The New World : จอมคนโลกใหม่ 14

The New World : จอมคนโลกใหม่ 14

  • 5 ตอบ
  • 8376 อ่าน
*

ออฟไลน์ punyang

  • Full Member
  • **
  • 53
  • 2646
    • ดูรายละเอียด
The New World : จอมคนโลกใหม่ 14
« เมื่อ: เมษายน 11, 2016, 07:43:39 PM »
ตอนนี้น่าจะสมอารมณ์ทุกท่านเสียที ปักมุดครบแล้วนะครับ จัดไปยาวๆ 9,000 คำ

..........
แสงแดดเริ่มสาดส่อง กีช่ายังคงนอนเปลือยกายเคล้าคลออยู่เคียงข้างผม ผมลุกขึ้นจากเตียงโดยที่ไม่ได้รบกวนเธอ เพื่อออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้า

ถัดจากกระโจมของ กีช่า ไปเพียง 4-5 หลัง กลุ่มเด็กหญิงนับได้ราวๆ 20 กว่าคน ควงไม้พลองตวัดไปมาอย่างคล่องแคล้วโดยมีนักรบของชนเผ่าในชุดสีดำสนิทคอยยืนคุมอยู่

ท่าทางพวกเขาน่าจะเริ่มฝึกกันแต่เช้าตรู่ ถึงยามนี้น่าจะเป็นบทสุดท้ายของการฝึกตอนเช้า พวกเธอแยกย้ายออกจากเป็นสัญญาณของการเลิกแถวฝึก หนึ่งในนั้นวิ่งปรี่เข้ามาหาผมเธอยื่นดอกไม้สีขาวสะอาดตาให้ผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

รับไว้สิ เด็กๆน่าจะชอบท่าน   เสียงหวานใสของ กีช่า ดังตามหลังผมมา หลังจากที่เด็กสาวผละจากไป กีช่าเริ่มเอ่ยขึ้นต่อ

เด็กๆ ของเราฝึกการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก นี่เป็นเรื่องที่เราสืบทอดกันมาตั้งแต่กำเนิดชนเผ่า เพียงอายุ 6-7 ปี ก็จะถูกฝึกการต่อสู้ในระยะประชิด ฝึกการใช้อาวุธชนิดต่างๆ เช่น ดาบ มีด หอกและธนู แล้วค่อยฝึกความแข็งแรงส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่ออายุครบ 15 ปี พวกเด็กๆ จะถูกส่งเข้าป่าและต้องออกล่าหมาป่า หมี หรือแม้กระทั่งเสือ กลับมาเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าผ่านการทดสอบ  ก่อนอายุครบ 18 พวกนางต้องตัดหัวศัตรูกลับมาให้ได้ ถึงจะเสามารถเข้ากลุ่มแมวดำได้อย่างเต็มตัว

ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เป็นการฝึกที่สตรองมากๆ นี่มันคือชนเผ่าที่บ่มเพาะนักฆ่าชัดๆ

กีช่า แล้วเจ้าล่ะ เจ้าได้เข้ากลุ่มแมวดำตั้งแต่อายุเท่าไหร่  ผมแกล้งแหย่เธอ

เราหรอ อืมมมม เธอขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิดอย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะค่อยๆนับทีละนิ้วไปอย่างแช่มช้า แล้วเอ่ยกับผมว่า  12 เห็นจะได้มั่ง

12 !!! นี่เจ้าฆ่าคนตั้งแต่อายุ 12 เลยหรอ  ผมลอบหวาดเสียวในใจ

คิกคิก  เธอหัวเราะอย่างพอใจที่ได้หยอกเย้าผม ก่อนจะเอ่ยกับผมในทำนองว่า ก็ตอนนั้นยังไม่มีกฎแบบนี้ เราจับดาบได้ท่านพ่อของเราก็ให้เราเข้าได้เลย   เธอเอ่ยให้ผมกระจ่าง

อ่อ   ผมร้องอย่างคลายสงสัย ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า

แล้วใครนะที่มันสร้างกฎยากๆแบบนี้  

เธอขมวดคิ้วอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างว่า

ก็เรานี่ไง !!
......

ก่อนที่ตะวันจะทะยานสูงขึ้น ผมเร่งฝีเท้าม้าให้ควบตะบึงไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ติดตามถึงท้ายขบวนของ ริน สินค้า 3 คันรถใหญ่เคลื่อนไปอย่างเนิบช้า

ริน เห็นหน้าผมเธอยังรักษาอาการสงบนิ่งได้ดุจเดิม  เธอไม่คุยกับผมสักเท่าไหร่ ระหว่างที่เราพักข้างลำธารกำลังจะเริ่มเดินทางต่อ ผมดึงม้าของเธอไปฝากไว้กับนักรบหญิงคนหนึ่งแล้วให้พวกหล่อนล่วงหน้าไปก่อน

รินกลับมาจากลำธารไม่พบม้าของหล่อน เธอร้องว่าผมอย่างงอนแงน

ท่านจะแกล้งอะไรเราอีก  เธอเอ่ย

ฮ่า ฮ่า ไม่ได้แกล้งสักหน่อย เจ้าผูกม้าไม่ดีเอง มันหนีเจ้าไปแล้ว มาเถอะมานั่งม้ากับเราก็ได้  ผมเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์

เราหวนคืนวันวานที่แสนหวาน รินนั่งอยู่เบื้องหน้าผม บนอานม้าเดียวกัน  ผมจงใจไม่เร่งฝีเท้าไปติดตามให้ทันต้นขบวน เราคลอเคลียกันอยู่ท้ายขบวนไม่ห่าง  เธอไม่เอ่ยถามถึงเรื่องระหว่างผมกับ กีช่า ผมก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องกีช่าให้เธอฟัง

เรามีความสุขกันแบบนี้ เราแนบชิดกันบนหลังม้าอย่างไม่อายสายตาผู้ใด ผมแอบจับหน้าอกคู่งามของเธอแล้วบีบเล่น

ริน ร้องว้ายอย่างตกใจ ดึงสายตาลูกน้องเธอให้เหลียวมองกันเป็นแถวๆ  เธอสั่งพวกนั้นให้เร่งฝีเท้าไปต้นขบวนอย่างเขินอายผมขบขันจนเธองอนไม่คุยด้วย

แต่ผมก็เอาหน้าเกยที่หัวไหล่แล้วจูบไซร้ต้นคอเธอไปตลอดทางจนเธอหายงอน
....
เข้าเขตตัวเมืองผมหยุดให้พวกกลุ่มนักรบเปลี่ยนชุดเป็นทาสสาวเหมือนเดิม รินดูอ่อนหวานขึ้นมากในชุดนี้

ระหว่างทางผมสวนทางกับกลุ่มทหารทางการกองใหญ่ มีการอารักขาขวบนอย่างหน้าแน่น กะประมาณด้วยสายตาคร่าวๆมีถึงประมาณ 500 นาง ตราสัญลักษณ์ของพวกหล่อนคล้ายๆของลินดา เพียงแต่ดูแปลกตาไปสักนิดตรงที่มีเป็นรูปสิงโตประดับอยู่ช้างหน้า คาราวานพ่อค้าหลายขบวนหลุดให้พวกเขาไปก่อน มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นเนี่ย

ผมสอบถามทหารยามที่ตรวจหน้าประตู ได้ความว่านั่นคือขบวนของเจ้าเมืองเสด็จออกไปราชกิจ ก่อนจะเอ่ยถามผมอย่างสงสัยว่า เจ้าจะรู้ไปทำไม ผมรีบโบกมือส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสา ผมมีใบผ่านทางที่ ลินดา เมื่อทหารเห็นตราสัญลักษณ์ของหล่อนเขาถอยห่างออกไปด้วยอาการแตกตื่น ก่อนจะปล่อยผมเข้าไปอย่างง่ายได้โดยที่ไม่ผ่านการตรวจค้น ตอนนี้ผมกลับพบว่าผมเป็นขาใหญ่ของเมืองไปเสียแล้วสิ

ก่อนจะถึงที่ตั้งร้าน ผมพบอาการผิดปกติอีกอย่างของผู้คนในเมือง  คือพวกเค้าโห่ร้องกันอย่างแตกตื่น พวกนางชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างหวาดกลัว ต่างยกมือขึ้นกราบไหว้บูชาราวกับเห็นเทพยาดาเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์

แม้แต่กลุ่มนักรบของรินเองก็หันไปคว้าดาบไว้อย่างตื่นตกใจ คงมีเพียงผมที่ลอบร้องคำร้ายกาจในใจ

นี่ห่างกันไปไม่กี่วัน ทิวา สามารถทำ ว่าว ตัวแรกสำเร็จแล้วหรือนี่ ผมลอบชื่นชมเด็กหนุ่มนั่น แท้จริงแล้วผมคงไม่ได้เก่งกาจอะไรเลยเมื่อเทียบกับ ทิวา

ริน เป็นสาวคนเดียวในสังกัดผมที่รู้งานที่สุด เจียมเนื้อเจียมตัวไม่เคยสร้างความลำบากใจให้ผม เธอถอยร่นออกไปจากข้างกายผมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถึงรัศมีบ้าน สี่สาวของผม ชะเง้อรออยู่แล้วครับ พวกเธอโผเข้ากอดผมอย่างปิติยินดี ผมโอบกอดพวกเธอไว้อย่างแนบแน่น

นายท่าน มาสายจัง  มินตราเอ่ยขึ้นอย่างขุ่นเคือง

ฮ่า ฮ่า อะไรจะขนาดนั้น ก็มาแล้วนี่ไง  ผมตอบกลับเธอ
......

เหมือนข่าวการมาของผมถึงหูบ้านใหญ่เร็วมาก เพราะไม่กี่อึดใจถัดมา ทิวา เป็นคนแรกที่ปรี่เข้ามา เขาอวดสิ่งที่เรียกว่า ว่าว เหมือนต้องการคำชมเชย เขาบอกว่าเขาใช้กิ่งไม้ไผ่ไคว้กันตามรูปที่พี่ชายวาดให้ ครั้งแรกเขาใช้ผ้าธรรมดาของตนในการประกอบ และพบว่ามันหนักเกินไป แต่ครั้งหลังเขาขอผ้าทับในของท่านพี่มาใช้ เพราะมันยืดหยุ่นและบางเบากว่า จึงทำสร้างสิ่งนี้ได้สำเร็จ

เดี๋ยวๆ นี่ทำขึ้นจากผ้าคาด อกของลินดา หรอกหรอ ผมเอ่ยถามอย่างตื่นตูม

ใช่แล้ว ท่านพี่ถอดให้ข้านำมาใช้ทดแทนอันเดิม  ทิวาเอ่ยขึ้นอย่างนิ่งเฉย

อืออออ ยังไงดี ขอได้ไหม  ผมเอ่ยทีเล่นทีจริง  นี่มันผ้าคาดนม ลินดา เชียวนะ

ทิวา ทำหน้าฉงนสงสัย ผ้าคาดอกท่านพี่มีสิ่งใดน่าสนใจ  เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างไร้เดียงสา

โอ้ยยย แม่ง ไม่เข้าใจความกระชุ่มกระช่วยของวัยรุ่นเลย

ผมปล่อยให้ ทิวา เล่าต่อไปอย่างตื่นเต้น ก่อนเขาจะลากผมไปที่บ้านใหญ่ ดูการปล่อยว่าวด้วยตนเอง ทิวาเหมือนจะเรียนรู้และจับหลักได้อย่างรวดเร็ว เขาใช้ทหารหญิงขึ้นไปปล่อยบนกำแพง เพราะด้านบนลมมันแรงกว่า ว่าว ตัวน้อย พุ่งทยานไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว สร้างความแตกตื่นให้กับสาวใช้จนวิ่งหนีกันไปคนละทาง ก่อนที่ว่าวจะเคว้งคว้างดุจคนไม่สติและทิ่มหัวปักดินอย่างไม่นานเกินรอ

ผมสังเกตทิศทางที่ว่าวตกลง ลินดา ในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเธอเปร่งปรั่งสุกสกาวราวกับลูกตำลึงสุก เธอเคลื่อนไหวด้วยกิริยาอาการที่สำรวมดูอ่อนช้อย ราวกับนางฟ้าที่เพิ่งลงมาจากสวรรค์ เธอเดินเคียงข้างมากับหมวยน้อยคนงามของผม

ท่านพาน้องเราเล่นพิเรนท์อันใดอีก  เธอเอ่ยถามผม

ท่านพี่เหตุใดจึงชอบ แขวะพี่ชายเขานัก  พวกท่านสองคนมีเรื่องขุ่นเคืองกันด้วยเหตุใดมาก่อนหรือเปล่า  ทิวาเอ่ยอย่างสงสัย

พี่ชายอะไรของเจ้า นี่มันปีศาจกลั่นแกล้งผู้คน นายน้อยระวังตัวไว้ให้ดี ท่านอย่างเชื่อสิ่งใดเขามาก  เธอเอ่ยอย่างมีอคติ

ผมยักไหล่อย่างไม่แยแส จนเธอขมวดคิ้วอย่างโกรธเคือง ผมทำทีไม่สนใจหล่อน ก่อนจะหันกลับไปคุยกับทิวา ถึงว่าวตัวนั้นอีกครั้ง ผมแนะนำกับทิวาว่า ว่าวที่ไร้ทิศทาง ก็เหมือนเรือไม่มีหางเสือ ผมสอนทิวาให้ทำหางเสือให้กับว่าว เพื่อถ่วงสร้างความสมดุลให้มัน

เป็นครั้งที่สองที่ว่าว ทยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง ครั้งนี้มันทรงตัวอย่างแน่นิ่ง ไม่ไหวติง ลินดายืนมองอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของหญิงงามดูแน่นิ่งสุดหยั่งถึง เธอเหมือนเงาจันทร์ในบ่อน้ำอันเงียบสงบ ก่อนที่จู่ๆน้ำตาใสๆจะไหลออกมาอ่อล้นบริเวณหางตา หากผมไม่สังเกตคงไม่มีทางได้เห็น ผมทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจหรือเปล่าเนี่ย

......
ทิวา ยังอ่อนเยาว์นัก เด็กก็คือเด็ก แม้ฐานะจะสูงส่งเพียงได้ ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับของเล่นใหม่

ลินดา เก็บอาการสงวนท่าทีไว้ดั่งเดิม เธอคล้อยหันเดินจากไปอย่างไม่ลาผม ผมชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะรีบปรี่เดินตามเธอไปยัง ศาลากลางน้ำอีกครั้ง

ผมเริ่มรู้สึกว่าเธอคงชอบที่นี่ไม่ต่างจากผม มันดูสงบร่มรื่น และเย็นสบาย เรื่องเลวร้ายอะไรทั้งหลายแหล คงปล่อยวางลงได้หากได้มานั่งอยู่ที่แห่งนี้

ชิงชิง บรรจง รินน้ำชาใส่จอกให้หล่อน ลินดา สงบนิ่งไม่เอ่ยวาจา ความสำรวมของเธอดูแล้วไม่ต่างอะไรจากนางเซียนสวรรค์ ผมพลอยประหม่าไปด้วย

ท่านมีเรื่อง จะเอ่ยอันใด ให้รีบว่ามา  เธอเอ่ยขึ้นด้วยอาการรำคาญ

เราไม่มีเรื่องอันใดหรอก เจ้าต่างหาก มีอะไรไม่สบายใจให้บอกเราได้  ผมเอ่ยตอบ
เธอส่ายหัวช้าๆอย่าง สิ้นหวัง  ก่อนจะเอ่ยกับผมว่า ท่านช่วยอะไรเราไม่ได้หรอก

เธอตัดพ้อแบบนี้ ผมแทบจนตรอกหมดคำพูด ผมแสร้งเบี่ยงประเด็นไปทางทางขบขัน หวังจะช่วยสร้างบรรยากาศได้บ้าง

หรือว่าเจ้าไม่เข้าใจเรื่องไหน ในตำรา จะให้เราแนะนำอีกก็บอกได้นะ ผมเอ่ย

เธอค้อนมองผมวูบหนึ่ง ชิงชิงก็ค้อนมองผมไม่ต่างกัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงบางเบาว่า

ท่านนี่มันไม่เคยรู้กาลเทศะเอาซะเลย  เธอตอกกลับ

ผมหน้าชาชนิดที่หมดวาจาจะเอ่ย หลายวันมานี่เพิ่งโดนกีช่าตบจนหน้าหัน นี่โดนด่าไม่รู้กาลเทศะซ้ำสอง อะไรมันจะดวงซวยขนาดนั้น

ไม่อยากสร้างความขุ่นเคืองให้เธออีก เลยทิ้งถ้อยคำกับเธอไว้ว่า ท่านมีอะไรให้เราช่วยเหลือขอเพียงเจ้าบอก เรายินดีช่วยเหลือท่านตามสัญญา

เธอเหม่อมองผมด้วยแววตาที่เลื่อนลอย ก่อนจะเอ่ยกับผมอย่างอ่อนหวานว่า

ขอบคุณท่านเหลือเกิน
…..

ผมเดินเตร่ออกมาจากเมืองด้วยอาการหมดอาลัยตายอยาก สุดท้ายเธอคือคนที่คาดเดายากที่สุด ผมอ่านเธอไม่ออกเลย จะรักผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะจงเกลียดจงชังก็ไม่ใช่ โอ้ยยย ผมขยี้หัวอย่างสับสน จะมารกสมองกับหล่อนทำไม

ผมมี กีช่า อยู่ทั้งคน ไหนจะมีบ่าวสาวอีกตั้ง 4 แล้วนี่ยังมี ริน อีก ผมจะมัวสนใจเธออย่างทำหอกอะไร ผมสลัดเรื่องของเธอทิ้งก่อนจะดิ่งกลับบ้านด้วยอาการสุขสันต์แม้ลึกๆในใจจะอกตรมก็ตาม

......
ผมสังเกตผู้คนในเมืองมันเงียบเหงาผิดปกติ ข่วงเย็นๆที่ปกติผู้คนจะคับคลั่ง มันกลับบางตาไปอย่างชัดเจน ร้านรวงอื่นๆที่เคยค้าขายแข่งก็ทยอยปิดกันไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมยังคิดเข้าทางตนเองไปอีกว่า สงสัยพวกเขาคงรู้แล้วว่าจะค้าขายแข่งกับเราไม่ได้ จึงปีดหนีไป ก่อนจะหัวร่อในใจอย่างผู้มีชัยชนะ

ผู้คนล้างลาก็ดีเหมือนกัน รีบปิดร้านซะเลยดีกว่า ผมกอบโกยผลไม้คลั่งกับผลสงบมามากโข แอบคิดอยู่ตลอดเย็นว่าคืนนี้จะให้ใครกินมันเข้าไปดี  ตัดมินตราออกไปเสียก่อน คงเหลือตัวเลือกเป็น 2 ศรีพี่น้องกับเด็กสาวลูกครึ่ง

หากให้โมอาหรือไลลากินเข้าไป ก็ดูจะโหดร้ายกับเด็กน้อยไปเสียหน่อย ผมเพิ่งตัดสินใจจิ้มเลือกคนพี่มันนี่แหละ จะทดสอบด้วยว่า หน้าอกคู่โตๆเต้านี้จะหลั่งน้ำนมเหมือนแบบมินตราหรือไม่

....
ตกดึกคืนนั้น ผมรีบซัดผลคลั่งเข้าไปก่อนจะกินผลสงบแก้พิษความคลั่งตามเข้าไปที่หลัง  กะไว้ว่ายังไงซะคืนนี้ต้องแข็งโด่สู้ได้ทั้งคืนเป็นแน่

ผมกำลังหาจังหวะงามๆจะหลอกมีอากินผลไม้บ้าๆนั่นๆเข้าไปสักลูก แล้วค่อยคิดย่างสามขุมเข้าห้องพวกเธอ แต่แล้วจู่ๆ เรื่องไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้นอีก เมื่อประตูร้านของผมถูกเคาะอย่างร้อนรน  ปัง ปัง ปัง

ชิงชิง ในเครื่องแต่งกายอันแสนมิดชิดคลุมถึงศีรษะปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า

เธอออกมาได้อย่างไร ปกติเธอไม่เคยออกมาจากบ้านใหญ่ด้วยซ้ำ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

เด็กสาวทอประกายน้ำตาใสๆรอบดวงตา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนว่า นายท่านโปรดช่วยท่านลินดาด้วย ท่านลินดาคิดจะฆ่าตัวตาย !!!

สี่สาวพยักหน้าเชิงอนุญาตผมให้รีบไป ผมไม่มีเวลาจะไปติดตามรินอีกแล้ว ผมรีบปรี่ไปที่บ้านใหญ่ของเธออย่างรวดเร็ว

…..

ชิงชิง นำผมมุ่งตรงเข้าศาลากลางน้ำ กลางบ้านใหญ่ มันน่าแปลกใจมากที่เวรยามของที่นี่ละหลวมจนหน้าใจหาย หรือจะเป็นเพราะทหารกองใหญ่ที่ออกไปพร้อมกับเจ้าเมือง ผมไม่มีเวลาสนใจตรงนี้มากเท่าไหร่ ผมวิ่งนำชิงชิงไปก่อนเธอเป็นคนแรก

แสงไฟสลัวๆ รายล้อมรอบศาลาใหญ่ ผมเพิ่งเคยมาที่นี่ยามค่ำคืนเป็นครั้งแรก มันดูวังเวงชวนขนลุกอยู่ไม่น้อย ลินดา นั่งในท่าทางแช่มช้อยอยู่บนแท่นที่ดูคล้ายๆเตียงที่ประจำของเธอ เธออยู่ในอาภรณ์ชุดคลุมสีขาวนวลอ่อนๆสะอาดตา เธอปล่อยผมยาวดำของเธอแผ่สยายเต็มแผ่นหลัง  เธอมองผมด้วยท่าทางสงสัย

เจ้ามาทำอะไรที่นี่  เธอเอ่ยถามผมเหมือนทุกๆครั้ง

เธอไม่เห็นเหมือนคนจะฆ่าตัวตายตรงไหน ผมเหลือบไปมอง ชิงชิง อย่างตื่นตกใจ นี่หมวยน้อยเล่นอะไรกับผมวะเนี่ย

ชิงชิง รู้สึกหน้าแตกชนิดที่ไม่น่าให้อภัย

ผมแก้เขินให้เธอด้วยการบอกว่า ชิงชิง บอกว่าท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย เราเลยรีบวิ่งมาหา   ผมเอ่ยขึ้นกับเธอ

ลินดา ละสายตาจากผม ก่อนจะเหล่หางตาไปหา ชิงชิง ด้วยอาการเกรี้ยวกราด  ชิงชิง รับรู้ได้ถึงอาการโกรธของนายหญิง เธอรีบก้มคุกเข่าก้มศรีษะจรดพื้นพร้อมเอ่ยขอโทษอย่างร้อนรน

ชิงชิง ขอโทษ ชิงชิงเห็นนายหญิงหยิบมีดไปด้วย และยังไล่บ่าวออกไปบอกจะอยู่คนเดียว ชิงชิง กลัวนายหญิงคิดสั้น  เธอแถลงความคิดของเธอให้เราสองคนทราบกระจ่าง

ลินดา รินน้ำจอกใหญ่ก่อนจะกระดกรวดเดียวหมดถ้วย พร้อมกับตัดพ้อเบาๆว่า

เด็กโง่เอ้ย เราจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร  เธอเอ่ย พร้อมกับชักมีดเล่มนั้นอออกมา

ลินดา เหลือบมองคมมีดเล่มนั้นอย่างเลื่อนลอยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า แต่ถ้าเราทำอย่างที่เจ้าบอกก็คงดีเหมือนกัน

ความผิดปกติตั้งแต่บ่ายของเธอ ทำเอาผมไม่สบายใจเสียเลย เธอมีเรื่องไม่สบายใจอะไรกันแน่ถึงได้ตัดพ้อโลกขนาดนี้ ก่อนที่บรรยากาศมันจะเลวร้ายไปกันใหญ่ ผมเลยเอ่ยถามว่า แล้วเจ้าเอามีดมาไว้ทำไม

เธอขึงขังมองใส่ผม ก่อนจะบอกว่า  ก็ไว้กันตัวร้ายอย่างเจ้ายังไง  เธอเอ่ย

เธอเหมือนคนเสียสติ บางครั้งดูสงบนิ่ง บางครั้งก็หุนหัน นี่ยังหยอกผมแรงๆจนน่าตกใจ ผมชักหวาดๆเธอเสียแล้วสิ

ผมสังเกตเธอรินน้ำเองอีกจอกใหญ่ ก่อนจะซดมันเข้าไปทีเดียวเป็นจอกที่ 2 แต่รอบนี้เธอหลับตาปี๋ เหมือนลมตีขึ้นจากช่องท้อง หญิงสาวมีอาการหน้าแดงแผ่ซ่านไปทั่วต้นคอและทรวงอก นี่เธอไม่ได้กินน้ำนี่หว่า กำลังเหมือนคนเมาชัดๆ เธอโบกมือไล่ ชิงชิง ออกไป

ท่าทางเธอไม่อยากพบเจอผู้ใด ผมแก้เขินด้วยการขอตามชิงชิงออกไปเงียบๆดีกว่า

ผมกำลังคล้อยหลังเดินตามชิงชิง จู่ๆลินดาก็เอ่ยขึ้นตามหลังผมมาว่า ท่านไม่คิดจะดื่มกับเราสักจอกหรอ !!!

……

เป็นความหวาบหวิวใจอย่างบอกไม่ถูกกับการได้ร่ำสุรากับเธอสองต่อสอง ยามไม่สวมหัวโขนอย่างนี้ เธอก็ไม่ต่างอะไรกับหญิงสาวธรรมดานางหนึ่งเพียงแต่โฉมหน้าของเธอมันไม่ได้ชวนเป็นเพื่อนสักเท่าไหร่นัก ใบหน้าเนียนใสได้รูป อาการหน้าแดงเหมือนมีเลือดฟาดบริเวณสองแก้ม และรอบๆลำคอ ดึงเสน่ห์ความกระจ่างใสของใบหน้าให้เปร่งปรั่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พิษสุราทำเธอสูญเสียอาการของผู้สูงศักดิ์ จนเสื้อที่ปกปิดอย่างมิดชิดในตอนแรก คล้อยลงต่ำเผยร่องหน้าอกเบียดชิดอยู่ใต้ร่มผ้า

หืมมม ผมสูดหายใจอย่างหนักอก เจ้าหนูน้อยของผมตอนนี้มันไม่ได้อยากคบเธอเป็นเพื่อนสักเท่าไหร่แล้วสิ มันแข็งโด่ขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผมพยายามสงบอารมณ์ลง แกล้งชมนกชมไม้ พยายามดึงสติกลับ ก่อนจะร้องผิดท่า ! ในใจ

ผมเพิ่งกินผลไม้นั่นมานี่หว่า ตอนนี้สงบยังไงมันก็ไม่ลงแล้วครับ ผมนั่งในอาการที่ขะเขิน เพราะดุ้นแข็งๆมันดันเสื้อผ้าออกมาเป็นแท่งนูนเด่นอยู่ตลอด เคราะห์ยังดีที่เรานั่งกันอยู่บนเก้าอี้ ที่มีโต๊ะ ผมแทบไม่กล้าลุกขยับไปไหน เพราะกลัวเธอจะสังเกตเห็นความหยาบคายในตัวผม

ระหว่างความสุขในชีวิต กับ ความรับผิดชอบต่อผู้คน หากเป็นท่าน ท่านจะเลือกสิ่งใด  เธอเอ่ยขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย ชนิดที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย

ผมร้องด่าทอในใจ นี่มันใช่เวลามาถามปัญหาปรัชญาแบบนี่ที่ไหน

เธอจ้องมองผมอย่างคาดหวัง ดวงตาสุกใสทอแววตาเป็นประกายอย่างคาดหวัง ผมจำใจต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยแบ่งรับแบ่งสู้ออกไป

ท่านหญิง เหตุใดจึงถามเช่นนี้ เราคิดว่าเราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบท่านได้ เพราะเราไม่ต้องรับผู้ชอบผู้คน หากเราเป็นเรา เราเป็นเพียงพ่อค้าเทียวไปเทียวมากับคาราวานสินค้าใหญ่ หากถึงครวญมีปัญหาที่ต้องเลือก เราคงเลือกความสุขของตัวเรา

ลินดา จดจ้องฟังอย่างตั้งใจ ผมสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก่อนจะเริ่มเอ่ยต่อ

แต่หากเราเป็นท่านเกิดมาด้วยชะตาที่ถูกลิขิตให้ดูแลผู้คน เมื่อถึงที่ต้องมีปัญหาคล้ายคลึงกัน เราคงต้องเลือกผู้คน

ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เอ่ยไปจะตรงใจเธอหรือไม่ เพราะลินดา หันไปรินสุราอีกจอกใหญ่ ก่อนจะซดมันไปจนหมดสิ้น

พูดได้ดี พูดได้ดี เธอรำพึงกับตัวเองอยู่ 2 คำใหญ่ ก่อนจะเสียหลักเอียงตัว เกยหน้าอกกับโต๊ะ จนร่องนมเอ่อล้นออกมาเป็นลูกๆไม่ว่าจะเวลาไหนช่วงไหน นม นี่มันดึงดูดสายตาบุรุษเพศโดยแท้ ผมนั่งตัวแข็งเกร็งทื่ออย่างไม่กล้าขยับ

เธอลุกขึ้นไปในอาการที่เดิน ตุปัดตุเป๋ ผมบอกกับเธอว่า เธอเมามากแล้วนะ ลินดาหันมาตะคอกผมว่า ท่านอยู่กับเราต่ออีกสักพักเถิด
....
ลินดา เดินหายไปในห้องก่อนจะกลับพร้อมสุราอีกเหยือกใหญ่  ผมเหลียวมองเธอก่อนจะรีบเหลียวหลังกลับมา

ลินดา สังเกต อากัปกริยาที่ดูผิดสังเกต ของผมก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างขุ่นเคืองว่า
ท่านตัวร้าย ท่านซ้อนอะไรไว้จากเรา  เธอพูดไม่พูดป่าวครับ เธอปรี่เข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว

เฮ้ยยย อย่า  ผมพยายามปัดป้องท่านหญิง เพราะมันจะซ่อนอะไรเล่าครับ ก็ดุ้นมันแข็งเต็มกางเกงอย่างนี้ จะให้นั่งตัวตรงๆได้อย่างไร

ลินดาเข้าคล้องคอผมพยายามจะดึงมือผมออก ผมอึ้งจนเก็บอาการไม่อยู่ หน้าอกคู่งามของเธอแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังผมเต็ม กลิ่นเครื่องหอมจากเรือนร่างเธอช่างมีเอกลักษณ์ มันเป็นกลิ่นที่ไม่เหมือนหญิงสาวที่ไหน สัญชาตญาณความเลวชั่ววูบของผมออกอาการอย่างรวดเร็ว

ผมแสร้งทำถุงผ้าบางอย่างตก ดึงความสนใจไปจากเจ้าหล่อน ลินดารีบไปตะขลุบเจ้าถุงนั่นไว้อย่างผู้มีชัย เธอคลี่ถุงผ้าออก ก่อนจะเอ่ยกับผมว่า

ท่านซ่อนผลไม้ไว้จากเราแค่นี่น่ะนะ ท่านช่างใจแคบจัง เธอไม่รีรอให้ผมโต้ตอบกลับ ลินดา หยิบผลไม้สีแดงขึ้นมาหนึ่งเม็ดและโยนเข้าปากอย่างรวดเร็ว

ผมเบิกตาค้าง ไฟสวาทลุกโชติระรอกใหญ่ หัวใจผมเต้นแรงชนิดที่แทบจะทะลุออก เฝ้ามองเธอทำหน้าเหย่เก หลับตาปี๋ ก่อนจะตัดพ้อออกมาว่า ไม่เห็นจะอร่อยเลย
…..

ผมนิ่งเงียบไม่ไหวติง ท่อนเอ็นมันผงกหัวหงึกๆไม่ยอมหยุดร้องหาหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า ผมเฝ้ามองอากัปกริยาของลินดาอย่างใจจดใจจ่อ เธองดงามราวกับนางสวรรค์ ผมกำลังจะทำลายเธอหรือเปล่า หลังจากคืนนี้ไปเราจะเป็นอย่างไรต่อไป  ผมลอบถามเธอถึงเหตุใดทหารที่คุมกันจึงละหลวมนัก

เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะบอกว่า เราให้พวกนางไปพักเองแหละ เนื่องจากทหารในเมืองตามเสด็จท่านพ่อเราออกไปกองใหญ่ ทหารเฝ้าเวรยามต้องทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เราเห็นว่าไม่น่าจะมีเรื่องราวอันใดในคืนนี้ เราเลยให้พวกนางไปพักผ่อน

มาเถอะท่านตัวร้าย ดื่มกับเราอีกสักจอก เราจะเข้านอนแล้ว  เธอเอ่ยกับผมอย่างแช่มช้อยดุจเดิม ก่อนจะชวนผมกระดกชนแก้วอีกยกใหญ่

ผมลอบแอบลุ้นในใจ เห้ย !! อย่าเพิ่งไปสิ ผลไม้ยังไม่ออกฤทธิ์เลย

ลินดา เธอนี่เดาใจยากจริงๆครับ บทจะเลิกก็เลิกมันอย่างรวดเร็ว เธอลุกขึ้นในอาการที่ไม่มั่นคงเท่าไหร่ จนผมต้องเข้าไปประคองแขนเธอไว้ ผมพยายามเก็บอาการไว้ให้นานที่สุด จับแขนเธอไว้ห่างๆอย่างไม่พยายามล่วงเกิน
ลินดา ก็ยังไม่วายที่จะค้อนผมวงใหญ่ ก่อนจะเอ่ยอย่าง งอนแงนว่า  ท่านน่าจะฆ่าให้ตายนัก  

ลินดา แอบลอบเสียดายที่ไล่ชิงชิง ออกไปเสียก่อน เพราะยามนี้เธอตกเป็นเป้าให้บุรุษหนุ่มผู้นี้ คล้องแขนเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอนึกรู้สึกผิดไปเหมือนกันที่ดื่มจนเมามาย จนแทบยืนไม่อยู่ เธอร้องถอนถอดในใจว่าช่างเถอะ อย่างน้อยเขาก็จับเพียงแค่แขนของเรา ไม่ได้แตะต้องยังส่วนอื่นๆ

เธอรู้สึกเส้นทางระหว่างศาลากลางน้ำกับห้องของเธอมันช่างไกลเหลือเกิน ก่อนจะพบว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้พาเธอเดินอ้อม

ท่านจำห้องเราไม่ได้หรือ เธอเอ่ยอย่างขุ่นเคือง

เราเคยมาแต่ช่วงกลางวัน เราไม่เคยเข้ามาที่บ้านของท่านตอนกลางคืน เราจะจดจำได้อย่างไร เขาตอบอย่างไร้เดียงสา

เธอรู้สึกโกรธเล็กน้อย แต่ก็อับจนปัญญาที่จะต่อคำ ก่อนจะตัดบทอย่างรำคาญใจว่า

มาเถอะ เราเบื่อหน้าท่านเต็มทนแล้ว เรานำท่านเอง  ลินดาเอ่ยพร้อมกับชี้ทางที่ถูกต้องไปที่ห้องของเธอ
.....
ไม่กี่อึดใจถัดมา จู่ๆหญิงงามเมืองก็รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่สะดวกเหมือนเก่า แข้งขาที่เดินได้อย่างทะมัดทะแมงเริ่มก้าวไม่ออก เธอร้องโผออกมาบอกชายหนุ่มผู้นี้ว่า หยุดให้เราก่อน !!

ผมสังเกตอาการผิดปกติของเจ้าหล่อน เธอหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ เหงื่อไคลเริ่มไหลย้อยออกมาจนชุ่มผ้าคลุมของเธอ

ลินดา ทรุดตัวนั่งลุกอย่างแตกตื่น

เรารู้สึกไม่ค่อยสบายเลย เหมือนขามันอ่อนแรงไปหมด  เธอเอ่ยกับผม

ผมค่อยๆประคองเธอนั่งลง ก่อนจะเริ่มสัมผัสเบาๆที่ต้นขาของเธอ หน้าที่ของผมตอนนี้คือถ่วงเวลาไปเรื่อยๆครับ รอให้ฤทธิ์ผลคลุ้มคลั่งนั่นมันออกฤทธิ์เต็มที่

ผมค่อยๆ ถือโอกาส บีบนวดเบาๆที่ต้นขาเธอ ผมดึงตำราที่ใช้กับกีช่า มาเป็นต้นแบบ

โอ้ยยยยย  เธอหลุดปากครางออกมาเป็นคำแรก เธอไม่รู้เพราะเหตุในเธอถึงร้องครางออกมา ร้อนกายหญิงสาวร้อนรุ่มไปหมด เธอแตกตื่นจนรนรานที่มือหยากร้านของชายหนุ่มบีบนวดเบาๆที่น่องขาเธอ

ท่านดีขึ้นหรือยัง ผมเอ่ยถามเธอ

ลินดา แสดงออกทางแววตาอย่างสับสน เหมือนเธออยากจะต่อว่าผม แต่ลึกๆจิตใจอีกด้านหนึ่งก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อเขาสัมผัสกับเรือนร่างเธอ

ผมนวดคลึงฝ่าเท้าหญิงสาว และลูบไล้ไปมาที่น่องขาอย่างเจ้าเล่ห์ อื้อออ โอ้ยยยย  ลินดาร้องครางออกมาคำใหญ่

ท่านหญิงเจ็บหรอ ผมเอ่ยถาม  

เปล่า  เธอตอบสั้นๆ  เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง เธอไม่เคยสูญเสียความสง่างามขนาดนี้ เธอเพียงถูกเขาสัมผัสที่ต้นขาอย่างแผ่วเบา กลับร้องครางออกมาอย่างหน้าไม่อาย

พอแล้ว พอแล้ว  เธอผลักไสผมออก ก่อนจะพยายามลุกประคองเรือนร่างอวบอั๋นขึ้น เธอร่างกายมันกลับไม่เชื่อฟังเธอเสียเลย เธอเซจนแทบล้มแต่ไม่รู้เคราะห์ดีหรือเขาตั้งใจ เพราะเข้าพุ่งเข้ามาโอบรัดเธอไว้ในอ้อมอก ลินดาแทบหมดพลังที่จะขัดขืน ร่างกายเธออ่อนระทวยดั่งขี้ผึ้งที่ถูกไฟลน

มาเถอะ ให้เราไปส่งท่านที่ห้องเถิด น้ำเสียงของบุรุษช่างดูอบอุ่น เธอปวดศีรษะจนแทบจะระเบิดออกมา หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอขอไม่ดื่มสุราบ้าๆนั่นอีกแล้ว


ระยะเพียงไม่กี่อึดใจ แต่สุดท้ายท่านหญิงแขนขาอ่อนเปรี้ยจนแทบทรงตัวไม่ไหว เธอนั่งพับขาลงกับพื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวผู้งามสง่าบัดนี้เธอไม่ต่างอะไรกับลูกกวางตัวน้อยอีกแล้วครับ

ผมขออนุญาตเธอก่อนจะอุ้มลินดา มาส่งที่ห้อง เธอคล้องคอผมอย่างขะเขิน เธอควบคุมสติได้ดีมากครับ ในช่วงเวลาเดียวกันกับมินตราในวันนั้นเธอแทบคลั่งสวาทถาโถมใส่ผมไม่มีหยุด แต่กลับท่านหญิงผู้นี้เธอเอาแต่สั่นระริกบิดกายไปมาอย่างร้อนรน เหมือนมโนสำนึกของความเป็นยอดหญิงทำงานอย่างหนักหน่วง ปกติแล้วเธอเป็นผู้ล่าเรื่อยมา เธอไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของผู้ถูกล่ามาก่อน

เธอชื่นชอบเรือนร่างอ้อนแอ่นของอิสตรีมากกว่ากล้ามเนื้อเป็นมัดๆของบุรุษ เธอเป็นแบบนี้เพราะความทรงจำในวัยเยาว์ สตรีคนแรกในชีวิตเธอคงเป็นพี่เลี้ยงของเธอในวัย 20เศษ พี่เลี้ยงของหล่อนได้กระทำในสิ่งที่ผิดจารีตประเพณีกับเธอตั้งแต่เธออายุได้ 15 ปี ลินดาสัมผัสความเสียวในแบบอิสตรีเป็นครั้งแรก นั่นทำให้เธอจดจำความรู้สึกอันแสบหวานได้อย่างไม่เคยลืมเลือน

ใบหน้าหยาบกร้านของชายหนุ่ม จู่ๆก็แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของวัยแรกสาว

พี่หลิว  เธอโผร้องเรียกชื่อของบ่าวสาวแสนสวาทคนแรกในชีวิตเธอออกมา พี่หลิวของหล่อนมีร่างกายที่อ่อนแอตั้งแต่วัยเยาว์และตายจากเธอไปเสียแล้ว จู่ๆทำไมพี่หลิวถึงกลับมาปรากฎกายในค่ำคืนนี้ เธอไม่รู้นี่มันเรื่องบ้าอะไร เธอเมามายจนสิ้นสติไปแล้วหรือ

ความคิดถึงเข้าปกคลุมหัวใจ ลินดา อย่างเลี่ยงไม่ได้ จู่ๆหญิงสาวก็โน้มหน้าผมลงไปกอดจูบอย่างเร้าร้อน เธอตวัดลิ้นของเธอแลกลิ้นกับผมเป็นพัลวัน ลินดาเก่งขึ้นมาก เธอจูบได้เก่งกว่าสาวๆทุกคนในสังกัดผม คงเพราะความชำนาญในการใช้ลิ้นที่ฝึกฝนเป็นประจำ

พี่หลิว ลินดา คิดถึงพี่เหลือเกิน  เธอคล้องคอซบใบหน้าของเธอคลอเคลียผมไม่ห่าง แต่กลับเรียกร้องหาชื่อสตรีที่ไหนก็ไม่รู้ซึ่งผมไม่รู้จัก แต่ก็เอาวะ ผมสนใจที่ไหน สนแค่เพียงเรือนร่างอวบอั๋นของโฉมสะคราญที่อยู่ตรงหน้า

ผมจับเธอปลดเปลื้องอาภรณ์ออกอย่างรวดเร็ว ยอมรับผมมือไม้สั่นเทาไปหมด มันไม่เหมือนตอนปลุกปล้ำกีช่า กับกีช่ามันเหมือนเล่นกับไฟที่เรารับรู้ได้ว่ามันร้อน แต่กลับลินดาผมหยั่งเธอไม่ถึง เหมือนหลุมที่มืดมิดซึ่งไม่รู้ว่าก้นมันอยู่ลึกแค่ไหน หากตกลงไปมันโหดร้ายกว่ากันมาก

ไม่นานนัก ท่านหญิงผู้งดงามก็เปลือยกายอยู่ต่อหน้าผม เธอปิดบังเรือนร่างด้วยท่าทางเอียงอายเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ แหกขาตัวเองออก โชว์ร่องอวมอูบสีชมพูสดใสลอยเด่นขึ้นต่อ

พี่หลิว ทำให้ลินดาหน่อยนะคะ ลินดาเสียวจะแย่อยู่แล้ว  เธอร้องเรียกหาผมอย่างรัญจวนใจ

หลิวของเธอนี่แม่งใครก็ไม่รู้ แต่คงแซบพอดี เธอถึงได้มโนภาพของเขาได้ขนาดนี้ ผมไม่สนใจแล้วเธอจะเรียกผมว่าอะไร ผมโถมกายเข้าใส่ร่องหีท่านหญิงลูกสาวเจ้าเมืองผู้นี้อย่างบ้าคลั่ง

โอ้ยยยยย อื้อมมม พี่หลิว ลินดาเสียว โอ้ยยย เบาๆ อย่างดูดอย่างนั้น

มโนสำนึกของเธอ ปรากฏภาพเป็นใบหน้าหญิงสาววัย 20 กำลังดูดไซร้ร่องหีให้เธออย่างมูมมาม เธอพยายามแอ่นสะโพสแหกขาออกกว้างๆเพื่อให้เขาดูดเลียร่องสวาทเธอได้อย่างง่ายๆ เธอจิกหัวเขากดใส่ร่องเสียวเธออย่างเร่าร้อน

หญิงงามเมือง ไม่รับรู้อีกแล้วว่าที่นี่คือโลกไหน เธอเปร่งเสียงครางร้องโหยหวนออกมาอย่างไม่อายผู้ใด

ผมลอบหวาดเสียวในใจ นี่ถ้ามีทหารเฝ้าอยู่สักคน มีหรือจะไม่ได้ยินเสียงนี้ของเจ้าหล่อน

ผมเอื้อมมือไปบีบหน้าอกที่มีเม็ดหัวนมสีชมพูประดับยอดอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ปากยังเลียร่องหีเธออยู่
จู่ๆผมสัมผัสได้ถึงน้ำบางอย่างไหลกระเซ็นใส่หลังมือผม ผมเหลือบตาขึ้นไปดูอย่างชอบใจ

มันจริงๆด้วยครับ ไอ้ผลบ้านี่ทำให้หญิงสาวที่กินเข้าไปแล้วมีน้ำนมหลั่งออกมาจริงๆด้วย น้ำนมสีขาวขุ่นๆไหลซึมออกมาจากหัวนมสีชมพูสดใสของเธอ

ผมผละออกจากร่องหีเธอทันที ชนิดที่ไม่สนใจอีกแล้ว ผมดันเธอติดหัวเตียง นั่งสูงกว่าผมเล็กน้อย ให้หัวนมเธออยู่ตรงหน้าผมพอดี ก่อนจะลงมือละเลงบีบเต้านมเธออย่างบ้างคลั่ง เค้นน้ำนมสีขาวสว่างให้ไหลออกมาเป็นทาง

โอ้ยยยย พี่จ๋า เบาๆหน่อย ลินดาเจ็บหน้าอกนะ  อื้ออออ หญิงสาวจับแขนผมไว้ตลอดเวลา ผมซุกไซร้หน้าอกเธอราวกับทารกแรกเกิด ผมดูดเต้าชนิดซ้ายทีขวาทีอย่างไม่ให้น้ำนมเธอไหลหล่นไปที่ไหน  ลินดาจิกหัวผมครางลั่นห้อง

ผมมีความสุขมากในอ้อมอกของเธอ หน้าอกเธอมันก็ใหญ่พอๆกับ มินตราและมีอานี่แหละครับ แต่กลิ่นกายสาวเธอมันหอมกว่า ยั่วยวนกว่า ง่ายๆผิดกลิ่นนั่นเอง ดุ้นผมมันแข็งตันไปหมดแล้ว

ผมยังเล่นกับเธอไม่สะใจ ผมค่อยเอานิ้วกลางลูบไล้เบาๆที่รอยแยกสวาท ลินดาแทบจะสะดุ้งทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสกับร่องหี  ผมค่อยดันนิ้วเข้าไปช้าๆ แทรกซึมผ่านร่องหีตีบตันของเธอ น้ำที่เอ่อนองไหลซึมออกมาเมื่อนิ้วเย็นๆเข้าแทนที่

อูยยยยย อื้ออออ ลินดาซี๊ดปากไม่หยุด เธอจิกแขนผมจนเป็นรอยแดงเป็นปื้นใหญ่ ผมใช้นิ้วคว้านไปลึกๆในร่องสวาทเธอ ลินดาทรงกายแทบไม่อยู่ โน้มตัวมาซบอกผมอย่างอ่อนไหว

พี่หลิว หนูเสียวจะแย่แล้ว พี่เก่งจัง  อื้ออออ  พี่หลิว หนูเจ็บ เบาๆก่อน  อื้อออ

ยิ่งเธอแทบตัวเองอย่างต้อยต่ำว่าหนู ผมเดาไปว่า คนที่ชื่อหลิวที่เธอเรียกน่าจะเป็นคนที่อยู่ในความทรงจำวัยเด็กของเธอ คนที่เขาสอนเธอให้รู้จักความสนุกในแบบผู้หญิงเป็นครั้งแรก

โอ้ยยยยย โอ


*

ออฟไลน์ Wolf Stranger

  • Full Member
  • **
  • 134
  • 111
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 14
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2016, 05:37:23 PM »
จิตนาการ ... ทะลุทะลวงไปถึงไหน
อ่านแล้ว วางไม่ได้จริงๆ ครับ มันร้อนรนแถวหน้าท้องนี้ล๊ะ

*

ออฟไลน์ applej2k

  • Full Member
  • **
  • 197
  • 189
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 14
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2016, 01:47:57 AM »
Thanks you ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ entertainerv

  • Tiny Member
  • *
  • 18
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 14
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 30, 2016, 01:41:20 AM »
สุดยอดครับตอนนี้

*

ออฟไลน์ Joii Joii

  • Tiny Member
  • *
  • 11
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 14
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 05:13:38 AM »
 ::Foo::สุดยอดครับตอนนี้ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ pun4531

  • Full Member
  • **
  • 50
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The New World : จอมคนโลกใหม่ 14
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2016, 01:17:00 PM »
เนื้อเรื่องติดตามอ่านแล้วติดใจมาก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ