Koy restart ep 24 By Ukisa

Koy restart ep 24 By Ukisa

  • 3 ตอบ
  • 4024 อ่าน
*

ออฟไลน์ lipza12752

  • Full Member
  • **
  • 143
  • 137
    • ดูรายละเอียด
Koy restart ep 24 By Ukisa
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 09:40:53 pm »
 แล้วก็มาถึงวันพิธี ผมเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้เชิญแขกสำคัญๆ เลย อย่าเช่นพี่คมกับพี่นุ่น หรือว่าจะเพื่อนรักอย่างซาโตชิ และยังมีอีกหลายๆ คนที่ผมควรจะแจ้งข่าวดีนี้ให้เค้าทราบ แต่ก็โชคดีที่ผมมีเลขขาที่รู้งานอย่างลิน ทำให้ผมไม่พลาดเชิญแขกคนสำคัญๆ ไป

                งานเริ่มต้นขึ้นแต่เช้ามืด ผมปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว เพื่อรอให้ทางบ้านเจ้าสาวมาทำพิธี “ขอเขย” ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเคยได้ยินพิธีนี้ ทางบ้านแนนส่งผู้ใหญ่มาเจรจาขอผมไปเป็นลูกเขย ซึ่งมันก็แปลกดี ผมนึกว่ามีแค่ประเทศอินเดียซะอีกที่มีการขอลูกเขยกัน

                พิธีก็ดูเรียบงาน ตัวแทนฝ่ายเจ้าสาวมาเจ้าบ่าวโดยมีการเปรียบเปรยถึงความดีของเจ้าบ่าว ผมฟังแล้วรู้สึกเขินๆ พอตัวแทนฝั่งเจ้าสาวพูดจบ คุณอำนาจตอบตกเป็นอันจบพิธี ขั้นต่อไปเป็นการแห่ขันหมาก ซึ่งก็ดูไม่ต่างจากที่ผมเคยเห็นมา หลังจากตั้งขบวนเสร็จเราก็เดินไปที่บ้านของแนน

                พอไปถึงหน้าบ้านก็มีคนออกมาตอนรับแคทกับจอยก็เป็นตัวแทนสาวที่บริษัทออกมากั้นประตูเป็นคนแรก

                “อยากเข้าไปเจอเจ้าสาวก็ต้องจ่ายมานะค่ะพี่บี” แคทแบมือยืนแล้วก็ยื่นมาหาผม
                ผมตบที่กระเป๋าเสื้อและก็กางเกงเป็นนัยให้แคทรู้ว่าผมไม่ได้พกเงินมา
                “ไม่ได้นะค่ะ แบบนี้ให้เข้าไม่ได้หรอก” จอย
                “พี่ไม่ได้พกเงินมาจริงๆ นะ ทั้งตัวไม่มีเงินซักบาท เอาไว้กลับไปกรุงเทพค่อยจ่ายได้ไหม”
                “ไม่ได้ค่ะ แบบนี้ก็ไม่ให้เข้า” แคท
                คุณอำนาจเดินเข้ามาหาผมกับสาวๆ
                “อ้าว มึงไม่มีเงินเลยหรอเนี่ย”
                “ผมจะมีได้ยังไงหละครับ กระเป๋าเงินผมคงอยู่กับชุดนอนผมที่บ้านโน้น”
                “ไม่ได้เรื่องจริงๆ เลยมึงเนี่ย มากูคุยเอง ว่าไงค่าผ่านมางเท่าไหร่”
                “ตามความสวยของเจ้าสาวค่ะ ท่าน และหนูก็ต้องแบ่งเด็กพวกนี้ด้วย” รอบตัวแคทกับจอยมีเด็กอายุ 5-6 ขวบอยู่หลายคน
                คุณอำนาจหัวเราะ “ลูกสาวกูสวยที่สุดอยู่แล้วหละ”
               
                คุณอำนาจหันไปหยิบซองที่ลินถืออยู่มาปึกนึงแล้วส่งให้แคทบอกว่าให้แบ่งให้พวกเด็กๆ ด้วย ผมเดาว่าอย่างน้อยหนึ่งซองคงมีแบงค์พันใส่อยู่หนึ่งใบ แคทกับจอยรีบเปิดทางให้ ประตูแรกถือเป็นประตูที่พวกเด็กจะมาขอเงินกัน แต่ประตูที่สองเป็นของผู้ใหญ่ ซึ่งจะมีการพูดจากันเป็นพิธี

“ปากั๋นมาหยะหยัง ปะล้ำปะเหลือจะอี้นี่” ผู้ใหญ่ฝ่ายกั้นประตูบ้านเจ้าสาวถาม
“วันนี้จะเอาหน่อดี จาวงาม มาปลูกมาฝังกับพี่น้องบ้านนี้ หันว่าบ้านนี้เพิ่นดินดีน้ำดี” ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวตอบ
“บ้านนี้มีประตูเงินประตูคำ จะเข้าไปง่ายๆบ่ได้ก้า ต้องจ่ายค่าผ่านประตู” ฝ่ายเจ้าสาวถาม
“แล้วจะเอาเท่าใดเล่า … “ ฝ่ายเจ้าบ่าวตอบ
                โดยไม่ได้รอให้ฝ่ายเจ้าสาวตอบคุณอำนาจก็เอาซองใส่เงินที่เหลือทั้งหมดส่งให้ตัวแทนฝ่ายเจ้าสาว
               
“วันนี้เป็นวันดี  เป็นวันมงคล หมู่เฮาจะเอาแก้วมาสวมหัวแหวน จะเอาทองมาเป๋นแผ่นเดียวกั๋น ขอทางฝ่ายเจ้าสาวจงอินดูเมตตาหื้อเข้าไปเทอะ” ฝ่ายเจ้าบ่าวพูดต่อ
                “วันนี้เป็นวันดียามดี  มีจายหนึ่งญิงหนึ่ง  จะมาอยู่แปงแต่งสร้างโตยกัน เจินเข้ามาเลย” ผู้ใหญ่บ้านเจ้าสาวเจรจาตอบ

                ฝ่ายเจ้าสาวเปิดทางให้ขึ้นไปบนบ้าน ผมเข้าไปไหว้คุณพ่อคุณแม่ของแนน แนนใส่ชุดไทยล้านนาเสื้อผ้าไหมสีขาวแขนยาวนุ่งผ้าซิ่นสีแดงคลิบทองและมีผ้าคล้องแขนสีแดงคลิปทองเข้าขุดกัน ทรงผมทำเป็นมวยด้านข้างมีปิ่นทองห้อยระย้าลงมา และยังมีเครื่องทองที่เข้าชุดกันทั้งสร้อ แหวน กำไล

ผมถึงกับตะลึง เพราะถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน ผมคงคิดว่าแนนเป็นเจ้านางซักพระองค์นึงแน่ๆ  แนนทำหน้าเขินๆ ที่โดนผมจ้องมองแบบนั้น แต่คุณอำนาจก็ตบไหล่ให้ผมเดินไปที่ทำพิธีเพื่อผูกข้อมือและเรียกขวัญ พ่อแม่แนนสวมฝ้ายมงคลให้ผมกับแนน แล้วจากนั้นก็มีพิธีเรียกขวัญเป็นภาษาล้านนา

                หลังจากนั้นญาติผู้ใหญ่และพ่อแม่แนนเป็นฝ่ายที่เริ่มผูกข้อไม้ข้อมือก่อน ผมคิดว่างานเด็กทะเล้นแบบแนนคงไม่ร้องให้เหมือนกับงานแต่งของคู่บ่าวสาวคนอื่น แต่พอคุณแม่แนนเริ่มให้พรและผูกข้อมือ แนนก็เริ่มตาแดงๆ แล้ว

                “แต่งงานแล้วก็ถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่ ต่อไปแม่คงตามไปดูแลอีกไม่ได้ ดูแลกันให้ดีรักกันให้มากๆ นะ”

                แนนเริ่มสะอื้อแต่ยังไม่ร้องไห้ จนกระทั้งก้อยมาผูกข้อมือให้ “รักกันให้มากๆ นะ พี่ฝากดูแลพี่บีด้วย จนกว่าที่เราจะได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอีกครั้ง”
                “เลิกแกล้งกันซะทีนะค่ะ และเวลาอยู่กันสองคน ทำตัวเป็นเหมือนคู่รักกันบ้างก็ได้ก็แต่งงานกันแล้วนี่นะ ไม่ใช่แค่แฟนกันแล้วนะ” เจน

                พอก้อยกับเจนมาอวยพรแนนก็ร้องไห้โฮออกมาแล้วกอดสองก้อยกับเจนไว้แน่น ผมรู้ว่าแนนคงกลัวว่าก้อยกับเจนจะโกรธที่เธอชิงแต่งงานเป็นคนแรก แต่ผมก็รู้ว่าทั้งก้อยกับเจนไม่ได้โกรธแนนเลย และน่าจะดีใจมากที่แนนได้แต่งงานเป็นคนแรก

                หลังจากพิธีผูกข้อมือและเรียกขวัญแล้ว ก็ถึงการส่งตัวเข้าหอ ผมตกใจทำไมถึงส่งตัวเข้าหอกันเลยทันทีแบบนี้ มันยังกลางวันอยู่เลย แต่พอไปถึงห้องผมก็ได้รู้ ผมกับแนนก็แค่นอนบนเตียงเป็นพิธีเท่านั้น พอเสร็จแล้ว เราก็ออกมาที่งานเลี้ยง

                ตอนช่วงพิธีผมไม่ค่อยได้สนใจว่ามีแขกมาร่วมงานมากแค่ได้ แต่พอเดินลงมาจากบ้านเท่านั้นแหละแหละ มีโต๊ะจีนโต๊ะละ 10 คนอยู่หลายสิบโต๊ะ เรียกว่าเต็มพื้นที่ของบ้านแนน และแขกส่วนใหญ่ผมก็ไม่รู้จักส่วนนึงคงญาติๆ แนน อีกส่วนน่าจะเป็นคนรู้จักของคุณอำนาจเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่ใช่ชาวบ้านแถวนี้

                พอลงมาจากบ้านเจ้าริวก็มาทำหน้าที่ลูกรักของแนนทันที มันมาค่อยเดินตามผมกับแนนไปตามโต๊ะต่างๆ ที่พ่อแม่แนนพาไปแนะนำ พอจบแล้วก็เป็นฝ่ายเพื่อนๆ คุณอำนาจต่อ ผมรู้สึกว่าเดินจนเมื่อยเลย และก็มาถึงญาติของผมบ้าง พี่คมกับพี่นุ่น

                “ยินดีด้วยนะ แบบนี้มึงก็รีบๆ มีลูกจะได้โตทันลูกกู” พี่คม
                ผมมองนหน้าแนนเพราะรู้ว่าไม่ยอมมีลูกก่อนเรียนจบแน่ๆ “ครับ ถ้าเมียผมยอมนะ”
                แนนหยิกแขนผมเพราะไม่ชอบให้เรียกว่าเมีย พี่คมหัวเราะ
                “แล้วพี่นุ่นไม่มาด้วยหรอค่ะ” แนน
                “อ๋อ เค้าอยากมามาก แต่พี่ให้มาเพราะท้องแก่แล้วเกิดจะคลอดขึ้นจะลำบาก”
               
                แล้วก็มาถึงเพื่อนคนสำคัญของผม ซาโตชิ ผมตกใจเลยพอเห็นหน้าซาโตชิ เพราะผมลืมเชิญไปซะสนิทเลย

                “ขอบคุณมากที่มา ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้เชิญด้วยตัวเอง”
                “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ อยู่คุณต้องรีบแต่งงาน คงจะไม่ทันเตรียมตัว ผมเองตอนแต่งงานยังต้องเตรียมงานล่วงหน้าตั้งหลายเดือน” ซาโตชิ
                “ขอบคุณมากนะค่ะที่มางาน” แนน
                “ครับ อ้าวนี้ริวคุงหรอ ตัวโตมากเลยนะ” ซาโตชิ
                ซาโตชิก้มลงไปเจ้าริวรีบเข้ามาหา
                “สวัสดีสิริว”แนน
                เจ้าริวยกขาหน้าให้ซาโตชิจับ  ซาโตชิมองหน้าผมกับแนนแบบแปลกๆ
                “นี่แนนจังฝึกมันยังไงหรอครับ”
                “ฝึก” ผมมองหน้าแนน
                “ใช่ ปรกติ สุนัขพันธุ์นี้ จะขี้เล่นฉลาด แต่ไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่ง ยิ่งไปบังคับให้ทำอะไรมันยิ่งจะไม่ยอมทำตามด้วยซ้ำนะ”
                “อ้อ สงสัยเจ้าริวมันคงไม่คิดว่ามันเป็นหมา”
                ซาโตชิทำหน้างง
                “ก็แนนเค้าเลี้ยงมันเหมือนลูก จนมันคิดว่ามันเป็นคนเหมือนเราแล้วมั้ง”
                ซาโตชิหัวเราะ “แบบนี้นี่เอง เจ้าริวมันถึงได้ ว่าง่ายขนาดนี้”
                “ริวไม่ดื่ออยู่แล้ว แนนเลี้ยงมากับมือตั้งแต่เล็กๆ” แนน
                “อ้อเกือบลืม มีคนฝากการ์ดมาให้จากญี่ปุ่น” ซาโตชิหยิบการ์ดจากด้านในเสื้อสูทแล้วยื่นให้แนน
                แนนรับ “สวยจังของใครหรอค่ะ”
                “จากเอริกะจัง เธอฝาการ์ดมาแสดงความยินดีด้วย”
                “พี่สาวรหรอ” แนนรีบแกะแต่อ่านไม่ออกเพราะด้านในมันเป็นภาษาญี่ปุ่น
                “แล้ว.....” ผมอยากถามเรื่องเอริกะจังแต่ซาโตชะรีบตอบมาซะก่อน
                “ก็สบายดี คงอีกซักพักเธอคงทำใจได้ รอหน่อยนะยูกิซัง”
                “อืม ถ้าเธอสบายดีผมก็หมดห่วง ยังไงผมก็รอได้”
                “จดหมายนี้อ่านว่ายังไง แนนอ่านไม่ออก” แนนยื่นจดหมายให้ซาโตชิ
                “เสียมารยาทนะ เอาไว้ค่อยหาคนแปลให้ก็ได้” ผมดุแนน
                “ไม่เป็นไรครับ ผมแปลให้ฟังเอง”
                ซาโตชะรับจดหมายมาดู

                “อืม ยินดีด้วยนะ ไม่แปลกใจเลยที่คนแรกที่แต่งงานกับยูกิซังคือแนนจัง ขอให้รักกันมากๆ นะ ช่วยดูแลยูกิซังแทนพี่สาวคนนี้ด้วย รักเสมอนะ เอริกะ”

                แนนทำท่าจะร้องไห้อีกจนผมต้องรีบปลอบก่อนที่แขกอื่นๆ จะตกใจ

                “เอาน่า อีกไม่นานก็ได้เจอพี่สาวอีกไม่ต้องร้องไห้ ดูซิคนอื่นมองกันแล้ว”

                หลังจากเดินขอบคุณแขกเสร็จผมก็แยกตัวมานั่งคุยกับซาโตชิ ส่วนแนนก็ไปถ่ายรูปกับสาวๆ งานเลี้ยงมีตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน นั่นก็เพราะเพื่อนๆ คุณอำนาจเพิ่งได้แจ้งข่าวเลยมาตอนเช้าไม่ทัน ซาโตชิกลับไปตอนบ่ายแล้วก็กลับมางานเลี้ยงอีกรอบตอนเย็น

                พอ สามทุ่มห้าสิบเก้านี้ ทางพ่อแม่แนนก็ให้ผมกับแนนเข้าหออีกรอบ ตอนแรกนอนก็งอแงไม่ยอมเข้าหอทำเอาแม่มะลิโกรธใหญ่ ต้องบังคับกันอยู่นานแนนถึงได้ยอม แต่พอกำลังจะเข้าห้อง แนนก็ขอคุยกับก้อยและเจนก่อน แต่ที่จริงมันเป็นแผนของแนน พอก้ยอกับเจนเข้าไปในห้องแนนก็รีบปิดประตูล๊อคทันที

                “เปิดนะ แนน แม่บอกให้เปิดประตู”
                “ไม่เปิด ให้ตายยังไงก็ไม่เปิด”
                คุณอำนาจหัวเราะ “เอาเถอะ ยังไงอยู่ที่กรุงเทพคู่นี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่เข้าหอวันนี้ก็ไม่ได้แปลว่ามันทั้งคู่จะเลิกกันซักหน่อย เพราะถ้ามันเลิกกับหนูแนน ชั้นจะฆ่ามันเอง”
                ผมมองหน้าคุณอำนาจที่เล่นขู่จะฆ่าผมต่อหน้าพ่อแม่แนน

                แม่มะลิยอมตามที่คุณอำนาจบอก ผมเลยต้องลงไปกินเหล้าเป็นเพื่อนคุณอำนาจกับซาโตชิจนดึก จนคุณอำนาจและซาโตชิกลับไปโรงแรม ก้อยมาตามผมให้ไปนอน

                “อ้าวไอ้ตัวเล็กหละ”
                “หลับไปแล้วหละค่ะ คงจะเหนื่อยมาก ที่จริงก้อยออกมาตามรอบนึงแล้วแต่เห็นพี่บีกำลังคุยกับคุณพ่อและซาโตชิก็เลยไม่อยากกวน”
                “อืม งั้นก็ไปนอนกันเถอะ”
                “ค่ะ งั้นก้อยกับเจนจะกลับไปนอนที่โรงแรมนะค่ะ”
                “อ้าว ทำไมหละ ถ้าก้อยกับเจนไม่นอนอยู่ด้วยมีหวังไอ้ตัวเล็กตื่นมาเจอแต่พี่ได้อาละวาทแน่ๆ”
                แม่มะลิเดินมาได้ยินพอดี
                “ไม่เป็นไรหรอกลูกนอนด้วยกันสี่คนนั้นแหละ พรุ่งก็ตื่นมาใส่บาตรด้วยกันนะ” แม่มะลิ
                ก้อยตกใจไม่คิดว่าแม่มะลิจะยอมให้เธอกับเจนนอนในห้องกับแนนด้วย พอไปถึงหน้าห้องเจอเจนยืนรออยู่ เจนบอกว่าแนนยังหลับอยู่ให้ผมเข้าไปในห้อง เจนจะชอตัวกลับโรงแรมแต่แม่มะลิก็บอกให้เข้าไปนอนด้วยกัน แม่มะลิคงรู้ว่าวันนี้พวกเราคงเหนื่อยมากจนไม่คิดจะทำอะไรกันแม่มะลิถึงยอม

                ซึ่งก็เป็นแบบนั้นเราได้แต่นอนกอดกันจนเช้า พอตีห้าแม่มะลิมาปลุกและให้พวกเราอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและใส่ชุดไทยมาใส่บาตร ดูเหมือนจะมีการเตรียมชุดไทยไว้ให้ก้อยกับเจนด้วย สงสัยเรื่องให้นอนด้วยกันและเรื่องเตียงชุดไทยมาให้ใส่ตอนเช้าคุณอำนาจคงคุยกับแม่มะลิไว้แล้ว

                หลังจากหมดเรื่องงานแต่งผมก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพ แต่ก่อนกลับผมคุยเรื่องแมนกับคุณพ่อคุณแม่แนนก่อน

                “แบบนั้นไม่ได้หรอก ไอ้แนนก็ไม่ยอมดูแลกล้วยไม่ต่อคนนึงแล้ว ถ้าไห้ไอ้แมนไปเรียนช่างยนต์อีก แล้วใครจะมาดูแลกล้วยไม้ต่อจากพ่อหละ”
                “คุณอำนาจเค้าก็ให้คนมาดูแล้วไม่ใช่หรอ แล้วตอนนี้ถึงแนนมันจะไม่ได้ดูแลเอง แต่ลูกบีก็รับปากแล้วว่าจะดูแลต่อพ่อเองก็พักๆ ซะบ้างเถอะ”
                “ครับ ตอนนี้ฟาร์มกล้วยไม้นี้ถือเป็นกิจการในครอบครัวแล้ว ยังไงผมก็ต้องให้แนนขึ้นมาดูบ้าง คณพ่ไม่ต้องกลัวหรอกครับ”
                “เห็นไหม ที่นี้พอใจหรือยังหละพ่อ”
                “เออๆ แบบนั้นก็ได้”
                “วั้นก็ให้แมนเรียนช่างยนต์ และทำงานพิเศษที่ร้านมอเตอร์ไซค์ในเมืองได้ใช่ไหมครับ”
                “อ้าวเมื่อกี่ขอแค่เรียนไม่ใช่หรอ ตอนนี้มาเพิ่มทำงานพิเศษอีกแล้ว”
                “แล้วมันไม่ดียังไงหละพ่อ ลูกทำงานหาเงินใช้เองดีแล้ว เราเองก็สอนลูกมาแบบนี้ไม่ใช่หรอ พอลูกจะทำตามที่พ่อสอน พ่อกลับจะไม่ยอมขึ้นมาอีกแล้ว” แม่มะลิ
                “เอ้าๆ ยังไงก็ได้ แหมได้ลูกชายใหม่มาคนนึง ไม่มีใครเข้าข้างพ่อเลยนะ”
                “ใครจะเข้าข้างพ่ออีกหละ คดีเรื่องแกล้งป่วย แนนมันยังไม่ชำระเลยนะ ถ้าพ่อยังเรื่องมากแบบนี้ระวังแนนมันจะถอนหงอกเอา”
                “เออๆ ตามใจ พ่อไปดูกล้วยไม้ดีกว่า ไม่รู้พวกนักศึกษาที่คุณอำนาจให้มาดูจะรู้เรื่องหรือเปล่า”

                คุณพ่อลุกขึ้นแล้วเดินลงจากบ้านไปทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แมนที่แอบฟังอยู่ก็เช้ามาขอบคุณผม

                “แล้วก็ตั้งใจให้ดีหละ ไม่ใช่เอาแต่ขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยว” แม่มะลิ
                “ครับแม่”

                ตอนเย็นผมเตรียมตัวกลับกรุงเทพ คุณอำนาจกลับไปก่อนแล้ว แต่ให้เครื่องบินส่วนตัวกลับมารับและให้รถตู้มารับผม ก้อย แนน และ เจน

                “กลับมาเยื่ยมบ้านบ้างหละ ไม่ใช่หายไปเป็นปีอีก” แม่มะลิ
                “ค่ะ แม่ ก็ก่อนหน้านี่แนนกลัวกลับมาแล้วจะไม่ได้กลับไปเรียนอีก”
                “ตอนนี้แต่งงานแล้ว นิสัยเด็กเลิกได้แล้ว ดูพี่ก้อยกับเจนเค้าบ้าง”
                “ค่ะ”
                “อ้อ แล้วนี่จะเอาเจ้าริวกลับไปด้วยหรอ” แม่มะลิ
                เจ้าริวได้ยินแม่มะลิเรียกชื่อก็รีบวิ่งเข้าไปเอาหัวถูกับขาแม่มะลิเป็นการอ้อน
                “ทำไมหละแม่ ไหนว่าแม่ไม่ชอบหมาไง”
                “ก็เออ ก็บ้านที่โน้นไม่มีที่ให้มันวิ่งเล่นไม่ใช่หรอ ก็ให้มันอยู่ที่นี่มันจะได้มีที่วิ่งเล่น”
                สงสัยแม่มะลิจะติดเจ้าริวเข้าซะแล้ว
                “ไม่หรอกแม่ กลับไปเราจะย้ายบ้านแล้ว บ้านใหม่มีที่ให้เจ้าริววิ่งกว้างพอๆ กับที่นี่แหละ”
                “งั้นก็ตามใจ”

                ผมขึ้นรถ ก้อย แนน เจน ขึ้นรถตามมา เจ้าริวเห็นแนนขึ้นรถมันก็ตกใจ อยากจะตาม แต่ก็ไม่กล้าวิ่งหนีไปจากแม่มะลิ

                “อ้าวริวจะกลับบ้านหรือเปล่า” แนน
                เจ้าริวมันก็กระวนกระวายวิ่งวนเป็นวงกลมพร้อมกับเห่า จนแม่มะลิสงสารนั่งลงลูบหัวมัน
                “ไปกลับบ้านกับแม่เค้าเถอะ แล้วก็มาเที่ยวอีกนะ”
                “มาเร็วริวไม่รอแล้วนะ”
                เจ้าริวมันเอาหน้าซุกอ้อนแม่มะลิก่อนจะรีบวิ่งกระโดดขึ้นรถตู้แล้วขึ้นไปนั่งตักแนน
                “ไปก่อนนะแม่ แล้วจะมาเยี่ยม” แนน
                “แล้วอย่าลืมเอาเจ้าริวมาด้วยนะ”
                “จ้าแม่”

                พอรถออกมาจากบ้านของแนน ผมก็ถามเรื่องที่แนนบอกว่าจะย้ายบ้าน

                “ตกลงยอมย้ายบ้านแล้วหรอ”
                “อ้อ ก็ สงสารเจ้าริวมัน เดี๋ยวต่อไปมันต้องอยู่บ้านตัวเดียวอยู่บ้านเดิมมันก็ไม่ค่อยมีที่วิ่งเล่น เดี๋ยวมันจะเหงา”
                ผมยิ้ม “งั้นตอนฉลองบ้านใหม่เชิญพ่อแม่ และแมนมาด้วยดีไหม”
                “ดีสิ ดีไหมริวจะได้เจอแม่อีก”
                เจ้าริวก็เห่า
                “แหมสองคนนี้พอแต่งงานกันก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะค่ะ” เจน
                แนนอายจนหน้าแดง “บ้าไม่ใช่ ซะหน่อย อยากไปอยู่บ้านใหม่เร็ว จะได้อยู่ห้องห่างๆ กัน”
                ก้อยหัวเราะที่แนนแก้ตัว

                กลับมาถึงบ้านเราก็ออกไปกินข้าวเย็นที่ร้านเพราะทุกคนเหนื่อยกับงานเลี้ยงและการเดินทาง ระหว่างนั้นผมก็พูดเรื่องงานฉลองบ้านใหม่

                “เจนจะอยู่จนย้ายบ้านได้หรือเปล่า”
                “คงไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้เจนก็จะกลับแล้ว นี่ก็ต้องหยุดเรียนมา ถ้ายังหยุดต่ออีกสงสัยจะเรียนไม่จบปีนี้”
                “แล้ววันงานมาอีกใช่ไหม” แนน
                “คงมาไม่ได้แล้วหละ ตามที่เจนบอก ถ้าเจนขาดเรียนอีกคงต้องเสียเวลาไปอีกปีแน่ๆ”
                “งั้นก็ไม่เป็นไรนะ อืมเอาไว้กลับมาตอนเรียนจบก็ได้จะได้อยู่ด้วยกันไม่ต้องไปไหนอีก” ผม
                “งานฉลองบ้านใหม่เนี่ย พี่บีจะเชิญคุณพ่อคุณแม่ก้อยหรือเปล่าค่ะ”
                “อืม ก็ต้องเชิญสิ”
                “แล้วพี่บีจะบอกเรื่องแนนหรือเปล่าค่ะ เพราะคุณพ่อคุณแม่แนนก็มา ถ้าเกิดเค้าคุยกัน”
                “อืมต้องบอกสิ พี่ตั้งใจอยู่แล้วว่ากลับมาพี่จะต้องบอกเรื่องเราสี่คนซะที จบเรื่องก้อยพี่อาจจะไปหาคุณพ่อคุณแม่เจนที่ออสเตเรียด้วย เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบไม่ต้องปิดบังใครแล้ว”
                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่บี เจนบอกคุณพ่อคุณแม่เองก็ได้” เจน
                “ไม่ได้หรอก ทำแบบนั้นพี่แจนได้มาเล่นพี่แน่ๆ พี่สาวเจนโหดจะตาย”

                เจนหัวเราะ ทานข้าวเสร็จกลับมาบ้านสามสาวแอบคุยซุบซิบกัน ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่อย่างน้อยคืนนี้ผมอยากจะได้กอดก้อยหรือเจนซักคนนึง ส่วนแนนคงจะยากยิ่งช่วงนี้โดยแซวว่าเป็นภรรยาผมแนนยิ่งพยายามอยู่ห่างผมเพิ่มเป็นเท่าตัว

                “คืนนี้นอนกับพี่นะ” ผมแอบถามก้อย
                “ไม่เอาค่ะ ก้อยจะนอนกับแนนกับเจน” ก้อย

                ผมแอบไปถามเจน เจนก็ตอบเหมือนกัน นี่ผมจะได้นอนคนเดียวอีกแล้วหรอเนี่ย รู้งี่เมื่อคนปล้ำซะทั้งสามคนเลยดีกว่า แต่สามสาวก็ไม่ใจอ่อนปล่อยให้ผมนอนคนเดียวอย่างที่พูด

                แต่ด้วยความเหนื่อยทำให้ผมหลับตั้งแต่สามทุ่ม มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงหัวเราะคิกๆ คักๆ ดังข้างหู พอผมลืมตาดูเห็น ก้อย แนน เจน อยู่กันพร้อมหน้า ก้อยใส่ชุดนอนสีม่วงอ่อนนอนทาบตัวผมอยู่ แนนใส่ชุดนอนสีฟ้าอ่อนอยู่ด้านซ้าย เจนใส่ชุดนอนสีชมพูนอนอยู่ด้านขวา

                “อะไรกันเนี่ย” ผม
                “ก็เข้าหอแทนเมื่อคืนไงค่ะ ว่าแต่พี่บีไหวหรือเปล่า เพราะว่าต้องเข้าพร้อมกันสามคนเลยนะ” ก้อย
                สามสาวหัวเราะคิกๆ คักๆ
                “ไหวสิ คนละสามรอบยังไหวเลย” ผม
                “ไม่ต้องมาคุยหรอกค่ะ เอาแค่คนละรอบให้ได้ก่อนแล้วกัน

                ผมไม่ตอบดึงก้อยมาจูบ แล้วดึงอีกสองสาวมาผลัดกันจูบ พักนึงสาวๆ ก็เริ่มซนกับไอ้หนูของผม พวกเธอแกะกางเกงนอนผมออกแล้วเอามันออกมาช่วยกันรูด ผมเสียวจนต้องขย้ำนมแนนกับเจนด้วยมือคนละข้าง ส่วนก้อยก็แอ่นเอาหน้าอกกลมมาถูที่หน้าผมไปด้วย

                สามสาวไม่ได้ใส่บรากันซะด้วย ทำให้ผมก้อนเนื้อได้เต็มๆ มือ ปากผมก็พยายามจะดูดเม้มปลายถันของก้อยจนเธอเผยอริ้มฝีปากบางๆ พร้อมกับครางเสียว แต่สามสาวก็ไม่ปล่อยให้ผมเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียว พวกเธอเริ่มเลื่อนตัวลงไปที่หว่างขาผม

                ผมรีบกัดฟันรอ เพราะพวกเธอกำลังจะทำให้ผมเสียวจนแทนจะทนไม่ไหวแน่ๆ แล้วสามสาวก็เริ่มเลียไปตามลำแท่งของผม พวกเธอแบ่งงานกันทำจนผมแทบจะปล่อยน้ำรักกระฉูดออก ก้อยเป็นคนแรกที่อมปลายหัวเข้าปากไปก่อน แนนกับเจนก็เปลี่ยนลงมาดูดลูกบอลด้านล่าง

                ผมแทนจะน้ำแต่งอีกครั้ง พวกเธอทำให้ผมเสียวจนต้องกำผ้าปูที่นอนแน่น ก้อยเปลี่ยนมาให้แนนให้ปากอมของผมบ้างแล้วเธอก็ถอดชุดนอนบางออกจนเหลือแต่กางเกงในตัวน้อยสีม่วงเข้ากับชุด ก้อยเลื่อนตัวขึ้นมาหาผมพร้อมกับสงสายตาหวานเยิ้ม

                ก้อยเข้ามากอดคอผมแล้วประกบปากจูบ ผมรีบแหย่ลิ้นเข้าปากก้อยและแลกลิ้นกับเธอ มือผมก็เลื่อนไปประกบสะโพกงอนๆ ของก้อยแล้วก็ขย้ำ ก้อยบิดตัวเสียวสะท้านช้าๆ แนนดูดเอ็นผมแรงๆ จนผมต้องแอ่นเอวตาม ส่วนเจนก็ดูดไข่ผมและรั้งดึงจนผมเสียวแทบขาดใจ

                พักนึงแนนก็เปลี่ยนให้เจนเป็นคนใช้ปากกันของผมบ้างส่วนเธอลุกขึ้นมาด้านหลังก้อย แนนเลียไปตามบั้นเอวก้อยพร้อมกับดึงกางเกงในเธอออกแล้วเลียไปตามส่วนที่เปิดเผยออกมา ก้อยเสียวจนต้องผละปากจากผมแล้วร้องคราง ก้อยเลื่อนตัวขึ้นอีกแล้วกดปลายถันมาที่หน้าผม ผมรีบดูดเม้มมันทันที

                “โอ้ววววววววววว ซี๊ดดดดดด โอ้ยยยยยยยยยยยยย ซูดดดดดดดด” ก้อย

                แนนรั้งกางเกงในก้อยไปจนถึงปลายขาแล้วโยนมันออก จากนั้นเธอก็ซุกหน้าไปที่ของสงวนก้อย ก้อยเสียวจนตัวกระตุก ผมออกแรงขย้ำและดูดหน้าอกก้อยแรงขึ้นจนก้อยตัวกระตุกเป็นจังหวะ แล้วก้อยก็บอกแนน

                “พี่ไม่ไหวแล้ว แนน เจน พี่ขอก่อนนะ”

                เจนรีบลุกขึ้นให้ก้อยคล่อมทับกลางตัวผม ก้อยทิ้งน้ำหนักทับมันจนผมร้องโอ้ยยยย จากนั้นก้อยก็เริ่มโยกเอวโดยมีแนนกอดอยู่ด้านหลัง แนนจับก้อยหันหน้าไปจูบ สองมือเธอก็ขย้ำหน้าอกก้อยไปด้วย ส่วนเจนผมดึงเธอให้ขึ้นมาจูบกับผม ระหว่างจูบผมก็ถอดชุดนอนเจนออกจนเหลือแต่กางเกงใน

                ผมล้วงไปเล่นน้องสาวเจนเปียกเยิ้ม ผมแหย่นิ้วเข้าออกน้องสาวเจนทำเธอเสียวจนแอ่นเอวตาม ผมทำจนเจนทนไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายถอดกางในออกแล้วขึ้นมาคล่อมหน้าผม ผมจับสะโพกเจนแล้วดึงลงมาหาปากผม จากนั้นผมก็เลียเป็นแนวตรงไล่ขึ้นไปตามร่องส่วของเจน

                “โอ้ยยซี๊ดดดด โอ้ยยยย โอ้วววว โอ้ยยยย อู้ยยยยยย” เจน

                เจนเริ่มโยกเอวเอาน้องสาวบดหน้าและปากผมอย่างลืมตัว ตอนนี้ก้อยเองก็กำลังโยกเอ็นผมอย่างรุนแรงเพราะโดนแนนใช้มือกระตุ้นเม็ดเสียวไปด้วย ผมต้องพยายามเกร็งและแอ่นเอวสวนเอวก้อยเป็นจังหวะเพื่อให้เธอเสร็จสม ผมเองก็เร่งเร้าเจนให้เสร็จพร้อมกับก้อย

                “โอ้วว โอ้วว โอ้ยย โอ้วว โอ้วว โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย โอ้วววววววววววววววว” ก้อย

                ก้อยแอ่นตัวเกร็งด้านในบีบรัดของผมแน่น แนนขย้ำหน้าอกก้อยตามการแอ่นตัวเกร็งเพราะการเสร็จเสียว ส่วนเจนเองก็น้ำแตกใส่หน้าผมจนเลอะไปหมด พอก้อยหายเสร็จเสียวเธอก็ลุกขึ้นแล้วให้แนนต่อ แนนทำอิดอ๊ออแต่ก็โดนก้อยจับเอ็นผมตั้งแล้วให้แนนนั่งทับลงมา

                โอ้ยยยยย ผมร้องอีกครั้งตนที่ของมันมุดเข้าไปในของแนนจนมิดด้าม จากนั้นก้อยก็กอดจูบกับแนนพร้อมกับจับเอวแนนโยกคลึงเอ็นผมไปด้วย เจนเปลี่ยนมาจูบผมแทนผมค่อยๆ ใช้นิ้วกระตุนน้องสาวเธอไว้ให้พร้อมเพื่อต่อจากแนนหลังจากแนนเสร็จ มือผมอีกข้างก็ขย้ำหน้าอกน้อยๆ ของเจนไปด้วย

                ก้อยจับแนนโยกเอวเร็วขึ้นจนแนนร้องเสียงหลง ผมเริ่มสงสัยว่า ก้อยจะเมาหรือเปล่าแต่ว่าผมไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเพราะการที่ก้อยจับเอวแนนโยกขึ้นลงแรงๆ แบบนี้มันทำเอาผมเสียวลำแท่งจนน้ำจะแตกได้เหมือนกัน ผมเลยระบายความเสียวที่ได้รับไปให้เจนบ้าง เจนบิดตัวไปมาเพราะผมเค้นหน้าอกเธอแรงขึ้น

                “โอ้ยย โอ้ยยย พี่ก้อย เบาๆ ก่อน โอ้ยย โอ้ววว อู้ยยยยย พี่ก้อย โอ้ยยยย” แนน
               
                ก้อยหัวเราะชอบใจแถมแนนยิ่งร้องก้อยยิ่งทำแรงขึ้นจนทุกท้ายแนนก็ทนไม่ไหวร้องกรี๊ดพร้อมกับแอ่นตัวเกร็ง ก้อยก้มลงไปดูดนมแนนดังจ๊วบๆ ทำเอาแนนต้องร้องกรี๊ดดดด ต่ออีกหลายครั้งพร้อมกับกอดหัวก้อยแนบกับหน้าอกแน่น พอแนนเสร็จก็มาถึงตาเจนบ้าง

                เจนยิ้มหวานคงจะโหยหาดุ้นผมมานาน เธอค่อยกดน้องสาวอมของผมลงมาช้าๆ แต่ก็โดนก้อยแกล้งกดเอวเธอลงจนปลายหันผมชนด้านในเจน เจนร้องอู้ยยยยยยยยยยยยยย

                จากนั้นเจนก็โดนก้อยเป็นคนคุมจังหวะ แน่นอนว่าเจนทนความเสียวแทบไม่ไหว แนนที่หลายเสียวแล้วก็มาประกบด้านหลัง ผมคิดว่าแนนแอบเอานิ้วแหย่รูก้นเจนแน่ๆ เพราะเธอมีอาการสะดุ้งและเด้งเอวแรงอย่างผิดปรกติ พักนึงก็แอบเห็นแนนเอาของเล่นมาถือแล้วก็ดันมันมุดหายเข้าประตูหลังเจน

                “โอ้ยยยยยยยยยยยย โอ้ววววววววววววว ซี๊ดดดดดดดด โฮ้ววววววววววววววว” เจน

                แนนแทงของเทียมเข้าออกประตูหลังเจนจนเธอเกร็งไปทั้งตัวแล้วเริ่มขยับเอวควบเอ็นผม แนนทำจนเจนร้องกรี๊ดดดดดดดด ด้านในร่องสาวรัดเอ็นผมแน่นพร้อมกับตัวกระตุก จากนั้นแนนก็จับเจนไปกอดฟัดกันส่วนตัว ตอนนี้ก็เหลือก้อยที่กำลังมองผมด้วยสายตัวยั่วยวน

                ผมดึงก้อยมานอนหงายแล้วคล่อมตัวเธอไว้ ก้อยถ่างขาออกแล้วจับเอ็นผมรูดพร้อมกับยิ้มหวาน ผมเห็นแล้วทนไม่ไหวจริงๆ รีบดันเอ็นมุดโพรงถ้ำเข้าไปจนมิดด้ามจนก้อยสะดุ้งตัวแอ่นหน้าร้องซี๊ดดดดดด จากนั้นผมก็เร่งกระแทกกระทันเต็มแรง

                “โอ้ยยยย โอ้วววว ซี๊ดดด โอ้ยยย โอ้ยยยย โอ้วววว อู้ยยยย โอ้ยยยยย พี่บี โอ้ววว เสียวววว โอ้วววว”

                ก้อยเด้งร่อนแอ่นเอวตามแรงกระแทกของผมไม่หยุด ทำเอาผมไม่ได้สนใจว่าเจนกับแนนกำลังเล่นเสียวอะไรกันอยู่ ก้อยไม่ยอมให้ผมเป็นฝ่ายรุกอยู่ข้างเดียว เธอจับผมพลิกนอนลงแล้วเธอเป็นฝ่ายอยู่ด้านบนบ้าง แต่คราวนี้เธอไม่ได้ควบเอวแต่เป็นขย่มเอ็นผมแทนจนเสียงดัง ตับ ตับ ตบ

                ผมโดนก้อยขย่มอยู่พักใหญ่ จนผมต้องเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง ผมกัดฟัดอุ้มก้อยขึ้นเล่นท่าลิงอุ้มแต่ง ก้อยกอดคอผมแอ่นหน้าไปด้านหลังพร้อมกับครางอย่างเสียวซ่านตามการกระแทกเอ็นของผม ผมกระแทกเอวเต็มทีจนน้ำรักก้อยแตกฟอง ระหว่างนั้นแนนกำลังจับเจนโก้งโค้งแล้วเอาของเทียมเสียบเธอทางด้านหลัง

                ผมเร่งกระแทกแข่งกับแนน ก้อยกับเจนแข่งกันร้องครางลั่นห้อง ตอนนั้นผมมันส์มากกระแทกเอวใส่แบบลืมเมื้อยจนในที่สุดก้อยก้อยร้องกรี๊ดดดดดพรอ้มกับกอดผมไว้แน่น ส่วนเจนเองก็ร้องกรี๊ดดดดด ออกมาเกือบจะพร้อมๆ กัน สองสาวตัวกระตุกอยู่หลายครั้งก่อนจะสงบ

                ผมค่อยๆ วางก้อยลง เธอคงจะหมดแรงไปอีกซักพัก ส่วนเจนเองก็คงหมดแรงเหมือนกัน ผมเข้าไปจับแนนที่ยังคึกอยู่ แนนดิ้นหนีร้อง

                “ไม่เอาพอแล้วไม่ให้แล้ว โอ้ยยยย เอ๊ะ อย่า อุ้ยยยยยไม่เอานะ”
               
                แหมเมื่อกี่เพิ่งจะควบเอ็นผมจนเสร็จแท้ มาตอนนี้จะมาดื้อไม่ยอมอีกแล้ว ผมปล้ำไปปล้ำมาจนกลายเป็นผมเอาหน้าซุกไปที่หว่างขาของแนน ผมก็ได้ทีที่จะเผด็จศึกสิครับ ผมทั้งเลียทั้งดูดเม็ดเสียวจนแนนร้องลั่น

                “ไม่อานะ โอ้ยยยยยย ซี๊ดดดด โอ้ยยยยยย อย่า โอ้ยยยยยยยยยยยย อู้ยยยยยยย”

                จะดื้อขนาดไหนลองโดนแบบนี้เข้าไป เดี๋ยวก็ตัวอ่อนทุกราย แล้วก็เป็นจริงๆ ไม่นานแนนก็หยุดดิ้นได้แต่นอนแอ่นเอวตามจังหวะการลงลิ้นของผม ผมค่อยจับแนนพลิกเป็นนอนคว่ำ แล้วค่อยๆ ขยับตัวถ่อยแนนแอ่นก้นลิ้นผม ผมเลยจับเอวเธอแล้วดึงมาเป็นท่าโก้งโค้ง

                ได้จังหวะผมก็เสียบเอ็นเข้าโพรงรักแนนจนมิดด้ามทำเอาเธอสะบัดหน้าเสียว แล้วจากนั้นผมก็กระเด้าเอวกระแทกน้องสาวแนนจนเสียงดับ พับ พับ พับ แนนร้องลั่นเพราะความเสียว ผมขย้ำก้นแนนแล้วรั้งเข้าหาตัวด้วย ทำให้ปลายหัวบานผมกระแทกมดลูกแนนเต็มๆ

                ผมอัดเอวจนแนนสะบัดหน้าไปมา หลังจากผ่านเกมสวาทมาก็น่าจะเกินครึ่งชั่วดมงที่ผมได้แต่แทงแต่ไม่ได้หลั่ง ตอนนี้มันคงใกล้ถึงเวลาแล้ว ผมเริ่มกลั้นน้ำกามที่อัดแน่นในลำแท่งไม่ไหว มันพร้อมที่จะระเบิดออกมาทันทีที่ผมหยุดกลั้นมันเอาไว้

                ผมหันไปดูก้อยกับเจน พวกเธอยังนอนกอดกันหลับปุ๋ย ผมกะว่าถ้ายังมีอีกสาวตื่นอยู่ผมก็จะกลั้นน้ำกามไว้แล้วไปต่อกับเธอ แต่นี่ไม่มีใครแล้วผมก็ไม่ต้องกลั้นมันอีกต่อไป พอผมหยุดกลั้นมันก็ระเบิดทันที

                “โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย โอ้ววววววววววววววววววววว โอ้วววววววววววว อื้อออออออออ”

                ผมปล่อยน้ำใส่แนนจนเต็มท้อง แนนบิดเกร็งกระตุกหลายครั้งกว่าจะหลายเสร็จเสียว ผมต้องแข่เอ็นไว้พักใหญ่จนแนนหายแกร็ง ผมดันแนนให้นอนคว่ำลงแล้วค่อยๆ ดึงเอ็นออก แนนหลับตาพริ้มแล้วก็หลับไป แต่ผมยังคึกสิครับ ผมไปลักหลับเจนต่อ แล้วก็มาก้อยแล้วก็มาแนน วนแบบนี้จนพวกเธอตื่นพร้อมกันผมก็จะโดนรุม

                สาวทำเอาผมไม่ได้นอน มันเป็นคืนเข้าหอที่มีความสุขทุกวินาทีจริงๆ ตอนเช้าเจนกลับออสสเตรีย ผมจะไปส่งแต่เธอไม่อยากให้ไปเพราะกลัวจะร้องได้เลยให้แนนไปส่งคนเดียว ส่วนผมกับก้อยลางานเพราะก้อยลุกไม่ไหว ส่วนผมรู้ว่าก้อยจะอยู่กับผมสองต่อสองผมก็ลางานดูแลเธอจนน้ำผมล้นร่องเธอ

                พอแนนกลับมาจากไปส่งเจนนั่นแหละผมถึงได้หยุดเติมน้ำใส่ตัวก้อย เรานั่งดูหนังคุยกันจนเย็น ก้อยกะว่าจะขอนอนบ้านผมอีกคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน แต่ตอนเย็นพ่อแม่ก้อยก็โทรมาหาแล้วบอกให้ก้อยกลับบ้านและให้ผมไปพบด้วย

                “สงสัยคุณพ่อคุณจะโกรธมั้งที่ก้อยมาค้างหลายวันแบบนี้” ผม
                “ไม่มั้งค่ะ จริงๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อน เหมือนท่านจะยอมรับเรื่องที่เราอยู่ด้วยกันก่อนแต่งแล้ว” ก้อย
                “อืม แต่มากไปท่านก็คงอยากจะตักเตือนละมั้งพี่ว่านะ หรือไม่ก็อาจจะอยากให้เราแต่งงานกัน ก้อยจะได้ค้างได้แบบไม่มีใครว่า”
                “ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แบบนั้นก็ดีก้อยกลัวว่ามันจะไม่ใช่เรื่องนี้” ก้อย
                “เอาน่า เอาไว้ไปฟังด้วยกันดีกว่าอย่าเพิ่งตื่นตูมไปก่อนเลย”
                “ค่ะพี่บี”

                “อืมงั้นวันนี้พี่ต้องไปบ้านพี่ก้อยนะ แนนกินข้าวไปก่อนเลยไม่ต้องรอพี่กลับนะ”
                “ใครเค้ารอหละ หิวก็กินก่อนทุกครั้งแหละ” แนน
                “ไม่เอานะแนน ไหนคุณแม่บอกว่าให้พูดกันดีๆ ไง” ก้อย
                แนนก็ไม่ฟังแล้วชวนเจ้าริวขึ้นไปบนห้อง
                “เอาเถอะ แต่งงานไม่ทำให้แนนเปลี่ยนนิสัยได้หรอก แต่เค้าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วหละ” ผม
                “ค่ะ” ก้อย
                “งั้นก็ไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อน แล้วค่อยไปบ้านก่อนกัน”

                ผมกับก้อยอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ขับรถออกไปบ้านก้อย

                “ก้อยสังหรณ์ใจไม่ดีเลยค่ะ ก้อยว่าวันนี้พี่บีอย่าเพิ่งเจอคุณพ่อคุณแม่เลย” ก้อย
                “คิดมาน่าก้อย ท่านก็คงจะดุเรื่องที่ก้อยมาค้างกับพี่หลายวันนั้นแหละ มันคงดูไม่ดีสำหรับคนที่ยังไม่แต่งงานกัน ถ้าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ดุ ก้อยก็แต่งกับพี่สิ ต่อไปก้อยจะได้อยู่ดูแลพี่ได้ทุกวัน”
                “แต่ก้อยรู้สึกไม่ดีจริงๆ นะค่ะ”
                “อย่าคิดมากน่าไม่มีอะไรหรอก”

                พอไปถึงบ้านก้อย คุณพ่อคุณแม่ก็รอผมกับก้อยอยู่แล้ว

                “กุ้งไม่อยู่หรอค่ะแม่”
                “ไม่อยู่ ดีแล้วที่ไม่อยู่จะได้พูดกันได้ตรงๆ” แม่
                ผมรู้สึกว่าคุณแม่ของก้อยพูดแปลกๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องใหญ่อะไร
                “นั่งสิ พ่อมีเรื่องจะคุยกับบี” พ่อ
                “ครับ”

                “ก้อยขึ้นไปคุยกับแม่ข้างบน แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” แม่
                “ทำไมหละค่ะแม่ คุยกันตรงนี้ไม่ได้หรอ มีเรื่องอะไรหรอค่ะ” ก้อย
                “ขึ้นมาเถอะนะ พ่อเค้าจะได้คุยกับบีได้สะดวกๆ” แม่

                คุณแม่พาก้อยขึ้นไปบนบ้าน พอได้ยินเสียบปิดประตูที่ชันบนคุณพ่อก็ใส่ผมทนที

                “คุณบี คุณทำแบบนี้ได้ยังไง คุณมีเมียแล้วคุณมาหลอกก้อยมันทำไม” พ่อ
                “อะไรนะครับ ผมไม่เข้าใจ”
                “ก็นี่ไง อ่านนี่สิ” คุณพ่อโยนหนังสือพิมพ์มาให้ผม

                ผมก็อ่านข่าวในกรอบเล็กๆ “นักธุรกิจหนุ่มตกถังข้าวสาร แต่งงานลับกับลูกสาวเจ้าของบริษัทพันล้าน” แล้วก็มีรูปประกอบเป็นรูปผม แต่ไม่ได้ระบุว่างานแต่งมันเมื่อไหร่ ตอนจัดงานผมก็กลัวเรื่องนี้ แต่ผมก็ไม่เห็นมีนักข่าวมาในงานซักคนไม่น่าที่จะมีคนเอามาลงหนังสือพิมพ์แบบนี้

                “ว่าไง นั่นรูปคุณไม่ใช่หรอ แล้วนี้มันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมคุณต้องมาหลอกก้อย ต้องมาหรอกลูกสาวผมด้วย”
                “เออ คือ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ”
                “ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว ตกลงคุณจะอธิบายยังไง”
                “คือ เด็กคนนี้ คือ”
                “คุณยอมรับแล้วใช่ไหมว่าแต่งงานกับผู้หญิงในรูปจริงๆ”
                “ผมอุสาห์ไว้ใจยอมให้ลูกสาวผมไปอยู่กับคุณสองต่อสอง เพราะคิดว่ายังไงคุณก็คงไม่ทิ้งก้อย แต่สุดท้ายคุณก็หลอกผมหลอกก้อย” คุณพ่อเริ่มเสียงดัง
                “คือ ผม ผม” ผมพูดไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร และถ้าพูดความจริงไป คุณพ่อก้อยจะยอมเข้าใจหรือเปล่า หรือมันจะยิ่งแย่

                “คุณไม่ปฏิเสธแบบนี้ก็แปลว่ามันจริงใช่ ไม ถ้างั้นต่อจากนี้ไปผมขอให้คุณเลิกยุ่งกับลูกสาวผมและไม่ต้องมาบ้านนี้อีก” คุณพ่อพูดเสียงดัง

                ระหว่างนั้นก็มีเสียงเปิดประตูที่ชั้นบน ก้อยร้องไห้วิ่งลงมาหาผม

                “ก้อยมานี่นะ ยังจะไปให้เค้าหลอกอีกหรอ” แม่
                “พี่บีไม่ได้หลอกก้อยค่ะ ก้อยรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว”
                คำพูดของก้อยทำให้คุณพ่อคุณแม่ยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม
                “ถ้าแกรู้แล้วแกยังจะยอมเป็นเมียน้อยมันอีกหรอ มานี่” คุณพ่อลุกขึ้นมาดึงแขนก้อยให้ออกไปห่างผม
                “เออใจเย็นๆ ครับอย่าทำอะไรรุนแรงกันเลย เรื่องนี้ คือผม”
                “แม่เอาก้อยขึ้นไปบนห้อง แล้วหยิบปืนมาด้วย” คุณพ่อ

                ผมหน้าซีดศิครับ แบบนี้อธิบายไปคงไม่เป็นประโยชน์แถมจะพลานโดนลูกปืนด้วย เอาไงดีหละเนี่ย คุณแม่ดึงแขนก้อยที่พยายามยื้อยุดกันอยู่ที่บันได ผมสงสารก้อยที่ร้องไห้จะมาหาผม คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ยอมฟังเอาแต่จะให้เอาปืนมายิงผม ก้อยดิ้นหลุดก็รีบวิ่งมาหาผมอีก

                “พี่บี กลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวก้อยจะคุยเอง เอาไว้คุณพ่อคุณพ่อคุณแม่ใจเย็นๆ แล้วค่อยมาอธิบายเท่าเถอะ” ก้อย
                “ไม่ได้หรอก ถ้าทำแบบนั้น พี่อาจจะไม่ได้เจอก้อยอีกก็ได้”

                ระหว่างที่ก้อยพูดกับผมคุณแม่ก็ไปหยิบปืนลูกซองมาให้คุณพ่อแล้ว คุณพ่อรับมาแล้วก็หันปลายกระบอกปืนมาที่ผม ก้อยรีบเอาตัวบังไว้

                “ก้อยออกมา พ่อจะยิงมัน”
                “อย่านะพ่อ เค้าเป็นผัวก้อยนะ”
                “แกยังจะยอมเป็นเมียน้อยมันอีกหรอ มันก็แค่เก็บแกไว้เล่นสนุกเท่านั้น อีกหน่อยพอมันก็ทิ้งแกเพราะเมียตัวจริงของมันเป็นถึงลูกเศรษฐี มันจะมาเอาลูกคนจนแบบแกหรอ” คุณพ่อ
                “ไม่ใช่นะค่ะคุณพ่อ คุณพ่อเข้าใจผิด แนนไม่ใช่ลูกคุณอำนาจ ข่าวมันลงผิด พี่บีต่างหากที่เป็นลูกบุญธรรมคุณอำนาจ”
                “แกอย่ามาโกหกแทนมันเลย คงหลงมันมากหละซิ แม่ไปดึงมันออกมาพ่อจะยิงไอ้นี่ให้ตาย”
                “อย่านะแม่ ถ้าพ่อยิงพี่บีพ่อก็ต้องติดคุกนะ แม่จะเอาแบบนั้นหรอ” ก้อย
                คุณแม่คงคิดได้พยายามห้ามพ่อด้วย
                “อย่าพ่อ เราแค่ห้ามก้อยไม่ให้ยุ่งกับมันอีกก็ได้ ก็ให้ก้อยลาออกแล้วหาคนมาแต่งงานด้วยเรื่องจะได้จบๆ”
                “ไม่นะแม่” ก้อย
                “อย่าเรื่องมากนะ นี่ดีที่สุดแล้ว ถ้าปล่อยให้เราไปหาแฟนใหม่เองอีก คงไปโดนเค้าหลอกแบบนี้อีก”
                “คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมรับก้อยจริงๆ และผมก็ไม่ปฏิเสธว่าผมแต่งงานแล้ว ตอนนี้ผมมีคนรักอยู่สามคน ผมรักทุกคนเท่ากันไม่มีใครใหญ่ใครเล็ก และทุกคนก็รักกัน เข้าใจพวกเราด้วยเถอะครับ”
                “ว่าไงนะ นี่นอกจากเมียที่แกแต่งด้วยแล้ว แกยังมีเมียอีกคนนอกจาก้อยอีกหรอ” คุณพ่อยิ่งโกรธจนคุมอารมณ์ไม่อยู่
                “พ่ออย่า อย่าพ่อ” คุณแม่
                “ปล่อยชั้น ชั้นจะยิงมัน มันมาดูถูชั้น มาหลอกเอาลูกสาวชั้นไปเป็นของเล่นของมันทั้งๆ มันมีเมียอยู่แล้วอีกสองคน”
                ผมคิดแล้วว่าถ้ายิ่งพูดความจริงทุกอย่างมันก็จะยิ่งแย่ลง แต่จะให้ผมทำยังไงหละครับถ้าไม่พูดความจริงสุดท้ายพอพวกท่านรู้ก็ยิ่งจะโกรธผมมากกว่านี้ สงสัยวันนี้คงจะเป็นวันชี้ชะตะระหว่างผมกับก้อย ถ้าผมผ่านวันนี้ไปไม่ได้ผมคงไม่มีวันได้อยู่กับเธออีกครั้งแน่ๆ

                จบตอนที่ 24 อู้ไปนาน พอดีมีอะไรทำเยอะ มีไลน์โนเวลยังไม่ได้อ่านหลายเล่ม แต่ก็จะพยายามเขียนตอนต่อนิยายมาให้อ่านกันครับ


                ขอขอบคุณกำลังใจของเพื่อนๆ ที่ให้กำลังใจตลอดมา


*

ออฟไลน์ sunnies

  • Gold Member
  • *****
  • 1284
  • 587
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 24 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2019, 12:13:49 am »
ต้องมีเหตุผลดีดีสิครับ​ บีเก่งในการคุยกับผู้ใหญ่

*

ออฟไลน์ devilzoa

  • Legend Member
  • *******
  • 2627
  • 1278
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 24 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2019, 08:47:02 am »
เพิ่งไปเข้าหอกับสามสาวมาเสร็จก็เป็นเรื่องเลย

*

ออฟไลน์ conx96857

  • Gold Member
  • *****
  • 1313
  • 396
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 24 By Ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2019, 06:39:31 am »
นานๆจะมี4คนร่วมแรงกัน

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ