ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu

เหตุเกิดบนดอยช่างเคียน ตอนเก่าไปแก่มา ep.1 2 และ3

เริ่มโดย suckzeed, ตุลาคม 13, 2015, 11:32:33 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

suckzeed

                        
                                      น้องแนนสาวคนรักที่จากไป

                      
                                      ดาริน สาวใหญ่ที่เข้ามาในชีวิต


ตอนที่ 1

     ผมนั่งซึม เหมือนไก่ชนแพ้ตาแตกคาสนาม ในสมองมันมีแต่เสียงวิ้งๆๆๆ ไม่ยอมรับรู้สิ่งใดรอบข้าง มีเพียงเหล้ายีนตรงหน้า
เท่านั้นที่ผมรินใส่แก้ว และจับกรอกเข้าปาก ช็อตแล้วช็อตเล่าจนเริ่มรุ้สึกว่าสรรพสิ่งรอบตัวเริ่มหมุนเคว้งคว้าง อาการพะอืดพอม
ในกระเพาะอาหารทำให้ผมต้องรีบลุกเดินเซๆเข้าไปในห้องน้ำ แล้วเหล้ายีนที่หวานหอมตอนยังไม่ได้ดื่มนั้น ก็พุ่งออกมาทาง
ปากด้วยรสชาติที่ขมปี้

ผมอาเจียรคายเหล้ายีนออกมาจากกระเพาะ จนคิดว่ามันคงหมดสิ้นแล้ว รวมทั้งเรี่ยวแรงที่หายจากไปจากร่างอย่างรวดเร็ว จน
ผมต้องใช้มือยันฝาชักโครก พยุงร่างที่แสนหนักอึ้งขึ้นมายืน พร้อมเปิดประตุเดินออกมา เพื่อวักน้ำสอาดล้างหน้าล้างตารวม
ทั้งบ้วนปาก ขจัดรสชาติขมปี๋ออกไป

ผมยืนส่องกระจกหน้าอ่างซิ้งค์ล้างหน้าเพื่อสำรวจความเรียบร้อย เมื่อมองเห็นใบหน้าตนเอง ผมอดแค่นเสียงหัวเราะออกมา
มันไม่เสียงเสียงหัวเราะด้วยความสุขสนุกสนาน แต่มันเป็นการแค่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยสภาพของตัวผมเอง หนุ่มใหญ่วัย
ฉกรรจ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนค่อนอายุ กลับมานั่งดื่มเหล้าด้วยความเสียใจ ดั่งเช่นหนุ่มน้อยวัยละอ่อนที่อกหักเพราะคน
รักสาวบอกเลิก รุ้ไปถึงไหนคงได้อายเอาปีบคลุมหัวเดินเป็นแน่

เมื่อผมส่องกระจกสำรวจสภาพตนเองจนแน่ใจว่าปรกติเรียบร้อยดีแล้ว ผมจึงเดินกลับไปยังโต๊ะตัวเดิม โต๊ะที่เมื่อชั่วโมงที่
ผ่านมา ยังคงสาวสวยน่ารักชื่อแนนนั่งเคียงคู่ แต่บัดนี้มันว่างเปล่า เหลืออยู่เพียงขวดสี่เหลี่ยมของเหล้ายีน ที่พร่องไปจน
เหลือไม่ถึงหนึ่งส่วนห้าในขวด ผมพยามเดินช้าลง แต่มั่นคงไม่ยอมให้เซอีกแล้ว

"อุ๊ย..." เสียงร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวในชุดเดรสสั้นสีน้ำเงิน
"ขอโทษครับ" ผมรีบกล่าวคำขอโทษไปทันที ในขณะรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของหญิงสาวในชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินคนนั้นไว้
อย่างว่องไว ไม่ให้เธอถูกผมเดินชนจนล้ม

"เจ็บมั๊ยครับ...ผมขอโทษกับความซุ่มซ่ามของตัวเอง..." ผมปล่อยมือที่ฉวยยึดข้อมมือของสาวตรงหน้าไว้ออกทันที เมื่อเห็น
ว่าเธอยืนได้มั่นคงดีแล้ว

"ไม่เป็นไรค่ะ...ขอตัวนะคะ.." เธอกล่าวเสียงเรียบพร้อมสบัดตัวหันกลับ เดินจากผมไปทันที ทิ้งเพียงความหอมกรุ่นจากน้ำ
หอมแชแนล no.5 ให้ผมได้ดอมดมตามเบื้องหลังที่เดินก้าวอย่างคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น ผมก็เดินไปทางโต๊ะที่
นั่งของตนเอง แม้จะดูเหมือนเสียมารยาทแต่ในเมื่อหญิงสาวผู้นั้นบอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร ผมก็คร้านที่จะตอแย อีกทั้ง
อารมณ์ในขณะนั้น ผมต้องการเพียงเข้าไปจัดการเหล้ายีนในส่วนที่เหลือให้จบๆกันไปเท่านั้น

..................................

ตอนที่ 2

     ผมเดินผ่านด้านหลังของสาวชุดสีน้ำเงินไปยังโต๊ะที่นั่งของตนเอง กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำหอมยี่ห้อดัง ขจรขจายออกมาเรือน
ร่างของเธอ ผู้ซึ่งมีผมยาวสีดำมันขลับ ปกปิดต้นคอเปลือยขาว ผมยังไม่เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นได้ชัดเจนนัก เห็นเพียง
แว๊บๆตอนที่เดินชนเจ้าหล่อน จึงยังไม่สามารถจำแนกรายละเอียดว่าสวยหรือไม่ สาวหรือไม่ และเมื่อเดินผ่านเบื้องหลังของ
เธอไป ผมก็ไม่กล้าที่จะเสียมารยาทหันไปมองหน้าของเธอ รู้เพียงว่าเจ้าของเรือนร่างที่ใส่ชุดแซกสั้นสีน้ำเงินผู้นี้ ช่างมีผิวที่
ขาวผ่องเป็นยองใย บวกกับหน้าอวบใหญ่ที่ดันอกเสื้อขึ้นมาเป็นก้อนกลมเหมือนภูเขาใบย่อมๆ

เมื่อผมไปถึงโต๊ะตนเองเรียบร้อยแล้ว ก็จัดการกับเหล้ายีนส่วนที่เหลือค้างอยู่ในแก้ว กระดกมันวาบเดียวหายเข้าไปในลำคอ
ก่อนจะจัดการเปิดขวดเพื่อนรินใหม่ สายตาก็เหลือบขึ้นไปให้พอดีสบสายตากับเจ้าของชุดแซกสีน้ำเงินเข้าอย่างจัง ใช่เลย
ครับเธอก็กำลังจ้องตรงมองมาที่ผม แต่แว๊บเดียวเธอก็เบนสายตาไปทางอื่น แต่สายตาของผมนั้นสงบจอดนิ่งอยู่ที่เนินอก
อวบขาวที่ล้นชุดแซกเกาะอกของเธอเหมือนโดนมนต์สะกด แต่เพียงครู่เดียวเมื่อผมเห็นว่าสาวใหญ่ผู้นั้นกำลังจะเบนใบหน้า
มาทางผม ผมก็รีบเบนหน้าหันหนี ไม่อยากให้เธอคิดว่ากำลังโดนสายตาไอ้แก่หื่นกามที่นั่งอยู่เบื้องหน้าแทะโลม

ผมรินยีนสีขาวใสลงแก้วจนเกือบล้น แล้วกระดกมันเข้าปากเหมือนกระหาย ความร้อนแรงของเหล้ายีนไหลลงกระเพาะจนร้อน
วาบไปเป็นทางจากทรวงอกลงสู่ท้อง หลังจากขย้อนของเก่าออกไปจากท้อง อาการมึนเมาของผมก็สร่างซา โดยเฉพาะน้ำ
เย็นๆที่วักมาลูบหน้าลูบตานั้นทำให้สติผมกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ผมเสมองโน่นนี่รอบๆร้านไปเป็นวงกลมจนสุดท้ายสาตาของ
ผมก็วนกลับมายังเรือนร่างของสาวชุดสีน้ำเงินอีกครั้ง และคราวนี้จึงได้สบสายตากับเธอเต็มๆตา

จึงพอบรรยายลักษณะหน้าตาของเธอได้ว่า เธอเป็นสาวใหญ่วัย35อัพ ใบหน้าตกแต่งไว้งดงามสมวัยใบหน้าเรียวรูปไข่มีสัน
จมูกโด่งๆ เล็กๆ รับกับริมฝีปากเต็มอิ่มที่เคลือบไว้ด้วยลิปสิคสีสดใส สรุปเครื่องหน้าของสาวผู้นี้แม้ไม่สวยแบบดารา แต่ก็สวย
ชวนมองสมวัยจริงๆ ผมเลื่อนสายตาลงต่ำ เห็นสร้อยทองคำขาวกับจี้พลอยสีน้ำเงิน น่าจะเป็นไพลินเม็ดเล็กๆประดับอยู่บน
คอขาวผ่องที่เชิดตั้งตรง ต่ำลงาเป็นเนินอกอวบขาวถ้า ผมไม่ตาฝาดจากประสพการณ์ที่ผ่านมา พอคาดคะเนได้เลยว่าอก
อวบอิ่มขนาดนี้ ต้องไม่ต่ำกว่า36นิ้วคัพซีเป็นแน่

ผมมองหน้าอกอวบอิ่มของสาวผู้นั้นได้เพียงแว๊บเดียวก็รีบเลื่อนสายตาขึ้นมามองใบหน้าของเธออีกครั้ง พบว่าเธอกำลังส่ง
สายตาในเชิงสมเพชมายังผม ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจึงเจอสายตาเช่นนั้น คงเป็นเพราะความลุ่มล่ามของสายตาผมเอง
นั่นแหละ ทำให้เธอเข้าใจว่ากำลังโดนสายตาไอ้แก่ขี้เมาแทะโลมอยู่นั่นเอง

ผมรีบเบือนสายตาหลบเธอ พร้อมกับหมุนแก้วเหล้ายีนในมือสองสามรอบก่อนจะกระดกมันหายวาบเข้าไปในลำคออีกครั้ง
แล้วจากนั้นผมก็ไม่กล้ามองไปทางเรือนร่างของสาวชุดสีน้ำเงินอีกเลย แม้ตาจะไม่ได้มองไปทางผู้หญิงคนนั้น แต่ในหัวผม
กลับครุ่นคิด แต่ทว่าหาได้คิดถึงเรื่องของน้องแนน เรื่องของเธอกับผมมันจบลงไปแล้ว แม้ว่าการจบมันยังคลุมเครือก็ตาม
ผมจึงไม่อยากเสียสมองไปคิดถึงมัน คงได้แต่รอเวลายืดออกไปจนกว่าน้องแนนจะพร้อมยอมเล่าความจริงทั้งหมดออกมา
หรือไม่ก็หายสาปสูญไปจากวงจรชีวิตของผม

ในหัวของผมนั้นกลับคิดถึงสาวแปลกหน้าที่หน้าอยุ่เยื้องๆเบื้องหน้า ดูลักษณะท่าทางของเธอ มีเหตุผลเพียงสองประการที่
ผู้หญิงคนนี้มานั่งดื่มเหล้าเพียงลำพังเท่านั้น ประการแรกเธออาจมารอคนรัก ประการที่สองคงมาจับหนุ่มๆที่ผมรุ้ว่าพอเริ่มมืด
เมื่อไหร่ บรรดาหนุ่มน้อยและสาวน้อยวัยศึกษาที่ชอบท่องราตรีจะเริ่มทยอยมานั่งดื่มกินณ.สถานที่แห่งนี้ แล้วผมก็อดเหลือบ
ตาไปมองเจ้าหล่อนอีกครั้งไม่ได้ แม้ใบหน้าของสาวใหญ่ผู้นี้จะดูสดใส แต่แววตาของเธอนั้นช่างหมองเศร้า เหมือนเธออยุ่
เพียงลำพังในโลกที่แสนจะวุ่นวายใบนี้ แล้วผมก็ตระหนักได้ว่า เหตุผลที่ผมคิดว่าเธอมาเพื่อจับเด็กหนุ่มๆนั้น คงไม่น่าเป็น
ไปได้ แววตาแบบนี้ของผู้หญิงหาใช่แววตาของสาวรักสนุก ฉนั้นคงเหลือเหตุผลเดียวคือเธอมานั่งดื่มรอคนรัก

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตัวกูวะ..ฮ่ะๆๆ  ผมแค่นหัวเราะกับตัวเองเบาๆ กับความครุ่นคิดวุ่นวายในเรื่องที่ไม่ใช่ของตนเอง ผมสลัด
ความคิดในเรื่องของสาวใหญ่ในชุดแซกสีน้ำเงินออกจากหัวอย่างรวดเร็ว พร้อมยกแก้วยีนกระดกเข้าปากติดๆกันอีกสองช็อต
ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินตรงไปยังห้องน้ำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ไปขย้อนคายของเก่าออก ผมกำลังรู้สึกปวดฉี่เสียมากกว่า
ผมเสียเวลาอยู่ในห้องน้ำพักใหญ่ยืนล้างหน้าล้างตาอีกครั้งให้สดชื่น ก่อนจะเดินออกมา

ก็แลเห็นว่าเก้าอี้ว่างที่อยุ่ตรงข้ามกับสาวผู้นั้น มีคนจับจองนั่งอยู่ เขาหันหน้ามาทางผมพอดี ด้วยหน้าตาและลักษะการแต่ง
เนื้องแต่งตัวแล้ว ผมอยากอุทานออกมาดังๆเลยว่า อภิโถ..อภิถัง..เพราะชายคนดังกล่าวนั้นไม่ได้มีรสนิยมในการแต่งกาย
แม้สักนิด หน้าตาก็งั้นๆ ออกบ้านๆลูกทุ่งมากกว่าหนุ่มใหญ่ไฮคลาส มันช่างห่างไกลกับสาวใหญ่ผู้นั้นเหลือเกิน แทบไม่อยาก
เชื่อสายตาตนเองเลยว่าเธอนัดกับเจ้าผู้ชายคนนี้ แต่ช่างมันเถอะไม่ใช่เรื่องของผม สาวใหญ่ท่างทางไฮโซผู้นี้อาจมีรสนิยม
แบบนี้ก็ได้

[post]"พี่คะ..ไปเสียนานเลย..." พอผมกำลังเดินเฉียดผ่านโต๊ะของสาวใหญ่ผู้นั้น ก็ต้องตกใจเมื่อเธอยื่นมือมายึดข้อมือผมไว้ พร้อม
คำพูดที่สร้างความมึนงงให้ผม

"บอกแล้วไงคะว่ามากับแฟน..ได้โปรดลุกขึ้นเถอะค่ะ..แฟนดิฉันไปห้องน้ำมา..." เมื่อมัวตกตะลึงจนยืนนิ่งเหมือนหุ่น ไม่ทัน
ตอบโต้อะไร สาวใหญ่ไฮโซก็พูดประโยคต่อมากับชายคนดังกล่าวที่นั่งตรงข้ามกับเธอทันที เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม
ผมก็ส่งยิ้มเย็นๆให้พร้อมแอบทำตาดุๆใส่ จนเขาหลบสายตาและลุกขึ้นยืน ก่อนเดินผละเข้าไปด้านในของร้านด้วยท่างทาง
มึนเมา

"ขอโทษนะคะ...แล้วขอบคุณมาก.."

ทันทีที่ร่างของชายนิรนามเดินห่างออกไป ไฮโซสาวก็ช้อนตาขึ้นมาสบกับผมพร้อมกล่าวคำขอโทษและขอบคุณออกมาเบาๆ
แต่ข้อมือของผมนั้นก็ยังคงถูกยึดไว้อยุ่ไม่ปล่อย จนผมเลื่อนสายตาลงมอง ไฮโซสาวจึงกล่าวคำขอโทษอีกครั้ง แล้วรีบปล่อย
ข้อมือผม พร้อมอายจนหน้าแดงกล่ำ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเธออายหน้าแดง หรือว่าหน้าแดงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไป
กันแน่

"เกิดอะไรขึ้นหรือครับคุณ..เอ้อ..." ผมถามขึ้นหลังจากที่ไฮโซสาวปล่อยข้อมือของผมเป็นอิสระ.. แต่ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ชิดตัว
หล่อนไม่ได้ขยับเดินไปยังโต๊ะของตนเอง

"ดารินค่ะ..เรียกดาเฉยๆก็ได้ค่ะ..."

หญิงสาวใหญ่รีบแนะนำชื่อตนเองให้ผมทราบ ผมก็บอกชื่อตนเองให้หล่อนทราบเช่นกัน จากนั้นเอก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้
ผมทราบ สรุปคือเจ้าหนุ่มขี้เมาคนนั้น มันเห็นคุณดานั่งอยู่เพียงลำพัง มันจึงเข้ามาสอบถามเพราะคิดว่าเธอคงมาจับเด็กหนุ่มๆ
มันจึงเสนอตัวเองให้กับเธอ แต่คุณดาปฏิเสธไป แล้วอ้างว่ามากับแฟน พอดีผมเดินผ่านเข้ามา เธอเลยยึดข้อมือผมไว้แล้ว
สมอ้างว่าผมเป็นแฟนของเธอ เมื่อผมรับทราบเรื่องราวหมดแล้วก็หัวเราะขำๆเบาๆ ที่จู่ๆสาวไฮโซผู้นี้ก็หางานมาให้ เดชะบุญที่
ไอ้หนุ่มนิรนามผู้นั้นมันเชื่อว่าผมเป็นแฟนของคุณดาจริงๆ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่ยอมผละไปง่ายๆเช่นนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ผมไม่
แน่ใจเลยว่าเรื่องราวมันจะจบลงง่ายๆ

"เอ้อ..พี่ภูคะ..นั่งเป็นเพื่อนดาสักครู่ได้มั๊ย.." เมื่อผมฟังเรื่องราวจบ ก็เตรียมขยับตัวจะเดินกลับไปที่โต๊ะตนเอง แต่คุณดารีบ
เรียกรั้งไว้ ผมไม่ได้พูดตอบโต้ เพียงเลิกคิ้วถาม คุณดาก็รีบอธิบายให้ทราบต่อเนื่องทันที

"ถ้าพี่ภูกลับไปนั่งโต๊ะตนเองตอนนี้ นายคนนั้นก็รู้สิคะว่าที่ดาพูดนั้นเพื่อหลอกเขา เดี๋ยวเขาก็กลับมารบกวนดาอีก..." เหตุผล
ของคุณดาก็พอรับฟังได้ จริงแบบที่เธอกล่าวไว้ เมื่อผมหันกลับไปมองยังจุดที่นายคนนั้นเดินไป ผมยังเห็นมันจ้องกลับมาที่
ผมกับคุณดาอย่างไม่ละสายตา ผมรู้สึกถึงรางสังหรณ์ในเรื่องไม่ดีทันทีที่สบตากับมันในท่ามกลางแสงสลัว ผมค่อยๆทรุดตัว
ลงนั่งตรงข้ามกับคุณดา ตามคำขอร้องของเธอทันที

"ผมว่าคุณดาย้ายร้านเถอะครับ ถ้ายังอยากดื่มต่อ ผมมีรางสังหรณ์ไม่ดีเลยครับ.."

ผมรู้เลยว่าอีกไม่ช้าเรื่องราวคงไม่ง่ายอย่างที่คิด วิสัยผู้ชายพอเมาเหล้า ความหื่นกามลงไข่ มันทำได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะนาย
คนนั้นคงกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะจัดการเรื่องความเสียหน้าครั้งนี้อย่างไรดี ขืนผมกับคุณดายังคงนั่งละเลียดเครื่องดื่มอยู่ต่อ ไป
แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราทั้งสองคน ผมจึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากประทะตรงๆ เพราะหาประโยชน์อันใดมิได้ โดยเฉพาะ
คุณดานั้นหาใช่แฟนของผมจริงๆ ถ้าเธอเป็นแฟนก็ว่าไปอีกอย่าง ผมก็พร้อมจะปกป้องแฟนของตนเองอย่างแน่นอน

.................................

ตอนที่ 3

     คุณดาทำหน้างุนงงสงสัย แต่เมื่อบุ๊ยปากให้เธอหันไปมองทางไอ้หนุ่มลูกทุ่งคนนั้น เธอก็คงเข้าใจ เพราะมันยังคง
จับจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร เมื่อคุณดาเบนสายตากลับมาพร้อมพยักหน้าตอบตกลง ผมก็เรียกบริกรสาว
ให้มาเช็คบิลค่าเครื่องดื่มทั้งสองโต๊ะ สักครุ่พอเรียบร้อยผมก็เดินจูงมือคุณดาออกมายังลานจอดรถ

"จะไปดื่มต่อที่ไหนดีคะพี่ภู.." คุณดาพาผมมายืนอยู่ข้างรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรีย์5สีดำคันหนึ่ง จากนั้นเธอก็สอบถามขึ้นมา ผม
ส่ายหน้าตอบปฏิเสธ เพราะคิดว่าตนเองดื่มมามากพอแล้ว ที่ชวนเธออกมาจากร้านเหล้านั้น เพราะผมไม่ต้องการให้เธอมี
อันตรายเท่านั้น หาได้คิดจะไปดื่มกับเธอต่อ คุณดามีสีหน้าผิดหวังที่ผมส่ายหน้าตอบปฏิเสธ แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเดิน
ผละจากไปนั้น หางตาเหลือบแลไปเห็นไอ้ลูกทุ่งคนเดิมกับพรรคพวกอีกสองคน เดินออกมายืนอยุ่ที่หน้าร้านเหล้าเสียก่อน
ผมจึงรีบดันหลังคุณดาให้เข้าไปในรถ ดูเธอมีสีหน้าตื่นตกใจเล้กน้อย แต่เมื่อผมเดินอ้อมไปเปิดประตูขึ้นอีกด้านหนึ่งพร้อม
บอกให้เธอมองไปที่หน้าร้าน เธอก็พยักหน้าเข้าใจ รีบขับรถออกมาจากร้านเหล้าอย่างรีบด่วนทันที

"เห้อ.....ยุคสมัยนี้อันตรายจริงๆเลยนะคะพี่...ผู้หญิงจะมาดื่มเหล้าแก้เหงาตามลำพังนี่ยังอันตรายเลย..." เมื่อคุณดาขับรถ
ออกมาได้ระยะหนึ่งก็รำพึงออกมาดังๆพอให้ผมได้ยิน

"ก็ธรรมดาน่ะครับ...ผู้ชายคนไหนเห็นก็คงเข้าใจไปทำนองนั้น..." ผมพูดเหมารวมไม่เจาะจงไปที่ตัวคุณดา ว่ามันเรื่องปรกติ
ของสถานที่แบบนี้ ที่หญิงสาวรูปร่างหน้าตาสะสวย แล้วมาดื่มเหล้าเพียงลำพัง ผู้ชายมาเห็นก็มักจะตีความหมายไปในทำนอง
เดียวกับที่ผมเคยคาดการไว้แต่แรกเห็น

"อุ๊ย!..ตายจริง..ดาลืมถามเลยว่าพี่ภูเอารถมาหรือเปล่าคะ...มัวแต่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น" เมื่อผมตอบว่าเอารถส่วนตัวขับมา
เช่นกัน คุณดาก็รีบเบี่ยงรถจอดข้างทาง แล้วหันหน้ามามองหน้าผม

"แล้วจะเอายังไงดีค่ะนี่...พี่ภูย้อนกลับไปเอารถก่อนดีมั๊ยคะ..เดี๋ยวดาขับไปส่ง..."

"เอ่อ...อย่าดีกว่าครับ ผมเกรงว่าไอ้หมอนั่นกับพรรคพวกคงยังไม่ได้ไปไหน ...เอาไว้พรุ่งนี้ผมค่อยกลับมาเอาเอง.." ผมพูดจบ
ก็เตรียมปลดเข็มขัดนิรภัยเพื่อจะลงจากรถ แต่คุณดากลับรั้งผมไว้พร้อมพูดออกมา

"แล้วพี่ภูจะไปเลยหรือคะ...ตะ..แต่ดาว่าพี่ภูไว้ใจดามั๊ยคะ..ถ้าไว้ใจเดี๋ยวดาโทรเรียกเด็กที่ร้านให้มาเอารถพี่ไปก็ได้...แล้วให้ขับ
ไปส่งที่บ้านดา เราไปรอกันที่นั่นปลอดภัยกว่าทิ้งรถค้างคืนในที่แบบนั้น.." ฟังคำพูดของคุณดาแล้วก็ดูมีเหตุผลดีเช่นกัน แม้รถ
ของผมจะเป็นรถญี่ปุ่นธรรมดาๆ ไม่ได้หรูหราราคาแพงแบบรถของเธอ แต่การที่จอดรถค้างทิ้งไว้ในลานจอดในขณะที่ร้านเหล้า
ปิดแล้วเช่นนี้ คงเหลือเพียงรถของผมคันเดียว แม้ไม่ถูกโจรกรรม แต่ความเสียหายใครเล่าจะรับรองได้ ผมจึงตัดสินใจตามที่
หญิงสาวแนะนำ เพราะเชื่อว่าคุณดาคงไม่ใช่พวกสิบแปดมงกุฏ

อีกทั้งเธอก็จะต้องอยุ่กับผมตลอดจนกว่าผมจะได้รถกลับคืน เมื่อผมตอบตกลงตามนั้น คุณดาก็ออกรถขับมุ่งหน้าออกไปทาง
ถนนสุขุมวิทขาออก ไปจนถึงซอย101/1 จึงหักรถเลี้ยวเข้าไป แล้ววกเลี้ยวไปตามซอยแยกอีกสัพักก็ถึงหมู่บ้านขนาดใหญ่อัน
เป็นสถานที่อยุ่ของบรรดาคนมีเงิน ในระหว่างที่ผมนั่งรถไปนั้น คุณดาก็เล่าให้ฟังคร่าวๆว่าเธออยู่เพียงลำพังคนเดียว เธอมีลูก
แล้วเป็นผู้หญิงแต่ไม่ได้อยู่กับเธอ ซึ่งนั่นมันก็บอกให้ผมทราบเป็นนัยๆว่าเธอเป็นโสด แต่สถานการโสดแบบไหนหย่าหรือสามี
ตาย ผมไม่ได้ซักถาม เพราะเกรงว่าจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไป

เมื่อไปถึงบ้านหลังใหญ่สองชั้นที่ปลูกในเนื้อที่กว่า100ตารางวา คุณดาก็พาผมเข้าไปในตัวบ้าน ช่วงระหว่างที่เธอขับรถมานั้น
เธอได้โทรศัพท์หาเด็กที่ร้าน อย่างที่เธอได้บอกกับผม จนสักครุ่ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขับมาจอดหน้าบ้าน

คุณดาลุกขึ้นไปเปิดม่านดูเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กที่ร้านของเธอ หญิงสาวก็กดรีโหมดคอนโทรลที่ถือติดมืออยู่ให้เปิดประตุรั้วไฟฟ้า
จนเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาจอดที่หน้าประตู สักครุ่เด็กหนุ่มอายุ20ต้นๆก็เข้ามาในบ้าน

"มีเรื่องอะไรครับเจ๊..." เสียงเด็กหนุ่มร้องถามถึงจุดประสงค์ที่ตัวเขาถูกเรียกให้มาพบที่บ้าน เมื่อคุณดาสั่งให้ไปนำรถของผมที่
ร้านเหล้ากลับมา ผมจึงมอบกุญแจจรถส่งให้กับเธอพร้อมบอกยี่ห้อรถและหมายเลขทะเบียนไปให้ทราบ เด็กหนุ่มคนนั้นรับคำ
พร้อมทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ไว้ในบ้าน แล้วโทรศัพท์ไปที่ป้อมยามให้เรียกรถรับจ้างเข้ามารับ

"จะดื่มอะไรมั๊ยคะพี่ภู..คงวอีกสักพักแหละกว่าชัดจะกลับมา.."หลังจากที่เด็กในร้านของคุณดาที่ชื่อนายชัดไปเรียบร้อยแล้ว
คุณดาก็หันมาถามผม [/post]
"อะไรก็ได้คับ..ผมดื่มได้หมด..." ผมไม่จำเป็นต้องเลือกยี่ห้อเหล้ามากนัก เพราะคิดว่าดื่มสองสามแก้ว นายชัดก็น่าจะนำรถ
กลับมาให้ผมได้แล้ว

"แบล็ค น่าจะได้นะคะ..ว่าแต่พี่ภูจะผสมอะไรดีคะ..." คุณดาพูดพร้อมกับเคลื่อนกายไปหลังเค้าเตอร์บาร์เล็กๆ หยิบขวดแบล็ค
เรเบิ้ลขึ้นมาจากตู้เก็บด้านล่าง แล้วเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำแข็งเทลงในเหยือก พร้อมหนีบขวดโซดาไว้ที่ซอกแขนขาวผ่อง
เร่งสาวเท้าเดินกลับมาวางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะรับแขก

"หูยยยย..เย็นจัง...ฮ่าๆๆ" ซอกแขนขาวเปลือยที่หนีบขวดโซดาแช่เย็นมาจากตู้เย้นนั้น คงทำให้เธอเย็นมิใช่น้อย เมื่อเดินมา
วางของทั้งหมดลงบนโต๊ะรับแขก คุณดาก็ยกแขนกระพือไล่ความเย็นออกไปทำให้ผมแลเห็นซอกแขนขาวๆตลอดจนถึงรักแร้
ขาวเนียน รวมทั้งเนินอกอวบที่แทบจะล้นออกมาจากชุดเกาะอกของเธอ ผมรีบเบนสายตาออกหลังจากที่มองได้เพียงชั่วครู่
เมื่อคุณดาหันมาสบตา พร้อมส่งรอยยิ้มมาให้

"ตามสบายนะคะพี่ภู...ต้องลำบากเพราะดาแท้ๆ...ต้องขอโทษด้วย..ผสมโซดาหรือน้ำเปล่าดีคะ.." หญิงสาวพูดไปเรื่อยๆใน
ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเอก็ทำงานไปพร้อมๆกัน เริ่มจากเปิดขวดเหล้ารินใส่แก้วทรงสูงบางๆ คีบน้ำแข็งจากเหยือกใส่ลงไป
แล้วชะงักรอคำตอบจากผม

"เอ่อ..ผมขอออนเดอะร็อคแล้วกันครับ...ไม่ต้องผสมอะไร.." พอผมพูดจบคุณดาก็ทำปากจู๋ พร้อมพูดแซวว่าผมคงเป็นพวก
คอทองแดง ที่ดื่มเหล้าเพียวๆได้
 
"คุณดาก็คงเป็นนักดื่มเหมือนกันแหละครับ..ถึงได้มีอุปกรณ์เครื่องดื่มพร้อมสรรพในบ้านขนาดนี้.." ผมแซวกลับไปพร้อมด้วย
รอยยิ้มบนใบหน้า ทำให้มันเป็นเรื่องขำๆ

"ค่ะพี..แม่ม่ายอยู่ตัวคนเดียว..ทำงานมาเหนื่อยๆ ลูกสาวพอโตเขาทำงานของเขาก็เลยขอย้ายไปอยู่คนโดใกล้ที่ทำงาน เสาร์
อาทิตย์นั่นแหละถึงจะกลับมาอยุ่กับดา ดาก็เลยพักผ่อนหย่อนใจด้วยการดื่มบ้าง เปิดหนังดูบ้างฟังเพลงบ้างไปตามประสา นานๆ
จึงจะออกไปเปลี่ยนบรรยากาศดื่มนอกบ้านสักครั้ง แล้วก็ดันโชคร้ายเกิดเรื่องขึ้นจนได้ ดีนะคะที่พี่ช่วยดาไว้..ต้องขอบคุณเป็น
อย่างมากเลยค่ะ..." แม้หญิงสาวจะพูดให้ฟังดูเหมือนเรื่องปรกติธรรมดา แต่น้ำเสียงนั้นก็เจือความเหงาความว้าเหว่จนผมจับ
สังเกตได้

ปลผมไม่ได้ซ่อนข้อความ ฉนั้นถ้ารีพายไม่ครบ100 ตอนใหม่จะไม่นำมาโพสให้อ่านกันครับ

johnywalker



drof666


suteeboonmark

สนุกมาก...ขอติดตามคุณภูอย่างใกล้ชิดต่อไป...เดินเรื่องได้น่าติดตามมาก...