โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 5 ความสงสัย

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 5 ความสงสัย

  • 2 ตอบ
  • 9041 อ่าน
*

ออฟไลน์ pekopon66

  • Tiny Member
  • *
  • 25
  • 1172
    • ดูรายละเอียด
โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 5 ความสงสัย
« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2015, 01:26:25 AM »



ส่วนขยายเนื้อเรื่อง


    วันนี้ช่วงพูดคุยกับนักเขียนจะอยู่ท้ายเรื่องนะครับ เพราะผมไม่อยากพูดอะไรกลัวเป็นการสปอย จึงขอมาพูดถึงส่วนขยายเนื้อเรื่องก่อน วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของอาเป็ด ชายที่ทุกคนคิดถึง( รึเปล่า? ) หลังจากที่โดนเอกแย่งโอกาสสำคัญในชีวิตไป อาเป็ดจะทำอะไรต่อ ลองมาอ่านกันดูนะครับ ซึ่งผมขอบอกใบ้ว่า ส่วนขยายนี้จะเป็นเหมือน Tie in เล็กๆสู่นิยายเรื่องใหม่ในอนาคตของผมด้วย :)


ย้อนหลัง]


โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 1 ความลับ -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 2 ความสับสน -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 3 ความรัก -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 4 ความเชื่อ -



            เรื่องย่อ


           เรื่องราวเกี่ยวกับ ดรีม สาวนักศึกษาผิวขาว ทรงโต ที่เข้ามาเรียนในตัวเมืองชื่อดังพร้อมกับคนรักของเธอ เอก ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขโดยมอบคำสัญญาให้กับพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายว่า จะไม่ท้องก่อนเรียนจบ ดั่งสวรรค์กลั่นแกล้ง สาวน้อยต้องเผชิญกับโชคชะตาที่เลวร้าย ต่ำทราม และลามก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอจะฝ่าฟันและประคับประคองชีวิตคู่รักของเธอได้อย่างตลอดรอดฝั่งรึไม่ คำสัญญาที่มีให้กับพ่อแม่จะทำตามได้รึเปล่า โปรดติดตามใน โชคชะตา กามารณ์


-----------------------------------------------------------------------------------


               บทที่ 5 - ความสงสัย



                เสียงครวญครางและเสียงเตียงโยกยังคงดังมาอย่างต่อเนื่องจากห้องด้านข้างเอกที่เอาหูแนบฝนังฟังอยู่เริ่มมีอาการแข็งตัว เขาไม่เคยรู้สึกอย่างงี้มาก่อนเลยหัวใจของเขาเต้นแรงผิดปกติ มีอะไรกับดรีมว่าตื่นเต้นแล้ว ฟังคนอื่นมีอะไรกันยิ่งตื่นเต้นกว่าแล้วถ้าได้เห็นคนมีอะไรกันต่อหน้าจะตื่นเต้นขนาดไหนแค่คิดเอกน้อยก็แข็งตัวเต็มที่แล้ว มันแข็งเสียจนเขาปวดไปหมด


“โอ้ยย โอ้ยยย เสียวววว อื้มมมม”


                เสียงหญิงสาวที่เหมือนจะคุ้นหูแต่เอกก็ไม่มั่นใจนักว่าใช่ไหม ชายหนุ่มเริ่มจินตนาการว่าถ้าเสียงนี้เป็นดรีมแล้วเขาจะทำยังไง อารมณ์หึงหวงบวกความแปลกใหม่พวยพุ่งขึ้นมาในจิตใจของเขาบางครั้งเขาก็อยากเห็นใครบางคนมาขยำหน้าอกอันใหญ่โตและขาวนวลของดรีมและมาทำให้ผิวพรรณที่สดใสเป็นรอยจ้ำสีแดง ยิ่งคิดยิ่งทนไม่ไหวเอกถอดกางเกงตัวเองออกแล้วค่อยๆจับเอกน้อยรูดขึ้นรูดลง


“แรงอีก โอ้ยยย แรงอีกกก”


                เสียงปริศนาเรียกร้องให้คู่ขาทำรุนแรงขึ้นแต่เหมือนมันจะมีอิทธิพลต่อเอกด้วย เอกรัวมือเร็วขึ้น พร้อมจินตนาการถึงดรีมที่โดนใครไม่รู้กระทุ้งกระแทกอย่างรุนแรงเขาไม่เคยมีอารมณ์ที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน และตอนนี้ดรีมในจินตนาการของเขาช่างมีสเน่ห์น่าเย้ายวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงเตียงเริ่มเร่งจังหวะขึ้น


“โอ้ยยยยย จะเสร็จแล้วว โอ้ยยยยยย ไม่ไหวแล้วววว”


                เธอคนนั้นร้องจนแทบจะขาดใจเช่นเดียวกับเอก เขาแทบขาดอากาศหายใจแล้วความตื่นเต้นและความเสียวซ่านมันพุ่งกระจายออกมาจากอาวุธลับของเขาอย่างต่อเนื่องมันทะลักออกมาอย่างกับท่อประปาแตกนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เอกช่วยตัวเองแล้วเสร็จเร็วขนาดนี้น้ำรักของเขากระจายไปทั่วพื้น เสียงจากห้องด้านข้างก็เงียบไปเหมือนกันสงสัยจะเสร็จกิจพร้อมกับเอก สติของชายหนุ่มค่อยๆกลับมา พอตั้งสติได้ เอกใช้กำลังที่เหลืออยู่ใส่กางเกงแล้วเขยิบไปหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบบนพื้น


                ใช้เวลาสมควรกว่าจะเช็ดเสร็จเพราะอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าบวกกับเอกกลัวจะเปื้อนน้ำอสุจิตนเอง พอเช็ดเสร็จเอกก็พาตัวเองขึ้นมานอนบนเตียง เขานึกถึงเรื่องราวในจินตนาการอีกครั้งมันจะเป็นไปได้ไหมที่เขาจะได้เห็นดรีมมีอะไรกับคนอื่นพอคิดแล้วมันก็รู้สึกหนักอยู่ในอก ความหึงหวงมันมีมากกว่าความเสียวซ่านอยู่แล้วในขณะที่เอกคิดวกไปวนมาอยู่นั้น ประตูห้องก็ค่อยๆถูกไข


                เอกยันตัวขึ้นมานั่งหันไปมองประตูค่อยๆเปิดออก เอกเผลอจ้องมองประตูอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เจ้าตัวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการเห็นอะไรโผล่ออกมาจากประตูกันแน่พอประตูเปิดอ้าออกสิ่งที่เขาเห็นจากความมืดก็คือ ดรีม แฟนสาวของเขานั้นเองเธอยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่มือข้างนึงถือถุงพลาสติกร้านสะดวกซื้อ ชุดนักศึกษาของดรีมดูมีรอยยับแปลกๆและผมของเธอฟูไม่เป็นระเบียบจนเห็นได้ชัดแม้มองในความมืดถ้าไม่คุ้นเคยกันมานาน เอกคงคิดว่าเป็นผีไปแล้วแน่ๆ


“ยังไม่นอนอีกหรอ” น้ำเสียงที่แหบแห้ง ดังออกมาจากปากของสาวน้อย


“อ....อืม” เอกชักจะกลัวคนที่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว


“คะ เค้าปวดฉี่หน่ะ” เอกหาข้ออ้างไปเรื่อย


“ให้เค้าพาเข้านะ” สาวดรีมอาสาด้วยน้ำเสียงผิดปกติ


                เอกพยักหน้าสาวดรีมปิดประตูแต่ไม่เปิดไฟ แสงไฟจากด้านนอกพอจะส่องมาให้เห็นภายในห้องบ้างแต่ไม่ชัดนัก เอกแปลกใจทำไมดรีมถึงไม่เปิดไฟกันนะ สาวน้อยค่อยๆเดินมาอย่างช้าๆเดินวนปลายเตียงมาหาฝั่งที่เอกนั่งอยู่ เอกมองเธอไม่ละสายตา แปลกมากคนที่กำลังเดินมาหาเขาไม่เหมือนกับดรีมที่เขารู้จัก ทั้งท่าเดิน ทั้งน้ำเสียงเอกเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวตอนที่มือของดรีมมาสัมผัสที่แขนโชคดีที่มือของเธอยังอุ่นอยู่ อุ่นจนรู้สึกร้อน


                เอกพยายามยืนสาวดรีมมาพยุงแขน เอกได้โอกาสมองสำรวจแฟนสาวระยะประชิด เอกพยายามเพ่งเขามองเห็นหน้าของดรีม หน้าเธอดูไม่ร่าเริงเหมือนปกติความสวยยังอยู่ครบแต่ดูเหนื่อยล้า อาลัยตายอยากและสาวน้อยเหมือนจะหลบตาเขาด้วยเอกได้กลิ่นอะไรบางอย่างออกมาจากศรีษะของสาวดรีม มันเหมือนจะหอมแต่ก็ไม่เชิงดรีมมาส่งเอกที่หน้าห้องน้ำแล้วหันหลังเดินไปเอกจำใจต้องเปิดประตูและพยุงตัวเองเข้าห้องน้ำด้วยขาข้างเดียว


                ชายหนุ่มปิดประตูแล้วยืนพิงเงี่ยหูฟังเสียงดังบางอย่างดังกุกกักอยู่ในห้องเอกอยากจะแง้มประตูดูซะเหลือเกินแต่ดรีมต้องจับได้อย่างแน่นอนเอกตัดสินใจทำเป็นกดชักโครก เอกยืนรอซักพักนึกว่าดรีมจะมาเปิดประตูรับเขาแต่ไม่เลย ทุกอย่างเงียบสนิท เอกต้องเขย่งกระต่ายขาเดียวมาเปิดประตูภาพแรกที่เห็นคือ สาวดรีมนอนหันหลังให้เขาอยู่บนเตียงในชุดนักศึกษา


“ไม่อาบน้ำก่อนนอนซักหน่อยหรอ” เอกถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย


“ไม่เป็นไร เค้าง่วงแล้ว”


                เสียงดรีมที่แหบแห้งดังมาและเงียบหายไปเอกค่อยๆพาตัวเองมาถึงเตียงเขาหันไปมองแฟนสาวอีกครั้งแล้วนอนลงโดยเอกนอนหันหลังให้เธอ เอกพยายามข่มตานอนปัดความสงสัยในหัวทิ้ง แต่ปัดเท่าไหร่มันก็ไม่ไป ตาของเอกยังคงแข็งเขาไม่รู้สึกง่วงเลยซักนิด แม้จะนับแกะไปแล้วหลายร้อยตัว ความเงียบยิ่งทำให้เขาคิดมากเขาอยากจะถามดรีมตรงๆแต่ก็ไม่กล้าแถมเขาไม่มั่นใจด้วยว่าถ้าถามไปดรีมจะตอบความจริงรึเปล่า


                เอกนอนเกร็งพยายามให้ตัวเองนิ่งที่สุดในชีวิตนี้ไม่เคยนอนเกร็งขนาดนี้มาก่อนเวลาผ่านไปซักพักเอกก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เสียงสะอื้นเบาๆจากด้านหลังของเขาดรีมเริ่มขยับตัวนอนท่าคุดคู้เอามือกุมท้องเอกรู้สึกได้ว่ามีการขยับแต่ไม่กล้าหันไปมอง เขารู้สึกลังเลบวกเจ็บปวดอยากจะเข้าไปปลอบแฟน แต่ไม่รู้ว่าจะปลอบเรื่องอะไรยังไงในใจลึกๆของเอกเองก็ไม่อยากจะรู้คำตอบซะด้วย เขากลัวที่จะเสียใจ


                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้เอกยังคงนอนตาแข็ง ส่วนแฟนสาวของเขาดูท่าจะหลับไปแล้วเพราะได้ยินเสียงกรนเบาๆออกมาเอกจึงค่อยๆนั่งแล้วหันไปมองแฟนสาว ดรีมยังนอนคุดคู้อยู่ท่าเดิม เอกมองไปรอบๆห้อง ก็พบว่าสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดแล้วเอกหันไปมองดรีมอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นแฟนสาวชัดขึ้น ดูจากภายนอกไม่มีอะไรผิดปกติแล้วอะไรกันนะที่ทำให้ดรีมดูผิดปกติไป


                เอกควานมือไปตรงหัวเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือของตนแต่มือของเขาเผลอไปโดนกล่องถุงยาง เอกสะดุ้งแล้วหยิบกล่องเจ้ากรรมมาดูมองไปซักพักเอกก็เริ่มรู้สึกประหลาด ถ้าเขาจำไม่ผิด เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาซื้อถุงยางกล่องใหม่มาแล้วใช้กับดรีมไปอันหนึ่ง หลังจากดรีมสารภาพว่าโดนพี่ต้น ผู้จัดการวงดนตรีลวนลาม ดังนั้นมันจะต้องเหลืออีก2อันอยู่ในกล่องสิ


                แต่ในมือของเอกตอนนี้เป็นกล่องถุงยางใหม่ไม่ได้แกะห่อพลาสติกเลยด้วยซ้ำ เอกเริ่มสับสน หรือว่าเขาจำผิดกันนะชายหนุ่มนั่งคิดซักพักพร้อมหันไปมองแฟนสาว ภาพจินตนาการในหัวมันพรุบขึ้นมาอีกครั้งเอกรีบสลัดความคิดไม่ดีทิ้งไป พร้อมคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายจำผิดเองคราวที่แล้วน่าจะเป็นชิ้นสุดท้ายแล้วอันนี้ดรีมคงซื้อมาให้ใหม่คิดได้อย่างนั้นเอกจึงนำกล่องถุงยางกลับไปวางที่เดิมแบบเงียบๆ


                ชายหนุ่มกดมือถือจนแสงไฟจากหน้าจอสว่างขึ้นมาเอกค่อยๆเอามือถือไปจ่อที่แขนของดรีม เพื่อดูว่าเธอเป็นอะไรรึเปล่าดูจนทั่วแล้วก็หาไม่เจอ เอกจึงเลื่อนมือถือลงมาช่วงล่างโชคดีของเอกที่ดรีมนอนตะแคงข้างแล้วกระโปรงทรง Aมันเริกขึ้นจนเห็นแก้มก้นอันนวลขาวนิดๆ แต่เดี๋ยวนะ เอกสะดุ้งมือของเขาที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นไปหมด ถ้ามองดีๆแล้วนี้ดรีมไม่ได้ใส่กางเกงในนี้


                ดรีมถอดกางเกงในตั้งแต่เมื่อไหร่หรือจะเป็นตอนเขาเข้าห้องน้ำ แล้วถ้าดรีมไม่ได้ถอดในห้องนี้ล่ะยิ่งคิดเอกยิ่งรู้สึกใจหาย มือของเขาเกร็งโดยไม่รู้ตัว เอกสลัดความคิดอีกครั้งเขาต้องเชื่อมั่นในตัวแฟนของเขาสิ เหมือนกับที่เธอเชื่อในคำพูดของเขามาโดยตลอดแต่ความร้อนใจยังไม่หายไป เอกจึงฉายมือถือไปรอบๆเตียงเผื่อจะเจอกางเกงในของแฟนสาวแต่แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง


“เตง ทำไรอยู่” เอกสะดุ้งหันหลังไปเป็นสาวดรีมที่ค่อยๆชันตัวขึ้นมา ใบหน้าของเธอตอนนี้ดูเหนื่อยล้า ลืมตาแทบไม่ขึ้น


“ท...โทษที เค้าเล่นมือถืออยู่หน่ะ นอนไม่ค่อยหลับปวดขา”


“กินยาไหม”


“มะ...ไม่อะ พอไหว”


เอกถึงกับติดอ่างเลยทีเดียวด้านสาวดรีมก็หงายลงไปนอนต่อ เอกค่อยๆถอนหายใจออกมา เกือบไปแล้วพอเห็นใบหน้าของแฟนสาว เอกก็ใจอ่อน เขาควรเลิกที่จะสงสัยแฟนได้แล้วเอกเถิบไปวางมือถือที่เดิมแล้วล้มตัวลงนอน ด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บปวดสะสมมาทั้งวันเอกก็หลับได้ในที่สุด ชายหนุ่มหลับสนิทไม่ฝันถึงสิ่งใดจนรุ่งเช้า เอกตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังที่หัวเตียงขณะนั้นเวลา 8.00 น. หนุ่มเอกหันไปเห็นสาวดรีมยังนอนอยู่จึงรีบรับโทรศัพท์


“เฮ้ย ไอ้เอก วันนี้มึงหยุดเรียนป่าววะ”


“คงไม่หว่ะ วันนี้เห็นว่ามีนัดสอบเก็บคะแนนหนิ กูจะหยุดได้ไง”


“ก็ถ้ามึงไม่ไหว พวกกูจะมาขออาจารย์เลื่อนให้มึงไง”


“โห ใจหว่ะเพื่อน ขอบใจมาก แต่ไม่เป็นไรกูไหว”


“งั้นเดี๋ยวกูไปรับ”


“เออๆ ดีๆ เดี๋ยวกูอาบน้ำแล้วเดี๋ยวลงไปรอข้างล่าง”


                พอวางโทรศัพท์ เอกก็หันไปมองแฟนสาวที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ชายหนุ่มตัดสินใจไม่รบกวนแฟนสาว พยายามพาตัวเองไปอาบน้ำอย่างทุลักทุเลพอเสร็จแล้วเอกก็เดินเขย่งขาเดียวมาปลุกดรีมเพื่อที่จะได้ไปมหาลัยด้วยกัน เอกเขย่าตัวดรีมอยู่สองสามทีในที่สุดสาวน้อยก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา


“เตง อาบน้ำไปมหาลัยด้วยกันไหม”


“เค้าไม่ค่อยสบายอะ วันนี้ว่าจะหยุด เตงไปเถอะ”


                ดรีมพูดออกมาอย่างเบาๆเอกใช้หลังมือแนบหน้าผากแฟนสาวจึงได้พบว่ามันอุ่นๆเอกยิ้มแล้วลูบหัวดรีมอย่างเอ็นดู ด้านสาวน้อยยิ้มให้แล้วผล็อยหลับไปเอกโทรศัพท์หาเพื่อนอีกครั้ง โดยคราวนี้ได้วานให้เพื่อนซื้อโจ๊กหน้าปากซอยมาฝากก่อนเข้ามารับด้วยเพื่อที่จะมาให้สาวดรีม ด้านเพื่อนชายก็ตกลง รอไม่นานเพื่อนของเอกก็ขึ้นมาถึงห้องเอกเขย่งไปเปิดประตูรับ


“โจ๊กที่คุณชายอยากรับประทานมาเสิร์ฟแล้วครับ”


“มึงไม่ต้องมาแซวกูเลย ไอ้เมฆ กูไม่ได้อยากกิน นู้นเมียกูป่วยอยู่” เอกชี้ส่งไปในห้อง


                เมฆ เพื่อนสนิทที่เอกเจอในสนามบอลทั้งสองพูดคุยและเล่นบอลกันได้เข้าขากัน จนสนิทกันที่สุด เมฆเป็นคนรูปร่างผอมสูงกว่าเอกเล็กน้อย แต่มีกล้ามไขมันน้อย ออกแนวตูน บอดี้แสลมหน้าตาของเขาหล่อแบบหนุ่มใต้ หน้าคมดุ จมูกโต ผิวสีดำแดง เป็นคนใต้โดยกำเนิดจึงมีสำเนียงทองแดงติดมานิดๆถึงแม้เมฆกับเอกจะรู้จักกันมาซักพักแล้ว แต่เมฆก็ไม่เคยเจอดรีมเสียทีเพราะเวลาเอกไปเล่นบอล ดรีมจะไม่ได้ตามไปดูด้วยและนี้เป็นครั้งแรกที่เมฆได้เจอกับดรีม


                เอกรับถุงโจ๊กแล้วหันหลังเดินกะเผลกไปที่มุมเก็บจานในห้องจัดแจงเตรียมอาหารเช้าให้แฟนสาวเมฆที่เดินเข้ามาในห้องเหลือบไปเห็นใครบางคนนอนหันข้างอยู่บนเตียงใบหน้าสาวสวยคนนี้เวลาหลับตาก็ยังดูสวยงามชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ตอนนั้นยิ่งทำให้รัดจนเห็นขอบบราดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในมันใหญ่โตแค่ไหน พอเลื่อนสายตาลงมาก็พบกระโปรงทรงAที่เริกขึ้นสูงจนเกือบเห็นแก้มก้น ต้องบอกเลยว่าสาวคนนี้ถูกสเปคเมฆยิ่งนักไม่ติดว่าเป็นแฟนเพื่อนจะกระโจนปล้ำเสียเดี๋ยวนี้เลย เมฆหันไปมองเอกแล้วคิดในใจ


‘ร้ายไม่เบาเลยเว้ยเพื่อนกู เมื่อคืนจัดกันคาชุดนักศึกษาเลยหรอวะ’


                แต่พอนึกว่าสาวสวยที่นอนอยู่บนเตียงไม่ใส่กางเกงในอยู่ตอนนี้เมฆก็นึกพิเรนอะไรได้บางอย่าง ก่อนจะทำเมฆหันไปมองเอกเพื่อความมั่นใจแล้วเมฆก็ก้มลงมองระหว่างขาของดรีม!อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็จะได้เห็นอุโมงค์สวรรค์แล้วเจ้ากรรมขาทั้งสองข้างของดรีมทับกันปิดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเมฆรีบยืนตรงทันทีเมื่อเอกทำท่ากำลังจะหันกลับมา เมฆยืนเนียนมองนู้นมองนี้ในขณะที่เอกเดินมาปลุกแฟนสาว ดรีมค่อยๆตื่นขึ้นแล้วเอกก็พยุงแฟนสาวให้ขึ้นมานั่งจนดรีมสังเกตเห็นใครอีกคนที่อยู่ในห้อง


“พอดีเค้าเดินไม่ไหวอะ เลยฝากมันไปซื้อโจ๊กที่เตงชอบกินมาให้กิน”เอกพูดขัดขึ้นมา


“อ้อ ลืมบอกไป นี่เมฆเพื่อนเค้าที่เคยเล่าให้ฟัง เมฆ นี่ดรีมแฟนกู


                ทั้งสองพยักหน้าและยิ้มทักทายกันอย่างเคอะๆเขินๆเมฆไม่ใช่สเป็คของดรีมแต่ดรีมสิ พอตื่นขึ้นมายิ่งถูกใจเมฆเข้าไปใหญ่ไหนจะรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวานถึงจะไม่สดใสเท่าไหร่ก็ตาม เนื่องจากสาวดรีมดูป่วยๆความสดใสสวยงามจึงไม่พลิบานเต็มที่ แต่แค่นี้ก็โดนใจพี่บ่าวชาวใต้อย่างเมฆไปเต็มๆจนเมฆมีความคิดอุบาทว์อยากจะแย่งแฟนเพื่อนกันเลยทีเดียว


                หลังจากดรีมกินโจ๊กเสร็จเธอยังคงรู้สึกไม่มีแรง จึงขอนอนอีกรอบ เอกตกลงและชวนเมฆออกจากห้องเพื่อที่จะได้ไปมหาลัยด้านเมฆเสียดายนิดๆ แต่เขาตั้งมั่นในใจไว้โดยไม่บอกใครแล้วว่า เขาจะมาห้องเอกบ่อยๆเพราะแค่เพียงได้มองหน้าดรีม เมฆก็รู้สึกสดชื่นแล้ว หรือนี่จะเป็นรักแรกพบกันนะเมฆไม่ค่อยเข้าใจ แต่รักแรกพบกับเมียเพื่อนมันก็รู้สึกกระไรอยู่ เมฆจึงทำลืมๆความรู้สึกนั้นไป


                เมฆพาเอกมาสอบได้ในที่สุดในช่วงสอบเอกทำได้บ้างไม่ได้บ้างตามสไตล์จนหมดเวลา เพื่อนๆชวนกันไปเล่นบอลแต่วันนี้เอกนอกจากขาจะเจ็บแล้ว เขายังคิดถึงคนที่อยู่ที่ห้องด้วยเอกจึงขอตัวกลับก่อน พวกเพื่อนชายทั้งหลายจึงช่วยกันส่งเอกขึ้นแท็กซี่จนในที่สุดเอกก็กลับมาถึงหอพักของตนชายหนุ่มใช้เวลาพอสมควรกว่าจะขึ้นบันไดแต่ละขั้นได้ อยู่ดีๆก็มีใครบางคนมาพยุงเขาจากด้านหลังเป็นหนุ่มหน้าตี๋ ส่วนสูงคาดคะเนด้วยสายตา 180 กว่าๆ กล้ามบึ้กจนเขาอิจฉา


“มาให้ผมช่วยนะครับ เดี๋ยวผมพาไปส่ง” หนุ่มหน้าตี๋ถามด้วยความสงสาร


“คุณนี่หน้าตาคุ้นๆนะ” เอกทำหน้าตาสงสัย


“เราเคยเล่นบอลด้วยกันครั้งนึงไงครับ ผมยังจำได้เลยว่าคุณจี้ดแค่ไหนวิ่งไวซะผมตามไม่ทันเลย”


“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่คุณชื่อ....”เอกเกรงใจแต่เขาจำชื่อชายคนนี้ไม่ได้จริงๆ


“หยวนครับ”


“อ่อ ผมเอกนะ ผมอยู่ห้อง 404 นะครับ ผมกลัวจะรบกวนคุณเปล่าๆ”


“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมอยู่ห้อง 403”


“อ้าว จริงหรอเนี้ย บังเอิญจริง”


“ใช่ครับ บังเอิญมาก”


                หยวนหันมายิ้มเอกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมา เสียงปริศนาที่เกิดขึ้นจากห้องข้างๆคือหยวนกับผู้หญิงของเขา เองสินะ เอกรู้สึกเขินยังไงชอบกล แต่หยวนไม่ทันสังเกตอะไรทั้งคู่พากันจนมาถึงชั้น 4 หนุ่มหยวนประคองเอกมาส่งถึงหน้าห้อง แล้วเคาะประตู ทั้งสองยืนรอซักพักประตูห้องก็เปิดออกสาวดรีมที่ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นโผล่หน้ามาก็ต้องตะลึงเมื่อมีใครบางคนยืนอยู่ข้างๆแฟนหนุ่มของเธอ


                เอกมองหน้าแฟนตัวเองอย่างสงสัยทำไมเธอต้องมองหยวนแบบนั้นด้วย ดรีมเริ่มรู้สึกตัวเธอปั้นหน้ากลับมาเป็นปกติส่วนหนุ่มหยวนยังคงยืนยิ้มนิ่งอยู่อย่างนั้น เอกหันไปมองหน้าหยวนแต่ไม่พบพิรุธอะไรเขาจึงหันกลับมามองแฟนตนเองอีกครั้ง ดรีมยิ้มรับ


“ขอบคุณนะคะที่พาเอกมาส่ง”


“ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เอง”หยวนยิ้มให้สาวดรีม ด้านดรีมหน้าเกร็งไปหมด เธอไม่กล้ายิ้มให้


“เตงนี้หยวนนะ เขาอยู่ข้างห้องเรานี่เอง”เอกชี้ไปห้องข้างๆ


“อ...อื้มม จริงดิ”


“ครับ มีอะไรก็มาเคาะประตูเรียกได้นะครับ ทั้งเอกและคุณ....”หยวนทำเป็นไม่รู้จักชื่อ


“...ดะ..ดรีมค่ะ” สาวดรีมยิ้มเฝื่อนๆ เธอไม่อยากจะตอบเลย


“ขอบคุณหยวนนะครับ ขอบคุณจริงๆ”


                เอกขอบคุณและพาตัวเองเข้ามาในอ้อมแขนของดรีมด้านสาวน้อยก็พาแฟนตนเองมานั่งบนเตียงแล้วเดินกลับไปปิดประตูก่อนปิดเธอจ้องตาหยวนอีกครั้ง แล้วหลบสายตาปิดประตูเข้ามา ดรีมเดินนิ่งๆมานั่งข้างแฟนหนุ่มบนเตียง


“เตงเป็นไงมั่ง” เอกเริ่มถามก่อน


“เค้าไม่เป็นไร น่าจะดีขึ้นแล้วละ เตงต่างหากไปมหาลัยเป็นไงมั่งสอบได้ไหม”


“ก็เหมือนเดิม”


“ได้สอบ”


ทั้งคู่พูดพร้อมกันแล้วหัวเราะดรีมเอนตัวมากอดเอวและพิงไหล่ของเอก ด้านแฟนหนุ่มก็กอดตอบทั้งที่สงสัยว่าทำไมวันนี้ดรีมถึงขี้อ้อนผิดปกติเอกลูบหัวของดรีมอยู่สองสามครั้งก็ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ตอนแรกนึกว่าหูฝาดแต่พอผ่านไปซักพักเริ่มชัด เอกจึงรีบปล่อยกอดแล้วเชยคางแฟนสาวของตนขึ้นมาดูก็พบว่าสาวน้อยมีน้ำตาคลอเบ้า


“เตง เป็นอะไรป่าว” เอกจ้องเข้าไปในตาของดรีม


“เตง เค้ามีอะไรจะบอก เมื่อคืนเค้า….”ดรีมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น เอกดึงสาวดรีมมากอดแล้วลูบหัว


“ใจเย็นๆ ไม่เป็นไรนะ ค่อยๆพูด” ยิ่งเอกพูดดรีมยิ่งตัวสั่น


“เมื่อคืนเค้า…..” ดรีมหลบสายตาพยายามกลั้นอารมณ์


“เมื่อคืนเค้าเกือบถูกโจรปล้น” ดรีมก้มหน้าพูด


“ฮะ!! ไหนเล่ามาสิว่ามันเป็นยังไง”


                สาวน้อยเล่าว่าในขณะที่เธอเดินออกไปหาซื้ออะไรกิน เธอก็ถูกชายแปลกหน้าวิ่งมากระชากกระเป๋าเธอพยายามขัดขืนแต่สู้แรงไม่ได้ เธอจึงล้มลงกับพื้นทำให้สีข้างกระแทกกับพื้นอย่างแรงแต่มือของดรีมยังคงจับกระเป๋าเอาไว้อยู่ ด้านคนร้ายก็พยายามลากถูไถโชคดีที่มีคนเดินผ่านมา คนร้ายจึงยอมแพ้และวิ่งหนีไปแต่เธอกลัวมากจนไม่กล้าเล่าให้เอกฟังเมื่อคืน พอพูดจบดรีมก็ร้องไห้ต่อ


                เอกรับฟังแล้วก็รู้สึกสงสารแฟนสาวแต่ในใจส่วนลึกของเอกกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างมาสะกิดเบาๆเขากำลังสงสัยในคำพูดของดรีมอย่างงั้นหรอเอกรีบข่มความคิดนั้นทิ้งแล้วปลอบใจคนที่ตนรัก


“ไม่เป็นไรนะ อย่าคิดมาก”


“แต่เค้ากลัว กลัวเตงจะไม่รัก”


“ทำไมจะไม่รักหล่ะ”


“จริงหรอ”


“อื้อ ขนาดพี่ต้นลวนลามเตง เค้ายังไม่สนเลย อะไรเค้าก็รับได้ทั้งนั้นละ”


“เตงพูดจริงๆนะ”


“จริงสิ หยุดร้องเร็ว”


“เพื่อเตงเค้ายอมทำทุกอย่างเลยนะ ขออย่างเดียวอย่าเลิกรักเค้าเลยนะ”ดรีมพูดแล้วร้องไห้ออกมา


“พูดอะไรของเตงเนี้ย ไม่เห็นเข้าใจเลยเค้ารู้สิว่าเตงยอมทำทุกอย่างเพื่อเค้า อย่างงั้นไงเค้าถึงได้รักเตง” เอกงงในคำพูดของแฟนสาวแต่ทำเป็นเออออรู้เรื่องไปด้วย


“หยุดร้องเร็ว มาดูทีวีดีกว่ามา จะได้ไม่คิดมาก”


                เอกหันมาหยิบรีโมทกดเปิดโทรทัศน์เอกเลื่อนช่องไปเรื่อยจนมาสะดุดที่ช่องนึงเป็นข่าวด้วยความที่ภาพในข่าวเป็นสถานที่ที่คุ้นตาเขามากไม่ใช่ที่ไหนข้างซอยสะดวกอยู่ของพวกเขานั่นเอง


“วันนี้นะฮะ ทางตำรวจได้รวบตัวหมอดูลวงโลกแถวเขตรังสิต นายหมอดูคนนี้มีชื่อว่าช้าง เขาเปิดสำนักบังหน้า และได้ล่อลวงหญิงสาวมาทำมิดีมิร้าย...”
                นักข่าวชื่อดังหน้ากลมนามว่าสรวุฒิ ก็เล่าข่าวต่อไปเรื่อยๆ เอกที่ฟังอยู่หันมามองหน้าแฟนสาวก็ตกตะลึงเพราะตอนนี้สาวดรีมมองไปที่จอทีวีแล้วอ้าปากค้างอย่างไม่รู้ตัว ดรีมนั่งตัวแข็งไปหมด น้ำตาที่ไหลยังหยุดไหลชั่วขณะ เอกเขย่าตัวแล้วเธอยังไม่รู้สึกเอกเขย่าอีกครั้งสาวดรีมสะดุ้งแล้วหันมา
“เตงเป็นไร หน้าซีดเชียว”


“ตะ...เตง มะ..ไม่มีอะไร เค้าแค่ใจคอไม่ดีอะเพื่อนเค้าก็ไปดูดวงกับอาจารย์ช้างมา เค้ากลัวมันจะเป็นอะไร”


“เฮ้ย จริงดิ ลองโทรศัพท์ไปหามันดูไหม”


“ม...ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามันโดนล่อลวงจริง มันคงเล่าให้เค้าฟังแล้ว”


                ดรีมยิ้มออกมาแต่หน้าตาเธอดูซี้ดผิดปกติ สาวน้อยเห็นเอกจ้องหน้าก็รีบเปลี่ยนเรื่องเธอรีบลุกขึ้นบอกจะไปหาอะไรมาทานข้างนอกซะหน่อย เอกแสดงความเป็นห่วงจะลงไปซื้อด้วยแต่ดรีมบอกไม่เป็นอะไร เกรงใจ ตอนนี้ยังสว่างอยู่ เอกจำใจตกลงสาวดรีมเดินไปหยิบกระเป๋าตังพร้อมโทรศัพท์มือถือเดินออกจากห้อง เอกมองตามด้วยความเป็นห่วง แต่เขาไม่มีกำลังพอที่จะเดินตามไป ดรีมปิดประตูมาเธอก้มหน้ายืนหน้าประตูแล้วพูดอะไรบางอย่างออกมา


“ขอโทษนะ ขอโทษที่เค้าต้องโกหก” ดรีมเริ่มสะอื้นอีก


“โกหกอะไรหรอ?”


                เสียงดังขึ้นมาจากด้านข้างดรีมถึงกับสะดุ้ง เธอหันไปเห็นหยวนโผล่หน้ามายิ้มให้สาวน้อยถอนหายใจเพราะตอนแรกนึกว่าเป็นเอก ดรีมรีบเช็ดน้ำตาแล้วเดินหนีหนุ่มหยวนจนชายหนุ่มต้องคว้าแขนเอาไว้


“นี่ คุยกันก่อนสิดรีม”


“ขอร้องล่ะหยวน เราเลิกคุยกันเถอะนะ เราไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้แล้ว”


“รู้สึกผิดอะไรดรีม เรื่องเมื่อคืนหรอ ไม่เห็นจะผิดอะไรตรงไหนเลย”


“พอเลยนะ หยวน เราขอร้อง”


“ไม่ เราชอบดรีมจริงๆนะ” หยวนดึงสาวดรีมเข้ามากอด


“อย่านะ เดี๋ยวเอกมาเห็น”


“ถ้าไม่อยากให้เห็นก็เบาๆสิ” หยวนยิ้มแล้วกอดเอวดรีมแน่นเลย


“พอเถอะหยวน”


“ไม่ เราไม่พอ”


หยวนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆดรีมสลัดมือออกมาจากอ้อมกอดได้ก็ตบเข้าเต็มหน้าของหยวน ด้านชายหนุ่มถึงกับอึ้งเลย เขาค่อยๆคลายมือที่กอดหญิงสาวออก ดรีมทำหน้าบึ้งตึงก่อนเดินจากไปปล่อยให้หนุ่มหยวนยืนเซ็งอยู่หน้าห้อง ดรีมเดินลงมาชั้นล่างเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น สาวน้อยหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็น อาจารย์ณัฐวุฒิโทรเข้ามา ดรีมรีบรับ


“ฮัลโหลค่ะ อาจารย์”


“ค่ะ ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ก็เจ็บอยู่นิดหน่อย” สาวดรีมยิ้ม


“จะขอโทษทำไมละคะ หนูไม่ได้ว่าอะไรซักคำ”


“ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องเมื่อคืน ถ้าไม่มีอาจารย์นี่หนูแย่เลย”


“เดี๋ยวหนูเลี้ยงข้าวอาจารย์นะ พูดจริงสิ แล้วเจอกันนะคะ”


                ดรีมยิ้มเบาๆแล้ววางมือถือเธอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ปวดหัว เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอแทบไม่ตั้งตัวมีทั้งเรื่องดีและไม่ดีปะปนกัน ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย ดรีมถอนหายใจแล้วเดินออกมาในเวลาที่เดินเธอมองซ้ายมองขวาระแวงอะไรบางอย่างตลอดเวลาจนถึงร้านอาหารตามสั่งที่อยู่กลางซอย สาวดรีมก็สั่งราดหน้าและยืนรอรับในขณะที่รอเธอยังคงระวังตัวแจ เหมือนคนวิตกจริตก็ว่าได้


                ในขณะที่ดรีมยืนอยู่นั้นก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาจากปากซอย เหมือนเสียงอะไรบางอย่างชนกันทุกคนในซอยหันไปมองทางเดียวกัน เช่นเดียวกับสาวดรีม แม่ครัวที่ทำราดหน้าให้สาวดรีมรีบทำอย่างเห็นได้ชัด ดรีมจ่ายเงินและรับราดหน้ามา แม่ครัวทำเสร็จแล้วก็วิ่งทิ้งร้านไปเช่นเดียวกับดรีม เธอก็วิ่งตามไปเช่นกัน เธอรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง


                เหล่าไทยมุงทั้งหลายยืนล้อมอะไรบางอย่างไว้ตรงหน้าปากซอยสาวดรีมวิ่งมาก็เห็นผู้คนเต็มไปหมด เธอพยายามแหวกเหล่าไทยมุงจนในที่สุดเธอก็ทะลุเข้ามาได้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอตะลึงมีรถยนต์คันหนึ่งดูเหมือนจะพุ่งมาจากถนนฝั่งตรงข้ามทะลุเกาะกลางถนนมาถึงฝั่งนี้และชนเข้ากับอะไรบางอย่างสาวน้อยหรี่ตามองอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้า มันน่ากลัวเกินจะบรรยาย


                เป็นร่างไร้วิญญาณของใครบางคนนอนบิดเบี้ยวอยู่ริมถนนมีน้ำสีแดงเจิ่งนองอยู่รอบตัวห่างไปจากร่างของคนผู้นั้นมีมอเตอร์ไซด์คันนึงล้มคว่ำอยู่เสียงอื้ออึงดังมาเป็นระยะ มีเพียงสาวดรีมเท่านั้นที่ยืนเงียบสนิทถึงแม้จะไม่เห็นหน้าแต่เธอก็จำเบอร์วินที่อยู่หลังเสื้อได้ ดรีมเอามือมาปิดปากน้ำตาเธอไหลออกมาเต็มสองแก้มอย่างไม่รู้ตัว เธอไม่รู้ว่าจะรู้สึกเศร้า เสียใจหรืออะไรดี ดรีมพูดได้เพียงสั้นๆพร้อมยกมือไหว้


“อโหสิกรรมให้นะ นายสี”
 




โปรดติดตามตอนต่อไป


----------------------------------------------------------------------------------


ส่วนขยายเนื้อเรื่อง - ลูกแมวน้อย ตอนที่ 1 ( 2 ตอนจบ )


[post]          ณ ท่ารถแห่งหนึ่งในรังสิต อาเป็ดกำลังยืนรอรถอยู่ในหัวของเขาตอนนี้ไม่ได้คิดเรื่องที่จะกลับบ้านเลยแต่คิดเรื่องหลานสะใภ้ที่ทั้งขาว ทั้งสวย และอึ๋มอีกเพียงแค่นิดเดียวก็จะได้แอ้มแล้วแท้ๆ ไม่รู้เพราะเวรกรรมจากชาติปางก่อนหรือวาสนาน้อยกันแน่ถึงทำให้อาเป็ดชวดได้ และตอนนี้ก็เช่นกัน ยืนรอมาซักพักแล้วไม่เห็นวี่แววรถจะมาซักคันยิ่งคิดแล้วยิ่งเซ็ง อาเป็ดหยิบมือถือของตนขึ้นมาจะโทรหาใครบางคน แต่ไม่ทันกดออกก็มีโทรศัพท์โทรสวนเข้ามา อาเป็ดรับสาย



“ฮัลโหล เฮียเป็ด”


“เอ้อว่าไง ไอ้ธา ผีเข้ารึไงกันถึงโทรมาหาข้า”


“ผีไม่ได้เข้าเฮีย แต่ผีมันบอก”


“อะไรของเอ็งวะ” อาเป็ดขมวดคิ้ว


“เฮียจำได้ไหมที่บอกว่า อยากได้บ้านทรงไทยงามๆซักหลัง ราคาไม่แพงอะ”


“เออ จำได้สิวะ ข้าไม่ได้แก่จนขี้หลงขี้ลืมซักหน่อย”


“โถ่ เฮีย ใจร้อนจังเป็นไรป่าวเนี้ย”อาเป็ดเงียบไม่อยากตอบ


“คืองี้เฮีย ผมไปเจอบ้านหลังนึง ราคาไม่แพงด้วย เป็นทรงไทยด้วยผมว่าเฮียชอบชัวร์”


“หรอวะ ราคาเท่าไหร่” นายธา นายหน้าที่ดินบอกราคาออกไป


“เฮ้ย ทำไมมันถูกงี้วะ ไอ้ธา”


“มันก็ไม่มีอะไรหรอกเฮีย พอดีเจ้าของเขาร้อนเงินอะ”


“มึงอย่ามาโกหก บอกกูมาดีๆ”


“เฮียนี้รู้จริงตลอด คืองี้ บ้านนี้เจ้าของเก่ามันเป็นเพลย์บอยคล้ายๆเฮียนั่นละ”


“อย่ามาพาดพิง”


“แล้วมันก็สร้างบ้านทรงไทยหลังนี้ขึ้นมาเพื่อผู้หญิงคนนึง”


“แล้วก็มีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นตายห่ากันหมดเรือนใช่ไหม ไอ้ห่าธา!!”อาเป็ดไม่รู้จะโมโห หรือตลกดี


“เฮ้ยย เฮียไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็ใกล้เคียง”นายธากลั้นหัวเราะไม่อยู่


“นี้มึงเสนอบ้านอะไรให้กูวะเนี้ย”


“ผมแซวเล่นหน่า เห็นสวยเลยนึกถึงเฮียขึ้นมา คือแบบมันสวยจริงๆแต่ผมไม่ขายให้หรอก”


“กลัวกูตายหรือไง”


“เปล่า เดี๋ยวไม่มีใครเลี้ยงหญิง”


                ทั้งสองพูดคุยกันอย่างเฮฮาไปได้ซักพักก็มีใครบางคนสะกิดหลังอาเป็ด พออาเป็ดหันหลังไปก็พบ เด็กสาวอายุไม่เกิน 18 ยืนรออยู่ใบหน้าของเธอกลม จมูกใหญ่พอประมาณเป็นเอกลักษณ์ ตาเรียวเล็ก ผิวไม่ขาวมากแต่ตัวเล็ก ผมยาวเลยบ่ามานิดนึง หน้าอกมีพอสมควรแต่ไม่มาก เพราะใส่เสื้อยืดแบบรัดๆจึงเห็นทรวดทรง กางเกงขาสั้นโชว์ต้นขาที่เนียนน่าสัมผัสอาเป็ดเผลอกลืนน้ำลายแล้วบอกให้ธาวางสาย


“คุณลุงรู้ไหมคะว่า รถไปจังหวัด...ขึ้นทางไหน” เด็กน้อยยิ้มแหยๆพร้อมเกาหัว


“ก็ขึ้นทางนี้ละอีหนู เอ็งนี้คนจังหวัดเดียวกับข้าเลย”


“จริงหรอคะ แล้วลุงบ้านอยู่ไหน” อาเป็ดบอกอำเภอไป


“เอ้ย ใกล้ๆกับบ้านหนูเลย” เด็กน้อยบอกอำเภอของตนออกไปซึ่งก็ใกล้กับบ้านของอาเป็ดจริงๆ


“ข้าชื่อเป็ด แล้วเอ็งชื่ออะไร”


“ขนมปังค่ะ เรียกปังก็ได้นะ” เด็กน้อยยิ้ม


“แล้วเอ็งอายุเท่าไหร่” เด็กน้อยตอบอายุไป


“เด็กแค่นี้ มาทำอะไรแถวนี้คนเดียววะ พ่อแม่เอ็งไม่ตามหารึไง”


“ก็มาหาญาตินิดหน่อยนะค่ะ พอดีญาติไม่สะดวกมาส่ง เลยต้องกลับเอง”


“มาๆ เดี๋ยวข้าพาเอ็งไปส่ง เห้อ พ่อแม่สมัยนี้ไม่ห่วงลูกตัวเองเลย”


                อาเป็ดทำบ่นแต่ในใจนี้กระชุ่มกระชวยเต็มพิกัด เพราะอาเป็ดไม่ได้กินเด็กวัยนี้มานานมากแล้วเห็นเด็กสาวคนนี้แล้วเปรี้ยวปากอยากก่อคดีพรากผู้เยาว์ทั้งคู่ยืนรอซักพักรถบัสปรับอากาศประจำทางก็มาอาเป็ดพาขนมปังไปนั่งเบาะคู่เกือบหลังสุด วันนี้ผู้โดยสารน้อย คนจึงไม่เต็มรถด้านข้างและด้านหลังของอาเป็ดโล่ง มันช่างเป็นใจเสียนี้กระไร รถค่อยๆออกจากสถานีเด็กน้อยก็หยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาถ่าย Selfie พร้อมก

Blog ของผมนะครับ - http://adultstoryth.blogspot.com/

*

ออฟไลน์ araiwaaa

  • Full Member
  • **
  • 115
  • 159
    • ดูรายละเอียด
Re: โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 5 ความสงสัย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2016, 01:56:28 PM »
อาเป็ดนี่กะล่อนจริงๆ พรากผู้เยาว์แน่

*

ออฟไลน์ Keak TheRipper

  • Tiny Member
  • *
  • 8
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 5 ความสงสัย
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 01:31:30 PM »
สุดยอดเลยคับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ