7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)

7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)

  • 167 ตอบ
  • 8104 อ่าน
*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1597
  • 1027
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 01:37:10 am »
แวะป้ายกันก่อน
ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น จำเลยสารภาพเอง ใช่เขาอู้เอง บวกกับชีวิตไม่ค่อยวาง ทั้งเจ้าของเรื่องตัวจริงทั้งผม ที่จริงกะลงในเกิดตัวเองเพื่อเป็นของขวัญแต่ด้วยเรื่องต้องส่งตรวจก่อน เพราะงั้นถือว่าย้อนหลังจากผมละกันเนอะ (ไม่ต้องมา HBDย้อนหลังผมละ) ::Goaway:: และอีกเรื่องคืน OUT OF อันนี้ตกหลุมพรางตัวเอง คือติดหล่มอะ คิดพล็อตได้แต่บรรยายไม่อกกวุ้ย ทีนี้ตอน 15 อะเสร็จแล้วแต่ด้วยวางหลุมตัวเองไว้ลึก มันเลยยังลงไม่ได้ (หรือจะเอาแบบไม่ครบเซ็ตไปก่อน  ::Thinking::) คือหลังจากช่วงฝึกจบนี่ผมนี้มานิ่มมาก 17-18 เขียนเสร็จแล้วอะตอนนี้ ใครที่ลุ้นคู่ไหนก็เตรียมตัวเตรียมเดาไว้ เพราะงานนี้อาจหักมุม ทั้งนี่จะขยายจักวาลเรื่องของเองด้วยทุกอย่างในขมองน้อยเลยตีกันนิดๆ

จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน จากนายเลขคี่คนเดิมเพิ่มเติมคือดองงาน  ::Sobad::

หมดแล้วเลื่อนลงไปเสพเลยจ้า

Enjoy  ::Falling::

ตอนที่ 2 ตามล่า

“หากท่านยังจำกันได้เรื่องที่กรมโยธาธิการได้นำวิศวกรเข้าตรวจสอบอาคารโรงบาลที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อเดือนก่อนทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างจนต้องทุบตึกทิ้ง วันนี้เรามาสัมภาษณ์อดีตเจ้าของโรงพยายาลกันค่ะ”

ฟางกดปิดวิทยุก่อนจะนั่งใช้ความคิดในรถของตนระหว่างติดไฟแดงอยู่ เธอพยายามนึกเรื่องราวในคืนนั้น แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมขึ้นมาเลย ตั้งแต่เธอได้สติหลังจากสลบไปทุกอย่างก็วุ่นวายไปหมดไหนจะต้องโอนผู้ป่วยหลายสิบคนไปโรงพยาบาลอื่น ลำพังแค่ดูแลผู้ป่วยสาหัสเธอก็ยุ่งจนแทบไม่ได้นอนแล้ว ไหนจะโดนสอบปากคำอีกไหนจะต้องจัดการย้ายที่ทำงานใหม่

แต่พอเธอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พยานปากเดียวที่เธอจะสอบถามเรื่องคืนนั้นได้อย่างพยาบาลเกดก็หายตัวไป เปลี่ยนทั้งเบอร์โทรศัพท์แถมลาออกไปเงียบๆและขาดการติดต่อ จนไม่รู้ว่าจะสามารถตามหาตัวพยาบาลเกดได้ที่ไหน เธอตั้งใจจะตามหาอดีตคนไข้ของเธอ ตอนนี้เธอยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่เลยว่าคนพิการอยู่ดีๆจะลุกขึ้นมาไล่ฆ่าคนด้วยพลังพิเศษเหนือมนุษย์

แต่เธอจะได้สืบให้รู้ความจริงให้จงได้
เธอจะไม่ยอมให้เขาไปไล่ฆ่าคนอื่นเพิ่มอีก และเธอต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องบ้าๆนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไงกัน

และวันนี้เธอก็ยอมขับรถมาไกลหลายสิบกิโลเพราะได้ยินข่าวที่อาจเป็นเบาะแสของอดีตคนไข้ของเธอ

เธอหาที่จอดรถแถวๆนั้น ก่อนจะมองชุมชนเล็กๆแถบชานเมือง เธอคว้ากระเป๋าถือเดินเข้าสู่หมู่แนวตึกช้าๆ
เธอกวาดสายมองตึกกลางเก่ากลางใหม่หลายหลังมีทั้งบ้านเป็นส่วนใหญ่นักที่จะเป็นตึกปูน มีตึกหอพักหรือตึกแถวกระจุกอยู่ไม่มากนักรวงร้านก็ปิดบ้างเปิดบ้าง เรียกได้ว่าเรียบๆเรื่อยๆตามประสาชุมชนที่ไกลจากตัวเมืองและความวุ่นวาย
หลังจากเดินดูรอบๆแล้วไม่เจอเบาะแสอะไร เธอก็เลยมานั่งพักกินน้ำในร้านกาแฟโบราณแถวนั้น และเธออาจจะสืบอะไรจากคนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง

ฟาง: “แป๊ะค่ะ เคยเห็นผู้ชายลักษณะแบบนี้มั้ยค่ะ”
แป๊ะขายกาแฟ: “หยาาา ลื้อไปตามหาอีทำไมละ ผัวลื้อเหรอ ลื้อไปทำไรละอีถึงหนี”
ฟางแทบพ่นกาแฟออกจากปาก นี่ขนาดรูปจากกล้องวงจรปิดแป๊ะแกยังนึกว่าเป็นสามี ถ้ามีรูปคู่นี้ก็คงนึกว่าเนื้อคู่แล้วละ

ฟาง: “ไม่ใช่ค่ะ พอดีแกเป็นคนไข้เก่า พอดีมีเรื่องที่ต้องถาม ต้องคุยกันนิดหน่อยค่ะ พอดีได้ข่าวว่าเขามาอยู่แถวนี้”
แป๊ะ: “อ้าวนึกว่ามาตามผัว แหม่ก็ว่าสวยๆแบบลื้อผัวจะตามแจ ไม่ช่ายหนีแบบนี้”

แล้วแกก็เดินกลับไป ชงกาแฟของแกต่อ
ฟาง: “อ้าวยังไม่ตอบคำถามเลย คนแก่นี้มักจะเป็นแบบนี้ละ”

พอเธอนั่งพอหายเหนื่อย เธอก็เรียกเก็บเงิน
แป๊ะก็เอาน้ำเปล่ามาให้พร้อมเงินทอน
แป๊ะ: “เอาอั้วให้ ล้างปากหลังกินกาแฟคอจะได้ไม่เหนียว เอานี้เงินทอน”
ฟาง: “แล้วตกลงแป๊ะเคยเห็นคนในรูปรึเปล่าคะ?”
แป๊ะ: “หน้าอั้วเหมือนเจ้าที่มูลนิธิกระจกเงาหรือเจ้าหน้าที่สำรวจประชากรรึเปล่าละ ถึงเห็นก็จำไม่ได้ จ่ายตังค์แล้วก็รีบๆไป ลูกค้าคนอื่นจะได้นั่ง”

ก่อนแป๊ะจะเดินหนีไป ฟางที่โดนแกกวนตีนก็มองบนก็ยกน้ำขึ้นดื่มและเช็ดมือเช็ดปากก่อนจะลุกขึ้น
แต่ขาเธอก็อ่อนแรงพร้อมๆกับสติที่กำลังดับลง เธอพยายามฝืนตาตื่น ชัดเลยเธอถูกวางยานอนหลับในน้ำ แต่เธอทนได้ไม่นานอีกไม่กี่วิต่อมาเธอก็หมดสติลงไป


“อื้อออ นี่มันที่ไหนเนี่ย?”
ฟางได้สติก็รู้ตัวว่าตนถูกพามาที่ไหนซักแห่ง เธอลุกจากโซฟาขึ้นมานั่งมึนงงซักพักจนพอตั้งสติได้แล้วก็พยายามลุกขึ้นสำรวจที่นี่

ดูเหมือนจะเป็นห้องในคอนโดหรืออาคารสักที่ ข้าวของในห้องก็ดูมีระเบียบและไม่มีฝุ่นเลย
ฟาง: “แสดงว่ามีคนอยู่ตลอด นึกออกแล้ว! หน้าต่างไง”
แต่พอเธอเกินสำรวจที่หน้าต่างก็พบว่าติดฟิล์มทึบเสริมด้วยโครงเหล็กดัดอย่างดี

ฟาง: “นี้จะทำบังเกอร์หลบภัยหรือไงเนี่ย”
เธอบ่นงืมงำ ที่นี่ถูกออกแบบปรับปรุงมาไม่น้อยเลยเท่าที่เธอเห็น
แต่เธอก็ขนลุกเมื่อมีเสียงข้างๆหู
“อาหะ เสริมเพื่อความปลอดภัย”

เธอรีบกระเถิบตัวหนีด้วยความตกใจ โดยลืมไปว่าข้างหน้ามีกระจกกั้นอยู่
โป้กกก!

เธอเอามือกุมหัวตัวเองเพราะเผลอโหมงกระจก
ก่อนจะหันมาค้อนคนที่ยืนขำข้างหลังเธอ
ฟาง: “จะขำอะไรเยอะแยะ ก็มาเงียบๆก็ตกใจสิย่ะ นายละเป็นคนผิด”

อดีตคนไข้ของเธอก็ยังขำอยู่แต่น้อยลงก่อนจะผายมือให้เธอนั่งลงที่โซฟาอีกตัว พอฟางนั่งเขาก็นั่งตาม
ฟาง: “นี่นายจริงๆเหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงพาตัวชั้นมานี่ ต้องการอะไร  นายเป็นใคร”
สิงห์: “เรียกผมว่าสิงห์และก่อนหมอจะสอบปากคำผม ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนเลยว่าคิดไม่ถึงจริงๆ”
ฟาง: “ไม่คิดว่าชั้นจะตามหานายเจอละสิ”
เธอยิ้มมุมปากอย่างภูมิใจนิดๆในความสามารถของเธอ
สิงห์: “ไม่คิดว่าหมอจะเอาหัวโขกกระจกบ้านผมนี่ละ ก๊ากกกๆ โอยยนับว่าหมอทำผมตกใจจนน้ำตาไหลเลยเนี่ยโครตผิดคาด ฮาาาาๆ แอ๊ก!”

ฟางคว้าหมอนอิงหลังปาอัดหน้าเขาทันที แค่พึ่งเริ่มคุยเธอก็เริ่มหงุดหงิดแล้วจริงๆ ปกติเธาอเป็นคนใจเย็นมากแท้ๆ แต่อีตานี้มันน่าตบซักฉาดจริงๆ คนอะไรกวนได้กวนดีจริง

สิงห์: “รอบแรก ถาดรอบสองหมอน ทำไมเจอทีไรผมต้องเจ็บตัวตลอดเลยวะเนี่ย”
ฟาง: “ใครใช้ให้กวนอารมณ์แบบนี้ละ ทีนี้ตอบมาซะทีว่านายเป็นใคร บอกมา”
สิงห์: “เป็นคนที่คุณไม่ควรเกี่ยวข้องด้วยครับ ผมจะเป็นใครยังไงก็ไม่เกี่ยวข้องกับหมอ เลิกยุ่งกับผมซะก่อนจะสายไป”

สิงห์มองเธอด้วยสายตาจริงจัง เพราะงานที่เขาทำนั้น ยิ่งรู้จักคนมากเขายิ่งทำงานลำบาก อีกอย่างสุจริตชนแบบเธอไม่ควรมายุ่งกับสิ่งที่เขากำลังจะกระทำ
แต่เขาไม่คิดหรอกว่าจากวันนี้ไป เขาจะเป็นคนที่ไม่ให้เธอไปไหนซะเอง

ฟาง: “ไม่เกี่ยวได้ไงละ ก็นายเล่นฆ่าคนต่อหน้าต่อตากันแบบนั้น!! อีกอย่างนายแขนขางอกได้ไงไหนจะพลังวิเศษนั้นอีก นี้มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้”
สิงห์: “เฮ้ยทำไมพูดจาไม่รู้เรื่องวะ โอกาสสุดท้ายกลับไปซะ ลืมไปเลยว่าเคยเจอผมก็จะยิ่งดีกับคุณ ย้ำอีกครั้งว่าหมอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”
ฟาง: “ก็บอกแล้วว่าเกี่ยวไง นายต้องไปกับชั้นตอนนี้เลย”

สิงห์มองเธออย่างงุนงง นี่เธอคิดว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย
ฟาง: “ยังจะนั่งนิ่งอีกไป ไปหาตำรวจเลยนายฆ่าไปตั้งห้าศพแถมวางเพลิงอีก นี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะยะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป จะเป็นตัวอะไรก็ต้องไปเข้าสู่กระบวนการ….”
โครมม ฟางสะดุ้งร้องว๊ายออกมา ก็เขาเล่นทุบโต๊ะไม้ตัวข้างหน้าหักกระจายเป็นสองซีก
เขามองเธออย่างหงุดหงิด เธอไร้เดียงสาเกินไปแล้ว

สิงห์: “เหอะระบบกฎหมาย! มันจะไปแก้ปัญหาอะไรได้ กล้าพูดวะ หมอเคยรู้ตัวบ้างมั้ยว่าโครตโลกสวยเลย เคยรู้บ้างมั้ยว่าคนดีๆกี่คนที่ต้องตายเพราะความเชื่อโง่ๆแบบนี้! กี่คนที่เสียสละเวลาชีวิตเลือดเนื้อไป แล้วดูผลลัพธ์สิ กี่สิบปีที่ปัญหามันไม่ดีขึ้นเลย เพราะอะไรละ เพราะผู้ทีมีอำนาจมันเอากฎหมายไปหาประโยชน์ไง! เพราะคนที่ควรจะทำหน้าที่มันเอาอำนาจไปใช้ผิดๆ แล้วทีนี้คนดีๆก็ตายไปเปล่าๆไงครับหมอ คนดีๆแบบหมู่ แบบจ่าลูกน้องผม ตาย ตายเพราะว่าเชื่อใจอำนาจของกฎหมายไงละ!”

ฟางถอยห่างจากสิงห์ที่ลุกเดินมาหาพร้อมตวาดเธออย่างอัดอั้นใจ
สิงห์: “เข้าใจรึยังว่ากฎหมายมันใช้กับคนบางพวกไม่ได้ เข้าใจมั้ยว่ามันไม่ได้ผลกับพวกมัน ทีนี้จะให้ผมไปกับหมออีกมั้ย! ไปอีกมั้ย!!”
ฟาง: “อึกๆ ใจเย็นๆก่อนนะสิงห์ ชั้นกลัวแล้วโอเคๆ เราจะไม่ไปหาตำรวจกันแล้ว กลับไปนั่งก่อน”
สิงห์: “พึ่งจะมากลัว เหอะ หมอเคยรู้มั้ยว่าสิ่งที่น่ากลัวจริงๆเป็นไง หมอไม่รู้หรอกหมอได้แค่นั่งเพ้อรำพันไปวันๆแค่นั้นแหละ”

ฟาง: “ชั้นไม่ได้เพ้อ! จากที่ฟังๆคุณน่าจะเคยเป็นตำรวจหรือทหารที่โดนหักหลังมา แล้วก็พาลโมโหหาที่ลงหาคนผิด ทั้งที่จริงๆแล้วคุณนี่แหละรู้ดีที่สุดว่าควรจะร้องเรียนเรื่องนี้กับใคร มันเป็นไปไม่ได้ว่าทุกคนจะโดนอำนาจมืดคุมหมด คุณยังเหลืออีกหลายหน่วยงานที่ช่วยได้”

สิงห์: “นี่ยังไม่เลิกบ้าอีกเหรอ!”
ฟาง: “นายนั้นแหละที่บ้า!!”
สิงห์: “ยัยโลกสวย”
ฟาง: “ไอ้บ้าเลือด”
ก่อนทั้งสองจะจ้องหน้ากันอย่าไม่มีใครยอมใคร
เขาคิดว่าเธออ่อนต่อโลกไป
ส่วนเธอคิดว่าเขาใจร้อนมากไป
แล้วทีนี้ทั้งคู่จะทำยังไงต่อ

สิงห์: “นี่สรุปคือจะเข้ามายุ่งให้ได้ว่างั้น?”
ฟาง: “เชื่อฉันสิสิงห์ การไล่ฆ่าพวกมันเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอกนะมันต้องมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”
สิงห์ส่ายหน้าก่อนลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังเดินออกไป

ฟาง: “จะไปไหน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิ นายสิงห์! นี่! กลับมาเลยนะ”
และเมื่อสิงห์ก็ออกไปจากห้องและชายอีกสองคนก็เข้ามาแทน
ฟาง: “พวกนายเข้ามาทำไม?”
สุขุม: “เออ ใจเย็นนะครับคุณ ผมเป็นผู้ช่วยของนายท่านสิงห์ชื่อสุขุมครับ ไม่ต้องกลัวผมหรอกครับ ถ้านายท่านบอกว่าไม่พวกผมก็ไม่ครับ ส่วนคนนี้นายพันจะมาคอยรับใช้คุณนะครับ”

ชายรูปร่างออกท้วมๆกลมๆ แนะนำตัวอย่างสุภาพส่วนชายอีกคนก็ไม่อ้วนไม่ผอม แต่ดูนอบน้อม
ฟาง: “แล้วสิงห์ละ นี่ชั้นยังคุยกับเขาไม่จบเลยนะ ไปตามเจ้านายคุณมาเลยนะ”
พัน: “เกรงว่าจะไม่ได้ ครับผม”
ฟาง: “ทำไมไม่ได้”
สุขุม: “เพราะคุณไม่สิทธิ์จะเรียกร้องหรือสั่งพวกเราครับ ผมจะย้ำให้ฟังนะครับคุณเป็นนักโทษของเรา ไม่ใช่แขกvip เข้าใจนะครับ”
ก่อนชายร่างท้วมจะตบไหล่เด็กหนุ่มและเดินออกไป

หมอฟางทิ้งตัวลงบนโซฟา ด้วยความอึดอัดในใจ เธอลงทุนตามหาเขาแทบตายแต่พอได้เจอก็กลับไม่ได้รู้อะไรมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย และมันก็ยิ่งกลับทำให้มีคำถามผุดออกมาอีกหลายคำถาม ร้ายที่สุดคือต้องมาโดนขังอยู่ในห้องอีก

แถมมีคนยืนเฝ้าอยู่อีกคน  แม้คุณยามที่เฝ้าที่ดูหน้านิ่งๆ แต่พอเธอชวนคุยเขาก็คุยด้วย แถมคุยเก่งเลยทีเดียว แต่พอจะสืบหรือถามเรื่องสิงห์นายพันกลับไม่ยอมปริปากแม้ครึ่งคำ พูดแต่คำว่า
“เชื่อนายท่านเถอะครับคุณฟาง หยุดเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เถอะครับ”

หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่ เธอก็เลิกล้มความตั้งใจในการถามนายพัน เอาเถอะอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีคนคุยแก้เบื่อ

----------

“นายครับจะปล่อยเธอไปแบบนี้เหรอครับ”
สุขุมที่ถือเอกสารตามสิงห์เข้ามาในห้องทำงานของอดีตตำรวจผู้ซื่อสัตย์ เอ่ยถามขึ้นอย่างกังวลใจ
สิงห์นั่งรอบนเบาะของเก้าอี้ทำงานก่อนจะหันไปกดปุ่มที่คอมข้างตัวแล้วหันกลับมาถาม
สิงห์: “แล้วคุณทนายอย่างคุณจะให้ผมทำไงเหรอสุขุม”

แต่ชายใส่แว่นร่างท้วมก็มองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
สุขุม: “นายครับ นายไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยนะครับ ที่ผ่านมาถ้ามีคนมาสืบมาวอแวหรือมาวุ่นวายกับพวกเรา นายจะเอ่อ…”

สิงห์: “ไม่ฆ่าก็ทำสัญญาทาสกับมันใช่มั้ย”
หลังจากลูกน้องคนสนิทพยักหน้า เขาเองก็โบกมือให้สุขุมนั่งลง พอผู้ช่วยเขานั่งลงเขาก็เริ่มพูดต่อ
สิงห์: “คุณทำงานให้ผมนานกี่เดือนแล้ว?”
สุขุม: “น่าจะเกือบสองเดือนครับ นายท่านมาช่วยผมออกจากบริษัทเฮงซวยนั้น แล้วผมก็เข้ามาช่วยท่านสร้างองค์กรของเรา”
สิงห์: “แสดงว่าผมยังไม่ได้เล่าเรื่องราวก่อนหน้าที่ผมจะเป็นแบบนี้สินะ”
สุขุมพยักหน้ารับเบาๆ

สิงห์: “ผู้หญิงคนนั้นเป็นหมอที่ช่วยชีวิตผมตอนโลกถล่มใส่ผม ตอนนั้นผมแทบไม่มีอะไรเหลือแต่เธอก็มาให้กำลังใจผมข้างเตียงคนไข้ตลอด จนผมได้พลังมา ตอนนั้นไอ้สารเลวพวกนั้นก็ตามไปฆ่าผม เราเลยแยกจากกันตอนนั้น”

สุขุม: “แต่เธอก็ตามหานายท่านมาตลอด จนท่านต้องพาเธอมาคุยที่นี่ มันก็ยังแปลกอยู่ดีละครับ ถ้าเราไม่สั่งแป๊ะให้หยอดยาเธอแล้วอุ้มมาเธอก็หาเราไม่เจอแล้ว”

สิงห์ยิ้มแห้งๆ ก่อนยกแฟ้มตรงหน้าขึ้นอ่าน
สิงห์: “ปิดคุณไม่ได้จริงๆ ก็แค่อยากจะตอบแทนหรือขอบคุณเธอแค่นั้นแหละครับ ถ้าไม่มีไรแล้วคุณออกไปไหนก็ได้นะผมจะทำงาน”
สุขุมลุกแล้วโค้งคำนับก่อนจะเดินออกมาก่อนจะแอบรำพึงในใจว่า
“ถ้ามันมีแค่นั้นก็ดีสิครับ”

สิงห์นั่งดูการดำเนินการของพวกเขาไป หลังจากที่เขาออกมาจากโรงบาลแล้วเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะล้างแค้น เขาตามไปฆ่าพวกลูกสมุนหลายครั้งแต่หัวหน้าพวกมันก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลย แม้จะพวกมันจะตายไปเท่าใดพรุ่งนี้ก็จะมีคนมาใหม่ จะบุกไปจัดการเองก็มีคนคุ้มกันแน่นหนา และการฆ่าพวกมันก็ไม่ทำให้เครือข่ายมันชิบหาย เพราะฉะนั้นการทำลายพวกมันในระดับรากฐานแบบถอนรากถอนโคน มันต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวและนี่คือสิ่งที่เขากำลังทำ

“สิงห์ กองทัพแห่งโทสะของเจ้าเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว อาาาา ช่างเป็นจุดเริ่มต้นที่น่ายินดี”
ซาตานในชุดสูทสีน้ำตาลเข้มโผล่มายืนข้างสิงห์ เขาหันไปมองมันด้วยสายตาเฉยชาก่อนจะกลับไปอ่านเอกสารต่อ และเมื่ออ่านจบก็หันไปหาซาตานที่ไปนั่งตรงข้ามตนพร้อมกับแก้วเหล้าในมือ

สิงห์: “เห็นบอกว่าช่วงนี้ที่นรกมีปัญหาเรื่อง เขตแดนไม่ใช่เหรอครับ ทำไมกลับมาเร็วนัก”
ซาตาน: “เหอะ ก็แค่ไอ้กบนรกตัวน้อยๆมันไปบุกเบิกที่รกร้างติดกับป้อมกองทัพข้า ข้าเลยต้องไปดูว่ามันมีแผนอะไรมั้ย”
สิงห์: “กบ? ในนรกมีกบด้วย แล้วสรุปมันมีอะไรรึเปล่าครับ?”

ซาตานเทเหล้าในขวดใส่แก้วก่อนจะกระดกอึกๆ จนหมดมันใช้แขนเสื้อเช็ดปากแล้วจึงตอบคำถาม
ซาตาน: “เหอะมันแค่ขยายโรงงาน ไอ้ตัวละโมบนั้นมีโรงงานเป็นร้อยๆพันๆแห่งแล้วยังไม่พอใจอีก”
สิงห์: “ขอเดานะว่าท่านต้องไม่ไปดูเฉยๆแน่”
ซาตาน: “นับวันเจ้านี้เริ่มรู้ทันข้าขึ้นทุกวัน ใช่ ไหนๆข้าต้องเสียเวลาไปแล้วเลยบึ้มโรงงานมันทิ้งแมร่ง อ้อแล้วข้าก็ให้นักรบในป้อมไปเก็บของที่ยังใช้ได้มาด้วย”

ทั้งฆ่าทั้งเผาบ้านแถมขโมยของอีก เลวสมเป็นซาตานจริง สิงห์นึกในใจ
สิงห์: “แล้วทำแบบนี้ไอ้กบอะไรนั่นจะไม่เอาเรื่องท่านเหรอ”
ซาตานยกขวดเหล้ายกดื่มอึกๆจนหมด ก่อนจะเผาขวดแก้วสลายหายไปแล้วหันมายักคิ้ว
ซาตาน: “มันไม่กล้าหรอก มันไม่อยากสู้กับข้าหรอก เพราะไม่มีทางชนะและข้อสำคัญสุดมันสิ้นเปลืองเงิน เจ้ากบเปี๊ยกไม่ยอมเสียเงินกับเรื่องแค่นี้หรอก ถ้าข้าไปปล้นคลังมันค่อยว่าไปอย่าง”

สิงห์: “แล้วไอ้กบนี้เป็นใคร ท่าทางจะมีอำนาจน่าดู ถึงจะไม่เท่าท่านก็ตาม”
ซาตาน: “ไอ้กบโสโครกแมมม่อน เจ้าเองก็ระวังตัวแทนมันไว้ดีๆละเจ้านี้มันเหลี่ยมเยอะ ขี้โกงสุดๆ ตัวแทนของมันก็ไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่ อ้อ อีกอย่างถือแม้ข้าจะทรงอำนาจระดับต้นๆในนรกแต่ไม่ได้แปลว่าบาปตนอื่นจะกระจอกละ แต่ละบาปจะมีจุดเด่นของตัวมัน ตอนนี้แต่ละบาปก็เริ่มหาตัวแทนของตัวเองแล้วละมั้ง”

สิงห์พยักหน้ารับก่อนจะดูเวลา พอพบว่าใกล้เวลากินข้าวเย็นเขาก็ยิ้มมุมปาก ซึ่งเป็นยิ้มที่เขาเองไม่รู้ตัวแต่ซาตานกลับขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นแต่พอสิงห์หันกลับมามันก็เก็บซ่อนอาการพิรุธไว้ได้เนียนสนิท

ซาตาน: “ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำไมยังไม่เร่งสร้างกองทัพล่ะ ไม่อยากล้างแค้นแล้วเหรอ?”

สิงห์: “ผมไม่เคยลืม! แต่ผมจะต้องระวังตัวไว้ก่อนและผมยังไม่มีวิธีเด็ดๆในการจัดการพวกมัน ทาสของผมยังเข้าไม่ถึงระดับแกนนำเลย มันเข้าไปไม่ลึกเท่าที่ผมเคยทำด้วยซ้ำ”
ซาตาน: “ไม่ใช่ไปเสียเวลากับเรื่องไร้สาระอยู่นะ”
สิงห์ส่ายหน้าเบาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป

สิงห์: “วันนี้ผมมีธุระต่อ ท่านนั่งรอในนี้ก่อนก็ได้”
หลังจากสิงห์ออกไปแล้วซาตานที่นั่งอยู่สบถขึ้นก่อนดวงสายมันมีแสงแดงวาบขึ้น สิงห์เริ่มจะไม่ทำตามที่มันชักจูงแล้วซาตานต้องจัดการอะไรซักอย่าง


ก็อกๆ แกร็ก
เสียงเคาะดังขึ้นก่อนประตูจะเปิดออกพร้อมกับร่างของเจ้าของตึกเดินเข้ามาในชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดกับกางเกงผ้าทำให้ดูน่าเกรงขามน้อยกว่าชุดตอนเจอเมื่อเช้าเยอะ

และพอชายหนุ่มเข้ามาก็มีเด็กรับใช้ถือถาดอาหารเข้ามาในห้อง
สิงห์: “ผมเดาว่าหมอคงจะหิวแล้ว และผมว่าผมเดาไม่ผิดนะ”
ฟาง: “นึกว่าจะโดนขังให้อดตายอยู่ในห้องซะแล้ว”
สิงห์: “หน้าผมดูใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย? จริงๆมีแต่คนชมว่าผมหล่อนะ มีแค่หมอที่บอกว่าผมใจร้าย”

ฟางส่ายหน้าอย่างเอือมๆกับความมั่นหน้าของสิงห์ และสิงห์ก็พยักหน้าให้นายพันออกไปจากห้องก่อนก่อนสิงห์จะนั่งลงตรงข้ามกับฟาง

สิงห์: “จริงๆผมเลี้ยงหมอก็เพื่อจะขอบคุณหมอที่ช่วยผมไว้ตอนนั้น ถ้าไม่มีหมอผมคงแย่แน่”
ฟาง: “ก็มันเป็นหน้าที่ของหมอแบบฉันอยู่แล้ว ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก แต่เรื่องข้าวจะรับไว้ด้วยความยินดีค่ะ”

ก่อนเธอจะมองฝาครอบจานตรงหน้าเมื่อสิงห์พยักหน้าเธอก็เปิดขึ้นมาก่อนจะเจอกับอาหารที่เธอต้องตะลึง

ฟาง: “ผัดกะเพรา!! เอาจริงดิ?”
สิงห์: “อ้าวทำไมละหมอ มันไม่ดีตรงไหนแม่ครัวผมทำอร่อยนะ”
สิงห์มองฟางอย่างไม่เข้าใจ
ฟาง: “เลี้ยงข้าวคนที่ช่วยชีวิตด้วยกะเพราเนี่ยนะ”
ฟางเองก็มองสิงห์อย่างสงสัยเช่นกัน

สิงห์: “ทำไมละหมอมันก็กินอิ่มแถมอร่อยด้วย ทำไมมองผมแบบนั้นละ”
ฟาง: “ก็ใครจะคิดละว่าจะเลี้ยงกะเพราไก่ไข่ดาวกับผู้มีพระคุณแบบนี้ หนีมันไม่พ้นจริงๆ”
ก่อนเธอจะหยิบช้อนส้อมและลงมือกิน

ฟาง: “อร่อยจริงด้วย ฝีมือแม่ครัวดีมากไปจ้างมาจากไหนเนี่ย”
สิงห์: “บอกแล้วว่าอร่อยเด็ด เอาเพิ่มอีกจานมั้ยจะโทรไปสั่งให้เลย”
สิงห์เลี่ยงการตอบเรื่องแม่ครัว ขืนบอกความจริงไป คงได้ทะเลาะกันยาวแน่

ส่วนความจริงคือป้าแม้นคนครัวของตนก็เป็นทาสในพันธะสัญญา เหมือนอีกหลายๆคนที่ทำงานให้สิงห์
อย่างป้านี้โดนผัวขี้เมาซ้อมเอาเงินไปกินเหล้า สิงห์เลยใช้อำนาจปลุกโทสะให้แกเอาสากตีหัวมัน หลังจากนั้นผัวแกก็หอบผ้าหอบผ่อนหนีแกไปอยู่กับเมียใหม่ ป้าแกเลยมาอยู่เป็นคนครัวให้สิงห์เป็นการตอบแทนบุญคุณ กล่าวได้เลยว่าหากสิงห์ไม่ใช้พลังให้ป้าแกกล้าเอาสากทุบกระโหลกผัวแก วันนี้แกก็คงโดนกระทืบจากไอ้ผัวเฮงซวยอยู่

พูดถึงเรื่องของพลังของสิงห์ ส่วนในเรื่องการตีตราคนอื่นให้เป็นทาสวิญญาณของตัวเอง
ในส่วนของโทสะนี้จัดว่าเงื่อนไขไม่ยากไม่ง่าย

ทุกคนอาจทราบอยู่แล้วว่าความโกรธหรือความบาปอื่นๆอีกหกอย่าง เช่น ราคะ,โลภ,ริษยา,ขี้เกียจ นั้นเป็นเรื่องปกติของมนุษย์
การทำสัญญากับบาปนั้นหรือก็คือการที่บุคคลนั้นๆมีบาปในตัวมากไป เช่น โกรธจนลืมตัว ร่านจนใจแตก ขี้เกียจจนสล็อตยังอาย ละโมบในทรัพย์ไม่ลืมหูลืมตา

และเมื่อคนมีปัจจัยพร้อมบาปเหล่านั้นหรือตัวแทนในบาปนั้นก็จะทำวิธีตามเงื่อนไขของแต่ละบาป หากสำเร็จก็จะได้ดวงวิญญาณไป

ซึ่งในส่วนของบาปแห่งโทสะ ก็คือการทำให้คนโมโหจนขาดสติหรือให้พลังอำนาจแก่คนที่โกรธนั้นทำสิ่งตนอย่างจะทำ อย่างเช่นกรณีนายพันถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจนสิงห์ใช้พลังทำให้นายพันกล้าลงมือต่อสู้สวนกลับ หรือกรณีป้าแม้นคนครัวของตนหรือกระทั่งผู้ช่วยของตนก็กล้าทำอะไรที่ตนควรจะทำแต่ไม่กล้าจนโทสะเปิดทางเปิดโอกาสให้แก่พวกเขา

พลังที่จะทำลายล้างความไม่ยุติธรรม!
พลังที่จะเปิดโอกาสให้คนที่ที่อับจนหนทางได้ลงมือสู้

“นี่คุณ! เฮ้ยคุณสิงห์”
ฟางโยกไม้โบกมือผ่านใบหน้าจนสิงห์ได้สติหลุดออกจากภวังค์
สิงห์: “โทษทีนะหมอ คิดอะไรเพลินไปนิด มีอะไรครับ?”
ฟาง: “ตะกี๊บอกจะสั่งข้าวกะเพราะมาอีกจานไง จะหมดจานแล้วรีบๆไปสั่งมาอีกจานเลย เดี๋ยวขาดช่วงหมด”

สิงห์เหลือบดูจานของเธอที่พร่องลงจนจะหมดก่อนจะคว้าหูโทรศัพท์บ้านตรงนั้นขึ้นมา
แต่ทว่า

ฟาง: “เดี่ยว!! ชั้นว่าชั้นนึกอะไรออก”
สิงห์: (อาาา เรื่องอะไรอีกละรอบนี้)
สิงห์ไม่ชอบที่เธอจะมาหาเรื่องถามซอกแซกในงานที่เขาทำ มาดูสิว่าเธอจะถามเรื่องอะไรอีก

ฟาง: “เอาไข่ดาวด้วยนะ”
สิงห์ระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วกดเบอร์โทร

ฟาง: “เอ๊ะ นายชั้นนึกออกอีกอย่างแล้ว”
เธอเงยหน้าขึ้นมาหาเขาวางช้อนซ่อมลง จ้องเขาอย่างจริงจัง

และเธอบอกกับเขาว่า
“ไข่ดาวเอาไม่สุกนะ”

---------------------------------

สิงห์: “ไม่คิดเลยว่าหมอจะกินเยอะขนาดนี้”
เขาเอ่ยกับเธอหลังจบมื้อเย็นวันนี้ไปแล้ว

ฟาง: “ก็ลองโดนจับมาขังในห้องซักครึ่งวันมั้ยละ ขังซะนึกว่านักโทษ”
สิงห์: “เรียกว่าจำกัดบริเวณเพื่อความปลอดภัยดีกว่ามั้งครับ”
ฟาง: “เอ๋! ความปลอดภัย? ของใครเหรอของนายหรือของชั้น ตกลงนี้นายกำลังจะทำอะไรกันแน่”

สิงห์เดินไปยกหูโทรศัพท์ก่อนจะหันกลับมาตอบ
สิงห์: “ของเราทั้งคู่ครับ ว่าแต่จะดื่มอะไรมั้ย”
แต่ฟางส่ายหน้าปฏิเสธไป

หลังจากสิงห์สั่งเครื่องดื่มเสร็จก็มานั่งตรงข้ามเธอ
สิงห์: “คุณนี้มันดื้อด้านจริงๆเลยนะหมอฟาง เอางี้พลัดกันถามพลัดกันตอบ”
ฟาง: “นายเคยทำอาชีพอะไรมาก่อนกันแน่?”
ทันทีได้ยินข้อเสนอหมอสาวก็เปิดฉากถามก่อน

สิงห์: “โอ้โห รวดเร็วทันใจดีจริงๆ นี่คิดคำถามมาจากบ้านเลยใช่มั้ย ผมเคยเป็นตำรวจ”
ฟาง: “แล้วทำไมต้อง…”
สิงห์: “ตาผมถามไม่ใช่เหรอ ทำไมขี้โกงจังตอนสอบเป็นหมอก็โกงแบบนี้แน่ๆ”

เธอร้องชิ ออกมาก่อนกอดอกรอฟังคำถาม
ฟาง: “รีบๆถามสิ”
สิงห์: “ทำไมอยากเป็นหมอครับ?”

ฟางมองหน้าสิงห์อย่างแปลกใจในคำถามสีหน้าเธอผ่อนคลายลง
ฟาง: “บ้านชั้นตระกูลหมอทั้งบ้านเลย เลยปลูกฝังกันมา จริงๆตัวชั้นเองก็ชอบนะอาชีพนี้คนป่วยไข้น่ะ พวกเขาน่าสงสารจะตาย พอเขาหายป่วยเขาก็ยิ้มได้ หมอๆแบบเราก็มีความสุข ทีนี้ตาชั้นถามไปเอาพลังแปลกๆมาจากไหน?”
สิงห์: “ไปยืมเขามาใช้ แลกกับช่วยงานเขาวินวินทั้งคู่”

ทั้งคู่พลัดกันถามกันตอบกันอยู่นาน โดยที่ประเด็นคำถามไม่มีเรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องส่วนตัวทั่วๆไป

สิงห์ที่มาชวนเธอคุยก็ไม่ได้ว่าอยากจะทำอะไรเธอ เพียงแต่ฟางนั้นเป็นคนเดียวที่รู้สภาพของเขาก่อนทำสัญญาซึ่งก่อนหน้านั้นเธอเองก็ดูแลคนไข้ไร้ญาติขาดมิตรแบบตัวเขาดีมากเลยรู้สึกผูกพันกับเธอเป็นพิเศษ ก็เหมือนคนเราที่เวลาสิ้นหวังท้อแท้ไม่มีใครแต่มีคนมาช่วยดูแลเราตอนนั้น ซึ่งก็ไม่แปลกที่สิงห์จะเป็นมิตรกับเธอมากผิดวิสัยของตัวเอง มันก็ต้องมีความรู้สึกดีๆแก่กันไม่มากก็น้อย

ส่วนสิงห์นั้นยิ่งกว่าสิ้นหวังซะอีก เหตุร้ายที่เขาพบนั้นมันร้ายแรงจนจิตใจเขาบอบช้ำมาก เขาเองก็เลยอยากมีคนคุยปรับทุกข์ระบายความเศร้าตามปกติบ้างตามกลไลธรรมชาติ ซึ่งคนเดียวที่ใกล้เคียงคำว่าเพื่อนหรือญาติที่สุดก็คือเธอนั้นเอง

ด้วยเพราะเหตุนี้สิงห์จึงพาเธอเจ้ามาในตึกที่ใช้เป็นฐานลับของเขาแถมยังกำชับให้ดูแลเธออย่างดีอีกด้วย

ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่ง
ฟาง: “ตาฟางๆ สิงห์มีครอบครัวแล้วใช่มั้ย”
เธอถามเขาอย่างร่าเริงแต่คนโดนถามกลับนิ่งราวโดนสาป จนเธอประหลาดใจ
ฟาง: “อึ้งแบบนี้ โดนหักอกมาใช่มะ?”
เธอพยายามถามติดตลกเพื่อให้บรรยายกาศดีขึ้น แต่ผลมันกลับตรงกันข้าม เพราะความไม่รู้ของเธอแท้ๆที่ไปสะกิดภาพเหตุการณ์ร้ายๆให้กลับมาชัดเจนในหัวของเขาอีกครั้ง

สิงห์: “เธอตายแล้ว ตายอย่างอนาถ”
สิงห์ก้มหน้าลงเล็กน้อยแววตาเลือนลอยออกไป
ฟาง: “ขอโทษนะชั้นไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้”
เธอเองก็รู้สึกไม่ดีที่ทำสิงห์รู้สึกแย่

แต่สายไปแล้ว แผลใจในครั้งนั้นกำลังนำพาพายุร้ายมาหาเธอ พายุที่แทบจะทำลายชีวิตเธอ
สิงห์: “หึๆ หมออยากรู้มั้ยเธอตายเพราะใคร เพราะไอ้พวกที่หมอพยายามช่วยมัน ด้วยการที่หมอกำลังห้ามผมนี้ไง ป่านนี้ยังหลายชีวิตที่กำลังชิบหายเพราะพวกมัน”

ซึ่งสิงห์ก็พูดไม่ผิด พวกของเสี่ยอินทร์หลังจากกำจัดเขาออกไปพ้นทางได้ก็ยิ่งขยายตัวออกไปเรื่อยๆแล้วราวกับเชื้อร้าย

ฟาง: “คุณก็เลยจะฆ่า จะทำร้ายทำลายอะไรตามใจเพื่อล้างแค้นให้ภรรยาตัวเอง โดยไม่คิดเลยเหรอว่าสิ่งที่คุณทำลงไปก็ไม่ดีกว่าพวกมันซักเท่าไหร่”
สิงห์: “มันไม่ใช่เพราะนุ่น!!! มันไม่ใช่เพราะเธอคนเดียว ผมกับนุ่นก็แค่อีกหนึ่งในเหยื่อของพวกมันเท่านั้น เพราะฉะนั้นพวกมันถึงสมควรตายไง! เข้าใจรึยัง!!!”
เขาตะโกนใส่หน้าเธอก่อนจะลุกขึ้นฮึดฮัดและประเคนหมัดใสรูปปั้นครึ่งตัวในห้อง
โครม! ปูนพลาสเตอร์กระจายราวกับมันเป็นเพียงโฟมพลาสติก เพียงทีเดียวเศษปูนและฝุ่นขาวก็กระจายไปทั่วห้อง
ฟาง: “แต่ ถ้าคุณทำแบบนี้ก็จะยิ่งมีการสูญเสีย ไม่ว่าจะพวกคุณพวกมันหรือผู้บริสุทธิ์ มันไม่มีทางจบหรอกค่ะ หยุดก่อนมันจะสายไปเถอะมันต้องมีทางอื่นอีกสิ”

สิงห์: “สงครามย่อมมีคนเสียสละเสมอ”
ก่อนเขาจะหันไปที่เปิดประตูโดยไม่หันกลับมามอง พร้อมคว้าขวดเหล้าที่คนรับใช้ถือถาดมาพอดีและเดินจากไป

ซาตาน: “ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระจากนาง เห็นมั้ยว่าข้าพูดถูก”
ซาตานที่นั่งรอในห้องพูดทันทีเมื่อสิงห์ก้าวขาเข้ามาในห้องทำงานของตน

สิงห์เดินผ่านมันอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา
สิงห์: “นี่ผมเองนะ คุณสุขุมคุณส่งนายพันไปเฝ้าแขกไม่ได้รับเชิญของเราด้วยอย่าให้ออกไปจากที่นี่ อะไรนะ?  อธิบายมาผมฟังอยู่ อืมก็ดีเผื่อไว้ก่อน จัดการเลย แค่นี้ก่อนนะ”

ก่อนหันมามองซาตานที่กำลังเปิดฝาขวดเหล้าอยู่ เขายกมือขึ้นเหล้าในมือซานตานก็ลอยหวือมาในมือตนทันที
ซาตาน: “โฮ่ ใช้พลังของข้าแก่กล้าขึ้นขนาดนี้แล้วเหรอ นับว่าเจ้าพยายามได้ดี”
มันเอ่ยชมสิงห์ที่ยกขวดเหล้าขึ้นมาซดราวน้ำเปล่า
สิงห์: “ก็ต้องให้เป็นผลงานของท่านด้วย ต้องยอมรับเลยว่าพลังของท่านมันเหมาะกับผมจริงๆ”
ซาตาน: “ถึงเลือกเจ้ามาเป็นตัวแทนไงละ พื้นฐานจิตใจและสมาธิเจ้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว แถมยังใจเด็ด และพรั่งพร้อมด้วยความคั่งแค้นแค้นจากก้นหัวใจที่ได้รับมา นี้ถ้าข้าได้วิญญาณเจ้าลงไปนรกนะ ข้าคงได้ขุนศึกตนใหม่แล้ว”

ที่มันพูดมาก็ล้วนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สิงห์จะเชี่ยวชาญการใช้พลังของมันได้ถึงระดับนี้ ผลพวงของการฝึกและปฎิบัติการจริงหลายปีทำให้เขาแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ความหยาบกร้านในใจเขามันมีมาก ซึ่งเป็นปกติของพวกคนที่ต้องลงมือฆ่าคน เหมือนพวกทหารแนวหน้า เหมือนมือสังหารชั้นดี สำหรับคนแบบพวกเขาการฆ่าคนก็เหมือนกับการกินข้าวเหมือนการตบยุงมันคือกิจวัตรปกติธรรมดา จิตที่แข็งกร้าวมั่นคงนี้เองที่ส่งผลให้เขากับพลังของซาตานนั้นพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด

ซาตาน: “แผนต่อไปเจ้าไปถึงไหนแล้ว ข้าว่าแผนเจ้ากำลังจะขยับขยายอยู่ใช่มั้ยละ”

สิงห์: “ครับ การซ่องสุมกำลังก็เติบโตช้าๆ จะได้ไม่สะดุดตาใคร ส่วนแหล่งเงินทุนเรามีบริการจากทาสหลายๆคน ทั้งเจ้าของกิจการ นักลงทุนเล่นหุ้น นักเลงท่องถิ่น บ่อนอีกนิดหน่อย”

ซาตาน: “แหล่งเงินทุนกับรากฐานเริ่มมั่นคงดีแล้ว แต่ปัญหาต่อมาคือคุณภาพทหารและอาวุธ และการกำจัดพวกที่ชอบสอดหรือแทรกแซงการทำงาน”

สิงห์: “พวกเจ้าหน้าที่รัฐสินะ ผมว่าคู่กรณีผมจะช่วยตรงนี้ได้เยอะ เพราะถ้าข่าวพวกผมดังผมก็โดนร่างแหไปด้วย”

ซาตาน: “ไม่ใช่ตอนปะทะกัน แต่ตอนเคลื่อนไหวอย่าลืมว่าตำรวจส่วนหนึ่งโดนครอบงำจูงจมูกโดยฝ่ายนู้น มันสามารถลากปัญหาใส่ความอะไรพวกนี้ได้เยอะ จุดอ่อนจุดบอดพวกนี้สำคัญมากนะ ลองคิดดูดีๆ สมมุติว่าเรากำลังเข้าปะทะยืดเยื้อแล้วแหล่งเงินทุนโดนอายัดบัญชี บ่อนโดนบุก สายกำลังบำรุงจะติดขัด แบบนั้นหน่วยรบเราจะอ่อนล้าและเราจะพ่ายแพ้”

ซาตานร่ายยาวแถมแปลงชุดตัวมันเป็นเป็นชุดสูทไม่มีเสื้อคลุมแถมมีแว่นหนา ดูคล้ายกับพวกอาจารย์ในมหาลัย
สิงห์: “แสดงว่าผมต้องไปจับพวกมันบางคนเป็นทาส?”
ซาตาน: “เสียเวลามากไป แถมผลลัพธ์ไม่แน่นอน เอกสารปลอมหรือพวกบริษัทบังหน้าน่าจะตอบโจทย์มากกว่า บริษัทฟอกเงินก็น่าสนใจ ส่วนพวกวิธีแรกให้ค่อยทำก็ได้ มีไพ่ในมือมากดีกว่ามีไพ่ไม่กี่ใบ”

นอกจากสิงห์จะได้พลังและการสอนการใช้พลังจากจอมมารตนนี้แต่สิงห์กลับพบว่าความสามารถในการจัดการ และบริหารของมัน ไม่ได้ยิ่งหยอนกว่าอำนาจหรือความเจ้าเล่ห์เลย

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกถ้ามันไม่มีคุณสมบัติขนาดนี้ มันก็ไม่เป็นจอมมารผู้ครอบครองกองทัพที่เกือบเหยียบสวรรค์ฝั่งตะวันออก ความน่ากลัวของกองทัพมารของมันยังตราตรึงในความทรงจำของเทพหลายๆองค์จวบจนทุกวันนี้

---------------
“เราต้องหาทางหยุดเขาให้ได้”
ฟางกล่าวกับตัวเองเพราะเห็นว่าการเจรจานั้นไม่อาจเปลี่ยนใจชายที่เธอตามหาตัวได้

แต่ปัญหาหลักมีอยู่ว่าจะออกจากที่นี้ได้อย่างไรในเมื่อมีคนมาเฝ้าเธอไม่ให้แอบหนีไปไหนอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ เธอแอบแง้มประตูออกไปก็เห็นนายพันกำลังคุยกับคนที่เฝ้าห้องก่อนเขาจะมาเป็นคนเฝ้าแทน

ฟาง: “แบบนี้ท่าจะมีทางอยู่”

แม้จะโดนกักบริเวณแต่นายสิงห์ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดงดข้าวงดน้ำเธอ เธอยังสั่งขนมหรือเครื่องดื่มได้เสมอ ซึ่งทางห้องครัวก็ส่งขึ้นไปตามคำสั่งตามที่เธอขอเป็นพักๆ ตามที่เธอสั่ง

ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นมา นายพันก็ปลดล็อกประตูก่อนจะเปิดและชะโงกหัวเข้าไปถาม

นายพัน: “คุณฟางจะต้องการอะไรเพิ่มเหรอครับ?”
ฟาง: “นายพัน ชั้นว่าน้ำมันรสแปลกๆ นายลองกินดูสิ ถ้ามันเสียก็ไปแจ้งข้างล่างให้ด้วยนะ”

เธอชี้แก้วน้ำส้มบนโต๊ะ นายพันทำท่าสงสัยแต่ก็หยิบขึ้นมาดื่ม ก่อนดื่มอีกครั้งแต่ก็ส่ายหัว
นายพัน: “อืมมม ไม่เสียนะครับหวานอร่อยดี”
ฟาง: “เหรอสงสัยลิ้นชั้นเพี้ยนเพราะขนม รบกวนพันอีกขอโทษทีนะ แต่เมื่อกี๊พันกินไปแล้วงั้นแก้วนี้พี่ให้พันกินเลยนะ แต่สั่งใหม่ให้อีกแก้วด้วยนะจ๊ะ”

หมอสาวยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง ส่วนคนรับใช้ก็คุ้นเคยสนิทใจกับเธออยู่พอสมควรเลยยกดื่มจนหมดก่อนจะเดินออกไป แต่พอกำลังจะปิดประตูเด็กหนุ่มก็ทรุดลงไป
พันพยายามฝืนสติเอาไว้แต่ความง่วงที่เข้ามาฉับพลันก็เป็นฝ่ายชนะ สติของเขาหลุดปลิวหายไป

“ขอโทษนะพัน มันจำเป็นจริงๆ”
และคุณหมอแสนสวยก็หนีออกไปสำเร็จในที่สุด

และสถานที่ต่อไปที่เธอไปคือ สถานีตำรวจ
หลังจากบอกเรื่องราวเท่าที่รู้แก่ร้อยเวร ไม่นานนักรถตำรวจจากป.ป.ส. ก็แล่นฝ่าความมมืดยามคำคืนมา

ก่อนตำรวจรูปร่างดี ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแต่ใต้ขอบตาคล้ำ คาดว่าคงจากการอดนอนจะเป็นคนเดินเข้ามาหาเธอ

“คุณคือคนที่มาแจ้งเรื่องสินะครับ ผมร้อยตำรวจเอกอากาศ เป็นเจ้าของคดีแก๊งค์ค้ายาที่คุณบังเอิญไปเจอครับ”

ฟาง: “ค้ายาเหรอค่ะ?”
เธอสะดุดใจเพราะเท่าที่สังเกต สิงห์ไม่น่าใช่พ่อค้ายา แต่เธอเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายนักแต่ก็ตอบทุกคำถามเท่าที่ตอบได้ จากนั้นเขาก็พาเธอไปในห้องสอบสวน

ฟาง: “ชั้นว่า ชั้นไม่ใช่ผู้ต้องหานะคะ ทำไมเราต้องมาคุยในนี้ด้วยค่ะ?”
อากาศ: “คือเรื่องนี้มันใหญ่มากครับ เราหาตัวคนที่ชื่อสิงห์มานานมากแล้ว และพวกมันก็ค่อนข้างมีอิทธิพล”
ฟาง: “ปลอดภัยไว้ก่อนสินะคะ กลัวเกลือเป็นหนอน”

อากาศพยักหน้าก่อนจะนำแผนที่มากาง ผมจะขอรายละเอียดอีกครั้งนะครับ ขอละเอียดที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้นะครับ เออเพื่อความแน่ใจยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นมาสอบปากคำคุณใช่มั้ย”
ฟางส่ายหน้า อากาศถอนหายใจ งานของเขาสะดวกขึ้นเยอะ ช่วงนี้มันยิ่งต้องระวังตัวอยู่พอรู้แบบนี้มันก็สบายใจขึ้นจม หลังจากหมดธุระ อากาศก็พาฟางขึ้นรถที่มารับหน้าสถานี

อากาศ: “ต้องนี้คุณไปกับคนของผมก่อนนะ เพื่อความปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าพวกมันรู้เรื่องของคุณรึยัง”
ฟาง: “แล้วผู้กองจะไปไหนละค่ะ”

เขายิ้มก่อนจะเปิดประตูให้เธอเดินขึ้นไปบนรถตู้
อากาศ: “ไปจัดการสิ่งที่ต้องทำครับ”
ก่อนเขาปิดประตูและมองดูรถเคลื่อนตัวออกไป เมื่อรถไปลับตาแล้วเขาก็ถอนหายใจหนักๆ
อากาศ: “ผมขอโทษนะหมอฟาง มันจำเป็นจริงๆ อโหสิกรรมให้ด้วย”

ก่อนเขาจะขึ้นรถขับออกไปทันที เขาต่อโทรศัพท์ทันทีไม่นานเมื่อมีคนรับสาย เขาก็รีบสั่งการ
อากาศ: “บอกนาย กูเจอไอ้สิงห์แล้ว ส่งที่อยู่ไปแล้ว เออ มึงรีบส่งคนของมึงมาเลย กูจะไปรอที่นั่นเลย กูฝากพยานรู้เห็นไปแล้วนะ จัดการด้วยละ ผู้หญิงสวย เออกูว่ามึงพอใจแน่ แลกกับอย่าไปป้วนเปี้ยนแถวบ้านกูอีกก็พอ หลานกูเริ่มสังเกตุมึงแล้ว เออ แค่นี้ละ”

พอตัดสายเขาก็โยนหูฟังทิ้ง
อากาศ: “แมร่งเอ่ย กูไม่เลวกูแค่โดนบังคับให้ทำ”
เขาพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเอง เพื่อจะได้ไม่รู้สึกผิดไปกว่านี้ ทั้งๆที่เขารับเงินพวกมัน ชีวิตของมันหรูหราขึ้น มีทั้งเงินการงานก็มีเส้นสายหนุนหลังผลักดันให้ เรียกได้ว่าบันดาลทุกสรรพสิ่งตามใจนึก

แลกกับสิ่งที่ต้องทำคือลืมการทำตามหน้าที่ลืมคุณธรรมในใจตัวเอง ลืมซึ่งจิตสำนึกของผู้รักษากฎหมาย ที่ผ่านมาหลายเดือน เขาทั้งฆ่าและส่งพยานไปฆ่า โดยส่วนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตำรวจที่ดูเป็นคนดีกลับกำลังยื่นความตายมาให้แบบไม่รู้ตัวเลย ทั้งช่วยลบข้อมูลเบี่ยงแบนหลักฐานให้มัน และงานอื่นอีกมากมายที่คนดีๆไม่มีใครทำกัน

และตอนนี้เขาก็กำลังไปฆ่าเพื่อนรักของตนอีกครั้งแล้ว

แต่รอบนี้เขาจะจัดการให้แน่ใจว่า สิงห์มันจะไม่ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง

สุขุม: “คุณสิงห์ครับ ผมตรวจดูแล้วเธอหนีออกไปจากตึกแล้วครับ”
ร่างท้วมเดินเข้ามาในห้อง ห้องที่เคยใช้เคยมีฟางอยู่ สิงห์มองจานชามที่วางบนโต๊ะอยากครุ่นคิด นายพันที่ยืนก้มหน้าก้มตาเพราะเป็นคนเฝ้าแต่ทำให้เธอหนีไปได้
สิงห์หันไปหานายพัน ก่อนจะพูดแค่สั้นๆ

สิงห์: “เล่ามาให้หมด เกิดขึ้นได้ยังไง”

หลังจากฟังจนละเอียดเขาก็ถอนหายใจก่อนจะเอนตัวลงพิงโซฟา
สิงห์: “ก็ต้องปล่อยเธอไป คิดๆวิธีเอาเธอไปส่งคืนที่บ้านอยู่พอดี หนีเองได้คงกลับเองได้ พันไม่ต้องเครียดนะ ชั้นจะไม่ลงโทษแก”

สิงห์ก้มไปหยิบแก้วน้ำส้มที่ตกอยู่
สิงห์: (เธอน่าจะดูแลต้องเองได้ ส่วนเราต้องย้ายออกจากที่นี่)

เปรี๊ยะ! ปุ
สิงห์ขยับหัวลงนอนพักคอบนโซฟาพอดีที่มีเสียงประหลาดเกิดขึ้น และโซฟาก็มีรอยขาดทะลุขึ้นมา

พัน: “นายครับ เกิดอะไรขึ้น”
เด็กรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ขยับตัวเข้ามาด้วยความเป็นห่วง ทว่าเขากลับมายืนคั้นระหว่างหน้าต่างกับตัวสิงห์
สิงห์: “พันอย่าเดินเข้ามา!!”

แต่สายเกินไปสำหรับคำเตือน
เปรี๊ยะ!
เสียงกระจกแตกดังขึ้นพร้อมๆคมกระสุนที่ยิงตามมาอีกนัด เด็กรับใช้กุมคอที่เลือดทะลักออกมา สิงห์รีบพุ่งไปรวบตัวทั้งสองคนในห้องหมอบติดกับพื้น

ปังๆๆ ทุดๆๆ
เสียงปืนหลายกระบอกยิงซัดเข้ามาใส่ตัวอาคารบางส่วนระดมยิงจนกระจกกันกระสุนในห้องแตกพังไป ข้าวของเครื่องใช้ในห้องแหลกกระจายไปทั่วห้อง

แต่นั่นไม่ได้ทำให้สิงห์หัวเสียได้เท่ากับเด็กรับใช้ที่นอนจมกองเลือดตัวเองอยู่ข้างๆเขา

สิงห์: “ไอ้พัน อึดไว้ไอ้หนู แกต้องไม่เป็นไร”เอาฉีกขายเสื้อมันมาพยายามอุดแผลแหวอะจากคมกระสุน แต่ต่อให้กดแรงแค่ไหนเลือดก็ยังทะลักออกมาจากแผล

พัน: “นาย..ข..ขอ….โทษ”
ร่างชุ่มเลือดกุมมือที่กดแผลตนเอาไว้ก่อนจะใช้แรงที่มีพูดกับเขาก่อนจะกระอักเลือดออกมาและสิ้นใจตาย สุขุมเอื้อมมือมาจับชีพจรและส่ายหน้าให้
สิงห์: “อีกแล้ว! พวกมึงอีกแล้ว! ได้อยากฆ่ากันตอนนี้ใช่มั้ย ได้เลย!!!”

เสียงประตูเปิดออกลูกน้องของสิงห์สองคนรีบเข้ามาคุ้มกันเจ้านายตน แต่ก็ตกเป็นเป้าของมือปืนที่ซุ่มยิงอยู่บนตึกข้างๆ

กระสุนดีดออกจากรังเพลิงทีละนัด พร้อมๆกับอีกสองศพที่ไม่ทันระวังตัว

สิงห์: “อย่าโผล่มามีมือปืนดักอยู่ ที่ตึกอีกฝั่ง”

สมาน: “นายครับ ผมสมาน ข้างล่างมันล้อมเราไว้หมดแล้ว วิกรมเอาคนไปต้านอยู่ ผมต้องพานายหนีออกจากที่นี่ตอนนี้เลยครับ!”
เสียงสมานลูกน้องสายบู๊ของสิงห์เมื่อก่อนเป็นขาใหญ่ในแถบนี้ กับอีกกลุ่มคือวิกรม จนสิงห์มายึดที่นี่เป็นฐาน สิงห์ก็กวาดพวกมันซะราบเป็นหน้ากลอง พวกมันจึงยอมแพ้สวามิภักดิ์กับสิงห์

สิงห์: “แต่ถ้ามึงไม่ฆ่ามันก่อน กูก็ออกไปไม่ได้”
สมานจึงสั่งลูกน้องวิ่งขึ้นไปหาตัวมือปืน ส่วนสมานก็ยืนรออยู่ที่เดิม

สิงห์นั่งพิงกำแพงอย่างใจเย็น หูก็รับรายงานที่สุขุมแจ้งมาตลอด ตำแหน่งศัตรูคร่าวๆถูกวาดไว้ในหัว ถึงจะโดนบุกฉับพลันแต่ที่นี่เขาเป็นเจ้าของชัยภูมิ

สุขุม: “นายครับรับปืนครับ”
สุขุมที่คลานไปยังใต้ที่วางของล้วงปืนกลมือออกมา ปืนกลมือที่หลายคนรู้จักในนามอูซี่ก็ไถลมาถึงมือเขา

สิงห์คว้ามันขึ้นมาก่อนจะกระชากลูกเลื่อน พร้อมโรมรันกับพวกมัน
สิงห์: “สมานเอาคนลงไปพาคนที่สู้ไม่ได้ออกจากตึก ใช้ทางฉุกเฉินเลย กูกับสุขุมจะตามไป”

สมานแม้จะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง อีกทั้งก็มั่นใจในฝีมือนายตนพอสมควรเลยยอมลงไปตามคำของสิงห์

“มาเลยสิวะไอ้พวกชั่ว”
สิงห์ลุกขึ้นยืนกราดยิงแบบไม่ได้หวังผลลงไปที่ชั้นล่าง พวกที่โจมตีอยู่ก็วิ่งหลบกันวุ่นเพราะโดนยิงใส่ และสิงห์ก็รีบพลิกตัวหลบหลังกำแพง สิงห์โผล่ไปยิงมุดยิงหลบซ้ายทีขวาที แต่ทุกครั้งที่โผล่ไม่เคยเกินสองวิ

“โธ่ มึงจะไวไปไหนวะ”
มือปืนที่ซุ่มอยู่พยายามจับเป้าไปที่สิงห์ แต่ก่อนจะเหนี่ยวไกสิงห์ก็หลบไปก่อนทุกทีจนมือสังหารเริ่มหงุดหงิด มันรอจนสิงห์โผล่ออกมาแต่สิงห์ก็มุดหลบได้ทันอีกครั้ง มันวาดปืนตามไปก่อนจะยิงใส่กำแพงด้วยความโมโห

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
สิงห์: “เออแบบนั้นแหละไอ้หอกหัก”
สิงห์ที่ยัดแม๊กกาซีนใหม่ยิ้มที่มุมปาก

“ออกมาอีกสิวะ ออกมา”
มันจ้องรอโอกาสผ่านกล้องเล็ง จนไม่ให้ลูกน้องสองคนที่ขึ้นมาหามัน มันนั่งซุ่มอยู่บนดาดฟ้ามองสิงห์จากชั้นบน แต่ด้วยความมืดลูกน้องสิงห์จึงหาตัวมันไม่เจอ จนกระทั่งมันยิงไล่หลังสิงห์ไปเมื่อครู่ แสงจากปากปืนก็บอกตำแหน่งมันออกมาสมุนทั้งสองก็ไม่รอช้า ยกปืนขึ้นสาดใส่มันไม่ยั้ง

มันทั้งคู่ยิงกันจนหมดกระสุน
สมุน1: “ตายยังวะ”
สมุน2: “ยิงอัดขนาดนี้ม่องแล้วละมั้ง”

ก็หลังจากที่มันยิงด้านบนก็เงียบสนิท
กิ้ง!....   
ขลุกๆ   
บึ้มมม!!!

ที่แท้มันไม่ตาย แต่นอนรอจังหวะที่จะเขวี้ยงระเบิดมือออกไป พอทั้งคู่ยิงจบมันก็เขวี้ยงลอยข้ามหัวไป โดยระยะห่างของตึกที่แทบจะติดกันระเบิดจึงถูกส่งลงโดนทั้งสองอย่างจัง

โชคดีสมัยเป็นทหารเกณฑ์มันเคยฝึกเขวี้ยงระเบิดมาพอดี แต่เป็นโชคร้ายของสองคนนั้นแทน

แต่พอมันหยิบปืนขึ้นมาก็เห็นสิงห์กำลังวิ่งออกจากห้อง มันจ้องปืนตามที่สิงห์ก็หันมากราดปืนในมือสวนขึ้นมา มันเลยต้องหลบ

ส่วนสิงห์ก็โยนปืนที่ยิงจนหมดทิ้งไปและก้มไปคว้าปืนที่ซ่อนติดไว้ใต้โต๊ะตัวเล็กขึ้นมาแทนก่อนจะออกจากห้องไป

“สัส หนีไปจนได้ ฮึ่ยยย!”
ภาพสุดท้ายที่มันเห็นผ่านกล้องคือมือของสิงห์ที่ยื่นนิ้วกลางออกมาก็จะหายออกไป
มันรีบกดวิทยุบอก
“ท่านครับมัน หลุดไปได้แล้ว ครับผมจะล่ามันเอง ไม่พลาดแน่ครับ”
มันรีบคว้าปืนวิ่งลงไปหลังจากคุยจบ

สิงห์: “สถานการณ์เป็นไงบ้าง!”
สิงห์ที่สวมเกราะกันกระสุนกันไปหาสุขุมที่เพึ่งเดินเข้ามาในห้องทำงาน

สุขุม: “เราเสียคนไปแล้วเกือบครึ่ง แต่รวมแล้วยังต้านได้อีกพักใหญ่ๆ โชคดีที่นายลงทุนเตรียมปืนกับกระสุนไว้เผื่อกรณีนี้แล้ว”
ชายอ้วนเดินมายัดลูกปืนจากกล่องใส่ซองจนเต็มขณะพูดอยู่ก่อนจะยัดใส่ช่องเก็บซองที่ติดกับเกราะสิงห์

สิงห์: “คุณจัดการหลักฐานบนนี้ให้หมดนะ ส่วนผมจะลงไปจัดการเรื่องทางหนี มาเยอะขนาดนี้ฝ่าออกไปดีกว่า”
สิงห์ดึงคันรั้ง M4A1 ส่งกระสุนใส่รังเพลิงก่อนจะเปิดประตูออกไป
ทิ้งให้สุขุมจุดไฟเผาเอกสารและโอนข้อมูลออกไป พร้อมกับทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สาวถึงเขาได้ทิ้ง

ส่วนด้านล่างของตึก
สิงห์ที่โดดเข้าร่วมสงครามด้านล่างก็หยุดการรุกของมันได้ชะงัด
อดีตตำรวจมือปราบฝีมือเลิศเด็ดหัวศัตรูไปอีกศพด้วยกระสุนชุดเดียว สิงห์ลงมาไม่นานก็เด็ดชีพไปแล้วหลายศพ จนพวกมันแทบจะไม่กล้าโผล่ออกมาจากกำบัง

ปังๆ ปังๆ
สิงห์ยิงอย่างใจเย็น กระสุนที่ส่งไปต่างกดดันพวกมันจนขยาดกลัว
ปังๆ ปุ ปุ
ร่างพวกมันที่เงยหน้าขึ้นกระเด็นหงายท้องตาแตกกระโหลกทะลุจากเดชของหัวทองแดงขนาด 5.56 ที่พุ่งออกมา


ปังๆๆๆ
“โอยย”  “อึ่ก”
สิงห์ยิงซ้ายก่อนจะเคลื่อนมือหันไปยิงด้านขวาอย่างคล่องแคล่วเก็บไปอีกสองศพเบาๆ ก่อนจะมุดลงไปบรรจุแม็กใหม่และโผล่ขึ้นไป

“ท่าทางจะลำบากนะ ตัวแทนแห่งข้า”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาพร้อมๆกับร่างของซาตานในชุดพรางเขียวในมือมีกล้องส่องระยะติดมาด้วย
สิงห์: “อย่าพึ่งมาตอนนี้ รบกวนสมาธิครับ”
ซาตาน: “ข้าก็มาช่วยเจ้าไง ไหงไล่กันแบบนี้ละ 11นาฬิกา ท้ายรถระเบิดมือ”

สิงห์หมุนกลับไปยิงมันทันทีระเบิดที่ถอดสลักแล้วระเบิดคารถมันเองเศษซากชิ้นส่วนกระจายไปทั่ว
ซาตาน: “อะฮ่า แหลกเป็นฝุ่น เห็นปะข้ามีประโยชน์นะเฮ้ย”
มันเงยหน้าจากกล้องขึ้นมาพูดกับสิงห์
สิงห์: “มันก็ระยะแค่นี้จะถือกล้องทำไมครับ และผมก็เห็นอยู่แล้ว”

วิกรม: “นายบ่นงึมงำกับใครเหรอครับ”
ชายซูบซีดในชุดเกราะถือak-47 ตะโกนถามขึ้นมา

สิงห์: “ด่าพวกมึงนี่แหละ พวกขี้ง่อยแค่นี้ต้องให้กูออกแรงด้วย”
วิกรม: “เก่งจ้า นายผมเก่งไง ผมไม่ได้เก่งเหมือนนายเองครับ ขอโทษละกัน”

พวกลูกสมุนหัวเราะเบาๆขณะยิงต่อสู้
แต่รอยยิ้มของพวกมันก็กำลังจะเหือดแห้งไป

เมื่อรถบรรทุกคนหนึ่งจะวิ่งเข้ามาและหักออกแล้วสิ่งที่กระบะหลังแบกมาก็ทำงาน

กึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ปืนกล M2  กระสุน.50 ปืนกลหนักที่สุดจะน่ากลัวก็เริ่มโหมกราดใส่พวกสิงห์ เปลวไฟแลบออกจากสาดแสงสีเหลืองเข้มเข้าประหารทำลายทุกอย่าง

สิงห์: “ถอนตัว!!  หนีเข้าตึก ไปๆ”
สิงห์โผล่ออกไปเรียกความสนใจด้วยการยิงใส่ เปิดโอกาสให้ลูกน้องตนหลบเข้าไป แต่บางรายก็โดนศัตรูที่รอจังหวะยิงลงไปกองกับพื้น

วิกรม: “ผมคุ้มกันเองนายรีบวิ่งเลย”
ปืนหลายกระบอกยิงข่มให้สิงห์กับสมุนสองคนสุดท้ายหนีออกมา แต่แสงกระสุนสีเหลืองแสบตาก็เด็ดชีพสองคนที่ตามมา

สิงห์: “นี่ไม่ใช่ที่ซีเรียนะโว๊ย ลากปืนกลหนักมาอัดกันแบบนี้ขอเครื่องยิงลูกระเบิดด้วยเลยดิวะ”

ปุ้ง บึ้มมมม
ลูกระเบิดจากM79 ศัตรูปลิวมาตกหน้าตึก
สิงห์: “มันมีจริง มึงไม่เอารถถะ…”
วิกรม: “นายพอเถอะ ขืนมันมีตามคำของนายขึ้นมาอีก เดี๋ยวเราจะได้ป่นเป็นปลาป่นนะครับ”

สุขุมกับสมานก็วิ่งลงมาพอดี
สุขุม: “นายครับ เราพร้อมจะไปแล้วครับ”

สิงห์: “ดีมากมันเริ่มเล่นของแรงใส่…”

ตูม!!!
ทุกคนที่ยืนอยู่แถวนั้นกระเด็นล้มไปคนละทิศละทาง กำแพงปูนโดนระเบิดเป็นช่องกว้าง หูทุกคนอื้ออึงไปหมด ทุกต่างนอนมึนคงทำอะไรไม่ถูก

“รู้จักโด่งซะหน่อย ฆ่ามัน!!”
ไอ้มือสังหารคนเดิมถือจรวดต่อต้านยานเกราะRPG-7 รุ่นเก่าแต่ยังเก๋า
มันด่าตัวเองอยู่ในใจที่ดันพกหัวจรวดมานัดเดียว แต่อย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้ไล่ฆ่าพวกมันต่อได้

ปืนกลหนักหันปากกระบอกมายิงใส่ช่องที่แตก พร้อมกับเหล่าลิ่วล้อที่ยืนหน้ากระดานยิงกราดเข้ามา เหล่าสมุนของสิงห์ที่ยืนมึนงงอยู่ก็ร่วงกราวเป็นแถบๆ จากที่อยู่กันสิบกว่าคนเหลือแค่เจ็ดในพริบตาเดียว

สิงห์ที่พึ่งได้สติก็เห็นสภาพวิกฤตของฝั่งตนก็รีบยืนขึ้น ยกมือไปยังเศษกำแพงปูนใหญ่ ใช้พลังทำให้มันลอยต่างโล่ห์กันกระสุน

สิงห์: “ไปๆ เร็วๆ สุขุมให้เตรียมพร้อมไว้ผมถึงเมื่อออกรถทันที!!”
สุขุมที่หิ้วปีกวิกรมพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินไป

สมานกราดปืนถอยไปจนสิงห์ยื่นมือมาอีกข้าง
สิงห์: “เอาลูกเกลี้ยงมา”

ก่อนเขาจะกัดดึงสลักออกแล้วกลิ้งขนานพื้นไปข้างหน้า
บึม! พวกมันคนแรกที่วิ่งมาโดนแรงระเบิดถีบหงายออกไป สกัดพวกมันได้อีกพักนึง

ปุ้ง เสียงลูกระเบิดสังหารลอยเข้ามาในตึก แต่ทว่าก่อนถึงพื้นมันกลับหมุนติ้วแต่ไม่ลงพื้น เมื่อไม่กระทบฉนวนระเบิดก็ไม่ทำงาน เป็นสิงห์ที่ใช้อีกบังคับพลังให้หยุดมันไว้กลางอากาศ

สิงห์: “เอาคืนไป ไอ้พวกเปรต”
เขาสะบัดข้อมือลูกระเบิดก็ลอยกลับออกไป พร้อมกับเหวี่ยงกำแพงบินตามออกไปกระแทกทุกอย่าง

ตูม!! โครม!

ลูกสมุนแนวหน้าที่กรูเข้ามาต่างได้รับของขวัญจากเจ้าบ้านเต็มๆ บ้างเละติดฝาผนังลอยตามแรงส่งไปไกล

สิงห์หันตัวเดินหลบไปโดยมีสมานยิงคุ้มกันไปถอยตามไป

โด่ง: “ส่งคนเข้าไปอีกมันถอยแล้ว”
ลูกน้อง: “แต่เราตายกันจะหมดแล้วนะครับรอคุณอากาศมาเสริมกันดีกว่า..”
ปัง! ลูกน้องผู้หวังดีสมองกระจายออกมากองบนถนน

โด่ง: “ส่งคนเข้าไปอีก ไป!!!!”
มันไม่ยอมให้ใครมาแย่งผลงานของมันหรอก โดยเฉพาะไอ้เด็กตำรวจหน้าใหม่นั้น

บรืนนนนนน!!
ขบวนรถวิ่งออกจากอีกปีกของมุมตึก


มอไซค์วิ่งนำออกมาสองคัน รถวิ่งออกไปตามแนวซิกแซกหลบรถที่จอดขวาง และหลบหนีออกไปนอกวงล้อมอย่างรวดเร็ว ตามด้วยรถยนต์สี่ประตูติดฟิล์มทึบ ปิดท้ายด้วยกระบะติดปืนกลเบา ปืนกลคำรามยิงเปิดทางหนี

 

แต่มอไซค์ที่ขับนำก็กดสวิตช์ ห่อที่แอบเอาไปวางทิ้งตอนขับหนีออกมา ก็เรืองแสงวาบระเบิดเปิดทางทั้งแถบ รถที่ขวางอยู่มลายหายลอยออกไปจากเส้นทางของขบวนรถ

บวกกับการที่พวกมันส่งคนเข้าไปมากทำให้การล้อมกรอบเปราะบางมากขึ้น พวกสิงห์จึงทะลวงหนีออกไปได้สำเร็จ

โด่ง: “ไปเร็วรีบตามไปฆ่ามันซะ ไปๆๆ”
ไอ้มหาโจรกระโจนไปที่กระบะ ลูกน้องสองสามคนแถวนั้นก็รีบกระโจนขึ้นรถ ขับตามขบวนผู้ฝ่าวงล้อมออกไปอย่างกระหายเลือด

เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม เมื่อคนขับเหยียบคันเร่งลงไปแทบสุดเพื่อติดตามเป้าหมายที่กำลังหนี
ไม่กี่อึดใจ รถกระบะปิดท้ายของสิงห์ก็โผล่มาในระยะสายตา ไอ้โด่งคว้าปืนกลเบา MP-7 ออกมามันรอจนได้ระยะก่อนเปิดฉากสาดกระสุนใส่พลปืนกลข้างหลังที่กำลังหมุนปืนกลหมุนกลับมา

 

ปรืดดดดดด
กลุ่มกระสุนเจาะเข้าไปในร่างก่อนที่มันจะหันปืนกลับมาตอบโต้ทัน ร่างที่ยืนประจำกระเด็นหงายตกรถลงไป ไอ้โด่งเร่งเครื่องไปกระแทกเบียดรถกระบะจนเสียหลัก

เอี๊ยดดดดดด
พอรถกระบะเซไถลไปมา มันก็ได้จังหวะยกปืนยิงที่ล้อหน้าอีกชุด
พรืดดดด   เอี๊ยดดดดดดดดดดด  โครมมมม!!!

ไอ้โด่งกำจัดรถคุ้มกันของสิงห์แล้ว ที่นี้ก็เป็นคิวรถติดฟิล์มดำ มันกราดปืนขึ้นกราดยิงไปที่รถ
พรืดดดดดด! แต่นอกจากรอยกระสุนแล้วรถคันนั้นก็ยังอยู่ดีแถมยังเร่งความเร็วหนีอีกตั้งหาก

มันสบถอย่างขัดใจคำนึง รถคันนั้นคงปรับปรุงมาแล้วพอสมควร เขาต้องหาปืนที่แรงเจาะมากกว่าหรือเข้าไปใกล้ๆให้มากขึ้น มันรีบเปลี่ยนซองกระสุนก่อนจะเร่งเครื่องตามไป

แต่ทว่ามันยังไม่รู้จักสิงห์ดีพอ

ขณะตามจี้หลังมาติดๆรถคันนั้นก็เบี่ยงไปอีกด้านเปิดทางออกให้ไอ้คนขับมอไซค์คันแรกที่จอดรอท่าอยู่ ยกปืนยิงมาซัดใส่มันอย่างถนัดมือ

ปังๆๆๆๆๆ กระสุนบินเข้าใส่รถที่แล่นตามมาอย่างรวดเร็ว ไอ้โด่งที่ขับมาด้วยความเร็วสูงก็ทำได้แค่หักพวงมาลัยหลบเต็มแรง

เอี๊ยดดดด โครมมมม
แต่ด้วยความเร็วที่วิ่งมา รถของมันพลิกคว่ำลงข้างทางไป ชิ้นส่วนของรถกระจัดกระจายไปทั่ว และไอ้คนขับมอไซค์จะเดินเข้ามาดูผลงานครู่หนึ่งก่อนจะขึ้นรถหนีไป

ผ่านไปไม่กี่นาที รถสีดำคันหนึ่งก็จอดที่ข้างทางตรงที่รถคว่ำอยู่
ชายคนหนึ่งเดินลงมา ตรวจดูที่รถพบว่าไอ้โด่งอยู่นอนหายใจรวยระรินอยู่

???: “ฝีมือใคร?”
โด่ง: “อั้กก มันใส่หมวกขี่มอไซค์ ชะ ช่วยกูด้วย กูไม่อยาตาย นะ นะกูขอร้อง”
ไอ้โด่งที่นอนอยู่ในซากรถ สภาพยิบเยินร้องขอความช่วยเหลือด้วยความกลัวตาย

ชายผู้มาใหม่หยิบมือถือยกขึ้นกดหมายเลขและฟังคำสั่งก่อนจะชักปืนออกมาหลังวางสาย
เงาไฟถนนสลัวๆสะท้อนปืนสีเงินยวง .44 desert eagle แต่ทว่าแสงสีเงินสำหรับไอ้โด่งแล้วนี่คือกระสายสุดท้ายที่มันจะได้เห็น

โด่ง: “ยะ อย่า!!! ไอ้ อา…”

ตึ้ม ตึ้ม !!!
แสงสว่างวาบจากปลายปืน วาบขึ้นมาก่อนชายคนนั้นจะเดินกลับมาขึ้นรถ ก่อนจะจ้องปืนออกไปนอกหน้าต่าง
ตึ้ม!  ตูมมมมม

กระสุนถูกยิงอัดเข้าถังน้ำมันที่รั่วออกมาจากซากรถเป็นการจุดระเบิดขึ้นมา เป็นการเผาศพเพื่อนร่วมงานและทำลายหลักฐานไปในทีเดียว

“ไอ้สิงห์ แกหลบชั้นไม่พ้นหรอกเพื่อน”
เขามองภาพกล้องจราจรที่เห็นมอไซค์และรถติดฟิล์มดำขับแยกไปคนละทาง
ก่อนเขาจะขับรถออกไปทำงานที่เหลือต่อให้เรียบร้อยเอง

ทิ้งซากรถที่ไฟลุกท่วมไว้เป็นเพียงฉากหลังของความหายนะในคืนนี้

 


เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2017, 03:17:31 am โดย cd13579 »
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ joker socool

  • Junior Member
  • ***
  • 457
  • 1077
  • โจ๊กไม่โจ๊กนะครับ
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 02:10:12 am »
หมอฟางนี่มือหนักตีนหนังจริงๆทำกับพระเอกของเราได้ลงคอ  แหม...คิดไปแล้วนึกถึงนางเอกอีกคนใน out of เลยนะครับ  สองเรื่องมาแนวนี้เข้มข้นโดนใจผมจริงๆ

*

ออฟไลน์ pun4531

  • Full Member
  • **
  • 113
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 04:16:29 am »
ฉากไล่ล่ามันส์มากๆๆๆ ครับ

*

ออฟไลน์ strikef.

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3300
  • 2309
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 05:48:52 am »
ขอบคุณครับ หมอฟางบางครั้งหมอน่าจะเข้าใจบ้าง ว่าความดีไม่ได้ชนะทุกสิ่ง

555 ยอดเยี่ยม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2017, 05:51:27 am โดย strikef. »

*

ออฟไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2693
  • 2704
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 06:03:47 am »
ดุเดือดเลือดพล่านเลย นะ

*

ออฟไลน์ ppyyaa

  • Junior Member
  • ***
  • 314
  • 133
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 07:04:01 am »
ชอบเรื่องมากครับ บทสนทนาทำให้ได้อารมณ์ดีครับ เนื้อเรื่องตื่นเต้น

*

ออฟไลน์ Asura4237

  • Senior Member
  • ****
  • 724
  • 274
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 07:24:07 am »
ติดตามมาได้ซักพักแล้ว ซีรี่ส์นี้ ขอให้มีตอนต่อไปมาได้อ่านเร็วๆนะครับ

*

ออฟไลน์ buttiend

  • Full Member
  • **
  • 161
  • 204
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 07:33:40 am »
หมอฟาง
จะเป็นไรไหม

*

ออฟไลน์ kalampee

  • Junior Member
  • ***
  • 462
  • 186
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 07:48:32 am »
คุณหมอของเราถูกจับไปแบบนั้น จะเป็นอะไรไหมหนอ

*

ออฟไลน์ zonique

  • Full Member
  • **
  • 214
  • 113
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 08:22:49 am »
รอชม รออ่าน อยู่ตลอดเลยครับ ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ anigkanjana

  • Gold Member
  • *****
  • 1316
  • 405
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 08:32:59 am »
ไล่ล่าได้โคตรสนุกเลย​ ชอบครับ​ ชอบๆ

*

ออฟไลน์ thep59

  • Veteran Member
  • ******
  • 1919
  • 638
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 08:33:10 am »
หมอฟางมองโลกสวยจัง ถูกจับไป จะเป็นอะไรไหมนะ

*

ออฟไลน์ ryu

  • Senior Member
  • ****
  • 611
  • 8
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 08:38:40 am »
มันส์มากๆเลยครับ

*

nanzy153

Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 09:15:53 am »
โหดสัสรัสเซียเรยพี่สิง คุณหมอคนสวยจะได้กันมั้ย

*

ออฟไลน์ meowmeng

  • Senior Member
  • ****
  • 868
  • 340
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ตามล่า" (EP.2)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 09:19:34 am »
สนุกมากๆเลยครับ มาต่อไวไวนะ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ