โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง

  • 4 ตอบ
  • 10140 อ่าน
*

ออฟไลน์ pekopon66

  • Full Member
  • **
  • 59
  • 1381
    • ดูรายละเอียด


ช่วงถามตอบ

          เนื่องจากหลังจากตอนที่ 6 ออกไป ซึ่งเป็นเหมือนตอนสรุปเนื้อเรื่องของช่วงแรก จึงมีคำถามมามากมาย ผมก็ได้ตอบไปแล้ว แต่อยากจะเอามาลงตรงนี้เพื่อให้ทุกคนได้อ่านกัน จะได้ไม่มีข้อสงสัย ต่อจากนี้ใครสงสัยหรือมีคำถามอะไร พิมพ์มาได้เลยนะครับ ภายในหนึ่งวันผมจะตอบตรงใต้คอมเม้น ทุกท่านก็กลับมาอ่านได้ตอนที่ระบบแจ้งเตือน วันนี้จึงขอจัดช่วงนี้ขึ้นมาเฉพาะกิจนะครับ

Q – ดรีมจะท้องไหม ถามโดยสมาชิกหลายๆท่าน

A – คำตอบจะมีอยู่ในตอนนี้นะครับ แต่ผมจะไม่เขียนตรงๆ ลองอ่านดูกันนะ

Q – ไม่รู้ว่าโหดร้าย หรือสุขสันต์บนโชคร้ายกันหนอ ถามโดย dragonhead

A – ดรีมไม่มีความสุขเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ อาจมีอารมณ์ร่วมบ้างแต่นั่นยังไม่ใช่ความสุข

Q – ตัวละครใหม่ ชื่อ สี ถามโดย chinmedia

A – เผื่อใครยังไม่เข้าใจ มาขอตอบตรงนี้อีกครั้งนะครับ สี เป็นตัวละครเก่าครับ โผล่ตอนแรกสุด เป็นตัวละครตัวที่สองต่อจากดรีมเลย แต่ตอนนั้นไม่ได้บอกชื่อ มาบอกตอนส่วนขยาย คนในตึกร้าง

Q – น้องเค้าจะมีสามีกี่คนครับ ถามโดย 5555maemoo

A – ไม่ตอบได้ไหม ฮา เนื้อเรื่องเพิ่งจบช่วงแรกไปเองครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้

Q – สงสารดรีมดีมั้ย แต่กับพี่สี เหมือนปล่อยตัว ถามโดย jk_th_3710

A – อันนี้ตอบส่วนตัวไปแล้ว มาตอบส่วนรวมเผื่อคนยังไม่เข้าใจ ผมอาจจะเขียนถ่ายทอดไม่ดีต้องขออภัย ดรีมยอมสีเพราะเธอเพิ่งถูกพี่ต้นทำร้ายมา ถ้าใครจำได้เมื่อตอนที่ 2 ดรีมได้ใช้ไหวพริบและกำลังในการเอาตัวรอดมาได้ แต่สุดท้ายเธอก็มาถูกทำร้าย เธอจึงกลัวที่จะทำแบบนั้นอีก

Q – เสียงจากห้องหยวนคือใครกัน ถามโดยหลายๆท่าน

A – เป็นเสียงหยวนกับแฟนของเขาที่ชื่อว่า หญิง ครับ

Q – ดรีมหยิบถุงยางไปกล่องหรือชิ้นหนึ่ง โดย 19942108

A – กล่องหนึ่งครับ ถุงยางปรากฏตัวครั้งแรกตอนที่ 3 ที่เอกใช้กับดรีมนั่นละครับ แล้วใช้ไปแค่ครั้งเดียว จึงเหลืออีกสองอัน ดรีมพกมา เจอสีใช้ไปสองครั้งแถมสดให้อีกหนึ่งที

เนื้อเรื่องส่วนขยาย

         วันนี้จะพาทุกท่านย้อนอดีตอีกครั้ง กลับไปสู่ยุคสมัยที่ดรีมกับเอก อยู่มัธยมปลาย พร้อมกับเปิดตัวละครใหม่ ที่สำคัญอีกตัวในอนาคต ผมใบ้ให้ว่า เป็นตัวละครที่ท่านไหนชอบสาย incest ก็จะชอบ แต่ถ้าไม่ก็จะไม่ไปเลย ยังไงก็อย่าลืมอ่านกันนะครับ

ย้อนหลัง


โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 1 ความลับ -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 2 ความสับสน -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 3 ความรัก -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 4 ความเชื่อ -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 5 ความสงสัย -

โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 6 ความจริง -

เรื่องย่อ

     เรื่องราวเกี่ยวกับ "ดรีม" สาวนักศึกษาผิวขาว ทรงโต ที่เข้ามาเรียนในตัวเมืองชื่อดังพร้อมกับคนรักของเธอ "เอก" ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขโดยมอบคำสัญญาให้กับพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายว่า "จะไม่ท้องก่อนเรียนจบ" ดั่งสวรรค์กลั่นแกล้ง สาวน้อยต้องเผชิญกับโชคชะตาที่เลวร้าย ต่ำทราม และลามก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอจะฝ่าฟันและประคับประคองชีวิตคู่รักของเธอได้อย่างตลอดรอดฝั่งรึไม่ คำสัญญาที่มีให้กับพ่อแม่จะทำตามได้รึเปล่า โปรดติดตามใน โชคชะตา กามารณ์

-------------------------------------------------------------------

บทที่ 7 - ความขัดแย้ง


    อาจารย์ช้างหลังจากถูกประกันตัวออกมา ก็กลับมาอยู่ที่เดิมแอบเปิดสำนักดูดวงเช่นเดิม สงสัยจะยังไม่เข็ด วันนี้ลูกค้ามาใช้บริการน้อยมากเช่นเคย เพราะตั้งแต่แกออกข่าวรายการดังตอนเช้า ลูกศิษย์ลูกหาเลิกศรัทธาหายหมด อาจารย์ช้างนั่งตบยุงเล่นอยู่อย่างงั้น จนมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา อาจารย์ช้างมองหน้าก็รู้สึกคุ้นๆแต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ที่แน่ๆสเป็คโดนใจแกเสียเหลือเกิน ผิวที่ขาว หน้าตาจิ้มลิ้ม ตานิดจมูกหน่อย ผมลอนยาวสีน้ำตาล หน้าอกที่มหาศาลทะลุเสื้อนักศึกษาออกมา

“อีหนู สนใจดูดวงไหม มาๆนั่ง เดี๋ยววันนี้ข้าดูให้ฟรีเลย” อาจารย์ช้างกวักมือแล้วชี้ไปที่โต๊ะ สาวสวยนั่งลงใบหน้าเธอนิ่งผิดปกติ

“เอ็งมีเรื่องหนักใจอะไรบอกข้าได้นะ”

“อาจารย์คะ หนูรู้สึกว่าเหมือนหนูจะทำให้คนตาย” อาจารย์มองหน้าสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า แล้วเหมือนมีอะไรแว้บเข้ามาในหัว

“อ่อ ข้าจำเอ็งได้ละ อีหนูคนนั้นเอง คนที่ข้าบอกให้ไปหาผัวเพิ่ม ฮ่าๆ”

“ไม่ตลกนะคะอาจารย์”

“สรุปเอ็งทำตามที่ข้าบอกจริงๆสินะ” สาวน้อยเงียบ

“แล้วตกลงเรื่องทั้งหมดที่อาจารย์พูดมันเป็นเรื่องจริง หรือไม่จริงคะ” เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถาม

“เอ็งคิดว่ามันจริงไหมละ” อาจารย์ช้างยิ้ม

“ตอนแรกว่าไม่ค่ะ แต่หลังจากที่แฟนหนูเจ็บแล้วก็....มีคนตาย หนูก็เริ่มไม่มั่นใจ” สาวสวยก้มหน้า เธอมีท่าทีหนักใจ อาจารย์ช้างเริ่มเห็นใจ

“เอ็งจงจำที่ข้าพูดเอาไว้นะ ความเชื่อมันจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อเอ็งเชื่อ หากวันใดเอ็งไม่เชื่อ มันก็ไม่เป็นจริง”

“และถ้าเอ็งเชื่อสิ่งที่ข้าพูดจริง งั้นข้าจะบอกอะไรให้อีกอย่าง เจ้ากรรมนายเวรของเอ็ง เขาไปจากเอ็งแล้ว” สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาที่มีความหวังขึ้นมา อาจารย์ช้างมองแล้วเบือนหน้าหนี

“แล้วผัวเอ็งคงยังไม่รู้สินะว่าเอ็งทำเพื่อเขาขนาดนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สิ่งที่หนูทำมันก็ไม่ได้ดีอะไร”

“งั้นข้าก็ขอให้เอ็งเก็บความลับนี้ไว้ตลอดไปแล้วกัน ถ้าเอ็งไม่พูด ข้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นละ แฟนเอ็งจะได้ไม่ต้องมาลำบากใจ ไป กลับไปเรียนได้แล้ว”
 
สาวน้อยยกมือไหว้และเดินออกไป อาจารย์ช้างส่ายหัวแล้วนั่งลงค้นหาสมุดที่จดวันเดือนปีเกิดของลูกค้าเอาไว้ขึ้นมา อาจารย์ช้างจำได้อย่างน่าประหลาดว่าลูกค้าคนไหนเกิดวันอะไร แกเลื่อนจนมาเจอวันเกิดของสาวสวยและแฟนหนุ่มของเธอ แล้วอาจารย์ช้างก็หยิบหนังสือปกเก่าๆขึ้นมาวางข้างสมุดจดของแก แล้วอาจารย์ก็ดูหนังสือกับสมุดสลับกัน แล้วแกก็ส่ายหัว

“ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับพวกเจ้าไปถึงเมื่อไหร่”

    ด้านสาวสวยเดินออกมาจากสำนักอาจารย์ช้างก็ยืนรอรถเมล์ ในขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น สาวน้อยหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนสาว จึงกดรับ

“Good Afternoon  เรียนคุณหนูดรีม กรุณามาเรียนได้แล้วค่ะ ตอนนี้อาจารย์จะเข้าห้องแล้ว ย้ำอีกครั้ง...” แล้วเพื่อนสาวก็พูดอีกรอบประโยคเดิม สาวดรีมหัวเราะ

“เออๆ จะถึงแล้ว”
    ดรีมวางโทรศัพท์แล้วรีบโบกรถแท็กซี่ขึ้น ใช้เวลาไม่นานรถแท็กซี่ก็พามาจอดถึงหน้าอาคารเรียน สาวน้อยลงจากรถวิ่งขึ้นห้องเรียนที่อยู่ชั้น 3 อย่างไม่ห่วงสวย เพราะวันนี้เธออยากจะคลายปัญหาในใจที่ค้างคามาหลายสัปดาห์กับอาจารย์ช้างแท้ๆ ตอนแรกกะมาทันเวลาพอดี ดันตื่นสายทุกอย่างเลยคลาดเคลื่อนไปหมด ในที่สุดดรีมก็มาถึงห้องเรียน เธอค่อยๆเปิดประตูห้องก็พบอาจารย์บรรยายอยู่หน้าห้อง

    สาวน้อยค่อยๆก้มต่ำเดินกึ่งคลานไปนั่งเก้าอี้ว่างที่ใกล้ประตูที่สุด แล้วทำเนียนหยิบหนังสือและสมุดขึ้นมา เธอหันไปข้างๆก็พบเพื่อนชายคนนึงที่เธอไม่อยากคุยด้วยที่สุดในห้อง ชายคนนี้มีชื่อว่า พี หน้าตาของเขาไม่ใช่ไม่หล่อ ถือว่าเป็นคนหน้าตาดีเลยทีเดียว แต่นิสัยกลับแย่ขัดกับหน้าตาจนเพื่อนหลายคนไม่คบด้วย นั่นคือนิสัยฟันแล้วทิ้ง ผู้หญิงในห้องและคณะอื่นตกเป็นเหยื่อหลายคนจนชื่อเสียงโด่งดัง

“อ้าว ดรีม ไมวันนี้มาช้าอะ” พีหันมาชวนคุย เสียงพูดของพีดังไม่มากนัก ทำให้อาจารย์ไม่ได้ยินและยังสอนต่อไป

“ตื่นสาย”   ดรีมตอบสั้นๆแบบไม่หันหน้าไปมอง

“จัดหนักอะดิเมื่อคืน” สาวดรีมทำเป็นไม่ได้ยิน นั่งจดเลคเชอร์ต่อไป พีมองสาวดรีมหัวจรดต้นขา เขาเพิ่งเคยเห็นความขาวเนียนของดรีมระยะประชิด

“ยังคบกับเอกอยู่ปะ”

“อืม ทำไมอะ”

“เปล่า ถามไปงั้น” พียิ้ม

“แล้วจีบได้ปะ”

“ไม่” ดรีมตอบทันควัน

“โห่ คิดนิดนึงดิ”

“ไม่อะ เลิกพูดดิ จะเรียน เดี๋ยวอาจารย์ด่าหรอก”

ดรีมเริ่มหงุดหงิด พีจึงเงียบไป ทำอะไรอยู่คนเดียว สาวสวยจึงมีสมาธิในการเรียนต่อ ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง พีก็ยื่นเศษกระดาษมาด้านหน้าของดรีม บนกระดาษเป็นรูปการ์ตูนลายเส้นง่ายๆแต่ดูแล้วสวยดี เป็นรูปเด็กผู้ชายคนหนึ่งแล้วเขียนคำว่า

“สวัสดี เราชื่อพีนะ” ดรีมอ่านเสร็จแล้วหันไปมองพีแบบงงๆ ฝ่ายชายยิ้มแล้วส่งกระดาษใบที่สองมา

“เธอชื่อดรีมใช่ปะ” เป็นรูปเด็กผู้หญิงผมสวย

“เรารู้ความหมายชื่อของเธอนะ” คราวนี้ใบที่สามเป็นรูปเด็กผู้ชายหลับตาข้างนึง ปากยิ้ม

“ดรีม แปลว่าฝัน ” ใบที่สี่ เด็กผู้ชายกำลังนอนหลับ

“เธอคือผู้หญิงที่หลายๆคนฝันถึง” ดรีมอ่านถึงใบที่ห้าแล้วอดยิ้มไม่ได้ในความเสี่ยวและน่ารักของตัวละคร แต่เธอพยายามกลั้นไว้

“รวมถึงเราด้วยนะ” คราวนี้ไม่เป็นรูป แต่เป็นลูกศรชี้ไปทางพีที่นั่งอยู่ ดรีมเผลอหันไปตามลูกศรชี้

“ขอโทษนะ ที่ประวัติเราดูแย่” พียกกระดาษขึ้นมาแนบหน้า แล้วตนเองก็ทำหน้าตาบู้บี้ ดรีมถอนหายใจ

“ขอโอกาส ให้เราจีบเธอได้ไหม” เศษกระดาษส่งมาอีกครั้ง พีทำท่าอ้อนวอนอยู่ข้างๆ

“เราสัญญา จะทำให้เธอมีความสุข”

    ใบสุดท้ายส่งมา ดรีมอ่านแล้วหยิบกระดาษทั้งหมดมารวมกัน สาวน้อยหันไปยิ้มให้พี ชายหนุ่มใจเต้นรัวเลยทีเดียว เธอยิ้มเสร็จก็เอากระดาษทั้งหมดขยำ แล้วปาใส่หน้าพี

“ไร้สาระ”

    ดรีมพูดแล้วก้มหน้าก้มตาเรียนต่อ พีถึงกับเซ็ง อุตส่าห์เล็งเหยื่อคนใหม่แต่ดูท่าเหยื่อตัวนี้จะจัดการยาก พีเหลือบไปมองหน้าอกของดรีมที่แน่นจนแทบปริออจากเสื้อนักศึกษาก็ยิ่งปลุกอารมณ์ เขาไม่เคยสังเกตเพื่อนคนนี้เลย เพราะดรีมส่วนใหญ่จะอยู่กับแฟนหรือไม่ก็กลุ่มผู้หญิง นี่เป็นครั้งแรกที่พีได้เห็นสัดส่วนของดรีมแบบใกล้ๆ เขาตั้งปณิธานในใจเลยว่า เขาจะเอาดรีมซักครั้งให้ได้

    เวลาผ่านไปชั่วโมงเรียนก็หมดลง พออาจารย์ออกจากห้องสอน ดรีมรีบลุกขึ้นเดินหนีพีกลับไปหากลุ่มเพื่อน ด้านเพื่อนสาวก็แซวกันใหญ่ว่า นั่งคู่กันแล้วดูเหมาะสมกันดีนะ เพื่อนบางคนยังแอบเห็นว่าพีหยอดใส่ดรีม สาวน้อยต้องรีบแก้ข่าว และทำตลกกลบเกลื่อนไป หลังจากนั้นพวกเธอก็พากันไปกินข้าวกลางวันกัน ดรีมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเอก เพราะส่วนใหญ่เธอจะกินข้าวกลางวันกับเอกแล้วค่อยกลับมารวมกลุ่มกับเพื่อน แล้วเรียนช่วงบ่ายอีกครั้ง

    พอตกลงกับเอกได้เธอก็มารอเขาที่โรงอาหารของมหาลัย วันนี้เอกไม่ได้มาคนเดียวอย่างทุกครั้งแต่เขาพาเมฆ เพื่อนชายชาวใต้และผู้หญิงคนหนึ่งที่ดรีมคุ้นตาดี เธอคือผู้หญิงที่อยู่ในรูปเอกที่ทำให้ดรีมเข้าใจผิด ดรีมมีอาการไม่พอใจจนออกมาทางหน้านิดๆ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเอกต้องพาผู้หญิงคนนี้มาด้วย หลายครั้งแล้วช่วงนี้ที่เธอเห็นทั้งคู่อยู่ใกล้กัน บางครั้งดรีมจึงสับสนว่า ทั้งสองคนเป็นอะไรกันแน่

    แป้ง คือชื่อผู้หญิงคนนั้น ถึงแม้แป้งจะไม่ขาวเท่าดรีม แต่รูปร่างของเธอสูงโปร่งเกิน 170 หุ่นกำลังพอดีไม่ผอมเกินไป ไม่ได้มีหน้าอกใหญ่จนเกินตัว หน้าตาที่ดูเปรี้ยวและไว้ผมสั้นเฉี่ยวเหมือนผู้หญิงยุคสมัยใหม่ ต่างจากดรีมที่ตัวเล็ก หน้าหมวยเรียบ บางครั้งสาวน้อยก็อดหึงหวงปนอิจฉาไม่ได้ วันนี้ก็เช่นกัน

    ดรีมตัดสินใจมาต่อคิวซื้อราดหน้าอาหารโปรด เธอก็เหลือบไปเห็นเอกกับแป้งยืนสั่งอาหารที่ร้านตามสั่งด้วยกัน สาวน้อยเริ่มหงุดหงิด ทั้งๆที่ประจำเดือนเพิ่งหมดไปแต่อารมณ์เธอตอนนี้อย่างกับคนมีประจำเดือน เมฆหนุ่มใต้เห็นสีหน้าสาวดรีมแล้วท่าจะไม่ดีจึงรีบเข้ามาคุย

“เอ้ยดรีม เป็นไรป่าว ไมทำหน้างั้น”

“ไม่ได้เป็นไรซักหน่อย” ปากบอกไม่ แต่ตาของดรีมยังมองเอกกับแป้งที่ยืนคุยกันคิกคัก

“เรารู้ว่าเธอโมโหเรื่องแป้งกับเอกมัน”

“ถ้าไม่สบายใจก็ปรึกษาเราได้นะ”

เมฆพูดเสร็จก็เอามือมาจับหัวไหล่ดรีม ถ้าเป็นทุกครั้งที่มีผู้ชายมาแตะเนื้อต้องตัวเธอยังงี้ เธอจะต้องสะบัดรึชักสีหน้า แต่คราวนี้เธอไม่สะบัด ดรีมหันไปมองเอกและภาวนาอยากให้เอกเห็นด้วยซ้ำว่ามีใครมาแตะต้องตัวเธอ เผื่อเขาจะได้สนใจแล้วเกิดอาการหึงหวงขึ้นมาบ้าง แต่เอกก็ยังไม่เห็นอยู่ดีเพราะกำลังพูดคุยอยู่กับแป้ง ดรีมถึงกับเซ็ง เธอปั้นหน้ายิ้มแล้วหันมาพูดกับเมฆ

“อื้อ ขอบคุณนะ” เธอตอบและปล่อยให้เมฆจับไหล่เธออย่างงั้น เมฆก็ลูบหัวไหล่ดรีมอยู่สองสามทีแล้วก็ปล่อย

“นี่ดรีมชอบกินราดหน้าหรอ”

“อื้อ เมฆชอบไหม”

“ชอบดิ” เมฆมีช่องรีบสอดเลย

“เมฆรู้จักกับเอกได้ไงหรอ” สาวน้อยชวนคุย

“ก็รู้จักจากเพื่อนของเพื่อนอะ นัดมาเตะบอลด้วยกัน เล่นนานๆเข้าก็คุยกัน พอคุยกันถูกคอก็ยาวเลยงานนี้”

“แล้วแป้งกับเอกอะ รู้จักกันนานยัง” เมฆรู้สึกเขางอกขึ้นมาทันที เจอสาวดรีมหลอกถามซะแล้ว

“ซักระยะแล้ว”

“แล้วรู้จักกันได้ไงอะ”

“อืม ไม่รู้สิ รู้อีกทีก็เห็นแป้งมานั่งดูเอกเล่นบอลแล้ว” เมฆตอบแบบหลบตา ดรีมไม่มั่นใจว่าเมฆพูดความจริงไหม แต่ตอนนี้อารมณ์มันขึ้นแล้ว ทำให้เธอแยกแยะอะไรไม่ค่อยออก

“เอาหน่า อย่าคิดมาก สั่งอาหารดีกว่า ถึงคิวเราแล้ว”

    เมฆรีบตัดบท ทั้งสองสั่งราดหน้าเสร็จ ก็เดินมาสมทบเอกกับแป้งที่ยืนรออยู่ ทั้งสี่หาโต๊ะว่างนั่งด้วยกัน โดยดรีมนั่งฝั่งเดียวกับเอก ส่วนแป้งเลือกที่จะนั่งตรงข้ามเอก และเมฆก็นั่งข้างแป้งซึ่งตรงข้ามกับดรีม สาวน้อยรู้สึกไม่พอใจอีกครั้ง แต่ต้องเก็บมันไว้ในใจ ไม่งั้นจะถูกว่า ว่าเป็นคนไร้สาระ เอกพูดคุยกับแป้งบ้างและหันมาพูดกับสาวดรีมเยอะขึ้น ส่วนแป้งไม่ได้ชวนดรีมคุยเลย เธอชวนคุยแต่กับเอกแล้วทำเหมือนดรีมไร้ตัวตน  มีแต่เมฆที่พูดกับดรีมขึ้นมาบ้างเป็นระยะ ตอนนี้ยิ่งทำให้ดรีมรู้สึกไม่พอใจแป้งเข้าไปใหญ่

    หลังจากทั้งสี่ทานอาหารกลางวันกันเสร็จ ก็แยกย้ายไปเรียนวิชาของตัวเอง ระหว่างทางที่ดรีมเดินกลับห้องเรียน สาวน้อยคิดไม่ตกว่า เอกกับแป้งเป็นอะไรกันแน่ แถมนึกถึงภาพที่บาดตาขึ้นมาก็ทำให้เธอคิดอะไรบางอย่างที่น่ากลัวได้ หรือว่า เอกจะโกหกเธอมาตลอด ดรีมพยายามไล่ความคิดที่ไม่ดีทิ้งแล้วทำใจให้เข้มแข็ง ยังไงเธอก็ต้องเชื่อมั่นในตัวแฟนของเธอ เช่นเดียวกับที่เอกเชื่อในตัวเธอ

    แต่เธอได้ทำให้เอกผิดหวังไปแล้ว เธอจูบกับผู้ชายอื่นถึงสามคน และมีอะไรกับคนที่ไม่รู้จักอีกหนึ่ง ดรีมเริ่มตระหนักได้ว่า คนที่ไม่ดีเป็นเธอต่างหาก ไม่ใช่เอก ยิ่งคิดยิ่งเศร้าจนเธอหยุดเดินเอาซะดื้อๆ ขาของดรีมเหมือนไร้เรี่ยวแรงนั่งลงบนเก้าอี้พักแถวนั้น เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดเธอก็รู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาทันที มัวแต่จับผิดคนอื่น แต่ไม่ได้มองตัวเองเลย

“มานั่งอะไรตรงนี้คนเดียวครับดรีม” ดรีมหันไปมองก็พบอาจารย์ณัฐวุฒิยืนยิ้มอยู่ สาวน้อยรีบยกมือไหว้

“มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าครับ” อาจารย์นั่งลงห่างออกไปจากดรีมเล็กน้อย

“หนูสับสนค่ะ อาจารย์ หนูไม่มั่นใจว่าหนูเหมาะสมที่จะเป็นแฟนกับเอกหรือเปล่า”

“ทำไมละ ไหนเล่าให้ผมฟังสิ”

    เป็นอีกครั้งที่ดรีมพูดจาอย่างเปิดอกกับอาจารย์ณัฐวุฒิ เธอเล่าถึงแป้งกับเอก และเรื่องราวของหยวนกับที่เธอทำกับอาจารย์ณัฐวุฒิ แต่เธอไม่เล่าถึงเรื่องของสีและอาจารย์ช้างให้เขาฟัง ด้านอาจารย์ณัฐวุฒิก็พยักหน้ารับฟังจนจบถึงเริ่มพูด

“คนเรามีวิธีการใช้ชีวิตที่ต่างกัน เอกเขาอาจจะติดเพื่อนบ้าง ดรีมก็ต้องอดทนถ้าจะรักเขาต่อไป”

“และสิ่งที่ดรีมทำ ผมว่าดรีมไม่ได้ผิดเสียทีเดียว บางครั้งดรีมอาจจะเหงาโดยไม่รู้ตัวก็ได้” พูดแทงใจดำเข้าเต็มๆ สาวดรีมถึงกับหงอย

“ทำไมไม่บอกกับเขาตรงๆละว่าเราเหงา” สาวดรีมหลบสายตา

“หนูไม่กล้าพูด”

“ลองดูเถอะ แล้วถ้ามีปัญหายังไงก็มาบอกผมนะ ผมจะช่วยเอง”

“และพยายามอย่าโทษตัวเอง ดรีมทำเพื่อเอกมามากแล้ว ถึงเวลาที่เอกต้องเข้าใจดรีมบ้างแล้วละ”

          ฟังแล้วเหมือนจะดี แต่อาจารย์ณัฐวุฒิแอบยุยงเล็กๆ ดรีมยกมือไหว้ขอบคุณโดยไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของอีกฝ่ายเลย อาจารย์ณัฐวุฒิยกมือไหว้รับ ใจจริงเขาอยากทำมากกว่านั้น แต่คนผ่านไปผ่านมาเยอะจึงทำไม่ได้ ทั้งสองแยกทางกันไป สาวดรีมตั้งมั่นว่าหลังเลิกเรียนเธอต้องพูดกับเอกให้ได้ ในช่วงบ่ายดรีมกลับมานั่งกับเพื่อนๆสาว ปล่อยให้พีชะเง้อมองอยู่ไกลๆ จนเพื่อนชายของพีแซวกันว่า เล็งเป้าหมายใหม่ได้แล้วหรือ พีก็หัวเราะกลบเกลื่อน

    เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก คาบบ่ายจบลงอย่างรวดเร็ว สาวดรีมรีบล่ำลาเพื่อนแล้วออกจากห้องอย่างรวดเร็ว นายพีตัวดีที่กะจะป้อดรีมก็ยังตามไม่ทัน ดรีมรีบไปหาเอกที่ตึกคณะ ถ้าช้าเพียงนาทีเดียว แฟนหนุ่มของเธอต้องไปเล่นบอลกับเพื่อนแน่ๆ สาวน้อยวิ่งอย่างสุดกำลังจนมาถึงตึกคณะของเอก และทันอย่างที่คิด เอกเดินลงมากับเพื่อนๆของเขาและแป้ง ดรีมแอบเห็นว่าแป้งเดินใกล้เอกซะจนแขนชิดกัน เธอโมโหแต่ต้องเก็บอารมณ์เข้าไว้ เธอต้องบอกความจริงในใจให้เอกรู้ ดรีมตัดสินใจเดินออกไปหาเอก หนุ่มเอกหันมาเจอดรีมก็ยิ้ม ส่วนแป้งรีบถอยห่าง

“เตงเป็นไรป่าว ดูเหนื่อยๆ” เอกยิ้มพร้อมลูบหัว

“เค้ามีเรื่องจะคุยด้วยอะ ขอเวลาหน่อยได้ไหม”

“ได้ดิ” เอกหันไปบอกเพื่อนๆแล้วทั้งคู่ก็เดินห่างจากกลุ่มเพื่อนออกมาคุยกัน

“มีไรเตงว่ามาเลย” เอกยิ้มแล้วจ้องตาดรีม สาวน้อยไม่กล้าพูด

“เตงวันนี้ เราไปดูหนังกันไหม”

“อ่า รอบกี่โมงอะ”

“ก็...ถ้าไปตอนนี้ถึงห้าง ก็ดูเลย”

“คือเอาเป็นรอบดึกได้ไหม หรือพรุ่งนี้ก็ได้นะถ้าเตงไม่สะดวก พอดีวันนี้วันเกิดเพื่อนในกลุ่มอะ”

“แต่เค้าอยาก....อยากไปเที่ยวห้าง อยากช็อปปิ้งด้วย”

“เตงไปก่อนเลยก็ได้นะ เดี๋ยวเค้าตามไปรับ”

“เค้าอยากไปกับเตงนี่”

“งั้นพรุ่งนี้ โอเคนะ”

“วันนี้ไม่ได้จริงๆหรอ”

“เตงประจำเดือนมาป่าวเนี้ย ฮ่าๆ คือมันวันเกิดเพื่อนเค้าไง” เอกหัวเราะอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ดรีมเริ่มก้มหน้า ตัวของเธอสั่นไปหมด มือทั้งสองข้างของดรีมกำแน่น จนเอกเริ่มสังเกตเห็น

“เตงเป็นไรป่าว” ดรีมเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาคลออยู่ในดวงตาที่งดงามของเธอ

“เมื่อก่อนเรามาเรียนด้วยกัน กลับบ้านพร้อมกัน แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่อย่างงั้นเลย” ดรีมพยายามกลั้นน้ำตา แต่ดูท่าจะกลั้นไม่อยู่

“แต่เราก็นอนด้วยกันทุกคืนไม่ใช่หรอ” สาวน้อยเริ่มสะอื้นแล้วส่ายหัว เอกลูบหัว

“เตงไม่รู้เลยหรอ ว่าเดี๋ยวนี้เราคุยกันน้อยลง อยู่ด้วยกันน้อยลง กินข้าวยังแทบกินไม่พร้อมกันเลย เค้าไปไหนมาวันๆนึงเตงยังไม่รู้ด้วยซ้ำ” ดรีมร้องไห้หนัก เอกเงียบไปชั่วครู่

“เค้าขอโทษนะเตง เค้าผิดไปแล้ว ดีกันนะ”

 เอกกอดดรีมอย่างไม่อายสายตาใคร นักศึกษาคนอื่นต่างหันมามองกันพร้อมเพียง รวมถึงกลุ่มเพื่อนๆของเอกด้วย เอกไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเขาพยายามลูบหัวและหลังของดรีม เพื่อให้เธอหยุดร้องไห้ ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ สาวดรีมก็ค่อยๆหยุดร้อง เริ่มกลับมาพูดจารู้เรื่อง

“เค้าสัญญาจะไม่ปล่อยให้เตงเหงาอีก” เอกลูบหัวพลางพูดไป ดรีมพยักหน้าและเช็ดน้ำตา

“งั้นเอางี้ไหม เตงไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนกับเค้าไหม เราจะได้ไปด้วยกัน กลับด้วยกันไง”

“จะดีหรอ เค้าไม่รู้จักเพื่อนเตงเลยนะ”

“ไม่เห็นเกี่ยวเลย เพื่อนเค้ารู้จักเตงหมดละ นะๆ ไปด้วยกันนะ”

    ดรีมลีลาไปงั้น แต่ใจจริงเธออยากไปด้วย และสุดท้ายดรีมกับเอกก็เดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ทั้งหมดพากันไปที่บ้านของเพื่อนเจ้าของวันเกิด บ้านหลังนี้พื้นที่ใช้สอยใหญ่โตมโหฬารใช้ได้เลย ถึงแม้ตัวบ้านจะไม่ใหญ่นัก แต่พร้อมไปด้วยสนามหญ้าขนาดเล็ก สระว่าย บ่อเลี้ยงปลา ดรีมเห็นยังอึ้ง เพื่อนของเอกคนนี้บ้านมีฐานะพอสมควร งานวันเกิดทีจึงรวมพลเพื่อนๆมากินกันที่บ้าน มาถึงทุกคนก็แยกย้ายตั้งวงพูดคุย เล่นดนตรีบ้าง บางคนก็ไปเล่นเกมคอนโซลในบ้าน รอเวลาเริ่มปาร์ตี้ ซึ่งเจ้าบ้านนัดกันไว้ประมาณสองทุ่ม สาวดรีมก็ติดเอกเป็นตังเม เพราะเธอไม่รู้จักใครเลยในบ้านนี้ ยกเว้นเมฆ และแป้ง

    เอกตัดสินใจเข้าบ้านมาเล่นเกมคอนโซลกับเพื่อนๆ โดยมีแป้งเล่นอยู่ด้วย ส่วนดรีมที่เล่นเกมไม่เป็น เธอก็นั่งดูเอกเล่นไป จนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ดรีมก็เริ่มรู้สึกเบื่อๆ เพราะเอกแทบไม่หันมาคุยกับเธอเลย หันมายิ้มให้บ้างแต่นับครั้งได้ ดรีมจึงเดินมาบอกเอกว่าตนเองจะขอเดินเล่นซักหน่อย เอกรับคำแบบไม่ได้สนใจอะไรหันมาเล่นเกมต่อ ดรีมเดินออกมานอกตัวบ้าน เธอก็เห็นแมวสองตัววิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน สาวดรีมเป็นคนรักสัตว์อยู่แล้ว เธอจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปทักทายเหล่าแมวน้อย

    ดรีมใช้เวลาไม่นานก็ตีสนิทกับแมวทั้งสองตัวได้ ดรีมนั่งเล่นกับมันอย่างเพลิดเพลิน ถือว่าเป็นยาแก้เบื่อขนานดี ในชีวิตของเธอไม่มีโอกาสได้เลี้ยงแมวนัก เพราะพ่อแม่ของเธอให้เหตุผลว่า พ่อแม่มีงานต้องทำ กลับบ้านดึกแทบทุกวัน ส่วนดรีมและน้องชายก็ต้องไปโรงเรียน การที่ทิ้งแมวไว้ที่บ้านโดยไม่มีใครดูแล อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อทั้งคนเลี้ยงและแมวก็เป็นได้ สาวน้อยยอมจำนนต่อเหตุผล ทุกครั้งที่เธอเจอแมวหรือสุนัข สาวน้อยจึงอดใจไม่ได้ที่จะเข้าไปเล่น

“ชอบแมวหรอ” ดรีมหันไปมองก็พบว่าเมฆเดินมาหา

“อื้อ หมาก็ชอบนะ”

“แม่พระนะเนี้ย” เมฆหยอก

“ไม่ขนาดนั้นหรอก” ดรีมก้มหน้าลงเล่นกับแมวต่อ

“แล้วเอกไปไหนอะ”

“อยู่ข้างใน”

“แล้วไมดรีม ไม่ไปอยู่กับเอกอะ หรือเบื่อ”
 
“ก็นิดหน่อย เราเล่นเกมไม่เป็นอะ แต่เล่นแมวเป็นนะ” ดรีมยิ้มแต่ตาไม่ได้มอง

“ไหนเราขอเล่นมั่งดิ”

    เมฆพูดจบก็เขยิบตัวมาชิดกับดรีมแล้วก้มลงไปเล่นแมว สาวดรีมเหลือบมองด้วยหางตา เธอไม่ชอบคนฉวยโอกาสแบบนี้เลย ดรีมเขยิบตัวออกห่างแล้วลุกขึ้น เธอบอกกับเมฆเพียงสั้นๆว่า

“เราไปหาเอกก่อนนะ”

    เมฆอ้าปากพูดไม่ทัน สาวน้อยเดินหนีเข้าบ้านไปแล้ว ดรีมเดินเข้ามาก็พบภาพบาดตา แป้งกำลังนวดไหล่แบบขำๆให้เอกอยู่ เหมือนให้กำลังใจกันข่มคู่แข่ง พร้อมกับกอดคอเอกแบบสนิทสนม ดรีมทนไม่ไหวเดินเข้ามาแล้วดึงมือแป้งออกจากคอของเอก! ทุกคนสะดุ้งแล้วหันมามองดรีมพร้อมกัน แป้งทำหน้าไม่พอใจส่วนเอกต้องรีบลุกขึ้นมาห้ามตามประเพณี เพราะดูแววแล้วดรีมจะเล่นแป้งแน่ๆ

“เตงใจเย็นๆ”

“เย็นบ้าไรละ มากอดคอแฟนคนอื่นเขางี้ต้องเย็นอีกหรอ” ดรีมตะโกนเสียงดัง แป้งยังคงนิ่ง

“เตงเบาๆ ใจเย็นก่อนดิ จะโมโหทำไม เพื่อนกันทั้งนั้น” เอกรู้ดีว่าดรีมไม่ใช่คนขี้โวยวาย

“เพื่อนแล้วกอดคอกันได้ว่างั้น”

“มันไม่ใช่อย่างงั้นเตง เมื่อกี้แค่เล่นกันเฉยๆ ใจเย็นๆดิ” แป้งยังคงเงียบ ปล่อยให้เอกรับหน้า

“เออ เดี๋ยวเค้าจะไปเล่นกับคนอื่นบ้าง อย่ามาว่ากันละกัน”

“มันไม่ใช่สิเตง เฮ้ย แป้ง มึงก็พูดอะไรบ้างดิ้” เอกเริ่มไม่สบายใจ

“เอก กูว่ามึงพาแฟนมึงกลับบ้านไปเหอะ ถ้ามันจะติ๊งต๊องขนาดนี้ก็ไม่ไหวหวะ” แป้งดูท่าจะไม่ยอมเหมือนกัน

“ติ๊งต๊องพ่****งสิ” ดรีมปรี้ดแตก

“เฮ้ย เตงพูดดีๆดิ”  

“ทำไมเค้าต้องพูดดีกับผู้หญิงที่ยุ่งกับแฟนคนอื่นเขาด้วย”

“เตง แป้งมันเพื่อนเค้า มันก็เพื่อนทุกคนนั้นละ”

“แล้วมันนวดไหล่ กอดคอคนอื่นบ้างไหมเล่า!” ดรีมตะโกนสุดเสียง เอกเงียบ เพื่อนๆทุกคนเงียบเหมือนรู้คำตอบกัน

“ตอบมาดิ” ดรีมตะคอกใส่เอก

“ก็...”

    ดรีมยืนรอคำตอบแต่เอกไม่ตอบกลับมา ตัวเอกเองพอคิดถึงเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา มันก็จริงที่แป้งไม่ได้เล่นอย่างนี้กับคนอื่นเลย เอกจึงไม่กล้าพูด ดรีมเห็นเอกอ้ำๆอึ้งๆยิ่งโมโห เธอตัดสินใจหันหลังเดินออกจากบ้าน เอกวิ่งตามมาห้าม แต่ดรีมสะบัด เอกพยายามอ้อนวอนขอร้องให้หยุด แต่เธอไม่ฟัง เดินจ้ำรัวๆจนมาถึงหน้าปากซอย ขณะนั้นเองแท็กซี่คันหนึ่งผ่านมาพอดี ดรีมจึงโบกและรีบขึ้นข้างคนขับ โดยทิ้งให้เอกโวยวายอยู่นอกรถ ดรีมบอกให้คนขับออกรถไปเลยไม่ต้องสนใจ คนขับก็ทำตาม ปล่อยให้เอกวิ่งตาม แต่แรงคนหรือจะสู้แรงรถ สุดท้ายเอกก็เหนื่อยวิ่งตามต่อไม่ได้

“แล้วนี่หนูจะไปที่ไหนละจ้ะ” คนขับเป็นชายสูงวัยคนหนึ่ง เขาเหลือบตามองดรีมที่นั่งข้างๆ

“ห้างF ก็ได้ค่ะ”

ดรีมนึกอะไรไม่ออกแต่เธอไม่อยากกลับห้องตอนนี้ จึงนึกถึงห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไกลจากหอพักของเธอไปพอสมควร และไม่ใช่ห้างประจำที่เอกกับดรีมไปเดิน ทำให้เธอมั่นใจว่า เอกจะไม่ตามหาเธอเจอจนกว่าเธอจะอารมณ์ดีขึ้น รถขับไปได้ซักพัก ดรีมนั่งกอดอกดูถนนข้างทางเพลินๆ คนขับรถก็เริ่มชวนคุย

“หนูทะเลาะกับแฟนหรอ”

“ค่ะ” ดรีมตอบสั้นๆ

“ไม่น่าทะเลาะกันเลยเนอะ ถ้าลุงมีแฟนอย่างหนู ลุงจะยอมหนูทุกอย่างเลย” คนขับเหลือบมองต้นขาสาวสวยที่นั่งข้างๆ

“ค่ะ” ดรีมเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ

“ลุงว่า ขาวๆอย่างหนู หาได้หล่อกว่านั้นนะ อย่าไปสนใจมันเลย”

“ขอบคุณค่ะ”

“ทำไมถึงขาวอย่างนี้นะ บอกหน่อยได้ไหม”

“ดูแลตัวเองค่ะ ไม่ให้โดนแดด” ดรีมตอบไปส่งๆ

“แล้วที่มันใหญ่โตมโหฬารนั่นละ” ดรีมเงียบ เธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

“ถามจริง หมอหรือแม่ให้มา” คนขับถามย้ำ

“แม่ค่ะ”

พอพูดจบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดรีมหยิบขึ้นมาดูก็พบเห็นว่าเป็นเอกที่โทรมา เธอกดวางสาย เอกยังดื้อโทรมาอีกหลายครั้ง ดรีมก็วางสายไปหลายครั้งเช่นกัน เอกยังโทรต่อไม่หยุดจนเธอยอมแพ้รับในที่สุด

“ฮัลโหลเตงอยู่ไหน”

“อยู่บนแท็กซี่”

“เตงใจเย็นๆนะดีกัน”

“สนเค้าทำไมละ”

“ก็เตงเป็นแฟนเค้านี่” ดรีมเงียบ

“เตงดีกันนะ เค้ายอมทำทุกอย่างเลย ดีกันนะ”

“แน่ใจ”

“แน่ใจสิ” เอกตอบทันควัน

“งั้นเลิกยุ่งกับแป้งได้ไหม”

“หนะ เตงอย่าพูดงั้นดิ แป้งมันก็เพื่อนในกลุ่มเค้า เค้าจะไปเลิกยุ่งกับมันได้ไง”

“ไหนบอกทำได้ทุกอย่าง”

“เตงอย่าทำตัวงี้ดิเฮ้ย มีเหตุผลหน่อย”

“เหตุผลมันก็มีไง ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะมาแตะต้องแฟนคนอื่นเขา มันน่าคบไหมละ”

“มันก็แค่เพื่อนอะ เตงจะไปคิดไรมากเล่า”

“เออ เดี๋ยวให้คนอื่นเขาแตะบ้าง แล้วดูดิเตงจะคิดมากไหม”

“พี่แท็กซี่ จับนมหนูทีดิ!”

โปรดติดตามตอนต่อไป

-----------------------------------------------------------------

ส่วนขยายเนื้อเรื่อง - แอบดู

[post]แดน เด็กชายวัย 14 ปี กำลังเดินกลับบ้านอย่างอ่อนล้า เพราะวันนี้ที่โรงเรียนมีการตรวจสมรรถภาพ แดนไม่ชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงเกลียดการตรวจสมรรถภาพที่สุด และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ที่รถโรงเรียนกลับหยุดไม่ให้บริการเอาวันนี้ ทำให้แดนต้องเดินกลับบ้านเอง ถึงแม้บ้านของเขาจะห่างจากโรงเรียนแค่ไม่ถึงสองกิโล แต่วันนี้แดนรู้สึกว่าบ้านตนเองไกลแสนไกล

ในที่สุดแดนก็เดินมาถึงบ้าน ขาทั้งสองข้างปวดไปหมด เด็กน้อยนั่งลงบนพื้น ถอดรองเท้า แล้วนวดขาตัวเองบรรเทาอาการเจ็บ ในขณะนั้นเองสายตาของแดนก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ หน้าประตูบ้านมีรองเท้าสองคู่วางอยู่ คู่หนึ่งเป็นรองเท้านักเรียนหญิง อันนี้แดนรู้ดีว่าเป็นของพี่สาว ที่ชื่อว่า ดรีม

ดรีม พี่สาวสุดสวยของเขา วัย 16 ปี ที่มีใบหน้าสวย ตานิด จมูกหน่อย ใครเห็นต้องชอบเธออย่างแน่นอน ไหนจะผิวที่ขาวใส หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่อย่างเห็นได้ชัด บางครั้งแดนเอง ยังอดที่จะมองไม่ได้  ดรีมสวยพอที่จะเป็นดาวโรงเรียนเลยก็ว่าได้แต่เธอดันไม่ค่อยชอบออกสังคม ดรึมจึงไม่เป็นที่นิยมนัก

ปัญหามันเกิดเมื่อบ้านหลังนี้มีคนอาศัยอยู่เพียง 4 คนคือ แดน ดรีม และพ่อแม่ของเขา แล้วรองเท้านักเรียนชายมาจากไหน แดนนั่งคิดซักพักก็พอเดาได้ ช่วงนี้พี่สาวของเขาคบกับเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งชื่อว่า เอก เจ้าของรองเท้าคู่นี้อาจจะเป็นเอกก็ได้ แล้วพี่สาวของเขา พาแฟนมาที่บ้ายทำไมกัน คิดแล้วแดนก็รู้สึกสยิวเล็กๆในท้องน้อย

ใจหนึ่งก็หวังว่า พี่สาวคงพาแฟนมาเที่ยวเล่น ทำการบ้าน แต่อีกใจก็อยากเห็นอะไรที่มากกว่านั้น แดนยังบริสุทธิ์ตามภาษาเด็กน้อยหัวโปกที่ไม่มีสาวมาสนใจ เรื่องอย่างว่าแดนก็เรียนรู้จากการแอบดูสื่อลามกของพ่อตนเองเอา ถ้าได้เห็นการแสดงสดคงดีไม่ใช่น้อย ยิ่งคิดมือไม้ยิ่งสั่น

แดนค่อยๆปิดกลอนประตูให้เบาที่สุด เท่าที่จะทำได้ พอประตูเปิดแดนก็ค่อยๆย่องเข้ามาในตัวบ้าน ตามคาด ห้องรับแขกเงียบสนิทไม่มีใครอยู่เลย ในความเงียบ แดนก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากชั้นสองของบ้าน ด้านบนเป็นห้องนอนของครอบครัวเขา โดยพ่อแม่นอนด้วยกันห้องหนึ่ง ดรีมห้องหนึ่งและแดนอีกห้อง

เสียงที่ดังมา แดนได้ยินไม่ชัดนัก เขาค่อยๆวางกระเป๋าลงบยโซฟา พยายามทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด แล้วค่อยๆเดินขึ้นบันได ความอยากรู้อยากเห็นปนความหื่นเป็นยาชั้นดีเลยทีเดียว เพราะอาการปวดขาของแดนหายสนิทภายในชั่ววินาที เด็กน้อยก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างช้าๆ ยิ่งขึ้นเขายิ่งได้ยินเสียงชัดขึ้น มันเป็นเสียงของเตียงดัง

“แอ้ด แอ้ด แอ้ด แอ้ด”

แดนกลืนน้ำลายอึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก เสียงในห้องพี่สาวของเขายังดังอย่างต่อเนื่อง แดนเดินขึ้

ติดตามผลงานอื่นๆได้ที่ www.tunwalai.com/profile/2113061/นวมินทร์-รามอินทรา

*

ออฟไลน์ pchavee

  • Tiny Member
  • *
  • 46
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2016, 06:55:05 pm »
ส่วนขยายเนื้อเรื่อง  น่าสนใจ ลุ้นว่า แดนจะทำอะไรต่อ

*

ออฟไลน์ jingjing199212

  • Full Member
  • **
  • 86
  • 82
    • ดูรายละเอียด
Re: โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2017, 03:59:45 pm »
อ่านแล้วสงสัยว่าทำไมเนื้อเรื่องแต่ละตอนมันไม่ค่อยต่อกัน

*

ออฟไลน์ tantawanjames

  • Junior Member
  • ***
  • 488
  • 179
    • ดูรายละเอียด
Re: โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2018, 09:41:33 pm »
ประชดแบบนี้เดี๋ยวได้ผัวเพิ่มนะน้องดรีม

*

ออฟไลน์ masterart14

  • Full Member
  • **
  • 207
  • 260
    • ดูรายละเอียด
Re: โชคชะตา กามารมณ์ ตอนที่ 7 ความขัดแย้ง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 23, 2018, 02:23:27 am »
ส่วนขยายหายไปหรือป่าวครับ เคยติดตามแล้วประทับใจต้องกลับมาอ่านซ้ำ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ