THE FALLEN KNIGHT | ตอนที่ 22 "จักรวรรดิซิธที่สาม"

THE FALLEN KNIGHT | ตอนที่ 22 "จักรวรรดิซิธที่สาม"

  • 3 ตอบ
  • 446 อ่าน
*

ออฟไลน์ declangombley

  • Full Member
  • **
  • 124
  • 409
  • The Writer
    • ดูรายละเอียด
THE FALLEN KNIGHT | ตอนที่ 22 "จักรวรรดิซิธที่สาม"
« เมื่อ: มกราคม 11, 2019, 03:50:38 pm »
THE FALLEN KNIGHT


ตอนที่ 22
“จักรวรรดิซิธที่สาม”

ลินา
๐ สตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์


   ยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ลอยลำอยู่เหนือโพ้นมหาสมุทธทางทิศตะวันออกของเมืองฟิออร์รินา พวกเขายังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจากยานเวเนเตอร์สตาร์เดสทรอยเยอร์จำนวนนับสามสิบกว่าลำที่รายล้อมรอบยานจักรวรรดิปฐมภาคีราวกับว่าพวกของลินาถูกต้อนให้จนมุมยังไงยังงั้น กระสุนเลเซอร์ยังคงระดมยิงไม่ขาดสาย ซึ่งม่านเกราะหักเหของสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ดูเหมือนจะทำงานได้ไม่เต็มที่อีกครั้ง เวลานี้ยานรีเบลเลียน รีเวนตันมาถึงนานแล้ว และมัจจุราชสีขาวนั่นก็ดูเหมือนว่าจะตั้งใจเล็งเป้ามาที่ยานของลินา ส่วนตัวเธอเองนั้นเริ่มชักจะโมโหกับความพยายามของพวกฝ่ายต่อต้าน ลินากลับมาสวมเครื่องแบบประจำตัวของเธออีกครั้ง เธอดูดีและดูน่าเกรงขามเหลือเกินในชุดคลุมสีดำยาว เว้นเสียแต่เพียงว่าเธอไม่ได้สวมหน้ากากหัวกะโหลกน่าสยดสยองนั่นอีกต่อไป ลินาคิดว่าความเป็นตัวตนของเธอเองนี่ล่ะที่จะสยบทุกข้อครหาในอวกาศ เธอไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว ในเมื่อเธอเป็นซิธลอร์ดผู้ชั่วร้ายคนหนึ่ง เธอก็ควรยอมรับสถานภาพนั้นซะ และนั่นคือสิ่งที่ลินาคิดมาตลอด ห้องบังคับการใหญ่นั้นหาใช่เหมือนรังรักที่ใครต่อใครคาดไว้ไม่ ห้องบังคับการที่แทบไม่มีอะไรเลยนอกไปจากพื้นเซรามิกสีดำเงาวับตัดกับโต๊ะทำงานเคาเตอร์สีขาวยาวจากซ้ายไปขวาเป็นรูปตัวยู และถังพลาสติกสีเดียวกับที่เต็มไปด้วยทิชชู่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง นอกจากเสียวแว่วมาของการโจมตีภายนอก ที่กองยานรีเบลเลียน รีเวนตัน ถล่มยับแล้ว ที่เหลือก็คือความเงียบงัน ลินายืนอยู่ในห้องอันกว้างใหญ่ไพศาล หล่อนนึกไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในชีวิต เป็นไปได้อย่างไรที่จักรวรรดิปฐมภาคีในการควบคุมดูแลของเธอจะตกต่ำเหมือนพวกลิ่วล้อกากๆได้มากถึงเพียงนี้

   เฮอร์มิชกลับไปที่พระราชวังซิทาเดลเมื่อรู้ว่ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ส่วนฮานโซโล นิคและชิวบัคก้านำยานมิลเลนเนียมฟัลคอนขึ้นบินออกไปสู้รบถ่วงเวลาข้างนอกนั่น ฮานโซโลคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะยื้อไว้ได้สักระยะหนึ่ง

   “นี่เจ้าจะทำอะไรน่ะ!” โฟร์เอ่ยถามลินาอีกครั้ง พร้อมกับกระชากแขนลินาเอาไว้ ทั้งคู่กำลังยืนถกเถียงกันอยู่ที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่างของเบลล์ เมื่อลินาบอกกับเขาว่าเธอตั้งใจจะใช้ ‘อาวุธมรณะ’ เพื่อทำลายกองยานทั้งหมด

   “ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าจะเกิดความคิดสกปรกๆแบบนี้!” โฟร์ยืนยัน “เจ้าคิดจะใช้อาวุธเลเซอร์บ้าบออะไรนั่นเพื่อฆ่าคนเป็นร้อยเป็นพันคนในคราวเดียวเลยงั้นเหรอ? เจ้านี่มันเป็นซิธลอร์ดของแท้จริงๆ ไม่ใช่ซิธเก๊แล้ว!”

   “แล้วมันต่างกับที่พวกมันทำกับพวกเราตรงไหนล่ะ?” ลินาตอบ ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องเขม็ง “ข้าสุดจะทนแล้วนะ! พวกมันเอาแต่หยามเรา โจมตีพวกเราอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่เราจะมัวนิ่งเฉยแบบนี้ไม่ได้ ข้าไม่เอาด้วยแล้ว!”

   “ถ้าเจ้าทำแบบนั้น -- เจ้าจะไม่ต่างอะไรไปจากตัวร้ายชั่วๆคนนึง”

   “ข้าก็เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรกแล้วนี่ เจ้าเองต่างหากล่ะที่มองไม่เห็นว่าข้าเป็นพวกซิธ” ลินายิ้มกรุ้มกริ่ม

   “นี่เจ้าเป็นบ้าอะไรน่ะ!”

   เขาไม่เคยคิดเลยว่าสักวันหนึ่งลินาอาจเผยไต๋ความร้ายกาจของเธอออกมาเมื่อใดก็ได้ เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าลินาเป็นซิธลอร์ด และเธอเองก็คือผู้ใช้พลังด้านมืด ไม่มีเจไดฝ่ายมืดคนใดหรอกที่ทำเรื่องดีได้ตลอดรอดฝั่ง ตอนนี้เองโฟร์ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าแฟนสาว เธอดูเหมือนกับคนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ดวงตาสีเหลืองอำพันร้ายๆนั่น เส้นผมน้ำตาลเข้มยาวสลวยรับพอดีกับใบหน้าที่เหมือนนางจิ้งจอกปีศาจ เขาไม่รู้ว่าลินามีแผนการร้ายอะไรอยู่ในหัวหรือเปล่า เขาอ่านใจเธอไม่ได้ เจไดหนุ่มชักดาบไลท์เซเบอร์ขึ้นมาและจ่อไปที่ลินาที่ยืนยิ้มหน้าแป้นไม่เกรงกลัวอะไร “จะทำอะไรเหรอคะที่รัก?” ลินารับรู้ได้ถึงความร้อนของดาบพลังแสง ภายในห้องบังคับการยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์เงียบกริบ ทุกคนต่างจับจ้องไปที่คู่รักต่างฝ่าย คนนึงเป็นอัศวินเจไดจากยุคอดีต ส่วนอีกคนนึงเป็นซิธ ไม่รู้ว่าทั้งสองลงเอยตกลงปลงใจคบกันได้อย่างไรทั้งที่แตกต่างกันคนละขั้วถึงเพียงนี้ แทนที่ลินาจะหยุดท่าทีแปลกๆ เธอกลับเดินเข้าไปใกล้แฟนหนุ่มมากขึ้น จนปลายคมดาบสีแดงเพลิงนั้นจ่อคอหอยตัวเอง “ทำไม? เจ้าจะฆ่าข้าเหรอ?”

   “เปล่า!” โฟร์ตอบห้วนๆอย่างไม่ลังเล “ข้าก็แค่ -- ข้า -- ข้าไม่รู้” ความจริงก็คือเขาแค่ขู่เธอไปอย่างนั้นเอง

   ลินาหัวเราะในลำคอ เป็นสุ้มเสียงหัวเราะที่ฟังดูแล้วคิดไปได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างที่น่ากลัว

   “ข้าจะบอกอะไรให้เจ้าได้รู้นะ ที่รักของข้า...” ลินาเริ่ม “ข้าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของ ท่านผู้นำสูงสุดสโน๊ค บิดาข้าคือคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าชั่วร้ายที่สุดในจักรวาล เป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิปฐมภาคี อาวุธที่ข้ากำลังจะใช้เพื่อกำจัดพวกกองยานกบฎ ก็คือ อาวุธแบบเดียวกับที่เคยใช้ทำลายดวงดาวในระบอบสาธารณรัฐ เมื่อสมัยยุคจักรพรรดิพัลพาทีน ตอนแรกข้าก็ไม่เคยคิดจะแตะต้องมันหรอก เพราะมันเป็นการฝืนหลักศีลธรรม แต่สุดท้ายข้าก็เข้าใจในที่สุดว่าพวกข้าน่ะเป็นอะไร และพวกเราก็ถูกข่มเหงมานานมากเกินไปแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้จักรวรรดิปฐมภาคีต้องเสียหน้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว รู้ไหมว่าข้าคิดอะไรได้ตอนที่เห็นกองยานของพวกมัน -- ถ้าข้าสามารถทำลายกองยานรบของฝ่ายต่อต้านที่กำลังรุกรานดาวโอซีเรียได้ทั้งหมด เท่ากับว่าจักรวรรดิปฐมภาคีของข้าจะได้แสดงแสนยานุภาพที่ไม่อาจต้านทานได้ให้ประจักษ์กันไปเลย แล้วจากนั้นข้าก็จะใช้การรุกรานของนายพลไพร์อัสเป็นข้ออ้างในการเปิดศึกสงครามกับพวกฝ่ายต่อต้านอย่างเต็มตัว ข้าจะทำลายฐานกบฎที่ดาวดีการ์ กวาดล้างพวกต่อต้านให้หมด และสร้างจักรวรรดิซิธที่สามขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้ล่ะจักรวาลทั้งหมดก็จะตกอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิปฐมภาคี!”

   “โห…” โฟร์ยืนอึ้ง อ้าปากค้าง น้ำลายยืด เขาเก็บดาบไลท์เซเบอร์ลงทันที ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าหากนิคกับเนสได้มายืนฟังอยู่ตรงนี้พวกเขาเหล่านั้นจะว่าอย่างไร ลินาอาจดูไม่ใช่คนมีพิษมีภัยอะไรมากมายขนาดนั้น แต่สิ่งเลวร้ายที่ผู้หญิงคนนี้เพิ่งพูดออกมาหยกๆ ทำให้โฟร์เริ่มเกิดความไม่ไว้วางใจ เขาจะพูดอะไรต่อไปดีล่ะ ในเมื่อลินาประกาศกร้าววิสัยทัศน์แบบพวกเผด็จการออกมาขนาดนี้แล้ว คนที่อยู่ข้างสาธารณรัฐประชาธิปไตยอย่างเขาจะทำอะไรได้

   “เจ้าเป็น -- ลูกสาวของสโน๊คงั้นเหรอ?” ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าสโน๊คคือใคร แต่อย่างน้อย ความจริงข้อนี้ก็ประจักษ์แจ้งว่าลินาไม่ใช่แค่ลอร์ดมืดธรรมดา มิน่าเล่าเธอถึงมีอำนาจล้นมือในกองทัพจักรวรรดิขนาดนั้น

   “ร่วมมือกับข้านะคะที่รัก” ลินาลูบไล้ต้นคอของเขา ไล้ไปตามลำคอและแผ่นหลัง “มาเป็นซิธร่วมกับข้า”

   “ข้าไม่ —“

   “เถอะน่า -- เจ้าเองก็ไม่ได้รับการยอมรับจากสภาเจไดในอดีตไม่ใช่หรือไง? คิดดูสิ เราสามารถครอบครองจักรวาลได้ทั้งหมด เราจะทำอะไรก็ได้อย่างที่เราต้องการ! ไม่ต้องหลบหนีอะไรอีกต่อไป เจ้าจะได้ขึ้นเป็นจอมพลใหญ่แห่งกองยานจักรวรรดิปฐมภาคีร่วมกับข้า เราจะมีอำนาจเหนือกว่าใครต่อใครในจักรวาล!” ลินาพูดยั่วยวน

   “อ๊ะ ดูเหมือนข้าจะได้ชื่อใหม่สำหรับเจ้าแล้วล่ะที่รัก” ลินาอมยิ้มน่ารัก พลางลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างรักใคร่

   “ดาร์ธ ซีนอน” เธอบอก ดวงตาร้ายๆนั่นจ้องเขม็ง “เอาชื่อนี้ดีไหมล่ะ ดาร์ธ ซีนอน ฟังดูเท่ดีนะว่าไหม?”

   “ข้าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...” โฟร์ปัดมือลินาออก หัวใจของเขาเต้นระรัว และแก้มร้อนผ่าวไปด้วยไฟโทสะ ชายหนุ่มถอยกรูดออกไปจากแฟนสาวโดยแทบจะไม่ต้องยั้งคิด คำพูดของลินาทำให้เขาขนลุก  “เจ้ามันบ้า”

   “ใช่ ข้ามันบ้า แต่ถึงจะบ้า เจ้าก็ปฏิเสธไม่ได้เรื่องความสัมพันธ์ของเรา จริงไหม?” ลินาพูด

   “นั่นมันก็จริง” โฟร์เบือนหน้าหนี นั่งลงบนเก้าอี้โซฟาสำหรับจอมพลใหญ่ กางแขนกว้างบนพนัก

   “เราเป็นแฟนกัน แม้ว่าเจ้าจะเป็นอัศวินเจได แต่ข้าก็คือแฟนเจ้า เพราะงั้นเจ้าก็ควรจะอยู่ข้างเดียวกับข้าสิ”

   “โอเค แล้วเจ้าจะทำอะไรกับพวกเขา?” โฟร์พูด

   “ข้าก็จะทำในสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าจะก่อตั้งอาณาจักรซิธที่สาม!” ลินาเอ่ยปากบอกในที่สุด

   “เยี่ยม” เขาตอบเรียบๆ

   ลินานิ่งไปชั่วขณะ หล่อนเดินไปที่โต๊ะทำงานของเบลล์แล้วสั่งให้เธอเตรียมการยิงอาวุธเลเซอร์

   โฟร์ดูลังเลสักพัก “เจ้าจะร้ายจริงๆใช่ไหม”

   “ใช่ ข้าจะร้ายจริงๆแล้ว!” ลินากรีดร้อง คอมพิวเตอร์บางตัวเกิดบุบบู้บี้จากแรงอารมณ์ของเธอ ลินาทรุดตัวลงนั่งที่พื้น ร้องไห้ฟูมฟายจนร่างของหล่อนสั่นเทา “ข้า -- ไม่แคร์ -- หรอกนะว่าข้าจะต้องร้ายกาจมากแค่ไหน แต่ข้าจะไม่ยอมเป็นฝ่ายโดนไล่ต้อนเหมือนหมูเหมือนหมาอย่างนี้อีกแล้ว -- เจ้าต้องอยู่ข้างข้าสิ เจ้าต้องอยู่กับข้า!”

   โฟร์รีบผละจากเก้าอี้โซฟา เขาย่อตัวลงข้างๆหล่อน เข้าสวมกอดลินาเอาไว้อย่างแนบแน่น สองมือหนาสัมผัสได้ถึงร่างที่สั่นเครือ เขาไม่สามารถจะทนเห็นคนรักในสภาพนี้ได้ ถึงแม้เขาอยากจะวิ่งหนีออกไปจากห้องบัญชาการยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์มากแค่ไหนก็ตาม รังสีของความชั่วร้ายเริ่มแผ่ซ่านจากลินาจนน่าอึดอัด แต่กระนั้นก็ยังมีไออุ่นของความรักระหว่างพวกเขาทั้งสองคนกลั่นกรองให้เจือจางลงไปบ้าง เรื่องเริ่มไปกันใหญ่เกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้ คงจะถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเลือกข้าง “ฟังข้านะ -- ลินา” เขาพูด แล้วเอื้อมมือไปแตะไหล่หล่อนไว้

   “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เรายังมีวิธีอื่นที่ดีกว่า”

   ลินาเงยหน้าขึ้นมองเขา สับสนกับคำพูดที่เขาเพิ่งเอ่ย

   โฟร์มองตาลินาแล้วพูดว่า “เจ้าจะให้ข้าทำยังไงก็ได้ แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากลายเป็นตัวร้ายของเรื่องนี้แน่”

   ลินาขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่ายังไง? มันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นล่ะ!”

   โฟร์ถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเกาะที่เก้าอี้โซฟาใหญ่ “มันไม่เวิร์กหรอกนะ -- ลินา ถ้าเจ้าจะใช้อาวุธเลเซอร์พิฆาตอะไรนั่นสังหารคนเป็นร้อยเป็นพัน เจ้าจะไม่ต่างอะไรไปจากจักรพรรดิพัลพาทีนที่ทำลายล้างดวงดาว หรือไม่ก็พวกซิธที่สั่งฆ่าพาดาวันเจไดในวิหาร ข้าไม่สามารถทนเห็นเจ้ากลายเป็นสิ่งที่ข้าเกลียดกลัวที่สุดได้หรอกนะลินา ข้าเชื่อว่าเนื้อแท้เจ้าไม่ใช่คนไม่ดี เจ้าแค่ทำทุกอย่างไปเพื่อปกป้องลูกเรือยานสตาร์เดสทรอยเยอร์ไพรม์ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั่นไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะต้องเป็นในสิ่งที่พวกฝ่ายต่อต้านอยากให้เจ้าเป็น เจ้าลองคิดดูสิ จะเกิดอะไรขึ้นหากเจ้าต่อกรกับพวกนั้นด้วยอาวุธทรงพลังร้ายกาจ จักรวาลจะได้เห็นว่าจักรวรรดิปฐมภาคีอะไรของเจ้าน่ะเลวร้ายมากเพียงใด พวกเขาจะรู้ว่าเจ้ามีอาวุธที่สามารถทำลายดาวทั้งดวงไว้ในกำมือ พวกเขาจะหวาดกลัวเจ้า คนจะยิ่งกังขาในตัวเจ้ามากขึ้นไปกว่านี้ ยอมรับเสียเถอะว่า มันคือเรื่องการเมืองล้วนๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที อีกหน่อยเราสองคนก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทรราชย์ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฝ่ายกบฎ จริงๆข้าจะคิดว่าช่างหัวมันปะไรก็ได้ ยังไงข้าก็เป็นอัศวินเจไดที่บังเอิญโผล่มาจากยุคอดีตอยู่แล้ว ข้าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับพวกกบฎ เว้นเสียแต่เจ้านั่นล่ะ เจ้าคือผู้หญิงที่สวยที่สุดที่ข้าเคยเจอมา และคงจะไม่มีวันที่ข้าจะโชคดีอย่างนี้อีก แต่แล้วข้าก็ค้นพบความจริงว่า -- เราสองคนแตกต่างกันอย่างชัดเจน เจ้าเป็นซิธ ส่วนข้าเป็นเจได วันแล้ววันเล่า ข้าคิดอยู่เสมอว่าเราจะไปด้วยกันได้ดีจริงๆเหรอ ลินา ข้าอยากให้เจ้าคิดทบทวนใหม่อีกครั้งนะ เจ้าไม่อยากเป็นฆาตกรหมื่นศพในวันเดียวหรอก”

   “เจ้าหมายความว่ายังไง ทำไมเราจะไปกันไม่ได้ล่ะ ในเมื่อ...” ลินาเริ่มพูด

   “เราต่างก็เคยเป็นฝ่ายศัตรูกันมาก่อน ลินา -- ความคิดของเราสวนทางกันอย่างแรงในตอนนี้”

   “ผิดแล้ว! เราไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันสักหน่อย!”

   “ก็เจ้าเพิ่งบอกอยู่หยกๆว่าจะก่อตั้งจักรวรรดิซิธที่สามอะไรนั่น เจ้าลองคิดดูสิ เจ้าจะกลายเป็นอะไรในอนาคต”

   “เจ้าคิดมากไปเองนะคะที่รัก แล้วต่อให้ข้าเป็นอะไรเช่นนั้นจริง เจ้าก็คือแฟนข้า ไม่เห็นต้องโวยวายเลย”

   ลินาประท้วง

   “ไร้สาระน่ะ เจ้าเองก็รู้อยู่เต็มอก! พ่อของเจ้าเป็นถึงท่านผู้นำสูงสุดแห่งจักรวรรดิปฐมภาคี มีเหรอที่เขาจะยอมให้ลูกสาวเขามาแต่งงานกับอัศวินเจไดที่ไม่รู้หัวนอนปลายตีนอย่างข้า? แล้วอีกอย่างนะ ข้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกเรื่องตัวเอง ข้าเป็นห่วงเจ้าต่างหาก อย่างที่ข้าบอกไป เจ้าจะเป็นยังไงหลังจากที่ตัวเองเพิ่งฆ่าคนไปเป็นหมื่น?”

   “ข้าก็เป็นซิธมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง แล้วอีกอย่างนะคะที่รัก ท่านพ่อก็รับรู้แล้วด้วยเรื่องสถานะความสัมพันธ์ของเรา ท่านโอเคที่เจ้าเป็นอัศวินเจไดด้วยนะ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเลย” ลินายืนกราน

   “ใช่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะต้องเป็นคนชั่วอย่างที่พวกเขาว่าสักหน่อย!”

   ลินาหน้าซีดเผือด เพราะมันคือความจริง เป็นไปได้อย่างไรที่หล่อนไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ก็อย่างว่า

   “งั้นข้าคงจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ทำให้เจ้าตาสว่างมากขึ้น!” ลินาหันขวับไปจากเขา เธอยิ้มให้กับเบลล์ ซึ่งยัยลูกเรือบ้าอาวุธมหาประลัยนี่ก็ยิ้มตอบรับ ในที่สุดลอร์ดลินาก็เข้าใจเธอเสียที “เตรียมยิงได้เลยเบลล์”

   “จะเอาแบบนั้นจริงๆใช่ไหมลินา?” โฟร์ไถ่ถามแฟนสาวเป็นครั้งสุดท้าย แต่ลินาไม่ตอบอะไร

   “ในยุคของเรา คำว่า ‘พวกจักรวรรดินิยม’ ถูกจัดให้เป็นคำสบถทางการเมืองที่พบบ่อย จะเป็นรองก็แต่คำว่า ‘เผด็จการทางการทหาร’ การวิพากษ์เกี่ยวกับจักรวรรดิแบบร่วมสมัยมักจะมีแค่สองรูปแบบเท่านั้นล่ะ” ลินาบอก “จักรวรรดิถือเป็นสิ่งที่ใช้การไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปกครองคนเป็นจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวด้วยระบบนี้ และแม้ว่าจะทำได้ แต่ก็ไม่ควรทำ  เพราะจักรวรรดิเป็นเครื่องจักรแห่งการทำลายล้างและการหลอกใช้ที่ชั่วร้าย ทุกคนมีสิทธิที่จะกำหนดเป้าหมายชีวิตตัวเอง และไม่ควรจะต้องทำตามกฎของคนอื่น”

   “ข้าจะกำจัดศัตรูอย่างพวกประชาธิปไตยออกไปให้หมด ถึงจะต้องมีการนองเลือดบ้างก็เถอะ” ลินาว่าต่อไป

   “ก็นั่นน่ะสิ แล้วเจ้ายังจะก่อตั้งอาณาจักรซิธขึ้นมาอีกหรือไง?” โฟร์เบือนหน้าหนี

   เขารู้ว่าความจริงก็คือ จักรวรรดิเป็นรูปแบบของการจัดการทางการเมืองที่สามัญที่สุด คนส่วนใหญ่ระหว่างช่วงสงครามกาแลกติกสากลต่างก็อาศัยอยู่ในจักรวรรดิต่างๆ นอกจากนี้จักรวรรดิยังเป็นรูปแบบการปกครองที่มั่นคงมากๆ จักรวรรดิส่วนใหญ่ต่างตื่นตัวและลุกขึ้นปราบปรามพวกกบฎได้อย่างง่ายดาย โดยทั่วไปแล้วการโค่นล้มจักรวรรดิมักเกิดจากการรุกรานจากภายนอกหรือไม่ก็จากการแตกแยกของบรรดาชนชั้นสูงที่ปกครองจักรวรรดิ ในทางตรงกันข้าม คนที่อยู่ภายใต้การปกครองน้อยมากที่สามารถปลดปล่อยตัวเองได้จากนายเหนือหัวแห่งจักรวรรดิ ส่วนใหญ่แล้วยังคงต้องตกเป็นพลเมืองอยู่นานนับร้อยๆปี ปกติแล้วพวกเขาจะค่อยถูกกลืนโดยจักรวรรดิที่เข้ามายึดครอง จนวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไปของพวกนี้เลือนหายไปเอง จักรวรรดิมีบทบาทเป็นผู้ตัดสินให้เกิดการหลอมรวมของวัฒนธรรมเล็กๆน้อยๆ จำนวนมากกลายไปเป็นวัฒนธรรมขนาดใหญ่จำนวนไม่กี่แบบ แนวคิด ผู้คน สินค้า และเทคโนโลยีแพร่กระจายไปง่ายกว่าในเขตแดนของจักรวรรดิ เมื่อเทียบกับบริเวณที่แตกย่อยออกตามดวงดาว บ่อยครั้งที่ตัวจักรวรรดิเองที่จงใจทำให้เกิดการแพร่กระจายของแนวคิด การเกิดสถาบัน ธรรมเนียม และบรรทัดฐานต่างๆ เหตุผลหนึ่งก็คือเพื่อทำให้พวกเขาเองมีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น เป็นเรื่องยากที่จะปกครองจักรวรรดิที่เต็มไปด้วยพื้นที่เล็กๆน้อยๆ ที่ต่างก็มีกฎหมายของตัวเอง มีรูปแบบการเขียนของตัวเอง มีภาษาของตัวเอง และมีเงินเป็นของตัวเอง การมีมาตรฐานเพียงหนึ่งเดียวเดียวจึงสร้างคุณูปการให้กับจักรวรรดิเป็นอย่างมาก

   

I'm done. Bye.

*

ออฟไลน์ kaithai

  • Global Moderator
  • *****
  • 2537
  • 2127
    • ดูรายละเอียด
Re: THE FALLEN KNIGHT | ตอนที่ 22 "จักรวรรดิซิธที่สาม"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 11, 2019, 07:29:07 pm »
ขอฝากคำเตือน  ก่อนคอมเม้นต์ จากเจ้แว่น
................................................
ใครจะอ่านผลงานทุกตอนในห้องนี้ ถ้าทำตามกติกา-เงื่อนไขนี้ไม่ได้ แล้วรีพลายมักง่ายผ่านไปที หรือ รีพลาย ขอบคุณครับ,ขอบคุณ,ขอบคุณค่ะ,ติดตามครับ,สนุกมากครับ,ติดตามต่อ. อะไรประมาณนี้ จะแบนเลยนะ ขอบคุณมากๆครับ ก็ไม่ต้อง thank,thank you,thx ขี้หมาหลายแหล เหล่านี้ก็อย่าให้เห็น จัดรูดแบนไปยาวๆถ้าเจอ นี่เป็นข้อตกลงไว่ก่อนอ่านระหว่างเจ้าของงาน กับสมาชิก ::Angry:: ถ้า รีพลายผิดเงื่อนไขมาหรือ โชว์พาล์วอยู่มานาน โชว์เก๋า โชว์สด โชว์เกรียน ทำมึนลองมาจะแบนเลย เพื่อสมาชิกอีกส่วนที่พร้อมทำตามกติกา ::Cheeky:: เพราะไม่เช่นนั้น รีพลายคุณอาจทำให้ สมาชิกที่ปฏิบัติตามพลอยอดอ่านไปด้วย ฉะนั้นไม่แน่ใจ อย่าพิมพ์เอามักง่ายมั่วๆ..ถ้าคิดว่า กฏนี้มันยากก็ไปหาที่อื่นเสพนะ อย่าเข้ามาใช้มาอ่านงานที่ห้องนี้ อ๋อ ใครโดน pm เตือนถ้ายังมึนจะแบนจาก 6 เดือนเป็น 1ปี. .

กฎที่วางนี่ไม่ได้เขียนเอา ฮา เนอะ แบนจริงใครอยู่นานแล้วคงรู้จัก แว่น ดี..คิดว่า ฉันแบนจริงหรือเตือนเอาสนุกเล่นๆ..อย่าๆลอง เดี๋ยวจะเสียความรู้สึกด้วยรีพลายคุณเอง ทำตามเงื่อนไข ยากอะไร หรือ จะโชว์เกรียน..เตือน,ขอร้อง,ขอความร่วมมือ แล้วเมื่อไม่รักษาสิทธิ์-ประโยชน์คุณเอง ก็แบนไปใช้เวปอื่น. .
………………………………………………………………………………………………….

*

ออฟไลน์ naitoom

  • Gold Member
  • *****
  • 1333
  • 648
    • ดูรายละเอียด
Re: THE FALLEN KNIGHT | ตอนที่ 22 "จักรวรรดิซิธที่สาม"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 11, 2019, 07:52:21 pm »
ทั้งยาว ทั้งสนุก เหมือนอ่านเรื่อง Star Wars แปลไทยอยู่

*

ออฟไลน์ P Eet ✦Diamond✦

  • Global Moderator
  • *****
  • 1234
  • 146
  • Every moment is a FRESH beginning !!!
    • ดูรายละเอียด
Re: THE FALLEN KNIGHT | ตอนที่ 22 "จักรวรรดิซิธที่สาม"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2019, 12:55:41 pm »
Here we are at ch. 22

First of all … What in the World...???
I would have to mention that … this chapter is even shorter than I am … 55555   ::HoHo::

Anyway… about the story …

Well… here we go again .. Lina & her crew is under attack once more but this time it seems like …
The Rebellion’s armed forces are specifically targeting The SDP …
They were constantly being bombarded by the enemy’s laser torpedo, prompting Lina’s evil side to emerge…!!!
Her plan was to power up her most destructive laser blaster and she would have given the go-ahead and fire at will …
Meanwhile, Four was dead set against this idea… ( Yayyyyyyyy.... you go  Four... !!! )
While Lina was trying to prove her point…
Sooooo… who would win this little battle of will naaa..???

We don’t know…    ::Doubt::
Cuz… our dear author just CUT/////  To be continued… 55555

Soooooo …. All in all…
My take on this chapter…

I have to say I am bit surprised by this turn of event…
Who would have thought that Lina would have this dark side naaa.... ???

This is the first time we get to see this couple actually take a different stance on any one subject…
Lina was opting to end it all because she couldn’t handle the stressful situation that they were being forced into … while Four, even though we always thought of him as a wild card Jedi…

He was actually trying to make Lina see that her way is not going to benefit her in anyway…

Another baffling subject was the fact that Lina was trying to create her own 3rd Sith Empire ..???
What in the world gave her that idea…???   ::Hmmm::

She was a young lady going along doing her humanitarian aids to other Worlds & Galaxies…
How would she know anything about building another Empire..??
In order to build the 3rd Empire, it would have meant that she would have also destroyed her father’s Empire as well…

It just doesn’t make sense at all to me naaaaa…   ::Dozy::

Also, the bit at the end of the chapter … was talking about the political differences between the 1st Order and the Old Galactic Empire… The 1st Order was led by Supreme Leader Snoke which of course as we already know that was Lina’s father … ( IMHO...I do think that she might have been a stepdaughter, really )…
The reason being that Lina was not totally born out of evilness, but rather she seems to be crafted out as a mild form of a Sith mentality. Of course, with the exception of this particular chapter naaa...

I do think that Lina was raised among Siths but she didn’t really have the Sith’s mentality naaaa…
If she were a real Sith, I would think even Four wouldn’t be able to stop her....

Again, we are not sure how this little scene will play out….
Since we didn’t get any conclusion to this little scene at all… 55555   ::Oops::
 
We don’t know if she will go ahead and use her destructive blaster… or
She would listen to Four and think of another way to deal with those pesky armed forces of the Rebellion!!!

One thing’s for sure… If she were to use her blaster….
This act would have killed any & all relationships that she just forged with the Osyrians for sure- for sure!!!

The Osyrians is not just going to take that and let her get away with this mass murder act….
In the end … she would have to also forge a war with the Osyrians as well…

*** This is one of the most surprising chapters… or should I said half of a chapter..???  ::HeyHey::
It’s like no beginning, no ending chapter… 5555555555

Hopefully, the next chapter would have more sustenance than this one naaaa
Disclaimer: The view and opinion expressed on this website are solely those of my very own. It is solely for the purpose of entertainment and has NO meaningful value of any kind. They DO NOT necessarily represent those of the majority of READERS & WRITERS of this website staff, and/or any/all contributors to this site.
 
ஜ۩۞۩ஜ THANK YOU ஜ۩۞۩ஜ 



❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

DIAMONDS ARE FOREVER !!!

   ..... (¯`v´¯)♥
   .......•.¸.•´
   ....¸.•´
   ... (
   ☻/
   /▌♥♥
   / \ ♥♥

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ