รักแรกเจอ

รักแรกเจอ

  • 22 ตอบ
  • 4323 อ่าน
*

ออฟไลน์ twintower

  • Full Member
  • **
  • 123
  • 1722
    • ดูรายละเอียด
รักแรกเจอ
« เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 11:12:19 pm »
*** จากผู้เขียน **** 
เรื่องที่ผมนำมาตอนนี้  ผมต้องขออนุญาตผู้ดูแลเว็บที่จะนำเรื่องแบบที่ไม่มีบทพิศวาสมาลงในช่วงเวลานี้ครับ ถ้าผิดวัตถุประสงค์ผมต้องขออภัยไว้ที่นี้ด้วย  จากใจจริงเรื่องนี้ตอนแรกผมได้เขียนเป็นแนวพิศวาสไว้นานแล้วแต่ยังเขียนไม่เสร็จสักทีจนดองไว้นานมาก แต่ก็นำเอาเรื่องที่แต่งทีหลังมาลงได้ตลอด จนมาถึงช่วงเวลานี้ ผมจึงได้ตัดสินใจแก้ไขบทประพันธ์และตัดออกไปหลายส่วนรวมทั้งเขียนเพิ่มบางช่วงเข้ามาใหม่ครับ เลยขอนำมาให้บางส่วนมาให้อ่านกันก่อน ถ้าเสียงส่วนใหญ่ไม่ชอบ ผมก็จะไม่นำมาลงต่อครับ  ส่วนใครที่รอเรื่องแนวบทพิศวาสขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปก่อนนะครับ  ผมจะนำมาให้อ่านกันเพราะเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณที่ติดตามผลงานและทุกกำลังใจที่มีให้ครับ

*** Twin Tower***




“เอ๊ะ บิงโกเห่าใครนะ”
เสียงรำพึงจากหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งคู่กับชายหนุ่มที่กำลังดูแฟ้มรูปถ่ายและภาพในไอแพดที่หญิงสาวอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามของเก้าอี้รับแขกกำลังยื่นให้ดู ทั้ง 3 คนต่างชะเง้อมองไปข้างนอกด้านประตูบ้านมองไปทีประตูรั้ว และมีร่างๆหนึ่งที่ลงจากรถที่จอดหน้าบ้านเดินเปิดประตูรั้วเข้ามา พร้อมกับหมาพันธุ์โกลเด้นฯตัวใหญ่ของบ้านกำลังวิ่งไปรับ ทำให้เธอลุกขึ้นยืนแล้วอุทานว่า

“อ้าวพี่แม็กนี่ขับรถคันใหม่มา ทำไมไม่เอารถจอดในบ้าน แล้วทำไมใส่ชุดนักบินมาด้วยละ”

ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดนักบิน สีเขียวสวมแว่นกันแดด กำลังก้มลงเล่นกับบิงโกอย่างคุ้นเคยและมีผู้ชายอีกคนที่เดินจากบ้านอีกหลังที่อยู่หลังติดกันในรั้วบ้านเดียวกัน เดินไปที่ประตูรั้ว และคุยกับแขกผู้มาเยือนอย่างคุ้นเคย  ก่อนที่ชายในชุดนักบินส่งซองเอกสารให้

“ทำไมบิงโกมันดีใจขนาดนั้นละ”

เสียงของผู้ชายที่นั่งข้างเธอถามขึ้นมาเพราะเห็นหมาที่ชื่อบิงโกมีกิริยาร่าเริงกว่าผิดปกติ

“พ่อของมันนะ “

เธอก้มลงหันมาบอกก่อนที่จะเสริมว่า

“ตัวเองคงไม่รู้สิ ว่าพี่แม็กเป็นคนให้บิงโกมา มันเลยจำพี่เขาได้ดี ทั้งๆมันมาทีนี่ตอนอายุได้ 3 เดือนแล้ว ของขวัญวันเกิดหลานนะ”

แล้วร่างที่อยู่ในชุดนักบินนั้น ดูเหมือนจะรู้ว่ามีสายตา 3 คู่ จับจ้องมองมาเลยหันมาโบกมือให้ หญิงสาวโบกมือตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วร่างนั้นก็เดินออกนอกประตูรั้วเดินไปขึ้นรถแล้วขับไป ทำให้เธอกลับมานั่งแล้วหันมาที่เพื่อนสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  ที่มองตามชายหนุ่มที่ขับรถจากไปแล้ว

“อ้าวยายนันแล้วเรื่องของเราไปถึงไหนแล้ว  เฮ้ยยายนัน”

เธอถามย้ำไปที่เพื่อนเธออีกที ที่เหมือนจะตกอยู่ในภวังค์  ร่างนั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันกลับมาที่เพื่อน

“ว่าไงนะ”

“ฉันถามว่าไปถึงไหนแล้ว  จะได้คุยต่อ ใจลอยไปไหนยะ”

“เปล่าๆๆ”

แต่แล้วก็มีเสียงโครมครามดังจากบันได มีใครคนหนึ่งวิ่งลงมาแล้วมีเสียงนำมาก่อน

“พี่แม็กมา  ต้อง ๆๆๆ เรียกพี่แม็กไว้ก่อน เฮ้ยอ้าวไปไหนแล้ว”

เจ้าของเสียงในร่างที่สมส่วนกับใบหน้าที่งดงามซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้วิ่งลงมายืนหอบเหนื่อยในห้อง โดยไม่สนว่ามีใครมองอยู่

“ อ้าวพี่แม็กไปแล้วหรือต้อง”

“จ้ะพี่ วิ่งลงมาไม่กลัวตกบันไดเลย”

ต้องตอบพี่สาวที่อายุห่างกัน 1 ปี แบบประชดเล็กน้อย แต่ตัวพี่เหมือนไม่สนใจก่อนจะเรียกไปยังพี่ชายที่เดินเข้ามาในห้องรับแขก

“พี่ต่อ พี่ต่อ แล้วพี่แม็กละ ไปไหน”

ต่อที่เป็นพี่ชายคนโตของบ้านนี้ ได้ตอบน้องสาวคนกลางว่า

“มัน ก็ไปทำงานต่อสิ อะไรของแกวะแตน”

“คือ...........”

แตนยังไม่ทันตอบพี่ชาย ก็มีเสียงผู้หญิงอีกคน ที่เดินจากหลังบ้านว่า

“อ้าวไอ้แม็กไปไหนละ  เห็นมันแว้บๆ”

ต่อยังไม่ทันตอบอะไร ร่างผู้สูงวัยชาย-หญิง 2 คน ก็เดินตามผู้หญิงคนนั้นมา

“แม็กมาหรือลูก หายไปไหนแล้วละ  แม่จะได้เตรียมอาหารว่างเพิ่ม”

ต่อเลยเอ่ยขึ้นมาแบบเสียงเบื่อๆว่า

“ถามหมดหรือยังครับ  ต่อจะได้ตอบทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องของมหาบุรุษไอ้แม็ก”

ทำเอาทุกคนหัวเราะออกมาทันที ก่อนที่ต่อจะบอกว่า

“มันเอาเอกสารแวะมาให้ต่อก่อนครับ  แล้วตัวมันมีราชการด่วนครับ ต้องลงใต้ครับแม่”

“มิน่าเสียงไอ้บิงโก มันลั้นลาเหลือเกิน  พ่อมันมานี่ ถ้าตาลรู้คงร้องตามอีกคน พ่อกับแม่กำลังจะให้เตรียมของว่างเพิ่มนึกว่าจะอยู่กินด้วย”

หญิงสาวคนที่เดินนำประมุขของบ้านทั้งสองออกจากครัวเป็นคนพูด แต่ทุกคนลืมสังเกตแขกที่นั่งอยู่ในห้องที่กำลังเผลอตัวคิดอยู่ว่า

“เป็นทหาร เป็นนักบิน มิน่าถึงดูดีเหลือเกิน อ้อชื่อแม็กด้วย”

“แล้วความคิดของเธอก็มาสะดุดลง เมื่อได้ยินเสียงพี่ชายคนโตของเพื่อนสนิทเธอพูดมาว่า

“อ้าวแล้วคุยกันถึงแล้วละนัน  ธีมของงานเป็นแบบไหน เจ้าบ่าวต้องวิ่งร้องเพลงตามเจ้าสาวขึ้นเขาลงเขาเป็นสิบๆลูกแบบในหนังแขกหรือเปล่า เอาแบบนี้ใช่ไหมขิม”

“โธ่พี่ ต่อ ไม่ถึงขนาดนั้นครับ”

ว่าที่เจ้าบ่าว พูดขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะกับว่าที่พี่เขยในอนาคต

“เดี๋ยว”

เสียงดังขึ้นจากแตนที่ยกมือขึ้นห้ามให้ทุกคนพูดก่อนที่จะบอกว่า

“หนูเป็นคน ถามถึงพี่แม็กก่อนแล้วไม่มีใครสนใจ”

“เออแล้วแก ถามถึงมันทำไม”

ต่อพูดกับน้องสาวที่ดูไม่สำรวมเท่าไหร่

“คือแตน จะให้พี่แม็กช่วยแปลงานให้หน่อย พี่ต่อหนูขอโทรศัพท์หน่อยของหนูอยู่ที่ห้อง หนูจะคุยกับพี่แม็ก”
เธอพูดขึ้นพร้อมยื่นมือมาที่พี่ชาย

“กวนมันอีกแล้วงานมันยิ่งเยอะๆอยู่”

“โทร ราสับบบบบบ”

แตนไม่สนพี่ชายพร้อมพูดลากเสียงแล้วกระดิกมือ  พี่ชายได้แต่ส่ายหัวในความแก่นของน้องสาวที่โดนตามใจเสียจนเคยตัว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาระหว่างหาเบอร์ของเพื่อนสนิท  น้องคนเล็กก็บอกว่า

“พี่ต่อ เปิดสปีกเกอร์เลยก็ได้คะ ต้องมีเรื่องจะคุยกับพี่แม็กด้วย”

“รู้งี้น่าเอาโซ่ล่ามคอมันไว้ก่อนเนอะ พิม แค่แวะมาก็วุ่นทั้งบ้านแล้ว ใครๆก็อยากเจอมันตั้งแต่หมายันคน”

ต่อกดที่โทรศัพท์ก่อนวางที่โต๊ะรับแขกแล้วที่จะหันไปพูดกับภรรยาสุดที่รัก เสียงสัญญาณดัง3-4 ครั้ง ก่อนมีเสียงดังมาจากลำโพงว่า

“เออ ว่าไง”

“พี่แม็ก แตนนะ”

คนพูดตอนนี้ที่นั่งลงข้างๆเพื่อนน้องสาว

“มีอะไร”

เสียงตอบกลับมาแบบนิ่มๆ

“คือหนูรบกวนอยากให้พี่ช่วยดูเอกสารภาษาญี่ปุ่นที่หนูกำลังทำรายงานหน่อย ว่าหนูแปลถูกหรือเปล่า”

“แตนแปลหรืออยากให้พี่ช่วยแปล”

เสียงนั้นตอบมาอย่างรู้ทัน

“แหมพี่  คือๆกันแหละ  นะๆๆๆๆ ช่วยหนูหน่อยเดี๋ยวเรียนไม่จบ”

แตนทำเสียงอ้อนกับเพื่อนพี่ชาย

“แหม คุณเธอ จบโทมาใบนึงแล้วนะยังจะเรียนอีก  ส่งมาทางเมลพี่เลย  เย็นๆถ้าพี่ว่างพี่จะดูให้”

“พี่แม็กน่ารักจังเลย ก็หนูอยากเรียนเยอะๆอย่างที่พี่เคยบอก ว่าเรียนน้อยเดี๋ยวโง่  4 หน้านะพี่ หนูไปละ  จะส่งให้
เดี๋ยวนี้เลย ต้องจะคุยกับพี่นะ”

แล้วเธอก็วิ่งขึ้นข้างบนโดยไม่สนใจใครที่มองมาพร้อมกับเสียงร้องของอีกฝ่าย

“เฮ้ยยยยยย  4หน้าเลย แตนๆๆๆๆ”

“พี่แตนไปแล้วคะ พี่แม็ก นี่ต้องนะ”

คราวนี้เปลี่ยนเป็นเสียงหวานๆของว่าที่เจ้าสาว

“ว่าไงต้อง พี่รีบเลยไม่ได้คุยด้วย  มีงานที่ใต้”

“ต้องอยากรบกวนพี่เรื่อง  ซุ้มดอกไม้วันหมั้นนะคะ ที่ต้องเกริ่นไว้วันนั้นว่าจะรบกวนร้านของแม่พี่นะคะ”

“โทรหาแม่พี่ได้เลย  พี่บอกไปแล้วนะ จะเอาอะไรหรืออยากได้ดอกไม้แบบไหนคุยได้เลย  แม่พี่รู้แล้วจ๊ะ”

“ขอบคุณพี่มากเลยคะ”

“ได้ๆๆ วันหลังค่อยคุยกัน  พี่ไปทำงานก่อน”

ทุกคนต่างพากันยิ้มหลังจากวางสายไปแล้ว แล้วผู้เป็นแม่ก็เอ่ยขึ้นว่า

“คุย เรื่องงานแต่งไปถึงแล้ว เรียบร้อยหรือยัง  แม่จะได้บอกให้เตรียมของว่าง  กินกันก่อนนะหนูนัน  แม่กับพิมช่วยกันทำหลายอย่างเลย เสียดายแม็กไม่อยู่กินด้วย”

“อีกนิดคะแม่  เกือบเรียบร้อยแล้วคะ”

แต่ต่อก็พูดขึ้นมาทันทีว่า

“ตกลงมันคือลูกบ้านนี้อีกคน ใช่ไหมครับแม่  ใครๆก็พูดถึงมัน”

“อิจฉาเพื่อนว่างั้นเหอะ”

คราวนี้เป็นฝ่ายภรรยาพูดขึ้น

“ประมาณนั้น” แล้วต่อก็พูดเหมือนึกขึ้นได้ “ตาลไม่รู้ตื่นหรือเปล่าเสียงบิงโกเห่าดังด้วย”

“เดี๋ยวพิมไปดูเอง  ต่ออยู่ช่วยน้องเหอะ เผื่อจะมีไอเดียดีๆ”

แล้วทั้งพ่อกับแม่และพิมต่างเดินออกจากห้องรับแขกไป ปล่อยให้ต่ออยู่กับน้องสาวและว่าที่น้องเขยพร้อมแขก

“ใช่ครับ  รบกวนพี่ต่อด้วยครับจะได้ช่วยคิดกันหลายคน”

ขิมช่วยเสริม  เพราะรู้ว่าพี่ชายของแฟนตัวเองนั้นมีไอเดียดีๆเสมอ

“ใช่ๆๆๆ พี่ต่อต้องมีไอเดียแจ่มๆๆ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเพิ่ม  พี่ต่อก็ออกให้น้องอยู่แล้ว เนอะนันเนอะ”

“เฮ้ยๆๆ จะมาเอาอะไรกับพี่ทหารจนๆ”

“แหมๆๆๆ เป็นเสธฯทั้งที  เรื่องเงินไม่น่ามีปัญหา”

“อ่ะว่ามา ไหนเป็นยังบ้าง  จะเอาแบบไหน “

ต่อหันไปทางนัน ซึ่งเป็นเพื่อนรักน้องสาวที่เป็นเจ้าบริษัทฯที่รับจัดงานแต่งงาน นันยิ้มให้ก่อนที่จะเริ่มคุยถึงรายละเอียด  จนทุกอย่างเรียบร้อย ต่อจึงเชิญแขกไปทานของว่างที่ห้องอาหาร ซึ่งแม่บ้านกับเด็กรับใช้ได้ช่วยกันยกจากครัวมาวางบนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว เมื่อทุกคนพร้อมหน้า รวมถึงพิมที่อุ้มเด็กผู้ชายวัย 5 ขวบมาร่วมโต๊ะด้วย ทั้งหมดต่างคุยเรื่องของงานแต่งที่จะมีอีกใน 3 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวบอกว่าเกือบจะเสร็จแล้วตอนนี้กำลังสรุปเรื่องแขกที่จะต้องแจกการ์ดเชิญ  แล้วทุกคนก็เงียบ เมื่อได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินผ่านบ้าน  ซึ่งบ้านอยู่ไม่ห่างจากกรมทหารที่มีโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ไม่ไกลเท่าไหร่นักแล้วตาลลูกชายของต่อก็ถามหันไปถามปู่ที่นั่งหัวโต๊ะว่า

“อาแม็กขับหรือเปล่าครับปู่”

“แล้วตาลว่าใช่ไหมละลูก”

“ต้องใช่สิ  อาแม็กขับเก่งตาลชอบดูอาแม็กขับ”

ทำเอาทุกคนต่างยิ้มในความไร้เดียงสาของเด็กน้อย  ก่อนที่ต่อจะบอกว่า

“ 3 ลำ  น่าจะมี VIP ลงใต้ แม็กเลยต้องไปล่วงหน้า”

“แม็ก ช.ม.บินถึง 2พันหรือยังต่อ”

ผู้เป็นพ่อที่เคยเป็นถึงนายทหารระดับนายพลที่พึ่งเกษียณอายุไม่นานมานี้ถามลูกชายซึ่งตอนนี้เป็นพันตรี ดำรงตำแหน่งระดับเสนาธิการของกรมทหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

“ถ้าเฉพาะแบล็คฮอว์ค น่าจะยังนะครับพ่อ  แต่ถ้ารวมๆทั้งหมดแล้วคงเฉียดๆแล้ว”

“อืมม  น่าจะเป็นแบบนั้น  คนมีฝีมือก็แบบนี้  แถมเลือดพ่อกับเลือดลุงแรง  เลยหล่นไม่ไกลต้นเท่าไหร่ แต่ลุงเค้ายังบ่นทุกวันนี้นะ  ว่าทำไมหลานถึงไม่เลือกเป็นทหารอากาศมาเป็นทหารบกทำไม”

ผู้เป็นพ่อเอ่ยถึงนายทหารรุ่นพี่ที่เคยเป็นอดีตนักบินขับไล่ของกองทัพอากาศทำให้ทุกคนหันมาสนใจกับสิ่งที่สองพ่อลุกคุยกันโดยเฉพาะนัน ที่กำลังเล่นกับเด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆแต่ดูตั้งใจฟังเป็นพิเศษ

“ทำไมหรือครับพ่อ”

ขิมเป็นฝ่ายถามขึ้น เพราะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับแม็กมากนักนอกจากเคยเจอเคยกันไม่กี่ครั้ง ทำให้ประมุขของบ้านหันมาทางลูกชายคนโตเหมือนจะให้อธิบายเรื่องทั้งหมด

“คือ แม็กมันอยากทำด้วยความสามารถของมันมากกว่าที่จะใช้บารมีลุงนะ มันถึงเลือกมาเหล่าทหารบกตั้งแต่เรียนเตรียมทหารพร้อมกับพี่แล้วพี่เลยสนิทกับมันมาก  พอจะแยกเหล่ามันก็สอบได้ทุนไปเรียนเวสต์ปอยท์มันก็กระโดดรับทันที พอจบมันก็เข้าสอบเพื่อเป็นนักบินทหารบกให้เหมือนพ่อกับลุง”

แล้วต่อก็เล่าให้ว่าที่น้องเขยฟังต่ออีกว่า พ่อของแม็กนั้นเคยเป็นนักบินของการบินไทยมาก่อนรวมถึงลุงเป็นนักบินขับไล่ ดังนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่เพื่อนคนนี้อยากเป็นนักบินเหมือนพ่อกับลุง  แต่เพราะเจ้าตัวเป็นคนที่อยากทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่าไม่อยากใช้บารมีของผู้เป็นลุง  เลยเลี่ยงมาอยู่อีกเหล่า  แต่ก็ไม่ทิ้งความตั้งใจจนเป็นนักบินของ ทัพบกจนได้ แล้วต่อก็ปิดท้ายว่า

“จริงๆแล้ว  ร่างกายมันเป็นนักบินขับไล่ได้สบายๆ  หมอที่เวชศาสตร์การบินก็บอกไว้ แต่มันเลือกทางนี้เอง ซึ่งตรงนี้ใครๆก็ยอมรับว่ามันฝีมือดี  ขนาดตอนไปเรียนการบินที่อเมริกา ครูการบินที่นั่นยกนิ้วให้เลยเลือดนักบินมันแรง”

แล้วผู้เป็นแม่ก็เสริมขึ้นมาต่อว่า

“ใช่จ้ะขิม แล้วอีกอย่างถ้าไม่มีแม็ก ต่ออาจจะไม่มานั่งคุยแบบนี้ หรือไม่ถึงเป็นเสธถึงทุกวันนี้ แม่บอกได้ไหมลูกคงไม่ใช่ความลับนะ เพราะพวกนี้ตั้งแต่รุ่นพ่อยันลูกมีความลับกันตลอด”

ทุกสายตาหันมามองที่ต่อ รวมถึงพิมที่กอดลูกแน่นโดยไม่รู้ตัว

“ไม่ลับละครับ ทุกคนคงจำได้เมื่อ4-5 ปีก่อน ที่พี่ขาหักสองข้างและเจ็บหลัง แตนกับต้องรู้เรื่องนี้ดี แต่พี่จะเล่าให้ขิมกับนันฟังแล้วกันนะ จะได้รู้ว่าพวกพี่เสียสละและปิดทองหลังพระกันขนาดไหน จริงๆอย่างที่แม่บอก  ถ้าไม่มีแม็ก ตาลอาจกำพร้าพ่อไปแล้ว”

ต่อเล่าย้อนไป4-5ปีก่อน ตัวเองเป็นร้อยเอก ตอนนั้นพิมที่เป็นพยาบาลกำลังตั้งท้องตาลได้ 3เดือน ต่อช่วงนั้นประจำการอยู่ทางภาคเหนือ และวันหนึ่งมีภารกิจนำกำลังเข้าจับกุมพวกขนยาเสพติด ในเทือกเขาแห่งหนึ่ง แล้วเกิดการปะทะขึ้น แล้วต่อได้รับอุบัติเหตุระหว่างการไล่ล่า ต่อเสียหลักลื่นตกจากเนินเขา ทำให้ขาหักทั้งสองข้าง รวมถึงหลังกระแทกอย่างแรง  ถ้าไม่เสื้อเกราะที่สวมอาจมีผลต่อสันหลังได้ ทหารด้วยต้องโรยตัวลงไปเอาร่างต่อขึ้นมาก่อนนำกลับมาที่ฐาน  ตอนนั้นอาการของต่อหนักมากเพราะเสียเลือดมากแต่ต่อไม่รู้ตัวเพราะฤทธิ์มอร์ฟีนที่ฉีดเข้าไปแถมยิ่งกว่านั้น  อากาศปิดหมอกลงหนาจัด เฮลิคอปเตอร์ที่ทุกคนได้ยินเสียงได้แต่บินวนลงมารับไม่ได้ ทหารในตอนนั้นตัดสินใจที่จะพาหามต่อใส่เปลเดินเท้าลงมาข้างล่างก่อน เพราะไม่รู้ว่าอากาศจะเปิดเมื่อไหร่ 

แต่ตอนนั้นจู่ๆก็ได้รับวิทยุจาก เฮลิคอปเตอร์ที่บินวนว่าให้เคลียร์ลานจอดเพราะกำลังจะลงจอดและเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นก็ฝ่าสายหมอกที่หนามาลงจอดที่ฐานได้ พร้อมรับร่างของต่อที่ไร้สติพาไป ร.พ. นักบินคนนั้นคือแม็กที่กล้าเสี่ยงเพื่อจะช่วยชีวิตเพื่อน แล้วต่อเล่าว่า

“เรื่องตอนนี้ พี่มารู้ที่หลัง ตอนฟื้นแล้ว แม็กมันระห่ำมากแต่ตอนมันมาเยี่ยมพี่  มันโกหกพี่ว่ามีช่วงฟ้าเปิดมันเลยตัดสินใจเอาเครื่องลง  แต่พี่รู้มาก่อนจากนักบินผู้ช่วยกับลูกน้องพี่ที่ฐานว่า ฟ้าไม่เปิดมันตัดสินใจของมันเอง  เล่นเอาช่างเครื่องกับนักบินผู้ช่วยขวัญหนีดีฝ่อ กับความบ้าของมันตอนนั้น”

“แล้วพี่ทำยังไงคะพี่ต่อ”

คราวนี้เป็นเสียงของนันที่เป็นฝ่ายถามขึ้นบ้างหลังจากนั่งฟังมาตลอด

“พี่ต่อด่า พี่แม็ก ว่าเสี่ยงโดยใช่เหตุ เอาเครื่องของหลวงมาเสี่ยงพร้อมชีวิตคนอื่น  ถ้าเครื่องชนภูเขาจะตายกันแบบเปล่าประโยชน์”

แตนที่นั่งติดกับนันอีกด้านเป็นฝ่ายตอบแทนพี่ชาย ทำเอาทุกคนหัวเราะ

“แล้วเพื่อนพี่เค้าว่ายังไงคะ”

นันได้ถามต่อ

“มันทำหน้าเฉยๆแล้วบอกว่า  แช่งกูเหรอ แล้วมันก็ไม่พูดอะไรต่อ  แถมวันที่พี่ถูกส่งกลับมารักษาที่กรุงเทพมันมาส่งด้วย ตอนขึ้นเครื่องมันยืนส่งตรงแลมป์ท้ายเครื่อง แล้วมันพูดยังไงรู้ไหม”

นันส่ายหัว  แต่แตนและต้องเริ่มหัวเราะ

“พี่จำได้ติดตา  มันใส่ชุดนักบินเคี้ยวหมากฝรั่งสวมแว่นกันแดด มันพยักหน้าให้พี่นิดนึงก่อน บอกว่าให้ รีบเข็นพี่ขึ้นไปเลย ตัวมันมีคิวจะบินต่อ เกะกะรันเวย์”

“นี่คือการขอบคุณของเพื่อนรักสองคนนี้  พ่อก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่แม็กได้รับคำชมนะเรื่องนี้ เพราะฝีมือล้วนๆและได้ 2ขั้นด้วย  ผู้ใหญ่ไม่กล้าตำหนิเท่าไหร่ ตอนนั้นก็เป็นข่าวนะ แต่ไม่บอกถึงเรื่องแม็กบอกแค่ต่อได้รับอุบัติเหตุจากการปะทะเท่านั้น”

“ใช่แล้ว”

ครั้งนี้ผู้เป็นแม่เสริมขึ้น

“แม็กเป็นคนอีโก้สูงมาก  แต่ถ้าวันนั้นเค้าไม่ทำแบบนั้น อาจไม่มีวันนี้  เพราะตอนมาถึง ร.พ.หมอบอกว่า ถ้าช้ากว่านี้อาจถึงตายไม่ก็ต้องตัดขาเพราะเสียเลือดมาก แม่กับพิมบินไปด่วนไปดูแต่ต่อเข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว ไอ้เราก็จะเป็นลม  แต่แม่พิมกลับเป็นลมไปก่อน ไหนจะท้อง ไหนจะช็อค  พอเจอแม็กแม่กอดขอบคุณไม่ปล่อย  แต่คำตอบสั้นๆคือ มันคือหน้าที่ครับแม่ ถึงไม่ใช่ต่อ  ผมก็ทำแบบนี้”

แตนพูดเสริมขึ้นมาว่า

“มันเป็นแบบนี้ไงละ  บ้านเราถึงรักพี่แม็กมาก พี่ต่อกลับมาเป็นปกติได้ทุกวันนี้เพราะพี่เค้ามีส่วน”

“ใช่แล้ว  ตอนเกิดน้องตาลแม็กก็ช่วยดูแลหลายเรื่อง  ช่วงนั้นต่อยังเดินไม่ได้ ยังกายภาพอยู่ยังต้องนั่งรถเข็น  แม็กก็เข็นรถพาต่อไปดูลูกที่ห้องพักเด็กแรกเกิด”

พิมเป็นฝ่ายพูดก่อนจับลูกมานั่งบนตักแล้วพูดต่อ

“แล้วก็อะไรก็ไม่รู้แม็กรักตาลมากขนาดลูกเพื่อนคนอื่นยังไม่ขนาดนี้  บิงโกนั่นก็ให้เป็นของขวัญเกิดเมื่อ 2ปีที่แล้ว ให้ไปเลือกถึงบ้าน ขนาดมีคนมาขอเยอะ แม็กกันให้ตาลก่อนใคร เครื่องบินเรือรบ รถถัง ที่เป็นชุดต่อจำลอง  ตาลอยากได้ ก็หยิบให้เลยทั้งๆที่หวงมาก ขนาดต่อเคยขอแม็กไม่ให้”

“คราวนี้เลยพ่ออยากได้ลำไหนให้ลูกขอแทน”

ต่อเป็นฝ่ายพูดเสริมจากคำพูดของภรรยาซึ่งเรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้

“งั้นเท่ากับว่า พี่แม็กเป็นนักบินที่เก่งมากเลยสิครับ”

ขิมเป็นฝ่ายถามขึ้นมา

“ใช่แล้ว คงมาจากเลือดพ่อกับเลือดลุงและความมั่นใจในฝีมือตัวเองสูง  เพราะปกติอากาศแบบวันนั้นนักบินหลายๆคนไม่กล้าเอาเครื่องลงแน่นอนแต่มันกล้า แถมแม็กมันบินได้ทั้งปีกตรึงปีกหมุน”

พอขิมทำหน้าสงสัยต่อเลยอธิบายเสริมว่า

“ปีกตรึงคือเครื่องบินทั่วไปนะ  ปีกหมุนคือคอปเตอร์”

ขิมพยักหน้าก่อนถามด้วยความสงสัยกับสิ่งที่ตัวเองสงสัยมานานว่า

“คือผมสงสัยอยู่อย่างนะครับ  เจอพี่แม็กมา 3-4 ครั้งแล้ว ผมก็ไม่กล้าถามเจ้าตัว จะถามต้องหลายครั้งแล้วก็ลืม วันนี้นึกขึ้นได้ ทำไมพี่แม็กผิวขาวจังครับ  มันไม่เหมือนคนไทยเลย หน้าพี่เค้าก็ไม่ใช่คนจีนหน้าก็ออกไทย”

“แถมปากก็แดงใช่หรือเปล่า”

ครั้งนี้แตนเป็นฝ่ายพูด ขิมพยักหน้า  ต้องเลยเป็นคนตอบข้อสงสัยกับแฟนตัวเองให้ว่า

“แม่พี่แม็กเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น  พี่แม็กเลยได้ผิวจากแม่มา คุณพ่อพี่แม็กก็ผิวขาวอยู่แล้วด้วย แถมได้ภาษาญี่ปุ่นมาด้วย  พี่แตนเลยใช้งานได้สบายๆ แล้วที่ตัวเองสนใจพี่แม็กขนาดนี้แอบมองจนถึงผิวอย่าบอกนะว่า.......”

“จะบ้าหรือแค่พี่เค้าดูขาวกว่าคนไทยเท่านั้น”  ขิมพูดพร้อมกับที่แตนร้องสวนมาว่า

“เฮ้ยๆๆ แค่ให้พี่เค้าช่วยไม่ได้ใช้”

แตนที่จริงๆแล้วภายนอกใครๆดูว่าเธอเป็นนคนกระโดกกระเดก ไม่เรียบร้อย ทั้งๆที่หน้าตารูปร่างดี ทั้งพ่อกับแม่และพี่ชายต่างตามใจทุกเรื่องไม่เหมือนน้องสาวคนเล็กที่สุภาพเรียบร้อย พูดขึ้นมาพร้อมนึกย้อนไปถึงวันรับกระบี่ของพี่ชาย เป็นวันแรกที่เธอรู้จักแม็กหลังจากได้ยินชื่อจากพี่ชายมานาน ที่พูดถึงเพื่อนที่ไปเรียนเมืองนอก ไม่ก็เอาจดหมายที่เพื่อนคนนั้นเขียนมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง  เธอเจอแม็กครั้งแรกตอนนั้นเธอเรียนอยู่ในชั้นปี 4ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอสะดุดตาทันที กับว่าที่ร้อยตรี ที่ดูผิวขาวสะอาดกว่าใครๆแถมยังหล่อจนใครๆเหลียวมามองโดยเฉพาะผู้หญิงเมื่อพี่ชายพาไปแนะนำให้กับพ่อและแม่ของเธอและเธอกับน้องสาว  หลังจากนั้นเป็นต้นมา แตนได้พยายามแอบถามเรื่องของแม็กกับพี่ชายตลอด ยิ่งเวลาแม็กมาทานข้าวที่บ้านเธอได้หาเรื่องคุยกับแม็ก ตลอดจนเธอรู้ตัวว่าตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว ยิ่งวันที่เธอรับปริญญาเธออยากให้แม็กมา  แต่แม็กก็ติดเรียนที่โรงเรียนการบินมางานรับปริญญาเธอไม่ได้  แล้วเธอก็แทบใจสลายเมื่อรู้ว่าแม็กตอนยศร้อยโทได้คบหากับแอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่งอยู่ ทั้งๆที่แตนนั้นแอบรักแม็กข้างเดียวมาตลอดโดยที่แม็กไม่รู้และแถมยังมองเธอเหมือนน้องของเพื่อนคนหนึ่งมาตลอด แต่แล้วก่อนที่แม็กจะไปเรียนต่อด้านการบินที่สหรัฐ แตนได้ข่าวว่าแม็กเลิกกับผู้หญิงคนนั้นแล้วทำเอาเธอมีความหวังขึ้นมา  จนแม็กกลับมา ทุกอย่างก็เหมือนเดิม  แถมแม็กดูเป็นคนเฉยๆมากขึ้นกว่าเดิมมีโลกส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นและแม็กยังมองเธอเหมือนเดิม แตนจึงได้ถอนความรักข้างเดียวกลับคืนมาแต่มันก็ไม่หมดจนถึงทุกวันนี้เธอก็ยังแอบมีใจให้แม็กฝ่ายเดียวเหมือนเดิม

“แล้วตอนนี้พ่อพวงมาลัยนี่คบหากับใครอยู่หรือเปล่าละ”

คราวนี้ผู้เป็นแม่ถามขึ้นมาโดยไม่เจาะจงว่าถามลูกชายหรือลูกสะใภ้เพราะรู้ว่าทั้งคู่ต้องรู้เรื่องของเพื่อนคนนี้เป็นอย่างดี สองสามีภรรยามองหน้ากันก่อนที่ต่อจะเป็นฝ่ายบอกว่า โดยไม่รู้ว่ามีสาวสองคนที่ตั้งใจฟังอยู่

“ไม่รู้เหมือนกันครับแม่  เห็นหมอคนนึงตามอยู่พักใหญ่ตอนนี้เป็นไงก็ไม่รู้  ไม่กล้าถามมัน ดีไม่ดีมันด่าเอา”

“แปลว่ามีคนเดียว”

ต่อส่ายหัว

“ที่ส่ายหัวนี่ ไม่รู้หรือยังไง”

“นับไม่ไหวครับแม่  ถ้าออกบัตรคิวนี่ไม่รู้ถึงเบอร์อะไรแล้ว  ทั้งสาว,สาวแก่,แม่หม้าย  ตามผู้พันแม็กกันเป็นพรวน แต่พี่แกเฉยๆ กำแพงที่กั้นไว้คงพังยากครับมันปิดตัวซะขนาดนี้ แถมโลกส่วนตัวยิ่งสูงขึ้นทุกวัน  ตอนนี้มันชีวิตมีแต่ ต่อโมเดลต่อกันพลา เล่นเกมส์เท่านั้น แต่จริงๆแล้วที่สาวๆหลายคนสนมัน  บางทีมันอาจจะมาจากที่เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของกิจการนำเข้าส่งออกดอกไม้และลุงกับป้าก็ไม่มีลูก  มรดกกองโตจะไปไหนเสีย”

“เสียดายแอร์ฯที่ชื่อกอล์ฟเน๊อะ”

คราวนี้ภรรยาเป็นคนพูดขึ้น

“นั่นสิ  เข้าใจผิดกันนิดเดียว  แถมมันก็ไม่ฟังอะไรเลยแล้วมันต่อเนื่องตอนมันจะไปอเมริกาด้วย เลยไม่ได้คุยกัน  เอาละพอแล้วอย่าคุยถึงมันมาก  ไอ้นี่มันเซ้นดี เคยนั่งคุยกลุ่มใหญ่แล้วแค่เอ่ยถึงมัน  มันขับคอปเตอร์ผ่านหัวพอดี มันวิทยุลงมาถามเลย นินทาอะไรกู”

ทำเอาทุกคนหัวเราะ โดยเฉพาะนันที่เธอได้ข้อมูลหลายๆอย่างโดยที่ไม่ต้องลงแรงอะไรมากนัก จนได้เวลานันได้ขอตัวกลับพร้อมกับบอกเพื่อนว่าจะรีบสรุปค่าใช้จ่ายมาให้และงานนี้เธอไม่เอากำไรเลย  เพราะเป็นของเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียน ต้องกับขิมเดินไปส่งเพื่อนที่รถที่จอดในบ้าน  โดยไม่รู้ว่าทั้งสองสามีภรรยามองมาจากบ้านอีกหลังนึง แล้วทั้งคู่มองหน้ากันก่อนที่พิมจะบอกว่า

“น้องนันนี่ทั้งสวยทั้งน่ารักนะตัวเองว่าไง”

“ก็ใช่นะ แล้วยังไง”

“ไม่รู้มีแฟนหรือยังเรื่องนี้ต้องถามต้องแล้ว คิดว่าเหมาะกับ ไอ้มหาบุรุษของเราไหม”

“จะจับคู่ให้มันหรือ  พิมอย่าไปยุ่งกับมันเลย”

“เฉยเหอะ ต่อ เค้าแอบดูตอนที่เราคุยกันเรื่องแม็ก นันทำเป็นเล่นกับตาลแต่หูฟังตลอดเลยนะ”

ต่อไม่ถามว่าเพราะอะไรภรรยาถึงรู้เพราะรู้ว่าเรื่องแบบนี้พิมดูคนเก่ง แล้วเรื่องของแตนทำไมต่อจะไม่รู้ว่า น้องสาวตัวเองหลงชอบเพื่อนสนิทของตนมานานแล้ว แต่แม็กไม่เคยมองแตนมาตลอด ต่อเลยทำเฉยๆเหมือนไม่รับรู้  เพราะถือเป็นเรื่องของน้องสาว

ในส่วนของเจ้าตัวที่ถูกเอ่ยกำลังขับเครื่องแบล็คฮอว์คก็จามขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ  ทำเอาผู้บังคับบัญชาที่วันนี้มานั่งมาด้วยและทำหน้าที่เป็นนักบินที่ 2 ได้หันมาถามลูกน้องคนโปรดว่า

“เป็นหวัดหรือวะ”

“เปล่านะพี่  อยู่ดีๆก็คันจมูกขึ้นมา”

พร้อมบ่นอุบอิบคนเดียวว่า

“แม่งใครนินทาวะ”

ฝ่ายนันหลังจากที่ขับรถออกจากบ้านเพื่อนสนิท โดยที่รู้สึกโชคดีโดยไม่คาดฝัน  ทำให้เธอรู้เรื่องผู้ชายคนนึงที่เธออยากรู้ว่าเค้าคนเป็นใครมาหลายปีซึ่งเธอกำลังคิดรวบรวมข้อมูลที่เธอได้ฟังมาวันนี้

“อ๋อ  ยศพันตรีทหารบก  เป็นนักบิน มิน่าละถึงดูดีเหลือเกิน  แถมมีเชื้อญี่ปุ่นด้วยผิวถึงได้ขาวปากแดงซะขนาดนั้น และยังไม่มีแฟนด้วย”

จริงๆแล้วนันเคยเจอแม็กมาแล้ว 3ครั้งและเธอรู้สึกสะดุดตาตั้งแต่เจอครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ครั้งแรกที่เจอ เธอเดินอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง  เธอมัวแต่ก้มดูโทรศัพท์และตอนเดินเลี้ยวเธอเกือบชนแม็กเข้าให้  โดยที่แม็กเป็นฝ่ายหยุดก่อนที่เธอจะเดินไปชน พอเธอเงยหน้าขึ้นเหมือนมีมนต์สะกดดึงดูดเธอจนลืมกล่าวคำว่า”ขอโทษ” ออกมาแม็กยิ้มให้เธอนิดนึงก่อนเดินหลบให้  ทำเอานันหันไปมองแม็กที่เดินหายไปท่ามกลางผู้คน ครั้งที่ 2เมื่อปีที่แล้ว นันไปกับแฟนคนที่เลิกไปแล้วนันเห็น แม็กที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งถึงยังไงเธอก็ไม่เคยลืมผู้ชายที่เธอเกือบเดินชนคนนี้ ซึ่งไม่รู้เป็นเพราะอะไรนันก็บอกกับตัวเองไม่ได้ เธอนั่งอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของแม็กไม่เท่าไหร่  วันนั้นแม็กไปกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นหมอ  ที่นันรู้เพราะหมอผู้หญิงคนนี้ออกทีวีให้สัมภาษณ์รายการต่างๆบ่อยมาก ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันพอสมควรในสายตาของเธอทำเอาเธอแอบผิดหวังเล็กน้อย ที่คิดว่าคู่นี้เป็นแฟนกัน  และอีกครั้งเมื่อ2-3 เดือนที่ผ่านมานี่เอง  นันไปทานข้าวกับเพื่อนกลุ่มใหญ่  และเจอแม็กที่นั่งกินคนเดียวอยู่แล้ว และแม็กก็ตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มเพื่อนเธอที่เอาเรื่องหน้าตาของแม็กมาคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ทุกคนคิดว่าเจ้าตัวไม่รู้ตัวและไม่สนใจ  เพราะเจ้าตัวมัวแต่ดูไอแพดอย่างเดียว

“แปลกดีเหมือนกันทำไมอยู่ดีๆเราถึงมาสนใจผู้ชายคนนี้ได้  จนเก็บมาอยู่ในความทรงจำ ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้  และก็ไม่ใช่ผู้ชายแบบที่เราชอบซะหน่อย”

นันคิดพร้อมกับยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว  เพราะตั้งแต่เธอเลิกคบกับแฟนแล้วมีผู้ชายมาจีบเธอเยอะมากทั้งเจ้าของบริษัทหรือหนุ่มในสังคมไฮโซ แต่เธอไม่สนใจแล้วนี่จู่ๆเธอกลับเอาเรื่องของแม็กมาคิดเพราะอะไรเธอก็ยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 31, 2016, 08:47:27 pm โดย twintower »

*

ออฟไลน์ thanee

  • Full Member
  • **
  • 199
  • 237
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 11:52:01 pm »
เนื้อเรื่องน่าติดตามมากเลยครับ โดยส่วนตัวผมชอบแนวนี้นะครับน่ารักดี รอติดตามตอนต่อไปอยู่นะครับ

*

ออฟไลน์ earlybird

  • Senior Member
  • ****
  • 626
  • 814
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 12:02:38 am »
น่าสนใจดี ว่าจะต่อเนื่องยังไง แต่ดุว่าสนุกแน่ ถ้าไม่นอย ก้จัดมาอีกนะ รอให้กำลังใจ ::DookDig::

*

ออฟไลน์ pd19811983

  • Junior Member
  • ***
  • 304
  • 328
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 05:49:16 am »
สนุกน่าติดตามครับ
ชอบแนวนี้เหมือนกันครับ

*

ออฟไลน์ swss2511

  • Gold Member
  • *****
  • 1079
  • 734
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 07:24:35 am »
บุพเพสันนิวาสไม่แคล้วจะได้คู่กัน

*

ออฟไลน์ kabyala

  • Gold Member
  • *****
  • 1052
  • 1044
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 12:08:41 pm »
นิยายดีๆไม่จำเป็นต้องมีบทเลิฟซีนเสมอไปครับ อ่านแล้วได้ความรู้สึกอินไปกับตัวหนังสือทุกตัวที่ท่านนักแต่งเขียนออกมาก็สนุกแล้วครับ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ gamemer

  • Junior Member
  • ***
  • 356
  • 296
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 12:20:00 pm »
คือผมก็ชอบนะแต่ผมอยากรู้ว่าตัวละครมีใครมั้งอ่ะครับมันเยอะบ้างทีผมก็งงถ้ามีรูปก็คงดี  ::DookDig::

*

ออฟไลน์ psm_mach

  • Junior Member
  • ***
  • 360
  • 273
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 04:14:43 pm »
ชอบครับ ขอบคุณที่นำมาลงให้อ่าน บทเซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องมีทุกตอนหรือมีมากๆหรอกครับ(ความเห็นส่วนตัว คนอื่นอาจไม่เห็นด้วย) ขอให้เป็นไปตามเนื้อเรื่องและบุคคลิกของตัวละคร จะดูเป็นธรรมชาติกว่า

*

ออฟไลน์ 2000HP

  • Full Member
  • **
  • 99
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 09:07:19 pm »
ขอบคุณครับ. อ่านเพลินดีจังเลย. แต่ตอนนี้ผมยังงงๆตัวละครอยู่55555

*

ออฟไลน์ kenwin

  • Junior Member
  • ***
  • 501
  • 574
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 09:28:23 pm »
น่าติดตามครับ
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ therasak

  • Gold Member
  • *****
  • 1112
  • 636
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 11:26:41 pm »
หวานกุ๊กกิ้กจริง ๆ ใครจะพิชิตใจนักบินของเราได้หนอ

*

ออฟไลน์ haosama

  • Junior Member
  • ***
  • 323
  • 123
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2016, 10:15:36 am »
น่าติดตามชม ขอบคุณมากครับ  ::Thankyou::

*

ออฟไลน์ oneaom

  • Tiny Member
  • *
  • 24
  • 55
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2016, 02:28:15 pm »
จะรออ่านต่อนะครับ ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ birddybdy

  • Junior Member
  • ***
  • 503
  • 588
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2016, 10:38:54 pm »
ขอบคุณครับท่าน

มีเรื่องใหม่มาให้ติดตามอีกแล้วนะครับ

แค่ตอนแรกก้อรู้สึกเนื้อเรื่องน่าติดตามมากแล้วครับ

จะรอติดตามผลงานของท่านต่อไปนะครับ

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Senior Member
  • ****
  • 992
  • 734
  • ถึงจะไม่หล่อเฟี้ยวแต่เจี๊ยวเรืองแสงนะครับ
    • ดูรายละเอียด
Re: รักแรกเจอ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2016, 03:27:30 am »
เกริ่นปูเรื่องเบาพอให้พอติดตามลุ้น
ป.ล. จริงส่วนคัวผมโครคขอบทรงของเครื่องแบล็คฮอกเลยนะ แค่เห็นก็ฟินละท่าผู้นเขียนเองก็มีความรู้ด้านนี้เยอะมากเลยนะครับ ผมว่าท่านต้องทำงานในแวดวงนี้แน่ๆ ขิบคุณที่แต่งเรื่องให้อ่านนะครับ
เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ