7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)

7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)

  • 264 ตอบ
  • 6955 อ่าน
*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1512
  • 951
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 07:00:42 am »
พูดคุยเล็กน้อย

ฮ้ายยยยย คิดถึงกันรึเปล่า หายไปนานไม่ใช่ไรไม่ว่างเท่าไหร่ พอว่างแล้วก็ไม่มีอารมณ์เขียน 5555+ ::Sobad:: ทีนี้พอแต่งไปแต่งมา พบว่าพบว่า 42 หน้า 16000 ตัวอักษรเขียนจนถึงจุดที่ตั้งใจก็เลยเอามาลง ไม่งั้นลากยันจบเรื่องแน่ (และท่านจะได้อ่านกันชาติหน้าตอนดึกๆ)
ขอซ่อนท้ายเรื่องเพื่อ นับมิตรรักแฟนคลับที่ยังรอนะครับ ส่วนรูปรอไปก่อน ขอตัวไปสอบก่อนนะฮะ
ขอให้สนุกนะครับ Enjoy  ::Falling::


ป.ล. ใครอยากเจอรูปตัวละครก็เชิญนะครับ ไม่ห้ามไม่ว่า เผื่อเจอตรงกว่าที่ผมมีจะได้มาลงให้

ตอนที่ 3 ละเลงเลือด

รถมอไซค์วิ่งฝ่าความมืดไปตามทางกันดารจนพักใหญ่ๆคนขับก็หันเข้าไปจอดหลบไปในพุ่มไม้หนาหลังจากหลบอยู่นานและไม่เห็นว่ามีใครติดตามมา ไอ้เจ้าคนขับก็ถอดหมวกกันน็อคออกแล้วรีบกดเบอร์โทรออกไป

“ฮัลโหลนี่สิงห์เอง ทางนั้นเป็นไปตามแผนมั้ย”
ที่แท้รถมอไซค์คันแรกที่วิ่งออกมาจะเป็นคนที่พวกมันตามล่าอยู่ และสิงห์เองก็ฉลาดพอที่จะเบี่ยงเบนความสนใจด้วยรถยนต์ติดฟิล์มดำพร้อมรถคุ้มกันอีก เป็นใครก็ต้องคิดว่าไอ้รถที่มีการคุ้มกันต้องเป็นคันที่สิงห์อยู่ แต่ในความจริงแล้วไอ้มอไซค์คันแรกที่ออกมานั่นแหละคนที่พวกมันต้องการ

สุขุม: “ครับนาย มันตามผมมาโขยงใหญ่ ผมก็วิ่งเข้าในตัวเมือง พอสลัดหลุดก็เปลี่ยนรถสำรองตอนนี้ใกล้จะถึงเซฟเฮ้าส์แล้วครับ”

สิงห์: “ดีพอถึงแล้ว คุณจัดการเตือนทุกฐานของเราเลยนะ โชคดีตอนนั้นคุณทยอยขนของออกมาแล้วบางส่วน เราเลยเสียหายน้อยลงเยอะ”

สุขุม: “ถือว่าเป็นโชคดีที่ผมเดาถูก นายครับพวกมันเจอเราได้ไงกันครับ ที่ผ่านมามันก็ทุ่มทุนทุ่มแรงหาพวกเราตลอดส่วนมากก็เจอแค่ระดับจิ๊บจ๊อย ไหงรอบนี้มาโผล่ที่คลังได้ครับ”

สิงห์: “ก็ต้องตามสืบดู พวกมันเองก็ไม่ได้โง่มันอาจจะได้เบาะแสอะไรก็ได้ ไว้เราค่อยคุยกันอีกที ผมจะไปที่ร้านยา ไว้ทุกอย่างปลอดภัยแล้วเราค่อยเจอกัน ดูแลตัวเองดีๆ อย่าตายละ”

และสิงห์ก็วางสายไป
“ทำไมเจ้าไม่บอกสมุนเจ้าละ ว่าให้ลองสืบจากนางหมอที่แอบออกไปวันนี้ อย่าบอกข้านะว่าเจ้าเดาไม่ออก”

ซาตานที่ยืนพิงมอไซค์ของสิงห์กล่าวขึ้น
แต่สิงห์แสร้งไม่เห็นมันก่อนจะกระโดดขึ้นรถแล้วขับออกไปจากจุดซ่อน

ซาตาน: “ไม่เอาน่า ตัวแทนแห่งข้าแค่พูดจี้ใจแค่นี้ถึงกับเมินข้าเชียวเหรอ”
ซาตานที่นั่งเอนหลังพิงสิงห์อยู่ที่เบาะหลังก็ยังตามมากวนใจกวนอารมณ์เขาอยู่
พอมันพูดจบ รถที่วิ่งก็กระชากตัวเร่งความเร็วขึ้นทันใด บ่งบอกได้ถึงความขุ่นมัวของคนขับ

ซาตาน: “เฮ้ยขับดีๆ ช้าๆก่อน ข้าจะตกรถแล้วเนี่ย เฮ้ยหูหนวกไง”
ซาตานที่ไถลลงเพราะรถที่กระชากตัวบวกกับท่านั่งที่ไม่ได้มั่นคง โชคดีที่มันยังเอื้อมมือมาเกาะท้ายรถทัน ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นมันเกาะท้ายให้รถลากมันลอยติดไปด้วย

เอี๊ยดดดดดด!!!
เสียงเบรคกระทันหันของมอไซด์เล่นเอาซาตานปลิวลอยข้ามหัวไปตกตรงที่มีรถจอดขวางเส้นทางอยู่

รถที่ด้านข้างมีตราของตำรวจปราบปรามยาเสพติด
รถที่เขานั่งข้างคนขับอยู่บ่อยครั้ง
รถประจำตัวของคนที่เขาเคยเรียกมันว่า

เพื่อน

ส่วนตัวของเจ้าของรถก็ยืนรอเขาอยู่ ปากยังคาบบุหรี่ที่ใกล้จะหมดตัวแล้ว

สิงห์ก้าวลงจากรถพร้อมๆกับถอดหมวกออกและยืนประจันหน้ากับมันอย่างไม่เกรงกลัว

ซาตาน: “อ้าวนี่มันเพื่อนรักเจ้านี่น่า ทำไมหน้าบูดแบบนั้นละสิงห์เจอเพื่อนทั้งที ไม่ยิ้มทักหน่อยละ เพื่อนเจ้ามารอเจ้านานแล้วนะ”
สิงห์ตอนนี้ไม่ได้สนใจไอ้ซาตานแม้เพียงเสี้ยว ในสายตาของเขามีแค่ไอ้เพื่อนทรยศคนเดียว

ภาพที่ทั้งสองร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแวบผ่านมาสมองแต่ภาพสุดท้ายที่เห็นคือ
ภาพที่เพื่อนรักของตนตอบตกลงยอมเป็นหมารับใช้พวกมัน ภาพที่มันทิ้งเขาให้เผชิญกับความทรมานทั้งกายทั้งใจดุจตกนรกหมกไหม้

อากาศ: “ไงไอ้สิงห์ กูมารอตั้งนาน นึกว่าจะเดาใจมึงผิดซะแล้ว ไม่เจอกันนานแล้วนะ เพื่อน!”
สิงห์: “มึงยังกล้าเรียกกูว่าเพื่อนอีกเหรอ!!”
สิงห์แค่นเสียงตอบมัน สายตาจ้องมันราวกับจะฉีกเป็นชิ้นๆ

อากาศกลับหัวเราะเบาะๆ และหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา
อากาศ: “ไม่เอาน่าเพื่อน มึงบอกเองไง เพื่อนกันจนวันตายไหงขี้ลืมจังวะ เอาบุหรี่มั้ยวะ”
มันตอบกลับหน้าตาเฉยราวกับเขากับมันยังสนิทชิดเชื้อเหมือนเมื่อก่อน ราวกับมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันลอยหน้าตาคุยกับเขาได้ยังไงกัน

อากาศ: “ไม่เอาเหรอวะ อ้อลืมไป ตั้งแต่มึงแต่งงานกับนุ่นก็เลิกบุหรี่แล้ว แต่เมียมึงก็ตายห่าไปแล้วทำไมไม่ลองกลับมาสูบละ”

สิงห์: “มึง!! ยังจะมีหน้ามาพูดถึงนุ่นอีกเหรอ”
อากาศ: “ทำไมอะ ก็แค่กระหรี่ใจแตกที่ยิงตัวตายตอนโดนรุมโทรม อุ้ย ลืมว่านั่นเมียมึงนี่”

สิงห์สติขาด ไอ้เพื่อนชั่วมันยังมีหน้ามาพูดถึงเมียตนอีก เขาจะควักหัวใจมันออกมาดูว่าเป็นสีอะไร

สิงห์ไม่รอช้าวิ่งกระโจนตรงเข้าไปหาอากาศทันที

ซึ่งเป็นไปตามแผน

ตูมมมม
สิงห์ที่วิ่งเข้ามาหาโดยที่ไม่ทันระวังเลยว่าที่พื้นนั่นได้ติดตั้งกับระเบิดไว้สังหารตนโดยเฉพาะ นี่เองเป็นเหตุให้อากาศพูดจายั่วยุให้สิงห์โมโหจนกระโจนใส่ตนโดยไม่ทันระวังแบบนี่

คลื่นความร้อนขยายมาปะทะตัวเขาจนร้อนวูบบ
เขามองดวงไฟดวงใหญ่ตรงหน้าสว่างวาบขึ้น กลุ่มลูกไฟลอยขึ้นและหายไปทิ้งกองไฟไว้ตรงที่สิงห์ยื่นอยู่

เขาฝังระเบิดลูกโต ใช้ขนาดที่ระเบิดรถทั้งคันหายเป็นเศษเหล็ก โดนไปขนาดนี่ถ้ายังรอดก็เกินมนุษย์ไปแล้ว ระเบิดแรงถึงขนาดรถมอไซด์ที่จอดไว้ห่างๆยังโดนแรงระเบิดลอยปลิวหายไปด้วย

อากาศ: “ลาก่อนเพื่อน เกิดชาติหน้าขอให้ฉลาดกว่านี้นะ”
ก่อนตำรวจชั่วคาบบุหรี่ขึ้นจุด แสงสีส้มสว่างขึ้นตามจังหวะอัดควันลงปอด เขายืนมองกองไฟด้วยสายตาที่ทั้งสบายใจทั้งเศร้าใจและหันหลังกลับไปที่รถ

แต่ทว่ามีแขนมาจับไหล่ตนรั้งให้หันกลับมา
สิงห์: “หมัดนี้สำหรับที่มึงปากหมากับนุ่น”

ผัวะ ! อากาศลอยไปตามแรงหมัดลงไปนอนตาค้างที่พื้น
คนที่ไหนโดนระเบิดไปขนาดนั้นแล้วยังไม่ตาย ดูดีๆต้องบอกว่านอกจากเขม่าดำแล้วสิงห์ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

นี่เพื่อนเค้ากลายเป็นตัวอะไรไปแล้ว!!!

สิงห์ยิ้มอย่างสะใจก่อนจะย่างก้าวเข้าไปหาเพื่อนรักที่นอนคลุกดินอยู่ที่พื้น
สิงห์: “อย่าพึ่งรีบนอน กูมีบัญชีที่ต้องสะสางกับมึงอีกเยอะ”
อากาศ: “ดินระเบิดขนาดนั้น มึงรอดได้ไงวะ?”
สิงห์: “มันก็อาศัยเทคนิคนิดหน่อย”

ที่สิงห์รอดมาได้ต้องขอบคุณทักษะการใช้พลังของซาตานที่เขาทุ่มเทฝึกมาอย่างดี
ทันทีเขาสะดุดลวดที่ใช้จุดระเบิด เขาก็ทราบทันทีถึงแผนของเพื่อนเก่า

ไอมารสีแดงเข้มพวยพุ่งออกมาจากตัวห่อปกคลุมเขาไว้เป็นเกราะป้องกัน และด้วยรู้ว่าระเบิดที่จะเอามาฆ่าตนนั้นคงแรงพอสมควร เขาเลยจัดการให้รูปแบบของไอมารเป็นทรงกลม เพื่อลดแรงอัดของระเบิดลง

แต่นั่นก็แลกด้วยไอมารปริมาณมหาศาล

บอกตรงๆเขาเองก็ไม่คิดว่าจะรอดจากระเบิดชุดนั้นเหมือนกัน ตอนนี้เขาเลยแอบตะลึงถึงอานุภาพของพลังของซานตานอยู่ในใจ

ซาตาน: “เห็นถึงพลังของข้ารึยัง สิงห์สหายรัก นี่เจ้าฝึกอีกซักปีสองปีมันจะมีอะไรให้เจ้าตกใจอีกเยอะ”
สิงห์: “แล้วตัวแทนคนอื่นๆจะทำแบบผมได้มั้ย?”
ซาตาน: “นั่นก็ขึ้นอยู่ว่าพวกบาปที่เหลือจะจัดการยังไง และพื้นฐานจิตของเหล่าตัวแทนเป็นแบบไหน บางทีคนอื่นอาจจะทำแบบเจ้าไม่ได้แต่มันอาจใช้พลังให้มีคุณลักษณะแปลกกว่าเจ้าก็ได้”

สิงห์พยักหน้าเป็นอันเข้าใจ และหันไปหาอากาศที่หยิบปืนออกมายิง

ปังๆๆๆๆๆ
ปืนพกธรรมดาทำอะไรสิงห์ที่ใช้พลังอยู่ไม่ได้ เขามองหัวกระสุนที่ค้างอยู่บนอากาศและค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆ

ส่วนอากาศสบถออกมาก่อนจะโยนปืนพกที่หมดกระสุนทิ้ง
สิงห์: “ถึงเวลาใช้กรรมที่มึงก่อได้แล้ว”
อากาศ: “ไม่ๆ อย่าเข้ามา ออกไปอย่า”

มันกระเสือกกระสนหนีไปตามพื้นอย่างน่าสมเพช
อากาศ: “อย่าขยับมาอีกนะ ไม่งั้นละก็….”
สิงห์: “ถ้ากูจะเดินต่อมึงจะทำอะไรกูเหรอ”
สิงห์ยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

อากาศหยิบรีโมตออกมา
อากาศ: “ถ้าเดินเยอะ ระเบิดมันจะไม่โดนไง”
นิ้วโป้งอากาศกดลงที่ปุ่มดังตื้ด

พื้นดินข้างซ้ายและขวาของอากาศปะทุขึ้น
สะเก็ดระเบิดแบบลูกเหล็กกระจายออกจากทุ่นระเบิดที่ฝังไว้ใต้ดิน มันเป็นระเบิดที่ใช้สังหารเลืองชื่อนาม เคลย์มอ

ด้วยสะเก็ดลูกเหล็กไปกระจายเป็นครึ่งวงกลมทำให้หากใช้งานอย่างชำนาญสามารถสังหารข้าศึกได้แทบยกหน่วยด้วยระเบิดลูกเดียว

ลองนึกถึงลูกปัดตะกั่วที่พุ่งไปเหมือนกระสุนกระจายใส่หน้าสิ เนื้อหนังคงหลุดกระจายเป็นชิ้นๆศพคงไม่สวยแน่

แต่สิงห์ก็ไวพอที่จะยกแขนกางม่านไอมารขึ้นรับมันไว้ทัน แต่ด้วยระยะเวลาอันสั้นเกินไปที่จะป้องกันไว้ได้หมด สะเก็ดบางชิ้นก็ทะลุออกมาเจาะแขนเรียกเลือดสดๆให้ทะลักออกมา

อากาศ: “มึงกลายเป็นตัวอะไรไปแล้ววะเนี่ย?”
อากาศอุทานขึ้นเมื่ออดีตเพื่อนใช้สิ่งที่มองคล้ายๆควันกันระเบิดตนได้อีกรอบ

แต่อากาศเองก็ยังคงมีเขี้ยวเล็บพอ ปืนพกสีเงินกระบอกโตถูกยกขึ้นยิงไปยังแผ่นอกที่เปิดโล่ง

ด้วยหัวกระสุนขนาดใหญ่ถึง .45 ยิ่งยิงในระยะใกล้ต่อให้เก่งมาจากไหนก็ต้องล้ม

เสียงปืนคำราม สิงห์กระเด็นผงะหงายลอยลงไปที่พื้น นอนแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวอะไร
อากาศรีบลุกขึ้นยกปืนจ้องอย่างระแวง แต่พอผ่านไปนานก็ไม่มีปฎิกิยาใดๆจากร่างของสิงห์อากาศก็เป่าปากออกมาอย่างโล่งอก

อากาศ: “ตายซักที ไอ้บ้าเอ้ย! มันอึดแบบนั้นได้ยังไงกันวะ”
แต่พอมันลดปืนลงมันก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที คล้ายโดนเชือกล่องหนรัดร่างแน่น

สิงห์: “ไอ้กาศ กูอะผ่านความตายมาแล้วรอบนึงแค่นี้คิดว่าจะทำไรกูได้เหรอ หึ!! ทีนี้ได้เวลาของมึงแล้ว แน่นอนว่าไม่ตายสบายๆแน่…..เพื่อน”
อากาศมองร่างที่ลุกขึ้นยืนด้วยสายตาหวาดผวาเพราะตอนนี้เขาขยับร่างกายไม่ได้เลยแม้จะขยับนิ้ว

สิงห์: “เอาละ ทีกูบ้างละมึง”

------------
รถตู้คันนึงกำลังแล่นอยู่บนถนนอันแสนจะไกลจากตัวเมือง มันยิ่งวิ่งไปเท่าไหร่เส้นทางก็ยิ่งมืดยิ่งเปลี่ยวมากขึ้น

บรรยากาศยิ่งน่ากลัว คนที่อากาศบอกว่าจะเป็นคนคุ้มกันเธอแต่ละคนก็หน้าตาล้วนไม่น่าไว้ใจเลย

หมอสาวหันไปถามพ่อหน้าโหดที่นั่งอยู่เบาะหลังตัวเอง
ฟาง: “เออ เราจะไปไหนกันค่ะ อีกนานมั้ยกว่าจะถึง”

พวกมันมองหน้ากันไปมา ราวกับหาคนที่จะมาตอบคำถามจนเธอเริ่มสังหรณ์ไม่ดี มีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“ไปที่ปลอดภัยครับ เป็นที่ลับของเรา”
หลังจากเงียบอยู่นาน พวกมันคนนึงก็ตอบคำถามเธอ

ฟาง: “แล้วทำไมต้องมาอยู่ไกลๆแบบนี่ด้วยละค่ะ”
ลิ่วล้อ: “ก็อยู่ในเมืองมันหาง่ายครับ ต้องการความปลอดภัยก็ต้องมาที่มืดแบบนี้แหละครับ”
เธอก็พยักหน้าตามน้ำไป ทั้งที่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่าเธอกำลังจะเจอกับอะไรกันแน่

รถตู้วิ่งผ่าทางเล็กๆเข้าไปในหมู่ตึกแห่งหนึ่ง มีอาคารไม้เล็กๆหลายหลังปลูกรอบอาคารตึกปูนเก่าไว้ตรงกลาง

“บอกมาคืนนี้ อยากได้กี่ครั้ง…”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี ฟางเองก็รีบคว้ามาดูว่าใครโทรมา พอเธอเห็นว่าเป็นเบอร์ของที่บ้านก็กดรับสาย

แต่ชายที่มาด้วยก็คว้ามือถือเธอกระชากออกมาแล้วกดวางสายไป
พอดีกับประตูรถที่เปิดกระชากออก และพบกับกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนมองเธอด้วยสายตากลัดมัน

“สวัสดี คนสวย”
ชายร่างใหญ่หน้าฝรั่งตรงหน้าทักทายเธอพร้อมๆกับเป็นการเริ่มฝันร้ายของเธอขึ้น

เธอถูกกระชากลากลงจากรถแล้วโดนไอ้ฝรั่งหัวโจ้กอุ้มสะพายบ่าตัวลอยลิ่วไปในตึก พร้อมๆกับชายอีกหลายสิบคนที่เดินตามไปด้วยความกลัดมัน

เธอถูกโยนลงบนโซฟาตัวใหญ่เก่าๆ และตามมาด้วยชายหลายคนที่อ้อมไปจับแขนเธอยึดมันไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

ฟาง: “นี่มันอะไร พวกแกจะทำอะไรชั้น พวกแกเป็นใคร”

พวกมันยิ้มและหัวเราะอย่างสะใจ
ก่อนไอ้ฝรั่งที่ดูเป็นเหมือนหัวหน้าจะปัดผมออกจากหน้าเธอแล้วตอบ

“ว่าที่ผัวเธอไง แล้วไม่ใช่แค่พี่สุดหล่อคนเดียวพี่ๆทั้งหมดนี่จะเป็น ผัวให้น้องเอง”

เธอทั้งงุนงงและตกใจ นี่เธอโดนส่งมานี่ได้ไงกันเธอควรจะไปอยู่เซฟเฮ้าส์ไม่ใช่รังโจรแบบนี้
ลิ่วล้อ: “พี่คารอฟ ผมอยากเย็ดมันแล้วเลิกคุยซะทีเถอะพี่”

ไอ้ทหารโหดแห่งแดนหมีขาวหันไปตบหัวก่อนจะหัวเราะ
คารอฟ: “ฮ่าาาๆ ใจเย็นสิไอ้พวกนี้ มันต้องมีบทสนทนากันบ้าง คนเรามันต้องสนนทนาปราศัยกันบ้างไม่ได้สักแต่จะเย็ดลูกเดียว”

ส่วนฟางก็เริ่มจับต้นชนปลายเรื่องราวได้แล้ว
ฟาง: “พวกแก….ร่วมมือกับคุณอากาศ?”

คารอฟยื่นมือมาลูบใบหน้าเธอเบาๆก่อนจะยกขึ้นมาดม
คารอฟ: “หื้มมมม ฉลาดดีนะสาวน้อย คนเรามันดูจากภายนอกไม่ได้จริงๆ เพราะฉะนั้น….ขอดูภายในเลยละกัน”

มือใหญ่กระชากเสื้อนอกเธอขาดหลุดออกมาโดยไม่ให้ตั้งตัว

ฟาง: “อย่าแตะตัวชั้น ไอ้พวกบ้า!!”
คารอฟ: “มาทำเป็นเป็นดิ้น ลองโดนเข้าไปดูแล้วจะร้องขออีกรอบ”

เสื้อซับในสายเดียวถูกอีกหลายมือช่วยกันถอดออกเผยผิวขาวราวน้ำนมที่เธอไม่เคยให้ใครดู
พวกเดนสังคมต่างมองเธอตาลุกวาว บ้างคนเริ่มถอดเสื้อผ้าออก
เธอไม่คิดเลยว่าการที่เธอทำตามสิ่งที่ควรทำจะพาตัวเธอมาอยู่ตรงนี้ได้ เธอไม่คิดเลยว่าคนที่ควรจะทำงานเพื่อประชาชนเพื่อสังคมจะกระทำกับเธอแบบนี้

คงเป็นเพราะเธอโตมาในสังคมที่ดีมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นใครที่เธอรู้จักต่างก็ทำงานสุจริตเป็นคนดีของสังคมทั้งสิ้น ถือว่าเป็นโชคดีของเธอที่เกิดมาเจอสิ่งดีๆมาตลอด
แต่ทว่ามันกลับส่งผลร้ายต่อเธอในวันนี้ เธอมองโลกในแง่ดีเกินไป ไร้เดียงสาเกินกว่าจะทันเล่ห์กลของมัน จนเธอต้องเรียนรู้ผลของการมองโลกของตัวเธอเองแบบนี้

ฟาง: “อย่าาาา...อย่านะ!!”
มือของพวกมันต่างรุมลูบไล้ตัวเธอ เธอทั้งกลัวทั้งแขยงสัมผัสอันหยาบกร้านของพวกมัน
เธอเริ่มนึกถึงคำพูดของสิงห์ที่บอกว่าเธอโลกสวย เธอพึ่งจะเข้าใจสิ่งที่เขาอยากบอกเธอแล้ว
ฟางนึกถึงเขาสุดใจ แต่ทว่าเขาจะรู้ได้ไงว่าเธออยู่ที่นี่

ไม่สิ ทำไมเขาจะต้องมาช่วยเธอถ้าสิ่งที่เขาเล่าเป็นจริงป่านนี้เขาเองก็คงลำบากอยู่แน่ๆพวกมันคงตามไปฆ่าสิงห์อีกรอบแล้ว แต่ดูเหมือนเธอจะนึกได้เพียงชื่อเดียวในหัวตอนนี้

มือหยาบบีบเคล้นอกของเธออย่างรุนแรง
เธอทั้งเจ็บทั้งสยิวแต่เธอก็ยังขืนตัวไว้
คารอฟนั่งลงข้างเธอก่อนจะดูดซอกคอขาวๆและเลียไปตามผิวเนียนนุ่มยั่วสายตา
เธอขนลุกชันไปทั้งตัว สะท้านเบาๆเมื่อมันดูดผิวเนียนหนักๆพอมันเห็นแบบนั้นก็รั้งเสื้อในเธอขึ้น
คารอฟ: “จุกสีแดงเชียว ไหนมาดูสิ”
มันใช้นิ้วเขี่ยไปตามจุกแดงๆของเธอที่เริ่มชูชันขึ้นมา
ฟาง: “ปล่อยนะ อาาาา แกไอ้ชั่ว อย่ามาแตะตรงนั้นนะ”
คารอฟ: “ตรงนี้เหรอ”
มันตีหน้ามึนก่อนจะใช้สองนิ้วบี้ปลายยอดอย่างรุนแรงจนเธอถึงกับสะท้านบิดกายไปมาด้วยความเจ็บ
 
ฟาง: “อ๊าาาา อย่ายุ่งตรงนั้น โอยยยย อืมมมม ซื้ดดด”
มันยังคงบี้ต่อเนื่องแถมยังดึงไปซ้ายไปขวาตามใจชอบ กว่ามันจะปล่อยเธอก็ต้องนอนหอบแฮ่กๆ แต่ที่ปล่อยมือเพราะมันจะดูดเลียเต้าสวยแทน

มันวนลิ้นที่หัวนมครู่นึงก่อนจะอ้าปากงับดูดราวกับหิวโหยมาช้านาน
มันทั้งดูดทั้งเล่นทั้งขบเม้มสารพัดจนเธอนั้นร้องครางออกมา
ฟาง: “อื้อออ ซื้ดดด ถ้าชั้นหลุดไปได้พวกแกเข้าคุกกันทุกคนแน่ โอยยย”

คารอฟมองจ้องที่สายตาที่จ้องมันอย่างแค้นเคืองขณะกำลังขบเม้มหัวนมเธออยู่ แม้เธอจะพยายามจะขู่จะด่ายังไงมันก็ยังเสพสุขจากสองเต้าเธอต่อไป

ฟางพยายามกัดฟันต่อต้านพวกมันเต็มที่ทั้งด่าทั้งดิ้นแต่ยิ่งทำก็ยิ่งสิ้นหวังลงเรื่อยๆ น้ำตาสาวใจงามหยดออกมาจากขอบตาด้วยความอับจน

คารอฟ: “โธ่...ร้องไห้ขี้แงซะแล้ว สาวน้อยนี่ยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยนะ ทำใจซะ แล้วก็ทำตัวดีๆด้วย”
ฟาง: “ไม่!!! ใครก็ได้ช่วยที อย่าาาา!!”
มือหยาบหนาล้วงลงไปสอดใต้กระโปรงยาวคลุมเข่าเข้าไปสัมผัสความโหนกนู้นด้านใน

คารอฟทำตาโตก่อนจะกันไปยิ้มให้ลูกน้องด้านหลังของตัวเอง
คารอฟ: “คืนนี้กูว่าสนุกแน่ ตัวแค่นี้ทำไมพกมาเยอะจัง”
มันหันมาถามอย่างย่ามใจ มือก็ขยับบีบเนินเนื้อเธออย่างมันมือ

สมุน: “พี่อย่าว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้เลย นังนี่สวยจริงๆขอพวกผมจับให้เป็นบุญมือซักนิดเถอะ”
เหล่าสมุนของมันต่างส่งสายตาวิงวอนกับลูกพี่ พวกมันไม่เคยเจอใครสวยเท่าเหยื่อรายนี้เลย ลำพังแค่เห็นก็แทบทนไม่ไหวแล้วยิ่งเธอเปลือยท่อนบนแบบนี้ ยิ่งทรมานพวกมันเสียเหลือเกิน

คารอฟ: “ไอ้พวกเหลือขอ แค่นี่ทำเป็นจะขาดใจตาย กูก็แบ่งตลอดไม่ใช่ไง จะมาถึงขย่มเลยมันไม่สนุก เอางี้มึงเล่นนมอีคนสวยนี่ไปก่อน แต่!อย่าพึ่งให้ช้ำนะ ถ้ามึงทำช้ำมึงตายห่าแน่!”
ราวกับเสียงสวรรค์พวกมันต่างยื่นมือยื่นไม้เข้าหาทรวงอกของเธอ

คารอฟ: “เบาๆดิ อย่าแรงมาก ช้ำหมดของดีๆ”
มันที่กำลังถลกกระโปรงกันมาด่าลูกน้องและหันไปเกี่ยวขอบกางเกงในเธอรูดออก
ฟาง: “หยุด!! ใครก็ได้ช่วยด้วย”
เธอร้องไห้ออกมาอย่าหมดหวังพลางคิดถึงคนที่เตือนเธอ
ฟาง: “คุณสิงห์...ชั้นน่าจะเชื่อคุณ”
เธอรำพึงออกมาก่อนร่างจะสะท้านเมื่อไอ้ทหารรับจ้างใช้นิ้วเขี่ยไปที่ส่วนสงวนของเธอ

----
เลือดสดๆไหลออกจากแผลแตกตามใบหน้าแต่ดูเหมือนคนที่เป็นสาเหตุของบาดแผลก็ยังไม่สมใจ หมัดขวาหวดอัดช่วงท้องของอากาศดังอั้ก อั้ก จนอีกฝ่ายกระอักเลือดออกมาสิงห์ก็เดินถอยออกมาดูสภาพมัน
สิงห์: “ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ นี่ยังไม่ได้เสี้ยวของความเจ็บปวดของกูเลยนะ”
อากาศ: “มึงมันกลายเป็นอะไรไปแล้ววะ”
สิงห์: “เป็นความแค้น เป็นมัจจุราชของมึงไงละ”
ก่อนสิงห์จะซ้อมแบบเอาให้ตายไปอีกชุดเล่นเอาอากาศถึงกับหมดสภาพ กระดูกหลายชิ้นของมันน่าจะร้าว

สิงห์หยิบปืนสีเงินกระบอกโตของมันขึ้นมา
สิงห์: “กระบอกนี่แพงไม่ใช่เหรอ หนึ่งในผลประโยชน์ของไอ้เสี่ยอินสินะ .45 สวยเชียว”

อากาศ: “ก็ต้องทำงานกี่ปีละกว่าจะได้ งานเงินน้อยความเสี่ยงเยอะ แถมยังทำดีไม่มีค่าอีกมึงจะทนไปทำไมละ”
สิงห์: “ก็เลยขายกู ทิ้งไว้ให้ตายแล้วมึงก็ไปเสวยสุขกับพวกมัน กูไม่คิดเลยว่ามึงจะทำแบบนี้กับกู”

ตำรวจผู้ละทิ้งศักดิ์ศรีเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนตน
อากาศ: “แล้วกูมีทางเลือกเหรอ แม่กู เมียกู ก็เกือบโดนฆ่า….”
สิงห์: “แล้วนุ่นละ แล้วเมียกูละ”
สิงห์กระชากตัวอากาศลอยขึ้นด้วยแขนข้างเดียว อากาศหน้าซีดรีบละล่ำละลัก
อากาศ: “เรื่องนี่กูก็ไม่รู้ สาบานได้เลยกูหายใจไม่ออก ปล่อยกู!”

ตาขวาสิงห์สว่างวาบเป็นสีแดง ก่อนมือที่กำคอจะบีบแรงขึ้นอีกแรงบีบบดร่างจนกระดูกแทบจะแหลกเหลว อากาศนึกว่าจะตายแต่ร่างของมันก็ถูกเหวี่ยงไปชนรถดังสนั่น
ตัวเขาเองหลังจากได้พลังนานขึ้นก็รับรู้ได้ว่าศักยภาพของร่างกายนั้นสามารถเพิ่มพูนได้หากใช้ไอมารเข้ามาเสริม ตอนนี้ต่อให้รถทั้งคันเขาก็ยกลอยได้ กะอีกแค่หักคอคนจะไปยากอะไร
สิงห์: “ไม่ๆ ก่อนตายมึงต้องมาเห็นภาพแบบกูก่อน กูน่าจะยังจำทางไปบ้านมึงได้อยู่”

อากาศ: “กูขอร้องอย่าทำเมียกู ปล่อยเธอไป คนที่ทำคือกู มาฆ่ากูสิอย่าไป..”
ร่างมันกระตุกอย่างทรมานและขยับส่วนไหนไม่ได้เลย
สิงห์: “ตอนนั้นกูก็ขอร้องแบบนี้ แต่มันก็ไม่ฟังแล้วทำไมกูต้องฟังคำขอมึงละ”

อากาศดิ้นรนพยายามหลุดออกจากสภาพไร้ทางสู้ แต่พอรู้ตัวว่าตนนั้นไร้ทางขัดขืน มันพยายามหาวิธีต่อรองกับสิงห์ ซึ่งกำลังลากมันขึ้นรถตัวเอง

และแล้วมันก็นึกออก
อากาศ: “ถ้ากูขอแลกเปลี่ยนแทนละ สนใจมั้ยชีวิตต่อชีวิต”
สิงห์ยัดมันใส่รถอย่างไร้เยื่อใยจนกระทั่งได้ยินประโยคต่อไป
อากาศ: “จำนังหมอคนสวยได้มั้ย”
สิงห์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะสตาร์ทรถและขับออกไป

อากาศมองใบหน้าเพื่อนในกระจกก่อนจะรู้ว่าตนมาถูกทางแล้ว
อากาศ: “เธอโดนฉันส่งไปหาคารอฟ มึงจำมันได้แน่ๆ เล่นหั่นมึงซะเป็นส่วนแบบนั้นคงไม่ลืมแน่”
สิงห์ลอบคิดในใจ อีกใจก็อยากไปจัดการเพื่อนทรยศให้สิ้นเรื่องสิ้นราว อีกใจก็อดห่วงคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แบบหมอฟางไม่ได้ แถมยังมีไอ้ทหารรับจ้างที่ตัดแขนขาเขาอีกแต่ขณะที่กำลังจะตอบตกลง

ซาตาน: “ไม่เอาน่าสิงห์ ไอ้ทหารนั่นอีกหน่อยก็ต้องมาล่าตัวมึงทีหลัง ไว้ค่อยฆ่าทีหลังได้ แต่ถ้าเจ้าปล่อยไอ้อากาศไปมันต้องระวังตัวกว่าเดิมแล้วเจ้าจะล้างแค้นได้ยากขึ้นนะ”
สิงห์ฟังซาตานก็คล้อยตามแต่ทว่าความดีในใจของตัวเขาก็ร่ำร้องให้ไปช่วยผู้บริสุทธิ์ก่อน

ซาตาน: “เชื่อข้าสิ ข้าเรียนมา”
อากาศ: “ไม่อยากไปช่วยเธอเหรอ มึงเป็นห่วงคนที่ตกเป็นเหยื่อเสมอนิ ไม่เอาจริงเหรอข้อเสนอแบบนี้”
สิงห์กระแทกเบรคหยุดรถทันที
ก่อนจะหันไปหาอากาศ
สิงห์: “เธออยู่ไหน”

อากาศแทบจะตะโกนออกมาอย่างดีใจ
อากาศ: “นี่สิผู้กองสิงห์ที่กูรู้จัก”
สิงห์: “แต่มึงไม่ใช่ผู้กองอากาศคนเดิม”
อากาศ: “กูไม่เป็นผู้กองแล้วกูขึ้นเป็นรองสารวัตรกองกำกับการแล้ววะ มันก็ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว”
สิงห์: “แล้วรองถวิลที่พึ่งย้ายมาหายไปไหน”

เขาพึ่งนึกถึงตำรวจวัยกลางคนแม้จะอายุจะเริ่มมากแล้วแต่ไม่เคยหยุดพัก เป็นตำรวจน้ำดีอีกคน
อากาศ: “โดนเอาไปแขวนที่อื่นแล้ว ใครขี้สงสัยใครไม่ตามก็โดนกันออกไม่ก็ย้ายหมดแล้ว”
อากาศกลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกครั้ง และรีบหยิบมือถือที่แสดงตำแหน่งของรังพวกมันให้สิงห์ดู


สิงห์: “ไม่ไกลเท่าไหร่ มึงลงไปได้กูจะ….อ้ากกกก”
สิงห์ที่ไม่ระวังถูกอากาศที่นั่งอยู่ด้านหลังหยิบมีดที่ซ่อนในรถออกมาแทง เมื่อไม่ได้ระวังตัวมีดจึงแทงทะลุลงไปในเนื้อ คมมีดมาโผล่อีกด้านเรียกเลือดสดๆออกมาจากแผล
แถมมันยังกระชากออกมาแทงซ้ำๆก่อนจะกระโดดมาเบาะข้างคนขับและเปิดประตูทางคนขับและถีบสิงห์ที่กุมแผลมีดลงจากรถก่อนจะชิงขับรถหนีออกไปทันที

สิงห์: “บ้าเอ้ย!! ไอ้สารเลว”
เขาพยายามยันตัวขึ้นแต่ก็เห็นวัตถุที่ลอยออกมาจากหน้าต่าง
ตูมม!

ระเบิดลูกเกลี้ยงถูกโยนตามมา แรงระเบิดผลักสิงห์กระเด็นออกไปนอนจุกที่พื้นแถมแผลจากมีดก็ยังเลือดไหลไม่หยุด
ถึงจะมีพลังราวกับผู้วิเศษแต่ยังไงเขาก็ยังเป็นคนที่มีเนื้อมีเลือดเจ็บได้ตายเป็นเหมือนเดิม
การโจมตีที่เขาไม่ได้ระวังก็ยังคงคร่าชีวิตเขาได้อยู่และรอบนี้เขาก็บอบช้ำไปไม่น้อย

สิงห์นอนเจ็บ เขาด่าตัวเองในใจที่เผลอประมาทเกินไป แต่ความหวังก็มาถึง เพราะจากนั้นไม่นานนักก็มีรถที่เขาไม่คิดว่าจะมาหาตนในตอนนี้โผล่มา เขารีบระบุพิกัดที่ได้รับในมือถือก่อนจะส่งให้ แล้วเขาก็หมดสติไปในที่สุด

--------
“อ๊าาาา ซื้ดดด พอได้แล้วหยุดเถอะ จะไม่ไหวแล้ว เอานิ้วแกออกไป อูยยยย”
ฟางนอนอยู่บนโซฟาตัวเดิมและยังคงถูกมันกดแขนขาไว้เหมือนเดิม แต่สมุนทั้งสองก็ต่างจับจ้องเต้านมเธอคนละข้าง ส่วนไอ้จอมวายร้ายก็กำลังแยงนิ้วใส่รูรักของเธออย่างต่อเนื่อง

ร่างบางเต็มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าแดงก่ำปากพยายามเม้มกลั้นเสียงร้องที่ออกมา แต่ดูเหมือนว่าเธอยิ่งดิ้นมันก็ยิ่งชอบแถมยังกดนิ้วแน่นๆคล้ายแกล้งให้เธอต้องร้องออกมาให้ได้ นิ้วมารทั้งแยงทั้งควานจนน้ำเธอเยิ้มไปหมดแม้ไม่ยินยอม แต่ธรรมชาติก็คือธรรมชาติเมื่อมันเริ่มแยงเร็วขึ้นหมอฟางก็ทราบว่าเธอกำลังจะเสร็จสมคานิ้วของมันในอีกไม่กี่อึดใจ
ฟาง: “ไม่เอาแล้ว หยุดแหย่นิ้วชั้นเสียว โอยยยมันเสียวไปหมดแล้ว เอานิ้วแกออกไปนะ”
มันเห็นท่าทางเธอบวกกับร่องรัดที่เริ่มบีบนิ้วแรงขึ้นๆก็ทราบว่าเธอใกล้จะถึงสวรรค์
มันยิ่งตั้งหน้าตั้งตาใช้นิ้วจนเธอนั้นทนทานต่อไปอีกไม่ไหว

กระแสประสาทเธอแล่นวาบไปทั้งตัวพร้อมกับที่เธอสะท้านเอวขึ้น
ฟาง: “อื้อออออออ! อืมมม….อาาาา”
เธอส่งเสียงครางยาวๆในลำคอก่อนจะทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง

คารอฟ: “อ้าวแตกคานิ้วซะแล้ว โธ่ เยิ้มเชียวนะ”
คารอฟรูดนิ้วที่มีเมือกเยิ้มขึ้นลงตามรอยแยกเบาๆ
ฟาง: “อื้อออ พอได้แล้ว ปล่อยฉัน”
เธออ้าปากตอบมันอย่างอ่อนแรง
แต่มีเหรอมันจะทำตาม มันจับข้อพับขาเธอยกแยกออก ร่องรักอวบของเธอถูกจู่โจมซ้ำอีกครั้งทันที

นิ้วสากใหญ่ทิ่มพรวดอัดเข้าไปและสาวเข้าสาวออกไม่ยั้งมือ ส่งผลให้เธอต้องร้องครางออกมาอย่างระงับไม่ได้ แถมหน้าอกทั้งสองก็ยังถูกดูดขยี้ ส่งผลให้เธอนั้นกำลังจะหมดแรงต้านท้าน
ฟาง: “อ๊าาาาา พอแล้ว อย่าทำฉัน โอยยย ช่วยด้วย จะไม่ไหวแล้ว ซื้ดดดเอานิ้วแกออกไป”

เธอส่ายเอวดิ้นอย่างจนตรอกแต่ยิ่งดิ้นเธอก็ยิ่งเสียว น้ำลายแทบจะไหลออกจากปากสติเธอเริ่มจะเลือนลางลงร่างงามบิดสะท้านน้อยๆ
แจ๊ะๆ เสียงนิ้วที่ทิ่มเข้าทิ่มออกร่องอวบที่เปรอะไปด้วยน้ำของเธอเอง
คารอฟรู้ดีว่าเหยื่อรายนี้กำลังจะหมดแรงขัดขืนแล้วยิ่งทำให้มันรีบเร่งเกมสวาทด้วยการก้มลงไปตวัดเลียพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว

ลิ้นยาวตวัดไปตามรอยแยกราวแส้ สัมผัสของลิ้นมันทำเอาเธอต้องกระดกเอวตาม ก่อนมันจะประกบปากดูดเล่นไปทั่วร่อง ลิ้นสากๆแยงตรงไปคว้านภายในทำเอาฟางร้องไม่เป็นภาษาเลย
ฟาง: “ยะ...อย่าทำแบบนั้น อ๊ายยยยยย ซื้ดดดดดด ไม่เอา โอยยๆ แกกำลังจะ โอววววว พอแล้วๆ จะออก อ๊าาาาาา ไม่ๆ….ออกๆ โอวววว”
เธอกระเด้งเอ่วอัดปากมันอย่างลืมตัว เธอร่อนเอวสู้ลิ้นมันร่องสวยขมิบปล่อยเมือกน้ำออกมาให้ไอ้วายรายดูดกินอย่างทะลักทะลาย เธอร้องและส่ายบดอัดไปตามราวกับคนบ้าจนเธอระทวยนอนลงอย่างสิ้นท่า

คารอฟ: “ฮ้าาา น้ำเงี่ยนสาวสวยมันสดชื่นดีจริงๆ”
มันเช็ดปากตัวเองก่อนหันไปดูสภาพคุณหมอสาวที่นอนแผ่หราอยู่บนโซฟา
หมอสาวนอนหายใจหอบรวยรินคล้ายจะขาดใจ เธอพึ่งเคยถึงจุดสุดยอดรุนแรงขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต สมองขาวเบลอไปชั่วขณะสัมผัสได้แต่กับความซาบซ่านของห้วงราคะที่แสนจะสุขล้นแม้ไม่ได้เต็มใจรับ

คารอฟรีบถอดกางเกงออกงัดจรวดรัชเซียท่อนโตที่ได้รับจากแผ่นดินแม่ตั้งแต่เกิด
หัวบานชูคอผงกอวดสายตาหมอสาวที่กำลังสะลึมสะลืออยู่

แม้จะเคยเห็นมาในตอนเรียนและทำงานแต่มันก็ไม่ใหญ่มโหฬารบานตะไทเท่านี้ ฟางเองก็แทบช็อคเมื่อเห็นเจ้าจรวดรัสเซียรุ่นนี้
คารอฟ: “ตาค้างเลยนะ ไม่ต้องกังวลเธอจะรู้จักกับมันอย่างแนบชิดเลย จัดการ!”

มันหันไปสั่งการลูกสมุนให้จับเธอนั่งคุกเข่าและจับหัวเธอมาถูไถกับจรวดใหญ่
ฟาง: “ไอ้พวกบ้า แกจะทำอะไร ไม่เอา อุกๆ”
เธอไม่ทันจะพูดอะไรก็โดนบีบปากอ้าออกให้ไอ้ทหารรับจ้างใจบาปนำจรวดเข้าไปจากนั้นมันก็จิกผมเธอกระเด้าเข้าออกอย่างไม่เกรงใจ

อ็อคคๆๆ เสียงอุ้งปากโดนกระทุ้งจนน้ำลายเธอเยิ้มไปทั้งทั่วตัวจรวด ส่วนฟางก็ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมทั้งน้ำตา เธอแทบจะอ้วกอยู่แล้ว เธอเกลียดพวกมัน เธอไม่คิดเลยว่าคนด้วยกันจะกระทำเลวร้ายกับคนอื่นได้ขนาดนี้

ไม่นานนักมันก็ยอมให้เธอคายท่อนเอ็นมันออก หญิงสาวได้พักหายใจให้พะอึมพะอมอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของพวกมันก่อนสมุนอีกคนจะจับเอวเธอยกขึ้นและกระกบปากที่ร่องสวาทเธอทางด้านหลังตวัดลิ้นโจมตีหมอสาวสุดสวยอย่างดุเดือดพร้อมๆกับอีกสองคนที่จับจ้องอกคู่สวยไปคนละเต้า

ฟาง: “ซื้ดดดด อ๊ายยย อย่า!! อุ๊บ อ็อค”
ทันทีที่ฟางอ้าปากร้องครางไอ้คารอฟที่รอจังหวะก็อัดท่อนควยใส่ปากเธอทันที

เธอโดนทรมานท่านี้อยู่พักใหญ่ๆ นานจนเธอสุขสมคาที่ไปอีกสองครั้งมันถึงดึงท่อนที่น้ำลายยืดเป็นชายออกมาจากปาก
ฟาง: “อืออออ อ๊ายยยย ช่วยด้วยจะไม่ไหวอีกแล้ว ข้อร้อง อูวววว”

มันยืนสาวควยดูเธอสั่นกระตุกอย่างทรมานด้วยความเสียวอย่างสะใจ มันชอบเห็นพวกเธอครางออกมาแบบนี้ยิ่งเธอทรมานจากความเสียวมันก็ยิ่งมีอารมณ์ อีกครู่มันจะนำจรวดมันไปยิงถล่มถ้ำน้อยให้กระจุยแหลกหลาญ

แต่ทว่าเรื่องบางอย่างคนเราก็ไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะวินาทีต่อไปไฟฟ้าของที่นี่ก็ดับลงหมด
เป็นสัญญาณว่าหมดเวลาละเลงกาม ต่อจากนี้มันคือเวลาละเลงเลือด

คารอฟ: “ส่งคนไปตรวจเครื่องปั่นไฟ อีกส่วนไปหยิบไฟฉายมา ต่อวิทยุให้ทุกคนออกตรวจให้ทั่ว อย่าประมาทเด็ดขาด”
มันรีบแต่งกายอย่างรวดเร็วและรีบคว้าปืน Ak-74 รุ่นใหม่ของปืนตระกูลเก๋าออกมาขึ้นลำพร้อมยิงต่อสู้ได้ทุกขณะ

ที่นี่มันกบดานมาหลายปีไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าดับ แล้วมาดับตอนที่เขาพาเหยื่อใหม่เข้ามาแบบนี้ มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่ามีอะไรชอบมาพากลแน่แล้ว แต่ใครจะกล้าบุกรุกเข้ามา นี่เป็นคำถามของมือสังหารใจหยาบผู้นี่
-----
ย้อนกลับไปก่อนไฟฟ้าจะดับ
ณ หน้าประตูใหญ่ด้านหน้าของรังโจร
เจ้ายามผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องมายืนตากน้ำค้างและเป็นอาหารยุงสองคนยืนบ่นเรื่องที่มันทั้งสองคนต้องอดเข้าไปร่วมวงขย้ำขยี้เหยื่อสาวคนใหม่ด้านใน
ยามเช้า: “มึงได้ยินมาป่ะว่าเหยื่อที่มาใหม่วันนี้เด็ดมาก”
ยามดึก: “กูเห็นแล้ว โคตรสวยเลย ขาวใส แค่เห็นควยกูนี่แข็งแล้ว”
ยามเช้า: “ขนาดนั้นเลย? ชิบหายกว่าจะเปลี่ยนเวร รูแหกหมดแล้ว ใครมันช่างจัดเวรวะเสียดายเลยกู”
ยามดึก: “ไม่รู้จะกลัวห่าอะไร ที่นี้ก็อยู่ตั้งไกลขนาดนี้หมาที่ไหนจะหลง….”
ไม่ทันจะจบประโยค รถซิตี้คาร์คันเล็กก็วิ่งออกมาจากหัวมุมเล็กๆ ไอ้ยามทั้งสองก็ตื่นตัวคว้าปืนที่เหน็บไว้ แต่พอคนขับรถลงมาพวกมันก็คลี่ยิ้มออกมาทันที
“ขอโทษนะค่ะ พี่ค่ะหนูขอถามทางหน่อยค่ะ บ้านร้างที่ว่าผีดุๆอยู่ในซอยนี้ปะค่ะ?”
เสียงหวานจากสาวสวยคนนึงในขุดแขนกุดเอวลอยและกางเกงขาสั้นตามสมัยนิยมอวดเรียวขา

เจ้ายามทั้งสองเหลือบตามองกันแบบรู้ใจ พลางนึกในใจว่าสวรรค์ยังเมตตาพวกมันแม้คนนี้จะไม่ได้สวยตรึงตาตรึงใจแบบคนข้างใน แต่คนนี้ก็จัดว่าสวยพอดู แล้วตอนนี้พวกมันก็กำลังหาที่ระบายอยู่พอดี
ยามเช้า: “บ้านร้างๆ เอ๊….นึกก่อนๆ ไอ้ดึกๆรู้จักมั้ย” มันหันไปหาคู่หูของมันแต่พบว่าเพื่อนมันเองยืนกุมคอหอยที่เลือดกำลังทะลักกออกมา เลือดคาวคลุ้งเปรอะไปทั่วร่างเพื่อนมัน ปากมันพะงาบๆก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดลงสิ้นใจตาย
และก่อนที่มันจะได้ทันกรีดร้องสาวสวยที่หลงทางก็เอามืออุดปากและกรีดคอหอยมัน ส่งมันตามเพื่อนมันไปอย่างเงียบเชียบ

มือสังหารหญิงเดินมาข้างๆสิงห์ที่ยืนรออยู่
สิงห์: “ฝากจัดการเรื่องนั้นด้วย”
ก่อนสิงห์จะเปิดประตูแง้มออกและหายวับไปในความมืด

“ท่าทางจะห่วงฟางมากจริงๆ เอาเถอะยังไงก็คนกันเองอยู่แล้ว อย่างรู้จักตอนเจอจะหน้ายังไงนะ”
สาวมือสังหารคลี่ยิ้มมองตามสิงห์ที่พึ่งหักคอสมุนผู้โชคร้ายไปอีกศพ ก่อนเธอจะเดินตามเข้าไปด้านใน
-------------------------------

“เออ รีบซ่อมเครื่องปั้นไฟซะ เอาให้ไวๆละ”
คารอฟตอบวิทยุด้วยใบหน้าครุ่นคิด
เป็นอย่างที่มันคิด ไฟฟ้าดับไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่ที่มันแปลกใจคือ ใครเป็นคนเข้ามาที่นี่ ไม่คุ้มค่าพอที่จะมาปล้นของ เพราะค่ายนี้มีแค่อาวุธและที่พักเท่านั้น ถ้าอีกฝ่ายจะมาฆ่าพวกมันทำไมไม่เอาคนมายิงถล่มไปเลย จุดประสงค์ของมันคืออะไรกัน

“ลูกพี่ คนของเราขาดการติดต่อไปหลายคน จะให้ผมกับทีมออกไปซัดกับมันเลยมั้ย?”
ลูกสมุนในชุดพร้อมรบสี่คนเดินมาหาคารอฟเพื่อรอคำสั่ง แววตาของสมุนเหล่านี้เยือกเย็นสงบนิ่ง อีกทั้งปืนที่ใช้ก็ดีกว่าและท่าทางก็ขึงขังกว่าเหล่าสมุนทั่วๆไป

คารอฟเอาผังฐานมากางดูก่อนจะถาม
คารอฟ: “มึงส่งคนออกไปกี่คน”
ลูกน้อง: “ส่งไปตามเส้นทางนี้…. ตรงนี่... และนี่ครับ แต่ไม่รู้ว่ามันไปกันทางละกี่คน ผมไม่ได้สั่งไว้”
ลูกน้องชี้จุดลงในผังและตอบคำถาม
คารอฟ: “ประมาทไปแล้ว ส่งคนเพิ่มลงไป ทางละ3คน พวกที่ยืนคนเดียวให้ส่งคนเพิ่ม อย่าให้อยู่ลำพัง”

ไม่นานหลังจากส่งคนไปตามคำสั่ง ลูกน้องที่นั่งรอรายงานก็รีบเดินมาหาคารอฟ
ลูกน้อง: “ได้เรื่องแล้วครับ ชุดสามคนที่ไปตรวจตามจุดที่คนหายไป พบศพคนของเราโดนเก็บไปเกือบหมดบริเวณนั้นเลย แต่ตรงไหนมีคนอยู่เยอะไม่เป็นอะไรครับ”
คารอฟ: “ไม่ได้บุกแบบบุ่มบ่าม แต่มาเงียบและเก็บแบบรายหัวแถมหลีกเลี่ยงการปะทะ เรากำลังเจอกับนักฆ่าฝีมือดี”

มันคว้าวิทยุขึ้นมาติดต่อไปยังช่างไฟ แต่ทว่าไม่มีใครตอบกลับ
คารอฟ: “ส่งคนไปที่เครื่องปั่นไฟ ระวังด้วย พวกมันไม่ได้มาลำพัง รีบจัดการเรื่องไฟซะ”
ก่อนจะหันกลับมาแผนผัง
คารอฟ: “มันฆ่าคนตรงไหนบ้าง ขีดแดงไว้เลย”
คารอฟมองดูจุดแดงที่กำลังเคลื่อนมาหาห้องนี้ แม้จะเปลี่ยนทางบ่อยๆแต่เขามั่นใจว่า ไอ้ตัวร้ายด้านนอกจะมาทางทิศนี้แน่นอน
คารอฟ: “มันมาหาเรา อยากตายนักใช่มั้ย ตามคนที่อยู่รอบนอกเข้ามาให้หมด และมึงคุมทีมพาไปดักที่โถงใหญ่ มันต้องมาแน่ๆรีบไป เอาแว่นไปด้วยนะ”

ลูกน้องทุกคนรีบออกจากห้องไป
“เขามาแล้ว ปล่อยฉันไปแล้วชั้นจะคุยกับเขาให้ แกกับคนของแกสู้เขาไม่ได้หรอก”
หมอฟางที่ถูกมัดส่งเสียงมาบอกมัน
คารอฟ: “งั้นเหรอ สาวน้อย งั้นรอแปปเดี๋ยวพี่จะเอาหัวมันมาให้ละกันนะ”
หมอฟาง: “แกจะตาย ตานั่นไม่ธรรมดาจริงๆ”
แม้เธอจะพยายามไม่ให้มีคนตายเพิ่ม แต่คารอฟเองก็ผ่านหลักสูตรฝึกนรกมาแล้ว

มันเองเคยฝ่าฝืนคำสั่งบุกเข้าไปเชือดนายทหารของฝ่ายนาโต้ที่มาตรวจแถวชายแดน แถมยังฆ่าชุดที่ไล่ล่ามันไปอีกหลายศพ แต่แทนที่จะได้รับความชอบที่สังหารนายทหารระดับสูงได้กลับถูกจับฐานขัดคำสั่ง มันเลยฆ่าผู้คุมและหนีออกมาเป็นทหารรับจ้าง กับอีแค่นักฆ่าไม่กี่คนทำไมมันต้องกลัว

--------------------------
สิงห์เช็ดคราบเลือดออกจากมีด เขาพึ่งเสี่ยงลงมือฆ่ายามทีเดียวสามคน ตัวคารอฟมันก็เก่งสมกับเป็นอดีตหน่วยรบพิเศษของรัชเชีย พอมันคุมคนเองก็ทำให้เขาลำบากขึ้นเยอะ
กว่าเขาจะเล็ดลอดเข้ามาในรังได้ขนาดนี้ก็เสียเวลาเสียแรงไปไม่น้อย

มือถือในกระเป๋าสั่นเบาๆ เมื่อกดดูข้อความ ตอนนี้เขาต้องเร่งมือเพราะมันกำลังเทคนมาจัดการซ่อมเครื่องปั่นไฟ ทำให้คนของเขาก็รีบออกมาก่อนจะโดนล้อมและยิ่งถ้าไฟติดเขาเองก็จะยิ่งทำงานลำบาก สิงห์เดินไปตามทางช้าๆก่อนเข้าสู่หัองโถงใหญ่

แม้ทางจะมืดสนิทไม่แสงใดๆแต่ด้วยพลังเสริมสรรภาพ เขาใช้ไอมารปรับปรุงสายตาให้มองในที่มืดได้ แค่นี้ความมืดก็ไม่เป็นปัญหาต่อเขาอีกแล้ว
แต่ในขณะเดินผ่านกลางห้อง กระสุนปืนก็บินเข้ามาหาตัวเขา สิงห์กลิ้งตัวหลบหลังกระถางต้นไม้ใหญ่เพื่อกำบัง
สิงห์: “มันเห็นเราได้ยังไง ไม่สิมันเดาออกว่าเราต้องมาที่ห้องนี่ได้ไง”
สิงห์หันไปมองและรำพึงขึ้นอย่างสงสัย

สิงห์พึ่งสังเกตุเห็นว่าพวกมันบ้างคนสวมกล้องมองกลางคืนหรือ Night Vision การที่มันมีอุปกรณ์ที่หายากขนาดนี้ยิ่งแสดงถึงอำนาจของกลุ่มที่หนุนหลังพวกมันอยู่แถมปืนที่ใช้ก็ไม่ใช่ปืนกระจอกๆ พวกมันเริ่มขยับแนวขึ้นมาและยังฉลาดพอที่จะทิ้งบ้างส่วนไว้ยิงกดดันเขาด้วยตอนนี้เขาแทบจะเงยหน้าไปไม่ได้เลย แถมการเคลื่อนที่ก็มีแบบแผนและระเบียบมาก ไอ้พวกนี้ต้องรับการฝึกมา ต่างจากพวกด้านนอกที่บางคนยังจับปืนผิดวิธีอยู่เลย
ความเคร่งเครียดและกดดันเริ่มฉายออกมาจากหน้าสิงห์

“เข้าระยะแล้ว พร้อม!!”
พวกมันสองคนที่มาใกล้ๆ กระชากระเบิดเขวี้ยงรอจังหวะนับถอยหลังและโยนเจ้าไปหาสิงห์
“ระเบิดมือ เขวี้ยง!!!”

ลูกระเบิดตกลงและทำงาน ไฟสว่างวาบและเสียงดังสนั่น หลังจากระเบิดทำงานทั้งสองคนที่อยู่ใกล้รีบเข้าไปดูซาก แต่ทว่าไม่มีเศษชิ้นส่วนอะไรเลย ซึ่งแปลว่าสิงห์ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“อ้ากกกกกก”
พวกมันคนนึงร้องลั่นอย่างเจ็บปวดก่อนร่างจะร่วงลงจากระเบียงตรงอีกฝั่งของห้อง มันหลบออกไปได้ยังไงและตอนไหนพวกมันก็แต่ตกตะลึง พวกมันรีบขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่ง แต่ช้าเกินการณ์แล้ว

ปังๆ เสียงปืนพกดังขึ้นชุดหนึ่งก่อนพวกมันอีกคนจะร่วงตามคนแรกไป
“ฆ่ามัน ไปๆ”
ปืนสารพัดชนิดสาดตะกั่วไปยังตำแหน่งของสิงห์
สิงห์วิ่งหลบแอบหลังที่กำบังก่อนจะมองหาลู่ทางจัดการพวกที่เหลือ พวกมันรีบเปลี่ยนที่กำบังและขยับเข้ามาช้าๆ และไม่ลืมหาคนระวังด้านหลังป้องกันโดนลอบโจมตีซ้ำ แนวยิงๆค่อยเคลื่อนบีบเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ พวกมันผละดกันยิงและอีกส่วนก็ค่อยเคลื่อนตัวเข้าหาเขา

ซาตาน: “รอบนี้คงเล็ดรอดออกไปไม่ได้แล้วละมั้ง เอาไงต่อละทีนี้”
ซาตานปรากตัวขึ้นในชุดรบแบบทหารปัจจุบัน
สิงห์: “ในเมื่อลอบฆ่าไม่ได้ งั้นฆ่ากันตรงๆเลยสิ”
เขาพุ่งตัวออกไปหาขอบระเบียบใกล้ๆและกระโดดออกลงมากลางขบวนพวกมัน พร้อมกับปล่อยระเบิดแสงที่ถอดสลักลง พวกมันบางคนชิงกระโดหลบออกไปทัน บางคนตัดสินใจยกปืนขึ้นหวังตัดสินกับเขาด้วยความเร็ว

ระเบิดแสงทำงานพร้อมกับปืนพกในมือสิงห์ที่ระเบิดศรีษะไอ้คนรั้งท้ายขบวนกระจายเป็นคนแรก พวกมันหันมาสาดกระสุนใส่สิงห์ในระยะประชิด แต่พวกมันก็เสียการมองเล่นไปชั่วขณะแล้ว
ปืนกล MP5 ถูกยกเล็งที่สิงห์ ก่อนนิ้วมันจะลั่นไกตีนโตๆของสิงห์ก็ถีบอัดท้องน้อยมันจนตัวงอก่อนจะกระชากคอดึงร่างมันมารับกระสุนแทน ปืนของเพื่อนมันสาดใส่ร่างพวกเดียวกัน แม้จะสวมเกราะแต่อาวุธปืนสงครามในระยะใกล้ก็ยิงทะลุได้ไม่ยาก กระสุนเกือบร้อยนัดเจาะร่างมันจนพรุน สิงห์ยกร่างนั้นกันกระสุนจนพวกมันกระสุนหมดก่อนจะแนบปืนไว้ที่ไหล่ของศพตรงหน้า และยิงสวนไปคืนไป
ปัง ปัง ปัง
“หลบๆ หาที่กำบังก่อน”
ไอ้หัวหน้าทีมรีบตะโกนบอกลูกน้องให้หลบ แต่กว่ามันจะทันขยับตัวร่างไร้ชีวิตก็ล้มลงไปอีกสองคน

พวกมันสามคนที่เหลือหลบแนบที่กำบังอย่างมิดชิดขณะสิงห์ก็ลากศพหนีเข้าไปหลังเสาปูน
สิงห์เอาปืนจ่อท้ายทอยคนที่ตนลากมาก่อนจะยิงซ้ำอีกนัด เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นอีกและก็ปลดปืนมันออกมาใช้ สิงห์ค้นตัวมันและเขาก็….
ยิ้มเหี้ยมออกมา

สิงห์: “ว้ากกกกก ตาย!!!”
สิงห์เดินออกมาสาดกระสุนไม่ยั้ง จนพวกมันไม่กล้าโผล่ขึ้นมา เมื่อเดินจนได้ระยะที่พอใจเขาก็นั่งคุกเข่ายิง
หัวหน้าทีม: “รอมันกระสุนหมดแล้วโผล่ขึ้นไปฆ่ามันพร้อมกัน”
พวกมันพยักหน้ารอจังหวะล้างแค้นอย่างใจเย็น ศัตรูอยู่ดีๆก็บ้าเลือดเดินออกมาเป็นเป้าขนาดนี้มันไม่พลาดแน่

แชะๆ เสียงปืนที่ไร้กระสุนดังขึ้น พวกมันทั่งสามยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้ายิ้มเหี้ยมเกรียมในใจหวังจะล้างแค้นให้เพื่อนเต็มที่
แต่พวกมันกลับลืมคิดไปว่าคนที่ฉลาดเป็นกรดแบบสิงห์ทำไมถึงเดินมาเป็นเป้านิ่งโง่ๆให้สังหารง่ายๆ

บึมม!! เสียงระเบิดดังขึ้น ส่งพวกมันลอยไปคนละทิศละทาง สิงห์แอบกลิ้งระเบิดมือไปหลังกำบังพวกมัน ส่วนพวกมันก็จ้องแต่จะรอโอกาสยิงสวนจนไม่เห็นระเบิดที่ถูกเขาใช้พลังส่งมันกลิ้งหลุนๆมาใกล้ๆ

สิงห์ปลดซองกระสุนออกและบรรจุใหม่
สิงห์: “เสียเวลาเป็นบ้าเลย”
พวกมันชุดนี้แกร่งเกินไป แกร่งเกินไปที่จะให้รอดชีวิต คารอฟฝึกมันมาดีมาก ดีจนเขาต้องทำลายทิ้งให้หมดไม่งั้นไอ้พวกนี้จะสร้างความลำบากให้ฝ่ายเขาแน่ๆ ขนาดคนชั้นแนวหน้าในกลุ่มของเขายังไม่ร้ายกาจเท่านี้เลย
สิงห์ต้องจัดการเรื่องการฝึกคนของเขาให้ดีกว่านี้ซะแล้ว

แต่ขณะที่สิงห์กำลังจะเดินออกไป ไฟฟ้าก็กลับมาติดอีกครั้งพร้อมๆกับสมุนอีกนับสิบก็จะกรูกันเข้ามา แต่นั่นก็ไม่ประหลาดใจเท่าไอ้ตัวหัวหน้าทีมที่ลุกขึ้นพร้อมปืนกลเบาของลูกน้องมัน แม้ซีกซ้ายจะเต็มไปด้วยบาดแผลก็ตาม ดื้อด้านซะจริงๆไอ้ชุดแรกเนี่ย

“ไอ้ชาติชั่ว ตายยยยย!!”
มันกดไกพ่นกระสุนใส่ร่างสิงห์ แต่สิงห์ก็เคลื่อนร่างสิงห์หลบตามซอกมุมต่างๆและตรงไปยังลูกน้องอีกกลุ่มหนึ่ง ขนาดพวกฝีมือดียังไม่รอด พวกลูกน้องจิ๊บจ้อยมีหรือจะต้านท้านชายผู้ครองพลังมารคนนี้ได้ ยิ่งวิ่งมาส่งๆ ไร้กลยุทธ์แบบนี้งานสบายเขาละ

สิงห์กระโจนขึ้นไปเกาะเสาปูนและกราดยิงใส่ข้างหลังที่กำบังก่อนจะพลิกร่างหมุนกลางอากาศและยิงพวกมันไปอีกกลุ่ม เมื่อถึงพื้นเขาก็วิ่งซอกแซกไปมาเพื่อกำบังและยิงสวนสังหารทีละคนๆ จนคนที่วิ่งตามมาเห็นศพพวกเดียวกันตายระเนระนาด ยิ่งเวลาผ่านไปจำนวนศพก็ยิ่งเพิ่มขึ้นๆ

จากคนกลุ่มใหญ่ที่บุกเข้ามา ตอนนี้เกือบทั้งหมดนอนเป็นศพตายยับ ความฮึกเหิมลำพองในตอนแรกกลายเป็นความหวาดกลัว
“อย่าเข้ามานะโว๊ยยยยยย”
ปืนกลในมือไล่สาดเงาร่างที่กำลังตรงดิ่งมาหา กระสุนโดนพื้นทุกนัด มันกวาดปืนตามสิงห์ไม่ทัน พริบตาต่อมาสิงห์ก็กระโดดข้ามกำบังมาข้างๆมัน ปืนกลในมือสิงห์จ่อแทบจะติดหน้ามัน

แชะๆ ราวกับฟ้าให้โอกาสมัน ปืนกลในมือสิงห์หมดกระสุนพอดี มันรีบหันปืนใส่หน้าสิงห์ แต่พานท้ายปืนไร้กระสุนของสิงห์ก็กระแทกที่คอหอยซะก่อน แล้วสิงห์หันไปกระชากปืนลูกซองที่หันมาจะจ่อยิงและเบี่ยงออกไปที่เพื่อนมันที่ยืนกุมคออยู่ กระสุนลูกซองเลยเป่าทรวงอกเพื่อนมันกระจุย สิงห์อาศัยแรงถีบของปืนผลักปืนไปกระแทกหน้าและตามด้วยหมัดที่คอหอยก่อนจะดึงร่างมันมาเป็นโล่ห์กันกระสุน ร่างมันกระตุกตามแรงปืนที่ยิงมาไม่ยั้ง ไอ้พวกนี้มันกราดยิงไม่ยั้งจนร่างผู้เคาระห์ร้ายโดนกระสุนพวกเดียวกันขาดรุ่งริ่ง

เมื่อหยุดยิงสิงห์ก็ถีบร่างพังๆใส่พวกมัน และในมือก็ถือลูกซองที่ฉวยมาเมื่อครู่ เขาประทับเล็งระเบิดกระสุนใส่  กระสุนลูกซองถีบเป่าร่างไร้วิญญาณสองร่างปลิวไปพร้อมๆกัน เขากระชากปืนบรรจุนัดใหม่เข้ารังเพลิงและแนบตัวชิดกำแพงรอโอกาสอย่างใจเย็น
ไม่นานนักเสียงลูกซองก็คำรามขึ้นอีกสองนัด สังหารไปอีกสองชีวิต ทุกนัดเข้าจุดตายอย่างแม่นยำ
สิงห์หันไปพบปืนกลเบาที่พึ่งเปลี่ยนกระสุนเสร็จ ที่มันเปลี่ยนกระสุนช้าเพราะมันเหลือแขนใช้งานข้างเดียวจากระเบิดมือในตอนแรก  ปืนกลเบาแผดคำรามสาดเป็นสายสีส้มใส่สิงห์
สิงห์: “ตามตื้อไม่เลิกจริงๆ เอาเถอะ แบบนี้ก็ได้”
สิงห์ยกมือกางไอมารเป็นโล่ห์ มันก็สาดจนหมดสายกระสุนก่อนจะตะลึงที่หัวกระสุนลอยค้างบนอากาศ นี่มันกำลังสู้กับอะไรอยู่? สิงห์ขยับแขนอีกทีมันก็ถูกกระชากลอยปลิวมาตกตรงหน้าสิงห์

“นี่มึงกลายเป็นอะไรไป….”
ไม่ทันจะจบประโยคปืนลูกซองก็แผดเสียงขึ้นและห้องโถงก็มีแต่ความเงียบสงัด ทิ้งไว้เพียงศพคนเกือบสามสิบคนกลิ่นเลือดคาวคลุ้งไปทั่ว
สิงห์: “เสียเวลาจริง!”
จากแรกๆเขาแค่กะจะมาแค่ช่วยฟางออกไปเงียบๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นเปิดฉากละเลงเลือดไปซะแล้ว สิงห์มองซากศพรอบๆตัวในห้องโถงใหญ่ก่อนถอนหายใจ เขากระชากสไลด์ปืนดูภายในรังเพลิงเมื่อไม่เห็นกระสุนเหลืออีก เขาก็โยนมันทิ้งไปก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบน

ซาตาน: “จะไปเสียอารมณ์กับเรื่องหยุมหยิมทำไม ใช้พลังของข้าเต็มที่แล้วบุกทะลวงมันให้ทะลุอย่างไม่หยุดยั้งเลยสิ จะมาห่วงพะวงอะไรทำไม ต้องฆ่าต้องละเลงเลือดแบบนั้นสิถึงจะเป็นวิถีแบบมารๆอย่างพวกเรา”
สิงห์หยุดเท้าที่หน้าประตูหันมาหาซาตาน

โครม !!!
ประตูหน้าสิงห์ถูกถีบออกกระแทกสิงห์ให้กระเด็นถอยพร้อมๆชายร่างยักษ์ผู้ที่เคยเกือบฆ่าเขาได้ก็รีบใช้โอกาสรุกไล่เขาต่อด้วยมีดเล่มยาวในมือ มันฟันซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่วดถดันไล่ต้อนสิงห์จนต้องถอยหนีอยู่ฝ่ายเดียว
ซาตาน: “อาาาา ยังคุยกันไม่จบเลย ไอ้ฝรั่งไร้มารยาท”
มันมองตามร่างชายสองคนที่กำลังฆ่ากันอย่างเซ็งๆก่อนหายไปในความมืด ไว้คราวหน้าก็ได้ยังไงทุกอย่างก็ต้องเดินไปตามแผน

ฝ่ายสิงห์พอตั้งตัวติด ก็พลิกตัวหลบมือและควักปืนออกมาหมายจะจ่อยิง แต่มืออีกข้างของคารอฟก็คว้าข้อมือและกระชากไปหาตัวมันพร้อมกับมีดอีกข้างทีฟันมาที่มือ
สิงห์ปล่อยมือออกจากปืนหลบคมมีดได้อย่างหวุดหวิด คารอฟรีบโยนปืนและคว้าด้ามจับ มันตั้งใจจะใช้ปืนสิงห์ยิงตัวเขาเอง แต่สิงห์ที่กระโดดถอยก็ไม่ถอยอย่างเดียวเขาตวัดเท้าแตะปืนที่มือลอยหายไป และพอเท้าสัมผัสพื้นเขาก็สลับเท้าอีกข้างถีบมันล้มกลิ้งออกไป แต่คารอฟก็กลิ้งและดีดตัวขึ้นกลับมาในท่าพร้อมสู้อีกครั้ง

คารอฟ: “นี่มัน... เฮ้ย นี่กูไม่ได้ตาฝาดจริงๆ!!!”
สิงห์: “ตกใจทำไม รอบที่แล้วมึงเล่นกูไว้หนักมากเลยนะ ทีนี้ตากูเอาคืนบางแล้ว”
คารอฟ: “มึงไปทำอะไรมา แขนขาหน้าตาถึงหาย ชิ! ช่างเถอะอย่างมากกูก็แค่หั่นมึงเป็นชิ้นอีกรอบ”
แม้จะตะลึงที่คนที่มันหั่นด้วยมือจนพิการไร้สภาพจะมายืนตรงหน้า แต่มันก็เลิกคิดเรื่องที่มันไม่รู้และทุ่มเทสมาธิไปที่การต่อสู้ ยิ่งการต่อสู้กับคนมีฝีมือการเผลอตัวไปตามอารมณ์ต่างๆอาจทำให้ตายได้
สิงห์: “ก็ลองดู แต่ถ้าพลาดกูขยี้มึงไม่ให้เหลือเศษแน่!”
สิงห์ยิ้มเหี้ยมและกระชากมีดพกออกมาตั้งท่าเอาส่วนคมไว้ด้านล่างตวัดไปมายืดเส้นเบาๆ และพุ่งเข้าหาคารอฟอย่างกระหายเลือด

เสียงโลหะกระทบกันถี่ยิบ พร้อมๆกับสะเก็ดไฟที่กระจายออกจากคมมีดของทั้งสองฝ่าย นี่คือศึกระดับมือพระกาฬสองคน ทุกการโจมตีทุกท่วงท่าล้วนบ่งบอกถึงความเฉียบคม แต่ละท่วงท่าต่างมุ่งแต่จะเข่นฆ่าซึ่งกันและกันหากมีโอกาสหรือช่องว่าง ช่องว่างนั้นก็อาจจะเป็นช่องว่างสุดท้ายในชีวิตเลยก็ได้

การขับเคี่ยวผ่านไปไม่นานก็เป็นโอกาสของสิงห์ มีดของสิงห์ตวัดฟันเรียกเลือดออกจากใบหน้ามันก่อนที่สิงห์จะจับข้อมือของมันที่แทงสวนมาเหวี่ยงมันลอยไปชนผนังจนผนังร้าว
คารอฟกลืนความเจ็บปวดลงคอ และรีบถอนตัวออกมาจากผนัง แต่ทว่าสิงห์ก็กระโดดลอยมาแทงเข่าเข้ากลางอก ผนังปูนบางๆที่เสียหายก็พังทลายลง ไอ้คารอฟลุกขึ้นหลังจากล้มกลิ้งไปหลายตลบ ใบหน้ามันบูดเบี้ยวด้วยทั้งเจ็บทั้งโกรธเกรี้ยว มันควงมีดและตรงเข้าหาสิงห์อีกครั่ง เสียงใบมีดปะทะกังวานขึ้นอีกครั้ง

ยิ่งเวลาผ่านไปใบหน้าของอดีตทหารัชเซียก็ซีดเผือดมากขึ้น ทั้งทีมันตัวใหญ่กว่าขนาดมีดก็ได้เปรียบแต่ทำไมมันถึงข้อมือสั่นทุกครั้งที่มีดสองเล่มปะทะกันตรงๆ มันใช้วิชามารอะไรถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ ยิ่งมันโถมแรงฟาดฟันยิ่งมันพลิกกระบวนท่าให้ร้ายกาจแค่ไหนก็ดูเหมือนศัตรูของมันก็ไม่ได้วิตกมากขึ้นเลย แถมยังมีทีท่าสบายๆราวกับมันนั้นกระจอกไร้ฝีมือ ยิ่งสู้สายตาสิงห์ที่มองมันก็มีแววเหยียดหยามมันมากขึ้นเรื่อยๆ
คารอฟ: “ไอ้ตัวบัดซบ มึง!!! ตาย!!!”
คารอฟเดือดดาลจนแทงมีดออกไปเต็มแรง ไม่มีกระบวนท่าไม่มีเทคนิคใดๆ มีแค่กำลังที่มาจากโทสะล้วนๆ
ส่วนปลายมีดโผล่ออกมาจากหลังสิงห์


คารอฟ: “ในที่สุด มึงก็ตายด้วยมือกูอีกครั้ง”
มันคำรามอย่างสะใจมือมีดในมือโดนเป้าหมาย
สิงห์: “ไอ้สมองถั่ว แหกตาดีๆ คนที่ต้องตายคือมึง”
คารอฟจ้องไปที่จุดที่มีดมันเสียบ แทนที่จะเป็นร่างของสิงห์แต่กลับเป็นว่าคู่ต่อสู้มันใช้ซอกรักแร้หนีบมีดยาวไว้แทน มันรีบดึงมีดออกแต่ก็เหมือนมันถูกหลอมเป็นเนื้อเดียวกับสิงห์ไปแล้ว จะดึงจะกระชากยังไงก็ไม่ขยับแม้ซักมิลลิเมตร
สิงห์ยกมือข้างที่ว่างเปล่าขึ้นมาก่อนจะกำหมัดและฟาดหลังมือไปที่ใบมีด

กึ๊งงงงงงง ใบมีดยาวของมันแหลกเป็นชิ้นๆ ทั้งที่เป็นมีดโลหะผสมอย่างดี แต่เพียงสิงห์กระแทกเบาๆมีดคู่มือก็แหลกสลายไปกับตา
สิงห์ไม่ปล่อยให้มันอึ้งนานปลายเท้าตวัดขึ้นเสยร่างยักษ์จนตัวลอยก่อนหมุนตัวถีบร่างมันลอยปลิวไปชนประตูทะลุลงไป
โชคร้ายที่มันเป็นห้องใต้ดิน ร่างยักษ์ใหญ่จึงกลิ้งหงายตกบันไดลงไปในชั้นใต้ดิน

สิงห์เดินตามลงไปหาอย่างใจเย็น เป้าล้างแค้นแรก
คารอฟมองสิงห์อย่างเคืองแค้นมันพยายามลุกขึ้นขณะที่สิงห์เดินลงมา ในที่สุดมันก็ลากร่างที่บอบช้ำหนีเข้าไปด้านใน สิงห์ก็ขว้างมีดใส่มันขณะหนีมันแผดเสียงอย่างเจ็บปวดก็จะหลบหายไปกับชั้นว่างของ
แต่พอสิงห์เห็นห้องนี่ชัดๆ เขาก็ขบเคี้ยวฟันอย่างแค้นเคืองเพราะที่วางแช่อยู่คืออวัยวะมนุษย์ ตรงกลางห้องมีเตียงผ่าตัดเปื้อนเลือดอยู่สามเตียงมีบางส่วนที่แห้งกรังติดพื้น และดูจากร่องรอยมันน่าจะถูกใช้งานมานานมากแล้ว ที่เตียงริมสุดยังมีซากคนนอนเบิกตากว้างอย่างหวาดผวา หน้าท้องถูกเปิดออก ลำไส้บางส่วนห้อยออกมา

“ไอ้นั้นจำหน้ากูได้เลยไปแจ้งความ โชคร้ายที่ตอนนั้นมีคนต้องการตับไปปลูกถ่ายและบังเอิญว่ามันดันเข้ากับตับของไอ้หนุ่มนี่พอดี พึ่งเอาออกไปเมื่อเช้าเอง ตอนมันขาดใจตายนี้ทุเรศฉิบหายเลย”
คารอฟเดินมากดปุ่มตรงหัวเตียงที่ศพนอนอยู่ มันเปิดลิ้นชักใกล้ๆกลับแผงปุ่มออก ที่แท้มันคือเตาเผาศพ ครอฟดันเตียงเข้าไป
คารอฟ: “งานประจำวัน หลายๆศพที่เราฆ่าส่วนใหญ่ก็มาอยู่ในเตานี้แหละ”
สิงห์: “ไอ้พวกสารเลว!!”
คารอฟ: “บางทีก็หั่นก่อนเผานะ เช่นศพเมียมึงไง”
ราวกับมีใครฟาดหน้าเขาด้วยค้อน สิงห์ยืนมองไฟที่กำลังเผาผู้เคราะห์ร้ายด้วยแววตาที่สั่นระริกๆ
คารอฟ: “อึ้งทำไมกูหั่นเองกับมือเลย รับประกันรอยตัดเรียบเนียน หั่นแล้วมันไหม้เร็วกว่าเยอะ”

ไม่ต้องรออะไรอีกแล้วสิงห์กระโดดโถมร่างใส่ราวสัตว์ร้าย แต่คารอฟไม่ใช่เหยื่อ มันคิดถูกที่พูดเรื่องเมียของสิงห์ แค่ยั่วนิดหน่อยสิงห์ก็กระโจนใส่แล้ว มันควักมีดของสิงห์ออกมาแทงสวนทันควัน

สำหรับการต่อสู้ระหว่างมืออาชีพการควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงนั้นสำคัญมาก คารอฟจึงได้โอกาสแทงมีดลงบนร่างมันดันแน่นจนส่วนบนของมือมันติดกับแผงกล้ามอกของสิงห์ มันแทงสิงห์เข้ากลางหัวใจ เป็นการปิดฉากการต่อสู้ของทั้งสองคน โดนแทงเข้าจุดสำคัญน้อยนักที่จะรอด แต่สิงห์ไม่ได้เป็นส่วนน้อย

เพราะเขาไม่มีแม้บาดแผลใดๆ (ตัวใหญ่)

คารอฟทำผิดพลาดไปเพียงอย่างเดียว คือไปกระตุ้นโทสะของผู้ครองพลังแห่งซาตาน
พลังแห่งโทสะ!!

สิงห์จับข้อมือที่ถือมีดแทงเขา และบีบจนกระดูกแหลกละเอียดเสียงกระดูกแหลกดังชัด มีดที่เหลือแต่ด้ามตกลงพื้น ส่วนใบมีดก็แหลกไปทั้งแต่ตอนมันแทงแล้ว
มันพยายามจะถอยหนี แต่เหมือนมีมือล่องหนดึงมันเข้าไปหาสิงห์ช้าๆ มันออกแรงหนีเต็มที่แล้วแต่ร่างมันก็ถูกดึงไปหาสิงห์จนมือสิงห์คว้าคอมันยกขึ้นได้ราวไร้น้ำหนัก

สิงห์เงยหน้าที่ดวงตาทั้งสองข้างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงเข้มราวโลหิตเส้นเลือดตามตัวกลายเป็นสีเดียวกับดวงตา ราวกับเป็นซาตานที่หลุดออกมาจากนรก
คารอฟตัวสั่นด้วยความกลัว มันพึ่งรู้สึกกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ครั้งนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายของมันเช่นกัน สิงห์หันไปมองเตาเผาที่เปิดอยู่ ก่อนจะยกร่างมันเข้าไปใกล้ๆ

คารอฟ: “อย่า….กูขอยอมแพ้ อย่ากูไม่อยากโดนเผาทั้งเป็น อย่า เฮ้ย!!”
อยู่ดีๆร่างมันก็ถูกยกให้ลอยขึ้นและปลายเท้ามันก็เคลื่อนไปหากองเพลิงช้าๆ สิงห์ส่งร่างมันเข้าไปจนไฟนั้นแผดเผาเท้ามัน
คารอฟ: “อ้ากกกกกก อย่าฆ่าผมเลย ร้อน ร้อน โว๊ย ยอมแพ้แล้ว”
มันร้องบอกเขาทั้งน้ำตา แต่ร่างมันก็ถูกดันเข้าไปในกองเพลิงช้าๆ แม้จะเจ็บทุรนทุรายเพียงใดแต่มันก็ทำได้แค่ส่งเสียงร้องออกมาอย่าโหยหวน

สิงห์: “เธออยู่ไหน”
คารอฟ: “ขากู ขากูไหม้แล้ว เธอๆ อยู่ข้างบนครับท่าน ผมบอกแล้วปล่อยผมเถอะ”
เขายิ้มให้มันอย่างกระหายเลือด ก่อนผลักมันเข้าเตาเผาช้าๆ
สิงห์: “เกิดมาชาติหน้าขอให้ โชคดีกว่านี้นะ”

และเขาส่งร่างมันพุ่งเข้าไปในเตาพร้อมกับฝาที่ปิดสนิทเอง
สิงห์ยืนฟังเสียงร้องอย่างทรมานจนเสียงนั้นกระเสือกกระสน ทุรนทุรายและค่อยๆเงียบสนิท แต่พอทันทีที่เขาเดินขึ้นมาถึงชั้นบนมือถือเขาก็มีสายเข้ามา
สิงห์: “มีอะไรเร่งด่วนรึเปล่า ผมต้องรีบขึ้นไปพาตัวฟางแล้ว เวลามันผ่านมานานเกินไปแล้ว”
???: “แล้วบอกสงสารเฉยๆ แต่ดูจากเสียงแล้วน่าจะไม่ใช่แล้วมั้งคะ น่าจะเป็น….”
สิงห์: “ถ้าไม่มีอะไรจะวางสายแล้ว ผมรีบ!”
เสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเมื่อคู่สนทนาเริ่มกวนประสาทเขา เขาห่วงหมอผู้เคราะห์ร้ายจะแย่อยู่แล้ว เธอยังจะมีเวลาโทรมาล้อเล่นอีก
???: “โธ่….. คุณท่านผู้แสนใจดี ไม่เอาไม่หัวร้อน รู้มั้ยคนที่ชอบโวยวายตวาดตะคอก แบบนั้นฟางไม่ชอบนะ”
สิงห์: “ยังจะเล่นอีก! ถ้าว่างนักก็รีบไป…..”
???: “โอยยยย ใจเย็นค่าาาา ฟางปลอดภัยเตรียมหนีอยู่บนรถแล้ว นายท่านนั้นแหละออกมาได้แล้ว”
สิงห์: “แล้วทำไมไม่รีบบอกเธอเป็นไง บาดเจ็บรึเปล่า บุบสลายอะไรตรงไหนมั้ย มีแผลชกช้ำ อาการเป็นไง ขอคุยตอนนี้…..”
???: “ใจเย็นจ้าาาาาา ใจร้อนจริง ตอนนี้เธอหลับอยู่ ฝีมือพวกมัน ไอ้คนที่เฝ้ามันเห็นท่าไม่ดีเลยจัดการให้ยาสลบเธอ มันคงอยากเอาเธอหนีไปด้วย แต่ไอ้บ้านั่นก็ไม่อยู่ให้นายท่านรำคาญใจแล้ว”
สิงห์: “ขอบใจ แต่วันหลังพามันมาหาผม ตายเลยมันง่ายไป”
???: “ดุจังเลย หวงเหรอ?”
สิงห์: “นี้จะให้ผมโกรธจริงๆใช่มั้ย”
???: “หวายยยย กลัวละจ้า เออมีอีกเรื่องนะค่ะ”
สิงห์: “ว่ามา เร็วๆด้วย”
???: “เชื่อแล้วจ๊ะว่าไม่ได้คิดอะไรกับฟางเลย ไปละ”
พออีกฝ่ายทิ้งระเบิดเสร็จก็รีบตัดสายไปก่อนสิงห์จะทันได้แก้ตัว สิงห์อ้าปากค้างอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถอนหายใจและเก็บมือถือลงกระเป๋าก่อนจะหันไปมองตึกใหญ่อย่างครุ่นคิด

ไม่นานนักเขาก็ยิ้มออกมา…… และคงไม่มีใครอยากเห็นรอยยิ้มของเขาตอนนี้แน่

--------------------------------------------------------------

ไม่ชอบสถานการณ์ตอนนี้เลย แม้เธอจะได้รับคำสั่งให้พาหมอฟางออกมาก่อนและเขายังกำชับนักว่าให้เธอดูแลเรื่องเสื้อผ้าเครื่องใช้ด้วย เธอรู้จักฟางนานแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือนายท่านของเธอทำไมไม่ยอมกลับมาด้วย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ หญิงสาวคนขับรถมองเบาะหลังที่มีหมอสาวนอนนิ่งอยู่ เธอมองฟางสลับกับอาคารที่กำลังลุกไหม้อยู่ไกลๆอย่างชั่งใจ

หรือเธอจะฝืนคำสั่งเขาดี แต่ถ้าแบบนั้นฟางก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงอีก แต่ยังไงเธอก็ห่วงเขาอยู่ดี  ถึงแม้ชายคนนั้นจะเกินคำว่ามนุษย์ไปแล้วก็ตาม
แต่ทันใดนั้นเธอก็หันไปขับรถออกไป แต่ทว่าเธอไม่ใช่คนสั่งร่างกายตัวเอง
“นี่มัน นายท่าน! นี่ควบคุมเราได้ไกลขนาดนี้เลยเหรอ?”

ก่อนเธอจะหันไปมองคาคารที่อยู่ดีๆก็ระเบิดออกมา พร้อมกับเปลวไฟที่ลุกเผารังของพวกมันจนสว่างไปไกล เธอขับไปไม่นานก็พบเฮลิคอปเตอร์ของนักข่าวบินมาทางอาคารที่ถูกไฟไหม้ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงไซเรนตำรวจและรถดับเพลิง เธอไม่มีทางเลือกนอกจากรีบออกจากบริเวณก่อนที่จะมีใครเจอพวกเธอเข้า
รถคันเล็กรีบเร่งเครื่องเพิ่มความเร็วและหายไปกับความมืดทิ้งความวุ่นวายไว้ด้านหลัง

(ก่อนไฟไหม้ตึก 5 นาที)
เงาร่างบาปแห่งความโกรธได้มาที่เตาเผาศพด้านล่างของตึก ก่อนมันจะวาดวงเวทย์อาคมกลางอากาศ วงเวทย์ขนาดเท่า จานดาวเทียมขนาดเล็กเรืองแสงขึ้น แสงสีแดงสว่างขึ้นพร้อมๆกับไอสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายคนหลายสิบคนจะค่อยๆทะลักออกจากทั่วทุกทิศในห้องโดยเฉพาะบนเตียงแยกชิ้นส่วนและเตาเผา พวกมันกรีดร้องอย่างโหยหวนและคร่ำครวญ บางตนกรีดร้องอย่างทรมาน แต่มีไม่กี่ตัวที่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แต่สิ่งเสียงมันบาดลึกร้าวกับจะกระชากขวัญทุกคนให้หวาดผวา แต่ซาตานกลับไม่แสดงสีหน้าอะไรราวกับมันมาเลือกของในเซเว่นเท่านั้น มันยังคงบริกรรมคาถาต่อเบาๆก่อนวิญญานร้ายตนหนึ่งจะหันไปฉีกกระชากวิญญาตนข้างๆ จากหนึ่งเป็นสอง และค่อยๆเพิ่มขึ้นจนวิญญานนับร้อยต่างต่อสู้และกลืนกินกันเองและทุกครั้งที่ได้กินไอหมองสีดำก็เริ่มหนาเด่นชัดอย่างช้าๆ จนเริ่มคล้ายจะมีเนื้อหนังขึ้นราวกับได้ตัวตนและเลือดเนื้อคืนมา จนเหลือวิญญานที่แปรสภาพเป็นอสูรอีกสามตน พวกมันห่ำหั่นกันอย่างป่าเถื่อนจนผู้ชนะฉีกกินผู้แพ้จนไม่เหลือ ร่างอสูรผู้ชนะก็บิดเบี้ยวอย่างทรมานรูปร่างมันค่อยๆเปลี่ยนจนเป็นอสูรร่างใหญ่ และซาตานกับอสูรตนนั้นก็หายไปพร้อมๆกับตึกที่ถูกไฟกลืนกินและเริ่มถล่มลง
----------------------------------------------------------------

“โอยยยย เมื่อคืนฝันร้ายชัดๆ กี่โมงแล้วเนี่ย?”
ร่างอรชรในชุดนอนที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตบางๆและกางเกงขาสั้นค่อยๆควานมือหานาฬิกาปลุก แต่ทำไมวันนี้เธอหาไม่เจอนะ เธอลืมตาอย่างงัวเงีย แต่พอได้เห็นสภาพห้องและสภาพตัวเองเธอก็ได้แต่
“กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”

สุขุม: “ตื่นแล้วสินะครับ ให้ผมไปพาเธอมามั้ยครับ”
สุขุมถามนายท่านที่กำลังนั่งกินมื้อเช้ารับลมทะเลสบายในยามเช้าอยู่
สิงห์: “ให้เกดเข้าไปคุยก่อนนะ คุณไปบอกครัวให้ยกมาอีกชุดเลยก็ได้ รายนั้นท่าจะหิวแล้ว เอามาเยอะหน่อยนะ ตัวเล็กแต่กินเยอะจะตายไป”
แต่เลขาของชายผู้ครองพลังแห่งบาปกลับหัวเราะเบาๆ ทำให้คนเป็นนายหันหัวไปมองด้วยสายตาดุๆ เลขาของเขาจึงรีบหุบยิ้มพร้อมๆกับรีบเดินหนีไปจัดการตามคำสั่งเขา

แต่สุขุมก็ไม่วายไปยิ้มกับวิกรมที่ยืนอยู่ดี และวิกรมก็หันไปยิ้มกับลูกน้องจนในที่สุดทั้งตึกก็ต่างฉีกยิ้มกันทุกคน

เว้นสองคนที่เป็นสาเหตุ

“นี่พี่เกด ลาออกจากพยาบาลมาอยู่กับไอ้พวกนี้เหรอค่ะ ทำไมไม่กลับไปทำงานโรงบาลกับหนูละ อยู่กับคนพวกนี้ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้”
หลังจากหมอสาวได้เจอคนที่เธอตามหา นั่นคือพยาบาลเกดที่มาอยู่กับสิงห์ได้พักใหญ่ๆ พอหลังจากไถ่ถามสาระทุกข์สุกดิบจบก็กลับมาเป็นรายการตอบคำถามของหมอสาวอีกครั้ง
เกด: “ไปว่าเขา เมื่อคืนนี้เขาก็เป็นคนพาเราออกมานะ ออกไปหาคุณสิงห์ได้แล้ว”
ฟาง: “ไม่เอา ชุดไม่พร้อมฟางไม่ไปในสภาพแบบนี้หรอก”
เกด: “เรื่องนั้นพี่จัดการไว้แล้ว”

สิงห์ละสายตาออกจากหนังสือพิมพ์ เมื่อได้ยินเสียงฮือฮาจากเหล่าลูกน้องที่ยืนกระจายอยู่รอบๆ
และเมื่อเขามองหาสาเหตุของเสียง เขาเองก็เบิกตาค้างเช่นกัน
ร่างบางที่เมื่อวานเขาลงทุนตามไปช่วย วันนี้มาในเสื้อสายเดี่ยวคอวี และกระโปรงสั้นไม่กี่คืบอวดเรียวขา
เขารู้สึกตัวอีกทีเมื่อวิกรมเข้ามาสะกิด สติที่เตลิดไปไกลถึงจะกลับเข้าร่าง
เขารีบกระแอมไอแก้เก้อ และปั้นหน้านิ่งเหมือนปกติ

เกด: “นายท่าน เก็บอาการหน่อย ไก่ตื่นแล้วนะคะ”
อดีตพยาบาลสาว ยิ้มแป้นอย่างดีใจ เธอต้องล่อลวง! หมายถึงเธอต้องกล่อมฟางตั้งนานกว่าแม่นางจะยอมแต่งองค์ทรงเครื่อง แต่นายท่านตาค้างแบบนี้ก็ถือว่างานเธอสำเร็จลุล่วง

สิงห์: “นั่งลงก่อนสิ จะกินอะไรมั้ยผมจะได้สั่งเด็กให้เลย”
เธอสั่งอาหารไปสองสามอย่าง ก่อนจะเหลือบตามองสิงห์ที่นั่งจ้องเธอตาเป็นมัน นี้สินะที่เรียกว่าสายตาปานจะกลืนกิน

ฟาง: “นี่ จะจ้องอีกนานมั้ยค่ะ?”
หมอสาวเรียกสติ เขากลับมา ชายผู้ลืมตัวรีบเบนสายตาออกและขอโทษเธอ
สิงห์: “เออ โทษที มันเหมือนได้เจอ8นรู้จัก อ้าว! อาหารมาแล้ว กินก่อนเถอะ”
บทสนนทนาของทั้งสองจึงมาเริ่มกันหลัง มื้อเช้าของเธอเรียบร้อยแล้ว

สิงห์ปล่อยให้เธอกินข้าวลำพัง เพราะถ้าเขานั่งอยู่เขาคงละสายตาจากหมอสาวไม่ได้ เขามองบรรยายกาศที่เขาเคยมาชมเมื่อนานแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่กี่ปีชีวิตคนๆนึงจะพลิกผันได้ขนาดนี้
เขาเคยมาที่นี้เมื่อนานมาแล้ว เขาเคยมาฮันนมูนที่หาดแห่งนี่ ภาพบรรยากาศเก่าๆที่เคยหวานชื่นตอนนี้กลับทิ่มแทงใจอดีตตำรวจผู้แสนดี ยิ่งภาพเขาและนุ่นในวันนั้นเด่นชัดเท่าไหร่ ภาพวันที่เธอฆ่าตัวตายหนีความอัปยศในคืนนั้นก็ยิ่งชัดเจนราวกับเหตุการณ์มันอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง
เขาต้องทำให้มันต้องชดใช้ มันจะต้องเจ็บปวดมากกว่าที่ทำกับเมียเขาร้อยเท่าพันเท่า!

“คุณสิงห์!!”
มือเนียนนุ่มของหมอสาวจับมือของสิงห์ที่เผลอบีบราวไม้แหลกคามือ มือของเขามีแผลนิดหน่อยจากเศษไม้
เขากำลังจะชักมืออออก แต่หมอสาวรั้งมือเขาไว้แน่น
ฟาง: “จะขยับไปไหน เลือดออกแบบนี้ต้องทำแผลก่อน พี่เกดขอกล่องปฐมพยาบาลด้วยค่ะ”
แผลระดับนี้สำหรับสิงห์แค่ห้านาที ก็หายแล้ว

แต่พอเขาจะเอ่ยปากปฎิเสธ เมื่อเขาเห็นสายตาจริงจังจากคนที่กำลังทำแผล เขาก็ยอมให้เธอจัดการทำแผลแต่โดยดี
สิงห์: “เหมือนกันจริงๆ เหมือนกันมาก”
ฟาง: “ตะกี๊ ว่าไงนะ?”
หมอสาวที่พึ่งดึงไม้ชิ้นสุดท้ายออก ชายหนุ่มที่มองอยู่ส่ายหน้าเบาๆ นี่เขาแพ้ผู้สไตล์นี่จริงๆ  เมื่อแน่ใจว่าไม่มีไม้ติดอยู่หญิงสาวจึงคว้าสำลีมาเช็ดเลือดออก
ฟาง: “ทีนี้ก็ใส่ยา  อ้าวทำไมเลือดหยุดแล้วละ นี้มันอะไร!!!”
หมอสาวเห็นชัดเลยว่าบาดแผลของชายตรงหน้ามันกำลังสมานเองช้าๆ 

สิงห์: “ตกใจละสิ มันเป็นพลังที่แลกมาด้วยอะไรหลายๆอย่าง กลัวมั้ย?”
ฟาง: “โครตเจ๋งงงง! ดีอะ ถ้าสมัยก่อนชั้นมีพลังอะไรแบบนี่นะ คงไม่ได้เป็นหมอแล้ว”
แทนที่จะตกใจที่เขาผิดแปลกจากชาวบ้าน หมอสาวกลับดึงมือเขาไปดูชัดๆอย่างสนอกสนใจ
ฟาง: “เมื่อก่อนนะ ชั้นเป็นเด็กซุ่มซ่ามมาก มีแผลตลอด ทำแผลแทบทุกวัน ไปมาๆ ก็กลายเป็นคนทำแผลให้คนอื่นเองซะงั้น ชีวิตคนเรามันคาดเดาอะไรยากจริงๆเนอะ”

สิงห์ชักมือกลับก่อนจะหันไปยืนพิงราวไม้
สิงห์: “มันก็คงเป็นแบบนั้นแหละ คุณหมอตามผมมาสิ ผมมีอะไรจะเล่าให้ฟัง”
ตลอดช่วงสาย เขากับเธอก็เดินชมที่นี่ด้วยกันโดยมีสิงห์เล่าเรื่องราวเมื่อตอนเขามาที่นี่พร้อมเมียเก่าที่จากเขาไป เขาเองก็ประหลาดใจที่เขารู้สึกอยากเล่ามันให้เธอฟัง และเธอเองก็อยากฟังมันพอๆกับที่คนเล่าอยากเล่า

สิงห์: “ฟาง หลังกินข้าวผมจะพาคุณไปโทรศัพท์บอกที่บ้าน แล้วเย็นๆผมจะพาคุณไปส่งเอง หัวค่ำนี้ผมว่าจะจัดงานเลี้ยงให้คุณก่อน”
ฟาง: “งาน? ให้ฉันเหรอ เนื่องในโอกาสอะไรย่ะ”
สิงห์: “โอกาสที่เจอเพื่อนใหม่แบบคุณไง อย่าคิดไปไกลละ”
และทั้งสองก็ส่งยิ้มให้กัน 

แต่เธอไม่รู้หรอกว่าเธอจะไม่ได้กลับไปบ้านเธออีกเลย
งานเลี้ยงตอนเย็นมีแต่บรรยากาศสนุกสนาน ทั้งมือปืน ทั้งคนครัวหรือของคนของรีสอร์ท คืนนี้ทุกคนต่างร่วมวงสนุกกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ตั้งกินทั้งเต้น สุราของมึนเมาก็ไม่มีขาด ทุกคนในงานต่างรู้สึกขอบคุณเจ้านายของเขาที่เลี้ยงพวกมันราวกับคนสำคัญ งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อยๆ ฟางก็สนุกกับการชวนสิงห์หรือลูกน้องคุยนั้นนู้นนี่ ทุกคนต่างมีรอยยิ้ม ทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดี
จนกระทั่ง

วิกรมลากสมานที่กุมท้องที่แดงฉานไปด้วยเลือดตัวเองเข้ามา
วิกรม: “นายแย่แล้วครับ สมานโดนเข้าให้แล้ว”
สมาน: “นายท่าน อย่าพึ่งห่วงผม มันกำลังจะหนีไป นายต้องตามันให้…ทัน”
ก่อนสมานจะฟุบลงไป พอดีที่หมอฟางในชุดเดรสสีแดงเข้มฝ่าฝูงชนมาถึงพอดี
ฟาง: “นี่มันเกิดอะไรขึ้น…... สมาน!! รีบวางเขาบนโต๊ะด่วนเลย พี่เกดที่นี้มีอุปกรณ์ทำแผลอะไรขนมาให้หมดเลยค่ะ ใครก็ได้เตรียมรถที เราต้องไปโรงบาล”
ฟางรีบฉีกเสื้อสมานและทำหน้าที่ของเธออย่างชำนาญ เธอกัดฟันแน่นเมื่อเห็นบาดแผลที่เลือดทะลักออกมาไม่หยุด ดูจากรูปร่างแผลสมานโดนแทงเข้าเต็มๆ เธอคาดหวังในใจว่าไม่โดนอวัยวะภายในเพราะตอนนี้เธอทำได้แค่ห้ามเลือดเท่านั้น ไม่นานนักเกดที่หอบประเป๋าพยาบาลเข้ามา ทั้งสองช่วยกันสุดความสามารถ
วิกรม: “นายหญิงครับ รถพร้อมแล้ว”
ฟางพยักหน้ากับเกดที่รีบวิ่งนำไปที่รถพร้อมลูกน้องชายอีกสองคนรีบวิ่งมาแบกร่างสมานไปขึ้นรถ

วิกรม: “มึงจะยืนจ้องทำห่าอะไรกัน งานเลี้ยงเลิกแล้ว ไปกลับไปทำงาน เพิ่มเวรยามทุกจุดติดอาวุธให้พร้อม มันอาจรู้แล้วว่าเราอยู่ไหน นายหญิงครับช่วยไอ้สมานด้วยนะครับ”
วิกรมรีบจูงมือฟางไปขึ้นท้ายรถเพื่อดูอาการสมาน ก่อนจะโดดเข้าไปที่นั่งคนขับรถกระบะรีบเร่งเครื่องพาคนเจ็บไปถึงโรงบาลเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

ฟาง: “แล้วคุณสิงห์ละ! มีใครเห็นเขามั้ย”
ฟางพึ่งนึกถึงสิงห์ เขาหายไปตอนไหน ตั้งแต่เมื่ไหร่ วิกรมเขกหัวตัวเองและสบถอย่างหัวเสีย พร้อมกับรีบโทรไปหาสุขุมเพื่อให้หาตัวเจ้านายตัวเอง

แต่ทว่า ชายที่เขากำลังหาตัวกลับยืนของตรงสามแยกด้านหน้า พร้อมกับเด็กหนุ่มวัยรุ่นผอมแห้งที่โดนยกลอย ข้างๆมีรถมอไซค์ล้มอยู่

เด็กหนุ่ม: “อยากครับท่าน ผมแค่อยากได้เงิน แม่ผมจะได้หมดหนี้ ผมแค่ถ่ายรูปท่านกับแฟนแค่นั้นจริงๆ”
สิงห์ที่กุมคอมันอยู่ยิ้มเหี้ยมอย่างเลือดเย็น ทำเอาทุกคนขนลุกด้วยความกลัว รวมถึงหมอฟางที่สั่งให้จอดรถและรีบวิ่งไปหาสิงห์ เธอรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้น เธอต้องห้ามเขา
เด็กหนุ่ม: “อย่านะครับ ผมมีแม่ต้องดูแล ผมแค่มาถ่ายรูป ส่วนน้าแกมาเจอผมก็เลยต้องแทงและหนีออกมา ผมขอโทษ อย่าทำผม”
สิงห์: “ใครจ้างมึงมา?”
เด็กหนุ่ม: “ผมไม่รู้เขาบอกให้ไปตามหาพี่แถวชายทะเล บอกว่าถ้าเจอก็ให้ถ่ายรูปมาให้เขา เขาบอกจะไปรอที่ป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้าน ผมรู้แค่นั้นผมบอกมันแล้ววว ปล่อยผมเถอะ ผมมีแม่ต้องดูแลนะ”
มันละล่ำละลักรีบบอกทุกอย่างที่รู้ แต่นั้นก็ไม่ทำให้สิงห์เปลี่ยนใจ
ใครทำเขาหรือพวกเขาเจ็บ มันต้องตาย!!!!
สิงห์: “เกิดมาชาติหน้าก็เลือกรับงานดีๆนะ ลาก่อน”
ฟาง: “อย่าาาาาา!”

กร็อบบบบ! ง่ายดายดุจกำลังดัดนิ้วตัวเอง เด็กคนนั้นลิ้นจุกปากและตายในพริบตาเขาบดกระดูกคอมันและโยนทิ้งราวขยะชิ้นหนึ่ง หมอฟางรีบมาดูร่างไร้ชีวิตก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ ทำไมคนแบบเขาจึงใจร้ายใจดำได้ขนาดนี้นะ ทั้งที่ปกติเขาเป็นคนที่ใจดีและน่ารักสำหรับเธอแท้ๆ
สิงห์มองหน้าฟางอย่างเย็นชาก่อนจะเดินไปขึ้นท้ายรถราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วิกรม: “นายหญิงเร็วครับ ขึ้นมาครับเราต้องรีบพาไอ้สมานไปโรงบาลนะครับ”
ฟางจึงได้สติกลับไปขึ้นรถและ จ้องหน้าชายที่เคยอารมณ์ดีและเป็นมิตรราวกับโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อน

กลางดึกคืนนั้น
สิงห์แอบออกมาที่ริมจุดชมวิวที่เดิม เขาคาบบุหรี่อัดควันใส่ปอดติดๆกันก่อนจะพ่นควันออกมาเป็นกลุ่มใหญ่ ก่อนเขาจะมองฟ้ายามค่ำคืนพร้อมกับครุ่นคิดอะไรหลายๆอย่างในหัว แต่เมื่อเขาเห็นเงาร่างที่เดินมาหา เขาก็โยนบุหรี่ทิ้งและถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
สิงห์: “กะไว้แล้วว่าต้องเจอ แล้วก็มาจริงๆ”
ฟาง: “ไอ้คนใจร้าย ทำไมต้องฆ่าเด็กคนนั้นด้วย มันจำเป็นต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ”
สิงห์: “นี่ไม่ใช่ธุระของคุณนะฟาง และผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคุณ ขอตัว”
ชายร่างใหญ่รีบเดินปลีกเข้าไปในตึก แต่มีเหรอเธอจะยอมถอยไปง่ายๆ

ฟาง: “แต่ชั้นต้องคุยกับคุณ จะหนีไปไหน หยุดนะคุณสิงห์”
สิงห์รีบจ้ำเท้าเดินหลบเข้าห้องนอน แต่หญิงสาวก็ดันประตูไม่ให้ปิดสนิท
สิงห์: “ผมไม่มีอะไรจะคุย ไม่คุยโว๊ยยยย!”
ฟาง: “แต่ฉันมี และต้องคุยตอนนี้ด้วย อึบบบบบ!”
เธอดันประตูสู้แรงเขาสุดฤทธิ์ และเธอก็ก้มหน้าไปกัดมือที่จับประตูอย่างไม่ทันตั้งตัว
สิงห์รีบผงะถอยด้วยความเจ็บ เธอกัดเต็มเขี้ยวก่อนจะปล่อยและอาศัยจังหวะเข้ามายืนจังกาในห้องเขา
สิงห์แทบพุ่งออกหน้าต่างหนีเธอ แต่รู้ดีว่าต่อให้ทำ แม่นางคนนี้ก็จะตามไปจนกว่าจะได้คุยอยู่ดี

ฟาง: “เด็กคนนั้นไม่สมควรตาย เขาไม่ใช่คนของฝั่งนั้น เขาแค่รับจ้างนะ ทำไมคุณต้องฆ่าเขาด้วย เด็กคนนั้นเลวทรามขนาดนั้นเลยเหรอ”
เธอยิงคำถามแรกใส่เขา เด็กคนนั้นก็แค่โชคร้ายรับงานผิดคน แค่นี้ทำไมต้องตาย

สิงห์: “มันกล้าทำร้ายคนของผม แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”
ฟาง: “เขาแค่กลัว ไม่ใช่เขาไม่ผิดแต่มันต้องฆ่ากันเลยเหรอ แล้วที่บ้านเขาละใครจะดูแล”
สิงห์: “ใครจะเชื่อมัน มันก็แค่ตอแหลเอาตัวรอด”
ฟางพยักหน้าอย่างประชดประชันก่อนจะหยิบมือถือออกมา แล้วกดคลิปที่ถ่ายหน้าห้องดับจิตของโรงบาลให้เขาดู ภาพหญิงชราในชุดผ้าที่ทั้งขาดและเก่าร้องไห้ราวขาดใจเมื่อเห็นศพเด็กที่เขาฆ่าถูกเข็นออกมาจากในห้อง หญิงชรากอดศพร่ำไห้จนหมอและพยาบาลแถวนั้นได้ยืนมองเขาสังเวชใจ

ฟาง: “นี่คือสิ่งที่คุณทำ ถามจริงๆคุณคิดจริงๆเหรอว่าทุกคนที่คุณฆ่าสมควรตายจริงๆ”
ฟางผลักอกเขาและถามด้วยเสียงที่ดังจนเกือบตวาด
สิงห์: “แต่มันทำร้ายคนของผม จะให้ผมตบไหล่ปลอบใจมันเหรอ?”
ฟาง: “แล้วเด็กคนนั้นตายคุณได้อะไรละ? สะใจที่ได้ เด็ดชีพเด็กที่พยายามดิ้นรนคนนึง ได้ชำระล้างสังคมที่มีแต่คนเลว? คุณไม่ได้สร้างความแตกต่างเลยสิงห์ ตอนนี้คุณคือพวกมัน แค่ยังไม่รู้ตัว”
สิงห์: “ผมไม่ใช่พวกมัน ไม่ใช่และไม่มีทางใกล้เคียงด้วย”
เขาจับตัวเธอมาเขย่าและตะโกนใส่อย่างรุนแรง
ฟาง: “อ้อ... แล้วคุณแตกต่างกับมันยังไงละ ฆ่าคนไม่เลือก ฆ่าทุกคนที่ขัดขวาง เชื่อสิไม่กี่ปีคุณก็จะไม่แตกต่างอะไรกับพวกมัน”
สิงห์บีบแน่นเธอแน่น และจ้องจ้องตาเธออย่างโมโห แต่หญิงสาวก็ไม่ได้หยุดพูด
ฟาง: “โกรธเหรอ แทงใจดำละสิ ทำแบบนี้มันดีแล้วเหรอ คุณอยากทำมันจริงๆเหรอ คุณเป็นคนโหดเหี้ยมแบบนี้จริงๆเหรอ หรือว่ามีคนบอกให้คุณทำแบบนี้ แล้วนี่เป็นวิธีเดียวเหรอที่ทวงความยุติธรรมคืนได้?”

สิงห์ชะงักไปกับคำพูดของเธอ เป็นครั้งแรกที่เขาหวนคิดว่า เขาจำเป็นต้องทำอะไรขนาดนี้เหรอ เขาต้องยิ่งใหญ่เพื่อต่อสู้กับมันจริงๆรึเปล่า
สิงห์: “ผมทำไม่ได้ เชื่อผมสิ ไม่มีใครช่วยผมได้ มันไม่มีทางอื่นแล้ว”
ฟางทุบไปที่หัวใจเขาเบาๆ

ฟาง: “คุณทำได้  คุณรู้อยู่แล้วว่าถ้าจะทำคุณควรจะบอกใคร แต่คุณเลือกจะไม่ทำต่างหาก”
หมอสาวบอกเขาช้าๆอย่างหนักแน่น
ฟาง: “คุณคิดว่าตัวเองเก่งกาจเป็นฮีโร่เหรอ? คุณจัดการเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้ คุณแบกมันไม่ไหวหรอก คุณต้องเปิดโปงพวกมัน ไม่ใช่ไล่ฆ่าแบบนี้ถ้าคุณยังดื้อคุณจะถูกความโกรธแค้นกลืนกิน แล้วคุณจะเป็นปีศาจที่เลวยิ่งกว่าพวกมัน”
สิงห์: “ข้างนอกนั่นไม่มีใครพึ่งได้อีกแล้ว”
ฟาง: “มันมี! แค่คุณไม่ยอมรับเรื่องนี้ คุณเอาแต่แก้แค้นทำแบบนี้จะแก้ปัญหาได้จริงเหรอ หรือว่าแค่ฆ่าเอาสะใจฆ่าระบายอารมณ์ฆ่าเพื่อล้างแค้น คิดว่าหากคุณนุ่นยังอยู่เธอจะมองคุณยังไง!!”
สิงห์: “อย่าพูดถึงเมียผม คุณไม่รู้จักเธอ”
เขาตวาดอย่างโมโหอีกครั้งเมื่อฟางกล่าวถึงเมียรักที่ลาโลกไปแล้ว


ฟาง: “แต่ชั้นแน่ใจว่าเธอต้องทำแบบฉัน เธอต้องห้ามคุณแบบที่ชั้นกำลังทำ”
เธอเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ แววตาเธอมองลงไปในตาเขาลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ
แววตาสิงห์อ่อนลงนึดๆแล้วคิดตามเธอ นุ่นจะยินดีที่เขาต้องทำแบบนี้ กลายเป็นแบบนี้จริงเหรอ หรือเธอจะพูดถูก
แต่เสียงของซาตานก็แว่วมาตามลม มันจะไม่ยอมให้สิงห์ถอยแน่

ซาตาน: “ตาต่อตาฟันต่อฟัน หนี้เลือดล้างด้วยเลือด อย่าเชื่อนาง”
 
“อาาาาาา ซื้ดดดดดดดด อ๊ายยยๆ”
และเรื่องคืนนั้นก็จบด้วยคราบน้ำกามของเขาและน้ำตาของเธอ

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2017, 02:32:41 pm โดย cd13579 »
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ upperbound

  • Banned!

  • Senior Member
  • ****
  • 726
  • 191
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 07:17:05 am »
ติดตามอ่านอยู่ตลอดนะครับ สนุกมากเลย

*

ออฟไลน์ llar

  • Senior Member
  • ****
  • 815
  • 273
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 07:35:53 am »
นายสิงห์จะโหดเกินไปแล้ว ::Horror::

*

ออฟไลน์ surway2532

  • Junior Member
  • ***
  • 407
  • 194
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 07:50:04 am »
 ::Thankyou::ยังไงก้อจะรออ่านจนกว่าเรื่องนี้จะจบแน่นอน ขอบคุนที่อัพมาให้อ่านคับ

*

ออฟไลน์ bigomnoi

  • Junior Member
  • ***
  • 288
  • 269
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 07:54:56 am »
คิดถึงเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่สนุกชวนติดตามครับ

*

ออฟไลน์ dreamice

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 236
  • 129
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:06:04 am »
 คิดถึงคุณ สิงห์ มาก  เป็นบาป ที่โหด ได้ใจฝุดๆ

*

ออฟไลน์ maangadojin

  • Full Member
  • **
  • 65
  • 81
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:10:49 am »
ตอนนี้สนุกมากๆ เลยครับ
จะรอติดตามตอนต่อไปนะครับ

ขอบคุณ ครับ

*

ออฟไลน์ jomtulee

  • Full Member
  • **
  • 200
  • 129
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:13:00 am »
รอมานานครับ ต้องรีบมาตามต่อว่าหมอฟางจะเป็นอย่างไรต่อไป

*

ออฟไลน์ akradet1234

  • Full Member
  • **
  • 188
  • 131
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:20:20 am »
เนื้อเรื่องดุเดือดมากเลยครับ รอตอนต่อไปนะครับ

*

ออฟไลน์ clickkuu

  • Junior Member
  • ***
  • 557
  • 318
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:27:19 am »
หมอฟางรับดุ้นไปเรียบร้อยแล้ว

*

ออฟไลน์ lovesick

  • Full Member
  • **
  • 174
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:50:05 am »
ดุเดือดจริงๆครับ

*

ออฟไลน์ segasa

  • Junior Member
  • ***
  • 313
  • 74
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 08:52:09 am »
ตอนยาวๆอ่านสะใจจริงๆครับไรท์  ::Glad::

*

zitdown

Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 09:05:55 am »
เป็นบาปที่ดราม่ามากๆ

*

ออฟไลน์ peddo

  • Legend Member
  • *******
  • 2208
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 09:15:23 am »
โหดมาตลอด ตอนจบด้วยน้ำกทมซะวั้น ดีที่หมอไม่โดนจรวดรัสเซัยเข้านะครับ ไม่งั้นเยินแน่ ทุกทีจะบีบหัวใจจนถึงตอนจรวดจ่อปากรูแล้วนะครับ คราวนี้ปรานีคุณหมอพอสมควร ไฟดับก่อน 555 ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ darkwingzzz

  • Full Member
  • **
  • 238
  • 173
    • ดูรายละเอียด
Re: 7 Sin : Wrath "ละเลงเลือด" (EP.3)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2017, 09:29:41 am »
อ่อม ยาวจริงตอนนี้
และแล้วก็มาเรื่องบาปอื่น
ว่าแต่จะมีไฝว้กันระหว่างบาปมั้ยครัย รออยู่น่าจะสนุก เอาลูกน้อง sexy สงครามนมน่าจะหนุก อิอิ

มานานๆ ครั้งก็โอยะครับ อย่าหายไปเลยยยย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ