำลมโชยแผ่วเบานำความเย็นสดชื่นมาให้  ความรักที่ตลบอบอวลฟวยฟุ้งเต็มไปหมดไม่ว่าจะมองไปทางไหน  จนเดินมาถึงหน้างาน   สถานที่จัดงานเป็นทุ่งโล่งประดับประดาด้วยแสงไฟ  โต๊ะอาหารสีขาวนับร้อยโต๊ะเรียงรายอยู่กลางทุ่ง  ด้านหน้ามีซุ้มสีขาวน่ารักๆซุ้มหนึ่ง คู่บ่าวสาวกำลังยืนเคียงคู่ถ่ายภาพกับบรรดาแขกเหรื่อทั้งหลาย   

        วันนี้พี่มิลค์อยู่ในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวที่หมิ่นเหม่จะหลุดออกมาให้ได้    หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่สะบึมขาวเนียนล้วนเป็นที่จับจ้องมองด้วยความหื่นกระหายของบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานวันนี้   ส่วนเจ้าบ่าวนั้นเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง  ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แววตาแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นแต่ดูอบอุ่น  เค้าอยู่ในชุดสูทสีขาวธีมเดียวกับชุดเจ้าสาวไม่มีผิดเพี้ยน 





มิลค์
                   



        ปันเคยเห็นหน้าเค้ามาก่อน เค้าเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง รองประธานบริษัท Supreme Industries   จากบริษัทเล็กๆ    แต่ภายหลังที่เค้าเข้ามาช่วยคุณพ่อของเค้าบริหารเพียงสองปี   บริษัทของเค้าก็เติบโตขึ้นจนกลายเป็น บริษัทผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่ที่ตอนนี้กำลังขับเคี่ยวกับบริษัท Red Peace Technologies  ในด้านการส่งออกอาวุธอย่างเข้มข้น     และแน่นอนคุณพ่อของเค้าผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทก็หมายมั่นปั้นมือให้เค้าคนนี้รับสืบทอดตำแหน่งต่อไป

ปัน   :    สวัสดีครับพี่มิลค์   ขอโทษนะครับที่ไม่ได้มาร่วมงานเมื่อเช้า

        ปันทักทายคู่บ่าวสาวด้วยสีหน้าแช่มชื้นยินดี   ในขณะที่มายก็ยังคล้องแขนชายหนุ่มไม่ปล่อยแม้ว่าจะอยู่ต่อหน้าพี่สาวของเธอก็ตาม

มิลค์    :   ดีจ้ะปัน   ไม่เป้นไรจ้ะ  พี่เข้าใจ  เป็นหมอก็คงยุ่งวุ่นวาย  พี่ขอแนะนำ  นี่พี่เก่งจ้ะ    เก่งคะ  นี่ปัน เพื่อนสมัยเด็กของมิลค์กับมิ้นค่ะ   

เก่ง   :    สวัสดีครับ  ได้ยินชื่อคุณจากมิลค์บ่อยๆ ขอบคุณที่ให้เกียรติมางานผมนะครับ


ปัน     :     ด้วยความยินดีครับคุณเก่ง   ผมต่างหากที่เป็นเกียรติ    ได้มาพบกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งยุค   ฝากดูแลพี่สาวคนนี้ของผมด้วยนะครับ


เก่ง     :       ด้วยชีวิตของผมเลยครับ


มิลค์     :      มาย ปล่อยแขนพี่เค้าได้แล้ว   เกะกะพี่เค้า เดี๋ยวพี่เค้ารำคาญนะ


มาย   :      พี่ปันไม่รำคาญมายหรอก     พี่เก่งคะ พี่ปันเป็นแฟนมายเอง  คู่ของเราจะแต่งหลังคู่พี่เก่งเนี่ยแหละ


ปันถึงกับเหวอ ไม่คิดว่ามายจะกล้าบอกกับพี่สาวและพี่เขยของเธออย่างนี้


เก่ง    :      จริงหรอครับเนี่ยย   ยินดีด้วยนะครับคุณปัน


ปัน    :    เอิ่ม เอ่อ  ครับ  ครับ

พี่มิลค์ขำในท่าทีเงอะๆงะๆของปัน ที่ไม่รู้จะตอบยังไง

มิลค์      :     อ้าว นุก   สวัสดีจ้า



        ปันหันหลังกลับไป   หญิงสาวผมยาวในชุดเดรสเกาะอกสีน้ำตาล  หน้าอกหน้าใจที่ตู้มแทบล้นออกมา  เนินอกขาวละลานตาราวหิมะ   แต่ใบหน้าเธอดูหม่นหมองซีดเซียว  ไม่มีประกายในแววตาเหมือนแต่ก่อน





นุก
                                             


นุก   :    สวัสดีค่ะ  พี่มิลค์   ยินดีด้วยนะคะ


ปัน   :    เห้ย แกเป็นไงมั่งนุก  ชั้นเพิ่งรู้เรื่องที่ธนาคาร แกไม่เป็นไรนะ


นุก    :    อื้ม

        เธอแทบจะไม่สบสายตาปันเลย    ในขณะที่ปันก็แอบกระอักกระอ่วนใจหลังจากที่ได้ร่วมรักกับเพื่อนคนนี้   แต่เค้าก็พยายามทำตัวเป็นปกติ     ไม่ให้เธอรู้ว่าเค้าคือชายในหน้ากากคนนั้น

มิลค์    :      มาเองหรอ นึกว่าจะมากับปันซะอีก  มาก็ดีแล้ว  มา มา มาถ่ายรูปกันๆ    มาย  เราปล่อยแขนพี่เค้าก่อน  พี่เค้าไม่หายไปไหนหรอกน่า

        นุกทำท่าเหมือนไม่อยากจะถ่าย  ในขณะที่มายเองก็ปล่อยแขนจากปัน   ปันเดินไปยืนข้างเก่ง ในขณะที่นุกยืนข้างมิลค์   ทั้งสี่มองไปที่กล้องเบื้องหน้าตน แล้วแย้มยิ้ม  แต่ของนุกดูจะเป็นยิ้มที่เต็มฝืนไปบ้าง

แชะ  แชะ   แชะ

เสียงรัวชัตเตอร์ดังขึ้น แล้วก็เงียบลงอย่างรวดเร็ว


        แต่เมื่อเหล่าช่างกล้องกระจายตัวออก เบื้องหน้าปันนั้นเป็นหญิงสาวสวยงามสง่า ในชุดเดรสสีฟ้าคราม ผิวขาวเนียนที่ผ่องส่องสว่างยิ่งกว่าแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้   เธอประสานสายตากับเค้าพอดี    เธอค่อยๆเยื้องกรายเข้ามาหาเค้า    ท่วงท่าของเธอสวยสง่าราวพญาหงส์  ใบหน้าของเธอนั้นปันแทบจะลืมเลือนไปแล้ว   เหลือเพียงความทรงจำในวัยเด็ก   รอยยิ้มของเธอช่างสดใสกระไรปานนั้น

????    :     เจอกันสักที คุณหมอฟัน   ไม่ได้เจอกันนานเลยนะปัน   ว่าไงนุก
ปัน    :     ไม่เจอกันนานเลยนะ..................มิ้น
นุก   :    อื้ม หวัดดี



มิ้น
                   


มายโผเข้ามาคล้องแขนปันทันที เมื่อเห็นสายตาที่เค้ามองไปที่มิ้น

มิ้น    :     ยัยมายปล่อยแขนพี่เค้าได้แล้ว   นี่เราเกาะแกะพี่เค้าตั้งแต่เด็ก   โตเป็นสาวแล้วนะเราน่ะระวังเนื้อระวังตัวหน่อย


มาย    :    พี่มิ้นยังไม่รู้ใช่มั้ยคะ    พี่ปันกับมายเราเป็นแฟนกัน

มิ้นทำหน้าไม่เชื่อ แล้วหันมามองหน้าปันเป็นเชิงถามให้แน่ใจ ส่วนปันได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป   

นุก      :      เดี๋ยวนุก ไปหาโต๊ะนั่งก่อนนะ

        แล้วนุกก็ปลีกตัวออกจากพวกเค้าไปด้านในงาน    มิ้นเห็นอย่างนั้นก็ลากปันออกมาจากซุ้มพร้อมกับมายที่เกาะแขนปันออกมาไม่ห่าง   ปล่อยให้คู่บ่าวสาวถ่ายรูปกับแขกเหรื่อต่อไป

มิ้น     :      แกสองคนทะเลาะไรกัน


ปัน    :     เห้ย  เปล่า    ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน   ว่านุกโกรธไรชั้น     เป็นอย่างนี้มาได้สักพักละ      ช่วงนี้ชั้นไม่ค่อยได้เจอมันเลย   สงสัยทะเลาะกับแฟนมามั้ง


มิ้น     :      แฟน!!!!       ใคร???


ปัน     :      ชื่อ พี่เอ  อ่ะ    เป็นรุ่นพี่ที่คณะนุก  ชั้นไม่ค่อยรู้อะไรหรอก


มิ้น    :     เห้ย ไม่จริงอ่ะ    ก็นุกมันรัก....

เธอชะงักคำพูดไว้ได้ทันก่อนที่ชื่อชายคนนั้นจะหลุดเข้าหูปัน

ปัน  :    รัก???....


มิ้น    :     ระ....รัก......ก็......เดี๋ยวชั้นลองคุยกับมันดูละกัน


????   :    คุยอะไรกันอยู่หรอที่รัก

        ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ตัวไม่สูงใหญ่มากนัก   แววตาดูทะเล้น เดินมาโอบเอวมิ้น ก่อนที่จะหอมแก้มเธอดังฟอด มิ้นหันไปตีเค้าเบาๆที่แขน 

มิ้น    :    อย่าลุ่มล่ามสิเกมส์     เอ้อ  ปันนี่เกมส์  น้องชายพี่เก่ง   แฟนมิ้นเอง     เกมส์นี่ปัน  เพื่อนสมัยเด็กที่เคยเล่าให้ฟังไง


ปัน     :    สวัสดีครับ


เกมส์     :      ไอ้คนนี้น่ะหรอ ที่จีบมิ้นมาตั้งแต่เด็ก   หน้าเหียกขนาดนี้ มิน่ามิ้นเลยไม่เอา   แล้วนี่พอไม่ได้พี่ เลยมาควงน้องหรอ น้องมายไม่น่าตาต่ำเลยนะ หาใหม่ดีกว่านะจ๊ะน้องมาย


มิ้น    :     เกมส์!!!


        แฟนหนุ่มของเธอปิดปากลง  ในขณะที่ปันยังยิ้มให้อย่างไม่สะทกสะท้าน   ส่วนในใจเค้าพยายามนับหนึ่งถึงล้าน   ไม่ให้เผลอใช้พลังระเบิดร่างแฟนหนุ่มของมิ้นเป็นชิ้นๆ

ปัน     :     ไม่เป็นไรหรอกมิ้น    เดี๋ยวปันขอตัวไปหาโต๊ะนั่งก่อนนะ


        ปันพามายเดินออกมาจากมิ้น แล้วเดินเข้างานไป ปันเดินตรงไปที่โต๊ะที่นุกนั่งอยู่  และแน่นอนสาวมายก็ยังคล้องแขนเค้าไม่ยอมห่าง  ส่วนในใจของปันกลับรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ   ตอนนี้เพื่อนวัยเด็กของเค้าทั้งสองคนก็มีเจ้าของหัวใจกันแล้ว  แม้แต่นุกที่เค้าค่อนข้างมั่นใจว่า  จะไม่เปลี่ยนใจจากเค้าง่ายๆ ก็ได้ไปปลูกต้นรักกับชายหนุ่มอีกคนแล้ว   ปันได้แต่แอบยิ้มทั้งน้ำตาในใจอยู่เงียบๆ

มาย   :    ไม่ชอบหน้าตาเกมส์นี่เลยจริงๆ    ไม่รู้พี่มิ้นเห็นอะไรดีในตัวเค้า  ว่าแต่ว่า  นี่พี่ปันไม่รู้จริงๆหรอคะ


ปัน     :     รู้เรื่องอะไรอ่ะ


มาย    :    ที่พี่มิ้นพูดไม่หมดน่ะ     พี่ไม่รู้จริงหรอ


ปัน     :     แล้วไมมายถึงคิดว่าพี่จะรู้ล่ะ


มาย    :    เห้อ  ไม่มีไรหรอกค่ะ  แล้วนี่พี่ปันหึงพี่มิ้นเปล่าเนี่ย


ปัน    :      ไม่หึง  จะหึงทำไมเล่า  ก็บอกแล้วพี่ไม่ได้คิดไรกะมิ้นแล้ว


มาย     :    ดีแล้วค่ะ   คิดได้แต่กับมายนะ

        ปันกับมายเดินหยุดอยู่ตรงเก้าอี้ตรงข้ามกับนุก   เธอก้มหน้าต่ำไม่สนใจสิ่งใดรอบข้าง   นอกจากนุกแล้วคุณแม่ของมายก็นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันด้วย  วันนี้เธออยู่ชุดเดรสเกาะอกสีชมพู  แม้วัยจะเข้าเลขสี่  แต่ใบหน้ายังอ่อนกว่าวัย  ดูไปยังอายุราวสามสิบต้นๆ  ผิวพรรณยังเต่งตึงมีน้ำมีนวลไม่อ่อนคล้อยเลยแม้แต่น้อย



น้ามิ้ม
                           


ปัน   :    สวัสดีครับ น้ามิ้ม   วันนี้คุณน้าสวยมากเลยนะครับ   ผมนึกว่าเป็นเจ้าสาวของงานซะอีก


น้ามิ้ม   :    แหม  ปากหวานนะเรา   อย่ามายอคนแก่เลย


ปัน     :     โหย แก่ตรงไหน  คุณน้าของผมยังสาว สวย เช้ง กระเด๊ะ


น้ามิ้ม    :    พอเลยๆ  นั่งสิๆ     มาย  ปล่อยแขนพี่เค้าได้แล้วลูก


มายทำหน้าบึ้งก่อนจะคลายแขนออก ปันค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับนุก     

มาย     :   พี่นุก เป็นไงบ้างคะ    ช่วงนี้มายไม่ค่อยเจอพี่เลย

มายพยายามหาเรื่องคุย  เพื่อทำลายความเงียบวังเวงบนโต๊ะนี้

นุก     :    ก็ดี


มาย    :     พี่ปัน เพิ่งเล่าให้มายฟังว่าพี่นุกมีแฟนแล้ว    เค้าเป็นใครหรอคะ   ปิดเงียบเชียวนะ   ไม่เล่าให้มายฟังบ้างเลย


น้ามิ้ม   :    เอ้า นี่นุกมีแฟนแล้วหรอจ๊ะ

        นุกเงยหน้าขึ้นมามอง  สายตาจับจ้องไปที่ปัน  ดวงตาแดงก่ำ ของเหลวใสๆปริ่มๆอยู่ที่ขอบตาของเธอ  ปันรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาใส่เค้าได้

????    :     กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

        ก่อนที่สถานการณ์บนโต๊ะอาหารจะบานปลายไปกว่านี้   จู่ๆก็มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังมาจากทางด้านหน้างาน    ทั้งสี่คนหันขวับไปมองต้นตอของเสียง

        ที่ด้านหน้าของงานมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังทะเลาะมีปากเสียงกับคู่บ่าวสาว  หน้าตาของเธอสวยน่ารัก   ในชุดราตรีสีขาว   แต่ท่าทางของเธอที่แสดงออกนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

ปัน   :    ใครอ่ะมาย


มาย    :     นั่นพี่รตี   เพื่อนสนิทของพี่มิลค์ค่ะ เค้าทะเลาะอะไรกันนะ


ปัน    :    เดี๋ยวพี่เดินไปดูก่อนนะ  เรานั่งรอพี่อยู่ตรงนี้แหละ



รตี
                                                                           

        แม้ไม่ใช่เรื่องของตน แต่ปันก็ยังเดินตรงไปที่บุคคลทั้งสาม  พี่มิลค์ตอนนี้หน้าซีดและทำท่าจะร้องไห้  ส่วนพี่เก่งกับมีสีหน้าเหนื่อยหน่าย

รตี    :    ชั้นไม่คิดเลยนะ ว่าแกจะเป็นคนอย่างนี้มิลค์    เราคบกันมานานแต่ก็กลับหักหลังชั้น


มิลค์     :      ไม่ใช่อย่างนั้นนะแก    ก็ตอนนั้นเก่งเค้าอกหักจากแก   ชั้นก็แค่ปลอบใจเค้า


รตี     :      อกหักจากชั้นหรอ!!!     มันเป็นคนบอกเลิกชั้น    เพราะชั้นไม่ยอมมีอะไรกับมัน


มิลค์     :   จริงหรอเก่ง


เก่ง     :     ไม่จริงเลยมิลค์    รตี  เรื่องของเราจบไปแล้วก็ขอให้มันจบไปเถอะ


มิลค์     :   เดี๋ยวก่อนนะเก่ง   มิลค์   ไม่เคยส่งการ์ดเชิญให้รตี    แล้วรตีได้การ์ดมาจากไหน


เก่ง    :    เอ่อคือ    ผมเป็นคนส่งให้เธอเอง   ก็เห็นคุณสองคนเป็นเพื่อนกัน   แต่ดูเหมือนผมจะคิดผิด    คุณครับช่วยพาเธอออกไปที

        บอดี้การ์ดสองคนของเค้า เดินเข้าหารตีเมื่อได้รับสัญญาณจากเจ้านายของตน   แล้วเข้าล็อคแขนทั้งสองข้างของหญิงสาว    ลากเธอออกไป    ในขณะที่เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน

ปัน  :   นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอครับ


มิลค์    :    ไม่มีไรหรอกจ้ะปัน   มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยน่ะ


ปัน    :    แล้วทำไมต้องรุนแรงกับผู้หญิงคนนี้ด้วยล่ะครับ   เดี๋ยวผมพาเธอไปเอง

            ปันเดินเข้าไปจับแขนบอดี้การ์ดสองคนนั้นเป็นเชิงห้าม  แต่การ์ดทั้งสองกลับไม่ยอมปล่อยแล้วทำท่าจะมีเรื่องกับปัน   



แซ่บบบบบบบบบ



            ปันดึงกระแสไฟฟ้าจากในอากาศวิ่งแล่นผ่านปลายนิ้วของเค้าช็อตใส่การ์ดสองคนนั้น     การ์ดสองคนนั้นสะดุ้งโหยง   ปล่อยมือออกจากแขนรตีทันที

ปัน    :     อุ้ยย สงสัยไฟฟ้าสถิตน่ะครับ  เดี๋ยวผมพาเธอไปเองครับ  ไปกันเถอะครับพี่รตี



            การ์ดสองคน  เก่งและมิลค์  มองดูปันพารตีเดินจากไปอย่างฉงนสนเท่    ปันคว้าข้อมือของพี่รตีคนสวย  พาเดินออกมาจากในงาน

รตี    :     นี่เธอจะพาชั้นไปไหน   


ปัน    :     หาที่สงบๆ   ให้พี่ใจร่มๆไงครับ

            รตีรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของมือชายหนุ่มที่กุมข้อมือของเธอ นี่นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้รับรู้ความรู้สึกแบบนี้   ที่จริงเธอไม่จำเป็นต้องเดินตามเค้ามา   แต่ก็ไม่รู้ทำไมเธอกลับไม่มีแรงจะขัดขืนเค้าได้    ปันพาเธอมาที่ริมลำธารสายเล็กๆ   ลมยามดึกโชยแผ่วๆ   เงาจันทร์นวลสะท้อนอยู่บนผิวน้ำ

ปัน    :     ใจเย็นลงหรือยังครับพี่รตี


รตี   :      นายคือใคร  แล้วพาชั้นมาทำไรที่นี่


ปัน     :     โอ๊ะ ลืมไป   ผมปันครับ   ผมแค่อยากจะช่วยพี่น่ะ   เห็นเจ้าการ์ดสองคนล็อคตัวพี่ซะแรงเลย


รตี     :     เดี๋ยวนะ  ปัน    ที่เป็นน้องข้างบ้านของมิลค์  ที่ชอบแอบมองนมมิลค์ใช่ป้ะ


ปัน    :     ดูท่าชื่อเสียงผมคงไม่ค่อยดีเท่าไร


รตี     :     แล้วเธอจะทำไรชั้น


ปัน     :     เปล่าพี่   ผมไม่ทำไรอย่างนั้นแน่นอน   ผมแค่อยากจะช่วยน่ะ    อีกอย่างผมก็ไม่อยากให้งานแต่งงานของพี่สาวที่ผมรักต้องมีปัญหา


รตี     :     ชั้นมันเป็นตัวปัญหาสินะ

เธอสีหน้าซึมลงอย่างเห็นได้ชัด  แต่ปันกลับทิ้งตัวนอนลงบนพื้นหญ้าริมตลิ่งอย่างสบายใจ

ปัน    :     พี่รตี เคยนอนดูพระจันทร์มั้ยครับ

เธองุนงงกับคำถามของชายหนุ่ม ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเธอสักเท่าไร

ปัน     :     พี่รตีว่า ระหว่างแสงจันทร์กับแสงดาวอันไหนมันส่องสว่างสดใสกว่ากัน


รตี    :    ก็ต้องแสงจันทร์สิ


ปัน    :    ใช่มั้ยครับ   แต่รู้มั้ยครับ   พระจันทร์น่ะ   ไม่มีแสงหรอกนะ    ที่เราเห็นน่ะ เป็นแสงของดวงอาทิตย์ที่มาตกกระทบบนพื้นผิวดวงจันทร์   เราจึงเห็นเป็นอย่างนั้น 

        รตีค่อยๆเอนตัวลงข้างตัวชายหนุ่ม แหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่ตอนนี้แสงจันทร์นวลเด่น กว่าแสงดาวที่พริบพราวระยิบระยับ  เธอเงียบรอฟังคำพูดของชายหนุ่มอย่างสนใจ

ปัน    :    ในขณะที่แสงดาวที่เรามองเห็นน่ะ เป็นแสงของดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลจากโลกหลายปีแสงส่องมา  ดาวพวกนี้มีแสงสว่างในตัวมันเอง


รตี    :  แล้ว.....


ปัน    :   ก็เหมือนความรักนั่นแหละครับ   คนเรามักให้ความสำคัญกับความรักจากคนอื่นก่อนเสมอ   เหมือนกับแสงจันทร์นั่นแหละครับที่มันไม่มีอยู่จริง   จนลืมความรักที่เราควรมีให้กับตัวเอง   เหมือนกับแสงดาวน่ะครับ แม้มันจะไม่ชัดเจน แต่มันเที่ยงแท้และมีอยู่จริง


รตี    :     มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ    การตัดใจน่ะ


ปัน    :     ผมรู้ดีครับ  ผมเองก็รักคนที่เค้าไม่รักผม ผมก็อยากจะตัดใจอยู่เหมือนกัน แต่ผมก็ยังทำไม่ได้   พี่รตีเป็นคนสวยน่ารัก  สักวันนึงต้องมีคนดีๆที่เค้ารักพี่จริงๆเข้ามาแน่นอนครับ

รตี     :     ปันคิดงั้นหรอ


ปัน     :    ครับ

        ทั้งสองหันหน้ามาสบตากัน  ปลายนิ้วมือของทั้งสองสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา   เสียงสายน้ำที่รินไหล  เสียงสายลมที่โชยอ่อน  เสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวอยู่ในทรวงอก   กับความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น


.......................................


ปัน   :     มีอะไรก็ไลน์มาคุยกับผมได้นะครับพี่รตี  ผมยินดีคุยเป็นเพื่อน


รตี    :    แล้วยินดีคุยเป็นแฟนมั้ยจ๊ะ


ปัน     :     เห็นผมหน้าตาอย่างนี้ก็ไม่ง่ายนะพี่.....แต่ก็ได้ไม่ยากครับ อิอิ   ขับรถดีๆนะครับ


รตี    :    จ้ะ บายจ้ะ


ปัน    :     บายครับพี่

        แล้วรตีก็ขับรถยนต์ของเธอออกจากรีสอร์ทแห่งนี้ไป    ส่วนปันก็เดินกลับไปที่งาน    นี่เค้าออกมาจากงานมานานพอสมควร     ตอนนี้ในงานนั้นบรรดาแขกทั้งหลายนั่งกันเต็มทุกโต๊ะ    คู่บ่าวสาวยืนอยู่บนเวทีกลางงาน   และมีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังยืนอวยพรแก่ทั้งสอง    ปันค่อยๆเดินไปนั่งประจำที่ของเค้า

มาย    :      เรียบร้อยดีมั้ยคะพี่ปัน  ไปซะนานเชียว


ปัน    :    เรียบร้อยดี   ไม่มีปัญหาจ้ะ     คนที่กำลังพูดอยู่ใครน่ะ


มาย    :    คุณพ่อของพี่เก่งไง   ประธานบริษัท   Supreme  Industries     


ปัน    :     อ๋อ  ที่มีข่าวว่าจ้างคนไปฆ่าประธานบริษัท  Red Peace Tech.  น่ะหรอ


มาย    :      พี่ปันติดตามข่าวพวกนี้ด้วยหรอเนี่ย


ปัน    :     ก็นิดหน่อย  แต่ก็แค่ข่าวลือ  ไม่มีหลักฐานไรนี่นา



พรึ่บบบบบบบบบ!!!



แสงไฟทั้งงานพลันดับวูบลง  ก่อนที่เพียงอึดใจ แสงไฟจะกลับคืนมา   ทว่า...

            บนเวที  ด้านหลังของชายแก่และคู่บ่าวสาว กลับมีบุคคลลึกลับคนหนึ่งยืนอยู่   เค้าสวมชุดผ้าคลุมดำทั้งตัว  ส่วนหัวของเค้าใส่หมวกรูปร่างคล้ายนกกา


The Crow, อีการมหาภัย
                   


น้ามิ้ม    :    นั่นนนน!!!



        เธอชี้ไปที่บุคคลลึกลับ  ทุกคนในงานหันมองเค้าเป็นทางเดียว รวมถึงสามคนบนเวทีที่หันควับไปมองเช่นกัน



พรึ่บบบบบบบบบบบบบบบบบบ



แสงไฟพันดับลงอีกครา



วูบบบบบบบบบบบบบ



ตา infrared   ของปันทำงาน   



ฟึ่บบบบบบ



        ปันเห็นบุคคลลึกลับปาบางอย่างออกมาจากใต้ผ้าคลุม    ก่อนที่ท่านประธานชราจะล้มลงโดยที่ปันได้แต่ยืนตะลึงมอง    บุคคลลึกลับพริ้วตัวลงไปหลังเวทีอย่างคล่องแคล่ว    ปันที่เหมือนจะเพิ่งเรียกสติกลับมาได้ก็ปราดตัวพุ่งตามไปอย่างกระชั้นชิด   

        ปันเร่งความเร็วขึ้น พร้อมกับใช้พลังแรงดึงดูด   ดึงให้บุคคลลึกลับนั้นช้าลง    บุคคลลึกลับหันกลับมามองปัน และก่อนที่ปันจะทันป้องกันตัว 



ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!!



ระเบิดแสง ระเบิดใส่ปันระยะประชิด  แสงสว่างจ้าบาดตาปัน จนตาบอดไปชั่วขณะ    ปันได้แต่หยุดชะงักลง



?????    :     ความอยุติธรรมอยู่ที่ใด     อีกามหาภัยจะไปอยู่ที่นั่น



        เสียงของบุคคลลึกลับดังก้องกังวาลไปทั่วสวนผึ้ง   เสียงของเค้านุ่มทุ้มลึก  แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง   ก่อนที่ตาของปันค่อยๆกลับคืนสู่ภาวะปกติ   ปันค่อยๆมองไปรอบๆ ใช้ทั้งตา x-ray และ ตา infrared   แต่ก็ไม่พบเจ้าอีกามหาภัยเลย   คนๆนี้ราวกับกลายเป็นอากาศธาตุหายไปอย่างไร้ร่องรอย 


        ปันเดินกลับไปดูประธานชราบนเวทีที่ตอนนี้เหล่าไทยมุงกำลังมุงดูกระซิบกระซาบกันเต็มไปหมด   ข้างกายของเค้าลูกทั้งสามกำลังคุกเข่าเขย่าร่างของเค้า น้ำตานองหน้า     ชายชราตาเบิกค้าง  ที่ลำคอมีมีดสั้นสีดำปักอยู่หนึ่งเล่ม   ที่หน้าอกอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งปันพบว่ามีดเล่มนั้นปักลงกลางขั้วหัวใจพอดิบพอดี มีดมีลักษณะเรียวดำเล็กคล้ายขนกา   นี่ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ   อีกามหาภัยคนนี้เป็นนักฆ่าที่ถูกฝึกมาอย่างดี  ทั้งการลงมือ การหลบหนี ทุกอย่างล้วนถูกวางแผนมาไว้แล้ว


        ในบรรดาลูกทั้งสามนั้น เกลเป็นคนที่ร้องไห้หนักที่สุด  เธอกรีดร้องโวยวาย ซบลงบนอกของผู้เป็นพ่อ ในขณะที่เก่งพี่ชายคนโตได้แต่ลูบหัวเธอเป็นการปลอบใจ

        ครึ่งชั่วโมงถัดมา  ตำรวจก็มาถึง   และได้ทำการตรึงกำลังตรวจค้นโดยรอบ    แต่เนื่องด้วยเป็นเวลากลางคืนจึงทำให้การค้นหาเป็นไปได้อย่างยากลำบาก    ทุกคนในงานถูกเชิญตัวไปให้ปากคำที่โรงพัก   หลังให้ปากคำนุกยืนกรานจะเดินทางกลับกรุงเทพฯมิ้นอาสาไปส่งเธอ    ในขณะที่ปันจะอยู่เป็นเพื่อนมาย  น้ามิ้น และพี่มิลค์ ที่กลับมาพักที่รีสอร์ทที่ได้จองไว้  ส่วนสามพี่น้องนั้นหลังให้การกับทางตำรวจก็เดินทางไปที่ร.พ.เพื่อจัดการเรื่องศพของบิดาตน

...........................................


บนรถมิ้น

มิ้น      :       ตกลงเรื่องแกกะแฟนแกนี่ยังไง   แกตัดใจจากปันได้จริงๆหรอ


นุก      :      อืม


มิ้น     :     นุก  แกอย่ามาโกหกชั้น  ชั้นรู้จักแกดี   แกยังตัดใจจากปันไม่ได้    ทำไมแกต้องทำอย่างนี้วะ    แกโกรธไรปัน


นุก    :      แล้วแกล่ะ  ตัดใจได้แล้วหรอ ถึงไปคบกับคนที่ชื่อเกมส์ไรนั่น


มิ้น    :     ตัดใจไร ชั้นไม่เคยรั.....


นุก      :      อย่างที่แกว่า เรารู้จักกันดี......  มิ้น    คนอื่นๆมักคิดเสมอว่า  ปันชอบแก  แต่แกไม่คิดไรกะปัน    แต่ชั้นรู้ดีนะ ว่าแกรู้สึกยังไง  ความรู้สึกของแก มันไม่ได้น้อยไปกว่าชั้นหรอก   แต่ที่แกแสดงออกอย่างนี้.......เพราะชั้นใช่มั้ย    แกจะหลีกทางให้ชั้น...


มิ้น     :      แกพูดบ้าๆ


นุก    :     พอเหอะมิ้น   ยอมรับสักที    ว่าแกรู้สึกยังไง  แล้วชั้นจะบอกให้นะ    ถ้าปันจะมารักชั้นแค่เพราะว่า  แกไม่รักเค้า  ชั้นรับไม่ได้  ชั้นไม่อยากเป็นตัวเลือกสำรองของใคร   ถ้าเค้าจะรักชั้นจริงๆ ถึงแกจะรักเค้า  เค้าก็จะยังรักชั้น  นั่นคือสิ่งที่ชั้นต้องการ   แต่ถ้าเค้าเลือกแก   ชั้นก็ยินดีที่เห็นเพื่อนรักของชั้นทั้งสองคนมีความสุข


มิ้น     :       ชั้นทำอย่างนั้นไม่ได้


นุก      :       ...............


ทั้งสองเงียบงันไม่มีคำพูดใดๆต่อกันอีกเลยจนไปถึงที่หมาย

...............................................

ณ    สวนผึ้ง    ราชบุรี

            รีสอร์ทที่พักของเค้าเป็นบ้านบังกะโลสองชั้นน่ารักๆ   ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น   ถ้าไม่เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น     เวลานี้คงเป็นเวลาที่แสนจะโรแมนติกของคู่รัก    ภายใต้อ้อมกอดของขุนเขาและสายลม   

            ปันเดินลงจากชั้นสอง   หลังปลอบมายที่ตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้น   จนผล็อยหลับไปเรียบร้อย   เค้าค่อยๆทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่อย่างเหน็ดเหนื่อย  เพียงคืนๆเดียวกลับมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย    ปันค่อยๆไตร่ตรองเรื่องราวที่เกิดขึ้น     อีกามหาภัยนั่นได้พูดถึง “ความอยุติธรรม"      หรือเรื่องที่ประธานบริษัทจ้างวานคนไปสังหารประธานบริษัทคู่แข่งจะเป็นเรื่องจริง   แล้วทางบริษัทคู่แข่งจึงส่งคนมาล้างแค้นในวันนี้      หลังจากกลับมาจากให้ปากคำกับตำรวจปันได้มีโอกาสไปเช็ครายชื่อแขกในงาน  ซึ่งในวันนี้มากันครบ   มีเพียงคนเดียวที่กลับไปก่อน  คือ รตี!!!    หรือรตีคือ อีกามหาภัยที่แกล้งทำเป็นออกจากงาน    เพื่อไม่ให้ถูกสงสัยแล้วค่อยกลับมาฆ่า  แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมถึงมาฆ่าคนพ่อ เป้าหมายของรตีน่าจะเป็น เก่ง มากกว่า  หรือปามีดพลาด?     ในตอนที่อีกามหาภัยปรากฏตัวนั้นปันได้ใช้ ตา x-rayดู   แต่กลับไม่สามารถมองทะลุหน้ากากของเจ้าอีกาเข้าไปได้   ยิ่งคิดปันก็ยิ่งสับสน เบาะแสที่มีไม่เพียงพอ จริงๆ

น้ามิ้ม   :   ทำไรอยู่จ๊ะ

        ปันที่กำลังอยู่ในวังวนแห่งความคิดถึงกับสะดุ้งโหยง เมื่อคุณแม่เพื่อนของเค้าโผล่มานั่งลงที่ปลายเท้าของเค้า     เธออยู่ในชุดนอนบางที่แทบไม่ต้องใช้สายตา x-rayก็มองเห็นทุกสัดส่วน   กลิ่นหอมของสบู่ยังติดตัวเธออย่างอ่อนๆ     รวมทั้งหมดนี้ก็เพียงพอที่จะปลุกไอ้จ้อนของปันให้ลุกขึ้นมา

ปัน   :    คุณน้า มีไรหรือเปล่าครับ


น้ามิ้ม    :      น้านอนไม่หลับน่ะ    รบกวนปันหรือเปล่า


ปัน    :    ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อน


น้ามิ้ม    :     ขอบใจนะจ๊ะ  วันนี้เหนื่อยมั้ยเนี่ย   อุตส่าไปปลอบเจ้ามายกว่าจะหลับ


ปัน    :    ก็นิดหน่อยครับ   


น้ามิ้ม     :     สงสารเจ้ามิลค์  งานแต่งงานทั้งที   กลับเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น  เห้อ    ปัน  น้าถามไรหน่อยได้มั้ย


ปัน    :      ได้ครับ


น้ามิ้ม    :      ปันกับมาย ตกลงคบกันแล้วหรอ พักหลังเห็นมายกับเราดูสนิทสนมกันเป็นพิเศษ  ที่ถามนี่ไม่ได้จะว่าไรหรอกนะจ๊ะ 


ปัน     :      ก็ไม่ได้คบนะครับ   ก็เหมือนเมื่อก่อนแหละครับ   ผมก็เข้าใจความรู้สึกน้องเค้านะครับ    แต่ตอนนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะคบใครน่ะครับ  ผมไม่ค่อยมีเวลาให้ใครสักเท่าไร


น้ามิ้ม     :     แล้วมิ้นล่ะจ๊ะ?


ปัน     :    โถ่คุณน้า  ผมไม่ได้คิดไรกับมิ้นเค้าแล้วจริงๆนะครับ    มิ้นเค้าก็มีแฟนแล้ว ผมก็มีคนที่ผมชอบเหมือนกัน


น้ามิ้ม    :     จริงหรอ ใครเนี่ยผู้หญิงที่แสนจะโชคร้ายคนนั้น


ปัน    :      ฮ่า ฮ่า ฮ่า   โชคร้ายสุดๆไปเลยล่ะครับ


น้ามิ้มขยับตัวบิดยืดเส้นยืดสาย


น้ามิ้ม   :     อูยย โอ้ยยยย


ปัน    :  คุณน้าเป็นอะไรครับ


น้ามิ้ม     :     ช่วงนี้น้าปวดบ่า ปวดหลังน่ะ   ขยับไปมาก็ปวดละ   คนแก่ก็งี้แหละ


ปัน    :      คุณน้าของผมยังสาวอยู่เลย เอางี้  คุณน้านอนคว่ำลงบนโซฟา  เดี๋ยวผมนวดให้


น้ามิ้ม    :      แล้วน้าต้องถอดเสื้อด้วยมั้ยจ๊ะ


ปัน     :      จะถอดทำไมล่ะครับ   ไม่ได้นวดน้ำมัน   ไม่ต้องถอดครับ


น้ามิ้ม     :      คริคริ    ใช่ๆ    เดี๋ยวเราเกิดอารมณ์  ทำน้าเหมือนกับที่ทำลูกสาวน้านี่แย่เลย


 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2016, 10:20:45 PM โดย man.in.shadow7 »

*

ออฟไลน์ Wolf Stranger

  • Full Member
  • **
  • 134
  • 111
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2016, 10:17:46 PM »
นั้นไง ... คุณแม่ยังสาว ของ ๓ มอ เริ่มออกลาย

*

ออฟไลน์ l3eml3ell

  • Tiny Member
  • *
  • 35
  • 61
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2016, 04:34:31 PM »
เจอเสน่ห์สาวใหญ่เข้าแล้ว

*

ออฟไลน์ KengNaJa

  • Tiny Member
  • *
  • 48
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2016, 10:31:47 PM »
ขอบคุณครับ  ::Thankyou::

*

ออฟไลน์ grozothe

  • Full Member
  • **
  • 93
  • 64
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2016, 10:37:30 PM »
นี่สินะที่เรียกว่าเทครัว....  ::Shy::

*

ออฟไลน์ huangdi

  • Full Member
  • **
  • 169
  • 196
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2016, 11:14:35 PM »
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ 12345689

  • Full Member
  • **
  • 90
  • 130
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2016, 01:31:30 AM »
ชอบตอนนี้ มากๆ อิอิ 
ขอบคุณคร้าบ

*

ออฟไลน์ fakedevil

  • Full Member
  • **
  • 111
  • 104
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2016, 12:03:33 PM »
 ::Snap::ตอนนี้เด็ดมากฮะ

*

ออฟไลน์ rai2000

  • Full Member
  • **
  • 53
  • 101
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2016, 12:10:38 PM »
ตอนเอากับแม่มิ้น ฟินจริง เลือดกำเดาทะลักเลย

*

ออฟไลน์ danich1234

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 61
  • 169
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2016, 07:29:00 AM »
น้าแกร้ายกาจจริงๆ สุดยอดครับ

*

ออฟไลน์ chairat04

  • Full Member
  • **
  • 180
  • 233
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2016, 05:06:34 PM »
สงสัยได้เป็นพระยาแน่ๆ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ rmazonnas

  • Tiny Member
  • *
  • 18
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2016, 01:31:59 AM »
ขอบคุณครับ
  ::JubuJubu::

*

ออฟไลน์ Rick-Brownman

  • Full Member
  • **
  • 86
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2016, 08:41:04 AM »
 ::WooWoo::สุดยอดมากหมอปัน

*

ออฟไลน์ aey3699

  • Junior Member
  • ***
  • 284
  • 327
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2016, 09:22:53 PM »
ความลับไม่มีในโลกนะปัน สงสัยจะโดนทำโทษแน่ๆ

*

ออฟไลน์ oddyoddy

  • Tiny Member
  • *
  • 36
  • 75
    • ดูรายละเอียด
Re: Vector ยอดมนุษย์พลังเหนือโลก : ตอนที่ 12 อีกามหาภัย
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2016, 12:55:20 PM »
พลังของพระเอกเรานี่ไม่ได้มีไว้ปราบใครนะครับ เอาไว้ปราบผญรอบตัว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ