ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu

GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 9 ตอนพิเศษ–ความรักและความฝัน

เริ่มโดย Pem Samsan, กุมภาพันธ์ 10, 2017, 07:36:06 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Pem Samsan

GhostWriter ภาคเวนิสพิศวาส ตอนที่ 9 ตอนพิเศษ–ความรักและความฝัน
-------------------------------

---- 9.1 ข้าคือนาฬิกา ----

ข้าคือนาฬิกา นับตั้งแต่ 3,500 ปีก่อน ข้าได้ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกแสนยุ่งยากใบนี้
มนุษย์รู้จักข้าในนามของนาฬิกาแดด แต่ความจริงแล้วข้ากำเนิดมานานนักนับตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างโลกใบนี้แล้ว ข้าถือกำเนิดมาพร้อมกับที่พระเจ้าตรัสว่า "จงให้มีความสว่าง" แล้วความสว่างก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับข้า

มนุษย์อย่างพวกเจ้ามักคิดว่าซาตานคือผู้ครอบงำความคิดและจิตใจของมนุษย์ เป็นเจ้านายเหนือดวงใจมนุษย์ ข้าอยากจะหัวเราะเสียเต็มประดา เจ้าทั้งหลายนะตกเป็นทาสของข้ายิ่งกว่าตกเป็นทาสของเจ้าซาตานเสียอีก เจ้าเป็นทาสข้าในนามของเวลา ชั่วโมง นาที และวินาทีที่พวกเจ้าสร้างขึ้น นี่คือนัยสำคัญของเรื่องนี้

น่าหัวร่อเสียจริง เจ้าลองคิดดูซิว่าจริงหรือไม่ เวลาตื่น เวลากิน เวลาพัก ฯลฯ
ข้าไม่อยากจะจาระไนในสิ่งที่เจ้ายอมตกเป็นทาสของข้าเท่าไรหรอก เช่นเดียวกับหนุ่มสาวในเรื่องนี้ ทั้งนายกาญจน์ กับหญิงโม ทั้งสองต่างก็เป็นทาสของข้าอย่างแสนสาหัสอยู่ในขณะนี้ เจ้าทั้งสองนี้ อาจจะเลี่ยง ๆ จากอำนาจของข้าไปได้บ้างในโมงยามที่พวกเขาอยู่ ณ เวนิส

แต่เมื่อพวกเขาทั้งสองกลับไปยังเมืองไทยอันเป็นแหล่งหลักพักพิงของพวกเขา เจ้าทั้งสองนั่นก็ระงมจ่อมจมอยู่ในห้วงของเวลาอันเป็นอำนาจของข้าเหมือนเดิม ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ตั้งแต่วันที่นายกาญจน์กลับมาจากเวนิส ข้าให้แสนประหลาดใจเหลือแสน ทำไมวัน ๆ เจ้าหมอนั่นเฝ้าวนเวียนยกข้าขึ้นดู, ดูแล้วดูเล่า ดูแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์นวนิยายเรื่องใหม่ของเขาต่อไป อีกพักก็ยกข้าขึ้นมาดูอีก ซ้ำ ๆ ซากอยู่แบบนี้แหละ โดยเฉพาะยามนอนเจ้าหมอนี่คอยแต่เพ่งสายตาจ้องข้าบนฝาผนัง กว่าจะหลับตาลงไปได้ ข้าก็เดินทางเข้าสู่เขตของวันใหม่แล้วทุกคืน

ข้ากลับไปมองหญิงโม เอ๊ะ..น่าประหลาดใจเหมือนกันอีก หรือว่าพวกนี้ไปติดเชื้อร้ายมาจากเวนิส ข้าย้อนอดีตตัวเองกลับไปดู ช่างแสนประหลาดอัศจรรย์ใจ พวกเขาทั้งสองเหมือนลืมข้า  เหมือนกับข้านั้นไม่มีอยู่ พวกเขาหลุดรอดไปจากอำนาจบังคับของข้า อย่างน่าแปลกประหลาด ทั้ง ๆ ที่นายกาญจน์เองก็มีข้าอยู่กับข้อมือเขาแท้ ๆ แต่ข้ากลับไม่มีอำนาจบงการอะไรพวกเขาได้

ตอนนั้น...ข้าออกจะประหวั่นใจอยู่เหมือนกัน หรือว่าข้าจะไม่สามารถมีอิทธิพลต่อพวกเขาได้อีกแล้ว แต่ตอนนี้นะหรือ ข้าบันเทิงใจเต็มเปี่ยม พวกเขาทั้งสองคนไม่เพียงอยู่อำนาจบังคับบัญชาของข้าเท่านั้น พวกเขายังทำตัวยิ่งกว่าแค่เป็นทาสของข้าเสียอีก แปลกแต่จริงสองคนนี้

หลังจากพวกเขากลับมาเวลาผ่านไปแต่ละชั่วโมง ทั้งนายกาญจน์และหญิงโมเหมือนยาวนานเสียเกิน ถอนใจในแต่รอบเวลานับครั้งไม่ถ้วน โมงยามผ่านไปด้วยความยากลำบาก ข้าไม่ได้อยากทรมานพวกเขาหรอก แต่พวกเขาทรมานตัวพวกเขาเอง
เกือบเดือนมานี่...ช่างน่าสงสารจริง ๆ

---- 9.2 ข้าคือโนเกีย N79 ----

ข้าคือโทรศัพท์มือถือคู่กายของนายกาญจน์ เขาใช้ข้าติดต่อทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัว
ข้ารู้เรื่องของเขาดี ชีวิตของนายกาญจน์นี่ไม่มีความลับอะไรที่ข้าจะไม่รู้ เพราะเขาคือเจ้านายของข้า, ข้ามอบชีวิตจิตใจนี้เพื่อเขาคนเดียว

วันนี้นะหรือ...ข้าหงุดหงิดเจ้านายของข้าเสียเต็มประดา อะไรของเค้ากันนะ ?
หยิบข้าขึ้นมาลูบ ๆ คลำ ๆ ด้วยความรักใคร่ กดปุ่มเลือกจะส่งข้อความ จิ้มไปจิ้มมาอยู่นั่นแหละ กว่าจะได้สักคำหนึ่งแสนยาก ส่วนถ้อยคำนะหรือ ข้าไม่เคยเห็นนายกาญจน์ทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ถ้อยคำก็มีแค่เพียงคำว่า "คิดถึง..คิดถึง... ฯลฯ" พิมพ์คำซ้ำ ๆ ซาก ๆ กันอยู่นี่แหละ แล้วนายกาญจน์ก็ถอนหายใจยาวเฮือก กดปุ่มยกเลิกการทำงานไปเสียเฉย ๆ งั้นแหละ ข้าตกใจมากกลัวว่านายข้าจะพลาดท่า จึงรีบถามย้ำว่า "จะลบแน่หรือ ?" แล้วตามด้วย "ใช่, ไม่ใช่" นายกาญจน์เจ้านายของข้าไม่ลังเลแม้แต่นอนรีบกดตอบยื่นยันว่า "ใช่" เฉยเลย ข้อความที่พิมพ์ว่า "คิดถึง ๆ ๆ ๆ ๆ" เกือบเต็มหน้านั้นสลายหายวับไปในชั่วพริบตา

เจ้านายข้าถอนหายใจยาวแล้ววางข้าเอาไว้ข้าง ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หันไปพิมพ์นวนิยายของเขาต่อไป ส่วนข้าเองก็พยายามที่จะแสดงอาการเห็นใจ เข้าใจและรู้ใจว่านายข้าจะส่งข้อความนี้ไปให้ใคร แต่ข้าทำได้เพียงนิ่งเงียบอย่างจำยอม ข้าไม่บอกท่านหรอกว่าเจ้านายข้าจะส่งข้อความนี้ไปให้ใคร (แต่ข้าคิดว่าพวกท่านคงแอบรู้กันแล้ว)

ข้ารักเจ้านายคนนี้ของข้ามาก เพราะว่าเขาใช้ข้าอย่างถนอมและนุ่มนวล  เขาไม่เคยมีอารมณ์โหดร้ายทารุณข้าเลยแม้สักแค่ครั้งเดียว ตอนอารมณ์ดีนายของข้าคนนี้เอาผ้าชุบครีมขาว ๆ มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน

แม้ยามอารมณ์เสียเนื่องจากงานหรืออะไรก็ตาม
อย่างมากที่สุดเขาก็แค่กดปุ่มปิดเครื่องข้าไปเท่านั้นเอง
นายข้าไม่เคยโยน ไม่เคยเขวี้ยง ไม่เคยเอาน้ำหรือเครื่องดื่มใด ๆ มาราดรดตัวข้า
ข้ากลัวน้ำอย่างที่สุด ไม่ว่าน้ำอะไรทั้งหมด แต่อย่าเข้าใจผิดเชียวข้าก็ไม่ได้เป็นโรคสุนัขบ้าหรอกนะ ข้าแค่กลัวน้ำเฉย ๆ ไม่ชอบ ตับไตไส้พุงของข้าไม่ชอบ

---- 9.3 ฉันคือโนเกีย 5800 Xpress ----

ฉันอยู่กับนายหญิงคนนี้ของฉัน ตั้งแต่ฉันเริ่มเดินทางเข้ามาในประเทศไทยใหม่ ๆ
ฉันรับใช้นายหญิงของฉันอย่างดี จนผู้ให้กำเนิดฉันทำการปรับเปลี่ยนความสามารถของฉันใหม่อีกครั้ง นายหญิงของฉันรีบพาฉันไปให้ทางศูนย์จัดการให้ พวกนั้นเรียกกันว่าอัพเกรดเฟริมแวร์ ตอนแรกที่นายหญิงพาฉันไปนั้น ฉันหวั่นใจอยู่มากเหมือนกันว่าฉันจะยังคงเป็นฉันคนเดิมอยู่หรือเปล่าหนอ ?

ฉันอาจจะหายสาบสูญไปจากโลกใบนี้ก็เป็นได้ ฉันเศร้าโศกเสียใจจริง ๆ แต่ทำไงได้ละ
แม้ฉันจะรักนายหญิงแค่ไหน แต่เมื่อเป็นความต้องการของนายหญิง ฉันก็ต้องยอม และยอมเสมอ

แต่โชคดีมาก ๆ การอัพเกรดอย่างที่ว่า มันเพียงไปเปลี่ยนบางส่วนของฉันเท่านั้น
จิตวิญญาณของฉันยังเหมือนเดิม ฉันยังจำนายหญิงของฉันได้เหมือนเดิม
ฉันรักเขาหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนระหว่างเราทั้งสอง

เฮ่อ..ท่านเอ๋ย ตอนนี้นายหญิงของฉันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ทราบได้
ตั้งแต่เดินทางไปเที่ยวกลับมา เธอไปไม่นานหรอกประมาณเท่าไหร่หรอก
ตอนอยู่ต่อหน้าผู้คนทั่วไป เธอก็ทำท่าว่าสนุกสนานร่าเริงและเก่งเหมือนกับเธอคนเดิม
แต่พออยู่คนเดียวนี่ซิ นายหญิงของฉันเป็นคนละคน เธอไม่เหมือนเดิม ดวงตาเธอเหม่อลอย คอยแต่จะมองเจ้านาฬิกา-นาฬิเกอยู่นั่นแหละ แล้วหันมาจับฉันขึ้นลูบ ๆ คลำ ๆ
อย่างหลังนี่ฉันชอบเหลือเกิน ฉันสบายเนื้อตัวจนอยากจะสั่นดิ๊ก ๆ อยู่ในมือของเธอ
แต่ฉันก็ได้เพียงคิดเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีใครเรียกเข้ามา หรือเธอกดอนุญาตฉันก็ต้องสงบเสงี่ยมอยู่แบบนี้

ตอนนี้เธอหยิบฉันขึ้นมา แล้วกดไล่ตามรายชื่อ รูปของผู้ชายคนนั้นนะเอง
เธอกดไล่ขึ้นไล่ลงระหว่างรูปผู้ชายคนที่หนึ่งที่เธอตั้งชื่อว่า 'พี่กาญจน์' กับอีกรูปที่ตั้งชื่อว่า 'พี่โอ๊ค' เธอกดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนฉันชักรำคาญขึ้นมาดนิด ๆ
กดมาก ๆ เดี่ยวปุ่มของฉันก็พังหมดกันพอดี เดี่ยวมาหาว่าฉันงอแงอีก
จะกดปุ่มสีเขียวซ้ายสุดเพื่อทำการโทรไปหาเธอก็ไม่ทำสักกะที
กดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ไม่ยอมเลิก

ฉันภาวนาว่าให้เธอกดปุ่มเขียวซ้ายสุดเพื่อโทรออกเสียทีจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ฉันก็ได้เพียงภาวนาครั้งแล้วครั้งเล่า เอ๊ะ...ฉันนึกดีใจที่เธอออกแรงลงที่ปุ่ม
แต่เธอก็ยังอยู่ไม่ยอมกดโทรออกตรงปุ่มสีเขียว แล้ว..เธอดันยกนิ้วไปกดปุ่มสีแดงขวาสุดยกเลิกรายการเสียนี่

เฮ่อ...นายหญิงโมของฉันเอ๊ย  เป็นอะไรไปนี่ ตั้งแต่ฉันอยู่กับเธอนับปี เธอไม่เคยมีอาการเช่นนี้เลย นายหญิง...นายหญิงของฉันเป็นอะไรไป.....

---- 9.4 ข้าคือชาอู่หลง ----

เอ..ตั้งแต่กลับมาจากตากอากาศ นายกาญจน์มันเป็นอะไรหรือนี่ ?
ข้าได้ยินเจ้านาฬิกากับเจ้าโทรศัพท์มันบ่นอุบอิบ ๆ ไปตาม ๆ กัน
ทั้งเจ้านาฬิกาและเจ้าโทรศัพท์ต่างพูดเหมือนกันว่า
"นายกาญจน์มันเอาหัวใจไปทิ้งที่เมืองเวนิสเสียแล้วกระมัง... ? ?"
ข้าไม่อยากเชื่อหรอก เพราะข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยทั้งสิ้น
ก็ตอนที่นายกาญจน์ไปนะไม่ได้พาข้าไปด้วยนี่นา ข้าได้แต่น้อยใจอยู่
กลับมาก็ได้แต่นึกว่าความสัมพันธ์ของเราจะเหมือนเดิม แต่ข้าเข้าใจผิด
เกือบเดือนมานี่เขาไม่เอาข้าออกจากตู้เย็นแม้แต่ขวดเดียว

หรือตอนนี้รสนิยมของเขาเปลี่ยนไป เขานอกใจข้าไปเสียแล้ว
เห็นบอกกับใคร ๆ ว่าชอบข้าที่สุด คือ ข้าไม่มีน้ำตาล และรสชาของข้านะชาอย่างแท้จริง
ข้าได้ยินนายกาญจน์บอกใคร ๆ แบบนี้ข้าแทบกระโดดตัวลอยเข้าไปกอดหอมแก้มแล้วบอกว่านายกาญจน์ดีที่สุด

ข้าแสนสงสารนายกาญจน์เป็นที่สุด ได้แต่เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง
แต่ดูแล้วนายกาญจน์ก็ไม่ได้ป่วยไข้ นายกาญจน์เป็นอะไรไป เพื่อนคนอื่นของข้าว่าไง

---- 9.5 ข้าคือคอมพิวเตอร์เดสทอป ----

ข้าคือหัวใจการทำงานของท่าน งานของท่านจะก้าวหน้าได้ดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับข้า
ขุมพลังที่ข้าได้รับมาจาก "พระเจ้าอินเทล" นายท่านเชื่อตามที่พระเจ้าอินเทลบอกว่า
"อินเทลอินไซด์" นายท่านลงทุนซื้อข้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ด้วยเงินมากกว่าสามหมื่นบาท
ท่านพอใจข้าเป็นอย่างยิ่ง ตอนแรกท่านทนใช้เพราะท่านหานังเมียมาให้ข้าชื่อ "นังวิสต้า"
อยู่ด้วยกันแล้วเธอชอบทำให้ข้าอึดอัดขัดเคืองบ่อย ๆ เพราะเธอใช้ทุกอย่างสิ้นเปลืองเหลือเกิน

ข้าเองก็อึดอัดและต้องทนร่วมกับนังวิสต้า มันโลภมากจริง ๆ จุกจิกจู้จี้ขี้บ่น เรื่องมาก
นายท่านทนเห็นข้าอยู่กับนังวิสต้าได้ไม่ถึงสองเดือนดี ท่านพานังเอ๊กซ์พีให้มาอยู่กับข้าแทน

โห..นังนี่นายท่านบอกว่าเวิร์คมาก ๆ แหม...ถึงจะแก่ไปสักนิดสักหน่อย
เรือนร่างของเธอไม่อวบอัดรัดรึงใจ นมต้มก็งั้น ๆ ไม่หวือหวาตาหวานเหมือนนังวิสต้า
แต่เธอก็มีข้อดีที่ไม่จู้จี้ขี้บ่น กินน้อยใช้น้อยด้วย เธอประหยัด เธอพอเพียง
นายท่านพอใจนังเอ๊กซ์พีอย่างที่สุด นายท่านเปรยกับข้าว่า
"ข้า..ตกลงให้นังเอ๊กซ์พีมาเป็นเมียของเจ้า คอยดูแลช่วยบริหารจัดการทุกอย่างให้เจ้า
ข้าเตือนเจ้าก่อนนะเว้ย อย่าไปงอแงกับเธอมากนัก เจ้ามีความสุข เธอมีความสุข ข้าก็มีความสุข งานต่าง ๆ ของข้าจะได้ราบรื่น ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจข้านะ"

ข้าจำขึ้นใจตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นังเอ๊กซ์พีมาเป็นเมียรักของข้า เธอแคล่วคล่องว่องไว
ปราดเปรียว น่ารักน่าชังเสียเหลือเกิน แม้จะแก่ไปนิด ๆ ก็ตาม (ฉันไม่ได้ว่าเธอแก่มาก อิอิ) อีกอย่างเธอไม่กวนใจข้าขอนั่นขอนี่จนเกินแก่เหตุเกินกาล ข้าสบายใจขึ้นมากทีเดียว
ของแบบนี้มันก็ได้อย่างเสียอย่าง ถ้าให้ข้าเลือกนั่งเอ๊กซ์พีกับนังวิสต้า
ข้าคงบอกกับท่านว่าตอนนี้ข้าพอใจนังเอ๊กซ์มันมากกว่า ก็ข้าไม่ชอบพวกขี้ขอนี่นา
ข้าต้องรับใช้นายท่านทุกวัน ๆ ละหลายชั่วโมง
ข้าไม่เคยเกเร ไม่เคยงอแง มีอะไรข้าช่วยนายท่านได้ข้าเต็มใจอย่างยิ่ง

เรื่องราวที่ท่านนั่งพิมพ์บันทึกเอาไว้ในตัวข้า นับตั้งแต่เรื่องเพื่อเงินอันเป็นอาชีพหลักแล้ว
นายท่านยังพิมพ์บทความ และก็...ก็...เรื่อง อุ๊ ๆ อู้วววววว มาให้อ่านกันนี่แหละ
เรื่องเหล่านี้ใช้เวลาว่าง ๆ เวลาพักผ่อนพิมพ์ขึ้นมา สนุกบ้าง ไม่สนุกบ้างก็แล้วแต่เรื่อง

แต่ช่วงนี้นี่ซิท่านเอ๋ย นายท่านของข้าชักมีอาการแปลก ๆ ไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว
นับตั้งแต่นายท่านทิ้งข้าให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวเอ้กา คลุมผ้าเอาไว้อย่างดี
ทำให้นังเอ๊กซ์พีภรรยารักของข้าพลอยหายจ๋อมไม่มาเยี่ยมเยียนข้าเลย
ถึงตอนที่นายท่านกลับมาจากการพักผ่อน มาถึงเก็บข้าวของเสร็จท่านคงคิดถึงข้า
รีบมาเปิดข้าทันที ข้าร้องอูแว้ง ๆ ดีใจสุดขีดที่ข้าได้พบกับนังเอ๊กซ์พีสุดที่รักสุดสวาทบาดใจ เมื่อข้าประสานใจกับนังเอ๊กซ์พีเรียบร้อย นายท่านก็เปิดโปรแกรมประจำที่ใช้ทำงาน ความคุ้นเคยที่หายไปเกือบครึ่งเดือนกลับมาเหมือนเดิม ข้าแสนจะดีใจเหลือเกิน

เอ๊ะ..ไม่ใช่สิ ไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด ข้ารู้สึกว่านายท่านไม่เหมือนเดิม
ข้าสัมผัสได้จากนิ้วที่จิ้มลงบนคีย์บอร์ดได้ว่าท่านหม่นหมอง หดหู่ เหมือนคนไม่ได้เอาหัวใจกลับมาด้วย หรือว่าท่านไปทำหัวใจตัวเองหล่นหายในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว

เอ..เรื่องนี้เจ้าโน้ตบุ๊กจะรู้เรื่องด้วยหรือเปล่า ข้าก็ไม่ทราบ
เพราะตั้งแต่นายท่านกลับมา ท่านไม่เคยเปิดเจ้าโน้ตบุ๊กเลยแม้สักครั้งเดียว
ข้าไม่สามารถเชื่อมโยงจิตใจกับเจ้าผู้โชคดีที่ได้ตามนายท่านไปได้ทุกที
ขอบอก ๆ ข้าไม่ได้อิจฉามันหรอก เพราะยังไง ๆ ข้าก็เจ๋งกว่ามันอยู่แล้ว

ช่วงนี้ท่านพิมพ์เรื่องเร็วมาก ๆ เหมือนทุ่มพลังเฮือกสุดท้ายยังไงยังงั้น
จากการที่ข้าเฝ้ามองข้าผ่านเคอร์เซอร์ที่กระพริบวิบ ๆ
ข้ารู้สึกได้เลยว่านายท่านใช้สมองแต่ไม่ได้ใช้หัวใจ งานก้าวหน้าแต่ใจว่างเปล่า
นี่..นี่..แสดงว่าหัวใจของท่านหายไปแน่นอนอย่างนั้นเหรอ ?

---- 9.6 หนูคือโน๊ตบุ๊ก ----

แหม ๆ พี่เดสทอปตัวร้าย ใจร้าย พอได้โอกาสก็เป็นต้องเหน็บใส่หนูเชียวนะ ไม่รักก็สงสารหนูบ้างเถอะ  หนูนะไม่เคยที่จะพูดอะไรที่ไม่ดี ๆ ของพี่เดสทอปเลยแม้แต่ครั้งเดียว
หนูเฝ้าบอกกับใคร ๆ เสมอว่า พี่เดสทอปนะเป็นพี่ชายที่แสนดี พี่เดสทอปเกิดมาก่อน โตมาก่อน  เป็นพี่ชายที่หนูทั้งรักและบูชาอยู่เสมอ แต่เนื่องจากหนูถูกพระเจ้าสร้างมาให้เล็กบอบบาง น่าทนุถนอม  เจ้านายผู้เป็นเจ้าของหนูจึงชอบที่พาหนูไปยังที่ไหน ๆ เสมอ และคอยดูแลรักใคร่ใส่ใจ เพราะหุ่นหนูน่าดูน่าชมนี่นา

พี่เดสทอปจะอิจฉาหนูไปทำไมกันละค่ะ งานนี้หนูไปถึงเวนิสแดนพิซซ่า
แต่ก็ไม่ได้ไปทุกทีแหละคะ นายท่านให้หนูเฝ้าห้อง กลับจึงค่อยเปิดแต่ไม่ได้ทำงาน
เพราะนายท่านกาญจน์และนายหญิงโมนะทั้งสองไม่มีเวลาว่างตอนอยู่ในห้องหรอกคะพี่เดสทอป

หนูไม่บอกหรอกว่าไม่ว่างเพราะอะไร จ้างให้พี่เดสทอปก็เดาไม่ออก
และหนูก็จะไม่ยอมแชร์รูปภาพให้พี่เดสทอปได้ดูด้วย โกรธแล้วละนะ
เมื่อไหร่ที่นายท่านกาญจน์เปิดและเชื่อมหนูกับพี่เดสทอป วันนั้นคอยดูเถอะหนูจะเล่นตัวให้เข็ดเชียว

มาบอกถึงเรื่องนายท่านเถอะ หนูสารภาพตามตรงนะนายท่านกาญจน์นั้นรักนายหญิงโมเป็นที่สุด นี่หนูพูดตามที่หนูเห็นกับตานะ ทั้งสองรักและดาวน์โหลดโปรแกรมเสริมเข้าสู่กันและกันบ่อยม๊ากมาก  เอ...มีปลั๊กอินแล้วมันมีปลั๊กเอาท์บ้างหรือเปล่า เรื่องนี้หนูไม่ทราบจริง ๆ เรื่องของมนุษย์นี่

แต่คืนก่อนจะเดินทางกลับจากเวนิส หนูเห็นนายหญิงโมมานั่งมองพระจันทร์แล้วน้ำตาไหลอาบแก้ม นายหญิงโมกัดฟันแน่นไม่ยอมให้เสียงสะอื้นหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว
ท่านร้องไห้แล้วหันไปมองนายท่านกาญจน์บ่อย ๆ ตอนนั้นนายท่านกาญจน์หลับสนิทอยู่บนเตียง

ก่อนที่นายท่านกาญจน์จะหลับสนิท ทั้งสองก็ทำการดาวน์โหลดและติดตั้งปลั๊กอินกันอีกอย่างเมามัน หนูรู้สึกว่าปลั๊กอินตัวนี้มันเวิร์คมาก ๆ ปลั๊กอินตัวนี้ใช้โต๊ะเครื่องแป้งเป็นส่วนประกอบในการติดตั้ง นายหญิงโมมีความต้องการใช้ปลั๊กอินตัวนี้เป็นที่สุด นายท่านกาญจน์ก็เลยทำการติดตั้งและรีบู๊ตเพื่อทำงาน หนูเฝ้าดูการทำงานของปลั๊กอินเป็นชั่วโมง ก่อนที่นายท่านกาญจน์และนายหญิงโมสรุปออกมาตรงกัน ท่านบอกว่า ปลั๊กอินตัวนี้ทำงานเวิร์คที่สุด ๆ เวิร์คมากกว่าปลั๊กอินทุกตัวที่นายท่านกาญจน์ทำการติดตั้ง

จากนั้นนายท่านกาญจน์ก็ทำอะไรน่ารัก ๆ โดยให้นายหญิงโมขี่หลังไปเข้าห้องน้ำ
ข้าไม่เห็นหรอกว่าในห้องน้ำท่านทำอะไรกัน หรือว่าท่านติดตั้งปลั๊กอินกันอีกครั้งหรือเปล่า ? แต่พอออกจากห้องน้ำท่านทั้งสองก็นอนคลอเคลียหนุงหนิงกันจนหลับไป

หนูสงสารนายหญิงโมมากเหลือเกิน ตอนนั้นหนูสะลึมสะลือเหตุการณ์จึงเหมือนกับฝันก็ว่าได้ หนูเห็นมีคนสองคนมาหานายท่านโม คล้าย ๆ นะหนูไม่ขอยืนยัน
ท่านทั้งสองมาอวยพรนายหญิงโมขอให้สมหวัง แต่แปลกที่ทั้งสองอยู่ ๆ ก็ปรากฎขึ้น
อยู่ ๆ ก็หายไปเฉย ๆ หนูไม่มีข้อมูลของบุคคลทั้งสอง หนูแปลกใจจนถึงเดี่ยวนี้
กะว่าเมื่อนายท่านกาญจน์ออนไลน์ หนูจะเข้าไปสืบค้นผ่านกูเกิ้ลเสียหน่อย
หนูรักนายหญิงโมมากเพราะเราหัวอกเดียวกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกัน
และก็สวยมาก ๆ ด้วยกันทั้งคู่ ไม่เหมือนพี่เดสทอปที่หยาบ หนา ไม่ละเอียดอ่อน
อีกอย่างพี่เดสทอปชอบเอาแต่ใจตัวเองไม่ค่อยจะเห็นอกเห็นใจใครเขาหรอก...ใช่เปล่า ?

---- 9.7--- ข้าคือหนังสือ ----

ข้าต้องอธิบายต่อท่านทั้งหลายก่อนว่า "หนังสือ" ไม่ได้หมายถึงเล่มใดเล่มหนึ่งโดยเฉพาะ
แต่หมายถึงหนังสือจำนวนมากมายที่เจ้ากาญจน์ศิษย์รักของข้าอ่าน มี และสะสมไว้
หนังสืออันเปรียบดั่งน้ำพุแห่งภูมิปัญญา ที่จะพุ่งกระจายให้ดื่ม กิน และอาบ
ตัวข้าเปรียบเสมือนรากของต้นไม้ เป็นแก้วรากแก้ว รากแขนง รากฝอย
แต่รวมก็คือรากที่คอยเสาะหาอาหารเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงภูมิปัญญาและจิตวิญญาณ
และที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น ข้าคือแก้วสารพัดนึกที่คอยรังสรรค์ความบรรเจิดแก่โลก

กว่าครึ่งเดือนมานี้ แม้เจ้านี่จะหยิบจับข้าขึ้นมาอ่านทุกวันเหมือนเดิม
แต่ข้ารู้สึกว่าจิตใจของมันไม่เหมือนเดิม นับแต่เจ้านี่กลับมา
แรก ๆ ข้าก็แปลกใจ ข้าคิดว่ามันเพี้ยนไปแล้วหรือไรกันนี่ ?
คนเราแค่ชั่วไม่ข้ามเดือนทำไมถึงได้เปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้

สิ่งที่เห็นประจักษ์ต่อตาคือเจ้านี่ร่างกายผ่ายผอมลง สัดส่วนดีขึ้นแมนขึ้น
ข้าถึงบางอ้อเพราะข้าเห็นมันกินอาหารน้อยลงมากนี่เอง หรือว่ามันคิดจะลดหุ่น
แต่ทำไมตอนกินจึงชอบถอนหายใจ ครึ่งจานก็ไม่ถึงด้วยซ้ำในแต่ละมื้อ

วันหนึ่งจากสามมื้อบ้าง สองมื้อบ้าง เดี่ยวนี้เหลือสองมื้อกับหนึ่งมือแค่นั้นเอง
เจ้านี่เดิมเคยหลงไหลเจ้าอู่หลง ตอนนี้มันแทบไม่เตะด้วยซ้ำ
ข้าได้ยินเสียงเจ้าอู่หลงบ่นน้อยอกน้อยไปเมื่อไม่นานมานี้

ข้าเฝ้ามองเจ้าศิษย์คนนี้ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง ในที่สุดก็ถึงบางอ้อ
ข้าได้ยินเสียงรำพึงของเจ้าโนเกีย N79 ทำให้ข้าคิดว่าเจ้านี่ "อกหัก"
เฮ่อ...มนุษย์นี่หนอแปลกจริง ๆ มนุษย์ไม่เคยทำสิ่งใดใหม่ ๆ นับแต่บรรพกาล
มนุษย์ชอบวนเวียนซ้ำซากแต่เรื่องเก่า ทำแล้วทำอีก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อยู่แบบนี้ไม่รู้จบรู้สิ้น
พวกเขาไม่เบื่อหน่ายกันบ้างหรือไร ใจข้ามองไปเห็นสังสารวัฎแล้วให้อนาจใจ

มนุษย์พวกนี้สร้างเวลาในรูปนาฬิกา แล้วยอมตกเป็นทาสชนิดไม่คิดจะเป็นไท
ข้าส่งศิษย์ผู้ทรงภูมิปัญญามาแผ้วถางทางแห่งสัจจะโดยกระทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
คนแล้วคนเล่า มนุษย์พวกนี้ก็ยังไม่คิดจะตื่นและลุกขึ้นค้นหาความจริง
ยิ่งนานยิ่งลุ่มหลงงมงายและติดอยู่ในกับดักที่ตัวเองสร้างขึ้น
ทนเจ็บปวดทนทุกข์ยากก็เนื่องเพราะตัวเองทั้งนั้น

เท่านั้นไม่พอหรอก มนุษย์ยังชอบร้องแรกแหกกระเชอ ขอนั่นขอนี่ไม่หยุดหย่อน ไม่เคยพอ  สิ่งเหล่านี้ข้ารู้ข้าเห็นมามากจริง ๆ จนข้าแสนจะเบื่อหน่าย
เพราะข้าคือปัญญา ข้าอยู่เหนือกาลเวลาและนาฬิกาที่พวกมนุษย์สร้างขึ้น

ข้าสรุปว่าเจ้ากาญจน์ศิษย์คนนี้ของข้ากำลังตกอยู่ในความรักและเจ็บปวดเพราะรัก
เรื่องรักนี้ทำให้ศิษย์ของข้าเจ็บปวดเนื่องเพราะความรักมามากจนนับกัป
หลายคนรู้แจ้งจนถึงแก่น ได้สรุปเอาไว้สั้น ๆ เอาไว้ให้คนที่ผ่านมาเบื้องหลังได้ศึกษา

"คือน้ำผึ้ง คือน้ำตา คือยาพิษ
คือหยาดน้ำ อมฤต อันชื่นชุ่ม
คือเกสร ดอกไม้ คือไฟรุม
คือความกลุ้ม คือความฝัน นั่นแหละ "รัก"

เรื่องความรักนี่ ใครจะสอนใครตรง ๆ ไม่ได้หรอก
ต้องสัมพัทธ์ สัมพันธ์ และรู้สึกด้วยกายด้วยจิตของตนเองเท่านั้นถึงซึ้ง
รู้แล้วสมหวัง รู้แล้วผิดหวัง ใคร ๆ ในสังสารวัฎนี้ก็วนเวียนกันแบบนี้แหละ

ข้าในฐานะครูข้าได้แต่เพียงเอาใจช่วยและเตรียมข้อมูลให้ศิษย์ได้ใช้ในการหาหนทาง
ศิษย์จะได้เลือกเส้นทางที่เป็นสุข สมหวัง หรือเจ็บปวดน้อยที่สุด
และเป็นเส้นทางถูกต้องและทรงคุณที่สุดเท่าที่ปัญญาของตนจะเลือกได้

ข้าส่งสารเหล่านี้บอกกล่าวมนุษย์ผู้ซ้ำซาก ครั้งแล้วครั้งเล่าจนน้ำตาข้าไหลพราก ๆ แล้วตอนนี้

---- 9.8--- ข้าคือเจ้าโลก ----

ข้านี่เอง..พวกท่านทั้งหลายให้ฉายาข้าว่า "เจ้าโลก" แค่นี่ก็รู้กันว่าข้านะยิ่งใหญ่ขนาดไหน
ใคร ๆ ต่างสิโรราบต่อข้าเพราะข้าคือผู้ที่จะดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ให้อยู่รอด
ถ้าปราศจากข้า ฮะ ๆ ฮ่า ขอโทษมนุษย์สูญพันธ์จากดาวดวงนี้ไปนานกาเลแล้ว
โลกและจักรวาลนี้ข้ามีคู่ปรับอยู่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น เจอกันทีไรข้าสยองแสยงจนไม่เป็นไม่สมประดี คู่ปรับที่ยิ่งใหญ่นั้นมนุษย์ขนานนามว่า โยนิ โยนี หรือชื่ออื่นอีกมากมาย
ฮา ๆ เด็กน้อยกาญจน์ตั้งชื่อเรียกคู่ปรับของข้าว่า "น้องมะโหนก" ฮ่า ๆ มะโหนก ๆ ๆ
แล้วนังเด็กน้อยโมก็ตั้งชื่อให้ข้าว่า "พี่กระบองฯ" ฮิ ๆ ๆ ดีเหมือนกัน ต่อไปข้าจะเรียกตัวเองว่าพี่กระบองฯ

ขอโทษจริง ๆ ข้าเจอกับนังน้องมะโหนกไม่ได้เอาเสียเลย แค่ได้กลิ่นก็ยังไม่ได้เลย
อย่าว่าแต่เห็นกันจะ ๆ แจ้ง ๆ เลย แค่ได้กลิ่นได้รู้สึกว่ามาแต่ไกล ๆ เท่านั้น
ตัวข้าที่นอนสงบนิ่งพักผ่อนก็ผงาดเงอะงะงุ่นง่านไม่เป็นอันอยู่นิ่งเชียวหละ
หัวของข้าก็ผงาดขึ้นมาดุจดั่งสิงห์โตพองขนคอคอยตะครุบเหยื่อ
เหยื่อข้าก็คือนางน้องมะโหนกนั่นแหละ เจอกันไม่ได้เด็ดขาด
เจอกันแต่ละทีก็ต้องแดดิ้นไปกันไปข้างหนึ่ง
นึกแล้วน่าอายจริง ๆ แม้ข้าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ตาม
แต่ข้าก็มีจุดอ่อนอยู่จุดเดียวนี้เท่านั้น
เฮ่อ...นังน้องมะโหนกเป็นผู้ข้าเอาชนะได้ยากสุดจริง ๆ เชียว
ข้ามักจะแดดิ้นแม้จะทำให้นางน้องมะโหนกไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าหลากครั้งหลายทีแล้วก็ตาม

ข้าพิฆาตเหยื่อ (น้องมะโหนก อิอิ) แล้ว ข้าก็ไม่อาจจะสง่าผ่าเผยได้เหมือนเดิม
ข้าจำเป็นต้องระทดระทวยสิโรราบต่อนังน้องมะโหนกไปพักใหญ่
ข้าต้องการใช้เวลาพักฟื้นหลังศึกใหญ่ มากบ้างน้อยบ้างไม่เท่ากัน

พวกท่านคงสงสัยว่าทำไมข้าถึงบอกว่าต้องพักไม่เท่ากัน
เพราะเหตุไรกันหรือจึงเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้บรรพบุรุษของข้าได้เล่าขานต่อ ๆ กันมาว่า
ศัตรูที่คุ้นเคยกันแล้วจนคุ้นชิน เจ้าโลกหรือพี่กระบองต้องใช้เวลาพักนานสักหน่อยหนึ่ง
บรรพบุรุษสั่งกำชับหนักแน่นเช่นนั้นจริง ๆ เป็นสัจจะที่ไม่มีผู้ใดจะลบล้างได้
เป็นเรื่องจริงที่ข้าไม่ได้โป้ปดมดเท็จ พี่กระบองที่ผ่านศึกเหนือเสื้อใต้ทุกรายย่อมเข้าใจดี

ส่วนศัตรูหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นชินกันมาก่อน กลิ่นใหม่ ๆ ไม่คุ้นจมูก นวลเนื้อมะโหนกไม่คุ้นเคย
จริตกริยาพาทีที่แตกต่างออกไป ฝีมือรุกรับก็ต่าง อันนี้แหละที่ข้าชอบนักชอบหนา
และด้วยสัจจะที่บรรพบุรุษกล่าวข้อนี้ ข้าก็มิอาจฝ่าฝืนได้
ข้าจึงใช้เวลาหยุดพักน้อย บางครั้งน้อยจนข้าเองแปลกใจเหมือนกัน
อะไรกัน...จะล่าเหยื่ออีกแล้วหรือนี่ เจ้านี้วันนี้ทำไมกินจุจัง

ข้าไม่ค่อยเห็นด้วยกับนายกาญจน์นักหรอก นอกจากไม่เห็นด้วยยังแอบตำหนิบ่อย ๆ
นายกาญจน์นี่ใช้ข้าน้อยเกินไป นายกาญจน์ฝังตัวเองไว้กับความเชื่อมั่นเรื่องรักอมตะ รักเดียว ใจเดียวแล้วมันยังไม่เจอรักอมตะที่ว่านั้นสักกะที ที่ผ่าน ๆ มา คราใดข้าเกิดความเครียดขึงตึงเต้น ข้าอยากจะตะปบเหยื่ออย่างสุดขีดแดดิ้นจวนจะขาดใจตายรอน ๆ ให้ได้นั้น นายกาญจน์มักจะพาข้าไปหย่อนผ่อนพักให้บรรเทา เอาตั้งแต่ไปสนามหลวง
ไปจนถึงนางบริการทางโทรศัพท์ หรืออาบอาบนวด แต่ไม่บ่อยอย่างข้าต้องการหรอก

นายกาญจน์นี่ใจร้ายจริง ๆ ไม่เคยใช้ข้าได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดสักที
ข้ากลัวพรรคพวกเพื่อนฝูงคราเจอกันยามสู่สวรรค์ที่จะเข้ามาถามเสียเหลือเกิน
ว่าคราเจ้าอยู่ในโลกมนุษย์นี้ เจ้าจัดการกับคู่ปรับไปนับจำนวนได้เท่าใด
ถ้าถามแบบนั้น ข้าคงอายม้วนต้วนจนตกสวรรค์แน่นอน

คราวนี้นายกาญจน์ใช้ข้าได้อย่างสมใจอยากของข้าพอสมควรจริง ๆ ให้ตายซิ ฮะ ๆ ๆ
ท่านคงไม่สงสัยนะว่าคราวไหน ก็คราวไปเวนิส-เวนา-นี่แหละ
ก่อนนี้ท่านมักจะมาคนเดียว มานั่งกินกาแฟหรือไม่ก็นั่งดื่มเบียร์ชมฟ้าชมน้ำ หรือไม่ก็นั่งเรือแจว

เจ็ดวันสิบวันจึงเดินทางกลับบ้าน หรือไม่ก็ตระเวนไปตามพิพิธภัณฑ์
นายกาญจน์ชอบงานเขียน งานปั้น งานแกะสลัก ทุกชนิดที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้น
คราวนั้น ๆ ข้าจะบ้าตาย นอนเหี่ยวเป็นมะเขือเผาไว้ยำเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเลยสักกะอย่าง
ฝรั่งอั้งม้อผมทองขาว ๆ พ่อก็ไม่ยักกะสนใจสักคน เฮ่อ...ให้ตายซิ

นายกาญจน์นั้นไม่ค่อยจะสนใจใยดีข้าเท่าไหร่นักหรอก
จนข้าด่ามันในใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เรด้าของข้าสัมผัสกับน้องมะโหนกงาม ๆ
แต่สมใจได้ไม่กี่วัน ข้ากลับมาเหี่ยวเหมือนเดิมอีกแล้ว..อีกแล้ว...

ไม่ซิ...ไม่ซิ...มันกลับหนักกว่าเดิม หลายวันมานี่ข้าจ๋อยจริง ๆ ไม่รู้สึกรู้สาเลย
ก็นายกาญจน์มันเป็นแบบนี้นี่นา ข้าพยายามที่จะปลุกปลอบตัวเองขึ้นมาให้ผงาด
ทำท่าเป็นเตรียมตะครุบเหยื่อ แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ
ไม่ใช่อะไรหรอก..ข้าติดใจน้องมะโหนกของน้องนางที่ไปกับนายกาญจน์ที่เวนิสนนั่นแหละ
ติดใจเอามาก ๆ จะบอกให้ ข้าต้องขยันกระตุ้นต่อมของนายกาญจน์บ่อย ๆ
นายกาญจน์จะต้องไม่เลิกลา นายกาญจน์จะต้องติดต่อน้องมะโหนกนางนี้มาให้ข้าสยึ๋มกึ๋ยอีก

ครั้งที่หนึ่งไม่สำเร็จ สอง สาม สี่ .... ครั่งที่สี่สิบเก้า...เออ ๆ ชักเข้าเค้าแล้ว
นายกาญจน์ขยับไปหยิบโนเกีย N79 เชื่อมไปยัง โนเกีย 5800 Xpress
ข้ารีบขยับตัวพองขึ้นมายิก ๆ เป็นการให้กำลังใจนายกาญจน์ว่าสู้ ๆ
ท่านอย่าว่าข้านะ ข้าคิดถึงน้องนางมะโหนกคนนี้มากจริง ๆ นี่นา
น้องมะโหนกจ๋า พี่กระบองคิดถึง อู้ววววว.....
แน๊ะ ๆ วันนี้นายกาญจน์ออกจะซู่ซ่ากว่าทุกวันเชียว

ว้า.....ข้าร้องเสียงดังด้วยความผิดหวัง
ก็..ก็..นายกาญจน์กดตัดสายทิ้งไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งที่เท่าไร่แล้วว๊ะนี่...ข้าชักอารมณ์เสีย แต่ข้าก็ยังพยายามกระตุ้นต่อมเตือนเขาด้วยการกระดกตัวยิก ๆ อีกหลายครั้ง
นายกาญจน์เหมือนสะท้านน้อย ๆ เหมือนกัน แล้วหันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
กดดูภาพน้องนางเจ้าของน้องมะโหนกที่หน้าจอแล้วกดโทรออกไปอีกครั้ง

ข้าตัวเกร็งทีเดียว...ไม่เห็นหน้าได้ยินเสียงก็ยังดี แล้วมีเสียงดัง "ฮัลโหล...."
อ๊ะ ๆ ๆ ๆ ดีใจจริงเว้ย..ดีใจจริง ๆ ข้าเกร็งตัวกระดกอีกหลายครั้ง
ไชโย...สำเร็จแล้ว...ต่อเลยนายกาญจน์อย่างให้พลาดเชียวนะ ข้าคิดถึงน้องนางมะโหนก

---- 9.9 ฉันคือโนเกีย 5800 Xpress ----

เฮ่อ...ลุ้นจนเหนื่อยเลยเรา นายหญิงไม่หันมามองเราเลย
เราตัวสั่นอยู่บนที่นอนครืด ๆ ๆ นายหญิงก็ไม่ได้ยินเสียนี่
แสงวาบ ๆ ที่ปรากฏเธอก็ไม่เห็น เออ..จะเห็นได้ยังไงก็เธอดันวางคว่ำหน้าตูดโด่งเสียนี่

เธอเดินไปยืนริมหน้าต่าง ๆ มองลงไปเบื้องล่างแล้วถอนหายใจยาว
ฉันได้ยินเสียงงึมงำ ๆ ไม่ได้ศัพท์ แหม..นี่ถ้าวิ่งได้ฉันจะวิ่งไปกอดขาเธอเชียว
กอดเธอแล้วตะโกนว่า "นายหญิงจ๋า คน..ที่นายคิดถึง..เค้าโทรมาแล้วจ้า...."

เฮ่อ...แต่ฉันไม่มีขานี่นา ได้แต่นอนแหงก ๆ แถกเหงือกอยู่บนที่นอนนี่แหละ
จะใช้แรงการสั่นของฉันเพื่อเลื่อนตัวเองไปก็ไม่ได้ มันไม่เหมือนบนโต๊ะไม้ เหล็ก กระจก หรือพลาสติก ที่พอจะอาศัยแรงสั่นเคลื่อนตัวเองไปไหนมาไหนได้บ้าง ถึงไม่มากก็ยังดี เพื่อแสดงให้ผู้เป็นนายได้สังเกตเห็น นี่บนผ้าคลุมเตียงผืนหนาแล้วก็นุ่ม มันช่วยแบ่งเบานายหญิงไม่ได้เลยจริง ๆ ฉันเสียใจมาก

นายหญิงเดินมานั่งข้าง ๆ ฉัน นายหญิงหยิบฉันขึ้นมาลูบ
แหม..ช้าไปนิดเดียว หน้าจอของฉันเพิ่งดับวูบเพื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน
มันดำสนิท...นายหญิงก็ไม่เห็นว่าใครเรียกเข้ามา อยากจะสะดุ้งให้เด้งไปถึงหน้านายหญิงเชียว

แหะ ๆ แต่ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
บ้าซิ...ฉันเป็นโทรศัพท์นะ...เด้งได้ไม่สูงซักขนาดนั้นสักหน่อย
ไม่ใช่นายหญิงนี่นา ตอนที่อยู่เวนิสตอนนั้นนะ
ฉันได้ยินพี่กาญจน์ของนายหญิงชมนายหญิงใหญ่เลย
ชมว่านายหญิงของฉันคนนี้นะเด้งเก่ง

อิอิ...ฉันยืนยัน แหะ ๆ นอนยัน นั่งยันก็ได้ว่านายหญิงของฉันเด้งเก่งจริง ๆ เด้งเก่งมาก ๆ เอิ๊ก ๆ อิ

ออกนอกเรื่องไปกันใหญ่แล้ว เดี่ยวนายหญิงได้ยินเข้าจะหยิกฉันหนับใหญ่ บังอาจนินทานายนะเจ้านี่ ตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยเวิร์คเสียด้วย กลับมาใหม่ ๆ นะหน้าตาใสอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนเชียว อยู่ไป ๆ ไหงเครียดลง ๆ แบบนี้ก็ไม่รู้นะ ทะเลาะอะไรกับพี่โอ๊คหรือเปล่า ? นานแล้วนี่นา...พี่โอ๊คของนายหญิงไม่มาหาเลย แต่ฉันว่านายหญิงไม่ได้คิดถึงพี่โอ๊คคนนั้นหรอก

ก็คนที่เวียนโทรมาแล้วตัดสายไปก่อนนี่ไม่ใช่พี่โอ๊คของนายหญิงนี่นา อิอิ
นายคนนี้มีชื่อว่า 'พี่กระบอง' ฮาจริง ๆ คนอะไรชื่อกระบอง
ไม่เคยได้ยินนายหญิงเรียกใครว่าพี่กระบองนี่นา มันอะไรกันนี่
แต่ฉันรู้นะว่ามีแต่นายหญิงของฉันเท่านั้นแหละที่รู้ว่านายกระบองคนนี้คือใคร ?

ฉันไม่บอกหรอก..เดี่ยวนายหญิงของฉันจะว่าฉันปากโป้ง
นายหญิงโกรธฉันตายเลย ดีไม่ดีอาจเขวี้ยงให้ฉันบาดเจ็บก็ได้
ฉันกลัวนะ กลัวจริง ๆ ด้วย ตอนนี้...ยิ่งอารมณ์นายหญิงไม่ค่อยดีอยู่ด้วย

ฉันได้แต่ภาวนาขอให้พี่กระบองของนายหญิงโทรมาจริง ๆ เสียที
ขณะที่นายหญิงฉันกำลังลูบคลำฉันเล่นแบบเหม่อ ๆ อยู่นั้น
เออหนอ...ไม่รู้เป็นไง นายหญิงชอบปิดเสียงฉันเสียจัง
ปิดยาวเป็นวัน ๆ มาหลายวันแล้ว เหมือนไม่อยากฟังเสียงแสนไพเราะของฉัน

จริง ๆ นะ ฉันสงสารนายหญิงของฉันเหลือกำลัง
ก็ฉันรู้นี่ว่านายหญิงของฉันเป็นอะไร และกำลังคิดอะไรอยู่
น่า...นะ...โทรมาตอนนี้ทีเถิด...ไหว้ละ...ไหว้ละ...โทรเลย..โทรเลย..พี่กระบองของนายหญิง ฉันภาวนาให้กับนายหญิงของฉัน เจ้าพระคุ้ณณณ..น่า...นะ...โทร..โทร...เพี้ยง....

อุ๊ย...ฉันสยิวกิ้วเชียว ใช่แน่เลย ต้องเป็นพี่กระบองคนนั้นแน่เลย
ฉันสำรวจไปยังรายชื่อผู้เรียกเข้ามา ....
ดีใจจัง...คำภาวนาของฉันได้ผล พี่กระบองโทรเข้ามาจริง ๆ ด้วย...ดีใจกับนายหญิงจัง

ฉันสั่นครืด ๆ อยู่ใจกลางมือของนายหญิง เธอหันมามองฉันแบบเซ็ง ๆ
นายหญิงพลิกตัวฉันให้หงายขึ้นกดปุ่มรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู
โห..แปล๊กแปลก..ไม่ยอมมองจอเลยด้วย รูปพี่กระบองคนนั้นโชว์หราอยู่นะ
เหม่อจังเลย..นายหญิงของฉัน...เป็นเอามากนะเนี่ย

"หวัดดีคะ..โมพูดคะ...." เสียงหวานแต่หางเสียงแปร่ง ๆ ชอบกล
"โม..พี่เอง..." ทำแค่สามคำเอง พี่น้องเอ๋ย
นายหญิงของฉันงี้หน้าแดงมีชีวิตชีวาขึ้นมาเชียว เหลือบไปมองแล้วดีใจจัง
"พี่กาญจน์..." แหะ ๆ เสียงสดใสขึ้นมาเป็นกอง
"โมอยู่ไหนจ๊ะ..." โห...นายกระบองนี่ก็หวานหยดเป็นเหมือนกันนะนี่

แหม..ฉันเข้าใจว่าเจ้าหมอนี่หวานเฉพาะตอนเป็นพี่กระบองเสียอีก ดีใจจัง
"โมอยู่คอนโด..." นายนั่นจะรู้ไหมว่า..นายหญิงของฉันตัดพ้อนะนั่น
"พี่เหงาจัง..." เอาเข้าไปนั่น..แทนที่จะแคร์อารมณ์นายเรา เฮ่อ...จะรอดไหมเนี๊ยะ
"พี่กาญจน์งานเยอะเหรอ..." เสียงลงท้ายเศร้า ๆ ขึ้นมาอีกแล้วละ ไอ้บ้าเอ๊ย..รู้ตัวเสียบ้างซิว๊ะ
"อื้อ..." ดูมัน..ดูมัน...สั้น...แค่นั้นเอง...ไม่เข้าใจผู้หญิงมั่งเลยให้ตายซิ

"โมไปทำงานหรือเปล่า ?" นายหญิงของฉันส่ายหน้าแล้วตอบว่า
"เหนื่อยคะ..." ตัดพ้อชัด ๆ ไอ้กระบือเอ๊ย... แหม..ทำให้ฉันปากจัด
"ไม่สบายหรือเปล่า ?" ส่ายหน้ากับเราอีกแล้ว
"เปล่า.." สั้นเหมือนกันแฮะ หรือว่าคู่นี้จะพอ ๆ กัน ทำไมไม่บอกเค้าไปละว่า
'โมคิดถึงพี่กระบองม๊ากมาก'..คิดถึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ' บอกไปเลยนายหญิงเอาเลย..สู้ ๆ

"พี่ไปหาได้ไหม ?" เออ..แบบนี้ซิค่อยเข้าท่าเข้าทางหน่อย สู้เลยนายหญิง เอาเลย...สู้....
"ก็มาซิคะ..โมอยู่คนเดียว..." เหอ ๆ ให้ได้แบบนี้ซินายหญิงฉัน อ่อยไปเลย
"อึ่ม...พี่อยู่หน้าคอนโดโมแล้ว..." นายหญิงของฉันร้อง
"อุ๊ย...จริงอ๊ะ..." นายหญิงตกใจจริง ๆ นะนี่

แต่ฉันรู้สึกได้เลยว่านายหญิงของฉันหัวใจเต้นเร็วเป็นรัวกลองเชียว
ฉันเหลือบไปเห็นสีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปคนละคน เออ..ให้มันได้อย่างนี้ซิ...
"โมลงมารับพี่หน่อยซิ...พี่ไม่มีคีย์การ์ด...."
นายหญิงของฉันหัวเราะร่วนขึ้นมาเชียว "จริงอ๊ะ...โมลืมไป...รอแป๊บ..เดี่ยวลงไปรับ..."
"จ๊ะ...พี่ซื้อของกินอร่อย ๆ มาให้ด้วย..." แหมตอนนี้ตาเป็นประกายมีชีวิตชีวาเชียวนะ "คะ...."
เฮ่อ..เป็นคนละคนไปเลยนายเรา ตะกี้ยังซังกะตายอยู่เลย
พอหมอนั่นโทรมาหน่อย..กระดี้กระด้าใหญ่เลย...
เฮ่อ...รู้สึกว่าพี่กระบองคนนี้มีอิทธิพลต่อนายหญิงมากกว่านายโอ๊คเสียแล้ว

---- 9.10 ฉันคือมะโหนกน้องสาวคนสวยของพี่โม ----

เมื่อพูดถึงเจ้าโลกที่พี่โมตั้งชื่อใหม่รู้กันแค่สองคนกับพี่กาญจน์ว่า "พี่กระบอง.." (พี่กระบองตีหัวผี) แล้วพี่โมก็เรียกฉันว่า "มะโหนก" ซึ่งก็คือน้องสาวคนสวยของพี่โมนั่นแหละ ไม่ได้ชมตัวเอง พี่กาญจน์นะชมฉันกับพี่โมบ่อย ๆ ฉันจำได้ดี อ้าว..ไม่เชื่อยกตัวอย่างให้ฟังก็ได้ เช่น ขาวจังโม กลีบมะโหนกนี่อูมแล้วแต่งตึงมากเลย ไหมก็ไม่ดกมาก
อีกอย่างที่พี่กาญจน์ชอบชมฉันกับพี่โม คือ โม..โคกจัง อึ่ม..ขาวจัง สวยที่สุดเลยพี่ชอบ
นี่ยังมีอีกนะ แต่เอาแค่นี้ก่อน เดี่ยวคนเค้าจะอิจฉา

พี่โมใช้งานฉันไม่น้อยเหมือนกัน แต่พี่โมก็ดูแลอย่างดีมาก
บางครั้งซื้อน้ำยาอย่างดีราคาแพง เพื่ออนามัยที่ดีของฉัน
นวดให้ฉันก็บ่อย พี่โมเตือนฉันบ่อย ๆ ว่าฉันนะต้องบริหารตัวเองด้วย

ฉันไม่ค่อยชอบหรอกตอนแรก ๆ ก็มันเหนื่อยนี่นา
พี่โมเกร็งขมิบแรง ๆ แล้วปล่อย ทำอยู่แบบนั้นแหละ
กว่าฉันจะคล่องก็ระบมจนจุกไปเลย
แต่ได้ผลดีนะ ฉันสุขภาพดีขึ้นจริง ๆ ฉันกระชับขึ้นมาก (ทั้งบริเวณนอกและใน)
ตอนนี้ฉันนะขมิบเองได้คล่องแล้วก็อึดขึ้น
ว่าง ๆ เมื่อไหร่ฉันบริหารของฉันเองไปเรื่อย ๆ ได้อย่างสบาย ๆ
วันหนึ่ง ๆ ฉันบริหารตัวเองนับได้หลายร้อยจนถึงกว่าพันครั้ง
ฉันจึงมีสุขภาพดีแข็งแรง กระชับแน่นไปหมด อิอิ...สุดยอดจริง ๆ
ฉันรู้ว่าดีแบบนี้ฉันทำไปนานแล้วละ
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ฉันจึงไว้ใจพี่โมทุกเรื่อง

ไปเวนิสครั้งนี้นะ...อิอิ...สุดยอดมาก ๆ ฉันได้มีโอกาสแสดงฝีมือแบบเต็มที่เลย
อิอิ..มีเท่าไหร่ฉันใส่หมดแม็กจ๊ะพี่น้อง พี่กาญจน์ร้องลั่นแล้วกัน สะใจมาก ๆ
นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้วนี่นา...ฉันชักจะคิดถึงพี่กระบองของฉันอยู่เหมือนกัน
พี่กระบองกับฉันนะเวิร์คกันสุด ๆ อิอิ...มันดีจริง ๆ นี่นาจะบอกให้

วันนี้นะหรือ...อะหา!!!...ฉันกะจะอัดกันกับพี่กระบองให้พี่กาญจน์ร้องจ๊ากเชียว
คิดแล้ว...อูววววว....พี่โมจ๋า...ฉันต้องขมิบตัวเองยิก ๆ เลยเชียว
โอวววว....น้องสาวพี่คิดแล้วเสียวแล้วนะพี่โมจ๋า...น้องมะโหนกรู้สึกจี๊ด ๆ ขึ้นมาแล้วละ
รีบลงไปรับพี่กาญจน์ขึ้นมาเร็ว ๆ ซิ...โอววว..พี่กระบอง...น้องมะโหนกรออยู่แล้ว
เร็ว..เร็วซิ...พี่โม... พี่โมทำเงอะ ๆ งะ ๆ อยู่นั่นแหละ
ทีเมื่อก่อนไม่ยักเห็นเป็นแบบนี้เลย มั่นใจในตัวเองเกินร้อย

ฉันว่าพี่กาญจน์นี่แหละคู่ปรับพี่โมที่แท้จริง พี่สาวเราอ่อนเป็นขี้ผึ้งเลย
ดูซิตอนนี้จะทำอะไรก็ขาดความมั่นใจไปทุกอย่าง เสร็จแน่เลยพี่สาวเรา เฮ่อ....
ฉันเหลือบตาดูพี่สาวแล้วได้แต่ถอนหายใจแล้วก็นึกหมั่นไส้
ส่วนตัวฉันเอง...รอสะด๊วฟอย่างเดียว...อิอิเอิ๊กกก

---- 9.11 ข้าคือเจ้าโลกหรือกระบองนายกาญจน์ ----

ข้ามากับนายกาญจน์ มายืนวนไปเวียนมาอยู่หน้าคอนโดตั้งนานแล้ว
หยิบเจ้าโนเกีย N79 ขึ้นมาลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่เป็นนาน
นายกาญจน์กดเรียกไปเบอร์ปลายทางหนึ่งครั้ง
เสียงเรียกดังแต่ไม่มีคนรับสาย ทำเอานายกาญจน์หน้าจ๋อยเชียว
เดินวนไปเวียนมาอีกหลายรอบจนยามเหล่มองมาอย่างสงสัย
แต่เนื่องจากยามน่าจะเคยเห็นนายกาญจน์มาส่งหรือรับหญิงโมอยู่บ้างจึงพยักหน้ายิ้มให้แล้วไม่สนใจ

ข้าคิดถึงน้องมะโหนกแล้วชักคึกคักขึ้นมา ข้าเลยขยับเกร็งลำหงึก ๆ
นายกาญจน์สะดุ้งนิด ๆ ก้มลงเหมือนจะเตือนข้า แต่ข้ามีหรือจะยอม
ก็ข้าคือเจ้าโลกนี่นา นายกาญจน์ไม่มีสิทธิ์ใหญ่กว่าข้าไปได้
แม้เวลาจะไปหามะโหนกต้องอาศัยเขาพาไปก็ตาม
ยังไงข้าก็ต้องหาวิถีทางที่จะทำให้เขาต้องพาข้าไปจนได้

อย่างกรณีนี้เป็นตัวอย่าง ข้าคิดถึงน้องมะโหนกของหญิงโมเหลือกำลัง
กว่าครึ่งเดือนหลังกลับจากเวนิส ข้าไม่มีโอกาสไปเยี่ยมนิวาสสถานของน้องเค้าแม้แต่ครั้งเดียว ให้ตายเถอะ...นายกาญจน์นี่ใจแข็งชะมัดยาด
ไม่รู้คิดอะไรต้องการอะไรกันแน่

วันนี้ข้าแกล้งกระตุ้นให้จิตของนายกาญจน์หงุดเงี้ยวอย่างสุดกำลัง
ผลที่ได้ก็เป็นอย่างที่เห็น นายกาญจน์นั่งไม่ติดบ้าน
คว้าโทรศัพท์แล้วรีบแจ้นนั่งแท๊กซี่มาหน้าคอนโดน้องมะโหนกจนได้
มาแล้วก็ยังตัดสินใจไม่ได้อีกนั้นแหละ ข้าเลยยุให้จิตหงุดเงี้ยวแรงขึ้นไปอีก
จึงได้ผลอย่างข้าต้องการ นายกาญจน์ต้องให้ข้าใช้กำลังบังคับอยู่เรื่อย คิดโน่นคิดนี่อยู่นั่นแหละ

ข้าได้ยินเสียงหญิงโมพูดกับนายกาญจน์แล้ว
สยิวจนพองตัววาบ ๆ จนน้ำซึมเชียว
อีกอย่างข้ารับรู้ถึงอาการดีใจของน้องมะโหนกอีกด้วย
ก็ได้แต่พึมพำ ๆ ไม่ให้นายกาญจน์ได้ยินว่า
"รอพี่ก่อนนะ...รอพี่ก่อน พี่กระบองจะรีบไปพบน้องมะโหนกแล้วจ้า"

นายกาญจน์เก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าไปนั่งเก๊กท่าหล่ออยู่ตรงม้าหิน
ทำเป็นแกล้งมองไปทางโน้นทางนี่ไม่ยอมมองตรงหน้าประตู
แต่ความจริงใจนะเต้นไม่เป็นส่ำ แอบ ๆ ชำเลืองมองประตูเพื่อได้เห็นเธอคนนั้น
ความรักนี่ทำให้คนเราทำอะไรแปลก ๆ ได้ขนาดนี้
ให้ตายซิ...นายกาญจน์นี่แปลกเป็นคนละคนทีเดียว ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน

โอ๊ะ...กระตุกยิก ๆ เลย ข้ารู้สึกสัมผัสได้ว่าน้องมะโหนกใกล้เข้ามาแล้ว
แต่ดูซิ...นายกาญจน์ยังนั่งตะลึงอยู่นั่นแหละ จนหญิงโมเดินเข้ามาหา
ข้ารู้สึกว่าหญิงโมสะโอดสะองขึ้นเป็นกอง น้องมะโหนกขมิบส่งสัญญาณตรงมาถึงข้า
ข้าเลยเกร็งตัวพองวาบขึ้นตอบรับ แล้วกระซิบบอกน้องมะโหนกเบา
"รอพี่กระบองแป๊บนะน้องมะโหนก...วันนี้พี่ลุยน้องเต็มที่เลย"
น้องมะโหนกเหมือนหัวเราะคิก ๆ แล้วตอบกลับมาว่า "มะโหนกบ่ยั่นหรอกพี่กระบอง"
"หือ...เตรียมพร้อมยัง..." ข้าทำเสียงคำรามออกมา "ไม่กลัว" แนะน้องมะโหนกท้าเสียงดังอีก

แต่นายกาญจน์นั่งมองหญิงโมตะลึงอยู่เลย
แน่ะ..หญิงโมก็มองนายกาญจน์ตะลึงไปเหมือนกัน
นายกาญจน์ลุกขึ้นแล้วเดินไปจับมือ "ดีมากนายกาญจน์" ข้ากระซิบบอกเขาเบา ๆ
แต่คิดว่านายกาญจน์คงไม่ได้ยินหรอก เขาจับมือหญิงโมแน่น

ข้าคิดว่าตอนนี้ทั้งสองต่างถ่ายทอดความรักความคิดถึงสู่กันและกันแน่เลย
ทั้งสองยืนสบตากันนิ่งนานเชียวละ ไม่พูดอะไรกันสักคำเดียว
ข้าเลยถือโอกาสสงสัญญาณพิเศษไปให้น้องมะโหนกอีกครั้ง
"ไม่เจอกับน้องมะโหนกเสียนาน คิดถึงน้องมะโหนกเหลือเกิน..." ข้าออดคำหวานไปให้ก่อน
"มะโหนกก็คิดถึงพี่กระบองเหลือเกิน ตั้งแต่กลับจากเวนิส เราไม่ได้เจอกันเลย คิดถึงมั๊กมาก..."

โห...ข้ากระตุกจนพองวาบ ๆ ทีเดียว นายกาญจน์ถึงกับตัวเกร็ง
เขาไม่รู้หรอกว่าข้าแอบคุยพิเศษ ๆ กับมะโหนกก่อนเขา
"กลีบของน้องมะโหนกยังตูม ๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า ?" ข้าพูดแล้วเสียวแปล๊บเพราะนึกเห็นภาพขึ้นมา
"อุ๊ย..พี่กระบองนี่แหละ ถามอะไรก็ไม่รู้..เค้าอายนะ..."
"อื้อ...น้องมะโหนกจ๋า ก็พี่เห็นหญิงโมผอมไปเยอะเลยจนหุ่นเหมือนนางแบบเชียว"
"นั่นนะเนื้อส่วนเกินหรอกจ๊ะที่ลดไป...พี่กระบองไม่รู้อะไร...กะ..กลี..กลีบ...นะน้องว่าอูมกว่าเดิมอีกนะ"
"อุ๊ย...อาาาาา..." ข้าร้องอย่างสะท้านใจ "พี่อยากเห็นน้องมะโหนกจนชักทนไม่ไหวแล้ว..." ข้าบอกตามตรง
"พี่กระบองจ๋า..รอพวกเค้านิดนะ...ใจเย็นหน่อย"
ข้าผงกหัวหงึก ๆ แล้วตอบไปว่า "จ๊ะ..มะโหนกจ๋า...."

อ้าว...ยืนสบตากันอยู่นั่นแหละเมื่อไหร่จะขึ้นห้องสักทีละ
"มะโหนก..ช่วยกระซิบบอกหญิงโมให้ชวนนายกาญจน์ขึ้นห้องซิ...." ข้ากระซิบแบบสั่น ๆ
"คะ..น้องจะพยายามนะ...."
"พี่ก็จะลุ้นทางนายกาญจน์ด้วย..เราต้องช่วยกันนะ ไม่งั้นพี่อดเจอมะโหนกแน่เลยงานนี้"
"คะ...วันนี้ยังไง ๆ เราต้องเจอกันให้ได้นะพี่กระบอง..."
"จ้า....." ข้ารับปากน้องมะโหนกแล้วเกร็งจนลำตัวข้าพองวาบ ๆ จนนายกาญจน์รู้สึก

"โม...พี่คิดถึงโมเหลือเกิน...." เอางั้นแหละนายกาญจน์..อย่าเอาข้ากลับบ้านเฉย ๆ ละ ตายแน่เลย หญิงโมมองหน้านายกาญจน์นิ่ง "โม..โม..ก็..คิดถึง..พี่กาญจน์..." เสียงเบามากเลยหญิงโม หญิงโมชวนเลยซิ...ชวนเลย...ชวนไปห้อง...ชวนเลย....ข้าลุ้นจนปวดเส้นสองหลึ่งหนึบ ๆ

"พี่กาญจน์ขึ้นไปบนห้องก่อนไหมคะ ?" ดีใจ..ดีใจจังโว๊ย..ชวนแล้ว...รับเลยนายกาญจน์ รับเลย...
"อึม...พี่ซื้อของกินมาเยอะ.." นายกาญจน์พูดแล้วชี้มือไปที่โต๊ะ
หญิงโมเดินไปหยิบถุงขึ้นมาแต่นายกาญจน์รีบสอดมือแย่งมาก่อน

ทั้งสองเดินเข้าประตูคอนโด หญิงโมกดเรียกลิฟต์ครู่เดียวทั้งสองเข้าลิฟต์
กดชั้นสิบสี่ปล่อยให้ลิฟต์เคลื่อนขึ้น นายกาญจน์กุมมือหญิงโมแน่นเชียว

"น้องมะโหนก..ได้ผลแล้ว...ดีใจจัง..." ข้ากระซิบบอกน้องมะโหนก
"คะ..มะโหนกก็ดีใจ...พี่กระบองจ๋า...เดี๋ยวเราได้เจอกันแน่..."
"พี่กระซิบบอกน้องมะโหนกก่อนนะ..นายกาญจน์จะตายให้ได้เชียวงานนี้..."
"มะโหนกก็อยากกระซิบบอกพี่กระบองเหมือนกันว่านายหญิงโมแทบแย่เหมือนกัน..."
"งั้นคืนนี้..พี่กับน้องมะโหนกมาทำให้พวกเค้ามีความสุขกันมาก ๆ นะ..."
"คะ..."
ข้าสยิวกิ้วไปทั้งกระบองเลยที่น้องมะโหนกตอบรับและยืนยันเช่นนั้น โอวววว..มันแน่นอน..อดมาหลายวันแล้ว

---- 9.12 ฉันคือมะโหนกน้องสาวคนสวยของพี่โม ----

ฉันแอบคุยซุบซิบ ๆ กับพี่กระบองโดยไม่ให้พี่โมของฉันรู้หรอก
คุยไปฉันก็คิดถึงความอบอุ่นตอนฉันกลืนกินทั้งลำของพี่กระบองตอนอยู่เวนิส
ฉันคุยตอบโต้เสียว ๆ ได้ไม่เท่าไหร่ร่องของฉันเปียกชื่นขึ้นมาทีเดียว
ตอนนี้ฉันรู้ว่าพี่โมพี่สาวของฉันรู้สึกแล้วละ เพราะเดินหนีบ ๆ พาพี่กาญจน์ขึ้นลิฟท์
ฉันแอบมองไปยังเป้าพี่กาญจน์ที่พี่กระบองซ่อนตัวอยู่ก็ตุงออกมาจนเห็นชัดเชียว

ฉันอดหัวเราะหึ ๆ ไม่ได้ ทั้งพี่โมและพี่กาญจน์ต่างเงอะงะเต็มที
ใจจริงของทั้งสองต่างโหยหาอาทรกันและกันอย่างที่สุด
ฉันคิดว่านายกาญจน์นะอยากกอดพี่โมของฉันเต็มทนแล้ว
พี่โมเองนะหรือใจนะอยากโผเข้าสู่อ้อมอกพี่กาญจน์สุดใจเหมือนกัน
แต่ต่างก็สงวนท่าทีกันอยู่ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกันดี..
ทำไมนะ..ทำไมไม่เหมือนตอนอยู่เวนิสนะ
พอกลับมา...มันเหมือนมีกำแพงไร้สภาพกางกั้นทั้งสองเอาไว้
กำแพงนั้นก็คือความคิดของคนทั้งสอง ไม่เป็นอิสระเหมือนอยู่เวนิส

ฉันเฝ้ามองพี่กระบองที่ตุงเป้ากางเกงพี่กาญจน์
พอเห็นมีการดุ๊กดิ๊กฉันจึงแอบเรียกพี่กระบอง
"พี่กระบอง...ทำไรนะ .... ?"
"พี่..โอววว...น้องมะโหนก...พี่เกร็งแทบแย่..." พี่กระบองตอบเสียงกระเส่า
"เกร็งทำไมละพี่...??" ฉันถามอย่างสงสัย
"ก็พี่...พี่...อยากลุยน้องมะโหนกเต็มทนแล้ว...น้องละ..."
"อื้อ...ให้เวลาพี่โมกับพี่กาญจน์เค้าหน่อยเถอะ...พี่กระบองนะวัยรุ่นอยู่เรื่อย..."
"ได้...ได้..พี่จะทนรอพวกเค้าก่อน...ขอให้เร็วหน่อยก็ดี..." ฉันอดหัวเราะพี่กระบองไม่ได้
ทั้งที่ฉันเองก็อยากลุยกับพี่กระบองไม่ต่างกัน พี่โมรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ฉันนะแฉะไปหมดแล้ว

อยู่ ๆ พี่กาญจน์ดึงตัวพี่โมฉันเข้าไปกอด รัดเอาไว้เสียแน่น
ปากพร่ำรำพันแต่คำว่า "คิดถึง" ๆ ๆ ๆ ไม่หยุดหย่อน
"พี่คิดถึงโมเหลือเกิน..โมจ๋า...คิดถึงใจจะขาด..." คำพูดนี้ทำให้พี่โมสะท้านซบหน้าลงกับไหล่
"โมก็คิดถึง...พี่กาญจน์ไม่โทรหาโม..." เหมือนน้อยใจ เหมือนต่อว่านะนี่

"พี่กลัว..." นายกาญจน์สารภาพ ดี..มันคงจะไปด้วยดีแล้วนายกาญจน์ ต่อเลย
"พี่กลัวอะไร...?" พี่โมถามเหมือนใจฉันคิดเลย
"กลัวโม..." ไม้นี้ของนายกาญจน์ทำให้พี่โมของฉันหัวเราะร่วนออกมาได้
"กลัวทำไม..." พี่โมถามตาวาว "ไม่รู้...??" พี่กาญจน์ตอบมาแบบนี้จริง ๆ
นิ่งไปครู่แล้วสารภาพว่า "พี่กลัว...กลัวผิดหวัง...โมกลับมาแล้ว...." นายกาญจน์ทิ้งเอาไว้แค่นั้น

"พี่กาญจน์...โมรักพี่...." แน่มาก ๆ พี่สาวเราให้มันได้แบบนี้ซิ เอามันให้เด็ดขาดไปเลย
"พี่เอง..ก็รักโม...รักมาก ๆ..." เห็นไหมละ พวกผู้ชายนะปากแข็งจะตาย พี่กระบองก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น..เราต้องรุกให้จน สำคัญต้องให้ได้จังหวะจะโคน ทำเป็นถอยเหมือนอ่อนแต่ต้องแกร่ง ลวงฝ่ายตรงข้ามให้สับสน ทีนี้ละมีอะไรในก็ออกมาหมด เสร็จทุกราย สารภาพมาแล้วไหมละ

"พี่กาญจน์รักโมจริงเหรอ..." นายกาญจน์ดันตัวพี่โมออกแล้วพยักหน้าถี่ ๆ
ฮะ..ฮ่า...ฉันเห็นพี่กระบองผงกหงึก ๆ อีกแล้ว คงอยากลุยเต็มแก่แล้วซิ
ฉันเองก็ชักอดใจไม่ไหวเหมือนกัน คิดถึงพี่กระบองที่สุด อุ๊ย..แต่ต้องใจแข็งก่อน
"พี่ทรมานเหลือเกินโม...พยายามอดใจ..ยังไงก็ไม่ไหว..." ตอนนี้พี่สาวเรายิ้มตาพราวเลย ดูจะมีกำลังกายกำลังใจเพิ่มขึ้นมากเลย เฮ่อ...รักนี่หนอแปลกจังเลย

"โมมีเจ้าของแล้ว...พี่มาทีหลัง..." แหมตีหน้าเศร้าเชียวพี่กาญจน์
คราวนี้โมหัวเราะเต็มเสียงทีเดียว กระซิบอะไรงุบงิบ ๆ ที่ข้างหู
"จริงอ๊ะ..." พี่กาญจน์ทำตาโต พี่สาวเราบอกอะไรกับพี่กาญจน์นะ ?
พี่โมพยักหน้าถี่ ๆ "จริง...." ดูท่าข่าวที่พี่โมบองทำให้พี่กาญจน์ดีใจสุดขีด
เอ...มะโหนกไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าพี่โมบอกอะไรพี่กาญจน์
"ไม่เห็นโทรมาบอกพี่เลย..."
"ก็คงอยากพิสูจน์ใจพี่กาญจน์ก่อน...ว่าเอาจริงหรือเปล่า ?"
"โม..ใจร้าย ไม่โทรไปบอกพี่เลย..." พี่โมเอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากพี่กาญจน์
"ก็พี่โอ๊คต้องการให้โมพิสูจน์ใจพี่กาญจน์ก่อนว่าโมจะเป็นของจริงของพี่กาญจน์หรือเปล่า ?"
"เหรอ...พี่ไม่มีความสุขเลยโม..พยายามทำงานให้หนักจะได้ไม่คิดมาก แต่ทำใจไม่ได้"
"คิดถึงโมมากซิ..." พี่กาญจน์ยิ้มตาพราวแล้วพยักหน้า

อึม...ดีใจกับพี่สาวเราจัง นี่แสดงว่าสมหวังแล้วซิ
มะโหนกไม่รู้เลยว่าพี่โมตกลงกับพี่โอ๊คเอาไว้ตอนไหนและเมื่อไหร่
คิด ๆ แล้วสงสารพี่โอ๊คเหมือนกันนะ ถึงมะโหนกจะติดใจกระบองของพี่กาญจน์มากกว่าก็เถอะ

มะโหนกรู้นะว่าพี่โอ๊คนอกจากพี่โมแล้วยังมีให้เล่นอีกตั้งสองคน
แต่สำหรับพี่กาญจน์มะโหนกก็รู้จากพี่กระบองว่าพี่กาญจน์ไม่มีใครอื่นอีกเลย
นาน ๆ พี่กาญจน์จึงจะพาพี่กระบองไปลงสนามประลองเสียทีหนึ่ง
แต่พี่โอ๊คให้เวลาสำหรับพี่โมอย่างมากอาทิตย์ละวันหรือสองวันเท่านั้นเอง

"พี่ดีใจที่สุดเลย..ต่อไปนี้...ดีใจ...โอววว...."
มะโหนกเห็นอาการพี่กาญจน์แล้วรู้ว่าดีใจจริง ๆ
แหม...แสดงออกมาเปิดเผยขนาดนั้น ทั้งสีหน้า แววตา และคำพูด

อาการของพี่กาญจน์ทำให้พี่โมของมะโหนกระรื่นชื่นเชียว
ไม่หน้าทื่อ ๆ เหมือนหลายวันที่ผ่านมาเลย
พูดจบพี่กาญจน์ระดมจูบพี่โมของมะโหนกใหญ่เลย
มีหรือพี่โมจะยอมแพ้ พี่กาญจน์จูบพี่โมก็จูบกลับ
ทั้งจูบทั้งหอมกันอยู่นั่นแหละ.....เฮ่อ...มีความสุขจังเลย

แต่..แต่...มะโหนกยังไม่ได้พบตัวพี่กระบองเลย...เฮ่อ...พี่กระบองจ๋า

---- 9.13 ฉันคือแชนเดอเลียร์ -----

ฉันคือโคมระย้าสุดหรูประจำห้องหญิงโม ฉันเป็นของขวัญชิ้นหรูจากนายผู้ชายโอ๊ค
ที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้สืบเนื่องจากฉันได้รับฉันทามติให้เป็นตัวแทนทุกฝ่าย
ก็พวกเตียง ที่นอน ผ้าปูที่นอน หมอน หมอนข้าง โต๊ะเครื่องแป้ง
ตู้เสื้อผ้า โซฟา และของใช้ทั้งหมดที่อยู่ในห้องของนายหญิงโม

ฉันจะเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่นายกาญจน์กับนายหญิงโมระดมจูบระดมหอมกันฟอด ๆ
จนนายหญิงโมของฉันเริ่มระทดระทวย นายกาญจน์คนนั้นก็เลยช้อนร่างระหงของเธอขึ้น
พาเดินไปวางเธอลงบนที่นอนหนาใหญ่ปูผ้าขาวสะอาด

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกเราจะไม่เคยเห็นกันมาก่อน
นายผู้ชายโอ๊คก็ชอบทำกับนายหญิงโมแบบนี้บ่อย ๆ เหมือนกัน
ขอบอกพวกท่านตามจริง พวกเราไม่ค่อยจะชอบนายกาญจน์คนนี้ซักเท่าไหร่หรอก
พวกเรารู้สึกว่าห้องและของต่าง ๆ ภายในห้องนี้ทั้งหมดเป็นของนายหญิงโม
และจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่นายผู้ชายโอ๊คซื้อมาให้ด้วยความรัก
แต่ละชิ้น ๆ ล้วนมีความทรงจำและความอาลัยแฝงอยู่

พวกเราจึงรวมหัวกันเรียกนายกาญจน์คนนี้ว่าเป็นแมวขโมย
เราแปลกใจนักหนาว่าทำไมนายหญิงโมถึงดูระทดระทวยกับนายกาญจน์คนนี้นักหนา
รู้สึกว่าจะเป็นเอามากเกินกว่าตอนจูบกับนายผู้ชายโอ๊คเสียอีก

พวกเรารู้สึกคิดถึงนายผู้ชายโอ๊คที่ทำไมช่วงนี้ไม่มาหานายหญิงโมเลย
หรือว่าทั้งสองทะเลาะกัน หรือเลิกกันแล้ว
ตั้งแต่พวกเรารับรู้รับทราบทั้งสองไม่เคยทะเลาะกัน
นายผู้ชายโอ๊ครักและตามใจนายผู้หญิงโมเป็นที่สุด

แล้ว...แล้ว..เจ้าแมวขโมยปลาย่างนี้มันเข้ามาสวมรอยได้ยังไงกัน ?
ย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง นายหญิงโมรับโทรศัพท์
เสียงจากการพูดคุยกันทำให้พวกเราจับความได้ว่า
นายหญิงโมของเราน่าจะคุยกับนายผู้ชายโอ๊ค

การพูดคุยกันนั้นเราได้ยินว่านายผู้หญิงโมสารภาพความจริงอะไรบางอย่าง
และนายผู้หญิงโมได้ยอมรับกับนายผู้ชายโอ๊คว่าที่ว่านั้นความจริง ๆ
แต่เราไม่รู้ว่าจริงนะเรื่องอะไร แต่สุดท้ายนายหญิงโมพูดออกมาว่า
เธอรักและเคารพนายผู้ชายโอ๊คเหมือนพี่ชาย ต่อไปจะเป็นเพียงน้องสาวที่ดีเท่านั้น

แต่ที่เราก็ไม่รู้หรอกว่าคนที่นายผู้หญิงโมพูดด้วยจะเป็นนายผู้ชายโอ๊คใช่หรือไม่ ?
เราเคยถามเจ้าโทรศัพท์โนเกีย 5800 Xpress แต่มันทำเป็นหยิ่ง มันไม่ยอมบอก
มันบอกเราเพียงว่าเป็นความลับของนาย อย่ายุ่ง พวกเราเลยทำอะไรไม่ได้
ฉันคอยสังเกตนายผู้หญิงโมด้วยความห่วงใย ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่
นับตั้งแต่วันที่นายผู้หญิงโมกลับมาเมืองไทย เธอมักจะนั่งเหม่อใจลอยยังไงไม่รู้
เพลงที่เคยชอบฟังก็ไม่เปิดฟัง พวกเราจะช่วยปลอบใจเธอก็ทำไม่ได้

ฉันได้แต่เพียงแปล่งประกายเป็นแสงนวลตาเธอจะได้สบายอกสบายใจขึ้นบ้างเท่านั้น

นายหญิงโมยังไปทำงานทุกวัน ตอนเย็นกลับมาก็เอาแต่นั่งเหม่อ ๆ จ้องแต่นังมือถือ
โทรก็ไม่โทร นั่งลูบ ๆ คลำ ๆ แล้ววาง แล้วหยิบมาจิ้มโน่นจิ้มนี่แล้วก็วางอีก
เฮ่อ..จะทำอะไรก็ไม่เอา เป็นแบบนี้จนพวกเราชักกลุ้มใจแทน

พวกเราคุยกันว่านายหญิงของเราน่าจะมีเรื่องทุกข์อกทุกข์ใจอะไรสักอย่าง
จะว่าทะเลาะกับนายผู้ชายโอ๊คก็สรุปเช่นนั้นไม่ได้ชัดเจน เราห่วงเธอกันทุกคน

แล้ววันนี้ความจริงก็เปิดเผย เจ้าแมวขโมยที่ชื่อนายกาญจน์คนนี้นี่เองที่เป็นต้นเหตุ
มันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งมวลของนายผู้หญิงโม มันทำอะไรกับเธอกันแน่
เราไม่คิดว่าเธอมีชู้หรอก เราคิดว่าน่าจะมีเหตุปัจจัยอื่นอีกหลายอย่างมากกว่า
หรือว่านายผู้หญิงโมถูกนายกาญจน์แมวขโมยปลาย่างตัวนี้ทำเสน่ห์ยาแฝด
หรือฝังรูปฝังรอย หรือแอบให้เธอกินไวอาก้า
"เฮ้ย...มั่วแล้วเจ้าแชนเดอเลียร์ ไวอาก้านั่นมันสำหรับผู้ชายเว้ย...."
เจ้าเต้าเสียบโวยวายอย่างรู้ดี ก็ฉันได้ยินจากทีวีว่ามันเป็นยาปลุกเซ็กส์นี่นา
เออ..ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ สรุปคือพวก เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายผู้หญิงโมถูกอะไร ?

นายผู้หญิงโมนะสวย หุ่นดี น่ารัก แล้วนมเธอขาว อวบ แล้วตรงนั้นก็สวยมาก ๆ
มีหรือเจ้าแมวขโมยปลาย่างอย่างนายกาญจน์จะอดใจไหว
มันโผตัวลงไปหานายหญิงโม เหมือนจะลงไปขม้ำเธอยังไงยังงั้น
พวกเราช่วยกันภาวนาขอให้นายผู้หญิงโมถีบให้มันกระเด็นตกเตียงไปเลย
หรือไม่ก็ให้เธอตบให้มันหน้าหันซ้ายหันขวา

เฮ่อ...พวกเราต้องผิดหวัง..ผิดหวังจริง ๆ
นายผู้หญิงโมไม่ถีบและไม่ตบแล้ว หนำซ้ำเธอยังกางมือออกกอดมันเสียอีก
ยัง...ยัง...ยังไม่พอ...เธอยื่นปากไปหอมแก้มมันฟอด ๆ ราวกับแก้มมันหอมเสียเต็มประดา
ตัวฉันเองหมั่นไส้เจ้าแมวขโมยจนอยากกระชากตัวเองหลุดจากเพดานลงไปครอบหัวมัน
แต่ทำไม่ได้หรอกมันคร่อมอยู่บนร่างนายผู้หญิงโมแบบนั้น เดี่ยวนายผู้หญิงโมของพวกเราจะเจ็บไปด้วย

เราเจ็บใจจริง ๆ อ้าว...ดูมัน ๆ มันจูบแล้วบดริมฝีปากนายผู้หญิงโมเราแล้ว
ไอ้...เอ๊ย...มันบดปากเสียนานเชียว อ้าว..ๆ...มันยังไม่พอ มันถอนปากออก
นายผู้หญิงโมของเราเองกลับผงกหัวขึ้นตามมาจูบมันอีก เหมือนกับขอบคุณมันยังไงยังงั้น

นี่ ๆ แสดงว่านายผู้หญิงโมของเรารู้เห็นเป็นใจกับมัน..รู้กับเจ้าแมวขโมย...
ดูซิเธอกระหายรสจูบจากมันเหลือเกิน ปรารถนายิ่งกว่ารสจูบของนายผู้ชายโอ๊คเสียอีก
พวกเราที่เฝ้าดูอยู่ต่างรุมด่ารุมสาปแช่งเจ้าแมวขโมยกันขรม

เจ้าแมวขโมยเลื่อนหน้ามาจูบตรงเนินอกของนายผู้หญิงโม
เธอไม่ใช้มือปิดปัดป้องใด ๆ เลย แถมยังแอ่นอกอวบขึ้นส่าย
ให้ส่วนหัวนมเขี่ยแก้มเจ้านั่นเป็นการท้าทายเสียอีก ถึงจะมีเสื้ออยู่ก็เถอะ
เธอไม่น่าทำแบบนั้นเลย...โอว...นายผู้หญิงโมของพวกเรา...
นายผู้หญิงโมหัวเราะเสียงสดใส ที่ได้แอ่นอกเขี่ยแก้มล้อเจ้านั่นเล่น
ตัวมันก็ยื่นแก้มให้เธอล้อมันเล่นอย่างสนุก แล้วทั้งสองพากันหัวเราะร่วน

พวกเราตัวเกร็งกันไปถ้วนหน้า เราโกรธนายผู้ชายโอ๊คเหลือกำลัง
ทำไมนายถึงได้เปิดโอกาสให้เจ้าแมวขโมยมันสามารถมาขโมยปลาย่างถึงถิ่นก็ไม่รู้
เจ้าแมวขโมยมันทำเกินไปจริง ๆ ฉันว่าคิดจะหลับตาไม่มอง แต่มันก็โกรธนี่จะต้องดูให้ถึงที่สุด

ดูมัน..ดูมันทำซิ ไอ้แมวขโมยมันเริ่มปลดกระดุมเสื้อนายผู้หญิงโมออกแล้ว
ทีละเม็ด ๆ สายตามันมองสบตานายผู้หญิงโมหวานหยดย้อยไปเลย
มันปลดออกหมดจนเห็นยกทรงสีชมพูอ่อน นายผู้หญิงของเราสวยจริง ๆ
เจ้าแมวขโมยค่อย ๆ ดึงเสื้อของนายผู้หญิงโมออก

เฮ่อ..นายผู้หญิงโมกลับยันตัวเองขึ้นแล้วช่วยมันเอาเสื้อตัวนั้นออกไปจากตัว
ให้ตายซิ...นายผู้หญิงโมทำได้ไงกันนี่ อ้าว ๆ ดู ๆ เธอยังยื่นมือขึ้นมาตรงกลางอก
ให้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้กดแล้วบีบ ยกทรงที่ปิดสองเต้าของเธอก็หลุดออกจากกัน

เต้านมขาวอวบเด่นอาบแสงนวลของฉัน แม้ฉันจะเห็นเต้านมของนายผู้หญิงโมบ่อย ๆ
ฉันก็อดที่มองแล้วชมเชยนมของเธอไม่ได้ นมเธอได้รูปทรงซาลาเปานูนเด่น เฮ่อ...บอกไม่ถูก ยกทรงของเธอห้อยลงอยู่สองข้างตัว เธอไม่ยกมือขึ้นปิดป้องเต้านมแต่อย่างใด
กลับเหมือนจะแอ่นอกนิด ๆ ยั่วสายตาของเจ้าแมวขโมยเสียอีก

พวกเราเห็นสายตาเจ้าแมวขโมยจ้องเต้านมสวยของนายผู้หญิงโมเขม็งจนตาโปน
ในแววตาของมันนะแววโรจน์เหมือนมีหลอดไฟดวงโตฝังอยู่ข้างใน
มันยื่นมือมาช้อนเต้านมเธอขึ้น เราเห็นหัวนมเล็กจิ๋วสีเข้มกว่านวลเนื้อนิดเดียว
ป้านฐานนมขนาดเท่าเหรียญสิบ เฮ่อ..มันช่วยเพิ่มความงามเกินบรรยาย
นมทั้งสองของนายหญิงโมปราศจากไฝฝ้าจุดด่างดำแม้แต่รอยเดียว
อาบแสงแล้วแปล่งมนต์ขลังออกมาให้ตลึง งามเหมือนกับภาพวาด

นายผู้หญิงโมเองไม่ได้รู้สึกอายต่อสายตาเจ้าแมวขโมยตัวนี้แต่อย่างใด
เธอมองประสานสายตาหมอนั่นแบบไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว
เธอพึงพอใจที่ได้อวดและท้าทายสายตาเจ้าหมอนั่น

เจ้าหมอนั่นพึมพำ ๆ เสียงกระเส่าฟังไม่ได้ศัพท์จนนายผู้หญิงโมหัวเราะ
"พี่กาญจน์คิดถึงหรือเปล่า ?" นายผู้หญิงโมพูดแล้วแย้มยั่วตาเป็นประกาย
เจ้าหมอนั่นพยักหน้าหงึก ๆ เหมือนใบอยู่เป็นนานแล้วพูดว่า "คิดถึงเหลือเกิน โมจ๋า..."
"นมโมก็คิดถึงพี่กาญจน์เหมือนกันนะ..." พูดแล้วเธอหัวเราะคิก ๆ
"มองแล้วเพลินตาจังโม...พี่คิดถึงนมโม คิดถึงจูบของโม คิดถึงน้องมะโหนกของโม...คิดถึง..คิดถึง..."
ฟังซิ..ฟังมันรำพันออกมา...น้องมะโหนก...พวกเราไม่เข้าใจ แต่คิดว่านายผู้หญิงโมนะเข้าใจดี

เธอยื่นหน้าเข้าไปหามันแล้วกระซิบที่หูเบา ๆ พวกเราไม่ได้ยินว่าเธอพูดอะไร
แต่คำพูดของเธอทำให้เจ้าแมวขโมยเบิ่งจนตาโตเท่าไข่ห่าน สูดปากซี๊ดยาว
"น้อง มะ โหนก ก็ คิด ถึง พี่ เหมือน กัน หรือโม ??????...." มันถึงกับตะกุกตะกักเลย
นายผู้หญิงโมของเราหัวเราะจนตาหยีแล้วพูดว่า "บอกพี่กาญจน์ต่อดีหรือเปล่า ?"

เจ้าแมวขโมยรีบระล่ำละลักสวนเธอทันควันว่า "บอกเลย ๆ โมพี่อยากรู้"

นายผู้หญิงโมดึงตัวเจ้าหมอนั่นเข้ามากอด หอมตรงซอกคอ แล้วใช้ฟันกัดคอมันเบา ๆ
"บอกพี่ซิ ๆ..น้องมะโหนกมาคิดถึงพี่ยังไง ?" มันยังพร่ำถึงแต่น้องมะโหนก..มะแหนก..อะไรของมันอยู่นั่น
"มะ..มะ..โหนก..บอกว่า....บอกว่า..." มันรีบขัดขึ้นมาอีก "บอกว่า..เร็วหน่อย..."
ดูเหมือนมันใจร้อนอยากรู้เสียเหลือเกิน มันอยากรู้เรื่องน้องมะโหนก มะแหนกทำไมกันว๊ะ

นายผู้หญิงโมก็เหมือนจะแกล้งมันเล่น "น้องมะโหนก..บอกว่า ๆ ..คิดถึง..." แล้วเธอก็หัวเราะเสียงใส
"แล้วน้องมะโหนกบอกอะไรโมอีก ?..." คราวนี้นายหญิงโมส่ายหน้า
แต่เธอกลับมีอาการหน้าแดงและแสดงออกทางแววตาเสียนี่กระไร
ทำให้เจ้าแมวขโมยรู้ว่าน้องมะโหนก..มะแหนกอะไรนั่นจะต้องบอกเรื่องสำคัญอะไรอีก
แล้วก็จริงอย่างว่ามันรีบฉกฉวยโอกาสนั้นในทันที

"โมจ๋า..บอกพี่เถอะ..มะโหนกบอกอะไรกับโมอีก...นอกจากคิดถึง..."
คราวนี้นายผู้หญิงโมของเรากลับนิ่ง สบสายตาเจ้านั่นด้วยแววตาซึ้ง
จากนั้นก้มลงกระซิบที่ริมหูมัน ให้ตายซิ...พวกเราเลยไม่ได้ยินว่ามะโหนก..มะแหนกบอกอะไร ?

แต่จากที่มันแสดงอาการดีใจจนเนื้อเต้นปานนั้น
ฉันคิดว่าน้องมะโหนก..มะแหนกอะไรนั่นคงจะบอกข่าวดีมาก ๆ ต่อมัน
มันละล่ำละลักจนเสียงสั่นเชียว
"น้องมะโหนกบอกโมจริง ๆ เหรอ" นายผู้หญิงโมเห็นอาการมัน เธอหัวเราะคิ๊กแล้วพยักหน้าถี่ ๆ

"โม..โม..งั้นขอพี่คุยกับน้องมะโหนกหน่อยนะ...พี่คิดถึงมันใจจะขาดแล้วหละ อึม..ไม่ได้เจอกันนานเหมือนเป็นปีเลยโม..."
นายผู้หญิงโมหัวเราะหึ ๆ แล้วกระซิบบอกมันเบา ๆ
"มะโหนกเขาไม่ได้คิดถึงพี่กาญจน์นะรู้ไว้ด้วย มะโหนกเค้าคิดถึงพี่กระบองของเค้าต่างหาก พี่กาญจน์อย่าขี้ตู่ กิ้ว ๆ"
เธอทำหน้าล้อเลียน นายหญิงเราสดชื่นจนไม่เหลือเค้าหมองเหมือนที่ผ่านมาเลย
เจ้าแมวขโมยตัวร้ายมันมีอิทธิพลกับเธอมากจริง ๆ ฉันคิดว่ามากกว่านายผู้ชายโอ๊คหลายเท่า หากเหตุการณ์นี้ฉันคิดว่านายผู้ชายโอ๊คคงเสียนายผู้หญิงโมให้ไอ้หมอนี่แน่นอนชัวร์แล้ว..ลองเป็นแบบนี้

"พี่ไม่ได้ขี้ตู่นะโม..พี่คิดถึงมะโหนกด้วยเหมือนกัน..."
"จริงนะ..." เธอมองมันตาเยิ้ม "อื้อโม...คิดถึงมาก"
พูดจบเจ้าหมอนั้นยื่นลงไปจับหมับเข้าตรงเป้าของนายผู้หญิงโม
เธอสะดุ้งจนเห็นชัด แต่ไม่ยักจะขัดขืนสักกะนิด กลับอ้าขากว้างขึ้นให้มันจับเสียอีก
"ขอพี่จูบมะโหนกให้หายคิดถึงหน่อยได้ปล่าว ??..." มันเงยหน้าขึ้นมองแล้วขออนุญาต

อย่านะ...อย่านะ...พวกเราร้องกันระงมห้อง แต่เวลานี้นายผู้หญิงโมของพวกเราไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น เธอพยักหน้าอนุญาตมันเฉยเลย ตายแล้ว!!!!!
เรายังไม่เคยเห็นนายผู้ชายโอ๊คเล่นมุขนี้กับนายผู้หญิงโมเลย

เฮ่อ...ใจหนึ่งเราชักจะรู้สึกดี ๆ เหมือนกันที่เขาทั้งสองค่อยหยอกค่อยเอินแบบนี้
บรรยากาศในห้องระริกระรัวเหมือนคลื่นดนตรีคลาสสิคน
คลื่นที่แผ่ไปรอบห้องขับไล่ความหมองหม่นที่ปกคลุมมาเกือบเดือนออกไปหมดสิ้น
พวกเราเห็นเจ้าหมอนั่นคุกเข่าลงแล้วก้มลงไปจูบที่ที่มันเรียกว่าน้องมะโหนก

อุ๊ยยย...ตายแล้ว..ตายจริง ๆ ฉันเพิ่งกระจ่างเดี่ยวนี้เอง
ที่...ที่...นายผู้หญิงโมกับเจ้าแมวขโมยเรียกว่าน้องมะโหนก..มะโหนก...นั้น..ความจริงก็คือตรงนั้นของเธอเอง

ตอนที่นายผู้ชายโอ๊คมานอนกับนายผู้หญิงโม เขาก็ไม่ได้เรียกกันแบบนี้นี่นา...
นายผู้ชายโอ๊คเรียกด้วยชื่อสามัญชัด ๆ เลย
นายผู้หญิงโมมักเอามือปิดปากห้ามนายผู้ชายโอ๊คบ่อย ๆ ที่เรียกมันแบบนั้น
เราไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนตั้งชื่อตรงนั้นใหม่
จะเป็นนายผู้หญิงโม หรือว่าเป็นเจ้าหม่อแมวขโมยปลาย่างตัวนั้น

เออ..ฉันว่าความหมายมันลึกซึ้งระหว่างเขาทั้งสองจริง ๆ นะ
พวกเราทั้งหมดหันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้า เห็นตรงกันว่า "โรแมนติกดี"

มันซุกหน้าลงไปหอมน้องมะโหนก (ฉันเรียกแบบนี้มั่งดีกว่า) ของนายผู้หญิงโมฟอด ๆ อย่างคิดถึง ฟอดแล้วฟอดเล่าจนนายผู้หญิงโมร้องขึ้นว่า "พี่กาญจน์..ยังไม่หายคิดถึงเหรอ..." แล้วเธอก็หัวเราะ นอกจากนั้นเธอยังแอ่นสะโพกลอยขึ้นให้เจ้าแมวขโมยหอมถนัด ๆ อีกต่างหาก

ฉันเห็นแววตาของนายผู้หญิงโมมองเจ้านั่นช่างต่างกับแววตาที่มองนายผู้ชายโอ๊คเหลือเกิน แตกต่างยังไงฉันอธิบายไม่ถูก แต่ฉันรู้สึกชัดว่าใจของนายผู้หญิงโมถูกเจ้าแมวขโมยแย่งเอาไปกินเสียแล้ว เธอรื่นเริงยินดีกับทุกการกระทำของเจ้าหมอนั่น หัวเราะหัวใคร่หยอก ๆ เอิน ๆ กับมันอย่างมีความสุข

"น้องมะโหนกคิดถึงพี่กระบองนะพี่กาญจน์..." นายนั้นเงยหน้าขึ้นพยักหน้าหงึก ๆ "พี่ลืมไป ๆ...โทษที..." แล้วเจ้าแมวขโมยก็ลุกขึ้นนั่งจัดการถอดเสื้อและกางเกงออกทันทีอย่างไม่อาย มันเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ฉันเห็นท่อนลำของมันชี้ปึ๋งแถมกระดกหงึก ๆ
แทนที่นายหญิงมัวจะกลัว เธอกลัวหัวเราะชอบใจแถมพูดว่า
"เห็นหรือเปล่าพี่กาญจน์พี่กระบองมันคิดถึงน้องมะโหนกแค่ไหน ดูซิ..งุ่นง่านใหญ่แล้ว..."
นายกาญจน์จอมขโมยก้มลงมองแล้วดีดหัวมันเบา ๆ แล้วพูดว่า "ใจเย็นหน่อยเดี่ยวได้เจอแล้ว"

นายหญิงโมหัวเราะเสียงดัง เธออ้าขาออกคร่อมเอานายนั่นเองไว้
"โม..น้องมะโหนกงุ่นง่านเหมือนเจ้ากระบองของพี่หรือเปล่า ?"
นายหญิงโมพยักหน้ารับ แก้มเธอแดงปลั่งเป็นตำลึงสุก
"ไหน..ขอพี่ดูน้องมะโหนกหน่อยซิ...ว่าคิดถึงพี่แค่ไหน...?"
แต่นายหญิงโมส่ายหน้าแล้วพูดแกมหัวเราะว่า
"อิอิ..พี่กาญจน์..น้องมะโหนกคิดถึงพี่กระบองนะ ขี่ตู่อีกแล้ว..กิ้ว ๆ"
เจ้าแมวขโมยหัวเราะแล้วสอดมือปลดกระขอกางเกงของนายผู้หญิงโมออก
จัดการรูดซิปแล้วค่อย ๆ รูดกางเกงลงมาเรื่อย ๆ จนออกไปจากปลายเท้า

ตอนนี้นายผู้หญิงโมของพวกเราทั้งตัวเธอมีแต่กางเกงในสีขาวตัวเดียว
เจ้าแมวขโมยก้มหน้าลงเป้ากางเกงของนายผู้หญิงโมแล้วทำเสียงจึ๊กจั๊ก ๆ
"โม..พี่รู้แล้ว..น้องมะโหนกคิดถึงพี่มาก..." นายหญิงโมทำหน้าสงสัย แต่แววตาระยิบระยับ
"ก็ดูซิ..เปียกเป็นแถบเลย..." นายผู้หญิงโมอายจึงยันตัวขึ้นนั่งแล้วระดมทุกอกเจ้าหมอนั่นใหญ่ แต่เธอทุบเบา ๆ เหลือเกิน แหม...น่าจะทุบให้หนักกว่านี้หน่อย

"เขินเหรอ..." นายผู้หญิงของเราม้วนต้วนเลยทีนี้ เป็นนานจึงพยักหน้ารับสารภาพกับมัน
"อายทำไม..น้องมะโหนกคิดถึงพี่นี่นา..ไม่เห็นเป็นไรเลย..พี่เองก็คิดถึงเสียเหลือเกิน
เกือบยี่สิบวัน..ใจจะขาดเสียให้ได้ ไม่เป็นอันกินอันนอนเลยโม..." มันสารภาพเสียงแผ่ว

"น้องมะโหนกไม่ได้คิดถึงพี่กาญจน์นะ น้องมะโหนกคิดถึงพี่กระบอง..."
เจ้านั่นได้ฟังก็ยิ่งหัวเราะชอบใจใหญ่ แววตาเป็นประกายเจิดจ้า
มันยื่นมือไปเกี่ยวขอบกางเกงในของนายผู้หญิงโมแล้วรูดลง

อึม..เธอขยับยกก้นแอ่นขึ้นให้รูดออกไปอย่างสบายอกสบายใจ
เฮ่อ...นายผู้หญิง..ตอนนี้นายผู้หญิงเปลือยล่อนจ้อนเหมือนกับมันแล้วนะ
นายผู้หญิงจ๋า...ฉันอิจฉาเรือนร่างนายผู้หญิงเหลือ ขาวเพรียวสมส่วน
อกเป็นอก เอวเป็นเอว ไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่นิดเดียว
หน้าท้องก็แบนราบ แล้วเนินน้องมะโหนกของนายหญิงโมก็อวดตัวขึ้นมาเด่นเลย

ยิ่งตอนนายหญิงทิ้งตัวลงนอนหงายแบบนี้ ไหมดำไม่ดกคลุมเลยมานิดหน่อย
แต่ของเจ้านั่น..โห...มันดกดำมืดเป็นป่าเชียว
ฉันเป็นหญิงด้วยกันยังอยากมีเรือนร่างงามเหมือนนายผู้หญิงจังเลย

เจ้าแมวขโมยปลาย่างก้มลงมองเรือนร่างที่นอนอวดความขาวอย่างหลงใหล
มันมองตั้งแต่หัวจรดเท้า..จากเท้าขึ้นไปจรดหัวของเธอ แล้วนั่งลงด้านข้างบริเวณสะโพก
"น้องมะโหนกจ๋า..." เจ้านั่นกระซิบเรียกเบา ๆ นายผู้หญิงโมหัวเราะแล้วขานรับว่า
"ขา..." เสียงระรื่น "คิดถึงพี่กาญจน์มากเหรอ ?" นายผู้หญิงโมหัวเราะแล้วส่ายหน้าไปมา
"มะโหนกคิดถึงพี่กระบอง ไม่ได้คิดถึงพี่กาญจน์สักกะหน่อย..." เธอพูดแล้วเขินจนหน้าแดงแล้วแดงอีก
"ไม่รู้ละ..ยังไงต้องให้พี่กาญจน์หอมชื่นใจน้องมะโหนกก่อน แล้วพี่ยอมให้มะโหนกคุยกับเจ้ากระบองได้..ไม่งั้นอด.."

"อื้อ..." นายผู้หญิงโมส่งเสียงออกมาแบบนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะหมายความว่าไง
แต่เจ้าจอมขโมยปลาย่างกลับจับขาของเธอแยกออก เธอปล่อยให้มันทำตามใจต้องการ

ฉันมองตรงลงไปเห็นน้องมะโหนกที่นายผู้หญิงโมเรียกชัดเจน
ตอนที่อยู่กับนายผู้ชายโอ๊ค ฉันไม่เคยเห็นนพวกเขาเล่นแบบนี้กันเลย
พอมาถึงนายผู้ชายโอ๊คก็ระดมจูบจับและปลดเสื้อผ้าออก
นายผู้ชายโอ๊คจูบใช้ลิ้นเลียไปทั่วตัว ไม้เว้นแม้แต่มะโหนกของนายผู้หญิงโม

ตรงนี้ขอนอกเรื่องนิดนึง
ฉันสังเกตเห็นว่านายหญิงโมชอบให้นายผู้ชายโอ๊คเลียน้องมะโหนกของเธอนาน ๆ
มันก็เลยบังทัศนวิสัยการมองของฉันหมด ฉันไม่เห็นน้องมะโหนกชัด ๆ อยู่ดี
ต่อจากนั้นนายผู้ชายโอ๊คก็จัดการเผด็จศึกนายผู้หญิงโม
เวลาก็ไม่นานสักเท่าไหร่หรอกนายผู้หญิงโมก็ร้องลั่น
แล้วตามด้วยเสียงร้องของนายผู้ชายโอ๊ค
เสร็จแล้วทั้งสองนอนกอดกันดึงผ้าห่มขึ้นคลุม นอนกอดกันหลับไป
ตื่นขึ้นมาจึงเข้าห้องน้ำห้องท่า แล้วนายผู้ชายโอ๊คก็กลับบ้านไป

แต่นี้เจ้าแมวขโมยกลับเล่นอะไรแปลก ๆ มันอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
มันจับขานายผู้หญิงโมอ้าออกแล้วจับข้อเท้าให้เธองอเข่าเข้ามา
งอจนฝ่าเท้าทั้งสองประกบกันเหมือนลักษณะดอกบัวตูม
ฉันมองไปเห็นมะโหนกของนายผู้หญิงโมแผ่เต็มหน้าขา
กลีบทั้งสองของเธอขาวเนียนแล้วนูนเด่นเป็นสันขึ้นมาทั้งสองข้าง
แสงของฉันสะท้อนกลางร่องกลีบของเธอมันวาว
เจ้าหมอนั่นยื่นนิ้วชี้ลงไปแตะที่กลางร่องแล้วยกขึ้น มีน้ำเหนียว ๆ ยืดติดขึ้นมาด้วย
มันหลิ่วตาให้นายผู้หญิงโมให้ดูที่นิ้วแล้วพูดว่า "ดูซิโม..น้องมะโหนกคิดถึงพี่ขนาดไหน ?..."
"ก็พี่ไม่มาหาน้องมะโหนกเลยนี่นา..." เธอท่าทำเป็นงอน
"อย่างนั้นต้องถูกลงโทษ..." เจ้านั่นรีบพูดแล้วก้มลงจูบตรงกลุ่มไหมของเธอ
ซุกจมูกจูบสูดกลิ่นน้องมะโหนกของเธอดังฟอดแล้วเงยหน้าขึ้น
"โมจ๋า..พี่กาญจน์ชื่นใจจังเลย...หอมชื่นใจ..." นายผู้หญิงโมยิ้มมองมันตาปรือเยิ้ม
"อยากถูกลงโทษหลายทีจัง..." มันรำพึง "ก็รับโทษไปซิคะ..คิดถึงกันมากนักนี่.." มันยิ้มพยักหน้ารับ

เจ้านั่นก้มลงให้จมูกปากจูบสูดกลิ่นฟอดถี่ ๆ
นายผู้หญิงโมของฉันกลับใช้ศอกยันที่นอนผงกหัวขึ้นมอง
เธอจ้องการกระทำของมันทุกอิริยาบถ แถมยังขยับแอ่นยกก้นลอยขึ้นนิด ๆ อีกด้วย
มันเงยหน้าขึ้นแล้วบอกว่า "โมจ๋า..น้องมะโหนกหอมชื่นใจจัง..."

ขณะนั้นฉันมองเห็นท่อนกลางตัวของมันกระดกหงึก ๆ โห..ใหญ่กว่าของนายผู้ชายโอ๊คอีก
ประมาณ ๆ น่าจะกว่าเจ็ดนิ้วแน่นอน ความอวบอ้วนก็เหมือนจะเหนือกว่า
แต่หัวลำของเจ้าหมอนี่เป็นสีชมพูเรื่อดูดีมาก ๆ เลย
ต่างจากของนายผู้ชายโอ๊คที่คล้ำจนเกือบดำ
ฉันมองไปเห็นสายตานายผู้หญิงโมมองมันตาเยิ้มเชียว เธอคงติดใจมันแน่นอน
ฉันเองก็ยังยอมรับเลยว่ามันช่างน่ารัก น่าเล่นกว่านายผู้ชายโอ๊คเป็นไหน ๆ

มันขยับมาจับขานายผู้หญิงโมแยกออกแล้วไปฟุบตัวลงกลางหว่างขาเธอ
ใบหน้าของมันห่างจากน้องมะโหนกของนายผู้หญิงโมไม่ถึงคืบ
มันใช้สายตาสำรวจน้องมะโหนกของนายผู้หญิงโมแล้วซู้ดปากเป็นระยะ
จากนั้นมันก้มลงจูบอีก แต่คราวนี้เจ้าแมวขโมยก้มลงต่ำลงกว่าที่จูบครั้งแรก
จูบแล้วมันขยี้ใบหน้าไปมาอีก คราวนี้นายผู้หญิงโมถึงกับเกร็งกัดกรามแน่น

มันขยี้อีกหลายทีจนพอใจแล้วเงยหน้าขึ้นมองอาการเกร็งของเธอแล้วก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะของมันทำให้นายผู้หญิงโมของเราเขิน มันเลยรีบกลบกลื่นว่า
"ชื่นใจเหลือเกินโม..." นายผู้หญิงโมยิ้ม "จมูกพี่กาญจน์เปียกเชียว..." เธอกระซิบบอกมันเบา ๆ
"ดี..ออกมาเยอะ ๆ ซิดี...เดี่ยวจะกินให้หมดเลย..."
มันไม่ฟังเสียงนายผู้หญิงโมจะพูดอะไรอีก มันก้มลงจูบและขยี้หน้าต่อ
มันขยี้เนินน้องมะโหนกนายผู้หญิงโมจนเธอต้องแอ่นก้นร่อนส่ายเหมือนหลบและเหมือนสู้

จอมขโมยปลาย่างเงยหน้าขึ้นอีกที มองใบหน้าแดงกร่ำของเธอที่กำลังมองมันตาไม่กระพริบ มันก้มหน้าลงแลบปลายลิ้นออกเลียไปกลางร่องจากนั้นก็ลากยาวจากล่างขึ้นบน
นายผู้หญิงโมสะดุ้ง หน้าท้องเกร็งเป็นลอน ห่อปากครางเสียงซู้ดออกมาเบา ๆ

ฉันเห็นปลายลิ้นของเจ้าแมวขโมยแลบออกมายาวแล้วปลายลิ้นห่อให้เรียวแหลม
มันซุกหน้าลงไปอีกครั้งตรงด้านล่างแล้วกระดกปาดลิ้นลากขึ้นมาจนสุด
คราวนี้นายผู้หญิงโมครางซี้ดยาวออกมาดัง ๆ ทันที
ฉันไม่เคยเห็นการใช้ลิ้นทำกันแบบนี้มาก่อน นายผู้ชายโอ๊คไม่เคยทำแบบนี้
และฉันก็ไม่เคยเห็นนายผู้หญิงโมครางซี้ดเสียงดังยาวแบบนี้เหมือนกัน

เจ้านี่คงทำเก่งแล้วคงทำให้นายผู้หญิงโมติดใจ เธอขยับอ้าเข่าออกไปกว้าง
ก้นแอ่นร่อนโยกย้ายรับปลายลิ้นเจ้าหมอนั่น มันทำหลายครั้งจนเธอปากคอสั่นทีเดียว
"พี่กาญจน์..จ๋า...อูยยยยย...โม...อาาาาาาา....ยยยยยย...."
มันลากลิ้นแหลมของมันขึ้นลงช้า ๆ มันเก่งมันค่อย ๆ ทำอย่างตั้งใจจริง ๆ
ฉันรู้สึกว่ามันบรรจงทำแบบนี้ให้กับนายผู้หญิงโมจากใจของมัน
มันทำให้เธอแบบที่นายผู้ชายโอ๊คไม่ค่อยได้ทำให้เธอสักเท่าไหร่
มันแลบลิ้นเลียร่องกลีบให้เธอช้า ๆ แต่ต่อเนื่อง เพื่อให้เธอได้ผ่อนอารมณ์มากขึ้น

มันเก่ง..มันทำให้นายผู้หญิงโมเพลิดเพลินและมีความสุขอย่างสุดขีด
นายผู้หญิงโมแอ่นก้นสูงลอยร่อนตามปากตามลิ้นเหมือนกลัวมันจะเลิกทำจนตัวเกร็ง
มันสลับจากจูบมาเลีย แล้วจากเลียกลับไปจูบอีก

ฉันเริ่มได้ยินเสียของน้องมะโหนกต่อว่านายผู้หญิงโมเบา ๆ แล้ว
นายผู้หญิงโมจึงกระซิบบอกเสียงกระเส่ากับมันว่า
"พี่กาญจน์..พี่กาญจน์..มะโหนกเค้าคิดถึงพี่กระบองนะคะ..."
เธอพูดพร้อมหน้านิ้วคิ้วขมวด เหมือนจะต่อว่ามันหรืออย่างไร ?

---- 9.14 ฉันคือมะโหนกน้องสาวคนสวยของพี่โม ----

ฉันชักรำคาญนังแชนเดอเลียร์เหลือกำลังเอาแต่พูดอยู่นั่นแหละ
มันจะรู้จักพี่โม พี่กระบอง แล้วฉันสักแค่ไหนกันเชียว
มันจะรู้ความลึกซึ้งระหว่างพี่โมกับพี่กาญจน์ ฉันกับพี่กระบองสักนิดก็ไม่มี
ทำเป็นรู้ดีพูดนั่นพูดนี่อยู่ได้ น่าเบื่อจริง ๆ

ตอนนี้ฉันเองนะเกร็งสุด ๆ ไปหมดเลย น้ำหูน้ำตาไหลเยิ้มจนหยดติ๋ง ๆ
มันรักมันคิดถึงนี่นา ไม่ว่าพี่กาญจน์ หรือพี่กระบอง ฉันก็ทั้งรักและคิดถึงเหมือนกัน
ยิ่งพี่กาญจน์มาแสดงความรักความคิดกันแบบทั้งจูบทั้งเลียกันทักทายแบบนี้
ฉันซึ้งใจจังเลย ซึ้งจนนังแชนเดอเลียร์ไม่มีจะซึ้งก็แล้วกัน

อย่าไปยุ่งกับมันเลย ฉันรู้สึกว่าพี่กระบองชักหงุดหงิดหงึกหงักเต็มทน
"พี่กระบองจ๋า...มาเลยจ๊ะ...มาหาน้องเลย" ฉันกระซิบบอกเบา ๆ
ตอนนั้นนายกาญจน์กำลังย่งโย่ยงหยก ไม่ยอมให้พี่กระบองมาพบฉันซักกะที
แหม...นายกาญจน์นะนายกาญจน์ ช่างไม่เห็นใจกันมั่งเลยนะ
ฉันก็คิดถึงของฉันมั่งเหมือนกัน คิดใจจนเยิ้มไปหมดแล้วละ
ใจดำจริง ๆ ยังไม่ยอมให้ฉันได้พบพี่ชายที่แสนดีของฉันสักที

"น้องมะโหนกจ๋า..รออีกนิดนะจ๊ะ...พี่เองนะอยากมุดเข้าหาน้องมะโหนกเต็มทีแล้ว
แต่เจ้านายของพี่นะซิ เค้ารักเค้าคิดถึงพี่สาวของน้องมะโหนกเสียเหลือเกิน
รักพี่สาวก็เผื่อแผ่มารักน้องสาวด้วย นะน้องมะโหนกนะ..เห็นใจเจ้านายพี่นิด
ให้เค้าจูบเค้าเลียเค้ากลืนกินกันก่อนนะ..มะโหนก...."

เสียงพี่กระบองกระซิบมากระเส่ามาก แหม..แก้ตัวให้เจ้านายเสียยาวเหยียดเลย
"อิอิ..พี่กระบองจ๋า..นายพี่ทั้งจูบทั้งเลียเลย มะโหนกชอบมาก ๆ นะ
พี่สาวมะโหนกนะยิ่งชอบใหญ่เลย ไม่งั้นไม่หลับตาพริ้ม ปากจู๋ครางไม่หยุดแบบนั้นหรอกจ๊ะพี่จ๋า..."

"เป็นไงบ้างละ...ลีลาเลียของนายกาญจน์เป็นไงบ้าง ?" พี่กระบองถามฉัน
"ฮือ..ๆ ๆ ยอดมากเลย ลิ้นพลิ้วมากพี่กระบอง พี่ชายของพี่กระบองตวัดลิ้นแต่ละที
อูยยย...ทำเอาพี่สาวถึงกระตุกเลย ยิ่งตอนใช้ปลายลิ้นห่อแหลมขยี้เม็ดมะยม
ที่น้องเก็บซ่อนเอาไว้อย่างดีแล้วเชียวนา โอยยยยย...พี่สาวโมของน้องโก่งจนตัวงอ
สั่นเร่า ๆ ครางเสียงอึ๊ก ๆ ไปเลยพี่กระบอง" ฉันเล่าอาการของพี่โมไปตามจริง
ไม่รู้จะปิดบังพี่กระบองไปทำไมนี่นา

ตอนนั้นฉันชักกลัวว่าตัวเองจะทนไม่ไหว เพราะมันอัดอั้นมาหลายวัน
ฉันพยายามขมิบถี่ ๆ พี่กาญจน์นี่ก็ร้ายเหลือทนแทงลิ้นยาวพรวด ๆ ถี่ยิบเลย

"ฮะ..ฮา..น้องมะโหนกจ๋า พี่ชายของพี่ทำแบบนั้นไม่ดีหรือจ๊ะ..ทำไมน้องมะโหนก
ไม่ปล่อยตามอารมณ์ละจ๊ะ ปล่อยให้ถึงจุดสุดยอดไปก่อนสักครั้งก็ได้นี่จ๊ะ..."

ฉันอารมณ์ขึ้นมาทันที "โห..พี่กระบองพูดยังงั้นได้ไง น้องคิดถึงพี่กระบองนะ
พี่กระบองไม่ได้เยี่ยมน้องมะโหนกนานแล้วนี่นา น้องอยากเจอพี่กระบอง
อยากให้พี่ทำให้น้องมะโหนกจึงจุดนั้นเสียมากกว่า พี่กระบองจ๋าน้องมะโหนก..
อุ..อุ...น้องมะโหนกจะไม่ไหวแล้ว..โอยยยย..ช่วยบอกพี่ชายพี่ให้เบา ๆ ลงหน่อย"

"จ๊ะ..ๆ พี่กระซิบบอกพี่ชายพี่แล้ว น้องมะโหนกช่วยบอกพี่โมด้วยอีกแรงซิ
ให้พี่โมบอกให้เลิกใช้ลิ้นเสียที..บอกหน่อยนะ...พี่ก็อยากเจอน้องมะโหนกใจจะขาดแล้ว"
"คะ..ดีคะ...พี่..พี่...เรามาช่วยกันนะ..."
"จ๊ะ...."

ฉันส่งกระแสความเสียวไปยังหัวใจพี่โมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เออ..ดีจังทำท่าจะได้ผล
พี่โมลืมตาปรือเยิ้ม ยื่นมือดึงหัวพี่กาญจน์ขึ้นแล้วลากขึ้นประกบปากจูบ หน้าพี่กาญจน์เลอะไปหมดเลย  อิอิ...พี่กระบองได้โอกาส

เลยตอนนี้ พี่กระบองทิ่ม ๆ ตำ ๆ กลางร่องกลีบของมะโหนกทันทีก็ได้แค่นั้น..พี่กระบองแทงไม่ตรงเป้าหมายซักกะที จนฉันอด

หัวเราะไม่ได้

"พี่กระบอง...พยายามนิดนะ..พยายามตั้งให้ตรงหน่อย.." ฉันกระซิบให้กำลังใจ
"พี่..พี่..พยา..ยาม...อูยยย..พลาด..อีกแล้ว น้องมะโหนก..ร่อนขึ้น..หน่อยซิ..."
"จ๊ะ...แบบนี้ ๆ " ฉันให้พี่โมแอ่นยกก้นขึ้นร่อนลอย ส่ายรับการแทงของพี่กระบอง
แต่ยังไงก็ไม่สำเร็จ ฉันชักโกรธพี่โมของฉันจนน้ำตาซึม รีบบอกพี่กระบองอีกที
"พี่กระบองจ๋า...พยายามหน่อยนะ พยายาม...ฉันชักโกรธพี่โมแล้วละ ไม่ยอมช่วยให้เราเจอกันสักที..."

พี่กระบองพยายามเล็งให้ตรง พอคอยกะจังหวะเห็นว่าตรงดีแล้วรีบบอกพี่กระบอง
"พี่จ๋า...ตรงแล้ว...เอาเลย..." พี่กระบองกดลงมาทันที
"อูยยย...ตรง..ตรง..แล้ว..น้องมะโหนกจ๋า...เอา..เด้งเลย...เด้งเลย..." พี่กระบองกระซิบเสียงกระเส่า ฉันรีบทำตาม เฮ่อ..รู้สึกดีจริง

ๆ เลย หัวพี่กระบองพรวดเดียวเข้าปากฉันจนถึงรอยหยัก

ฉันหัวเราะหึ ๆ ออกมาได้เบา ๆ แล้วบอกว่า "พี่จ๋า..เข้ามาแล้ว ฉันเจอหัวพี่กระบองแล้ว..."
"จ๊ะ..น้องมะโหนกจ๋า...น้อง...พี่แน่นจัง...อูยยย...น้องขมิบใหญ่เลย...."
"ฉัน..คิดถึงพี่นี่นา...คิดถึงเหลือเกิน...จ๊ะ...."

พี่สาวฉันกับพี่กาญจน์เค้ายังจูบดูดลิ้นกันนัว ยังดีที่เจ้านายพี่กระบองคอยโหย่งก้นโยกไปมา พี่กระบองจึงได้ขยับไปขยับมา พอมี

แรงกระทุ้งนิดหน่อยพี่โมพี่สาวของฉันก็ขยับแอ่นก้นยกขึ้นสูง มันเป็นโอกาสเหมาะให้พี่กระบองเข้ามาหาฉันใกล้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น

เกือบเดือนแล้วที่ห่างกัน มันช่างนานเหลือเกิน ฉันสะสมความคิดถึงเอาไว้มากมาย
ฉันอยากขมิบตอดรัดลำตัวพี่กระบองเอาไว้แน่นเลย พี่กระบองเองก็ย่อยเสียเมื่อไหร่ ขยับตัวเกร็งตัวพองวาบ ๆ ตอบรับจังหวะ

ตอดรัดของฉัน ฉันตอดรัดพี่กระบองเกร็งตัวรับ ไม่กี่ครั้งเราสองก็ตอบรับจังหวะกันไม่พลาด

พี่กาญจน์ขยับก้นกดพี่กระบองลึกเข้าปากฉันอีก
พี่สาวของฉันก็ขยับแข้งขยับขาปรับท่าทางโล่งให้เราสองได้พบกัน
ฉันรักพี่กระบองเหลือเกิน และพี่กระบองเองก็รักฉันมาก

"น้องมะโหนกจ๋า...อูยยยย..สุดแล้วละ...หัวพี่ชนมดลูกน้องมะโหนกเลย..."
"คะ..อู้ววววว...เสียวจี๊ดเลย พี่อยู่เฉย ๆ ก่อนนะ ฟังซิพี่สาวมะโหนกครางใหญ่แล้ว"
ฉันเกร็งก้นขมิบแรง ๆ

"น้องมะโหนก..เจ้านายพี่ก็ย่อยเสียเมื่อไหร่ละ สูดลมเข้าปากซู๊ด ๆ ๆ อยู่เหมือนกันแหละ
มีแต่เราเท่านั้นละที่เพลินกันเหลือเกิน..นะ..นะ..." แล้วพี่กระบองก็หัวเราะอย่างยินดี

"พี่กระบองจ๋า..อูยยยย..ขนของพี่ขยี้เม็ดมะโหนกแรง ๆ โอวววว...พี่สาวมะโหนกเกร็งไปทั้งตัวเลยพี่
ดูซิ...ดิ้นปล้ำเจ้านายพี่กระบองใหญ่แล้ว ฟังซิพี่สาวมะโหนกบอกอะไรกับเจ้านายพี่...."

"อูยยย..พี่กาญจน์ขา โมเสียว..เสียวเหลือเกิน..วันนี้ทำไมมันถึงได้ดีจัง..."
"โม..โมจ๋า..พี่ยังไม่ทำอะไรเลยนะ แค่แช่เอาไว้เฉย ๆ เอง" พี่กาญจน์กระซิบบอก
"เหรอ..พี่...ทำไม..โมถึงเสียวแบบนี้..ก็ไม่รู้...อูยยยย...โอวววว..."
"โมคงคิดถึงพี่มากนะเอง..เกือบเดือนแล้วนะ..."
"โอววว...พี่กาญจน์จ๋า....โม..คิดถึงพี่เหลือเกินจ๊ะ....."
"พี่ก็คิดถึงโมเหลือเกิน..คิดถึงมาก..ใจจะขาด...อู้ววว...น้องมะโหนกดีเหลือเกินจ๊ะ...."
"เราไม่ได้ทำอะไร..แต่..โมว่า..น้องมะโหนก..กับ..พี่กระบอง...เค้ากำลังทำกันอยู่นะ..."
"งั้นเรามาช่วยเค้ากันเถอะ..." เสียงพี่กาญจน์เร้าใจจัง พี่โมพยักหน้าหงึก ๆ

"พี่กระบองจ๋า...ดูซิ..เจ้านายของเราเค้าคิดถึงกันใหญ่เลย เราก็คิดถึงกันใช่ไหมละ...พี่กระบองลุยเลยนะจ๊ะ..."
"จ๊ะ..." พี่กระบองรับคำ

พี่กาญจน์โหย่งตัวขึ้น สอดมือช้อนไปใต้เข่า
โอวว..ฉันเข้าใจแล้วละเดี๋ยวเขาจะต้องใช้แขนกดตรงข้อพับแล้วดันขาโย้ไปข้างหน้า
เท้าทั้งสองของพี่โมก็จะตั้งแกว่งไกวไปมา เข่าทั้งสองบดกับเต้านมอวบเมื่อพี่กาญจน์โน้มตัวลง สภาพแบบนี้ตัวฉันจะถูกดันให้

แอ่นหน้าลอยเด่นยิ่งขึ้น โคนขาสองข้างหนีบกลีบฉันให้แนบชิดกัน แม้เข่าจะแยกออกกว้างแค่ไหนก็ตามปากของฉันจะกระชับ

รัดลำตัวพี่กระบองแน่นเป็นพิเศษ ฉันชอบท่านี้เหมือนกัน โหววว...มันอย่าให้เซดเลย ตอนอยู่เวนิสพี่ชายของพี่กระบองใช้บ่อย

"พี่กระบองจ๋า..เจ้านายของพี่เค้ากระชับพื้นที่เข้ามาแล้วนะ..อิอิ..." ฉันกระซิบใช้ศัพท์ทันสมัย พี่กาญจน์ดันพี่กระบองเข้าไปสุดทำ

ให้ก้นพี่โมถูกยกลอยมากยิ่งขึ้น ทั้งลำของพี่กระบองถูกฉันอมเอาไว้หมด ส่วนหัวชนปากมดลูกกึก ๆ ชนทีพี่กระบองก็สะดุ้ง อิ

อิ..พี่โมพี่สาวฉันก็สะดุ้งขนลุกซู่ซ่าเลย สะดุ้งกันไปเสียวกันมา เจ้านายพี่กระบองดูเหมือนจะไม่เท่าไหร่ แต่เจ้านายสาวโมของฉัน

นะซิ อู๊ยยย...พี่โมของฉันสะอื้นอึ๊ก ๆ ไปเลย จนพี่กาญจน์เจ้านายพี่กระบองตกใจ

"โม..โมจ๋า..เจ็บเหรอ..." เสียงละล่ำละลักแสดงความเป็นห่วง
พี่โมของฉันส่ายหน้าไปมา "โม..ปะ..ปะ..ปล่าว...อูยยยย...เสียว...เสียว..เหลือ..เกิน..คะ...อู๊ยยยย...ซีดดดดสสส์...."
"พี่นึกว่าบดจนทำให้โมเจ็บ เจ้ากระบองของพี่มันคิดถึงน้องมะโหนกเหลือเกินจ๊ะ..." พูดแล้วพี่กาญจน์ยิ้มตาวาว พี่สาวของฉันก็

ยิ้มตอบตาปรือเยิ้ม เต้านมถูกเข่ากดจนยุบลงไป

ฉันเองก็ตอบรับการกระชับพื้นที่ของพี่กระบองด้วยความถูกใจ ฉันอดชมพี่กระบองไม่ได้
"พี่กระบองจ๋า...อู๊ยยย...เก่งจัง..พี่สาวโมของมะโหนกเสียวใหญ่แล้ว ดูซิขนลุกซู่ ๆ..."
"น้องมะโหนกเองก็ย่อยเสียเมื่อไหร่ ดูเจ้านายกาญจน์ของพี่ซิ..สูดปากซี๊ด ๆ ซู๊ด ๆ ไม่หยุดปากเหมือนกัน"

คุยกันไม่ทันจะจบดีพี่กาญจน์เจ้านายพี่กระบองก็ดึงก้นชักพี่กระบองออกมา
แม้แค่นิดเดียวก็เถอะ ฉันกลัวนี่นา..กลัวว่าพี่กระบองจะจากฉันไปอีก
ฉันรีบส่งสัญญาให้พี่โมขยับยกก้นลอยขึ้นไม่ต้องการให้พี่กระบองจากฉันไป
พอดีกับที่พี่กาญจน์ไม่ได้ชักออกไปมากกลับกระแทกคืนพี่กระบองคืนมาให้ฉันเหมือนเดิม
เนื้อกลีบของฉันปะทะกับโคนพี่กระบองจนเกิดเสียงปั๊บสนั่นเลย

ฉันชอบใจมากจึงหัวเราะเสียงใส จนพี่กระบองมองฉันตาเขียว
"สนุกมากนะมะโหนก...."
"อื้อ...ทำอีกซิพี่กระบอง..มะโหนกจะร่อนให้สะเด็ดไปเลย"
"มะโหนกกะให้พอดีกับจังหวะของพี่นะ...ตะกี้นะเด็ดจัง...นายพี่เสียวซี๊ดไปเลย...ดี..ดี..."

"อื้อ..นับจังหวะเลยพี่กระบอง เจ้านายพี่โหย่งก้นชักออกอีกแล้ว อย่าให้หลุดนะคะ อูยยยยย....เสียวววว..."
"จ๊ะ..ไม่ให้หลุดหรอก...พี่จะนับหนึ่งถึงสามนะ...อ้าวววเลย...หนึ่ง...สอง...สาม โอเค...อึ๊บ..."
"ปั๊บบบ...." เสียงเนื้อปะทะกันดังแบบนี้แหละ ชอบฟังเสียงจัง

"อูยยย..โอยยยวววว...พี่กาญจน์จ๋า...โม...โม...เสียว...เสียววว..คะะะะ...ทำ..นาน..นาน...นะ..พี่..นะ..."
"อูยยยย...ดีจริง ๆ เลยโม...อึ๊บบบ..."
"โม..โม..รอ..พี่..ทุกวัน...เลย...อูยยย.ววววว...เลย..คะ..."

โอววว...ดูเอาเถอะพี่สาวฉันสารภาพหมดเปลือกเลย นายกาญจน์โน้มตัวลงไปจูบนม
"พี่..พี่..ขอโทษโม..พี่เองก็คิดถึงโมเหลือเกิน ใจจะขาด พี่รักโม..พี่รักโม พี่อยากมาทำโมแบบนี้ทุกวัน..แต่พี่กลัว...."
"ขาาา..ทาม..ไม..วัน..วันนี้..ไม่กลัว..."
"พี่..ทน...แรง...คิดถึง..โม...ไม่ไหว...ใจ..จะขาด...เป็นไงเป็นกัน..."

นายกาญจน์ของพี่กระบองสารภาพบ้างแล้วไหมละ ทั้งสองต่างก็คิดถึงกันนั่นแหละ
ทำท่ามากไปยังงั้นใช่ไหมละพี่กระบอง "อื้อ..พี่สงสารพี่กาญจน์เจ้านายมากเลย..ไม่เป็นอันกินอันนอน"
"อิอิ..พี่โมของมะโหนกก็เหมือนกัน..ทำเป็นใจแข็งไปงั้นแหละ..."

"ทำแล้วดีปล่าวละ..." พี่กาญจน์ได้ฟังคำถามนี้ของพี่โมจึงก้มลงมองสบตาหวานเยิ้มปานจะหยด
"ดี..ดี..ดีที่สุดโม...โมจ๋า...พี่มีความสุขที่สุด..ที่ได้ทำโมแบบนี้..."
"โม..ก็ดี..ดี..มาก..พี่กาญจน์ทำดี..แบบนี้...อูยยยวววว..พี่กาญจน์ขา...เสียวม๊ากมาก..โอวววว..."

ช่วงที่ทั้งสองคุยกันนายกาญจน์ก็ไม่ได้อยู่นิ่งหรอก เขาขยับพี่กระบองโยกย้ายไปเรื่อย
ลำตัวของพี่กระบองเสียดสีไปรอบ ๆ มะโหนกเสียวจนน้ำตาซึมแล้วซึมอีก สั่นไปหมดแล้ว

นายกาญจน์ได้ยินพี่โมพี่สาวมะโหนกบอกให้ทำอีก ๆ แบบนั้นจึงดันตัวขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง
ขยับให้เข้าที่เข้าทางเอาขาพี่สาวมะโหนกพาดบนท่อนแขน ยื่นมือไปจับเอวกิ่วของเธอเอาไว้ ก้มลงไปยิ้มหวานให้พี่โม อึม...พี่

โมยิ้มตอบตาเป็นประกายสดใสท้าทาย
พี่กาญจน์ก้มลงไปมองที่มะโหนกแล้วโหย่งก้นดึงพี่กระบองยาวออกมายาว

"อูยยยววววว...." พี่สาวมะโหนกครางเสียงยาว ก็คงเสียวจากพี่กระบองที่คับปากมะโหนกอยู่นี่แหละ ตอนพี่กระบองถูกรูดออก

จากปากมะโหนกมันครูดและดึงเอาสองกลีบของมะโหนกอ้าออก พี่กาญจน์ก้มลงมองปากมะโหนกที่รัดลำพี่กระบองแน่นเป็นวง

ฉันเห็นพี่กาญจน์เจ้านายพี่กระบองเห็นแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจที่สุด
อิอิ..ฉันรู้นะนายกาญจน์นะแอบดูฉันอยู่เรื่อยแหละ นอกจากชอบพี่สาวฉันเค้าคงชอบฉันด้วยเหมือนกัน อิอิ

พี่กาญจน์เจ้านายพี่กระบองเกร็งก้นกระแทกพี่กระบองพรวดเข้าปากฉันแรง
โคนพี่กระบองกระแทกริมฝีปากของฉันจนยุบยวบลงไป แล้วพี่กาญจน์บดโหนกนิ่งอยู่แบบนั้น

พี่สาวโมของฉันครางซี๊ด ๆ แล้วผวาตัวสั่นริก พี่กาญจน์ก็ครางอู้ไปหยุดเหมือนกัน
ส่วนฉันเองก็หวิวจนริก ๆ อย่างไม่อาจข่มเอาไว้ได้ ขอบหัวบานของพี่กระบองเข้าออกแต่ละที โอววววว...เนื้ออ่อนที่ถูกกระชับ

พื้นที่ของฉันเหมือนถูกกรีดเป็นทางยาวขึ้นลงยาว ๆ มันเสียวยาว เสียวนาน พี่กระบองก็ใช่ย่อยโดนฉันตอดรัดแรง ๆ ถึงกับน้ำตา

ซึมไปเหมือนกัน

"ดีเหลือเกิน...น้องมะโหนกจ๋าาาา..." พี่กระบองกระซิบบอกฉันเสี่ยงแหบพร่า
"น้อง..ก็ดี..ดี..จ๊ะ...พี่กาญจน์กระแทกพี่กระบองแต่ละที เนินของมะโหนกกระเทือนพั๊บ ๆ ๆ ไม่หยุดเลย แต่ยิ่งกระแทกก็ยิ่งมันใช่

หรือเปล่าพี่กระบอง..."
"จ๊ะ...หูยยยย...มันจริง ๆ น้องมะโหนก...อู้วววว..."

มันจริง ๆ มันมากจนพี่โมพี่สาวคนสวยของฉันยื่นมือไปคล้องคอพี่กาญจน์แล้วโหนตัวขึ้น
ให้พี่กาญจน์ประคองก้นของเธอกระแทกพี่กระบองใส่ฉันไม่หยุด
แม้ยังไม่เร็วแต่ก็ซอยอย่างสม่ำเสมอจนพี่กระบองผลุบๆ ผลับ ๆ
ส่วนพี่สาวสุดที่รักของฉันก็ก้มลงมองลีลาซอยเสียวของพี่กระบองไม่วางตาเหมือนกัน
ฉันว่าพี่โมยิ่งมองก็ยิ่งเสียว เมื่อเสียวก็ยิ่งยั่วยุให้พี่กาญจน์ซอยพี่กระบองเร็วขึ้น ๆ และแรงขึ้น

เฮ่อ...มีหรือพี่กาญจน์คนว่าง่ายคนนั้นจะไม่ทำตามใจพี่โมพี่สาวของฉัน
แรงมีเท่าไหร่พี่แกทุ่มให้กับพี่สาวคนสวยของมะโหนกไม่ยั้งหรอก
ปั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงดังฟังชัด ส่วนพี่โมก็แอ่นฉันแน้รับพี่กระบองไม่พลาดสักที
เต้านมอวบขาวกระเพื่อมขึ้น ๆ ลง ๆ ตามแรงกระแทกสะท้อนแสงวูบวาบ
พี่กาญจน์พอเสียวมาก ๆ ก็ผ่อนจังหวะลง ฉันหรือจะยอมฉันยุให้พี่โมเด้งแรง ๆ เข้าไปอีก

"โอยยยววว..มะโหนกจ๋า...พี่เสียวเหลือเกิน...อูยยยววว..."
"จ้า...พี่..กระบอง..มะโหนกก็...ก็...เสียวมันเหมือนพี่นั่นแหละจ้า...แต่มันนนส์ส์ส์มากนะพี่..."
"ฮือออ..มัน..มัน..มากกก..สสส..."
"จ๊ะ...ดี..สุด ๆ เลย...."

"มะโหนกจ๋า..ดูพี่โมพี่สาวมะโหนกซิ..หน้าตาได้อารมณ์สุด ๆ เลย..."
"คะ..พี่กระบองมะโหนกว่าพี่โมเต็มที่สุด ๆ เลย...อิอิ..ใกล้แล้ว..ๆ พี่กระบองแรง ๆ อูยยย...พี่...พี่...อ๊าาาากก"
"โอ๊ะ...น้องมะโหนกตอดแรงดีจัง...อุ๊ยยย..."
"ชอบเหรอ..เอาอีก..มะโหนกตอดพี่แรง ๆ ดีไหม....."
"อื้อออ...เสียว...เสียวมาก...ซี๊ดดดดสสสสส์"
"พี่กระบองจ๋า..พี่สาวมะโหนกร้องว้าย ๆ เชียวคราวนี้...อู๊ยยย..มะ..มะ...น้ำ..แตก..แตก...แล้ว
โอยยยยยวววว..พี่..พี่..แรง..แรง..เลย...เลย...อูยยยยยสสสส์...โอยยยยสสสสส์"
"จ้า...มะโหนก..ซี๊ดดดดด....อูยยยยยย..เสียววววว.."

พี่กาญจน์กระแทกพี่กระบองปั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ ถี่ยิบแรงจนเต้านมพี่โมเด้งขึ้นเด้งลงแรง ๆ แล้วเธอก็ร้องลั่นห้อง พี่โมพี่สาวคนสวยของ

ฉันปล่อยตัวทิ้งลงนอนแผ่มือกางเท้ากาง
พี่กาญจน์ผวาตามลงไปกอดเอาไว้แน่น ส่วนก้นดึงแล้วกระแทกปั๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ พี่โมพี่สาวคนสวยของฉันทนไม่ไหว

อีกแล้ว เธอตวัดขาเรียวขึ้นรัดรอบเอวพี่กาญจน์เอาไว้แน่น พี่กาญจน์ถูกรัดเอวเอาไว้แน่น จึงค่อย ๆ กระเด้าก้นช้าลง แล้วหยุดบด

โคนกระบองกับมะโหนกแน่น

พี่กาญจน์พี่ชายของพี่กระบองกับพี่โมพี่สาวของฉันนะไม่ต่างกันหรอก
ครางกันซื๊ด ๆ ๆ ไม่หยุดปาก หลับตาพริ้มอย่างสุดเสียว มะโหนกเองนะก็เพริดไปหลายหน
อีกครั้งที่กระบองพองตัววาบ ๆ ราวกับว่าจะขยายใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิมสักเท่า
ปากพี่กระบองสุดกลั้นนั้นพ่นน้ำเสียวร้อนวาบ ๆ พุ่งเข้ามาในปากคอของมะโหนกจนสะดุ้งสุดตัว

อารมณ์มะโหนกแตกเพลิศไปหลายหนเหมือนพลุที่ถูกยิงขึ้นไปค่อย ๆ แตกบนท้องฟ้า
สมใจมะโหนกคิดถึงพี่กระบองเหลือเกิน พี่กระบองของมะโหนกเก่งสุด ๆ เลย
ต่อไปมะโหนกจะไม่ยอมให้พี่กระบองจากมะโหนกไปไหนอีกแล้ว
มะโหนกรักพี่กระบองที่สุด พี่โมก็ชอบพี่กระบองเหมือนมะโหนกนี่แหละ อิอิ
แต่เธอไม่กล้าพูดตรง ๆ แบบนั้นออกจากปากหรอก แต่มะโหนกรู้มะโหนกบอกพี่กระบองให้รู้เอาไว้ด้วย พฤติกรรมพฤติการณ์นะ

แหงแซะอยู่แล้ว ฉันคิดว่าพี่กาญจน์ก็คงจะรู้แก่ใจดีอยู่เหมือนกัน

ตอนนี้...พี่กาญจน์บดโคนพี่กระบองกับเนินของมะโหนกเป็นวงช้า ๆ
โอวววว...ดีจริง ๆ สบายที่สุด...ชอบ...ชอบ...ทำอีก...ทำอีก....อู้ววววว...

---- 9.15 ข้า คือ กามเทพ ----

บอกแล้วไงว่าข้าไม่เพียงปลดปล่อยทัณฑ์ดอกไม้ของข้าไปอย่างไร้เป้าหมาย หรือเพราะสนุก ข้าต้องการให้รักของพวกเจ้าคือ

การเรียนรู้และพัฒนาจิตวิญญาณพวกเจ้าขึ้นมา
แต่เมื่อพวกเจ้าผู้ชายไม่ค่อยเห็นคุณค่าของพวกเจข้าผู้หญิง หรือในทางกลับกันก็ตาม
ข้าก็ได้แต่เมินเฉย ขยะแขยงและตัดขาดไม่ให้ความสนใจไม่ใยดีต่อพวกเจ้ามากนัก

ทัณฑ์ดอกไม้ของข้าไม่ได้มีเพียงความหวานแสนหวาน หอมแสนหอม
แต่ทัณฑ์ดอกไม้ยังแฝงด้วยพิษแห่งความดำ ความเจ็บช้ำเจ็บปวดแสนสาหัสเอาไว้ด้วย
เพราะอะไรละ ถ้าไม่ใช่ความเรื่องมากและเอาเปรียบกันของพวกเจ้า

คนสองคนจะรักและเป็นรวมร่วมเป็นคนเดียวกัน ยัง..ยังจะเอารัดเอาเปรียบกันอีกละหรือ ?
แล้วพวกเจ้าก็เกิดไม่เข้าใจกัน หวังแต่จะรับไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายก็อยากเป็นผู้รับบ้างเหมือนกัน มันน่าเศร้าที่ต่างก็ถูกทิฏฐิในเงา

มืดของหัวใจหลอกหล่อปั่นหัวครั้งแล้วครั้งเล่า

อะไรในโลกนี้จะยิ่งใหญ่กว่า "รักแท้" อีกหรือ ?
แล้วรักแท้นะคือรักที่ปราศจากเงื่อนไข
รักที่ยอมให้อีกใครคนหนึ่งนั้นเข้ามารวมร่วมกันกับเรา
รักกระจ่างแจ้งไม่ลี้ลับอำพรางที่เก็บไว้คอยเก็บเกี่ยว
เพราะรักแท้นั้นคือรุ่งอรุณของชายจริงและหญิงแท้

รักแท้ของข้านะเป็นยาอายุวัฒนะ
รักแท้ของข้านะเป็นน้ำพุของชีวิต
รักแท้ของข้าเท่านั้นที่ยังความหวานให้สัตว์โลกผู้ข้องในสังสารวัฎ
และรักแท้เท่านั้นที่พอจะพัฒนาสู่มหาเมตตา..และ..มหากรุณาได้

แต่มนุษย์ก็อยากพิสูจน์..พิสูจน์ให้พบใจกับใจเดิมแท้
ใจแท้ซึ่งไร้นามและไร้รูป...เพื่อจะได้บำเหน็จจากฟากฟ้า
ดั่งนายกาญจน์กับหญิงโมที่วนเวียนค้นหากันและกันเล่า
นาน..และนาน...ที่ต่างโหยหาอาวรณ์ พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ก้นบึ้งของหัวใจ

ข้าไม่รับรองว่าทั้งคู่จะเป็นคู่แท้หรอกนะ
เวลาต่างหากละ..เวลาในอนาคตของใจสองดวงพอจะให้คำตอบนี้ได้
ข้าเพียงยินดีและอวยพรให้ทุกคู่อย่างยุติธรรม

สุดท้ายขอบอกความลับให้ทราบประการหนึ่ง
ข้าไม่ใช่ผู้ลิขิตความรักหรอกนะ ไม่ใช่..พวกเจ้าเข้าใจผิดกันอย่างหนัก
เจ้าเองนั่นแหละ..มนุษย์มนุษย์ชาย กับ มนุษย์หญิง...เจ้านั่นแหละลิขิตตัวของเจ้าเอง
ข้า..เพียงส่งเสริมพวกเจ้าเท่านั้น ข้าส่งเสริมพวกเจ้าด้วยทัณฑ์ดอกไม้

---- 9.16 ผมคือนายโอ๊ค เพื่อนนายกาญจน์ ----

ผมเห็นใจพวกเค้า ผมเข้าใจเรื่องนี้ดีตั้งแต่วันที่ผมขอโมแต่งงานแล้วเธอไม่ตอบรับ
สายตาของโม สายตาของกาญจน์เพื่อนรักของผม ถึงพวกเขาจะปิดยังไงก็เถอะ
คนผ่านโลกอย่างผมมีหรือจะไม่รู้ว่าทั้งสองนะแอบรักแอบปรารถนากันและกัน

ก่อนหน้านี้ผมเปิดโอกาสให้พวกเขาหลายครั้ง แต่มันก็ไม่ก้าวหน้า
จะว่าวางแผนก็ตามเถอะ ผมรักโมมาก ผมอยากให้โมมีความสุข
ความสุขของผมไม่ใช่เพียงผมมีอะไรกับโมเท่านั้น
ผมเองไม่เคยขาดผู้หญิง ฮ่าาา..ตอนนี้ก็รอคิวอีกสองรายจะบอกให้
แต่เจ้ากาญจน์เพื่อนผมนี่ซิ เจ้านี้อุดมการณ์สูง ผมยุมันไงก็เหลวทุกครั้ง
เมื่อผมพิสูจน์จนแน่ใจว่าโมรักมันและมันเองก็รักโม
เหตุทั้งหลายบันดาลให้เกิดตามที่พวกท่านได้ทราบแล้วนั่นแหละ

ผมเสียใจนะ...เสียใจและก็ดีใจ มันอธิบายไม่ถูกหรอก
แต่ผมขออวยพรให้โมกับกาญจน์รักกันตลอดไป
ความเป็นเพื่อน เป็นพี่ของผมสำหรับกาญจน์กับโมเหมือนเดิม
ขอให้มีความสุขนะ โม..กาญจน์

---- 9.17 ฉัน kankan----

เขียนเรื่องรัก ๆ แล้วมันช่างอารมณ์ดีเสียจริง ๆ เชียว
นายกาญจน์กับหญิงโมก็สุขสมไปอีกราย

เฮ่อ..แต่ผู้เขียนนี่ซิ..ชีวิตเหมือนเรือน้อยลอยล่องจริง ๆ
เหมือนเพลงเรือน้อยของมาลีฮวนน่าจัง

......

เรือน้อยล่องลอยกลางทะเลฝัน
ราตรีฟ้าอาบแสงจันทร์ ฝากฝั่งฝันยังไกลสุดตา
เจ้าเรือไม้ไผ่ ล่องไหลไปตามยถา
แล้วแต่ลมและคลื่นจะพา กลางธาราสินธุ
......
เรือน้อยล่องลอยไปหนแห่งใด ขอจงอย่าหวั่นผองภัย
จงฝ่าไปอย่าได้อาทรณ์ เส้นทางสู่ฝัน คืนวันมั่นนิรันดร
สายลมรักจะเอื้ออาทรณ์ ให้เจ้าจรถึงฝากฝั่งฝัน

ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุก ๆ ท่าน
(อวสานจริงๆแล้ว)

------------------------------
ด้วยความขอบคุณที่ติดตามมาจนจบ kankan

 


เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

kaithai

การแต่งนิยาย ให้ตัวละคร มีตัวตน  ปรกติที่เห็นๆกัน จะเป็นแบบนี้
โดยให้ เราเล่าเรื่อง  (นายกาญจน์ เล่าเอง บุคคลที่หนึ่ง)
อีกคนเล่าเรื่อง (หญิงโม เป็นคนเล่า  บุคคลที่สอง)
หรือบุคคลที่สาม เล่าถึงเราสองคน


แต่ไม่เคยเห็น  ที่ให้  สิ่งของรอบกาย มาเล่าเรื่องให้ฟังแบบนี้
นี่คือ ความแปลกและแตกต่าง อย่างเห็นได้ชัด ถึงฝีไม้ลายมือ ของท่าน kankan


ขอบคุณมากๆ ที่สรรคสร้างผลงานเยี่ยมๆมาให้ได้อ่าน
และขอบคุณ คุณ Pem Samsan ที่นำมาเผยแพร่ต่อ

Pem Samsan

การใช้สิ่งรอบตัวเป็นสื่อในการเล่าเรื่อง มาจากเรื่อง My Name is Red ของท่านออฮาน ปามุก  ท่าน kankan น่าจะได้ความบันดาลใจจากเรื่องนี้แน่นอน 








synivorn

ขอคาราวะ 3 จอก สำหรับความแปลกใหม่ ในการสร้างสรรบทประพันธ์เพื่อเพื่อนๆสมาชิกทุกคน

phithan




Chalothon

แปลกดีครับ ผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไรบางอย่างให้กับผู้อ่าน