เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 1 : แหวกกลีบสาวนางงามมิตรภาพ Pt1

โพลล์

ระหว่าง "น้องอีฟ" กับ "น้องหมวย" จากที่อ่านมาในเรื่องสั้นคุณชอบคนไหนมากกว่ากันครับ

น้องอีฟ อรัญญา - สาวเรียบร้อย แม่ศรีเรือน แบบนี้แหละชอบ ใครได้เธอไปเป็นแฟนหรือศรีภรรยานี่ถือว่าโชคดีมาก
125 (55.8%)
น้องหมวย เดือนดารา - อาหมวยสุดโมเดิร์น ที่แอบซ่อนความน่ารักไว้ภายใน แถบยังไฟแรงเฟร่ออีกต่างหาก
99 (44.2%)

จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 217

เกมรักภารโรงเฒ่า ปี 2 ตอนที่ 1 : แหวกกลีบสาวนางงามมิตรภาพ Pt1

  • 436 ตอบ
  • 14174 อ่าน
*

ออฟไลน์ nato87

  • Moderator
  • *****
  • 414
  • 4655
    • ดูรายละเอียด
พูดคุยก่อนอ่าน : มนุษย์ลุงรีเทิร์น!!! ดีใจกันไหมทุกคน 55555

ก็กลับมาแล้วครับ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาถึงการกลับมาในครั้งนี้คือ ผมชักลืมเนื้อเรื่องหลักไปแล้ว ก่อนหน้านั้นผมเคยเขียน My Map สรุปเรื่องราวของเกมรักในภาคแรก ปรากฏว่าเขียนไปเกือบ 6 หน้าเวิร์ดยังไม่จบ มันจะยาวไปไหนวะเนี่ย ก็เลยต้องมาปล่อยของเป็นระยะ ไม่งั้นอาจจะลืม แล้วถ้าปล่อยนานไป ผมอาจจะดองเค็มได้ และถือเป็นการขอบคุณจากใจผม ที่ทุกคนให้การตอบรับผลงานบนดินของผมเป็นอย่างดีครับ

ภาคสองกลับมาแล้ว อย่างที่ผมเคยบอกในภาคแรกว่า เหยื่อคนที่ 7 ของลุงพลก็คือ "น้องอีฟ อรัญญา" เด็กสาวที่เรียบร้อยที่สุด แม่ศรีเรือนประจำเรื่องนะครับ

และในภาคนี้ เหล่าบรรดานางเอกของภาคสองจะมีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม นางเอกจากภาคแรกอาจจะมีบทน้อยลง อย่าพึ่งโกรธกันนะครับ เพราะถึงเวลาแล้วที่เหล่านางเอกทั้ง 6 คนของภาคสองจะมีบทบาทมากขึ้นอย่างจริงจังเสียที โดยเฉพาะครูเบสท์ ที่อาจเรียกได้ว่าเธอคือนางเอกตัวจริงของเรื่องนี้

ส่วนหมอพลอยที่พวกคุณชอบ เธอก็ยังมีบทเช่นเดิม แต่บางที เราอาจจะได้เห็นแง่มุมแย่ ๆ ของหมอพลอยมากขึ้น แต่ผมคิดว่ายังไงซะ เราก็ยังรักเธอที่เป็นเธอเหมือนเดิม เพราะหมอพลอยก็คือเจ้าหญิงน้ำแข็ง ใช่ไหมละ 5555

ปล.ตอนนี้มีบทพูดภาษาอังกฤษของครูเบสท์ด้วยนะครับ แต่ไม่ต้องตกใจ ผมใส่แปลไทยให้แล้ว ภาษาอังกฤษที่ผมใช้อาจมีข้อผิดพลาดบ้าง อย่าถือโทษโกรธกันนะ แค่ยกมาใช้เพื่อให้เรื่องมันสมเหตุสมผลและสมจริงมากขึ้น ก็เท่านั้นเอง 5555

ปล2.เพื่อน...กูรักลูกสาวมึงว่ะ หรือชื่อบนดินอย่างเป็นทางการ "ปวีณา...ฉันรักเธอ" วางจำหน่ายทาง MEB และ Fictionlog แล้วนะครับ รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่างเลย

ปล3.ตอนนี้ผมไม่ได้ทำไฟล์ PDF นะครับ พอดีมีเหตุขัดข้องนิดหน่อย แต่เดียวถ้าแก้ไขแล้วผมถึงจะกลับไปทำเป็นไฟล์ PDF เหมือนที่เคยทำครับ


https://xonly8.com/index.php?topic=222016.msg1406160#new

##########################

ความเดิมจากตอนที่แล้ว

อ้างถึง
ตัดมาทางฝั่งลุงพล หลังจากเก็บข้าวของเสร็จมันก็ควบมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน พอมาถึงบ้านมันก็อาบน้ำชำระร่างกายแล้วเตรียมเข้านอน แล้วทีนี้ก่อนจะเข้านอน ก็มีโทรศัพท์เรียกเข้ามา มนุษย์ลุงเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่ามันเป็นเบอร์ของนาถลดา

“ฮัลโหล น้องนาถ” ลุงพลเรียกชื่อเด็กสาวอย่างอารมณ์ดี “มีอะไรเหรอจ๊ะ? คิดถึงลุงเหรอ? อยู่คนเดียวเหงาใช่ไหมล๊า”

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วลุง” น้องนาถตอบ “อย่าพึ่งมาทำปากหวานตอนนี้ลุงพล เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะนาถ?” พอเห็นว่าน้ำเสียงนาถลดาดูซีเรียส ลุงพลก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น

“พี่อุ๊ปากโป้งไปบอกความจริงทุกอย่างกับอีฟ!!” นาถลดาบอกความจริงกับลุงพล “ถ้าพี่อุ๊กับอีฟร่วมมือกัน แล้วเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นๆ พวกเราแย่แน่!!! หนูยังไม่อยากหมดอนาคตนะ!!!”

“โอเคจ๊ะนาถ ฟังลุงนะ” ลุงพลพยายามบอกให้นาถลดาตั้งสติ “แล้วนาถรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?”

“ก็นาถทำธุระในห้องน้ำ แล้วสองคนนี้ก็เข้ามาแล้วคุยกัน คงคิดว่าไม่มีใครได้ยิน” สาวน้อยจากปักษ์ใต้รายงานเป็นฉากๆ “พี่อุ๊นี่ปากโป้งจนหยดสุดท้ายจริงๆ รู้งี้น่าเอาภาพโป๊ไปโพสต์ประจานทางเน็ตซะ!!”


“ไม่!!! อย่าทำแบบนั้นกับอุ๊นะ” ลุงพลร้องห้ามนาถลดา “ไม่ได้เด็ดขาด!!!”

“ทำไมคะลุง!!!” นาถลดาถาม “รักพี่อุ๊ขึ้นมาจริงๆ แล้วละซิ!!”

“คือไม่ใช่แบบนั้น” มนุษย์ลุงอธิบาย “ถ้าทำแบบนั้น มันจะเป็นผลเสียต่ออุ๊และนาถเองนะ”

“นาถไม่สน!! คนอย่างพี่อุ๊ถ้าไม่เจอบทเรียนเจ็บๆ ซะบ้างคงไม่จำ!!”

“นาถ!!! ลุงบอกแล้วไงว่าไม่ทำแบบนั้น ตั้งสติหน่อยซิ!!!” ลุงพลเริ่มขมวดคิ้ว เห็นนาถลดาหัวอ่อนยอมตามใจมันมาตลอดแบบนี้ แต่พอถึงเวลาดื้อ ก็ดื้อเอาเรื่องเหมือนกัน “ถ้านาถทำแบบนั้น เราก็อย่ามาคุยกันอีก!!!”

“นี่ลุงกล้าขึ้นเสียงกับหนูเหรอ!!!??” สาวปักษ์ใต้เริ่มหัวร้อน “ไสเอ้า อย่ามาทำเป็นตัวเองหรอยเถอะลุงเอ้อ คิดว่าตัวเองเป็นใครนิ!!”

“นาถ ไม่แหลงใต้ ไม่แหลงใต้!!!” ลุงพลเอ่ยปากห้ามนาถลดาที่เริ่มหลุดภาษาท้องถิ่น “ลุงฟังไม่รู้เรื่อง ตั้งสติหน่อยนะนาถ ที่ลุงเตือนนาถ เพราะลุงหวังดีกับนาถ ลุงรักนาถนะ ไม่อยากให้นาถต้องเสียอนาคต ลุงรักนาถ รักที่สุดเลย!!!”



อ้างถึง
“พอได้แล้วยุภา ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ!!” ชุมพลเริ่มไม่สบอารมณ์ “ต้องการอะไรจากพี่”

“ภาแค่อยากสื่อให้พี่รู้ ว่าภาเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับตัวพี่ ตั้งแต่อดีตจนถึงอนาคต” ยุภาตอบ “และภายังเห็นวาระสุดท้ายของพี่อีกด้วย”

“วาระสุดท้ายของพี่?” ชุมพลในวัยหนุ่มพยักหน้า “ยังไง?”

ยุภาไม่ตอบอะไร เว้นเสียแต่ภาพนิมิตรอบตัวของชุมพลที่กลอเวลาไปข้างหน้าเร็วขึ้น ไล่ตั้งแต่วันที่มันไปดักฉุดยุภามาทำเมีย วันที่มันเอาดอกไม้ไปขอขมาพ่อของยุภา วันที่ได้สร้างครอบครัวกับยุภาและมีลูกด้วยกัน จนถึงวันสุดท้ายที่ยุภาจากไป

“นี่มันอะไร…” ลุงพลตาค้างกับภาพนิมิตตรงหน้า มันเป็นภาพของหนูใบเฟิร์นกำลังนั่งร้องไห้ในสวนหย่อมหลังหอพักสตรี แล้วก็ตัดไปที่ภาพของมันกำลังคุยกับโดนัทในร้านเหล้า ภาพของพิมมี่กำลังนั่งร้องไห้เพราะถูกไอ้บิ๊กขโมยเงินค่าเทอมไป ภาพของนาถลดาที่อุ้มลูกแมวมาให้มันช่วย ภาพของหมอพลอยในห้องพยาบาล และภาพของยัยอุ๊ ที่แอบสอดส่องพฤติกรรมแปลกๆ ของเพื่อนในวิทยาลัยพยาบาล

“นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ภาจะได้เจอพี่แล้ว เพราะสิ่งที่ภากำลังจะทำ มันผิดกฎของสวรรค์ ภาจะต้องได้รับโทษทัณฑ์ขั้นสูงสุดการการกระทำเหล่านี้ แต่ภาจะต้องทำ ไม่ใช่เพื่อพี่พล แต่เพื่อลูกหลานของเราที่ยังมีชีวิตอยู่” ยุภาเอ่ยปากด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ถ้าชาติหน้ามีจริง ภาขออโหสิกรรมทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้น เราอย่าเจอกันอีกเลยนะคะพี่”

“ภา!!!” ชุมพลพยายามเรียกชื่อเมียรัก ที่กำลังจางหายไป พร้อมกับภาพนิมิตที่ปรากฏขึ้นมาแทนดวงวิญญาณรักของยุภา มันเป็นภาพของชุมพลนอนหมดสภาพในห้องไอซียู “นั่นกูเหรอ!!!”

ชุมพลในอนาคตนอนเป็นผักในห้องไอซียูเพราะเป็นอัมพาตทั้งตัว ด้านนอกก็มีลูกหลานของมันกำลังนั่งเครียดเพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมารักษาพ่อ เงินทองทรัพย์สมบัติที่พอมีเหลือก็ใช้ไปกับการรักษาชุมพลไปเกือบหมดแล้ว อย่าบอกนะว่านี่คือสิ่งที่ยุภาพยายามสื่อกับมันมาตลอดชีวิต

“พี่พล….เรื่องของอดีตชาติมันผ่านมาแล้ว….จนถึงตอนนี้ยังมีโอกาสที่พี่จะหยุดทุกอย่างนะคะ…หยุดกรรมเถอะ....ภาไม่อยากให้ลูกหลานของเราต้องมา….เป็นทุกข์….กับ…..กรรมใหม่…..ที่พี่……..ทำ…….กับ…..12 เทพีสวรรค์...อโหสิกรรม...เถอะค่ะพี่” เสียงของยุภาเริ่มขาดหาย

“แล้วพี่ต้องทำยังไงล่ะภา?” ชุมพลพยายามหันมองซ้ายขวา ก็ไม่เป็นยุภาเลยแม้แต่น้อย “ยุภา!? พี่ต้องทำยังไง!!”

“ทุกคนมีกรรม….เป็นของ….ตัวเอง…..พี่พล….พี่ต้องหยุด……กรรม…ก่อนที่มัน….จะสายนะคะ…พี่พล”

“ยุภา…ยุภา….” ชุมพลเรียกชื่อเมียรัก

“หน้าที่ของท่านคือช่วยลูกสาวข้า ท่านท้าวชุมพลศักดา!!!” เสียงตุลาการสวรรค์ดังขึ้น “จงอย่าโลเลแม้แต่วินาทีเดียว หน้าที่ของท่านคือช่วยเหลือพวกนางไม่ให้พบกับชะตากรรมที่น่าเศร้า!!”

“ยุภา!!! เฮือก!!!” ชุมพลสะดุ้งตื่นจากความฝัน ที่แท้มันก็ฝันไปหรอกเหรอ!!


อ้างถึง
ลุงพลเหลือบไปมองโต๊ะกินข้าวในโรงอาหาร ภาพที่มันเห็นก็คือภาพของนักศึกษาพยาบาลและคณะอาจารย์ที่เริ่มทยอยกันเข้ามาหามื้อเช้ากิน มันเป็นเช้าของวันทำการที่แสนปกติธรรมดาทั่วไป เว้นเสียแต่ลุงพล ที่เหมือนกำลังว้าวุ้นใจอยู่คนเดียว

ยังโชคดี ที่มีลูกค้าที่เป็นนักศึกษาพยาบาลและอาจารย์มาอุดหนุนน้ำเต้าหู้ร้านของมันเป็นระยะ ลุงพลก็พูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง และบอกทุกคนว่าวันนี้มันจะเปิดร้านแค่ครึ่งวันเท่านั้น โดยอ้างว่าช่วงบ่ายจะไปทำธุระด้านนอก

“ลุงพลคะ? ลุงพล?” เสียงหวานๆ ดังขึ้นขณะที่ลุงพละกำลังวุ่นอยู่กับล้างชามอยู่ด้านหลัง “น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ที่นึงค่ะ”

“ครูเบสท์?” ลุงพลหันไปมองอาจารย์สาวคนสวย ครูเบสท์ ภัคจิรา ในชุดเสื้อแขนยาวเปิดไหล่ สวมใส่กางเกงยีนส์และรองเท้าส้นสูงสีแดงเข้ม ดูเหมือนว่าตอนนี้อาจารย์สาวได้กลายเป็นลูกค้าประจำของร้านขายน้ำเต้าหู้ของลุงพลไปแล้ว “สักครู่นะครับ”

“วันนี้เปิดขายแค่ครึ่งวันเหรอคะ?” ภัคจิรายิ้มหวาน “งั้นเบสท์ขอน้ำเต้าหู้เพิ่มอีกชุดนะคะ ชุดแรกทานนี่ อีกชุดขอหอใส่ถุงนะคะ”

“ครับครู” ลุงพลพยักหน้า แล้วจัดแจงเตรียมน้ำเต้าหู้ให้อาจารย์สาวคนสวย แล้วภาพนิมิตในความฝันก็แว้บเข้ามาในหัว มันเป็นภาพที่ครูเบสท์กำลังพบกับชะตากรรมที่น่าเศร้าบนเครื่องบินโดยสารที่กำลังมุ่งหน้าไปสหรัฐอเมริกา

ลุงพลจัดแจงน้ำเต้าหู้ตามที่ครูเบสท์บอก แล้วก็รับเงินจากอาจารย์สาวคนสวย แล้วทันใดนั้นเอง ลุงพลก็เอ่ยปากถามครูเบสท์ ในสิ่งที่ครูเบสท์ไม่เคยบอกมันมาก่อน

“ครูเบสท์ครับ?”

“คะลุง?”

“ครูเบสท์จะไปอเมริกาตอนไหนครับ?”

“ลุงรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ?” ครูเบสท์ถึงกับขมวดคิ้ว เพราะสงสัยว่าทำไมลุงพลถึงมารู้เรื่องนี้ได้ เพราะเธอไม่เคยบอกกับลุงพลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ลุงได้ยินจากอาจารย์ที่เขาพูดกันน่ะครับ” ลุงพลใช้ไหวพริบแก้ตัว

“เหรอคะ?” ครูเบสท์ขมวดคิ้ว เพราะสงสัยว่าอาจารย์คนไหนเอาเรื่องนี้มาบอกลุงพล แล้วบอกไปเพื่ออะไร แล้วลุงพลที่เป็นคนขายน้ำเต้าหู้จะอยากรู้ไหมทำไม

“คือ…คงน่าเสียดายนะครับ” มนุษย์ลุงยืนมองครูเบสท์ มือก็หยิบเงินทอนในกระเป๋าของผ้ากันเปื้อนที่ผูกเอาไว้ขึ้นมา “ถ้าครูเบสท์ไป ที่นี่คงจะเหงาแน่เลย”

“ไม่หรอกค่ะลุง…” ครูเบสท์ยิ้มหวาน เหมือนเธอจะรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ที่เกิดขึ้น ก็เลยใช้มือแหวกปอยผมทัดหูแก้อาการประหม่า ลุงพลที่เห็นภาพครูเบสท์ตรงหน้าก็นึกชอบเพราะความสดใสและน่ารัก แต่ครั้นจะบอกความจริงถึงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็กลัวว่าครูเบสท์จะด่ามันกลับ ลุงพลคนขายน้ำเต้าหู้ก็เลยทำได้แค่ยิ้ม

“นี่ครับตังค์ทอน…” ลุงพลยื่นตังค์ทอนให้อาจารย์สาวที่ยื่นมือรับ

“ขอบคุณค่ะลุง…” ภัคจิรารีบรับเงิน แล้วเดินออกไปจากร้านขายน้ำเต้าหู้ อาจารย์สาวคนสวยวางถาดภาชนะที่มีถ้วยใส่น้ำเต้าหู้และห่อปาท่องโก๋บนโต๊ะกินข้าว

ลุงพลเหลือบมองครูเบสท์เป็นระยะ ส่วนครูเบสท์ก็เหมือนสัมผัสได้ว่าลุงพละกำลังเฝ้ามองเธออยู่ ต่างฝ่ายต่างแอบมองซึ่งกันแหละกัน

ครูเบสท์เป่าน้ำเต้าหู้บนช้อนก่อนกินเข้าไป ในจังหวะนั้นก็เหลือบเห็นลุงพละกำลังยิ้มให้มันอยู่ ครูเบสท์ก็เลยรีบหลบสายตา ในใจก็เริ่มคิดว่าลุงพลคนนี้เป็นอะไรของเค้านะ ถึงมองเธอไม่หยุด

สุดท้าย ครูเบสท์ที่กินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ของลุงพลจนอิ่ม ก็ลุกขึ้นแล้วนำถาดภารชนะไปให้แม่บ้านที่กำลังเข็นรถเข็นเก็บจานชามบนโต๊ะ แล้วรีบเดินขึ้นไปทำงาน ปล่อยให้ลุงพลชะเง้อมองด้วยความอาลัย

“จะเอายังไงวะกู….” ลุงพลคิดในใจ “ครูเบสท์ยังสาวยังสวย ไม่น่าจะมาเจอชะตากรรมแบบนั้นเลย มันต้องมีวิธีเตือนครูเบสท์บ้างซิน่า ท่านท้าว!!! ช่วยผมหน่อยเถอะ!!!”

ลิงค์ตอนเก่า

https://xonly8.com/index.php?topic=218598.0

#################################

ตัวอย่างบางส่วนของตอนนี้


“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?” อรัญญาเดินไปบนท้องถนนที่แสนเปล่าเปลี่ยวและไร้ผู้คน สาวน้อยจากปราจีนบุรีเหลือบมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นมีใคร จะมีก็เพียงแค่ความมืดมิดที่ปกคลุมสองข้างทาง จะมีเพียงแค่แสงสว่างจากเสาไฟตรงเกาะกลางถนนที่ช่วยให้มองเห็นทางอยู่บ้าง “เรามาทำอะไรที่นี่เนี่ย?”

อรัญญาในชุดพยาบาลเดินไปบนทางเท้า พอเดินไปจนถึงสีแยก ร่างบางก็ยืนนิ่งเมื่อเห็นงูยักษ์ขนาดใหญ่สีดำเลื่อยผ่านมาและงูยักษ์ตัวนั้นได้เหลือบหันมามองสาวน้อยด้วยนัยน์ตาแดงก่ำที่ดูน่าเกรงขาม และแผงเขี้ยวขนาดใหญ่ที่ดูแหลมคมจนน่าหวาดกลัว

“งู!!” อรัญญาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนรีบวิ่งหนีกลับไปทางเดิม งูยักษ์ตัวนั้นร้องคำรามเสียงดังเหมือนราชสีห์ ก่อนเลื้อยเข้ามากอดรัดร่างของเด็กสาวจากด้านหลัง “กรี๊ด!!!!”

“จะหนีไปไหนแม่สาวน้อย!!” งูตัวนั้นแผดเสียงดังน่าเกรงขาม มันบีบรัดร่างของอรัญญาไว้อย่างแนบแน่น

“ปล่อยหนู!!! อย่าทำหนูเลย!!!” อรัญญาที่ตกเป็นเหยื่อร้องไห้ขอชีวิตงูยักษ์ตัวนี้ “สงสารหนูเถอะ”

“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้คิดทำร้ายเจ้า” งูยักษ์ตัวนั้นตอบ “ข้ามาเพื่อปกป้องเจ้า แม่สาวน้อย”

“ไม่!!!” ถึงงูตัวนั้นจะบอกว่าปกป้อง แต่มันกลับฉกใส่อรัญญาที่กำลังเสียขวัญ สาวน้อยร้องลั่นก่อนลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

“อะไร ฝันร้ายเหรออีฟ?” เดือนดาราที่พึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังแต่งหน้าอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งหันไปถามบัดดี้ร่วมห้อง “อีฟละเมอเสียงดังมากเลยนะรู้ตัวไหม?”

“จริงเหรอ? น่าอายจัง” อรัญญาลุกขึ้นจากเตียง ก่อนเอามือทั้งสองข้างกุมขมับตัวเอง “ทำไมปวดหัวแบบนี้นะ?”

“ฝันอะไรเหรอ ถามจริง” เดือนดาราเขียนคิ้วหน้ากระจกด้วยความคล่องแคล่ว ในบรรดานักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่หนึ่ง ความน่ารักของสาวหมวย เดือนดารา จัดว่าไม่เป็นสองรองใครทั้งนั้น

“ฝันเห็นงูยักษ์มารัดแล้วก็กัดน่ะ” อรัญญาตอบ “นี่ฝันเห็นงูบ่อยเกินไปแล้วนะ”

“จริงดิ!!!” เดือนดาราหันไปมองหน้าเพื่อนรัก “ฝันแบบนี้แสดงว่าจะเจอเนื้อคู่ พี่กรแน่ ๆ เลย!!”

“คงไม่มั้ง…” อรัญญาส่ายหน้า เพราะรู้ว่ากรวิทย์ เภสัชหนุ่มคงไม่ได้คิดอะไรกับเธอไปมากกว่านั้น “แต่ปวดหัวจริง ๆ นะหมวย”

“ไปเรียนไหวป่ะ ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวบอกอาจารย์ให้เอาไหม?” เดือนดาราถาม

“ไหวซิ” อรัญญาตอบ ก่อนลุกขึ้นเพื่อเตรียมไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้าเรียนคาบเช้า

“เร็ว ๆ หน่อยนะ จะได้ไปหาข้าวเช้ากินด้วยกัน หมวยหิวแล้ว” เดือนดาราที่แต่งหน้าทาปากเสร็จแล้วลุกขึ้นไปเปิดโทรทัศน์ดูระหว่างรอสาวอีฟแต่งตัว วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่สาวหมวยคนสวยตื่นเช้ากว่าสาวอีฟ เพราะปกติแล้วต้องเป็นสาวอีฟที่ตื่นก่อนแล้วลุกขึ้นไปปลุกยัยหมวยที่ยังนอนขี้เซาอยู่

……………….

หลังจากแต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จ ยัยหมวยและสาวอีฟก็ไปหาข้าวเช้ากินที่โรงอาหาร ยัยหมวยสาวน้อยสุดโมเดิร์นจะเป็นคนที่ชอบแต่งเนื้อแต่งตัวมากกว่าสาวอีฟ ที่ไม่ได้พิถีพิถันเรื่องการแต่งหน้าทาปากอะไรมาก เรื่องการแต่งตัว ยัยหมวยจะแต่งตามสมัยนิยมคือเข้ารูป กระโปรงจะสั้นและเผยให้เห็นเรียวขาสวยของยัยหมวย ส่วนสาวอีฟก็จะสวมชุดนักศึกษาที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย พร้อมกับสวมกระโปรงพลีทยาวถึงหัวเข่า

“สวัสดีค่ะครูเบสท์” ยัยหมวยและสาวอีฟเดินไปพนมมือไหว้ครูเบสท์ที่กำลังกินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ร้านลุงพลอยู่

“สวัสดีจ๊ะสองสาว” ครูเบสท์ยิ้มหวาน “มาหาข้าวเช้ากินเหรอ?”



“ใช่ค่ะครู” สาวอีฟตอบ “เดี๋ยวพวกหนูสองคนขอตัวไปซื้อข้าวก่อนนะคะ”

“ตามสบายเลยจ๊ะ” ครูเบสท์ยิ้มให้ลูกศิษย์สาว ก่อนหันมากินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ของลุงพลอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนลุงพลน่ะเหรอ ก็แอบชำเลืองมองสองนักศึกษาสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

“สวัสดีจ้า มาแต่เช้าเลยนะ อยากกินอะไรสั่งเลยจ๊ะ” แม่ค้าเอ่ยปากทักทายสองสาวลูกค้าประจำอย่างอารมณ์ดี

“ป้าคะ เอาผัดวุ้นเส้นแล้วก็ไข่เจียวหมูสับค่ะ” เดือนดาราสั่งอาหารกับร้านขายข้าวแกงร้านประจำ

“ของหนูเป็น ผัดถั่วงอกเต้าหู้หมูสับ แล้วก็บวบผัดไข่ค่ะ” คราวนี้อรัญญาเป็นคนสั่งอาหารบ้าง

“จ๊า สักครู่นะ” แม่ค้าร้านข้าวแกงเดินไปตักข้าวเพื่อเตรียมเสิร์ฟอาหารให้สองสาวนักศึกษาพยาบาล

“น้องหมวยจัดว่าแจ่ม ส่วนน้องอีฟ เห็นเรียบร้อยแบบนี้ ดูทรงแล้วแอบร้อนแรงแน่นอน” ลุงพลกำลังประเมินความสวยของสองสาว แน่นอน หากวัดกันปอนด์ต่อปอนด์ เดือนดาราจากนนท์บุรีมีชัยเหนืออรัญญาจากปราจีนบุรีไปในยกแรก แต่คนอย่างลุงพลนั้นมีสายตาที่แหลมคมเรื่องการมองผู้หญิง มนุษย์ลุงเหลือบมองสะโพก และแผ่นหลังของน้องอีฟก็ได้ข้อสรุปว่า สาวน้อยคนนี้เป็นกุลสตรีที่มีของดีซ่อนอยู่

เหมือนสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต ยัยหมวยเลยหันมาชำเลืองมองที่ร้านของลุงพล ไอ้มนุษย์ลุงบ้าเซ็กส์เหมือนไหวตัวทัน ก็เลยทำเนียนมองไปทางอื่น แล้วก็หันไปเตรียมทอดปาท่องโก๋เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไอ้ลุงคนนี้มันชักจะยังไงแล้ว” น้องหมวยขมวดคิ้วใส่



“มีอะไรเหรอหมวย?” อรัญญาหันไปถามเพื่อนรัก

“ไอ้ลุงพลมันแอบมองพวกเราสองคน” เดือนดาราตอบ “ดูซิ พอไหวตัวทันก็ทำเนียนเป็นทอดปาท่องโก๋ เหลี่ยมจัดจริง ๆ ตาแก่คนนี้”

“เหรอ?” อรัญญาทำหน้าเหมือนไม่ค่อยอยากจะเชื่อ “หมวยคิดมากไปหรือเปล่า? นี่ไม่ใช่ว่าหิวจนตาลายหรอกใช่ไหม?”

“ถึงหิวยังไง เราก็ว่าเราแน่ใจ” เดือนดารายืนยัน “เราต้องระวังตาลุงคนนี้ให้ดีแล้ว”

“อืม…” อรัญญายิ้ม ความจริงแล้วเธอรู้ทุกอย่างจากปากของพี่อุ๊ หทัยรัตน์ ที่บอกความจริงเกี่ยวกับลุงพล และได้สั่งกำชับว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเอาไว้ก่อน อย่าพึ่งเอาไปบอกเดือนดารา เพราะหทัยรัตน์มองว่ายัยหมวยไม่น่าจะเป็นคนที่รักษาความลับได้เก่ง

อรัญญาเองก็อยากบอกความจริงกับเพื่อนรักจากนนท์บุรี แต่คิดไปคิดมาก็คล้อยตามความคิดเห็นของพี่อุ๊ อย่าพึ่งไปบอกยัยหมวยดีกว่า เดี๋ยวจะเสียงานใหญ่เอา

………………

พอกินข้าวเช้าเสร็จ สองสาวอรัญญาและเดือนดาราก็ขึ้นไปเรียนบนอาคารเรียนตามปกติ พอเดินเข้าไปในห้องก็เจอกับนาถลดาที่นั่งรออยู่ในห้องก่อนแล้ว

“หวัดดีนาถ กินข้าวยังอ่ะ” น้องอีฟเอ่ยปากทักทายก่อน



“กินแล้ว แล้วอีฟล่ะ?” นาถลดายิ้มหวาน

“เรากินแล้ว” อีฟตอบ

“หมวยเค้าโกรธอะไรเราป่ะ?” นาถลดาเหลือบมองยัยหมวย ที่ปลีกตัวออกไปหาที่นั่งโดยไม่เข้ามาทักทายนาถลดาเหมือนอรัญญา

“ไม่หรอกมั้ง” อรัญญาตอบ “หมวยเขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ โลกส่วนตัวสูง”



พอถึงเวลา ครูเบสท์ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับตำราเรียนเพื่อเตรียมสอนเหล่าบรรดานักศึกษาพยาบาลทั้งชายและหญิงที่มานั่งรออยู่ในห้องก่อนแล้ว โดยครูเบสท์เป็นผู้รับผิดชอบในการสอนวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาพยาบาล

ระหว่างเรียนหนังสือ นาถลดาก็เหลือบไปมองอรัญญาเป็นระยะ จนครูเบสท์สังเกตเห็น ตอนแรกเธอเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเห็นท่าทางของนาถลดาเริ่มลุกลี้ลุกลนจนผิดสังเกต ก็เลยทำให้ครูเบสท์เอ่ยปากทักนาถลดาด้วยภาษาอังกฤษ

“Nartlada!! What wrong with you? What are you looking for?” ครูเบสท์เอ่ยปากเตือนลูกศิษย์สาวเป็นภาษาอังกฤษ “Please pay attention to what I’m teaching!!” (แปล: นาถลดา!! เธอเป็นอะไรของเธอ เธอกำลังมองหาอะไรอยู่มิทราบ? ตั้งใจฟังในสิ่งที่ครูกำลังสอนหน่อยซิ!!)

“เอ่อ…ขอโทษค่ะ” นาถลดาเอ่ยปากขอโทษครูเบสท์เป็นภาษาไทย จนโดนอาจารย์สาวดุใส่ ส่วนเพื่อนนักศึกษาทั้งชายและหญิงคนอื่นก็ยิ้มขำเพราะนาถโดนครูเบสท์ดุ

“This is my English Class Mrs.Nartlada!! There is no pretty boy you looking for in my Class!!! Wake up!!! Stay Focused!!” ภัคจิราดุใส่นาถลดาเป็นภาษาอังกฤษ “ And Remember That, Please Speak English in my Class not Speak Thai. Do you understand?” (แปล: นี่คือห้องเรียนภาษาอังกฤษของครู นาถลดา ไม่มีหนุ่มหล่อที่เธอกำลังมองหาในห้องเรียนนะ!!ตื่นได้แล้ว ตั้งสติหน่อย!! และจำไว้ด้วยนะว่า กรุณาพูดเป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียนของครู ห้ามพูดไทย เข้าใจไหม?)

“I’m sorry teacher….” นาถลดาตอบเป็นภาษาอังกฤษ จนเพื่อนร่วมห้องหลุดหัวเราะออกมา เพราะตะกี้ครูเบสท์เรียกคำสรรพนามของนาถลดาเป็น Mrs ที่ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แถมนาถลดายังดูมึน ๆ อึน ๆ อีกต่างหาก “From now on,I will study hard” (แปล: หนูขอโทษค่ะครู...จากนี้ไป หนูจะตั้งใจเรียนนะคะ)

“Excellent!!! Don’t let me down Ms.Nartlada” ภัคจิราตอบ เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกหน้าชื่อนาถลดาใหม่ ที่หมายถึงสุภาพสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงาน “Ok Everyone Listen up!! Please open textbook page 119…….” (แปล: ยอดเยี่ยมมาก!! อย่าทำให้ครูผิดหวังนะนาถลดา โอเค ทุกคนคะ ตั้งใจฟัง เปิดหนังสือเรียนหน้าที่ 119)


###############################

ขออธิบายเรื่อง Mrs กับ Ms หน่อย


ขอแทรกจังหวะนิดนึง มีคนไม่เข้าใจมุกที่ผมใช้เรื่องคำนำหน้าของนาถลดา ที่ครูเบสท์เรียก ผมเลยต้องอธิบายเพิ่มเติมตรงนี้ คือไม่ได้โกรธนะ แต่มันรู้สึกว่าพอคนไม่เข้าใจมุกที่เราแทรกเข้าไปแล้วมันรู้สึกไม่ดีเท่าไร หรือว่าผมยังอธิบายไม่ละเอียดหรืออะไรยังไง ก็อยากให้ลองอ่านสิ่งที่ผมกำลังอธิบายพวกคุณหน่อย ผมเป็นนักเขียนที่บ้าเรื่องรายละเอียดมาก เพราะผมอยากให้ตัวละครของผมมันเรียลที่สุดเท่าที่จะเรียลได้ ก็อยากให้อ่านดูครับ


อ้างถึง
Nartlada!! What wrong with you? What are you looking for?” ครูเบสท์เอ่ยปากเตือนลูกศิษย์สาวเป็นภาษาอังกฤษ “Please pay attention to what I’m teaching!!” (แปล: นาถลดา!! เธอเป็นอะไรของเธอ เธอกำลังมองหาอะไรอยู่มิทราบ? ตั้งใจฟังในสิ่งที่ครูกำลังสอนหน่อยซิ!!)

“เอ่อ…ขอโทษค่ะ” นาถลดาเอ่ยปากขอโทษครูเบสท์เป็นภาษาไทย จนโดนอาจารย์สาวดุใส่ ส่วนเพื่อนนักศึกษาทั้งชายและหญิงคนอื่นก็ยิ้มขำเพราะนาถโดนครูเบสท์ดุ

“This is my English Class Mrs.Nartlada!! There is no pretty boy you looking for in my Class!!! Wake up!!! Stay Focused!!” ภัคจิราดุใส่นาถลดาเป็นภาษาอังกฤษ “ And Remember That, Please Speak English in my Class not Speak Thai. Do you understand?” (แปล: นี่คือห้องเรียนภาษาอังกฤษของครู นาถลดา ไม่มีหนุ่มหล่อที่เธอกำลังมองหาในห้องเรียนนะ!!ตื่นได้แล้ว ตั้งสติหน่อย!! และจำไว้ด้วยนะว่า กรุณาพูดเป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียนของครู ห้ามพูดไทย เข้าใจไหม?)

ครูเบสท์เรียกนาถว่า Mrs ที่ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แทนที่จะใช้ Ms ก็เพราะเธอต้องการแซวลูกศิษย์กำลังใจลอยไม่ได้สนใจเรื่องเรียน (แต่ความจริงผมต้องการเล่นมุกแซวน้องนาถ เพราะตามพฤตินัย นาถลดาก็เป็นเมียของลุงพลนั่นแหละ) อย่างประโยคที่ว่า

อ้างถึง
“This is my English Class Mrs.Nartlada!! There is no pretty boy you looking for in my Class!!! Wake up!!! Stay Focused!!”

ครูเบสท์กำลังจะบอกว่านี่คือห้องเรียนภาษาอังกฤษนะนาถลดา ไม่มีหนุ่มหล่อ (ที่หมายถึงคนรักในห้วงมโนของนาถ หนุ่มหล่อคนนี้ครูเบสท์กำลังเปรียบว่าเป็นคนรัก เป็นสามีของนาถ ก็เลยเป็นเหตุให้ครูเบสท์เรียกนาถว่า Mrs แทนที่จะเป็น Ms) ในนี้ ตื่นได้แล้ว ตั้งใจหน่อย แล้วไอ้หนุ่มหล่อที่ครูเบสท์แซวนาถเนี่ย ความจริงแล้ว ผมกำลังสื่อถึง 'ลุงพล' นั่นแหละครับ

พอดีมีคนทักผมเรื่องนี้ ซึ่งผมคิดว่าผมอธิบายชัดเจนแล้ว ก็เลยต้องมาอธิบายเพิ่ม หวังว่าจะไม่มีใครมาทักอีก


อ้างถึง
“Excellent!!! Don’t let me down Mrs.Nartlada” ภัคจิราตอบ “Ok Everyone Listen up!! Please open textbook page 119…….” (แปล: ยอดเยี่ยมมาก!! อย่าทำให้ครูผิดหวังนะนาถลดา โอเค ทุกคนคะ ตั้งใจฟัง เปิดหนังสือเรียนหน้าที่ 119)

ท่อนนี้จะบอกว่าเป็นความผิดพลาดของผมก็ได้ แต่ที่ผมให้ครูเบสท์ใช้คำสรรพนามเรียกนาถว่า "Mrs" คือต้องการแซวนาถเหมือนไดอาล็อคก่อนหน้านั่นแหละ ครูเบสท์เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เวลาใครใจลอยเธอก็จะแซวลูกศิษย์แบบนี้แหละครับ 'มองหาตัวผู้อยู่เหรอ?' หรือถ้าพูดหยาบ ๆ ก็คือ 'มองหาผัวอยู่เหรอเธอ?" แต่ผมแก้ให้เป็น Ms ที่ใช้กับสุภาพสตรีที่ไม่แต่งงานแทนแล้วกัน จะได้ไม่สับสน

ก็หวังว่าจะเข้าใจตรงกันนะครับ ผมอธิบายไว้ชัดเจน และน่าจะเคลียร์แล้ว ไป ๆ มา ๆ จากแต่งนิยายเสียว มาเป็นการทบทวนคาบเรียนภาษาอังกฤษซะแล้ว ก็ไม่ได้อะไรหรอกครับ เผื่อบางคนไม่เก็ตมุกที่ผมสอดแทรกเข้าไป อาจจะคิดไม่ทันกัน ผมก็อาจอธิบายไม่ชัดเจนพอด้วย เป็นนิยายเสียวที่ได้ความรู้เพิ่มจริง ๆ 555

###############################


แล้วครูเบสท์ก็ทำหน้าที่สอนหนังสือต่อไป ส่วนอรัญญาก็หันไปยิ้มให้นาถลดาก่อนหันกลับไปตั้งใจเรียนต่อ ส่วนยัยหมวยก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ครูเบสท์สอนนัก เธอแอบวาดรูปตัวการ์ตูนในหน้าหนังสือระหว่างที่ครูเบสท์กำลังสอน

หลังจากการสอนสิ้นสุดลง ครูเบสท์ก็บอกเลิกคลาส ระหว่างที่นักศึกษาพยาบาลกำลังเดินออกจากห้อง ครูเบสท์ก็หันไปเรียกนาถลดาที่กำลังเก็บหนังสือใส่กระเป๋าอยู่

“นาถลดา มาคุยกับครูหน่อยซิ” ภัคจิราทำหน้าดุใส่นาถลดา ที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาหา “เราเป็นอะไรของเรา ทำไมพักนี้ถึงใจลอยอยู่เป็นประจำ?”

“นาถขอโทษค่ะ” นาถลดาพนมมือไหว้ครูเบสท์ “หนูไม่ค่อยสบายเท่าไร”

“เหรอ?” ครูเบสท์เหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นาถลดาเป็นแบบนี้ แต่ด้วยจรรยาบรรณความเป็นอาจารย์ เธอเลยพูดออกมาตามความรู้สึกที่แท้จริงไม่ได้ “ถ้าไม่สบาย มาเรียนไม่ไหวก็ลองไปหาหมอขอใบรับรองแพทย์แล้วนอนพักซะ ครูเห็นนาถใจลอยแบบนี้หลายครั้งแล้วนะ ตั้งใจเรียนหน่อยซิ ครูรู้สึกเหมือนเรากำลังใจลอยไปเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องเรียนเลย”



“ขอโทษค่ะ นาถจะตั้งใจกับการเรียนให้มากกว่านี้” นาถลดาพนมมืออีกครั้ง จนครูเบสท์เริ่มอดสงสารไม่ไหว

“อืม..ครูไม่อยากเล่นบทเป็นนางมารร้ายหรอกนะจ๊ะ” ครูเบสท์เริ่มอ่อนลง “ตั้งใจเรียนหน่อย เอาไว้ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจอะไรยังไง มาปรึกษาครูได้เสมอนะ”

“ขอบคุณค่ะ” นาถลดาพนมมือไหว้ครูเบสท์ ก่อนเดินออกไปจากห้อง โดยมีสาวอีฟและยัยหมวยยืนรออยู่พอดี

“เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะนาถ?” อรัญญาเอ่ยปากถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง “ไม่สบายอะไรหรือเปล่า?”

“นั่นดิ” หมวยเอ่ยปากขึ้นมาบ้าง “เป็นอะไรก็บอกพวกเราได้นะนาถ”

“เปล่า…ไม่มีอะไร” นาถลดายิ้ม แต่ในใจกำลังคิดทบทวนแผนการลวงน้องอีฟที่คุยกันไว้กับลุงพลเมื่อคืน

“กับอีฟหนูว่าไม่ยากหรอกลุง อีฟเป็นคนซื่อ ๆ ไม่ค่อยทันคน แต่คนที่หนูกังวลคือยัยหมวยอ่ะ” นาถลดาแสดงความเห็นให้ลุงพลฟัง

“สองคนนี้ตัวติดกันตลอดเวลาเลยเหรอ?” ลุงพลถาม

“ใช่ค่ะ สองคนนี้สนิทกัน จะไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกันตลอด” นาถลดาตอบ “ถ้าเราแยกยัยหมวยออกมาจากยัยอีฟได้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ลุงมีแผนป่ะละ?”

“แผนน่ะพอมี แต่ปัญหาคือเราต้องทำยังไงถึงจะแยกยัยหมวยออกจากน้องอีฟ” ลุงพลคิด “ดูทรงแล้วน้องหมวยคนนี้ดูเป็นคนระแวดระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่น่าจะลงมือได้ง่าย ๆ แน่”



“ก็นั่นนะซิคะ” นาถลดาตอบ “เราจะทำยังไงดี?”

“งั้นเอางี้ไหม” ลุงพลแสดงความเห็น “จัดทั้งคู่พร้อมกันเลย”

“ลุง!!! ลุงจะบ้าเหรอ!!!” นาถลดาอุทานออกมา “ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะลุง ลุงมีนาถ มีพี่โดนัท พี่เฟิร์น แล้วไหนจะหมอพลอยอีก ให้รู้จักพอบ้างเถอะค่ะ!!!”

“หึงหนูเหรอคนสวย?” มนุษย์ลุงหัวเราะ “อาการหนูมันฟ้องว่าหนูหึงลุงอยู่นะ”

“หนูไม่ได้หึง!!!”

“นาถหึงลุง นาถหึงลุง!!!” มนุษย์ลุงเริ่มเกรียนใส่เด็กสาว “ถ้ารักลุง ไม่อยากให้ลุงมีเมียเพิ่มก็บอกมาตามตรงเถอะจ๊ะน้องนาถ”

“นี่!!ลุง!! อายุปูนนี้แล้วหันเจียมกะลาหัวบ้างเถอะ!!!” นาถลดาตอกกลับ “ลุงรู้ตัวไหมว่าลุงน่ะหาเรื่องไม่ตายดีอยู่นะ ยังไม่สำเหนียกอีก แล้วหนูไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมหนูต้องมาช่วยลุงถึงขนาดนี้ด้วย”

“โอ๋ ๆ ลุงขอโทษ” ลุงพลตอบ “เอางี้ ลุงจะลองคิดหาวิธีอยู่ แต่บอกตามตรงว่าตอนนี้ลุงยังคิดอะไรไม่ออก ถ้าเราแยกน้องหมวยจากน้องอีฟได้ บางทีอะไรคงจะง่ายขึ้น”

“คิดให้เร็วนะลุง” นาถลดาย้ำความจำ “เวลาเหลือไม่เยอะแล้ว”

แล้วลุงพลก็วางสาย ก่อนทิ้งตัวลงนอนครุ่นคิดถึงแผนการ แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก เพราะมนุษย์ลุงแทบไม่รู้จักน้องหมวยและน้องอีฟมากเท่าไร ก็เลยทำให้มันไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ง่ายเหมือนกับเด็กสาวคนอื่น คิดไปคิดมา ก็เลยหลับแล้วฝันเห็นยุภามาเข้าฝันเสียอย่างนั้น

ในความฝัน ยุภามาเตือนชุมพลว่าขอให้หยุดการกระทำเหล่านี้ เพราะมันอาจส่งผลเสียต่อลูกหลานของชุมพลและยุภาในอนาคต ยุภาไม่ต้องการให้ชุมพลถลำลึกกับพลังวิเศษจากองค์ตุลาการสวรรษ์ไปมากกว่านี้ จึงออกโรงเตือนสามีให้หยุดเสีย ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้ แม้ดวงวิญญาณของตนจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก เหตุเพราะถือวิสาสะเปิดความลับสวรรค์ให้ลุงพลได้รับรู้นั่นเอง

……………..

ตัดมาที่ช่วงเที่ยงของวัน นาถลดา อรัญญา และเดือนดารา นัดมากินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารตามปกติ ส่วนร้านน้ำเต้าหู้ของลุงพลยังเปิดขายตามปกติ แต่น้ำเต้าหู้และปาทองโก๋เหลือไม่มาก ลุงพลก็นั่งเล่นสมาร์ทโฟนแก้เซ็ง พลางเหลือบมองมาที่โต๊ะของสามสาวใบเถานักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่หนึ่งด้วยความสนใจ

นาถลดาเห็นสายตาเจ้าชู้คู่นั้น สาวน้อยจากปักษ์ใต้ทำเนียนไม่รู้ไม่เห็นอะไร น้องอีฟก็กินข้าวมื้อเที่ยงอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนน้องหมวยเหรอ? เธอกำลังเซลฟี่ภาพตัวเองลงเฟสบุ๊คในท่าทางต่าง ๆ

“หมวย จะกินข้าวหรือถ่ายเซลฟี่ก็เอาสักอย่างเถอะ” อีฟบ่นใส่เพื่อนรัก ที่เอาแต่ถ่ายเซลฟี่รูปตัวเองจนไม่ยอมกินข้าวสักที

“ก็คนมันกำลังบ้าเห่อมือถือใหม่อ่า!!!” เดือนดาราตอบ “ป๊ากับม๊าหมวยซื้อมาให้ใหม่ มือถือรุ่นนี้โคตรแจ่มเลย ถ่ายมุมไหนก็สวย”

“อย่าพึ่งเห่อของมือถือใหม่ซิหมวย!!” อรัญญาทำหน้าดุ “กินข้าวให้เสร็จ เดี๋ยวเรามีเรียนคาบบ่ายนะ”

“เออ พูดถึงคาบบ่าย” ยัยหมวยหันไปคุยกับสาวอีฟ “ลาอาจารย์รุ่งรัตน์ให้หน่อยซิ หมวยมีธุระข้างนอก”

“หมวยจะไปไหนเหรอ?” อรัญญาถาม

“เดี๋ยวเราต้องไปทำธุระกับพ่อที่เยาวราช” เดือนดาราตอบ ก่อนหยิบเอาจดหมายลากิจให้อรัญญา “เอาจดหมายนี้ให้อาจารย์รุ่งรัตน์หน่อย เราให้พ่อเราเซ็นต์รับรองแล้ว ถ้าอาจารย์รุ่งรัตน์ฝากงานอะไร อีฟช่วยรับหน้าให้เราก่อนนะ”

“อืม ก็ได้” น้องอีฟรับจดหมายจากเพื่อนรัก ส่วนนาถลดาก็ยิ้มที่มุมปาก เพราะมองเห็นโอกาสที่จะแยกน้องอีฟมาจากหมวยแล้ว ทีนี้ เพื่อความแน่ใจว่าแผนจะไม่พลาด ก็เลยออกโรงถามยัยหมวยเพื่อหาข้อมูล “แล้วหมวยจะไปนานป่ะ? กลับมาตอนไหน?”
“อาจจะกลับมาช่วงเย็น ๆ หรือช่วงค่ำ” เดือนดาราตอบ “พูดแล้วชักหิว กินข้าวดีกว่า”

แล้วเดือนดาราก็เริ่มกินข้าวเที่ยง ในขณะที่นาถลดาและสาวอีฟกินข้าวกันไปจนเหลือครึ่งจาน นาถลดาเหลือบไปมองลุงพลที่ร้านน้ำเต้าหู้แล้วกระพริบตาส่งสัญญาณ SOS ว่าทางสะดวก แผนลับลวงพรางน้องอีฟไปห้องเฉือดกำลังจะประสบความสำเร็จ

ลุงพลยิ้มกริ่ม เอาละซิ อยู่ดี ๆ ก็มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักมาถึงโรงเฉือดที่ห้องพักภารโรงอีกแล้ว ตอนนี้ที่หวังก็คือ หวังพึ่งแผนการล่อลวงของนาถลดา มือขวาผู้ซื่อสัตย์คนนี้แล้วว่าจะทำตามแผนที่วางไว้สำเร็จหรือไม่

…………………

“เดือนดารา? เดือนดาราหายไปไหน?” อาจารย์รุ่งรัตน์ที่รับหน้าที่สอนในวิชาฟิสิกส์สำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพเอ่ยปากเรียกเดือนดาราที่ไม่ได้เข้าห้องเรียน จนสาวอีฟที่เป็นเพื่อนสนิทต้องยกมือลุกขึ้นแล้วหยิบจดหมายลากิจไปให้อาจารย์

“อาจารย์คะ เดือนดาราขอลากิจไปทำธุระด่วนข้างนอกค่ะ” อรัญญายื่นซองจดหมายลากิจให้อาจารย์

“งั้นเหรอ?”อาจารย์รุ่งรัตน์หยิบจดหมายมาดู ก็เห็นข้อความและลายเซ็นผู้ปกครอง “ขอบคุณจ๊ะอรัญญา กลับไปนั่งเถอะ”

นาถลดาที่วันนี้มานั่งข้างอรัญญาแทนยัยหมวยยิ้มให้เพื่อนรัก ก่อนหันกลับไปเปิดทบทวนตำราเรียนที่อาจารย์รุ่งรัตน์สอน โดยคาบนี้เป็นคาบสุดท้ายของวัน สาวน้อยจากปักษ์ใต้กำลังคิดแผนล่อลวงสาวอีฟไปให้ลุงพลเฉือด

อาจฟังดูนาถลดาเป็นคนใจร้าย แต่เธอจำเป็นต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำแล้ว ลุงพลเกิดต้องเข้าคุกขึ้นมา นักศึกษาพยาบาลคนอื่นต้องเดือดร้อนไปด้วย นาถลดาเหลือบมองอรัญญาเป็นระยะ จนอีกฝ่ายหันมามองด้วยความสงสัย

“นาถมีอะไรจะคุยกับเราหรือเปล่า?” อรัญญาถาม

“อืม..มีซิ” นาถลดาตอบ “เดี๋ยวหมดคาบ เรามีเรื่องสำคัญจะคุยกับอีฟหน่อยนะ สำคัญมาก”

‘อืม…” อรัญญาพยักหน้า เธอไม่รู้หรอกว่านาถลดากำลังวางแผนการร้ายกับเธออยู่ ส่วนนาถลดาก็ยิ้มที่มุมปาก ในใจก็นึกสงสารสาวอีฟ แต่เธอคิดว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมด

หลังจากเลิกเรียนเสร็จ นาถลดากับอรัญญาก็เดินลงลิฟต์มาด้วยกัน พอเห็นว่าลับหูลับตาคนแล้ว สาวน้อยจากปักษ์ใต้ก็เริ่มทำตามแผนที่วางเอาไว้ตอนแรก

“นาถ นาถมีอะไรจะคุยกับเราเหรอ?” อรัญญาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอสงสัยว่านาถลดากำลังพยายามจะบอกอะไรเธอกันแน่

“มันเป็นเรื่องสำคัญ” นาถลดาเหลือบมองซ้ายขวา “เราไปหามุมสงบ ๆ คุยเรื่องนี้กันนะ”

“อืม…ได้ซิ” อรัญญาตอบ เธอไม่มีทางรู้เลยว่า นาถลดากำลังเชื้อเชิญเธอไปสู่ดินแดนลี้ลับที่เหล่าบรรดานักศึกษาพยาบาลเดินเข้าไปแล้วกลับออกมาในสภาพเดินไม่ตรง หรือแม้กระทั่งแพทย์หญิงพลอยพรรณเองก็ยังเคยพลาดท่าเดินหลงเข้าไปในดินแดนแห่งนี้ ก่อนกลับออกมาในสภาพอิดโรยเพราะต้องสังเวยความสาวให้ลุงพล คนบ้าเซ็กส์

นาถลดาพาอรัญญาเดินไปตามเส้นทาง แล้วเริ่มพูดถึงเรื่องราวของลุงพล อดีตนักการภารโรงที่เคยตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจเป็นผู้ก่อเหตุลวนลามนักศึกษาพยาบาล

“คือเรามีเรื่องต้องคุยกับอีฟ” นาถลดาเอ่ยปาก “คือเมื่อวันก่อน เราเจอลูกแมวจรจัด แม่ของมันตายเพราะโดนรถชน เราก็เลยเอาลูกแมวใส่กล่องไปฝากไว้ที่ห้องพักภารโรงอ่ะ แล้วทีนี้เราเป็นหวงลูกแมวที่เราเอาไปฝากไว้ เราไม่กล้าไปคนเดียว ก็เลยอยากชวนอีฟไปเป็นเพื่อนด้วย”

“ไปเอาลูกแมวฝากที่ห้องพักภารโรงเนี่ยนะ?” อรัญญาขมวดคิ้ว “แล้วทำไมนาถไม่เอาลูกแมวไปฝากที่อื่นล่ะ”

“อีฟก็รู้ว่าหอพักเราไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์” นาถลดาใช้ไหวพริบของตัวเองแก้ปัญหาเฉพาะหน้า “ถ้าจะเอาไปฝากห้องพยาบาล หมอพลอยคงไม่ยอม นาถก็เลย…”

“โอเค เข้าใจแล้ว” อรัญญาพยักหน้า “ไปเอาแมวกลับมาแค่นั้น แล้วนาถจะเอาลูกแมวไปไว้ที่ไหนละ?”

“ก็ดูก่อน บางทีเราอาจเอาลูกแมวไปฝากญาติของเราที่อยู่กรุงเทพเลี้ยง” นาถลดาตอบไปเรื่อย

อรัญญานิ่งเงียบ สาวน้อยกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะไปกับนาถลดาดีหรือไม่ พอพูดถึงห้องพักภารโรง อรัญญาก็นึกถึงภาพของลุงพลที่เคยเป็นนักการภารโรงอยู่ แต่ลุงพลเกษียณ แล้วไม่ใช่เหรอ? ลุงพลแกคงไม่มีอภิสิทธิ์ในการเข้าออกห้องพักภารโรงอีกแล้วล่ะ

แล้วอีกอย่าง นาถลดาก็ไม่น่าจะคิดอะไรไม่ดีกับเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา อรัญญาคิดเสมอว่าถ้าเธออยากให้ใครปฏิบัติกับเธอยังไง เธอต้องปฏิบัติกับคนอื่นแบบนั้น สาวน้อยจากปราจีนเลยคิดว่า นาถลดาไม่น่ามีลับลมคมในอะไร แล้วด้วยความเป็นนางงามมิตรภาพของตัวเธอเอง เธอกลัวว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างนาถลดาไปห้องพักภารโรงคนเดียวอาจเกิดอันตราย ก็เลยคิดว่าเธอน่าจะไปเป็นเพื่อนด้วย ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้ช่วยเหลือกันได้

“อืม…ก็ได้” อรัญญาตอบ “เราไปเป็นเพื่อนนาถก็ได้”

“เย้!!! ดีใจจัง!!!” นาถลดายิ้มหวาน ก่อนจับมือเพื่อนสาวด้วยความยินดี “งั้นเรารีบไปกันเถอะ!!!”

“เดี๋ยว!!! สองคนนั้นจะไปไหน!!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ฟังดูแล้วไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของยัยอุ๊ รุ่นพี่ชั้นปีที่สองของคณะพยาบาลศาสตร์นั่นเอง

“พี่อุ๊!!!” นาถลดาถึงกับหน้าถอดสี เมื่อได้ยินเสียงของพี่อุ๊ หทัยรัตน์ แล้วทีนี้พอนึกได้ว่าพี่อุ๊กับตัวเธอเป็นคู่กรณีกันโดยตรง มีหวังแผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่าแน่



“นาถเค้าชวนอีฟไปหาน้องแมวที่ห้องพักภารโรงน่ะคะพี่อุ๊” อรัญญาชิงตอบไปตามตรง ทำเอานาถลดาหน้าถอดสี เพราะรู้ดีว่าตัวเองเคยก่อวีรกรรมด้วยการล่อลวงพาพี่อุ๊ไปให้ลุงพลเปิดซิงที่ห้องพยาบาล เอาละซิจะทำยังไงดีละ งานเข้าเห็น ๆ

“ไปหาน้องแมวหรือไปทำอะไร?” ยัยอุ๊หรี่ตามองนาถลดาอย่างเอาเรื่อง “จะให้พี่พูดไหมนาถ?”

“พูดอะไรคะพี่อุ๊?” นาถลดาทำใจดีสู้เสือ เพราะรู้ว่าตัวเองยังถือไพ่เหนือกว่ารุ่นพี่จอมจุ้นอยู่ “พี่น่ะจะทำอะไรก็คิดให้ดี ๆ ก่อนเถอะคะ นาถขอเตือนไว้เลย”

“อะไรกันอ่ะ?” อรัญญาทำหน้างง “สองคนนี่มีปัญหาอะไรกันเหรอ?”

“อย่าให้พี่ต้องพูดนะนาถ…” หทัยรัตน์จ้องนาถลดาตาขวาง เพราะรู้ดีว่ารุ่นน้องตัวแสบคนนี้กำลังคิดวางแผนทำอะไรอยู่ “ทำอะไรก็คิดถึงผลที่จะตามมาบ้างก็ดีนะ”

“พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ เรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังจะไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นอีก” นาถลดาเองก็ไม่มีทีท่าจะลดราวาศอก เรียกได้ว่าขิงก็ราข่าก็แรงทั้งคู่

“นี่!!! พี่อุ๊!!! นาถ!!! อีฟถามจริง ๆ เถอะค่ะ ทั้งคู่เลย ตกลงมีปัญหาอะไรกันคะ อีฟงงไปหมดแล้ว!!!” อรัญญาถึงกับสับสนในท่าทีตึงเครียดระหว่างสองสาว เธอรู้สึกว่าทั้งคู่มีความบาดหมางอะไรบางอย่างที่มันยากจะสานสัมพันธ์ เพราะดูจากแววตาของทั้งคู่แล้วมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังเบอร์สุด ชนิดที่เรียกได้ว่ากะเอาให้อีกฝ่ายตายกันไปข้างเลยทีเดียว

“พี่ไปด้วย!!” หทัยรัตน์ออกความเห็น ถึงเธอจะดูเป็นคนที่ชอบจุ้นจ้านวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น แต่เธอไม่สามารถปล่อยให้นาถลดาพารุ่นน้องที่แสนดีอย่างอรัญญาไปเสียคนไม่ได้ ยัยอุ๊คิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เธอต้องช่วยเหลือรุ่นน้องคนนี้ ยิ่งถ้าเกิดนาถวางแผนพาอีฟไปให้ลุงพลจริง เธอจำเป็นต้องขัดขวางไม่ให้ลุงพลทำเช่นนั้นได้โดยง่าย

“มันเรื่องอะไรที่พี่ต้องไปกับพวกเราด้วย?” นาถลดาท้าวเอว จ้องมองรุ่นพี่อย่างเอาเรื่อง “นาถไม่ได้ขอให้พี่มาด้วยนะคะ”

“แล้วมันมีอะไรที่พี่จะไปด้วยไม่ได้?” ยัยอุ๊ถาม “ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ขึ้นทุกวันนะนาถ”

“ถ้าอยากจะมาก็มาเถอะค่ะพี่อุ๊” นาถลดาจ้องมองตาเขม็ง “ถ้าพี่อยากจะลองดีก็มาเถอะ”

“นี่ทั้งสองคน!!! อีฟไม่ชอบเลยนะคะที่จะต้องมานั่งทนฟังทั้งคู่มาพูดจาเฉือดเฉือนใส่กัน” อรัญญาจะไม่ทนอีกต่อไป เธอไมชอบบรรยากาศอึมครึมและตึงเครียดแบบนี้ “มีอะไรก็พูดกันมาตรง ๆ เถอะค่ะ อีฟไม่ชอบ!! แล้วถ้ายังไม่จบ อีฟจะไปแล้วนะ!!!”

นาถลดาและหทัยรัตน์ต่างนิ่งเงียบ ทั้งคู่ต่างเก็บซ่อนความโกรธแค้นที่มีอยู่ภายในใจไม่ยอมเปิดเผยออกมา เพราะรู้ว่าถ้าพูดออกมาแล้ว คงยากที่จะหาข้อยุติ หทัยรัตน์รู้ดีว่าถ้าพูดความจริงเกี่ยวกับลุงพลออกมา ภาพลับ ๆ ที่นาถลดาถ่ายเอาไว้จะถูกโพสต์ลงในโซเชียล ส่วนนาถลดาเองก็ถลำลึกมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ถอยกลับก็คงเป็นไปไม่ได้

ในช่วงจังหวะที่กำลังตึงเครียดอยู่นั้น เหมือนกับสวรรค์ยังเข้าข้างนาถลดา เมื่อมีรุ่นพี่ชั้นปีที่สองอีกคนวิ่งมาตามหาหทัยรัตน์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก



“ยัยอุ๊!!!! ยัยอุ๊!!!! มัวยืนเอ้อระเหยอะไรตรงนี้ ทำไมไม่ขึ้นไปวอร์ดคนไข้ เร็ว ๆ เข้า!!!” รุ่นพี่ชั้นปีที่สองคนนั้นเดินเข้ามาแล้วจูงมือยัยอุ๊ไปที่วอร์ดคนไข้อย่างรีบเร่ง “เคสสำคัญ พี่นิวบอกให้เด็กพยาบาลปีสองที่มาฝึกงานกับแกขึ้นไปด่วนตอนนี้เลย”

“ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย!!!” หทัยรัตน์ทำหน้าเสีย ตรงหน้าก็รุ่นน้อง ข้างหลังก็เรื่องเรียน ตกลงจะเลือกอะไรดีเนี่ยชีวิต!!!

“เร็ว ๆ เข้า มัวยืนเอ๋ออยู่ทำไม ไปซิ!!!” แล้วยัยอุ๊ก็โดนลากแขนกลับไปฝึกงานที่วอร์ดคนไข้ โดยไม่มีโอกาสได้เตือนอรัญญาถึงหายนะที่กำลังจะตามมาหากเธอตามนาถดลาเข้าไปในห้องพักภารโรง

นาถลดาได้แต่ยิ้มอ่อน ทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้ว เธอเลยฉวยโอกาศนี้หันไปยิ้มให้อรัญญา แล้วจูงมือเพื่อนรักไปที่ห้องพักภารโรงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ แต่ว่า….

“ถามจริงเถอะ นาถไม่ได้วางแผนอะไรอยู่ใช่ไหม?” อรัญญาถามไปตามความรู้สึก

“ถามอะไรของอีฟอ่ะ? นาถงงไปหมดแล้ว” นาถลดาพยายามยิ้ม แกล้งทำตัวเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย

“เราว่านาถมีลับลมคมในอะไรที่เราคาดไม่ถึงอ่ะ” นางงามมิตรภาพตอบไปตามตรง “นาถ เราถามนาถจริง ๆ นะ ที่ผ่านมาเราเป็นเพื่อนที่ดีของนาถไหม? เราเคยทำอะไรให้นาถโกรธหรือเสียใจหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก อีฟเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราเลย” นาถลดายิ้ม “อีฟก็คิดมากไป มาเถอะ ไปกับนาถ”

นาถลดาพยายามจูงมืออรัญญาให้เดินต่อ แต่อีกฝ่ายยังขัดขืน จนสาวน้อยจากปักษ์ใต้ต้องหันไปมอง

“ถ้านาถไม่พอใจอะไรเราก็บอกตรง ๆ ได้นะ เราจะได้ปรับปรุงตัว เรารู้สึกว่านาถไม่ใช่คนเดิมที่เราเคยรู้จัก” อรัญญาร่ายยาว “ถ้าเราเคยทำอะไรให้นาถโกรธเราก็ขอโทษด้วย สำหรับเรา นาถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเรานะ เราไม่อยากเสียเพื่อนดี ๆ อย่างนาถไป”



คำพูดนั้นทำเอานาถลดารู้สึกจุกไปถึงหัวใจ นี่เธอกำลังจะทำร้ายเพื่อนที่แสนดีอย่างอรัญญาได้ลงคอจริงเหรอ นาถลดาทำหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่อรัญญาจะเอ่ยปากทักด้วยความสงสัย

“นาถ? มีอะไรหรือเปล่า? ตกลงจะไปห้องพักภารโรงไหม? นี่ก็เริ่มเย็นแล้ว รีบไปกันเถอะ”

“จ๊ะ รีบไปกันเถอะ” นาถลดากลับมายิ้มอีกครั้ง ในใจก็คิดสงสารอรัญญาอยู่บ้าง แต่ทำไงได้ เธอคิดเสมอว่าถ้ามาทางนี้แล้วต้องไปให้สุดทาง จะโลเลหยุดอยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ คงเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

………………..

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว ไม่มีใครอยู่ในห้องพักภารโรงเพราะกลับบ้านกันหมด นาถลดาเปิดประตูห้องภารโรงที่ไม่ได้ล็อคเอาไว้ เพราะลุงพลแอบไปปลดล็อคกุญแจเพื่อเปิดทางให้นาถลดาล่อลวงสาวอีฟให้เข้ามาติดกับ

“นักการภารโรงกลับบ้านกันหมดแล้วอ่ะนาถ” อรัญญาเดินเข้ามาในห้องพักภารโรง โดยมีนาถลดาเดินไปกดสวิตช์ไฟด้านหลัง “ไหนเหรอลูกแมวที่นาถพูดถึง”

“ขอโทษนะอีฟ…” นาถลดาในอ้อมกอดของมนุษย์ลุงคนขายน้ำเต้าหู้ยิ้มอ่อนใส่อรัญญา “ลูกแมวที่เราพูดถึง เราหมายถึงอีฟต่างหาก”

“สวัสดีจ๊ะน้องอีฟ” ลุงพลยิ้มหวาน “ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ มาที่ห้องพักภารโรงมีธุระอะไรกับลุงเอ่ย?”

“นี่มันอะไรกัน!!! นาถ!!! ลุงพล!!!” อรัญญาถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมนุษย์ลุงและนาถลดา “คิดจะทำอะไรน่ะ”

“นาถเขาอยากให้ลุงรู้จักกับน้องอีฟ นาถบอกว่าน้องอีฟเป็นเด็กดี” ลุงพลตอบ ขณะกำลังหยิบผ้าขนหนูสีเหลืองที่พันคออยู่ออกมา “ลุงก็เลยอยากคุยกับอีฟเป็นการส่วนตัวหน่อยนะจ๊ะ”

“หมายความว่ายังไง!!! จะทำอะไรน่ะ!!!” สาวอีฟเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี “อย่าเข้ามานะ!!! อย่า!!!”


ตัวอย่างบางส่วนของตอนต่อไป


“ฮือ…ปล่อย….ปล่อยอีฟ” อรัญญานอนทอดก่ายในสภาพเปลือยเปล่าอย่างหมดอาลัยตายอยาก หลังจากถูกลุงพลและนาถลดารวมหัวกันวางแผนเพื่อขืนใจเธอในห้องพักภารโรง

เป็นอย่างที่ลุงพลคิดเอาไว้ไม่มีผิด สาวอีฟยังเป็นสาวพรมจรรย์ มนุษย์ลุงจอมหื่นแหวกกลีบสาวที่อวบอูมของอรัญญาด้วยความสนใจเป็นพิเศษหลังจากผ่านพิธีกรรมปักแท่งทองหรรษาเข้าไปกระชากเยื้อพรหมจรรย์ของอรัญญา

มีเลือดไหลออกมาจากถ้ำสาวของอรัญญา รวมไปถึงสารคัดหลั่งมากมาย ลุงพลโน้มตัวลงไปสูดดมกลิ่นสาบสาวพรหมจรรย์ของน้องอีฟเข้าไปเต็มรัก อ่าห์…กลิ่นแบบนี้ซินะ กลิ่นของสาวซิง มันให้ความรู้สึกสดชื่นแบบนี้นี่เอง ลุงพลรู้สึกฟินน์อย่างแรง

“ฮือ…ทำแบบนี้แล้วหนูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” อรัญญาร้องไห้หนักขึ้น เมื่อถูกลุงพลใช้นิ้วแหวกกลีบสาวของเธอ ก่อนจะทำการโลมเลียคริตอริสเม็ดเป้งตรงแก่นกลางกายสาวด้วยปลายลิ้น ร่างของสาวน้อยจากปราจีนบุรีกระตุกด้วยความเสียวซ่าน

 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2019, 07:22:53 pm โดย nato87 »

*

ออฟไลน์ testman

  • Gold Member
  • *****
  • 1259
  • 174
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ มาแต่เช้าเลย
เอาจริง ๆ อย่าว่าแต่ไรต์ลืมเลย ผมเองก็ชักจะลืม ๆ ไปแล้วว่าตอนสุดท้ายเนื้อเรื่องถึงไหนแล้ว เปิดมาก็งง ๆ พยายามนึกย้อนหลัง

ยินดีต้อนรับภาคสองครับ หวังว่าคงจะมาบ่อย ๆ นะครับ โดนเฉพาะจั่วหัวมาเป็นครูเบสซะเยอะ เชื่อว่ามีคสตั้งหน้าตั้งตารอคอนครูเบสไม่แพ้หมอพลอยแน่นอน

*

ออฟไลน์ kansake

  • Junior Member
  • ***
  • 311
  • 135
    • ดูรายละเอียด
ยินดีต้อนรับกลับภาคสองครับ  รอดูน้องอีฟเลย

*

ออฟไลน์ asiakook

  • Gold Member
  • *****
  • 1356
  • 920
    • ดูรายละเอียด
ครูเบสท์ รู้แล้วว่าน้องนาถมีสามี เรียก Mrs Nardlada!! อีฟฝันถึงงูยักษ์อาหารเช้าสั่งบวบผัดไข่ นี่กะแก้แค้นงูใช่ป่ะ อิอิ ขอบคุณครับ

Nato87: ครูเบสท์แซวนาถไปแบบนั้นแหละครับ 5555+ เรื่องคำนำหน้า แต่หารู้ไม่ว่าน้องนาถเป็นเมียลุงพลไปแล้ว 5555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2019, 09:53:03 am โดย nato87 »

*

ออฟไลน์ gai

  • Junior Member
  • ***
  • 513
  • 19
    • ดูรายละเอียด
 ::Angry::  คุณลุง แก่ ก็ แก่ แต่ได้หมดจัดสดตลอดเลยนะลุง  นี้ก็ จะจับสาวมาเข้าห้องเชือดอีก  ขอให้สำเร็จดังที่ตั้งใจนะลุง

*

ออฟไลน์ peddo

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3220
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
รอภาคใหม่มานานเชียวครับ กำลังสับสนกับบทแยกของแต่ละสาว อ่านไปมึนไป เพราะ ครแรคเตอร์​ลุงแกดูแปลกไป ถ้าความจริงเป็นอย่างนั้นได้ก็จะดี แต่ความเสียวอาจลดลงหน่อย ภาคใหญ่นี่แหละครับ เหมาะกับจินตนาการของเหล่านักอ่านที่ถึงวัยเน้สจินตนาการ​มากกว่า​ภาคปฏิบัติ​แล้ว 555
ตอนนี้ดูจะใจร้ายไปหย่อยนะครับ น้องอีฟเธอดูเป็นเด็กดี แถมแกก็ไม่ได้แพร่งพรายความลับออกไปสักนิด สงสารเธอจริงๆ กลังจะขาดใจตาย​ซะก่อนเพราะความหื่นที่ลุงมอบให้
วันนี้​รู้สึกแปลกๆ เห็น​รูป​ครู​เบสท์​แล้วนึกถึงเจมส์จิอ่ะ บรื๊อออ

Nato87: คาแร็คเตอร์ของลุงพลเป็นคนหลายบุคลิกครับ ลื่นยิ่งกว่าปลาไหล 55555+

ส่วนความเสียว ผมคิดว่าภาคนี้เสียวไม่แพ้ภาคแรกนะ และอาจจะเสียวยิ่งกว่า ส่วนเรื่องใจร้ายกับน้องอีฟ ก็ยอมรับว่าใจร้ายครับ แต่ขอให้อ่านเพื่อความบันเทิงแล้วกัน อย่าเอาไปทำตามเด็ดขาด ไม่งั้นคุกแน่นอน 555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2019, 02:47:26 pm โดย nato87 »

*

ออฟไลน์ wuthikhai

  • Full Member
  • **
  • 88
  • 59
    • ดูรายละเอียด
ภาคสองมาแล้ว อย่าลืมนาวเอกภาคแรกล่ะ ยังไงก็เอาใจช่วยผู้แต่งน่ะ ที่มีผลงานดีๆๆให้เราได้ติดตาม

*

ออฟไลน์ Pm Nuttakan

  • Junior Member
  • ***
  • 431
  • 0
    • ดูรายละเอียด
รู้สึกน้องนาถจะร้ายขึ้นเยอะเลย หลงคารมตาเฒ่าจนพาเพื่อนไปโดน

*

ออฟไลน์ pddy2545

  • Junior Member
  • ***
  • 354
  • 53
    • ดูรายละเอียด
มาแล้วปี 2 สงสัยลุงกะจะสอยยกตี้ 😁

ตอนแรกนึกว่าคนต่อไปจะเป็นครูเบสต์ซะอีก

*

mawin101

น้องนาถร้ายกาจมากหลอกเพื่อนมาโดนอีกแล้ว

อีฟก็จะโดนแล้วจะติดใจอีกคนไหม่นะ

*

ออฟไลน์ สงัด ชำนาญ

  • Junior Member
  • ***
  • 419
  • 0
    • ดูรายละเอียด
โหวตให้น้องหมวยเพราะรู้สึกนางจะมีส่วนผสมของโดนัทบางส่วน

Nato87: ถูกต้องครับ น้องหมวยคือส่วนผสมระหว่างโดนัทและยัยอุ๊อย่างละครึ่ง แต่สิ่งที่เธอแตกต่างจากสองคนนั้นคือ เธอไม่ชอบพูดคำหยาบครับ นิสัยจะผู้หญิ๊ง ผู้หญิงหน่อย 5555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2019, 02:45:49 pm โดย nato87 »

*

กำพล

จะใช้วิธีไหนสอยนางงาม เอาชนะใจหรือปล้ำ

*

ออฟไลน์ marcut

  • Junior Member
  • ***
  • 333
  • 107
    • ดูรายละเอียด
อีฟโดนลุงพลเข้าไป จะติดใจไหมเนี่ย ยังรอให้น้องอุ๊กลับมาอยู่ฝ่ายลุงพลนะ

ภาคสองมาเเล้วรอตามนุษย์ลุงเปิดซิงน้องอีฟมานานเเล้ว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ