ตำนานสตาร์วอร์ส | The Fallen Knight ตอนที่ 11 "เริ่มต้นใหม่"

ตำนานสตาร์วอร์ส | The Fallen Knight ตอนที่ 11 "เริ่มต้นใหม่"

  • 4 ตอบ
  • 444 อ่าน
*

ออฟไลน์ declangombley

  • Full Member
  • **
  • 109
  • 367
  • The Writer
    • ดูรายละเอียด


THE FALLEN KNIGHT


ตอนที่ 11

เริ่มต้นใหม่


   ในที่สุดก็ได้รู้ความจริง... ลินาเคยคิดว่าโฟร์เป็นเพียงแค่เจไดหัวขบถธรรมดา แค่คนนอกคอกที่มีอัตตาสูง เธอเข้าใจว่าเขาคือผู้พิทักษ์แห่งเอลเทมโครทาร์เถื่อนๆที่ไม่ยอมทำตามกฎเกณฑ์ใดๆเพราะนิสัยขวางโลก ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยเหตุผลในตัวเขาเอง ยิ่งนับเวลาผ่านไปนานเท่าใด ความรู้สึกของเธอยิ่งถลำลึกลงไปทุกเสี้ยววินาที จะว่าสงสารในอดีตของเขาหรือเปล่าก็ไม่ใช่ซะทีเดียว มีความผูกพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้นเมื่อได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาของเขา เถาวัลย์สายใยในจิตใจเติบโตขึ้น แข็งแรงขึ้น หุ้มห่อดวงวิญญาณของคนสองคน ถึงแม้ตอนนี้เธอจะยังไม่รู้ว่า ‘ชื่อจริงๆ’ ของเขาคืออะไร เขาไม่ยอมบอกเธอ ไม่ยอมบอกใครเลย แต่กลับให้ความเชื่อใจ เล่าความลับโศกนาฏกรรมนาบูให้เธอฟัง ลินาคิดว่าเขาอาจมีความเจ็บปวดจากคำสั่งที่หกสิบหก จนอยากเปลี่ยนแปลงตนเองเป็นคนใหม่ ชื่อใหม่ ตัวตนใหม่ก็เป็นได้ เธอไม่เคยได้ยินชื่อราชวงศ์เวอร์รูติมาก่อน เธอรู้แค่ว่ามันฟังดูเหมือนจักรวาลที่ห่างไกลออกไป

   อย่างไรก็ตาม ลินาคิดว่าโฟร์มีความกล้าหาญมากกว่าเธอเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่คุ้นเคย และพยายามไว้เนื้อเชื่อใจ ลินาสามารถมั่นใจในอัศวินเจไดได้สักเท่าไหร่กันเชียว เท่าที่เธอรู้เจไดเป็นพวกอัศวินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นคนดี เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมในสายตาพวกซิธที่รู้ว่าตนเองนั้นชั่วร้าย แม้ลินาจะส่องกระจกในทุกเช้าและพบว่าตนเองไม่ใช่คนเลวแบบนั้นก็ตาม เธอไม่กล้าเล่าความลับของตัวเองให้เขาฟัง เรื่องที่ว่าเธอเป็นใคร เธอเป็นลูกสาวของท่านผู้นำสูงสุดสโนค หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เธอเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธดาวมรณะ ในการทำลายล้างดาววัสสทานซ์ ฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ ตั้งกำเนิดไฟชนวนสงครามอวกาศ

   บางมุมเธอก็อยากกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของเธอเองที่ทำให้เจไดหนุ่มหลงยุคอย่างเขาต้องมาจมปลักอยู่ที่นี่ เธอกลัวว่าเขาอาจลำบากใจหรือเปล่าที่ต้องมาเข้าข้างพวกจักรวรรดิซิธ ทั้งที่ซิธนั่นล่ะ คือ ต้นเหตุของคำสั่งสังหารเจไดในยุคสาธารณรัฐเก่า ลินาแค่หวาดกลัวว่าหากเขารู้ความจริงเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเธอ เขาจะรังเกียจเธอ ผลักไสเธอ และหนีหายไปจากเธอหรือเปล่า...

   ลินาไม่มีทางคาดเดาได้ จนกว่าเธอจะกล้ายอมรับตัวตน และเผยให้เขาได้รู้ในสักวันหนึ่ง

   และตอนนี้ลินากำลังเหม่อลอย แต่ไม่มีใครเห็นว่าดวงตาสีเหลืองอำพันคู่งามใต้หน้ากากหัวกะโหลกขาวได้กลายเป็นก้อนหินสองก้อนสลึมสลือเสมือนวิญญาณหลุดจากร่าง ทำหน้าเอ๋อไปแล้ว ชายสองคนพยายามสะกิดทักเธอให้ตื่นจากภวังค์ความคิด ภายในห้องประชุมยุทธการบนสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ “เอ่อ ท่านลอร์ดลินาครับ” คนที่นั่งริมโต๊ะทางด้านขวาสุดใกล้ลินา กระซิบเรียก

   “ท่านลอร์ดลินา ทำอะไรอยู่น่ะครับ” ชายอีกคนที่นั่งฝั่งถัดไปจากลินา เยื้องใกล้กับเสนาธิการอัลดริช สะกิดต้นแขนบอบบาง

   “เอ่อ -- อัลดริช เอ่อ -- แม็กซ์” ลินาเกาหัวแกรกๆ เส้นผมเธอสยายเป็นลอนอยู่ใต้ผ้าคลุมดำงี่เง่าปิดทึบ

   กลับมาสู่เวลาปัจจุบันอีกครั้ง แปดโมงเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ทั้งลินา โฟร์ อัลดริช นิค ฮานโซโล ชิวบัคก้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องราวสุดเฮงซวยทั้งหลายอย่าง แม็กซ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสาร เร็กซ์ ตัวแทนจากหน่วยกองกำลังสตอร์มทรูปเปอร์ ซึ่งโฟร์ขออนุญาตแนะนำให้ลินารู้จักเป็นการส่วนตัว ด้วยเหตุผลบางอย่าง และ เบลล์ ต้นกลวิศวกรรมประจำยานสตาร์เดสทยอยเยอร์ไพรม์ ต่างกระจุกแออัดกันในห้องโถงอันมืดสลัวตามประสาการตกแต่งภายในสไตล์จักรวรรดิ (ที่ซึ่งฮานโซโลกับชิวอี้ รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้พวกตัวร้ายถึงต้องชอบทำอะไรลับๆล่อๆในที่มืดๆกันอยู่ได้ พ่อเป็นผีดูดเลือดหรืออย่างไร ฮานก็ไม่ทราบ) อากาศก็แสนจะเย็นเยียบเทียบเท่าความเงียบงันในบรรยากาศ ที่เด่นเป็นสง่าอยู่ใต้หลอดไฟสีขาวส่องลงตรงกลางโต๊ะทรงกลมสีดำขนาดใหญ่ คือ ท่านซิธลอร์ดสาวสวยในชุดคลุมสีดำ ผู้ซึ่งมีใบหน้าเป็นหัวกะโหลกปีศาจ เจ้าของร่างเพรียวบางสุดเซ็กซี่ ชิวบัคก้าไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลยนับแต่ลินาถอดหน้ากากให้เขาดูเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงความจริงใจ (หรืออาจเป็นมารยาหญิงส่วนตั๊วส่วนตัว ก็สุดแต่แล้วใครจะทราบ ที่แน่ๆก็คือ แค่เห็นหน้าและรู้ว่าเป็นผู้หญิง ทั้งชิวอี้กับฮานโซโล หมดความเกรงกลัวต่อคุณเธอไปจนสิ้น) ทุกคนนั่งประจำที่ของตนเอง ไม่มีใครหัวเราะหรือพูดคุยจอแจไร้สาระอย่างที่เป็นมาก่อนหน้านั้น แม็กซ์กับอัลดริชนั่งประกบข้างท่านลอร์ดลินา ส่วนเบลล์นั่งใกล้แม็กซ์ สองคนนี้ไม่อยากนั่งใกล้กันเท่าไหร่หรอก เพราะว่าเพิ่งมีเรื่องทะเลาะกันมาเมื่อสองวันก่อน แต่ทำไงได้เล่า อย่างน้อยเธอก็ไม่สนิทใจจะเสวนากับอาชญากรสงครามอย่างฮานโซโล หรือ ชิวอี้ ถัดจากเธอทางซ้ายคือ นิค

   ซึ่งนิคดูจะกลายเป็นคนของจักรวรรดิปฐมภาคีไปแล้วจริงๆ หากสังเกตจากการแต่งกาย วันนี้เขายังคงสวมเสื้อโค้ทคอปกสูงสีดำ ทะมัดทะแมง แต่ไม่ติดยศอะไรทั้งนั้นบนแผงอกกำยำ เป็นเครื่องแบบนายทหารลำดับขั้นพันตรี นิคสวมชุดเครื่องแบบมั่วไปหมด เพราะเขาไม่มีชุดจะใส่ วันก่อนเขาปรากฎตัวในชุดสตอร์มทรูปเปอร์เดินเตร็ดเตร่อยู่ในยาน ระหว่างรอชาร์จพลังงานให้อาร์วันกับรอนานฉิบหายกับอะไหล่เปลี่ยนถ่ายเตาปฏิกรณ์โคเอคซิลให้ยานมิลเลนเนียมฟัลคอน ซึ่งต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายจากฟากหนึ่งของยานมายังพื้นที่ส่วนลานจอดยานหมายเลขห้า ระยะทางตั้งยี่สิบกิโลเมตร เสียเวลาโคตรบ้าบอเลยกับยานที่มีขนาดใหญ่อย่างนี้ นอกนั้นเขายังร้อนใจเรื่องเนสเหลือเกิน พยายามโทรศัพท์ไปเท่าไหร่ ปลายสายก็มีแต่เสียง ‘ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก...’

   นิคเป็นห่วงเนสมากเหลือเกิน ภายในใจหัวสั่นวูบตลอดเวลาคล้ายอาการคนเพิ่งตื่นนอนใหม่ๆและพบว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้า

   ถัดจากนิค คือ เร็กซ์ ร่างสูงกำยำ เก๊กใบหน้าดูจริงจังเป็นพิเศษเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านลอร์ดลินา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เอาบั้นท้ายเฟิร์มๆ หย่อนแหมะลงบนเก้าอี้โซฟาหนังสีดำเงางาม ซึ่งปกติมีเพียงแค่นายทหารระดับสูงเท่านั้นจึงจะได้ใช้สิทธิเข้าห้องประชุมยุทธการจักรวรรดิ วันนี้เขาก็ยังคงสวมเครื่องแบบสตอร์มทรูปเปอร์พร้อมสู้รบตลอดเวลา เพียงแต่ไม่สวมหมวกนิรภัยอีกต่อไป เขาเริ่มกล้าที่จะทำตามความขบถบางอย่างในใจตัวเอง อย่างที่เรียนรู้จากเจไดพิลึกยุคอดีต ขณะเดียวกันบนโต๊ะประชุม มีหมวกโคลนทรูปเปอร์ ของกองกำลังปริศนาไม่ทราบสัญชาติวางอยู่ตรงหน้าด้วย เขาตั้งใจจะอภิปรายเรื่องนี้ให้ลอร์ดลินากับเสนาธิการอัลดริชฟัง

   ฮานโซโล กับ ชิวอี้ นั่งใกล้กัน ฮานผมเผ้ายุ่งเหยิงแถมยังหงอกขึ้น แก่ขึ้นไปอีกร้อยปีเมื่อต้องเผชิญเรื่องบ้าบอคอแตก หน้าตาดูอิดโรยจากการซ่อมยานมิลเลนเนียมฟัลคอน ซึ่งตอนนี้เหลือแค่แก้ไขเรื่องแกนอะไหล่เตาปฏิกรณ์พลังงานโคเอคซิลที่ยังไม่ได้เสถียร ภาพ ก็เป็นอันสามารถบินหนีไปจากยานลำนี้ได้แล้ว โชคร้ายที่มิลเลนเนียมฟัลคอน ซ่อมแซมเสร็จไปหลายเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ชิ้นส่วนเล็กๆเท่านั้น ซึ่งเปรียบเสมือนชนักติดหลัง (หรือไม่ก็สายจูงจมูกควายเผือก ตามที่ฮานแบบกระซิบนินทากับชิวอี้) พวกเขาไม่ให้ไปไหนได้เลย ส่วนชิวบัคก้าดูไม่กังวลนัก เขานั่งไขว่ห้าง เอนหลังพิงเก้าอี้ สองมือประคองศีรษะสบายใจสุดๆ เอาแต่ยิ้มละลาบละล้วง คอยจินตนาการถึงสรีระใต้ชุดคลุมสีดำของท่านลอร์ดลินา ซึ่งนั่งอยู่ทางฝั่งตรงข้ามเขาพอดิบพอดีในเวลานี้ จนฮานโซโลไม่พอใจ ต้องคอยเตะขาเตือนเพื่อนซี้ว่าอย่าทำสันดานชีกอให้มากนัก ชิวบัคก้าชอบเป็นแบบนี้ตลอดเวลาเจอสาวๆสวยๆ แล้วยิ่งท่านลอร์ดลินาแสดงความคลั่งไคล้ในตัวชาววูกี้ เสมือนพบปะดารานักร้องด้วยแล้ว ชิวอี้ยิ่งทำตัวกร่างมากขึ้นไปอีกเท่าทวีคูณ

   คนสุดท้ายเป็นเจไดหลงยุค หนุ่มร่างสูงในเสื้อโค้ทสีเทาผ้าแคชเมียร์ยี่ห้อแอร์เมเนกิลโด เซญน่าที่ลินาเป็นคนมอบให้ สวมทับเสื้อเสวตเตอร์สีดำยี่ห้อเดียวกันที่เพิ่งสั่งซื้อมาใหม่เมื่อวานนี้รวดเดียวจำนวนสิบตัวผ่านระบบเคลื่อนย้ายมวลสาร ราคาตัวละหนึ่งพันเหรียญเอ็มไพร์เครดิต ทันทีที่เขาได้รับสัญชาติพลเมืองจักรวรรดิปฐมภาคี รวมถึงบัญชีธนาคารที่กู้คืนมาได้ด้วยตัวเอง แล้วโอนย้ายเข้าไปในบัญชีธนาคารใหม่ที่เปิดกับธนาคารในการปกครองของปฐมภาคีในชื่อ ‘โฟร์’ (เขายังคงตั้งใจสงวนเรื่องชื่อจริงเอาไว้เงียบ ด้วยเหตุผลบางประการ ใครจะไปทราบดีเท่าเขา ก็สุดแต่ใครจะหยั่งรู้ได้) ตอนนี้เขานั่งในมุมเยื้องตรงข้ามกับลินา ถัดมาทางซ้ายมือของอดีตสหายร่วมรบสงครามโคลน เขามีร่างใหญ่ ไหล่กว้าง ขนดกสีน้ำตาลเข้ม สะพายสายคาดสีเงินด้านๆโง่ๆตลอดเวลา มีกลิ่นน้ำหอมหญ้าแฝกยี่ห้อทอมนอร์ซโชยมาตามสายลม ให้ความรู้สึกเท่ๆ ชิวบัคก้าได้รับน้ำหอมราคาแพงจากลินาเป็นของขวัญต้อนรับ และเขาจงใจฉีดมันตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเอาใจลินาอย่างมีนัยสำคัญด้วย โฟร์พยายามชวนชิวอี้คุยถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เขาจึงได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงปลายสงคราม วันที่เจไดถูกสังหารยกขโยง วันที่ชาวดาวคาชีคที่พยายามปกป้องเจไดถูกทหารโคลนสังหาร อาจารย์โยดาต้องหนีหัวซุกหัวซุน กลายเป็นตาแก่เพี้ยนๆบนดาวเดโกบาห์ ซึ่งห่างไกลจากระบบตรวจจับของจักรวรรดิสมัยก่อน โฟร์รู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เขาอัพเดทสถานการณ์ครบรสจากชิวบัคก้าแค่คนเดียวก็เกินพอ (ชิวบัคก้ามีอายุยืนยาวตั้งเป็นร้อยปี แถมความจำยังดีมากด้วย) ไล่ตั้งแต่สาธารณรัฐเก่าล่มสลายได้อย่างไร จักรวรรดิก่อตั้งขึ้นเมื่อใด ใครเป็นจักรพรรดิ ไอ้เหี้ยแก่ พัลพาทีนนั่นเอง แหม่ โฟร์คิดอย่างนี้นะ เขาส่ายหน้าทันที หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกตอนรู้ว่าใครขึ้นครองจักรวาล เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเข้าอย่างจัง จากนั้นก็ถึงเรื่องที่ว่าจักรวรรดิพังทลาย ลุค สกายวอคเกอร์ ดาร์ธ เวเดอร์ คือ อนาคิน สกายวอคเกอร์ แพดเม่ตายแล้ว เลอาลูกสาวเป็นนายพลกบฎ...

   ก่อนหน้านี้โฟร์รับฟังทุกอย่างที่ชิวบัคก้าบอกเขาอย่างตั้งใจ ชิวอี้พูดในทุกเรื่องที่โฟร์ถาม โฟร์มีคำถามเป็นล้านแปดข้อและชิวอี้สามารถตอบได้หมด เขารู้สึกโหวงเหวงข้างในใจ มีอาการอกสั่น เขาพลาดอะไรไปหลายอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องอนาคิน สกายวอคเกอร์ ไหงกลายเป็นว่าตกอยู่ในห้วงด้านมืดไปได้ ทั้งที่โฟร์เข้าใจว่าอนาคินแค่ไม่ถูกกับสภา แต่ไม่นึกว่าจะถึงขั้นเล่นใหญ่ขนาดนั้น ต้องขอขอบคุณชิวบัคก้า อภินินทานาการจากยุคอดีต โชคดีที่เขาจดจำเจไดบ้าระห่ำที่ครั้งหนึ่งเคยนำยานเจไดสตาร์ไฟท์เตอร์ขับพุ่งเข้ามาช่วยร่วมรบบนคาร์ชีค ดาวบ้านเกิดของชิวบัคก้า จะไม่ให้ลืมวีรกรรมได้อย่างไร ในเมื่ออีตานี่คนเดียวก็ถล่มกองทัพดรอยด์ได้เป็นร้อยเป็นพันตัวอย่างบ้าดีเดือดสุดๆ ชิวอี้กับโฟร์คุยย้อนความหลังกันสนุกสนานท่ามกลางสภาวะตึงเครียดในเวลาเดียวกัน ชิวบัคก้าบอกว่าชอบทวงท่าสะบัดดาบไลท์เซเบอร์แปลกๆ รวมถึงท่าปล่อยคลื่นพลังจิตกระแทกกองทัพดรอยด์สุดบรรลือลั่นโลกนั่นด้วย

   และตอนนี้ทุกคนก็กำลังนั่งห้อมล้อมเจ้าหุ่นดรอยด์โมเดลอาร์ทูดีทูสีส้มจอมกวนโอ๊ยที่ชาร์จพลังงานจนสมบูรณ์พร้อม ซึ่งสีสันสว่างสดใสแสบตาใจกลางวงโต๊ะที่ว่างเปล่า อาร์วันส่ายหัวระริกระรี้ ส่งเสียงหวีดวิ้ว ราวกับว่าเขามีเรื่องราวอยากพูดมากมาย

   “อย่างน้อยตอนนี้ชาวบ้านนาซกาก็ปลอดภัยแล้ว” ลินากระแอมไอเสียงดัง ก่อนจะเริ่มกล่าวเปิดองค์ประชุม ทุกคนที่นั่งงมโข่งกันอยู่ในห้องประชุมยุทธการจึงได้เวลาหันมาจ้องเจ้าของเสียงหวานซาบซ่าภายใต้หน้ากากงี่เง่านั่นเป็นตาเดียวกันอีกครั้ง

   “ข้าให้หน่วยอารักขาพิเศษพาพวกเด็กๆไปส่งที่ดาวออร์บิส แต่พวกเขาคงกลับมาที่นี่ไม่ได้แล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจ หน่วยแพทย์กับสตอร์มทรูปเปอร์ทีมนั้นคงต้องกลับฐานบัญชาการสตาร์คิลเลอร์” ลินาว่าต่อไป เสียงเธอดังก้องกังวาลไล่ไปตามกำแพง

   “นั่นก็ดีแล้ว พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงอันตรายกับเรา” อัลดริชกล่าวเสริม “ชีวิตพวกเด็กๆสำคัญมาก”

   “ผมต้องขอบคุณจริงๆนะอัลดริช ลินา ไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย” นิคลุกขึ้นยืน โค้งคำนับให้เก้าสิบองศา ก่อนจะนั่งลงกับที่ ดวงตาคมกริบของเขายังคงวูบไหว สองมือกำแน่นสั่นสะท้าน ลินารับรู้ได้ถึงความกลัว นิคกำลังเป็นกังวลเรื่องเนส

   “ไม่เป็นไรหรอกนิค มันเป็นความผิดพลาดของพวกเราเองด้วยล่ะ พวกเราต้องรับผิดชอบน่ะนะ” ลินาบอก พลางว่าต่อไป

   “ว่าแต่พวกเจ้าตอนนี้เถอะ สรุปว่าจะอยู่ข้างไหนกันแน่” ลินาเอ่ยถาม “จักรวรรดิปฐมภาคี หรือ กองกำลังฝ่ายกบฎ”

   เป็นคำถามที่ตอบยากเอาการ ทั้งนิคและโฟร์มองหน้ากัน โฟร์ยักไหล่เมื่อไม่มีคำตอบ เขาเป็นเพียงมนุษย์ถ้ำที่ฟื้นขึ้นจากจำศีล ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยอยู่แล้ว ส่วนนิคเป็นนักบินฝ่ายต่อต้านตัวจริงเสียงจริง ทว่านับวันเขากลับยิ่งรู้สึกผูกพันธ์กับยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ชนิดที่ว่าไม่สามารถหาคำอธิบายเพิ่มเติมให้ความผิดปกติในจิตใจได้เลย เขาอาจต้องพึ่งพาจิตแพทย์สักสองสามคนเพื่อวินิจฉัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบการตัดสินใจของเขากันแน่ เร็กซ์ เบลล์​ แม็กซ์ และอัลดริช ไม่ใช่คนที่ต้องตอบคำถามข้อนี้ พวกเขาเป็นคนของปฐมภาคีอยู่แล้ว แค่นั่งฟังเฉยๆก็ได้ไม่มีอะไร ประเด็นหลักก็คือ ฮานโซโลกับชิวบัคก้ามองหน้ากันเลิกลั่ก ชายสองคนนี้ต่างหากที่เป็นตัวปัญหาหลัก ลินายอมรับว่ายังไม่ไว้ใจฮานโซโลเท่าไหร่นัก (แต่อย่างน้อยเธอก็โอเคกับชิวบัคก้าล่ะนะ)

   “ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมเองก็งง ว่าตัวเองอยู่ฝ่ายไหนกันแน่” นิคยกมือขึ้นตอบคนแรก กล้ายอมรับอย่างมั่นใจ ตามมาด้วยโฟร์

   “ข้าก็งงด้วย ใช่ไหมอาร์วัน เจ้ารู้ตัวหรือเปล่าว่าสังกัดฝ่ายไหน” เจไดหนุ่มผายมือไปทางหุ่นดรอยด์สีส้ม คาดคั้นให้ตอบคำถาม

   “งงเหมือนกันครับ” อาร์วันหมุนหัวหวือ ส่งเสียงหวีดวิ้ว เนื้อตัวสั่นระริก กระดุกกระดิกเมื่อระบบไม่สามารถประมวลผลได้

   “ตอนแรกฉันไม่งงหรอกนะ แต่ไปๆมาๆเริ่มงงแล้วล่ะ” ฮานถอนหายใจแรง เบือนหน้าไปทางชิวอี้

   “งงด้วย” ชิวบัคก้าคำราม ทิ้งศีรษะลงบนโต๊ะในท่าหมดอาลัยตายอยาก เขาเพิ่งได้รับการขัดสีฉวีวรรณเต็มคอร์สเป็นพิเศษจากห้องสปาบนยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ ก่อนหน้านี้ท่านลอร์ดลินาเสนอให้ชิวอี้ได้มีโอกาสลงอ่างอาบน้ำ สระขนทั่วตัวจนสะอาดสะอ้านสุดๆด้วยแชมพูและครีมอาบน้ำกลิ่นดอกไม้ขาวเนโรรีสุดหรูราคาแพงหูดับตับไหม้ยี่ห้อ ‘เซอจิโอ อาร์มารี่’ แถมยังมอบน้ำหอมแพงๆให้เป็นของขวัญอีก จะว่าติดสินบนกันอ้อมๆก็ว่าได้ เพราะมีใครหลายคนไม่คุ้นชินกับชาววูกี้ บางคนอาจถึงขั้นให้นิยามว่าเขาเป็นลูกผสมระหว่างหมีกริซซี่ในป่ากับพรมเช็ดเท้า

   “ผมว่าผมก็เริ่มจะงงแล้วล่ะครับท่านลอร์ดลินา” แม็กซ์ได้จังหวะขออนุญาตพูดแทรกบ้าง

   “ฉันก็งงค่ะ ปวดหัว” เบลล์หลับตาปี๋ เม้มปากแน่น พยายามใช้ความคิดอย่างยากลำบากเหลือเกิน

   "งงด้วยคนละกัน" เร็กซ์ยกมือขึ้นบอก

   “เอ่อ — ผมก็งงครับท่าน” แม้กระทั่งเสนาธิการอัลดริชยังเกาหัวแกรกๆ

   “พวกเจ้าทำให้ข้างง!” สุดท้ายลอร์ดลินาเป็นฝ่ายเสียบุคลิก ยกสองมือขึ้นกุมขมับเสียเอง เธออยากจะบ้าตายจริงๆกับเรื่องนี้

   การใช้ชีวิตในฐานะก้ำกึ่งระหว่างการเป็นศัตรูและมิตรไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งโฟร์ นิค ฮานโซโลและชิวบัคก้าต่างก็หนักใจพอดู พวกเขาผ่านความทรงจำเลวร้ายต่างๆมากมายกับจักรวรรดิ โดยเฉพาะฮานโซโล เขาต้องเคยถูกแช่แข็งในแท่งไครโอหนาวเย็นกลายเป็นไอศครีม ถูกหักหลังอย่างร้ายกาจบนเมืองลอยฟ้า ‘เบสท์พิน’ พวกจักรวรรดิเกือบยึดยานมิลเลนเนียมฟัลคอนเขาไปได้แล้วด้วย โชคดีที่แลนโดยังมีจิตสำนึกความเป็นเพื่อน ช่วยเหลือเขาได้อยู่บ้าง แต่กระนั้นฮานก็ยังติดใจเรื่องดาร์ธเวเดอร์กับระแวงเรื่องการทรยศหักหลังอยู่ดี ส่วนชิวบัคก้าเคยถูกจับเป็นเชลยศึกในสมัยสงครามกลางเมือง ความเจ็บปวดที่พวกเขาได้รับนั้นเกินเยียวยา แม้กระทั่งโฟร์ เจไดหนุ่มต้องมาตกระกำลำบากในเหตุการณ์พิสดารก็เพราะคำสั่งที่หกสิบหกของพวกซิธ ซึ่งในที่สุดก็ก้าวขึ้นมาเป็นจักรวรรดิ แต่ว่าตอนนี้จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อปฐมภาคีในรูปแบบของลินา ไม่ใช่จักรวรรดิชั่วร้ายทั่วไปอย่างที่เคยเข้าใจ ลินาได้อธิบายให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าพวกตนเองดำเนินกิจการในลักษณะมนุษยธรรม ไม่มีการเข่นฆ่าใดๆ ปกครองดวงดาวด้วยความยุติธรรมและรับฟังความเห็นของประชาชนในระบบจักรวรรดิ ซึ่งจะว่าไปก็มีความคล้ายคลึงกับประชาธิปไตยอยู่บ้าง โฟร์ชื่นชมแนวคิดของเธอมาก

   “เพราะถ้าแบบว่า ยังไงอ่ะ ถ้าเป็นพวกเดียวกัน ก็จะได้คุยกันรู้เรื่องไงอะ” ลอร์ดลินาชี้แจงเพิ่มเติม น้ำเสียงเธอฟังดูอู้อี้เล็กน้อย เวลาที่สวมหน้ากากงี่เง่านั่น โฟร์ไม่ชอบเลยที่ต้องนั่งมองเห็นแฟนสาวในชุดเครื่องแบบซิธลอร์ดไร้สาระดูไม่ต่างไปจากปีศาจร้าย

   “ที่แน่ๆนะ ข้าเป็นเจได อย่างที่ข้าเป็นมาตลอด” โฟร์ผายมือทั้งสองข้างออกกว้าง พูดแทรกขึ้นกลางวง

   “อ่ะจ้า อันนั้นรู้แล้ว แต่สำหรับเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ห้ามอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับข้า ไม่งั้นข้างอนจริงด้วย” ลินาตั้งใจชี้นิ้วใส่เขารัวๆ

   “ข้ายังไม่ได้พูดเลยนะว่าจะต่อต้านที่รักน่ะ” โฟร์สวนกลับ และนั่นทำให้วงหน้าขาวโพลนของลินาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำระเรื่อใต้การบดบังของหน้ากากหัวกะโหลกซิธลอร์ด ขณะเดียวกัน เสนาธิการอัลดริชแอบอมยิ้มเล็กๆที่ได้เห็นมุมน่ารักของลินา

   “เอาเถอะ จะฝ่ายไหนก็ช่าง แต่พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้วนะครับ” เร็กซ์พูดขัดจังหวะ เขาหันไปบอกกับท่านลอร์ดลินาอย่างกล้าหาญ โฟร์ส่งยิ้มให้เขาทันทีเมื่อเห็นว่าสตอร์มทรูปเปอร์คนนี้เริ่มออกลายได้เรื่องได้ราว ในมุมมองของโฟร์ เขายังคงเห็นเร็กซ์เป็น ‘กัปตันเร็กซ์’ หน่วยคอมมานโดใต้การนำของอนาคิน สกายวอคเกอร์อยู่วันยันค่ำ ขณะเดียวกัน นิคกลับมีสีหน้าอมทุกข์ชัดเจน สายตาของเขาจ้องมองแต่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งไม่ปรากฎหมายเลขใดๆโทรกลับมาเลย นิคพยายามติดต่อเนสนับได้ประมาณสองร้อยสิบแปดครั้งได้ แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ เขาจมดิ่งไปในความเงียบ เฝ้ารอเวลาให้อาร์วันอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

   “เรืออะไร นี่มันยานบัญชาการชัดๆ” โฟร์เอ่ยถาม เร็กซ์หันไปมองตามเสียง มีเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มปรากฎบนใบหน้า

   “มันเป็นสำนวน!” นิคถึงขั้นออกปากช่วยอธิบายด้วยตัวเอง “คือมันเป็นการเปรียบเปรยน่ะ เออ เอาเป็นว่า ช่างมันเถอะ”

   “อ๋อ เข้าใจแล้วๆ ก็แหม บางสำนวนข้าก็ตามพวกเจ้าไม่ทันนะ” โฟร์เกาหัวแกรกๆ

   “เอ่อ -- ก่อนอื่นผมขออนุญาตพูดเรื่องกองทัพโคลนได้ไหมครับ” เร็กซ์พูด พลางผายมือไปที่หมวกนิรภัยสีขาวคล้ายของสตอร์มทรูปเปอร์​ แต่ไม่ใช่ ใบหน้าของมันแคบกว่า และมีเส้นดวงตาหรี่แคบกว่ามาก น่าแปลกใจเหลือเกินที่พวกมันเล็งยิงได้แม่นยำ

   “ว่ามาเลยเร็กซ์” ลินาบอก พยักหน้า เร็กซ์รู้สึกเคอะเขินเล็กน้อยที่ลอร์ดลินาจำชื่อเขาได้ “เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันบ้าง”

   “เราตรวจดีเอ็นดอของพวกเขาแล้ว ตรงกับรหัสพันธุกรรมของนักล่าเงินรางวัลที่ชื่อ แจ็งโก้ เฟ็ตต์ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นเต็ม นั่นหมายความว่า โครงการผลิตกองทัพโคลนของเผ่าพันธุ์คามิโนยังคงดำเนินอยู่ที่ดวงดาวไหนสักแห่ง” เร็กซ์เริ่มพูดเปิดประเด็นร้อน

   “แจ็งโก้ เฟ็ตต์ เหรอ นึกว่ามีแต่ โบบา เฟ็ตต์ ซะอีก สงสัยเป็นชื่อพ่อมัน” ฮานโซโลหันไปกระซิบกับชิวอี้ หูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินชื่อนักล่าเงินรางวัลตัวเป้ง คนเดียวกับที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อล่าหัวเขาไปส่งมอบให้ไอ้อ้วนเอเลี่ยนน่าเกลียด แจ็ปบ้า เดอะ ฮัต

   “ระบบดาวทีแน็กซ์” นิคยกมือขวาขึ้น ขออนุญาตพูดขัดจังหวะ “ยานรีเบลเลียน รีเวนตันก่อสร้างที่นั่น ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ศูนย์วิจัยและผลิตหน่วยทหารโคลนจะอยู่ที่นั่นด้วย เพราะกองทัพโคลนเป็นสมบัติของจักรวรรดิเก่า”

   “ทฤษฏีของเขาฟังขึ้นนะคะ” เบลล์ช่วยยืนกรานอีกแรง “ถ้าไม่ใช่การสนับสนุนของจักรวรรดิ พวกมันไม่มีเงินทุนแน่ๆ และองค์ความรู้ในการสร้างทหารโคลนก็จำกัดเฉพาะจักรวรรดิยุคพัลพาทีนเท่านั้น จริงๆแล้วเป็นไปได้ยากมากที่พวกมันจะกลับมาอีก”

   “ใช่ เพราะภายหลังสงครามโคลน จักรวรรดิได้ปลดประจำการทหารโคลนเป็นจำนวนมาก” เสนาธิการอัลดริชกล่าวเสริม “เพราะทหารโคลนมีจุดบอดเรื่องการเร่งเจริญเติบโต ทำให้พวกเขาแก่เร็ว เสื่อมสภาพเร็ว จักรวรรดิจึงได้เปลี่ยนมาใช้ระบบรับสมัครทหารแทน และก็อย่างที่เบลล์ว่า การจะสร้างกองทัพโคลนขึ้นมาได้ ต้องมีเงินทุนมหาศาลมาก พวกฝ่ายต่อต้านไม่มีปัญญาแน่”

   “แสดงว่าต้องมีคนที่รวยมากๆอยู่เบื้องหลังกองทัพโคลน” โฟร์บอก พลางขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าใครจะเป็นหนึ่งในรายชื่อมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในจักรวาล ทว่ายิ่งเขาไล่ความคิด เขาก็รู้สึกตัวได้ว่าทุกคนที่เขากำลังนึกถึงอยู่นั้น...คงตายกันไปหมดแล้วล่ะ

   “ถูกต้อง รวยมากจริงๆ และต้องมีอำนาจมากด้วยในการสรรหาทรัพยากร แถมยังต้องมีเส้นสายเพื่อปิดบังข้อมูล” แม็กซ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารพูดขึ้น “เพราะจู่ๆพวกกองทัพโคลนก็โผล่มา แม้แต่พวกเรายังไม่มีข้อมูลมาก่อนเลย ผมพยายามตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งข่าวแล้ว สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว แสดงว่าพวกมันต้องปิดข่าวได้ดีมาก อาจสั่งฆ่าคนที่รู้เรื่องทั้งหมดไปแล้วก็ได้นะ”

   “เรื่องนี้เอาไว้ก่อนละกัน” ลินาบอก “ยังไงก็ตาม เราไม่มีข้อมูลอะไรอื่นเรื่องทหารโคลน ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้น”

   “ดูเหมือนเพื่อนสีส้มของเรามีเรื่องอยากเสวนามากมายเลยนะ” ลินาหมายถึงอาร์วันที่ยังคงส่งเสียงหวีดวิ้ว ระริกระรี้อยากพูด

   “เรื่องไรวะอาร์วัน” โฟร์เอ่ยถาม

   “เรื่องแย่ เรื่องร้ายโคตรเลยว่ะเพื่อน รู้แล้วจะช็อค” อาร์วันตอบอย่างราบเรียบ แต่จากประสบการณ์ โฟร์รู้ดีว่านั่นไม่ใช้แค่เรื่องแย่ธรรมดาทั่วไป ครั้งล่าสุดที่อาร์วันพูดแบบนี้ คือ ตอนที่รู้แจ้งข่าวว่ายานสตาร์ไฟท์เตอร์ถูกไล่ล่าโดยทหารกองทัพโคลน

   “ฉิบหาย — ควาย ควาย ควายเอ๊ย!” โฟร์ตบโต๊ะดังปัง! ลุกขึ้นยืนพรวดพราด

   “เฮ้ นี่อีตาเจไดเถื่อน อย่าสบถคำหยาบในที่ประชุมสิ!” ลินาดุ ยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากทำเสียงชู่ว เหมือนว่าจะบอกให้เขาเงียบ

   “จ๊ะที่รัก...”

    โฟร์ยอมรูดซิปปากกรึบ นั่งนิ่ง สงบสติอารมณ์ ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเข้าอินเตอร์เน็ต กดไล่ดูคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ๆในเว็บไซต์แอร์เมเนกิลโด เซญน่า ตอนนี้ที่น่าสนใจก็คงเป็นเสื้อสูทผ้าไหมสีดำกับรองเท้าลอฟเฟอร์สำหรับใส่ขับยานสปอร์ตชิวๆ อันที่จริงถ้าจะให้พูดเรื่องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาก็สนใจที่จะสั่งซื้อยานซูเปอร์สปอร์ตสุดหรูยี่ห้อ ‘แอสตัน เออร์วิน’ มาขับเล่นสักลำเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ลองปรึกษากับลินาดูแล้ว ว่าถ้าหากอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเธอในจักรวรรดิปฐมภาคี เขาควรเริ่มจากอาชีพ หน้าที่การงาน ซึ่งลินาเสนอให้เขาเป็นที่ปรึกษาข้างกายเธอ เพราะเขามีประสบการณ์ทั้งเป็นอัศวินเจไดเอลเทมโครทาร์ ผ่านสงครามมากมายทั้งสมรภูมิจีโอโนซิส สงครามโคลน ภารกิจช่วยตัวประกัน ลักลอบโจมตีต่างๆ รวมถึงเขายังพ่วงปริญญามหาบัณฑิตบริหารธุรกิจด้านการบริหารและความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว (Interstellar Management & Relation) อีกด้วย ซึ่งเหมาะสมเหลือเกินแก่การช่วยเธอจัดการเรื่องซับซ้อนเกี่ยวกับการเมืองและเรื่องของระบบการเงิน โฟร์เป็นทั้งเจไดและเป็นบัณฑิตผู้ปราดเปรื่องในศาสตร์หลากหลายวิชาด้วยกัน ทั้งบริหารธุรกิจ การตลาด ศิลปศาสตร์ เว้นเสียแต่เรื่องวิศวกรรมน่ะนะที่เป็นจุดอ่อน แต่โฟร์หาได้ต้องการอะไรฉาบฉวยเช่นนั้น เขาเพียงมีความเห็นว่าปรารถนาจะสร้างรากฐานชีวิตใหม่ด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาอาศัยความช่วยเหลือจากใคร เขามีความหยิ่งทะนงตน องอาจ จุดนี้เองที่ลินาชื่นชมมากที่สุดในตัวเขา แม้ข้อเสียที่ตามมาจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก อัตตาสูงทะลุเพดานก็ตามทีเถอะ อย่างไรก็ตาม โฟร์สนใจในเรื่องของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หากเขาไม่ได้เป็นอัศวินเจได หรือ ทหารออกศึกบ้าบอคอแตกอะไรอีก สิ่งเดียวที่เขาอยากทำ ก็คือ การทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะหรืองานหัตถกรรม

   “มีอะไรก็ว่ามาได้เลยนะ อาร์วัน” ลินาเบือนหน้ากลับมาในทิศทางตรง หลังเพิ่งอบรม สั่งสอน ตักเตือนคนที่อาจได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แฟนหนุ่ม’ ไปหมาดๆ ซิธสาวคนสวยขยับแข้งขยับขา นั่งเท้าคางรอฟังเรื่องที่อาร์วันกำลังจะเล่าอย่างใจจดใจจ่อ แต่สายตาก็เหลือบมองอีตาบ้านั่นไปด้วย ต้องให้รู้เสียบ้างว่าใครเป็นใคร ลินาคิดแบบนั้น หลังจากนี้เธอสัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจทำให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น สุขุมมากขึ้น อ่อนโยนมากขึ้น พินิจพิจารณาเรื่องต่างๆด้วยความรอบคอบ มิใช่หุนหันพลันแล่นบ้าระห่ำเหมือนแต่ก่อน

   อาร์วันเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี อย่างน้อยเขาคิดว่าควรแสดงภาพให้ทุกคนได้รับชมกัน ตอนนั้นเอง แสงไฟสีฟ้าทอดยาวจากร่องรูเล็กจิ๋วกลางกระหม่อมศีรษะกลมๆของอาร์วัน เสมือนเส้นสายไหมทอประกายสว่างวาบขึ้นตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ฉายขึ้นด้านบนเพื่อให้แต่ละคนสามารถมองเห็นภาพเหตุการณ์ได้ชัดเจน ภาพที่ปรากฎขึ้นนั้นเป็นโฮโลแกรมสามมิติ มันกรอกลับไปกลับมาเสมือนม้วนวีดีโอเทปที่ยังไม่ได้รับการตัดต่อมาดีพอ จากนั้นเมื่ออาร์วันคิดว่าได้จังหวะแล้ว เขาจึงเริ่มเล่นภาพและเสียงที่บันทึกเอาไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเชื่องช้าและทุกคนลุ้นกันแทบตาย เค้าลางภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นิคใจหายวูบ ลุกฮือขึ้นจากเก้าอี้ทันทีเมื่อเห็นว่าร่างที่กำลังสวมบทบาทนางเอก แสดงนำในภาพยนตร์ชีวิตจริงอยู่นั้น คือ หญิงสาวผมสั้นประบ่าสีส้มอมแดง เจ้าของดวงตาหมวยคมเล็กแหลมทว่าโฉบเฉี่ยว เธอจะมีสเน่ห์ยั่วยวนมากเป็นพิเศษเวลากัดริมฝีปากบางเฉียบ บางมุมทำให้นิครู้สึกว่าเธอหน้าคล้ายกับนักร้องสาวที่ชื่อ ‘เฮซ’ ชนิดที่ราวกับว่าทั้งสองคนเป็นฝาแฝด ต่างกันตรงที่เนสสูงกว่ามากเท่านั้นเอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เนสกำลังพูดคุยกับอาร์วันเรื่องรหัสลับเลข ‘แปด’ สถานการณ์เริ่มจากตรงนั้น ฮานโซโลสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าเป็นนักบินฝ่ายต่อต้านคนสนิทที่สุดของเลอา เธอกำลังโก้งโค้งต่อหน้าหุ่นดรอยด์ คอเสื้อสีขาวของเธอหย่อนคล้อยลง จนเผยให้เห็นทรวดทรงขาวเต่งตึงและกลมกลึงสวมชุดชั้นในบางๆ นิคสะบัดหัวหูทันที พยายามไล่ความคิดลามกจกเปรตไปจากหัว ส่วนอาร์วันในคลิปวีดีโอส่งเสียงหวีดวิ้วแสดงสันดานขี้หลีชัดเจนในมุมมองของตนเอง แต่นิคไม่ถือโทษโกรธอะไร ขนาดตัวเขาเองยังอดใจไม่ไหวเลย

   แต่เขาเป็นห่วงเธอมากกว่า เนสจะเป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างดูน่าสับสนอลหม่านไปหมด นิครู้สึกใจเต้นระรัวแทบทะลุจากอก

   เนสกำลังมอบแผนที่อะไรสักอย่าง ด้วยวิธีการอัปโหลดเข้าไปในหน่วยความจำของอาร์วัน แล้วนำแผ่นดิสก์เปล่าทรงสี่เหลี่ยมเก็บไว้กับตัวในเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้ม เนสมีท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนไม่ไว้ใจใคร โดยไม่ลืมแนะนำอาร์วันเรื่องตู้นิรภัยซึ่งใช้สำหรับหลบหนีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฮานโซโลถลึงตาเบิกกว้างทันที นั่นคือตู้ที่เขาเก็บได้จากกลางอวกาศ! แจ็กพ็อตแตกชัดๆ “นั่นไงชิวอี้! ดรอยด์ฟรีของแกไง!” ฮานหันไปตะคอกใส่ชิวบัคก้าที่ยักไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ก็ใครจะไปรู้เล่าว่าหุ่นดรอยด์อาร์วันเป็นของอัศวินเจไดที่ข้ามเวลามาจากยุคอดีต (ฮานโซโลกับชิวบัคก้ายังอึ้งไม่หายกับเรื่องยานมิลเลนเนียลฟัลคอนที่ได้รับความเสียหายจนต้องซ่อมแล้วซ่อมอีก แล้วตัวเองยังต้องมาติดแหงกในยานศัตรู อีกทั้งยังเจอกับอัศวินเจไดขี้โรคบ้าบออะไรนี่อีก แล้วยังลอร์ดลินาที่เป็นสาวเซ็กซี่ผิดคาด ทุกอย่างดูวุ่นวายกันไปหมด) จากนั้นเธอเดินกลับเข้าไปในห้องคนขับ แต่ละคนเห็นว่านั่นคือบรรยากาศภายในยานขนส่งอิมพีเรียล ทุกอย่างค่อนข้างมืดสลัว มีเพียงหลอดไฟนีออนให้แสงสว่างเล็กน้อยเท่านั้นตามสไตล์จักรวรรดิ จากนั้นภาพตัดอีกครั้ง...

   “ลูกแพร์ ?” นิคหลิ่วตา เมื่อเห็นว่าหญิงสาวร่างเล็กที่เดินตามหลังเนสเข้ามาหาอาร์วันคือใคร “ทำไมท่าทางเธอแปลกๆ”

   ลินายังคงนั่งเงียบ ไม่พูดอะไรเลย ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าตัวการของปัญหาใหญ่เริ่มต้นจากที่ใด อัลดริชเกิดอาการผะผืดผะอม น้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกแล้ว ส่วนแม็กซ์เฉยๆ เขานั่งกอดอก ส่ายหน้าไปมา ยิ้มบางๆที่มุมปาก เขาหมดความกลัวต่อลูกแพร์ไปนานมากแล้ว ส่วนเบลล์ก้มหน้าลงทันที มือทั้งสองข้างสั่นเทาเป็นเจ้าเข้าแต่ไม่มีใครเห็น เว้นเสียแต่แม็กซ์ “ไม่เป็นไรนะเบลล์” ชายหนุ่มสวมแว่นตากรอบหนากระซิบกับสาวเจ้าเนื้อผิวขาวอมชมพู พลางกุมมือเธอเอาไว้แน่น ช่วยให้อาการหวาดกลัวทุเลาลงไปบ้าง มือเธอเย็นเฉียบเหมือนซากศพ เบลล์ยังมีความทรงจำอันเลวร้ายจากลูกแพร์ เธอหวาดกลัวดวงตาสีม่วงดุจปีศาจจากขุมนรกโลกันตร์คู่นั้น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเลยด้วยซ้ำ วินาทีหนึ่งที่อย่างน้อยเบลล์ก็รู้สึกอุ่นใจที่แม็กซ์ให้อภัยเธอในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เธอเกือบฆ่าแม็กซ์ไปแล้วด้วยซ้ำ หากไม่ได้ท่านลอร์ดลินายืนปัดกระสุนจนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบนำร่องได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

   พวกเขาสังเกตได้ว่าเนสมีน้ำตาเอ่อล้น น้ำเสียงเธอสั่นเครือเมื่อกำลังก้มตัวลงพูดคุยกับอาร์วัน มีความผิดปกติอย่างรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ทุกคนรู้ดีว่าเนสกำลังหวาดกลัวผู้หญิงร่างบอบบางในชุดเดรสสีขาวสะอาดสะอ้านที่ชื่อลูกแพร์ วินาทีหลังจากนั้นคือความโกลาหล อาร์วันฉีดน้ำใส่ลูกแพร์ และถอยหลังกรูด เนสผลักลูกแพร์ที่เปียกโชกและพยายามลุกขึ้นจากพื้นให้ล้มลงไปอีกครั้ง ใช้มือกระแทกปุ่มบางอย่าง แล้วประตูกระจกนิรภัยก็ปิดตัว ภาพเนสกับลูกแพร์ถูกตัดไป กลายเป็นหมู่ดวงดาวส่องแสงวิบวับวูบวาบจนมองแทบไม่ทัน เมื่อยานฉุกเฉินพุ่งหลบหนีไปจากตรงนั้นด้วยความเร็วของไอพ่น สุดท้ายก็ล่องลอยอยู่ในน่านน้ำอวกาศ ภาพตัดอีกครั้ง ตอนที่มียานซกมกรูปทรงแปดเหลี่ยมโผล่เข้ามาในทัศนวิสัยของอาร์วัน “นั่นมิลเลนเนียม ฟัลคอน!” นิคตะโกน

   “ใช่ไง ฉันเป็นคนช่วยไอ้ถังขยะส้มมาจากอวกาศ” ฮานโซโลหันไปพูดกับนิค “สุดท้ายมันก็เป็นโจรห้าร้อย เจาะระบบยานฉัน”

   “ตามจริงถ้าเปรียบเป็นอย่างอื่น เช่น กระติกน้ำหรือถังแก๊สจะดีกว่านะครับลุง” อาร์วันหมุนหัวหวือหันมาโต้เถียงขำๆ

   “แกเงียบไปเลยไอ้ถังขี้ นี่ถ้าไม่ได้พวกจักรวรรดิปฐมภาคีอำนวยความสะดวกซ่อมยานล่ะก็ ฉันเตะตูดแกแน่” ฮานโซโลสบถ

   “เอาเถอะ อย่างน้อยฉันก็สำนึกในบุญคุณที่แกช่วยชีวิตฉันกับชิวอี้...เรื่องอ็อกซิเจนน่ะ ถือว่าหายกันนะโว้ย” ฮานว่าต่อไป

   ทุกคนได้ยลโฉมที่มาที่ไปของเรื่องราวแสนวุ่นวาย เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นจาก...ผู้หญิงคนเดียว

   “นี่มันเรื่องบ้าอะไร ทำไมลูกแพร์ถึงได้มีท่าทีเฮงซวยอย่างนั้น” นิคผายมือออกไป เอ่ยถาม ขณะที่อาร์วันหยุดการแพร่ภาพ

   “ข้าควรจะบอกพวกเจ้าไหมว่า ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ชื่อลูกแพร์” ความเงียบปกคลุมในบรรยากาศมืดสลัวอีกครั้งเมื่อลินาเอ่ยปาก

   ลินาสูดลมหายใจระลอกใหญ่ คิดแล้วคิดอีกว่าควรพูดออกไปดีไหม เพราะชื่อนั่นอาจทำร้ายจิตใจใครสักคนในห้องนี้ก็ได้ โดยเฉพาะชิวบัคก้า เธอรู้ดีว่าชาววูกี้มีอดีตอันเลวร้ายเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิในอดีต ดาวคาร์ชีคถูกทำลายจนย่อยยับในช่วงภายหลังสงครามโคลน ลินาแคร์ความรู้สึกชิวบัคก้ามากกว่าฮานโซโล แน่นอน นั่นเป็นความพึงพอใจ ความลำเอียงส่วนตัวของเธอ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากรวบรวมความกล้า และกล่าวโพล่งออกไปทำลายความเงียบงันในเวลานั้นว่า “เธอ คือ ดาร์ธ ซีเดียส”

   “ว่าไงนะ อีกทีซิ ยัยซิธเก๊” โฟร์แค่นเสียงคาดคั้น เขาโน้มลำตัวเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะมากขึ้น จากเดิมที่นั่งไขว่ห้างเล่นแต่มือถือ

   “จักรพรรดิ” ลินาบอก น้ำเสียงแปรเปลี่ยนจากนุ่มละมุนกลายเป็นความจริงจังสูงสุด “เธอคือจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดใหม่”

   “บ้าฉิบหาย!” ฮานโซโลหนาวสั่นวูบ ดวงตาแดงก่ำ เขาลุกฮือจากเก้าอี้ เหมือนไม่ปักใจเชื่อ “ไอ้จักรพรรดิชาติชั่วน่ะเหรอ!”

   “เป็นเรื่องจริง พวกเราเป็นพยานยืนยันได้ ให้นั่งยัน นอนยันเลยก็ได้ แต่ทั้งหมดนั่นเป็นความจริง เราไม่โกหก” อัลดริชว่า

   ดาร์ธ ซีเดียส...​โฟร์คุ้นหูเล็กน้อยกับคำนี้ ก่อนหน้านี้ที่เขาเคยได้พูดคุยกับลูกแพร์ภายในบ้านหลังน้อย ตอนที่เธอทำแผลให้เขา เธอแอบมีหยอดถามบ้างว่ารู้จักชื่อลอร์ดมืดรายนี้หรือไม่ ซึ่งโฟร์ตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่มีข้อมูลเรื่องนั้นจริงๆ คำตอบของคำถามปรากฎโฉมออกมาแล้ว ถึงว่าลูกแพร์จึงมีพฤติกรรมแปลกๆ ดวงตาของเธอเปลี่ยนได้สองสีอีกด้วย เขารู้สึกอยากให้อาจารย์โยดาช่วยใช้ไม้เท้ากะโหลกกะลาเขกกบาลเขาอีกสักทีสองทีจริงๆในข้อหาสะเพร่า ขาดความช่างสังเกต รอบคอบ พิจารณาว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา ทั้งจากดวงตาสีเหลืองอำพันเป็นเสี้ยวเล็กแหลมดุจปีศาจ ดูร้ายกาจยิ่งกว่าลินา (ที่ซึ่งตอนนี้ลูกแพร์มีดวงตาสีแดงก่ำ ร้ายหนักกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า) คำพูดแปลกๆ เสมือนพยายามยั่วยวนเขาให้จมดิ่งลงสู่ด้านมืดของพลังด้วยสเน่ห์ของเธอ ทุกอย่างชัดเจน

   แท้จริง ลูกแพร์เป็นซิธลอร์ด...แถมยังเป็นลอร์ดมืดตัวแม่อีกด้วย

   “เกือบไปแล้วจริงๆ” โฟร์พึมพำกับตัวเอง “ถึงว่า นางพยายามล่อลวงข้าด้วยอำนาจด้านมืด ตอนที่นางทำแผล ทำซุปให้ข้าทาน”

   “ทำอะไรนะ” ลินาเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไร แต่ชายสองคนที่นั่งประกบข้างรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาอย่างพิลึก

   “หือ” เจไดหนุ่มยักคิ้วถาม ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขาเหลือบสายตาไล่มองจากชิวบัคก้า ฮานโซโล นิค และเร็กซ์ ทุกคนขยิบตาเตือน

   แต่ดูเหมือนชายหนุ่มหลงยุคจะไม่เข้าใจในสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับรหัสแดงจากเพื่อนฝูง หลังจากนี้นิคอาจต้องเรียกกำลังเสริมจากกองบัญชาการฝ่ายกบฎ เร็กซ์อาจต้องขอหน่วยสตอร์มทรูปเปอร์คอมมานโดหรือไม่ก็หน่วยปราบปรามการจราจลเข้ามาช่วยห้ามปรามสงครามจิตวิทยาขนาดย่อมภายในห้องประชุมยุทธการ ที่ซึ่งเจ้านายกับคนที่เหมือนจะเป็นแฟนหนุ่ม ท่าจะมีปัญหา

   “ข้าถามว่าเจ้ากับลอร์ดมืดที่ชื่อลูกแพร์น่ะ ทำอะไรกัน” ลินาถามคาดคั้นอีกครั้ง คราวนี้โฟร์สัมผัสได้ถึงอำนาจด้านมืดชัดเจน

   “ก็...นางทำแผล แล้วก็ทำซุปรากไม้ให้ข้าทานน่ะ” โฟร์ตอบ เริ่มรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกจากลินา “เฮ้ย แต่ไม่มีอะไรเลยนะ”

   “ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง ทำอะไรบ้าง แล้วมีอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้นหรือเปล่า” ลินายิงคำถามรัวเป็นชุด น้ำเสียงเรียบเฉย

   “เฮ้ย นี่เจ้าเป็นอะไรเนี่ยยัยซิธเก๊ ไม่มีอะไรจริงๆ สาบานได้เลย” โฟร์ยกมือขวาขึ้น ชูสามนิ้ว ปฏิญาณตนแบบลูกเสือเด็กประถม

   กระทั่งโฟร์ถึงกับต้องเบือนหน้าหันไปหาชิวบัคก้า ขยิบตาขวา อ้อนวอนให้ชิวอี้ช่วยเหลือหน่อย ซึ่งชิวอี้พยักหน้าเข้าใจได้

   “ไม่มีอะไรหรอกลินา โฟร์ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ผมรู้จักเขามาตั้งแต่สมัยสงครามโคลนแล้ว” ชิวบัคก้าคำรามตอบ ช่วยยืนยันอีกแรง

   ลินาจึงค่อยใจเย็นลง กลิ่นอายด้านมืดของพลังเจือจางไปมากเหมือนหมอกไอควันในฤดูหนาวที่เลือนหายไปอย่างเชื่องช้า โฟร์แทบจะก้มลงกราบชิวบัคก้าในเรื่องนี้ เขาเป็นทั้งวีรบุรุษสงคราม แล้วยังเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเจไดตาดำๆคนนึงให้พ้นจากเงื้อมมือแฟนสาวที่กำลังแสดงอาการหึงโหดอีกด้วย หลังจากวันนี้เป็นต้นไป โฟร์อาจต้องมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้ชิวบัคก้าเพื่อเป็นสินน้ำใจ

   “แล้วไป” ลินาบอก น้ำเสียงเธอกลับสู่ความละมุนละไมอีกครั้ง โฟร์รู้สึกหายใจคล่องขึ้น เหมือนก่อนหน้านี้หลอดลมตีบตันเล็กเหลือเท่ารูเข็ม ปอดและหัวใจทำงานไม่ปกติ จากเดิมทำหน้าที่สูบฉีดเลือดพล่าน กลายเป็นเข็มระเบิดเวลารอวันดับสูญในไม่ช้า

   “นี่ถ้าไม่ได้ชิวอี้รู้จักกับเจ้าเป็นการส่วนตัวสมัยสงครามโคลนนะ...หึ!” ลินาฉีกยิ้มมุมปาก จ้องมองโฟร์ด้วยสายตาแปลกๆ

   “ค้าบ...” เจไดหนุ่มก้มหน้าหงอย ไม่คิดว่าตนเองจะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆในอุ้งมือของลินา เขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกันนะ

   ความจริงแล้วโฟร์ไม่ได้กลัวลินา เขาไม่ได้เกรงกลัวเธอเลยแม้แต่น้อย แต่เสมือนว่ามีอะไรบางอย่างฉุดรั้งความคิดต่อต้านของเขาเอาไว้ก่อน บางอย่างที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญาณบุรุษเพศ หรือในบางครั้งอาจเรียกว่า ‘คุณสมบัติของคุณแฟนที่ดี’ ประเภทหนึ่งน่าขันนัก เขายังไม่ได้ขอเธอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการเสียทีเดียว แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นรุดหน้าเลยเถิดกันไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งความคิดและพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนโดยไม่รู้ตัว อะไรบางอย่างทำให้พวกเขาต่างรู้สึกได้ว่าต่างฝ่ายต่างมีความพิเศษต่อกันและกัน บางครั้งความรักเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน โฟร์เป็นอัศวินเจไดก็จริง แต่เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์กับสตรีมาก่อน ลินาเป็นคนแรก และจะเป็นคนสุดท้ายสำหรับเขา เขามีความรู้สึกแน่นแฟ้นกับเธอเหลือเกิน มันลึกซึ้ง ยากจะพรรณณา โฟร์อยากให้เธอสบายใจเมื่อคบกับเขาในฐานะคนรัก เขารู้ตัวดีว่าหัวขบถ นิสัยเสีย ชอบกร่างไปทั่ว ตีตนไปก่อนไข้ ลินาใจเย็นกว่าและมีความเป็นผู้นำมากกว่าเขาในหลายๆเรื่อง แม้ว่าเธอจะชอบทำตัวติงต๊องและจ้องกินแต่ขนมโดนัทวันละหลายสิบชิ้นจนหน้าท้องเริ่มมีพุงนิดหน่อย (เขาสังเกตเห็นได้จากตอนออกกำลังกาย) และเขารักที่เธอเป็นคนกินจุ เอาแต่ใจ และมีนิสัยแปลกๆมากมาย เขารักทุกส่วนที่เป็นตัวเธอ รวมถึงเรื่องที่เธอเป็นซิธลอร์ดด้วย โฟร์ยอมรับอย่างนึงว่ารู้สึกไม่ต่างอะไรไปจากการที่ตัวละครพระเอกดันไปคบกับนางร้าย ผิดแผกไปจากประเพณีทั่วไป นี่ถ้าหากอาจารย์โยดาและอาจารย์วินดูยังยืนอยู่ตรงนี้ มีหวังเขาโดนลงโทษเละแน่ เรื่องอาจยาวไปถึงสภาเจได พวกเขาอาจต้องเปิดห้องประชุมอภิปรายไม่ไว้วางในกรณี ‘เจไดหนุ่มมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับซิธลอร์ด’

   เพราะฉะนั้นจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โฟร์คิดว่าลินามีความสำคัญกับเขามากยิ่งกว่าสิ่งใดในจักรวาล และเขายอมเธอแค่คนเดียว

   “เรื่องสำคัญกว่านั้นก็คือ เนส ผู้หญิงในภาพโฮโลแกรม เธอเป็นเพื่อนของนิค...เพื่อนพวกเจ้าใช่ไหม” ลินาเปลี่ยนเรื่องทันที “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นนางถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ในยานขนส่งอิมพีเรียล นางยังปลอดภัยดี แค่ถูกทำให้สลบไปเท่านั้น”

   “เพื่อนผมเอง อย่างที่เคยบอกไป” นิคตอบห้วนๆสั้นๆ สีหน้าเขาดูไม่โอเคเลยสักนิดกับเรื่องนี้ “เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย”

   “แล้วเรารู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ?” ฮานโซโลเอ่ยถาม ตัวเขาเองก็กังวลใจเช่นเดียวกัน เพราะหากจะให้ว่ากันตามตรง ทหารในหน่วยสืบราชการลับของกองกำลังฟื้นฟูสาธารณรัฐ ไม่มีใครที่เลอาไว้ใจมากเท่าเนสและนิค พวกเขามีความทรงจำดีๆร่วมกันมากมาย มีหลายครั้งที่เนสได้มีโอกาสขึ้นไปดื่มเบียร์กับฮานและชิคบัคก้าในยานมิลเลนเนียมฟัลคอน เรื่องนี้ทำให้ฮานรู้สึกโกรธ

   “พอจะรู้นะครับ” แม็กซ์พูด พลางควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมองดูแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วบอกอีกว่า “ผมตรวจสอบพิกัดของยานขนส่งอิมพีเรียลหมายเลข อีเอ็กซ์-เจ็ดแปดห้าศูนย์ ซึ่งเป็นยานลำเดียวกับที่ติดต่อเข้ามาหาพวกเราในช่วงเวลาวิกฤต จักรพรรดิพัลพาทีนองค์ก่อนอยู่ในยานลำนั้น กับผู้หญิงที่ชื่อเนส ตอนนี้ยานอิมพีเรียลอยู่ที่ระบบดาวทีแน็กซ์ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่า เพราะสัญญาณเลือนลางไปมาก พวกเราอยู่ในระบบดาวโอซีเรีย เป็นกาแล็กซีที่ห่างไกลจากเขตปกครองปฐมภาคี”

   “แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าลูกแพร์คือลอร์ดมืดจากอดีต” โฟร์ได้โอกาสเป็นฝ่ายเปิดปากถามบ้างแล้ว เขาเหลือบแลกสายตาสีเหลืองอำพันใต้หน้ากากหัวกะโหลกของลินาแล้วรู้สึกว่าเธอมีสเน่ห์มากเหลือล้นเมื่อสวมเครื่องแบบซิธ น่าแปลก เขาหลงใหลเธอมากขึ้นเรื่อยๆ หลงใหลในความเป็นซิธร้าย ไม่ใช่แค่ความที่เธอเป็นคนจิตใจดี น่าเขกกบาลตัวเองจริงๆ แต่เรื่องนี้เขาก็สงสัยมานานแล้วล่ะ

   “ใคร นี่ข้าเป็นใครคะ” ลินาชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ข้าเป็นซิธลอร์ด ผีเห็นผียังไงล่ะจ๊ะ แถมแม่นางคนนี้ยังยอมรับเองเลยด้วยว่าตัวเอง คือ ดาร์ธ ซีเดียส ทุกคนในห้องบัญชาการเจอศึกหนักกับเจ้าหล่อนกันมาแล้ว บอกเลยว่าร้ายกาจมาก ร้ายกว่าตอนเป็นจักรพรรดิอีกด้วยซ้ำ ด้านมืดแน่นหนาของนางเกือบทำให้ลูกเรือที่ข้ารักยิงตัวตายกันไปแล้วด้วย ร้ายมาก แต่สุดท้ายก็แพ้ทางข้า...ฮิฮิ”

   “หน็อย ยัยซิธเก๊ ทำเป็นขี้โม้ไปได้” แฟนหนุ่มได้ทีค่อนขอดติดตลก “ถ้าไม่ได้ข้า นิค กับเร็กซ์ร่วมด้วยช่วยกันจัดการพวกที่โดนล้างสมองล่ะก็นะ แต่ก็อย่างว่า ข้าเข้าใจแล้วว่าสตอร์มทรูปเปอร์พวกนั้น โดน ดาร์ธ ซีเดียส ล้างสมองให้กลายเป็นพวก ก็แค่นั้นเอง”

   “ก็ใช่แหล่ะ” ลินาหน้าแดงก่ำ เงียบไปพักหนึ่ง “ถ้าไม่ได้พวกเจ้าช่วยล่ะก็นะ...”

   “ขออนุญาตอัศวินเจไดและแม่สาวซิธคนสวย ช่วยเลิกจีบกันสักชั่วโมงนึงจะเป็นพระคุณอย่างสูง” ฮานกระแอมไอเสียงดัง

   “ให้เขาจีบกันไปเถอะฮาน อย่าไปอิจฉาเขาเลย” ชิวบัคก้าคำรามใส่หน้าฮาน “เหมือนสมัยฮานกับเลอาคบกันใหม่ๆไง”

   “ได้ ชิวอี้ แกเข้าข้างยัยซิธลอร์ดติงต๊องนี่ใช่ไหม” ฮานผายมือไปทางลินา “ทีงี้ทำเป็นโชว์แมนนะ ขนาดท้าให้แกเอาทิชชู่ไปพันต้นไม้ข้างบ้านแกยังไม่กล้าเลย แล้วไอที่อ้างเรื่องฉันกับเลอาเนี่ยมันเกี่ยวอะไรกันด้วย แกจะเอาใช่ไหม ชิวอี้ จะวางมวยเหรอ”

   “ลุง! ลุง! ลุง! นี่มันไม่ใช่เวลาคุยเรื่องไร้สาระนะครับ!” นิคตะโกนเรียกสติ เขากุมขมับเครียดขึ้นมาทันตา “เป็นอะไรกันเนี่ย”

   “โอเค ขอโทษที มันเผลอน่ะ” ฮานโซโลยกมือปราม ขณะที่นิคกล้ามเนื้อขากรรไกรขยับ เสมือนว่ากำลังเคี้ยวอะไรอยู่ในปาก

   “เนสกำลังตกอยู่ในอันตรายมาก ผมติดต่อเธอไม่ได้มาสองวันแล้ว ตอนแรกผมชะล่าใจไปเอง เพราะคิดว่าเธออาจกำลังยุ่งวุ่นวายกับงานที่ฐานฝ่ายต่อต้าน กลับกลายเป็นว่าเธอไปไม่ถึงที่นั่นด้วยซ้ำ แต่โดนเจอตอเข้าให้เสียก่อน” นิคหลับตาพูด

   “เราต้องหาทางไปช่วยเธอจากดาร์ธซีเดียส หรือ จักรพรรดิอะไรนั่น” ฮานโซโลบอก สติสตางค์เขาหวนกลับคืนมาอีกครั้ง

   “ประเด็นก็คือ เชื้อเพลิงของสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์กำลังจะหมด เราต้องหาที่ลงจอดเพื่อเติมพลังงาน” เบลล์กล่าวขัดคอ น้ำเสียงเย็นชาเป็นพิเศษเวลาพูดกับคนของฝ่ายกบฎ “เพราะเตาปฏิกรณ์โอเอคซิลของพวกเรามีปัญหา ต้องซ่อมและชาร์จใหม่ด้วย”

   “แถมมิลเลนเนียมฟัลคอนของฉันก็ยังเดินทางไปไหนไม่ได้ เพราะขาดแกนใจกลางเตาปฏิกรณ์ที่เสถียร” ฮานส่ายหน้าไม่พอใจ ความจริงแล้วยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ มีอะไหล่ให้เขาซ่อมยานได้เต็มอัตรา แต่ข้อเสียก็คือ “มันเป็นเพราะยานของฉันมันเก่ามากด้วยล่ะ ก็เลยเข้ากับอะไหล่บางชิ้นส่วนไม่ได้ ซวยจริงๆเลยพับผ่าสิโว้ย!” ฮานสบถอีกครั้ง ตบโต๊ะประชุมดังปัง! เมื่อไม่ได้ดังใจ

   “ไทน์ไฟท์เตอร์ก็วาร์ปไปไม่ถึงระบบดาวทีแน็กซ์” เร็กซ์บอก เขาก้มหน้าลงอย่างสิ้นหวัง “เราไม่มีทางเลือกอื่นเลยงั้นเหรอ”

   “มี ยังมีทางออก” ลินากล่าวสมทบ น้ำเสียงดุดัน เอาจริงเอาจัง “เราต้องลงจอดที่ดาวโอซีเรีย”

   ทุกคนเงียบ ไม่พูดอะไรต่อ แต่ละคนคิดว่าเป็นไปได้ยากมากที่ดาวนอกระบบปกครองปฐมภาคีจะยินยอมให้ยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ ซึ่งขึ้นชื่อทั่วทั้งจักรวาลว่าเป็นยานมหาประลัยพิฆาตดวงดาวมานักต่อนัก (ทั้งที่ไม่ใช่ความจริงเลย มโนกันไปเองล้วนๆ หรือไม่ก็เพราะมีไอ้บ้าที่ไหนสักคนกุข่าวลวงขึ้นมาเพื่อให้ขายหนังสือพิมพ์ออนไลน์ได้ยอดสูงๆเท่านั้นเอง) โดยเฉพาะอัลดริช ที่ค่อนข้างจะรู้จักมักจี่กับราชวงศ์โอซีเรียเป็นการส่วนตัว เขาไม่เคยได้คุยจริงจังหรอก แค่ผ่านๆจากเพื่อนที่ได้มีโอกาสทำงานในห้องสมุดเท่านั้นเอง ตอนที่ได้รับหนังสือประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกรณีพยายามลอบสังหารวุฒิสมาชิก เบล ออร์กานา เมื่อปลายปีก่อน

   “พวกเขาอาจไม่ยอมก็ได้ครับท่านลอร์ดลินา” อัลดริชว่า สีหน้าครุ่นคิดชัดเจน “โอซีเรียเป็นพวกสนับสนุนเจได ตั้งแต่อดีตนานมาแล้ว ช่วงสงครามไฮเปอร์สเปซ พวกเขาค่อนข้างเป็นกลางในสงคราม ไม่เคยส่งกองกำลังเข้าร่วมรบเลยสักครั้ง แต่คอยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากดวงดาวต่างๆมากกว่า โอซีเรียก็เลยเป็นดาวระบบปิดที่มีเทคโนโลยีล้ำอนาคตมาก เพราะมีหลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่รวมกัน”

   “แต่ข้าเป็นเจไดนะ เดี๋ยวคุยให้ก็ได้ ไม่ยากหรอก โอซีเรียอะไรเนี่ย” โฟร์กล่าวอย่างมั่นใจ เขาชูกำปั้นขวาขึ้นและยิ้มให้ลินา

   “พวกเขาจะฆ่าเจ้าน่ะสิพ่อเจไดเถื่อน เจ้าใช้ดาบสีแดงของข้าอยู่นะ อย่าลืมสิ ดูยังไงก็เป็นซิธลอร์ด” แต่ลินากลับไม่เห็นด้วย

   “อ๋อ เออว่ะ ลืม...ฉิบหายละ” โฟร์ก้มหน้าหงอยไปอีกครั้งอย่างหมดสภาพ

   สีของใบดาบอาจดูไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับใคร แต่ใครก็ตามที่คิดเช่นนั้นล้วนแล้วแต่ผิดถนัด หลายคนในจักรวาลที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานอัศวินเจไดนั้น ล้วนแล้วแต่จดจำพวกเขาในฐานะวีรบุรุษ เจไดเท่านั้นที่พกดาบไลท์เซเบอร์สีฟ้า สีเขียว หรือสีอื่นๆที่สดใส และพวกซิธใช้ดาบสีแดง เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้พวกเขาสังเกตว่าใครเป็นมิตรและศัตรูได้โดยง่าย แค่จากสีของดาบพลังแสง โฟร์ลืมนึกเรื่องนี้ไปเสียฉิบ การที่เขาเสียดาบไลท์เซเบอร์สีฟ้าไปในเหตุการณ์ครั้งก่อน ทำให้เขาได้รับดาบสีแดงเล่มนี้มาจากลินามาใช้ก่อนชั่วคราว แต่ก็ดันไม่ทันได้เอะใจว่า หากเขาใช้ดาบสีแดง นั่นจะทำให้เขาดูเหมือนเป็นพวกซิธอย่างสมบูรณ์มากกว่าอัศวินเจได

   “แล้วดาร์ธซีเดียสต้องการอะไรจากผู้หญิงที่ชื่อเนส ทำไมต้องจับเธอเป็นตัวประกันด้วย” เร็กซ์ได้โอกาสเอ่ยถามอาร์วัน

   ตอนนั้นเองที่อาร์วันไม่ตอบอะไร เขากลับปล่อยแสงสว่างสีฟ้าขนาดใหญ่ ส่องออกมาจากรูตรงกลางกระหม่อม หยดเม็ดสีน้ำเงินกระจายเกลื่อนไปมาดูคล้ายกับเม็ดทรายระยิบระยับบนชายหาด เส้นสายสีเขียวโยงระยางไปมาตามจุดพิกัดต่างๆที่ปรากฎขึ้นบนนั้น มีก้อนกลมๆเหมือนลูกโป่งหรือไม่ก็ผลไม้สุกหง่อมเปล่งประกายอยู่ท่ามกลางบรรดามวลหมู่ดวงดาวอื่นๆอีกมากมาย

   “นี่มันคือแผนที่!” ฮานโซโลตาลุกโพลง เขายืนขึ้นพรวดจากเก้าอี้ ปัดป่ายมือไปมาพยายามสัมผัสภาพโฮโลแกรม “มันเป็นแผนที่ในระบบดาวที่ไกลออกไปมาก ไกลมากจริงๆ เป็นแผนที่ชนิดขาดตอน มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น มันยังไม่สมบูรณ์”

   นิคเงียบปาก เขาเห็นว่าอาร์วันกำลังจะสื่อสารอะไร แต่อาร์วันไม่รู้หรอกว่านั่นคือแผนที่นำทางไปหาลุค สกายวอคเกอร์ นิคตั้งใจจะไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครได้รู้ เพราะถือเป็นความลับขั้นสุดยอดที่นายพลเลอากำชับมาเอง แม้แต่ฮานโซโลหรือชิวอี้ก็ห้ามรู้เรื่องนี้ ในใจเขาคิดว้าวุ่นฝุ่นตลบ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าดาร์ธซีเดียสกำลังตามหา ลุค สกายวอคเกอร์ อยู่สินะ ไม่มีเหตุผลใดเป็นเช่นอื่นมากกว่าการล้างแค้น เท่าที่เขารู้ว่า ลุค สกายวอคเกอร์ เป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงดาร์ธเวเดอร์ให้หวนกลับคืนสู่ด้านสว่างของพลังและล้มล้างระบอบการปกครองเผด็จการจักรวรรดิได้ในยุทธการเอ็นดอร์ วันเดียวกับที่พวกฮานและชิวอี้ได้รับชัยชนะ
 
   “ดูเหมือนลูกแพร์ต้องการแผนที่เพื่อนำทางไปฆ่าใครสักคน ผมว่าผมแอบได้ยินอะไรมาลางๆ ถ้าจำไม่ผิด” อาร์วันบอก

   “ฆ่างั้นเหรอ งั้นคงต้องเป็นใครสักคนที่ทำให้จักรพรรดิองค์ก่อนแค้นใจมากทีเดียว” ฮานว่า นึกไม่ออกเลยว่าเป็นใคร

   เขานึกถึงตัวเอง

   “ไม่ใช่ฉันแน่ เพื่อนเอ๊ย หรือใช่วะ” เขาถลึงตาโพลง หันมาคุยกับชิวบัคก้าที่คำรามเสียงดังตอบกลับมาว่า “ก็เป็นไปได้นะโว้ย!”

   “ซวยแล้วชิวอี้ ฉันว่าจักรพรรดิต้องอยากฆ่าเราสองคนแน่! -- ”

   “ไม่ใช่หรอกครับ” นิคตอบเสียงเรียบเฉย ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนเกลี้ยง แล้วกระแอมไอไล่ความเครียดไปจากลำคอ “คนที่ลูกแพร์ หรือ ดาร์ธซีเดียส อยากฆ่าน่ะไม่ใช่ลุงกับชิวอี้หรอก แต่ดูเหมือนว่าเธอจงใจอยากไปทำลายฐานทัพฝ่ายกบฎเลยมากกว่า”

   “เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเนสคงถูกจักรพรรดิฆ่าตายไปแล้ว แต่นี่เธอกลับถูกจับเป็นตัวประกัน” นิคว่าต่อไป

   “เธออาจถูกทรมาน ถูกบังคับรีดข้อมูลเรื่องฐานฝ่ายกบฎก็ได้นะ” แม็กซ์เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ แล้วกล่าวเสริม

   นิคทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทุกคนเองก็ดูมีสีหน้าท่าทางไม่ต่างกัน โฟร์ถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงเลยเมื่อได้ยินเช่นนั้น รู้สึกชาไปทั้งตัว หนาวขนลุกซู่ถึงท้ายทอย โฟร์เห็นด้วยว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เนสจะถูกทรมานด้วยฟอร์ซ หรือไม่ก็พลังจิตแทรกซึมเข้าไปในสมองเพื่อรีดเค้นข้อมูลจากความทรงจำ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือการล้างสมอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากเนสไม่ยอมให้ความร่วมมือ นิคกลัวว่าจะเป็นแบบนั้นมากที่สุด เนสอาจต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับที่สตอร์มทรูปเปอร์สามสิบนายประสบพบเจอมา เพราะเหตุผลที่ว่าเนสเป็นคนดื้อรั้น เธอเป็นนักสู้ตัวฉกาจ และเธอภักดีต่อนายพลเลอา ต่อประชาธิปไตย ต่อสาธารณรัฐ ภักดีต่อทุกสิ่งที่ดีงาม เธอถูกจับเป็นตัวประกันเพื่อจะได้เรียกใช้งานเธอให้กลายเป็นทาสในอนาคต อาจเป็นเช่นนั้น แม้แต่ลินาก็ยังหวาดกลัว

   “งั้นพวกเราก็ไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบลงจากยานลำนี้ เราต้องเข้าไปติดต่อดาวโอซีเรีย” แม็กซ์พูดต่อไป “เพราะระบบสื่อสารของพวกเรากำลังซ่อมแซมอยู่ ระบบหลายอย่างรวนไปหมดตอนชาร์จอนุภาคโคเอคซิลมั่วซั่ว” เขาว่าแล้วเหลือบสายตาไปมองค้อนใส่ยัยเบลล์ ตัวต้นเหตุที่เอาแต่จ้องจะใช้อาวุธเดธเลเซอร์ ชาร์จพลังงานแล้วชาร์จพลังงานอีกแบบไม่คิดอะไร จนเตาปฏิกรณ์โอเวอร์ฮีท

   “พวกเขาจะให้เราจอดหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบ” อัลดริชพูด “ต่อให้พวกเขาให้ได้จริง ยานลำนี้ก็มีขนาดใหญ่ตั้งสามสิบกิโลเมตร”

   “ใช่” ลินาพูด เห็นด้วยกับเสนาธิการอัลดริชอย่างเต็มประดา “แถมยังมีฉายาเสียๆหายๆอย่าง ยมทูตผ้าคลุมดำ ซึ่งอันนั้นหมายถึงข้าเองนี่ล่ะ... แท่งลิ่มมรณะ คมดาบจักรพรรดิ ปีศาจนรกแตก อสูรกายสามสิบโยชน์ หรือ จอมมารขย่มตอ อะไรนั่นด้วย”

   โฟร์สำลักน้ำส้มยี่ห้อซันนี่ไซส์ที่จิบอยู่ในแก้ว ชิวบัคก้าลูบหลังเขาอย่างแผ่วเบา พยายามช่วยให้เจไดหนุ่มอาการดีขึ้นมาหน่อย ขณะที่โฟร์ยังคงส่งเสียงไอกระท่อนกระแท่น เพราะน้ำส้มรสหวานบางส่วนอาจไหลเข้าไปในปอดเสียแล้วกระมัง จอมมารขย่มตอ งั้นเหรอ นั่นฉายาที่ตั้งให้กับยานสตาร์เดสทรอยเยอร์จริงๆเหรอวะ โฟร์คิด และมองว่านั่นเป็นฉายาที่อุบาทว์ที่สุดที่เคยได้ยินมาในชีวิต เป็นคำสบประมาทที่ชวนให้นึกถึงเรื่องใต้สะดือเสียมากกว่าจะนึกถึงเพชรฆาตล่าสังหาร คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อะไรเสียอีก

   “พวกเขาคงไม่ยอมให้เราลงจอดหรอก” เบลล์พูดพลางก้มหน้าลง เธอเองก็ไม่มีความคิดดีๆอื่นนอกเหนือไปจากการใช้อาวุธเดธเลเซอร์ข่มขู่ “ก็อย่างที่รู้กันดี ว่าสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ เป็นยานบัญชาการเบอร์สองรองจากท่านผู้นำสโนค เรื่องนี้แย่แน่”

   ลินาไม่รู้จะเอายังไงดี ในใจเธอกลับคิดถึงท่านพ่อ ท่านผู้นำสูงสุดนั่นล่ะ เธออาจต้องยอมบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ หวนกลับคืนสู่อ้อมกอดท่านพ่ออีกครั้งในฐานะบุตรสาวลูกคุณหนูผู้อ่อนแอ ไม่มีอะไรดีเลย นอกจากการร้องไห้งอแงหาป๊ะป๋า เธอไม่อยากเป็นคนแบบนั้นในสายตาของพวกลูกเรือ ลินาพยายามครุ่นคิดหาทางออกอื่น เธออาจต้องลงไปเจรจากับพวกเขาด้วยตนเอง อย่างไร้อาวุธ มือเปล่า ตัวเปล่า ถอดผ้าคลุม ถอดหน้ากาก เป็นแค่หญิงสาวธรรมดาที่ต้องการความช่วยเหลือ เธอต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรือเปล่า แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะเชื้อเพลิงของสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์กำลังเข้าขั้นวิกฤตแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง พวกเขาคงต้องติดแหง่กอยู่ในอวกาศอันหนาวเหน็บ ตอนนี้ดูเหมือนจะมีแค่ทางเลือกเดียวเท่านั้น ลินาตัดสินใจได้แล้วว่าเธอจะลงไปคุยกับชาวดาวโอซีเรียด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเองที่โทรศัพท์ของแม็กซ์ดังขึ้น เขาควักมือถือขึ้นมาจ้องมองดูข้อความที่ปรากฎในนั้น ชายหนุ่มหัวยุ่งเจ้าของกรอบแว่นตาสีดำหนาเตอะอ้าปากค้างไปพักใหญ่ จนลินาสังเกตความผิดปกติ เธอกำลังจะเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่แล้วแม็กซ์ก็ปิดพับโทรศัพท์มือถือ เก็บเข้ากระเป๋ากางเกง ใจเต้นระรัวในทรวงอก เขาหันมาบอกลินาว่า

   “เราคงไม่ต้องลงไปหาพวกเขาแล้วล่ะครับท่านลอร์ดลินา” แม็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เจือปนความกังวล

   “ทำไมเหรอ”

   “เพราะพวกเขากำลังเดินทางมาหาเรา...”


จบตอนที่ 11

   

   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 15, 2018, 03:23:37 pm โดย declangombley »
I'm done. Bye.

*

ออฟไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2341
  • 1949
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานสตาร์วอร์ส | The Fallen Knight ตอนที่ 11 "เริ่มต้นใหม่"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 07:43:45 pm »
ขอฝากคำเตือน  ก่อนคอมเม้นต์ จากเจ้แว่น
................................................
ใครจะอ่านผลงานทุกตอนในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ. อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,thank you,thx ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry:: ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา ::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1ปี. .

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉันแบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น. .
………………………………………………………………………………………………….

*

ออฟไลน์ Krirk Kongkaew

  • Tiny Member
  • *
  • 42
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานสตาร์วอร์ส | The Fallen Knight ตอนที่ 11 "เริ่มต้นใหม่"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 15, 2018, 10:39:31 am »
มีความรู้สึกว่าพระเอก กับ ลินา จะตาย

____

ไม่ตายหรอกครับ 55555 ระดับนี้แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 15, 2018, 11:34:43 am โดย declangombley »

*

ออฟไลน์ P Eet ✦Diamond✦

  • Global Moderator
  • *****
  • 1167
  • 119
  • Every moment is a FRESH beginning !!!
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานสตาร์วอร์ส | The Fallen Knight ตอนที่ 11 "เริ่มต้นใหม่"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 15, 2018, 10:44:13 am »
Here comes Chapter 11 … wow … Let’s see what our ultra-talented writer serves up this time…

Hhhmmmm….  A new Beginning …??  เริ่มต้นใหม่
Sounds like they are going to go through some sort of cleansing ritual or what…??   ::HeyHey::

Ohhh… the beginning was just a continuation of where we left off from Ch10…
Is this one chapter that gets divided up into 2, AGAIN..??? E..E..E… ( I meant 10 & 11 naaa)

____

อันนี้แยกไปเลยเป็น 1 ตอนครับ

Yeah … I felt for them both… Lina & Four!!!
Seems like, right now the situation is soooo… S.N.A.F.U.
I mean it is not a normal circumstance for sure…
2 opposing sides … BOTH are quite strong in their own ways.
They have been thrown together by chance and now they are trying to bond…
And they did give their fair shares almost in everything to one another for now, but …
There are still some untold secrets from BOTH sides, Lina & Four…

Well… at least for now it is not quite F.U.B.A.R. Just yet … E..E..E…
Although it might get there REAL soon if they haven’t figured this thing out…!!!
We won’t know until BOTH of them came to a point where…
They finally have total trust in each other…
ONLY then, will they reveal ALL everything to one another … 
It’s still too early in the game of TRUSTING each other for now…
And… this is a most difficult time of building their relationships…

I meant, do you give up all everything that you hold sacred to your heart and reveal to this other person that you just met for less than a fortnight…???
Well--- that’s the 6 million dollars question, really!!!
( Not quite sure what is the official currency name naaaa  )

What if Four knew that she is the daughter of the Head Honcho of the First Order Empire..??
And … how about Four..??  Not sure why he would withhold his name from her..???
But it must be important enough to risk his newly budding relationship with her to keep it to himself…

Which brings us to this point…
Is there anything else that Four still holds to himself...??
Was his name have any significant meaning to the Galaxy…???

Why the big MYSTERY… what is there to it that he cannot reveal who he is to her FULLY naaa…???   ::Sobad::
Sooo… Like I said …. UNTIL they come to a point where they have COMPLETE TRUST in one another…
There will always be this thin line between them…
However thin it is, the line that divides them is still there… regardless…!!!

Soooo… for now … We’ll just to wait & see … ( My famous quote of the entire saga... E..E..E… )

____

พระเอกคงต้องใช้เวลาทำใจศึกษาลินาไปสักพักล่ะครับ ถึงจะไว้ใจมากกว่านี้ หึหึ

Let’s table that issue for a moment and get back to their issues at hand…

They are in a meeting and what do they discuss..?? 
After they talked about the villages are now safe & sound…
The very next questions from Ms. High & Mighty was.....
“ Which sides are you guys going to be from now on..?? “
OMB… I think that is hitting below the belt for her to even threw that question at those people naaa…

I meant … could they just call a truce for the moment and let’s just work together to get out of this mess…???

Let’s try to fix their spacecraft first, pleaseeeeee....…   ::Sobad::
When everything is a-ok … then & ONLY then… she could ask where will they stand…
In fact, she shouldn’t even be asking all of them at all…!!!
The ONLY person that she should be asking that question is Four, really....…
He is the only ONE that she could demand loyalty from and not any others…
Especially those that actually served in the Rebellion Armed Forces…!!!!

I mean… the Rebellion is NOT all bad people …
( General Leia is one of them … Did she want Han to defect from his own wife or what !?? ) 5555
Those that serve in the Rebellion Armed Forces should be allowed to keep true to their oath of serving their cause.

The REAL culprit was that [email protected] General Pyuss …
Soooo… I think that it is totally UNFAIR for her to ask that of them!!!
They are proud to serve with the Rebellion Forces and that’s where their loyalty should stay…

____

นายพลไพร์อัสเนี่ยล่ะตัวร้ายของจริง อันนี้ลินาเขาก็ต้องถามอะครับ
เพราะไม่งั้นลินาก็งงเหมือนกัน ว่าแต่ละคนจะเอายังไงกับนางกันแน่ 5555


I like what Rex said … “ No matter what, we are in the same boat” … Bravo-bravo-- … Attaboy…  You make more sense…
And of course … our Four from another Era didn’t get the meaning of this wordplay, AGAIN… !! 5555555
Cute.. too cute… I was wondering if we will get some more word plays or not… ???
Thumbs up for our author for this little tidbit naaa……   ::WowWow::

____

55555 ชอบฉากนี้เหมือนกัน

Now Rex is reporting about the Clone Troopers …
Hhhhmmm….. who is the person that bankroll this project naaaa...??  ::Hmmm::
Someone that is RICH & also powerful enough to be able to keep this project well-hidden from the whole Galaxy….!!!
I am putting my hard earned cash on it being the Lil’ Pear … !!!   ::Touchy:: 
I meant who else would have that kind of resources…??? 

Wait----- wait -a -minute…. Don’t tell me …???  ::Elder::
Noooooo…  You don’t say…!!!!

Pleaseeeee… don’t tell me… it was … no other than … the Princess Rose naaaaa…!!!!!!!!!
Come to think of it….
She would be fit the bill nicely…
She’s filthy RICH…
She’s from an ultra-powerful Empire…
A Princess of a Realm…
She would have the resources to back this project up…
**** I wonder if THE PRINCESS ROSE was  “The person” that the General & his crew were talking…??
 The one that the FEAR naaaa…!!!  Hhhhmmmm…. Could be, could be indeed…!!!   ::Hungry::

____

อันนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไป หึหึ

Now it’s the chance for R1 to show his stuff off…
But of course, has to be AFTER Ms. High & Mighty did some chastising her brand new BF… E..E..E…

This is soooo funny …
In the beginning, Four acts soooo Bad A$$ …
But I guess he met his match in Ms. High & Mighty, Lina herself…E..E...  ::Suffocate::
Which is a good thing really…Four is really unpredictable at times…
Lina really did some major damage control with her Renegade Jedi BF… 55555   ::Shout::

____

สุดท้ายพระเอกก็ต้องโดนลินากำราบอะนะ ไม่งั้นไม่มีใครเอาเขาอยู่หรอกครับ

Uh-oh… sooooo after R1 shown a recorded clip of Ness & Lil’ Pear …
Here comes the bad news for Nick …
Since he’s been trying sooo hard to get in touch with Ness…
If he knew that Ness is NOT in any imminent danger while she is with Lil’ Pear … at least for now anyway…!!!
What would he do naaa…??? 
She seems to be in a cohort with Lil’ Pear, to boot…!!!   ::Ajark::
( Hopefully, he would understand what Ness is trying to do with Lil' Pear naaa... )    ::Dozy::

____

ไม่เข้าใจแน่นอน ทะเลาะกันแน่ๆ บอกเลย 55555

*** When R1 showed the clip of Ness uploaded something inside his memory bank…
This scene seriously reminded me of the scene with Princess Leia… when she loaded the Death Star tactical map into R2D2…. Wayyyyy back in Episode 4 of the original Star Wars naaa…

Also… Poe did something similar in "The Force Awaken" .. as well…
Although Poe actually drops what looks like a USB stick into BB8’s compartment instead of a disk… !!!

____

อันนี้ใช่เลย เป็นอะไรที่คล้ายกันมาก USB Stick ของ Poe Dameron จริงๆก็
มาจาก Core Memory ของ R1 นั่นล่ะครับ เพราะสุดท้าย R1 ต้องส่งมอบต่อไป


**** One of the most hilarious part was when Han retold that he rescued R1 and he referred to R1 as an Orange Trashcan … but, he turns out to be a Thief of the realm who highjacked his spaceship….5555

R1 immediately… retorted back to him… “ Could you call me a water container a gas tank instead…??? “  555555
I guess R1 will always a sore point for Han in regards to this topic…
Han doesn’t like to be bested by an Android….. E…E…E…

____

ชอบตรงนี้ที่สุดละเหมือนกัน 5555


Ohhhh… Lord …   ::Sobad::
The 2 love birds…. Are they just going to flirt their way through an entire meeting...??? 5555555
And of course, Han has to throw this little quip…
“ Could you guys please stop flirting for just at least for an hour ..?”
“ขออนุญาตอัศวินเจไดและแม่สาวซิธคนสวย ช่วยเลิกจีบกันสักชั่วโมงนึงจะเป็นพระคุณอย่างสูง” … 5555555555555  ::YehYeh::
That’s absolutely hilarious… truly priceless quip for this chapter for sure… E..E..E…   ::HoHo::
Score ONE for Han … Yayyyyyyyyyy….. !!!!   ::Ahoo::

But of course … in the true fashion of any good sidekick…..  ::Shout::
Chewy has to jump in and threw in his utterly useless comments and then …
they ( Han & Chewy ) immediately started an ongoing discussion of their own…
Only to be stopped by … none other than Nick … 55555…   ::Fighto::

Which of course Nick was worried sick about Ness and wonder if Ness is OK …
But before they could do even discuss any rescuing mission …
They have to get out of this mess that they are in first…

They are in need of a fuel source and also they sustain some damage that needs to be fixed soon…  ::Hungry::
Or they will be a sitting duck for any and all that wants to do them harm naaa…

But… in the end, R1 is about to reveal the map to find where Luke Skywalker was in hiding all of this time…???
But if this map gets into the hands of Lil’ Pear… that would be a disaster indeed..??
But what would she wants with just a map to find a Jedi in hiding all of this time naaa…???  ::Dozy::

I mean Luke is practically a hermit now… Disillusioned & Dismayed!   ::Waiting::
He won’t post any threat to anyone anymore, really…!!!

Anyway … the most imminent issue that they are facing is still …
The fact that they are about to be out of fuel … soooo
What do they have to do …???
Lina has to go talk to go down to the planet and see if she can establish some contacts, whether good or bad...   ::Doubt::

Wait-…. She won’t have to do anything … cuz… according to Max   ::Me?::
Looks like the Osyrians are coming to see them instead… !!!   

Things are about get heated up again… Cuz
I am sure Lil’ Pear will show up at their door sooner than later for sure!!!   ::Touchy::

Sooo… all in all for this chapter…


I would say that it is such a nice & light chapter …
None drama or less drama really…
I mean the plot continues but it was with much less tear-jerking scenes…
In fact, there’s NONE at all for this Chapter…!!!

Seems like the entire chapter is soooo light & frivolous…   ::DookDig::
I was surprised really to see this really light-minded almost whimsical tale part of the saga…
It is refreshing to see this side of the coin of the story, really…

Totally enjoy it… Thanks soooo much ...   ::WooWoo::  Totally enjoy it ...!!! 

Please keep up the good work that you do…
Looking forward to the next chapter with a much anticipation…  ::GiveMe::

____

ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดและคอมเมนท์ดีๆยาวๆแบบนี้นะครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 15, 2018, 11:40:44 am โดย declangombley »
Disclaimer: The view and opinion expressed on this website are solely those of my very own. It is solely for the purpose of entertainment and has NO meaningful value of any kind. They DO NOT necessarily represent those of the majority of READERS & WRITERS of this website staff, and/or any/all contributors to this site.
 
ஜ۩۞۩ஜ THANK YOU ஜ۩۞۩ஜ 



❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

DIAMONDS ARE FOREVER !!!

   ..... (¯`v´¯)♥
   .......•.¸.•´
   ....¸.•´
   ... (
   ☻/
   /▌♥♥
   / \ ♥♥

*

ออฟไลน์ GoDeRsOuL

  • Junior Member
  • ***
  • 350
  • 899
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานสตาร์วอร์ส | The Fallen Knight ตอนที่ 11 "เริ่มต้นใหม่"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 16, 2018, 10:10:00 pm »
"จอมมารขย่มตอ" ชื่อนี้มันมีที่มายังไงครับเนี่ยฮ่าๆ จะมีเฉลยไหมครับว่ายานนั่นมันไปขย่มตออะไรมา

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ