ไซด์ไลน์ในอ่าง นอกอ่าง เด็กนั่งดริ๊งก์ พีอาร์ชงเหล้า สาวบาร์ by มิ้ว ณ ชมวิว

ไซด์ไลน์ในอ่าง นอกอ่าง เด็กนั่งดริ๊งก์ พีอาร์ชงเหล้า สาวบาร์ by มิ้ว ณ ชมวิว

  • 8 ตอบ
  • 1311 อ่าน
*

ออฟไลน์ พัดลม

  • Global Moderator
  • *****
  • 9136
  • 2463
  • ผมทำได้แค่ส่ายหน้า
    • ดูรายละเอียด
https://pantip.com/topic/33528214
ไซด์ไลน์ในอ่าง นอกอ่าง เด็กนั่งดริ๊งก์ พีอาร์ชงเหล้า สาวบาร์ เขาว่ากันว่าผู้หญิงกลางคืน by มิ้ว ณ ชมวิว

ออกตัวก่อนว่า อิฉันเป็นผู้หญิงกลางคืน วัยน่าจะกลางคน
อยู่ในอาชีพค้าขายบริการมานานร่วมสองทศวรรษ ปัจจุบันไม่มีสังกัด เลือกรับงานที่สบายใจเท่านั้น
อ่อ...อิฉันไม่ใช่หญิงขายบริการนะเจ้าคะ
เพราะฉะนั้นมุมมองที่ทำมาเผยแพร่เป็นแค่คนหนึ่งที่ย่ำอยู่บนถนนสายสีเทา ในส่วนที่เขาเรียกกันว่า “ทีมบริหาร”

เพื่อไม่ให้เป็นข้อสงสัย ก็ต้องบอกว่าอาชีพเสริมคือ “นักอยากเขียน” ค่ะ
มีนิยายออกมาสิบกว่าเรื่อง เป็นเรื่องเกี่ยวกับงานกลางคืนท้างน้าน เพราะงั้นลีลาการเม้าท์มันก็...แล้วแต่จะคิด แฮ่ ๆ
ไม่ต้องกลัว ไม่มาขายของ เพราะหนังสือไม่เหลือแล้วย่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ 5555555555
ฉะนั้นสำบัดสำนวนย่อมมีชั้นเชิงอย่างคนปั้นอักษรขาย นะจ๊ะ ๆ
แต่รับรองว่า อิฉัน อินไซเดอร์ แน่นอนค่ะ ไม่เชื่อ จุดธูปถามใครก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ

จากที่มีหญิงสาวคนหนึ่งมาตั้งกระทู้ปรึกษาปัญหาชีวิต
ในทำนองว่าเธอเป็นสาวไซด์ไลน์ แบบ “ผูกปิ่นโต” 
วันนี้คนเลี้ยงดูจ่ายน้อยกว่าข้อตกลงควรจำทำเยี่ยงไร 
ปัญหาของน้องก็มีคนเข้ามาตอบมากมาย อิฉันขอไม่กล่าวถึง
เพราะวัตถุประสงค์ของกระทู้นี้จะเล่าเกี่ยวกับงานซื้อขายบริการทางเพศที่เคยพบเห็น
ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน การใช้ชีวิตของใคร
ขอบอกกล่าวเท่าที่ตัวเองสัมผัสมาและอาจจะใส่ความรู้สึกส่วนตัวบ้าง...ประสาปุถุชนนะเธอจ๋า...


เรื่องที่เล่าคือความจริงในสังคมที่เคยคลุกเคล้า และตอนนี้โฉบเฉี่ยวสถานอโคจรบ้างตามแต่ใครจะกล้าจ้าง 5555
เรื่องราวในกระทู้นี้ไม่ใช่ชีวิตคนหนึ่งคนใด ฉะนั้นฉันไม่ขออนุญาตใครนะยะ ไม่จำเป็นค่ะ

กระทู้นี้แนะนำสำหรับทุกท่านที่สนใจเปิดโลกทัศน์อีกด้าน
แต่ท่านที่คิดว่าตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว หรือรังเกียจสังคมสีเทา โปรดผ่านไปค่ะ

อ่านก็ได้ ไม่อ่านชีวิตก็ไม่พลาดอะไร เพราะงั้นเอาที่สบายใจนะคะคุณขาาาาา


ถามได้ ตอบไหวจะตอบเจ้าค่ะ
อันไหนรู้คือรู้ อันไหนไม่รู้คือไม่รู้  อิฉันไม่ใช่กูรู ไม่รู้ทุกเรื่องขนาดน้านนนนน โปรดอย่าคาดหวังมาก

ขอความกรุณาวิพากษ์วิจารณ์เฉพาะเนื้อหาที่บอกเล่าในกระทู้เจ้าค่ะ
*** กันไว้ก่อนเนาะ ***

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ

ปล.ไม่รู้จะยาวแค่ไหน เขียนเท่าที่ไหวเนอะเตงเนอะ...

เริ่มกันที่ ไซด์ไลน์ หรือ SL.  ...
สาวไซด์ไลน์ หรือ SL. แบ่งได้สองพวกใหญ่ ๆ คือ
ไซด์ไลน์ในอ่าง ศัพท์แสงของคนในวงการเรียก ไซด์ไลน์อาบน้ำ ซื้อขายบริการในอาบอบนวด
และไซด์ไลน์นอกอ่าง ซึ่งรับลูกค้าอิสระ ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ประจำ

เรามาทำความเข้าใจคำว่า ไซด์ไลน์ ขายบริการทางเพศกันก่อนนะคะ
ไซด์ไลน์ขายบริการทางเพศ โดยทั่ว ๆ ไปจะมีคนดูแลหาลูกค้าให้สาว ๆ
ตจว.เรียกเอเย่น กทม.เรียกโมเดลลิ่ง
ซึ่งก็ทำงานคล้าย ๆกัน นั่นคือ เอฯ หรือ โมฯ จะรวบรวมเด็กสาวไว้ในสังกัด
เพื่อจัดส่งให้กับลูกค้าที่มีลิสต์รายชื่อเคยซื้อหา หรือบ้างก็ได้รับการบอกเล่าต่อ ๆ กันมา
เด็กทั่วไปราคากลาง ๆ จะขอถึงตัวที่หนึ่งพันหรือหนึ่งพันห้าต่อรอบ สวย ๆ ก็ขยับไปเรื่อย ๆ จนถึงหลักหมื่นก็มี
*ถึงตัวคือที่เด็กได้ ส่วนใหญ่ไซด์ไลน์นอกอ่างเด็กกำหนดราคาตัวเอง
เช่นเด็กต้องการตัวสองพัน นายหน้าบอกผ่านลูกค้า สองพันห้า นายหน้าก็กินส่วนต่างไปห้าร้อย วิน วินกันไป

ซั่มครั้งละหมื่นต้องสวยขนาดไหน ? ก็ระดับเน็ตไอดอล ประมาณว่าหญิงมองแล้วชม ชายมองแล้วหื่นเจ้าค่ะ
รูปร่างประเปรียวสูงโปร่ง เอวคอด ตูดใหญ่ นมโต หน้าเล็กเรียว จมูกปาก ดวงตากลมโต รับกันทั้งใบหน้าดูดี๊ดี  และ ขาว
พูดแง้ว ๆ คล้ายจะไร้เดียงสา ท่าทางคุณนู้ คุณหนู ดูเรียบร้อย คิขุ อุอิ สายแบ๊วว่างั้น...
แต่ลีลาเร่าร้อนผ่านเป็นร้อยนางกินเรียบ แบบนี้แหละเรียกทอนตังค์ ลูกค้าติดใจน่าดู

เดี๋ยวนี้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เชื่อมโลก การซื้อขายผ่านกรุ๊ปไลน์ หรือ FB. ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ทั้งนั้น เว็บไซท์ SL. โดยเฉพาะ ก็ยังอยู่ดี มีอัตราการเจริญเติบโตตามสมควร
สนนราคา ก็แล้วแต่รูปร่างหน้าตา ความสดใหม่ อาจจะหลักไม่ถึงพัน จนไปยันหมื่นเกินกว่านั้นก็มี แต่น้อยจ้า...
หากจะบอกว่าสาว SL. มีทุกจังหวัดไม่ใช่เรื่องเกินจริงค่ะ แต่ที่หนาแน่นมาก ๆ ก็ต้องเมืองท่องเที่ยวจ้ะ

ไซด์ไลน์นอกอ่าง รับงานผ่านโมฯ มีคนเชื่อมจัดการดูแล ช่วยให้เด็กอุ่นใจในระดับหนึ่ง
หรือประกาศขายผ่านโซเชี่ยลฯ ด้วยตัวเอง ก็ไม่แปลก ไม่แตกต่างจากการซื้อขายสินค้าทั่ว ๆ ไปค่ะ
มีรูปถ่าย มีการบอกคุณลักษณะ ส่วนสัด รูปร่าง จุดเด่น (เว้นจุดด้อยมากที่สุด แฮ่ ๆ) ราคา ระยะเวลาการทำงาน
ถ้าคุณสมบัติเป็นที่พึงใจลูกค้า โมฯ จะทำหน้าที่พาไปส่ง หรือถ้าเป็นลูกค้าคุ้นกันก็นัดน้องไปเจอ จะที่ไหนแล้วแต่ตกลงกัน

เวลาในการให้บริการอยู่ราว ๆ ไม่เกินสองชั่วโมง โดยทั่วไปไม่เกินชั่วโมงครึ่ง สาว ๆ จะพอใจมาก อย่างนี้เรียกลูกค้าเที่ยวเป็น
เจอหน้ากันปั๊บ ถ้าจะให้ดีก็ซั่มเลยเหอะ อย่าอารัมภบทเยอะ เสียเวลาทำมาหากินเพราะน้องมาหาตังค์ไม่ได้มาหาปั๋ว ไม่อยากผูกพันนะคะพี่ขรา
เสร็จกิจแล้วลูกค้าจะจ่ายกับเด็กก็ได้ หรือโอนจ่ายล่วงหน้าที่เอฯ หรือ โมฯ ให้เด็กกับนายหน้าไปเคลียร์กันเองขึ้นอยู่กับการตกลงก่อนซื้อขาย
ส่วนทิปมีเป็นกำลังใจให้สินน้ำใจกันบ้างไม่แปลกเจ้าค่ะ
ลูกค้าใจดี มาซ้ำรอบหน้ารับรองว่า ทอนตังค์ ชัวร์ ชิมิ ๆ 55555555

หนุ่มที่เที่ยวไซด์ไลน์ลักษณะนี้ จะเข้าใจว่าเด็กไม่ช้ำ เด็กร้อนตังค์ไม่รับงานทุกวันเพราะงั้นจะสดกว่าในอ่าง
บางคนก็ชอบเลี้ยงดูเป็นคน ๆ ตกลงจ่ายกันเป็นรายเดือน
ทีละเดือนส่วนใหญ่รับปากรับคำที่สามเดือนถือว่าเหมาะสม อย่างนี้เขาเรียก “ผูกปิ่นโต”
ข้อตกลงหลัก ๆ ของการผูกปิ่นโต คือไม่ยอมให้น้องรับงาน ต้องนอนกับพี่เท่านั้น และกำหนดวันมาหาชัดเจน
มาบ่อยเกินไปไม่ได้นะคะ เพราะมันคือธุรกิจ คือการซื้อขายแลกเปลี่ยนเพราะงั้นกติกาต้องชัดเจนจ้ะ
หนุ่ม ๆ จะตอบแทนปิ่นโตอร่อย ๆ ด้วยการพาช้อปบ้าง เที่ยวกลางคืนบ้าง กินข้าวบ้าง เป็นการดูแลซึ่งกันและกันตามหน้าที่

การผูกปิ่นโตนี้ มีบ้างที่ติดใจยาว ๆ และมีไม่น้อยเบื่อหน่ายก่อนครบสัญญา
อย่างว่าเรื่อง sex ชนิดนี้ ไม่มีข้อผูกมัดไม่ผูกพันใด ๆทั้งนั้นนอกจากเอามัน
พอมันบ่อย ๆ ก็ไม่ตื่นเต้น ต่างคนต่างแยกย้ายไปหาคนใหม่
หญิงหาคนเลี้ยงมาจ่ายตังค์ต่อไป
ชายเปลี่ยนกลิ่นแสวงหาความกระชุ่มกระชวยพิสูจน์ความเป็นชายให้โลกรู้ (มั้ง? หึหึ)

การผูกปิ่นโต เชื่อถือได้มากแค่ไหน ความเสี่ยงเป็นอย่างไร
(ว่ากันเฉพาะทางธุรกิจนะคะ เรื่องโรคภัยอะไรนั่น...หาอ่านที่อื่นเหอะ มีเยอะแยะ)
เราจะมาต่อกันที่ ไซด์ไลน์ ในอ่าง เพราะมันมีความเชื่อมโยงกันอยู่ เยอะมากกกกกกกกกกกก

ต่อตอนหน้าเนอะ...

ไซด์ไลน์ในอาบอบนวด  หรือ ไซด์ไลน์อาบน้ำ  คืออัลไล?
ก็คือหมอนวดค่ะ เรามาทำความเข้าใจอาบอบนวดสมัยนี้ก่อนดีมะ
เมื่อก่อนอาบอบนวดจะมีตู้กระจกที่คนอยู่นอกตู้จะเห็นในตู้ชัดแจ๋ว แต่คนในตู้มองไม่เห็นข้างนอก
ปัจจุบันตู้ที่ว่าอันตรธานไปกับกาลเวลา สาว ๆ ถูกจัดให้นั่งมุมใดมุมหนึ่ง ไซด์ไลน์ราคาแพงถูกแยกนั่งต่างหาก
ในบรรดาหมอนวดแต่ละร้านมีหลายรหัส รหัสที่ว่าเป็นตัวกำหนดราคา
กระทู้นี้เราจะพูดเฉพาะที่เป็นไซด์ไลน์จริง ๆ
อะไรคือไซด์ไลน์จริง มีไซด์ไลน์ไม่จริงด้วยหรือ...มีจ้ะ
เพราะบางร้านเหมารวมสาว ๆ เป็นไซด์ไลน์หมด ส่วนไซด์ไลน์ราคาแพงที่จะได้รับสิทธิพิเศษมีชื่อเรียกต่างออกไป
บ้างก็โมเดล บ้างก็พริ้ตตี้ แล้วแต่จะสรรหาศัพท์มาสร้างมูลค่าเพิ่ม

เอาเป็นว่า ไซด์ไลน์จริง ๆคือ หญิงสาวที่ได้รับการงดเว้นไม่ต้องตอกบัตร ไม่จำเป็นต้องอยู่ดึกดื่นตามกติการ้าน
มาหาตังค์เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่สะดวกไม่มาไม่เป็นไร มาครั้งละ 2 วัน ยันสิบห้าวัน เดือนเว้นเดือนไม่มีปัญหา
ประมาณว่าหิวเงินเมื่อไหร่ค่อยแวะมา ถ้าน้องยังไม่โทรม เรายินดีต้อนรับซำเหมอ
ราคาซื้อขายไซด์ไลน์เกรดปกติ ถึงตัวราว ๆ สองพัน ถึง สองพันห้า แล้วแต่ร้าน
ถ้าตัวจัด ๆ สวย ๆ อัพราคา 4-5 พัน แต่ต้องสวยจริง สวยทั้งหน้า ทั้งนม ทั้งตัว...ทั้งไหนต่อไหน

ราคาหลักหมื่นมีไหม มีค่ะ...สองหมื่น สามหมื่น ก็ยังมี นี่เรียกเกรดพิเศษไม่ต้องโชว์ตัวใช้แค่ชื่อกับรูป ก็ขายได้
พร้อมมีเกียรติประวัติเล็กน้อยเช่นบอกว่าผ่านการประกวดซูเปอร์ นู่น นี่ นั่น
เคยถ่ายงานลงนั่น นี่ นู่น เคยมีข่าวกับ โน่น นู้น อารายประมาณเน้...ก็เรียกค่าตัวได้ค่า
สาวไซด์ไลน์ทางร้านจะขอให้รับงานอย่างต่ำสองรอบ บางคนขอมาแค่รอบเดียวถ้าสวยจริงร้านยอมค่ะ
หนึ่งรอบคือ ชั่วโมงครึ่ง บางคนลูกค้าจองตั้งแต่สี่โมง แล้วต่อ ๆ ไหวก็รับ ไม่ไหวจะกลับไม่มีปัญหา
แต่ทั่ว ๆ ไป ได้สามรอบปุ๊บกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องรอร้านเลิก ไม่จำเป็นต้องอ่างแตก
ห้าทุ่มน้องนางแต่งตัวลุ๊กคุณหนูขับรถคันหรูอยู่ทองหล่อ ชะม้อยชะม้ายชายตา
คุณไม่มีทางรู้หรอก นางผ่านมาแล้วกี่น้ำ อร้ายยยย คืนนี้ลงอ่างมากี่รอบ แฮ่ ๆ

ไซด์ไลน์ตัวจริงพวกนี้มาจากไหน อยากรู้ใช่ไหม  รู้แล้วอย่าตกใจนะ รู้แล้วเหยียบให้เล็ด 555
เด็กนั่งดริ๊งก์ร้อนเงิน นักศึกษาร้อนตังค์ พนักงานออฟฟิศ แม่ค้าขายเสื้อผ้าในตลาดนัด พริตตี้ ฯลฯ อีกมากมาย เป็นไซด์ไลน์ในอ่างมีเยอะค่ะ
มาทำงานนี้เพราะเดือดร้อนจริง ๆ เช่นสมาชิกในครอบครัวป่วย ไม่มีจะกิน มีบ้างแต่ไม่มาก
ส่วนใหญ่อยากได้ตังค์เยอะ ๆ จุดประสงค์เพื่อ...อำนวยความสะดวกให้ชีวิต

บางคนมาจาก ตจว. เพื่อทำงานแค่หนึ่งสัปดาห์ หาเงินไปกินไปเที่ยว
ที่เคยเจอคือลูกเจ้าของโรงงาน พ่อแม่ขับรถยุโรป แต่คุณหนูหน้าใสแอบมารับงานหาเงินไปปรนเปรอแฟนหนุ่ม !
เคยเจอแม่บ้าน ผัวไปประชุมหนึ่งอาทิตย์ เมียอยากได้เงินก้อนส่งให้พ่อแม่ ก็เลยมารับจ๊อบ
ไซด์ไลน์ปิ่นโต หนีคนเลี้ยงมารับงานมีมาเรื่อย ๆ ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่เยอะพอใช้
ไซด์ไลน์นอกอ่าง ยามไม่มีลูกค้า ถ้าตัวแน่น ๆ หน้าสวย ๆ
ยอมลดราคาตัวเองลงหน่อยนั่งสลอนในอ่างเยอะแยะ เพราะสวยจัดสวยจริง เราการันตีรอบนะคะ

เด็กนั่งดริ๊งก์ที่ว่าไม่ออฟ ไม่ให้ลูกค้าล้วงควักแต่ลางานร้านหนึ่งสัปดาห์ ไปรับงานไซด์ไลน์อ่าง ตจว. ปั๊มเงินแป๊บนุง บ่อยไป
นักศึกษาสาวอยากลองของ นึกสนุกมาซ้อมกามกรีฑายังมีเล้ยยยยย
หนีกิ๊ก หนีสามี หนีพ่อหนีแม่ หนีผู้ปกครองมาเป็นไซด์ไลน์เยอะจน...ไม่อยากสนใจค่ะ
บางคนงานทำรายได้เดือนละหลายหมื่น แต่...โลภ
ใช้คำว่าโลภนะคะ เพราะนางอยากให้ตัวเลยในบัญชีพรวดพราดมาทำไซด์ไลน์ยังมีเลยค่ะ

การเป็นไซด์ไลน์ในอ่าง ส่วนหนึ่งนั้นคือมีโมเดลลิ่งหรือเอเย่นพามา
นายหน้าเหล่านี้ก็คือคนเดียวกับที่ส่งเด็กไซด์ไลน์นอกอ่างนั่นแหละค่ะ
บางทีหาลูกค้าไม่ได้ ก็...ดีลกับอาบน้ำ กล่อมเด็กให้ลองลงอ่างดูบ้าง เป็นอีกทางเลือกเมคมันนี่
เด็กทำงานไซด์ไลน์ข้างนอกส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าอาบอบนวด
เพราะมันดูชัดมาก ดูเป็นสถานที่ค้าประเวณีชัดเกินไป ไม่อยากนั่งให้ลูกค้าเลือก
สู้ไปเจอหน้าผู้ชายเอาก็เอา ไม่เอาไม่เป็นไรแยกย้ายกันไป ไม่ใช่นั่งรอเงก แบบนี้ไม่ไหว...จริงมั้ยคะ น้องขา
ไหนจะอายอีกล่ะ มันแปลก ๆ นะ นั่งให้ลูกค้าเลือกเหมือนผักเหมือนปลา อนาถตัวเองชะมัด เนอะ...
เพราะงั้นไซด์ไลน์นอกจะลังเลพอควรถ้าต้องมารับงานอาบน้ำ
แต่ถ้าลองได้มาแล้ว จะกลับมาอีก เลือกเดินสายนี้จะรู้ว่าข้อดีของอาบน้ำมีเยอะจ้า

อีกอย่างที่เป็นปัญหาสำหรับสาวนอกอ่างคือ มันต้องฝึกนี่แหละ เพราะอาบน้ำมันต้องทำออรัลเซ็กซ์ให้ลูกค้าอะนู๋
และไอ้ของแบบนี้อย่าบอกว่าใครก็ทำเป็นนะคะ เป็นแบบไหนล่ะ เป็นแบบผู้ชายทำใจให้อภัยหรือทำผู้ชายติดใจ ?
อั่ยย่ะ 18+++ ยี่ห้อ มิ้ว ณ ชมวิว ชิมิคะ  555555555555

สิ่งที่คุณไม่รู้ไม่ได้หมายความว่าไม่มี ที่มันมีอยู่อย่าคิดว่าเพิ่งเกิด
บางทีมันมีมานาน นานมาก เพียงแต่ไม่มีใครบอก คุณจึงไม่รู้ ใช่หรือไม่...

ใจเย็น ๆ เค้ามาอัพให้อ่านเรื่อย ๆ แหละตัวเธอว์ เรื่องเล่ามันเยอะ นี่แค่ยอดภูเขาเองนะคะ ฮ่าๆๆ
ตอนหน้าเรามาดู หนุ่มผูกปิ่นโต กับปิ่นโตของเขา...ความเข้าใจผิด หรือการตั้งใจหลอกลวง หุหุ

ผู้หญิงกลางคืน ???
ที่มาสาวไซด์ไลน์พูดไปแล้วคร่าว ๆ ตอนนี้เราลองมาเจาะลงลึกเพิ่มอีกเล็กน้อย
เท่าที่อิฉันเคยสัมผัสกับสาว ๆ ในฐานะผู้คัดเลือกเหล่าเธอเข้าทำงานอาบน้ำ
ด่านแรกที่เจอคือ เอเย่น หรือ เอฯ จะเป็นคนเอาสาว ๆ มาให้เลือก คนไหนควรได้รหัสอะไร
บางคนตั้งค่าตัวมาจากบ้าน พอมาถึงหน้างานแก้ผ้าออกดูปรากฎจุดบกพร่อง
ร้านอาจต้องมีการต่อรองขอลดราคาเพื่อให้ “ขายง่ายขึ้น”
หลังจากตกลงค่าจ้างกันเรียบร้อย เราจะส่งน้องไปเทส
ก็คือสอบถามความรู้เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์เบื้องต้น ทำอะไรเป็นบ้าง ยังไง แค่ไหน

และ...จะถูกส่งไปฝึก (เคยเล่านานมาแล้ว) การใช้ปากทำรัก การเคลื่อนไหว การส่งเสียงร้อง
การอาบน้ำ นวดเนื้อ นวดตัว กิริยามารยาท วิธีการพูดเอาใจลูกค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจ
ลูกค้าลงอ่าง ไม่เหมือนเที่ยวไซด์ไลน์นอก เพราะเมื่อเขาชอบสบโอกาสเขาจะมาร้านเรา
ไม่ว่าจะขึ้นรอบกับเด็กคนไหน หลังจากหักส่วนแบ่งให้นายหน้าและเด็ก รายได้ก็เข้าร้าน
ฉะนั้นอาบอบนวด จำเป็นต้องฝึกสอนด้านบริการให้พนักงานทุกคน เพื่อสร้างชื่อเสียงด้านดีให้กับร้าน
ความเป็นมืออาชีพอาบอบนวดจึงมีมากกว่าข้างนอกค่ะ ที่สำคัญปลอดภัยทั้งผู้ซื้อผู้ขาย
รายได้เด็กตายตัว ร้านดัง ๆ เด็กได้งานชัวร์ ลูกค้าสบายใจไม่ต้องกลัวถูกแบล็คเมล์หรือชิงทรัพย์
อาบอบนวดมีกฎเหล็กเด็กสามารถปฏิเสธให้บริการลูกค้าที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย
มีการตรวจโรคเป็นประจำทุกเดือน และดูแลความปลอดภัยกรณีเจอลูกค้าโรคจิต
ดังนั้นต้นทุนของอาบอบนวดจะสูงกว่า ราคาของเด็กอาบน้ำก็แพงกว่า
แต่...ลูกค้ายังเข้าใจว่าเด็กข้างนอกไม่ช้ำ อาจจะจริงเป็นบางคน แต่ที่แน่ ๆ ความเสี่ยงเยอะกว่ามาก

ไม่ได้หมายความว่าอิฉันสนับสนุนให้ขายตัวในอาบอบนวดนะคะ
อิฉันไม่สนับสนุนให้ใครขายตัวค่ะ ไม่ว่าจะที่ไหนทั้งนั้น แต่ถ้ามันเลี่ยงไม่ได้
เมื่อมีคนอยากซื้อ มันก็ต้องมีคนขาย การจัดที่ทางให้ค้าขายสามารถตรวจสอบได้ย่อมดีกว่า

ไซด์ไลน์นอกอ่าง กฎกติกาไม่มีอะไรเลย นัดเจอกัน พูดคุยป๊อบแป๊บแล้วปฏิบัติภารกิจให้มันเสร็จ ๆ
ทุกอย่างเป็นเทคนิคของเด็กเอง ถ้างานเก่ง งานดี ลูกค้าก็บอกต่อมีคนมาใช้บริการอยู่เรื่อย ๆ
แต่...ถึงอย่างนั้น ลูกค้าจะซ้ำสักกี่หน ผู้ชายมาเที่ยวจะติดอกติดใจ
มีความต้องการเมื่อไหร่ต้องคนนี้เท่านั้น มันจะมีกี่เปอร์เซ็น และมันจะนานแค่ไหนที่ต้องเป็นคนเน้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฉะนั้นที่ว่างานดีแล้วลูกค้าปากต่อปากบอกต่อ ๆ กันไป ถ้าไม่นับโลกโซเชี่ยล
ถามจริง ๆ จะมีกี่รายที่กล้าโพนทะนาว่าไปตีม่อมา จริงไหม?

สุดท้ายเด็กก็ต้องพึ่งเอฯ พึ่งโมฯ ช่วยหางานให้ เพราะพวกเขามีลิสต์รายชื่อลูกค้าในมือ หมุนเวียนสลับกระจายทั้งเด็กทั้งลูกค้า
โมฯ หรือ เอฯ ใช่ว่านั่งกระดิกหูรอ อยากมีลูกเล้าต่อเนื่องก็ต้องใจซื้อใจ
เด็กเป็นสินค้า ไปไหนก็ได้ ยิ่งทำงานนานวันยิ่งรู้จักคนในแวดวงเดียวกัน เด็กก็มีที่ไป
เด็กบางคนเก็บสะสมลูกค้า แม้ไม่มากแต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องง้อนายหน้าอยู่ร่ำไป เพียงแต่มันไม่เยอะพอให้อุ่นใจก็แค่นั้น
เพราะงั้นวิธีการออกเงินกู้ แนะนำให้ใช้ของหรู ๆ หลอกล่อให้ฟุ่มเฟือย
ใช้จิตวิทยาเกลี้ยกล่อมสารพัด บางคนหลวมตัวก็ทำงานใช้หนี้โมฯ ยาว ๆไป

เด็กไซด์ไลน์นอกมีคนผูกปิ่นโต มีรายได้เดือนหลายหมื่นเป็นความจริง แต่...มันไม่นาน
อย่าลืมว่ามันคือการซื้อขายบริการ จ่ายตังค์ซื้อใช้งานจบแล้วจบกัน ใครฝันต่อก็...ซวยไป
เหมือนคนเราชอบกินบะหมี่เจ้านี้มาก กินบ่อย ๆ ก็ไม่ไหว แล้วเซ็กซ์เนี่ยมันไม่ใช่อาหาร
เพราะงั้นถ้าซื้อมาแล้วเบื่อทำไง ? โยนทิ้งสิคะ จะรออะไร หาใหม่ข้างหน้ามีถมถืด
คนเราเมื่อทำตัวเป็นสินค้าก็ต้องทำใจว่าบางครั้งมันต้องอยู่อย่างไร้หัวใจ

คนเลี้ยงดีให้ตายยังไงเขาก็ไม่คิดเอาไซด์ไลน์เป็นลูกเป็นเมีย แหม่...เที่ยวผู้หญิงเดือนละหลายหมื่น
ถามจริง มันจะหาเมียดี ๆ ไม่ได้เชียวหรือ ???
โอเค๊ อาจมีฟลุ๊ก ๆ ปลูกต้นรักด้วยกันเจริญงอกงาม ลืมความหลังเริ่มต้นใหม่มีไหมมี...แต่...กี่ราย ?
ยากยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่อีกมั้ง เผลอ ๆ เล่นสองตัว สามตัวจะถูกง่ายกว่าด้วยเหอะ

ที่อิฉันพล่ามมา เชื่อเถอะว่าเธอ ๆ เหล่านั้นรู้ค่ะ แต่ไม่นำพา
กว่าจะใส่ใจก็นู่น...ตอนที่ค่าตัวตกต่ำ หาสามีไม่ได้ ไม่มีผู้ชายเลี้ยง
มีแต่ผ่านมาผ่านไป เงินเคยได้เยอะ ๆ กลายเป็นแค่ได้เงินพอยาไส้ พวกนี้สิเยอะมาก

มีบางคนบอกเห็นคนนั้นคนนี้ตั้งตัวได้
ออกจากวงการแล้วตอนนี้ได้ผัวดีรวยเป็นเศรษฐีนี่สบ๊ายสบาย
ชีวิตดี๊ดี นู่น นี่ นั่น ฉันก็รู้ว่ามี แต่...มันน้อยมาก ไม่อยากนับค่ะ
ที่เห็น ๆ คือ พวกเคยสวย ๆ เริ่มหย่อนยาน อยู่เมืองไทยขายไม่ออก
ต้องไปเร่ขายตัวเมืองนอกเผื่อโค้งสุดท้ายได้ผัวต่างชาติ
ยิ่งกว่าหวังถูกรางวัลที่หนึ่งอีกนะนั่น หึหึ

คนคิดได้มันก็คิดได้เอง ทำงานเก็บตังค์หันหลังให้อดีตไม่พูดถึงไม่คิดถึง
ยอมกลับมาทำอาชีพที่ต้องทุ่มเทตรากตรำเป็นปกติชาวโลกละทิ้งฝันเพ้อ ก็พอมี
บางคนคิดไม่ได้แต่สังขารไม่ให้จำใจทำงานหนัก มีเยอะกว่า
ไอ้ที่คิดไม่ได้เลยสาธยายไปก็เท่านั้น  ร้องเพลงให้ต้นไม้ฟังยังได้ประโยชน์กว่าอีก บอกเลย

อย่าลืมว่าอาชีพขายตัว ใครก็รู้มันคือการขายศักด์ศรี มีแต่คนหยามหมิ่น 
เป็นบาดแผลในชีวิต พวกเธอก็รู้แต่ยังเลือกจะเดินทางนี้
มันเพราะอะไร ?
มันเกิดอะไรขึ้น ?
ทัศนคติการใช้ชีวิตเป็นแบบไหน ?
ทำไมถึงคิดไม่ได้ ?

อยากรู้ไหม...อยากรู้จะเล่าให้ฟัง...
ปล. เล่าเท่าที่เคยเห็นนะจ๊ะ

ดารา นางแบบ รับงาน SL. มีบ้างไหม
คำตอบคือ มีค่ะ แต่จำกัดคนรู้ ต้องแวดวงเดียวกันเท่านั้น
SL. ต้องมีตัวแทนจำหน่ายเจ้าค่ะ เพราะงั้นเอเย่นพวกเหล่าเธอจะเก็บความลับเก่งมาก
ขาย โสไฮโซ ส่วนต่างมันแยะ ได้กันเยอะนี่นา
อ่อ...ไม่จำเป็นต้องไปถึงเมืองนอกหรอกจ้า อิอิ

แต่ดาราระดับนางเอกรับงาน อืม...ไม่กล้าฟันธงว่ามีหรือไม่มี ของงี้บางทีเงินมาผ้าหลุดอะนะ

รักสบายเกินไปหรือเปล่า ยอมทำงานขายตัวขายศักดิ์ศรี ไม่คิดถึงอนาคตบ้างหรือ?
คำถามสุดฮิตของคนนอก !!!

รักสบายเป็นอย่างแรกของคนเลือกอาชีพนี้
ไม่สู้งานหนัก ความอดทนน้อย ขาดทักษะ ขาดความรู้ความเข้าใจการใช้ชีวิต คือที่ตามมา
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ สังคมแวดล้อม
เชื่อหรือไม่ ครอบครัวการเลี้ยงดู อิฉันให้น้ำหนักเท่า ๆ กับ เพื่อนที่เด็กคบค่ะ
เมื่อก่อน ตอนยังไม่เห็นอะไรต่ออะไรเยอะขนาดนี้ ก็คิดว่าพ่อแม่มีส่วนผลักดันให้เข้าวงการค้ากาม
แต่...พอเห็นหลาย ๆ คนหนีพ่อแม่มาทำเพราะอยากได้กระเป๋า เอาเงินไปเที่ยว ไปเลี้ยงผู้ชาย
เพื่อน ๆ ทำจนเป็นปกติ ได้ตังค์ได้ทิป ได้เที่ยวหรู ๆ ดี ๆ ก็เอามาแข่งมาอวดกัน
แต่ปิดบังพ่อแม่แอ๊บใสซื่อตีหน้าตาย เห็นแล้ว...ไม่รู้จะว่าไงดี เฮ้อ...

มีน้อง SL. นอกอ่างอยู่คน ที่เอเย่นเธอส่งมาพบปะพูดคุย ขอเรียกน้องว่าน้องนะคะ
น้องอิดออดไม่อยากลงอ่างในเมืองหลวง เพราะ “กลัวแฟนหนูรู้ค่ะพี่ คือ...เขากับเพื่อนก็เที่ยวแนวนี้”
คุยมาคุยไป ได้รู้ว่าแฟนก็คือ คนเลี้ยงดูส่งเสีย จ่ายเดือนละสี่หมื่น
แต่...น้องอยากปิดไฟแนนซ์รถเร็ว ๆ เลยติดต่อเอเย่นเจ้าประจำขอทำงาน
เอฯ ส่วนใหญ่ในกทม.จะติดต่ออ่างฯ เพื่อส่งเด็กลงหาตังค์ยามเอฯ หางานให้เด็กไม่พอ ก็ติดต่อกับอิฉัน
งานคืองาน อิฉันก็ต้องดูสินค้า ได้คุยกับเอ ฯ กับน้อง พบปัญหา ประสาคนทำงานประมาณนี้
อิฉันก็ส่งนางลงอ่าง ตจว. ด้วยดีลหรูหราเพราะนางสวย นิสัยดี น่ารัก พูดง่าย เป็นกันเอง
เอฯ การันตีว่างานดีมาก เสียดายไม่น่ายอมผูกปิ่นโต
แต่น้องให้เหตุผลว่าอยากถนอมตัว ตอนนี้ก็ยี่สิบเจ็ดแล้ว จะให้หักโหมเหมือนตอนรุ่น ๆ มันจะใช้งานได้ไม่ดี
ที่ยอมเข้าอ่าง เพราะเจ๊บอกว่าประกันสองรอบ ถึงตัวรอบละสามพัน รวมเป็นเงินหกพันต่อวัน
(น้องขอรับงานแค่สองรอบเท่านั้น) ถ้าทำสิบวันได้หกหมื่น ตั้งใจทำสิบห้าวันต่อเดือน รวมเป็นเงินเก้าหมื่น
อดทนทำสักสองเดือน ก็หมดภาระหนี้รถคันนี้ แล้วส่งไปให้ที่บ้านใช้
ใจเล็งคันใหม่อีกคันไว้แล้ว ค่อยเริ่มผ่อนอีกที...น้องว่างั้น

ข้อมูลจากเอฯ น่าตกใจกว่าเพราะน้อง SL. ผูกปิ่นโต ของใครก็ม่ายรุ แต่หลุดเข้าอ่างเป็นบางเวลา
น้องนางนี้ ขุ่นพ่อเป็นข้าราชการซีสูง ขุ่นแม่เป็นแม่บ้าน พี่สาวเป็นทันตแพทย์ น้องชายทำงานบริษัทใหญ่โต
แต่...นางเกเร มีผัวแต่เด็ก เที่ยว ๆ กิน ๆ อยู่กับแก็งค์เพื่อนสาวเจ้าแม่ปาร์ตี้ ในที่สุดจบลงตรงยอมทำงานตามเพื่อน
“มันอยู่กับพี่มาตั้งแต่อายุสิบแปด ลุ๊กคุณหนูไม่ใช่การปรุงแต่ง แต่มันเป็นของมันอย่างนี้เอง”

ทุกวันนี้พ่อแม่นางไม่รู้วิธีการหาเงิน แต่ไม่ว่ากระไรที่ลูกสาวเรียนไม่จบ
ไม่แน่ใจว่าทำงานทำการอะไร เป็นห่วงก็ได้แค่ถามจะตามจิกชีวิตก็กระไร
เพราะนางไม่รบกวนเงินใคร ซ้ำยังมีเงินมีทองมีของไปอวดแข่งพี่แข่งน้องที่บ้านเป็นพัก ๆ
งานที่นางอ้างกับพ่อแม่คือหุ้นกับเพื่อนขายของในเน็ต ซึ่งมีเยอะเป็นดอกเห็ด อ้างงี้พ่อแม่ก็ตามยากแล้ว
ประกอบกับนางหลุดวัยใสมาแล้ว ขุ่นพ่อขุ่นแม่ก็คงล้าจะตามติด เพราะ...
ลูกน่ะเราเลี้ยงได้แต่ตัว หัวใจของเขาถ้ามันแหลกเมื่อไหร่เราคอยเก็บเศษมาประกอบใหม่ มันได้แค่นี้จริง ๆ

น้องอยู่ในวงการ SL. รู้จักลูกค้าเยอะ เริ่มต้นค้า ๆ ขาย ๆ อยู่หัวเมืองทางเหนือ
เวลาผ่านประสบการณ์เพียบ ประสบกามเพิ่ม ก็บ่ายหน้าเข้ากรุงเทพ โมหน้า ศัลย์ทั้งตัวใหม่ ไฉไลกว่าเก่า
จากอยู่หัวเมืองราคาสองพัน เข้ากรุงด้วยการอัพไซค์ร้อยไหมราคานางพุ่งถึงสูงสุดห้าพันต่อครั้ง
ทั้ง ๆ ที่ตอนมาเมืองหลวงน้องอายุ ยี่สิบสามย่างยี่สิบสี่นะคะ ฉะนั้นที่บอกว่าเด็กสด ราคาสูง ได้ราคาดี มันไม่จริงเสมอไปจ้า
จะเดินทางสายนี้ การลงทุนกับเนื้อตัวสำคัญมาก ผิวเนียนลูบแล้วลื่น ผมนิ่ม กลิ่นหอมทั้งตัว
สำคัญพอ ๆ กับนมใหญ่ ก้นแน่น ๆ ขายาว ๆ เรื่องหน้าเนี่ย จิ๊บ ๆ ค่ะ มีให้เลือกทำเป็นร้อย
ฟิต แอนด์ เฟิร์ม เอิ่ม...บางทีก็เป็นเรื่องของสรีระและเทคนิคในการดูแลของใครของมันมั้ย? อิอิ

น้องมีคนผูกปิ่นโตเป็นระยะ ๆ หาคนเลี้ยงหลักไปเรื่อย ๆ เพราะไม่ต้องเหนื่อยมาก มีของตายมันดีกว่าอยู่แล้น จริงไหม
จะขายผ่านเอฯ ก็ต่อเมื่อทางโล่ง นางเคลียร์เวลาแม่นมาก เดือน ๆ หนึ่งมีรายได้เกินหกหลัก

ถามจริง ๆ คุณคิดว่าคนที่เคยชินกับการหาเงินได้เดือนเป็นแสนด้วยวิธีแบบนี้
เขาจะเปลี่ยนไปทำงานออฟฟิศวันละแปดชั่วโมง ต้องทนหัวหน้างี่เง่าโขกสับ ต้องทนกับเพื่อนร่วมงานขี้อิจฉา
ทำงานสัปดาห์ละหกวัน แต่กินอาหารในร้านหรู ๆ มื้อละสองสามพันได้แค่เดือนละครั้ง อย่างดีก็อาทิตย์ละหน
ผู้ชายที่เจอในที่ทำงาน ส่วนใหญ่บ้าน ๆ ขี้งก ขี้นินทา ถ้ามาเปย์กับเราก็เก็บเอาไปเม้าท์
น้องอิฉันมันจะทำไหมไอ้งานเดือนละสองหมื่นกว่า ๆ มันก็ไม่ทำค่ะ
SL. ส่วนใหญ่ไม่ทำงานปกติก็เพราะแบบนี้แหละคู๊ณ

คนมันเคยชิน เคยใช้ เคยได้ ขายตัวได้เงนเดือนละแสน ครึ่งแสน
เก็บไปทำหน้า ทำตัว ขัดผิว รีแพร์ สวยทั้งวันทั้งคืน หอมตั้งแต่หัวจรดตรีน
ไปไหนทีมีแต่สายตาชื่นชม สวยจัง เป๊ะเวอร์ น่ารักเนอะ น่าเอาว่ะ
ใครมันจะมารู้มาเห็นกว่าจะสวยเป็นนางฟ้า ผ่านอะไรมาบ้าง
แต่ก็ช่างเถอะ เพราะถ้าผู้ชายจองขอซั่มยาวเป็นปี แสดงว่าเงินมีสะพัดไม่ขาดมือ
ใครด่ากาหลี่แล้วไง ไม่ได้ให้เอาฟรี ๆ ดีจะตาย หึหึ

น่าสมเพชจริง ๆ ไม่สงสารพ่อแม่บ้างเล้ย
ผู้หญิงพวกนี้ไม่คิดถึงตอนแก่ ไม่คิดถึงตอนร่วงโรยหรือไง
ไม่สงสารผู้ชายที่จะมาเป็นสามีบ้างเหรอ คอยดูเถอะเป็นแม่คนแล้วจะรู้สึก

บอกไว้ตรงนี้เลยนะ อย่าไปคิดแทนคนอื่น... !!!
โกรธฉันที่พูดตรงก็เรื่องของคุณ ความจริงมันแสลงใจ ฉันเข้าใจ ฉันไม่โกรธตอบหรอกจ้า

อ่อ...มันยังไม่จบนะ
เพราะชีวิตไม่จบง่าย ๆ สาว ๆ ที่คิดว่าใช้ความสวยเป็นประโยชน์มาถูกทาง
ใครอยากทำ SL. ควรเปิดใจฟังความจริงโคตรยำยำจากอิฉันเหมือนกัน
แฟร์ดีนะ...

SL. งานสบายรายได้ดี จริงหรือ?
จริงค่ะ !!!
ถ้าเอาไปเทียบกับต้องทำงานในออฟฟิศวันละ 8 – 9 ชั่วโมงที่...
ต้องอยู่กับกองเอกสาร
ต้องดีลกับคนร้อยพ่อพันแม่มากรายเอาแต่ใจตนเป็นที่ตั้ง
ต้องเล่นการเมืองในองค์กร
ต้องมีทักษะด้านใดด้านหนึ่ง อาจะไม่ถึงขั้นช่ำชองแต่ก็ต้องรู้จริง
ต้องตีสองหน้า ต้องช่างนินทา ต้องทนความน่าเบื่อจำเจ ฯลฯ

เป็น SL. ประสบความสำเร็จควรมีอะไรบ้าง
สวย หุ่นดี ดูแลตัวเองสะอาดเสมอ พูดเพราะเข้าใจง่าย เอาใจเก่ง เรื่องบนเตียงไม่เกี่ยง
แค่นี้ก็...เริ่ดแล้วจ้า...(กระซิบเป็นทริค ไอ้ที่บอก ๆ เนี่ย ในตลาดหาโคตรยากเลยเธอเอ๋ย)
ขนาดว่าการเป็นไซด์ไลน์เจ๋ง ๆ ก็แค่ใช้ต้นทุนที่ดีมีอยู่อยู่เดิม ไม่ต้องพัฒนาอะไรมาก
ทำไม๊ ทำไม คนซื้อถึงได้ว่าหายากหาเย็น
ความจริงคือ คนสวยมักขี้เกียจ งานไม่ค่อยดี พวกนางทางเลือกเยอะ เรื่องมาก ไม่พอใจหน้าหงิกใส่ ไม่ง้อลูกค้า
เพราะ คนไม่สวยขยันเอาใจเก่ง งานดีก็จริง แต่...ไม่ค่อยสวยไง ลูกค้าไม่ค่อยเลือก
พวกกลาง ๆ ค่อยยังชั่วหน่อย ถ้านาง ๆ เสริมจุดขายสร้างจุดแข็งก็ทำเงินไม่เบา
แต่...ไม่มีอะไรง่าย คนจ่ายตังค์มักคาดหวังสูงเสมอ โดยเฉพาะกับงานบริการ
ฉะนั้นจะหาที่เป็นมืออาชีพ เข้าใจงานบริการจริง ๆ มันยาก แต่...มันก็พอทำความเข้าใจได้

ขอวนกลับไปเรื่องผูกปิ่นโตสักเล็กน้อย ทำไมคนเลี้ยงบางคนเจอปิ่นโตเน่า ไม่เอาใจ ไม่ง้อ
บางคนแม่มไม่สวยด้วยนะ 555 (อ่ะ ๆ แทงใจดำใครบ้างน๊อ...คริ คริ)
อย่างที่บอกค่ะ น้อยคนที่ทำงานบริการแบบนี้จะเข้าใจงานบริการอย่างถ่องแท้
คนเป็นมืออาชีพจริง ๆ ไม่ใช่คนปฏิบัติหน้าที่
แต่คือ เอเย่น ฯ คือเชียร์แขก คือพวกเจ้าของร้าน พวกทีมบริหารที่วางกลยุทธ์แย่งชิงทั้งเด็กและลูกค้า...ฯลฯ

หญิงสาวในอาชีพขายบริการจะมีปมด้อยอยู่แล้ว เหตุเพราะพวกเขาไม่นับถือตัวเอง
แต่...นาง ๆ ทดแทนด้วยการมีความมั่นใจแปลก ๆ และแสดงออกอย่างที่คนในสังคมสว่างเข้าใจยากนิดนุง
ส่วนใหญ่สาว ๆ จะคิดถึงตัวเองเป็นหลัก เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
การได้ตามใจตัวเองถือเป็นการเพิ่มความมั่นใจ
การบอกว่าไม่แคร์คือปลอบใจตัวเองที่ขาดความเคารพในศักศรีดิ์ของตน

เข้าใจไหมว่าถ้าคิดอะไรที่มันมากกว่าเข้าข้างความต้องการของตัวเอง เขาไม่มาทำงานนี้หรอก
ผู้หญิงขายบริการที่อยู่ในช่วงวัยสิบกว่าปีไม่เกินสามสิบปี ส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าตัวเองสวย
ส่วนใหญ่จะเชื่อว่าตัวเองขายได้และมีทางเลือกเสมอ ซึ่งมันก็จริงในส่วนหนึ่ง
สาวที่มีประสบการณ์จะเย่อหยิ่งน้อยลง แต่ลูกล่อลูกชนแพรวพราวเซฟตัวเองเก่ง ดูดเงินจากกระเป๋าไวมาก
สาวอ่อนประสบการณ์จะหวงตัว ลูกล่อลูกชนไม่เท่าไหร่แต่ไม่ยอมอะไรง่าย ๆ นั่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ยอม
ลูกค้าจะเจอไซด์ไลน์ถูกใจตอบสนองได้อย่างเต็มที่ จึงไม่ง่าย
สาว ๆ ส่วนใหญ่อยากได้ลูกค้าไม่เรื่องมาก ไม่ตามเช็ค ไม่มาหาวันอารมณ์ไม่ดี ยอมให้เธอเสมอ
ที่สำคัญจ่ายง่ายจ่ายหนัก ไม่ทักไม่ถามวุ่นวายนี่เรียกเทพบุตรเลยนะ 555
แล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อคนซื้อก็คาดหวังให้เอาใจ ตามใจ พูดง่าย
คนขายก็หวังให้อีกฝ่ายจ่ายง่าย ๆไม่ต้องอธิบายมาก ไม่ต้องเทิดทูนตลอดเวลา
ความสมดุลย์มันหายาก การผูกปิ่นโต จึงไม่ยาวนานไงจ๊ะ

ต่อให้ทั้งผู้ซื้อผู้ขายที่มีความต้องการเหมาะสมลงตัวประมาณตามหากันจนเจอ
ชายหนุ่มเจอปิ่นโตอร่อยถูกปากถูกใจ
หญิงสาวเจอคนดูแลใจป้ำไม่พูดมาก
ทั้งคู่ตกลงปลงใจดูแลซึ่งกันเป็นระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้
ดูเหมือนจะไปได้สวยใช่ไหม แต่... ไม่ใช่ย่ะ !
เพราะ ความสัมพันธ์ฉันคู่รักที่ว่ารู้อกรู้ใจ แชร์ความรู้สึกจากใจจริง
ยังมีปัญหาไม่ลงรอย มีการถกเถียงต้องจูนกันครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเรื่องปกติจริงไหม?

ความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนซื้อขาย มีอะไรเหนี่ยวรั้งเจ้าคะ นอกจากผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายพึงพอใจ
แต่คนอะนะ ความพอใจมันคงที่ซะเมื่อไหร่ มันก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
วันนี้อาจชอบที่พี่ดูแลดี ดี๊ ดี แต่อยู่ ๆ ไป รู้สึกว่าใจไม่ถึงพอ
หรือพี่ชอบที่น้องเป็นคนง่าย ๆ ท่าไหนก็ได้ เอาใจเก่ง แต่...นานวันไปไม่มีอะไรใหม่ ก็เบื่อจนได้
คนสองคนมีความพึงใจในผลประโยชน์ระหว่างกัน เมื่อถึงวันประโยชน์ไม่สมอย่างเข้าใจ
หรือสมอกสมใจฝ่ายหนึ่งจนถึงขีดของมัน ก็จบ ง่าย ๆ เหมือนที่ซื้อขายง่ายดายนั่นแหละหนา

ส่วนสำคัญคือ ความสัมพันธ์แบบซื้อขาย จะไม่มีการเปิดใจแท้จริง ต่างฝ่ายต่างระวังตัว
ฝ่ายชายอาจไม่มีครอบครัวแต่...เขาคิดว่าตัวคือนายจ้าง เงินทำให้เขารู้สึกมีอำนาจเหนือกว่า
เพราะงั้นการปฏิบัติต่อปิ่นโตต่อให้ดีขนาดไหนจะมีระยะห่าง
ทั้งโดยฐานะที่เหมือนเป็นฝ่ายควบคุม จ่ายเงินซื้อมาต้องคอนโทรลได้ดิ ชิมิ
และกันการเข้าถึงไม่ให้ผูกมัด ไม่ผูกพัน กันน้องงอแงงี่เง่าเข้าใส่
เป็นการป้องกันการเรียกร้องที่อาจตามมาไม่มีหยุด
ซึ่งเป็นข้อดีนะ เพราะคนเลี้ยงไก่อ่อนน้ำตาตกในมานักต่อนัก

เจอสาวสัญชาติดูด เหมือนเอาน้ำถมทะเลทรายมันจะอิ่มได้ไง
ยิ่งเททั้งเงินทุ่มทั้งใจ แต่สาวหวังแค่สุขสบายไม่สนน้ำจิตน้ำใจอันใดทั้งสิ้น ก็บรรลัยสิครัชคุณ
บอกตรง ๆ สาว ๆก็มองคนเลี้ยงเป็นถุงเงิน เป็นตู้เอทีเอ็ม
จะให้ผูกพันเห็นอกเห็นใจ เอิ่ม...โคตรเพ้อค่ะบอกเลย

ฝ่ายหญิงก็ต้องระวังตัวสูง ท่องไว้เสมอ ว่าตัวเองทำงานหาเงิน เงินมาก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน
ทำใจดี ใจอ่อน เข้าอกเข้าใจไปก็เท่านั้น มีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลังอีกบ้างจะรู้ได้ไง
ดีด้วยแทบตายมันเอาเราเป็นลูกเป็นเมียซะเมื่อไหร่
ต่อให้เอาแต่เราไม่ชอบผู้ชายกลิ่นแบบนี้ ให้นอนด้วยตลอดชีวิตคงคิดจนตัวตาย
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงนะคุณ

งานคืองาน แลกเปลี่ยนคือแลกเปลี่ยน ซื้อขายมีระยะเวลาชัดเจน เลิกก็ลากัน จบ ๆ ไป
ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปตามที่ตัวพอใจ ไม่หวนอาลัยไม่ใส่ใจจำ
ก็แค่อีกหนึ่งงานที่ปิดจ๊อบแล้วจบกัน...

สาวไซด์ไลน์มืออาชีพ มีลูกค้าติดพัน อาจไม่ผูกปิ่นโตใช่ว่าจะตัดวงจรนายหน้าได้ง่าย ๆ
คุณคะ ผู้ชายชอบเที่ยวโสเภณี ไม่ซ้ำกับหน้าเดิมเป็นปี ๆ หรอกค่ะ
บางคนตอนไม่มีแฟนก็อาจจะคลั่งไคล้สาว SL. อะไร ยังไง เท่าไหร่ ไม่ว่ากัน
แต่พอมีคนรัก ไซด์ไลน์ต่อให้เด็ดแค่ไหนก็ต้องระเห็จออกจากชีวิต
มันเป็นเรื่องธรรมดา ลูกค้าเที่ยว ๆ อยู่กับเอฯ เจ้านี้ โมฯนี้ ร้านนี้
ถึงจุดหนึ่งไปมีครอบครัว เขาก็ไม่กลับมาเหลียวแล อยากจะลืม ๆ เสียด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้นอาชีพนี้ ให้ทำงานดีแสนดี มีลูกค้าช่วยโฆษณาปากต่อปาก แต่ไม่มีอัตราก้าวหน้านะยะ
งานใช้ร่างกาย ยิ่งรับงานก็เท่ากับยิ่งใช้งานซึ่งมันใช่ว่าดี มีแต่ทรุดโทรมผุพังลงเรื่อย ๆ
เพราะงั้นที่ว่าขายดี ๆ มันก็แค่แป๊บบบบเดียว ช่วงเวลาวูบเดียวเอง
เผลอแวบเดียวที่เคยมีลูกค้าจอง ๆ กลายเป็นต้องวิ่งรอกโทรหาโมฯ โทรง้อเอฯแทบตายกว่าจะได้สักงาน
ยิ่งเคยไปทำสันดานเหยียบหัว ทำหยิ่งเชิดใส่ ช่วงขายดี ๆ ไม่มีน้ำใจกับพวกนายหน้าล่ะก็...หึหึ
หากตั้งตัวไม่ได้ ออกจากวงการไม่ทัน ระยะยาวซวยนะน้องนะ บอกไว้เลย

ไซด์ไลน์ราคาแพงช่วงขาขึ้นเหมือนจะรู้จักคนเยอะ อยู่แต่ที่หรู ๆ
ชีวิตเหมือนอยู่บนฟ้าระยิบระยับแวววาวทั้งแก้วแหวนเงินทองหาง๊ายง่าย
วันหนึ่ง ๆทำเงินหลักหมื่น เดือน ๆ ได้เป็นแสน ท่านคนนั้น พี่คนนี้ เสี่ยคนนู้น หนูรู้จัก บลา ๆๆ
แต่เชื่อเถอะ วันที่เดือดร้อนจริง ๆ ไอ้ที่ว่ารู้จัก ๆ ทั้งรักทั้งสงสารเรียกใช้งานตลอด ๆ
มันยื่นมือช่วยสักกี่ราย ต่อให้ช่วยก็แบบเสียไม่ได้ ก็ต้องเข้าใจด้วย
ใครจะกล้าออกตัวช่วยผู้หญิงขายตัว ใครจะอยากบอกว่าตัวเองข้องแวะกับโสเภณี

จะไซด์ไลน์นอกหรือในอ่าง หรือเป็นเมียเช่าแบบที่มีคนเลี้ยงผูกเดือน
อันที่จริงก็คือผู้หญิงขายตัว ถ้าเถียงว่าไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว ช่วยตอบทีเถอะ
ถ้าเขาไม่จ่ายตังค์จะยังอ้า...ให้ไหม...
เขาจ่ายน้อยไม่ค่อยพอใจ มีคนจ่ายมากกว่า พร้อมถีบหัวส่งทันทีหรือไม่...

เงินขาดมือเมื่อไหร่ สิ่งแรกคิดถึงอะไร
ถ้าเปิดคอนแทคในโทรศัพท์ไล่ดูชื่อผู้ชายที่จ่ายง่าย ๆ ล่ะก็
คุณคือโสเภณีค่ะ ไม่ต้องพยายามประดิษฐ์คำเวิ่นเว้อ...หลอกตัวเอง !

ตอนหน้า...อยากรู้ใช่ไหม หาเงินได้เดือนเป็นแสน เอาไปทำอะไรกันหมด
เป็นฉันนะ เก็บเดือนละห้าหมื่น กัดฟันทำงานปีหนึ่งได้ครึ่งล้าน
หลับหูหลับตาอดทนเก็บ ๆ สักหน่อย มันก็ออกจากวงจรนี้ได้แล้วนี่
ทำไมไม่รู้จักคิด !
5555555555555555 คิดสิคะ แต่มันทำไม่ได้ พี่ไม่อยู่ตรงนี้ พี่ไม่เข้าจัยนู๋

โปรดติดตามตอนต่อไป...

หาเงินได้ตั้งมากมาย ทำไมไม่รู้จักเก็บ ???
อีกหนึ่งคำถามฮิตจาก เอ้าท์ไซเดอร์ คริ คริ

ทุกงานทุกอาชีพ ทุกชีวิตต่างมีต้นทุน
เป็นผู้หญิงขายบริการก็มีต้นทุน บางทีคุณ ๆ อาจต้องทำความเข้าใจอีกสักเล็กน้อย
คงไม่มีใครคิดกระมัง แค่นอนให้ผู้ชายระบายหื่นมันไม่ต้องมีค่าอะไรอย่างอื่น?

ผู้หญิงกลางคืนที่หมายความถึง ผู้หญิงทำงานบริการมีต้นทุนอะไรบ้าง
อิฉันขอแยกงานบริการโดยสาว ๆ เพื่อให้คนที่ไม่เข้าใจเห็นภาพง่ายขึ้น
สาวนั่งดริ๊งก์ กับพีอาร์ชงเหล้า ก็คือ ผู้หญิงนั่งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าหรือยืนชงเหล้าบริการลูกค้า
กลุ่มนี้ทำงานในค๊อกเทลเลานจ์ กับร้านที่เขาเรียกว่านั่งชิล...???
และเลานจ์ปัจจุบัน ไม่ขายตัว เอิ่ม...หมายความว่าร้านไม่มีการจัดซื้อจัดหาค้าประเวณีจ้ะ
แต่...เด็กจะแอบรับจ๊อบไปกับลูกค้าหรือไม่ ... ไว้จะเล่าเมื่อถึงตอนของเลานจ์นะคะ
เพราะเลานจ์สมัยนี้ก็...มีอะไรอัพเดทน่าดูชม แฮ่ ๆ

หมอนวด ในอาบอบนวด ซึ่งน้อยคนมากที่จะนวดเป็น
เพราะงานหลักคือรับจ้างให้นาบ เคลียร์นะคะ อิอิ
SL.นอกอ่าง ชัดเจนว่าให้บริการทางเพศโดยไม่มีร้านประจำ รับงานอิสระผ่านนายหน้า
นวดปู๋  มีทั้งให้ร่วมประเวณีและแค่สำเร็จความใคร่ด้วยมือ

สาว ๆ เหล่านี้มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
คุณคิดว่าน้อง ๆ ขายอะไร ขายความสวยใช่ไหม ความสวยมีต้นทุนหรือไม่?
มีแน่นอนเจ้าค่ะ สมัยนี้อยากสวยไม่ยากขอให้มีตังค์
โมดั้ง เหลากราม ร้อยไหม โบท๊อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ อัพนม ดูดไขมัน กินวิตามินบำรุง ฯลฯ

เสื้อผ้า หน้าผม เครื่องสำอาง ทุกอย่างใช้เงิน
ซึ่งหลายคนต้องบอกว่าผู้หญิงอาชีพไหน ๆ ก็รักสวยรักงามต้องจ่ายค่าดูแลตัวเองอยู่แล้ว
ถ้าอย่างนั้น ถามหน่อย ระหว่างคนใช้ความสวยเป็นทุนรอน กับคนใช้แรงงานแรงปัญญาเป็นต้นทุน
คุณคิดว่าค่าใช้จ่ายเสริมความงามเท่ากันหรือไม่ หรือของกลุ่มไหนจะมากกว่ากัน ?

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น อิฉันจะลำดับชีวิตของสาว ๆ คนกลางคืนให้รับรู้นะคะ
ที่จะยกตัวอย่างต่อไปนี้คือ สาว ๆทำงานมีร้าน ไม่ใช่ไซด์ไลน์นอก หรือพวกปิ่นโตนะจ๊ะ
บอกตรง ๆ ค่ะ เห็นคอมเม้นท์ว่าควรประหยัดอย่างนู่น นี่ ทำแบบนี้สิ แบบนั้นสิ
แบบว่าถ้าเป็นในอุดมคติ ก็โอเคค่ะ อิฉันเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็น

แต่...ลองเป็นคุณรายได้เกินเดือนละห้าหมื่น คุณอยากอยู่ห้องพัดลมลึกสุดซอยไหม
เดี๋ยวนี้อพาร์ทเม้นท์ทำเลดี ๆ เดินทางสะดวก ค่าเช่าบวกน้ำไฟเกินห้าพันนะเจ้าคะ
ให้นั่งมอร์ไซค์วินเวลาตีสองตีสามแถมบางคืนเมาอีก ไหวไหมนั่น ?
ค่ากินละคะ กินไม่เยอะค่ะ เน้นนอน 555555
แต่ ๆ กินที กินดี ๆ อะไรที่เขาว่าเจ๋ง หากคุณหาเงินได้มีปัญญาจ่าย คุณจะกินไหม ?
นี่แค่กินอยู่เบา ๆ นะตัวเธอว์

มาดูค่าใช้จ่ายรายวันกันดีกว่า
ค่าเดินทาง งานกลางคืนจะมางกรอโหนรถเมล์หรือนั่งมอไซค์ตอนเมา ๆ มันไม่ใช่เรื่องนะเธอ...
เพราะงั้นค่าแท็กซี่ตีว่าวันละสองร้อย
ค่าแต่งหน้าทำผม ที่ร้านมีบริการแต่ก็ต้องทิป หรือบางร้านเปิดให้ทีมช่างหน้าผมเข้าประมูล ผู้ประมูลได้ไปเก็บตังค์เด็กอีกที
สาว ๆ จ่ายแบบประหยัด ๆ วันละ สองร้อย กำลังสวย ๆ
สรุป เฉพาะค่าเดินทางบวกทำสวยรายวัน ตกวันละ 4-500 บาท

การลงทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพมีอะไรบ้าง...
เสื้อผ้า เครื่องประดับที่ใช้ ขายความสวยตัวเอง ขายบุคลิก จะใส่เสื้อมอซอ ลูกค้าที่ไหนจะเรียกใช้บริการ
ต่อให้ไม่ใช่แบรนด์ มันก็ต้องซื้อใส่ให้ดูใหม่ ดูสวยงามทันสมัย นำสมัย ค่าใช้จ่ายตรงนี้ไม่น้อยนะจ๊ะ
(เด็กเลานจ์คชจ.เสื้อผ้า หนักนะคะ ถูกบังคับซื้อด้วยค่ะ เผื่อคนไม่รู้)
เพราะฉะนั้นค่าเสื้อผ้า ถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำและจำเป็นค่ะ
เครื่องสำอาง น้ำหอม อันนี้คืออุปกรณ์หลักนะยะ
น้ำหอม cc. ตลาดนัด ไม่ไหวม้าง เพราะไม่ได้ดมเองคนเดียว ลูกค้าฉุนขึ้นมาล่ะแย่เลย ต้องลงทุนหน่อย
เครื่องสำอางไม่ถึงขั้นเคาน์เตอร์แบรนด์ทุกชิ้น แต่ก็ต้องระวังนะคะ หน้าพังหมดทางทำมาหากินนะเธอว์
สปาเท้า นวดหน้า สปาผม ทำเล็บ อบผิว ฯลฯ ไซด์ไลน์ราคาแพงต้องรู้จักดูแลตัวเองเป็นประจำค่ะ
ลงทุนเพื่องานเดือนละหนึ่งหมื่นอย่างต่ำ เน้นว่าอย่างต่ำค่ะ

อ่ะ...มาสรุปกัน...
ค่าใช้จ่ายเฉพาะเดินทาง + หน้าผม ตกวันละ 400 – 500 ตัดวันหยุดไป คิดซะว่าเดือนละหมื่น
ค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง นวดหน้านวดตัว สปาหัวจรดเท้า เดือนละหมื่น
ค่าที่พักเดือนละ...ตีซะว่า ห้าพัน
ค่ากินแบบ...สามัญ เดือนละ ห้าพัน
ค่ากินแบบ...เพื่อความบันเทิง ห้าพัน
คนเรามันก็ต้องผ่อนคลายบ้าง ทำงานหาตังค์ได้ขนาดนี้จะไม่ให้ปรนเปรอตัวเองเชียวหรือ...
รวม ๆ ตกเดือนละ?...3-4 หมื่นบาทจ้า

ที่ว่ามานั่นคือต้นทุนปกตินะคะ...ยังไม่รวมศัลยกรรม
ที่ต้องเติม ต้องแก้ ต้องปรับ เพื่อรักษาสภาพนะเธอว์จ๋า บอกเลยอาจต้องเก็บตังค์เพื่อส่วนนี้เดือนละหมื่น
ยิ่งค่าตัวสูง ด้วยนิสัยผู้หญิงและเพราะงาน การลงทุนเพื่อความงามจะสูงเป็นเงาตามตัว

หาได้เดือนละห้าหกหมื่น เดือนไหนเผลอมือเติบ ถอยกระเป๋าใหม่ ซื้อแบรนด์เนมคอลเลคชั่นล่าสุด
เดือนถัดไปชักหน้าไม่ถึงหลังง่าย ๆเลยจ้ะ
และจะบอกว่าเฉลี่ยแล้วสาว ๆ ทำงานกลางคืนระดับทั่วไปก็หาเงินได้ประมาณนี้ค่ะ
จะเห็นได้ว่าค่ากินอยู่ บำรุงบำเรอตัวเอง มันไม่ได้โอเวอร์อะไรหรอกคุณ

ผู้หญิงกลางคืนที่ทำเงินได้น้อยกว่านี้ก็มี ไม่ใช่ไม่มีนะจ๊ะ
แต่มีน้อยใช้น้อย ทุกอย่างจะลดหลั่นตามสภาพแหละจ้ะ
ข้างบนนั้น เป็นค่าใช้จ่ายปกติไม่ได้หมายความจะเป๊ะตามนี้ทั้งหมดนะคะ
บางคนมากกว่านี้ น้อยกว่านี้ แต่...ต้นทุนของพวกเธอก็ราว ๆ นี้จ้าาาาาา

มันก็ปกติธรรมดา จริงอยู่อาจจะดูมากกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไป
แต่มันก็สมกับที่เขาหาได้นะคะ

ลองเปรียบกับคนส่วนใหญ่ก็ได้ วันที่เงินเดือนห้าพัน อาจอยู่ได้แม้ไม่สบายแต่ก็รอด
วันหนึ่งมีรายได้เดือนละหมื่น ถามว่ามีกี่คนเหลือเงินเก็บเดือนละห้าพัน?
คนเราหาได้มาก มันก็มีที่ให้ใช้มาก
เราต่างคนต่างก็มีเหตุผลในการซื้อความสะดวกสบายของตัวเองทั้งนั้น ใช่หรือไม่?

ความสบายใคร ๆ ก็ชอบ
แต่บางคนยอมลำบากก่อนเพื่อจะสบายทีหลัง
บางคนเห็นทางสบายง่าย ๆ ก็โผเข้าใส่ไม่คิดหน้าคิดหลัง
บางคนลดความสบายลงบ้าง เผื่ออนาคตที่ไม่จีรัง
ถึงได้บอกไง คนคิดได้มันก็คิดได้เอง  คนคิดไม่ได้พูดให้ตายมันก็ไม่ฟัง ธรรมดาของคนค่ะ
ฉะนั้นไม่ต้องคิดแทนใคร ไม่ต้องตัดสินใคร รับรู้ไว้ก็พอเนอะ ๆ

อ่อ...ส่วนพวกที่หาได้เดือนละแสนอัพ เขาไม่ขาดแคลนแต่ไม่เหลือเก็บเพราะ...
ค่าเคมีมันแพง 555555555
พี่ไม่เข้าใจ นอนกับผู้ชายแปลกหน้าทุกวัน พี่คิดว่ามันง่ายเหรอคะ มันก็ต้องบิ้วท์กันบ้าง แหม่...

แถมอีกนิด สาวผูกปิ่นโต อาจจะลดค่าใช้จ่ายเดินทางและอื่น ๆ แต่ค่าสันทนาการเพิ่มมาแทน
เวลาว่างมันเยอะ มีเวลาใช้เงินมากตามไปด้วย พี่นี่ก็...ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย 5555

เพราะฉะนั้นใครที่คิดจะทำ ไซด์ไลน์ คิดดูให้ดี ๆ นะคะ หาได้เยอะ น้องมีที่ให้ใช้โคตรเยอะ พี่มั่นใจ !
จะมาโกย ๆ เก็บ ๆ คิดว่าเหลือ ๆ โถ ๆ แม่นู๋จ๋า...พี่ยังไม่ได้พูดถึงการแข่งขันที่มันส์โคตรๆ ค่ะ
การแข่งระหว่างร้าน ระหว่างโมฯ ระหว่างเด็ก การหลอกล่อลูกค้า จะว่ากันในโอกาสต่อไป (ถ้าไม่ลืมอะนะ แฮ่ ๆ)

ตอนหน้าจะพาทัวร์ค็อกเทลเลานจ์ มาดูว่าสาวนั่งดริ๊งก์สมัยนี้ทำงานยังไง อยากรู้มั้ยเอ่ย...
คืนนี้ขอลาไปก่อน
นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ปล. มีคำถาม ถามได้นะคะ อิฉันก็เล่า ๆ เท่าที่ตัวเองลำดับไหว
บางอย่างอาจหลงลืมไปบ้าง ยังไม่กระจ่างก็ถามมาค่ะ ตอบได้จะตอบจ้า

ค็อกเทลเลานจ์
หลาย ๆ ท่านคงพอรู้จัก บางท่านอาจจะคุ้นเคยมาก สำหรับท่านที่ก้ำกึ่งไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจถูกมั้ย
อิฉันจะอรรถาธิบายคร่าว ๆ ดังนี้
ค็อกเทลเลานจ์หรือเลานจ์สมัยนี้ ประกอบด้วย
ผู้หญิงเป็นเพื่อนนั่งดื่ม ค่าบริการเรียกว่ารันดื่ม 40หรือ45นาทีคิดเป็นหนึ่งดื่ม
มีวงดนตรีและการแสดงเต้น ๆ โชว์ ๆ โดยโคโยตี้และแดนเซอร์ ต่างๆ นานา
ลักษณะโดยรวมคล้าย ๆ ผับ หรือ ดิสโก้เธค แต่ตกแต่งหรูหรากว่า
ยุคนี้ เลานจ์ต้องเพลิดเพลินเจริญตาสนุกสนานกินเหล้าเคล้านารี ลูบได้คลำได้บ้าง ล้วงควักได้เป็นบางร้านและเด็กยอม
ต่างจากเลานจ์เมื่อประมาณยี่สิบปีก่อนที่จะดูขรึม ๆ เปิดเพลงเพราะ ๆ ไม่ถึงกับคลอแต่ไม่อึกทึกเช่นปัจจุบัน

กลุ่มเป้าหมายของเลานจ์ชัดเจนว่าต้องเป็นชายหนุ่ม ค่อนข้างมีกระตังค์
ผู้หญิงเที่ยวได้ไหม ได้ค่ะ แต่ต้องมากับชายหนุ่มหรือเปิดเมมเบอร์ และบางร้านชาร์จค่าหัวเพิ่ม

เที่ยวเลานจ์ เริ่มต้นทำอย่างไร
ควรเปิดเมมเบอร์ค่ะ เพราะถ้าเป็นลูกค้า non ไม่ยอมเปิดเมมฯ จะต้องจ่ายหนักมาก
เปิดเมมฯ เริ่มต้นที่เท่าไหร่...หนึ่งหมื่น สองหมื่น คือราคาเริ่มต้น (บางร้านต่ำกว่าหมื่นแต่มีน้อยร้านมากค่ะ)
แต่ละร้านย่อมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงและการวาง position ของธุรกิจ
เปิดเมมเบอร์ ได้อะไรบ้าง ได้เหล้าเฉลี่ยจะคิดกันประมาณขวดละ 2,500 ขึ้นไป
เหล้าคนเดินสีดำ ได้รับความนิยมมากที่สุดเรียกว่าครองเลานจ์ค่ะ
และถ้าเมมฯ แพง ๆ ถ้าร้านมีห้องคาราโอเกะคุณจะได้สิทธิใช้ฟรี1หรือสองครั้งแล้วแต่ราคาเมมฯที่ซื้อ
และได้ชั่วโมงเรียกเด็กมานั่งดื่มเป็นเพื่อน
เช่นเมมฯ สองหมื่นได้เหล้า 4 ขวด ดื่ม 30 ดื่ม เท่ากับนอกจากได้เหล้ามาดื่มคุณสามารถเรียกสาว ๆ นั่งดื่มเป็นเพื่อน
รันดื่มไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆหักจนกว่าจะหมด 30 ดื่ม (คืนเดียวก็หมดแล่วววว ไม่หมดก็เกือบล่ะน่า)

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น อิฉันจะจำลองสถานการณ์เผื่อคนที่ไม่เคยไป หรือรู้ตัวว่าไม่มีโอกาสได้ไป
ส่วนคนที่กำลังคิดจะไป จะได้มีข้อมูลนะเจ้าคะ
พวกที่เที่ยวเป็นประจำ ผ่านตอนนี้ไปก็ได้ค่ะ การจำลองสถานการณ์คือหลัก ๆ ต้องเจอ
แต่ละร้านก็ไม่เหมือนกันเป๊ะ ๆ หรอกนะ ผิดไปจากนี้ก็แค่ดีเทลเหอะ ฉันมั่นใจ ฉันเคยทำเลานจ์ ชิส์ !

ขับรถหรู ๆ พวกพอร์ช พวกเฟอร์รารี ลัมโบกินี่ เที่ยวเลานจ์เป็นเรื่องปกติธรรมดามั่กมาก และแน่นอนได้รับการต้อนรับอย่างซูเปอร์วีไอพี
แต่...นั่งแท็กซี่ ก็ได้รับการต้อนรับดีค่ะ เพราะสมัยนี้เมาไม่ขับ การตรวจจับเข้มงวด เราเข้าใจ
ขับรถบุโรทั่ง ไม่ต้องห่วง ถึงยังไงเด็กรับรถก็มารอรับไปจอดหรือโบกให้จอดลึกหน่อยและยืนรอทิปอยู่แล้ว 555

จอดรถ ลงรถแล้ว เดินตัวตรงสง่าผ่าเผยเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงจะเก้อกระดากเพราะจะมีพนักงานปราดมาทักทาย
ประตูร้านไม่ต้องเปิด สาวรีเซฟชั่นหน้าตาสะสวยสูงยาวเข่าดีเปิดให้พร้อมกระพุ่มมือไหว้ชดช้อย (ผู้ชายเป็นรีฯ มีค่ะ)
เธอหรือเขาจะทักถามเอาใจใส่ และตบท้ายว่าพี่มีเซลล์ดูแลหรือยังคะ
เซลล์คือ ? ...เซลล์เมมเบอร์ เมื่อก่อนเรียกมาม่าซังจ้าาาาา
ถ้าคุณยังไม่มี ไม่ต้องห่วงรีฯ กระพริบตาทีเดียวเซลล์แทบจะเข้าอุ้มคุณไปนั่งโต๊ะเชียวแหละ

อ่ะ...หามุมนั่งที่ชอบเอาที่สบายใจ อย่าเพิ่งมองหาหญิง เดี๋ยวมีมาให้เลือกละลานตา เชื่อเถอะน่า อิอิ
เซลล์จะเสนอขายเมมฯ ก็เลือกเอาที่จ่ายไหว
เที่ยวครั้งแรกเลือกเมมฯ ถูก ๆ ไว้ก่อน เผื่อไม่ประทับใจจะได้ไม่เสียดายตังค์ เนอะ
เปิดเมมฯ เรียบร้อย เซลล์จะชวนให้เลือกสาว ๆมานั่งดื่มเป็นเพื่อน
เป็นเกมหน่อยพ่อหนุ่ม บอกไปว่าขอนั่งชิล ๆ แป๊บนึงได้ไหม อย่าเพิ่งผลีผลามเชื่อเจ๊ !

จิบเหล้า แล้วสอดส่ายสายตามองหญิงไปเรื่อย ๆ ระหว่างนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา เพราะเซลล์จะยังไม่ไปไหน
คราวนี้ก็ชวนเซลล์คุย อย่าไปปล่อยไก่ถามอะไรไม่เข้าท่านะยะ อยากรู้แทบตายก็อย่าถาม
ประมาณทำไมมาทำที่นี่ ก่อนทำงานนี้เมื่อก่อนทำอะไรอย่าไปถาม จะรู้ไปทำไมฟระ (อันนี้อิฉันก็ไม่เข้าใจ 555)
เพราะคนเที่ยวเชี่ยว ๆ เขาไม่ถามกัน มันไม่เกี่ยวกับการมาหาความสำราญจะถามเพื่อ ??? เหล้าเข้าปากค่อยตีซี้ถามก็ได้จ้าาาา
ถามเรื่องการแสดง เรื่องดนตรี เรื่องลูกค้าเยอะไหม อะไรก็ได้กว้าง ๆเข้าไว้ เอาที่มันเกี่ยวกับร้านดีที่สุด
ไม่ต้องห่วงค่ะ ไม่ว่าคุณจะคุยจะถามอะไร เซลล์พาคุณวกเข้าหาเรื่องเลือกเด็กจนได้ ถ้าพร้อมแล้วก็เลือกซะ
ถ้าไม่อยากเลือก บอกไปเลยคืนนี้เซฟตังค์จะไม่จ่ายดื่ม เซลล์อาจจะนึกแช่งก่นด่าในใจแต่ใบหน้าพวกเขายังยิ้มอ่อนโยนเสมอ 555

อ่ะ ๆ มาเลานจ์ไม่เลือกเด็กนั่งดื่ม มันผิดวิสัยมั่กมาก ฉะนั้นเลือกซะ...
ชอบแบบไหนบอกเซลล์ไป นมใหญ่ ขายาว หน้าคม ผมสั้น กินเหล้าเก่ง เพียวได้ยิ่งดี บอกไปเลย
เซลล์รับออร์เดอร์เรียบร้อย เขาจะไปเกณฑ์สาว ๆ มาให้คุณเลือก
ถ้าคุณไปกันสองคนกับเพื่อน เซลล์อาจจะพาน้องมาให้ดูสามสี่คน ก็เลือกที่พอใจ ไม่ต้องเกรงใจเพราะ...
ค่าดื่มสตาร์ท 3 ดื่มอย่างต่ำ เลือกดาวดังสวยอย่างนางฟ้าก็มีเริ่มต้นที่ 5 ดื่ม
รันอีก 40 นาที/ดื่ม ราคาดื่มละ 350 บาท (ขึ้นอยู่กับร้านแต่บวกลบกว่านี้นิดหน่อยค่ะ)
คูณไปดี๊ เรียกเด็กสองคน เริ่มต้น 6 ดื่ม ไหนจะดื่มที่ต้องจ่ายเซลล์เรียกว่าเป็นดื่มรับลูกค้าอีก 1 ดื่ม โดนไปแล้ว 7 ดื่ม
คืนนี้เมากรึ่มจะแจกอีกกี่ดื่มยังไม่รู้เลย 5555 บอกแล้วสามสิบดื่มคืนเดียวหมด แทบไม่เหลือ หึหึ

เรียกน้องมานั่งแล้วนี่ ต่อไปทำอะไรดีน๊า...

โปรดติดตามตอนต่อไป

บ่าย ๆ เย็น ๆ นู่แหละ รอหน่อยน๊าาาาา
รับประกันความบันเทิง จากอินไซเดอร์ตัวจริงฮับ...อมยิ้ม16

แอบไปแซวความเห็นหนึ่ง เขาก็ถามประมาณว่าพวกครูฝึกเด็กอาบน้ำเนี่ย รับสอนข้างนอกไหม

ตอบไปว่าครูฝึกสมัยนี้ขาดแคลนค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เล่าเป็นเกร็ดล่ะกันเนอะ

ครูฝึกมาจากไหน ?
มาจากหมอนวดที่อายุงานนานแล้ว นอกจากอายุงานจะนานยังเป็นคนที่มีความรู้ความเข้าใจในอาชีพบริการ
ไม่ใช่แค่บริการเพื่อให้ผ่าน ๆ แต่สามารถจับอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้าได้ดี กระทั่งสามารถนำมาถ่ายทอดกับเด็กรุ่นใหม่ ๆได้
เพราะฉะนั้น หมอนวด เด็กอาบน้ำ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครูฝึกได้ทุกคน

พูดก็พูดเถอะที่รัก...เด็กอาบน้ำ ใช่ว่าจะเก่งกาจอะไรนักหนา บางคนสอนไปฝึกไปก็เท่านั้น
คนไม่เอาใจใส่ ก็ไม่ใส่ใจกับอะไรเลย พอไม่ได้รอบก็โวยวายกับเชียร์แขก ทำไมไม่มีรอบให้หนู
เพราะคนนู้น คนนั้น คนนี้ใช่ไหม โทษคนอื่น แต่ไม่โทษตัวเองที่ไม่ตั้งใจทำงาน ไม่ยอมสนใจความต้องการของลูกค้า

คุณรู้ไหม อาชีพงานบริการที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าโคตรง่าย ไม่เห็นจะมีอะไร ที่จริงไม่มีอะไรง่ายนะคะ
แค่เรื่องทำความเข้าใจกับผู้หญิงร้อยกว่าคน(ต่อร้าน) มันโคตรเหนื่อยหัวใจ 
คุณว่าผู้หญิงเป็นอาร์ตตัวแม่ใช่ไหม ฉันเป็นผู้ใหญ่ฉันว่า ใช่ค่ะ ยอมรับ 55555

แล้วอาร์ตตัวแม่มารวมกลุ่มอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ๆ ต่างคนต่างอีโก้ ต่างก็ว่าตัวมีดี
ลองตรองดูเถอะคนมีหน้าที่ควบคุมเหล่านางจะละเหี่ยใจเพียงใด

เพราะงั้นเด็กเป็นงาน จะฉลาดอยู่ฉลาดไป งานดีลูกค้าติด เชียร์แขกรัก
ยิ่งถ้าสวยนะคุณเอ๋ย...นับเงินเพลินค่ะ

กลับมาที่การฝึกสอนเด็กในอาบอบนวด
การฝึกก็เพื่อสอนให้เอาใจลูกค้า
ไม่ใช่ว่าเข้าไปในห้องสองต่อสองแล้วไม่รู้จะทำยังไง จะบอกว่าพี่ ๆ เอายัง ๆ
มันก็...ประหลาดเนอะ ผู้ชายบางคนคงหด 555
เพราะงั้นทางร้านก็ต้องบอกต้องสอนน้อง ตั้งแต่ถอดรองเท้า ชวนพูดชวนคุย เปลื้องผ้า
ถามไถ่ชวนสั่งอาหารเครื่องดื่ม (เพิ่มยอดให้ร้าน) ตรงนี้ก็มีเทคนิคเพราะน้อง ๆ จะไม่ชวนลูกค้าดื่มจนเมา ก็คนเมามันเสร็จยาก เข้าใจป่ะ?
กรึ่มได้ที่ก็พาลูกค้าไปอาบน้ำ นวดคลำ ๆ ให้ผ่อนคลาย วัตถุประสงค์หลักคือปลุกลูกค้า "ขึ้น" แต่ไม่ "สุด" เข้าใจนะ
(พี่พันขา... มันเป็นเนื้อหาที่เป็นสาระ ไม่ได้มีเจตนาหยาบคายค่ะ อิฉันเซฟสุด ๆแล้วนะคะ ขออภัยจริง ๆค่ะ)

อาบน้ำถูตัว ถูไถ เลือกอะไรมาก็ได้อย่างนั้น บิ้วท์เต็มที่แต่ไม่ให้พุ่ง
จะพุ่งสุดขีดเมื่ออยู่บนเตียง
ทำไมต้องทำเช่นนั้น เพราะ
ถ้าลูกค้าเสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก หมายความว่าเหลืออีกชั่วโมง น้องโดนเบิ้ลคือเสียเปรียบค่ะ

เพราะงั้นการคำนวณเวลาต้องแม่นยำพอสมควรเพื่อไม่ให้เปลืองตัว
แต่ ๆๆ กฏของอาบน้ำคือ ลูกค้ามาใช้บริการต้อง "เสร็จ" ทุกคน และต้องเสร็จในเวลาเท่านั้น
ถ้าเกินเวลาปั๊บ แคชเชียร์ตีเป็นสองรอบทันที เท่ากับลูกค้าจ่ายสองเด้ง ไม่อยากมีปัญหาต้องให้เสร็จในเวลาค่ะ
ยกเว้นลูกค้าเหมารอบ

ไปห้องสูทมั้ย จะพาไปลงหม้อสุกี้

เมื่อยมืออะ...เดี๋ยวค่อยว่ากันนะ  ตอนแรกตั้งใจมาเล่าเกร็ดนิด ๆ หน่อย ไหงยาวงี้ฟระ เม่าฝนตก


อ่อ...สมัยก่อนนานแล้วค่ะร่วมยี่สิบปีแล้ว
อาบอบนวด จะมีหุ่นสำหรับฝึกสอนงานสาว ๆ นะคะ
หุ่นที่ว่าก็คือผู้ชายแท้ ๆ ตัวเป็น ๆ ที่นอนเป็นหุ่น ให้น้องฝึกประสบกาม โดยมีครูฝึกกำกับอีกที
หุ่นไม่มีเงินเดือน ส่วนใหญ่เป็นเชียร์แขก เพราะจะได้รู้สรีระและลีลาของน้องด้วยค่ะ
ยุคนี้เด็กไม่ยอมฝึกแบบนั้นอีกแล้ว น้อง ๆ มันเกินไปและดูเสียเปรียบ คำว่าหุ่นจึงหายจากวงการ

ความเห็นส่วนตัว คิดว่าการฝึกสอนกามกรีฑาโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ จำเป็นค่ะ
เพราะ รักจะเอาดีอาชีพนี้ เซ็กซ์ไม่ใช่ความสนุก แต่มันคืองาน และมันเป็นงานที่โคตรฝืนความรู้สึก
แต่ต้องพยายามบอกตัวเองว่ากำลังทำงานที่สนุกที่สุดในโลก แสร้งสนุกไปกับมันทั้ง ๆ ที่หลั่งน้ำตาท่วมหัวใจ

มันไม่ง่ายฉะนั้นจึงต้องฝึก จนกว่าจะด้านชา เพื่อจะทำรักกับใครก็ได้ โดยไม่รู้สึกอะไรเลยกับ...ตัวเอง...

ค่ำ ๆ มาต่อจ้า...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ  อมยิ้ม17อมยิ้ม13

เจอคำถาม ก็ตอบ
บางคนสงสัยว่าดื่มคืออะไร  อธิบายได้ดังนี้
ดื่ม หรือ ดริ๊งก์ เป็นสมมติค่ะ

ถ้าคุณเรียกเด็กมานั่งที่โต๊ะเวลาห้าทุ่มตรง สมมติน้องชื่อ บีบี
แรกเลย เซลล์จะลงดื่มให้บีบีทันที 3 ดื่ม เรียกสตาร์ทการรันดื่ม (โดยไม่มีเครื่องดื่มอื่นใด นอกจากเหล้าที่ลูกค้าเปิดเมมฯ)
เวลาห้าทุ่มสี่สิบนาที บีบีจะได้เพิ่มอีก 1 ดื่ม และเที่ยงคืน ยี่สิบ เพิ่มอีกหนึ่งดื่ม
เพราะฉะนั้นหากคุณเช็คบิลตอนเที่ยงคืนครึ่ง ดื่มของบีบีทั้งหมดคือ 5 ดื่ม
ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนครึ่งมันแค่ชั่วโมงครึ่ง ที่จริงต้องจ่ายแค่สองใช่ไหม แต่โดนดื่มสตาร์ทไปไงจ๊ะก็เลยเป็น 5 ค่าาาา

ดื่มเป็นตัวเลขสมมติในการรันเวลา หรือก็คือค่า แอร์ไทม์จ้าาาาา
เรียกนั่งดื่มเพราะมานั่งดื่มกับลูกค้าไงจ๊ะ ไม่ใช่ว่าอยากได้สิบดื่มต้องสั่งเครื่องดื่มสิบแก้วนะ

แต่ ๆๆ การสั่งเครื่องดื่มแล้วได้ดื่มก็มีค่ะ มีทั้งในเลานจ์และร้านพีอาร์ชงเหล้า
เขาเรียกสั่งค็อกเทลครัช...สั่งให้เด็กกินนะ จะกินเองก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ตั้งใจมอมเด็กจ้ะ

ใจเย็น ๆ เดี๋ยวจะค่อย ๆ อธิบายที่ละตอน รับรองเห็นภาพชัดแจ๋ว
รู้ไปถึงไหนต่อไหน ทำไมสาวๆ มาทำงานนั่งดริ๊งก์
รู้ด้วยว่าเลานจ์พรีเมียม กับเลานจ์กลาง ๆ แตกต่างกันยังไง
รู้กระทั่งว่าสมัยนี้มีเลานจ์ที่เด็กใจถึงยอมให้เอาที่โต๊ะ...แต่ไม่ออฟ ???
คุณจะรู้ว่าทำไมเด็ก SL. ไม่ทำนั่งดื่ม

คุณจะรู้จนถึงเลานจ์มีรายได้จากตรงไหนบ้าง

ถ้าคุณอยากรู้ อิฉันยินดีเล่าให้ฟังค่ะ โอเคไหม?

ปล.อย่าถามว่าร้านไหนเด็ด เดี๋ยวจะหาว่ามาเพื่อโฆษณาร้าน นู่น นี่ นั่น... อย่าไปคิดแบบนั้น มาเม้าท์ให้ฟังเจ๋ยๆ จ้าาาา

แต่บอกได้เจ้าถิ่นแต่ละโลเคชั่นคือร้านไร ยุติธรรมเพื่อความเสมอภาค บอกมันทุกย่านไปเลย 555
บอกได้ร้านฮาร์ดคอร์จัดหนักอยู่ตรงไหนบ้าง ? แฟร์ดี ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น  คริ คริ

อย่างนี้จะมาว่าเราโฆษณาให้ใครเป็นพิเศษไม่ใช่นะเฟ้ยยยยย 
**ออกตัวไว้ก่อน เว็บฯนี้ไม่ธรรมดา 555**

อ่อ...คนจะเที่ยวไม่อ่านทู้นี้เขาก็เที่ยว  คนอ่านทู้นี้แล้วอยากเที่ยวมันจะมีกี่โค้นนนนน
อย่าคิดแทนคนอื่น เนอะ ๆ

กินเหล้าเคล้าหญิงในค็อกเทลเลานจ์มันดียังไงน๊อ...

เลือกสาวมานั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนได้แล้วใช่ไหม ก่อนสุราจะพาไป เรามาตกลงกันก่อน
ร้านนี้ ขุ่นพี่ทำอะไรน้องได้บ้าง เพื่อความสำราญจะไม่กลายเป็นพะอืดพะอม อึดอัดขัดข้องนะคะ

อันที่จริงแต่เดิมค็อกเทลเลานจ์มีสาวงามไว้บริการก็แค่เพื่อเป็นเพื่อนนั่งดื่ม ป้อนเหล้า เอาใจ คะขา
การถูกเนื้อต้องตัวน้อง ๆ ทำได้แค่ในระดับที่ไม่ดูรุ่มร่ามหื่นกามเจ้าค่ะ
ประเภทล้วงนม บีบตูด ดูดปาก ทำไม่ได้นะ เด็กสามารถขอหยุดให้บริการได้ทันที
เลานจ์เกรดดี ๆ จะไม่สนับสนุนให้สาวๆ เอาใจลูกค้ามากขนาดนั้น แค่จับมือ โอบไหล่ ขโมยหอมพอได้
อย่าให้ถึงกับประเจิดประเจ้อ ทำเพื่อนร่วมงานลำบากใจ เพราะมันจะส่งผลกระทบหลายอย่างค่ะ

แต่...เลานจ์บางที่ บอกตัวเองจะแจ้งว่าขายความแร๊งงงงงงง เน้นเด็กใจถึง ล้วงได้ ควักได้
ถ้าน้องพอใจ จะอุ้มจะกอด จะจูบ จะลูบคลำปลุกเร้ายังไงก็ได้ เอาที่พี่สบายใจและน้องไหวจัดไปเลยไม่ว่ากัน
แต่...ที่ร้านไม่มีนโยบายขายเปย์บาร์ หรือ ที่เรียกว่า ออฟ นะคะ ไม่มีห้องให้บริการด้วยค่ะ
เพราะงั้นพี่ ๆ ก็ได้แค่ขยำขยี้บด ๆ บี้ ๆ ได้แค่เนี่ย ???
ถ้าพี่ของ “ขึ้น” มาก ๆ ก็ต้องรอน้องเลิกงาน บางร้านอาจมีนโยบายให้ซื้อดื่มออกนอกร้านได้
ทั้งนี้ส่วนใหญ่ การซื้อดื่มต้องซื้อก่อนห้าทุ่ม หลังจากนี้หลายๆ ร้านไม่อนุญาตให้ซื้อดื่มออกค่ะ
ทำไมซื้อไม่ได้ ?

อย่างแรก เพราะไม่อยากเสียภาพพจน์ อย่างที่สองถ้าร้านแพ็ค ๆ หมายถึงร้านแน่น
การมีสาว ๆ เดินให้ว่อน ละลานหูละลานตาแก่ผู้มาใช้บริการย่อมสร้างบรรยากาศได้มากกว่า
อย่างที่สาม ถ้าชื่อเสียงร้านออกไปในทำนองที่ออฟได้ เด็กจะหดหายไม่อยากร่วมงาน หนีไปอยู่ร้านอื่น
และนั่นหมายถึงความปวดหัวครั้งมโหฬารของร้านค่ะ

เพราะงั้นต่อให้ร้านได้ชื่อว่าแรงขนาดไหน เขาจะยืนกระต่ายขาเดียว “ร้านเราไม่มีออฟ” เข้าใจ๋
ถ้าเด็กพอใจไปกับลูกค้า อันนั้นถือว่าสิทธิส่วนบุคคล ใครทำอย่างไรได้อย่างนั้น
ยอมไปง่าย ๆ ต่อไปก็ต้องไปอีกแต่กับคนอื่นนะ ไป ๆ มาๆ จะอยู่ไม่ได้
เพราะลูกค้าเคยได้ จะไม่เรียกเด็กที่เคยนอนด้วยมานั่งดื่มจ้า

มีเรื่องเล่ากันว่า
ที่ร้านหนึ่งย่านชานเมือง เด็กแรงมาก ถึงขนาดทำออรัลเซ็กซ์ให้ลูกค้าที่โต๊ะ ! แม่เจ้า !
ทำไมปล่อยให้ทำขนาดนั้น เด็กที่เหลือตายห่านพอดี ... อิฉันถามเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์แล้วเก็บมาเล่าให้ฟัง
“โอ้ยเมิง...แรงกว่านี้ยังมี ห้องเกะเนี่ยแม่มเอากันด้วยนะ”
ห๊ะ ! เลานจ์นะเว้ย ไม่ใช่อาบน้ำ ไม่ใช่ซ่อง.... อิฉันสายเลานจ์ผู้ดีค่ะคุณ แรงขนาดนั้นรับบ่ได้
“นั่นดิ...แต่ว่าไม่ได้ว่ะ เด็กมันเมา เร้าหรือกันมาแต่หัวค่ำ เล่นซะฉ่ำขนาดนั้นใครมันจะทนไหว”
“แรงไป๊ จะทำแบบนี้ไปทำอาบน้ำดีกว่ามั้ย เอ...หรือที่จริงมันก็รับจ๊อบในอ่างอยู่แล้ววะ”
เพื่อนยักไหล่ ไม่ยี่หระ ไม่แยแส นางเป็นเซลล์อยู่ที่นั่นชั่วระยะเวลาสั้น ๆ แล้วก็เลิก เหตุผลไม่มีอะไรมาก
“ลูกค้าเยอะจ่ายหนักทิปดี แต่ไม่ใช่ลูกค้าเหมือนเมืองชั้นใน ติดเถื่อน ๆหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหา เสียอย่างเดียวมันไกลบ้านไม่คุ้ม ก็เลยออก”
มันไม่ยากกับการออกจากร้านนี้ ย้ายไปอีกร้าน ไม่ว่าเซลล์หรือเด็ก สามารถตัดสินใจได้ทันที
ร้านชานเมือง เน้นขายความแรงของเด็ก
นั่นหมายความว่าเด็กใจกล้าใจถึง ยอมให้ลูกค้าถึงเนื้อถึงตัว
เพื่อนข้าเจ้าเป็นเซลล์บางทีก็เสียว ๆ เพราะนางสวยกว่าเด็กหลายคน
เกรงจะอดใจไม่ไหวถีบลูกค้าขึ้นมาจะยุ่งไปกันใหญ่ 555

ร้านขายแรง ๆแบบนี้ เด็กสวยชนิดหันหลังมองไม่มีหรอกค่ะ คนสวยไม่ยอมเปลืองตัวจ้า
ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กกลาง ๆ ไม่ผ่านแคสติ้งร้านดังย่านเมืองชั้นใน
ไม่สวยต้องขยัน บอกไว้แล้วจำได้ไหม อยากได้ดื่ม อยากได้ทิปก็ต้องยอม...นะจ๊ะ
เด็กเลานจ์ไม่ได้มาขายตัวตรง ๆ อีกอย่างมันไม่มีห้องหับมิดชิดเสียหน่อย
เป็นใครก็ต้องอายต่อให้โชกโชนขนาดไหน ถ้าสติยังครบมันยากที่จะยอมนะเจ้าคะ
เพราะงั้นการจะให้ลูกค้าถึงเนื้อถึงตัวโดยไม่ต้องคิดมาก เด็กย้อมใจด้วยเหล้าค่ะ...

เป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ร้านชานเมืองต้องทำขนาดนี้เลยหรือ?
คือคำถามใช่ไหม
ขึ้นอยู่กับความพอใจของเด็กนะคะ ไม่มีร้านไหนบังคับค่ะ
แต่...เมื่อเพื่อนร่วมงานคนอื่นทำและมีลูกค้าติดตรึม แบบไม่ต้องรันดื่มทีละสี่สิบนาที
ลูกค้าถูกอกถูกใจแจกดื่มกระจายทีละห้าดื่มสิบดื่ม คืนนั้นสบายไปเท่ากับทำเงินได้หลายตังค์
(รันเต็มที่ตั้งแต่หัวค่ำยันร้านเลิกได้ประมาณสิบ-สิบสองดื่ม ส่วนใหญ่แค่รันดื่มอย่างเดียว ไม่มีลูกค้าใจป้ำแจก จะได้ไม่ถึงสิบดื่มค่ะ)
อยู่ร้านขายแรงแต่มัวหวงตัวเลยต้องนั่งหัวโด่ เซลล์ไม่เรียก ลูกค้าไม่แล (เพราะก็ไม่สวยขนาดตะลึงนี่นา)
ทำไงล่ะ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามถูกไหม ในที่สุดก็ต้องยอมแร๊งตามเขาไป
ยอมมากยอมน้อย ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลค่ะ ร้านไม่ต้องบังคับ สภาพแวดล้อมจะกดดันให้ทำเองจ้า
กระดกเหล้าเพียวย้อมใจไปหลายช้อต สติร่วง ยางอายหล่น อลวนอยู่กับมึนเมา เขาทำอะไรก็ไม่รู้ตัวแล้วจ้า
หลัง ๆ ร้านที่บอกว่าเด็กกับลูกค้าซั่มกันในห้องวีไอพี ถึงกับต้องออกกฎ
...ห้ามพาลูกค้าเข้าห้องน้ำ
...ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในที่ทำงาน
เอิ่ม...แสดงว่าทีมบริหารหรือเจ้าของก็พอจะรู้จักความเสื่อมเหมือนกันนะนั่น
และตั้งกฎตามมาแบบนั้น มันสะท้อนว่าเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง จริงไหม?

มีแต่ร้านชานเมืองหรือไรที่ขายแรง
เปล๊า ! ร้านในเมืองก็มี ดังจะตาย คนทำเลานจ์ด้วยกัน ไม่นับเป็นคู่แข่งค่ะ
แรงเกิ๊น สู้ไม่ไหว เขาควรไปแข่งกับอาบน้ำนะ เพราะไอ้ที่ขายมันไม่ใช่เลานจ์แล้วจ้า...

รู้แล้วใช่ไหม เลานจ์แรงเป็นอย่างไร
ตอนหน้าไปเลานจ์หรู ๆ ที่ผู้ชายตัวหอม ๆ ขับลัมโบกินี่มาเปิดเมมฯ ทีเป็นแสน
เรียกสาวงามอย่างนางฟ้ามานั่งป้อนเหล้าคราวละครึ่งโหล ไฮโซ้ ไฮโซ... โฮ่ๆๆ
อิเจ๊มิ้ว ค่อยหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย 555

ใครอยากถาม ถามได้ค่ะ...
แต่อย่าเพิ่งถามเรื่องรายได้ ส่วนแบ่งค่าดื่ม นะจ๊ะ ขอบิ้วท์ก่อน เดี๋ยวค่อยบอก...
ตอนนี้คิด ๆ ไปก่อน เป็นเด็กนั่งดริ๊งก์คุ้มกว่าทำ SL. มั้ยน๊ออออ หึหึ

ตั้งใจจะไปเขียนนิยาย แต่...เห็นคนเข้าทู้แล้ว รู้สึกเกรงใจ
ก่อนจะไปจัดการภาระอันหนักหนาสาหัส ขอแบ่งปันเกร็ดเล็ก ๆ นะคะ

หญิงสาวทำ SL. ไม่ว่าจะในหรือนอกอ่าง หรือ อยู่ในร้านต่าง ๆ เอาเป็นว่าเราเรียกพวกเขาเป็น สาวบริการล่ะกันเนอะ

สาว ๆ ทำงานบริการ วัตถุประสงค์คือขึ้นงานกับลูกค้าเร็ว ๆ
เช่นน้องซีซี เป็นไซด์ไลน์ราคาถึงตัวสองพัน วันนี้แอบคนเลี้ยงมารับจ๊อบที่อ่างหนึ่งได้ประกันรอบ 1 รอบ
หมายความว่าน้องซีซีจะได้งานหรือไม่ คืนนั้นก็จะได้เงินสดสองพันบาทกลับบ้าน
ซึ่งร้านไม่ยอมจ่ายเปล่า เพราะงั้นเชียร์แขกจะเชียร์ซีซีอย่างไว ซีซีได้งานรอบแรกหนึ่งทุ่ม
และได้งานต่อเกือบจะทันทีในเวลาสามทุ่มนิดหน่อย  ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงตั้งแต่แรก
"หนูขอทำแค่สองรอบนะคะเจ๊ หนูไม่อยากให้แฟนรู้" เอิ่ม...อิเจ๊ก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเป็นข้ออ้างหรือความจริง
แต่ซีซีพูดมาเช่นนี้ เจ๊จะทำอย่างไรได้ ไม่อยากจุกจิกวุ่นวาย ซีซีขายได้ชัวร์ เพราะงั้นเอาใจนางไว้ดีกว่าจ้ะ
สองรอบผ่านไป ห้าทุ่มซีซีคว้ากระเป๋าสตาร์ทรถเก๋งคันงามมุ่งหน้ากลับบ้าน (มั้ง?)
เงินสี่พันกว่าบาทอัดอยู่ในกระเป๋า ทำไมเป็นสี่พันกว่าล่ะก็บวกทิปด้วยไงเธอ

ที่จริงซีซีต้องได้เงินกลับบ้านมากกว่านั้น แต่...มันมีค่าใช้จ่ายบางอย่าง
เราเรียกว่าค่าตะกร้า
กรณีไซด์ไลน์ไม่ประจำ ทางร้านจะให้เช่าตะกร้า สนนราคาก็มีแต่ตั้งแต่สามร้อยบาทไปจนถึงสี่ห้าร้อย (แต่ละร้านไม่เท่ากันนะคะ)
ปกติเด็กอาบน้ำต้องซื้อตะกร้าเป็นอุปกรณ์จำเป็นและต้องมีทุกคน ราคาขายขาดจะอยู่ราว ๆ 1,000 - 1,500 บาท
ขึ้นอยู่กับสิ่งของที่อยู่ข้างใน แบ่งเกรดตามปริมาณและยี่ห้อเจ้าค่ะ

ในตะกร้ามีอะไร
สำคัญสุด ๆคือ ถุงยางอนามัย ตามมาด้วย ครีมอาบน้ำ โฟมบาธ น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน แปรงสีฟัน
แป้งฝุ่น หมากฝรั่ง ลูกอม ไม้แคะหู สำลี ฯลฯ อะไรที่เกี่ยวกับการอาบน้ำและที่ไม่เกี่ยวก็จะถูกยัดลงตะกร้า เพื่อให้สมราคาหลักพัน
ถึงอย่างนั้น มันก็แพงกว่าท้องตลาดจ้ะ หมดแล้วห้ามซื้อข้างนอกมาเติมนะ ต้องซื้อภายในสโตร์ของร้านเท่านั้น

กรณีตะกร้าเช่า ไม่ต้องซื้อเติม แต่จ่ายทุกครั้งที่ขึ้นรอบ ตามที่ร้านกำหนดค่ะ
เพราะงั้นคนที่มารับงานประจำจะซื้อตะกร้าไว้เป็นของตัวเอง ก็ประหยัดไปหลายร้อยแหละ

รู้หรือไม่ ถุงยางอนามัยที่หมอนวดใส่ให้นักเที่ยว น้อง ๆ ซื้อชิ้นละ 60 - 120 บาทนะคะ !!! ย้ำว่าชิ้นละ ไม่ใช่กล่องละนะคะคุณผู้ชายขราาา

สาวอาบน้ำ ต้องจ่ายทิปให้แม่ตะกร้า ซึ่งก็คือคนเตรียมตะกร้าให้นางค่ะ SL. อาจให้รอบละร้อยอย่างต่ำ
ทิปคนเชียร์ต่างหาก ถือเป็นสินน้ำใจ นานๆให้ทีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้ทุกรอบ ไม่ให้ไม่เป็นไร
เพราะถึงอย่างไร คนเชียร์ก็ได้ค่ารอบจากทางร้านอยู่แล้ว

เห็นมั้ยคะ น้อง ๆ ก็ต้องทิปเพื่อนร่วมงาน จ่ายจิปาถะนู่นนี่นั่น ถ้าถูกใจน้องก็ทิปสักหน่อย สี่ห้าร้อยกับค่าตัวสองพันขึ้น
สามร้อยสำหรับรหัสธรรมดาค่าตัวหลักพันเศษ ก็ไม่ขี้เหร่ค่ะ



ไซด์ไลน์นอก ไม่ค่อยอยากเข้าอ่างเพราะมองว่าจุกจิกหยุมหยิม ต้องฝึก ต้องมีตะกร้า
ต้องมีมารยาท ต้องมีกติกา บลา ๆๆ ที่สำคัญคือไม่อยากนั่งรอลูกค้านั่นแหละ
ถ้าสวยมาก สวยจัด เขาจะกันไว้ต่างหากไม่เอาไปนั่งปะปนกับเด็กรหัสทั่วไปนะจ้ะ
เพื่อให้รู้ว่าราคาแพงเป็นพิเศษไงคะ เป็นการเพิ่มมูลค่า และสินค้าก็รู้สึกดีกับตัวเอง ร้านเก๊งเก่งเนอะ 555


เป็นเด็กอ่างน้องบอกว่าอาย พี่ก็เข้าใจ ใครจะอยากเป็นเด็กอาบน้ำ เสียเซลฟ์แย่เลย เฮ้อออออ
แต่ ๆ รับงานนอก มีงานทุกวันหรือเปล่าล่ะ กว่าโมฯ จะส่งลูกค้าให้ บางทีอาทิตย์หนึ่งได้แค่รายสองราย ไม่ไหวนา...
เพราะฉะนั้น วันที่อยากได้เงินชัวร์ ก็เดินเข้าอ่างสิคะ จะเป็นไรไป...
น้องขา...รับงานนอก จบรอบลูกค้าไม่จบน้องทำอะไรไม่ได้ จะสองชั่วโมงอยู่แล้วยังไม่เสร็จ ได้แต่กัดฟันทน ๆ ไป เหนื่อยแทบตาย ใช่ไหม
แต่ถ้ามาอยู่กับพี่ ไม่เสร็จช่างมัน เพราะยังไงเราเบิ้ลรอบอัตโนมัติอยู่แล้วค่า น้องก็สบายใจได้ตังค์เพิ่ม เนอะ ๆ
สวย ๆอย่างน้องเนี่ย พี่ให้รอบละสามพันเลยเอ้า ประกันวันละสองรอบ ยังไงก็ได้ตังค์กลับบ้านหกพันนะคะ เริ่ดมั้ยล่ะ
น่านะ ลองดูก่อน สักอาทิตย์เดียวก็ได้ ที่นี่ลูกค้าดีจริง ๆค่ะ เดี๋ยวน้องก็รู้

ไม่อยากฝึกเหรอคะ โถน้องขา...ฝึก ๆ ไปเถอะค่ะ ความรู้ทั้งนั้น ได้ประโยชน์กับตัวเราเห็น ๆ
ทำลูกค้าติดใจน้องได้ทิป เขากลับมาซ้ำได้ตังค์อีก เผื่อมีสามีน้องจะได้รู้ใจไงคะ เสียเวลาฝึกชั่วโมงเดียวเองคุ้มจะตาย
ไม่สะดวกอาทิตย์ขอแค่สามวันเหรอคะ...ว้าน้อยไปอะ เอางี้ละกันถือว่าพี่ขอน้องช่วย ห้าวันนะคะ น่านะเดี๋ยวพี่พาเลี้ยงหนม...

คงไม่ต้องบอกมั้งว่าบทพูดทั้งหมดเพื่อการณ์ใด...ลองขบคิดดูค่ะ

โลกมันเป็นอย่างนี้
ที่มาเล่าให้ฟังเนี่ย เพื่อให้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง...
อิฉันก็แค่...คิดว่าอาจจะมีคนอยากรู้ ก็เลยพูดลอย ๆ มั้ง

นอนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะทุกท่าน

พรุ่งนี้เราเที่ยวเลานจ์หรูเนอะ นัดกันแล้วใช่ไหม

ตอนนี้ขอรวบรวมคำถาม และข้อสงสัยที่อ่านผ่านตามาตอบนะคะ
อิฉันอ่านทุกคอมเม้นท์ค่ะ แต่คอมเม้นท์ย่อย บางทีอาจจะไม่ได้กดเข้าไปดู

ตอบแบบรวม ๆ เนอะ
สาวบริการทั้ง SL. ในและนอกอ่าน รวมถึงนั่งดริ๊งก์เป็นเรื่องเป็นราว รายได้ดีมากทุกคนเลยไหม
ตอบ... ไม่ทุกคนค่ะ
SL. นอกอ่าง หน้าตาธรรมดา แต่อายุยังไม่มาก ขายกันอยู่ที่หลักพันต้น ๆ เองจ้า และไม่ได้มีลูกค้าทุกวัน
เกรดนี้เข้าอ่างพรีเมียมอาจจะไม่ผ่านด้วยซ้ำ อาจต้องไป ตจว.
เพราะอ่างพรีเมียมในกรุงน้องได้ถึงตัวพันกว่า ๆ ประมาณพันกลาง ๆ ต่อรอบค่ะ

การเป็นเด็กรหัสอาบอบนวด ไม่มีประกันรอบ และไม่ได้หมายความว่าจะมีลูกค้าขึ้นรอบทุกวันนะคะ
ศุกร์ เสาร์ เงินเดือนออก ถ้าเป็นอ่างใหญ่ ๆ กำลังดัง อาจจะได้สองถึงสามรอบ ยกเว้นช่วงไฮซี่ซั่นอาจจะได้มากกว่านี้
แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาได้หนึ่งรอบดีกว่าไม่มีรอบเลย ซึ่งก็เกิดขึ้นได้ค่ะ
ยิ่งเป็นอ่างชั้นรอง ๆ ลูกค้าเที่ยวน้อยโอกาสที่คืนนั้นจะกินไข่เน่าสูงมากค่ะ

ไซด์ไลน์ในอ่างก็ไม่ต่างกัน สวยกลาง ๆ ได้สองรอบวันธรรมดาบางทีลุ้นแล้วลุ้นอีก
รหัส SL หรือไซด์ไลน์ในอ่าง ราคาจะอยู่ที่ สองพันปลาย - สี่ห้าพันค่ะ
ไซด์ไลน์ตัวจัดหมายถึงสวยมาก ขายรอบเหยียบหมื่น ส่วนใหญ่รับงานรอบเดียวเลิก เว้นเสียแต่ลูกค้าเหมารอบ และด้วยราคานางแพง
ทางร้านจะรีบดันออกก่อน และคนสวยขนาดขายตัวน้ำละหมื่น (ฟังดูหยาบคาย ขออภัยค่ะ แต่มันต้องใช้คำนี้ถึงจะเห็นภาพ)
สวยขนาดนี้มีไม่เยอะจ้ะ พอร้านได้มาก็จะตามลูกค้าในมือซื้อทันที เพราะถ้าน้องไม่ได้รอบ น้องอาจจะไม่มาทำที่ร้านอีกเลย
และคนสวยจัด เลือกอยู่อ่างดัง ได้ตังค์ชัวร์ ลูกค้าดูดีมีระดับ โอกาสผูกปิ่นโตเดือนหลักแสนมีนะคะ ไม่งั้นจะเห็นหมอนวดขับ SLK เหรอจ๊ะ
สวยจัดราคาเหยียบหมื่นถึงหมื่นต้น ๆ ถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยค่ะ
ยิ่งพวกรับงานเฉพาะกิจเช่น นางแบบ ดารา ที่เปิดราคาห้าหมื่นอัพบางคนถึงหลักแสน มีค่ะ แต่ไม่เยอะ


ไซด์ไลน์นอกอ่าง ค่าตัวระดับธรรมดา - สวยกลาง ราคาประมาณ พันกว่า ๆ ถึงสองพันเศษ ๆ ไม่เกินนี้หรอกค่ะ อย่ามาโม้ !
พวกที่ขายได้สี่ห้าพัน ความสวยก็ประมาณพริตตี้ยืนงานตามบู๊ทสินค้าค่ะ หรือไม่ก็ใส่ชุดนักศึกษาขายความสด
ซึ่งก็ได้แป๊บเดียวไม่กี่เดือนหรอกค่ะ ฉะนั้นก็อย่าอัพราคาให้มันเวอร์ เดี๋ยวไม่มีใครซื้อนะตัวเธอว์
ที่ว่าราคาหลักหมื่น มีจริง แต่ต้องมีดีกรีพ่วงมาด้วยเช่น
เคยถ่ายงานลงนี่นั่น เคยยืนบู๊ทรถยนต์ยี่ห้อดัง เป็นพริตตี้สินค้าเกรดพรีเมียมเป็นต้น

ของราคาแพง ขายยากค่ะ อาจจะมีคนเถียงว่าผมเคยจ่าย เพื่อนในแก็งค์เคยจ่าย ดิฉันไม่แย้ง แต่ขอถามกลับ
ชีวิตนี้ซื้อกินน้ำละหมื่นกี่ครั้ง? เปรียบเทียบกับซื้อระดับกลาง ๆ อันไหนบ่อยกว่ากัน?
เรากำลังพูดถึงไซด์ไลน์ทั่วไป ไม่ใช่ปิ่นโตนะคะ อย่าว่างู้นงี้เลยนะ เน็ดไอดอลที่ว่านมใหญ่ ใจกล้า
ถ้าบอกว่าน้ำละหมื่น จะมีคนยืนต่อคิวกี่คน และมันจะเป็นอย่างนั้นกี่วัน
ไม่เกินครึ่งปีราคาหล่นรูด รู้ ๆกันอยู่วงการนี้ เด็กสดเดินเข้าทุกเมื่อเชื่อวัน หรือไม่จริง ?

ฉะนั้นทั้งSL. และคนซื้อ อยู่บนพื้นฐานความจริง อย่าเพ้อ อย่าเข้าข้างตัวเอง อย่าพยายามบิดเบือนปั้นความหรูเลยค่ะ
ไม่มีใครเดือดร้อนไปกับพวกคุณ คนนอกเขาก็นั่งอ่าน นั่งดูประดับเป็นความรู้ เอาความจริงมาให้เขาทำความเข้าใจ จะดีกว่านะคะ

อ่อ...ที่มีถามเล่าว่ารับจ้างกินข้าวเป็นเพื่อนมื้อละสามพันห้าพัน
มันมีมานานแล้วค่ะ มีตั้งแต่อิเจ๊ยังเป็นเด็กน้อยเล่นอีมอนซ่อนผ้าค่ะน้อง ไม่ต้องตกใจจ้า งานแบบนี้ไม่ได้เพิ่งมี
เมื่อก่อนเป็นพวกนางงามตกรอบ เด็กอยากเข้าวงการดารา มีเอเย่นนายหน้าพาไปหาเสี่ยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
นั่งกินข้าว คุยกัน เสี่ยให้ตังค์น้องเป็นค่าขนมสามสี่พันแล้วแต่ถูกอัธยาศัย ให้คนพาไปอีกพันสองพัน

จากนั้นมันก็พัฒนามาเป็นระบบ ประกอบกับการเป็นดารานางแบบไม่ยากเท่าไหร่
หนังสือแฟชั่นหัวนอกออกใหม่มีช่องทางให้สาวๆ สร้างเครดิตอื้อซ่า ถ่ายสองแช๊ะเป็นนางแบบอัพราคาได้แล้วค่ะ
ไหนจะพริตตี้อีกล่ะ ยืนงานนั้นงานนี้ ช่วยพีซีห้างขายของ ก็ว่าเป็นพริตตี้แล้ว รู้จักโมฯ ดัง เอฯ ใหญ่ก็มีโอกาสได้งานหลากหลายเนอะ


แม่โทรมาตามอะ ไปก่อนนะ (จะบอกทำไม คงหวังให้คนแถวนี้เข้าใจมั้ง คริ คริ  อมยิ้ม16)

กำลังมันเลย เดี๋ยวค่ำ ๆ จะมาเม้าท์ใหม่

วุ้ยยยยยย อยากเที่ยวเลานจ์เปรี้ยวปากชะมัด 55555555

ก่อนที่เราจะไปเลานจ์
เมื่อตอนที่แล้วเม้าท์ค้างไว้...

หญิงบริการมีหลายเกรดนะคะ
หลาย ๆ คนมอง SL. เป็นสาวงาม ค่าตัวแพง ซึ่งที่จริงไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด
SL. ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสวยเลิศเลอเป็นนางฟ้านางสวรรค์
แค่อยู่ในวัยกำลังดีอายุ 18 - 28 ปี เรียกว่าสวยงามตามท้องเรื่อง (เรื่องไหน พอจะเดาออกเนาะ)
*อายุน้อยกว่าสิบแปดมีค่ะ แต่เสี่ยงเกินไป จัดไว้ให้เฉพาะกลุ่มชอบเสี่ยง
*อายุมากกว่า 28  ปี ก็มีค่ะ แต่ไม่ค่อยบอกหรอกว่าสามสิบแล้ว ถ้าเนื้อตัวยังได้ก็หยุดไว้ที่ 28 ปี  555
หน้าตากลาง ๆ ขอผิวเกลี้ยง ๆ จับแต่งให้งามได้ ที่สำคัญหุ่นกำลังดี สูงพอได้ ไม่อ้วนไป ไม่ผอมไป
คุณสมบัติเพียงเท่านี้ ก็ทำไซด์ไลน์ได้แล้วค่ะ
ราคาที่ขาย ว่ากันตามท้องตลาดก็อย่างที่บอกไปแล้ว พันกว่า ๆ ไปจนถึง สามพัน อันนี้ราคาตล๊าดตลาด
มากกว่านี้คือสี่ห้าพัน ขยับไปยันหมื่น แล้วแต่ความพิเศษของรูปร่างหน้าตา บุคลิกกิริยา การแต่งเนื้อแต่งตัว ฯลฯ

^
^
^
คือไซด์ไลน์ ทั่ว ๆ ไป ที่นักเที่ยวรู้ ชาวบ้านร้านถิ่นพอรู้
ทำไมถึงเรียกไซด์ไลน์ เพราะน้อง ๆ ไม่ได้ขายตัวเป็นประจำถูกไหม
อาจจะช่วงร้อนเงินอาทิตย์ละสองสามครั้ง (???)
ไม่ได้ขายทุกวันซะหน่อย (ทำหน้าแบ้วด้วยนะ จะได้อารมณ์เข้าข้างตัวเองมาก 555)

ที่ไม่ขายทุกวันมีอยู่สองอย่างคือ บางคนเซฟตัว จึงเลือกทำงานแค่สองหรือสามวัน (พวกนี้สวยค่าตัวแพง)
บางคนหางานไม่ได้ เพราะไม่มีร้านต้องรอนายหน้าเรียกเท่านั้น
ตามลูกค้าเก่า ๆ กลับมาซ้ำ มันไม่ง่าย เพราะอย่างที่บอกนิสัยผู้ชายเที่ยวแบบนี้ เขาเปลี่ยนตลอด ๆ โอเคนะคะ...
จะเข้าร้านก็ไม่ไหว มันดูโจ่งแจ้งเกินไป ดูเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น ทำใจลำบากว่างั้น
เพราะฉะนั้นจึงมาเป็นไซด์ไลน์ด้วยเหตุฉะนี้

ไซด์ไลน์ในอ่างก็เหมือนกัน ทำงานเฉพาะวันที่พอใจตามระยะเวลาที่ตกลงกับร้าน
อยากหยุดก็หยุด ร้อนเงินหิวตังค์เมื่อไหร่ค่อยแวะไปเซย์ไฮจากุซชี่ ก็แค่นี้เอง...

*** สาวหมอนวดอาบน้ำ รหัสธรรมดาค่าตัวหลักพัน ที่จริงก็ไม่มีใครบังคับว่าต้องทำงานเดือนละกี่วันนะคะ
อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุด แต่...ที่ไม่หยุดเพราะมันหยุดไม่ได้
ถึงตัวสมมติรอบละพันได้เฉลี่ยวันละสองรอบ ทำงานเดือนละ 20 วัน
ได้เงิน 40,000 บาท หักค่าใช้จ่ายนู่นนี่นั่น เหลือจุนเจือครอบครัวไม่ได้มากมายอะไรเลย
ฉะนั้นไม่จำเป็นไม่อยากหยุดค่ะ ไม่ใช่เพราะร้านบังคับ
สาวๆ ราคาธรรมดา ร้านขอความร่วมมือเมื่อไหร่น้อง ๆ พร้อมให้เต็มที่ ยิ่งพูดง่าย เชียร์แขกรัก
ก็อยู่ง่ายขึ้นแม้ไม่ใช่คนสวยก็ตาม
คนกลุ่มนี้ เป็นส่วนใหญ่ของวงการค้ากามในอาบอบนวดค่ะ
พวกสวยจัด สวยเด้ง ดาวดัง มีไว้เป็นกระแสและต้องมี ไม่จำเป็นต้องมากมายแค่ให้รู้ว่ามีก็พอ

สาวบริการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะนอกหรือในอ่าง ขายบอกผ่านนายหน้าหรือขายด้วยตัวเอง
ไม่ใช่คนสวยระดับนางฟ้านางสวรรค์ ไม่ใช่สาวงามที่ชายใดเห็นก็งอแงอยากได้
แต่พวกเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่ตัดสินใจเลือกหมองหม่นประดับบนทางชีวิตตัวเอง...

สาวขายบริการกลุ่มใหญ่ หน้าตากลาง ๆ หลาย ๆราย เลี้ยงดูคนในครอบครัว
เก็บหอมรอมริบลงทุนกับไร่นาอสังหาริมทรัพย์ที่บ้านเกิด สะสมอดออมเพื่อเป็นทุนรอนค้าขายเล็ก ๆ น้อยๆ
ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาพาตัวเองเข้าสู่ความมืดมิด
เมื่อถึงคราวตัดใจออกจากหนทางมืดมนเธอก็ทำได้ เพราะหนทางค้ากามไม่เคยง่ายสำหรับพวกเธออยู่แล้ว
คนไม่สวยต้องขยัน คนไม่สวยต้องทุ่มเท ฉะนั้นคนไม่สวยภูมิคุ้มกันมีมากกว่าคนสวย คือสัจธรรมค่ะ

หมอนวดมากมายยุติอาชีพให้บริการไปประกอบอาชีพค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เงินพออยู่ไหว
พวกเธอก็ไม่เสียดายไม่หวนคิดถึงอ่างราคาแพง เพราะตอนทำงานขายก็ใช่ว่าจะร่ำรวยนี่นา
ตัดสินใจออกมา ชีวิตก็ดิ้นรนแค่ไม่สบายเท่าเดิม แต่ยังไงก็ต้องออกสักวัน คนคิดได้ก็คิดได้เอง
คนคิดไม่ได้ก็อัพยาไป ก่นด่าชีวิตไป ใครมาชวนไปขายตัวเมืองนอกก็ไป ค่อยๆลดเกรดตัวเองเรื่อย ๆ
สุดท้าย ขอแค่มีผู้ชายสักคนไว้ยึด ต่อให้ต้องทำงานงก ๆ เลี้ยงมันก็ยอม...
เพราะคิดว่าดีกว่าปล่อยชีวิตเคว้งคว้างล่องลอยไร้จุดหมาย

ที่คุณ ๆ ถาม สาวอาชีพขายบริการสุดท้ายเป็นอย่างไรส่วนใหญ่ก็ประมาณนี้ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++
เมื่อวานมีหลังไมค์ถามมามาก
อันดับแรก คือแยกประเภทเลานจ์กับบาร์ไม่ออก
อันดับที่สอง คือร้านแรงอยู่ตรงไหน  5555555555

ตอนหน้าเราจะไปเลานจ์จริง ๆ แล้วนะคะ
ส่วนที่ถามว่าร้านแรงอยู่ตรงไหน เอิ่ม...ไม่บอกย่ะ ไม่อยากสนับสนุนธุรกิจใคร 5555555

เธอใช่ไหมที่ให้ฉันพาไปกินสุกี้ในอ่างจากุซชี่ 555

สูทก็คือห้อง suit เหมือนโรงแรมค่ะ ห้องนอนแยกจากห้องพักผ่อนนั่งเล่นเป็นส่วนตัว
เพียงแต่ห้องนั่งเล่นในห้องสูทอาบอบนวด มีอ่างจากุซชี่หญ่ายใหญ่ และมีเตียงด้วยอ่า

อ่างใหญ่เอาไว้ลงไปเล่นน้ำกับน้องๆ ไงค๊าาาา

เช่นพี่กาก้ามากับเพื่อน พี่ก็เรียกน้องสอง-สามคน มาอาบน้ำให้
พี่ก็เปิดห้องสูท พี่กับเพื่อนลงแช่น้ำในอ่างขนาดใหญ่ในโถงนั่งเล่น คุยธุรกิจพันล้าน
มีสาวงามนุ่งน้อยห่มน้อยหรือไม่หุ้มไม่ห่มอะไรโชว์ส่วนสัดจะจะตาระหว่างนวดเฟ้น ช่วยพี่กาก้าและเพื่อนผ่อนคลาย
เอิ่ม...ที่จริงน้องทำได้มากกว่านวดนะคะ ก็...เหมือน ๆ ตอนเราอยู่ด้วยกันสองคนแหละค่ะ ได้ทุกอย่างจ้ะ
น้องทำได้ค่ะ น้องมืออาชีพ น้องจัดให้เสมอ ป้อนข้าวป้อนน้ำ ถูเนื้อถูตัวเอาตัวถูก น้องจัดได้
โจ๊ะพรึ่มพรึมต่อหน้าเพื่อนพี่เหรอคะ อร้ายยยย บ้าน่า...นั่นมันอาชีพน้องนะพี่ จะถามทำไมวะ ได้สิยะ แหม่... 555
น้องไม่แคร์ถ้าพี่ไม่อาย บอกแล้วไงมืออาชีพค่ะ...มันคืองานนี่คะ คิดมากก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี จะคิดให้เปลืองหัวทำไม


จะสวิงกิ้งได้ไหม ต้องถามน้อง ๆนะคะ ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาถ้าจ่ายตังเพิ่ม
อยู่ดี ๆให้มี sex กับผู้ชายสองคนแต่ได้รอบเดียว งกไปป่ะ ใครจะอยากยอม
เหมาสองรอบสามรอบต่อคนว่าไปอย่างจะบริการสุดใจเลยเชียว หรือจะทิปหนัก ๆ ก็หยวน ๆ พอได้ค่ะ คริ คริ

ปล. กฎเหล็กของอ่างระดับพรีเมียม จะไม่มีการสองชายหนึ่งหญิงเป็นอันขาด
ยกเว้นเด็กยอมแต่ก็ต้องจ่ายสองรอบอย่างต่ำ
แต่สองหญิงหนึ่งชาย โอเคมาก ๆค่ะ เพราะร้านได้ประโยชน์นี่จ้ะ

ปล. 2 ทอมใช้บริการได้เป็นบางร้าน แต่เลือกเด็กไม่ได้ทุกคน เชียร์ต้องถามความสมัครใจเด็กก่อนจ้ะ


*โจ๊ะพรึ่มพรึม แปลว่า ซั่ม (ศัพท์เก่าแก่ บอกอายุอิฉันค่ะ 555)

สถานบริการแบบไหนเรียก “ค้อกเทลเลานจ์”
สถานที่
ตกแต่งหรูหรา สวยงาม เพราะลูกค้ามีกำลังซื้อค่อนข้างสูง (เลานจ์แรงไม่ได้แปลว่าถูกนะคะ อย่าเข้าใจผิด)
เลานจ์แรงมีเด็กใจถึงเป็นจุดขายไม่ได้หมายความว่าร้านจะซอมซ่อค่ะ คนละประเด็นกัน
เวทีน่าสนใจ มีการแสดงดนตรี มีโชว์โดยโคโยตี้และหรือแดนเซอร์
แสง สี เสียง ครบครัน เครื่องเสียงดี ไลท์ติ้งดีไซน์เป็นการแสดงแสงสี
การจัดวางโต๊ะจะมีทั้งโต๊ะสูงแบบผับทั่วไป มีมุมโซฟานั่งสบายกรณีลูกค้าต้องการนั่งคุยกับสาว ๆ
การแสดง
วงดนตรีเล่นแนววาไรตี้ เน้นสนุกสนาน
ดีเจเปิดเพลงมันส์ โดยรวมคล้าย ๆ ผับเธคทั่วไป
โชว์จากแดนเซอร์และต้องมีโคโยตี้ขึ้นเต้น
เวทีไม่มีว่างเพราะต้องมีโชว์มีดนตรีแสดงตลอด
ที่สำคัญ
มีสาวงามนั่งชั่วโมงเป็นเพื่อนดื่มกินกับลูกค้า
(สาวนั่งดริ๊งก์คุณสมบัติเบื้องต้นสูง หุ่นดี หน้าตาไร้สิวฝ้าแต่งออกมาแล้วไม่หลอน ไม่ขาวแต่ไม่คล้ำและต้องผิวเนียน)
ครบองค์ประกอบข้างต้นถือว่าเป็นร้านค็อกเทลเลานจ์ได้ค่ะ

จะเห็นว่าร้านคาราโอเกะห้องแถว ไม่ใช่เลานจ์นะจ๊ะ พอเข้าใจแล้วเนอะ

เอาล่ะวันนี้เราไปเที่ยวเลานจ์แพง ๆ กันดีกว่า ไปที่ไหนดี
(อยากจะบอกชื่อนะ แต่เกรงจะเป็นการอวยเขาซะเปล่า ข้าพเจ้าไม่มีส่วนได้เสีย เรื่องอะไรจะโฆษณาให้ล่ะคะ 555)
สุขุมวิท เอกมัยก็มีสามสี่ร้านที่ขึ้นชื่อ
รัชดามีสองสามร้าน
เลียบด่วน เกษตรนวมินทร์เบ่งบานเป็นดอกเห็ด
ลาดพร้าวก็มีสองสามร้าน
ศรีนครินทร์ พัฒนาการมีเจ้าเก่าดั้งเดิมอยู่นี่นา (โลเคชั่นนี้เน้นขายแรง เมื่อคืนไปมาแล้วชักเอียน ขอร้านไฮฯ ๆ ดีกว่าเนอะ)

ร้านหรูมาแรงที่สุดชั่วโมงนี้อย

กฏ-กติกา เงื่อนไขข้อปฏิบัติหลักๆเวป xonly
1.ห้าม emo เปล่า, ไม่เป็นคำ   do not use emoji only - Banned
2.ห้ามตอบเฉพาะคำย่อในเวปนี้ disallow short massage like lol thx ty omb omg etc. - Banned
3.ตอบ 3 คำไม่ใช่ 3 พยางค์ ๆๆๆๆๆ ไม่นับเป็นคำ if you comment less then 3 words as 'thank,wow,good,like,love' - Banned

4.ตอบมักง่าย ไม่ว่าจะยาวแค่ไหนก็โดนแบน

*

ออฟไลน์ พัดลม

  • Global Moderator
  • *****
  • 9136
  • 2463
  • ผมทำได้แค่ส่ายหน้า
    • ดูรายละเอียด
ร้านหรูมาแรงที่สุดชั่วโมงนี้อยู่ที่เกษตรนวมินทร์หนึ่ง เหม่งจ๋ายหนึ่ง สุขุมวิทอีกหนึ่ง
มีเมมทุกที่ คืนนี้เลือกไป...ร้านนี้ล่ะนะ (จิ้นเองตามสบายค่ะ คริ คริ)
เปิดเมมฯ ไว้แล้วใช่ไหม โทรหาเซลล์ที่เคยรับช่วยจัดโต๊ะที่เราชอบจะดีกว่าไปเก้ ๆ กัง ๆ เสียลุ๊กนะครัช
เซลล์ดีใจตายเลยล่ะลูกค้าโทรหา เพราะงั้นบอกไปเลยว่าจะเข้ากี่โมง จะจองเด็กก็บอกไป
แต่...ไม่ได้มานานแล้ว เพราะงั้นขอดูรูปน้อง ๆ สักหน่อย ให้เซลล์ส่งมาให้เลือกเลยจ้า
ชอบแบบไหนก็จัดไป แต่นั่นหมายความว่าลงจองน้องต้องรันดื่มตั้งแต่สามทุ่มนะเจ้าคะ (เวลาเริ่มรันดื่มจองแต่ละร้านไม่เหมือนกันค่ะ)

เอ...คิดมาคิดไป วันนี้วันธรรมดา เราก็สะดวกเข้าตอนห้าทุ่มเพราะงั้นวัดดวงข้างหน้าดีกว่า
แต่ขอดูรูปเด็กไว้ก่อนเถอะ เผื่อไปถึงน้องยังไม่ได้นั่งกับใครและตัวจริงถูกใจ ก็จะได้เรียกเลยเนอะ

มาถึงร้านห้าทุ่มหน่อย ๆ ปรากฎวันนี้ลูกค้าเยอะกว่าที่คิดไว้ น้องที่หมายตาลงนั่งซะแล้ว
ไม่เป็นไรบอกเซลล์เรียกที่เหลือมาให้ดู ถ้าเซลล์ไม่ขี้โม้ว่าเด็กมาใหม่สวยๆทั้งนั้นมันต้องมีถูกใจสักคนล่ะน่า

ท่าจะเหลือแต่เด็กหน้าตากลาง ๆ อืม...วันนี้ลูกค้าหนาตาเด็กสวยจัด ๆ ไม่เหลือก็ไม่แปลก
งั้นเปลี่ยนสเป๊คใหม่ จากที่อยากได้ลุ๊กคุณหนูคิขุน่ารัก เป็นขอจัดแรงสักหน่อยได้ไหม
เซลล์ยิ้มรับรีบบรรยายสรรพคุณ “น้ององุ่น (แหงล่ะนามสมมติเล่นคำพ้องเสียงย่ะ เครนะ) เพิ่งมา งานดีมากค่ะ เอาใจเก่ง กินเหล้าเก่งมาก สนมั้ย ๆ”
กินเหล้าเก่ง ! อ่ะห๊า...แบบนี้สิมันส์...เหล้าเข้าปากถึงไหนถึงกัน พี่ชอบ...

น้ององุ่นหน้าตาน่ารักนี่หว่า รอยสักตรงหลังทำให้ดูแรง ๆ ไม่ใช่ลุ๊กคุณหนูหวาน ๆ ก็โอเค๊
ให้อภัยเพราะคัพดีที่โผล่พ้นเกาะอกครึ่งเต้า ช่างสวยงามอร่ามตา
ผิวเนียนๆขาว ๆ ช่วยให้เหล้าคล่องคอขึ้นอีกเยอะ เชื่อเถอะน่า เซลล์รีบเชียร์เลยเชียว
องุ่น น้ำตาล และยีสต์ทำหน้าที่ดูแลเราคืนนี้ แหม่...ลงตัวเป็นบ้า จับสามคนนี้รวมกันบ่มเป็นไวน์น่าจะอร่อยดี
จากนั้นมหกรรมมอมเหล้าสาว 5 วิ 10 วิ ทอยเต๋านับแต้มก็เริ่มต้น
เผลอแว๊บเดียวตีสองครึ่ง ได้เวลากลับบ้านก็พอดีสามสาวเมาได้ที่
เราก็เมาได้ใจ อยากได้ใครสักคนกลับบ้านคืนนี้ เสียแต่...ร้านเซลล์เซฟเด็กชะมัด ท่าจะไม่ได้อย่างใจ
เอาไว้ค่อยมาวันหน้า องุ่นห่ามแต่งามไม่ธรรมดา ขนาดเมายังไม่หลุดเรื้อน แบบนี้เนื้อคู่นี่หว่า...
ต้องลองล่อซื้อใจดูสักตั้ง สั่งเซลล์ลงแถมดื่มอีกห้า หยอดไว้ก่อนทุ่มไวไปเดี๋ยวเด็กได้ใจ
คราวหน้ามาถ้าไม่ให้จะออกตัวยาก คืนนี้ฝากรักจุ๊บแก้มแค่นี้พอ อีกสองวันข้างหน้ามาใหม่ค่อยว่ากัน
“พี่ขา...เหล้าเมมเหลือไม่ถึงขวดเปิดเมมเพิ่มเลยไหม” เซลล์ทำงานดีจริง ๆ แบบนี้เท่ากับยังไงก็ต้องมา
และเราก็ตั้งใจจะมาเก็บคะแนนกับน้ององุ่น เพราะงั้นเปิดเมมเพิ่มดีกว่า
เอาเมมห้าหมื่นนะ จะได้ห้องวีไอพีฟรี มีความเป็นส่วนตัว เผื่อนัวเนียถนัด ๆกว่านี้อีกสักหน่อย

คืนนี้ก่อนจากลา ทิปน้ององุ่นสองพัน เซลล์หนึ่งพัน น้องยีสต์หนึ่งพัน น้องน้ำตาลหนึ่งพัน
เสิร์ฟห้าร้อย เด็กรับรถห้าร้อย เด็กห้องน้ำให้สามร้อยพอเบื่อมันสับอยู่ได้รำคาญเว้ย !!!
ค่าดื่มทั้งเซลล์และที่แจกเด็กเข้ามาทักมาถามรวมทั้งหมด 40 ดื่ม เป็นเงิน หมื่นสี่
ค่าอาหารที่สาวสั่งแก้หิวอีกสองพัน รวมค่าใช้จ่ายเฉพาะคืนนี้ สองหมื่นกว่า ๆ
มากับเพื่อนอีกสองถ้าหารเท่ากันก็จ่ายคนละแปดพัน รับได้รับไหว
มันหนักก็ตรงเปิดเมมใหม่ แต่ยังไงเราก็ต้องมาฉะนั้นห้าหมื่นจ่ายเองก็ได้ เพื่อนพวกนี้ไม่ค่อยมาถือว่าเลี้ยงเหล้ามันก็แล้วกัน
เท่ากับโต๊ะเราจ่ายเงินรวมทั้งหมด เจ็ดหมื่นกว่า ๆ แหม่...เกือบแสนเชียว
แต่...นักเที่ยวกระเป๋าหนักเที่ยวเลานจ์หรูก็จ่ายราคานี้ธรรมด๊า ธรรมดาครัช

ก่อนจะกลับทันได้เห็นน้องน้ำตาลเมาปลิ้น เซลล์ลากเข้าห้องพักพนักงาน
แหม่...ถ้าเป็นร้านแรงนะ ป่านนี้น้องอาจคลานขึ้นสปอร์ตคาร์ของเพื่อนที่มาด้วยกันแล้วแหละ

***ทุกร้านจะมีที่ให้เด็กเมาครองตัวไม่ไหวได้นอนพัก
**โดยมีเซลล์ที่เรียกนั่งคอยดูแลความปลอดภัยจนกว่าน้องจะพร้อมกลับบ้าน ถือเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของเซลล์

แม่องุ่นเปรี้ยว อีกไม่นานเจอกันใหม่ ดูสิว่าถ้าพี่มาหว่านเงินหนัก ๆ มันจะออกผลเป็นอะไร

โปรดติดตามตอนต่อไป จุ๊บ ๆ
คืนนี้ราคี แอร้ยยยยย ราตรีสวัสดิ์

ปล.ที่เล่าแบบนี้เพื่อให้เห็นภาพใกล้เคียงของจริงค่ะ และนี่เป็นในฝั่งผู้มาใช้บริการ
ตอนหน้าเราจะมาดูในฝั่งผู้ให้บริการบ้าง พวกเขาคิดอย่างไร

ทำงานค็อกเทลเลานจ์

ถึงตอนนี้ผู้อ่านทุกท่านทราบว่า ธุรกิจสถานบันเทิงค็อกเทลเลานจ์มีสาวงามเป็นแรงจูงใจดึงดูดลูกค้าหนุ่ม ๆ มาใช้บริการ
แต่ถึงแม้สาวสวยจะเป็นหัวใจหลัก ทว่าพนักงานที่มีส่วนสร้างรายได้ให้กับร้านและมีส่วนสำคัญไม่แพ้กันคือ
“เซลล์เมมเบอร์”
ความหมายตรงตัวไม่ซับซ้อน เซลล์เมมเบอร์ มีหน้าที่ขายเมมเบอร์ให้ลูกค้าเป็นงานหลัก
เลานจ์หนึ่งร้านจะมีเซลล์เมมเบอร์ในอัตราส่วนเด็กนั่งดริ๊งก์ 4 คน ต่อเซลล์ 1 คน
(ประมาณจากประสบการณ์นะคะ บางร้านอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้)
เท่ากับถ้าร้านมีสาว ๆ 100คน จะมีเซลล์โดยประมาณ 25 คน เป็นอย่างต่ำ (จะให้ดีต่อร้านต้องมีเซลล์สามสิบคนขึ้นค่ะ)

เป็นเซลล์เมมเบอร์ต้องผ่านงานอะไรมาก่อน ต้องเป็นผู้หญิงหรือไม่ ? อยากรู้ใช่ไหม ???
อยากรู้ต้องได้รู้ คริ คริ

คำตอบคือเซลล์เก่ง ๆของหลายร้านเป็นผู้ชายค่ะ แต่ในท้องตลาดสำหรับค็อกเทลเลานจ์เซลล์หญิงจะเยอะกว่าชายจ้า
จะทำงานขายเมมเบอร์ในเลานจ์ได้ อย่างน้อยต้องเคยผ่านงานบริการด้านใดด้านหนึ่งมาก่อน
ที่สำคัญต้องรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หากมีลูกค้ากระเป๋าหนักในมือหลายราย เรียกว่าเป็นเซลล์มือทอง
เมื่อมีลูกค้ามากก็มีทางเลือกมาก และการแย่งชิงซื้อตัวเซลล์ไปร่วมงานเกิดขึ้นเป็นประจำในวงการนี้

การซื้อตัวเซลล์ก็คือจ่ายเงินสดก้อนใหญ่ให้กินเปล่า เพื่อการตัดสินใจทิ้งร้านเดิมง่ายขึ้น
เซลล์เก่ง ๆ เมื่อย้ายไปอยู่ร้านไหน ๆ ลูกค้าจะติดตามไปให้กำลังใจ (ทำไม? เดี๋ยวจะขยายความ)
ถ้าร้านเป็นที่ถูกใจลูกค้าที่ตามเซลล์มาก็จะอยู่ยาว กลายเป็นลูกค้าประจำของร้านนั้น ๆ
แต่ถ้าร้านไม่โอ. ไม่ตอบโจทย์ ลูกค้าก็กลับไปร้านเก่า ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าเซลล์รู้ใจไม่อยู่คุณลูกค้าจะคว้าง
เพราะเซลล์ร้านเก่ารอเสียบเพียบพร้อมจะอุ้มกลับแทบทันใด

ฉะนั้นแม้จะมีเงินทุ่มซื้อตัว แต่ถ้าร้านไม่เวิร์ค เซลล์ก็ไม่ร่วมงานด้วยนะจ๊ะ

ทำงานเซลล์เมมเบอร์ในค็อกเทลเลานจ์จะให้รุ่งต้องมีลูกค้าในมือเป็นสำคัญ กระนั้นถ้ามีเด็กไว้ใจติดตามไปด้วยถือว่าพุ่งจ้า
ส่วนใหญ่เซลล์เมมเบอร์มีที่มาที่ไปอย่างไร ???
จำนวนไม่น้อยเคยเป็นเด็กนั่งฯมาก่อน หากเป็นผู้ชายอาจจะไต่เต้าจากเสิร์ฟ
พนักงานเสิร์ฟที่มีทักษะงานบริการมีไหวพริบคล่องแคล่วสามารถพัฒนาตัวเองเป็นกัปตัน
เป็นกัปตันคือหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟลูกค้าย่อมให้ความสำคัญกว่าเสิร์ฟทั่วไป การจะสร้างความเชื่อใจก็ง่ายขึ้นค่ะ
เราเรียกพนักงานที่ทำหน้าที่บริการลูกค้าโดยตรงว่าฝ่ายปฏิบัติการณ์

พนักงานในส่วนปฏิบัติการที่เอาใจใส่ในงานฉลาดปราดเปรียว ซื่อสัตย์มีความกระตือรือร้น
ลูกค้าให้ความไว้วางใจบางคนสนิทชิดเชื้อถึงขนาดพาเที่ยวพากินถึงไหนต่อไหน
ยิ่งมีลูกค้าไว้ใจหลายรายโอกาสหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าย่อมมีมากขึ้น
สบโอกาสเมื่อไหร่ก็เลื่อนตำแหน่งตัวเองเป็นเซลล์เมมเบอร์
อาจขอผู้จัดการร้านที่ทำอยู่เพื่อเลื่อนขั้น ถ้าร้านเก่ามีคนกีดกันแต่เรามั่นใจว่ามีลูกค้าสนับสนุนแน่ๆ
ก็ออกไปสมัครงานที่ใหม่ในตำแหน่งเซลล์แสดงพาวเวอร์ด้วยการให้ลูกค้าเปิดเมมเบอร์โชว์ เท่านี้ร้านก็ให้ความสนใจเซลล์ใหม่แล้วจ้า

การสร้างความมสนิทสนมกับลูกค้าด้วยเทคนิคของตัวเองเป็นวิธีหนึ่งเพื่อก้าวหน้าในอาชีพ
ทว่าความขยันขันแข็งมีเซอร์วิสไมด์มีความสามารถโดดเด่นแคล่วคล่องว่องไว ก็ทำให้ได้รับโอกาสเช่นกัน
โดยเฉพาะถ้าได้ร่วมงานกับเจ้านายที่ใจกว้างมีวิสัยทัศน์ การขึ้นเป็นเซลล์เมมเบอร์โดยไม่มีลูกค้าในมือ
ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้เพราะการสะสมลูกค้าเกิดขึ้นได้เสมอ
เซลล์เมมเบอร์ที่ยังไม่มีลูกค้าติดตาม เราเรียกเซลล์ non
และเซลล์น็อนที่มีกระตือรือร้น รักความก้าวหน้า ชอบงานบริการ
เวลาไม่นานเขาอาจเพาะลูกค้าได้มากมายจนกลายเป็นเซลล์เมมเบอร์มือทอง
ที่เลานจ์ต่าง ๆ ทุ่มเงินหลายแสนเพื่อซื้อตัวมีความเป็นไปได้ไม่น้อย

ไม่ว่างานอะไรก็ตามโอกาสเป็นของคนใส่ใจใฝ่รู้ในทุกสาขาอาชีพค่ะ

เป็นเซลล์มีลูกค้าในมือยังไม่จบกระบวนความ เพราะลูกค้าเที่ยวเลานจ์กินเหล้าเมาไม่ใช่เรื่องหลัก
กินเหล้ากับสาวงามต่างหากคือความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเลานจ์
ฉะนั้นเซลล์ต้องจดจำรสนิยมลูกค้าตัวเองให้ได้ ใครชอบแบบไหน พฤติกรรมกินเที่ยวเป็นอย่างไร
ไม่ใช่เพื่อสร้างความประทับใจเท่านั้น แต่คือความรับผิดชอบที่ต้องดูแลให้ความสำคัญกับลูกค้า
อีกด้านที่ต้องใส่ใจไม่น้อยกว่ากันคือเอาใจใส่สาวงามทั้งหลาย เพราะสาวสวยเป็นดั่งอาวุธสำคัญของเซลล์และร้าน

เด็กนั่งดริ๊งก์ไม่ใช่ลูกน้องเซลล์ แต่ทั้งเซลล์และเด็กต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน
ถ้าเซลล์ไม่เชียร์ เด็กก็ไม่มีสิทธิได้นั่ง ในทางกลับกันหากเซลล์งี่เง่าเอาเปรียบ เด็กก็ไม่ให้ความร่วมมือ
ยิ่งเด็กสวยๆ นอกจากจะไม่ง้อเธอยังพร้อมเอาคืนทุกเมื่อที่มีโอกาส ตั้งแต่การร้องเรียนกับผู้จัดการ
ไปจนกระทั่งไม่ยอมรับลูกค้าของเซลล์คนนั้น (ก็สวยนี่คะ ลูกค้าอยากได้ ร้องงอแงจะเอา ๆ เซลล์ที่ไหนจะกล้าขัดใจ ชิมิ)
แต่ถ้าสวยน้อย อำนาจต่อรองอยู่ในมือเซลล์มากกว่าค่ะ ยกเว้นความสวยไม่มากแต่ไม่เกี่ยงงานยาก
ลูกค้าติดความฮาความเรื้อน ความโก๊ะหรือมีเสน่ห์มัดใจ เด็กเก่งกาจเอาลูกค้าอยู่ ถึงจะสวยน้อย เซลล์ก็ต้องง้อจ้า

เซลล์เมมเบอร์จะมีรูปสาว ๆ ในร้านทุกคน สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไกล รูปถ่ายบรรจุในสมาร์ทโฟนเอื้อประโยชน์อย่างมาก
การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเป็นเรื่องจำเป็นสุด ๆ โทรศัพท์ในยุคนี้บทบาทน้อยลง แต่แอพพลิเคชั่นไลน์ ขาดไม่ได้นะจ๊ะ
ดังนั้นขอไลน์ลูกค้าเป็นเบสิคลี่ที่เซลล์ต้องทำ และทุกครั้งที่ร้านจัดปาร์ตี้หรืออีเว้นท์พิเศษ
เซลล์จะแจ้งลูกค้า รวมถึงกรณีมีเด็กใหม่สวย ๆ เข้ามา ก็ต้องส่งรูปไปยั่วน้ำลายกันบ้าง

เช่นกันค่ะ ถ้าลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการคนแรกที่เขาจะติดต่อคือเซลล์ที่รับเปิดเมมฯ
ลูกค้าจะโทรหรือไลน์ก็ได้ไม่ว่ากัน จะไม่โทรไม่ไลน์ก็ไม่มีใครว่าอะไร และที่ไลน์หรือโทรก็เพื่อจองเด็กถูกใจ
คนสวยได้นั่งเร็ว มีจองยาวเป็นเดือน ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก ก็คนมันสวยเซลล์คนไหนก็เอาไปอวดไปโชว์
ก็คนมันสวย ลูกค้าคนไหนเห็นก็อยากใกล้ชิด เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมั่กมาก

ในแต่ละวันเซลล์จะต้องโทรอ้อนโทรตามลูกค้ามาเที่ยวที่ร้าน ไม่ได้หมายความว่าเป็นลูกค้าคนเดิมนะคะ
อย่างที่บอกค่ะ เซลล์ต้องรู้พฤติกรรมลูกค้าของตน รู้จังหวะว่าควรโทรหา โทรตามหรือยัง
เมื่อได้เวลาก็ทำหน้าที่ซะ ลูกค้าเซย์เยสวันนี้เข้ามาเมาด้วย ก็โล่งไปหนึ่งเปลาะ
แต่...มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ราตรีนี้ยังอีกยาววววววไกล

*** งานบริการ คืองานบริหารอารมณ์ 
พี่ใหญ่แห่งวงการค็อกเทลเลานจ์เคยเมตตาสั่งสอนอิฉันเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว...น้อมรับใส่ใจจนถึงปัจจุบัน

โปรดติดตามตอนต่อไป...

คืนนี้มีต่อแน่นอนจ้าาาา (อาจจะดึกหน่อยนะคะ ไม่ว่ากันเนอะ)

ไม่ใช่สาวสวยมาก ก็แค่หน้าตาดีหน่อย ทำงานเลานจ์จะเป็นอย่างไร ?
สาวหน้าตาปานกลางกับการทำงานในค็อกเทลเลานจ์หมายความว่าคุณเป็นผู้ถูกเลือกเสมอ
แทบจะไร้สิทธิ์ไร้เสียง ร้านต้องการอะไรก็ไม่มีปากเสียงคัดค้าน ลูกค้าต้องการให้เอาใจมากแค่ไหน บางทีฝืนใจก็ต้องยอม
เพราะการมีสิทธิ์เลือกดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากมากสำหรับหญิงสาวหน้าตาดีแบบธรรมดา ๆ (แต่ก็สวยอยู่นะ)

เลานจ์คงคอนเซปท์ ต้องมีหญิงงามมาก ๆ ประดับร้าน และมีผู้หญิงหน้าตาดีทำงานเพื่อร้าน!
สาวสวยจะถูกว่าจ้างเป็นคอนแท็ค บางร้านจ่ายสดวันต่อวันขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับโมเดลลิ่งหรือตัวเด็กเอง
บางร้านจ่ายค่าจ้างในวันรุ่งขึ้น หรือจ่ายรายวีค นั่นคือทีละสิบห้าวัน หรืออาจจะรายสองวันสามวันสามารถต่อรองได้ค่ะ
หญิงสาวที่จะได้ดีลสุดพิเศษคือ สาวสวยจัด ๆ โดยโมฯจะเป็นคนพามาให้ร้านเลือก  เราเรียกแคสติ้งค่ะ

ดีลที่สาวสวยเกรด A ตาลุกวาวพร้อมจะย้ายจากร้านเดิมมาเริ่มต้นใหม่ คือการประกันดื่ม ไม่ต่างจาก SL. ได้รับประกันรอบ
ประกันดื่มสำหรับเด็กนั่งดริ๊งก์ อาจจะเริ่มต้นที่ 10 ดื่ม มากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับดีลระหว่างร้านกับโมฯ
ราคาขายดื่มละ 350 บาท แบ่งให้เด็ก 260 – 280  แล้วแต่ร้าน
ประกันสิบดื่มคือ น้องจะได้เงินคืนนั้นอย่างต่ำตามส่วนแบ่ง ถ้าทำดื่มได้มากกว่าก็ได้เงินเช่นกัน
และมันจะมากกว่าสิบดื่มแรกค่ะ
เช่น สมมติน้ององุ่น (จากตอนที่แล้ว) ได้ประกันดื่มละ 260 บาท วันละ 10 ดื่ม รวมเป็นเงิน 2,600 บาท/วัน
คืนนั้นไม่ว่าลูกค้าจะเรียกนั่งหรือไม่ องุ่นได้แน่ ๆ ค่าจ้าง 2,600 บาท
แต่ถ้าลูกค้าเรียกนั่งที่โต๊ะ  บังเอิ๊ญองุ่นเป็นงานเชี่ยวชาญในการเอาใจ สามารถทำให้ลูกค้ายอมจ่ายมากกว่าค่ารันดื่ม
***ยอมจ่ายเกินการรันหมายความว่า รันดื่มทั้งคืนได้แค่ 10 – 12 ดื่ม
แต่ลูกค้ากระเป๋าหนักอยากซื้อใจ ยอมจ่ายเหมายี่สิบดื่ม ไม่ต้องรันให้ปวดหัว

คืนนั้นลูกค้าประทับใจองุ่นมาก แจกดื่มโดยไม่แคร์เวลา ยกให้เลย 20 ดื่ม แบบไม่ยี่หระใด ๆ
เท่ากับว่าสองพันหกร้อยบาทแรกคือของตาย สิบดื่มที่เหลือร้านสร้างเงื่อนไขจูงใจด้วยการแบ่งค่าดื่มเพิ่มจากเดิมเป็น 280 บาท/ดื่ม
ถ้าทำได้ยี่สิบดื่ม หมายความว่าองุ่นได้เงินกลับบ้าน 2600+2800 เท่ากับ 5,400 บาท  เป็นตัวเลขที่ดีเสียยิ่งกว่าทำไซด์ไลน์
ปัญหาคือองุ่นจะทำอย่างไรให้ได้ยี่สิบดื่มทุกคืน
หรือไม่ต้องแคร์เพราะถึงอย่างไรก็ได้ประกันดื่ม มีสองพันหกนอนรออยู่ในกระเป๋าเหนาะ ๆ
เกิดมาสวย ชีวิตมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ ? ใคร ๆก็ต้องง้อ ใคร ๆ ก็ต้องยอมเปิดเป็นดีลพิเศษ ?
แบบไหนเรียกคนสวย ?

แล้วถ้าเราไม่ใช่คนสวยอย่างที่ร้านจะประกันดื่มล่ะ จะทำอย่างไร เซลล์จะช่วยไหม
หรือต้องทำตัวแรง ๆ เพื่อให้ลูกค้าติดใจ แต่...อยู่ในร้านหรูแบบนี้ แรงไม่ได้นี่นา ทำไงดีล่ะ ?

เป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ไม่ง่ายค่ะ แล้วไอ้ที่ว่าสวยบาดตาบาดใจ เอามาตรฐานที่ไหนวัด ?...
เพราะฉะนั้น พรุ่งนี้ค่อยมาต่อนะจ๊ะ

ขอโทษด้วยค่ะ ที่ทำให้รอ...


ถ้าทำให้ผิดหวังต้องกราบขออภัยอย่างสุดซึ้ง...
ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แต่ความสามารถแรงกายแรงใจและสติปัญญาอิฉันทำได้เท่านี้จริง ๆ ค่ะ..

"อยากทราบว่าน้องๆที่มาจากทางเหนือ ต้องมาบิ้วอีกมั้ยครับ... น้องๆดูสวย ใส แบบธรรมชาติมากกว่าสาวเมืองกรุงที่ต้องอัพนู้นนี่นั้นตลอด"

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

โถ พ่อหนุ่มขาาาาาา
สวยใสเป็นธรรมชาติกว่าสาวเมืองกรุง หนูคิดอย่างนั้นจริง ๆเหรอคะ  555

อย่าไปดูว่ามาจากที่ไหนเลยจ้า คนสวยกระจายอยู่ทุกภาคทุกจังหวัดค่ะ และสาวกรุงที่หนูว่าก็มาจาก ตจว. ซะส่วนใหญ่เลยจ้า ลูบหัว

จากการสังเกตของอิเจ๊ ที่อยู่กับสาว ๆ หลายวัย มาเป็นเวลานาน พอจะวิเคราะห์ได้ดังต่อไปนี้
เด็กวัยรุ่น เพิ่งแตกเนื้อสาว มีดีตรงที่สดใสตามวัย แต่...ยังดูแลตัวเองไม่เป็น ความสวยยังไม่ฉายแวว...
ต้องเอามาขัดเกลาฝึกฝน

สาววัยนักศึกษา โตเป็นสาวเหมือนดอกไม้แย้มกลีบดอก ดูแลตัวเองเป็นบ้าง แต่ยังเป็นช่วงทดลอง...
ต้องปรามต้องเตือนให้ระวังอย่าห่ามห้าวมาก

สาววัยทำงาน  เบ่งบานเต่งตั่งได้ที่ รู้จักเลือกสรรสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง เริ่มขยาดกับการลองผิดลองถูก...
ต้องชี้แนะจำเพาะเจาะลึกมากขึ้น

สาววัยสามสิบปีขึ้นไป เป็นดอกไม้บานจัดจ้าน  รู้จักตัวเองดี เก็บการทดลองที่ผ่านมาใช้อย่างได้ผล...
แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะพวกเธอพร้อมมากอยู่แล้ว
แต่อาจระวังอย่าอยู่ในเกมของเธอบ่อยเกินไป ไม่ใช่อะไรหรอกเดี๋ยวนางจะเบื่อจ้ะ  55555555

ทำไมผู้ชายต้องเที่ยวค็อกเทลเลานจ์

นั่นดิ เที่ยวเพื่ออะไร นั่งกินเหล้าทั้งคืนได้แค่กอดนิดหอมหน่อย
350 บาท/ 40  นาที ถ้าอยู่ทั้งคืนโดนไป 10 ดื่ม เป็นเงินตั้ง 3,500 บาท ไม่คุ้มม้างงงง
ไหนจะค่านู่นนี่อีกล่ะ รวม ๆ เที่ยวเลานจ์ทีถ้ายังไม่คิดค่าเหล้า นักเที่ยวต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าห้าพัน
เงินห้าพัน ไปลงอ่างดี ๆ ได้รหัสไซด์ไลน์เป็นงานมาให้ความสำราญ มันส์จะตาย
หรือจะนัด SL. สวย ๆ ช่วยขึ้นสวรรค์ มั๊น มันส์ แถมจะเหลือตังค์กินเหล้าต่อด้วยนะ
เที่ยวเลานจ์เสียเวลา ไปทำไมนักหนาฟระ...มีคนคิดแบบนี้  ชิมิ หลิ่วตา

คอนเซปท์ของเลานจ์จริง ๆ คือเป็นสถานที่มีหญิงไว้ให้จีบจ้า
สาว ๆ ไม่ได้ขายตัว พวกที่ชอบออฟเด็กเลานจ์หรือเก็บแต้มเด็กเลานจ์เป็นพวกชอบความท้าทาย
ก็เพราะรู้ว่าเลานจ์เขาไปนั่งกินเหล้าจีบสาว แต่ไม่ใช่การจีบหวาน ๆ เอาอกเอาใจ เอาชนะใจ ไม่ใช่แบบนั้น

จีบเด็กเลานจ์คือชวนน้องเมา แตะเนื้อต้องตัวเบา ๆ โอบเอวนิด แอบหอมหน่อย
และไม่ว่าเราจะพูดเก่งหรือไม่เก่ง น้องก็คล้อยตามตั้งใจฟัง ซ้ำยังเอาใจชวนพูดชวนดื่มเป็นกันเอง
เลานจ์หรู ๆ เด็กที่ว่าไม่สวย อย่างน้อย ๆ ก็หุ่นดี อกอิ่ม เอวคอด สะโพกผาย ขายาว ตัวแน่น ผิวนุ่ม
หน้าตาธรรมดาอาจไม่เข้าขั้นงามละเมอ แต่เมื่อมีไฟสลัวช่วยย้อมแสงปิดบังบกพร่อง
ทั้งน้องก็เสริมเติมแต่งอย่างเอาใจใส่ขับเน้นส่วนเด้นปิดส่วนด้อยทำให้น่ามองแทบทุกคนนะจ๊ะ
เพราะงั้นจีบเด็กเลานจ์ยังไง๊ ยังไงรับประกันได้ว่าเจอสาวไม่ขี้เหร่ ควงได้ไม่อายใครแน่นอน

ผู้ชายไม่ได้ต้องการแค่เซ็กซ์เสมอไป แค่ได้พูดคุยก้อร่อก้อติกสาว ๆ ช่วยกระชุ่มกระชวยชุ่มชื่นหัวใจก็พอแล้ว
ถ้าไม่เที่ยวเลานจ์ ถามหน่อยเถอะ ชวนสาวสวย ๆ ไปกินเหล้าด้วยใครจะไป (ใครจะกล้า ผญ.สวนทันที 555)
เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่สาวสวยจะไปกินเหล้ากับใครก็ได้ ต่อให้ไว้ใจไม่กล้า และถ้าไม่ทำงานสาวเลานจ์ก็ไม่กล้าค่ะ

หนุ่ม ๆ บางคน ที่จริงหลายคนนะคะ ไปเที่ยวเลานจ์ก็เพื่อกินเหล้าจีบสาว ที่ก็แค่ทำเจ้าชู้พอหอมปากหอมคอ
ไม่ได้คิดจะสานต่อ ไม่ได้คิดผูกจิตผูกใจ ห่ามหื่นล่วงล้ำก้ำเกินไม่อยู่ในความคิดด้วยซ้ำ
(แต่ถ้าแอลกอฮอล์พาไป น้องเล่นด้วยนั่นมันก็อีกเรื่อง 555)
สำหรับหลาย ๆ คน กินเหล้า เคล้านารี แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เที่ยวเลานจ์หรู ๆ
จึงตอบโจทย์อารมณ์อยากละเมียดของหนุ่ม ๆไงคะ ไม่ได้เข้าข้างผู้ชายนะเธอว์จ๋า
ก็แค่ทำความเข้าใจอารมณ์อ่อนไหวของมนุษย์ผู้ชายประสาคนอยู่ในธุรกิจบริการค่ะ

ด้วยความที่หนุ่ม ๆ รู้ว่าสาวไม่ใช่หญิงขายตัว พวกเขาก็จะให้เกียรติเธอในระดับหนึ่ง
ซึ่งจะลดลงเรื่อย ๆ แปรผันกับแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น หญิงสาวก็เช่นกันแรกมานั่งกับพี่น้องยังเหนียม ๆ
ทิ้งระยะห่างพอประมาณ ส่งยิ้มหวาน ๆ ดูเอียงอายเล็กน้อย เหล้าพร่องขวดพอกรึ่ม ๆ ไม่เมาแต่ไม่เหมือนเดิม
ที่เคยอาย ๆ ก็คลายไปเยอะ ใจกล้าขึ้น ระวังตัวน้อยลง  จะเกาะเกี่ยว ซุกไซ้ กอดหอม น้องไม่ทำเคร่งขรึมอีกแล้ว
สาวเมาเมื่อไหร่ หนุ่มได้เปรียบเมื่อนั้น ปฏิบัติการมอมเหล้าสาวเลานจ์จึงเป็นเรื่องปกติมาก ย้ำว่า มาก ๆ

เปิดเมมฯ ในเลานจ์ ได้เหล้าและมิกซ์ฟรี แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เลานจ์ไม่ค่อยเปลืองมิกซ์
เพราะเขากินเพียว ๆ หรือไม่ก็ กรอกปาก นับสามวิ ห้าวิ และสาว ๆ ถูกคะยั้นคะยอให้ดื่ม ๆๆๆ
ก็ต้องดื่มเพื่อรักษาลูกค้าค่ะ ที่สำคัญไปโต๊ะไหนก็ต้องดื่มเป็นปกติของคนทำงานนี้
(ที่ไม่ดื่มก็มีบ้าง แต่สัดส่วนมันน้อยกว่าเยอะ) ลูกค้าเค้ามาหาเพื่อนกินเหล้านี่คะคุณขา
เด็กบางคนโดนลูกค้าชนดื่มจนหมดสติ หรือครองตัวเองไม่ได้ ต้องให้พนักงานเสิร์ฟหิ้วปีกไปพักที่ห้องพัก

เลานจ์จะมีห้องพักไว้สำหรับสาว ๆ ที่เมาจนเอาตัวไม่รอด มีโซฟา ผ้าห่ม ถังขยะ ทิชชู่และน้ำร้อนน้ำเย็นเตรียมพรั่งพร้อม
ทุกคืนที่ร้านเปิดเวลาใกล้ตีหนึ่งต้องมีสาวสะลืมสะลืเดินโงนเงนมาทิ้งตัวนอน
ยิ่งคืนที่มีปาร์ตี้พิเศษ จะมีสาวๆ นอนระเกะระกะเรียงรายหมดสวยเป็นทิวแถว มีห้องหับให้พักเป็นสัดส่วนดีกว่าปล่อยให้นอนหมดสภาพที่โต๊ะ
ทั้งเพื่อความปลอดภัยร้านจะดูแลสาว ๆ จนกว่าจะประคองสติได้จึงปล่อยกลับบ้าน ถ้าหลับเป็นตายเซลล์หรือเพื่อนในร้านจะไปส่งค่ะ

นอกจากเซลล์เมมเบอร์ที่ดูแลลูกค้าและสร้างสัมพันธ์อันดีกับสาว ๆ เป็นการทำงานถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน
ตำแหน่งหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ดูแลสาว ๆ โดยตรง คือ เซ็นเตอร์
เซ็นเตอร์จะทำหน้าที่เช็คยอดดื่มของน้องแต่ละคน รวมถึงดูแลสาว ๆ ทั้งร้าน ใครตกค้างยังไม่ได้นั่ง
ใครไม่ได้งานเลย สมควรต้องช่วยเหลือ เซ็นเตอร์จะประสานกับเซลล์เพื่อดันยอดดื่มให้เด็ก

เซ็นเตอร์ทำหน้าที่อบรมกิริยามารยาท สอนเทคนิคการวางตัวให้สาว ๆ แต่ม่มีหน้าที่ดูแลลูกค้านะคะ
ตำแหน่งเซ็เตอร์เป็นเหมือนฝ่ายบุคคลภาคสนามคอยตรวจสอบการทำงานให้คำปรึกษาแก้ปัญหาให้สาว ๆในร้านค่ะ
บางครั้งบางทีเด็กทำกิริยาไม่เหมาะสม เซลล์ไม่อยากมีปัญหาก็จะแจ้งเซ็นเตอร์ช่วยอบรม
หรือเซลล์บางคนเอาเปรียบเด็ก เช่นลูกค้าลวนลามหนักข้อ แทนที่จะช่วยกันเด็กกลับสนับสนุนลูกค้า
เด็กไม่อยากให้ใครเสียหน้า ไม่อยากเสียลูกค้าที่ก็หายากหาเย็น ไม่เป็นคนสวยทางเลือกน้อยค่ะ
ถ้าไม่ทนอาจต้องสต๊อปดื่มก็จะขาดรายได้ จึงฝืนกล้ำกลืนให้มันผ่าน ๆ คิดเสียว่าโดนล้วงแค่นี้ไม่ไม่สึกไม่หรอ ทำทานไปก็แล้วกัน
รอจบงานค่อยมาฟ้องเซ็นเตอร์ เพื่อหาวิธีพูดกับเซลล์ ครั้งหน้าครั้งหลังช่วยระวังป้องกันให้เด็กบ้าง
ไม่ใช่ลูกค้ายุ่มย่ามเหมือนมีสิบมือ เผลอไม่ได้จะประกบปากร่ำไป แบบนี้ไม่ไหว พี่เซลล์ควรสะกิดเตือนให้หน่อย...
เซ็นเตอร์รับทราบก็ทำการประสานงานคอยไกล่เกลี่ยต่อไปค่ะ...

เป็นเด็กนั่งดริ๊งก์กว่าจะได้เงินสักสามพัน ต้องทำงานทั้งคืน ไหนต้องกินเหล้าจนตับจะทรุด
มีลูกค้าเรียกนั่งทุกวันว่าไปอย่าง บางวันไม่ได้นั่ง ไอ้วันที่ได้นั่งก็ได้แค่สามสี่ดื่ม
ทำดื่มได้ไม่ดี เงินเดือนจะได้สักกี่บาท...แทบไม่ต้องหวังกันเลยเชียว
ถ้าทำไซด์ไลน์ สามชั่วโมงได้ห้าหกพัน บางที บางคนก็คิดนะ...ไม่ใช่ไม่คิด
มันก็น่าคิดอยู่นา...ว่ามั้ย?

ต่อตอนหน้าค่ะ...

ค็อกเทลเลานจ์ ไม่มีออฟค่ะ
สาว ๆ เป็นแค่เพื่อนนั่งดื่มเท่านั้น มีรายได้จากค่าชั่วโมงที่นั่งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้า และเงินเดือนจากทางร้าน

สถานบริการประเภทค็อกเทลเลานจ์ ไม่มีการจัดซื้อจัดหา ไม่ใช่คนกลางเพื่อให้เกิดการค้าประเวณี

ณ พ.ศ.นี้ ร้านที่บอกตัวเองว่าเป็น ค็อกเทลเลานจ์ ไม่มีส่วนกับการค้าประเวณี

แต่...ถ้าเด็กจะขาย ถือว่าเป็นความพอใจและสิทธิของเด็กค่ะ ร้านไม่รับทราบ ไม่รับผิดชอบใด ๆทั้งสิ้น

ได้โปรดทำความเข้าใจด้วยนะคะ ไม่อยากให้เหมารวมค่ะ
เด็กนั่งดริ๊งก์ไม่ใช่ SL. นะจ๊ะ
ค็อกเทลเลานจ์เป็นสถานบริการที่ไม่มีการค้าประเวณีไม่ว่าทางตรงหรือแอบแฝง
งานขายตัวเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลของตัวเด็กเองค่ะ

มันช่างเป็นกระทู้ที่ยาวนานและโหดร้ายเหลือเกิน
หลาย ๆ คนรู้สึกเช่นนี้ อิฉันก็เช่นกันค่ะ ฝน โหดมากกกก ไม่นึกไม่ฝันจะมาขนาดนี้

คคห.นี้ รวบรวมคำถาม ลืมข้อไหนไป หรืออยากเพิ่มกรุณาเติมในความเห็นย่อยด้วยค่ะ
1. บาร์ผู้ชาย, ไซด์ไลน์ผู้ชายมีไหม (แหม่...อยากจิลองซื้อบริการดูสักที แบบว่าอยากจับมือน้องคุยหนุงหนิงหาข้อมูลมาประดับความรู้
#ภาษาพาไปนะป๊าเค้าไม่เคยคิดแบบน้าน จริงจริ๊ง!  เพื่อนสามีอะฮั้นที่ตามอ่านทู้นี้โปรดสื่อสารให้ครบนะยะ ! 555)

2. เด็กเลานจ์ทำ SL. เยอะไหม จะรู้ได้อย่างไร

3. ความคิดเห็นของผู้เขียนที่มีต่อสาว ๆ ที่อยู่ในวงการค้ากาม

4. จะรับมือกับสามีที่ชอบเที่ยวผู้หญิงอย่างไรดี

5. เมื่อไหร่จะปิดกระทู้ 555 (อันนี้ถามตัวเองทุกคืน หยอกเย้า )

ยังค้างเรื่อง
นวดปู๋
พีอาร์ชงเหล้า
สาวบาร์ฝรั่ง

ที่ตั้งใจจะเล่าเสริม
เด็กเสี่ย...เกิดมาเพื่อเป็นเมียน้อย ไม่รับงาน SL.
(แนวนี้นาง born to be แซะสามีชาวบ้านโดยเฉพาะ ถือว่าอันตรายต่อสถาบันครอบครัวกว่าทุกสาขาเลยค่ะ)

ดูเถอะเธอจ๋า...ข้างบนนั่นน่ะ มันใช้เวลารวบรวมเรียบเรียงนะคะ
จะให้เล่าเป็นคำ ๆ ไม่ต้องอรรถาธิบายก็ไม่ใช่สะตาย
มิ้ว ณ ชมวิว เล่าเม้าท์มันยาว ๆ ไป เพราะสั้น ๆ เขียนไม่เป็น สะตายนี้ทำตัวเองจิรากเลือด แต่มิเข็ด หยอกเย้า
ถ้าช้าบ้าง โปรดให้อภัย อยากเล่าใจจะขาด ชอบเม้าท์ไงยะ แต่ว่า...ลูกผัวเค้าก็มีนะตัว
เค้ายังไม่อยากถูกตัดหางปล่อยพันทิป (ห้องจตุจักรคงไม่รับเลี้ยงแน่ ๆ ปากจัด ดุ โมโหร้ายปานนี้ 555)

ดึก ๆ จะมาเสิร์ฟข้อมูลเชิงลึกแต่สนุกเป็นบ้า (อวยตัวเองน่าหมั่นไส้เนอะ มิน่าเรียกดราม่าเหลือเกิ๊น 555 )
เย็นนี้จิพาครอบครัวไปลั้นลาบ้างไรบ้าง อิฉันยังหลงเหลือความเป็นสตรีผู้แสนอ่อนโยนอยู่จึ๋งนึง เครนะจ๊ะ...อมยิ้ม13

SL. กับ นั่งดริ๊งก์
ที่จริงคนทำงานทั้งสองสายนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก และแตกต่างกันมาก ๆ
ความเหมือนคือ สาว ๆ...
-    มีอาชีพให้บริการชายหนุ่ม ต้องเอาใจพวกเขาเพื่อแลกกับรายได้ค่อนข้างงาม
-    ต้องเป็นผู้หญิงวัยสาวรุ่น ซึ่งหมายความว่าส่วนใหญ่จะอายุระหว่าง 18 – 30 ปี
-    ต้องเป็นผู้หญิงหน้าตาดี หุ่นดี บุคลิกดี มีเสน่ห์ทางเพศ
ความต่างคือ...
-    นั่งดริ๊งก์ เน้นเอนเตอร์เทนลูกค้า เป็นเพื่อนพูดคุยรับฟัง (ผ่าน ๆ) ทำให้ลูกค้าสบายใจ
-    SL. มีหน้าที่บำบัดความใคร่ ทำให้ลูกค้าสบายตัว

มีคำถามว่าสองอาชีพนี้ งานใครหนักกว่ากัน ?
คำตอบที่ถูกต้องคงไม่มี เพราะขึ้นอยู่กับความพอใจของสาวที่จะเลือกเดินทางใด
เป็นเด็กนั่งดื่ม งานจะยาวนาน เปลืองตัวเฉพาะภายนอก แต่เหล้าทำลายสุขภาพ
เด็กเลานจ์ไม่ดื่มเลยมีค่ะ แต่หาได้ยาก แม้จะสวยจัดหากนั่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งลูกค้าที่ไหนจะอยากจ่ายเงินค่านั่งชั่วโมงล่ะจ้ะ
แรก ๆอยากจีบ ก็ไม่คิดอะไร แต่เมื่อมาสองสามครั้ง น้องก็ยังวางตัวเป็นคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง ลูกค้าชิ่งไปหาคนที่สวยเฟรนด์ลี่กว่าสิคะ
ไม่ดื่มหนักน่ะได้ ใช้เทคนิคเอาตัวรอดไปวัน ๆ แต่ไม่ดื่มเลยยากค่ะ ยากมากที่จะเดินสายเลานจ์แล้วได้ตังค์เป็นกอบเป็นกำ
ยกเว้นมีเสี่ยเก็บไปเลี้ยงเสียก่อน ... (อ่ะ ๆ ประเด็นใหม่ สาวเลานจ์กับการโดนเก็บไปเลี้ยง...ยังไงน๊า คริ คริ)
เพราะฉะนั้นงานนั่งดื่ม สาว ๆ จำเป็นต้องดื่มบ้าง เมามากเมาน้อย แล้วแต่เทคนิคของใครของมัน
(ก็จะมาเจอพวกกระเป๋าหนัก จ่ายแก้วละพัน ไม่อยากดื่มแต่เงินมันยั่ว ทำไงได้ล่ะคะก็ซัดจนคลานล่ะจ้า)
ทำงานตั้งแต่สามทุ่มถึงตีสองนี่คือเบาะ ๆ เจอร้านเส้นใหญ่ปิดตีสามตีสี่ หมายความว่ากลางวันไม่เป็นทำอะไร นอกจากนอน...
(เข้าใจแล้วใช่ไหม ทำไมน้อง ๆ ต้องมีห้องหับสะดวกสบาย)
พวกสวยๆ เก่ง ๆ มีจองทุกวัน ลูกค้าแจกดื่มซื้อดื่มเป็นว่าเล่น มีรายได้เดือนละแสน มีไม่น้อยค่ะ โดยเฉพาะร้านใหญ่ ๆ ดัง ๆ
แต่...เด็กนั่งดริ๊งก์ส่วนใหญ่คือสวยระดับกลาง ๆ ทำเงินได้เดือนละสี่ห้าหมื่น ถือว่าน้อง ๆต้องทุ่มเทพอสมควรจ้า
จะเห็นได้ว่าการเป็นเด็กเลานจ์ ทำงานวันละ ไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ดื่มและบริการลูกค้าเป็นเวลานาน
ถ้าจะให้มีรายได้พอกินเหลือเก็บ สาว ๆ มีวันหยุดไม่เกิน 4 วัน/เดือน (แต่ละร้านไม่เหมือนกันค่ะ แต่วันหยุดพนักงานไม่เกินสัปดาห์ละวัน)
หากหยุดงาน มาสาย แต่งตัวไม่ได้ตามที่ร้านแจ้ง โดนหักอาน เรียกว่าอานเพราะหักกันแต่ละข้อความผิดหลักพันขึ้นไปนะจ๊ะ
ไหนจะปาร์ตี้ที่ร้านทำเป็นกิจกรรมจำเป็นเพราะมีผลต่อการชักจูงลูกค้ามาใช้บริการ
(ปาร์ตี้มีอย่างน้อยทุกสัปดาห์ค่ะ ปาร์ตี้มีอะไรบ้าง อยากเล่าจุงเบย เดี๋ยวค่อยว่ากันเนาะ)
สาว ๆ ต้องหาเสื้อผ้ามาใส่ให้เข้ากับธีมที่ก็ใช้เงินตัวเองทั้งนั้น ร้านไม่รับภาระนะจ๊ะ
ตามใจตัวเองไม่แคร์กฏระเบียบ เกลียดกติกา ไม่ควรทำงานเลานจ์ค่ะ

ขณะไซด์ไลน์ เอาเป็นว่าในอ่างแล้วกันนะ เพราะมีสังกัดเช่นกัน
ไม่มีเงินเดือน และทำงานเป็นรอบ ถ้าได้รอบตามที่ร้านกำหนด (ส่วนใหญ่กำหนดสามรอบค่ะ) อยากกลับก็กลับใครก็ว่าไม่ได้
ไม่มีวันหยุด อยากหยุดก็หยุด แต่ขาดรายได้
ไม่มีการหักเงินใด ๆ นอกจากค่าตะกร้า ค่าแต่งหน้าทำผม
ค่าหมอตรวจโรคเดือนละสองครั้งเป็นอย่างมากและแค่หลักร้อย (ค่าครูฝึกจ่ายตอนแรกเข้าครั้งเดียวค่ะ)
การแต่งกายก็ทำตามอย่างที่ร้านแนะนำ ไม่จำเป็นต้องคุมธีมให้เป็นทิศทางเดียวกัน
บริการลูกค้าต่อรายไม่เกินชั่วโมงครึ่ง ไม่ต้องพูดเก่ง แค่พูดเพราะ ออดอ้อนบ้าง ก็ใช้ได้แล้ว
รายได้ไซด์ไลน์อ่างระดับดาว อยู่ที่ แสนกว่าบาท ขึ้นไป
รายได้ไซด์ไลน์กลาง ๆ อยู่ที่ เจ็ดถึงแปดหมื่นบาท
รายได้ของไซด์ไลน์ดีกว่าสาวค็อกเทลเลานจ์ค่ะ
(เปรียบเทียบง่าย ๆ เช่นน้องจีจี หน้าตาสะสวยได้ประกันดื่มที่เลานจ์
หากน้องจีจีเลือกเป็นไซด์ไลน์น้องจีจีได้ประกันรอบเช่นกัน
แต่ประกันดื่มของเลานจ์สูงสุดไม่เกินสามพัน
ขณะอ่างฯ เงินประกันรอบจะได้ห้าพันบาทขึ้นไปค่ะ)
ดูเหมือนการทำงานของไซด์ไลน์จะจุกจิกน้อยกว่าเด็กเลานจ์ ซึ่งถูกต้องจ้า...
แต่ปัญหาใหญ่หลวงเพียงข้อเดียว คือถูกตราหน้าว่าเป็นโสเภณี ไอ้ตรงนี้แหละที่สำคัญมาก ๆ

สาว SL. ไม่เข้าเลานจ์เพราะไม่ต้องการให้บริการทั้งคืน โดนล้วง โดนควัก กินเหล้าเมาแทบคลาน ได้ตังค์สองสามพัน
สู้ขยันทำรอบไม่ดีกว่าหรือ ถ้าใส่ใจงาน อยู่ร้านดี ๆ คืนหนึ่ง ๆ ทำเงินเกือบหมื่นนะคะ
เข้าใจมั้ยคะ ไซด์ไลน์ ไม่ชอบเจ๊าะแจ๊ะเสียเวลา ขึ้นงานเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จบงานไว ๆ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
การต้องพูดคุยคะขา เอาอกเอาใจหลาย ๆ ชั่วโมง เจอคนคุยรู้เรื่องก็ดีไป
แต่เลือกไม่ได้เพราะเจอคนพูดรู้เรื่องมีโอกาสพอ ๆกับ เจอพวกเอาแต่ใจ พวกเบ่งใหญ่ พวกชอบลามกจกเปรตหยาบคาย ฯลฯ คนทำไซด์ไลน์ไม่อดทนกับเรื่องพวกนี้ค่ะ
ขึ้นงาน จบงาน ปิดจ๊อบ ใช่เวลาแป๊บเดียวแล้วต่างคนต่างแยกย้ายไม่ต้องทนฟังสิ่งไม่สนใจนานๆ

ในขณะสาวเลานจ์ต้องทนได้ ลูกค้าจะงี่เง่าเร้าหรือพิรี้พิไร พูดจาน่ารำคาญก็ต้องตีหน้าสนใจรับฟังอย่างชื่นบาน
ก็งานนั่งดริ๊งก์มันคือให้ผู้ชายจีบอะ เพราะฉะนั้นคุณลูกค้าก็ใช้สิทธิเต็มที่
และเต็มที่ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากให้น้องนั่งอยู่ตลอด
ห้ามแอบหลบไปคุยไลน์ๆ ห้ามหนีไปเข้าห้องน้ำนาน ๆ ต้องอยู่ติดตัวพี่เท่านั้น คนแบบนี้มีไม่น้อยค่ะ
บางคนเต็มที่คือทั้งล้วง ทั้งควัก เดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอม พูดจาลามกหยาบโลน แล้วหวังให้สาวเฮฮา (จิบ้าตาย !) แบบนี้ก็เยอะนะ
SL. ไม่ต้องเอาใจเป็นเวลาหลายชั่วโมง ลูกค้าเปลี่ยนหน้าผ่านมาจบไป
ทำงานเต็มที่สามรอบกลับบ้านพักร่างกาย สบาย ๆ
เบื่อหน่ายอยากหยุดก็หยุด ห้าวันสิบวัน แค่แจ้งหัวหน้างาน เขาอาจต่อรองแต่ตราบใดที่ยังขายได้ไม่มีไล่ออกค่ะ
เงินก็ดีกว่าเห็น ๆ เก็บเงินเป็นใช้เวลาไม่นานสามารถถอนตัวจากวงการสีเทาได้เร็วกว่าเด็กเลานจ์ค่ะ
ขอแค่ทำใจให้ได้ เป็น SL. ก็คือผู้หญิงขายตัว ที่มันจะกัดกินกร่อนจิตใจนานแค่ไหนใครเล่าจะรู้

การทำใจเป็นโสเภณีนี่แหละเรื่องใหญ่ มันไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ ๆ ฉะนั้นสาวเลานจ์ที่ยังมีลูกค้าเรียกหา ยังไม่ถึงตาจน ไม่มีใครอยากขายบริการค่ะ

ยกเว้น...สเปเชี่ยลเคส...เงินซื้อได้ทุกอย่างจริง ๆ นะ อยู่ที่จังหวะ เวลา และโอกาสค่ะ
โปรดติดตามตอนต่อไป...

ปล.ถ้าใครคิดว่า ทำไมไม่เขียนทีเดียวให้มันจบ ๆ ไม่ใช่ไม่อยากนะคะ แต่มันทำไม่ไหวค่ะ
ขอความกรุณาเข้าใจเค้าบ้างนะเตง  เค้าก็อยากจบจะตาย เค้าก็เหนื่อยนะเฟ้ย แหม่...


ปล.2 โป๊ะเช๊ะ แม่นเว้ยเห้ย บอกว่าจะอัพหลังเที่ยงคืนเล็กน้อย ก็ทำได้จริง ๆ เย้ ๆ
อารมณ์ดีชะมัด   เม่าบัลเล่ต์เม่าบัลเล่ต์เม่าบัลเล่ต์เม่าเริงร่าเม่าเริงร่าเม่าเริงร่า

ตกหลุมรักเด็กเลานจ์ หรือสาวเลานจ์หลงคารมลูกค้า
ความสัมพันธ์ one night stand หรือค้าขายกามารมณ์ ?


บัดนาว ความคิดเห็นในกระทู้พุ่งไปที่พันกว่า ๆ มีการแชร์กระจายอยู่ในโซเชี่ยลพอประมาณ
และมีหลาย ๆ ท่านแบ่งปันประสบการณ์ในแง่มุมต่าง ๆ ช่วยส่งเสริมให้กระทู้น่าสนใจยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณทุกท่าน ที่บางคนตามอ่านเงียบ บางคนร่วมซักถาม บางคนให้ข้อมูล และหลายคน ปักอย่างเมามัน 5555

เท่าที่สังเกตคุณผู้ชายหลายท่านแชร์ประสบการณ์ที่เคยสัมผัสสาวเลานจ์
หลายท่านบอกว่าพยายามเทียวไล้เทียวขื่อไปพบหาพูดจา ยอมจ่ายดื่มมหาศาล เพื่อ ?
นั่นสิ เพื่ออะไร ลองถามใจคุณดูดี ๆ เป็นเพราะรักใคร่ อาทร หรือเป็นแค่สัญชาตญาณนักล่า ?

นักเที่ยวตกหลุทรักเด็กนั่งดริ๊งก์มีไหม มีแน่นอนค่ะ แต่มีอัตราส่วนที่น้อยกว่าอยากเอาชนะ
และการตกหลุมรักกับอยากเอาชนะ เส้นแบ่งหรือข้อพิสูจน์ ช่างลางเลือนจับต้องยากเหลือเกิน
เพราะบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำ ที่พยายามทุ่มเทคือรักหรือหลง
หลาย ๆ คนตอบไม่ได้อยากเอาชนะไปเพื่ออะไร เพื่อความสะใจ หรือตอกย้ำปมในใจตัว?

การตกหลุมรักใครสักคน แต่ละคนคงมีปฏิกิริยาต่าง ๆ กัน คนทั่วไปจะแสดงความจริงใจ
ใส่ใจ ให้ความสำคัญ พยายามเข้าหา พยายามทำดีที่คิดว่าเขาพอใจ เพื่อให้เขาหันมองเราบ้าง
ถ้าทุกอย่างราบรื่น คนสองคนจะคบหาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แบ่งปันเรื่องราวทั้งสุขทุกข์
ปรับตัวเข้าหากัน เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ ที่อาจยาวนานไปถึงอนาคตยาวไกล
การตกหลุมรักเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมันไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ เพราะคนเรารักได้มากกว่าหนึ่งครั้ง
แต่จะมีไม่กี่ครั้งที่หัวใจยอมรับอย่างซื่อตรงว่า คือ ความรักแท้จริง
สำหรับบางคนรักแท้เกิดได้แค่ครั้งเดียว...

กลับมาเรื่องตามจีบตามเกี้ยวเด็กเลานจ์  มีจุดประสงค์อะไร ใครก็คงไม่รู้ดีนอกจากเจ้าตัวจริงไหม?
เท่าที่เห็นผ่านสายตาคนทำงาน ลูกค้าทั้งหนุ่มทั้งแก่ ทั้งรวยและแค่พอมีจะติดพันเพื่อสร้างความไว้วางใจ
อยากให้น้องให้ความเป็นพิเศษ ยอมพูดคุยมากกว่าในฐานะลูกค้ากับพนักงาน
เป้าหมายสูงสุดคือ น้องยอมไปไหนต่อไหน ยอมให้ใจเพื่อเขาจะได้...ตัว...

สาว ๆคะ อย่าหาว่าอิเจ๊มองโลกในแง่ร้าย แต่สี่ทศวรรษที่หายใจบนโลก กับอีกร่วมสองทศวรรษในธุรกิจสีเทา
ฉันบอกได้ว่า ไม่มีการหว่านพืชใดไม่หวังผล 
ผู้ชายหว่านล้อมพูดจาดี พยายามทำดีกับเรา ถ้าไม่ใช่เพื่อนที่พึ่งพากันมา ไม่ใช่สหายซี้ปึ๊กรู้จักรู้ใจรู้ความเลวร้ายของกันและกัน
ผู้ชายส่วนใหญ่ ถ้าพูดกันตามสัญชาตญาณร้อยทั้งร้อย หวังจะได้ตัวแถมหัวใจค่ะ
เพียงแต่พวกเขาคือมนุษย์ที่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง ดังนั้นเขาจึงใช้สติปัญญามาจัดการกับสัญชาตญาณ
ทว่าบางเวลา เขาก็ปล่อยให้สัญชาตญาณทำงาน สนองความต้องการอยากเอาชนะ สนุกกับเกมท้าทาย
ช่วงวัยมีส่วนกำหนดการปลดปล่อยหรือควบคุมสัญชาตญาณค่ะ

คนเราถ้าจะเป็นเพื่อนกันสังเกตได้อย่างหนึ่ง ไม่ค่อยแคร์ ไม่พยายามเอาใจ เหมือนไม่สนใจ แต่...
ข้อดีของเพื่อนคือ มันจะไม่เสแสร้งปั้นแต่งตัวเองเป็นพระเอก
ไม่ว่าจะเป็นพระเอกโคตรอัจฉริยะเก่งซะเกินมนุษย์มนา ถ้าจะมีข้อบกพร่องก็หน่อมแน้มมาก เช่นไม่กินผัก 555 อะไรแบบนี้แหละ
บางคนก็แกล้งเป็นพระเอกบ่อน้ำตาตื้น โคตรดราม่า ใครก็ไม่รัก ชีวิตรันทดหดหู่ ต้องการคนดูแลถนอมหัวใจ...?!?
หลากหลายกลวิธีที่จะเอามาใช้ บางคนขั้นเซียนรู้จะรู้เลยว่าผู้หญิงแบบนี้ต้องใช้สไตล์พิศาลเข้าทำสกอร์
หรือ ควรเล่นบทสุภาพบุรุษสุดเวหา กระทั่งบทพระเอกตกยากสู้ชีวิตทรหดก็ขุดมาใช้เพื่อให้สาวประทับใจ
ผู้ชายเวลาใช้มารยาสาไถย ไม่แพ้ผู้หญิงค่ะ เผลอ ๆ เนียนกว่าด้วยนะ
เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผู้หญิงเรามักจะคิดว่าผู้ชายเป็นเพศที่ประดิษฐ์จริตไม่เก่ง
ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่าเขาทำไม่เป็น  !!!
คุณผู้ชายทั้งหลายเวลาออดอ้อนอยากได้อะไรสักอย่างเนี่ย
เธอเอ๋ยเธอ ให้รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมได้เกือบทุกคนเลยค่ะ แหม่...

คุณ ๆ มีเพื่อน คุณสังเกตไหม เพื่อนเราด้านชั่วเป็นอย่างไร ด้านดีมีเท่าไหร่ เขาเล่าเขาแสดงออกเป็นธรรมชาติ
เราฟังได้ก็ฟัง ฟังไม่ได้มันก็ไม่ว่าอะไร เปลี่ยนคุยกันเรื่องอื่นมีถมไป ไม่ต้องประทับจงประทับใจ แค่รู้ว่าจริงใจก็พอ ใช่มั้ยเอ่ย...

หนุ่ม ๆ ป้อสาวเลานจ์ มาเฝ้าแทบทุกคืน จ่ายค่าดื่มไม่เกี่ยงงอน โทรคุยโทรจีบแสดงความห่วงใย
วันไหนหยุดชวนเที่ยวช้อปปิ้งกินข้าวดูหนัง รับฟังปัญหาของสาวอย่างเอาใจใส่ พูดจาอ่อนหวานให้กำลังใจ
ทุ่มลงไปทั้งค่าดื่มค่าเหล้า เปิดเมมฯ หมดเป็นแสน ๆ แวะเวียนมาหาอาทิตย์ละสองสามครั้ง
ถ้าสาวจะใจอ่อน มันผิดมากเหรอคะ
ทำไมต้องว่าน้องใจง่าย ผู้ชายแบบนี้เฮงซวยว่ะ บอกเลย !!!

โปรดติดตามตอนต่อไป...คืนนี้แหละ ไม่ต้องรอพรุ่งนี้ เคร๊...?

1. ควรให้การค้าประเวณีถูกกฎหมายไหม 
ตอบแบบฟันธงว่าควรหรือไม่ควร ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ
เพราะการจะบัญญัติตัวบทกฎหมายต้องศึกษาถึงผลกระทบหลาย ๆ อย่าง
ต้องชั่งน้ำหนักความคุ้มได้คุ้มเสีย เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ๆ ค่ะ
และถ้าสมมติมีการขึ้นทะเบียนโสเภณีจริง คุณคิดว่าจะมีโสเภณีอยากขึ้นทะเบียนกี่คน

ถ้าเป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ไม่คิดว่าการค้าประเวณีควรทำอย่างอิสระ
และการค้าขายที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ ในเมืองไทยยิ่งกว่าอิสระอีกค่ะ

ผู้เขียนอยากให้มีการควบคุมเข้มงวดมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
ตัวอย่างในกระทู้ ไม่น่าเศร้าสลด แค่สะเทือนใจเบา ๆ เบามากค่ะ
แต่คุณลองไปดูที่พัทยานะคะ  แม่พาลูกสาววัยกระเตาะออกเร่ขายตัว
ชาวบ้านรู้เห็น นักท่องเที่ยวรู้ทั่ว และทุกคนเพิกเฉย เหมือนนี่คือปกติของ "คนไทย"

ปัญญาอันตื้นเขินของดิฉันบอกว่า การจัดโซนนิ่งและเข้มงวดกับการซื้อขายให้อยู่เป็นที่เป็นทาง จะช่วยได้ค่ะ
ทุกวันนี้เด็กอายุ 14 อยากได้ไอโฟน โพสท์ลงกลุ่มขายตัว สมัยนี้มันง่ายมาก ๆ สะดวกกับผู้ซื้อสุด ๆ

ผู้หญิงขายตัวบางคนภูมิใจในเงินของตัวเองมาก อวดนมใหม่ กระเป๋าใหม่ ของกิน ของใช้ จีบปากจีบคอหาสาวกในโซเชี่ยล
ประกาศตัวเป็นไอดอลสาวน้อยรุ่นใหม่ แต่แท้ที่จริง แฝงหาลูกค้า และโชว์ความฟุ่มเฟือยให้เด็กน้อยหอยสังข์ชื่นชม
เราควรหามาตรการสักอย่างดูแลป้องกัน หรือตรวจสอบผู้หญิงกลุ่มนี้บ้างนะคะ (ไม่ได้กล่าวหาใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันมีแน่นอนค่ะเรื่องแบบนี้)

2. ไม่ควรประนามหญิงขายบริการ
เรื่องนี้เป็นสามัญสำนึกของแต่ละคน และคงขึ้นอยู่กับเหตุการณ์
อย่างอิฉันคบหาผ่านการทำความรู้จักสาว ๆ ในอาชีพนี้มามาก จะเข้าใจความคิดความรู้สึกของเขาพอสมควร
จึงสามารถถ่ายทอดออกมาเช่นนี้
ขณะเดียวกัน หนุ่ม ๆ ก็คือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของร้านหรือธุรกิจที่ฉันมีส่วนรับผิดชอบ
เพราะฉะนั้นอิฉันย่อมเข้าใจความต้องการของลูกค้าด้วยค่ะ ไม่เช่นนั้นร้านที่อิฉันทำงานจะสนองความต้องการเขาได้อย่างไร จริงไหม

คนทั่ว ๆ ไปไม่ชื่นชมหญิงโสเภณี ฉันมองเป็นกฎของสังคมค่ะ
แต่ควรเพิ่มความรังเกียจให้กับผู้ซื้อบริการมากกว่าที่เป็นอยู่
คุณ ๆ ดูสิคะ ผช. ที่เคยซื้อบริการออกตัวเล่าโดยปราศจากความรู้สึกผิด มันควรเป็นเช่นนี้เหรอคะ?
คนขายโดนดูถูกเหยียดหยามแทบไม่มีที่ยืน
แต่คนซื้อกลับเล่าเหมือนจะภาคภูมิเหลือเกิน...
ทั้ง ๆที่ผิดด้วยกันทั้งคู่ หรือไม่ใช่?

เวลคั่มทูไทยแลนด์ค่ะ ดินแดนแห่งนี้
เราอายที่มีโสเภณีเกลื่อนถนน
แต่ผู้ซื้อบริการทางเพศบ้านนี้เมืองนี้ภูมิใจที่ได้ซื้อใครสักคนมาบำบัดความใคร่
(หมายถึงทั้งสองเพศ ทุกเพศเลยก็ได้ค่ะ)

การจะกำจัดหรือลดจำนวนการค้าประเวณีต้องปลูกฝังกันที่จิตสำนึกหรือเปล่า
เราย้ำหัวตะปู เป็นผู้หญิงขายตัวคือเป็นหญิงชั่ว
แต่เราตอกตะปูแบบกลัวเจ็บมือหรือไร คนซื้อผู้หญิงมาบำบัดความใคร่จึงไม่เคยอับอายเท่ากับคนขาย
ไม่อับอายไม่กระไร แต่ภูมิใจนี่สิ รับไม่ได้ค่ะ

อ่อ...คุณเจ้าของความคิด #1201  ไม่ใช่พวกโลกสวย คุณไม่ได้มองทุกอย่างฟรุ้งฟริ้งแสนงามค่ะ
คุณเป็นคนมองโลกอย่างมีเมตตา และฉันดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ ได้แลกเปลี่ยนกับคุณ
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจค่ะ

สาวเลานจ์กับการทำงานบริหารอารมณ์ผู้ชาย

อย่างที่บอกไปแล้ว งานในค็อกเทลเลานจ์ของสาวนั่งดริ๊งก์ คือดื่มเป็นเพื่อนลูกค้า
หน้าที่หลักคือรับฟังทั้งสนทนาเอาใจเพื่อให้ลูกค้ามีความสุขที่มาใช้บริการพร้อมยอมจ่ายแพง ๆ
แค่รับฟัง พูดจาเอาใจ ไม่มีปัญหา แต่ทำให้ลูกค้ามีความสุขนี่สิ มันกว้างมาก
แต่ละคนมีความพึงพอใจไม่เท่ากัน บางคนแค่ได้กินเหล้าเม้าท์สนุกสนาน ได้รับความเป็นกันเองก็เพียงพอ
บางคนอยากได้มากกว่าสนุกสนานเป็นกันเอง ขอแตะต้องพอหอมปากหอมคอ ได้กระแซะเบียดชิดบ้างก็สุขใจ
แต่โดยธรรมชาติ หญิงชายเมื่อใกล้ชิดมาก ๆ ความอยากจะไต่ระดับไปเรื่อย ๆ
และในเลานจ์ การใกล้ชิดสัมผัสจะมากจะน้อยก็เกินกว่าชายหญิงทั่ว ๆ ไปปฏิบัติต่อกัน

ผู้ชายเที่ยวเลานจ์ชอบลุ้น...เป็นความจริงค่ะ
หมายความว่าสาวจะยอมให้ความสนิทสนมขนาดไหน มากจนถึงขั้นยอมให้ใจให้ตัวหรือเปล่า
สำหรับนักเที่ยวช่ำชองนี่คือเรื่องปกติธรรมดาของพวกเขา
ได้ก็เอา ไม่ได้ไม่ว่ากัน ถึงยังไงคืนนั้นก็สนุกอยู่แล้ว แต่ถ้าติดใจมาก ๆ ก็มาบ่อยขึ้น พยายามมากหน่อย
สาวเลานจ์ก็เหมือนหญิงสาวทั่วไป เขามาหามาเอาใจ ยอมจ่ายค่านั่งดื่มคืนหลายพัน
ไม่ทำรุ่มร่ามน่ารังเกียจ ทำตัวเหมือนให้เกียรติให้ความสำคัญ มันต้องมีใจอ่อนกันบ้าง
หนุ่ม ๆ หน้าตาดีมีคารมและมีตังค์ สาวไหนก็ต้องชอบ
หนุ่ม ๆ หน้าตาเป็นรองแต่เงินเป็นถัง  สาวก็ไม่อยากปฏิเสธ
แต่ประเภทมั่นว่าคารมเป็นใหญ่ ใช้กับเลานจ์ยากค่ะ ถึงยังไงก็ต้องโชว์มากกว่าคำพูดหล่อ ๆ
เพราะอาชีพน้องนั่งให้หนุ่มป้อยอหยอกเอินทุกคืน ชินชาเห็นเป็นธรรมดาไปแล้ว
ฉะนั้นหากคิดว่าใช้คารมแล้วจะได้ง่าย ๆ หนุ่มนั้นงานมโนท่าจะไม่ธรรมดา 555
แต่ก็ไม่แน่นะ เจอน้องที่เพิ่งทำงานสายนี้ ยังไม่มีสกิลพิจารณาก็อาจพลาดท่าไปบ้าง

เด็กนั่งดริ๊งก์หลงรักลูกค้ามีบ้างไหม มีเยอะค่ะ
ผู้ชายเที่ยวเลานจ์ส่วนใหญ่ มีหน้าที่การงานค่อนข้างผลิตเงินได้มาก ยิ่งยุคนี้ลูกค้าเลานจ์ไม่ใช่ป๋าเชย
แต่เป็นชายหนุ่มมีความมั่นใจ ลูกค้าส่วนใหญ่เฉลี่ยอายุยี่สิบปลายไปจนถึงสี่สิบกลาง ที่มากกว่านี้ก็มีแต่ไม่มาก
เพราะอะไรชาย สว. จึงมีไม่มาก ก็มีเมียแล้วน่ะสิ คนมีครอบครัวจะมาเที่ยวบ่อย ๆ มันก็ไม่ใช่
ไหนจะสังขารอีกล่ะ จะให้มานั่งอดหลับอดนอนเฝ้าสาวไม่ไหวมั้ง (แต่มาทีก็จ่ายสนั่นลั่นร้านเลยนะคะ 555)

ตรองดูเถิดหนา ผู้ชายอายุสามสิบกว่า ๆ ไฟแรง หน้าที่การงานมั่นคง จ่ายเงินเที่ยวคืนละครึ่งหมื่นไม่สะท้าน
อาทิตย์หนึ่ง ๆเที่ยวสามสี่คืน ก็น่าจะพอทำให้รู้ว่าฐานะการเงินน่าสนใจ จริงไหม?
อีกทั้งสมัยนี้ผู้ชายใส่ใจดูแลตัวเองนะคะ คนมีตังค์หาขี้เหร่ยากค่ะ
เงินทำให้ดูดี ไม่ได้หมายความว่าเขาเอาเงินทำพวงมาลัยแขวนคอนะ อย่าคิดตื้นเขินแบบนั้น
แต่หมายความว่าการแต่งเนื้อแต่งตัว ใช้ของดีราคาแพง ขับรถราคาโคตรแพง
ดูแลหน้าตาให้สดใส เนื้อตัวสะอาดสะอ้านหอมกรุ่น เพราะฉะนั้นไกลจากคำว่าขี้เหร่ค่ะ
ฉลาดพูดจา กิริยามารยาทอยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่อเจอคนถูกใจก็รุกเข้าใส่กลายเป็นเสน่ห์เข้าไปอีก
สาวสนใจผูกสมัครรักใคร่ไม่แปลก แต่มันแย่ตรงที่เมื่อหนุ่มได้ดั่งใจนานจนพอใจ ได้รู้เห็นนิสัย
หรือที่จริงตัวเองก็มีมาตรฐานหญิงในอุดมคติอยู่แล้ว จึงไม่คิดจริงจัง ค่อย ๆ ห่างหาย สร้างความห่างเหิน
ชิ่งกันง่าย ๆ บางคนไม่อธิบายอะไรทั้งสิ้น แค่ทิ้งเมมฯ ไปเที่ยวร้านอื่น ป้อดาวร้านอื่นต่อไป...
ทิ้งสาวหัวใจสลายเมาไม่รู้เหนือรู้ใต้ เป็นภาระให้เซลล์กับเพื่อนต้องดูแล ก็เหมือนคนช้ำรักทั่วไปล่ะน

ถามว่าหนุ่มชั่วมั้ยที่ชิ่ง ชั่วค่ะที่ชิ่งไม่บอกกล่าว แต่มากกว่าเรื่องนี้ไม่กล้าตัดสินกล่าวหาใคร
เขาคบกันยังไง ผู้หญิงทำตัวแบบไหน เราไม่รู้ เพราะงั้นถ้าจะประนามก็คงหยามที่ขี้ขลาดไม่บอกว่าเลิกตรง ๆ แค่นี้ค่ะ

หญิงสาวให้ความสนิทกับลูกค้า ยอมไปกินข้าวพูดจาดีด้วย ไม่ได้หมายความว่าเขารู้สึกดีไว้ใจเป็นพิเศษนะคะ
เขาก็แค่บริการหลังการขาย พี่มาจ่ายดื่มให้น้องตั้งหลายหมื่น เจอกันบ่อย ๆ
น้องก็ตอบแทนด้วยการไปกินข้าวเป็นเพื่อนบ้าง ให้ความสนิทสนมเพื่อสร้างความประทับใจ พี่จะได้มาเรื่อย ๆ ไงคะ
อย่าไปคิดว่าน้องมีใจ อย่าไปคิดว่าน้องให้ความสำคัญ น้องเป็นมิตรก็เพราะพี่ดีด้วย
ลองพี่ไม่มาจ่ายดื่มสักสองเดือน น้องโทรชวนทีไรพี่ก็ติดธุระไม่สะดวกออกเที่ยว
แต่พี่สะดวกคุยหวานแหวว หรือให้กำลังใจสุด ๆ แต่ไม่ให้ประโยชน์อย่างน้องต้องการ
พี่ชวนไปกินข้าวอ้อนวอนแทบกราบ น้องจะยังไปกับพี่ไหมนั่น...คิดสิคิด แหม่...

กรณีเก็บเด็กเลานจ์ไปเลี้ยง
เลี้ยงกันแบบไหน
ยาวนานเท่าไหร่
เลิกเลี้ยงแล้วน้องทำไง
ใช่การผูกปิ่นโตหรือเปล่า?

ขอเล่าตอนถัดไปค่ะ
คืนนี้ขอตัวค่ะ ขอไปจัดการกับภาระอันหนักหนาสาหัสบ้างนะคะ

เด็กเสี่ย เมียเก็บ หรือ ผูกปิ่นโต ?

ในตอนนี้จะพูดถึงกรณีลูกค้าถูกใจสาวนั่งดริ๊งก์เป็นพิเศษ กระทั่งส่งเสียเลี้ยงดูเป็นรายเดือนเป็นจริงเป็นจัง
เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สาวนั่งดริ๊งก์ไม่ใช่ SL. ไม่ทำงานขายตัว
พวกเธอทำหน้าที่นั่งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าที่มาใช้บริการในค็อกเทลเลานจ์อย่างที่กล่าวในตอนต้น ๆ
และก็อย่างที่เล่าให้ฟัง ลูกค้าบางคนพอใจสาวงามที่นั่งด้วย เขาจึงแวะเวียนมาใช้บริการบ่อย
บางคราวไม่สะดวกมาที่ร้าน แต่โทรจองกับเซลล์และจ่ายค่าดื่มตามเวลาที่รันไปจนกว่าร้านจะปิด
และจองโดยไม่มาหาบ่อยครั้งมาก เท่ากับเปิดโอกาสให้น้องนั่งกับคนอื่นทำดื่มสองเด้งได้ตังค์เพิ่มสองต่อจ้ะ
ฝ่ายชายใช้วิธีโทรถามไถ่พูดคุยสนิทสนม ไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ จีบสาวที่ก็ต้องสร้างความประทับ
นานวันผ่านไป อาจจะสองสามสัปดาห์ หรือเป็นเดือน บ่มความพึงใจทั้งสองฝ่ายจนได้ที่

ช่วงนี้จะเหมือนคนคบหากันเกินปกติลูกค้ากับพนักงาน สาวมีใจ หนุ่มพอใจ ถึงขึ้นตอนเจรจา
หนุ่มขอให้สาวหยุดทำงาน และยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือก็คือยอมจ่ายค่าเสียรายได้เป็นการทดแทน
กระบวนการทั้งหมดนี้ไม่เหมือนการผูกปิ่นโตไซด์ไลน์ เพราะสังเกตได้ว่าก่อนจะตกลงเลี้ยงดู
ผู้ชายต้องจีบ ต้องทำความรู้จัก ศึกษานิสัยใจคอในระดับหนึ่ง ถ้าผู้หญิงมีจริตถูกใจจึงยื่นข้อเสนอ
ขณะ SL. ผู้หญิงประกาศเจตนาชัดเจนว่าต้องการคนเลี้ยงดู
อาจมีการดูตัว และส่วนใหญ่(ไม่ทุกคนค่ะ) ทดลองใช้บริการกันก่อน ผู้ชายจึงจะตัดสินใจผูกปิ่นโต
แต่กับเด็กเลานจ์ใช้วิธีพูดคุย ใช้เวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หากหนุ่มไม่ถูกอัธยาศัยน้องจะบ่ายเบี่ยง
ใช้เทคนิคหลบเลี่ยงไปเรื่อย ๆ เพื่อให้หนุ่มยังคงจ่ายดื่ม แต่ก็ไม่นานค่ะ เพราะผู้ชายไม่โง่
เมื่อรู้ว่าสาวไม่รับข้อเสนอ เขาก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ มีให้เลือกเยอะจ้ะ

สาว ๆ คนกลางวันได้ยินได้ฟังอาจจะไม่อยากเชื่อ
หนุ่ม ๆที่ติดต่อขอเลี้ยงเด็กนั่งดริ๊งก์ จำนวนไม่น้อย หล่อ รวย หน้าที่การงานดี
บางคนนามสกุลดัง เป็นทายาทเศรษฐี เป็นเซเลบริตี้ เป็นดารา เป็นคนมีชื่อเสียงในแวดวงใดแวดวงหนึ่ง หรือลูกอาเสี่ยโลว์โปรไฟล์
พวกเสี่ย หรือป๋า ติดต่อเลี้ยงเด็กมีไหม มีค่ะ แต่ป๋า ๆ ต้องจ่ายหนักกว่าหนุ่มฮ๊อตเป็นเรื่องธรรมดา ถือเป็นค่าฝืนใจค่ะ 555
สรุปใจความได้ว่าการเลี้ยงดูเด็กนั่งดริ๊งก์ ชายหนุ่มคนนั้นต้องมีรายได้หกหลักกลางหรือมากกว่านี้

สนนราคาที่เลี้ยงดูกันอยู่ระหว่าง สี่หมื่นขึ้นไป แล้วแต่ความพอใจของทั้งสองฝ่าย บางรายถ้ารวมช้อปปิ้งด้วยอาจจะเกินแสน
การเลี้ยงดูเด็กเลานจ์ไม่มีกติกาเหมือนผูกปิ่นโตที่ตกลงกันว่ามาหาได้แค่สัปดาห์ละสองสามหน
พวกเขาจะคบหากันคล้ายคู่รัก อยากเจอเมื่อไหร่ก็แวะมา สาวยินดีเต็มใจต้อนรับค่ะ
ช่วงแรก ๆ กำลังเห่อ เหมือนเข้าใหม่ปลามันคลุกอยู่ด้วยกันเป็นสัปดาห์ ๆ ไม่แปลกประหลาดอันใด
พากันทัวร์สวรรค์ชั้นฟ้าประสาคนอดกลั้นมานาน (กว่าจะได้กันตามจีบเป็นเดือนนะยะ แหม่...)
และมันจะค่อย ๆ ห่างหาย ฝ่ายที่ห่างเหินคือ...ผู้ชายค่ะ (ไม่แปลกใจเลยเนอะ)

อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้ว แม้เธอจะมีเพียงเขา และเขาพึงใจในตัวเธอมาก
ทว่ามันก็เป็นความสัมพันธ์แลกเปลี่ยน ต่อให้ชายหนุ่มหลงใหลสาวงามมากขนาดไหน
เขาจะคงระยะห่างไว้ เพราะไม่ได้ตั้งใจและไม่ต้องการให้เธอเป็นคู่ตุนาหงันแท้จริง
ความสนิทสนมที่ให้มีช่องว่างที่กันไว้ ไม่มีการแบ่งปันความรู้สึกนึกคิดแท้จริง
การพูดคุยสนทนาจะเป็นเพียงเรื่องฉาบฉวยทั่วไป หากจะรู้มากกว่าก็แค่อุปนิสัยบางอย่าง
สาวแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นคู่รักหรือเป็นผู้มีพระคุณมีทัศนคติเชิงลึกเชิงกว้างเป็นอย่างไร

ระยะห่าง เกราะกำแพงที่มองไม่เห็นที่เขาวางไว้ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ
แต่คือไม่ต้องการเอาใจใส่มากไปกว่าเลี้ยงดูที่เป็นไปตามคำมั่นเป็นการแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่งค่ะ
บางคนผ่านช่วงน้ำผึ้งพระจันทร์ไม่ทันไร แสดงความเป็นสุภาพบุรุษสุดแสนด้วยการบอกว่า
“เจอใครที่ดีกว่าเมื่อไหร่ บอกพี่ด้วยนะ พี่จะไปเอง”
ฟังดูดีเนอะ เปิดโอกาสเหมือนจะใจกว้างอย่างอ่าวไทย มันกลับมีหมายความว่า
อย่ามาหวังอะไรก๊ะกรู พี่จริงใจแต่ไม่จริงจังนะน้องจ๋า ผู้ชายคนไหนดี ๆ ก็คว้าไว้ซะ อยากไปเมื่อไหร่เชิญตามสบายครัช
ผู้ชายพวกนี้เป็นเกม เรียกว่าเก๋าเกม เพราะเขาไม่ยอมเป็นฝ่ายผิดหรอกค่ะ สาว ๆ พึงระลึกและระวังไว้เสมอ

เผลอ ๆ เขามีคนรักอยู่แล้ว กำลังปลูกต้นรักกับผู้หญิงแสนดีคนในสังคมระดับเดียวกัน
ที่มาติดพันเธอเป็นการทิ้งทวนชีวิตโสดให้สาแก่ใจ เป็นไปได้และมีไม่น้อยรายค่ะ
แย่กว่านั้นคือเขามีครอบครัวอบอุ่นดี และด้วยความเหลือกินเหลือใช้ เขาหารสชาติใหม่ให้ชีวิตเจ้าค่ะ
บางคนไม่มีคู่รัก ไม่มีคู่สมรส แต่...ไม่ต้องการความสัมพันธ์ผูกมัด ในขณะที่ก็ไม่ชอบซื้อกิน
ไม่ชอบหญิงขายบริการ ไม่ได้ต้องการผู้หญิงประสบกามช่ำชอง
แต่ต้องการผู้หญิงที่มีสถานะใกล้เคียงผู้หญิงที่ไม่อยู่ในอาชีพบริการ
เรียกว่าต้องการผู้หญิงวางตัวดี ไม่มั่ว มีความมั่นใจในตัวเอง ยังเหลือความนับถือตัวเองอยู่บ้าง
เด็กเลานจ์ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่า SL.ผูกปิ่นโต
การเลี้ยงดูสาวนั่งดริ๊งก์ จึงมีลักษณะคล้ายเมียเก็บ เป็นเด็กเสี่ยครบความหมายค่ะ

ในกระทู้นี้เพื่อนสมาชิกถามว่าเด็กเลานจ์พบรักกับคนเลี้ยงแล้วลงเอยเป็นคู่ชีวิตยาวนานมีบ้างไหม
อิฉันตอบว่ามีหนึ่งในหมื่น ในพัน ในแสน และรักแท้จริงก็มี แต่ฉันยังหาไม่เจอ...

น้องไม่ดีตรงไหน ทำไมพี่จึงไม่รักใคร่จริงจัง
เป็นคำถามคาใจใช่ไหม
ความรักเป็นแค่อารมณ์ มากล้นได้มันก็ลดจนลบได้
ชีวิตคู่ที่ยั่งยืนไม่ใช่เพราะรักท่วมท้น แต่เป็นรักตราตรึงที่มาพร้อมกับเหตุผลเหมาะสมค่ะ

ทำไมพี่รักน้องไม่ได้ คำตอบมีมากมาย อาจจะตั้งแต่ครอบครัวฝ่ายชายไม่รับ (ที่จริงก็เจ้าตัวแหละรับไม่ได้
รวยขนาดนั้น หน้าตาผู้ชายก็ไม่ขี้ริ้ว ผู้หญิงเก่งกาจแสนดีมีให้เลือกเยอะแยะ
พ่อแม่พี่น้องพร้อมจะช่วยสรรหาที่เหมาะสมก็มากมาย สังคมแวดล้อมอย่าคิดว่าไม่มีผล
อย่าคิดว่าคนรวยไม่แคร์เวิลด์ ตรงกันข้ามเขาต้องใช้คอนเนคชั่นต่อยอดนะคะ
เพราะงั้นผู้หญิงของเขาต้องไปกันได้กับสังคมเขาค่ะ)

อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ก็คือตัวผู้หญิงเอง เมื่อคบกันผ่านไป บางอย่างจะเผยออกมา
เช่นนิสัยแท้จริงของน้องไม่เป็นที่ถูกใจ  พอสัมผัสลึกซึ้งใช้เวลาร่วมกันที่ไม่แค่กินเหล้าเมาอยู่ที่ร้าน
ไม่แค่ป้อนคำหวานเยินยอ หมดช่วงต่างฝ่ายต่างสร้างภาพประทับใจ ความลุ่มหลงคลาย
ผู้ชายจะรู้เห็นไม่ยากผู้หญิงกลางคืนไม่ว่าจะขายหรือไม่ขายบริการมีคาแรคเตอร์หนึ่งที่เหมือนกัน
นั่นก็คือ เธอ ๆ คิดเข้าข้างตัวเองเก่งมาก สนใจความรู้สึกของคนอื่นน้อยกว่าตัวเองเสมอ
เอาแต่ใจตัวเองและคู่รักต้องตามใจมาก ๆ ที่เป็นเช่นนั้นเพื่อพิสูจน์ความสำคัญความมีค่าของเธอ
และ...การนับถือตัวเองของพวกเธอไม่เท่าคนกลางวัน จะน้อยกว่าขนาดไหนขึ้นอยู่กับอายุงานและลักษณะงาน
ยิ่งอยู่นาน ยิ่งงานแรง ความนับถือตัวเองจะน้อยลงทุกที ๆ ที่สำคัญพวกเขาไม่รู้ตัวค่ะ
อาการก้าวร้าวควบคุมอารมณ์ไม่ได้สะท้อนปมด้อยในใจชัดมาก และยืนยันว่า...พวกเขาไม่รู้ตัวค่ะ

สรุปได้ว่าการเลิกรา เกิดได้จากฝ่ายชายไม่คิดจริงจังมากไปกว่าเลี้ยงดูจนพอใจ ข้อนี้เยอะสุดจ้ะ
ผู้หญิงก็ไม่น่าเลี้ยงยาว ๆ เพราะนอกจากความสวย ปรากฎว่านิสัยไม่ใช่อย่างที่ชายชอบ
ผู้ชายเบื่อ  ผู้ชายถูกใจดาวดวงใหม่ที่ร้านใหม่
ผู้หญิงเบื่อ อยู่บ้านเฉย ๆ เงินก็ได้เท่าเดิม สู้ไปทำงานได้กินเหล้า ได้เจอเพื่อน เหมือนได้เที่ยวทุกวัน และได้ตังค์มากกว่า
ผู้ชายตังค์หมด ผู้หญิงไถเพิ่ม...
เยอะแยะมากมาย และมันก็เกิดขึ้นนับไม่หวาดไม่ไหว  เห็นกันจนชาชินเป็นเรื่องธรรมดาในวงการเลานจ์ค่ะ

โดนคนเลี้ยงทิ้ง เป็นเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เด็กจะอายมาก ไม่กล้ากลับไปร้านเก่า กลัวลูกค้าดูถูก กลัวลูกค้าขอออฟ อายเพื่อนที่ถูกทิ้ง
สมัยนี้กลับร้านเก่าชิล ๆ ค่ะ เพราะที่หาย ๆ ไปสามสี่เดือน ก็มีคนเลี้ยงกันทั้งนั้น เหมือนได้ไปพักผ่อนบ้างไรบ้าง ชิมิ
กลับมาอีกทีกระตือรือร้นกว่าเดิม คล้ายประสบการณ์เข้าหาผู้ชายเพิ่มอีกด้วย สวยอย่าได้แคร์ อิอิ


เพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ จะเล่าเรื่องที่ฉันเห็นกับตามาให้รับรู้ร่วมกัน
ขอยกตัวอย่างเพื่อนอะฮั้น หนุ่มคนนี้ไปเลานจ์ไหนมีเมียเลานจ์นั้น คือคอนเซปท์มันค่ะ
แต่แล้วก็มีวันหนึ่งฮีปิ๊งน้องเจเจดาวดวงใหม่ของร้านดัง
นัยว่าถูกสเป๊คมาก ถึงขนาดยอมทิ้งเมมฯร้านอื่น เพื่อมาเฝ้าเจเจคนเดียว
ด้วยความที่ฮีหน้าตาดี มีรถยุโรปขับ ใส่นาฬิกาถูกสุดเรือนละสองแสน บุคลิกอินดี้ !
นุ่งยีนส์ขาดราคาหมื่นขึ้น เสื้อหลักหลายพัน และลากอีแตะช้างดาว แอร้ยยยย ไม่ใช่ แตะแหละแต่ไม่ใช่ช้างดาว คริ คริ
(คอนทราสมาก แต่...มันเป็นสะตายที่มีสะเหน่ มันว่างี้ 555)
งานการฮีเป็นระดับคอนโทรลตัวเอง ไม่ใช่ลูกจ้างใคร รายได้ไม่สม่ำเสมอแต่น้อยสุดคืออินคัมเดือนละสามแสน
มากสุดก็หลักล้านเจ้าค่ะ (ปีหนึ่งได้หลักล้านแค่สองสามเดือนจ้า เพื่อนกันไม่โกหกกันค่ะ)
อิคุณเพื่อนเป็นคนสนุกสนานเฮฮา มุกตลกเพียบ คุยกับมันแล้วเพลินมาก ๆ เท่าที่เห็นเวลาเที่ยว
คุณเพื่อนไม่มือไวค่ะ ให้เกียรติน้องที่มานั่งด้วยทุกคน กินเหล้าคือกินเหล้า จีบคือจีบ
พูดตรง ๆ ปนฮา “จีบนะ เดี๋ยวโทรจอง” โห...คุณคะ สาวกระวนกระวายรอเลยค่ะ
และมันก็จีบน้องเจเจ โทรจอง โทรซื้อดื่ม โทรให้เซลล์ซื้อข้าวให้กิน ส่งดอกไม้ไปให้
พาช้อปปิ้ง พาไปต่างจังหวัด คือพาไปบิ้วท์ทุกอย่าง แต่...ไม่เอาค่ะ
“ทำไมวะ”
“สำหรับคนที่กรูชอบ กรูอยากจีบยาว ๆ” มันทำหน้าฝันมาก ๆ อยากจิกระโดดถีบให้คะมำ
“กุไม่เชื่อว่าเมิงจีบโดยไม่คิดจะเอา อยู่ที่จะเอาเมื่อไหร่ม้าง หรือน้องเขาไม่โอกับเมิง
แหม...ทำฟอร์มอยากจีบยาว ๆ เหม็นขี้ฟันเหอะ”
“อิเจ๊ ! ทำตัวไร้เดียงสาบ้างก็ได้นะเมิง เอาดี้ ไม่เอาจะลงทุนทำไม น้องเขาโอกับกรูอยู่แล้ว
แต่เมิงเข้าใจอารมณ์สุนทรีย์มะ กรูชอบละเลียดละเมียดละไม  ขอดูยาว ๆ อีกหน่อย”
ละเลียดละเมียดละไม...หึหึ

ต่อตอนหน้าค่ะ...

เพื่อให้เห็นภาพจะเล่าเรื่องที่เราเห็นกับมาให้ฟัง  เท้าความ
ขอยกตัวอย่างเพื่อนอะฮั้น หนุ่มคนนี้ไปเลานจ์ไหนมีเมียเลานจ์นั้น คือคอนเซปท์มันค่ะ
แต่แล้วก็มีวันหนึ่งฮีปิ๊งน้องเจเจดาวดวงใหม่ของร้านดัง
นัยว่าถูกสเป๊คมาก ถึงขนาดยอมทิ้งเมมฯร้านอื่น เพื่อมาเฝ้าเจเจคนเดียว
ด้วยความที่ฮีหน้าตาดี มีรถยุโรปขับ ใส่นาฬิกาถูกสุดเรือนละสองแสน บุคลิกอินดี้ !
นุ่งยีนส์ขาดราคาหมื่นขึ้น เสื้อหลักหลายพัน และลากอีแตะช้างดาว แอร้ยยยย ไม่ใช่ แตะแหละแต่ไม่ใช่ช้างดาว คริ คริ
(คอนทราสมาก แต่...มันเป็นสะตายที่มีสะเหน่ มันว่างี้ 555)
งานการฮีเป็นระดับคอนโทรลตัวเอง ไม่ใช่ลูกจ้างใคร รายได้ไม่สม่ำเสมอแต่น้อยสุดคือเดือนละสามแสน
มากสุดก็หลักล้านเจ้าค่ะ (ปีหนึ่งได้หลักล้านแค่สองสามเดือนจ้า เพื่อนกันไม่โกหกกันค่ะ)
อิคุณเพื่อนเป็นคนสนุกสนานเฮฮา มุกตลกเพียบ คุยกับมันแล้วเพลินมาก ๆ เท่าที่เห็นเวลาเที่ยว
คุณเพื่อนไม่มือไวค่ะ ให้เกียรติน้องที่มานั่งด้วยทุกคน กินเหล้าคือกินเหล้า จีบคือจีบ
พูดตรง ๆ ปนฮา “จีบนะ เดี๋ยวโทรจอง” โห...คุณคะ สาวกระวนกระวายรอเลยค่ะ
และมันก็จีบน้องเจเจ โทรจอง โทรซื้อดื่ม โทรให้เซลล์ซื้อข้าวให้กิน ส่งดอกไม้ไปให้
พาช้อปปิ้ง พาไปต่างจังหวัด คือพาไปบิ้วท์ทุกอย่าง แต่...ไม่เอาค่ะ
“ทำไมวะ”
“สำหรับคนที่กรูชอบ กรูอยากจีบยาว ๆ” มันทำหน้าฝันมาก ๆ อยากจิกระโดดถีบให้คะมำ
“กุไม่เชื่อว่าเมิงจีบโดยไม่คิดจะเอา อยู่ที่จะเอาเมื่อไหร่ม้าง หรือน้องเขาไม่โอกับเมิง แหม...ทำฟอร์มอยากจีบยาว ๆ เหม็นขี้ฟันเหอะ”
“อิเจ๊ ! ทำตัวไร้เดียงสาบ้างก็ได้นะเมิง...เอาดี้ ไม่เอาจะลงทุนทำไม น้องเขาโอกับกรูอยู่แล้ว
แต่เมิงเข้าใจอารมณ์สุนทรีย์มะ กรูชอบละเลียดละเมียดละไม  ขอดูยาว ๆ อีกหน่อย”
ละเลียดละเมียดละไม...หึหึ

ขุ่นเพื่อนหว่านเงินจ่ายค่าดื่มจองวันเว้นวัน  โทรทำคะแนนกับเซลล์เล็กน้อย หยอดค่าดื่มให้เซลล์บ่อย ๆ
ค่อย ๆ สร้างความประทับไปเรื่อย ๆ
ทำไมขุ่นเพื่อนไม่เผด็จศึกเร็ว ๆ จะเลี้ยงไข้ไปเพื่อ ?

คำตอบคือ...
มันคือวิถีนักล่า การเย้าเหยื่อเล่นเป็นความบันเทิงชนิดหนึ่ง
อย่าเพิ่งอึ้ง แต่ควรทำความเข้าใจให้ชัดแจ้ง
คุณผู้ชายคงอ่านไปยิ้มไป เห็นเค้าบางประการเรียกว่าทันเกมกัน แต่ผู้หญิงทั้งสาวและไม่สาวคงงง
น้องเจเจดูท่าก็มีใจ เจ๊มิ้วก็ว่าเพื่อนมันหน้าตาดี รายได้ขนาดนี้เรียกรวยก็พอได้
ไหนจะมีมารยาทไม่บุ่มบ่าม ชายหนุ่มวัยสามสิบกลาง หน้าที่การงานสร้างเงินทองเป็นกอบเป็นกำ
การศึกษาก็ดี มีรถหรูมีบ้านหลังใหญ่ มีเงินใช้ฟุ่มเฟือย ถ้าจะตะครุบแล้วขย้ำ มันก็ไม่น่าพลาด ? แล้วทำไมไม่ทำ ?

ไม่ทำเพราะ...
ตะกละตะกรามรุ่มร่ามคือนักล่าหิวโหย หรือไม่ก็คือนักล่าหมดลาย...พวกนี้คือนักล่าชั้นรอง
นักล่าชั้นดีรู้ว่า ระหว่างออกล่าตื่นเต้นกว่าตอนกลืนเหยือ
เขมือบเหยื่อเป็นแค่รางวัลไม่ใช่ความสำราญ
หลอกล่อใช้ชั้นเชิง แย็บบ้างปล่อยหมัดบ้างแล้วฟุ๊ตเวิร์คเหมือนเต้นระบำรอดูคู่ต่อสู้หงุดหงิดคุมตัวเองไม่ได้ สนุกจะตาย...หรือไม่จริง?

การที่คุณเพื่อน ทุ่มเงินทอง คอยติดตามใส่ใจสาวเจ้า ไม่ใช่ความลำบาก เพื่อนฉันไม่รู้สึกฝืนใจแต่อย่างใด
ตรงกันข้ามเขากำลังรื่นรมย์ สนุกที่ได้ทำแบบนี้ ยินดีที่ได้ดูได้เห็นได้เก็บข้อมูลหลากหลาย
เพื่อเช็คว่าน้องเจเจจะอยู่ใต้การควบคุม หรือ ฟังดูดีอีกนิดคือได้รู้ใจน้องเจเจ
แต่...อย่าเพิ่งดีใจไป เขาไม่ได้ต้องการรู้ใจเจเจเพื่อเรียนรู้สมัครสมานใด ๆ
เขาเรียนรู้โดยหวังว่าถ้าจะมีปัญหาใดในอนาคตจะจัดการอย่างไรโดยเจเจต้องยอมจำนน...ทุกทาง

อิเจ๊ขี้โม้ ไม่จริงหรอกผู้ชายไม่ฉลาดขนาดนั้น...ไม่ใช่มั้ง เจ๊คงเข้าใจผิด เพื่อนเจ๊อาจจะรักเจเจจริงก็ได้ ฯลฯ
จะต้องวางแผนจัดการเจเจไปทำไม ยังไงน้องก็ด้อยกว่าทุกทาง อิเจ๊มั่ว! 555
หรือผู้ชายบางคนอาจจะเถียง ผู้ชายก็มีหัวใจ ใช้เวลาทำความรู้จักกันแล้วผู้ชายก็อ่อนไหวเป็น...
ถูกใจขนาดตามเฝ้าตามเอาใจผู้หญิงคนนั้นต้องสำคัญมากนะครัช  บลา ๆ ก็พูดไปตามประสาผู้ชายแสนดี (ม้ง?)
(เป็นคนดีไม่ผิดค่ะ โลกไม่เคยหยุดต้องการคนดี โลกต้องการคนดีทุกวินาที
ขอแค่อย่าคิดว่าทุกคนในโลกเป็นคนดี อย่ายัดเยียดให้คนอื่นต้องเป็นคนดีในอุดมคติของคุณ เพราะมัน...น่าสมเพชค่ะ)

ถ้ากำลังคิดมุ้งมิ้งชายหญิงต่างอยู่ในทุ่งดอกไม้สีสวยราวกับอยู่ในเทพนิยายหรือภาพวาดสีสันงดงามสดใส
ขอบอกว่า เพ้อเหอะเธอ!...เฮ้อออออ (#ถอนหายใจดังมาก) อย่าละเมอเข้าข้างตัวเอง อย่าคิดอะไรตื้น ๆ
คนบางประเภทเธอไม่เคยเจอไม่เคยรู้จักไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้
ทำใจเชื่อไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่รับรู้ไว้บ้างอาจจะดีกว่าไม่รู้ก็ได้

คิดดูดี ๆ จะมีกี่คนบอกเล่าอย่างที่ฉันกำลังพยายามอธิบายให้ฟังทีละน้อย ค่อย ๆให้ทำความเข้าใจ
ไม่ใช่ฉันคิดเข้าข้างตัวเอง ไม่ใช่คนเก่ง ก็แค่...ผ่านมาเยอะ...พอจะฟังฉันเพิ่มอีกสักนิดได้ไหม?

ต่อตอนหน้าจ้ะ

ปล.จะพยายามอัพทุกวันค่ะ

คาดว่าหยุดยาวนี้คงจบอย่างตั้งใจ และจะมีเซอร์ไพร้ส์สร้างความประทับใจเล็กน้อยค่ะ อิอิ

วงจรชีวิต...
เล่นเจ้าล่อเอาเถิดพอหอมปากหอมคอ พอได้รู้ว่าน้องเจเจพูดจาไพเราะอ่อนหวานช่างเอาใจ ไม่เย่อหยิ่งเกินงาม
และที่สำคัญน้องมีใจให้ชัวร์ ๆ ความสัมพันธ์รุดหน้าไปไกลความพึงใจถูกเพาะบ่มจนสุกงอม ถึงเวลาขุ่นเพื่อนปิดเกมเสียที...

โดยทั่ว ๆ ไป หนุ่ม ๆ ไม่ต้องสรรหาคำมากชักจูงโน้มน้าวไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม ไม่ต้องส่งสารซับซ้อน
เพราะน้องแสดงออกชัดพูดบ่อยครั้ง ไม่อยากทำงานกลางคืนอีกแล้ว...เบื่อหน่ายท้อแท้เหลือเกิน งานปัญหาเยอะ นู่น นั่น นี่
มีเรื่องมาเล่าเรื่อย ๆ ไม่ออกปากขอความช่วยเหลือตรง ๆ น้องรักษาฟอร์มก็ใช่ และน้องรู้ค่ะ นิ่งเข้าไว้จะได้ดี...
พูดหยอด ๆ ไปงั้น ๆ เหมือนไม่แคร์ก็แค่หวังนิด ๆ เผื่อหนุ่มจะเปิดปากเปิดทาง เท่านั้นเอง...

ผู้หญิงทำงานกลางคืน ร้อยทั้งร้อยปรารถนาหลุดจากงานให้บริการผู้ชายมากหน้าหลายตา
ไม่ว่าจะแค่นั่งคุยดื่มกิน หรือเปลืองตัวยอมให้ล้วงบ้างจับจ้างจูจุ๊บบ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ
รวมทั้งพวกที่ต้องนอนกับคนแปลกหน้าเพื่อแลกเงิน ฯลฯ
ไม่มีผู้หญิงสติดี ๆ ที่ไหนชอบอยู่ในอาชีพผู้หญิงให้บริการเป็นเวลานาน
หากสาวคนใดจะเถียงว่าไม่จริง เธอคงต้องหลอกตัวเองหนักมาก...
เพราะถ้าเราพิจารณาตามเหตุผล งานที่ต้องรองรับอารมณ์คนแปลกหน้า ต้องเอาใจฝืนยิ้มรื่นทั้งที่ขื่นขมหัวใจ
หน่ายแหนงระอาชังน้ำหน้าแทบไม่อยากมองกลับต้องยอมให้เขาแทะโลม
เป็นฝ่ายถูกเลือกไปปรนนิบัติราวกับเป็นบ่าวยุคต้นรัตนโกสินทร์ มันเรื่องที่คนปกติในยุคนี้จะชอบเหรอจ๊ะ ???

ลูกค้าค็อกเทลเลานจ์หรู ๆ อาจจะดูสุภาพ แต่...ก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษที่ระมัดระวังท่าทีเช่นที่มีต่อมิตรทั่วไป
เอาเป็นว่าลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานสาว ๆ ที่ไม่เข้าข่ายคนงาม หนุ่มๆนักเที่ยวส่วนใหญ่ให้การยอมรับผู้หญิงปกติในภาคกลางวันค่ะ
พวกเขาชื่นชมผู้หญิงอุตสาหะใช้ปัญญาแก้ปัญหาไม่ใช่เอาตัวมาอ้างเพื่อทางสบาย
ฉะนั้นกับเด็กเลานจ์เขาอาจป้อยออ่อยด้วยคำหวาน หากเธอถ้าไม่เข้าข้างตัวเอง
ถ้อยคำเพราะ ๆมันก็แค่ลมปากหวานๆห่างหูก็เลือนหายไร้ความหมายไม่มีประโยชน์ที่จะใส่ใจจำ
พวกเขาอาจไม่หยาบคายเหยียดยาม กระนั้นมันห่างกันมากถึงมากที่สุดกับการยกย่องยอมรับนับถือ

ไม่แปลกที่สาวๆจะบ่นเรื่องงานแสนทรมานใจ ที่ต้องทนทำก็เพราะความจำเป็นมากมี
พ่อแม่ขัดสนน้องต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง น้องอยากเรียนให้จบจะเอาปริญญาไปหาเลี้ยงชีพ
น้องหาเงินสักก้อนเพื่อเป็นทุนรอนใช้ชีวิต ฯลฯ อีกมากมายหลายเหตุผลล้วนฟังดูดี บางทีก็รันทดน่าสงสารชะมัด!

ซึ่งเจเจก็บ่นกับขุ่นเพื่อนจนนับครั้งไม่ถูก และแล้วก็ถึงเวลาหนุ่มตอบสนองเสียที ...
ขุ่นเพื่อนพูดง่าย ๆ ถ้างานมันลำบากนักก็อย่าลำบากใจทำเลย
ไหนบอกมาซิมีความจำเป็นต้องใช้เท่าไหร่ ทุกวันนี้มีรายได้ยังไง
ถึงตรงนี้เป็นเกมวัดใจ หากเจเจบอกตัวเลขสูงไป อิพี่อาจจะส่ายหน้าแล้วบอกว่า “อดทนหน่อยนะน้องชีวิตก็งี้แหละ” 555
แต่...ถ้าตัวเลขพอรับไหว หนุ่มจะบอกว่าเพื่อความสบายใจของเจเจ พี่จะดูแลค่าใช้จ่ายให้เอง
“โห...กว่าจะได้เดือนละเจ็ดหมื่นกุต้องทำงานวันละสิบสี่ชั่วโมง ความรับผิดชอบท่วมหัวท่วมหางวิ่งงานตั้งสองร้านเครียดจนหัวจะระเบิด
แต่...เมิงจ่ายเพื่อให้เจเจอยู่เฉย ๆ เนี่ยนะ” โลกไม่ยุติธรรม ! เนอะ
ขุ่นเพื่อนไหวไหล่เบา ๆ อธิบายอย่างคนทำการบ้านมาดี
“เฉพาะส่วนแบ่งค่าดื่มเจเจทำเงินได้เดือนละประมาณแปดหมื่นบวกเงินเดือนบวกทิปก็แสนกว่า ๆ จ่ายน้อยกว่านี้เขาจะยอมกุมั้ยอิเจ๊”
ขุ่นเพื่อนพูดถูกต้องค่ะ เจเจรายได้เฉลี่ยเดือนละแสนเป็นความจริง และถ้าให้น้อยกว่านี้ไม่จูงใจน้องก็จริงเช่นกัน
ทำไมขุ่นเพื่อนเลือกเจเจ เพราะนางสวยเลิศเลอเปอร์เฟค นางเอาใจเก่ง นางสด นางมีอะไรโดดเด่นฟระ?
คำตอบคือ ทุกอย่างข้างต้น แถมไปอีกอย่างคือ เจเจเป็นเด็กใหม่ในวงการเลานจ์จ้า

เด็กหน้าเก่าเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ เปลี่ยนที่ทำงานเป็นว่าเล่น เชี่ยวซะจนเสียวไส้ ใครกินใครบางทีลูกค้าเง็ง ๆ ไม่ได้ข้อเสนอดีขนาดนี้นะจ๊ะ
พวกกระดูกอ่อน ๆ กรุบกรอบเท่านั้นค่ะ ที่ได้ราคาดี ๆ แต่พวกเก๋าเกมก็ใช่จะหมดโอกาสนะจ๊ะ
เทคนิคยังคงใช้ได้ดีเสมอในวงการคนกลางคืน

ตอนหน้าเรามาดูกันว่าเขาเลี้ยงนานแค่ไหน มีเหตุผลอะไรลึกซึ้งในการเลิกรา
เมื่อหวนกลับมาเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์เหมือนเก่า ชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป...ฯลฯ


กราบขอโทษคุณผู้อ่านและเพื่อนสมาชิกทุกท่านค่ะ
ตอนนี้อิฉันปลดภาระจบไปบ้างแล้ว ไม่ค่อยไม่ยุ่งค่ะ แต่...เหนื่อยมาก ๆ
บอกตรง ๆ ว่าขี้เกียจ...ธรรมดาอะนะ พอผ่านงานหนักคนเราก็อยากพักบ้าง อู้บ้าง 555
ไม่มีเจตนายืดเยื้อจ้า...และยินดีแบ่งปันเสมอจ้า
จะพยายามอัพเดทกระทู้ทุกวันนะคะ อยากช้าสุดคือเว้นวันเดียวค่ะ
อย่าเพิ่งโกรธเค้าน๊า  ร้องไห้

เด็กนั่งดริ๊งก์กับเสี่ยเลี้ยง
อย่างที่เล่าไปแล้ว ผู้หญิงทำงานกลางคืนร้อยละร้อยฯคิดตีจากวงโคจรงานบริการเร็ว ๆ
การยอมให้ใครสักคนอุปการะดูแลเป็นทางเลือกหนึ่ง จะบอกว่าเป็นความฝันของสาว ๆ คงไม่ผิดความจริง
มีเสี่ยเลี้ยงหมายถึงรายได้มั่นคง ไม่ต้องไปทำงานทุกวัน ไม่ต้องอยู่ในกฎระเบียบของร้านที่จะว่าไปก็จุกจิกหยุมหยิมเยอะแยะ
ไม่ต้องกินเหล้าเมามายทำร้ายสุขภาพ ไม่ถูกผู้ชายแปลกหน้าลวนลามแทะโลมหยาบโลน
สำหรับบางคนที่เรียนอยู่ ไม่ต้องง่วงเหงาหาวนอนได้เรียนเต็มที่เสียที
การเป็นเด็กเสี่ยข้อดีมีเยอะ ยิ่งถ้าได้เสี่ยกระเป๋าหนักใจใหญ่เปย์ไม่หวง แทบจะถือว่าเป็นวาสนาเลยเชียว

คนดูแลของสาวเลานจ์ต่างจากสาวผูกปิ่นโตเพราะได้ทำความรู้จักกันในระดับหนึ่ง สาวไม่ฝืนใจเท่าการเป็น SL.
ทว่าข้อเสียกลับไม่ต่างกัน นั่นก็คือความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนไม่สามารถคาดหวังไปไกลกว่าที่เป็นอยู่
ผู้ชายเป็นฝ่ายควบคุมเงินทำให้เขามีอำนาจเหนือกว่า ผู้หญิงต้องยอมจำนนด้วยความจำเป็น
ในเมื่อเขาเป็นท่อน้ำเลี้ยงส่งเสียดูแลให้เงินใช้ก้อนใหญ่ หนู ๆ จะหือได้เหรอจ้ะ ก็เออ ๆ ค่ะ ๆ เพื่อคงสถานะเด็กเสี่ยให้นานที่สุด

ขุ่นเพื่อนเปิดห้องในอพาร์ทเม้นท์หรูให้เจเจอยู่ ค่าเช่ารวมค่าน้ำค่าไฟเขาจ่ายโดยจำกัดไม่เกินหมื่น
ฮีลั้นลาแฮปปี้ที่เจเจอยู่ในครอบครอง สองเดือนแรกไปหาวันเว้นวันประสาคนเห่อ
พากินพาช้อปฯ พาไปอวดเพื่อนบางคนที่จริตนิยมเที่ยวเลานจ์เหมือน ๆกัน ดูห่าง ๆ ไม่ต่างจากคนมีแฟนยังไงยังงั้น
เดือนที่สามไปวันเว้นสองวัน อ้างงานยุ่ง เดือนที่สี่ที่ห้าแล้วแต่อารมณ์จะพาไป
ความเปลี่ยนแปลงนำมาสู่การทะเลาะเบาะแว้ง สาวเริ่มระแวงหลายสิ่งอย่าง
ความไม่มั่นคงจู่โจม เจเจเข้าสู่โหมดหวั่นไหวหลายประการ กลัวเขาติดใจคนอื่น
รู้ทั้งรู้ว่าเขาเที่ยวเลานจ์ ทั้งรู้ดีสาวเลานจ์สวย ๆ แจ่ม ๆ ดาหน้ามาให้เขาเลือกไม่หวาดไม่ไหว
เป็นใครจะทำใจเย็นอยู่ได้ เจเจอาจอยู่ใต้อำนาจแต่เธอก็มีหัวใจไม่ใช่ตุ๊กตาจะได้ไม่รู้สึกรู้สา
จะให้นอนรอเป็นหมอนข้างไม่ทุกข์ร้อนมันก็เกินไป ของงี้สัญชาตญาณทำงานไว
และผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพหรือสถานะใด ยังไงก็เป็นผู้หญิงมีนิสัยหึงหวงประสาหญิง ๆ ครบถ้วนค่ะ
ยิ่งผู้หญิงกลัวถูกทิ้ง เมื่อผู้ชายห่างเหินเธอย่อมร้อนรน ความคิดพลุ่งพล่านทะยานไปไกล
ถ้าข่มใจนิ่งไม่ไหว เท่ากับเปิดทางให้ผู้ชายสบโอกาสหาข้ออ้างขอเลิกราเร็วกว่าที่คิดไว้

ถ้าเจเจนิ่งล่ะ เหตุการณ์จะดีขึ้นไหม คงบอกได้แค่ว่า
...คนไม่มีใจ เราไม่มีข้อผิดพลาด ไม่เคยทำกิริยาผลักไส ถึงยังไงมันก็ไปอยู่ดี...
ความสัมพันธ์แลกเปลี่ยน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงจุดอิ่มตัว จะไม่เหลือสิ่งใดให้เหนี่ยวรั้ง
อย่าลืมว่าฝ่ายชายไม่เคยคิดไกลไปกว่าหาความสุข ได้ประกาศชัยชนะเหนือหัวใจสาว
และผู้ชายบางคนผู้หญิงก็เหมือนของสะสมชนิดหนึ่ง ได้ชื่นชมสมใจ เขาก็หันหาชิ้นใหม่ไม่ซับซ้อนไปกว่านี้
ฉะนั้นเมื่อเวลาความระทึกตื่นเต้นหมดลง ความสำราญที่ได้ออกล่าได้ยึดครองก็หมดไป
ห่างไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหายหน้าหายตา ไม่นานนักน้องเจเจก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม...

ขอขยายความตรงนี้นิดหน่อยเผื่อไว้ไช่ว่านะจ๊ะ
สาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆบางคน อาจจะไม่เข้าใจ
ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นทิ้งขว้างกันง่าย ๆ ช่างทำได้ลงคอ คนพวกนี้หัวจิตหัวใจทำด้วยอะไร
คำตอบคือ
พวกเขามีความรู้สึกนะคะ เพียงแต่ความรู้สึกผิดมันเบาบางมาก
ตลอดเวลาที่เลี้ยงดูจ่ายเต็มที่ดูแลอย่างดี  พวกเขาทำตามสัญญาที่รับปากไม่ใช่ทำด้วยใจ
ฉะนั้นเมื่อไม่พึงใจในระดับเดิม การละเลยเพิกเฉยจึงไม่ระคายใจไงคะ
บางคนไม่ไปหา ไม่โทรถาม บอกใบ้ตรง ๆ ว่าไม่ต้องการข้อแวะอีกต่อไป
แต่เขาส่งเสียเท่าเดิมเพื่อให้น้องตั้งหลักอาจจะเดือนสองเดือนสามเดือนก็ว่ากันไป (อยากบอกว่าอิฉันเจอกลุ่มนี้เยอะมากค่ะ )
บางคนเลี้ยงสามเดือน เดือนที่สี่จ่ายตังค์ไม่ตรงเวลา ต้องทวงหรือไม่ก็จ่ายไม่ครบแต่ตีหน้ามึนมาหาปกติ
บ้างก็หาข้ออ้างเยอะแยะ หมุนเงินไม่ทันบ้าง มีปัญหากับทางบ้าน มีปัญหาเรื่องงาน
เชื่อหรือไม่ เพื่อนอิฉันตั้งแต่เลี้ยงน้องเจเจเป็นตัวเป็นตน ขุ่นทั่นไม่เคยนอนค้างกับน้องแม้แต่คืนเดียวค่ะ !
“อย่าให้เคยชินว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เพราะกุไม่รู้ว่าเขาจะมีกุได้อีกกี่วัน เมิงเข้าใจมะเจ๊”
“เข้าใจ แต่เมิงไม่สงสารเจเจเหรอวะ วันที่เมิงทิ้ง เขาจะอยู่ยังไงคิดบ้างดีไหม”
“เพราะงี้ไง เลยไม่อยากเลี้ยงใครนาน อยู่กันแป๊บ ๆ เหมือนต่างฝ่ายต่างพักใจ แล้วต่างคนต่างไปตามทางตัวเอง”
“เขาก็ต้องกลับไปทำงานนั่งดริ๊งก์”
“กุเลือกเด็กเลานจ์ก็เพราะงี้แหละ เขากลับไปนั่งดริ๊งก์มันก็ไม่เสียหายไรนี่ ก็แค่นั่งดื่มกับลูกค้า
เป็นเด็กไซด์ไลน์ว่าไปอย่าง เพราะเขาต้องกลับไปขายตัวอีก กุว่าแบบนั้นน่าสงสารกว่านะ” 

ความจริงที่จริงไม่ซับซ้อนอะไรเลย
มันก็มีแค่นี้ เป็นเท่านี้ เป็นเรื่องของความง่าย...ง่ายไปซะทั้งหมด...
มาถึงตรงนี้จะโทษชายหรือหญิง ไม่ต้องเลือกข้างให้เสียเวลา เพราะมันก็ต้องโทษทั้งคู่
ทั้งชายหญิงสมัครใจรู้เห็นเป็นใจกับความสัมพันธ์ซื้อขายแลกเปลี่ยน  ตกลงใจเริ่มต้นคบกันด้วยผลประโยชน์
วันนี้จะเรียกหาความเห็นใจ เอิ่ม...ใครให้ได้ก็ให้เถอะค่ะ
ถ้าบางคนเขาไม่เห็นใจ เขาไม่ยี่หระ ไม่สะเทือนใด ๆ เขาแค่รับรู้ไว้เฉย ๆ
อย่าไปโทษเขาค่ะ...เพราะไม่มีใครบังคับคุณให้เอาตัวเข้าแลก...จริงไหม?

กาลครั้งหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
น้องจีกับน้องไออยู่ในวัยสาวรุ่นอายุสิบเก้าปีกำลังดี
สาวน้อยทั้งคู่หน้าตาสะสวยสดใสสมวัยแตกเนื้อสาว ประหนึ่งดอกไม้แย้มกลีบหอมกรุ่น
น้องจีมีครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่พร้อมหน้าและมีน้องชายหนึ่งคนห่างกันห้าปี
น้องไอโชคร้ายกว่านิดหน่อยตรงที่มีแค่พ่อเพราะพ่อทิ้งไปตั้งแต่แบเบาะ แต่ก็มีคุณยายกับน้าสาวเป็นครอบครัว
สองครอบครัวเป็นเพื่อนร่วมหมู่บ้าน มีอาชีพค้าขายในตลาด บ้านจีขายผัก บ้านไอขายผลไม้
เศรษฐกิจการเงินของสองครอบครัวบางเดือนขัดสน บางเดือนพอถูไถอยู่ได้ ทั้งสองครัวมีหนี้สินพอประมาณ

จีเรียนมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับไอ แต่ต่างสถาบัน
วันหนึ่งจีบอกที่บ้านว่าต้องการย้ายไปอยู่หอ ตอนนี้ทำงานพิเศษพอจะมีรายได้เลี้ยงดูตัวเอง
บ้านเรามันไกลหางานพาร์ทไทม์ลำบาก ขอจีย้ายไปอยู่หอในเมืองกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยนะคะ
จีอยากทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน พ่อแม่ไม่ต้องห่วงจีรับผิดชอบตัวเองไหว ไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนแน่นอนค่ะ
พ่อกับแม่น้องจีคิดกลับไปกลับมา แต่เมื่อเห็นว่าลูกมุ่งมั่นเอาจริงก็ไม่คัดค้าน
เชื่อว่าลูกดูแลตัวเองได้ ลูกเราเลี้ยงมาก็เห็นว่ามันเก่งเอาตัวรอดได้ จีไม่ใช่เด็กเหลวไหล พ่อกับแม่ไว้ใจลูกสาวค่ะ

จีไปลาไอ และย้ำนักย้ำหนาถ้าไอมีโอกาสเข้าเมืองอยากแวะไปเยี่ยมไปค้างด้วยจียินดีและเต็มใจมาก ๆ
ไอยิ้มจริงใจให้เพื่อนวัยเด็ก จีคล่องแคล่วปราดเปรียวเหมาะที่จะอยู่เมืองใหญ่ไม่ใช่ตลาดสดชานเมือง
ถูกต้องแล้วที่เอาความสามารถไปแสวงหาโอกาสดี ๆ ให้ชีวิต...นับถือที่จีกล้าออกจากบ้านไปเผชิญชะตาในศิวิไลต์

ขณะมองตามร่างสูงระหงเดินย่ำน้ำเฉอะแฉะห่างสายตาไปเรื่อย ๆไอก้มมองเสื้อผ้าเก่ามอซอ มองมือหยาบกร้านของตัวเอง...
แล้วมองแม่พยายามโน้มน้าวลูกค้า หันมองยายจัดกำดอกไม้เพื่อขาย ตั้งแต่ลืมตาดูโลกภาพเหล่านี้คุ้นตาจนชินชา
ทุกค่ำคืนแม่กับยายผลัดกันนวด กระทั่งเธอโตพอช่วยได้ก็ต้องทำหน้าที่นวดทั้งยายทั้งแม่
เหนื่อยหนักหนาขนาดนี้ หากช่วงไหนโชคร้ายมีค่าใช้จ่ายหนัก ๆเข้ามาทั้งบ้านแทบล้มประดาตายต้องกู้หนี้ยืมสินมาต่อชีวิตไปวัน ๆ
มันมีวิธีไหนที่จะหาเงินได้มากกว่านี้มั้ยหนอ เฮ้ออออ...

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ข้ออ้างหรือความจำเป็น?
จีย้ายไปอยู่หอในเมืองใกล้กับสถานศึกษา แรก ๆ เธอกลับมาเยี่ยมบ้านเกือบทุกสัปดาห์
หลัง ๆ ลดเหลือเดือนละครั้ง เพราะทุกคนต่างมีหน้าที่และการกลับบ้านแต่ละทีแค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
มิตรสหายที่ไม่สนิทสนมเป็นพิเศษหรือไม่ใช่คนในครอบครัวจึงไม่ค่อยมีใครเจอจี
ขณะน้องไอก่อนไปเรียนก็แวะช่วยแม่ขายผลไม้ทุกเช้าหลังเลิกเรียนก็มาช่วยเก็บแผงเป็นประจำทุกวันเช่นเคยเป็นเสมอ

เวลาผ่านเกือบปี ช่วงหยุดเทอมใหญ่จีกลับบ้านและอยู่นานกว่าตอนเปิดเทอม
กลับมาหนนี้จีเป็นสาวสวย ผิวขาวใส ใบหน้าสวยกระจ่างงามตากว่าแต่ก่อน
เธอให้เหตุผลกับไอว่าที่ดูดีขึ้นเป็นเพราะทำงานมีเงินซื้อเครื่องสำอางค์แพง ๆ มาบำรุงบำเรอประทินผิว
“ทุกวันนี้เราไม่ขอเงินที่บ้านสักบาท บางเดือนส่งมาให้แม่ด้วยนะ” จีเล่าน้ำเสียงภูมิใจ
“จีสวยเหมาะกับงานพริตตี้ คงมีงานให้ทำทุกวันสินะ”
“ก็...ทำนองนั้น”
“โชคดีของคนสวยเนอะ” ไอยิ้มจริงใจเหมือนทุกครั้ง และคราวนี้นอกจากจะยิ้มตอบจีมองหน้าไอเหมือนพิจารณาบางอย่าง
“ถ้าแต่งเนื้อแต่งตัวแต่งหน้าสักหน่อยไอก็สวยไม่แพ้ใคร อาหมวยผิวขาว ๆ ยังไงก็ชนะเลิศ”
ไอไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนสวย แม้ผิวขาวอย่างคนเชื้อสายจีนอาจช่วยให้ดูดีขึ้นบ้าง แต่ก็ดูจืดชืดไม่เฉี่ยวเก๋อย่างจี
“ไม่ต้องพูดเอาใจกันหรอกน่า รู้หรอกว่าเราก็แค่หมวยหน้าจืด ๆ คนสวยต้องตาโตจมูกโด่งสูงโปร่งเอวบางร่างน้อยเหมือนจีสิ”
“ที่ว่ามาก็อาจใช่ แต่เราว่านมแบนไปหน่อยกะว่ากลับไปหอคราวนี้จะอัพไซซ์ให้มันตู้มๆกับเขาบ้าง”
“โห...มันแพงมากนะ น่าจะเจ็บสุด ๆ เคยอ่านผ่านตาเขาว่าเหมือนโดนรถทับเลยนา จะไหวเหรอจี”
“ไหวดิ อีกอย่างมันจำเป็นต้องทำ เพราะนมช่วยเรื่องงานได้เยอะ ผู้หญิงมีหน้าอกดูเซ็กซี่ มันดึงดูดสายตาอะ”
“เขาว่ากันว่าทำนมต้องใช้เงินเกือบแสน ลงทุนขนาดนี้งานจีคงรายได้เยอะมาก”
น้องจีมองหน้าขาว ๆ แววตาแสนซื่อ แล้วอมยิ้มละไม “เอาเป็นว่าการยอมเจ็บตัวเสียเงินก้อนใหญ่ไปทำนม เราคุ้มจ้ะ”
“เฮ้อ...จีโชคดีจัง เราสิเปิดเทอมอีกสองเดือนข้างหน้าถ้าไม่มีเงินกู้ กยศ. คงไม่ได้เรียนแหง ๆ”
“เราไม่กู้เงินเรียน ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายการเรียน กินอยู่เราดูแลตัวเองทั้งหมด อย่างที่บอกไม่ขอที่บ้านเลย และมีส่งให้แม่ใช้อีกด้วย”
ไอก้มหน้านิ่งคิด ที่จริงเธอก็ดูแลค่าใช้จ่ายตัวเองเช่นกัน วันเสาร์อาทิตย์รัขายอาหารทะเลในตลาดนัด
เป็นการขายกินเปอร์เซ็นต์ พอได้เงินเป็นค่าข้าวกับค่ารถไปเรียน แต่จะพูดไปก็กระไรเพราะดูท่าเงินพันนิด ๆ คงแค่เศษเงินของจี
“ปิดเทอมไอว่างนี่ ไปทำงานกับเราไหม”
“ก็ไม่ถึงกับว่างนะ เสาร์อาทิตย์เราขายของในตลาดนัด เช้าเย็นทุกวันก็ต้องช่วยแม่กับยาย”
“แหม...ขายของในตลาดนัดจะได้สักกี่บาท แม่กับยายก็ให้น้าช่วยไปก่อนสิ คิดซะว่าไปทำงานเก็บตังค์เผื่อเปิดเทอมไง”
“เราไม่ใช่คนมั่นใจแบบจี หน้าตาก็จืดชืดซะขนาดนี้ ใครจะมาจ้างเราไปเป็นพริตตี้มันจะเสียราคาสินค้าเขาสิเธอ”  ไอพูดพลางหัวเราะขบขัน
“เราจะบอกความลับบางอย่าง สัญญากันก่อนว่าไอจะไม่พูดกับใคร ที่กล้าบอกเธอก็เพราะเราสองคนเป็นเพื่อนกันมานานเราไว้ใจไอจ้ะ”
ไอพยักหน้ารับแข็งขัน เธอไม่เคยได้ชื่อเป็นคนปากโป้ง จีก็รู้ดีและคงมั่นใจจึงยอมเล่าความจริง
“เราทำงานนั่งดริ๊งก์ในค็อกเทลเลานจ์ ไอเคยรู้จักค็อกเทลเลานจ์ไหม ?”
คนถูกถามส่ายหน้ารัว ๆ เล้าเป็ดเล้าไก่พอว่า แต่ค็อกเทลเลานจ์คืออะไร ใช่ร้านขายค็อกเทลไหม
หรือเป็นล็อบบี้เลานจ์อย่างในโรงแรม มันคืออะไรหว่า ???
สาวหน้าหมวยจดจ่อรอฟังคำอธิบายด้วยความสนใจยิ่งยวด...

จีอธิบายลักษณะงานพร้อมตอบคำถามละเอียดยิบย่อยที่ต้องใช้ความอดทนมากพอดู
สำหรับไอที่ไม่รู้เลยย่อมอยากรู้อยากเห็นมากมายเป็นธรรมดา
“อื้อหือ...แค่นั่งคุยเป็นเพื่อนลูกค้าเขาจ้างกันสองร้อยหกสิบบาทต่อสี่สิบนาทีเลยเหรอ แน่ใจนะแค่นั
กฏ-กติกา เงื่อนไขข้อปฏิบัติหลักๆเวป xonly
1.ห้าม emo เปล่า, ไม่เป็นคำ   do not use emoji only - Banned
2.ห้ามตอบเฉพาะคำย่อในเวปนี้ disallow short massage like lol thx ty omb omg etc. - Banned
3.ตอบ 3 คำไม่ใช่ 3 พยางค์ ๆๆๆๆๆ ไม่นับเป็นคำ if you comment less then 3 words as 'thank,wow,good,like,love' - Banned

4.ตอบมักง่าย ไม่ว่าจะยาวแค่ไหนก็โดนแบน

*

ออฟไลน์ พัดลม

  • Global Moderator
  • *****
  • 9136
  • 2463
  • ผมทำได้แค่ส่ายหน้า
    • ดูรายละเอียด
จีอธิบายลักษณะงานพร้อมตอบคำถามละเอียดยิบย่อยที่ต้องใช้ความอดทนมากพอดู
สำหรับไอที่ไม่รู้เลยย่อมอยากรู้อยากเห็นมากมายเป็นธรรมดา
“อื้อหือ...แค่นั่งคุยเป็นเพื่อนลูกค้าเขาจ้างกันสองร้อยหกสิบบาทต่อสี่สิบนาทีเลยเหรอ แน่ใจนะแค่นั่งคุยเฉย ๆ”
“ร้านที่เราทำเกรดดี ลูกค้ามีแต่รวย ๆ สุภาพมาก ๆ ค็อกเทลเลานจ์ไม่ใช่ร้านเหล้า ลูกค้าต้องเปิดเมมเบอร์ถึงจะเข้าได้”
“และพูดก็พูดเถอะนะ คนเงินเดือนต่ำกว่าแสนเที่ยวเลานจ์ไม่ไหวหรอก บอกได้เลยลูกค้าเลานจ์มีแต่คนรวย ๆ ทั้งนั้นจ้ะ”
“แต่แหม...เราไม่ใช่คนคุยเก่ง ยิ่งกับคนแปลกหน้าไม่รู้จะหาอะไรมาคุยกับเขานี่นา อ่า...งานมีแค่คุยจริง ๆเหรอ”
“แค่คุยจริง ๆ อาจจะดื่มกับลูกค้าบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าไม่ดื่มหรือดื่มไม่ไหว ไม่ต้องดื่มก็ได้เขาไม่บังคับ”
“เรื่องคุยก็เหมือนกัน ที่ร้านเขามีคนสอน อย่างเราไม่เคยทำมาก่อนเขาก็จะจับเรานั่งคู่กับเพื่อน
เพื่อให้เรียนรู้วิธีการพูดจาสื่อสาร สองสามวันก็ทำได้แล้ว เพราะส่วนใหญ่เราไม่ได้นั่งกับลูกค้าสองต่อสองเสียหน่อย
พี่เซลล์เขาก็ต้องเข้าโต๊ะลูกค้าด้วยเหมือนกัน”
จีขยายความยืดยาว ชนิดที่คนไม่รู้เรื่องค็อกเทลเลานจ์เลยสามารถทำความเข้าใจถี่ถ้วน
“ลองไปทำดูก่อนก็ได้ วันสองวัน ไม่ชอบใจก็ไม่ต้องทำต่อ
สมัยนี้ร้านง้อเด็กขอแค่ไปเถอะจะกี่วันเขาก็ไม่ว่าเรามีสิทธิเลือกเต็มที่จ้ะ”
“จีบอกว่าเลานจ์มีแต่สาวสวย ๆ เธอดูเราดิ จะเอาไรไปสู้กับเขา ลูกค้าคงไม่เลือกเราหรอก”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ถ้าไออยากไปจริง ๆ จีให้ยืมเสื้อผ้าไปดูได้เลยในตู้มีให้เลือกเพียบ แล้วก็รับอาสาดูแลหน้าผมให้ด้วยนะ”
“เรื่องนี้เป็นความลับนี่ เพราะงั้นเราจะบอกแม่ยังไงล่ะ”
“ก็บอกว่าไปดูแลเราช่วงพักฝื้นหลังจากทำนมไง ไม่ได้โกหกแม่ซะหน่อย
เพราะตอนนั้นก็อยากมีคนดูแลอยู่แล้ว น่านะลองดูก่อนถือว่าได้ช่วยจีช่วงลำบากนะจ๊ะ”
น้องไอมองดวงหน้าแป๋วแหววส่งสายตาออดอ้อนวอนขอความเห็นใจ เธอยิ้มแห้งๆให้เพื่อน
“เอ่อ...เราขอคิดดูสักวันสองวันได้ไหม...เราอยากดูแลจีนะแต่แม่กับยายนี่สิถ้าเราไม่ช่วยเกรงสองสาวจะเหนื่อยมากอะ”
“อืม...เราเข้าใจ หวังว่าไอคงตัดสินใจก่อนเรากลับกรุงเทพฯใช่ไหม” ...

"งานไม่มีอะไรเสียหาย เราไม่ใช่คนแปลกหน้าไม่มาหลอกลวงพาไปทำชั่วหรอกน่า
จีคิดแค่ว่าถ้าไอใช้เวลาปิดเทอมไปหารายได้ เผื่อแบ่งเบาภาระแม่กับยายมันก็ดีไม่ใช่เหรอ
บอกตรง ๆทุกวันนี้เราหาเงินได้เดือนเป็นแสนเลยนะเธอ
"คิดดูสิไอไปแค่สองเดือนมีเงินกลับบ้านเป็นแสน ไม่เรียกว่าคุ้มจะเรียกว่าอะไรล่ะจ้ะ"...
ประโยคสุดท้ายก่อนจีจะขอตัวกลับวิ่งวนอยู่ในหัว น้องไอครุ่นคิดทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่า...

แม่จ้าว...มีรายได้เดือนละแสน ฉันมีโอกาสมีความสามารถทำได้จริง ๆ เหรอ ???
แต่...จีคงไม่หลอก เราคบหากันมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกไม่มีเหตุผลอะไรที่จีจะลวงล่อใจนี่นะ
เต็มที่ก็อยากได้เพื่อนไปดูแลระหว่างช่วยเหลือตัวเองลำบากเท่านั้นแหละ และเรื่องแค่นี้ไอช่วยจีได้ไม่มีปัญหาสักนิด...

โปรดติดตามตอนต่อไป

ตัดสินใจ ?

น้องไอคิดกลับมากลับไปหลายตลบ สุดท้ายเพื่อความชัวร์เธอขอตามเพื่อนไปดูค็อกเทลเลานจ์ให้เห็นกับตา
จีไม่ขัดข้องหนีบเอาเพื่อนสาวเข้ากรุงด้วยกัน แต่ถ้าจะรู้จะเห็นก็ต้องไปสถานที่จริง
จีเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนยอมกรอกใบสมัครจนได้ ส่วนตัวน้องไอคิดว่าไหน ๆ มาถึงที่
ลองฟังว่าร้านมีขั้นตอนทำงานอย่างไรประดับไว้เป็นความรู้ย่อมได้
น้องจีกระตือรือร้นพาสาวหมวยพบฝ่ายบุคคลกรอกเอกสารเหมือนสมัครงานทั่วไป
จากนั้นบุคคลส่งต่อให้แผนกคัดกรองพนักงานเจรจาพูดคุยเกี่ยวกับลักษณะงานคร่าว ๆซึ่งไม่ต่างจากจีเคยบอกไอ
การอธิบายเนื้องานจบด้วยการโน้มน้าวเรื่องรายได้ก้อนโต ที่มีเงินเดือนขยับขึ้นตามยอดดื่มที่ทำได้
“ดื่มละ 260 บาท ทำครบ 300 ดื่ม ได้เงินเดือนหมื่นห้า ถ้าสี่ร้อยดื่มขึ้นไปเงินเดือนสองหมื่น”
กฎระเบียบการทำงาน ห้ามนุ่งกางเกง ห้ามกางเกงกระโปรง ห้ามใส่จั๊มสูท วันปาร์ตี้แต่งตัวตามที่ร้านกำหนดพนักงานลงทุนเอง
ร้านมีบริการช่างแต่งหน้าทำผม น้องจะใช้หรือไม่ก็ได้ แต่ต้องดูสวยงาม ถ้าแต่งตัวไม่สวยต้องไปเปลี่ยนและจะมีการหักเงิน
กติกากฎระเบียบมีอีกหลายข้อ ไอจำไม่หมดแต่ทางร้านก็รอบคอบพิมพ์ใส่กระดาษไว้ให้ไปทำความเข้าใจ
ขาด ลา มา สาย วันหยุด ห้ามทะเลาะเบาะแว้ง ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามพูดจาไม่สุภาพ ฯลฯ ทุกกติกาลงโทษด้วยการหักเงิน

“ซื้อดื่มคืออะไร” ไอกวาดตามองกระดาษในมือแล้วกระซิบถามเพื่อนทันทีที่พ้นบริเวณออฟฟิศ
“ก็...ลูกค้าซื้อดื่มเราไปเที่ยวไรงี้แหละ หรือวันไหนแฮงค์มากอยากหยุดก็ขอลูกค้าสนิทกันช่วยซื้อดื่ม
ถ้าเจอลูกค้าใจดี เราก็ได้พักอยู่บ้านไม่ต้องไปไหน ไม่ต้องมาทำงานและไม่โดนหักขาดงาน ได้ตังค์ค่าดื่มเยอะด้วยนะ”
เพราะซื้อดื่มวันธรรมดา 20 ดื่ม  ซื้อดื่มวันปาร์ตี้ 30 ดื่ม ศุกร์เสาร์วันก่อนวันหยุด 25 ดื่ม (การซื้อดื่มแต่ละร้านไม่เท่ากัน)
ราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายคือ 350บาทต่อดื่ม ถ้าซื้อดื่มเด็กไม่ให้เข้าทำงานที่ร้านในคืนนั้น
หมายความว่าลูกค้าจ่ายเจ็ดพันบาทอย่างต่ำ
และเด็กจะได้ส่วนแบ่งตามข้อตกลงกับทางร้านเช่นกรณีร้านนี้จะได้เงิน ห้าพันสองร้อยบาท
ถึงตอนนี้ไอเห็นภาพชัดขึ้น จีเคยบอกว่ามีรายได้เดือนละแสนไม่ใช่การพูดเลื่อนลอยเกินจริง
“ไปทำนมรวมพักฟื้นยี่สิบวัน จีก็ไม่ลางานนะ มีลูกค้าช่วยซื้อดื่มเรียบร้อยแล้ว”
จีขยายความอีกว่ามีลูกค้าที่มาติดพันสามราย พวกเขายอมซื้อดื่มให้เธอรายละสัปดาห์
ทั้งสามหนุ่มรู้ว่าเธอขอให้ช่วยซื้อดื่มเพื่อไปทำศัลยกรรม แต่ไม่รู้ว่าจีมีลูกค้าซื้อดื่มให้กี่ราย
“เงินทำนมเราจ่ายเอง ไม่อยากให้ใครอ้างสิทธิ์ในตัวเรา”
ไอพยักหน้าหงึกหงักแม้กังขาสุดหัวใจ ซื้อดื่มหนึ่งสัปดาห์เป็นเงินห้าถึงหกหมื่น ลูกค้าจีใจดีหรือมีอะไรแอบแฝง
“สงสัยล่ะสิ ทำไมเราไม่เอาเงินเข้ากระเป๋าเต็ม ๆ ถ้าทำแบบนั้นก็เป็นการให้ความหวังกลายเป็นต้องคบกันจริง ๆ”
“คบกันก็หมายความว่าคบทีละรายใช่ไหม แต่ถ้าซื้อดื่มเนี่ยมันเป็นเรื่องของงานไง
เหมือนเขามีน้ำใจช่วยเรื่องงาน เราก็ดีกับเขากว่าปกติ ไปกินข้าวดูหนังหรือไปเที่ยวด้วยบ้างไรเงี้ย
แต่ไม่ต้องรับผิดชอบคบหาซึ่งการคบกันมันเป็นภาระผูกพันเราไม่อยากให้ถึงขั้นนั้นน่ะ”
“ผู้ชายจ่ายเงินเกินครึ่งแสนแค่ควงเราไปกินข้าว ไปเที่ยวไม่มีอ่า...อะไรลึกซึ้ง ?”
ไอพยายามถามเรียบ ๆ ไม่ให้เป็นการไม่เชื่อคำบอกเล่า
“ไอเอ้ย คนรวย ๆ เงินแค่นี้เขาไม่สะเทือนหรอก แค่ได้จีบ ได้คุย มีเราคอยเอาใจเขาก็โอเคแล้ว”
‘โอเคนานไหม ถึงเมื่อไหร่  ไม่เชื่อว่าจะเป็นตลอดไป คนจ่ายพอใจแค่นี้จริงหรือ?’ แต่ไอไม่ถามไม่อยากให้ฟังเป็นการดูถูกจี

จีอาสาพาเพื่อนเดินดูห้องน้ำ ห้องแต่งตัว ห้องกินข้าวและห้องพักผ่อนของพนักงาน
มั่นใจเต็มที่ไอสนใจเงินก้อนโตและความหวังเปล่งประกายชัดในดวงตาดำขลับ
“เห็นไหม ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เราบอกแล้วแค่ขาวก็ได้เปรียบ”
“รู้เปล่า เด็กวอล์กอินมาสมัครงานเองส่วนใหญ่หน้าตากลาง ๆ ได้แค่ดื่มละสองร้อยสี่สิบไม่เกินสองร้อยห้าสิบ”
“ค่าดื่มสองร้อยหกสิบได้เท่ากับพวกผ่านโมเดลลิ่งเกรดเอ ช่วยการันตีว่าไอสวย ควรมั่นใจได้แล้วนะ”
“เชื่อเหอะ วันที่ไอมาทำงานรับรองได้ว่าพวกเซลล์หาลูกค้าลงจองยาวแน่นอน”
จีพูดเป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งคู่กำลังเดินผ่านกลุ่มสาว ๆ นั่งเรียงรายอยู่ที่โซฟามุมหนึ่งของร้าน
“ไอไม่ได้มานั่งรอลูกค้าแบบนี้หรอก การจองคือลูกค้าจะมากี่โมงก็ตามแต่ร้านรันดื่มที่สามทุ่มเป็นต้นไปจนกว่าเขาจะกลับ”
“เพราะงั้นถ้ามีลูกค้าจองคืนนั้นไอได้แน่นอนสิบดื่มเป็นอย่างต่ำ จีเชื่อว่าไอมีจองทั้งเดือนแน่นอนจ้ะ”
หูน้องไอตั้งใจฟังเพื่อนอธิบายแต่สายตาลอบสอดส่ายสาว ๆ หน้าตาดีแต่งตัวสวยงามร่วมร้อยชีวิต
“ถ้าไม่มีลูกค้าจองก็ต้องนั่งรออยู่ตรงนี้ใช่ไหม”
“อืม...ก็รอแป๊บเดียวแหละ สี่ทุ่มกว่า ๆ ลูกค้าเข้าเดี๋ยวเซลล์ก็จะเรียกไปให้ลูกค้าเลือก
ร้านเราดีที่สุดดังที่สุดในย่านนี้ไม่มีใครกินไข่เพราะได้นั่งกันทุกคน สบายใจได้จ้ะ”
“ลูกค้าเลือก ?”
“แหม...คนเรารสนิยมไม่เหมือนกัน บางคนชอบผู้หญิงอวบ ๆ บางคนชอบหน้าคม ๆ ก็ต้องให้โอกาสเขาเลือก”
สาวน้อยวัยสิบเก้าปีก้มมองกระโปรงสั้นเต่อ เสื้อเปิดไหล่เอวลอยกับรองเท้าส้นสูงสามนิ้วที่น่าจะเป็นส้นเตี้ยที่สุดของผู้หญิงในร้านนี้
ไอไม่มีความมั่นใจว่าตัวเองสวย ที่จะมีทางเลือกมากกว่าใครในร้านนี้
และที่สำคัญภาพที่เห็นก่อให้เกิดความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลอยู่ในหัว 
ทางเลือก ใครเลือก ทำไมต้องเลือก ???

คงเพราะนิสัยไอเงียบ ๆ นิ่ง ๆ แววตาครุ่นคิดเป็นนิจ จีจึงไม่ทันสังเกตยังคงเจื้อยแจ้วต่อไป
“เด็กมาใหม่เซลล์เชียร์อยู่แล้ว เพราะลูกค้าก็ชอบคุยกับคนหน้าใหม่ ๆ ไอไม่ต้องห่วงตลอดปิดเทอมนี้มีเงินแสนกลับบ้านแน่นอนจ้ะ”
“เอ่อ...เรา...ขอ ขอคิดดูก่อนได้ไหม”
“อืม...เราเข้าใจไอนะ เพราะก่อนจะมาทำงานนี้เราก็เคยลังเล...”
จีเล่าว่าตัดสินใจทำงานนั่งดริ๊งก์เมื่อสามเดือนที่แล้วจากการชักชวนของโมเดลลิ่งที่ช่วยหางานพริตตี้
“งานพริตตี้ได้ค่าจ้างพันกว่าบาทสองพันกว่าบาท ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ที่จริงค่าจ้างมันโอเค ข้อเสียคือไม่ได้มีงานทุกวัน”
“ถ้าไม่รับงานต่างจังหวัด ไม่อยากออกชานเมืองบางทีอาทิตย์หนึ่งมีงานแค่สองสามวันมันก็ไม่พอ”
“ไหนจะค่ารถค่าแต่งตัว ค่าเช่าห้อง ค่ากินอยู่ หาเงินได้อาทิตย์ละสี่ห้าพันมันไม่พอใช้”
“พี่โมฯกับเพื่อนที่ทำพริตตี้ด้วยกันชวนมาทำงานที่นี่
เราก็เอาวะลองดูสักหน่อย ปรากฎมันได้ตังค์ชัวร์กว่าเยอะกว่ามากก็เลยทำมาเรื่อย”
“แต่งานพริตตี้จีก็ไม่ทิ้งนะ ถ้ามีงานค่าจ้างน่าสนใจหรือไม่หนักมาก ไม่ต้องยืนทั้งวัน
ไปแค่อีเว้นท์สั้น ๆ แป๊บ ๆ เช่นพวกงานเปิดตัว งานปาร์ตี้ตามผับ ถ้าโมฯติดต่อมาเราก็รับ”
จียังบอกอีกว่าถ้ารับงานอีเว้นท์แล้วมาทำงานกลางคืนไม่ไหวหรือเวลาคาบเกี่ยวกัน
ก็ขอลูกค้า ‘สนิท’ ซื้อดื่มที่ร้าน เท่ากับคืนนั้นมีรายได้สองต่อ
“จีขยันจัง แบบนี้คงมีเงินเก็บเยอะแยะแน่ ๆ เลย” ไอชื่นชมเพื่อนแววตาจริงใจเหมือนเช่นทุกครั้ง
“อืม...เงินเก็บตอนนี้ยังมีไม่เยอะ เดือนที่แล้วเพิ่งทำตา นี่ก็ว่าจบจากทำนมจะทำผิวหน้าผิวตัวอีกสักหน่อย”
“แต่เราตั้งใจจะเก็บเงินซื้อรถภายในปีนี้แหละ”
“เราเชื่อว่าจีทำได้ ว้าว ๆ เพื่อนเราจะมีรถเก๋งขับกับเขาแล้ว คนแถวบ้านต้องอิจฉาแน่เลยเนอะ”
“โอกาสเป็นเรื่องของคนฉลาดไงจ๊ะ เกิดเป็นคนสวยมันต้องใช้ความสวยให้คุ้ม ที่พี่โมฯ เคยพูดกับเราก็ถูกนะ”
น้องไอยิ้มอ่อนจาง ในหัวนึกทบทวน ความสวยคือต้นทุน ต้องเอามาใช้ให้คุ้ม จริงหรือ?
“ไอก็มีโอกาสเหมือนกัน ใช้ความสาวความสวยให้เป็นประโยชน์ ทำให้แม่กับยายสบาย ไม่ต้องเป็นหนี้ใครอีกแล้ว ไม่ดีหรือ”...
“เอ่อ...เราบอกแม่ว่าจะมาเที่ยวกับไอแค่คืนเดียวเอง ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามายาว ๆ ขอกลับบ้านไปเก็บของก่อนได้ไหม”
“ได้สิ ๆ แล้วพร้อมจะเริ่มงานเมื่อไหร่ เราจะได้บอกพี่ผู้จัดการ เพราะเขาต้องถามย้ำแน่ ๆ”
แววตาจีเป็นประกายเจิดจ้าตื่นเต้นยินดีเป็นหนักหนา ขณะไอกลบเกลื่อนอาการแบ่งรับแบ่งสู้
“อ่า...อีกสองวันเราโทรบอกจีนะ”...เธอไม่ต้องการเห็นความผิดหวังในแววตาเพื่อน
เท่าที่อยู่ด้วยกันครึ่งค่อนวัน ก็พอรู้แล้วมิตรสหายที่จีคบหามีน้อยเต็มที ด้วยเหตุนี้การมีไออยู่ด้วยจึงสำคัญมาก


ปล. โปรดระวัง มิ้ว ณ ชมวิว  "ลวงล่อให้หลงใหล..."  คริ คริ

โปรดติดตามตอนต่อไป

กราบขอบพระคุณทุกการติดตามค่ะ  อมยิ้ม17

หนทาง ?

คุณยายนั่งอยู่บนโซฟาโครงไม้เบาะฟองน้ำหุ้มผ้าเก่าคร่ำคร่าอายุมากกว่าน้องไอหลายปี
หลานสาววัยรุ่นนั่งขัดสมาธิใช้สองมือนวดเฟ้นที่ปลีน่องหญิงสูงวัย ข้าง ๆยายหลาน คือแม่เด็กสาว
หญิงวัยกลางคนสาละวนคัดดอกไม้สำหรับจัดกำไหว้พระ ห่างไปที่มุมหนึ่งของโถงเป็นหญิงผอมบางกำลังจดจ่อพับผ้ากองใหญ่
“ถ้าปิดเทอมนี้หนูไปทำงานพาร์ทไทม์กับจี แม่จะว่าอะไรไหม”
“งานอะไร”
“เอ่อ...งานพริตตี้จ้ะ”
“พริตตี้ ?”
“คือ...” ไออธิบายงานพริตตี้ที่ได้ข้อมูลครึ่ง ๆ กลาง ๆ จากจี กระนั้นนางสายผู้เป็นแม่พอจะทำความเข้าใจได้บ้าง
“อ่อ...พริตตี้คือผู้หญิงแต่งตัวสวย ๆ ยืนอยู่กับบู๊ทสินค้าในห้างใช่ไหม พวกนั้นได้ค่าจ้างวันหลายพันเลยเหรอ”
“ใช่จ้ะ จีบอกว่าช่วงปิดเทอมมีการออกบู๊ทสินค้าหลายที่
เขามีคนรับงานติดต่องาน มีเสื้อผ้าให้ใส่เสร็จสรรพ เราก็แค่ศึกษาข้อมูลสินค้าไปยืนสวย ๆตอบคำถามลูกค้าค่ะ”
“อยากไปก็ตามใจ บอกเจ๊ไฝด้วยล่ะเขาจะได้หาคนมาขายแทนช่วงปิดเทอม” แม่ไม่ใช่คนคิดซับซ้อน
ก็แค่หวังว่าเปิดเทอมเจ๊ไฝจะเอ็นดูให้ไอจะกลับไปรับจ้างขายอาหารทะเลเหมือนเดิม

“ทำไมหนูอยากไปทำงานในเมืองล่ะลูก” ยายต่างจากแม่
คงเป็นเพราะที่ผ่านมายายทำหน้าที่อบรมสั่งสอนน้องไอแทนแม่ที่มักยุ่งกับการทำมาหากินตัวเป็นเกลียว
“จีบอกว่าเงินดี หนูอยากทำงานเก็บเงินไว้เผื่อเปิดเทอมค่ะ”
“แต่หนูก็กู้ กยศ. เรื่องค่าเทอมค่าการศึกษามันไม่มีปัญหาไม่ใช่เหรอ”
“จีบอกว่าค่าจ้างวันละสองพันอย่างต่ำ หนูไปทำเดือนหนึ่งก็ได้หกหมื่นนะยาย ถ้าทำเดือนครึ่งก็ร่วมแสนแล้ว”
“อืม...เงินมันก็เยอะอยู่ แต่ค่าใช้จ่ายล่ะ หนูบอกว่าเสื้อผ้าเขามีให้ ไม่ต้องจ่ายเลยสักบาทหรือเปล่า”
“งานที่ทำต้องโชว์ความสวย หมายความว่าหนูต้องแต่งหน้าทำผมนั่นก็ใช้เงินไหม? ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่อีกล่ะ” ยายพูดเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ท้วงทีละน้อย
“หนูพักอยู่กับจี เต็มที่ก็หารค่าห้องกัน ดู ๆ แล้วไม่กี่พัน กินหนูกินอะไรก็ได้ หนูไม่ใช่คนกินยากยายก็รู้”
“ถ้าอยู่ที่บ้านมีอะไรก็กินอันนั้น ยายไม่เถียง
แต่ไปอยู่กับสังคมแบบนั้นไม่เหมือนแถวนี้ เขาคงไม่กินอาหารกล่องละยี่สิบสามสิบอย่างเรามั้ง”
“เราก็ไม่เห็นต้องทำตามเขานี่คะ”
“ตอนนี้ไอยังไม่อยู่ตรงนั้นหนูก็พูดได้ แต่ลองคิดดูดี ๆรอบตัวมีแต่คนสวย แต่งตัวหรู กินอยู่กับของดี ๆ หนูไม่ทำตามเขาจะไม่กลายเป็นแปลกแยกเหรอ”
“หนูไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยนะยายจ๋า”
“ก่อนจีไปอยู่กรุงเทพฯ จีฟุ่มเฟือยไหม จีก็เป็นเหมือนหนูหรือเปล่า”

คำถามของยายทำให้หลานสาวชะงัก นึกขึ้นได้ว่าจีเปลี่ยนไปมากเพียงใด
จากเด็กสาวหน้าใส กินง่ายอยู่ง่าย แต่งตัวแค่พอไม่อายใคร กลายเป็นคนให้ความสำคัญรูปโฉมเป็นอันดับแรก
เท่าที่อยู่ด้วยกันหนึ่งวันหนึ่งคืน จีเลือกกินเลือกใช้ของแบรนด์ห้าง นอนห้องแอร์อาบน้ำอุ่น
น้ำหอมขวดหลายพันเรียงเป็นตับ เครื่องสำอางเสื้อผ้ารองเท้ากองเป็นภูเขา
หลายชิ้นผ่านการใช้แค่ครั้งเดียว ก่อนไอจะกลับ จียัดเสื้อผ้าเครื่องสำอางให้ถุงใหญ่ ๆ
“ช่วยเอาไปใช้หน่อย จะได้มีที่ว่างเราอยากได้คอลเลคชั่นใหม่จะแย่แล้ว”  ยืนยันว่าจีห่างจากการกินง่ายอยู่ง่ายไปไกลโข

“น้องไอ ยายถามจริง ๆ หนูอยากไปทำงานในเมืองเพื่ออะไรกันแน่”
“หนูอยากได้เงินก้อนเผื่อเก็บไว้ยามฉุกเฉินเราไม่ต้องตากหน้าไปกู้ยืมใครจ้ะยาย”
“ฉุกเฉินแปลว่าคาดไม่ถึง เพราะงั้นมันก็ยังมาไม่ถึง วันนี้เราไม่ประมาทโอกาสจะฉุกเฉินก็น้อย”
น้องไอนึกอยากเถียง ปีก่อนนู้นยายป่วยเข้าโรงพยาบาล แม้ใช้สิทธิการรักษาฟรีแต่ก็ต้องมีคนคอยดูแล
น้าไปทำงานโรงงานหยุดยาว ๆไม่ได้ ตัวเธอเองติดสอบไม่สามารถเช่นกัน
แม่จึงต้องทิ้งแผงขายของไปนอนเฝ้าไข้ยาย ไม่ได้ขายผลไม้เงินจะกินจะใช้ช่วงนั้นมาจากการกู้ยืม ซึ่งก็เพิ่งใช้หนี้หมดเมื่อเร็ว ๆนี้เอง
“หนูฟังยายนะ โลกนี้ไม่มีอะไรง่าย ได้เยอะต้องจ่ายสูง ซื้อมาขายไปเป็นเรื่องหนึ่ง
แต่บางอย่างต้นทุนของมันประเมินค่าไม่ได้ หนูต้องคิดให้ดี ๆ”
“จีบอกว่าคนสวยมีต้นทุนสูงอยู่แล้ว งานอ่า...พริตตี้ใช้ความสาวความสวยเป็นต้นทุน
เราต้องใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ”
คุณยายมองใบหน้าขาวเนียนหมดจดของหลานคนเดียว ปีนี้ไอโตเป็นสาวเต็มวัย ดั่งดอกไม้เต่งตั่งแย้มกลีบอวดความงาม
“ยายเห็นด้วยความสาวความสวยเป็นต้นทุนของผู้หญิงทุกคน แต่ต้องไม่ลืมว่ามันเป็นต้นทุนที่ใช้แล้วหมดไป
ไม่มีทางเพิ่มพูนงอกมาใหม่ ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ ความสวยงามสมวัยจะหมดเร็วเท่านั้น”
“ต่อให้ไม่ใช้มันก็หมด เพราะงั้นก่อนที่มันจะหมดไปเปล่า ๆ เราเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างจีว่าไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“ถ้าคิดแบบจีว่าก็ไม่ผิด แต่ต้องคิดเพิ่มอีกอย่างหนูเอาต้นทุนไปแลกกับอะไร มันคุ้มจริงเหรอที่จะแลก”
สาวน้อยมองใบหน้าที่มีร่องรอยประสบการณ์ผ่านการเวลาทว่าอบอุ่นอ่อนโยนเสมอ
คุณยายไม่เหมือนแม่ ยายใจเย็นสุขุมลึกซึ้งกว่ามาก คำถามการบอกเล่ากระตุ้นสำนึกบางอย่างให้หลานสาว

“เงินตั้งแสนเชียวนะคะยาย”
“เราจำเป็นต้องใช้เงินแสนตอนนี้ไหม...ก็ไม่...นอกจากเงินเพื่อการเรียนที่มีทุน กยศ. อยู่แล้ว หนูต้องการเงินไปทำอะไรอีก”
หลานสาวส่ายหน้า ชีวิตความเป็นอยู่ปัจจุบันอาจไม่เลิศหรูแต่ก็กินอิ่มทุกมื้อนอนหลับสบายทุกคืน
มีหนี้สินต้องผ่อนชำระเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้เดือนร้อน อันที่จริงครอบครัวไม่ถึงขั้นขัดสนแค่ไม่สะดวกสบายเท่านั้นเอง
“เงินน่ะ ใคร ๆ ก็อยากได้ ความอยากมันมีกันทุกคน และอยากมีอยากได้ไม่สิ้นสุดเป็นปกติของคนส่วนใหญ่”
“วิธีการควบคุมความอยากสำคัญกว่าการหาทางตอบสนอง ถ้าควบคุมความอยากไม่ได้ก็ต้องดิ้นรนหาวิธีมาสนอง” คุณยายยังคงใช้เสียงเนิบนาบพูดเรื่อย ๆ
“เคยชินกับการตอบสนองความอยากมาก ๆ ในที่สุดก็หลุดการควบคุมตัวเอง นี่ก็เป็นปกติของมนุษย์เช่นกัน”
“หนูก็ไปทำแค่ช่วงปิดเทอม”  หลานสาวแย้งเสียงอ่อน เพื่อไม่ให้ฟังเป็นดื้อดึงดันทุรัง
“ถ้าหนูคิดว่าควบคุมตัวเองได้ ยายก็คงไม่ห้าม”
“แต่ยายไม่เชื่อว่าหนูคุมได้”
“ยายไม่พูดแบบนั้นจ้ะ ที่จริงก็ภูมิใจที่หนูคิดหาเงินสำรองเผื่อยามขัดสน
แต่ยายคงไม่ดีใจถ้าหนูต้องเอาต้นทุนมีค่าไปแลกกับอะไรก็ตามที่จะทำให้เสียใจทีหลัง”
“เสียใจทีหลังเหรอคะ”  เป็นครั้งแรกที่ฉุกคิด น้องไอมองใบหน้าแย้มยิ้มของหญิงสูงวัยอย่างหวังค้นหาคำตอบ
“ยายบอกแล้ว ชีวิตไม่มีอะไรง่าย อยากได้มากก็ต้องเสี่ยงสูง
บางสิ่งบางอย่างวันนี้ดูคุ้มจะเสี่ยงแต่ในระยะยาวมันอาจไม่ใช่ หนูต้องหัดคิดให้ยาวไกลอย่าตัดสินใจแค่เฉพาะหน้า”
คุณยายมองหน้าหลานสาวชั่วอึดใจแล้วพูดต่อ “แค่เฉพาะหน้าตอนนี้ยายยังไม่เห็นว่าหนูต้องรีบร้อนตัดสินใจกับอะไรทั้งนั้น”
“ความสาวความสวยเป็นต้นทุนสูงค่า จริงอยู่จะใช้หรือไม่ใช้ถึงเวลามันก็ร่วงโรย และเราอาจดึงความสาวความสวยกลับมาไม่ได้”
“แต่รู้ไหม...คนจะมีค่า  ไม่ใช่การใช้ความสาวความสวยให้เป็นประโยชน์
เพราะความจริงมันขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตอย่างสำนึกในคุณค่าของตัวเอง
งานหรือใครหรืออะไรก็ตามที่มีส่วนลดคุณค่าตัวเอง ไม่ว่าจะได้ผลตอบแทนมากแค่ไหนสุดท้ายแล้วมันไม่คุ้ม”
สาวน้อยนิ่งงันความสับสนจู่โจมอย่างหนัก
ภาพสาวสวยแต่งกายเซ็กซี่วับแวมนั่งเรียงรายรอผู้ชายเรียกไปใช้บริการ ผุดเข้ามาในความคิด
ไม่ต้องคลุกคลีจนทะลุทะลวงทว่าสัญชาตญาณร้องบอกดังก้อง
งานนั่งดริ๊งก์ในค็อกเทลเลานจ์มีส่วนในการทำลายคุณค่าตัวเอง
น้องไอหมดหนทางปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
“หนูอายุยังน้อย ยังมีเวลายาวไกล การได้เรียนรู้เป็นโอกาสเป็นความได้เปรียบของความเยาว์วัย”
“การเรียนรู้ให้ประโยชน์ก็จริง แต่มันก็เป็นโทษได้ถ้ากระตือรือร้นใฝ่รู้ในสิ่งผิด”
“ผิดถูกก็ต้องเรียนรู้ดูก่อน ถ้าไม่ลองหนูจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ” ในใจยังคงคิดค้าน งานสร้างรายได้มหาศาลเป็นโอกาสที่ควรรีบกอบโกย
“ก็ลองมองผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด แล้วคิดดูสิหนูรับไหวหรือไม่
ถ้ามันเป็นความผิดพลาดมันจะแก้ไขได้ไหม จะกลายเป็นตราบาปในชีวิตหรือเปล่า”
เป็นผู้หญิงกลางคืน ใช่ตราบาปในชีวิตไหมหนอ
ถ้าใช่ตอนนี้จีประทับตราฝังลึกมากขนาดไหน
ถ้าใช่น้องไอยังอยากฝังประทับตราบาปแลกกับเงินก้อนใหญ่หรือไม่?
หรือที่จริง ไม่มีตราบาปอะไรทั้งสิ้น เพราะเมื่อเวลาผ่านเราแค่หลับตาทำใจให้ลืม มันก็จบ !


โปรดติดตามตอนต่อไป

ปล.ใครตามจนจบ เราจะมีรางวัลให้  อมยิ้ม13อมยิ้ม16อมยิ้ม17

โอกาสหรือผิดพลาด?

อาการลังเลของน้องไอไม่เคยเลือนหาย กระทั่งตอนตกปากรับคำจีเธอยังคงวุ่นวายใจ
“หนูจะไม่เอาต้นทุนที่มีแลกกับอะไรทั้งนั้น หนูไปดูแลจี ยายไม่ต้องห่วงนะคะ” ไอบอกกับยาย
คุณยายยิ้มจาง ๆ ดวงตาหลังกรอบแว่นห่วงหาอาทรผสมกังวลไม่คลาย
“น้องไอ วันนี้เราอาจจะมีไม่เท่าคนอื่น วันนี้หนูอาจคิดว่ามีทางเลือกที่ควรคว้าไว้” ยายหยุดพูดสายตาจับจ้องใบหน้าอ่อนวัย
“ชีวิตยังอีกยาวไกล อย่ารีบร้อนตัดสินคิดว่าที่เห็นคือดีที่สุด หนูต้องมองให้ไกลคิดให้ลึกซึ้ง
ความภาคภูมิใจที่แท้จริงจะอยู่ยั่งยืนและมันเกิดขึ้นจากการใช้ปัญญาไตร่ตรองถี่ถ้วน ไม่ใช่การคิดเข้าข้างตัวเอง”
สาวน้อยนิ่งเงียบ เธอไม่อาจทำความเข้าใจนัยยะลึกซึ้ง
“เงินทองมากมายสักแค่ไหนแต่ถ้าได้มาอย่างไม่น่าชื่นชม มันไม่ใช่ความภูมิใจ
อย่าเอาความโลภปิดตาบังใจจนมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หนูจำไว้นะลูก”
“ใคร ๆ เขาก็นับถือเงินกันทั้งนั้นนะคะยาย”
“แล้วใคร ๆ ที่นับถือเงิน ใช่คนที่หนูนับถือใจเขามั้ยล่ะ”
คำถามของยายราวกับเป็นแสงสว่างแห่งปัญญา น้องไอยิ้มสดใส เธอเข้าใจทุกอย่างชัดขึ้นในบัดดล
“ยายก็ไม่รู้หรอกว่าคนรวย ๆ เขามีความสุขแบบไหน แต่รู้ดีที่สุดว่าชีวิตคนไม่มีใครไม่เป็นทุกข์”
“มันอยู่ที่ว่าเรามองความสุขแบบไหน อะไรคือความสุขของเรา ถึงอย่างนั้นความสุขกับความทุกข์มันมาแล้วก็ไป
การอยู่อย่างภาคภูมิเชื่อมั่นในความดีงามคือความหมายของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า...
วันนี้อาจยากที่จะเข้าใจ แต่วันหนึ่งเมื่อเป็นผู้ใหญ่ต้องสั่งสอนลูกหลานหนูจะรู้สึกไม่ต่างจากยาย...”

“ขอโทษนะ เราคงไปทำงานที่ร้านจีไม่ได้แล้วล่ะ”
“ทำไมอีกล่ะ ไหนเมื่อวานบอกว่าจะมาไง”
“คือ อ่า...เจ๊ไฝจะหาคนมาขายของแทน ถ้าเปิดเทอมเราไม่มีงานทำคงแย่แน่ ๆจ้ะ”
“มันจะแย่ได้ไง เธอมาทำงานกับเราเก็บเงินได้เป็นแสน มันมากกว่ารับจ้างขายของในตลาดนัดเห็น ๆ”
โทรศัพท์แนบอยู่กับใบหน้าเนียนใส ดวงตาเรียวรีมองไกลกว่ารั้วระแนงผุกร่อน
บนถนนหน้าบ้านไม้หลังเก่าเปลวแดดใกล้เที่ยงเต้นระยิบ กลิ่นควันจากการย่างลอยตามลมอบอ้าว
เสียงรถขายกับข้าวแว่วอยู่ไกล ๆ ข้างบ้านติดกันตะโกนด่าทอคนในครอบครัว
บ้านฝั่งตรงกันข้ามกำลังวางกระด้งตากเนื้อเค็ม ถัดกันไปไม่ไกลลุงป้ารับซักรีดน่าจะขมักเขม้นอยู่กับกองผ้า
“คิดดี ๆ เปิดเทอมสี่เดือนเงินหนึ่งแสนเธอพอใช้เหลือ ๆ เดือนละสองหมื่นห้ามากกว่ารับจ้างเจ๊ไฝตั้งกี่เท่า”
“แต่เราไม่ได้ต้องการใช้เงินเดือนเป็นหมื่นนี่นา”
“ยิ่งดีสิ เธอจะได้มีเงินเก็บ เผื่อซื้อนู่นนี่ให้ยายกับแม่”
“แม่กับยายบอกว่าไม่อยากได้อะไรมากกว่าที่มีอยู่”
“เฮ้อ...จะบ้าตาย ไม่อยากได้แล้วต้องอยู่จน ๆ ไปอย่างนี้เหรอ”  จีหงุดหงิดมาตามสาย
“ตอนนี้เรายังเรียนอยู่ก็คงต้องทนไปก่อน ถ้าเรียนจบเราคงทำอะไรได้มากกว่านี้”
คราวนี้จีระเบิดหัวเราะเหมือนขบขันเต็มประดา
“โอ้ย...ไอเอ้ย มันจะไปทำอะไรได้ มนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะเด็กจบใหม่กี่บาท เมื่อไหร่จะหายจน”
น้องไอหัวเราะแหบแห้ง หากแต่ดวงตายังคงสดใส “นั่นสินะ คงต้องพยายามมากหน่อย”
“โอเค เธอไปพยายามหลังขดหลังแข็งของเธอเถอะ ไม่ไหวหรือเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน”
“ขอบใจมากจ้ะ” น้องไอยิ้มให้กับกระถางคุณนายตื่นสายริมรั้วประหนึ่งมันเป็นคู่สนทนา นึกขอบใจที่จีไม่เซ้าซี้
นึกขอบคุณความคิดและเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต
ทางเลือก โอกาส การมองโลก แง่คิด การตัดสินใจ ไม่ต้องรีบร้อนไม่ได้หมายความว่าชะล่าใจ คุณยายสอนเธอไว้ดีมาก...

สามปีผ่านไป...
วันนี้วันฉลองปริญญาของไอ จีขับรถเก่งญี่ปุ่นใหม่เอี่ยมจอดหน้ารั้วระแนงใหม่เอี่ยม ทว่าบ้านชั้นเดียวยังคงซอมซ่อเช่นเดิม
ในวัยยี่สิบสามปี จีสวยสะพรั่ง ผิวเนียนกระจ่าง รูปหน้าเรียวเล็ก สาวขึ้นและสวยขึ้นกว่าเดิมมาก
น้องไอเป็นสาวเต็มตัวสวยขึ้นแต่ไม่แปลกตาเหมือนจี ที่ดูดีคงเพราะวัยรู้จักดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น
“ดีใจด้วยนะไอ ในที่สุดก็รับปริญญาเสียทีเนอะ แล้วตอนนี้เธอทำงานที่ไหน”
“บริษัทในนิคมใกล้บ้านนี่แหละ ก็ดีนะไม่ต้องเดินทางไกลมีสวัสดิการรับส่งพนักงาน ไม่เปลืองค่ารถ”
“ตกลงชีวิตมนุษย์เงินเดือนเป็นไงบ้าง”
“กินอยู่ประหยัดก็โอเค พออยู่ได้ แต่ตอนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะเราไปเรียนภาษาเพิ่ม อยากต่อโทแต่ไม่มีตังค์คงต้องทำงานอีกสักพัก”
“ไปหางานทำในเมืองสิ เผื่อจะมีงานพิเศษมีรายได้เสริม” จีกวาดตามองร่างบางอ้อนแอ้นผิวขาวเนียนสดใสไม่เปลี่ยน
“อืม...เรื่องหารายได้เสริมก็น่าสนใจ รอจบคอร์สภาษาก่อนเผื่อมั่นใจเราอาจเข้าไปเป็นสาวกรุงเทพฯกับเขาบ้าง”

ถัดจากงานรับปริญญาสองปี...
สองสาวเพื่อนซี้ อยู่ในวัยยี่สิบห้า
น้องไอย้ายมาอยู่เมืองหลวงยังโหนรถเมล์ใช้บริการรถสาธารณะเพื่อไปทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนทั่ว ๆไป
ต่างที่ตรงน้องไอพยายามสร้างผลงานเพื่อชิงทุนไปศึกษาเทคนิคเพิ่มเติมที่บริษัทแม่ในต่างประเทศ
น้องจียังคงเป็นดาวค็อกเทลเลานจ์ หนุ่มดาหน้าเข้าหามีมาให้เลือกเรื่อย ๆ
และตัดสินใจหยุดทำงานนั่งดริ๊งก์เมื่อหนุ่มหล่อร่ำรวยให้ข้อเสนอน่าพอใจ

ในวัยยี่สิบแปดปี น้องไอกลับจากต่างประเทศกำลังสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม แม่กับยายยังขายของในตลาด
น้องจีกลับมาทำงานเลานจ์เมื่อปีกลายยังคงมีรายได้น่าพอใจแม้ไม่มากเท่าครั้งเป็นสาวรุ่น

อายุสามสิบปี ไอวางแผนแต่งงานปีหน้ากับชายหนุ่มที่คบหามาสามปี เธอและเขาพบเจอกันที่ต่างประเทศ
จีเริ่มคิดหาทางออกจากอาชีพผู้หญิงกลางคืนอย่างถาวร

“ไอช่วยซื้อคอนโดฯเราหน่อยสิ เราอยากได้ทุนสักก้อนไปค้าขาย...” จีบอกเรื่องที่ตั้งและราคาที่ต้องการขาย
“คอนโดฯยังติดแบงค์อยู่นี่นา ขายแล้วเหลือไม่กี่แสนเองนะ” 
“อือ...แต่เก็บไว้ก็ต้องผ่อน มันเป็นภาระเราไม่ค่อยไหวแล้วล่ะ รถก็ยังผ่อนอยู่เลย”
ไอนิ่งคิด จีเปลี่ยนรถทุกปี ถ้าทนใช้คันเดิมป่านนี้การผ่อนยานพาหนะคงไม่เป็นปัญหา
“จีจะขายอะไรล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน มีคนบอกว่าแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเจ้าหนึ่งน่าสนใจเขาขายที่สองแสนก็ว่าจะไปดูสักหน่อย ”
“เราว่าจีควรศึกษาให้ดี ๆ ก่อนนะ ซื้อแฟรนไชส์เราก็ต้องมีสถานที่ต้องลงทุนทำร้าน
การค้าขายสมัยนี้ทำเลที่ตั้งสำคัญยิ่งกว่าแฟรนไชส์เสียอีก”
“จีก็ดู ๆ อยู่ แต่เขาว่าแฟรนไชส์เจ้านี้ขายดีมาก ต่ำ ๆ เดือนหนึ่งมีเงินเหลือหลายหมื่นเลยนะ”
“ขายของกินอย่างนี้จีรู้ไหมเริ่มต้นเราต้องลงมือทำเอง เธอไม่เคยทำงานใช้แรงมันจะไหวเหรอ”
“เรามีคนรู้จักไว้ใจได้ ไม่น่าจะมีปัญหา”
ไอมองหน้าเพื่อน แววตามั่นใจและมีความหวังทำให้ต้องกลั้นใจเตือนทั้งที่เกรงจะทำคนฟังขุ่นเคือง
“จีรู้ใช่ไหมการจะเป็นเจ้าของกิจการไม่ว่าเล็กหรือใหญ่เราต้องศึกษาให้ดี
ที่คนอื่นประสบความสำเร็จมันไม่ได้หมายความว่าเราทำตามเขาเป๊ะ ๆ แล้วมันจะสำเร็จเหมือนกัน
เพราะปัจจัยหลาย ๆ อย่างอาจต่างกัน ควรดูให้ดีสิ่งที่เราไม่เห็นไม่รู้มีอะไรบ้าง”
“เราจะพยายามดูให้ดีแล้วกัน”
“ลองเริ่มต้นลงทุนขายของที่ไม่เน่าไม่เสีย ดูแลจัดการได้ด้วยตัวเองใช้เงินทุนไม่มาก ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ดีกว่าไหม”
“เราเคยขายเสื้อผ้าเครื่องประดับก็ไม่เวิร์ค กำไรชิ้นละไม่กี่บาท ยืนตากแดดหน้ามันได้วันไม่กี่ร้อย ไม่ไหวอะ”
“ขายอาหารนี่แหละยังไงคนก็ต้องกิน ซื้อแฟรนไชส์เพื่อความชัวร์ยังไงก็อร่อยแน่ ๆ ขอแค่มีร้านจ้างคนมาทำมันก็จบ”
“อ่า...จี ชีวิตไม่มีอะไรง่าย อะไรที่เรามองว่าง่ายมันมักจะแฝงสิ่งที่คาดไม่ถึงเสมอ เราอยากให้จีดูให้กว้าง ๆ คิดเยอะ ๆ”
“แค่ช่วยซื้อคอนโดฯเราได้มั้ย ไม่ต้องมาบอกหรอกว่าเราต้องทำอย่างไร
ใช่สิ !เราไม่ใช่ผู้จัดการบริษัทใหญ่โตพูดได้หลายภาษาไม่ฉลาดเหมือนเธอ โอกาสเราไม่มีทางเลือกเราน้อยกว่า เธอมองไม่เห็นหรือไง”
“โอกาสจีมี ทางเลือกก็มี มันมีมาตั้งนานแล้วแต่เธอเลือกอะไร ลองคิดดูดี ๆ
สิ่งที่ไอมีมันไม่ได้หล่นจากฟ้า เราลำบากเลือดตาแทบกระเด็น สู้เหนื่อยยากมาตั้งเท่าไหร่
ทุกวันนี้ก็ไม่สบายเธออย่าเข้าใจผิด...”
“แต่เธอก็มั่นคงกว่าฉัน มีงานดี ๆทำ มีบ้านอยู่ มีรถขับ กำลังจะแต่งงานมีครอบครัวอบอุ่น
เพราะงั้นอย่ามาพูดเรื่องความลำบากรู้ไหมชีวิตฉันผ่านอะไรมาบ้าง
ถึงจะเป็นผู้หญิงกลางคืนแต่ก็เพราะงานกลางคืนนี่แหละสอนให้ฉันเข้มแข็ง
เธออาจประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ฉันก็รู้จักชีวิตไม่น้อยกว่าเธอ เผลอ ๆจะรู้จักสันดานคนมากกว่าด้วยซ้ำ”
จีตะโกนใส่เพื่อนด้วยความคับแค้นอัดอั้นที่ไอไม่อาจทำความเข้าใจได้ทันที...
แต่ด้วยความเป็นคนใจคอเยือกเย็นไอตั้งสติมั่น “ใช่จ้ะจีเป็นคนเข้มแข็ง งานบริการทำให้จีรู้และเข้าใจนิสัยคน แต่...อ่า...ถ้าจะให้ดีจีคงต้องอดทนกว่าที่เคยเป็นมา
“เอ่อ...ค่อย ๆ คิดดีกว่าเนอะเงินไม่ใช่น้อย ๆ เราก็แค่เป็นห่วง”
ไอใจดีเหมือนยาย เธอไม่คัดค้านขัดแย้งทำใครขุ่นใจโดยไม่จำเป็น

คำสั่งสอนผ่านมานานกว่าสิบปีชัดเจนอยู่ในหัวราวกับยายเพิ่งพูดวันนี้
“ชีวิตยังอีกยาวไกล อย่ารีบร้อนตัดสินคิดว่าที่เห็นคือดีที่สุด หนูต้องมองให้ไกลคิดให้ลึกซึ้ง
ความภาคภูมิใจที่แท้จริงจะอยู่ยั่งยืนและมันเกิดขึ้นจากการใช้ปัญญาไตร่ตรองถี่ถ้วน ไม่ใช่การคิดเข้าข้างตัวเอง”

***เรื่องน้องจีกับน้องไอ (ชื่อสมมติ)
เขียนจากเค้าโครงจากเรื่องจริง...

ปรับแต่งเรื่องเวลา สถานที่ อาชีพของน้องไอ
คุณยายมีตัวตนจริง...แต่บทพูดอาจไม่ใช่ของยายทุกคำ หลายคำเป็นของยายมิ้วฯ 555


+++++++++++++++++++++++++++
ปัญญาฉันก็เพียงเท่านี้ ถักสานร้อยประสบการณ์นำมาเล่าขานแถลงไข
เผื่อเธอจะรู้ เผื่อเธอจะเห็น เผื่อเธอได้คิดบ้าง
สักนิดก็คงดี...

กราบขอบพระคุณทุกการติดตามค่ะ  อมยิ้ม17

ปล.ยังไม่จบนะยะ อีกสองตอนค่ะ ขอเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสักหน่อย เนอะ ๆๆๆๆๆ

ร้านชิล พีอาร์ชงเหล้า
คู่แข่งเลานจ์มาแรงแซงทุกสถานบันเทิง
ร้านชิลในความเป็นจริงก็คือร้านอาหาร พื้นที่ให้บริการมีทั้งแบบ in door & out door
ส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยม นั่งนอกห้องแอร์มากกว่า คงเพราะสะดวกที่ไม่เกี่ยวกับความสบาย

ปลายปีที่แล้วผู้เขียนมีโอกาสไป set up ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เจ้าของต้องการแนว pub & restaurant
คำถามแรกจากทีมงานเราคือ “จะให้มีพีอาร์ชงเหล้าไหม”
เจ้าของหรือก็คือนายทุนอ้ำอึ้ง เท่าที่คุย ๆ กัน เขาต้องการร้านอาหารที่มีดนตรีสดให้ความบันเทิง
แต่...กระแส พีอาร์ชงเหล้ามาแรงมาก เกรงว่าถ้าไม่มีสาว ๆ มาให้บริการ ร้านจะรอดยาก !
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
รายละเอียดในแง่ธุรกิจมีเยอะมาก เราทำการบ้านอย่างหนัก เราต้องหาข้อมูลตระเวนไปหลายที่
ศึกษาความเป็นไปได้ ศึกษาความเสี่ยง ตั้งเป้าหมาย และในฐานะทีมมือปืนรับจ้าง
ความคาดหวังของนายทุนสำคัญมาก แต่ทั้งหมดนั้นมันต้องไปกันได้กับการลงทุนที่หวังผลกำไร
อิฉันยินดีแบ่งปัน แต่เกรงว่ามันจะทำให้กระทู้ยืดเยื้อยาวกว่านี้
เอาไว้คราวหน้าถ้าสบโอกาสจะมาเจาะลึกธุรกิจบริการอีกทีเนาะ (ผ่านประสบการณ์อิฉันนะคะ)

ในตอนนี้ขอพูดเฉพาะการทำงานของน้อง ๆ สาว ๆ ที่เขาเรียกกันว่าพีอาร์ชงเหล้าจ้ะ
ที่มาที่ไปของร้านในลักษณะนี้ อิฉันเคยขึ้นกระทู้นานมาแล้ว ขอข้ามนะคะ
เอาเป็นว่าปัจจุบันร้านชิลที่มีสาว ๆ คอยชงเหล้า จ๊ะจ๋าเทคแคร์ลูกค้า สั่นสะเทือนสถานบริการน่าดูชม
สั่นสะเทือนเรื่องอะไรบ้าง
อย่างแรกคือ การแย่งตัวสาว ๆ มาทำงานค่ะ
เด็กนักศึกษาสาวสวย หันไปทำงานพีอาร์ชงเหล้าเยอะมาก (ต่อไปขอเรียกงานชงเหล้านะ)
สาว ๆ ได้ค่าจ้างโดยเฉลี่ยวันละพันห้าถึงสองพันห้า ส่วนแบ่งค่าดื่มต่างหาก ถือว่าค่าจ้างใกล้เคียงกับเลานจ์
แต่...ไม่ต้องเมา ไม่ต้องนั่งกับลูกค้า น้องแค่เดินไปทักทายพูดคุย เติมเหล้า เติมมิกซ์ นำเสนออาหารบ้าง
ยิ้มหวาน ๆ กับการพูดจาเอาใจใส่ อาทิ อาหารอร่อยไหม ดื่มอะไรดีคะ พี่สั่งอันนั้นอันนี้หรือยัง ฯลฯ
แวะทักเรื่อย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องขอดื่ม ไม่จำเป็นต้องนั่งชิดใกล้ ยืนสวย ๆ อยู่ห่างแต่พองาม
ชงเหล้าไป คุยไป ส่วนใหญ่เหล้าเข้าปากสองสามแก้ว หัวข้อสนทนาจะมาจากลูกค้าจ้า
ลงท้ายลูกค้าก็สั่งดื่มให้น้อง บางร้านดื่มของพนักงานไม่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ บางร้านมี
ราคาดื่มตอนนี้สวิงมากมาย แต่ก่อนร่อนชะไร ดื่มราคาประมาณสองร้อยกว่า ๆ เดี๋ยวนี้บางร้านดั๊มป์ราคาเหลือแค่ร้อยกว่าบาท !
ลูกค้าเต็มใจจะให้กี่ดื่มก็ให้ ไม่มีการบังคับ และไม่รันดื่ม
ขึ้นอยู่กับความสามารถของน้องและความพอใจลูกค้าค่ะ

ผู้หญิงไปใช้บริการร้านลักษณะนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะว่ามันเป็นร้านอาหาร
ส่วนใหญ่คุณภาพอาหารพอได้ ไม่ถึงกับอร่อยขึ้นชื่อ แต่ไม่ขี้เหร่แน่ ๆ
อาศัยไปนั่งเฮฮา เม้าท์มอยด์กับกลุ่มเพื่อนแก็งค์ชายหญิง เรียกว่าไม่เลว
เพราะร้านชิล เพลงไม่อึกกะทึก ไม่มีแสงสีวูบวาบเวียนหัว
ชื่อก็บอกว่าชิล ฉะนั้นก็นั่งชิล ๆ คุยกันไปเรื่อยยาว ๆ
สำหรับหนุ่ม ๆ มีสาวแวะเวียนโฉบมาทักทายให้หยอดขนมจีบ แคะขนมครกบ้าง กระชุ่มกระชวยหัวใจดีนะ

ลูกค้าผู้หญิง น้องพนักงานก็เข้าหานะคะ ชวนพูดชวนคุยไม่เคอะเขินเพราะบรรยากาศมันได้
ไม่ใช่ไฟสลัว ไม่ใช่ห้องส่วนตัว ร้านแต่งเก๋ ๆ เน้นบรรยากาศธรรมชาติ การสนทนาย่อมลื่นไหล
เพราะงั้นหนึ่งโต๊ะเราไปกันสองสามคน เราไม่คุยกับสาวแต่น้องเข้ามาบริการชงเหล้า
หรือไม่มีใครดื่มแอลกอฮอล์เขาก็ปราดมาเติมเครื่องดื่มเนือง ๆ ใครจะใจร้ายใจดำไม่สั่งดื่มให้น้องล่ะคะ

ถึงแม้ร้านชิลจะต้อนรับผู้หญิง แต่ไม่แปลกที่กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ชาย
แหม...ก็ร้านขนสาววัยนักศึกษาสวย ๆ มานวยนาด
แต่ละนางแต่งตัวโชว์ body นุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อเอวลอย แต่งหน้าแต่งตาจัดเต็มขนาดนั้น
ผู้หญิงด้วยกันไปครั้งสองครั้งก็ไม่อยากไปแล้วค่ะ (เว้นแต่เพื่อนพาไปเลี้ยง แฮ่ ๆ)
และเด็กชงเหล้า สวยนะเธอ สวยนะเออ เดี๋ยวนี้เด็กใหม่หน้าตาสวยใสวิ่งเข้าใส่งานชงเหล้านะเคอะ
ก็อย่างที่บอกแหละ ร้านชงเหล้าไม่มีการนั่งกับลูกค้า เพราะงั้นหนุ่มหื่นจะทำรุ่มร่ามก็ลำบากแล้วล่ะ
บางร้านห้ามพนักงานดื่ม (ที่หมายถึงไม่ให้เมาค่ะ) น้อง ๆ ก็ได้เซฟสุขภาพไปในตัว ไม่ต้องกลัวถูกมอม

ร้านชิลง่ายต่อการไปใช้บริการ ลูกค้าไม่ต้องเปิดเมมเบอร์ให้วุ่นวาย มีสาว ๆ วัยละอ่อนละลานตา
เหมือนเป็นทางเลือกเจ๋ง ๆ ให้หนุ่ม ๆ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจป่านฉะนี้มีร้านชิลผุดทุกหัวระแหง
การแข่งขันเข้มข้นดุเดือดมาก และกลเม็ดของธุรกิจนี้ไม่ต่างจากเลานจ์ นั่นก็คือการแย่งชิง สาวๆ เข้ามาทำงาน
ร้านมีผู้หญิงสวยให้เลือกเยอะ ลูกค้าแห่กันไปชม แห่กันไปจีบ บ้างก็เข้าใจว่าร้านชิลมีแต่นักศึกษา
ดูเรียบร้อย ใส ๆ ไม่รอบจัดเหมือนเด็กเลานจ์ หารู้ไม่ มันก็โมฯเดียวกันล่ะว้า...
บางคนหนีจากเลานจ์มาทำชงเหล้า บ้างหนีชงเหล้าเข้าเลานจ์
ยิ่งพวกเด็กแท็คจากโมฯ ชายขอบ ร้านไม่ออฟ แต่น้องนอกรอบเยอะแยะไป

ตอนหน้าจะมาบอกว่า รายได้ของสาวชงเหล้าเป็นอย่างไร
ต่างจากเลานจ์มากไหม
งานชงเหล้าดูเหมือนจะสบายกว่า ปลอดภัยกว่า สาวนั่งดริ๊งก์สวย ๆน่าจะแห่กันมาทำเยอะหรือไม่?
ทำพีอาร์ชงเหล้าไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว ต้องมีทักษะในการเจรจา ต้องบริการลูกค้าจริง ๆ
แบบนี้น่าจะเป็นงานกลางคืนที่ดูดีที่สุดหรือไม่ คุณคิดว่าไง ? คิดในใจหรือจะบอกก็ได้ค่ะ
เพราะคำตอบมีมากกว่าหนึ่งจ้ะ...

ตอนหน้ามาต่ออีกนิด
ฉันขอยืนยันความคิด
อะไรที่ดูง่ายท้ายที่สุดมันแฝงนัยที่คาดไม่ถึงเสมอ
งานสร้างความภูมิใจมาจากการใช้สติปัญญา ไม่ใช่เข้าข้างตัวเอง...

รายได้พีอาร์ชงเหล้าดีมากไหม

ถ้าเทียบกับเงินเดือนบัณฑิตจบใหม่เฉลี่ยที่หนึ่งหมื่นกลาง ๆ
สาวชงเหล้าได้ค่าจ้างขั้นต่ำประมาณวันละหนึ่งพันบาท (อัตราเฉลี่ยนะคะ มากกว่านี้ก็มี น้อยกว่านี้อยู่ร้านเกรดล่างค่ะ)
หมายความว่าสาว ๆ มีรายได้สูงกว่าคนจบปริญญาตรีทั่วไป เท่ากับว่าพีอาร์ชงเหล้ารายรับสูงใช่มั้ยคะ
แต่...(ต้องมีแต่สิน่า) ค่าใช้จ่ายน้อง ๆ ก็สูง โดยเฉพาะค่าเดินทางหลังเลิกงาน
ร้านส่วนใหญ่เลิกตีสอง จะใช้บริการรถเมล์คงไม่สะดวก ก็ต้องแท็กซี่เท่านั้น
ไหนจะการแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม จะมารวบตึงหางม้า หน้าสด หรือแต่งเหมือนไม่แต่ง ไม่ได้นะจ๊ะ
ฉะนั้นต้นทุนของสาว ๆ ต่างจากเด็กเลานจ์ไม่เท่าไหร่

หญิงสาวหน้าตาสะสวย รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขายเนียนละเอียด ค่าจ้างวันละสองพันอัพค่ะ
นอกเหนือจากค่าจ้าง น้อง ๆ จะได้ส่วนแบ่งค่าดื่มประมาณ ร้อยกว่าบาทจนถึงสองร้อยนิด ๆ แต่ละร้านไม่เท่ากัน
ดูเหมือนค่าดื่มร้านดี ๆ ลูกค้าเยอะจะไม่ต่างจากเลานจ์ ทว่า...
ห้าดื่มแรกเข้าร้าน หมายความว่า น้องต้องทำอย่างต่ำห้าดื่ม จึงจะได้ค่าจ้างตามข้อตกลง

สมมติน้องแก้ม ได้ค่าจ้างวันละสองพัน น้องแก้มต้องทำดื่มให้ได้ ห้าดื่ม จึงจะได้สองพัน
ดื่มที่หกเป็นต้นไป ทางร้านแบ่งให้สองร้อยบาท  และถ้าทำดื่มได้เยอะอาจไต่ระดับเล็กน้อย
น้องแก้มคนงามทำได้สิบดื่ม เท่ากับคืนนั้นทำเงินให้ตัวเองสามพันบาทค่ะ

แต่น้องมิ้วหน้าตาสวยกลาง ๆ ค่าจ้างวันละพันห้า ห้าดื่มแรกเข้าร้านเหมือนกัน
สวยไม่มากดื่มที่หกอาจได้ส่วนแบ่งไม่ถึงสองร้อย ถึงอย่างไรก็ไม่น้อยอยู่ดี
สมมติทั้งน้องแก้มน้องมิ้วทำดื่มไม่ได้ตามข้อตกลงจะเป็นอย่างไร
ขึ้นอยู่กับกติกาทางร้าน เช่นหักดื่มละสองร้อย เป็นต้น...

คุณเห็นอะไรไหม?
ค่าจ้างเด็กวันละสองพัน ร้านขายดื่มละสองร้อยห้าสิบ ห้าดื่มแรกที่หักเข้าร้านเป็นเงินแค่พันสองร้อยห้าสิบบาท
จ้างวันละพันห้า ร้านเกือบเสมอตัว แต่ถ้าจ้างสาวสวยวันละสองพันร้านขาดทุนทันทีเจ็ดร้อยห้าสิบบาท
กรณีจ้างวันละสองพัน น้องทำดื่มได้สิบดื่มหักส่วนแบ่งค่าดื่มให้พนักงาน ร้านจะเหลือแค่ห้าสิบบาทต่อดื่ม
น้องได้ตังค์ไปแล้วสามพันบาท ร้านขายดื่มลูกค้าทั้งสิ้นได้เงินสองพันห้าร้อยบาท
ก็ยังขาดทุนอยู่ดี ร้านจะยอมรับภาระขาดทุนการจ้างงาน ??? (น่าคิดนะคะ)
การจะให้ค่าจ้างสูง ๆ ร้านก็ต้องมั่นใจว่าน้องจะสร้างรายได้คุ้มค่า
ฉะนั้นสาวงามต้องทำมากกว่าสิบดื่ม ถ้าทำไม่ได้การเจรจาขอลดค่าตัวคือลำดับถัดมา
เลิกจ้างสาวสวยเป็นอย่างสุดท้ายที่ร้านจะทำ การกดดันให้ทำงานจึงจำเป็นค่ะ
และในความเป็นจริง สาวสวยจัดไม่ต้องพยายามมาก ความสวยของเธอดึงดูดลูกค้า
แรก ๆ ร้านจะยอมขาดทุนจ้างงานเพื่อให้สาวสวยเป็นแม่เหล็กดูดลูกค้า
เวลาผ่านหากน้องคนสวยทำดื่มไม่ตรงตามเป้า  ร้านกระตุ้นด้วยกลวิธีมากมายนางก็ไม่ขยันสักที
สุดท้ายก็ต้องเลิกจ้าง เพราะร้านทำธุรกิจ ไม่คุ้มค่าจ้างให้สวยเป็นนางฟ้า ก็...เท่านั้น
เห็นหรือยังคะไม่มีอะไรง่าย ต้นทุนสูงมีโอกาสได้สูง ความเสี่ยงก็สูง นี่คือธุรกิจค่ะ

พีอาร์ชงเหล้าดูเหมือนไม่เปลืองตัวเท่าเด็กเลานจ์ แต่ถ้าเข้าสู่การแข่งขัน แน่ใจได้อย่างไรว่าไม่เปลือง...
คนสวยเดินให้ว่อน ร่อนทั่วร้าน แต่ละคนงัดวิธีการจูงใจลูกค้ามาใช้ เพื่อให้ลูกค้าติด...
อีกทั้งงานเหนื่อยนะ นั่งไม่ได้ ต้องยืนคุย ต้องต่อสู้กับลูกค้ากระเหี้ยนกระหือรืออยากเอาชนะ
(เดี๋ยวนี้บางร้านให้นั่ง แต่ลูกค้าต้องจ่ายเหมาดื่ม แล้วมันต่างจากเลานจ์ตรงไหน ?)
เข้าหาลูกค้าบ่อย ๆ ก็โดนแทะโลมหนักข้อ ไม่เข้าหาก็ไม่ได้ดื่ม คิดไปคิดมาอยู่เลานจ์หรูยังดีเสียกว่า
ลูกค้าเลานจ์หรูค่อนข้างสุภาพทั้งรันดื่มไปเรื่อย ๆน้องไม่ต้องเสนอตัว มีเซลล์เมมเบอร์เชียร์อัพเป็นอันสบาย
สาวเลานจ์ถ้าได้นั่งก็ไม่ต้องเครียดในการรักษาท่าที แค่พาลูกค้าสนุกไปกับโชว์ วงดนตรี ดีเจมันๆ
เหมือนมีเครื่องมือช่วยทั้งคนทำงานและลูกค้าให้เพลิดเพลินจนกว่าร้านจะถึงเวลาปิดบริการ

ร้านชิลมีอะไร ??? ต้องเข้าไปคุยใช่ไหม ต้องให้บริการอ่อนหวานเอาใจโดยปราศจากตัวช่วย
ใช้ความสามารถตัวเองล้วน ๆ และผู้ชายที่มาเที่ยวแบบนี้ ก็เหมือน ๆกัน คือมาจีบหญิง
คนเที่ยวสมัยนี้ฉลาดจะตาย และที่เที่ยวร้านชิลจำนวนหนึ่งคือเซฟตังค์ หรือไม่จริง ???
เพราะงั้นพ่อเจ้าประคุณทั้งหลาย  ออกลวดลายเกี้ยวพาราสีไม่ต่างกันหรอกค่ะ

ยิ่งในภาวะแข่งขันสูง จากที่น้องยืนห่าง ๆ แต่เมื่ออยากได้ดื่ม อยากได้ตังค์ มันก็ต้อง...ยอม
ในที่สุดสาวเลานจ์กับเด็กชงเหล้าแทบไม่มีอะไรแตกต่าง
อยู่ที่ว่าถ้าไม่อยากหักโหมก็เข้าร้านชิล อยากได้ตังค์เยอะ ๆ อยากได้ลูกค้าคัดเกรดไปอยู่เลานจ์
เลานจ์แพงก็จริง แต่เขาก็มีการแสดง มีโชว์ มีกิจกรรมสร้างความเพลิดเพลิน

ในขณะที่ร้านชิล มีสาว ๆ วัยรุ่นหน้าตาสะสวยกับบรรยากาศสบาย ๆ ใช้บริการง่ายๆ ราคาย่อมเยา
เลานจ์หรือชิลเอาท์ เอาเข้าจริงก็คือร้านขายบริการ มีผู้หญิงเป็นตัวดึงดูดเหมือน ๆ กัน
มันก็คือพัฒนาการอย่างหนึ่ง เป็นเหมือนทางเลือกให้ลูกค้า
หนุ่ม ๆ เที่ยวเลานจ์กระเป๋าหนัก ชอบปาร์ตี้มีสีสัน เหมือนอยู่ในฮาเร็ม ได้เต็มที่กับชีวิตวัยหนุ่ม
หนุ่ม ๆ นั่งร้านชิล ชอบสังสรรค์ไม่ต้องอวดรวยมาก กำหนดค่าใช้จ่ายได้ดั่งใจ เมียไม่ด่า (หรือไม่ก็ด่าน้อยกว่าเที่ยวเลานจ์ 555)

เด็กเลานจ์หันมาทำชงเหล้ามีค่ะ เด็กไซด์ไลน์มาทำก็มี  สาวพริตตี้ก็...ไม่น้อยนะจ๊ะ...
หลั่งไหลมาทำพีอาร์ชงเหล้าเยอะแยะขนาดนี้ เพราะคิดว่ายิ้มหวาน ๆ ใช้ใจบริการทำงาน...
ช่างดูดีมีสง่าราศีกว่างานกลางคืนอื่น ๆ ใช่ไหม?
แล้วรู้หรือไม่การแข่งขันในอาชีพสูงขนาดไหน???
ที่เคยคิดว่าไม่เปลืองตัว ไม่ต้องดื่มหนัก เวลาผ่านไปกว่าจะรู้อีกทีก็เมาปลิ้นไม่รู้สติ มีให้เห็นไม่เคยขาด

พีอาร์ชงเหล้าที่ไม่สนใจทำยอดดื่มท่วมท้น ขอแค่งานผ่าน ร้านจ้างเรื่อย ๆ...มีค่ะ แต่น้อยมาก
ทำไมถึงน้อย ก็เพราะมายาสีเทากลิ่นเงินตรามันยั่วยวนใจ เห็นเพื่อนทำได้ เห็นคนเขามี
แวดล้อมด้วยสิ่งหรูหราฟู่ฟ่า คลุกอยู่กับมายาลวง ๆ กลวง ๆ จะทำใจหนักแน่นมั่นคงได้สักเท่าไหร่
ที่เห็น ๆมา สาวๆก็อัพเลเวลทั้งนั้น งานชงเหล้าก็คล้าย ๆ เชียร์เหล้า เชียร์เบียร์ในผับนั่นแหละ
ให้ผู้ชายแทะโลมอยู่ทุกวี่วัน หลงเชื่อบ้าง รอดตัวบ้าง นานวันผ่านไปถ้าจะกร้านชีวิตมันไม่แปลกนะจ๊ะ
ทำไปทำมา จะรู้ว่าเชียร์เหล้าเชียร์เบียร์ ชงเหล้า หรือเป็นเด็กเลานจ์ มันก็คือ ๆกันไม่มีใครดีใครด้อยกว่าใคร

เด็กชงเหล้าผ่านงานมาโชกโชนรับมือกับชายหนุ่มจนเฉยชา
วันหนึ่งเมื่อเห็นว่างานชงเหล้ารุ่งยาก ประกอบกับวิชาแก่กล้ามั่นใจเกินร้อย
สาวชงเหล้าก็เดินเข้าเลานจ์เยอะแยะ
วันอ่อนล้าสาวเลานจ์ที่ยังสดสวยไม่อยากทนกับการถูกล้วงควัก เบื่อหน่ายอาการมึนเมาหนักหนา
เด็กนั่งดริ๊งก์ก็ออกไปอยู่ร้านนั่งชิล
โมเดลลิ่งส่งเด็กให้เลานจ์และร้านชิล ก็คือคนเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน เด็กหมุนเวียนกันไป ๆ มาๆ

สาวๆ หลายคนอยู่กรุงเทพฯ เริ่มตัน ก็ผันตัวออกต่างจังหวัด แท็คสิบวันสิบห้าวัน ไปชงเหล้า ไปนั่งดื่ม
มีนายหน้าก็คือโมเดลลิ่งหมุนวนเด็กลงร้านนั้นร้านนี้ ร้านตจว.แฮปปี้มีเด็กหน้าใหม่มาเรื่อยๆ
ในกรุงเทพฯ ก็ไม่ต่างกัน สาวๆ อยู่ร้านเดิมนาน ๆ ลูกค้าชินหน้า จากสวยสะดุดตากลายเป็นเฉย ๆ
น้องก็จะย้ายไปใหม่ที่อื่น เป็นวงโคจรชีวิตมนุษย์กลางคืน
เพราะขายความสดใหม่ของรูปร่างหน้าตา แต่คนเราถอดหัวเปลี่ยนหน้าไม่ได้
ก็ย้ายตัวไปเป็นเด็กใหม่ที่ร้านอื่น  เป็นอยู่อย่างนี้จนกว่า...จะเลิกแล้วลา ถาวร...

สาว ๆ เลือกเดินทางสายนี้จะคิดว่าการหาเงินได้จำนวนเยอะ ๆ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว
เป็นการใช้ต้นทุนสร้างความคุ้มค่า โดยไม่ต้องเหนื่อยยากตรากตรำ ความอดทนต่ำๆก็ไม่เป็นปัญหา
พาตัวเองเข้าไปเคยชินกับสิ่งฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ปล่อยให้ความทะยานอยากผลักดันชีวิต
น้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะฉุกคิดถามตัวเอง “มันจำเป็นต้องทำจริง ๆหรือ”

ลืมไปหรือเปล่า ช่วงชีวิตวัยสาว มันสั้นมาก หลังจากไม่ใช่สาวสดสวย จะไปทำอะไร
จะเอาวิชาใดหาเลี้ยงชีพ จะยืนหยัดอยู่ในสังคมแบบไหน หาที่ยืนมั่นคงให้ชีวิตได้หรือไม่
หรือ...คิดแค่พึ่งพาใครสักคน หวังให้เขาพาเราไปพบทางสว่าง...ถ้าไม่เจอจะทำอย่างไร
หรือต้องว่ายวนอยู่ในโคลนตมกิเลสตัณหา แย่งลูกผัวใครก็ได้ แล้วอ้างว่า
“หนูก็แค่เอาตัวรอด”...

บาร์ โฮส , โสเภณีชาย
บาร์โฮส ได้รับความสนใจใคร่รู้อย่างมาก คงเพราะสถานบริการเหล่านี้ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม
ไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลาย คล้ายจะลึกลับสำหรับคนทั่วไป ทั้งที่ในความจริง บาร์ให้บริการโดยผู้ชายมีมานานแล้ว

บาร์โฮส กระจายตัวอยู่ในย่านสถานบันเทิงชื่อดัง อาทิ สีลม รัชดา สุขุมวิท ที่ตั้งไม่โดดเด่นสะดุดตา
ไม่เหมือนคลับเลานจ์ ผับ เธค ซ่อนตัวยิ่งกว่าอาบอบนวด และมีน้อยกว่าสถานบริการที่ว่ามา
ที่จริงบาร์โฮสก็เหมือนค็อกเทลเลานจ์ แต่เป็นการให้บริการโดยชายหนุ่มหน้าตาดี
กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นลูกค้าผู้หญิง มันก็คือการสลับข้างกันนั่นเอง
แตกต่างตรงที่ว่าบาร์โฮสจะไม่มีการรันดื่ม หมายความว่าไม่มีการนับเวลา
ลูกค้าพอใจจะให้ดื่มเท่าไหร่ก็ได้ (คล้าย ๆ ร้านชิลเนอะ) กระนั้นดื่มแรกที่เรียกนั่งอาจไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตา ความฮอทของเด็กที่มาให้บริการ บางคนเริ่มที่สองดื่ม สามดื่ม หรือห้าดื่ม
สนนราคาที่ร้านขายดื่มมีตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป เด็กจะได้ส่วนแบ่งตามข้อตกลงเหมือนกันสาวนั่งดริ๊งก์เปี๊ยบ
หนุ่มโฮส ไม่มีเงินเดือน ส่วนแบ่งค่าดื่มจึงเป็นรายได้หลัก และทิปคือยาชูใจ
เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นผู้หญิง ซึ่งจะว่าไปบ้านเราผู้หญิงไม่นิยมผ่อนอารมณ์กับการใช้บริการผู้ชาย
ดังนั้นบาร์โฮสไม่มีการเปิดเมมเบอร์เหมือนเลานจ์  บาร์ผู้ชายขายเหล้าเป็นขวด ๆ เหมือนผับค่ะ
หากเทียบราคาค่าเหล้า บาร์โฮสไม่แพงกว่าผับชั้นดี บาร์ระดับกลาง ๆ ราคาเหล้าเหมาจ่ายพร้อมมิกซ์
บางร้านเกรดกลางค่อนข้างดีเมื่อคิดเฉพาะค่าเหล้ากับมิกซ์ถูกกว่าผับแถวทองหล่อด้วยนะเธอ
แต่...บิลที่เรียกเก็บแพงกว่าผับแน่นอน เพราะมันมีค่าดื่มให้หนุ่มนี่นา 

สมมติสาว ๆ อย่างเรากำลังปวดใจกับผู้ชายเจ้าชู้เผลอไม่ได้ลักไก่เที่ยวเลานจ์ทุกที
จับได้ก็ปากแข็งโวยวายด่าเมียสาดเสียเทเสีย ทำอย่างกับกรูไม่ที่ไป !
ด่าเมียงี่เง่า วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง หาว่าเมียน่าเบื่อน่ารำคาญใช่ไหม กี่ครั้งกี่หนที่โกหกให้ช้ำใจ...วันนี้กรูจะไม่ทน
จำไม่ได้หรือไร ผัวเมียกันเราแบ่งปันความรู้สึกกันทุกเรื่อง ! เพราะงั้นลองเป็นฝ่ายถูกทรยศซะบ้าง ดีไหมคะคุณผัว...
มุ่งมั่นคาดโทษในใจแล้วโทรชวนเพื่อนหัวอกเดียวกันเที่ยวบาร์โฮส ตกลงใจไปกันสองคน

เปิดเหล้าสีแดงหนึ่งขวดสองพันสอง(ราคานี้ฟรีมิกซ์จ้า)
เรียกหนุ่มหน้ามนมานั่งคุยเล่น ๆ คนหนึ่งเป็นหนุ่มฮอทค่านั่งห้าดื่ม
อีกคนเป็นหนุ่มหน้าใหม่ เอาใจเก่งแม้จะไม่หล่อมาก ค่านั่งสองดื่ม
รวมดื่มเริ่มแรกทั้งสิ้นเจ็ดดื่ม เท่ากับ 300 * 7 เป็นเงิน 2,100 บาท
หนุ่มทั้งคู่คนหนึ่งหน้าตาน่ารักตี๋เกาหลี คุยเก่ง สุภาพอ่อนโยน
อีกคนมาดเซอร์เข้ม ๆ สูงใหญ่ล่ำสัน บุคลิกเป็นตัวของตัวเอง พูดจาฉะฉานน่าฟัง
สองหนุ่มเอาอกเอาใจ ถามไถ่สุขทุกข์ ชวนพูดคุยเพลิดเพลิน
เราไม่เคลิ้มแต่ก็พอใจ ผ่านไปสองชั่วโมงกว่า ๆ ด้วยทั้งถูกใจทั้งเกรงใจ
ขนาดไปเข้าห้องน้ำเขายังตามไปเทคแคร์คอยดูแลไม่ห่างตา ควรแก่การให้กำลังใจจึงจ่ายดื่มให้หนุ่มอีกคนละสอง
ก่อนกลับหนุ่มอาลัยอาวรณ์น่าสงสารปานประหนึ่งคู่รักต้องห่างร้างไกล ใจอ่อนจ่ายไปอีกสองดื่ม
ตั้งใจจะทิปอีกคนละห้าร้อย แต่ฉุกคิดทันใด ไอ้แก่มันเที่ยวเลานจ์ให้เด็กคราวละเท่าไหร่วะ
นึกหน้ามันตอนทำหน้ายักษ์แล้วเจ็บใจไม่หาย ด่าเมียเผือกรื้อค้นหาสลิปบัตรเครดิตใช่ไหม
เที่ยวเลานจ์เพราะเลี้ยงลูกค้างั้นหรา? และอาทิตย์ก่อนค่าอาหารเครื่องดื่มสองพันสองแถวรัชดานั่นล่ะ
เห็นมีทู้ในพันทิปบอกว่ามันราคาเด็กอาบน้ำนี่หว่า อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ห๊ะ !
ยิ่งคิดยิ่งแค้น เปลี่ยนจากใบม่วงเป็นยื่นใบเทา ๆ ให้หนุ่มคนละใบเพื่อความสะใจย่ะ !
สรุปคืนนี้ค่าคลายเครียด ค่าดื่มทั้งสิ้น สี่พันห้า + ค่าเหล้า สองพันสอง +ทิปหนุ่ม สองพัน +ทิปเด็กเสิร์ฟสองคนห้าร้อย
รถไม่ขับ เมาไม่ขับย่ะ แต่...จ่ายให้ดอร์แมนสักสองร้อย  ให้รีเซฟชั่นที่มารับตอนแรกห้าร้อย
รวมแล้วคืนนี้สองสาวจ่ายไปทั้งสิ้น  9900 บาท + ป๊อบคอนร์ + ของกินเล่น ก็หมื่นกว่า ๆ
หารกันกับเพื่อนสองคนก็ ห้า-หกพัน ใกล้เคียงกับเที่ยวเลานจ์เหมือนกันเนอะ ค่อยสบายใจหน่อยได้เอาคืนผัวลับหลัง 555
อ่อ...ที่สำคัญเจ๊จ่ายสดว่ะ...กรูไม่ทิ้งหลักฐานเฟ้ยไอ้หน้า... (อยากด่าอะไรใส่ไปเลยค่ะ 555)



ยอมรับว่าไม่เชี่ยวชาญเรื่องบาร์โฮส ถ้าไม่เพราะหน้าที่การงานต้องออกหาข้อมูล อิฉันไม่ไปจ้า กลัวติดใจไม่ใช่ไรหรอก 555
ที่เคยไปก็นานมาแล้ว และทุกวันนี้บาร์โฮสหลัก ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนจากเมื่อหลายปีก่อน
อาจปรับจากโซฟาในมุมมืด เป็นโต๊ะสูง (แต่ก็ยังมีโซฟา เหมือนเลานจ์อีกแล้วนะ)
เดิมทีการย้อมบรรยากาศด้วยไลท์ติ้งดีไซน์บาร์โฮสไม่ค่อยนิยมทำ
บัดเดี๋ยวนี้เลเซอร์สาดทั้งฮอลล์ คล้าย ๆ ผับระดับกลาง ๆ
(แต่ไม่เท่าผับแนวหน้าแถว RCA หรือเอกมัย-ทองหล่อ ที่อลังการงานสร้างมาก)
จากเพลงฟังเพลิน ๆ จังหวะสนุกบ้าง กลายเป็นเพลงสนุกเต้นมัน และมีดีเจมืออาชีพมาให้ความบันเทิง
เรื่องการจัดปาร์ตี้ จัดคอนเสิร์ตกลายเป็นสูตรสำเร็จของสถานบันเทิง ฉะนั้นบาร์โฮสก็มีค่ะ

บาร์โฮส ก็เหมือนค็อกเทลเลานจ์ ที่ร้านมีหลายเกรด
โฮส คลับมีระดับ จะรับเฉพาะผู้หญิง หรือสาวประเภทสอง(เพราะเดี๋ยวนี้แยกหญิงเทียมออกจากหญิงแท้ยากนะ) ไม่รับเกย์จ้า
โฮส คลับเกรดล่าง ให้บริการทั้งชายทั้งหญิง เก้ง กวาง บ่าง ชะนี เกย์ ไม่เกยร์สามารถไปใช้บริการได้
ส่วนใหญ่โฮสคลับ ไม่มีการค้าประเวณี ไม่ใช่สถานที่หรือตัวกลางในการขายบริการทางเพศ
การซื้อหาขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้าและตัวเด็กเอง ก็เหมือนเลานจ์ที่ลูกค้ากับเด็กต่อรองนอกรอบ
ร้านที่มีการขายบริการมีหรือไม่ เท่าที่ทราบ...มีค่ะ เป็นคลับหรูหรา ลูกค้าจะซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้
ร้านที่รับเกย์ มักแฝงขายบริการทางเพศค่ะ และร้านที่มีเปย์บาร์ เท่ากับออฟได้เจ้าค่ะ
เที่ยวบาร์โฮสไม่จำเป็นว่าทุกคนที่ไปใช้บริการต้องซื้อเซ็กซ์จ้ะ
ไปนั่งดื่มมีหนุ่มหล่อล้อมหน้าล้อมหลังเอาอกเอาใจอย่างเราเป็นเจ้าหญิงไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ฟินย่ะ !

การซื้อขายเซ็กซ์โดยมีผู้หญิงเป็นลูกค้า ราคาไม่แพงไปกว่าร้านขายผู้หญิงบริการ
ขายกันที่ประมาณพันกว่าบาท ไปจนถึงสองสามพันเป็นราคาท้องตลาด
หลักหมื่นก็มี ขึ้นอยู่กับสถานที่และตัวผู้ขายจะตั้งราคาตัวเองอย่างไร
บางคนเลือกลูกค้าก็ตั้งราคาแพง ๆ หลายคนอยู่ในร้านให้บริการเฉพาะไฮโซ ไฮซ้อ ราคาย่อมแพงกว่าร้านตลาดกลาง ๆ
แน่นอนหนุ่มในร้านไฮโซก็ต้องคัดเกรด คัดรูปร่างหน้าตา หนุ่มละอ่อนไม่ประสาต้องไปฝึกวิทยายุทธ์ก่อนนะคะ
เพราะร้านหรู ๆ แพง ๆ หนุ่ม ๆ ไม่ใช่แค่หน้าตาดีแต่ต้องเนี๊ยบทั้งการแต่งกาย ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน รูปร่างสมชายชาตรี
โดยเฉพาะบุคลิกการพูดการจา ต้องดูดีมีการศึกษา ชนิดที่ควงออกงานไม่มีใครรู้ว่าเป็นหนุ่มโฮสเจ้าค่ะ

โฮสคลับให้บริการคล้ายเลานจ์ทุกอย่าง แต่ไม่เปรี้ยงปร้าง ไม่โด่งดัง เพราะปัจจัยหลาย ๆอย่าง
สำคัญที่สุดคือผู้หญิงที่นิยมใช้บริการร้านโฮส มีน้อยมาก ไม่ว่าจะเทียบสัดส่วนกับอะไรก็ตาม
เทียบกับบาร์เกย์ ก็น้อยกว่า เทียบกับเลานจ์ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ เทียบกับผับเธคยิ่งไม่ติดฝุ่น
แค่นี้ก็พอบอกได้ ทำไมโฮสคลับจึงไม่แพร่หลาย เค้กมันก้อนเล็กมาก ๆ
ถ้าไม่มีฐานอยู่แล้ว พวกนักลงทุนในสถานบันเทิงไม่มีใครอยากยุ่งค่ะ
ทำเลานจ์ ทำร้านนั่งชิล ทำผับทำง่ายกว่า มีโอกาสกอบโกยเยอะกว่าเห็น ๆ ใครจะอยากเหนื่อยแล้วได้น้อยกว่าล่ะคะ

หนุ่ม ๆ บาร์โฮส ก็คือ เด็กเลานจ์ในภาคผู้ชายจ้าาาาาา
ทำงานเหมือนกันทุกอย่าง รายได้ก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่

ตอนหน้าจะพาไปออฟผู้ชาย ว้า...แต่สะตายมิ้ว ๆ ไม่ชอบซื้อกินทีละคราวอะ
เค้าชอบละเมียด ขอผูกปิ่นโตได้มั้ย...เจ๊จัดเต็มนะน้องจ๋า 55555555

ปล.จบเรื่องผู้ชายขายน้ำ เค้าจะพอแล้วนะ บอกไว้ก่อน แฮ่ ๆ

พริตตี้เอ็มซี เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้
เพราะเรามักจะเห็นว่าพริตตี้คือยืนสวย ๆ คู่กับสินค้า
ที่จริงการทำงานของพริตตี้มีแยกย่อย แยกประเภทอีกพอควรค่ะ
และโดยหลักก็คือดึงดูดสายตาให้คนหันมาสนใจ จึงต้องใช้ผู้หญิงบุคลิกดีหน้าตาสวยงามมาทำหน้าที่

ในแวดวงคนกลางคืน ใช้บริการพริตตี้บ่อยพอสมควร
น้องพริตตี้จะมากับงานอีเว้นท์ที่บริษัทเหล้าเบียร์ส่งมาช่วยงาน
ซึ่งทั้งเลานจ์และผับก็ได้ร่วมงานกับสาวสวยที่เราเรียกกันว่าพริตตี้ และสาว ๆก็มีหน้าที่มายืนสวยให้ถ่ายรูป แนะนำเครื่องดื่มต้นสังกัดบ้าง

แต่หลาย ๆ ปาร์ตี้ เช่นครบรอบปี หรืออีเว้นท์พิเศษใด ๆ บางทีผับจะว่าจ้างพริตตี้เอ็มซีค่ะ
พริตตี้เอ็มซี เน้นที่บุคลิกดี มีไหวพริบเรื่องการพูดเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ต้องมีส่วนร่วมบนเวที

เมื่อปีกลาย อิฉันมีโอกาสร่วมงานกับผับแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในย่านที่ต่างชาติใช้บริการมากพอ ๆ กับคนไทย
กิจกรรมหลากหลายถูกกำหนดขึ้น และทีมบริหารลงความเห็นว่าเราควรจ้างพริตตี้เอ็มซีที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
เราติดต่อโมเดลลิ่งหนึ่ง และแคสติ้งพริตตี้จำนวนกว่าสองโหล ทั้งหมดนั้นมีหน้าที่ยืนสวย ๆ ให้ถ่ายรูป และพาแขกวีไอพีไปยังโต๊ะโซนวีไอพี

มีสาวสวยคนเดียวเท่านั้นที่เป็นพริตตี้แต่ทำหน้าที่ต่างจากคนอื่น
น้องไม่ใช่คนสวยมากถ้าเทียบกับกลุ่มพริตตี้ที่ผ่านแคสติ้งวันนั้น น้องอาจสวยน้อยกว่าทุกคน
แต่บุคลิกดีมากแน่นอนน้องพูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่วฉะฉานชัดเจน
ทีมบริหารเลือกน้องคนนี้เพราะเหมาะกับการทำหน้าที่พิธีกรแนะนำธีมงานเป็นด่านแรกก่อนเข้าสู่งานอย่างเป็นทางการ
โดยส่วนตัวอิฉันชื่นชมน้องมาก ๆค่ะ
ไม่ใช่เพราะน้องพูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อ หากเป็นเพราะกิริยามารยาท ความฉลาดเฉลียว ถูกใจอิเจ๊เจง ๆ
ด้วยความที่น้องก็หน้าตาดี มีความสามารถ ก็ดึงดูดผู้ชายอะนะ
และก็มีผู้ชายพยายามเกาะแกะวอแว เป็นที่น่ารำคาญ อิฉันอยู่ในเหตุการณ์และทำหน้าที่ดูแลน้องต้องเป็นไม้กันหมาไปในตัว

โดยทั่ว ๆ ไป ถ้าเด็กเล่นด้วย เจ๊จะไม่ยุ่งค่ะ อยู่ในวงการนี้มานาน หมูเขาจะหามไม่เอาคานเข้าสอดนะจ๊ะ
สาว ๆ ที่ตั้งใจมาทำงานตามข้อตกลงเพียงอย่างเดียว เราก็ต้องดูแลความรู้สึกเขา
แม้โอกาสร่วมงานกันอาจจะน้อย ทว่าก็คือการดูแลให้เกียรติกันค่ะ โดยเฉพาะคนที่เขาไม่รับงานกลางคืนเป็นงานหลัก
ไม่อยากให้เขาต้องเผชิญด้านมืดเกินจำเป็น ทำงานเสร็จส่งขึ้นรถเป็นอันจบ คือสิ่งที่อิฉันพยายามให้มันอยู่ในกรอบนี้
ซึ่งก็บอกตรง ๆ ว่าสาวสวยจำนวนไม่น้อยจะสานต่อในทางอื่น ๆ อันนั้นก็ตัวใครตัวมัน ตัวของใครก็ดูแลกันเอง เจ๊ไม่เกี่ยวค่ะ

แต่...น้องพริตตี้เอ็มซีที่ถูกใจเจ๊ อัธยาศัยดีและไม่มีจริตในทางชู้สาวกับใคร น้องพยายามบอกตลอดว่ามีแฟนมารับหลังเลิกงาน
แม้ผู้ชายที่มีอำนาจการจ้างในขณะนั้นจะพยายามเกี้ยวพาราสีสักเท่าใด น้องก็ไม่หวั่นไหวสักนิด (แค่แอบส่งสายตาขอความช่วยเหลือเป็นระยะ)
เราบรีฟงานกันไป โดยมีผู้ชายหน้าตาดีร่ำรวยหยอกเอินก้อร้อก้อติกพริตตี้ของฉันไปเรื่อย ๆเช่นกัน
ด้วยความที่น้องผ่านงานมาไม่น้อย จึงไม่ออกอาการรำคาญให้เห็น
ฉันจำไม่ได้ว่าคุยกันเรื่องอะไร แต่น้องพูดในทำนองว่าเป็นคนสวยบางทีก็ต้องทนกับอะไรที่ไม่น่าทน
และประโยคนั้นน่าจะทำให้หนุ่มหล่อกลายเป็น... เขาพูดจาน่า...(อ่านจบแล้วเติมคำในช่องว่างเอาเองค่ะ)
"รู้ไหมเด็กผมสวยกว่าคุณมาก หน้าตาแค่นี้โทษนะ เทียบไม่ติดฝุ่นครับ" (เมิงจะพูดเพื่อ ?)
น้องพริตตี้ ฯ หน้าเจื่อน อิเจ๊สูดลมเข้าปอดพยายามสะกดใจไม่ใช้หมาในปาก เราสองคนแอบส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กัน

เราทั้งคู่อดกลั้นกับความงี่เง่า กับผู้ชายที่คิดว่าเงินเป็นใหญ่ กับนิสัยอันน่ารังเกียจของเขา
ฉันต้องการให้งานผ่านราบรื่น การเปลี่ยนตัวเอ็มซีในเวลากระชั้นไม่ควรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ควรทะเลาะกับคนขอเบาะแว้งกับงานเถอะนะ
และน้องแสดงความเป็นมืออาชีพเช่นกัน ฉันจึงพยายามรวบรัดการบรีฟให้มากที่สุด เพื่อไม่ต้องพะอืดพะอมกว่าที่เป็นอยู่

หลังงานจบน้องเซ็นรับเงิน และฉันขอโทษที่น้องต้องมาเจอคนไร้มารยาท
น้องตอบว่า "หนูชินแล้วค่ะเจ๊ แต่...แหม เด็กเขาสวยแล้วจะมาวุ่นวายกับคนอื่นทำไม"
"เผื่อฟลุ๊คไงคะ พอหนูไม่เล่นด้วยก็เผยความทราม เพราะมันไม่แคร์ใคร คงคิดว่าเงินมันใหญ่มาก"
"เกลียดคนประเภทนี้จริง ๆ หนูทำงานแบบนี้เจอบ่อยจนหน่าย แต่อย่างว่าคนเล่นด้วยมันเยอะกว่า พอทำความเข้าใจได้แล้วก็ไม่ค่อยคิดอะไรค่ะ"

งานอีเว้นท์ที่ใช้พริตตี้เอ็มซี ส่วนใหญ่จะเป็นพิธีกรภาคสนาม ส่วนบนเวทีมักนิยมใช้เซเลบริตี้หรือไม่ก็ดารา
พริตตี้เอ็มซีมากความสามารถ คล่องแคล่วงปฏิภาณไหวพริบดีเยี่ยมไม่จำเป็นต้องสวยมาก ขอแค่บุคลิกดูดี
แต่...สาวๆ เหล่านี้มักมีความคิดความอ่าน วางตัวดีเพราะมั่นใจในความสามารถของตัวเอง พวกเธอไม่ได้ขายสวยเป็นหลักจ้ะ


เล่าให้ฟังเผื่อจะเข้าใจพริตตี้ดีขึ้นจ้าาาาาา

สังคมมีความหลากหลาย ในระดับชั้นที่เราว่าดีบางทีมันก็แย่จนไม่อยากจะเชื่อ
ในมุมที่เราว่ามืดหม่น บางหนมันก็ไม่เลวร้ายอย่างที่เราคิดเข้าใจไปเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้นฉลาดในการวางตัวช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยจ้ะ อมยิ้ม16

.
.
.
.
.
.
.

ห๊ะ ! อะไรนะ เจ๊ยังไม่ออฟเด็กหนุ่ม ๆ กล้ามเป็นมัดอีกเหรอ
อ้าว...มัวแต่หลงไปไหนฟระตู 555555

เอาน่า...รับปากแล้วยังไงก็เม้าท์ ช้าบ้างเร็วบ้าง มันเป็นสะตายยยยยยยย

เลี้ยงหนุ่มบาร์โฮส
หนุ่มโฮสมีรายได้เยอะไหม ? เชื่อว่าหลายคนคงสงสัย
เท่าที่อิฉันสัมผัสพูดคุยผ่านมา พบว่าโดยเฉลี่ยหนุ่ม ๆ ทำเงินได้น้อยกว่าสาวค็อกเทลเลานจ์จ้ะ
ที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจนะคะ เพราะมีผู้หญิงจำนวนไม่มากทุ่มเทเงินทองให้หนุ่มโฮส
เทียบสัดส่วนระหว่างชายเที่ยวเลานจ์กับหญิงเที่ยวโฮสคลับ ต่างกันลิบลับ สังเกตได้จาก
ร้านโฮสคลับเกือบ ๆ จะลึกลับนับได้แค่ไม่แห่ง ในขณะที่เลานจ์เปิดกระจายทุกหัวระแหง

หนุ่มโฮสที่ทำงานให้บริการในร้าน ไม่นอกรอบ ไม่รับออฟ จะมีรายได้เฉลี่ยประมาณสามถึงสี่หมื่นบาท
คนทำได้เป็นแสน...มีค่ะ เป็นหนุ่มฮอทที่มีลูกค้าประจำร่ำรวยกล้าแจกดื่ม
ลูกค้าบางคนนาน ๆ มาเที่ยว แต่มาทีแจกดื่มหนุ่มทีละ 100 ดื่ม
หรือบางที่เขาเรียกติดพวงมาลัย หรือติดดาวให้หนุ่มเหน้าหน้ามนทีละห้าหมื่นหรือแสนบาท
พวกดาวดังทำรายได้เดือนเป็นแสนพอมีให้รู้ให้เห็น และแน่นอนไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่จ้ะ
(เหมือนกันกับลูกค้าเลานจ์ทุ่มซื้อดื่มให้เด็กถูกใจคืนละห้าสิบหรือร้อยดื่มหรือเกินกว่านั้น)

หากคุณมีโอกาสได้อยู่ในสถานที่เหล่านี้ คุณจะรู้ว่าการทุ่มเงินให้สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ หน้าตาดี เป็นดาวดัง ไม่ใช่เรื่องแปลก
บางทีมันคล้าย ๆ เป็นการประกาศความเหนือกว่า เป็นการเกทับบลัฟกัน บางคนคือการเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่ง
และมันก็เป็นจิตวิทยาของร้าน เมื่อลูกค้ากระเป๋าหนักประกาศจ่ายดื่มหนึ่งร้อยดื่มให้เด็กถูกใจ
ร้านป่าวประกาศ ทั้งเคาะระฆัง เกณฑ์แดนเซอร์ หรือ โคโยตี้เต้นฉลองร่วมสนุก ปลุกให้ทั้งร้านให้ความสนใจ
ความเป็นพิเศษที่ร้านเจตนาตอบแทน จะกระตุ้นกระเป๋าของรายอื่นให้คะนองตาม
แกทำได้ ฉันก็ทำได้ บางคนน้องที่นั่งอยู่ด้วยฉอเลาะ “น้องแบ้วสวยน่ารัก ไม่แปลกใจเลยทำไมลูกค้าให้ตั้งร้อยดื่ม”
เสี่ยเอได้ยินดังนั้น ไหนจะหน้าจ๋อย ๆ ของน้องเบเบ้ยิ่งทำให้น่าสงสาร กับอีแค่ร้อยดื่มเป็นเงินไม่กี่หมื่นเอง ฉะนั้นเรียกเซลล์มาลงดื่มได้เลย เสี่ยจัดให้เบเบ้ร้อยดื่ม ชิล ๆ เก๋ ๆ เหมือนจะเท่ทั้งคืน !
บาร์โฮสก็ไม่ต่างกัน หมั่นไส้อวดรวยจั๊งงงงง จ่ายทีละสี่ห้าหมื่นทำคุย ฉันก็มีเหมือนกัน ถ้าจะให้ทำไมจะไม่ได้
จ่ายแล้วเป็นซือเจ๊คนเข้ามารุมล้อมเอาใจ กลายเป็นวีไอพีที่ใคร ๆ ก็จดจำ
สำหรับบางคนซื้อการเป็นซัมบาดี้ในร้านที่เที่ยวประจำ เพื่อให้ได้การต้อนรับนับถือเป็นพิเศษ เขาไม่ลังเลค่ะ
จากประสบการณ์ทำงานผ่านมา พอจับสังเกตได้ว่านักเที่ยวกลางคืนไม่ว่าจะผับ เลานจ์ บาร์ ฯลฯ
การได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษจากทางร้าน ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงการเป็นคนสำคัญเขาจะพึงใจและรู้สึกดีมากจ้ะ

บาร์โฮสที่จำเพาะให้บริการผู้หญิงเท่านั้น ลูกค้าก็มีหลากหลายอาชีพและอายุ
ลูกค้าเที่ยวบาร์โฮสกับลูกค้าเที่ยวค็อกเทลเลานจ์ อันที่จริงก็คือกลุ่มชอบความสำราญ
ชอบให้มีคนเอาอกเอาใจ ชอบที่ได้เป็นฝ่ายเลือก และสำหรับบางคนเหมือนได้ออกล่า...
ดังนั้นการเก็บเด็กโฮสไปเลี้ยงดู ผูกปิ่นโต แสดงการครอบครองเป็นเจ้าของก็คล้ายคลึงกัน

โดยทั่วไปหนุ่มโฮสกับเด็กนั่งดริงก์จะไม่ผลีผลามมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกค้า
พวกเขาไว้ตัวเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ๆ ผูกใจเป็นลูกค้าประจำ
เพราะถ้าใจเร็วหลงคารมลูกค้าง่ายเกินไป หมายความว่าประเมินพลาดอาจสูญเสียลูกค้าจ่ายดื่มหนัก ๆ
ถ้าลูกค้าแค่ล่าแต้ม บรรลุวัตถุประสงค์ “ได้” อย่างใจหวัง มีโอกาสสูงที่เขาจะเปลี่ยนไปเรียกคนอื่นนั่ง
ปล่อยเราให้ช้ำใจกลายเป็น กินแล้วทิ้งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ฉะนั้นโฮสที่ไม่ขายตัวจะงัดลูกล่อลูกชนแพรวพราว เล่นเจ้าล่อเอาเถิดยาว ๆ ดูดเงินค่าดื่มนาน ๆ คุ้มกว่าเยอะ
แต่ถ้าลูกค้าเป็นสาวสวย หน้าเป๊ะ หุ่นเฟิร์ม หนุ่มคนไหนเห็นก็อยากโดดเข้าใส่ แบบนี้เป็นข้อยกเว้นนับเป็นโชคลาภก็ว่าได้
ถ้าเป็นพวกนาน ๆมาที หรือกินเที่ยวประหยัด การจะได้แอ้มหนุ่มหล่อบาดตาบาดใจ บอกเลยว่ายากส์...ค่ะ
กระนั้นการคบหาสนิทสนมกันเป็นเวลานานก็อาจถูกใจเป็นพิเศษ หรือมีการยื่นข้อเสนอเย้ายวนใจ
ความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนก็เกิดขึ้นได้

ความจริงก็คือหญิงชายต้องการออกจากวงจรของวงการสีเทาไม่ต่างกัน
เพราะการต้องตีหน้าชื่นเอาอกเอาใจยกยอปอปั้นคนแปลกหน้าทุกวี่วัน เจอคนดี ๆ ก็ไม่เท่าไหร่
แต่มันไม่อาจเลี่ยงพวกเมาเรื้อน พูดจาหยาบคาย ช่างโวยวาย ชอบด่าทอ พบเห็นอยู่อย่างนี้ทุกคืน จะหน่ายจะท้อคงไม่แปลก

จากประสบการณ์ที่พบเห็น เจ๊ ๆ ที่เลี้ยงเด็กโฮส ก็เพราะไม่อยากให้หนุ่มของตัวไปบริการคนอื่น
อยากเก็บไว้เชยชมเพียงลำพัง ทั้งหนุ่มก็ออดอ้อนปากหวานพูดจาให้น่าสงสารที่ต้องฝืนใจทำงานบริการสาวแก่แม่หม้าย
เจ๊อยู่ในฐานะดูแลได้ จ่ายเดือนสี่ห้าหมื่นไม่หนักหนา เจ๊ก็รับมาอุปการะเป็นเด็กในความรับผิดชอบ
เลี้ยงไปเลี้ยงมา สามสี่เดือนผ่านไปเจ๊เบื่อก็ค่อย ๆ ตีตัวออกห่าง หรือไม่หนุ่มในความดูแลลายออกก็ต้องแยกทาง
หนุ่มก็วนกลับเข้าไปทำงานโฮสดังเดิม บางคนก็พักงานเอาใจผู้หญิง มาอยู่ตามผับเป็นพนักงานต้อนรับ
งานต้อนรับในผับเงินเดือนไม่เยอะ แต่...มีโอกาสเจอเจ๊รายใหม่นะเจ้าคะ
เพราะเจ๊ที่เราว่า ไม่ได้มีแค่หญิงวัยสี่สิบปีขึ้นไป ตรงกันข้ามบางคนแค่ยี่สิบกว่า ๆ ยังสาวสดสวยซะด้วยซ้ำ

เป็นความจริงค่ะที่หญิงขายบริการรับเลี้ยงดูหนุ่มโฮสเป็นล่ำเป็นสัน ข่าวที่ว่าหมอนวดติดผู้ชายก็มีที่มาแบบนี้ค่ะ
บางคนขึ้นงานหลายรอบเครียดกับการเอาใจลูกค้า ก็แวะมาเที่ยวคลายเครียดในผับ
เจอหนุ่มหน้าตาดีตีสนิทเข้าชิดใกล้ หนุ่มโฮสปากหวาน(มากกกกกก) หน้าตาดี ดูแลตัวเองดี(มากกกก)
สาวถูกใจทั้งหลงคารมยอมคบหาให้ใจชุ่มชื่น กว่าจะรู้ว่าหนุ่มอยู่ในสายงานเดียวกันก็ถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
เพราะรักเพราะหลงไม่อยากให้เขามีโอกาสเจอแม่บุญทุ่มรายอื่น สาวก็ยอมเป็นฝ่ายเลี้ยงดูผู้ชาย
หนุ่มโฮสรักสวยรักงามยิ่งกว่าผู้หญิงอีกค่ะ อย่าหาว่าดูถูกเลยนะ คนทำงานบริการแบบนี้ส่วนใหญ่รักสบาย
การมีคนเลี้ยงคือไม่ต้องทำงานฝืนใจเงินทองมีใช้เป็นที่แน่นอน พวกเขาควรยึดไว้เป็นหลักใช่ไหม?
การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เวลาว่างที่มีอยู่มากมาย เงินก็มีใช้ไม่ขาดมือ บางคนออกเที่ยวเตร่เลี้ยงสาวเอ๊าะ ๆ
บางคนตีสนุ๊กฯ เล่นบอล เข้าบ่อน หรือปาร์ตี้เล่นสเก็ตกินหนม ไร้สาระจนเจ๊ระอา กลายเป็นทะเลาะและเลิกรา
ที่เห็นมากับตาจำนวนมาก คือพวกเขาไม่มีคนเลี้ยงคนเดียว มีเจ๊คราวละสองสามคนสับรางอย่างกับเป็นนายสถานีรถไฟ
ความแตกโดนทิ้งเมื่อไหร่ ค่อยน้ำตาตกในเมื่อนั้น ซึ่งแค่ไม่กี่วัน ก็ลุกขึ้นเซ็ตผม ประแป้งหน้าผ่อง ฉีดน้ำหอมกลิ่นหรู
แต่งตัวราวกับคุณชายเทวดา เพื่อย่ำเท้ากลับสู่บาร์โฮส หรือไม่ก็ออกล่าเหยื่อในผับจับสาวมีตังค์รายต่อไป

บาร์โฮสก็คือค็อกเทลเลานจ์ที่มีผู้ชายบริการนั่งดริงก์ ลูกค้าคือผู้หญิงชื่นชอบให้หนุ่มเอาใจ
ฉะนั้นในความเป็นจริง ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ค่อยน่าสนใจ เพราะมันก็ซ้ำ ๆ กับการเล่าถึงเด็กเลานจ์ค่ะ

ที่ฉันเคยบอกว่า ผู้ซื้อบริการควรถูกประนามให้เท่ากันกับผู้ขาย
บาร์โฮสนี่แหละค่ะ ที่ผู้ซื้อบริการจะอับอายใกล้เคียงกับผู้ขาย หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
ผู้ชายทำบาร์โฮส ไม่กล้าบอกอาชีพของตนกับคนไม่สนิทไม่ไว้ใจ
ผู้ใช้บริการบาร์โฮส ปกปิดการเที่ยวแบบนี้เป็นความลับยิ่งยวด

เพราะสังคมไทยไม่เปิดรับที่ผู้หญิงหาความสำราญด้วยการซื้อความสุขจากผู้ชาย ภาระเพศแม่ค้ำคอหญิงไทยค่ะ
เพราะสังคมไทยมองว่าผู้ชายเป็นผู้นำ เพศชายเข้มแข็งอดทนเป็นที่พึ่งแก่เพศหญิง
สังคมยกย่องผู้ชายมากกว่า ก็สมควรแล้วที่ผู้ชายเห็นแก่สบายขายศักดิ์ศรีจะถูกเหยียดหยามหนักกว่า

อ่อ...หลายคนอาจจะเถียง แค่ไปกินเที่ยวสนุกสนานมีหนุ่มล้อมรอบ ไม่เสียหายนี่นา
ไม่เสียหายค่ะ หากเงินหมื่นครึ่งหมื่นต่อคืนไม่มีผลอะไรกับชีวิตก็ลองดูจ้ะ 
มันไม่มีอะไรมากไปกว่า ชายหนุ่มทาแป้งหน้านวล แต่งเนื้อแต่งตัวในเทรนด์แฟชั่น ฉีดน้ำหอมฟุ้ง
หน้าตาก็...มีทั้งดี และ...ธรรมดากลาง ๆ แต่บุคลิกรูปร่างค่อนข้างดี พออยู่รวมกันเยอะ ๆ ก็เลยพากันดูดีละลานตา
หนุ่มเหล่านี้มีหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนดื่ม ชวนพูดคุยให้ความสนใจ พูดง่าย ๆก็คือมาจีบเราค่ะ จีบแบบสุภาพอะนะ
ผู้หญิงหลายคนติดเที่ยวแบบนี้ ก็เพราะมีความสุขที่ไปเที่ยวแล้วมีผู้ชายหน้าตาดีสุภาพเรียบร้อยมาสนใจจีบ
รู้ทั้งรู้เขาทำดีกับเราเพราะงาน พวกเธอก็ยังหวังลึก ๆจะเป็นคนพิเศษที่เขาให้ใจจริง ...ก็ขอเตือนว่าเพ้อเจ้อค่ะ!

ซึ่งการเตือนตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ กับการเที่ยวแบบนี้ หลงคารมเมื่อไหร่หมดตัวเสียอนาคตมานักต่อนักแล้วจ้ะ
อย่าลืมว่าเวลาเราไปเที่ยวเราเจอแค่เขา แต่คนทำงานเขาเจอใครต่อใครบ้างล่ะ อย่าไปคิดว่าเราดีกว่าคนอื่น
เมื่ออยู่ในสถานบริการ เราก็เป็นแค่ลูกค้าคนหนึ่งไม่ต่างจากใคร ๆ
คุณความดีกว่าจะมองเห็นมันใช้เวลา แต่ไม่ว่าใครที่อยู่ในงานบริการลักษณะนี้ การลงทุนด้วยเวลาเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา
ต่างจากการสร้างความประทับใจที่ทำได้ง่ายกว่ามาก ไม่รู้ด้วยว่าจริงหรือหลอก ไม่จำเป็นต้องเปลืองเวลา
ฉะนั้นการประดิษฐ์ความประทับใจมาเสิร์ฟลูกค้าคืองานของเขา คือหัวใจหลักของงานบริการ โปรดพึงระลึกไว้เสมอ...

กรณีออฟผู้ชาย หรือซื้อบริการทางเพศจากผู้ชาย
ขอข้ามนะคะ ฉันไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยอยากรู้ ไม่คิดจะถามใคร ไม่มีใครมาเล่าให้ฟังด้วยค่ะ
จากการพูดคุยกับพี่ เพื่อน น้อง ในสายงานบริการ การให้ค่าตอบแทนหลังจากมีเพศสัมพันธ์
ในกรณีไม่ใช่การซื้อหาผ่านร้านโดยตรง  ฝ่ายหญิงจะจ่ายสองสามพันโดยผู้ชายไม่บอกค่าตัวตรง ๆ ค่ะ

เคยเห็นบ้างที่ลูกค้าสาวมาจับผู้ชายในผับไปนอนด้วย แล้วจ่ายเงินหลังเสร็จกิจเพื่อแสดงว่าเธอเห็นเขาเป็นแค่วัตถุทางเพศ
เห็นมาบ้างที่ผู้ชายบางคน บอกเล่าความลำเค็ญความจำเป็นต่าง ๆ นานา โป้มดเท็จผสมความจริงเล็กน้อยเพื่อให้การออดอ้อนสมจริง
จะด้วยความเห็นใจหรือลมปากรื่นหูไม่รู้แน่ แต่จบด้วยการมีเพศสัมพันธ์
จากนั้นหญิงสาวควักตังค์ให้ความช่วยเหลือ เพื่อตัดรำคาญหรืออาจจะสงสารจริง ๆ ก็เป็นไปได้
มีเหมือนกันที่นายหน้าเข้ามาหาพร้อมแคตตาล็อคหนุ่มหน้าตาดีหลายโหล และบอกว่า
“ถ้าเจ๊มีลูกค้าอยากควงหนุ่ม ๆ เที่ยวติดต่อได้นะ จะเที่ยวอย่างเดียวหรือขึ้นงานคุยกันได้ฮะ”

เยอะแยะไปที่เด็กเลานจ์คบกับหนุ่มบาร์โฮส เป็นคู่รักคู่ผัวตัวเมีย ถึงเวลาต่างคนต่างไปทำงาน เลิกงานกลับห้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน (ส่วนใหญ่ไม่ยั่งยืนค่ะ)
เห็นบ่อย ๆ เจ๊สาวใหญ่ร่ำรวยเลี้ยงเด็กโฮสไว้หาความสำราญ เบื่อก็เรียกนายหน้าจัดรายใหม่มาเปลี่ยน
หมอนวดสาวรายได้เดือนละแสนอัพ ติดหนุ่มบาร์โฮสออกรถให้ขับ มีไม่น้อยรายค่ะ
หนุ่มโฮสโดนเสี่ยอุ้มไปซ้อมปางตาย โทษฐานแอบดอดไปกินเมียน้อยแสนรัก ไม่ใช่แค่ข่าวลือ

หนุ่มโฮสที่รับได้ทั้งชายทั้งหญิง บางคนมีผู้ชายเลี้ยง และมีเมีย และมีเจ๊เลี้ยงอีกต่อ ยังมีเลยคู๊ณณณ...

วันหน้า ฟ้าโล่ง หัวสมองโปร่ง ๆ จะเรียบเรียงมาตั้งกระทู้เล่าใหม่จ้า



กราบขออภัย หากดิฉันล่วงเกินผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ว่าจะตอบโต้เผ็ดร้อน หรือคึกคะนอง และลุแก่โทสะอยู่ในภาวะอีคิวต่ำ
ขอคุณผู้อ่านโปรดรับคำขอโทษจากใจมิ้ว ณ ชมวิว

กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ  อมยิ้ม17พาพันขอบคุณ


ปล.กระทู้นี้อิฉันจะเรียบเรียง ปรับปรุงและเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนเพื่อเผยแพร่ทั้งแบบจำหน่ายและจ่ายแจกฟรี ๆคาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้คงเสร็จสมบูรณ์
ท่านที่สนใจฉบับรีไรท์กรุณาหลังไมค์สอบถามหรือติดตามได้จากลิงก์ในหน้าโปรไฟล์ มิ้ว ณ ชมวิว ค่ะ

กฏ-กติกา เงื่อนไขข้อปฏิบัติหลักๆเวป xonly
1.ห้าม emo เปล่า, ไม่เป็นคำ   do not use emoji only - Banned
2.ห้ามตอบเฉพาะคำย่อในเวปนี้ disallow short massage like lol thx ty omb omg etc. - Banned
3.ตอบ 3 คำไม่ใช่ 3 พยางค์ ๆๆๆๆๆ ไม่นับเป็นคำ if you comment less then 3 words as 'thank,wow,good,like,love' - Banned

4.ตอบมักง่าย ไม่ว่าจะยาวแค่ไหนก็โดนแบน

*

ออฟไลน์ พัดลม

  • Global Moderator
  • *****
  • 9136
  • 2463
  • ผมทำได้แค่ส่ายหน้า
    • ดูรายละเอียด
อยากจะบอกว่ายังอ่านไม่จบเลยครับ เพราะยาวมากๆ กว่าจะรวบรวมมาครบก็คลิกแล้ว คลิกอีก  ::Sweat::

ที่รวมมาให้ เพื่อใช้ในการอ้างอิงนะครับ
เคยคิดจะเขียนออกมาตีแผ่อยู่เหมือนกัน แต่คงจะไม่สามารถทำได้ลึกอย่างเขา เราเลยก๊อปมาแปะ 55555555
กฏ-กติกา เงื่อนไขข้อปฏิบัติหลักๆเวป xonly
1.ห้าม emo เปล่า, ไม่เป็นคำ   do not use emoji only - Banned
2.ห้ามตอบเฉพาะคำย่อในเวปนี้ disallow short massage like lol thx ty omb omg etc. - Banned
3.ตอบ 3 คำไม่ใช่ 3 พยางค์ ๆๆๆๆๆ ไม่นับเป็นคำ if you comment less then 3 words as 'thank,wow,good,like,love' - Banned

4.ตอบมักง่าย ไม่ว่าจะยาวแค่ไหนก็โดนแบน

*

ออฟไลน์ pongsan

  • Gold Member
  • *****
  • 1360
  • 906
    • ดูรายละเอียด
โอ้ววว!!!....อ่านไปช่วงต้นๆ(ยังไม่มีเวลาอ่านจนจบ! ::Sweat::  )  ข้อมูลน่าสนใจมาก....ทำให้เข้าชีวิตในโลกสีเทาๆ ได้ดียิ่งขึ้น!  ไว้ต้องหาเวลามาอ่านให้จบให้ได้สักวัน(หรือสักเดือน สักปีแฮะ!?  ::Dizzy::   ::DookDig:: )   ขอบคุณที่ขุดมาแจกจ่ายครับ ::Thankyou::

*

ออฟไลน์ momo2029

  • Senior Member
  • ****
  • 860
  • 672
    • ดูรายละเอียด
ยาวมาก ยอมรับเลยอ่านไม่จบ ดูแค่ผ่านๆ ขอบคุณที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันครับ.. ::WowWow::

*

ออฟไลน์ P Eet ✦Diamond✦

  • Global Moderator
  • *****
  • 882
  • 25
  • Every moment is a FRESH beginning !!!
    • ดูรายละเอียด
One of the longest post here ... it took me 3 days to read it all... due to run out of time!
But she covered this industry sooo thoroughly... that is very impressive!!!
She could be a good writer naaa... in fact...

I think I saw some of her works in MEB ...  มิ้ว ณ ชมวิว
It is in the adult book category naaa ...
 
Disclaimer: The view and opinion expressed on this website are solely those of my very own. It is solely for the purpose of entertainment and has NO meaningful value of any kind. They DO NOT necessarily represent those of the majority of READERS & WRITERS of this website staff, and/or any/all contributors to this site.
 
ஜ۩۞۩ஜ THANK YOU ஜ۩۞۩ஜ 



❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

DIAMONDS ARE FOREVER !!!

   ..... (¯`v´¯)♥
   .......•.¸.•´
   ....¸.•´
   ... (
   ☻/
   /▌♥♥
   / \ ♥♥

*

ออฟไลน์ dikky

  • Senior Member
  • ****
  • 835
  • 94
    • ดูรายละเอียด
เข้าใจวงการสีเทาขึ้นเยอะเลยครับ น้องๆมีภาระที่ต้องจ่าย เราพอมีบ้างก็ช่วยเหลือน้องๆกันไปครับ

*

ออฟไลน์ arkira

  • Senior Member
  • ****
  • 607
  • 707
    • ดูรายละเอียด
อ่านจนจบ ขอบคุณที่รวบรวมมาให้ครับผม
ก็ต้องทิปน้องอค้าไปตามธรรมเนียมตามเรทที่แนะนำแหละครับ ของมันมีค่าใช้จ่ายนี่เนอะ ::Thankyou:: ::Thankyou:: ::Thankyou::

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ