ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )

โพลล์

พอดีว่า side story ของคิราระสาวเมด ผมเพิ่มเนื้อหาเข้าไปหน่อย จึงอยากจะขอความคิดเห็นครับ ว่าอยาก

4 ตอนก็ได้เพิ่มฉากริวกะบู๊ถล่มแก๊งค์ยากูซ่า ซักหน่อย
22 (21%)
5 ตอนก็ได้เพิ่มฉากโรแมนติกของคิราระกับริวกะสักนิก
83 (79%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 99

ปิดการโหวต: พฤษภาคม 16, 2019, 05:23:35 pm

ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )

  • 381 ตอบ
  • 9860 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3074
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีวันหยุด ฮู๊ววววว  จริงแล้วจำนวนตัวอักษรตอนนี้ ร่วมๆ 60,000 หรือ 2 ตอน แต่หลังจากที่ดู avenger endgame 3 ช.ม. ผมก็คิดว่า เห้ย !!! โคตรจุใจ ผมเลยตัดสินใจยัด 2 ตอนลงในกระทู้เดียวซะเลย เพราะฉนั้นเนื้อเรื่องจะมี 2 reply ครับ ใครอยากเห็นพี่เวย์โชว์โหดคงสมใจในตอนนี้


ตอนนี้มีการซ่อนข้อความตามเคย เนื่องจากเป็นตอนจบ เลยอยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นทุกข้อจริงๆครับ


1. คอมเมนต์อะไรก็ได้เพื่อขออ่านเนื้อเรื่องที่เหลือ

2. เมื่ออ่านจบแล้ว มีความคิดเห็นอย่างไร และกับใครเป็นพิเศษ

3. 16 ตอนที่ผ่านมายกเว้นพี่มังกร คุณชอบตัวละครตัวไหนมากที่สุดครับ



** ยังมีคำที่เขียนผิดหลายจุด กำลังทยอยแก้ไขครับ


ปล.1 ตอนนี้มีความลับซ่อนหลายอย่างที่ถูกเปิดเผย ถ้าอ่านอย่างละเอียด

ปล.2 ตอนนี้คำ 18+ เยอะมากมาย เพราะผมอยากถ่ายทอด ชีวิตของริวกะในขณะที่ใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาธรรมดาๆคนนึงกับเพื่อนวัยเดียวกัน

ปล. 3  ไซด์สตอรี่ของ คิราระเสร็จแล้ว 4 ตอน


•••••


ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา




ณ. มหาวิทยาลัย

ริวขับรถขึ้นโทลเวย์เพื่อเลี่ยงรถติดและดูเหมือนว่าเขาจะมาถึงซะเช้าเลย เมื่อจอดรถเรียบร้อยเขาก็นึกถึงพลอยทันที ริวจึงไม่รอช้าหยิบมือถือขึ้นเพื่อโทรหาพลอยกะว่าจะถามชื่อหอพักและเดินไปรับด้วยตัวเอง


[ ริว ]  :  ฮัลโหลค๊าบบบ พลอยจ๋าา


[ พลอย ]  :  งื๊อ ริวคนบ้า จ๋าอะไรแต่เช้า
อ๊าา ทำไมริวตื่นเช้าล่ะ ทำไมไม่นอนพัก


[ ริว ]  :  หายแล้วครับ เป็นห่วงริวเหรอ


[ พลอย ]  :  เง้อออ ริวคนบ้า ก็.... เป็นห่วง งื้อออ ริวแกล้งพลอยอ่ะ  หายแล้วจริงๆเหรอ


[ ริว ]  :  อื้อ ได้แคลเซียมเมื่อคืน ตื่นมาหายเลย


[ พลอย ]  :  แคลเซียม....


พลอยครุนคิดซักแปปนึก เมื่อคืนริวก็กินแค่อาหารคาวนี่นา ริวไปกินนมตอนไหนนะ ถึงบอกว่าได้แคลเซียม งืมม นม  อ๊าาาาา พลอยรู้แล้วว่าริวหมายถึงอะไร ก็เมื่อคืนเธอกับเขาพึ่งผ่านบทรักอันเร่าร้อนด้วยกัน และริวก็ดูดเลีย นมขาวๆของเธอด้วย


[ พลอย ]  :  งื้ออออ ริวคนบ้า คนทะลึ่ง


[ ริว ]  :  ฮรี่ ฮรี่ ฮรี่


[ พลอย ]  :  คนบ้าไม่ต้องหัวเราะแบบนี้เลย ทะลึ่งงงง


[ ริว ]  :  ใครกันน้อที่ทะลึ่ง เล่นเป็นฝ่ายรุกมาเองแบบนั้น


[ พลอย ]  :  งื๊อออ ริวคนบ้า


[ ริว ]  :  อื้อ บ้าก็บ้า ฮรี่ๆๆๆๆๆ แล้วพลอยอยู่ไหน คิดถึ๊งง อยากไปหา


[ พลอย ]  :  พึ่งอาบน้ำเสร็จค่ะ  อื้อริว วันนี้พลอยไม่ไปมหาวิทยาลัยนะ วันนี้อาจารย์แคนเซิลคลาส พลอยเลยจะอยู่กับคุณป้า



[ ริว ]  :  อ้าว ไหงงั้นล่ะ ฮืออออ คิดถึงอยากเจอ



[ พลอย ]  :  ตาบ้ายังไม่ถึง 24 ช.ม. เลยนะ


[ ริว ]  :  ลืมตาตื่นมาก็คิดถึงแล้วววว



[ พลอย ]  :  คิดถึงเหมือนกันค่ะ แบร่ แบร่ ริวแค่นี้ก่อนนะ พลอยจะแต่งตัวแล้ว



[ ริว ]  :  ครับก็ได้


[ พลอย ]  :  งือ อย่างอนนะริว กินข้าวกินยาด้วยนะ เป็นห่วงค่ะ


[ ริว ]  :  งือออออ


ริวถึงกับหงอยเลยทีเดียว เขาอุสส่าห์ฝืนใจขับรถมามหาวิทยาลัยด้วยตัวเองเพราะตั้งใจจะพาพลอยไปธุระด้วยกัน ริวนั้นขี้เกียจขับรถมามหาวิทยาลัยจริงๆปกติถ้าไม่อาศัยรถพี่อั้ม ก็ Taxi เพราะถ้าขับมาเองต้องเจอทั้งรถติด ทั้งขี้เกียจหาที่จอดที่สำคัญเพราะรถของเขามันสะดุดตาเกินไป แต่โชคดีที่วันนี้ริวรีบหนีพี่อั้มจึงทำให้รถไม่ติดและนักศึกษาก็ยังมาไม่เยอะ เขาจึงไม่เป็นที่สังเกตุมากนัก


ตรื๊ดดด ตรื๊ดดด ตรื๊ดดด   ครั้งนี้มีสายเรียกเข้า ริวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ปรากฎว่าเป็น คิราระ เขาจึงรับสายทันที


[ คิราระ ]  :  นายน้อยเจ้าคะ


[ ริว ]  :  งือออ มีไร


[ คิราระ ]  :  นายน้อยเป็นอะไรเจ้าคะ ทำไมเสียงซึมๆ


[ ริว ]  :  หิวข้าว ฮืออออ


ริวที่ทั้งหิวข้าวทั้งแห้วที่ไม่ได้เจอพลอย ก็แสดงอาการงอแงใส่คิราระทันทีโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้อั้มก็ขอฟังคิราระคุยด้วยโดยที่แอบเปิดสปีคเกอร์ไว้ และพอได้ยินว่าหิวข้าวอั้มก็จ๋อยทันที อั้มคิดว่าเพราะตัวเองทำให้ริวนั้นกลัวจนหนีออกมาก่อนได้กินข้าวเช้า


[ คิราระ ]  :  ไหวมั๊ยเจ้าค่ะ


[ ริว ]  :  งือ มีอะไรเหรอคิราระ


[ คิราระ ]  :  คือว่า บ่าวจะโทรมาแจ้งเจ้าค่ะ ว่าคุณท่านให้บ่าวตามไปธุระที่เชียงใหม่ด้วย



[ ริว ]  :  ฮ๊ะ อะไรนะ ฮือออ ไปกันหมดเลยเหรอ


[ คิราระ ]  :  เจ้าค่ะหมดเลย



[ ริว ]  :  ทำไมพ่อให้เธอไปด้วยล่ะ แล้วชั้นจะนอนกอดใครล่ะ ฮือออ


คิราระได้ยินก็หน้าแดงทันทีเพราะมีเหรอที่นายน้อยของเธอจะนอนกอดอย่างเดียวไม่สะกิดไม่ลูบคลำเลย คิราระแอบหันมามองที่อั้มที่ยังซำหน้าจ๋อยอยู่  เธอแอบยิ้มเล็กๆที่มุมปากเพราะว่าคิดจะทำอะไรบางอย่างให้พี่อั้มของเธอนั้นหายเศร้า



[ คิราระ ]  :  อย่างอแงสิ่เจ้าคะนายน้อย ถ้ากลับมาแล้ว บ่าวจะสะกิดจะกวนไม่ให้นอนทั้งคืนเลย จะรีดพิษมังกรยันเช้าเลยเจ้าค่ะ


อั้มได้ยินก็ถึงกับหน้าแดงทันที เดี๋ยวนี้คิราระกล้าพูดกับริวแบบนี้เชียวเหรอ ปกติจะเห็นแค่ยอมให้ทำ ไม่เคยเห็นเป็นฝ่ายรุกขนาดนี้


[ ริว ]  :  ก็มาดิ่ค๊าบยัยตัวแสบ จะไม่ให้นอนเลยคอยดู อย่าร้องขอนอนไปก่อนล่ะ


[ คิราระ ]  :   ไม่กลัวหรอกเจ้าค่ะ บ่าวจะจัดให้ยันเช้าเลย เพราะฉนั้นนายน้อยอย่างอนนะเจ้าคะ คนดีของบ่าว




[ ริว ]  :  งือ...ก็ได้    แล้วพี่อั้มไปด้วยมั๊ย



อั้มได้ยินริวถามถึงตัวเองก็ถึงกับตาโตดีใจ และ เอี้ยวตัวเข้ามาฟังใกล้ๆมากกว่าเดิม คิราระก็เหมือนรู้ใจอั้ม จึงตั้งคำถามปลายเปิดเพื่อให้นายน้อยของเธอตอบกลับมา


[ คิราระ ]  :  ไปด้วยเจ้าค่ะ มีอะไรรึเปล่าเจ้าคะนายน้อย



[ ริว ]  :   อือ.. ก่อนไปเธอดูให้หน่อยว่าน้ำยาคอนแทคเลนส์ของพี่อั้มหมดรึยัง หยิบไปเผื่อด้วยก็ได้เอาขวดสีฟ้านะ แล้วก็เอาแว่นไปด้วยจะได้พักสายตา


[ คิราระ ]  :  เจ้าค่ะนายน้อย นายน้อยเป็นห่วงพี่อั้มเหรอเจ้าคะ


[ ริว ]  :  อือ แต่ไม่ต้องบอกนะว่าชั้นให้ไปหยิบ


[ อั้ม ]  :  เจ้าค่ะนายน้อย เดี๋ยวบ่าวขอตัวไป เก็บกระเป๋าก่อนนะเจ้าคะ


[ ริว ]  :  อือ เอ่อ... ยาดมสมุนไพรในห้องชั้น เธอไปถ่ายรูปไว้แล้วไปซื้อที่สนามบินทีนะ ซื้อแล้วเอาเก็บไว้กับตัวเลย เอาไว้ให้พี่อั้มตอนเมาเครื่องบิน  ถ้าเสร็จจากธุระของพ่อก็หาเวลาเที่ยวบ้างล่ะ ไปเชียงใหม่ทั้งที


[ คิราระ ]  :  เจ้าค่ะนายน้อย รักนายน้อย 3000 นะเจ้าคะ


คิราระกดวางสายและมองไปที่อั้มทันที ซึ่งเป็นอย่างที่เธอคาด เพราะตอนนี้อั้มยิ้มหน้าบาน ตาหยี ย่ำเท้ารัวๆดีใจที่นายริวไม่ได้โกรธแถมยังห่วงใยใส่ใจเธอขนาดนี้


[ อั้ม ]  :  งื๊ออออออออออออออ


[ คิราระ ]  :  ฮี่ๆ เห็นมั๊ยคะ คิราระบอกแล้ว นายน้อยไม่ได้โกรธ


[ อั้ม ]  :  อื้อออ งื๊อออดีใจจัง


[ คิราราะ ]  :  พี่อั้มคะ ที่คิราระบอกว่าจะรีดพิษนายน้อย พี่อั้มต้องช่วยด้วยนะคะ ถ้าคิราระทำคนเดียวคงไม่ไหวแน่ เพราะนายน้อยอึดมากเลยค่ะ


[ อั้ม ]  :  บ่ะ บ้าคิราระ พูดอะไรก็ไม่รู้


อั้มถึงกับเขินพูดไม่ออกที่คิราระชวนกันตรงๆ เธออายไม่รู้จะอายยังไงถึงกับวิ่งไปที่ห้องเพื่อเก็บกระเป๋า โดยที่คิราระก็ยืนยิ้มอย่างมีความสุขและเดินไปยังห้องของอั้มเพื่อหยอกล้อและช่วยเก็บกระเป๋า


ริวถึงกับหงอยเป็นหมาป่วย เพราะพลอยก็ไม่ว่างแถมศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ยังต้องอยู่คนเดียวอีกรันทดแท้ๆชีวิตของนายมังกร แต่แค่ไม่ถึงนาทีก็มีสายเรียกเข้ามาอีกแล้ว ริวคิดว่าเป็นคิราระจึงรับสายทั้งๆที่ไม่ได้มองชื่อ


[ ริว ]  :  ค๊าบบบ


[ เวย์ ]  :  ค้าบเหี้ยอะไร แดกยาผิดหรือไงมึง


[ ริว ]  :  เออไอ้เวนเหรอ ว่าไงวะ


[ เวย์ ]  :  เออกูเองมึงคิดว่าเป็นใครล่ะ  เห้ย มึงเป็นไงบ้างไอ้มังกร


[ ริว ]  :  เออ หายดีแล้ว อยู่มหา'ลัยและเนี่ย


[ เวย์ ]  :  เอ้า แทนที่จะนอนพักมึงรีบมาทำไมเนี่ย ยังเช้าอยู่เลยฟายเอ๊ย


[ ริว ]  :  เออน่ะ มึงอยู่ไหนเนี่ย


[ เวย์ ]  :  อยู่ตลาดข้างซอยหอ จะเอาไรป่าว


[ ริว ]  :  ซื้อของกินมาให้หน่อย ยังไม่ได้กินข้าวเลย


[ เวย์ ]  :  เออ เดี๋ยวรีบไปงั้น เจอที่แลปเลย


เรียกว่าเป็นเพื่อนรักเพื่อนตายกันจริงๆ 2 หนุ่มนี้ เวย์โทรมาสอบถามอาการของริวเพราะคิดว่ายังคงไม่หายเพลีย แต่ก็กลายเป็นว่าเขาอยู่มหาวิทยาลัยซะแล้ว สุดท้ายก็ต้องซื้อของกินตอนเช้ามาให้ที่มหาวิทยาลัย ริวอาศัยรถบัสในมหาวิทยาลัยเพื่อเดินทางจากที่จอดรถไปยังตึกเรียน เขาก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมวันนี้ตึกนิเทศฯดูวุ่นวายแปลกๆทั้งๆที่ยังเช้าอยู่ แต่เขาก็นั่งรถเลยไปเพื่อขึ้นไปยังห้องแลปเพื่อทำแลปอิ๊งเก็บคะแนน ไอ้ริวเว้ยย !!![/b][/color] มีเสียงเรียกเขาจากด้านหลัง ริวก็หันกลับไปทันที


[ ริว ]  :   เออ มีไรวะไอ้มะกรูด


มะกรูดเพื่อนร่วม sec ของริวเขาเป็นผู้ชายตัวผอมๆใส่แว่น ตัวสูงราวๆ 170 หน้าธรรมดาๆดูซื่อๆ และเขาเป็นโอตาคุ เขาคลั่งไคล้ในประเทศญี่ปุ่นมากๆ เขาศึกษา เรียนรู้ทุกวัฒธรรมของญี่ปุ่นตั้งแต่เรียน.ปลาย  เมื่อตอนเข้ามาเรียนปี 1 พอเขารู้ว่าริวเกิดที่ญี่ปุ่นเขาก็อยากจะเข้ามาคุย แต่ตอนแรกๆนั้นหน้าตาริวไม่รับแขกเลยเขาจึงไม่กล้าที่จะคุยอีกทั้งวันจับรหัส ริวก็สำแดงเดชเตะบอลอัดเสาจนบอลแตกใส่รุ่นพี่อีก ทำให้มะกรูดยิ่งไม่กล้าเข้าไปคุย แต่พอผ่านไปร่วมเดือนเขาเห็นริวเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับเวย์ เริ่มคุยกับเพื่อนๆคนอื่นบ้าง เขาจึงเข้ามาขอคุยกับริวโต้งๆเลย แรกๆริวก็รำคาณเพราะมันถามชนิดที่ว่าหูดับตับไหม้เลย



แต่พอนานๆไปริวก็เริ่มชิน การคุยกับมะกรูดมันทำให้เขาหายคิดถึงบ้านได้เยอะ เพราะไอ้มะกรูดนี้รู้ทุกเรื่อง รู้ลึกเกี่ยวกับญี่ปุ่นเลย เหมือนริวได้พูดคุยกับคนประเทศเดียวกันเลยเพราะมะกรูดก็สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ถึงจะไม่คล่องเท่าเจ้าของภาษาแต่ก็ถือว่าใช้ได้ และมะกรูดก็ได้ริวนี่แหละที่ช่วยติวภาษาญี่ปุ่นให้ เคาะนั่นนิด ปรับนี่หน่อย จนมะกรูดพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องปร๋อเลย


[ มะกรูด ]  : มึงดูนี่ยัง มึงกับไอ้เวย์ดังแล้วเนี่ย


[ ริว ]  :  ไรวะ


มะกรูดยื่นโทรศัพท์ให้ริวดูคลิปๆหนึ่ง มันเป็นคลิปที่เขาขึ้นไปร้องเพลงและมีเวย์เล่นเปียโนเมื่อคืน ยอดวิวถือว่าใช้ได้เลยถ้าดูจากเวลาการโพสต์คลิปแล้ว แต่ริวก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะมันก็มืดถ้าคนไม่รู้จักเขาจริงๆคงไม่รู้ว่าเป็นใคร


[ มะกรูด ]  :  สาวๆไลค์เพียบเลยนะเมิงง


[ ริว ]  :  ช่างมัน ว่าแต่มึงเหอะมาเช้าจังวะวันนี้ กลับมาจาก ออกทริปถ่ายภาพเมื่อไรเนี่ย


[ มะกรูด ]  :   กลับมาวันก่อนเอง วันนี้มีดารามาถ่ายโฆษณาที่ตึกนิเทศนะเว้ย ที่ชื่อ นานะ ไงที่กูเคยเล่าให้ฟัง



[ ริว ]  :  นานะ นานะไหนวะ ที่มึงบอกว่าหยิ่งๆนิสัยเสียๆป่ะ


[ มะกรูด ]  :  เออๆนั่นแหละ หยิ่งแต่น่ารักนะ นิสัยส่วนตัวช่างแม่งกูเสพผลงานเว้ย เดี๋ยวทำแลปเสร็จจะไปดูสักหน่อย


[ ริว ]  :  ตามสบายเลยไอ้มะกรูด กูไม่ค่อบชอบดารา นางแบบ


[ มะกรูด ]  :  ทำไมวะเคยโดนดาราทิ้งเหรอ 55555 มึงนี่ไม่สนโลกตามเคยเลยเว้ย เออนี่กูซื้อมาฝาก


[ ริว ]  :  อะไรวะ จิ๋มกระป๋องกูไม่เอานะ 5555


[ มะกรูด ]  :  รุ่น Flip hold เลยนะเว้ย  ถุ้ยยย จวยเหอะ ใครจะไปพกของแบบนั้นวะ ของดีเว้ย ของดี แต่แกะแล้วเก็บดีๆนะเว้ย


ริวรับของมาแถมยังแซวอีก สิ่งที่มะกรูดซื้อมาให้คือ กล่องไม้ที่ทำมาจากไม้ฉำฉาขัดอย่างดี และ สลักอักษรคันจิ ลงหมึกสีดำ อ่านว่า ชิโนบิ เมื่อเปิดออกก็พบว่าข้างในกล่องนั้นเป็นคุไน 3 แฉก  1 เล่ม


[ มะกรูด ]  :  กูเห็นมันสวยดี คุไน 3 แฉกนั่น สเกล 1/1 เลยนะเว้ย แต่คงไม่ใช่ของลิขสิทธิ์ กูผ่านหมู่บ้านตีเหล็กพอดีเลยซื้อมาฝาก



[ ริวกะ ]  :  ไม่ต้องลิขสิทธิ์หรอก นั่นมันของเด็กเล่น ถ้ามีคมมันจะอันตรายกับเด็กๆ เอามาใช้งานจริงๆไม่ได้หรอก




มะกรูดซื้อคุไนมาเป็นของฝากให้ริว เขาบอกว่าไปออกทริปแล้วผ่านหมู่บ้านช่างตีเหล็กโบราณ เห็นมันสวยดีเลยอยากซื้อมาฝาก และยังมีอีกอย่างที่เขาซื้อมาให้ริวอีก มันถูกห่อใส่ผ้ามาอย่างดี เมื่อริวแกะออกก็พอว่าเป็น ดาวกระจาย 4 แฉกสีดำทำจากเหล็กจำนวน 3 อัน ริวทำการทดสอบอะไรบางอย่าง เขานำดาวกระจายทั้ง 3 อันมาวางบนนิ้วโดยวางไว้กึ่งกลางและยกขึ้นยกลงทั้ง 3 อัน ปรากฎว่าทั้ง 3 อันไม่ตก ไม่เอนเอียงเลย อีกทั้งคุไน เขาก็เอานิ้วสอดเข้าไปและควงอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน



[ ริว ]  :  เห้ย บาลานซ์ใช้ได้เลย น้ำหนักก็พอดีมือ ของดีนี่หว่า เท่าไรวะไอ้มะกรูด


[ มะกรูด ]  :  เห้ย ไม่ต้อง กูได้เงินรับจ๊อบถ่ายรูปมาเยอะ 4 อันนี้ 5000 ( เยน ) กว่าๆเอง


[ ริว ]  :  เห้ย ของซื้อของขาย


[ มะกรูด ]  :  ว่างๆก็ปาแม่นๆให้กูดูก็พอ เงินไม่ต้องให้กูหรอก 5555



มะกรูดยืนยันว่าไม่ต้องการรับเงินจากริวถึง 2 ครั้ง เมื่อได้ฟังดังนั้นริวจึงรับดาวกระจาย 3 อันและคุไน 1 เล่มนั้นไว้ด้วยความยินดีเพราะมะกรูดยืนยันว่าอยากให้ ริวยื่นกล่องไม้ที่บรรจุคุไนคืนให้มะกรูด แรกๆมะกรูดก็งง แต่ริวให้เหตุผลว่า กล่องไม้ให้มะกรูดเก็บไว้สะสม ส่วนคุไนกับดาวกระจายเขาเก็บใส่กระเป๋าก็พอโดยที่พูดติดตลกว่า เวลาจะใช้ก็หยิบออกมาขว้างเลยง่ายดี มะกรูดก็เออๆออๆตามไป ใครจะบ้าไปเชื่อ ดาวกระจายไม่ใช่ปากันง่ายๆ ยิ่งคุไน 3 แฉกยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเป็นเหล็กทั้งแท่งถ้าขว้างล่ะหมุนติ้วแน่ๆ พอจบการพูดคุยทั้ง2 จึงพากันเดินไปยังห้องแลปและระหว่างที่ทั้ง 2 กำลังจะเดินเพื่อไปยังห้องแลปต่อนั้น


[ เวย์ ]  :  อายยย แอมมมม กรูดดดดดดด 55555


[ มะกรูด ]  : เหี้ยเวย์ ไอ้สาด


เวย์มาแล้วและในมือก็ยังมีถุงของกินมามากมาย ดูเหมือนทั้ง 3 คนนี้จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเวย์นั้นชอบเรียก มะกรูดว่า กรูด ไอ้กรูด ซึ่งมันจะไปเหมือนกับตัวละคร
ของมาร์เวลพอดิบพอดี ส่วนมะกรูดก็ไม่ได้เคืองอะไรเพราะรู้ว่าเพื่อนล้อกันเล่นๆ


[ เวย์ ]  :  เอ้าของแดก ไอ้มังกร 


[ ริว ]  :  เออขอบใจ หิวใส้จะขาด


[ เวย์ ]  :  ส่วนมึงโทษทีว่ะไอ้กรูด กูไม่รู้ว่าจะเจอมึง เลยไม่ได้ซื้อปุ๋ยมาให้ งั้นเอาน้ำไปแดรกก่อนนะ โตไวๆนะลูกพ่อ 55555


[ ริว ]  : 5555555



[ มะกรูด ]  :  พวกมึงนี่มันคู่หู่นรกแตกจริงๆ  kuy all


[ เวย์ ]  :  รีบ  all ไปไหนกูฟาร์มอยู่ 55555


[ ริว ]  :  รอตัวแทงค์แปปค่อย all 55555



[ มะกรูด ]  :  ค้วยยยย !!!


เวย์ก็แซวตามนิสัยของเขาจนทำให้ริวถึงกับขำตาม มะกรูดก็อดไม่ได้ที่จะแจกกล้วยไปคนละใบ ซึ่งดูจากปฏิกิริยาของริวกับเวย์แล้ว ท่าทางนายมะกรูดคนนี้ถือว่าสนิทกันใช้ได้เลยถึงมีการแซวการแจกกล้วยแต่ไม่ยักจะโกรธเคืองกัน และทั้ง 3 ก็พากันเดินเข้าไปในห้องแลปเพื่อนั่งคุยและนั่งกินข้าวก่อนที่จะเริ่มทำแลปตามประสาเด็ก ปี2ทั่วไป


ทั้งสามก็นั่งทำแลปไปคุยไปกินไปช่วยกันบ้างแกล้งกันบ้างตามประสาเพื่อน จนเมื่อครบ 1 ช.ม. มะกรูดก็จะขอแยกตัวไปที่ตึกนิเทศฯเพื่อที่จะเจอตัวจริงของนานะนางแบบจากญี่ปุ่น


[ เวย์ ]  :  แล้วมึงไปกับใครวะไอ้กรูด


[ ก๋อย ]  :  กับกูนี่งาย ว่าไง ไอ้คู่หูนรกแตก !!!!


[ ริว , เวย์ ]  :  ครวยยยย !!!!


เวย์พูดยังไม่ทันขาดคำเลยเพื่อนอีกคนก็พูดสวนมาทันที ไอ้ก๋อยนั่นเอง ก๋อยกับมะกรูดนี่รู้จักกันเพราะความชื่นชอบที่คล้ายๆกัน แต่ก๋อยนั้นจะชื่นชอบแค่ดาราหรือไอดอลของญี่ปุ่นเท่านั้นต่างกับมะกรูดที่คลั่งไคล้ทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่น ( ไอ้ก๋อยคือคนที่ถามริวในตอนที่ 7 ว่าเป็นนินจารึเปล่าและได้เห็นริวนั่นต่อสู้มากับตา )


[ เวย์ ]  :  ว่าไงไอ้ก๋อย ไอ้คลั่ง2D



[ ก๋อย ]  :  2D หน้ามึงอ่ะ นี่นานะมาตัวเป็นๆนะโว้ย


[ เวย์ ]  :  กูเลิกตามข่าวมานานละ นิสัยแย่ๆไม่ใช่แนวเลยกูตาม อันริ โอคิตะ ดีกว่า


[ ก๋อย ]  :  เห้ยๆ นานะกับอันริ คนละแนวเลยไอ้จวย แล้วอย่าทำเป็นเล่นไป โพลล์จัดอันดับไอดอลสาวผู้มีอิทธิพลต่อวัยรุ่นญี่ปุ่น 10 อันดับ นานะติด ที่ 4 นะเว้ย



[ เวย์ ]  :  ก็แค่ที่ 4 ล่ะว๊า


[ ก๋อย ]  :  มันไม่ใช่แค่ที่ 4 นะเว้ย เพราะไอ้โพลล์นี้มันไม่ได้สำรวจแค่ดารา แต่คือไอดอลหญิงจากทุกวงการเลยนะเว้ย ทั้งธุรกิจ กีฬา การเมือง ดารา และ นักเขียน  นานะที่ติดอันดับ 4 เธอเป็นดารานางแบบที่ติดอันดับดีที่สุดนะเว้ย ถึงบ้านเราเขาจะไม่ดังมาก แต่ที่ญี่ปุ่นนานะนี่ the best เลยนะเว้ย


[ เวย์ ]  :  ง่อววว the best ซะด้วย อย่าไปเก็บข้อมูลลงข้อมือนะไอ้สัด


[ ก๋อย ]  :  ค๊วยย !!!


[ มะกรูด ]  :  ไอ้ก๋อยมันพึ่งซื้อ แว่น VR กับ จิ๋มกระป๋องแบบออโต้ตัวท๊อปมา มันไม่ต้องชักเองแล้วเว้ย  555555


[ เวย์ ]  :  เหี้ยก๋อย ล้ำสัดอ่ะ 5555555


ทั้ง 2 คุยเฮฮากันไปเรื่อยๆโดยที่มีมะกรูดแจมด้วยยกเว้นริวที่ไม่ได้สนใจอะไร นอกจากกินข้าว กินขนม และ ทำการบ้าน แต่อีก 3 คนก็ยังคุยกันต่อไปตามประสา


[ ก๋อย ]  :  อีก 3 คนนี่ the best ของแท้นะเว้ย

อันดับ 3 นี่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ คุณ จุนโกะ ขาวจั๋วน่าเจี๊ยะ

อันดับ 2 เป็นนักเขียนชื่อดัง คุณ ฮานะ นี่ก็บักแตงโม

ส่วนอันดับ 1 นี่ คนที่คุณก็รู้ว่าใครเลย



[ เวย์ ]  :  ใครวะ



[ มะกรูด ]  :  รู้ๆกันยู่ก็ คุณมิไร ไง อิซานางิ มิไร นักธุรกิจสาว ลูกบุญธรรมของตระกูล อิซานางิไง คนนี้เรียกว่า โคตรเพอร์เฟค นิสัย การวางตัว การศึกษา หน้าที่การงาน ที่สำคัญสวยมากๆ


[ ก๋อย ]  :  ใช่ๆ พี่สาวมึงไงไอ้ริ~


[ ริว ]  :  แค่กกกก !!!! 



ริวถึงกับต้องสำลักน้ำเพื่อเบรคไอก๋อยไว้ ไม่งั้นมันคงหลุดปากเรื่องที่ริวนั้นเป็นทายาทของอิซานางิเลยก็ว่าได้


[ มะกรูด ]  :  พี่สาวอะไรวะ มึงสำลักไรวะริว


[ ริว ]  :  เหี้ยเวย์ดิ่ ซื้อน้ำมะนาวมาหวานเจี๊ยบสำลักเลยสาด


[ เวย์ ]  :  เอ้อออ ใช่ๆๆ คุณมิไรนี่พี่สาวกูเลยนะ คลานตามกันมา 5555555555555


[ มะกรูด ]  :  ซุยเหลือเกินไอ้สาด พี่น้องคนละพ่อละแม่อ่ะดิ่


ดูเหมือนว่าริวจะรอดตัวไป เพราะเวย์นั้นช่วยแก้หน้าได้ทัน ทั้งริวและเวย์มองไปที่ไอ้ก๋อยด้วยสายตาอำมหิตเลยทีเดียว ไอ้ก๋อยก็รู้ว่าพูดมากเกินไปจนเกือบหลุดปาก มันจึงเดินอ้อมไปหลังมะกรูดและทำท่าไหว้ขอโทษตามประสาพื่อนที่พลาดไปแล้ว ไอ้ก๋อยถึงกับพูดแบบไร้เสียงว่าอย่าทำกูเลย ให้ริวและเวย์เห็นซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรแค่แกล้งทำให้มันกลัวเฉยๆ


[ มะกรูด ]  :  เฮ้ยงั้นเดี๋ยวกูไปก่อนนะ กูนัดรุ่นน้องไว้ด้วย


[ ริว ]  :  นั่นแน่ เดี๋ยวนี้มีนัดเด็กด้วย ร้ายจริงเว้ยลวกเพี่ย


[ เวย์ ]  :  เย็ดไปยังวะไอ้กรูด


[ มะกรูด ]  :  พ่องเถอะ น้องที่บ้านอยู่ซอยเดียวกันโว้ย รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆแล้ว อีกอย่างขืนไปแตะต้องมัน กูโดนเตะตายพอดี คาราเต้สายดำเลยนะมึง สวยแต่ดุชิบหาย 5555


[ เวย์ ]  :  เฮ้ย เดี๋ยวไอ้กรูด บ้านมึงอยู่ซอยหล่อพระนี่หว่า


[ มะกรูด ]  :  เออ มีไรวะ


เวย์พึ่งนึกอะไรออก เพราะเมื่อวานเขาพึ่งขับรถไปส่งปาล์มที่บ้าน และ ปาล์มขอให้เขาจอดตรงซอยหล่อพระเพราะบอกว่าถึงบ้านแล้ว ถ้าตามที่ไอ้มะกรูดพูดว่าน้องเล่นคาราเต้สายดำและอยู่ซอยเดียวกัน หรือจะเป็นปาล์ม


[ เวย์ ]  :  น้องมึงนี่ชื่อปาล์มอยู่ นิเทศฯ ป่าววะ


[ มะกรูด ]  :  เออใช่ รู้ได้ไงวะ ไปม่อมาเหรอวะ


[ เวย์ ]  :  โน โน โน้ววว นู่นๆโจทย์ไอ้มังกรมัน 55555 แต่เมื่อวานก็นอนกอดกันกลมดิ๊กอยู่หลังรถกูเลย 55555 ด๊วบปากกันด้วยนะเว้ยพวกมึง เห็นรถกูเป็น Fake taxi หรือไงก็ไม่รู้ 55555


[ มะกรูด ]  :  เฮ้ยยย ไอ้ริวจริงเหรอวะ


ริวถึงกับหน้าเหวอเลย เพราะไม่คิดว่าปาล์มกับไอ้มะกรูดจะรู้จักกัน แถมไอ้เวย์ยังเห็นว่าเขาจูบเธออีก


[ ริว ]  :  เหี้ยเวย์ ไรมึง


[ เวย์ ]  :  โถ่ กอดกันกลมดิ๊ก แถมนัวเนียกันขนาดนั้น มึงคงไม่เห็นสิ่นะ ว่าตอนน้องมันลุกขึ้นมา ปากน้องเขาเลอะ ( เลือด ) อ่ะ 55555  จะตายห่าอยู่ละยังจะปักธงอีก


[ ก๋อย ]  :  จิ๊กกิ้ววว ไอ้ริวสอยเด็กไอ้มะกรูดแล้ว เยสแน่นอน แบบนี้เยสแน่นอน


[ มะกรูด ]  :  ไม่ใช่เด็กกู น้องกูจริงๆ กูรักมันเหมือนน้องสาวแค่นั้น ไอ้ริวถ้ามึงจะจีบน้องมันก็จีบให้สุดนะเอาให้ได้เป็นแฟนเลยช่วยมันหน่อย น้องมันเป็นโรคเกลียดผู้ชาย ยิ่งหล่อๆแบบมึงนี่นะ เกลียดเข้ากระดูกดำ

[ ก๋อย , เวย์ ]  :  ทำไมวะ ?


ก๋อยและเวย์ถามขึ้นพร้อมกันด้วยความสงสัย ริวก็เช่นกันถึงจะไม่ได้เอ่ยปากถาม แต่เขาก็หยุดทำการบ้านและหันมาตั้งใจฟังอย่างจริงจัง เพราะเจอกันครั้งแรกปาล์มก็จะบวกกับริวเสียแล้ว ริวจึงอยากรู้เหตุผลด้วย



[ มะกรูด ]  :  พี่สาวปาล์มน่ะ ถูกแฟนเก่าทิ้งไปมีแฟนใหม่ ด้วยความเสียใจพี่สาวปาล์มเลยโดดกระโดดน้ำฆ่าตัวตายหลังมหาวิทยาลัยเนี่ย ปาล์มก็เลยฝังใจเรื่องผู้ชายมาตั้งแต่ตอนนั้น


[ ริว ]  :  หลัง มหาวิทยาลัย ? ทะเลสาบ ?


ริวสะดุ้งถามขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่า หลังมหาวิทยาลัย เพราะเขาก็ได้พบกับวิญญาณสาวที่นั่น เวย์ก็ถึงกับสะดุ้งตามทันที เพราะเขาแทบจะเดาได้เลยว่าริวต้องเคยเห็นดวงวิญญาณนั้นแน่ๆ เพราะไอ้เพื่อนรักของเขา มันชอบเดินไปแถวๆหลังมหาวิทยาลัยเสียด้วย


[ มะกรูด ]  :  เออ หลังมหาวิทยาลัยนั่นแหละ มึงไม่รู้ก็คงไม่แปลก เพราะเรื่องมันเกิดตอนพวกเราอยู่ ม.5  มึงก็ยังอยู่ที่ญี่ปุ่นแหละ



[ เวย์ ]  :  งั้นมหาวิทยาลัยนี้ก็มีผีอ่ะดิ่วะ



[ มะกรูด ]  :  เออดิ่ อย่างน้อยก็ตนนึง   หึหึหึหึ  มึงไม่สังเกตุเหรอ หลัง 6 โมงไม่มีใครไปหลังมหาวิทยาลัยเลย ก็มีแต่ไอ้ริวนี่แหละที่ไปนอนเล่นบ่อยๆ



[ ก๋อย ]  :  เอาจริงๆนะ กูว่าไอ้ริวมันมีอะไรพิเศษๆ แปลกๆวะ



[ มะกรูด , เวย์ ]  :  หาาาาาาา  มึงหันมาชอบถั่วดำแทนหอยแล้วเหรอวะ


[ ก๋อย ]  :  ไม่ใช่โว้ย กูยังจงรักภักดีกับหอยอยู่ แต่ที่กูบอกว่ามันพิเศษกูหมายถึงในตัวมันนั่นแหละ คือบ้านเก่าที่กูอยู่ตอนเด็กๆ ข้างๆบ้านกู เขาพูดกันว่าเป็นบ้านของคนทรง



[ เวย์ ]  :  เย็ดเข้ ชาแมนคิง


[ ก๋อย ]  :  เงียบก่อนไอ้เวย์ ต่อๆ คือ บ้านข้างๆกูเป็นคนทรงมาตั้งแต่บรรพบุรุษเลย นะ กูเคยขอให้แม่กูเล่าให้ฟังเพราะท่านรู้จักกัน แม่กูเล่าว่าคุณน้าข้างบ้านเป็นคนทรงที่แบบเก่งเหี้ยๆ อัญเชิญวิญญาณมาประทับร่างแบบจังๆเลย จะบอกว่าเป็นชาแมนคิงแบบไอ้เวย์บอกก็ไม่แปลก  กูเคยไปเล่นบ้านเขาตอนเด็กๆเหมือนกัน


[ มะกรูด ]  :  เจอผีเปล่าวะ


[ ก๋อย ]  :  ไม่เจอๆ  แต่ตอนเด็กๆกูรู้สึกแบบ สงบๆ เย็นๆ แถมมีกลิ่นที่เฉพาะตัวมากๆ แต่แม่กูบอกว่าคุณน้าเขาไม่ได้เปิดสำนักอะไรนะ  คุณน้าเขาจะช่วยแค่คนที่เดือดร้อนจริงๆ เหมือนเขาไม่อยากจะวุ่นวายหรือข้องเกี่ยวกับพวกนี้ แต่เพราะถูกสืบทอดมาทางสายเลือดมันเลยเลี่ยงไม่ได้



[ เวย์ ]  :  โถ่เว๊ยเหี้ยก๋อยมีแต่น้ำไหนวะเนื้อ ที่บอกว่าไอ้มังกรมันพิเศษยังไง



[ มะกรูด ]  :  เออๆ มันติดลม   ที่บอกว่าได้ริวมันพิเศษคือ กูรู้สึกว่ามึงกับคุณน้าคนนั้นคล้ายๆกัน มันพูดไม่ออกว่ะ แต่มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ถ้าให้พูดแบบดูเวอร์ๆหน่อย คือ ออร่าแผ่ คล้ายๆกัน แต่ถ้าให้พูดแบบหลักวิทยาศาสตร์ก็คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมานั่นแหละ มันดูสงบๆเย็นๆเป็นโทนสีฟ้า



เวย์และมะกรูดฟังก็เข้าใจได้ทันที เวย์นั้นรู้อยู่แล้วจึงไม่ได้แปลกใจอะไรมาก แต่มะกรูดนั้นถึงจะไม่รู้เรื่องของริวแต่ตลอด 1 ปีที่เขาคุยกับริว ถึงตัวเขาจะไม่ได้สนิทกับริวเหมือนเวย์ แต่เขาก็สัมผัสบางอย่างเกี่ยวกับริวได้จริงๆ ส่วนริวนั้นก็รับรู้ได้ทันทีว่า วิญญาณที่ไอ้มะกรูดพูดถึงต้องเป็นพี่ปิ่นแน่นอน มิน่าล่ะเขาถึงสงสัยว่าทำไมปาล์มหน้าตาคล้ายพี่ปิ่นนัก



[ ริว ]  :  และทุกวันนี้ยังมีคนเห็นอีกไหมวะ วิญญาณดวงนั้น


[ ก๋อย ]  :  ตัวกูอ่ะไม่เคยเห็น แค่เฉียดไปยังไม่กล้าเลย แต่บางคนก็ว่าได้ยินแค่เสียง บางคนก็ว่าเจอผู้หญิงยืนร้องไห้อยู่ตรงทะเลสาบ บางคนหนักหน่อยก็ว่าเห็นเป็นตัวๆเลยใส่ชุดนักศึกษากระโดดน้ำ พอจะเข้าไปช่วยก็ไม่เห็นอะไร แถมผิวน้ำก็นิ่งสงบไม่มีคลื่นจากการกระโดดเลย เลยรู้ว่าโดนหลอกกันแล้ว



[ มะกรูด ]  :  กูก็ไม่เคยเห็นนะ แต่กูรู้ว่าคงเป็นพี่เขาแหละ  เพราะบาปจากการฆ่าตัวตายมันหนักมาก ต้องชดใช้กรรมไปจนกว่าจะหมดอายุขัยนั่นแหละ จะเจอก็ไม่แปลกเพราะพี่เขาคงชดใช้กรรมอยู่ตรงนั้นแหละ ฆ่าตัวตายซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะหมดอายุขัย แต่ข่าวลือมันหนาขึ้นๆ คนก็เลยไม่ค่อยกล้าไป จะมีก็แต่ปาล์มนั่นแหละที่เอาของไปไหว้ทุกวันพระ



ริวได้ฟังก็กระจ่างทันที เพราะลุงเจ้าที่เคยบอกว่าจะมีก็แต่น้องสาวของพี่ปิ่นที่นำของมาไหว้เท่านั้น และ เขาก็สงสัยอะไรบางอย่างจึงได้ถามกลับไปอีก



[ ริว ]  :  แล้ววิญญาณนั่นเคยหลอกใครมั๊ยวะ แบบออกมาตุ้งแช่เลยอ่ะ



[ ก๋อย ]  :  เท่าที่ฟังๆมาไม่เคยวะ ไอ้ที่แบบโผล่มาแฮ่ๆ ไม่เคยมีใครโดนนะ ส่วนมากจะเห็นแค่เดินวนๆตรงทะเลสาบหลังมหาวิทยาลัย



[ มะกรูด ]  :  อืม ตอนมีชีวิตอยู่พี่เขานิสัยดีนะ อันนี้กูรับประกัน ไอ้ริวถ้ามึงพิเศษอย่างที่ไอ้ก๋อยรู้สึก แล้วถ้ามึงเจอพี่เขาแล้วสื่อสารได้ มึงถามเขาทีว่าอยากได้อะไรไหม กูจะทำบุญไปให้ เพราะปาล์มมันก็ยังไม่ได้ทำงาน ไอ้จะให้ไปซื้ออะไรแพงๆมาทำบุญให้ก็คงเกินกำลัง ตอนเด็กๆพี่เขาก็ดีกับกู กูก็อยากตอบแทนพี่เขาบ้าง



[ ริว ]  :  เออ ถ้ากูเห็นกูจะบอกให้



[ มะกรูด ]  :  เออ ขอบใจมาก  งั้นกูกับไอ้ก๋อยไปก่อนนะ เดี๋ยวสาย



[ เวย์ , ริว ]  :  เออเจอกัน



_ _ _ _ _ _


ทั้งสองเดินลงมายังชั้นล่าง ก่อนที่จะพากันเดินไปยังตึกนิเทศฯเพราะมันไม่ได้ไกลมาก มะกรูดนั้นยังสงสัยเรื่องที่ก๋อยพูดมาจึงได้สอบถามอีกครั้ง



[ มะกรูด ]  :  ไอ้ก๋อย มึงพูดจริงพูดเล่นวะเนี่ยเรื่องไอ้ริว ที่มึงบอกว่ามันอาจจะเห็นผีเหมือนน้าร่างทรงข้างๆบ้านมึง


[ ก๋อย ]  :  อันนี้กูพูดจริงๆ  บอกไปมึงอาจไม่เชื่อแต่กูรู้สึกได้ ว่ามันไม่ได้มีดีแค่เรื่องต่อยตี


[ มะกรูด ]  :  หะ ต่อยตีอะไรวะ ตั้งแต่ ปี 1 ยังไม่เคยเห็นมันมีเรื่องกับใครเลย


[ ก๋อย ]  :  เอ้ย...กูหมายถึง กวนตีนจนน่าโดนต่อยโดนตีน่ะ 55555
นาย

ไอ้ก๋อยเกือบอีกแล้ว เกือบหลุดเรื่องที่ริวฝีมือนั้นเข้าขั้นเทพ เพราะมะกรูดนั้นติดไปทริปถ่ายรูปที่ญี่ปุ่นเลยไม่ได้รู้เรื่องตอนงานวันรับน้องว่าริว
กระทืบพวกไอ้นพจนเละ และดูเหมือนว่าริวจะไม่อยากให้คนอื่นๆรู้เสียด้วย



[ มะกรูด ]  :  อ่อเออ  มันก็กวนตีนเป็นปกติของมันอยู่แล้ว ก็อยู่กับไอ้เวย์ตลอดก็งี้แหละ แล้วเรื่องของมันล่ะมึงว่าไงต่ออ่ะ มันจะเห็นวิญญาณได้มั๊ย



[ ก๋อย ]  :  กูเชื่อว่ามันพิเศษจริงๆ กูอ่ะเคยแอบตามมันไปครั้งนึง คนเหี้ยอะไรเดินดุ่ยๆไปนอนตรงริมทะเลสาบที่เขาลือกันว่าผีดุได้หน้าตาเฉย แถมยังนอนกระดิกตีนสบายใจอีก มืดก็มืด วังเวงก็วังเวงไอ้เหี้ย ยอมใจแม่งเลย



[ มะกรูด ]  :  5555  ยอมใจแม่งเลยว่ะ แล้วตอนนี้คุณน้าข้างบ้านมึงยังอยู่มั๊ย กูอยากให้เขาช่วย กูอยากเจอพี่เขา



[ ก๋อย ]  :  ไม่ได้แล้วว่ะ  ตอน 7 ขวบกูก็ย้ายมาบ้านหลังปัจจุบันนี้แล้วล่ะ อีกอย่างตอน กู 10 ขวบ แม่กูก็บอกว่าคุณน้ากับสามีก็โดนโจรฆ่าตายไปแล้วด้วย 



[ มะกรูด ]  :  โอยย หมดกัน เฮ้อความหวังกูไปซะแล้ว



[ ก๋อย ]  :  ทำใจเหอะไอ้มะกรูดตั้ง 10กว่าปีแล้ว เอาจริงๆกูก็ลืมไปแล้วด้วย ถ้ามึงไม่พูดเรื่องวันนี้กูก็คงนึกไม่ออกว่ะ ไปเหอะ น้องนานะรออยู่ เห็นบอกกันว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะ คนก็เลยไม่ได้สนใจมากมาย



[ มะกรูด ]  :  เหรอวะ ดีๆจะได้ใกล้ชิดหน่อย



[ ก๋อย ]  :  ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ กูได้กลิ่นไม่ค่อยดี เพราะปกติถ้ามีกองถ่ายโฆษณามาลงกองถ่าย พวกเด็กนิเทศฯจะมาดูงานตลอด แต่นี่น้อยมามากๆเท่าที่คุยๆกัน แทบจะไม่มีเลย




[ ปาล์ม ]  :  พี่มะกรูด ตรงนี้ๆๆๆ



เสียงใสๆตะโกนเรียกมะกรูดทันทีที่เดินมาถึงตึกนิเทศฯ ทำให้บทสนทนาของมะกรูดและก๋อยจบลง เจ้าของเสียงนั้นซึ่งคือปาล์มนั่นเอง และข้างๆก็มีฝนอยู่ด้วยเพราะว่าคลาสเรียนถูกยกเลิก ปาล์มเลยชวนมาด้วย หลังจากที่ทักทายกันเรียบร้อยทั้ง 4 คนก็เดินไปยังจุดที่ตั้งกองถ่ายทำโฆษณาของซุปตาร์นานะทันที


แต่ดูเหมือนฝนจะไม่ตื่นเต้นเท่าไรนัก ก็เพราะเธอเคยเจอคุณมิไร สาวสวยนัมเบอร์วันมาแล้วน่ะสิ่ ถึงนานะจะสวยก็จริงแต่ถ้าให้เทียบกับมิไรที่เก่งในทุกๆด้าน  มิไรนั้นกินขาดแบบไม่ต้องสงสัย ก๋อยและมะกรูดจึงหยุดคุยเรื่องกองถ่ายที่ผิดปกติและเดินไปพร้อมกับปาล์มและฝนทันที


_ _ _ _ _ _




•••••
กลับมาที่ห้องแลปที่ริวกับเวย์นั่งทำการบ้านอยู่
•••••


[ เวย์ ]  :  ฮืออออ ไอ้กรูดไปซะแล้ว ไม่น่าเลยเพื่อน



[ ริว ]  :  เดี๋ยวๆมันไปขอนางแบบถ่ายรูป ไม่ได้ไปตายไอ้เวน


[ เวย์ ]  :  เอ้าเหรอ 55555+



[ ริว ]  :  มึงนี่แม่ง ชอบไปแกล้งมันจัง



[ เวย์ ]  :   กูรู้ลิมิตน่าไอมังกร ก็แค่แซวฮาๆ กูรู้น่าว่ามันชอบญี่ปุ่นแค่ไหน อีกอย่างมันก็เดินสายอาชีพนี้เต็มตัว เพื่อนกันไม่บั่นทอนจิตใจกันหรอก เออ..มึงก็พามันไปทัวร์รอบโตเกียวแบบ vip สักรอบดิ่  เดี๋ยวกูไปด้วย



[ ริว ]  :  กูก็คิดงั้นแหละ เห็นไปแต่ละทีก็ไปทำแต่งาน ไม่ได้ไปเปิดหูดเปิดตาเลย ไว้กลับบ้านรอบนี้ก่อนค่อยว่ากัน เดี๋ยวให้รินนะจัดการชุดใหญ่ไฟปริ๊ปๆให้ เออ..ว่าแต่นานะที่ไอ้มะกรูดกับไอ้ก๋อยจะไปดูนี่ใครวะ เห็นบอกดังแต่นิสัยไม่ค่อยดี



[ เวย์ ]  :  นางแบบญี่ปุ่นแท้ๆเลยสัด ตอนช่วงกูเห่อหมอยก็ตามข่าวอยู่ช่วงนึง ตอนแรกก็น่ารักดีพอขุดข่าวไปลึกๆ อื้อหืม อย่างหยิ่งเลยไอ้สัด ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็ดูเฟรนด์ลี่ มีมารยาท ตัวจริงนี่ทำตัวสูงส่งเกิ๊น



[ ริว ]  :  อ่อ ยังไงวะ



[ เวย์ ]  :  ถ้าว่าในภาษาไทยคงเป็นมองหัวจรดตีนว่ะ ดูถูกคนชิบหาย ข่าวล่าสุดว่าปัดกล้องแฟนคลับตกพื้นเลย กูไม่เข้าใจทำไมยังมีคนป้อนงานให้อีก ตอนเดบิวต์นะอ่อนหวาน เรียบร้อย สารพัด พอดังจนมีชื่อเสียงก็นิสัยเปลี่ยน



[ ริว ]  :  เฮ้อ งี้แหละด้านมืดวงการบันเทิง นานะอะไรของมึงคงจะดังจนฐานแฟนคลับเยอะ ต้นสังกัดเลยไม่กล้าแตะต้อง เพราะเป็นตัวทำเงินทำรายได้เลย ถ้าไม่มีข่าวร้ายแรงอย่างทำผิดกฎหมายหรือชู้สาว ก็ยังมีงานได้เรื่อยๆแหละถ้ากระแสไม่ตกนะ



[ เวย์ ]  :  อ๋อ ตัวเงินตัวทองนี่เอง   เดี๋ยวไอ้สัดอย่าเปลี่ยนเรื่อง ที่ไอ้ก๋อยพูดเมื่อกี้ มึงบอกกูมาตรงๆมึงเคยเจอวิญญาณนั่นแล้วใช่มั้ย



เวย์ที่พูดติดตลกในช่วงแรกๆ แต่พอเขานึกได้ว่าไอ้ก๋อย พูดถึงเรื่องวิญญาณหลังมหาวิทยาลัยและพูดถึงริวกะว่าเป็นคนพิเศษ เวย์จึงคิดว่าริวนั้นต้องเคยเจอวิญญาณนั่นมาแล้วแน่ๆจึงได้ถามเพื่อความชัวร์ ส่วนริวนั้นก็คิดว่าคงไม่มีอะไรต้องปิดบังเวย์จึงได้บอกความจริงไป



[ ริว ]  :  เออเคยเจอ อยู่กับลุงเจ้าที่เจ้าทางหลังมหาวิทยาลัยนู่น



[ เวย์ ]  :  เชี้ย มีเจ้าที่เจ้าทางด้วย ตกลงมึงไม่ได้เห็นแค่ภูติหรือผีญี่ปุ่นเหรอวะ นี่เห็นผีไทยด้วย



[ ริว ]  :  กูก็ไม่แน่ใจว่ะ กูไม่เคยหาคำตอบด้วย เพราะบางอย่างมันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว เจอก็เจอไม่เจอก็ช่าง



[ เวย์ ]  :  ฟวย กูว่าแล้วทำไมชอบหายไปนอนหลังมหาวิทยาลัย ดีนะกูไม่ตามไปด้วย แล้วไหนเรื่องที่มึงปลดปล่อยวิญญาณได้อีก ตกลงมึงเป็นตัวอะไรกันแน่วะ



[ ริว ]  :  55555 มึงจะกลัวอะไรวะ  ภูติบ้านกูมึงก็เคยเห็นแล้ว



[ เวย์ ]  :  ไอ้สาด ภูติบ้านมึงถือศีล บำเพ็ญเพียรเว้ย แบบนี้ยังพอน่าคบ ผีไทยแม่งชอบออกมา แฮ่ !!! ตุ้งแช่ !!!  กูหัวใจจะวาย



[ ริว ]  :   55555 อ่อนแอสัดๆ เอ้าเห้ย แลคเชอร์ของไอ้มะกรูดนี่หว่า ลืมไว้เหรอวะ



[ เวย์ ]  :  นั่นไง แม่งลนจัด รีบไงกลัวไม่ได้ถ่ายรูป แล้วเอาไงดีวะ เอาไปให้แม่งมะ หรือ เก็บไว้ก่อน


[ ริว ]  :  การบ้านมึงเสร็จยังล่ะ


[ เวย์ ]  :  เสร็จแล้ว


[ ริว ]  :  อืมไปดิ่ เผื่อไอ้มะกรูดต้องใช้งาน



ในระหว่างที่คุยกันอย่างสนุกสนานนั้น ริวก็ได้เหลือบไปเห็นสมุดสีเทาเล่มหนาๆเต็มไปด้วย Post it เพื่อระบุเนื้อหาในแต่ละหน้า ริวจึงจำได้ทันทีว่าคือ สมุดแลคเชอร์ของมะกรูด ทั้งสองตกลงกันว่าจะเอาสมุคแลคเชอร์ไปให้มะกรูดที่ตึกนิเทศฯ ทั้งสองเก็บสมุดเก็บของส่วนตัวเก็บซากขยะออกมาทิ้ง และพากันเดินไปไปยังตึกนิเทศซึ่งห่างออกไปราวๆ 300 เมตร เพราะมะกรูดน่าจะอยู่ที่นั่นแล้ว



•••••••••••••



ณ. ตึกนิเทศศาสตร์   เวลาเดียวกัน


กองถ่ายโฆษนาของนานะ ซุปเปอร์สตาร์ของญี่ปุ่น ตอนนี้กองถ่ายทำกำลังพักกองอยู่เพื่อ Set back drop นักศึกษาที่เข้ามาร่วมชมถูกสั่งห้ามไม่ให้ถ่ายรูปเพราะมันความลับทางการตลาด ทั้งนางแบบ ทั้งเสื้อผ้า และ อุปกรณ์ประกอบฉาก ถ้ารูปหลุดไปทางบริษัทคู่แข่งอาจจะเร่งทำสินค้ามาตัดฐานลูกค้าก็เป็นได้ เพราะถูกห้ามถ่ายรูปและยังเช้า จึงทำให้ไม่ค่อยมีคนมากเท่าไร จะมีก็คนที่ชื่นชอบและเสพผลงานของเธอเท่านั้น


[ นานะ ]  :  โอ๊ย ร้อน ร้อนตับจะแตก ใครรับงานมาเนี่ย


[ ผู้จัดการส่วนตัว ]  :  น่าๆ นานะจ๋า เงินมันดีพี่เลยรับมา ไอ้ตัวดีลเลอร์คนไทยมันฟิกซ์มาเรื่องสเปคงานและนางแบบ พี่เลยเลือกนานะนี่ไงเพราะหนูตรงคอนเซปท์งานเลย


[ นานะ ]  :  พวกนี้ก็เหมือนกันจะมามุงอะไรนักหนาร้อนก็ร้อน โอ๊ย นานะบอกแล้วใช่มั๊ยว่าขอความเป็นส่วนตัว



ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ว่านานะนิสัยเสียจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว เพราะดูเธอขี้เหวี่ยง ขี้วีน ซะเหลือเกิน ส่วนไอ้ผู้จัดการส่วนตัวที่รับงานนี้ก็เพราะเงินจริงๆ ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่นานะเดบิวต์ใหม่ๆ ตอนอายุ 15 ย่าง 16 แต่พอนานๆไปนานะเริ่มสวยขึ้นตามวัย



มันจึงไม่รอช้าที่จะเดินเรื่องให้ตัวเองไดดูแลเธอ และเผด็จศึกทันทีและดูเหมือนนานะจะยินยอมพร้อมใจเสียด้วยเพราะมันก็ถือว่าหล่อดูดีไม่ใช่ย่อย แน่นอนว่ามะกรูดก็ตามมาดูนานะอย่างตื่นเต้น


[ มะกรูด ]  :  สวยจังแฮะ


มะกรูดก็ได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ เขาทำตามกฏระเบียบทุกอย่าง ไม่ใช้มือถือ ไม่ส่งเสียงดัง เมื่อดูรอบๆก็เห็นว่ามีบอดี้การ์ดในสูทสีดำทั้งไทยและต่างชาติรวมกันอยู่ถึง 4 คน


[ ปาล์ม ]   :  พี่มะกรูด ปาล์มกับฝนไปซื้อน้ำก่อนนะ หิววว เอาน้ำไรมั๊ย


[ มะกรูด ]  :  ไม่เป็นไร   ไอ้ก๋อยมึงล่ะ


[ ก๋อย ]  :  ยังเหมือนกัน


[ ปาล์ม ]  :  เคค่ะ งั้นไปก่อนนะ


ฝนกับปาล์มแยกตัวกันไปเพื่อซื้อน้ำ เพราะอากาศมันร้อนมากอีก ซึ่งดูแล้วเหมือนฝนจะไม่ค่อยอยากจะดูเท่าไรด้วย
ทั้งคู่แยกตัวออกมาทันทีและตรงไปที่ร้านค้าข้างๆตึกนั่นเอง เลิกกอง !!! คำสั่งของผู้กำกับดังขึ้น ทุกคนก็ต่างปรบมือกันดังกึกก้อง นานะก็ทำเหมือนจะออกมาขอบคุณแต่เธอแกล้งทำเพื่อเรียกเรทติ้งเท่านััน แค่โบกมือหยอยๆ 2 ทีก็เตรียมตัวกลับ ปล่อยให้ผู้ตัดการส่วนตัวไปคุยกับดีลเลอร์ชาวไทยแทน



บทสนทนาภาษาอังกฤษ


[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  : แหม ต้องขอบคุณ คุณผู้จัดการนะครับ ที่ยอมรับงานนี้และบินมาตามคำเชิญ



[ ผู้จัดการส่วนตัว ]  :  ยินดีครับ ขอบคุณสำหรับ บอดี้การ์ดฝรั่งทั้ง2 นะครับ ช่วยได้มากเลย



[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :  เช่นกันครับ


ทั้งคู่ต่างแกล้งตีสีหน้าชื่นมื่นใส่กัน เพราะต่างคนก็ไม่ได้ชอบขี้หน้ากันมากมาย ไอ้ดีลเลอร์ก็จู้จี้น่ารำคาณ  ส่วนไอ้ผู้จัดการก็เห็นแก่เงิน ทั้งคู่ก็ได้แต่แสดงว่าเป็นมิตรที่ดีต่อกันทั้งๆที่ในใจนั้นต่างก่นด่ากันและกัน


[ ผู้จัดการส่วนตัว ]  :  ถ้าเงินไม่ดีกูไม่เสียเวลามาหรอก ร้อนก็ร้อน



[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :  ถ้าไม่ใช่เพราะกูต้องการนานะ กูจะไม่จ้างมึงเลย



เพราะเงินคือตัวแปลทั้งหมดธุรกิจจึงเกิดขึ้น นานะเดินมาขึ้นรถที่จอดรอไว้ตรงหลังตึกนิเทศศาสตร์เกือบถึงหลังมหาวิทยาลัย ที่เป็นตรงนี้เพราะไม่ค่อยมีคนเพ่นพ่านนัก ซึ่งนานะต้องการความเป็นส่วนตัวมากจึงเลือกตรงนี้เป็นจุดจอดรถ แต่ก็ยังมีแฟนๆที่ชื่นชอบเดินมาส่ง แน่นอนว่ามะกรูดกับก๋อยก็เดินมาด้วย และเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น


มะกรูดนั้นคิดว่าคงสามารถถ่ายรูปได้แล้วเขาจึงใช้กล้องที่สะพายมาถ่ายไปยังนานะเพื่อต้องการเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี แชะ แชะ เสียงดังจากชัตเตอร์ดังขึ้นชัดเจนจนบอดี้การ์ดได้ยิน บอดี้การ์ดชาวต่างชาติเดินเข้าหามะกรูดด้วยความรวดเร็วเพราะพวกเขาถูกกำชับไว้ว่าห้ามให้มีการถ่ายรูป ถ้าสังเกตุเห็นให้จับกุมทันที



มะกรูดที่กำลังถ่ายภาพก็ตกใจสะดุ้งโหยง เป็นใครก็สะดุ้งบอดี้การ์ดชายชาวต่างชาติตังสูงยังกับยักษ์ปักหลั่นเดินยื่นมือมาปิดกล้องเขาและทำท่าจะหยิบไป มะกรูดก็ตกใจยื้อแย่งกล้องถ่ายภาพของหวงสุดชีวิต แต่ชายไทยธรรมดาๆมีหรือจะสู้บอดี้การ์ดมืออาชีพ 2 คน ที่เป็นถึงอดีตกองกำลังทหารรับจ้างอิสระของสหรัฐได้ พวกเขาสองคนเข้าจับกุมมะกรูด และอีก 2 คนที่เป็นคนไทยและญี่ปุ่นก็ยืนคุมเชิงที่นานะและผู้จัดการส่วนตัว ซึ่งนานะได้ขึ้นไปรอบนรถเรียบร้อย ไอ้ก๋อยนั้นก็พยายามช่วยมะกรูดอย่างสุดชีวิตเช่นกัน จึงเกิดเสียงดังโวยวายขึ้นมาดังไปถึงจุดที่ไอ้ผู้จัดการส่วนตัวยืนอยู่



••••
บทสนทนาภาษาอังกฤษ
••••


[ ผู้จัดการส่วนตัว ]  :  มีอะไรกันอีกวะ ร้อนชิบหายมีอะไรอีก


[ บอดี้การ์ดชาวไทย ]  :  มีเหตุวุ่นวายครับท่าน  ตอนนี้บอดี้การ์ด 1 และ 2  กำลังเข้าระงับเหตุแล้ว



••••
บทพูดภาษาญี่ปุ่น
••••


[ ผู้จัดการส่วนตัว ]  :  อะไรนักหนาวะ ไอ้พวกประเทศด้อยพัฒนาเอ๊ย เวลาของกูเป็นเงินเป็นทองนะเว้ย เสียเวลาจริงๆเว้ย



มันสอบถามบอดี้การ์ดชาวไทยด้วยภาษาอังกฤษอย่างหัวเสียเพราะอากาศร้อนแล้วยังต้องมาเสียเวลาอีก เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมันถึงกับด่าเป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อไม่ให้การ์ดชาวไทยเข้าใจ แต่บอดี้การ์ดชาวญี่ปุ่นข้างหลังเมื่อได้ยินที่มันพูด ก็ถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจที่ไอ้ผู้จัดการส่วนตัวพูดเช่นนั้น บอดี้การ์ดฝรั่ง 2 คนนำกล้องและมะกรูดเดินเข้าไป เป็นไปตามที่คิดมะกรูดกับไอ้ก๋อยจะไปสู้อะไรไอ้พวกนี้ได้ ไอ้ก๋อยนั้นก็โดนผลักล้มกระเด็นเช่นกัน มันพยายามเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกนักศึกษาคนอื่นๆดึงไว้



••••
บทสนทนาภาษาอังกฤษ
•••••


[ บอดี้การ์ด 1 ]  :  ขอประทานโทษครับท่าน ชายหนุ่มคนนี้ถ่ายภาพไว้


[ ผู้จัดการส่วนตัว ]  :  ไหนอะไรเอามาดูหน่อย


ผู้จัดการส่วนตัวเปิดกล้องดูภาพก็พบรูปของนานะ 3-4 รูป และดูเหมือนจะเป็นภาพล่าสุดด้วย ผู้จัดการส่วนตัวจึงสอบถามกับมะกรูดว่าถ่ายไปทำไม แต่มะกรูดนั้นตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ที่ถ่ายเพราะเห็นว่าเลิกกองแล้วเลยคิดว่าสามารถถ่ายภาพได้แล้ว อีกอย่างเพราะชื่นชอบในตัวนานะจึงอยากได้ภาพถ่ายไว้ พอพูดมาถึงตรงนี้ไอ้ผู้จัดการถึงกับมองด้วยสายตาที่เหยียดหยามมากกว่าเดิมอีก และอยู่ดีๆไอ้ดีลเลอร์คนไทยก็รีบวิ่งเข้ามาชกมะกรูดดัง ผัวะ มะกรูดถึงกับงุนงงว่าตนทำผิดอะไรแค่ถ่ายรูป


[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :  ใครส่งมึงมา ใครจ้างมึงมาสืบ


ตอนนี้สถานการณ์เริ่มวุ่นวายแล้ว เพราะมะกรูดนักศึกษาที่ดูไม่มีพิษภัยกลับโดนต่อยซะเฉยๆ


[ มะกรูด ]  :  ผมเปล่านะครับ ผมมาถ่ายรูปคุณนานะเฉยๆ


[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :  ไอ้โกหก


ผัวะ !!! มะกรูดโดนต่อยอีกแล้ว มะกรูดทั้งเจ็บตัวทั้งงุนงง เขาจะมาแค่ถ่ายรูปเท่านั้นเอง ไอ้ดีลเลอร์เหมือนจะขาดสติแล้วมันคงกลัวข้อมูลสินค้าตัวนี้หลุดรั่ว และคงคิดว่ามะกรูดจะมาล้วงความลับทางการตลาดของมัน



[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :  เอากล้องมันมา มันต้องซ่อนอะไรไว้อีก เอาไปชำแหละเผื่อมีกล้องตัวจิ๋วซ่อนอยู่ จะได้จับมันส่งตำรวจ



[ มะกรูด ]  :  เห้ย อย่าเอากล้องผมไป



ไอ้ผู้จัดการส่วนตัวพอสอบถามจนรับรู้เรื่องราวจากดีลเลอร์มันก็ยุยงให้เอากล้องไปชำแหละ เพราะนักศึกษาแบบเขาจะมีปัญญาซื้อกล้องแพงๆได้ไงถ้าไม่ใช่นักสืบ ดูเหมือนไอ้ดีลเลอร์จะเชื่อง่ายๆเสียด้วย ไอ้ผู้จัดการส่วนตัวถึงกับแอบยิ้มอย่างสะใจที่ได้ปั่นหัวทั้งสองคนจนวุ่นวาย


[ มะกรูด ]  :  เอากล้องผมคืนมา ผมเก็บเงินซื้อมา อย่าเอาไป คุณผู้จัดการส่วนตัวครับ ช่วยพูดให้ผมด้วย ผมขอร้อง


มะกรูดพูดกับไอ้ผู้จัดการด้วยภาษาญี่ปุ่น ไอ้ดีลเลอร์ชาวไทยก็ยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่เพราะมันฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก พลั่ก มันเตะเข้าท้องมะกรูดเต็มจนมะกรูดถึงกับจุก นักศึกษาหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์พยายามจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายเหตุการณ์ไว้ แต่พอเจอบอดี้การ์ดชาวต่างชาติขยับตัวมอง ก็ถึงกับไม่กล้ายกมือถือขึ้นมาเลย


•••••
บทสนทนาภาษาอังกฤษ
•••••


[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :   เฮ้ย จับตัวมันไป เอาไปสอบสวน มันอาจจะเป็นคนที่คู่แข่งส่งมา


มะกรูดได้ยินดังนั้นก็พยายามลุกทั้งๆที่จุกเพื่อไปแย่งกล้องของเขาคืน กล้องตัวนี้เขาอุสส่าห์ทำงานเก็บเงินเพื่อที่จะใช้มันในการรับจ๊อบถ่ายภาพเพื่อหาเงิน มันจึงเป็นทั้งของรักและอุปกรณ์ทำมาหากิน 
ของเขา


[ มะกรูด ]  :  เอามา เอาคืนมา


มะกรูดพูดขึ้นอย่างน่าสงสารและพยายามยื้อแย่งกล้องจากไอ้ดีลเลอร์ จนกล้องนั้นหลุดมือทั้งคู่จนตกลงบ่อน้ำพุข้างๆไป


[ มะกรูด ]  :  ไม่นะกล้องผม 


มะกรูดเหมือนใจสลายเมื่อกล้องถ่ายรูปของตนตกน้ำ ไอ้ดีลเลอร์ถึงกับโกรธจัดที่มะกรูดเข้ามายื้อแย่ง จนมันคิดว่ามะกรูดพยายามทำลายหลักฐาน และที่สำคัญเสื้อราคาแพงของมันก็ขาดเพราะแรงกระชากของมะกรูด


[ ดีลเลอร์ชาวไทย ]  :  มึง มึงทำเสื้อกูขาด


ผัวะ !!! มันต่อยใส่หน้ามะกรูดอีกครั้งจนล้มลงไปกอง มันส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดทั้ง 2 จัดการมะกรูดเพื่อสั่งสอน ไอ้บอดี้การ์ดฝรั่งทั้ง 2 เดินเข้าหามะกรูดก่อนที่จะกระชากคอขึ้นมาตีเข่าใส่หน้าท้องอย่างจังและเหวี่ยงลงพื้นอย่างรุนแรง จนมะกรูดอ่วมไปทั้งตัวท่ามกลางสายตาของนักศึกษาเกือบ 20 คน


••••••••


*ด้านปาล์มกับฝนที่แยกตัวมาซื้อน้ำ


[ ปาล์ม ]  :  เป็นอะไรรึเปล่าฝน ทำไมดูแปลกๆ


[ ฝน ]  :  งือปวดฉี่


[ ปาล์ม ]  :  รีบไปรีบมานะ เดี๋ยวถ้าเลิกกอง จะไม่เห็นนางแบบนะ


[ ฝน ]  :  เราไม่ค่อยชอบนางแบบคนนี้อ่ะปาล์ม


[ ปาล์ม ]  :  หืม ทำไมล่ะ


[ ฝน ]  :  ข่าวคาวๆ เยอะมากๆเลยปาล์ม อีกอย่างกองถ่ายทำวันนี้ ไม่มีการขออนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย


[ ปาล์ม ]  :  มิน่าล่ะ เราไม่เห็นรุ่นพี่คณะนิเทศฯเลย


[ ฝน ]  :  อื้ม พวกรุ่นพี่เขาเลี่ยงกันหมดแหละ ไม่มีใครอยากเดือดร้อนถ้าเกิดอุบัติเหตุจากการถ่ายทำ และ อีกอย่างเพราะชื่อเสียงเสียๆของนานะเองด้วย ทำให้ความนิยมในบ้านเราตกฮวบ


[ ปาล์ม ]  :  อื้อๆ


[ ฝน ]  :  งั้นเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ


[ ปาล์ม ]  :  อื้อ งั้นเราเอาน้ำไปให้พี่มะกรูดก่อนนะ


ปาล์มกับฝนก็แยกกันตรงห้องน้ำ ปาล์มนั้นเดินกลับมายังที่เดิมแต่ก็ไม่เห็นมะกรูดแล้ว แต่ปาล์มสังเกตุกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงอะไรกันอยู่ เธอจึงรีบเดินเข้าไปชะเง้อๆตรงบริเวณเสา ก็พบว่ามะกรูดโดนทำร้ายจนลงไปกองกับพื้น ปาล์มจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกใครบางคนดึงไว้ นั่นคือก๋อยนั่นเอง เมื่อเห็นว่าเป็นก๋อยปาล์มจึงสอบถามทันที เพราะก่อนเธอจะไปซื้อน้ำเมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น



[ ปาล์ม ]  :  พี่ก๋อยเกิดอะไรขึ้น


[ ก๋อย ]  :  ไอ้มะกรูดแค่ไปถ่ายรูปนานะ ไม่รู้ทำไมโดนซ้อม  เห้ยอย่าเข้าไป

 
[ ปาล์ม ]  :  ปล่อยปาล์ม ปาล์มจะเข้าไปช่วยพี่มะกรูด


ปาล์มเห็นมะกรูดโดยทำร้ายก็พยายามจะเข้าไปช่วย แต่ก๋อยก็ห้ามไว้เพราะถ้าปล่อยให้เข้าไป ปาล์มได้เจ็บตัวด้วยแน่ๆ ปาล์มเองนั้นก็ทำท่าจะเข้าไปอย่างเดียวเลย ก๋อยนั้นก็พยายามจะกันไม่ให้ปาล์มเข้าไป เพราะเหตุการณ์มันอาจจะบานปลายไปกว่านี้ก็เป็นได้ถ้าปาล์มโดนทำร้ายเพิ่มอีกคน



[ บอดี้การ์ด 1 ]  : hahaha  stupid monkey


[ บอดี้การ์ด 2 ]  :  hahaha go the hell


ไอ้บอดี้การ์ดฝรั่งทั้ง2 มันด่ามะกรูดที่ล้มกองอยู่อย่างน่าสมเพช และกำลังจะเตะใส่มะกรูดที่ท้อง.......  ฟิ่วววววว ฉึก !!! ฉึก !!!  เสียงวัตถุบางอย่างพุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว และมันพุ่งไปปักที่ขาของไอบอดี้การ์ดผิวขาวที่ตีเข่าใส่มะกรูดและปักที่ชายกางเกงของไอ้ดีลเลอร์ติดหนึบกับพื้น มะกรูดตะลึงกับภาพที่เกิดเพราะสิ่งๆนั้นมันคือดาวกระจายสีดำมันเหมือนที่เขาซื้อให้ริวเลยและทันใดนั้นก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทันที   ไอ้มะกรูดหลบ !!!



•••••••••••


ก่อนหน้านั้น


นักศึกษารูปหล่อทั้งสองคนกำลังเดิน คุยกันไปเรื่อยระหว่างทาง ริวกับเวย์นั่นเองเพราะรีบร้อนออกมาจากบ้าน วันนี้ริวเลยไม่ได้ใส่ชุดที่เรียบร้อยนัก เสื้อเชิร์ตสีขาว กางเกงยีนสีดำ รองเท้าผ้าใบยี่ห้อดัง
อีกทั้งกระเป๋าสะพายข้างใบกระทัดรัดที่ดูแปลกตาอีก


ส่วนเวย์นั้นวันนี้มาในชุดที่ถููกระเบียบจนผิดปกติ เสื้อเชิร์ตสีขาว กางเกงสแลค รองเท้าคัทชู แถมยังใส่ เนคไทอีกแน่นอนว่าทั้งสองนั้นมาแบบแตกต่างกันสุดขัว นายริวที่ดูเงียบๆไม่ค่อยสนใจใครแต่วันนี้แต่งตัวมาได้ กร้าวใจสาวๆมาก ส่วนเวย์ที่ได้ชื่อว่าแบตบอยตัวพ่อกลับแต่งตัวมาได้เรียบร้อยผิดปกติ และตลอดระยะทางที่เดินไปมีสาวๆมองไม่วางตาเลย



[ เวย์ ]  :  เบื่อเว้ย ทำไมไอ้มะกรูดต้องมาตึกนิเทศฯด้วยว๊าาา  ร้อนก็ร้อน นานะนั่นแม่งนิสัยก็ไม่ใช่ว่าจะดีมากมาย


[ ริว ]  :  ขนาดนั้นเชียว


[ เวย์ ]  :  เออดิ่ กูได้ข่าวด้วยว่า ยอมทิ้งแฟนเพื่อมาเป็นดาราเลยนะเว้ย  แถมยังใช้เต้าไต่ด้วย ยอมขึ้นเตียงกับโปรดิวเซอร์เพื่อจะให้ดันเป็นดาราแถวหน้าด้วย



[ ริว ]  :  นี่ขนาดมึงไม่ค่อยใส่ใจนะเนี่ย ข้อมูลแน่นชิบหาย



[ เวย์ ]  :  ก็ว่างๆ กูก็กดเข้าไปเรื่อยๆ ข้อมูลแม่งก็มาเอง วุ้ววว



[ ริว ]  :  แค่เอาของมาให้มันเอง  จริงๆกูก็ไม่อยากมาหรอก แต่มึงกับกูตอนปี 1 ก็ได้ไอ้มะกรูดช่วยไว้หลายวิชา ช่วยมันแค่นิดๆหน่อยๆเอง



[ เวย์ ]  :  เออ ไอ้มังกร ออกค่ายอาสารอบนี้ รสาไปด้วยนะเว้ย


[ ริว ]  :  รสาไหนวะ กูจำไม่ค่อยได้อ่ะ


[ เวย์ ]  :  มึงเป็นมังกรหรือปลาทองกันแน่วะ ขาวๆสวยๆหมวยๆ ตู้มๆไง


[ ริว ]  :  เอ้าไอ้ห่าจำไม่ได้จริงๆ ปี2 คณะฯเรา ก็มีมึงกับกูแค่ 2 คนที่อยู่อาสาพัฒนาไม่ใช่เหรอ


[ เวย์ ]  :  ไม่ได้อยู่คณะเรา  อยู่นิเทศฯการแสดง ที่เป็นดาราไง ตอนนี้กำลังรุ่งเลย


[ ริว ]  :  น่ะ กูไม่ผิดมึงผิดเองไอ้ควาย ไอ้เควี้ย ไอ้เหี้ย ไอ้สัด


[ เวย์ ]  :  เดี๋ยวๆ ด่าอ่ะกูไม่ว่า แต่เว้นช่วงให้กูสำนึกบ้าง ฟวย


[ ริว ]  :  แล้วรสาอะไรนั่นจะไปทำไมวะ เหยาะแหยะชิบหาย ไปถ่ายหนังเถอะไป๊


[ เวย์ ]  :  กูก็ไม่รู้ แต่พี่ประธานแจ้งมา โจทย์เก่ามึงนี่ถ้าจำไม่ผิด



[ ริว ]  :  - -   เรียกว่า มาหาเรื่องกูเองจะดีกว่ามั้ง โมเมว่ากูเป็น สตอกเกอร์มั่ง    โรคจิตมองกางเกงในมั่ง เป็นใครกูยังไม่รู้จักเลย กูจะไปแอบตามทำไม



[ เวย์ ]   :  555555+



ทันใดอีกไม่ถึง 100 เมตรนั้นก็เกิดเสียงโวยวายขึ้นมาทันที เฮ้ย ไอ้มะกรูดโดนกระทืบ ใครก็ได้ช่วยมันด้วย


[ เวย์ ]  :  เห้ยไอ้มังก~


ฟู่ว ไม่ทันแล้วริววิ่งไปทันทีที่ได้ยินแล้ว ตัวไอ้มะกรูดนั้นไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องใครก่อนแน่ๆ ริววิ่งไปทันทีที่มีคนตะโกนขึ้นมา เวย์จึงวิ่งตามไปติดๆเพราะเขาก็รู้ว่า ไอ้กรูดนั้นไม่ใช่คนนิสัยเสียที่จะหาเรื่องใครก่อนเช่นกัน



[ เวย์ ]  :  โถ่ เว้ย อุสส่าห์อยากอยู่เงียบๆแล้วนะ


เวย์กล่าวขึ้นอย่างปริศนาในขณะที่วิ่งตามริวอย่างสุดฝีเท้า ส่วนริวนั้นก็วิ่งมาด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อจนเวย์ตามแทบไม่ทัน และท่ามกลางฝูงคนที่กำลังแตกฮือ เขาเห็นมะกรูดโดนผู้ชายแต่งตัวดูดี ( ไอ้ดีลเลอร์ ) ต่อยเข้าอย่างจัง อีกทั้งยังถูกชายชุดดำกำลังกระชากคอและเหวี่ยงลงพื้น



[ ริว ]  :  เหี้ยเอ๊ย !!! ทำไงดีวะ ไปไม่ทันแน่ คนเยอะแบบนี้ ใช้เทพอัสนีเหินไม่ได้ด้วย



ริวถึงกับจนปัญญากับสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าคนไม่เยอะเขาคงใช้พลังของเทพอัสนีเข้าไปช่วยแล้ว ภาพตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดเพราะไอ้มะกรูดเพื่อนชาวไทยเพียงคนเดียวที่พูดคุยกับเขาด้วยภาษาญี่ปุ่น ตอนนี้ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยเลือด และเหมือนไอ้ชายชุดดำก็กำลังจะลงมือทำร้ายเขาอีก

[ ริว ]  :  ทำไงดีโว้ย

ในขณะที่ริวกำลังมืด 8 ด้านนั้น  กริ๊ก กริ๊ก เขาได้ยินเสียงเหมือนโลหะกำลังกระทบกันในกระเปาสะพายข้างของเขา นั่นมันเหมือนเสียงสวรรค์เลยเพราะมันทำให้ริวนึกขึ้นได้  ว่ามีของบางอย่างที่อาจจะใช้เพื่อซื้อเวลาได้ไม่มากก็น้อย



ครูดด ริวรูดซิบกระเป๋าสะพายของเขาและหยิบมันออกมาทันที


[ ริว ]  :  เสา เสา เสา   


ริวพูดขึ้นระหว่างที่กำลังวิ่งไปเพื่อจะมองหาเสา และสังเกตุเห็นใครบางคนที่รู้จัก นั่นคือปาล์ม สาวน้อยนักคาราเต้ ซึ่งการจะเจอปาล์มที่นี่ก็ไม่แปลกนัก เพราะปาล์มเป็นเด็กคณะนิเทศฯและเด็กปี 1 จะเรียนที่ตึกนี้แทบทุกวิชา อีกทั้งมะกรูดก็บอกไว้แล้วด้วยว่านัดกับปาล์มไว้


[ ริว ]  :  ปาล์มหลบ !!!


ปาล์มหันไปตามเสียงก็พบว่าเป็นไอ้โรคจิตคนเดิมคน ที่พาผู้ไปหญิงไปร่วมรักในห้องชมอาสาพัฒนาอีกทั้งยังจูบเธออีก


[ ริว ]  :  ปาล์มหลบไปเร็ว !!! หลบออกจากเสา


ริวตะโกนย้ำอีกครั้งเพื่อให้ปาล์มออกจากตรงนั้น แต่มีเหรอที่ปาล์มจะทำตาม สำหรับปาล์มแล้วภาพลักษณ์ของริวนั้นติดลบตั้งแต่พบกันครั้งแรกที่พบกันเสียแล้ว ไหนจะเรื่องเขาพาผู้หญิงไปหาเศษหาเลยในห้องชมรมอาสาพัฒนา ไหนจะเรื่องที่เขาจูบเธออีก มีเหรอที่ปาล์มจะยอมหลบง่ายๆตามคำสั่งของริว ด้วยทิฐิในใจพร้อมกับความเกลียดส่วนตัวมันทำให้ปาล์มลืมเรื่องมะกรูดทันทีและหันมายืนจังก้าขวางริวเต็มๆแถมยังพูดสวนไปอีก



[ ปาล์ม ]  :  ชั้นไม่หลบ นายเป็นใครมาสั่งชั้น


ริวหัวเสียทันทีกับสิ่งที่ปาล์มทำเพราะมันอาจจะทำให้ริวเข้าไปช่วยมะกรูดไม่ทันก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าดวงของมะกรูดจะยังไม่ถึงฆาตเพราะข้างๆนั้นมีไอ้ก๋อยอยู่ด้วย
เขาจำเสียงได้ว่าเสียงที่ตะโกนเป็นเสียงของริว เขาจึงหันมาตามเสียงและก็พบว่าเป็นริวจริงๆ เขาจำได้ติดตาในวันรับน้องว่าริวนั้นเก่งขนาดไหนและริวคือความหวังเดียวที่จะช่วยมะกรูด


[ ก๋อย ]  :  ไอ้ริวช่วยไอ้มะกรูดด้วย


ริวได้ยินเสียงเรียกชื่อตน เขาจึงมองไปตามเสียงก็พบว่าเป็นไอ้ก๋อย เขาเห็นไอ้ก๋อยยืนอยู่ใกล้ๆปาล์มจึงรีบสั่งการทันที


[ ริว ]  :  ไอ้ก้อยดึงน้องคนข้างขวามึง ออกจากเสา เร็ว !!! ตำแหน่งอะไรบอกด้วย



ก๋อยฟังก็ทำตามทันทีโดยที่ไม่รีรอ เขาออกแรงดึงปาล์มทันที แต่ปาล์มนั้นก็ยังจะดื้อฝืนอีก


[ ก๋อย ]  :  อยากให้ไอ้มะกรูดตายหรือไง


ก๋อยตะโกนลั่นใส่ปาล์มจนปาล์มตกใจชะงักไป เขาจึงใช้จังหวะนั้นดึงปาล์มออกทันที ไอ้ก๋อยไม่รู้หรอกว่าริวจะทำอะไร แต่ว่าก๋อยนั้นก็เชื่อใจริวเพื่อนของมันอย่างไม่มีเหตุผล เชื่อว่าริวต้องสร้างปาฏิหารย์ได้แน่ๆ



[ ก๋อย ]  :   ไอ้ริว หน้า 2 หลัง 1   ไอ้มะกรูด   6 - 10 - 2 - 11



[ ริว ]  :  เยี่ยม ไว้กูจะให้ไอ้มะกรูดเลี้ยงข้าว


ก๋อยพูดอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งเหมือนริวก็จะเข้าใจ ริวจึงนำคุไนที่ถืออยู่มาคาบไว้และใช้ทั้งมือซ้ายขวาจับดาวกระจายไว้  กริ๊กก !!!





ปาล์มนั้นพยายามดิ้นแต่ไอ้ก๋อยก็ดึงแขนไว้อย่างสุดแรง ตึ้ก ตึ้ก ตึ้ก ริววิ่งผ่านหน้าปาล์มและไอ้ก๋อยอย่างรวดเร็ว พรึ่บบบ ริวกระโดดลอยตัวถีบเสาแนวเฉียงและถีบส่งตัวเองลอยไปบนอากาศอย่างไม่น่าเชื่อ


ทันทีที่ลอยตัวไปบนอากาศริวก็มองไปยังทิศทางที่ไอ้ก๋อยบอก และเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาที ริวก็ขว้างดาวกระจาย 2 อัน และ คุไน 1 เล่ม แหวกอากาศไปทันที ฉึก !!! ครึ่กก !!! ดาวกระจายพุ่งไปปักที่ขาของไอ้บอดี้การ์ด 1 ดอกอย่างแม่นยำ  และอีก 1 ดอกริวขว้างอัดด้วยมือขวาเต็มแรง ดาวกระจายพุ่งแหวกอากาศเลยไปที่ไอ้ดีลเลอร์อย่าง   รวดเร็ว




เหวอออ !!! เสียงไอ้ดีลเลอร์ดังขึ้นและมันก็ล้มลงทันที โอ้ยยย !!! มันถึงกับร้องลั่นด้วยความตกใจเพราะเมื่อกี้มันตั้งใจจะวิ่งหนีแต่เหมือนมีบางอย่างมากระชากขาของมันไว้ทำให้มันล้มลง พอมันมองไปที่ข้อเท้าก็ถึงกับตกใจเพราะว่ามีดาวกระจายปักอยู่ที่ขากางเกงราคาแพงของมันและตรึงไว้กับพื้นปูนอย่างแน่นหนา จนดึงไม่ขยับเลย



[ ริว ]  :  ไอ้มะกรูดหลบ  !!!!!


ตุ้บบ ริวกระโดดลงพื้นและย่อตัวเพื่อกระจายน้ำหนักพร้อมบอกให้มะกรูดหลบทันที ทุกคนอ้าปากเหวอไปหมด มันทำได้ยังไง นี่คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นมาในหัว ยิ่งปาล์มยิ่งแล้วใหญ่เธอนั้นคิดแค่ว่าริวจะวิ่งฝ่าเข้าไปเฉยๆ เธอไม่คิดว่าริวจะกระโดดถีบเสาแบบนี้ ที่สำคัญริวยังขว้างดาวกระจายได้แม่นยำราวกับเป็นนินจาเสียอีก



- - - - - -



ปัจจุบัน


[ ริว ]  :  ไอ้มะกรูดหลบ !!!


ริวตะโกนบอกเพื่อนของตนเพื่อต้องการให้มันหลบ แต่สภาพของมะกรูดตอนนี้แม้แต่แรงจะพูดยังไม่มี เพราะมันทั้งเจ็บทั้งจุกไปหมด เขาทำได้แค่ส่ายหน้า เพื่อจะบอกริวว่า ขยับไม่ไหว และดูเหมือนว่าริวจะรับรู้ได้ทันที


[ ริว ]  :  แม่งเอ๊ย  !!!


และแล้วมังกรก็พิโรธ ริวคำรามด้วยอารมณ์ที่โมโหสุดๆ เพราะมันทั้ง 2 อัดจนมะกรูดนั้นขยับไม่ไหว เสียงที่คำรามออกมาด้วยความพิโรธของริวนั้นดังขนาดที่คนอยู่ใกล้ๆยังต้องเอามืดปิดหู เวย์ได้ยินเสียงริวตะโกนดังลั่นจึงเร่งฝีเท้ามาจนตามทัน และเมื่อเวย์เห็นไอ้กรูดนอนสะบักสะบอมก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน เขาจึงวิ่งเข้าใส่กลุ่มบอดี้การ์ดอย่างรวดเร็วเช่นกัน


[ เวย์ ]  :  เหี้ยก๋อยหลบ !!!


ไอ้ก๋อยเห็นเวย์วิ่งตามมาก็หลบเพื่อเปิดทางให้ทันที ด้านริวนั้นหลังจากคำรามด้วยความโกรธ เขาก็วิ่งใส่พวกมันทันที ไอ้ฝรั่งก็ถึงกับผงะเหมือนกันเพราะท่าทีของริวที่แสดงออกมานั้นราวกับจะเอาชีวิตพวกมันทั้ง2 และนี่คือภัยคุกคามระดับ A ส่วนไอ้ดีลเลอร์ก็คิดว่าตัวเองจะโดนทำร้ายจากคู่แข่ง มันจึงพยายามหนีแต่เพราะโดนดาวกระจายปักขากางเกงจึงหนีไปไหนไม่ได้



มันจึงได้แต่สั่งให้บอดี้การ์ดที่จ้างมานั้นให้ปกป้องมันอย่างเต็มที่ มีอะไรมันเคลียร์เอง ริววิ่งใส่ไอบอดี้การ์ดผิวขาวที่โดนขว้างดาวกระจายปักขาอย่างรวดเร็วและถอดกระเป๋าสะพายข้างขว้างเข้าที่หน้าของมันทันที ไอ้บอดี้การ์ดนั้นก็ตกใจนึกว่าริวจะขว้างอะไรมาใส่อีกบวกกับอาการเจ็บจากดาวกระจายปักขาจึงทำให้มันชะงักไปหลายวินาที



และนั่นคือสิ่งที่ริวคาดการณ์ไว้เพราะเขาจงใจขว้างใส่เพื่อบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นของมันเพื่อซื้อเวลาสัก 3-4 วินาที และเมื่อริวเห็นว่ากระเป๋าได้เข้าเป้าแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายทันที  วุ่บบ ชุนโป  ริวใช้วิชาที่เรียกว่าชุนโปเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเป้าหมายไปกระโดดหมุนตัวเตะใส่บอดี้การ์ดผิวสีอีกคนที่อยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว





ซึ่งมันก็เอี้ยวตัวหลบได้อย่างสบายๆ แต่มันคิดผิด เพราะริวนั้นตั้งใจเตะหลอกในจังหวะแรกที่เตะกวาดขึ้นข้างบน ริวเล็งจังหวะที่มันเอี้ยวตัวหลบตอนนี้ต่างหาก ฟุ่บ วูบ เปรี้ยงง !!! ริวหมุนตัวถีบซ้ำเต็มๆด้วยความแรงจนมันกระเด็นไปหลายก้าว






จากนั้นเขาก็หันมาเล่นงานไอ้บอดี้การ์ดที่ทำร้ายมะกรูดต่อทันที ฉึก !!! อ๊ากกก มันถึงกับร้องเสียงดังลั่น ริวใช้เวลาเสี้ยววินาทีที่มันถูกกระเป๋าบังหน้า จัดการเพื่อนของมันและพุ่งเข้าประชิดตัวมันอีกครั้งทันที เขาดึงดาวกระจายออกจากขาอย่างเลือดเย็นและต่อยซ้ำไปที่แผลทันที ถึงแผลจะเล็กแต่เมื่อโดนต่อยเข้าจังๆมันก็สร้างความเจ็บได้ไม่ใช่น้อยเลย



อ๊ากก !!! มันตะโกนลั่นด้วยความเจ็บปวด ริวจับหัวของมันในขณะที่ตัวมันทรุดลงด้วยความเจ็บโน้มลงมาแทงเข่าใส่หน้าเต็มแรงจนมันถึงกับหงายท้อง   





เสร็จไป 1 เหลือ อีก 1 ริวหันควับไปทางบอดี้การ์ดผิวดำอีกคนที่ริวพุ่งเตะจนกระเด็นไป และตอนนี้มันกำลังวิ่งใส่ริวอย่างรวดเร็วเพื่อจะเอาคืน มันกระโดดจ้วงต่อยเข้าใส่ริวทันทีเพราะคิดว่าด้วยน้ำหนักตัวของมันและแรงหมัดจะสามารถทำให้ริวน็อคได้ในหมัดเดียว แต่มันคิดผิดเพราะตอนนี้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของริวถูกปลุกให้พร้อมตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวเพราะความโกรธเสียแล้ว



ฟุ่บ ฟุ่บ ไอ้ฝรั่งกระโดดพุ่งมาพร้อมยิงหมัดขวาๆตรงใส่ริว แต่ริวนั้นถอยครึ่งก้าวหลบและต่อยอัปเปอร์คัทใส่ทันที แต่ไอ้ฝรั่งก็หันเอามือกันไว้ได้เกือบทัน แค่เกือบทัน มันไวก็จริงแต่ริวไวกว่า หมัดอัปเปอร์คัทนั้นแหวกการ์ดเข้าไปโดนลิ้นปี่อย่างจังจนมันถึงกับจุกตัวงอ

ยัง มันยังไม่จบ ริวยังมีแถมให้อีก ริวหมุนตัวเตะฟาดกลับหลังด้วยขาซ้ายจนหน้าสะบัด ริวหมุนตัวจนครบแล้วจึงใช้ขาซ้ายที่เตะไปนั้นมาเป็นฐานและใช้ขาขวาในการเตะ ผั๊วะ ผั๊วะ ผั๊วะ  ริวเตะ 3 จังหวะล่างขึ้นบนอย่างรวดเร็วและรุนแรง 





ต้นขา เอว ก้านคอ มันโดนเตะเข้า 3 จุดอย่างรุนแรงจนถึงกับแทบทรุด ริวหมุนตัวตามแรงเตะและย่อขาลงไปกึ่งนึงและยืดตัวส่งพลังหมัดต่อยอัปเปอร์คัททันที ในเวลาเดียวกันที่ริวเริ่มเตะนั้น ไอ้ฝรั่งผิวขาวก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้า มันล้วงปืนออกจากซองที่แนบกับสีข้างออกมาจะยิงริวทันที แต่ริวก็แอบยิ้มในใจเพราะริวนั้นเชื่อใจว่าเวย์ต้องมาแน่ ตึ้กๆๆ เวย์วิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิดจึงได้เห็นว่ามันชักปืนใส่ริว เขาวิ่งไปสไลด์กับพื้นปูนขัดเงาและใช้ท่อนแขนตัวเองดึงข้อศอกของมันลงกระแทกพื้นดังปักจนมันชะงักไป






พรืดด ตึ่ก ตึ่ก เวย์ใช้แรงจากการสไลด์ตัวยืนขึ้นและประเคนลำแข้งใส่ทันที ผั๊วะ เวย์เตะเข้าเต็มๆหน้าของไอ้บอดี้การ์ดจนสะบัดไป และ ใช้เสี้ยวเวลานั้นกระชากคอเสื้อของมะกรูดและเหวี่ยงเขาออกจากพื้นที่ต่อสู้ทันที ทำให้ตัวมะกรูดนั้นไถลออกมาจนได้ ปาล์มและก๋อยจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปช่วยมะกรูดทันที



ไอ้บอดี้การ์ดฝรั่งนั้นเจ็บทั้งข้อศอกแถมยังโดนเตะหน้าเต็มๆอีก มันจับปืนอีกครั้งและเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เวย์  มั่บ !!! เวย์ใช้มือซ้ายจับไปที่ตัวปืนและกำไว้สุดแรงทำให้ไม่สามารถยิงได้ และเวย์ก็ใช้มือขวากดไปที่เส้นเอ็นตรงข้อมือของมันทันที แกร๊กก เวย์หมุนมือแค่นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้นก็ปลดปืนได้สำเร็จ





แต่ก็ต้องชมว่าไอ้บอดี้การ์ดคนนี้ผ่านการฝึกฝนมาดีจริงๆ มันโดนเวย์แย่งปืนไม่ถึง 2 วินาที มันก็เตรียมตัวแย่งปืนคืน แต่มันประเมินเวย์ต่ำไป... เวย์ที่ว่องไวกว่าได้ชักปืนขึ้นลำกล้องทันที มันอยู่ใกล้ๆแค่นั้นมีเหรอจะไม่ได้ยิน มันถึงกับชะงักไป 1 วินาที ก่อนที่จะตัดสินใจเอื้อมมือไปที่รองเท้าเพราะหวังว่าจะกระชากให้เวย์ล้มและแย่งปืนกลับ แต่.... ผั๊วะ !!! เวย์ใช้ด้ามปืนฟาดไปที่หน้ามันอย่างแรงจนหน้าสะบัดกองลงพื้น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ริวกระโดดต่อยอัปเปอร์คัทใส่ไอ้บอดี้การ์ดผิวดำจนลอยตามแรงและตามไปเหยียยหน้าอกของไอ้บอดี้การ์ดทันที ทั้ง 2 เอ่ยขึ้นพร้อมกันทันที



[ ริว ]  :  มึงทำอะไรเพื่อนกู
[ เวย์ ]  :  มึงทำอะไรเพื่อนกู


 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2019, 08:35:19 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3074
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 05:26:30 pm »
 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2019, 01:35:31 am โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 643
  • 3074
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 05:28:18 pm »
ประตูวาร์ปเพื่ออ่านตอนเก่าๆ Click !!!!!

กระทู้พิเศษ




เนื้อเรื่องหลัก


 











_ _ _ _ _ _ _ _ _ _

Side Story แววตาที่เปลี่ยนไปของสาวแกล





•••••••••••



Side Story การเดินทางของสายรุ้ง


 














- - - - - -




Season 2 จะมีอะไรบ้าง


เปิดเผยประวัติของเวย์ หรือชื่อเดิม อเวจี


การปรากฎตัวของการะเกด แม่ของริว


รินโชว์เทพ


รุ้งพลอยย้ายมาอยู่กับริว


รสา



เนื้อเรื่องหลัก จะลงอีกครั้งเมื่อ คอมเมนท์ในตอนนี้ ครบ 20 หน้าครับ



•• ข้อมูลตัวละครในตอนนี้ ••




คุซาคาเบะ นานะ ชื่อเก่า คุซาคาเบะ นัสสึเมะ


นานะเป็นนางแบบชื่อดังของญี่ปุ่น เธอเป็นคนที่สวย น่ารัก สัดส่วน 34 24 34 แถมหน้าตาก็ขาวใส ตามสไลต์สาวญี่ปุ่นเป๊ะๆ จึงทำให้เธอน่ามองทุกครั้งที่อยู่บนเวที นานะเริ่มเดบิวต์ตั้งแต่ อายุ 15 ค่อยๆไต่เต่าเก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ จน  อายุ18 ได้ย้ายสังกัดไปอยู่กับโยชิทากะ ก็ยิ่งให้นานะมีชื่อเสียงมากขึ้นเพราะต้องยอมรับว่า ฝีมือในการโปรโมต + ปั้น ของโยชิทากะนั้นไม่ธรรมดาเอาซะเลย และส่วนหนึ่งก็เพราะความสามารถของนานะด้วย


แต่นานะนั้นนิสัยไม่ค่อยจะดี เธอเป็นคนหัวสูง ขี้หงุดหงิด และ ค่อนข้างถือตัว อาจจะเพราะความดังที่ถาโถมเข้าใส่จึงทำให้เธอเปลี่ยนไปทั้งๆที่พื้นฐานจิตใจของเธอเป็นคนน่ารักมากๆ ปัจจุบันเธอกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์แนวหน้าในวงการนางแบบของญี่ปุ่นไปแล้ว ด้วยอายุที่ยังน้อยแต่ประสบการณ์และฝีมือที่มีเกินอายุ ทำให้หลายบริษัทห้างร้าน เลือกเธอมาเป็นพรีเซนเตอร์เป็นอันดับแรกๆเลย



•••••••



มัสสึโมโตะ โคอิจิ หรือชื่อเดิม โยชิทากะ ฟูจิยะ



เขาเป็นทั้งอดีตโปรดิวเซอร์ แมวมอง ที่จะคอยหาไอดอลหน้าใหม่ๆ เข้ามาฝึกงานเพื่อจะเดบิวต์เป็นศิลปิน ทั้งด้านดนตรี การแสดง และ นางแบบ เขาเป็นคนที่มีฝีมือมากๆในการโปรโมตและมีสายตาที่แหลมคมในการมองคนและเลือกว่าจะให้เดบิวต์ไปในทางไหนๆ แต่ข้อเสียที่แสนจะระยำคือ หน้าเงิน เขาจะหาทางทำเงินจากดาราในสังกัดแทบจะทุกเม็ดทักหน่วย ใครสวยหรือโดดเด่นมากหน่อยก็จะหาให้ได้ตัวมาครอง เมื่อไม่ยอมก็จะบีบให้ออกจากวงการหรือสังกัดและถูกข่มขู่สารพัดจนบางคนต้องออกจากวงการไป ใครที่หมดประโยชน์ ผลงานเริ่มไม่ดัง กระแสตก ก็จะถีบหัวส่งทันทีโดยไม่ลังเล   


ปัจจุบันเขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้นานะอีกทั้งยังมีสัมพันธ์สวาทกับนานะด้วย ถึงจะไม่เปิดเผยกันออกหน้าออกตาเพราะจะกระทบต่อหน้าที่การงาน แต่ข่าวลือมันก็เริ่มมีออกมาบ่อยๆ โยชิทากะเป็นคนเจ้าเล่ห์ ชอบยุยงปั่นหัวและคิดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น แต่จริงๆแล้วมันเป็นคนที่กากยั๊นเงา ปอดแหก ขี้กลัว ใจเสาะ เรียกว่ากระจอก ก็ว่าได้



•••••••




โทโจ มาซาโตะ


โทโจเป็น 1 ในทีมของฮายาเตะซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหน่วยอารักษ์ขาฝีมือดีที่สุดในอิซานางิกรุ๊ปและของญี่ปุ่น เขาเป็นชายอายุ 35 ปี เป็นคนโตเกียวโดยกำเนิด เขาเข้ามาทำงานที่อิซานางิได้เพราะผ่านการทดสอบของฮายาเตะโดยตรง ตอนเด็กๆบ้านของโทโจมีฐานะยากจน แต่เพราะอิซานางิ ชิน ได้ตั้งมูลนิธิช่วยเหลือการศึกษา และบริจาคสิ่งของให้หมู่บ้านของโทโจ จึงทำให้เขาสามารถเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆได้ เขาถูกปลูกฝังจากครอบครัวมาตั้งแต่เด็กๆว่าต้องตอบแทนบุญคุณของตระกูลอิซานางิให้ได้   เขาจึงตั้งใจเรียนหนังสือ สมัครทหารและใช้เวลาฝึกฝนร่างกายของตนเองไม่ขาด เมื่ออายุครบ 25 ปี เขาจึงลาออกจากราชการมาสมัครงานที่อิซานางิกรุ๊ปแต่ก็ต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะผ่านการคัดเลือก โทโจทุ่มเท่ทำงานอย่างไม่ขาดตกบกพร่องต่อหน้าที่เพราะมันคือความตั้งใจของเขา



ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยได้รับใช้ชินและรินกับโดยตรงเลยสักครั้งเพราะทีมที่จะมีสิทธิ์ได้รับใช้ชินกับรินโดยตรงนั้นมีแค่ทีมของฮายาเตะเท่านั้น ถึงจะไม่ได้รับใช้โดยตรงแต่โทโจก็ยังทุ่มเททำงานอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเช่นเดิม เขาคิดว่าขอแค่ให้ได้เป็น 1 ในแรงขับเคลื่อนบริษัทก็พอใจแล้ว ผ่านไป 3 ปีโทโจในวัย 30 ได้รับอนุญาตให้เข้ารับการฝึกจากฮายาเตะและชินโดยตรง ณ.โรงฝึกในคฤหาสน์อิซานางิ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้มีพระคุณในระยะไม่ถึงเมตร แน่นอนโทโจสู้ชินและรินไม่ได้เลย แต่สิ่งที่โทโจรู้สึกประหลาดใจ คือ ทายาทของรินในวัย 15 ขวบ เขาช่างดูสงบนิ่ง น่าเกรงขามยิ่งนัก และเมื่อโทโจได้ลองประมือ เขาก็ยืนได้แค่10 วินาทีก็ลอยเป็นลิงเลยทีเดียว เพราะโดนนายน้อยทุ่มอย่างรวดเร็ว มันทำให้เขาตระหนักได้ว่า ตนเองนั้นยังฝึกไม่พอ จากนั้นเขาก็ทุ่มเททำงานและฝึกฝนหนักขึ้นๆ จน 3 ปีผ่านไป ด้วยฝีมือและความทุ่มเทของเขา โทโจก็ได้ถูกย้ายให้ไปสังกัดทีมฮายาเตะซึ่งรับหน้าที่อารักษ์ขารินโดยตรง ถึงจะไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของชินเพราะได้เกษียณตัวเองไปแล้ว แต่เขาก็ตั้งใจจะรับใช้ทายาทของท่านผู้นั้นอย่างสุดชีวิตเพื่อทดแทนบุญคุณที่เคยได้รับ แต่น่าเสียดายเพราะเมื่อโทโจได้เข้ามาสังกัดทีมฮายาเตะแล้ว ริวกะก็เข้ามาเรียนต่อที่ไทยพอดิบพอดี


•••••••
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2019, 12:17:41 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Senior Member
  • ****
  • 846
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 05:56:42 pm »
ชอบใครก็คงต้องบอกว่าเป็นเวย์ละครับ​ ข​อบคุณมากรอสตอรี่ของแต่ละคนอยู่นะ

*

ออฟไลน์ boyllsj1

  • Junior Member
  • ***
  • 440
  • 207
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:03:48 pm »
รอว่าเมื่อไหร่ จะได้อยู่กับพลอยเสียที

*

ออฟไลน์ เดช12341

  • Gold Member
  • *****
  • 1440
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:08:59 pm »
งานนี้ริวต้องใช้แรงมากเลยในการต่อสู้

*

ออฟไลน์ Chaisak Thong

  • Tiny Member
  • *
  • 23
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:11:38 pm »
ว้าวๆๆๆนายริวสำแดงเดชอีกแล้ว

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Senior Member
  • ****
  • 846
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:13:25 pm »
อ๋อ​ จบ​ season​1​ แอบตกใจนึกว่าจบแล้วขอบคุณมากครับ

*

ออฟไลน์ potaeds

  • Senior Member
  • ****
  • 926
  • 306
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:14:55 pm »
กำลังสนุกเลยเอาซะใจไม่ดีนึกว่าจบแล้วไม่มีต่อ

*

ออฟไลน์ mspeed

  • Legend Member
  • *******
  • 2701
  • 528
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:21:06 pm »
เวย์มาแล้วครับ
สงสารปาล์ม​มากเพราะคงเจ็บปวดเรื่องพี่สาว
ส่วนชอบนายเวย์ที่เป็นเพื่อนที่ดี แต่คิดว่าคงมีเรื่องนายเวย์ที่จะเปิดเผยออกมาในอนาคตอีกแน่นอน​ รอติดตามครับ
สนุกจริงๆ​ ขอบคุ​ณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2019, 12:59:19 am โดย mspeed »

*

ออฟไลน์ ryg123456

  • Veteran Member
  • ******
  • 1890
  • 43
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:23:58 pm »
นายริวคงไม่ได้เหงาหรอกนะ

*

ออฟไลน์ pornpat tammalangka

  • Senior Member
  • ****
  • 997
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:39:53 pm »
2 คนคู่หูออกโรงแบบนี้ บอดี้การ์ดเละแน่นอน

*

ออฟไลน์ hunterkung

  • Gold Member
  • *****
  • 1103
  • 245
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:43:25 pm »
กำลังสนุกเลย โชวมวยกันแล้ว จะจบแบบไหนหนอ ริวจะได้กี่คน เหมาหมดเลยไหมนี่

*

ออฟไลน์ cd13579

  • Global Moderator
  • *****
  • 1605
  • 1039
  • ชายผู้มีโครงการเต็มหัว แต่ไม่มีปัญญาเขียน
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:50:28 pm »
พวกเอ็งสองตัวไม่ใช่คน พวกเอ็งมันคือเอเลี่ยน  ทานอสส่งพวกเอ็งมาแน่ๆ
ใครหื้อใครซ่า ข้าแบนเรียบ

*

ออฟไลน์ phurin84

  • Junior Member
  • ***
  • 312
  • 52
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ ตอนที่ 16 : วันสบายๆของพวกเรา ( ตอนจบ )
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2019, 06:54:56 pm »
ชอบมากเลย อ่านไปมีรูปประกอบมันทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเอกโชว์คิวบู๊แบบเด็ดมากครับ ความรู้ผู้แต่งคลอบคลุมจริงๆ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ