เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า

เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า

  • 9 ตอบ
  • 353 อ่าน
*

ออฟไลน์ cobra

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 108
    • ดูรายละเอียด
เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 04:46:28 PM »
เป็นเรื่องเก่าที่ผมเขียนไว้นานมากแล้ว แต่เห็นมีบางคนชอบ เลยนำมาให้อ่านเล่นๆ
ผิดถูกอย่างไร ขออภัยด้วย วิจารณ์ชี้แนะหรือให้ความรู้เพิ่มเติมได้นะครับ
(นำมาลงด้วยข่อึวามเดิมในสมัยนั้นที่เขียน)
เป็นอีกบทความหนึ่งที่ผมเขียนขึ้นโดยใช้ชื่อว่า วรรณคดีไทยเรื่องไหนทึ่คุณคิดว่าเอ็กซ์ที่สุด  ตอนนั้นนึกคะนองมาลอง
วิจารณ์วรรณคดีไทยดู โดยใช้ชื่อโนเนมเพื่อดูว่าผู้อ่านรู้สึกยังไงจากความรู้สึกจริง
ก็ได้ผลครับมีทั้งโดนว่า มีทั้งชอบ ถึงไม่ได้เป็นเรื่องเสียว แต่เห็นผู้อ่านบอกเสียวไม่แพ้นิยายเลยนำมาลงให้อ่าน
       ผมก็จำไม่ได้ว่าเขามีกฎเกณฑ์ แบบไหนนะที่ใช้ในการจัดว่าเป็น วรรณคดี เอาเป็นว่าเรื่องที่พอจะทราบว่าเป็นวรรณคดีนี่ ที่ผมอ่านมาแต่ละเรื่อง ผมพอประมาณว่า มันก็คล้าย ปกขาว สมัยนี้แหละ เพียงแต่มาเขียนเป็นกลอนให้มันดูสละสลวยเท่านั้นเอง แต่เนื้อเรื่อง ก็พอๆกับปกขาวนั่นแหละ แต่เป็นปกขาว ที่อ่านแต่เฉพาะในบุคคลชั้นสูงสมัยนั้น เพราะสมัยก่อนคนรู้หนังสือกันน้อย แต่งก็ยาก เพราะต้องแต่งเป็นกลอนอีก
       ลองดูบทอัศจรรย์ (บทร่วมรัก)แต่ละเรื่องซิ เล่นบรรยาย แบบสั่นสเทือนเลื่อนลั่น เช่น เกิดอัศจรรย์ครั่นครืน ไปทั้งพื้นนภา เกิดฝนตกลงมา ฯลฯ แหมเล่นกันจนกระทั้งสเทือนเลื่อนลั่น เชียวหรือ สมัยนี้เล่นโยกกันจนเตียงลั่น เอี้ยดอ๊าดยังสู้ไม่สมัยก่อน สเทือนถึงสวรรค์ชั้นฟ้าสามภพ เกิดฝนตกนองแผ่นดิน เกิดฟ้าแลบฟ้าร้องดังลั่นไปหมด
       สมัยนี้ปกขาวแค่บรรยายว่า เล่นจนเตียงลั่น น้ำแตกกระจายจนทลักออกมาล้นเปียกแฉะไปทั้งที่นอน ต่างส่งเสียงวิ๊ดร้องครางระงมออกมาดังลั่น พร้อมๆ กัน โอ๊ย ว๊าย น้ำแตกแล้ว อะไรประมาณนี้ ผมขอยกตัวอย่างปกขาว เอ๊ย วรรณคดี ขึ้นมาบางเรื่องให้เทียบเคียงดู



       1. พระอภัยมณี พระอภัย เป็นคนชอบของแปลก ไม่ชอบร่วมรักกับคนธรรรมดา ก็ลองดูเมียแต่ละคนของพระอภัยกันดีกว่า เป็นผีเสื้อเอย เงือกเอย ล้วนแต่เป็นของแปลกทั้งนั้น ขนาดพอจะมาได้คนธรรมดาสักหน่อย คือ นางสุวรรณมาลี พระอภัยก็กลับไม่สนจะไปยกให้กัยอุศเรนทร์ ซะอีก เดือดร้อนถึงสินสมุทร อยากไปตบหัวพ่อสักที ทำไมโง่อย่างนี้ นางสุวรรณมาลีออกจะสวย จนสินสมุทรยังตะหงิดๆ อยากจะเย็ดเจ้าป้าสุวรรณมาลีเป็นเมียแทนพ่อซะให้ได้ ต่อมาพระอภัยยังไปได้ผู้หญิงอีกคนเป็นเมียคือ นางลำเภา ถ้าจำไม่ผิดนะ ซึ่งเป็นคนรูปชั่วตัวดำแต่เก่งในการรบ เห็นไม๊ ว่าพระอภัยชอบของแปลก สวยๆมีไม่ชอบ ไปล่อนางรูปชั่วตัวดำ ต่อมาก็ไปได้นางละเวง ซึ่งสุนทรภู่บรรยายว่าเป็นฝรั่ง แท้จริงอยู่ที่ศรีลังกา แตท่านสุนทรภู่ท่านเข้าใจว่าเป็นฝรั่ง พระอภัย ก็ไปเอานางละเวงอีกคน เพราะเป็นฝรั่งของแปลกสำหรับพระอภัยอยู่ดี
       2. ขุนช้างขุนแผน เรื่องนี้เราท่านต่างรู้ดีว่าเป็นอย่างไร ในความเป็นนักรักของขุนแผน ที่มีเมียหลายคนดังนั้นฉากรักจึงมีหลายตอน แต่ตอนที่ผมคิดว่าเด็ดสุดคือตอนที่ขุนแผน ลาสิกขาบทจากสามเณรพลายแก้ว แล้วปีนเข้าหานางวันทอง ในเรื่องคงกลัวว่าเดี๋ยวสะเทือนพุทธศาสนา จึงให้พลายแก้ว ทำการสึก แต่เป็นการสึกด้วยตนเอง แต่งเป็นสามเณรออกจากวัดมา แล้วถอดจีวรออกก่อนเปล่งวาจาสึกด้วยตนเองแล้วปีนเข้าหานางพิม ทั้งๆหัวยังโล้นอยู่ เท่านั้นยังไม่พอใจล่อจากนางพิมเสร็จลงไปเล่นนางสายทอง(จำไม่ผิดนะ) ซึ่งเป็นเพื่อนนางพิมที่อยากทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักดีนัก ขุนแผนเล่นเพื่อนนางพิมมันซะอีกคนขณะนางพิมยังเพลียหลับจากการที่โดนสามเณร แก้วหรือขุนแผนเย็ดเสร็จ เล่นนางสายทองไปรอบยังไม่สะใจ พานางสายทองออกมาตรงข้างตุ่มน้ำอีกรอบจนนางพิมตื่นมาเห็น ขอเล่าพอสังเขปนะ
 
     
     
       3. พระลอ เรื่องนี้ผมว่าไม่ค่อยเอ็กซ์เท่าไร แต่มีเจตนาเกทับ ขุนแผนอยู่กรายๆ คือ เรื่องขุนช้างขุนแผน สามเณรแก้วยังล่อนางพิมกับนางสายทองทีเดียว 2 คน แต่ต่างเวลากัน แต่พระลอล่อพระเพื่อนพระแพงสองศรีพี่น้องบนเตียงในเวลาเดียวกันเลย พยายามชี้ให้เห็นว่าพระลอเย็ดเก่งกว่าขุนแผน แต่อ่านเรื่องนี้ทีไร นึกถึงโคลงที่ว่า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่นฤาพี่ อ่านตรงนี้แล้วให้แปลเป็นอื่นไม่ได้เลย หากเมียมาถามว่า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่นฤาพี่ กลางงานคงได้แทรกแผ่นดินหนีกัน เพื่อนคงหัวเราะกันเกรียว (หมายเหตุ อันนี้เป็นความคิดผมเอง แต่ในวรรณกรรมไม่ได้มีความหมายเช่นนี้ มีผู้ได้อธิบายความหมายไว้แล้ว ลองไปหาดูกันแล้วกันครับ)



        4. อิเหนา ในเรื่องทั้งหมด ผมชอบเรื่องนี้ที่สุด แต่ตัวละครมีเยอะจำไม่ได้ ที่ชอบมันเป็นเรื่องค่อนข้างเกี่ยวกับครอบครัว เพราะญาติพี่น้องเอากันเอง คือ พี่พระราชาอยู่ 4 เมืองเป็นพี่น้องกัน พระราชาแต่ละก็มีเมีย 5 คนด้วยกัน คิดดูได้เย็ดกันทั้งวันแน่ จนต่างมีบุตรธิดาด้วยกัน สรุปคือบุตรธิดาที่เกิดก็จัดเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น ตอนอิเหนาเกิด โหรก็ทำนายว่าต่อไปจะมีเมีย 10 คน ท้าวกุเรปันผู้เป็นบิดาจึงอุทานว่า ลูกกูช่างเย็ดเก่งกว่ากูเสียอีก แต่เหตุใดจึงชื่อว่าอิเหนาไม่ทราบได้ เพราะว่าปู่ที่บนสวรรค์ประทานกริชให้ตอนเกิด แถมตั้งชื่อว่า พอดีผมมีหนังสืออิเหนาอยู่ใกล้ๆ หยังหยังหนึ่งหรดอินดรา อุดากันสาหรีปาติ อิเหนาเองหยังตาหลา เมาะตาริยะกัดดังสุรศรี ดาหยังอริราชไพรี เองกะนะกะหรีกุเรปัน เสด็จปู่บนสวรรค์เล่นเอาชื่อโคตรพ่อโคตรรแม่ปู่ย่าตายายทั้งหมดมารวมกันแล้ว ตั้งชื่อออกมาหรือไง สรุปคือตั้งชื่อเรียกสั้นๆว่าอิเหนา
          ขอเขียนเรื่องอิเหนาต่อ จะว่าไปแล้วอิเหนาก็คือ นักจิ้มรุ่นจิ๋ว ดีๆนี้เอง เพราะเริ่มเรื่องตอนที่อิเหนาอายุได้ 15 ปี ยายของอิเหนา(แม่ของแม่) ได้ตาย พ่ออิเหนาท้าวกุเรปัน จึงให้อิเหนาไปร่วมงานศพที่เมืองหมันหยา ซึ่งน้องชายพ่อปกครองอยู่ อิเหนาเกิดไปเจอนางจินตรา ลูกสาวของท้าวหมันหยาซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า ดังนั้นจินตรา จึงถือว่ามีศักดิ์เป็นน้องสาว เพราะเป็นลูกของน้า อิเหนาเกิดต้องตาต้องใจไม่ยอมกลับเมืองหาทางล่อลูกสาวน้าให้ได้ พยายามถ่วงเวลาไม่ยอมกลับ เกิดไปเที่ยวป่าเจอเจ้าเมืองอีก 3 เมืองที่เป็นพี่น้องกัน พี่เลี้ยงอิเหนาทำเหตุ เลยทำให้อิเหนาไปฆ่าเจ้าเมืองคนหนึ่งตาย ทำให้พี่น้องอีกสองคนโกรธจะยกทัพไปสู้กับอิเหนา แต่บังเอิญฤาษีที่สองพี่น้องนับถือห้ามไว้ว่าอิเหนาไม่ใช่โจรป่าแต่เป็นลูก ของท้าวกุเรปัน เจ้าเมืองทั้งสอง ก็เชื่อและยอมแพ้อิเหนาโดยดีเลย ไม่คิดแก้แค้นอีกต่อไป โดยไม่ต้องไปสู้เลย แถมกลัวอิเหนาโกรธ ยกลูกสาวตัวเองให้อิเหนาเฉยเลย คือมาหยารัศมี สกระวตี ที่จริงยกบุตรชายให้อีกคนคือ สังคามาระตา         อิเหนาเลยสบายสิคราวนี้ กำลังจะหาทางเย็ดลูกสาวน้าคือนางจินตราอยู่ดีๆ มีหม้อธิดาวัยรุ่น มาให้เป็นคู่ซ้อมคลายเงี่ยนก่อนถึงสองนาง ส่วนสังคามาระตารอดตัวไปแต่เกือบโดนอิเหนาล่อตูดอยู่เหมือนกัน ในตอนหนึ่งที่อิเหนานอนกับสังคามาระตา เกิดมองหน้าสังคามาระตาคลับคล้ายสะการะวตี ถึงกับเผลอกอด จนสังคามาระตาต้องสดุ้ง หากเป็นิยายสมัยนี้มีหวังสังคามาระตาโดนอัดถั่วดำไปแล้ว
        ต่อมาอิเหนาก็ย่องเข้าหาจินตราจนได้ ได้เปิดซิงน้องจินตราสนุกเอ็นไปอีกราย โดยพ่อแม่ของจินตรา หรือน้าของอิเหนาก็เต็มใจให้อิเหนาได้ฟันลูกสาวง่ายๆ ระหว่างนี้อิเหนาเลยมัวแต่เย็ดเพลินเพราะมีธิดาสาวงามมาให้ล่อถึง 3 คนด้วยกัน ไม่ยอมกลับเมือง จนท้าวกุเรปันโกรธ เลยยกบุษาคู่หมั้นอิเหนาซึ่งเป็นมีศักด์น้องสาว เพราะเป็นของน้าอีกเมืองหนึ่ง(เมืองดาหา) ให้คนอื่น จนเกิดศึกชิงนางขึ้น ต้องให้อิเหนามาช่วยรบ อิเหนาเลยจำใจกลับมา พอมาเจอบุษบา อิเหนาเกิดกระสันต์อยากเย็ดน้องบุษบาอีกคนเพราะสวยกว่าจินตราอีก ต่อมาอิเหนาก็หาทางฉุดบุษบาไปทำเมียในถ้ำจนได้ ทีนี้ทำให้อัยกา(ปู่)ของอิเหนาที่บนสวรรค์ โกรธที่อิเหนากำเริบเสิบสาน บัดดาลให้ลมพัดบุษบาไป ทำให้อิเหนาต้องตามหาระหว่างที่ตามหาบุษบา ก็ปลอมเป็นโจรป่าแถมพาน้องสาวแท้ๆคือนางวิยะดาไปด้วย คงเพื่อเอาไว้แก้ขัด ก็เย็ดลูกพี่ลูกน้องมา 2 คนแล้วนี่ หาทางเย็ดน้องสาวแท้ๆอีกคนจะเป็นไร ระหว่างเป็นโจรอิเหนาก็ยกทัพไปตัเมืองต่างๆ เล่นแก้เซ็ง บรรดาเจ้าเมืองก็บ้าจี้เห็นโจรยกมาก็ยอมแพ้ง่ายๆ แถมยกลูกสาวตัวเองให้โจรง่ายๆ ไม่ต้องสู้รบเลย อิเหนาเลยสนุกเที่ยวตีเมืองต่างๆ อีกแปดเมือง เจ้าเมืองต่างๆ ก็ยกพระธิดาให้อีก ตอนนี้อิเหนายิ่งเพลิดเลินเข้าไป ตีเมืองต่างๆได้แถมได้ตีหม้อพระธิดาเจ้าเมืองอีกนับสิบ พวกทหารก็สบายเพราะเจ้าเมืองไม่เพียงยกธิดาให้ ยังให้พี่เลี้ยงนางกำนัล มาดูแลพระธิดา โจรป่าหรือกองทัพอิเหนาก็คงกวาดต้อนหญิงสาวชาวบ้านมาเป็นเมียด้วย เรียกว่าได้เย็ดกันทั้งกองทัพ
        โดยอิเหนา เกิดเห็นพระธิดาคนหนึ่งที่เจ้าเมืองยอมแพ้ยกให้มา รู้สึกชื่อกันจะหนา ก็เลยบอกน้องสาวคือวิยะดาว่า นางกันจะหนาหน้าคล้ายบุษบาทำให้พี่คิดถึงบุษบา ขอเอาเป็นเมียแล้วกัน นางกันหนาเลยโดนอิเหนาเย็ดโทษฐานหน้าเหมือนบุษบา ส่วนพระธิดาที่เหลือก็โดนอิเหนาเย็ดอยู่ดี โทษฐานหน้าไม่เหมือนบุษบา อิเหนาเลยสนุกควยมีพระธิดาเจ้าเมืองมาให้เย็ดอีกเป็นสิบ
        ส่วนน้องสาววิยะดา อิเหนาก็เล็งๆอยู่แต่ไม่ทันได้เย็ด ต่อมาอิเหนาได้เดินทางไปอีกเมืองหนึ่งเกิดไปเจอพระธิดาอีกคนคือสการัดหนึ่ง รัด ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวอิเหนาเหมือนกัน อิเหนาเห็นปุ๊บก็รักปั้บทันที น้องหนึ่งเองเธอก็ทอดสะพานให้อิเหนาเหมือนกัน ถึงกับเปิดหน้าต่างให้อิเหนาปีนเข้าหา
        อิเหนากำลังจะปีนเข้าหาน้องหนึ่งอยู่แล้ว พี่เลี้ยงอิเหนาก็มาดึงขาไว้ บอกว่าน้องสาวอิเหนาถูกน้องชายบุษบา(น่าจะใช่)คือสียะตรา ก็มาฉุดไปแล้ว ความที่อิเหนาหวงน้องสาว กูยังไม่ได้เย็ดเลยใครเสือกมาฉุดน้องสาวไป ทำให้อิเหนาต้องไปช่วย( ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเพื่อนของน้องชายบุษบา(คือ สุหรานากง) เลยสวมรอยปีนเข้าหาน้องหนึ่งแทน) เพราะตอนนี้อ่านไม่เข้าใจเลยจินตนาการแทน(ผมอ่านตอนนี้ไม่แตกสักที ในวรรณคดีก็ดูเหมือนข้ามไป) เพราะภายหลังปรากฎชื่อ สการัดหนึ่งรัดเป็นเมียของสุหรานากง (และในวรรณคดี ก็ปรากฎชื่อสการัดหนึ่งรัดซ้ำกันอีกคน หรือผมอ่านไม่ดีไม่ทราบ)เอาตามนี้ไปก่อน
        ตอนนี้อิเหนาเลยเสียมวย น้องสาว(วิยะดา)ที่อิเหนาหวงไว้ว่าจะเก็บไว้เล่นเองก็ถูกฉุดไปปู้ยี้ปูย่ำซะ แล้ว ส่วนน้องหนึ่งกำลังจะได้เย็ดก็โดนคนอื่นคาบไปแดกอีก         นี้ขนาดเล่าย่อๆยังยาวเลย เคยคิดจะเขียนเรื่องนี้ในสำนวนปกขาวคิดว่าหากเขียนจนจบต้องใช้เวลาเป็นปี เหมือนกัน สรุปเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมว่ามีเนื้อหาสอดแทรกให้มีบทอัศจรรย์ได้ตลอด เพราะในเรื่องผู้ชายแต่ละคนก็มีเมียคบละ 5 คน อิเหนาเองภายหลังยังมีเมียแต่งอีกสิบคน ยังไม่นับเมียที่เป็นธิดาเจ้าเมืองที่ไม่ได้แต่ง แต่คงเป็นสนม พวกพี่เลี้ยงฝ่ายอิเหนาก็สามารถสอดแทรกเรื่องอย่างว่าเพิ่มเติมได้อีก จริงๆมีอีกหลายเรื่องที่อยากเขียนถึงเอาไว้ต่อวันหลังแล้วกันครับ
ใครมีข้อคิดเห็นอย่างไร หรือมีรายละเอียดพอสังเขปของเรื่องอื่นมาเล่าให้ฟังบ้างก็ดีครับ เพราะผมก็จำได้ไม่ครบ พอดีมีหนังสืออิเหนาอยู่ใกล้ๆ ก็เลยพลิกมาช่วยเขียนได้บ้าง
****เรื่องนี้ผมมีความคิดจะเอามาเขียนเป็นภาคพิเศษอยู่เหมือนกัน




        5. กากี
        เรื่องนี้คิดว่าไม่ได้จัดอยู่ในวรรณคดี ผมไม่เคยได้อ่านเรื่องนี้จากบทกลอนเสียทีมีแต่อ่านเรื่องจากบทร้อยแก้วและดู ภาพยนตร์มา ในเรื่องนี้ถ้าผมจะปรียบกับเรื่องเสียวของเรา ผมคิดว่าเทียบเคียงกับ เรื่อง นัฐถิยา เรื่องนี้ผมคิดว่าแหวกแนวจากนิยายเสียว(วรรณคดี)ในสมัยก่อน ที่เดินเรื่องจากผู้หญิง คือ ไม่ได้ให้ผู้ชายเป็นตัวเอก แต่ตัวเอกอยู่ที่ฝ่ายหญิง
        เสียดายที่สมัยก่อนเรายกย่องชายแต่ไม่ยกย่องหญิง พอมีคนแต่งให้ผู้หญิงไปได้ผู้ชายหลายคน กลับไปดูถูกว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีเสียอีก ทีผู้ชายกลับยกย่องเป็นยอดนักรัก ทั้งที่กากีไม่ได้ผิดอะไรด้วยซ้ำ
        ที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะในความเห็นผม ถ้าถามว่าผู้หญิงในวรรณคดีคิดว่าใครสวยที่สุด ผมจะตอบว่า กากี เพราะว่ากากี ใครเห็นอยากเย็ดเธอทุกคนเลย เพราะนอกจากจะเป็นผู้หญิงสวยแล้ว ยังมีกลิ่นกายที่หอมมาก
        ในเรื่องถ้าจำไม่ผิด กากีจะมีผัวถึง 6 คน เดี๋ยวลองนับดูก่อน
        เริ่มแรกกากีเป็นมเหสีของท้าวพรหมทัตซึ่งเป็นกษัตริย์ผู้ชราภาพ มีมหาดเล็กคนสนิทคู่ใจเป็นคนธรรณ์
        ชื่อ นาฎกุเวร ซึ่งมีหน้าที่บรรเลงเพลงขับกล่อม ให้ท้าวพรหมทัตในตอนที่เล่นสกา
        เรื่องมาเกิดตอนที่เพื่อนของท้าวพรหมทัต ซึ่งเป็นพญาครุฑ ปลอมตัวมาเล่นสกา เกิดมาเห็นนางกากี เมียเพื่อนซึ่งเป็นคนสวย แถมมีกลิ่นกายหอมหวน พญาครุฑเห็นแล้วปิ๊งทันที อยากเย็ดเมียเพื่อนขึ้นมา จึงทำกลอุบาย ออกจากเมืองมาแปลงกายเป็นพญาครุฑ บินไปใช้ปีกปิดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิด เกิดลมพายุ ผู้คนพากันตื่นตกใจ พญาครุฑเลยฉวยโอกาส มาลักพาเมียเพือนเอาไปฟันบนวิมานฉิมพลี นางกากีอยู่กับผัวแก่หำเหี่ยวๆ มาเจอพญาครุฑรูปหล่อหำใหญ่ซะอีก เลยติดใจ
        พญาครุฑฟันเมียเพื่อนแล้ว ทำหน้าตายกลับไปเล่นสกากับเพื่อนใหม่ ท้าวพรหมทัตเมียหายถึงกับเศร้าซึม ฝ่ายคนธรรณ์ ก็คิดจะฟันเมียนายอยู่เหมือนกัน ก็แกล้งบอกนายไปหาจะช่วยตามหาเมียให้ ฝ่ายท้าวพรหมทัตก็ดีใจเป็นหนักหนาว่ามีลูกน้องดี
        ไม่รู้ว่าคนธรรณ์คิดไม่ซื่อ คนธรรณ์พอระแคะระคายเหมือนกันว่าพญาครุฑต้องอยู่เบื้องหลังที่เมียนายหายไป เพราะวันที่พญาครุฑมาเล่นสกาเห็นมองกากีเสียน้ำลายยืด เข้าตำราไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เพราะหื่นด้วยกันทั้งคู่ คนธรรณ์มีเวทมนต์สามารถแปลงตัวได้ เลยแปลงเป็นตัวไรเกาะปีกพญาครุฑไป


       
        ซึ่งก็จริงๆ ว่าพญาครุฑ แอบพานางกากีมาล่อเป็นวิมานฉิมพลีนี้เอง คนธรรณ์แอบดูอยู่จึงได้รู้ความลับของพญาครุฑอันนี้ผมจำไม่ค่อยได้ว่า พญาครุฑออกไปตอนกลางวันแล้วกลับมากลางคืน หรือออกไปตอนกลางคืนแล้วกลับมากลางวันกันแน่) เอาเป็นว่าพอพญาครุฑออกไปคนธรรณ์ก็แปลงตัวออกจากที่ซ่อนไปหานางกากีทำการแบ ลคเมล์นางกากีว่าล่วงรู้ความลับนางกากีแอบมีชู้ จะนำความไปบอกท้าวพรหมทัต กากีอับอายไม่รู้ทำไงดี คนธรรณ์เลยบอกว่าไม่ต้องกลัว เพราะว่าตัวเองก็รักนางกากีเหมือนกัน เลยขอฟันนางกากีเป็นการปิดปาก กากีเลยยอม ตอนนี้คนธรรณ์เลยกลายเป็นชู้ซ้อนชู้ไปแล้ว
        เห็นไหมละ วรรณคดีเขียนมันส์ พอๆ กับปกขาวดีๆนี้เอง เอาว่าต่อดีกว่า
        กากีเลยโดนเย็ดทั้งกลางวันกลางคืนไม่หยุด
        พอครบกำหนดนัดเล่นสกา คนธรรณ์ก็แปลงเป็นตัวไร เกาะพญาครุฑกลับเมือง
ทีนี้พอระหว่างเล่นสกาคนธรรณ์แกล้งร้องเพลงเป็นนัยๆ ว่ารู้นะว่าพญาครุฑ หลอกพาเมียเพื่อนไปฟัน แถมไฝฝ้าราคีของนางกากีมีอยู่ตรงไหนก็รู้หมด พญาครุฑฟังไปฟังมาก็หน้าชาว่าหมายถึงตัวแต่อยู่ต่อหน้าท้าวพรหมทัตก็ไม่กล้า ทำอะไร
        บินกลับไปมานางกากี คาดคั้นนางว่าโดนเจ้าคนธรรณ์ มันเย่อด้วยใช่ไหมนางกากียอมรับว่าถูกบังคับ
แต่พญาครุฑไม่เชื่อ โมโหว่าตัวกูสวมเขาให้คนอื่นได้ แต่ตัว กูจะโดนสวมเขาไม่ได้ เลยเอาเมียไปคืนเพื่อน
        ท้าวพรหมทัตแทบกระอัก เพราะนางกากีโดนเพือนพาไปเย็ดซะหลวม เสร็จแล้วกลับเอามาคืน เลยโมโหให้ทหารพานางกากีไปลอยแพในมหาสมุทร
        ระหว่างลอยแพมีนายสำเภาผ่านมาพบเลยรับนางกากีขึ้นสำเภา นางกากีเลยต้องจ่ายค่าโดยสารให้นายสำเภาเย็ดเป็นการตอบแทน ต่อมามีโจรมาปล้นเรือสำเภาหัวหน้าโจรเห็นนางกากีสวยเลยจัดการเย็ดซะอีกคน
        สรุปนางกากีโดนเย็ดมาตลอดเรื่องไม่มีหยุดซักวัน โดนมากกว่านางวรรณคดีคนไหนๆ
ฝ่ายลูกน้องเห็นนางกากีเป็นคนสวยก็อยากเย็ดนางกากีบ้าง แต่หัวหน้าหวงเพราะขืนให้พวกมึงเย็ดมีหวังนางกากีได้หีบานหุบไม่ลงแน่ จึงเกิดการการแก่งแย่งนางกากีกันในหมู่โจรถึงกับฆ่าฟันกันเองนางกากีฉวย โอกาส
        หลบหนีพวกโจรได้แต่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายในป่าจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดโชคดียัง
        เป็นของนางกากีที่บังเอิญมีกษัตริย์ชรานามว่า ท้าวทศวงศ์ ผู้เป็นหม้ายแห่งเมืองไพศาล
ี         เสด็จมาเที่ยวป่าได้เลยพานางกากีไปเป็นเมีย
        ต่อมาท้าวพรทัตซึ่งเศร้าโศกหลังจากที่ให้ทหารพากากีไปลอยแพ ก็เสียดายเมียเอ๊าะ ๆ ว่าไม่น่าตัดสินใจเร็วเลย ก็เกิดประชวร แต่เนื่องจากท้าวพรมทัตไม่มีทายาท มองไปมองมาเห็น คนธรรณ์ ซึ่งเป็นลูกน้องที่แสนดี หลอกฟันเมียนายไปแล้ว โดยนายไม่รู้ จึงยกสมบัติให้คนธรรณ์ไปครอง
        คนธรรณ์เลยส้มหล่นได้เป็นกษัตริย์ต่อมา คนธรรณ์รู้ข่าวว่ากากีอยู่ไหนเลยไปขอเมียคืน แต่ท้าวทศวงศ์ไม่ให้บอกว่านี้ก็เมียกูเหมือนกัน ยังเย็ดไม่เบื่อเลย ทั้งคูเลยสู้รบกันทีแรกคนธรรณืรบแพ้เพราะท้าวทศวงศ์มีช้างวิเศษ คนธรรณ์สืบทราบภายหลังเลยแปลงตัวเป็นหนูทำให้ช้างกลัว คนธรรณ์เลยรบชนะพากากีกลับบ้านเมืองไป
        จากเรื่องกากีจะเห็นได้ว่ากากีน่าจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ความสวย น่าลุมหลง ขนาดผ่านผู้ชายมาหลายคน ยังมีคนหลงไหลขนาดนี้ ผิดกับนางวรรณคดีอื่นที่โดนแค่คนเดียว หากโดนหลายคนเช่นนางกากี ยังไม่รู้จะสู้นางกากีได้หรือเปล่า ดังนั้นผมจึงยกให้นางกากี เป็น อันดับหนึ่งของนางในวรรณคดี
  ครับที่จริงในความเห็นผมก็คิดว่าเรื่องอิเหนากับกากี เป็นเรื่องที่เอ็กซ์สุด
        เสียดายที่เรื่องกากี ไม่ค่อยดังในสมัยก่อน เพราะอาจเป็นว่าเนื้อเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิง ที่โดนผู้ชายหลายคนก็ได้
        เรื่องอื่นๆ ผมก็รู้สึกไม่ค่อยเอ็กซ์เท่าไร ตามความเห็นผมนะ ถึงได้มาถามเผื่อใครรู้อะไรดีกว่านี้
        ถ้ายังไม่เบื่อเรื่องวรรณคดี ผมจะเล่าให้ฟังต่ออีกสักเรื่อง คือเรื่องรามเกียรติก็แล้วกัน
        ที่จริงแต่แรกว่าจะเขียนถามสั้นๆ แต่เขียนไปเขียนมายาว เพราะคิดว่าหลายคนอาจจะจำเรื่องวรรณคดีไม่ได้
        เลยเขียนเรื่องย่อประกอบให้พิจารณา ที่จริงผมไม่ได้มีเจตนาดูถูกวรรณคดี แต่อย่างใด ที่อยากจะชี้ให้เห็นว่าไอ้เรื่องเสียวนี้ก็นิยมเขียนกันมาตั้งแต่โบราณแล้ว ฉะนั้นการที่จะมีคนมาเปิดบอร์ดเขียนเสียวกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต่ำช้าอะไร
เพียงแต่เราชาวบ้านก็ใช้ภาษาชาวบ้าน ส่วนคนสมัยก่อนถึงกับต้องระดมกวีตั้งหลายคนมาช่วยกันต่งเพื่อให้ได้เรื่อง เสียว(วรรณคดี)ออกมาเรื่องหนึ่ง



เอาละเข้าเรื่องดีกว่า เรื่องรามเกียรติ เป็นเรื่องที่ยาวมาก เริ่มแรกจริงๆ เกิดจากยักษ์นนทุกที่ก่อเรื่องบนสวรรค์ก่อนตายได้เห็นพระนารายณ์มี 4 กร จึงว่าที่ตัวเองแพ้เพราะตัวเองมี 2 มือ ส่วนพระนารยณ์มี 4 มือจึงสู้ไม่ได้ พระนารายณ์จึงสาปว่า ให้ชาติหน้ามึงมาเกิดใหม่ให้มี 20 มือ 10 หัวเลย ตัวกูจะไปเกิดเป็นคนธรรมดามี 2 มือ 2 เท้าไปปราบมึงเอง จึงเป็นที่มาของรามเกียรติ
        รามเกียรติ จริงๆมีที่มาจากอินเดีย ต้องการเขียนขึ้นเพื่อให้เห็นถึงอิทธิฤทธิ์ของเทพเจ้าที่ตนนับถือ ดังนั้นเรื่องนี้จึงมีเรื่องเทพเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้เรื่องเทพเจ้ามาได้อย่างไร รวมถึงเรื่องบนเตียงของเทพเจ้าก็ยังไปรู้มาอย่างละเอียดอีก ซึ่งผมจะกล่าวถึงภายหลัง ถ้ายังมีคนสนใจอยู่
        ขอท้าวความถึงประวัติรามเกียรติสักหน่อยเพื่อผู้ที่ยังไม่รู้
        เรื่องรามเกียรติ ตามประวัติว่ามีมาตั้ง 2400 ปีมาแล้ว ผู้เขียนเป็น ฤาษีตนหนึ่ง ชื่อ วาลมิกิ ว่าไปรับฟังเรื่องมาจากพระนารท แล้วมาเขียนเป็นภาษาสันสกฤต ต่อมาก็เผยแพร่มา บ้างก็ว่าไทยได้รับมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย บ้างก็บอกว่าได้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา จากหลักฐานปราสาทหินเมืองพิมายมีภาพสลักศิลาเรื่องรามเกียรติ์ ส่วนในสมัยสุโขทันก็มีพูดถึงถ้ำพระราม ถ้ำสีดา ในจารึกของพ่อขุนรามคำแหง แต่เรื่องที่ปรากฏเป็นวรรณคดีนั้น เดินเราจะเคยมีหรือไม่ ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่รวมแล้วนำความเชื่อมาจากขอม ถามว่าทำไมเราต้องเอาศิลปวัฒนธรรมของขอมมา ในสมัยก่อนเชื่อว่าการที่นำมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะทีมีเหนือขอม เดี๋ยวพูดไปกลายเป็นเรื่องการเมืองไป
        รามเกียรติมาถูกรื้อฟื้นเอาสมัยกรุงธนบุรี ภายหลัง ร.1 จึงได้ทำการรวบรวมเข้าใหม่ ตามความรู้ของผมนะ ผิดถูกอย่างไรช่วยท้วงติงด้วย
        เกริ่นมาซะยาว เรื่องที่ต้องการจะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือ
6. นางมณโฑ
        นอกจาก นางวันทอง โมรา กากี คำที่ใช้ด่าผู้หญิงมากผัว ก็คือ นางมณโฑ นมโตข้างเดียว นี้แหละ เพราะนางมณโฑ ก็ได้ผัวถึง 4 คนด้วยกัน
        ประวัตินางมณโฑ บ้างก็ว่าเกิดจากขี้ตีนตรงซอกง่ามเท้าของพระอุมา ที่ปั้นขึ้นมาแล้วเสกให้ทศกัณฐ์ เอาไปเป็นเมีย เพื่อต้องการบอกว่าพระอุมา งามขนาดไหน ขนาดซอกตีนที่เสกขึ้นมาเป็นนางมณโฑ ยังสวยอย่างนี้ แล้วพระอุมาจะสวยขนาดไหน ลองนึกภาพดู แต่ประวัติอีกอันหนึ่งก็คือ
        นางมณโฑแต่เดิมเป็นกบ อาศัยอยู่กับฤาษ๊ 4 ตน ทุกวันฤาษีจะเอานมที่เหลือมาให้นางกบนี้กิน ต่อมาฤาษีเดินไปพบ นางพญานาคกำลังสมสู่กับงูดิน ฤาษีเห็นว่านางพญานาคเป็นสัตว์ชั้นสูงดันมาสมสู่กับงูดินซึ่งเป็นสัตว์ชั้น ต่ำไม่เหมาะสม (ก็ความเงี่ยนมันเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะกับนางพญานาคก็ตาม) ฤาษีจึงเอาไม้ทิ่มไปที่ขนดหางนางพญานาคเพื่อให้รู้ตัว นางพญานาคหันมาเห็นก็สุดจะอับอาย จึงหนีกลับไปเมืองบาดาล กลับไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งคิดแค้นใจพระฤาษีที่ทำให้ตนได้รับความอับอาย และคิดว่าหากพระยากาฬนาคพ่อตนรู้เข้า นอกจากตนจะเสื่อมเสียแล้ว ก็อาจมีโทษถึงตาย เมื่อคิดได้ดังนั้น นางนาคจึงกลับไปอาศรมฤาษี แล้วคายพิษลงในอ่างน้ำนมที่ฤาษีทั้งสี่ต้องฉันทุกเช้า ฝ่ายนางกบเห็นเช่นนั้น ก็ตกใจ และด้วยความกตัญญูสำนึกในพระคุณของฤาษีที่เลี้ยงตนมา จึงตัดสินใจตายแทน ด้วยการกระโดดลงไปในอ่างนม และขาดใจตายเพราะพิษนางนาคนั้น
        ครั้นฤาษีทั้งสี่กลับมาจะฉันน้ำนม เห็นนางกบนอนตายในนั้น ก็รู้สึกไม่พอใจคิดว่านางกบตะกละ แต่ก็ยังมีใจเมตตาอยู่ จึงชุบชีวิตนางกบขึ้นมาใหม่ แล้วสอบถามดูว่าทำไมประพฤติตัวโลภมากอย่างนี้ ให้กินทุกวันยังไม่พอใจอีกหรือ นางกบก็เล่าความจริงให้ฟังถึงเรื่องนางนาคมาคายพิษไว้ ฤาษีฟังแล้ว เห็นในคุณความดีของนางกบ จึงได้ทำพิธีก่ออัคคีแล้วร่ายมนตร์วิเศษ พร้อมโยนนางกบลงในไฟ ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่กลายเป็นสาวที่มีรูปโฉมโนมพรรณที่งดงาม
        ซึ่งในท้องเรื่องบอกว่านางมณโฑ งามยิ่งกว่าหญิงใดในสวรรค์ชั้นหกเสียอีก
จนมีคำกลอนที่กล่าว
        ใครเห็นเป็นต้องเพ่งพิศ ทั้งไตรภพจบทิศไม่เทียมทัน
        ต่อมาฤาษีจึงตั้งชื่อว่า นางมณโฑ ซึ่งแปลว่า กบ แล้วนำมาถวายพระอิศวร เพราะเห็นว่านางมณโฑ เป็นหญิงสาวจะอยู่กับผู้ทรงศ๊ลคงไม่เหมาะ พระอิศวรก็รับไว้ และให้ไปเป็นข้ารับใช้พระอุมา นางมณโฑจึงรับใช้พระอุมาและได้เรียนมนต์คาถามาจากพระอุมามากมาย ซึ่งนำมาช่วยทศกัณฐ์ในภายหลัง
        ขอโพสแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาต่อให้ใหม่หากมีใครอยากอ่านอยู่
        เรื่องจะเกิดขึ้นต่อไปเมื่อทศกัณฐ์มายกเขาไกรลาส แล้วดันขอพระอุมา ไปเป็นเมีย

  นางมณโฑต่อ


        ต่อ มามียักษ์ตนหนึ่งชื่อวิรุฬหกเป็นยักษ์จากเมืองบาดาลเกิดโมโหสารภูตุ๊กแกที่ ล้อเลียนตน เลยเอาสังวาลนาคขว้างเข้าใส่ แต่ดันไปถูกเขาไกรลาสของพระอิศวรจนเอียงทรุด พระอิศวรต้องประกาศวให้รางวัลแก่ผู้ที่สามรถมายกเขาไกรลาสให้ตั้งตรงเหมือน เดิมได้ เหล่าเทวดามาช่วยกันยกแต่ไม่มีใครยกได้ จนกระทั่งต้องตามตัวทศกัณฑ์ จึงมายกเขาไกรลาสให้พระอิศวรได้
        พระอิศวรพอใจจึงถามว่าทศกัณฐ์อยากได้อะไรให้ขอมา ทศกัณฐ์มองไปเห็นพระอุมาช่างงดงาม น่า....นัก จึงบอกไปว่า ขอพระอุมาไปเป็นเมียแล้วกัน พระอิศวรถึงกับสดุ้งก็พระอุมาเป็นเมียกู เสือกขอเมียกูไปเย็ดซะอย่างนั้น พระอิศวรไม่รู้ทำไงแต่ออกปากไปแล้วจึงจำใจประทานพระอุมาให้
        ทศกัณฐ์ดีใจว่าจะได้ฟันพระอุมา เลยเข้าไปอุ้มกอด แต่ทำไม่ได้เพราะพระอุมามีฤทธิ์เนรมิตรกายให้ร้อนดังไฟ บอกว่าอยากจะจับนางจับได้แต่ตีนเท่านั้น ทศกัณฐ์เลยต้องเอามือยกเท้าพระอุมาทูลเหนือหัวพาเหาะไปกรุงลงกา แต่เหาะไปได้ไม่นานก็ร้อนจำต้องพาพระอุมาลงเดินในป่า
        ฝ่ายเหล่าเทวดา นางฟ้า เห็นทศกัณฐ์พาพระอุมาออกไป ก็ตกใจ เข้าไปทูลพระนารายณ์ให้ช่วยแก้ (พระนารายณ์ นี้เป็นเทพนักแก้ไข ใครทำเรื่องอะไรเดือดร้อน พระนารายณ์ต้องไปแก้ไขหมด) พระนารายณ์เลยปลอมเป็นยักษ์ชรา แกล้งเอาต้นไม้ไปปลูก เอาต้นปักลงพื้นเอารากขึ้นข้างบน ทศกัณฐ์กับพระอุมาเดินมาเห็นก็แปลกใจ ถามว่าทำไมโง่ปลูกต้นไม้แบบนี้ ยักษ์แปลงก็ว่าทศกัณฐ์แหละโง่ ไปพาหญิงร้ายที่จะมาทำลายเหล่ายักษ์มาทำไม ไม่รู้จักขอของดีมา ทศกัณฐ์ได้ฟังก็ชักเห็นตาม เพราะตนเองพาพระอุมามาก็ร้อนเข้าใกล้ไม่ได้ จึงถามยักษ์แปลงดู ก็ได้รับคำแนะนำให้ไปเอาพระอุมาไปคืน แล้วขอนางฟ้าองค์ใหม่ ทศกัณฐ์ทำตามที่ยักษ์แปลงแนะนำ
        ตอนนี้ที่มีหนังสือบางเล่ม บอกว่า พระอุมาเลยแสร้งถูขี้ไคลตรงซอกตีน ออกมาปั้นเป็นนางมณโฑแล้วประทานให้ทศกัณฐ์ เพื่อให้เห็นว่าขนาดขี้ตีนพระอุมายังงามเพียงนี้ แล้วพระอุมาจะงามขนาดไหน ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าเห็นใจนางมณโฑเหมือนกันเพราะเกิดมายังไม่ทันข้ามวันก็โดน เย็ดแล้ว
        ทศกัณฐ์เห็นนางมณโฑสวยงามอร่ามตาก็พานางมณโฑเหาะกลับไปอีกแต่ยังใช้วิธี ช้อน เท้าทูลนางมณโฑไว้เหนือตัวเหมือนเดิม เพราะกลัวจะร้อนเหมือนพระอุมา ระหว่างพานางมณโฑเหาะกลับเมืองนั้น ได้เหาะผ่านเมืองขีดขินของพาลี พญาลิงกำลังว่าราชการอยู่ เห็นอะไรแวบๆบนฟ้ามองขึ้นไป อาจจะมองลอดไปใต้กระโปรงของนางมณโฑพอดีก็ได้แล้วเห็นหม้อนางมณโฑเต็มตา ทำให้พาลีไม่พอใจฉวยพระขรรค์เหาะไปขวางหน้าทศกัณฐ์ พาลีเป็นลิงเจ้าชู้มากตัณหาอยู่แล้ว ขนาดตอนที่พระนารายณ์ประทานเมียให้สุครีพน้องชายใส่ผอบไว้ พาลีเปิดมาเห็นจัดการเย็ดเป็นเมียเสียเองไม่ให้น้องชาย พาลีจึงต้องตายด้วยศรพระนารายณ์ในภายหลัง เพราะได้ให้สัตย์ไว้หากยึดเอาของที่จะมอบให้น้องชาย(สุครีพ) ขอให้ตายด้วยศรพระนารายณ์ ครั้นพาลีมาเห็นนางมณโฑเข้าเต็มตา ว่าสวยงามดังนางฟ้า ก็นางมณโฑงามยิ่งกว่านางสวรรค์ชั้นหกตามที่พรรณนา อารมณ์หื่นก็กำเริบขี้นอยากเย็ดนางมณโฑ ขึ้นมาทันที จึงพาลหาเรื่องต่อสู้กับทศกัณฐ์ๆ สู้ไม่ได้ ถูกชิงนางมณโฑไป พาลีพอแย่งนางมณโฑมาได้ แล้วพากลับเมืองไม่ว่าราชการต่อไปแล้ว ปิดห้องเย็ดนางมณโฑอย่างเดียวอยู่ทุกวัน ก็นางมณโฑทั้งสวยทั้งขาวแถมยังสดซิงอีกต่างหาก
        ดังนั้นผัวคนแรกของนางมณโฑคือพญาลิงพาลี ส่วนทศกัณฐ์นั้นเมื่อกลับกรุงลงกา ก็เสียใจ อุตส่าห์ไปได้นางฟ้ามาเป็นเมีย ก็โดนลิงแย่งเอาไปเย็ดอีก จึงคลุ้มคลั่งพาลทำร้ายนางสนมกำนัลในไปหมด ใครเอาใจอย่างไรก็ไม่ถูกใจ และไม่ว่าราชการนานถึงเจ็ดเดือน
        กุมภกรรณและพิเภกน้องชายจึงช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไข ด้วยการไปเชิญพระโคบุตร อาจารย์ของทศกัณฐ์มา เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว พระโคบุตรจึงไปหาพระอังคต อาจารย์ของพาลี เพื่อให้ว่ากล่าวพาลีให้คืนนางมณโฑแก่ทศกัณฐ์ (ก็ตั้งเจ็ดเดือนแล้วถึงคิดแก้ไข ป่านนี้นางมณโฑจะไปเหลืออะไร)พระอังคตจึงเดินทางไปหาพาลีกล่อมให้คืนนางมณโฑ และว่าพาลีทำไม่ถูกที่ไปแย่งเมียคนอื่นเขามา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง พาลีไม่อยากคืนเลยแกล้งพานางมณโฑไปให้ดู ว่าตอนนี้นางมณโฑท้องป่องได้ เจ็ดเดือน เพื่อให้ทศกัณฐ์ตัดใจแถมอาจต้องการเย้ยเป็นนัยๆ ว่าจะเอาคืนไปก็ได้แต่เอาไปแค่กากเท่านั้น กระทิมันย่องของนางมณโฑกูฟาดไปเรียบร้อยแล้ว (ก็พาลีเลยโซ้ยนางมณโฑตั้งแต่วันแรกแล้ว) ทศกัณฐ์ไม่ยอมตัดใจ พาลีก็ยังอ้างว่าไม่อยากให้ลูกตนไปอยู่กับยักษ์ พระอังคตจึงช่วยแก้ปัญหาว่าเรื่องนี้ไม่ยาก ท่านจะแหวะท้องนาง เอาลูกมาใส่ในท้องแพะไว้ก่อนจนกว่าจะคลอด พาลีบ่ายเบี่ยงอย่างไรก็ไม่เป็นผล แม้จะไม่เต็มใจ ก็จำต้องยอมคืนนางแก่ทศกัณฐ์ ครั้นนางมณโฑทราบเรื่องก็เสียใจ ร้องไห้จนสลบไป พระอังคตเห็นเป็นโอกาสดี จึงผ่าท้องเอาลูกนางไปใส่ในท้องแพะ และร่ายมนตร์วิเศษปิดท้องให้อย่างเดิม เมื่อนางฟื้นก็พาตัวไปคืนทศกัณฐ์ ส่วนลูกนางกับพาลีที่ฝากไว้กับท้องแพะ เมื่อถึงกำหนดสิบเดือน พระอังคตก็ทำพิธีผ่าออกมาจากท้องแพะ แล้วให้ชื่อว่า “องคต” เลียนชื่อท่านเองเพื่อเป็นมงคลนาม องคตจึงหน้าคล้ายแพะเพราะเหตุนี้
        ส่วนทศกัณฐ์ได้นางมณโฑกลับคืนมาเป็นเมียเสียที ตรงนี้ที่เป็นเรื่องโจ้กพูดกันว่า ทศกัณฐ์รู้ว่าพาลีถนัดขวาจึงรังเกียจ ตอนจับนมนางมณโฑเลยจับนมข้างซ้ายของนางมณโฑข้างเดียว ทศกัณฐ์มีตั้ง20มือ จับนมนางมณโฑอยู่ข้างเดียวเลยทำให้นางมณโฑนมโตข้างเดียว
นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนรามเกียรติเพราะตอนนั้นพระรามนางสีดายังไม่เกิด
        เพราะมีเกล็ดย่อยที่เล่าต่อว่า ต่อมาทศกัณฐ์กับนางมณโฑ ต่อมามีบุตรสาวด้วยกัน เด็กคนนั้นเกิดมาได้แต่ร้องว่า ผลาณยักษ์ ๆ พิเภกจึงทำนายว่าเด็กคนนี้เป็นกาลากิณีให้ฆ่าทิ้งหรือเอาไปทิ้ง(จำไม่ค่อย ได้) จนมีกษัตริย์องค์หนึ่งออกบวชจะเป็นฤาษีหรืออะไรยังไม่ได้ไปเปิดหนังสือดู อันนี้เขียนจากความจำ มาพบจึงใช้เวทมนต์ฝั่งดินไว้ ต่อมาฤาษีนี้ฝึกญาณไม่สำเร็จ จึงกลับไปเป็นกษัตริย์ตามเดิม แล้วจึงขุดเอาเด็กหญิงนี้ขึ้นมา แล้วตั้งชื่อนางว่านางสีดา สรุปนางสีดาจึงเป็นลูกสาวของทศกัณฐ์กับนางมณโฑ
        นางสีดาจึงสวยงดงามก็นางมณโฑงดงามขนาดไหน
        ต่อมาเมื่อทศกัณฐ์ลักนางสีดามา และต้องทำสงครามต่อสู้กับพระราม พระลักษณ์และหนุมานยืดเยื้อเป็นเวลานาน จนต่างฝ่ายต่างต้องเสียไพร่พลไปมากมายนั้น ทศกัณฐ์ก็ได้สอบถามนางมณโฑว่า ตอนที่นางอยู่กับพระแม่อุมา ได้เรียนมนตร์วิเศษอะไรบ้าง นางก็ว่าเคยเรียนมนตร์ที่เรียกว่า “สัญชีพ” ไว้ ซึ่งมนตร์นี้ถ้าทำสำเร็จจะได้น้ำทิพย์อันวิเศษ ผู้ใดตายไปแล้ว หากพรมด้วยน้ำทิพย์นี้ ก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมา ใช้ให้ทำอะไรก็ได้ และยังสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ด้วย แต่มีข้อแม้ว่าผู้ทำพิธีห้ามพูด และห้ามร่วมเสน่หาระหว่างกระทำพิธี ทศกัณฐ์ได้ทราบก็ดีใจนัก รีบตั้งโรงพิธีให้นางมณโฑทันที ครั้นทำพิธีครบเจ็ดวัน ก็บังเกิดน้ำทิพย์ขึ้นในหม้อทองคำ นางมณโฑก็ให้รีบนำไปให้ทศกัณฐ์ที่สนามรบ ทศกัณฐ์จึงใช้น้ำทิพย์ประพรมไพร่พลยักษ์ที่ตายไป ทำให้เหล่ายักษ์ปีศาจฟื้นขึ้นมาช่วยต่อสู้ใหม่ และเข้าโจมตีไพร่พลวานรของพระรามจนแตกกระเจิงไป พระรามเห็นดังนั้น ก็สอบถามพิเภกดู เมื่อทราบความจริง จึงได้ส่งหนุมาน พร้อมด้วยวานรอีกจำนวนหนึ่งไปทำลายพิธี
หนุมานจึงได้แปลงตนเป็นทศกัณฐ์ และให้พลพรรควานรที่ไปด้วยแปลงเป็นพวกทศกัณฐ์เดินทัพกลับเข้ากรุงลงกา ทำทีว่าชนะศึกกลับมาแล้ว จากนั้นหนุมานก็ตรงไปโรงพิธี ใช้เล่ห์กลหลอกนางมณโฑให้เข้าใจว่าตนเป็นทศกัณฐ์กลับมาขอบคุณนางที่ทำให้รบ ชนะ แล้วก็พานางมณโฑกลับปราสาท
        จริงๆแค่นี้ก็น่าจะทำลายพิธีได้แล้ว เพราะหลอกให้นางมณโฑเลิกทำพิธีแล้วพูดกีบตนแล้ว ทั้งเหล่าสมุนวารก็ทำลายโรงพิธีแล้ว
แต่หนุมาณคงกลัวว่า เดี๋ยวทำลายพิธียังไม่หมด ประกอบกับเป็นลิงเจ้าชู้ตัวหนึ่งเห็นนางมณโฑสวยสดงดงามยิ่งนัก จึงฉวยโอกาสหลอกนางพามณโฑขึ้นเตียง นัยว่าเพื่อเป็นการฉลองชัยชนะที่น้องทำดี จึงทำการเย็ดนางมณโฑเป็นรางวัลตอบแทน หนุมานจึงปฎิบัติหน้าที่ให้พระรามเสร็จ แถมได้เย็ดนางมณโฑแก้เงี่ยนไปในตัว ภารกิจแบบนี้หนุมานชอบนัก เสร็จแล้วก็กลับไปทูลพระรามว่าสามารถล้มพิธีได้แล้ว
โดยลืมไปว่านางมณโฑเป็นแม่ขององคตที่เป็นเพื่อนตน จนต้องขอโทษองคตที่ได้เย็ดแม่เพื่อนไปแล้ว องคตอาจจะโกรธแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ จำต้องให้อภัย
        ฝ่ายทศกัณฐ์เมื่อต่อสู้ไปๆ น้ำทิพย์ที่จะพรมยักษ์ตาย ให้ฟื้นก็หมด ไม่เห็นมีใครมาส่งเพิ่ม แล้วยังถูกพวกลิงเยาะเย้ยทำนองว่าป่านนี้เมียมึงเป็นอย่างไรบ้าง ก็เอะใจ จึงกลับเข้าเมือง เห็นโรงพิธีพินาศ จึงไปสอบถามและต่อว่านางมณโฑที่อยู่ในห้องนอนนางมณโฑเพิ่งโดนเย็ดเสร็จใหม่ๆ ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่นึกว่าทศกัณฐ์จะมาขอเบิ้ลอีกรอบ ต่อม ทศกัณฐ์ก็รู้ว่าเสียท่าหนุมานแล้ว นางมณโฑพอรู้ว่าโดนลิงหนุมานหลอกเย็ดทั้งอับอายขายหน้า ทั้งเสียใจที่เสียตัวและเสียรู้หนุมาน จึงร้องไห้จนสลบไป ทศกัณฐ์ก็แก้ไขจนฟื้น แต่นางยังรู้สึกเสียใจร้องไห้รำพึงรำพันขอให้ทศกัณฐ์ฆ่านางเสีย เพราะนางทำให้เสียเกียรติสามี แต่ทศกัณฐ์นั้นทั้งรักและสงสารเมีย จึงปลอบโยนนางมณโฑ และว่าตนไม่ถือโทษโกรธนาง ถือเสียว่าเป็นกรรมเป็นเวรไปก็แล้วกัน
        ดังนั้นนางมณโฑจึงถือว่ามีหนุมานเป็นผัวคนที่สาม แต่จะนับว่าเป็นผัวก็ไม่ถูกที่เดียวเอาเป็นว่าแค่เสร็จหนุมานไปดีกว่า
        ผัวคนสุดท้ายของนางมณโฑได้แก่พิเภก ซึ่งเป็นน้องชายทศกัณฐ์ต่อมาภายหลัง เมื่อหนุมานสามารถล่อลวงเอากล่องดวงใจของทศกัณฐ์มาจากพระโคบุตร อาจารย์ของทศกัณฐ์ จนทำให้พระรามฆ่าทศกัณฐ์ตายได้ในที่สุดนั้น ก่อนตายทศกัณฐ์ก็ได้ฝากฝังนางมณโฑไว้กับพิเภกน้องชาย ครั้นชนะศึกแล้ว พระรามก็ได้จัดพิธีราชาภิเษกให้พิเภก ได้ครองกรุงลงกาต่อมา โดยให้ชื่อใหม่ว่า “ท้าวทศคิริวงศ์” และประทานนางมณโฑให้ เป็นเมียพิเภกต่อไป
        หวังว่าคงได้รับความเพลิดเพลินกันบ้าง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 16, 2016, 04:56:56 PM โดย cobra »


*

ออฟไลน์ mika2009

  • Full Member
  • **
  • 204
  • 194
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 06:42:25 PM »
อ่านสนุกดีครับเรื่องวรรณคดีผมอ่านมาหมดแล้ว แต่ชอบอิเหนา มากที่สุด ขุนแผนน่ะเจ้าชู้สู้อิเหนาไม่ได้หรอก ในชีวิตขุนแผนมีเมียแค่5คน
แต่สุดท้ายอยู่กันแค่2คน   ส่วนอิเหนามีเป็น10 ก็อยู่เป็น10  ไม่ขาดหายไปไหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 16, 2016, 06:43:27 PM โดย mika2009 »

*

ออฟไลน์ naitoom

  • Senior Member
  • ****
  • 615
  • 637
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 09:49:34 PM »
ปกติไม่อ่านวรรณคดี แต่จากการสรุปและวิเคราะห์ของคุณ Cobra ทำให้ผมเริ่มอยากอ่านขึ้นมาแล้ว แต่เรื่องเหล่านี้เป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรองครับ

*

ออฟไลน์ koike2869

  • Full Member
  • **
  • 183
  • 191
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 16, 2016, 10:22:25 PM »
ขอบคุณในน้ำใจมากคับ  สรุปได้ยอดเยี่ยมคับ

*

ออนไลน์ พัดลม

  • Global Moderator
  • *****
  • 1936
  • 670
  • ผมทำได้แค่ส่ายหน้า
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 17, 2016, 10:50:15 AM »
เรื่องอิเหนานีไม่เคยอ่านเลยครับ

ที่อ่านเยอะสุด น่าจะรามเกียร กับ พระอภัยมณี
แต่ก็ไม่เคบอ่านจนจบสักเรื่อง

รามเกียรก็อ่านแต่ธรรมดา

สรุป เรื่องที่เล่ามี มีรู้บ้างไม่รู้บ้าง  ::Sobad::

แต่บทสรุปของ พระอภัยมณีนี่แปลกจริงๆ  ::Oops::

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Senior Member
  • ****
  • 626
  • 615
  • ถึงจะไม่หล่อเฟี้ยวแต่เจี๊ยวเรืองแสงนะครับ
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 17, 2016, 05:54:08 PM »
ตอนเรียนภาษาไทยม.ปลาย อาจารย์บอกว่าธรรมเนียมของกษัตริย์ชวา(แถบๆบ้านอิเหนาอะ) จะมีเมียได้ห้าคนแล้วจะมีเชื้อพระวงศ์ที่ถือว่าสืบสายเลือดสายเทพ(อีปู่อิเหนาอะ) เรียกว่าวงเทวัญคือเผ่านี้มันเมพกว่าชาวบ้านเค้า
สังเกตุจากใครที่ว่าแน่ๆอิเหนามันเชือดทิ้งหมดไม่มีสตรองเท่าพี่แกอีกแล้วที่ยกไปตีใครก็ยอมแพ้หมด 
ทีนี้ป๊าม้าอีเหนาแกอย่างให้วงเทวัญแต่งกันเองจากนั้นก็ตามท่านคอบบ้าเขียนเลยครับ แกโยกแหลกฟันไปทั่วจนปู่เทพเจ้าแกฉุนกันเลย แต่สุดท้ายพี่แกก็ครองเมืองสบายๆ พร้อมเมียอีก10 ปกติมี5เมียก็5ลำดับ แกใส่ลำดับละสองคนอิ่มเอมเปรมใจไป

รามเกียรติ คนที่มีเมียเยอะสุดคือพี่ลิงหนุมานของเรานี้เอง (ตามตำรับไทยนะ)
ส่วนพระนางสีดาคือพระแม่ลักรัศมีอวตาล จริงๆเรื่องมันมีอยู่ว่าพ่อของพระรามมีเมีย3คนแต่ยังไงๆก็ไม่มีลูก ทีนี้เลยเรียกฤษีมาทำพิธีเสกก้อนข้าวเพื่อให้กินเพื่อมีบุตรฤษีทั้ง4ทำพิธีอยู่7วันกองไฟก็ฝุดออกมาเป็นเทวดาทูลทาดออกมากลางกองไฟ ในถาดมีความก้อนอยู่4ชิ้นกลิ่นข้าวหอมตลบอบอวนลอยไปถึงกรุงลงกานางมฑโทได้กลิ่นเลยอยากกินลงทศเลยส่งนางกาอสูรไปค้นหาและขโมยมา นางกาบินไปเจอกองไฟและก้อนข้าวที่กรุงอโยธยา
เจ๊แก่เลยโฉบข้าวไปครึ่งก้อนแล้วบินกลับลงกา คือข้าวนี้ใครกินก็ตั้งท้องเทพอวตารครับ พระนางสีดาเลยไปเกิดที่กรุงลงกานู้นพอเกิดมาก็ร้องพลาญยักษ์ๆ สามครั้งและต่อจากนั้นก็โดนลอยแพตามท่านครอบ้าเขียน
ส่วนข้าวที่เหลือเมียๆของพ่อพระรามกินซดโฮก ออกมาเป็นพระรามกับพี่น้องทั้งสามนั้นเอง
ก็อยากจะทำให้ดีกว่านี้แต่มันก็ยังทำได้แค่นี้

*

ออฟไลน์ cobra

  • Full Member
  • **
  • 74
  • 108
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 17, 2016, 08:19:18 PM »
ขอบคุณ คุณcd13579 ที่ให้ความรู้เพิ่มเติม เพราะนานๆไปก็ลืมเหมือนกัน
ใจจริงเคยคิดจะแต่งอิเหนา มาเป็นนิยายเสียวเหมือนกัน เพราะเนื้อหาให้
แต่ละคนมีเมีย 4-5 คนทั้งนั้น แต่ติดว่าเป็นพระราชนิพนธฺของ ร.2
กลัวว่าจะโดนมาตรา 112 เอาง่ายๆ ทีนี้ต้องไปเขียนในคุกเลย 555
อาจต้องแปลงชื่อตัวละครทั้งหมด ให้เนื้อเรื่องคล้ายๆ กัน นี้บอกเผื่อไว้
หากมีผู้ต้องการแต่งนะ
เรื่องหนุมาณ เป็นลิงขี้เอา มีเมีย 6   คน ผมเคยเขียนไว้ในเล่าเรื่องวรรณคดีเหมือนกัน
แต่มันหายไป ต้นฉบับที่ค้นเจอมีเท่าที่ลง แต่ขอเล่าย่อๆ ดังนี้
คนแรกเป็นนางฟ้าที่ถูกสาปมาให้เฝ้าเมืองอะไรจำไม่ได้
ต้องให้หนุมาณพากลับสวรรค์ หนุมาณคงไม่เข้าใจหรือไง เลยพาขึ้นสวรรค์
เป็นเมีย แต่ภายหลังมีภาระกิจต้องช่วยพระรามเลยจับนางฟ้าโยนกลับขึ้นไปสวรรค์ได้จริงๆ
คนต่อมาคงเป็นนางเบญจกายหลานทศกัณฑ์มีความสามารถพิเศษสามารถ
แปลงตัวได้ แกล้งแปลงเป็นนางสีดาตาย หนุมาณเลยจับเย็ดอีกคน
ไม่รู้ว่าให้แปลงเป็นนางสีดาตอนเย็ดด้วยหรือเปล่า
คนต่อมาคือนางสุวรรณมัจฉา ที่ให้กำเนิดมัจฉานุ
คนที่สี้ก็คือนางมณโฑ ที่หนุมาณจำต้องทำภาระกิจเพื่อชาติโดยปลอมเป็นทศกัณฐ์ไปมีอะไรกับนางมณโฑ เพื่อทำลายพิธีกวนน้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่อาจไม่นับว่าเป็นเมีย
เพราะไปหลอกฟันนางมณโฑแค่ครั้งเดียว
คนที่ห้าคือนางกัลยานัมหรือนางกัลยุมาไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ว่าเคยเป็นเมียของอินทรชิต ทศกัณฑ์ยกให้เป็นเมียหนุมาณ ตอนที่หนุมาณแกล้งไปสวามิภักดิ์กับทศกัณฑ์
คนที่หกเป็นนางฟ้าที่โดนสาปให้บอกที่ซ่อนของหัวใจทศกัณฑ์กับหนุมาณจึงกลับได้
ก่อนกลับสวรรค์นางฟ้าเลยโดนหนุมาณเย็ดไปอีกองค์
สรุปหนุมาณได้เย็ดนางฟ้าถึง 2 องค์สนุกไปเลย  หนุมาณบอกอยากให้สาปานางฟ้าลงมาให้แก้คำสาปแบบนี้บ่อยๆ หนุมาณชอบ

วรรณคดีส่วนใหญ่จะเป็นร้อยกรอง สมัยก่อนจะกีดกั้นการเรียนว่าเป็นเรื่องของชนชั้นสูง
จึงทำให้คนรู้หนังสือน้อย วรรณคดีจึงกลายเป็นเรื่องของคนในรั้วในวัง
สมัยนี้จึงเบื่อเพราะอ่านเข้าใจยาก ตอนเรียนจะหลับกันหมด
แต่ถ้าให้ผมไปเป็นครูสอนวรรณคดี รับรองไม่มีการหลับ แถมต้องแย่งกันนั่งแถวหน้า
ฟังอย่างตั้งใจ ได้เกรดเอ กันทุกคน

*

ออฟไลน์ piggie4piggie

  • Tiny Member
  • *
  • 2
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 20, 2016, 10:09:13 PM »
อ่านสนุกค่ะชอบ ๆ เราอ่านเองนี่หน้าเดียวอ่านวนไปวนมาหลายรอบเลย(อ่านไม่รู้เรื่อง)  ::WowWow::

*

ออนไลน์ พัดลม

  • Global Moderator
  • *****
  • 1936
  • 670
  • ผมทำได้แค่ส่ายหน้า
    • ดูรายละเอียด
Re: เล่าเรื่องวรรณคดีไทยสไตล์คอบร้า
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 22, 2016, 07:37:02 PM »


โอ้ หนุมาร 5006 คน(ตัว)(องค์) เลยรึเนี่ย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ