7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*

7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*

  • 276 ตอบ
  • 13462 อ่าน
*

ออฟไลน์ GoDeRsOuL

  • Junior Member
  • ***
  • 371
  • 946
    • ดูรายละเอียด
7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 12:11:02 am »
ตอนนี้รีไรท์ค่อนข้างยาก เนื่องมาจากก่อนจะรีไรท์ ผมแต่งตอนนี้ด้วยความยากลำบาก
แม้ว่าพอมาอ่านทีหลังจะพบเจออะไรผิดๆอยู่เยอะก็ตาม ตอนที่รีไรท์เลยรู้สึกเสียดาย
สุดท้ายก็แก้น้อยมาก เรียกว่าเพิ่มเข้าไปจะถูกต้องกว่าแก้
แต่ถึงแก้ไปแล้ว อ่านเองไปอีกสามสี่รอบ ผมก็ยังไม่ค่อยพอใจอยู่ดี (เฉพาะ Ep นี้)
ถ้าอ่านแล้วแปลกๆขัดๆ หรืออะไรยังไง เม้นบอกผมได้เลยนะครับ

ซ่อนแค่รูปประกอบจินตนาการนะครับ

อ่านจบแล้วถ้าแสดงความคิดเห็นให้หน่อยจะกรุณามากครับ จะได้นำไปปรับปรุงผลงาน

เจอคำผิดบอกด้วยนะครับ


...........................................................................

สมองทั้งสองซีกของผมร่วมกันทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อคิดตีความถึงประโยคที่แอสโมดิวส์เคยบอกเอาไว้
ผมจ้องมองสังเกตุปฏิกิริยาของร่างสวยข้างๆจนเมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้ตกอยู่ใต้การควบคุมจากพลังของแอสโมดิวส์
ใบหน้าของผมจึงส่อแววเคร่งเครียดจนทำให้เหมยรู้สึกตกใจและรีบเอ่ยถามผมด้วยความสงสัย
ท่าทางของเธอดูจริงจังผิดแผกไปจากเมื่อครู่จนทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัวจากภวังค์
ผมได้แต่แสดงท่าทีอึกอักเพราะไม่รู้ว่าจะตอบเธอด้วยเหตุผลอะไรให้ผิดสังเกต
โชคยังดีที่บังเอิญมีเสียงโครกครากดังออกมาจากท้องของผมได้ถูกเวลาพอดี

เอิ่ม…. สงสัยพลจะหิวแล้วหล่ะ ฮะๆ
ผมพยายามทำให้เป็นเรื่องตลกเพื่อบ่ายเบี่ยง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะได้ผล เหมยมีท่าทางผ่อนคลายลงและตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงโล่งใจ

อ้าว! พลหิวก็ไม่บอก ทำหน้าซีเรียสเชียว
ดวงตาเฉี่ยวของเธอที่เคยจ้องเขม็งมาที่ผมกลับกลายเป็นปกติพร้อมกับรอยยิ้มสวย

งั้นเหมยขอไปล้างตัวก่อน แล้วเราค่อยลงไปหาอะไรกินกัน อ๋อ! มีห้องน้ำอีกห้องอยู่ข้างนอกด้วย หรือว่า…. พลจะเข้ามาอาบกับเหมยก็ได้น้าาาา
เหมยลากเสียงยั่วยวนก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงและเดินนวยนาดอวดร่างเปลือยเปล่าตรงเข้าห้องน้ำไป

หลังจากที่ประตูห้องน้ำปิดสนิทลง
ตัวผมนั้นยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงโดยที่ยังไม่ไปอาบน้ำ
ภายในหัวเฝ้าคิดวนเวียนถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ซึ่งหากยึดตามจากสิ่งที่แอสโมดิวส์บอก
การที่เหมยไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของพลังหลังจากที่ผมพลาดหลั่งน้ำเชื้อใส่เธอ ก็หมายความว่าเธอเป็นหนึ่งในตัวแทนแห่งบาปเหมือนผมงั้นหรือ….

แต่เมื่อได้นึกย้อนกลับไปเมื่อคืนวาน
ทำไมตอนที่ร่างของเธอสัมผัสเข้ากับแก่นกายที่ลานจอดรถ ผมถึงสามารถใช้พลังควบคุมราคะของเธอได้
ยิ่งคิดผมก็ยิ่งสับสนหนักยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าจะมีคนให้คำตอบได้ ก็คงเป็นตัวแอสโมดิวส์เองล่ะมั้ง

ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดนั้น ผมก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอะไรบางอย่าง
เมื่อหันไปมองด้วยความสงสัย ก็พบว่ามันคือโทรศัพท์มือถือของเหมยที่เห็นเธอหยิบขึ้นมาเล่นในร้านอาหารเมื่อคืนวาน
มันกำลังสั่นเป็นจังหวะอยู่ตรงหัวเตียงเพราะมีคนโทรเข้ามา

ผมเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดูพลางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะตำเหน่งที่ควรจะแสดงชื่อและเบอร์คนที่โทรเข้ามาบนหน้าจอกลับว่างเปล่า
และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เหมยเปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี

เออ…. ใครโทรมาเหรอพล ”  เหมยทำหน้าตื่นๆเมื่อเห็นผมถือโทรศัพท์ที่กำลังสั่นของเธออยู่
ร่างของเธอพันไว้ด้วยผ้าขนหนูสีขาวเพียงผืนเดียว ร่างกายที่ยังไม่แห้งมีหยดน้ำเกาะอยู่ทั่ว ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

ไม่รู้ซิ ไม่มีเบอร์บอกไว้หน่ะ กำลังจะเอาไปให้พอดีเลย ” ผมบอกเธอไปตามที่เห็น

เหมยแสดงสีหน้าตกใจขึ้นมาเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับเป็นปกติ และเดินมาหยิบโทรศัพท์ไปจากมือผมที่ยื่นส่งให้
เธอก้มลงมองดูหน้าจอโทรศัพท์แต่ไม่ได้กดรับสายทั้งๆที่มันกำลังสั่นอยู่

ขอบใจมากนะ พลยังไม่ได้อาบน้ำไม่ใช่เหรอ ไปอาบเลยสิ เดี๋ยวเราจะได้ไปหาอะไรกินกัน

เหมยเดินอ้อมมาผลักผมจากด้านหลังให้เดินเข้าห้องน้ำ
ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องนอนไปโดยทิ้งให้ผมยืนตัวเปลือยอยู่คนเดียว
ผมจึงต้องเดินออกจากห้องน้ำไปเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่ตรงปลายเตียงเพื่อจะเอามาใส่หลังจากอาบน้ำเสร็จ
จากนั้นก็มองหาผ้าเช็ดตัวที่เหมยไม่ได้ให้ผมไว้ซักผืนไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบ
จนเมื่อไม่รู้ว่าจะหาได้จากที่ไหน ผมจึงตัดสินใจที่จะเดินไปถามเหมย

เมื่อผมเปิดประตูห้องนอนและเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อจะไปหาเหมย
ผมก็พบว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีแปลกๆ
เธอถือโทรศัพท์เอาไว้แนบหูเหมือนกำลังใช้มันพูดคุยกับใครบางคนอยู่
มันคงจะดูไม่แปลกเลยซักนิดถ้าหากว่าเธอไม่ได้นั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาและดวงตาเหม่อลอยอยู่แบบนั้น

และสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจที่สุดก็คือแสงสีเหลืองนวลอ่อนที่ปกคลุมอยู่รอบตัวของเธอ
มันเปล่งแสงเบาบางซะจนแทบจะมองไม่เห็นไปทั่วร่าง
ยกเว้นก็แต่ที่โทรศัพท์ของเหมย
แสงสีเหลืองนั้นเปล่งประกายเข้มจนสามารถมองเห็นได้ชันเจน….

เหมย! เป็นอะไรหน่ะเหมย! ” ผมเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อลองเรียกชื่อและเขย่าตัวเธอ
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไร้การตอบกลับ เธอยังคงนั่งนิ่งโดยถือโทรศัพท์แนบหูเอาไว้อยู่เหมือนเดิม
ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงเบาๆดังลอดออกมาจากโทรศัพท์
มันเบาซะจนไม่สามารถจับใจความได้ว่าอีกฝ่ายนั้นพูดถึงเรื่องอะไร
พอรู้ว่าเธอกำลังคุยโทรศัพท์กับคนอื่นอยู่ ผมจึงถอยห่างออกมาและหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเธอแทน
แม้ว่าจะยังติดใจเรื่องที่เธอไม่พูดโต้ตอบกับคู่สนทนาและแสงสีเหลืองประหลาดที่ปกคลุมร่างบางของเหมยก็ตามที

เวลาผ่านไปเพียงชัวครู่ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น จู่ๆแสงสีเหลืองจากโทรศัพท์เครื่องนั้นก็พลันสว่างขึ้นกว่าเก่า
มันค่อยๆลามไหลปกคลุมตัวของเหมยช้าๆโดยมีต้นกำเนิดมาจากโทรศัพท์เครื่องนั้น

ตาของผมเบิกกว้างเมื่อสังเกตุเห็นถึงความผิดปกติ
ผมจึงรีบพุ่งเข้าไปดึงโทรศัพท์เครื่องนั้นออกมาจากมือของเธอทันที
เมื่อนั้นเอง แสงสีเหลืองที่ไหลลงมาช้าๆจนเกือบจะถึงปลายเท้าก็สลายหายไปจากร่างของเหมยจนหมด
ผมได้แต่สับสนกับสิ่งประหลาดที่เกิดขึ้นและก้มมองดูโทรศัพท์ของเหมยที่กำลังเปล่งแสงสีเหลืองเข้มเพื่อว่ามันจะมีคำตอบให้
แต่คำตอบที่ปรากฏอยู่ในเครื่องกลับดูคุ้นตาผมเป็นอย่างมาก
เพราะมันคือตราสัญลักษณ์ลักษณะเดียวกับที่ปรากฎบนตัวของพยาบาลแก้วหลังจากผมหลั่งน้ำเชื้อเข้าไปในตัวเธอ
เพียงแต่ว่า….
สัญลักษณ์นี้มีรูปร่างคล้ายกบ….
กบสีเหลืองที่ดูชั่วร้ายจนทำให้ผมขนลุกแม้เพียงแค่มองเห็น….

หืม! เคยบอกไปแล้วนี่ ว่าให้อยู่คนเดียวก่อนจะรับสาย
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังออกมาจากโทรศัพท์ มันเป็นเสียงของคนๆเดียวกับที่ผมได้ยินก่อนหน้านี้

อาจจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากนิดหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงสัญญาก็เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
ตอนนี้ก็คงพูดได้แค่ว่า ลาก่อนนะเหมย….  ตืด! ตืด! ตืด! ตืด!

สายถูกตัดไปพร้อมๆกับที่สัญลักษณ์และแสงสีเหลืองค่อยๆจางหายไปจนเหลือไว้เพียงโทรศัพท์ธรรมดา

หืม…... อ้าว! พล มายืนทำอะไรตรงนี้หล่ะ นี่ยังไม่ได้อาบน้ำอีกเหรอ
ดูเหมือนเหมยพึ่งจะได้สติกลับมาหลังจากที่ชายคนนั้นวางสายไป ดูเธอจะจำเรื่องเมื่อครู่ไม่ได้เลยสักนิด

อ้อ พอดีพลจะมาถามเหมยเรื่องผ้าเช็ดตัวหน่ะ เหมยยังไม่ได้หยิบให้พลเลย
ผมพูดถึงจุดประสงค์ที่เดินมาให้เธอฟังด้วยสีหน้าปกติขณะที่เอามือไพล่หลังไว้เพื่อไม่ให้เธอเห็นโทรศัพท์

เอ้า! เหมยลืม แหะๆ ขอโทษนะ เดี๋ยวเหมยจะไปหยิบให้
เหมยแลบลิ้นและเอามือเคาะหัวตัวเองด้วยท่าทางโก๊ะๆเหมือนอย่างเคย
ก่อนที่เธอจะลุกยืนขึ้น และเดินไปที่ระเบียงเพื่อไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ผม

ในขณะนั้น….
ผมไม่ได้รู้ตัวเลยซักนิด….
ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสของเธอเป็นครั้งสุดท้าย….

ผมยืนมองเหมยเลื่อนประตูกระจกและเดินออกไปตรงระเบียง
ในใจคิดถึงแต่เรื่องสัญลักษณ์และแสงสีเหลืองเมื่อครู่จนรู้สึกสังหรณ์ถึงอะไรบางอย่าง
รวมเข้ากับคำพูดถึงท้ายของชายปริศนาที่ผมมั่นใจว่าต้องเป็นหนึ่งในตัวแทน
ทำให้ผมส่งเสียงเรียกเหมยเพราะนึกอยากจะสอบถามเธอในเรื่องนี้

แต่น่าประหลาดที่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ยิน
ร่างของเธอเดินผ่านผ้าราวตากผ้าไปที่ระเบียงช้าๆพลางปลดผ้าขนหนูออกจากตัวไปด้วย
เหมยพยายามหันหน้ามาหาผมอย่างยากลำบาก
สีหน้าของเธอดูตื่นตระหนกเป็นอย่างมากจนทำให้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติ

พะ พล!! เหมยบังคับตัวเองไม่ได้เลย ร่างกายมันขยับไปเอง นี่มันอะไรกัน! ช่วยเหมยด้วยยย!!

เหมยร้องตะโกนให้ผมช่วยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา น้ำตาของเธอเริ่มรินไหลออกมาจนอาบไปทั่วทั้งสองแก้ม
ดูเหมือนว่าเหมยกำลังพยายามอย่างสุดกำลังที่จะฝืนร่างกายของตัวเอง
แต่แสงสีเหลืองกลับปรากฏออกมาทั่วร่างเปลือยของเธอและดูเหมือนมันจะทำให้เหมยเดินตรงไปที่ระเบียงเร็วขึ้นไปอีก

ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาสังเกตุหรือคิดอะไรได้อีกต่อไปแล้ว
เพราะร่างของเหมยนั้นเดินไปถึงราวระเบียงอย่างรวดเร็วและกำลังก้าวขาปีนขึ้นไป

เห้ย!! เหมย!! อย่า!! ” ผมรีบวิ่งไปที่ระเบียงด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่สองขาของผมจะพาไปได้
ทั้งๆที่ระยะจากจุดที่ผมยืนกับระเบียงที่เหมยอยู่มันไม่ได้ห่างกันมากมายนัก

แต่ชั่วพริบตาที่ผมวิ่งมาถึงระเบียง….
ร่างของเหมยก็นั่งหันหลังหอยขาอยู่ที่ราวระเบียงในสภาพเปลือยเปล่าเรียบร้อยแล้ว….

ผมไม่รอช้ารีบกระโดดพุ่งตัวออกไปสุดแรงเกิดและส่งมือขวายื่นออกไปจนสุดแขนโดยหมายจะคว้าเอวของเธอไว้
เหมยหันใบหน้าที่อาบนองไปด้วยน้ำตากลับมา แววตาของเธอนั้นดูหวาดกลัว ตื่นตระหนก และเศร้าสร้อย
ตาของเราประสานกันก่อนที่จะเหมยจะเอ่ยคำพูดสุดท้ายของเธอ....

พล…. ช่วยเหมยด้วย

อย่านะ!!! เหมยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

มันเป็นเสียววินาทีที่ยาวนานจนเหมือนนิรันดร์หลังจากที่ผมตะโกนเรียกชื่อของเธอ
ร่างของเเหมยค่อยๆโนมตัวก้มลงไปข้างหน้าและหล่นหายวับไปราวกับเล่นกล
เสียงหวีดร้องด้วยความกลัวสุดขีดค่อยๆจางหายไปตามระยะทาง
หลงเหลือไว้เพียงแค่สัมผัสที่ปลายนิ้วมือของผมเท่านั้น….
ที่บอกให้รู้ว่าผมไม่ได้ฝันไป….

 


.
.
..


โธ่! ผู้กองครับ ผมก็บอกไปแล้วไงครับ ว่าผมเป็นเพื่อนเก่าของเธอ และผมก็พึ่งจะได้เจอกับเธอเมื่อคืนนี้เอง

“  แต่คนที่โทรแจ้งเหตุบอกกับทางเราว่าเห็นผู้ตายถูกผลักตกลงมาจากระเบียง และภายในห้องนั้นก็มีแค่คุณอยู่เพียงคนเดียวนะครับ ยังไงวันนี้ผมก็ต้องขอกักตัวคุณไว้สอบปากคำก่อนครับ

ปัดโธ่! ถ้าผมเป็นคนฆ่าเธอจริงๆ ผมคงไม่อยู่รอให้ถูกจับแบบนี้หรอกครับ แล้วเธอก็เป็นเพื่อนของผมด้วย ผมจะฆ่าเธอไปทำไมละครับผู้กอง

ผมร้องตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าคอนโดท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้น
ต้องย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหลังจากที่เหมยร่วงลงไปจากระเบียง
ในขณะที่ผมกำลังนอนร้องไห้อยู่กับพื้นได้ไม่ถึงสิบห้านาที
จู่ๆเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกเข้ามาภายในห้องและเข้าจับกุมตัวผมทันโดยไม่สอบถามใดๆทั้งสิ้น
ทางตำรวจอ้างว่าได้รับโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามาแจ้งเหตุว่ามีคนถูกฆาตกรรมโดยการผลักจนตกลงมาเสียชีวิตจากห้องนี้
ผมได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะรู้สึกว่าจังหวะมันพอดีเกินไปจนเหมือนต้องการจะให้ผมเป็นแพะ
แต่ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอดจากการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ฟัง
ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อผมเลยก็ตาม

ขอโทษนะคะ ขอดิชั้นคุยกับผู้ต้องหาหน่อยค่ะผู้กอง

หญิงสาวคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นในขณะที่เธอกำลังเดินตรงเขามาและยื่นบัตรอะไรซักอย่างให้ผู้กองดู
น่าแปลกที่ผู้กองคนนั้นถึงกับเบิกตากว้างและรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
จนทำให้ผมต้องหันไปมองที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยความสงสัย
เพียงแว่บแรกที่เห็นผมก็บอกได้ทันทีว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสวยคนหนึ่ง
เธอสวมชุดสูทสีครีมและพับแขนเสื้อร่นขึ้นไปจนเกือบถึงข้อศอก
ผมยาวสลวยจนเกือบถึงกลางหลังและท่าทางทะมัดทะแม่งนั้นดูเข้ากันกับแว่นกันแดดสีดำที่เธอใส่อยู่เป็นอย่างดี
แต่ผมก็ไม่สามารถสังเกตุเธอไปได้มากกว่านี้
เพราะเมื่อเธอเดินมาถึงเธอก็จับมือขวาผมขึ้นมาบีบไว้แน่นและเอ่ยคำทักทายทันที

คุณเจน

สวัสดีค่ะ ดิชั้นชื่อเจน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณพล

คะ ครับยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเจน

ได้ยินมาว่าคุณเป็นเพื่อนเก่าของผู้ตายใช่ไหมค่ะ

ใช่ครับ เธอเป็นเพื่อนสมัยเด็กของผม เราไม่ได้เจอกันมานานมากแล้วจนกระทั่งเมื่อวานครับ

หืม…. ” หญิงสาวตรงหน้ามีท่าทางเหมือนแปลกใจอะไรซักอย่าง และเธอก็บีบมือผมแน่นขึ้นเรื่อยๆจนผมเริ่มรู้สึกเจ็บ

เออ…. เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณเจน บีบมือผมซะแน่นเชียว

อ้อ! เปล่าคะ ขอโทษทีนะคะ

คุณเจนปล่อยมือของผมออกและหยิบสมุดบันทึกขนาดพอเหมาะออกมาจากด้านในเสื้อสูท
เธอดึงปากกาออกมาจากสันของสมุดและก้มหน้าก้มตาจดอะไรบางอย่างลงไป
จากนั้นเธอก็ฉีกออกมาแผ่นหนึ่งและยัดมันใส่มือผม

เจนเชื่อในสิ่งที่คุณพลบอกนะคะ เดี๋ยวเจนจะเคลียกับทางตำรวจให้เองค่ะ
 ตอนนี้คุณกลับบ้านไปได้แล้ว ถ้าต่อไปมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นและคุณต้องการความช่วยเหลือ
โทรหาเจนได้ตามเบอร์ที่ให้ไปได้เลยนะคะ ตอนนี้เจนขอตัวก่อน แล้วพบกันใหม่ค่ะคุณพล


กล่าวจบคุณเจนก็เดินจากไปโดยทิ้งให้ผมยืนงงว่าจุดประสงค์ของเธอคืออะไร
ทั้งๆที่เธอบอกว่าต้องการจะคุยกับผม แต่สิ่งที่เธอทำก็มีแค่การจับมือทักทายและสอบถามแค่ประโยคเดียวเท่านั้น
แถมยังให้เบอร์ติดต่อมาเหมือนกับว่าผมจะต้องติดต่อหาเธอแน่ๆ
ผมได้แต่เก็บความสงสัยทั้งหมดเอาไว้ในใจก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นเพื่อจะกลับบ้าน
ดูเหมือนว่าพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจะเกรงใจเธอเป็นอย่างมาก
เพราะหลังจากที่เธอเดินไปคุยกับผู้กองไม่ถึงห้านาที
ผมก็สามารถเดินออกมาได้โดยไม่มีใครขวางแม้แต่คนเดียว

ถึงแม้ว่าทางตำรวจจะสรุปว่าเหมยฆ่าตัวตายไปแล้วตามที่คุณเจนบอกแต่ตัวผมรู้ดีว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมก็หมกตัวอยู่แต่ที่บ้านเพื่อเพื่อเสาะหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตทันที
ในตอนนี้ผมต้องการที่จะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเหล่าบาปตนอื่นๆให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

อีกทั้งในวันหนึ่งขณะที่ผมกำลังสรุปข้อมูลทั้งหมดที่หาได้อยู่ ก็มีอีเมล์ปริศนาฉบับหนึ่งถูกส่งเข้ามาหาผม
เมื่อได้เปิดดูผมก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะในนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับคดีของเหมยอยู่เต็มไปหมด
และเมื่อผมอ่านข้อมูลทั้งหมดนั่นจนจบ ผมก็พอจะสรุปได้ทันทีว่าควรจะเบนเข็มไปที่ใคร
ข้อมูลในอีเมล์ฉบับนั้นบ่งบอกว่าเหมยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่หลายฉบับ
และกว่าครึ่งนั้นมีผู้รับผลประโยช์นเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเหมยเลยซักนิด
ซึ่งทางครอบครัวของเหมยที่ทราบเรื่องการยกผลประโยชน์นี้ในภายหลังก็ดูไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
ดูเหมือนว่าพวกเค้าจะเอาเวลาไปจัดพิธีศพให้ใหญ่โตซะมากกว่า

‘ นายพสิษฐ์ ‘ หรือ ' บอย ' คือชายหนุ่มที่ถูกระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ของเหมย
ผมจึงเสาะหาประวัติและพบว่าเขาเป็นคู่มั่นที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับเหมยในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ข้างหน้านี้
นอกจากนี้นายบอยยังเป็นผู้สืบทอดบริษัทผลิตมือถือแห่งหนึ่งซึ่งเกือบจะล้มละลายจากการบริหารงานของนายบอย
แต่เนื่องจากนายบอยนั้นถูกมั่นหมายกับเหมยโดยผู้หลักผู้ใหญ่ ตระกูลของเหมยจึงยื่นมือเข้ามาช่วยประคองบริษัทเอาไว้
แต่สามเดือนก่อนหน้าที่เหมยจะตายนั้น จู่ๆบริษัทของนายบอยกลับทำกำไรได้อย่างมหาศาลอย่างน่าพิศวง
ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำได้อย่างไรยกเว้นก็แต่เจ้าของอีเมล์ลึกลับฉบับนั้น
เพราะในอีเมล์มีรายชื่อของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งตอนแรกที่ผมเห็นไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรแนบอยู่
บุคคลในรายชื่อนี้ทั้งหมดมีพฤติกรรมแปลกประหลาดที่เอิ้อต่อการเติบโตของบริษัทนายบอย
เช่นจู่ๆก็บริจาคเงินให้ ย้ายมาทำงานให้ เป็นพนักงานของบริษัทคู่แข่งที่เสียชีวิต
และฆ่าตัวตายโดยยกผลประโยช์นให้คนในบริษัทนายบอย
ทำให้ผมสรุปได้ทันทีว่านายบอยคนนี้คือตัวแทนแห่งบาปเหมือนกันกับผมแน่นอน

ความอำมหิตของชายคนนี้ที่ใช้พลังที่ได้มาฆ่าคู่หมั่นเพื่อผลประโยชน์ได้อย่างน่าตาเฉย
ทำให้ผมคิดที่จะต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างขึ้นมา
ลำพังพลังของเหล่าบาปก็อันตรายด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว
ยิ่งคนที่ได้รับพลังพวกนี้ไปอาจจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมแบบนายบอยยิ่งแล้วใหญ่
ถึงแม้ว่าพลังที่ผมได้มาจะสามารถใช้บังคับร่างกายหรือจิตใจคนได้เหมือนกัน แต่ผมไม่เคยคิดที่จะใช้มันทำร้ายใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงจะต้องมีคนธรรมดาถูกทำร้ายหรือฆ่าตายอีกเป็นจำนวนมากแน่นอน

ในที่สุดผมก็สรุปข้อมูลทั้งหมดเสร็จในอีกสามวันให้หลังและพบว่าเหล่าบาปนั้นมีอยู่ทั้งหมด 7 ตนด้วยกัน
แบ่งคร่าวๆได้แก่…

ตัวแทนบาปแห่งราคะ แอสโมดิวส์ 'Asmodeus'
ปีศาจที่หลงรักมนุษย์หญิงสาวคนอื่นและฆ่าชายที่จะแต่งงานกับนางทุกคน

บาปแห่งความตะกละ เบลเซบับ 'Beelzebub'
เจ้าชายแห่งนรกหรือเจ้าแห่งหมู่ แมลงวัน ผู้นำพาโรคร้ายและความตะกละอันไม่มีสิ้นสุด

บาปแห่งโลภะ แมมมอน 'Mammon' ปีศาจแห่งความมั่งคั่งที่ไม่เป็นธรรม

บาปแห่งความเกียจคร้าน เบลเฟกอร์ 'Belphegor'
ปีศาจผู้ไม่ยอมทำอะไรเพียงแต่บอกให้มนุษย์คอยทำสิ่งเหล่านั้นให้

บาปแห่งโทสะ ซาตาน 'Satan' ปีศาจแห่งความมืดผู้ค่อยล่อล่วงมนุษย์ให้ทำแต่สิ่งผิดบาป

บาปแห่งความริษยา ลิเวียธาน 'Leviathan'
ปีศาจอสรพิษทะเลแห่งนรก เจ้าแห่งการปลอมแปลง ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านพระเจ้า

และสุดท้าย บาปแห่งความเย่อหยิ่ง ลูซิเฟอร์ 'Lucifer'
อดีตเทวดาที่ถูกขับไล่ออกจากสวรรค์เนื่องจากเห็นว่าตนมีอำนาจเทียมพระเจ้าจนก่อสงครามยึดสวรรค์ขึ้น

ผมสรุปลักษณะต่างๆของบาปทั้งหมดด้วยข้อมูลที่หาได้แม้จะไม่รู้ว่าถูกต้องไหม
แต่อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่านายบอยคู่หมั้นของเหมยนั้นเป็นผู้ถือครองพลังของบาปแห่งโลภะแน่นอน
เพราะปีศาจแห่งความโลภแมมมอนนั้น มีสัญลักษณ์ประจำตัวคือกบ และมีสีประจำบาปคือสีเหลือง
ถึงผมจะไม่รู้ว่าพลังของบาปแห่งโลภะสามารถทำอะไรได้บ้าง
แต่….
ผมรู้ว่าควรจะถามเรื่องนี้กับใคร….

ผมนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องของตัวเองและหยิบเข็มปลายแหลมทิ่มไปที่ปลายนิ้วชี้มือซ้าย จากนั้นก็ปล่อยให้เลือดหยดใส่แก้วน้ำที่เตรียมไว้สามหยด

แอสโมดิวส์…. ” ผมพูดลอยๆ พลางส่ายหัวมองไปรอบๆห้อง แต่ก็พบแต่เพียงความว่างเปล่า

แอสโมดิวส์…. ” ผมลองเอ่ยชื่อเธออีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ต่างออกไป
เพราะอยู่ดีๆผมก็รู้สึกร้อนร้อนวูบวาบที่แก่นกาย จากนั้นก็รู้สึกเสียวไปทั่วทั้งท่อนลำจนต้องก้มลงไปมอง

มะ เหมย!!   ซื๊ดดดดดดดด!! ” ผมจ้องมองภาพที่เห็นด้วยความตกตะลึง

เพราะผมเห็นเหมยนั่งคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ตรงหว่างขาของผมโดยที่ผมไม่ได้ส่วมใส่แม้แต่กางเกงใน
เธอกำลังดูดดุ้นยาวอวบใหญ่ที่แข็งตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้อย่างชำนาญ
หัวของเธอผงกเข้าออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาผมเสียวสะท้อนจนต้องแอ่นสะโพกตาม

เป็นไปไม่ได้เหมยมาได้ยังไง! โอ๊ย! ซื๊ดดดดดดดด!

ใบหน้าอันคุ้นตาชำเลืองมองขึ้นมา แต่ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เสียงดูดท่อนเอ็นที่ดูเหมือนจะดังเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ลีลาการดูดเลียของเธอทำให้ผมเสียวจนต้องแอ่นเอวขึ้นอีกครั้ง
จังหวะนั้นเองที่เธอส่งมือลอดใต้หว่างขาเขาไปที่ก้นของผมและดันนิ้วชี้ล้วงเข้าไปในรูก้นอย่างรวดเร็ว
เธอใช้นิ้วกดนวดจุดกระสันต์ในรูก้นเป็นจังหวะเดียวกับปากของเธอด้วยความหนักกหน่วง
สิ่งที่เธอทำส่งผลให้ผมไม่สามารถอดกลั้นความเสียวที่ได้รับอีกต่อไปจนต้องร้องตะโกนออกมา

อ๊ากกกกกก!!

ผมกระฉูดน้ำรักออกมาอย่างแรงจนมันกระจายเลอะหน้าของเธอเต็มไปหมด
หญิงสาวแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะมุดออกมาจากใต้โต๊ะและยืนขึ้นเต็มส่วนสัด ทั่วทั้งร่างงามมีเพียงผ้าขนกำมะหยีสีดำที่คล้องอยู่ที่คอเและกางเกงในลูกไม้สีดำตัวจิ๋วเท่านั้น

 

ไม่ไหวเลยนะ เจอแค่นี้เธอก็แตกซะแล้ว คิกๆ ” ร่างของเหมย ใบหน้าของเหมย สัมผัสของเหมย
แต่วิธีการพูดแบบนี้มัน….

อะ แอสโมดิวส์เหรอ? ” ผมถามหยั่งเชิงออกไป เพราะคิดไว้อยู่แล้วว่ามันแปลกเกินไปถ้าจะเป็นเหมยตัวจริงๆ
ก็ผมเห็นกับตาว่าเธอตายไปแล้วนี่นา….

แล้วเธอเรียกใครมาหล่ะ คิกๆ ” แอสโมดิวส์ในร่างของเหมยเอามือปิดปากหัวเราะร่วนด้วยท่าทางสนุกสนาน

ทำไม… เอ่อ…. ” ผมนิ่งเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าจะใช้สรรพนามเรียกตัวตนแบบเธอว่าอะไรดี

เธออยากเรียกเราว่าอะไรก็ตามใจเถอะ เราไม่ถือหรอก หรือจะเรียกเราว่า ‘ เหมย ’ ก็ได้นะ คิกๆ
แอสโมดิวส์ยังคงสนุกสนานกับการแกล้งผม แต่ผมไม่ได้รู้สึกสนุกด้วยเลยแม้แต่นิด

หยุดใช้รูปร่างของเหมยมาคุยกับผมได้ไหม…. ผมขอร้อง….

ผมก้มหน้าลงต่ำ เพราะยิ่งมองเห็นภาพเธอก็ยิ่งคิด….
และยิ่งคิด…. ก็ยิ่งเจ็บปวด….

แอสโมดิวส์เดินอ้อมมาทางด้านหลังเก้าอี้ที่ผมนั่ง
เธอโน้มตัวลงมาโอบกอดรอบคอใบหน้าซบลงที่ไหล่ขวาจนไออุ่นจากปากของเธอจ่ออยู่ที่หูของผม

อย่าเศร้าไปเลยหน่า เธอไม่ควรคิดมากแบบนี้นะ ถึงแม้นางจะเป็นเพื่อนของเธอ แต่นางก็คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
สักวันหนึ่งนางก็ต้องตาย เพราะ ‘ความตาย’ ยุติธรรมกับทุกคนเสมอ เธอควรจะทำใจให้ชินนะ
เพราะหลังจากนี้เธอยังจะต้องพบเจอเรื่องแบบนี้อีกเยอะ


น้ำเสียงของแอสโมดิวส์ดูจริงจังผิดกับท่าทีเมื่อครู่
ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า ว่าน้ำเสียงของแอสโมดิวส์นั้นเจือปนไปด้วยความเศร้าของการสูญเสียคนสำคัญ

เอาละ เรารู้แล้วว่าเธอเรียกเรามาเพราะสาเหตุใด แต่เราไม่สามารถบอกให้เธอรู้โดยตรงได้
มันเป็น ‘ กฎ ’ ที่แม้แต่เราก็ยังต้องทำตาม เธอจงถามเราในสิ่งที่อยากรู้เถิด เราจะตอบเท่าที่จะตอบได้


แอสโมดิวส์ถอนตัวออกจากบ่าผมและเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่างกระจกในห้องพลางจ้องมองออกไปด้านนอก ครั้งนี้แอสโมดิวส์ดูเหมือนจะจริงจังผิดกับทุกครั้ง
แต่ตัวผมกลับจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ได้เห็นภาพเหมย แม้จะรู้ว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ปลอมๆของแอสโมดิวส์
แต่ภาพความทรงจำและความรู้สึกในตอนที่สูญเสียเหมยไป กลับผุดออกมาทั้งๆที่พยายามลืมไปแล้ว

เห้อออออ…. สงสัยจะไม่ไหวล่ะมั้งแบบนี้ แล้วจะไปสู้คนอื่นได้ยังไงกัน งั้นเราจะบอกเรื่องดีๆให้เธอฟังซักหน่อยก็แล้วกัน
แอสโมดิวส์หันกลับมาสบตาของผมที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว
ใบหน้าของเหมยยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่ของจริง

 

เธอคงพอจะเดาได้ใช่ไหม ว่าดวงวิญญาณของเพื่อนเธอได้ตกเป็นของตัวแทนคนนั้นแล้ว

ผมไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้ารับ เพราะนี่เป็นสิ่งที่ผมคาดไว้อยู่แล้วและผมก็คิดไม่ผิด
แต่สิ่งที่ผมอยากรู้ก็คือ…. สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก

จริงๆเรื่องนี้เราไม่ควรจะบอกให้เธอรับรู้ แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องรู้เข้าเองสักวันอยู่ดี คงไม่ผิดกฏหละมั้ง คิกๆ
เรื่องก็คือ วิญญาณของผู้ที่ได้ทำสัญญากับตัวแทนแห่งบาปต่างๆนั้น
หลังจากตายไปแล้วจะไม่ได้ไปสู่นรกหรือสวรรค์ทั้งนั้น ดวงวิญญาณเหล่านั้นจะหลุดออกจากวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิด
และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเราเหล่าบาปที่สามารถจะนำไปใช้ทำอะไรก็ได้
โชคยังดีที่เพื่อนของเธอไปทำสัญญากับตัวแทนของเจ้าเปี๊ยกนั่น
อย่างดีก็คงแค่ถูกเอาไปใช้แรงงานอยู่ในโรงงานนรกของมันตลอดกาลเท่านั้น และเรื่องดีๆที่เราจะบอกเธอก็คือ….


แอสโมดิวส์เว้นจังหวะและทำน้ำเสียงให้ฟังดูตื่นเต้น
ดูเหมือนว่าความสามารถในการกลั่นแกล้งจะเป็นเรื่องที่ผมต้องนำไปใส่เพิ่มไว้ในประวัติของเหล่าบาป

คือ.... ” ผมอดรับมุขกับเธอไม่ได้ ดูเหมือนว่าอารมณ์ผมจะดีขึ้นมาเล็กน้อย

เธอยังคงสามารถช่วยดวงวิญญาณของนางได้ไงล่ะ ” แอสโมดิวส์ฉีกยิ้มกว้าง

แล้ว….ผมต้องทำยังไง

แอสโมดิวส์ชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้ว ก่อนจะบอกผมถึงวิธีช่วยดวงวิญญาณเหมย

มีอยู่ 3 วิธี  หนึ่ง ‘มอบให้’ คือ เจ้าของดวงวิญญาณจะต้องมอบดวงวิญญาณนั้นๆให้เธอด้วยความเต็มใจ
สอง ‘เดิมพัน’ คือ เธอและเจ้าของวิญญาณจะต้องเดิมพันแลกเปลี่ยนสิ่งที่ต้องการด้วยข้อตกลงที่ทั้งคู่ยอมรับ
และสุดท้าย อย่างที่สาม ‘แย่งชิง’ คือ เธอจะต้องกำจัดเจ้าของดวงวิญญาณเด้วยมือของเธอเอง
เฉพาะข้อนี้ดวงวิญญาณทั้งหมดก็จะตกเป็นของเธอ ง่ายใช่มั้ยหละ คิกๆ


แล้วพลังของตัวแทนคนอื่นๆหล่ะ พอจะบอกผมได้ไหม ” ผมถามคำถามที่ตั้งใจจะถามตั้งแต่แรกออกไป แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ช่วยอะไรผมเลย

เรื่องนี้เราบอกไม่ได้หรอก มันผิด ‘ กฎ ’ บอกได้แค่ว่ามันอยู่ในข้อมูลที่เธอหามานั่นแหละ คิกๆ
เอาหละ เธอจะถามอะไรเราอีกมั้ย ไม่งั้นเราจะไปแล้วนะ

 แอสโมดิวส์ส่ายหน้า และจ้องมองมาที่ผมอย่างคาดคั้น เหมือนเธอรอให้ผมเอ่ยปากถามอะไรบางอย่าง

แล้วพลังของผมทำอะไรได้อีกนอกจากที่คุณบอก ถามเรื่องนี้คงบอกได้ใช่ไหม

เห้อ…. ” แอสโมดิวส์ถอนหายใจและทำสีหน้าเหมือนผิดหวังเล็กน้อยก่อนที่จะตอบคำถามผม

เอาเป็นว่า…. พลังของบาปแต่ละตนนั้นขึ้นอยู่กับที่ว่าเธอจะตีความบาปนั้นๆว่าอย่างไร
ส่วนเรานั้นคือตัวแทนแห่ง ‘ ราคะ ’ ย่อมหมายความว่าพลังของเราเกี่ยวของกับราคะ
แต่สิ่งที่เหมือนกันสำหรับตัวแทนทุกคนก็คือ ยิ่งเธอทำสัญญาแลกดวงวิญญานได้มากขึ้นเท่าใด
เธอก็จะยิ่งมีพลังแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น และเมื่อถึงตอนนั้นเธอจะสามารถรับรู้ได้เองว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง
อย่าลืมว่าศัตรูของเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่ว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนเหมือนกันกับเธอ
หลังจากนี้เรามีเรื่องต้องไปทำไม่ต้องเรียกเรามาอีกหละ อย่าทำให้เราผิดหวังนะ บ๊ายบาย คิกๆ

เพียงกระพริบตา ร่างของแอสโมดิวส์ก็หายไปจากห้อง ทิ้งให้ผมนั่งครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผมจะทำต่อไปเพียงลำพัง….


...........................................................................



ทุกท่านสามารถเข้าไปแนะนำติชมเพิ่มเติม หรืออ่านเกร็ดเล็กน้อยได้ที่นี่


เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2018, 01:10:20 am โดย GoDeRsOuL »

*

ออฟไลน์ darksoulsZ

  • Senior Member
  • ****
  • 857
  • 226
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 12:21:59 am »
ขอบคุณมากครับ กำลังรอติดตามผลงานอยู่เลยครับผม

*

ออฟไลน์ matrix_cp

  • Full Member
  • **
  • 120
  • 72
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 12:29:56 am »
โอ้ว หายไปนานมาก กลับมาแล้ว ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ etracker

  • Junior Member
  • ***
  • 427
  • 148
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 12:37:28 am »
ในที่สุดอีกเรื่องที่รอคอยก็มาให้อ่านแล้ว ขอบคุณมากนะครับ

*

ออฟไลน์ warunnop

  • Full Member
  • **
  • 243
  • 177
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 12:40:46 am »
ติดตามเรื่องนี้เสมอนะครับ น่าจะเป็นนิยายที่ยาวและน่าอ่านอีกเรื่องเลยครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับผู้แต่ง

*

ออฟไลน์ eveden

  • Junior Member
  • ***
  • 333
  • 260
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 12:53:32 am »
อ่านถึงตอนนี้ทีไร ก็ยังสงสารเหมยมากๆครับ
ในเรื่อง timeline ที่เคยเขียนก่อนหน้า เหมือนจะมีโอกาสที่เหมยจะกลับมา หวังว่าจะได้มีบทอีกครับ

*

ออฟไลน์ ballzae

  • Junior Member
  • ***
  • 483
  • 76
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 01:02:54 am »
ขอบคุณครับ เหมยตายง่ายจัง น่าจะมีบทอีกซักหน่อยย

*

ออฟไลน์ hanami2

  • Full Member
  • **
  • 118
  • 108
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 01:21:08 am »
ขอบคุณครับ ต้องออกไปตามหาตัวคนทำแล้ว

*

ออฟไลน์ thisisbest

  • Junior Member
  • ***
  • 451
  • 168
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:03:02 am »
ขอบคุณครับ แอบลุ้นให้มีเปลี่ยนบทไม่ต้องตาย ช่างน่าสงสาร

*

ออฟไลน์ filmfilmna7

  • Full Member
  • **
  • 79
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:04:22 am »
น่าสงสารจุง  ::Crying::

*

thetalongtong

Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:05:18 am »
ขอทดลองอ่านดูแล้วค่อยเม้นท์อีกทีแล้วกัน ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ pfrankz

  • Senior Member
  • ****
  • 903
  • 214
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:25:49 am »
ไม่น้า TwT

   ตัวแทนคนไหนเป็ฯคนทำล่ะเนนี่ย

*

ออฟไลน์ 102030

  • Junior Member
  • ***
  • 575
  • 334
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:30:02 am »
เหมยเหมือนลุงเบนของ spiderman สินะ เป็นตัวผลักดันให้พระเอกต้องทำอะไรซักอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ตัวเองเคยคิด
RIP เหมย T^T

*

ออฟไลน์ exaram

  • Senior Member
  • ****
  • 736
  • 468
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:40:16 am »
อ่านอีกรอบก็ยังเกลียดตอนนี้โครตทำร้าย ขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ aom43104

  • Full Member
  • **
  • 233
  • 134
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Lust "รู้เขา....รู้เรา" (EP.5) *Rewrite*
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 02:50:37 am »
 ::Bloody::หายไปนานเชียวนะครับ แต่ก็ขอบคุณมากครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ