มารราคะ ตอนที่ 15 โซฟี เทพนารีแห่งความกรุณา

มารราคะ ตอนที่ 15 โซฟี เทพนารีแห่งความกรุณา

  • 0 ตอบ
  • 3714 อ่าน
*

ออฟไลน์ zeech

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 2359
    • ดูรายละเอียด


มหาเทพ ออกมาจากสวรรค์อย่างไร้จุดหมาย   ในใจสุมไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ และความคับแค้นใจ  

จนเทพคนสนิท ทักขึ้น
"ท่านจะไปที่ใด ท่านมหาเทพ"

มหาเทพหันมามองแล้วพูดว่า
"ข้าจะไปที่ใดได้   มีที่ใดให้ข้าไป"

"ตลอดเวลาที่ข้าปกครองสวรรค์  ข้าผ่านการรบมานับครั้งไม่ถ้วน ได้ชัยมาทุกครั้ง  ไม่เคยมีครั้งไหนที่ข้า
จะได้รับความอัปยศมากขนาดนี้"



นางฟ้าสามพี่น้อง  เมื่อเห็นมหาเทพ ออกมาจากสวรรค์ ก็ติดตามลงมา
เจมิน่าร้องเรียกขึ้นว่า

"ท่านมหาเทพ    ท่านมหาเทพ   โปรดรอข้าก่อน"

เมื่อทั้งสามนางฟ้าตามมาทัน  เจมิน่ารู้ดีว่า มหาเทพไร้จุดหมายที่จะไป  ก็พูดขึ้นว่า

"มหาเทพ  เชิญท่านไปพักกับพวกข้าน้อยที่ ตำหนักเขานางฟ้าเถิด"

มหาเทพปิดเปลือกตาลง พยักหน้ายอมรับ แล้วตามนางฟ้าทั้งสามไป โดยไม่เอ่ยปากใดๆ




เมื่อมาถึงตำหนักเขานางฟ้า มหาเทพก็ประทับนิ่งกับที่นั่ง  ไม่พูดจาใดๆกับใคร

เจมิน่าจึงพูดขึ้นว่า

"ท่านมหาเทพ  การรบย่อมมีแพ้และชนะ เป็นของคู่กัน  ข้าน้อยคิดว่าหากท่านสงบจิตใจได้ ต้องพบหนทางแก้ไขแน่"


มหาเทพถอนใจด้วยความท้อแท้

"เมื่อข้ามาพ่ายแพ้แล้วอย่างนี้ จะมีใครมาเอาชนะมันได้อีกเล่า"



เทพคนสนิทของมหาเทพจึงพูดขึ้นว่า

"ท่านมหาเทพ  ในสามโลกนี้ยังมีใครที่พลังอำนาจมากกว่าท่านอีกหรือไม่"


"ไม่มี  นอกจากเจ้ามารนั่นแล้ว  ไม่มี"


"เหนือไปจากสามโลกนี้เล่า  มีโลกใดอีก"


"ไม่มี"


"แล้วทั้งสามโลกนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะท่าน"


มหาเทพ นิ่งคิด

"พระผู้สร้าง"
 
"พระองค์เป็นเพียงตำนานเล่าขาน  ไม่เคยมีใครเห็นพระองค์"

"นี่เจ้าหมายถึงจะให้ข้าติดต่อกับพระผู้สร้างหรือ   ไม่  ไม่เคยมีใครเคยติดต่อพระองค์ได้ "




"ข้าน้อย มิได้หมายความเช่นนั้น"



"เจ้ากำลังจะแนะนำอะไรข้า   บอกมาให้กระจ่าง"



"ก็ท่านเป็นมหาเทพที่ทรงอำนาจ อย่างทุกวันนี้ได้อย่างไรเล่า"




"ข้าบำเพ็ญเพียรอย่างอุกฤติ "




"ใช่แล้ว ท่านมหาเทพ ท่านต้องบำเพ็ญเพียรอย่างอุกฤติมากขึ้นไปอีก จนเปิดโลกแห่งพระผู้เป็นเจ้าได้"



"เจ้าหมายถึง ให้ข้าบำเพ็ญเพียร จนเป็น พระผู้เป็นเจ้าหรือ  เป็นไปไม่ได้ มันต้องใช้เวลาหลายพันปี

หรืออาจมากกว่าช่วงชีวิตของข้า"



มหาเทพส่ายหน้า  แล้วพูดขึ้นอีกว่า

"ต้องเป็นวิธีอื่น ที่ใช้เวลาน้อยกว่านี้"



แล้วมหาเทพก็นึกขึ้นมาได้  หันไปมองนางฟ้าทั้งสามแล้วพูดขึ้นว่า

"พวกเจ้าเล่าให้ข้าฟังอีกทีซิ  ว่ามารตนนั้นมันกำเนิดขึนมาได้อย่างไร"



นางฟ้าทั้งสามก็ช่วยกันเล่าเรื่องมารราคะให้ มหาเทพฟังอีกครั้ง

มหาเทพนั่งฟังอย่างตั้งใจ จนทั้งสามเล่าจบลง  จึงถามออกไปว่า

"พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าแผ่นหนังนั้น ตอนนี้อยู่ที่ใด"



นางฟ้าทั้งสามมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า



มหาเทพก็รำพึงขึ้นว่า

"มนต์อันชั่วร้าย"



ในวันนั้น  มหาเทพก็พักอาศัยในตำหนักนางฟ้า  โดยมีเทพคนสนิท และนางฟ้าสามพี่น้องคอยปรนนิบัติ

จนยามดึกสงัด นางฟ้าทั้งสามแยกตัวออกไปพักผ่อน   มหาเทพก็พูดขึ้นกับเทพคนสนิทว่า


"มารมันกำเนิด และแข็งแกร่งขึ้นจากมนต์ฝ่ายชั่ว  ข้ายอมทำทุกวิธีที่เอาชนะมัน"


"ด้วยวิธีใดหรือ  นายท่าน"


"เจ้าต้องช่วยข้า"



"มหาเทพ บอกข้าเถิด จะใช้ข้าน้อยไปทำอะไร"



"ข้าต้องการให้เจ้าลักลอบเข้าไปในหอคัมภีร์ต้องห้าม  นำมนต์มารสถิตย์ มาให้ช้า"


เทพคนสนิท ตกใจตาเบิกกว้าง  

"ทะ..ทะ..ท่านมหาเทพ  ท่านคงไม่..."



"มันเป็นวิธีเดียว  ข้าจำเป็นต้องทำ   ข้าต้องการแก้แค้นมัน"


เทพคนสนิทมองหน้ามหาเทพ เห็นดวงตาที่แข็งกร้าว ดุดัน  
ไม่เหมือนมหาเทพที่เคยเป็นเหมือนกาลก่อน ก็พูดขัดขึ้น

"แต่นั่นมันมนต์อันชั่วร้าย ท่านไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว  ข้า..ข้าน้อยไม่เห็นด้วย"
เทพคนสนิทพูดจบก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตามหาเทพ


มหาเทพก็เอื้อมมือไปจับไหล่ เทพคนสนิท แล้วพูดว่า

"ข้าขอให้เจ้าทำ..เพื่อข้า"

----------------------------


ข้างฝ่ายมารราคะ เมื่อได้ชัยต่อมหาเทพ ก็เข้ายึดครองวิมานของมหาเทพเป็นที่พัก

มีเหล่านางฟ้าบริวารนับร้อยคอยปรนนิบัตรับใช้  

ตกค่ำของวันนั้น มารราคะก็มองหา  เทพนารีโซฟี แต่ไม่พบ

ก็พูดขึ้นว่า

"นี่ พวกเจ้า  เห็นนางเทพที่รับปากข้าว่า จะเป็นเมียข้าหรือไม่ "

มารราคะพูดพลางมีท่าทีกระสับกระส่าย

"ข้ารอไม่ไหวแล้วนะ"



แคทเธอลีน ที่อยู่เคียงข้างตลอดเวลา  ก็พูดขึ้นอย่างงอนๆว่า

"ท่านนี่ช่างมักมากนัก  มีข้าอยู่ข้างกายแล้วยังเรียกหาคนอื่นอยู่อีก"



มารราคะเข้าไปโอบบกอด แคทเธอลีน

"สำหรับตัวเจ้า ข้ารักที่สุด  รักไม่เสื่อมคลายลงเลย หากขาดเจ้าข้าคงอยู่ไม่ได้"


"แต่เจ้าก็รู้ว่า  ข้ามีนิสัยอย่างนี้  ข้ายอมรับว่าข้ามักมากในเรื่องสตรี
แต่สตรีทุกนางที่เป็นของข้า  ข้าก็จะไม่มีวันทอดทิ้ง"


แคทเธอลีนสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของมารราคะแล้วมองค้อน
เดินผละจากห้องนั้นไป


มารราคะ มองไปที่นางฟ้าบริวารตนนึงแล้วพูดขึ้นอีกว่า

"ว่ายังไง เจ้ารู้หรือไม่  เทพนารี ตนนั้นอยู่ที่ไหน"



"ท่านหมายถึง ท่านโซฟี  ใช่หรือไม่"



"นั่นแหละ   นางอยู่ที่ไหน"



"คาดว่า คงจะอยู่ในวิมานของนาง ข้าน้อยจะไปตามให้"



"ไม่ต้อง  ข้าจะไปเอง"




ณ.วิมานของเทพนารีโซฟี  เจ้าของวิมานกำลังยืนมองท้องฟ้าที่เวิ้งว้างอยู่หน้าวิมาน  

ดวงตาของนางเลื่อนลอยและครุ่นคิด  นางคิดหาทางทำลายตนเองให้รอดพ้น

จากการตกเป็นเมียของมารราคะ  แต่ด้วยศักดิ์ศรีของเทพนารี

นางจึงไม่ยอมเสียสัตย์   นางจะให้มารราคะสมความปารถนาเสียก่อน

ตามที่ลั่นวาจาไว้ แล้วจะทำลายตนเองซะ



มารราคะ กำลังเดินเข้ามาทางด้านหลังของเธอ  มันล่วงรู้จิตใจของสตรีที่มันหมายปอง  

มันเข้าใจความรู้สึกของโซฟีในตอนนี้

มันเข้าประชิดตัวของโซฟีทางด้านหลัง  แล้วถามขึ้นว่า


"ข้ามันน่ารังเกียจมากนักหรือ  เจ้าจึงซึมเศร้าอยู่แบบนี้"


โซฟี ตอบโดยไม่หันมามองว่า

"เจ้าคงมาทวงสัญญา  ข้าพร้อมแล้ว"



มารโอบกอดโซฟีจากด้านหลัง  แหงนหน้ามองท้องฟ้าตาม โซฟี

"ข้าก็เป็นเพียงบุรูษที่ชมชอบสตรีที่มีความงาม

ข้าพบเจ้า ข้าชื่นชอบเจ้า ข้าก็แสดงความต้องการของข้าออกมา  

เจ้าคิดว่าสิ่งที่ข้าทำมันน่ารังเกียจนักหรือ"    


"บุรุษล้วนแล้วแต่

ต้องการสตรีที่มีความงามทั้งนั้น  ขึ้นอยู่ว่า บุรุษนั้นจะพูดออกมาหรือไม่"




"แต่ข้าไม่ได้ชื่นชอบเจ้า  ข้ายอมเพราะต้องการให้มหาเทพมีชีวิตอยู่  

เชิญเจ้ามารับสิ่งแลกเปลี่ยนตามสัญญาเถอะ"

โซฟีพูด  แล้วยืนหลับตานิ่ง



มารราคะใช้จิตเข้าไปอ่านความรู้สึกของโซฟี ก็รู้ว่า  เธอไม่เคยผ่านมือบุรุษใดมาก่อน  

เธอจึงทั้งกลัว  ทั้งประหม่า  และอับอาย  

หากต้องการให้เกิดสัมพันธ์อันดีต่อกัน  ต้องไม่หักหาญเอาตามใจตัวเอง

มารราคะหันหน้าเข้าที่ซอกคอของโซฟี  ปล่อยลมหายใจที่อุ่นผะแผ่วไปตามผิวกายของเธอ

แล้วชวนสนทนาต่อว่า

"ข้าขอให้เจ้า ให้โอกาสข้า   มองข้าในแง่ดีบ้าง"



มารราคะพูดไป  ก็ลอบสูดกลิ่นกายของโซฟีไป   ลำลึงค์ของมัน เริ่มแข็งตัว  

มันโอบกระชับร่างของมันให้สัมผัสกับโซฟีมากยิ่งขึ้น จนลึงค์ของมัน

สัมผัสกับสะโพกอันงามงอนของเธออย่างแนบแน่น



โซฟี เริ่มขนลุกสยิวกายอย่างบอกไม่ถูก  

ลมหายใจของมันที่โลมไล้อยู่ตามต้นคอของเธอ สร้างความงาบหวิวให้กับเธอยิ่งนัก  

เธอพยายามฝืนความรู้สึกยืนนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  

แต่ เจ้าแท่งลึงค์ของมันที่ถูไถ ไปมาบนสะโพกของเธอ  มันทำให้เธอรับมือแทบไม่ไหว  

บางครั้งมันดันแนบเข้ามาจนรู้สึกได้ถึงความใหญ่และแข็งของมัน

บางครั้งมันก็เลื่อนไปมา แล้วทาบทับตรงร่องก้นของเธอ  

มันทำให้เธอขนลุกเกรียวทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหว



"โซฟี  ข้ารักเจ้า ข้าอยากได้เจ้ามาเป็นภรรยาของข้า"

มารราคะกระซิบข้างหูของเธอ  แล้วเม้มใบหูของเธอเอาไว้ในปาก



โซฟีขนลุกชัน ตัวสั่นระริก  มารราคะจับร่างของเธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับมัน

หน้าของเธอแทบจะติดกับหน้าของมัน  เธอเพ่งมองไปที่หน้าของมัน

ก็พบแววตาที่มีแต่ความอบอุ่นอย่างประหลาด

มันยิ้มให้เธอ แล้วจูบเธอที่หน้าผาก  แล้วใช้มือเชยครางของเธอขึ้น


"โซฟี   เป็นภรรยาข้าเถอะนะ"


พูดจบมันก็บรรจงจูบเธออย่างนุ่มนวล และดูดดื่ม

โซฟีรู้สึกล่องลอย  วาบหวิว ปนเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

ลิ้นของมัน เริ่มเกี่ยวกวัด  ไปทั่วช่องปากของเธอ  

แล้วเลยออกมาสัมผัสกับริมฝีปากงามอวบอิ่มนั้น  

มันไล่ลิ้นลงไปที่ซอกคอ แล้วลงลึกไปที่ร่องอก  โซฟีร้อนผ่าวไปทั้งตัว  

เธอรู้สึกได้ว่าเกิดความต้องการแล่นขึ้นมาจากส่วนลึก

มันมากขึ้นเรื่อย ๆ   จนเธอไม่สามารถกลั้นเอาไว้ได้



มารราคะรุกคืบขึ้นอีกขั้น  มันโอบกอดร่างของเธอไว้แนบแน่นกับร่างของมัน

มันไล่มือของมันไปสัมผัสกับสะโพกที่งามงอน  ขณะที่ปากก็ซุกไซ้อยู่ที่เนินอก

มันดันสะโพกของเธอเข้ามาสัมผัสแนบแน่นกับแก่นกายของมัน

เนินสวาทของโซฟี สัมผัสกับลำเอ็น แข็งแด่ของมันที่เริ่มถูไถไปมา

โซฟีเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว


"อืมม.......อืม...."


มารราคะ รวบตัวโซฟีไว้ในอ้อมแขน แล้วอุ้มเข้าไปในวิมานของเธอ

วางร่างของเธอลงบนแท่นอย่างนุ่มนวล  แล้วมันก็บรรจงจูบเธออีกครั้ง

ครั้งนี้มารราคะเริ่มใช้มือของมัน เปลื้องผ้าเธอออก เริ่มจากท่อนบน

พอผ้าพันกายของโซพีหลุดออกจากท่อนบน เผยให้เห็นเต้างามกลมกลึง

มันก็ไล่ใบหน้าลงคลุกคลีทันที  


โซฟี หายใจหอบถึ่ ด้วยความเสียว เมื่อใบหน้ามันมาคลุกคลีอยู่กลางอกอันเปล่าเปลือยของเธอ

มันใช้ริมฝีปากขบที่ยอดถันของเธออย่างแผ่วเบา

แล้วอ้าปากอมทั้งเต้าและยอดถันเข้าไว้ในปาก  มันกระดกปลายลิ้นเลียวนไปวนมา

มือของมัน เคล้าคลึงเต้านมกลมกลึงของเธอทั้งสองข้าง  แล้วใช้ปากดูดกิน

เหมือนเด็กดูดนมแม่

เธอก็ถึงกับ เหยียดปลายขาเกร็ง นิ้วเท้าหงิกงอ

"อืมมม.....อืม.....ซี๊ดด......ซี๊ด........."



มันเลื่อนมือของมันลงยังกายท่อนล่างของเธอ  แล้วสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงบางเบา

มือของมันลูบไล้ อยู่ที่โคนขาขาวนวลเนียน  แล้วลูบสูงขึ้นมาเรื่อยๆ  จนถึงขอบซับในของเธอ

นิ้วของมันกรีดไล่ไปมาที่ขอบซับใน พอได้จังหวะก็สอดมือลอดผ่านซับใน

เข้าไปเกาะกุม ที่เนินสวาทของเธอ



มารราคะใช้มือของมันสำรวจ เนินสวาทของโซฟีจนทั่ว  มันรับรู้ถึงความโหนกนูน  นุ่มเนียนมืออย่างที่สุด

นิ้วกลาางของมัน เริ่มวางทาบลงบนรอยผ่าของโซฟี มันลากนิ้วขึ้นลงตรงรอยผ่านั้นแผ่วเบา



โซฟีบีบขาแน่น เมื่อเริ่มรู้ว่ามารราคะกำลังโจมตีส่วนล่าง  เธอตื่นเต้นจนตัวสั่น  

พยายามปิดปากไว้ไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา  แต่พอมารราคะเริ่มใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่ร่องกลางเนินของเธอ  

เธอถึงกับร้องคราง แล้วแอ่นสู้อย่างลืมตัว

มารราคะได้จังหวะ ก็กดนิ้วกลางจมลึกลงไปในโพรงสวาทของเธอ  

มันเริ่มฉ่ำเยิ้มแล้ว มารราคะงอนิ้วสัมผัสกับเนื้ออันหยุ่นนิ่มภายใน

แล้วมันก็เริ่มสั่นนิ้วของมันอย่างช้าๆ  แล้วเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนรัวยิบ


"โอ้วว.....โอ้ว.....โอ้ว...โอ้วว..โอ้วว..โอ้วว..โอ้วว.. ....ซี๊ดดด....."

โซฟี หลุดปากร้องครางออกมาดังลั่น



มารราคะเลื่อนใบหน้าไปประกบปากโซฟีที่กำลังเผยอครางออกมาอย่างสุดเสียว

ขณะที่นิ้วของมันยังระรัวอยู่ในหลืบสวาทของโซฟี  แล้วก้มหน้าลงดูดยอดนมของเธอ

มันโจมตีจุดเสียวเธอพร้อมกันถึงสองจุด  โซฟีเสียวสุดขึดถึงกับแอ่นร่างขึ้นมา

มารราคะเห็นดังนั้น ก็เลื่อนปลายนิ้วไปยีติ่งสวาทของเธอ

มันเพิ่มความเสียวซ่านให้เธอจนสุดจะประมาณ

จนในที่สุด ร่างเธอก็สั่นกระตุก หลับตาพริ้มลง หายใจหอบอย่างอ่อนเพลีย




มารราคะชักนิ้วที่ฉ่ำเยิ้มของมันออกมา   มันเลื่อนใบหน้าลงไป สำรวจเนินสวาทของโซฟี

มันตั้งใจที่จะให้โซฟี มีความสุข จนลืมมันไม่ลง

มันลากลิ้นของมัน เลียไปทั่วเนินสวาทของเธอ  

โซฟี พึ่งจะถึงสวรรค์ใหม่ๆ ถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความเสียว

บิดหน้าเหยเก    ร้องครางเสียงหลง

"อย่า......อย่าเสีย ...อูย...ซี๊ดด...."



มันไม่เลียเปล่า แต่ใช้มือของมันแบะแคมของโซฟีออก

แล้ว ใช้ปากดูด ทั้งแคมนอก แคมใน ติ่งแตด

คราวนี้โซฟี อยู่ไม่ติด สะโพกงามของเธอลอยไม่ติดพื้น แอ่นเด้งค้างขึ้นมาด้วยความเสียวสุดชีวิต



มารราคะ ก็เลื่อนปากของมันตามไปดูด ไม่ว่าเธอจะส่ายหนีไปทางไหน

จนในที่สุด เธอก็ทะลักน้ำแห่งความเสียวออกมา  ร่างกายเธอสั่นกระตุกขึ้นอีกครั้ง

ปลายเท้าเธอเหยียดเกร็ง แล้วผ่อนกายลง หลับตาพริ้มอย่างสุขสม



มารราคะก้มลงจูบปากโซฟี  แล้วกระซิบข้างหูของเธอว่า


"ข้ารักเจ้า   โซฟี..เป็นของข้าเถอะนะ"



โซฟี ยามนี้ เกิดความรักมารราคะเข้าแล้ว   เธอไม่ตอบแต่พริ้มตาลงอย่างเหนียมอาย

มารราคะ หยั่งรู้ทันทีว่า โซฟีเป็นของมันทั้งกายและใจแล้ว

ผ้าห่อหุ้มกายของมันหลุดลงไปกองกับพื้น   ควยอันใหญ่โตของมันแข็งโด่ ชูชัน

มันสู้ทนไว้เพื่อรอให้โซฟีพร้อม แล้วมีความสุขไปพร้อมกับมัน



มารราคะก้มตัวลงปลดเสื้อผ้าของโซฟีออกจนหมด

ร่างอันเปลือยเปล่าของเธอ นอนนิ่ง ดวงตาของเธอประสานกับตามัน

มารราคะทรุดกายอันเปลือยเปล่าของมันลงข้างกายเธอ

แล้วคร่อมร่างเธอไว้  ควยอันแข็งเด่ของมันวางพาดลงบนโคกหีของเธอ

มันทิ้งน้ำหนักส่วนล่างของมัน   ให้ควยของมันกดทับกับหีของเธอ

แล้วมันก็เริ่มขยับส่ายไปมา



โซฟี หลับตา เผยอปากอีกครั้ง

มารราคะสอดขาทั้งสองข้างของมัน ดันขาโซพีให้ถ่างออก

แล้วดันควยมันไถไปมาตรงร่องที่เผยอออก  

ติ่งสวาทของเธอถูกควยของมันถูไถไปมา  จนร่องของเธอฉ่ำเยิ้มไปหมด

แล้วมันก็เริ่มดันหัวควยอันเบ่งบานของมัน เข้าไปในกายเธอทีละน้อย

โซฟี นิ่วหน้า ครางออกมา

"อู้ว ......โอย..ซี๊ด ....เจ็บ.....อูย....ซี๊ดด......."




มารราคะยกสะโพกเข้าออก อย่างเนิบนาบ  ร่างของมันกอดรัดร่างของโซฟีไว้แนบแน่น

ส่วนโซฟีนั้น ความเจ็บหายไปแล้ว  คงเหลือแต่ความเสียวซ่าน และวาบหวิว ในรสกามที่มันมอบให้

ทุกจุดที่มันแตะต้องสัมผัส  ทุกการเคลื่อนไหวที่มันกระทำบนร่างของเธอ  

ล้วนสร้างความประทับใจให้เธออย่างล้นเหลือ

เมื่อมันเห็นว่า โซฟี อิ่มในรสรักแล้ว ก็ถึงทีของมันบ้าง

มันจับร่างโซฟี นอนคว่ำลง แล้วก้มลงยกขาของโซฟีทั้งสองข้างขึ้น

แล้วสอดควยของมันเข้าไปในร่องสวาทของเธอ  แล้วมันก็เริ่มหมุนควยของมันอย่างเร็ว

พร้อมกับโยกบั้นเอวเข้า ออก อย่างถี่ยิบ


โซฟี แหกปากร้องลั่นออกมาด้วยความเสียวสุดขึด  

"อู้วว........ซี๊ดดด........เสียวเหลือเกิน ......อูยย.........."

"อูย..อูยย....อูย.......ฮ่าาาาาาาา.........."



โซฟีน้ำแตก นองพื้น หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

มารราคะพลิกร่างเธอให้หงายขึ้น  แล้วจับขาเธอพาดบ่า  มือของมันยึดบั้นเอวเธอไว้

แล้วมันก็สอดใส่เข้าไปอีกครั้ง  มันยึดบั้นเอวของเธอไว้ แล้วกระเด้าเธออย่างแรงและเร็ว

จนได้ยินเสียง หัวหน่าวของมันชนกับแคมของเธอ

"ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ..ตั้บ"



แล้วมันก็ดันควยมันค้างแช่ไว้ แล้วหมุนควงด้วยความเร็วอีกครั้ง

"อ๊ายยย........อ๊ายย...........อูยยยย........."



ร่างของเธอสั่นกระตุกอีกครั้ง  แล้วนอนหอบด้วยความอ่อนเพลีย

มารราคะกดควยค้างไว้แล้วปล่อยน้ำพุ่งเข้าไปในกายเธอจนหมด  แล้วก้มลงนอนเคียงข้างเธอ

มันปล่อยให้เธอได้พักผ่อน  ก่อนจะเริ่มบทรักของมันใหม่อีกครั้ง

โซฟี ได้รับรสรักจากมารราคะทั้งคืน  จนเธอลุ่มหลงในรสสวาทของมันอย่างถอนตัวไม่ชึ้น

เธอตกเป็นทาสสวามของมารราคะอีกผู้หนึ่งแล้ว

-----------------------------



รุ่งเช้า ณ ตำหนักนางฟ้า นางฟ้าทั้งสามเข้ามาพบมหาเทพอีกครั้ง

เจมิน่า พูดขึ้นว่า

"ท่านมหาเทพ  คืนที่ผ่านมาตำหนักของข้าน้อยทำให้ท่านลำบากกายบ้างหรือไม่"


"ไม่เป็นไร ข้าสบายดี  พวกเจ้าสามพี่น้องมาก็ดีแล้ว ข้ามีเรื่องนึงพึ่งคิดได้เมื่อคืนนี้"


"เป็นเรื่องใดหรือท่าน" เจมิน่าถามต่อ


"ก่อนอื่นข้าต้องขอถาม แมรี่ก่อน   แมรี่เจ้ามีความสนิทสนมกับมารลามกนั่นมากใช่หรือไม่"


แมรี่เงยหน้าขึ้นมองมหาเทพ  เธอไม่ชอบให้ใครมาว่าโจแบบนั้น เธอตอบมหาเทพไปว่า

"ข้าน้อยมีความรักกับโจ ผู้เดียว  ข้าน้อยไม่มีความสนิทสนมกับมารตนใด"


"ก็นั่นแหละ  เอาหละ เอาหละ คือเมื่อคืนข้าคิดได้ว่า เจ้าเด็กหนุ่มโจนั่นมันเปลี่ยนเป็นมาร

เพราะถูกครอบงำจิต จากมนต์จิตมารที่มันอ่าน

แล้วพวกเจ้าก็ยังบอกข้าอีกว่า  มารตนนั้น เคยกลับคืนร่างมาเป็นเด็กหนุ่มคนนั้นได้ ใช่หรือไม่"



นางฟ้าทั้งสามพยักหน้า


"พวกเจ้าจำได้หรือไม่ว่า  เกิดเหตุการณ์ใดในตอนนั้น มันจึงคืนร่างกับมาเป็น โจ"


แมรี่ตอบว่า

"ข้าน้อยจำได้ว่า  ทุกครั้งที่ถูกทำร้าย จนสิ้นสติ    โจจะกลับมา"


มหาเทพยิ้ม แล้วพูดขึ้นว่า

"ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง  เราก็พอมีหนทางนำโจของเจ้ากลับมาแล้ว"



[post]ทั้งสามพี่น้องตาเบิกกว้างอย่างดีใจ  แย่งกันไถ่ถามมหาเทพ



"ข้าคิดว่า ในตอนที่มารถูกทำร้ายจนสิ้นสติ จิตของโจก็จะตื่นขึ้น  

ไม่ถูกครอบงำและกลับมาเป็นเจ้าของร่างอย่างสมบรูณ์

แต่เมื่อจิตของโจอ่อนกำลังลง จิตของมารก็จะเป็นใหญ่ และครองร่างของโจเป็นมารราคะ

ถ้าเป็นอย่างที่ข้าคาดจริง ก็มีวิธีเดียว คือ ปลุกจิตของโจให้ตื่นขึ้นมา"



"แล้วพระองค์มีวิธีปลุกจิตของโจหรือไม่" แมรี่ถามอย่างตื่นเต้น



"ข้าก็ไม่มั่นใจนัก แต่คงต้องลองดู    ต้องปลุกโจด้วยการฟื้นความจำ

มีเพียงพวกเจ้าทั้งสามเท่านั้น  เพราะโจในร่างมนุษย์ผูกพันธ์กับ

พวกเจ้าทั้งสามในขณะที่อยู่ในร่างมนุษย์"



ราเชลครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ก็พูดขึ้นว่า

"ท่านมหาเทพ เท่าที่ข้าจำได้  ตั้งแต่มารเปลี่ยนร่างไป ก็ไม่เคยเห็นโจกลับมาอีกเลย"



"นั่นก็เพราะว่า มารมันเกาะกุมจิตใจของโจ มากขึ้น  เป็นสิ่งที่ข้ากังวลและไม่มั่นใจ"




แมรี่พูดออกมาอย่างเข้มแข็งว่า

"ถึงอย่างไร ข้าน้อยก็จะขอลอง  แม้มีความหวังเพียงน้อยนิดก็จะทำ"



หลังจากที่นางฟ้าสามพี่น้อง ลามหาเทพกลับไปแล้ว มหาเทพก็เรียกเทพคนสนิทเข้ามา


"ท่านมหาเทพ  ต้องการเรียกใช้ข้าน้อยด้วยเรื่องใด"



"เรื่องที่ข้าขอให้เจ้าทำ  เจ้าจะเริ่มเมื่อใด"



"ท่านมหาเทพ คืนนี้ ข้าน้อยจะลอบเข้าไปหอคัมภีร์ต้องห้าม

นำคัมภีร์ มนต์มารสถิตย์ มามอบแด่ท่านให้จงได้"



"ดี   แต่ข้ามีเรื่องจะให้เจ้าทำอีกเรื่องนึง"



"ขอท่านบัญชาได้เลยท่านมหาเทพ"


"เจ้าต้องลอบติดตาม นางฟ้าสามพี่น้องนั่น  หากเมื่อใดเห็นพวกนางไปพบกับมารราคะ

เจ้าจงคอยดูว่า เมื่อใดที่มารราคะกลับร่างมาเป็นมนุษย์ ขอให้เจ้านำมันกลับมาให้ข้า

จากนี้ไป ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมามีพลังอำนาจ เกินกว่าข้าอีก"[/post]
………………………………………………
ติดตามผลงาน by zeech ได้ที่นี้...
 มารราคะ ( ฉบับใหม่ )
ตอนที่ 14 มารผู้เรืองอำนาจ
ตอนที่ 13 แคทเธอลีน – เทพนารีโฉมสะคราญ
ตอนที่ 12  มารร่างที่สามปรากฎกาย
ตอนที่ 11  โอลิเวีย-เทพนารีผู้เย้ายวน
ตอนที่ 9  สเตฟานี - เทพนารี เจ้าโทสะ ตอนที่ 10  มารสิ้นฤทธิ์  
ตอนที่ 7  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่ 8  มารราคะบุกสวรรค์
ตอนที่ 5  ราเชลยอดรัก ตอนที่ 6  เจมิน่า ผมรักพี่ครับ
ตอนที่ 3  คืนแสนสุข ตอนที่ 4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1 นางฟ้า 3 ตน ตอนที่ 2 แมรี่ผู้น่ารัก
[/size] TAXI นรก  
ภาค 2 ตอน จบ
ภาค 2 ตอน 2   ภาค 2 ตอน 3  
ภาค 1 ภาค 2 ตอน 1  
[/size] นางฟ้า 3 พี่น้อง (ต้นฉบับ)
ตอนที่  7 น่าอิจฉา [ตอนจบ]
ตอนที่  5  มารราคะร่างที่สอง ตอนที่  6  สุขสมกับความรัก
ตอนที่  3  ค่ำคืนอันเงียบเหงา ตอนที่  4  กำเนิดมารราคะ
ตอนที่ 1  ทำความรู้จักกับนางฟ้า ตอนที่่ 2  แมรี่ผู้น่ารัก      
 
[/size]



 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ