Koy restart ep 25 By Ukisa

Koy restart ep 25 By Ukisa

  • 5 ตอบ
  • 4477 อ่าน
*

ออฟไลน์ lipza12752

  • Full Member
  • **
  • 123
  • 137
    • ดูรายละเอียด
Koy restart ep 25 By Ukisa
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 09:42:28 pm »
    สถานะการณ์เริ่มตึงเครียด คุณแม่ก้อยพยายามจะฉุดก้อยให้ออกห่างจากผม ผมเองก็พยายามดันก้อยให้ออกห่างตัวผมเหมือนกัน เพราะผมคงทนไม่ได้ถ้าเกิดก้อยต้องมารับลูกกระสุนปืนแทนผม ผมขอตายซะดีกว่าที่จะต้องมีใครมาจากผมไปอีก

                “ก้อยออกมานี่ เดี๋ยวถูกลูกหลงหรอก” คุณแม่ก้อย
                “ไม่คะ ถ้าคุณพ่อจะยิงก็ยิงเลย ก้อยจะตายไปพร้อมกับพี่บี”
                “คุณไม่ต้องห้ามมันให้มันตายด้วยกันทั้งคู่นั้นแหละ”
                “ก้อย อย่าทำแบบนี้ พี่ต้องฝากก้อยดูแล แนน กับ เจนนะ” ผม
                “ไม่คะ ถ้าพี่บีเป็นอะไรไป ก้อยก็ไม่อยากอยู่ต่อไปแล้วเหมือนกัน”
                “ดีงั้นก็ตายไปด้วยกันทั้งคู่ กูจะได้ไม่ต้องขายหน้า”
                “คุณอย่านะเดี๋ยวจะโดนลูกเราด้วย” คุณแม่ก็เข้าไปห้ามคุณพ่อเพราะไม่อยากให้ก้อยต้องเจ็บตัวหรือเสียชีวิตไปด้วย

                ระหว่างนั้นกุ้งก็กลับมาพอดี พอกุ้งเห็นคุณพ่อกำลังถือปืนลูกซองโดยมีคุณแม่ยื้อยุดอยู่ กุ้งก็รีบเข้าไปห้าม

                “ทำอะไรกันหนะพ่อ”

                ผมเห็นจูนที่เดินเข้าด้วยทำหน้าตกใจและทำหน้าเหมือนจะเป็นลม ผมเลยให้ก้อยรีบไปช่วยพยุงแทนที่จะมายืนบังผม ตอนแรกก้อยจะไม่ยอมไป แต่ผมก็ไล่เธอให้ไปเพราะอยากจะเห็นใครต้องเจ็บตัวเพราะผมอีกแล้ว แล้วตอนนี้กุ้งก็เข้าไปขวางทางปืนแทนก้อยแล้วด้วย

                “ถอยไปนะไอ้กุ้ง กูจะยิงชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ให้มันตายไปพร้อมๆ กัน”
                “ไม่พ่อ ถ้าพ่อจะฆ่าพี่บี พ่อก็ต้องฆ่าชั้นก่อน”
                “แกอย่าคิดว่าชั้นไม่กล้านะ แกเองก็สร้างเรื่องงามหน้าเอาไว้ไม่แพ้พี่สาวแกนะ”
                “เอาสิพ่องั้นก็ฆ่าให้หมดเลย แล้วพ่อก็ต้องฆ่าแม่ด้วยนะ เพราะแม่คงทนอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าพี่ก้อยกับกุ้งตายแล้วพ่อติดคุก”
                “แกอย่าคิดว่าชั้นไม่กล้านะ เรื่องของแกก็เหมือนกัน คงเพราะไปรู้จักกับไอ้นี่ใช่ไหม ถึงได้ทำผู้หญิงท้องก่อนเรียนจบแบบนี้”
                “พ่ออย่าไปโยนความผิดให้คนอื่นสิ ผมทำผิดผมยินดีรับความผิดที่ตัวเองทำ” กุ้งจับกระบอกปืนจ่อที่คุณพ่อถืออยู่มาจ่อที่หน้าอกตัวเอง “เอาเลยสิพ่อ”
                ผมรีบห้ามกุ้ง “กุ้งอย่าทำแบบนี้ มันเรื่องที่พี่ทำให้พี่รับผลกรรมเองเถอะ”
                “ไม่ได้หรอกครับพี่บี ผมเป็นหนี้พี่ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ใจดีให้อภัยผม ตอนนี้ผมคงอยู่ในคุกและทำให้พ่อขายหน้ามากกว่านี้แล้ว”
                “แกคิดจะแต่งเรื่องอะไรมาหลอกชั้น ชั้นไม่เชื่อแกหรอก แกรีบถอยไปก่อนชั้นจะเปลี่ยนใจยิงแกทิ้งก่อนแล้วค่อยฆ่ามันสองคน”
                “ผมไม่ได้โกหก ผมพูดเรื่องจริง” กุ้งหันหน้าไปหาก้อย “พี่ก้อย พี่จำได้ไหมตอนที่พี่มีเรื่องเข้าใจผิดกับพี่บี แล้วตอนที่พี่บีนัดเจอพี่ที่โรงหนังหลังจากที่พี่กลับมาจากญี่ปุ่น”
                “จำได้ แต่พี่บีเค้าไม่ได้มาตามนัดนี่ มีอะไรหรือกุ้ง” ก้อย
                “พี่บีเค้าไปนะ แต่” กุ้ง
                “อย่ากุ้งช่างมันเถอะ พี่บอกแล้วไงว่าให้ลืมเรื่องนี้ซะ” ผม
                “ไม่ได้หรอกพี่บี มันคงถึงเวลาที่ผมต้องชดใช้บาปที่ทำแล้ว” กุ้ง
                “มึงคิดจะแต่งนิยายอะไรมาหลอกกูเหอะไอ้กุ้ง กูไม่เชื่อหรอก”
                “พ่อไม่ต้องเชื่อก็ได้ แต่เรื่องนี้มีพยานเป็นตำรวจคนนึง ถ้าผมไปหาเค้าแล้วสารภาพเรื่องนี้รับรองว่าเค้าต้องจำได้และต้องจับผมเข้าคุกแน่” กุ้ง
                “กุ้ง วันนั้นกุ้งทำอะไรพี่บี แล้วทำไมตำรวจต้องจับกุ้งด้วย” ก้อย
                “มึงเล่านิยายอะไรก็รีบเล่ามาให้จบๆ กูจะได้ฆ่ามันซะที”
                “ได้พ่อ วันนั้น”
                “พอเถอะกุ้ง พี่บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร” ผม
                “ให้ผมพูดเถอะพี่บี ผมรู้สึกอึดอัดมานานแล้ว และเพราะผมพี่บีกับพี่ก้อยถึงได้เข้าใจผิดกันจนเป็นเรื่องใหญ่”
                “ให้มันเล่าให้จบ จะได้รู้ว่ามันจะแต่งเรื่องอะไรมาหลอกกู” คุณพ่อของก้อย
                “วันนั้นพี่บีเข้าไปหาพี่ก้อยนะ แต่ผมรู้เรื่อง ผมก็เลยไปดักรอ ผมรู้ว่าพี่บีจะต้องจอดรถฝั่งตรงข้ามโรงหนัง ผมเลยยืนรอที่ป้ายรถเมล์จนพี่บีมา” กุ้งหยุดกลืนน้ำลาย “พอเห็นว่าพี่บีข้ามถนนผมก็รีบข้ามถนนสวนทางกับพี่บี” กุ้งหยุดเว้นวรรคอีกรอบ “พี่บีเห็นผมแต่ก็ไม่ได้ระวังตัว พอเข้าใกล้ ผมก็ ผมก็”
                “แล้วแกทำอะไร รีบๆ บอกมาสิ” คุณพ่อของก้อย
                “ผมก็ ชักมีดออกมาแทงที่ท้องพี่บีตอนเดินสวนกันแล้วรีบชักมีดออกแล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม”  “ผมหันไปดูพี่บี พี่บีเดินไปอีกสองสามก้าวก็กุ้มท้องแล้วก็ล้มลงที่ใกล้ๆ ฟุตบาท”
                ก้อยร้องไห้ ส่วนจูนหมดแรงทรุดลงกับพื้น
                “ผมดูผลงานที่ทำ พี่บีพยายามตะเกียดตะกายที่จะไปหาพี่ก้อย โดนที่ไม่มีใครเข้ามาช่วย เค้าทำได้แค่คลานไปจนถึงฟุตบาท ผมดูพี่บีพยายามปีนขึ้นฟุตบาทเพื่อที่จะไปหาพี่ก้อยโดยที่ไม่ได้สนใจบาดแผลหรือห่วงชีวิตของตัวเอง”   “ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกสำนึกผิด แต่มันก็สายไปแล้ว มีตำรวจหญิงคนนึงเข้ามาดูพี่บี จากนั้นก็มองหาคนที่ทำ” “ผมตกใจรีบวิ่งหนีตำรวจหญิงคนนั้นก็น่าจะตามมา แต่พอผมหันกลับไปดูพี่บีกับยื้อตำรวจหญิงคนนั้นไว้ไม่ให้ตามจับผม”
                “นิทานของแกจบแล้วใช่ไหม กูจะได้จบเรื่องนี้ซะที” คุณพ่อของก้อย
                “ไม่นะค่ะ พี่บีมีรอยแผลที่ท้องจริงๆ แต่พี่บีโกหกก้อยบอกว่าเป็นแผลผ่าไส้ติ่ง” ก้อย
                “พวกมึงไม่ต้องช่วยกันโกหกหรอก ยังไงกูก็ไม่เชื่อ”
                “งั้นก็เอาเลยพ่อ ถ้าฆ่าผมด้วยมันก็จบไป แต่ถ้าพ่อผม ผมก็จะไปมอบตัว ผมรู้จักชื่อตำรวจรวจหญิงคนนั้นแล้ว เค้าเป็นเพื่อนพี่บีกับพี่ก้อย” กุ้ง
                “หมวดป๊อบหรอ” ก้อย
                “ใช่พี่ก้อย ผมจะไปมอบตัวกับหมวดป๊อบ เค้าคงจำเรื่องวันนั้นได้ดี และคงจำหน้าผมได้ด้วย”
                “นิทานพวกมึงจบแล้วใช่ไหม” คุณพ่อของก้อย
                คุณแม่ที่เชื่อเรื่องที่กุ้งเล่ารีบเข้ามาช่วยห้าม
                “อย่าพ่อ ลูกไม่โกหกหรอก กุ้งมันคงไม่เอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่น” “ชั้นเชื่อแล้วว่าบีรักก้อยมันจริงๆ ไม่งั้นเค้าคงไม่ปิดเรื่องนี้เป็นความลับหรอก แล้วตอนนั้นเค้ายังคิดที่จะพยายามไปหาก้อยมันโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองอีก”
                “แม่ใจอ่อนเกินไปแล้ว พ่อไม่เชื่อหรอก” คุณพ่อของก้อย
                “เอาเลยพ่อ เพราะยังไงวันนี้ถ้ากุ้งไม่ตาย กุ้งก็จะไปมอบตัว ไม่ว่ายังไงกุ้งจะต้องชดใช้หนี้ชีวิตของพี่บีให้ได้”
                “งั้นมึงก็ตายเป็นคนแรกเลยแล้วกัน”
                คุณแม่ก็รีบเข้ามาห้าม “นี่พ่อ พี่อยากให้หลานเกิดมากำพร้าหรอ”

                ตอนนี้จูนที่กลับมาได้สติก็กำลังร้องไห้ฟูมฟายจนน่ากลัว ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะมีเรื่องที่ทำให้ผมต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเกิดขึ้นก็ได้ ผมคงจะปล่อยให้กุ้งหรือก้อยเอาตัวเป็นโล่ให้ผมแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มันคงต้องถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ

                ผมเข้าไปขวางระหว่างกุ้งกับคุณพ่อ

                “พี่บี” ก้อยร้อง
                “ไม่เป็นไร พี่ฝากดูแลน้องๆ ด้วย ก้อยเป็นพี่ใหญ่ช่วยปลอบใจ แนน กับเจนด้วย ถ้าพวกเค้าโกรธคุณพ่อของก้อย ก็ให้บอกว่าพี่เต็มใจที่จะทำเอง  ต่อไปขอให้ลืมพี่ซะ แล้วก็หาผู้ชายดีๆ ซักคนแต่งงานมีครอบครัว”   “ก้อยเองก็เหมือนกันถ้าพี่เป็นอะไรไปก็ขอให้ลืมพี่ซะ ก้อยยังสาวยังมีอนาคต ยังหาแฟนใหม่ได้”
                “ไม่นะพี่บี อย่าทำแบบนี้” ก้อยร้องไห้แต่ก็ทิ้งจูนไม่ได้เพราะตอนนี้จูนเริ่มอาการแย่มาก
                “พอได้แล้วพ่อ อยากให้หลานแท้งหรอ ถ้าพ่อจะฆ่าคุณบี พ่อก็ฆ่าแม่ด้วยเลยเพราะแม่ทนเห็นพ่อติดคุยไม่ได้หรอก”
                “ไปดูจูนเถอะ กุ้งไม่ต้องทำอะไรแบบนี้เพื่อพี่หรอก”
                “แต่พี่บี”
                “ไปเถอะ ไม่อยากเห็นหน้าลูกหรอก กุ้งจะปล่อยให้จูนต้องเลี้ยงลูกคนเดียวหรอ”
                กุ้งยอมเชถอยไปดูแลจูน ก้อยรีบลุกขึ้นมากอดผมไว้
                “ถ้าพี่บีจะตายเราก็ตายด้วยกัน”
                “ก้อยอย่า ถ้าก้อยตายไปกับพี่แล้วใครจะปลอบใจแนนกับเจนหละ”
                “แต่ก้อย”
                “พี่ขอร้องนะ ถือว่าพี่ขอเป็นครั้งสุดท้าย”
                ก้อยยอมถอยออกไปแต่เธอก็พูดว่า “พี่บี พี่ไม่ต้องกลัวนะ หลังจากที่ก้อยทำให้แนนกับเจนเข้าใจเรื่องนี้ได้แล้ว ก้อยจะรีบตามพี่ไป”
                “ผมเองก็เหมือนกัน หลังจากลูกผมเกิดแล้ว ผมขอชดใจกรรมที่ผมทำไว้เหมือนกัน” กุ้ง
                “ชั้นเองก็เหมือนกันพ่อ ถ้าพ่อยังไม่ยอมเลิกคิดที่จะฆ่าคุณบี แม่จะพาลูกสะใภ้กับหลานหนีไป ถ้าพ่อทำพ่อจะเหลือใครอีก ถ้าพ่ออยากจะให้มันเป็นแบบนั้น พ่อก็เอาเลย”

                คุณพ่อของก้อยยอมลดปืนลง คุณแม่ก็ดึงปืนในมือคุณพ่อแล้วส่งให้ก้อยรีบเอาไปเก็บ คุณพ่อนั่งลงที่เก้าอี้

                “ชั้นไม่ฆ่ามันไม่ๆได้แปลว่าชั้นจะยอมนะ”
                คุณแม่มองหน้าผมเหมือนจะบอกใบ้ให้ผมรีบอธิบาย
                “แกจะแก้ตัวหรือไงว่าแกไม่ได้แต่งงาน” คุณพ่อ
                “เออ ผมแต่งงานจริงๆ ครับ”
                “เห็นไหมแม่ มันก็แอบไปแต่งงานกับลูกสาวคนรวย แล้วมันจะเอาลูกสาวเราเป็นเมียน้อย ชั้นไม่ยอมหรอกนะ”
                “คุณพ่อเข้าใจผิดแล้ว” ก้อยกลับลงมาจากชั้นบนพอดี
                “ชั้นเข้าใจไม่ผิด แฟนแกเค้าแต่งงานกับคนมีเงิน แล้วแกมีอะไร เค้าจะมารักแกเท่าลูกสาวคนรวยคนนั้นหรอ”
                “คุณพ่อ” ก้อย
                “แกไม่ต้องพูดแล้ว”
                “แต่คุณพ่อเข้าใจผิดแล้วนะค่ะ พี่บีแต่งงานจริงๆ แต่ไม่ใช่กับลูกสาวคนรวยอย่างที่ในหนังสือพิมพ์ลง”
                “มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง หนังสือพิมพ์ก็ลงอยู่เนี่ย”
                “คุณลุง เออคุณอำนาจคือพ่อบุญธรรมของพี่บีนะค่ะ”
                คุณพ่อคุณแม่เริ่มงง
                “แล้วคนที่พี่บีแต่งงานด้วย คุณพ่อคุณแม่ก็รู้จัก แนนไงค่ะ คุณพ่อคุณแม่จำแนนได้ไหม”
                “แนน หนูแนน หรอ” คุณแม่
                “ใช่ค่ะ แนน”
                “มันยังไงกันแน่ ไม่ใช่หนูแนน มาจีบก้อยหรอ”
                “เปล่าค่ะ แนนเค้าอยู่กับพี่บี เราอยู่กันสี่คน พี่บี ก้อย แนน เจน ส่วนมหาเศรษฐีที่ว่าคือคุณอำนาจพ่อบุญธรรมของพี่บี” ก้อย
                “คือคุณพ่อ รัก ก้อย แนน เจน เหมือนลูกสาว ตอนงานแต่งเลยพูดเล่นกับแขกว่าเป็นงานแต่งลูกสาว เรื่องมันถึงได้เป็นแบบนี้” ผม
                คุณพ่อคุณแม่ก็ซุบซิบกัน
                “ชั้นจะเชื่อได้ยังไงว่าพวกแกไม่ได้รวมหัวกันโกหกชั้น”
                ผมกับก้อยมองหน้ากัน เพราะไม่รู้จะเอาไงดี
                “งั้นก็ให้คุณบีพาพ่อบุญธรรมมาคุยกับเราสิ พ่อเองก็จะได้รู้ว่าคุณอำนาจเนี่ยรักลูกสาวเราเหมือนลูกจริงๆ หรือเปล่า”
                “แบบนั้นก็ดีจะได้คุยด้วยเลยว่าจะเอายังไงกับลูกเรา จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปชั้นไม่ยอมแล้วเหมือนกัน”
                “ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะ”
                “ไม่ได้ต้องวันนี้ วันนี้เท่านั้น ถ้าไม่จบวันนี้แกก็ไม่ต้องมาเจอลูกสาวชั้นอีก”
                “แต่นี้ก็ดึกแล้วนะคะคุณพ่อ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าดีกว่าหรอค่ะ”
                “ไม่ได้ ถ้าพ่อบุญธรรมของเค้ารักแกเหมือนลูกจริงๆ เค้าก็ต้องรีบมา”
                “ไม่เป็นไรก้อย พ่อจะลองโทรหาคุณอำนาจดู”

                ผมรีบโทรหาคุณอำนาจ ผมคิดว่าคงโดนด่าเพราะโทรไปรบกวนตอนดึกๆ แบบนี้ แต่ผิดคาดดูเหมือนคุณอำนาจจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่ผมเคยคิด คุณอำนาจรู้ว่าการที่ผมโทรมาเวลาแบบนี้จะต้องมีเรื่องเดือดร้อนมากแน่ๆ คุณอำนาจบอกว่าจะรีบมาทันที ระหว่างรอคุณแม่ก้อยก็ชงชามาให้คุณพ่อดื่มเพื่อให้ใจเย็นลง

                ประมาณครึ่งชั่วโมงรถคุณอำนาจก็มาจอดที่หน้าบ้าน ผมกับก้อยก็รีบลงไปรับ คุณอำนาจรีบเข้ามาในบ้าน

                “ขอโทษด้วยที่ไม่มาแนะนำตัวช้าแบบนี้ ก็เพราะไอ้ลูกชายไม่ได้เรื่องของผมเอง ผมบอกมันแล้วว่าให้พาผมมาคุยเรื่องหนูก้อยเอาไว้แต่เนินๆ ทำแบบนี้มันเหมือนไม่รักษาหน้าพวกคุณ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ” คุณอำนาจ
                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ว่คุณคือ คนที่ลงในหนังสือพิมพ์คนนั้นจริงๆ ให้ไหมคะ”
                “อ้อใช่ นั่นผมเอง ต้องขอโทษอีกครั้งที่ผมพูดเล่นมากไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่ผมรัก แนน มากกว่าไอ้ลูกชายบุญธรรมของผม อ้อคุณไม่ต้องกลัวนะ ผมเองรัก ก้อยเหมือนลูกสาวเหมือนกัน เรื่องที่ไอ้บีมันจะทิ้งก้อยไม่ต้องกลัว เพราะถ้ามันทิ้งลูกสาวผม ไม่ว่าจะเป็น ก้อย แนน เจน ผมไม่เอามันไว้แน่”
                “แต่คุณก็แต่งงานลูกชายไปแล้ว แบบนี้ยังจะให้ก้อยมันแต่งซ้อนอีกหรอ” คุณพ่อของก้อย
                “เรื่องนั้นผมเข้าใจ เมื่อก่อนผมเองก็เป็นคนหัวโบราณ คิดเอาเองว่าทำแบบไหนลูกหลานถึงจะมีความสุข แต่ที่จริงแล้วพวกเค้าจะมีความสุขด้วยหรือเปล่าผมก็ไม่เคยรู้ จนกระทั้งได้มาเจอ ไอ้ลูกบุญธรรมผม ได้เจอ หนูก้อย หนูแนน หนูเจน ผมถึงได้รู้ว่าความสุขของใครก็ควรให้เค้าตัดสินใจเอาเอง เรามีหน้าที่ทำแค่สนับสนุนเค้าให้ถึงที่สุดเท้านั่น ผู้ใหญ่อย่างเราทำได้แค่เตือนไม่ใช่บังคับ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นชีวิตของเค้า จะผิดจะถูกก็ให้เค้าเลือกกันเอง ผู้ใหญ่อย่างเรามีหน้าที่คอยช่วยเค้าเวลาที่ล้มลงไม่ใช่ค่อยซ้ำเติม”

                คุณอำนาจพูดซะยาวจนคุณพ่อคุณแม่ของก้อยเถียงไม่ออก

                “ผมก็ต้องขอโทษอีกเรื่องที่ไมได้พาลูกสาวอีกคนมาด้วย แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้แค่ผู้ใหญ่อย่างเราคุยกันคงเข้าใจ พวกคุณเห็นด้วยไหม”
                “เออ ครับ” คุณพ่อของก้อย
                “ผมเองอยากแต่งลูกสาวให้ครบทุกคนนะ แต่เจนเนี่ยเค้าก็ยังเรียนอยู่ที่เมืองนอก ส่วนก้อยเนี่ยเค้าก็ขอทำงานก่อน ส่วนแนนเองก็ยังเรียนอยู่ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องที่พ่อเค้าเรียกตัวกลับบ้านแล้วจะไม่ยอมให้กลับมาอีก ก็คงยังไม่ได้แต่งเหมือนกัน ผมเองก็อยากมีหลานนะ ลูกเต้าผมเองก็ไม่มี มีแต่ลูกน้องชายมันก็ไม่ได้เรื่องได้ราว ถึงไอ้บีมันจะเจ้าชู้ไปหน่อย แต่ไอ้เรื่องที่มันพูดว่ามันรัก หนูก้อยไม่น้อยกว่าคนอื่นมันก็เป็นเรื่องจริง ทางพวกคุณอยากให้ผมทำอะไรหละถึงจะแน่ใจ หรือว่าจะให้ผมทำพินัยกรรมว่าจะยกสมบัติให้กับลูกสาวทั้งสามคนดี แบบนั้นพวกคุณจะได้สบายใจว่าต่อไปหนูก้อยจะไม่ลำบาก”
                “อย่าทำแบบนั้นนะค่ะคุณลุง คุณลุงยังต้องอยู่กับก้อยอีกนาน เรื่องพินัยกรรมไม่จำเป็นต้องทำหรอกค่ะ” ก้อยปฏิเสธเพราะการที่คุณอำนาจเสนอจะทำพินัยกรรมมันเป็นลางห์ไม่ดี
                “คือ คงไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ ผมเองก็ต้องขอโทษที่ใจร้อนไม่ถามให้ดีๆ ก่อน” คุณพ่อของก้อย
                “ใช่ค่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ทำให้คุณอำนาจต้องลำบากมาดึกๆ ดื่นๆ”
                “ไม่เป็นไรๆ ผมเองอยากจะมาคุยกับพวกคุณนานแล้ว ได้คุยกันแบบนี้ผมโล่งใจไปอีกเปลาะ ก็เหลือลูกสาวอีกคนไม่รู้ว่จะคุยได้รู้เรื่องแบบนี้หรือเปล่า” คุณอำนาจถอนหายใจแล้วมองหน้าผม

                ผมได้แต่ก้มหน้าเพราะรู้ว่าเป็นคนสร้างความเดือนร้อนให้คุณอำนาจต้องมาแก้ปัญหาให้สองครั้งแล้ว

                “ตกลงกันได้แบบนี้ก็ดี และเพื่อให้ผู้ใหญ่ๆ ได้เจอหน้ากัน ไอ้บีมันกำลังจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ งานนี้ผมขอเชิญพวกคุณไปร่วมงานด้วย ผมเองจะให้คนไปรับพ่อแม่หนูแนนมาด้วยเหมือนกัน พ่อแม่จะได้เจอกัน”
                “ได้ครับ” คุณพ่อของก้อยตกลง
                “แล้วเอาไงดีเรื่องหนูก้อย ผมอยากให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ หนูก้อยน่าจะพร้อมที่สุดที่จะมีหลานให้ผมแล้ว คนที่เหลือก็ยังเด็กยังเรียนอยู่ทั้งนั้น” คุณอำนาจหัวเราะ
                “ทางผมเองก็ไม่ปฏิเสธ ผมก็อยากให้แต่งกันเป็นเรื่องเป็นราว แล้วทีนี้จะไปอยู่ด้วยกันก็ไม่มีใครเค้าว่าได้” คุณพ่อของก้อย
                “ว่าไงหละ หนูก้อย”
                “คือ ก้อยยังไม่พร้อมค่ะ ก้อยขอทำงานก่อนได้ไหมค่ะ”
                “นี่แกยังจะปฏิเสธอีกหรอ” พ่อของก้อย
                “ใจเย็นๆ ไม่เป็นไร ไม่แต่งก็หมั่นไว้ก่อนก็ได้นี่ เอาไว้หนูก้อยพร้อมค่อยแต่งก็ได้ แบบนี้คนเค้าก็ว่าไม่ได้แล้ว พวกคุณเห็นว่าเป็นยังไงบ้าง”
                “อืม แบบนั้นก็ได้” คุณพ่อของก้อย
                “งั้นก็เอาแบบนี้นะ เรื่องฤทษ์ทางคุณจะเป็นคนหา หรือจะให้ทางผมหาได้”
                “ทางเราจะหาเองค่ะ” คุณแม่ก้อย
                “ดีๆ แต่ก็เสียดายที่หนูก้อยไม่พร้อม ไม่งั้นผมจะได้แต่งงานให้ลูกสาวสองคนในปีเดียวกัน”

                                “แต่ก่อนที่จะจัดงานหมั่น ผมอยากเจนหนูแนนอีกซักครั้งนึง” คุณพ่อของก้อย
                คุณอำนาจหันมามองหน้าผม
                “ได้สิครับไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
                “งั้นขอเป็นพรุ่งนี้เลยได้ไหม” คุณพ่อของก้อย
                “ก็ดีเหมือนกันคุณก็ให้หนูแนนไปดูฤกษ์หมั่นของก้อยด้วยเลย” คุณแม่
                “ผมเห็นด้วย ถ้าหนูแนนไม่ได้รักหนูก้อยแบบพี่สาวจริงๆ คงแสดงอาการไม่พอใจแน่ๆ” คุณอำนาจ
                “งั้นก็ตกลงนะครับ ถ้าพรุ่งนี้หนูแนนทำท่าไม่พอใจที่ก้อยจะหมั่นกับนายบีเนี่ย ผมขอยกเลิกข้อตกลงทั้งหมด” คุณพ่อของก้อย
                “พรุ่งนี้ผมจะให้คนขับรถตู้มารับ แต่ผมคงจะไม่ได้มาด้วยนะ คงไม่ว่ากันนะครับ” คุณอำนาจ
                “ไม่เป็นไรคะ แค่นี้ก็รบกวนท่านมากแล้ว” คุณแม่
                “ตกลงกันได้แบบนี้ผมก็ขอตัวกลับก่อน ถ้าได้ฤกษ์เมื่อไหร่ บอกผม ผมจะเตรียมจัดงาน” คุณอำนาจ
               
                คุณอำนาจขอตัวกลับ ผมกับก้อยออกไปส่ง ส่วนคุณพ่อคุณแม่ชองก้อยและกุ้งกับจูนขึ้นไปชั้นบน พอส่งคุณอำนาจเสร็จผมกับก้อยก็กลับเข้ามาในบ้านก้อยเข้ามากอดผม

                “ก้อยขอโทษนะค่ะ ที่ทำให้พี่บีต้องเจ็บตัวแบบนี้”
                ก้อยพูดถึงเรื่องที่กุ้งเอามีดแทงผม
                “ไม่เป็นไร พี่บอกแล้วไง อย่าร้องไห้สิ เรากำลังจะมีงานมงคลกันนะ”
                “แต่ถ้าไม่ใช่เพราะก้อย พี่บีคงไม่ต้องมีอันตรายเกือบถึงชีวิตแบบนี้”
                “ไม่เป็นไร หยุดร้องไห้ได้แล้ว ตอนนี้พี่มีก้อยแล้ว พี่ถือว่าคุ้มแล้วสำหรับทุกสิ่งที่พี่ได้ทำมา”

                ผมปลอบก้อยอยู่พักนึกก่อนจะกลับบ้าน กว่าผมจะกลับไปถึงบ้านก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว แต่ไฟชั้นล่างยังเปิดอยู่ ผมค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปเพราะคิดว่าแนนคงหลับอยู่ที่โซฟา ผมแง้มประตูดูเห็นแนนกับเจ้าริวนอนหลับอยู่ที่หน้าทีวีอย่างที่คิด เจ้าริวขยับหูก่อนจะลุกขึ้นแล้วกระโดดลงจากโซฟาวิ่งตรงมาหาผม ผมนั่งลงกอดแล้วอุ้มมันขึ้นมาหอม แนนได้ยินเสียงเจ้าริวเห่าเธอก็ลุกขึ้นนั่งมองมาที่ผม

                ผมวางเจ้าริวลงแล้วเดินตรงไปหาแนน แนนลุกขึ้นยืน ผมเข้าโผเข้าไปกอดแนนจนแน่น แนนตกใจแต่ก็ไม่พูดอะไร ผมกอดอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่พูดอะไร แนนเองก็ไม่ถามอะไรผมเหมือนกัน เรากอดกันอยู่เกือบ 10 นาทีผมก็ปล่อยแขนที่กอดแนนออกแล้วจับมือเธอไว้

                “พรุ่งนี้ไปไหนหรือเปล่า”
                “เปล่า”
                “งั้นไปเป็นเพื่อนพี่ก้อยไปดูฤกษ์หมั่นหน่อยนะ”
                “พี่บีกับพี่ก้อยจะหมั่นกันหรอ”
                “ใช่”
                “เย้ ดีจังเลย แล้วแต่งเลยไหม”
                “คงยังก่อน”
                “ว้าเสียดายจัง ทำไมไม่รีบแต่งกันหละ พี่ก้อยจะได้มาอยู่กับเราทุกวัน”
                “คงอีกไม่นานหรอก งั้นเราไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
                “คับผม”

                แนนพาเจ้าริวขึ้นไปชั้นสองก่อน ผมตามขึ้นไปที่หลัง แต่พอเปิดประตูห้องนอนผมเข้าไป ผมก็เจอว่าแนนนอนยู่บนเตียง ส่วนเจ้าริวนอนอยู่ที่ตระกร้าของมัน ผมไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็มานอน แนนคงรู้ว่าผมมีเรื่องอะไรมาแน่ๆ เธอถึงได้ยอมมานอนเป็นเพื่อนผม

                “ริวมานี่มา” ผมเรียกเจ้าริวให้ขึ้นมาบนเตียง
                มันดีใจรีบกระโดดขึ้นเตียงแล้วเหยียบตัวแนนมาแทรกตรงกลางระหว่างผมกับแนน
                “อุ้ยย เบาๆ สิริวแม่เจ็บนะ”
                แต่เจ้าริวมันไม่รู้เรื่องมันดีใจจนอยู่ไม่นิ่งหันมองแนนทีหันมองผมที
                “นอนดีๆ เดี๋ยวเถอะ”
                พอแนนดุเจ้าริวมันถึงยอมนอนลงดีๆ
                “ทำไมวันนี้ให้ริวนอนด้วยได้หละ” แนนถามผม
                “เดี๋ยวเราจะย้ายบ้านแล้ว ต่อไปก็ต้องให้มันนอนชั้นล่างแล้วห้ามขึ้นบนบ้าน”
                “เจ้าริวมันก็ร้อนสิ”
                “ก็เปิดพัดลมให้มันสิ ให้มันอยู่ชั้นล่างจะได้ให้มันช่วยเฝ้าบ้านด้วย”
                “เดี๋ยวมันจะเหงาสิ”
                “ไม่หรอก ตอนอยู่บ้านแนน พี่เห็นไอ้ริววิ่งเล่นอยู่ตัวเดียวตอนกลางคืน ไม่เห็นมันจะวิ่งขึ้นไปหาแนนบนบ้านเลย พี่ว่านะถ้าไปบ้านใหม่มันจะไม่ยอมนอนในบ้านด้วยซ้ำ”
                “งั้นก็ต้องทำบ้านหมาให้มันอยู่”
                “ก็ได้ หาที่ร่มๆ แล้วก็ทำบ้านแบบมีพัดลมให้มันด้วยดีไหม”
                “ดีมันจะได้ไม่ร้อน แต่มันจะเหงาสิเวลาไม่มีใครอยู่บ้าน”
                “งั้นเวลาแนนเลิกเรียนก็รีบกลับมาหามันสิ”
                “อืม” แนนลูบหัวเจ้าริว “ดีไหมริว ต่อไปจะได้วิ่งเล่นทั้งวันแล้ว”

                เจ้าริวมันก็ได้แต่เหล่ตามองแนน เพราะมันไม่กล้าขยับตัวกลัวโดนแนนดุอีก เรานอนกอดเจ้าริวหลับไปจนเช้า ตอน 8 โมงรถตู้มารับ แนนขอเอาเจ้าริวไปด้วยเราไปทานข้าวเช้าที่บ้านก้อย สถานะการก็ยังเครียดๆ อยู่ต่อจากเมื่อคืน แต่แนนไม่รู้เรื่องก็เลยทำตัวเหมือนปรกติ พอไปถึงแนนก็เข้าไปกอดแขนก้อยแล้วทำตัวติดกับก้อยเป็นแฝดอินจัน นี่ถ้าปล่อยให้เจ้าริวเข้ามาในบ้านด้วยสงสัยได้มาเกาะติดกับสองคนนี้ด้วย

                คุณพ่อคุณแม่ของก้อยมองดูพฤติกรรมของแนนแล้วก็มองหน้ากันเองหลายครั้ง พอทานข้าวเสร็จเรานั่งรถตู้ไปดูฤกษ์หมั่นที่วัดดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดอยุธยาซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของก้อยเป็นคนนำทางไป พอไปถึงเราก็ขึ้นไปบนกุฏิโดยให้เจ้าริวอยู่กับลุงชัยคนขับรถ เราเข้าไปขอฤกษ์หมั่นกับหลวงพ่อ หลวงพ่อมองหน้าผม มองหน้าก้อย และมองแนน

                “แล้วคนที่เหลือหละโยม” หลวงพ่อถามผม
                ผมมองหน้ากับก้อยเพราะงงว่าคนที่เหลือคือใคร
                “ทำไมไม่พามาดูกันทีเดียวเลยหละโยม แบบนี้โยมก็ต้องมาอีกหลายรอบนะกว่าจะครบ”
                ผมถึงบางอ้อ “เออพอดีอีกคนอยู่ต่างประเทศหนะครับหลวงพ่อ”
                “แค่คนเดียวหรอ” หลวงพ่อย้ำ
                ทำเอาคุณพ่อคุณแม่ของก้อยเริ่มมองหน้ากัน
                “เออ ก็อาจจะมีอีกสองคน แต่ผมไม่แน่ใจว่าเค้าจะกลับมาหาผมหรือเปล่า”
                “อืม เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับโยมนะ ไม่ได้อยู่ด้วยกันตอนนี้ ต่อไปก็ต้องกลับมาอยู่ด้วยกันอยู่ดี ไม่ได้อยู่ด้วยกันตอนมีชีวิต แต่พอสิ้นลมก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก” หลวงพ่อ
                คำพูดของหลวงพ่อทำเอาผมอึ้ง ใครคือคนที่จะได้กลับมาอยู่กับผมตอนเสียชีวิตไปแล้ว
                “โยมพ่อโยมแม่ไม่ต้องกังวนหรอกนะ ลูกๆ เค้าทำบุญร่วมกันมาชาตินี้เค้าถึงได้มาอยู่ด้วยกัน เรื่องที่จะทะเลาะกันอิจฉากันไม่มีแน่นอน”
                “ครับหลวงพ่อ” คุณพ่อก้อย
                “ส่วนฤกษ์แต่ง เอาเป็นวันเสาร์ที่ 5 ของเดือนน่าเป็นยังไง วันดีนะ จะได้ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ด้วยเลยทีเดียว” หลวงพ่อ
                “ดีครับหลวงพ่อ แต่ทำไมหลวงพ่อถึงได้รู้หละครับว่าผมกำลังจะขึ้นบ้านใหม่”
                หลวงพ่อหัวเราะ แล้วก็หันไปถามแนน “เราแต่งงานแล้วสินะ”
                “เออ คะ หลวงพ่อ”
                “ดีแล้ว จะได้ลดเคราะห์ให้พ่อหนุ่มนี่” หลวงพ่อ
                “เคราะห์อะไรค่ะหลวงพ่อ” ก้อยตกใจ
                “มันเป็นกรรมเก่าของพวกโยม โยมจะต้องทุกข์เพราะจากกับคนรักอยู่ 2 ปี แต่ก็จะมีตัวแทนมาทำให้ไม่เหงา” หลวงพ่อ
                “แล้วลูกผมจะลำบากไหมครับหลวงพ่อ” คุณพ่อของก้อย
                “ความเป็นอยู่ไม่ลำบากหรอกโยม มีแค่เรื่องทุกข์ใจเท่านั้นแหละ”
                “แล้วจะแก้ไขได้ไหมคะหลวงพ่อ” ก้อย
                “มันก็พอจะแก้ได้ แต่โยมบีจะต้องแต่งงานกับคู่ให้ครบทุกคนก่อนจะถึงสิ้นปีหน้า” หลวงพ่อ
                “ทุกคนเลยหรือครับหลวงพ่อ”
                “ใช่ ถ้าไม่ครบก็จะเลี่ยงเคราะห์ครั้งนี้ไม่พ้น” หลวงพ่อ

                หลวงพ่อไม่ยอมบอกใบ้อะไรอีก พวกเราเลยกราบลาแล้วก็ไปหาข้าวเที่ยงทานกัน ระหว่างนั้นมีจังหวะนึงที่คุณแม่ของก้อยได้คุยกับแนนสองต่อสอง ผมคาดว่าคุณแม่คงจะถามแนนตรงๆ ว่ารู้สึกยังไงที่ผมจะหมั่นกับก้อย ซึ่งแนนก็คงจะตอบว่าดีใจและอยากให้ก้อยมาอยู่ด้วยกันเร็วๆ หลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จเราก็เที่ยวกันต่อจนเย็นจากนั้นก็กลับกรุงเทพแล้วไปแวะรับกุ้งกับจูนเพื่อมาทานข้าวเย็นกันที่ร้านของครอบครัว

                “สั่งเต็มที่เลยนะกุ้งร้านนี้พี่ก้อยเค้าเป็นเจ้าของร่วม สั่งได้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ”
                “ขอบคุณครับ”
                “ร้านนี้หรอที่เคยบอก” คุณพ่อของก้อยพูดกับก้อย
                “คะพ่อ”
                “อืม คนเยอะเหมือนกันนะ”
                “คนเยอะทุกวันครับ ยิ่งช่วงเย็นๆ แบบนี้ ยิ่งศุกร์เสาร์อาทิตย์คนยิ่งแน่น” ผู้จัดการร้านพูดเสริม
                “อ้าว แล้วทำไมเวลาที่ไอ้ตัวเล็กโทรมาสั่งกับข้าวให้ไปส่งที่บ้านถึงได้เร็วนักหละ” ผม
                “อ้อ ก็ทางผมลัดคิวให้ครับ”
                “อ้าวทำงั้นได้ไงหละ แล้วลูกค้าที่เค้ามารอก่อนเค้าต้องรอนานขึ้นหนะสิ” ผม
                “แต่ว่า ผมกลัวคุณแนนจะหิว เพราะคุณแนนชอบโทรมาตอนหกโมงครึ่งแล้วบอกว่าจะทานข้าวตอนหนึ่งทุ่มตรง”
                “ทำแบบนี้ไม่ได้นะ เราเปิดร้านขายอาหารให้ลูกค้า จะมาทำเหมือนเป็นครัวส่วนตัวไม่ได้ นี่ถ้าลูกค้ารู้เข้าเราจะเสียชื่อนะ ต่อไปไม่ได้แล้วนะ ถ้าแนนโทรมาสั่งช้าก็ต้องทำตามคิว ห้ามลัดคิวอีก ถ้าแนนโวยวายก็ให้บอกว่าผมสั่ง”
                “ครับ ขอโทษครับ”
                “ไม่เป็นไร ผมเข้าใจว่าคุณเกรงใจแนน”  “แล้วนี่ไอ้ตัวเล็กไปไหนแล้วเนี่ย”
                “เห็นวิ่งตามเจ้าริวไปร้านข้างๆ ค่ะ” ก้อย
                “ไปรบกวนเค้าอีกแล้ว เดี๋ยวพี่ไปตามกลับดีกว่า”
                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปล่อยน้องเถอะ คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจ้าของร้านโน้นเค้าก็ชอบเจ้าริวคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ” ก้อย
                “ก้อยก็เป็นแบบนี้ชอบให้ท้ายกัน จนไอ้ตัวเล็กกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจไปแล้ว”
                “เจ้าริวก็คงไปขอลูกชิ้นกุ้งกินเหมือนทุกครั้งแหละค่ะ เฮียกับเจ้เองก็บอกว่าถ้าเจ้าริวมาก็ให้ไปหาที่ร้านอยู่แล้ว แนนคงไปดูไม่ให้มันยุ่งยามร้านเค้าแหละค่ะ” ก้อย
                แนนกลับมาพอดีพร้อมกับจานใส่ลูกชิ้นหลากชนิด
                “เอาๆ ไปเอาของเฮียเค้ามาอีกแล้ว” ผมบ่น
                “ก็เฮียกับเจ้เค้าให้เจ้าริวนี่ แนนไม่ได้ไปขอเค้าซะหน่อยเนอะริวเนอะ”
                “งั้นไปล้างมือมากินข้าว”
                “ไม่ ริวยังไม่อิ่มเลย” แนนเอาหัวไปถูแขนก้อย “พี่ก้อยป้อนหน่อยสิ แนนจะป้อนลูกชิ้นให้ริว”
                “ยังจะไปยุ่งกับพี่เค้าอีก พี่เค้าจะกินข้าว เราไปล้างมือแล้วมากินเอง”
                “ไม่เอา”
                “ดื่ออีกแล้วนะ”
                “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวก้อยป้อนให้ก็ได้คะ”

                แนนอ้อนให้ก้อยป้อนข้าว แล้วก็เลือกว่าอันนี้กินอันนั้นไม่กินจนน่าหมันไส้ พอทานเสร็จแนนถึงยอมไปล้างมือ พอกลับมาก็เริ่มสนใจจูน แนนเข้าหา

                “อู้ยย ท้องโตจังขอจับหน่อยสิ”
                “ได้สิ” จูนตอบ
                แนนจับท้องจูน “ริวนี่น้องๆ รู้ไหม น้องอะ”

                ระหว่างนั่นผมก็ขอตัวไปคุยกับเฮียร้านข้างๆ เพราะไม่ได้คุยกันนานแล้วและไปขอบคุณที่ให้ลูกชิ้นเจ้าริวทุกครั้งที่มันไปขอ คุยเสร็จผมก็กลับมาที่ร้าน ระวห่างนั้นคุณพ่อคุณแม่ก้อยและคนอื่นๆ กำลังทานขนมกันอยู่ ผู้จัดการร้านเข้ามาคุยกับผม

                “คุณบีกำลังจะย้ายบ้านหรอครับ”
                “อืมใช่นะ ต้นเดือนหน้า คงไม่ค่อยได้มาบ่อยๆ เหมือนเคย แต่ถ้ามีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเวลา”
                “ขอบคุณครับ คือผมอยากปรึกษา ตอนนี้มีลูกค้าเริ่มโทรสั่งอาหารเยอะขึ้น แต่ทางเราก็รับแค่ลูกค้าที่อยู่ในซอย ลูกค้าไกลๆ หน่อยก็ไปไม่ได้”
                “งั้นหรอ งั้นก็ลองรับคนส่งของดูสิ”
                “ครับนั่นแหละครับที่ผมอยากจะปรึกษาคุณบี ผมอยากจะรับเด็กส่งของเพิ่มซักคน และอยากจะขอซื้อมอเตอร์ไซค์ซักสองคัน คันนึงก็ขอเอาส่งในซอย อีกคันก็ให้เด็กส่งของไปส่งที่ไกลหน่อย และก็จะได้ไปส่งที่บ้านใหม่ของคุณบีได้ด้วย”
                “อืมก็ดีนะ ถ้าไม่ได้กินอาหารร้านนี้สงสัยไอ้ตัวเล็กอดตายแน่ๆ งั้นก็ตามนี้นะ เรื่องรับคนคุณก็จัดการเลย ส่วนเรื่องมอเตอร์ไซค์ก็เอาเงินจากบัญชีเงินทุนไปซื้อ แล้วก็ทำที่ใส่ของให้ดีหน่อยจะได้ส่งได้ทีละหลายๆ เจ้านะ”
                “ขอบคุณครับคุณบี”

                พอทุกคนทานอาหารเสร็จคุณพ่อของก้อยขอไปดูบ้านใหม่ที่พวกผมจะย้ายไปอยู่

                “แต่มันดึกแล้วนะคุณ” คุณแม่
                “ไหนๆ เราก็รบกวนบีมาทั้งวันแล้ว ก็ไปดูบ้านใหม่ให้เสร็จๆ ไปซะวันนี้เลย จะได้ไม่ต้องกวนบีเค้าอีก” คุณพ่อ
                “ได้ครับไม่เป็นไรครับ งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า เดี๋ยวให้ลุงชัยขับรถไปส่งกุ้งกับจูนที่บ้านก่อน ส่วนแนนให้กลับไปนอนคงง่วงแล้ว เดี๋ยวผมขับรถพาคุณพ่อคุณแม่กับก้อยไปบ้านดูบ้านใหม่เอง”

                ผมส่งกุ้งกับจูนขึ้นรถตู้ จากนั้นก็ให้แนนลาคุณพ่อคุณแม่ของก้อยแล้วพาเข้าไปในบ้าน จากนั้นผมก็ขับรถออกมารับคุณพ่อคุณแม่และก้อยที่ร้านและพาไปดูบ้านใหม่

                “หลังใหญ่โตเลยนะ คงจะแพงมากเลยหละสิเนี่ย” คุณพ่อ
                “อ้อ ผมได้ราคาพิเศษหนะครับ พอดีบ้านหลังนี้เป็นของเพื่อนคุณพ่อ เค้าร้อนเงินคุณพ่อเลยซื้อต่อมา ผมมาดูกับก้อยแล้วก็ถูกใจผมก็เลยขอซื้อต่อจากคุณพ่ออีกที นี่ก็กะว่าจะขอเป็นสินสอดให้ก้อยครับ แบบนั้นคุณพ่อคงให้ฟรีแน่ๆ ผมจะได้เอาเงินไว้แต่งบ้านและซื้อรถใหม่ให้ก้อยแทน”
                “พี่บีทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ พี่บีบอกจะซื้อคุณลุงไม่ใช่หรอคะ”
                “แหมถ้าบอกว่าให้ก้อยคุณพ่อคงรีบให้และโอนเป็นชื่อก้อย แบบนั้นก็ดีเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีก น้องๆ จะได้ไม่ลำบาก เพราะพี่รู้ว่าก้อยคงไม่ทิ้งน้อง”
                “อย่าพูดแบบนี้สิคะ มันไม่ดีนะ”
                “ก็หลวงพ่อบอกว่าพี่จะมีเรื่องอีกนี่น่า แบบนั้นพี่ก็ต้องเตรียมการไว้ให้ก้อยกับน้องๆ สิ”
                คุณพ่อส่งเสียงกระแอมเพราะผมกับก้อยคุยกันเหมือนอยู่กันแค่สองคน
                “ขอโทษครับ เราไปดูชั้นบนกันดีกว่า”
                ผมพาไปดูห้องใหญ่ที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะเป็นห้องผมกับก้อย
                “ห้องใหญ่ดีนะ แต่อยู่กัน 4 คนจะแคบไปหรือเปล่า” คุณแม่
                “อ้อห้องนี้เป็นห้องผมกับก้อยครับ”
                “อ้าวแล้วหนูแนนกับหนูเจนหละ ไม่อยู่ห้องเดียวกันหรอ”
                “แนนเค้าจองห้องริมด้านโน้นครับ” ผมชี้ไปทางทิศของห้องของแนน
                “อ้าวทำไมหละ ก็แต่งงานกันแล้วนี่ทำไมนอนแยกกัน”
                “ปรกติแนนเค้าก็นอนแยกกับผมอยู่แล้วครับ บ้านที่อยู่ตอนนี้เค้าก็มีห้องส่วนตัวของเค้ากับลูกเค้า เค้าไม่ยอมมานอนกับผมหรอก”
                คุณแม่ก็ยิ้ม “แล้วหนูเจนหละ”
                “เจนเค้าทำงานดีไซน์เนอร์ครับ น่าจะต้องทำงานกลางคืนบ่อยๆ ผมเลยทำห้องให้เค้าอีกห้องข้างๆ แนนครับ แนนเค้าเป็นคนเลือกห้องให้เจนจะได้ใกล้ๆ กัน”
                “อ้อนานๆ ทีถึงจะมานอนด้วยกัน” คุณแม่
                “ครับ นานจริงๆ ถึงจะมานอนด้วยกัน 4 คนได้ ปรกติถ้าอยู่กันครบ แนนเค้าก็จะเอาพี่ก้อยกับเจนไปนอนด้วยครับ ทิ้งผมไว้กับไอ้เจ้าริวอยู่กันสองคน”
               
                ผมพาคุณพ่อคุณแม่เดินดูจนทั่วบ้านก่อนจะขับรถไปส่งคุณพ่อคุณแม่และก้อยที่บ้าน พอไปถึงบ้านคุณแม่ก็พาก้อยเข้าบ้านเหลือแต่คุณพ่อที่เหมือนตั้งใจจะคุยกับผมสองต่อสอง

                “พ่อขอโทษด้วยนะที่ใจร้อนไป บีคงเข้าใจพ่อนะ”
                “ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็เตรียมใจเอาไว้อยู่แล้ว ผมเข้าใจครับคงไม่มีพ่อคนไหนทนเห็นลูกสาวโดนหลอกได้ แต่ผมสัญญานะครับว่าที่ผมพูดและผมทำทั้งหมด ผมไม่ได้แกล้งทำ ผมรักก้อยจริงๆ และจะไม่ทำให้ก้อยต้องเสียใจอีก”
                “พ่อเชื่อแล้ว พอได้เจอลูกแนนวันนี้ พ่อก็เชื่อว่าก้อยจะอยู่กับบี ลูกแนน และลูกเจนอย่างมีความสุข”
                “ขอบคุณครับคุณพ่อที่เชื่อใจผมและยอมให้ก้อยหมันกับผม ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง”
                “พ่อก็เชื่อแบบนั้น เอาหละ พ่อเข้าบ้านก่อนนะ”
                “ครับคุณพ่อราตรีสวัสดิ์ครับ”

                คุณพ่อเดินเข้าบ้านไป ผมเองก็เดินมาที่รถ แต่ผมก็ได้ยินเสียงรองเท้าผมเลยหันกลับไปดู ก้อยโผเข้ามากอดผมแล้วก็ร้องไห้

                “ร้องไห้อีกแล้ว คณพ่อยอมให้ก้อยคบกับพี่ต่อแล้วนะ ก้อยจะร้องไห้อีกทำไมหละ”
                “ต่อไปถ้ามีเรื่องร้ายแรงแบบนี้อีก พี่บีต้องสัญญานะคะว่าพี่บีจะไม่ปิดก้อย” ก้อยจับแผลที่ท้องผม
                “มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ กุ้งเค้าทำไปเพราะมีคนหลอกให้เค้าทำและที่เค้ายอมทำก็เพราะเค้ารักพี่สาวของเค้า เป็นคนอื่นเค้าก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ”
                “แต่เค้าคิดจะฆ่าพี่บีนะ”
                “ไม่เอานะ พี่บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร แล้วก้อยห้ามโกรธน้องด้วยนะ”
                “ค่ะพี่บี”
                “ดึกแล้วก้อยไปนอนเถอะ พรุ่งนี้พี่จะโทรหานะ”
                ก้อยมองหน้าผมแล้วทำหน้างงๆ “คุณแม่บอกว่าเรากำลังจะหมันกัน คงมีเรื่องอยากจะคุยอยากจะปรึกษากัน คุณแม่เลยบอกให้ก้อยไปค้างกับพี่บี”
                “จริงหรอ”
                “ค่ะ”
                “งั้นแบบนี้เราไปหาที่ปรึกษากันสองคนโดยที่ไม่มีใครรบกวนดีไหม”
                “กลับบ้านเถอะค่ะ น้องคงรออยู่”
                “ก็ได้ แต่วันนี้ก้อยต้องนอนห้องพี่นะ”
                “ค่ะ ถ้าน้องยอมนะ”
                “แหม นี่คุณแม่ให้เราปรึกษากันนะไม่ใช้ให้ก้อยไปนอนเป็นเพื่อนไอ้ตัวเล็กซะหน่อย”
                “กลับเถอะค่ะ น้องรอแย่แล้ว”
               
                ผมงอนก้อยนิดๆ ไปถึงบ้านไอ้ตัวเล็กหลับอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิม พอเห็นผมกลับไปพร้อมก้อย แนนก็บอกก้อยให้ดูแลผมต่อเพราะเธอง่วงนอนแล้วเรียกเจ้าริวให้ตามขึ้นไปนอนบนห้องเปิดทางให้ผมกับก้อยได้อยู่กันสองคน ผมใจร้อนพอเข้าห้องได้ผมก็กอดเอวก้อย

                “เดี๋ยวค่ะ อาบน้ำก่อนเถอะค่ะ พี่บีเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
                “งั้นก้อยต้องอาบน้ำให้พี่นะ”
                “อาบใหก็ได้ค่ะ แต่แค่อาบนะค่ะ ห้ามยุ่งย่ามเรื่องอื่นนะค่ะ”
                “ใจร้ายจริงๆ เลย ก้อยก็รู้ว่าพี่อยากกอดก้อยมากแค่ไหน”
                “ก็กอดอยู่นี่ค่ะ ก็ไม่ได้ห้ามซะหน่อย” ก้อยหัวเราะคิกๆ
                “ก้อยอะ ก้อยก็รู้นะกว่าพี่หมายถึงอะไร”
                “ก็ใจเย็นๆ สิค่ะ อาบน้ำกันก่อนนะ”
                “ก็ได้จ๊ะ”

                ก้อยให้ผมถอดเสื้อผ้า ก้อยเองก็เหมือนกันแต่เธอรีบห่มผ้าขนหนูปกปิดสัดส่วนไม่ให้ผมดู แล้วเราก็เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน ก้อยให้ผมถอดก่อน พอผมถอดผ้าขนหนูออกอาวุธผมมันก็ตั้งเด่ ก้อยหยิกแขนผม

                “ทะลึง แค่อาบน้ำนะค่ะ พี่บีคิดอะไรเนี่ย”
                “แหมพี่ห้ามใจไม่ไหวจริงๆ นี่”
                “ก็ต้องอดใจไว้นะค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วก้อยจะให้ ถ้าดื่อก้อยไปนอนกับน้องจริงๆ ด้วย”
                “โหใจร้ายจัง เราจะหมั่นกันแล้วแท้ๆ”
                “อย่างอแงสิค่ะ รีบๆ อาบน้ำจะได้กอดเร็ว”
                “งั้นก้อยก็ถอดผ้าสิ”

                ก้อยก็ทำหน้าอายๆ ก่อนจะปลดผ้าขนหนูออกเผยสัดสวนโค้งเว้าให้เห็น แค่นั้นผมก็อดใจไม่ไหวดึงก้อยมาหอมซอกคอก้อยดิ้น

                “อย่าค่ะ ไหนว่าจะไม่ดื่อไงค่ะ อุ้ยยย พี่บี อย่าซนสิค่ะ”
                “ก็ก้อยน่าหอมนี่ พี่ทนไม่ไหวหรอก ก้อยจะอาบน้ำให้พี่ก้อยก็อาบเลยแต่ขอพี่หอมก้อยไปด้วยนะ”
                “อุ้ยยย แค่หอมนะ ห้ามทำเกินกว่านี้ด้วย”
                “จ๊ะๆ”

                ผมหอมก้อยไปจนเธอสยิวเสียว แต่ก้อยไม่ยอมให้ผมทำเกินกว่านั้น เธออาบน้ำให้ผมไปด้วย ก้อยถูสบู่ให้ผมไปทั่วตัวจนมาถึงตรงนั้น ก้อยค่อยๆ ทำเบาๆ ผมเสียวมาก อยากให้เธอชักให้ ก้อยก็เหมือนรู้ใจเธอชักเอ็นผมถูสบู่ทำความสะอาดไปด้วย ผมเสียวจนทนไม่ไหวเริ่มจับหน้าอกก้อยขย้ำเบาๆ จนก้อยร้องซี๊ดดดด

                “อู้ยยย พี่บี แค่หอมสิค่ะ อู้ยยย โอ้ยยยย เบาๆ ค่ะ”
                “ขอหน่อยนะ พี่ไมไหวแล้วจริงๆ”

                ผมเสียวจนเอ็นกระตุกเลย ยิ่งตอนก้อยนั่งลงถูสบู่ที่ขาให้ผม ผมอยากให้เธอใช้ปากกับอาวุธผมใจจะขาด ก้อยเอาผักบัวมาล้างตัวให้ผมจนทั่ว จนถึงตรงนั้น ผมจ้องมองก้อยอย่างอ้อนวอน ก้อยสบตาผมแล้วยิ้มก่อนจะเริ่มเลียไปที่ปลายหัวจนผมสะดุ้ง

                ก้อยเลียวนไปรอบหัวก่อนจะค่อยๆ มันเข้าปาก ก้อยค่อยๆ ทำอย่างแผ่วเบาแต่ผมก็เสียวสุดๆ ก้อยทำจนแทบยืนต่อไมไหว แต่อยู่ๆ เธอก็หยุดครับ

                “พอแล้วค่ะ พี่บีไปรอที่เตียงก่อนนะค่ะ”
                “เออ แต่ “ ผมมึนๆ งงๆ
                “ไปสิค่ะ ก้อยขออาบน้ำบ้าง”
                “จ๊ะๆ”

                ผมออกมาใส่ชุดนอนแล้วนอนรอบนเตียงอย่างงงๆ ก้อยอาบน้ำอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงทำเอาของผมหด และผมเองก็เริ่มตาปรือๆ จนเผลอหลับไป ผมมารู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีจูมพิศที่ร้อนผ่าวที่แก้มผม ผมลืมตาดู ก้อยใส่ชุดนอนสีม่วงเซ็กซี่กำลังคลานอยู่บนตัวผม

                ผมกำลังจะพูดก้อยก็เอานิ้วเรียวๆ มาแตะที่ริมฝีปากผมห้ามไว้ จากนั้นก้อยก็เริ่มไซ้คอผมก่อน ผมตกใจทำอะไรไม่ถูก แต่ก้อยก็จับมือผมให้ไปกอดเอวคอดของเธอไว้ ผมค่อยลูบไปตามชุดชุดนอนลื่นๆ ของก้อย ผมลูบไปพร้อมกับรั้งชายกระโปรงขึ้นมาจนถึงเอวจากนั้นผมก็สอดมือเข้าไปสัมผัสเนื้อด้านในทำให้ก้อยเสียวจนร้องอู้ยย  อู้ยย

                ผมเลื่อนมือไปที่สะโพกพายที่มีกางเกงในตัวเล็กขวางมือผมอยู่ ผมสอดมือเข้าไปด้านในขอบกางเกงในของก้อยทั้งสองข้างแล้วค่อยๆ รูดมันออกจากเอวจนไปกองที่ต้นขา จากนั้นผมก็เริ่มขย้ำก้นงอนของก้อย ก้อยสะดุ้งตัวขึ้นเธอจ้องตาผมก่อนจะทิ้งตัวลงมาประกบปากจูบอย่างเร่าร้อน

                ผมเลื่อนมือลูบไล้ขึ้นมาตามแผ่นหลังก้อยจนมาถึงหน้าอกที่เปลือยเปล่า ผมค่อยคลึงเค้นมันเบาๆ ทำเอาก้อยบิดตัวสยิวตาม เธอยิ่งควานลิ้นกับผมรุนแรงขึ้น มือก้อยเองก็เริ่มจัดกางถอดกางเกงนอนผมออกแล้วจับของผมรูดจนมันเริ่มตื่นตัว จากนั้นก้อยก็ผละปากจากผมแล้วค่อยเลียไปตามแผงอกผมจนถึงหน้าท้อง

                ก้อยเลียต่ำลงไปจนกลางตัวผม ก้อยค่อยๆ เลียไปตามลำแท่งผมรอบๆ วนขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงปลายหัว ก้อยสบตาผมแว๊บนึงก่อยจะอมหัวบานผมเข้าปากแล้วใช้ริมฝีปากบางๆ รูด ทำเอาผมเสียวจนต้องแอ่นก้นขึ้นตาม ก้อยผงกหัวขึ้นลงช้าๆ เน้นๆ จนผมเสียวแทบขาดใจ

                สิ่งที่ผมทำได้แค่เกร็งฝืนไม่ให้น้ำกามมันกระฉูดใส่ปากก้อยก่อนเวลาอันควร ก้อยทรมานผมแทบจะขาดใจอยู่หลายครั้งก่อนจะค่อยลุกขึ้น ผมรู้ว่าเธอพร้อมแล้ว ผมเองพร้อมจนเกินพร้อมแล้วเหมือนกัน ก้อยค่อยๆ นั่งกดเอ็นผมลงมาช้าๆ ด้วยใบหน้าที่เสียวสยิว

                พอเธอนั่งกดเอ็นผมลงมาจนมิด ก้อยก็ค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ ผมเสียวมากเพราะก้อยขมิบร่องรัดเอ็นผมระหว่างนั้นด้วย ก้อยหมุนตัวช้าๆ จนหันหลังมาให้ผม จากนั้นก้อยก็เริ่มยกสะโพกขึ้นแล้วทิ้งลงเน้นๆ ผมร้องอุ๊บเอามือกำผ้าปูที่นอนเลย เพราะมันเสียวมาก

                ก้อยยกเอวแล้วกระแทกลงเป็นจังหวะ ผมยาวสลวยของเธอเด้งไปมาตาม ผมจ้องดูดร่องสาวที่กำลังรูดเอ็นผมขึ้นลงจนมีน้ำรักไหลออกมาเต็มลำแท่ง พักนึงก้อยก็เริ่มโยกเอวขึ้นลงเร็วขึ้นจนก้นเธอกระแทกหน้าขาผมดัง ตับ ตับ ตับ เสียงเสียวของก้อยดังระงมไปทั้งห้อง

                การที่ก้อยหันหลังควบเอ็นผมคงเพราะเธอไม่อยากให้ผมช่วยทำ ก้อยกดน้ำหนักใส่ไปที่หน้าขาผมจนผมยกเองกระแทกสวนเธอไม่ได้ ผมเลยได้แต่นอนดูก้อยยกสะโพกขึ้นแล้วทิ้งกระแทกเอ็นผมอย่างไม่ปรานี แต่คนที่เสียวซ่านที่สุดกลับกลายเป็นตัวก้อยเอง

                “โอ้ยยย โอ้ววว โอ้ววว อู้ยยยย โอ้ยยยย ซี๊ดดดด โอ้ววววว โอ้ววววว โอ้ยยยยยยย”

                ก้อยเริ่มเร่งขึ้นพร้อมกัทั้งขมิบร่องรัดเอ็นผมจนกระชับแน่น ผมพยายามแอ่นเอวสู้เท่าที่จะยกได้เพื่อส่งก้อยขึ้นสวรรค์ก่อน แต่ดูเหมือนเธอพยายามจะให้ผมเสร็จพร้อมๆ กับเธอเพราะก้อยทั้งขย่มทั้งขมิบสู้ตลอดเวลา ก้อยเด้งเอวรัวก่อนจะแอ่นตัวเกร็งแหง่นหน้าร้องกรี๊ดดดดดดด

                “โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย โอ้วววววววววววววววววว”

                ก้อยทิ้งตัวลงนอนทับผม ผมกอดเอวเธอไว้แล้วยืนหน้าไปหอมแก้มเธอ ก้อยจับแขนผมให้กอดเธอให้แน่นขึ้น จนผมรู้สึกแปลกใจ

                “มีอะไรหรือเปล่า”
                “เปล่าค่ะ”
                “แปลกๆ นะวันนี้”
                “ก็ก้อยอยากให้คนที่ก้อยรักมีความสุขนี่ค่ะ”

                พอก้อยบอกแบบนี้ผมก็เริ่มทำให้ก้อยสีความสุขต่อสิครับ ก้อยสะดุ้งตัวเบาๆ ตามการกระแทกของผม มือผมเลื่อนไปเกาะกุมหน้าอกก้อยแทน ก้อยเองก็เอามือเธอมากุมมือผมแล้วออกแรงขย้ำ ผมเด้งอัดเอวแรงขึ้นจนก้อยถ่างขาออกแล้วใช้ปลายเท้าดันเตียงให้แอ่นเอวขึ้น

                เพื่อให้ก้อยเสียวมาขึ้นผมปล่อยมือขวาที่กำลังขย้ำหน้าอกเธอออกแล้วเลื่อนไปลูบและบี้เม็ดทับทิมก้อยเล่น ก้อยบิดตัวแรงๆ บางครั้งก็เกร็งตัว เธอเอามือมาจับมือข้างผมที่กำลังเล่นเม็ดเสียวเธอ แต่รสเสียวมันก็ทำให้เธอไม่มีแรงที่จะฝืนดึงมือผมออกได้

                “โอ้ยยยย โอ้ยยยย โอ้ววววว พี่บี โอ้ยยยย ซี๊ดดดดด โอ้ยยยยย อู้ยยยยยย”

                ผมทำท่านี้อยู่พักใหญ่ ก่อนจะพลิกตัวให้ก้อยนอนคว่ำโดยที่ผมนอนทับตัวเธอไว้ จากนั้นผมก็กระแทกต่อ ก้อยกำผ้าปูที่นอนแน่นพร้อมกับพยายามก้นขึ้นรับเอ็นผม ผมเร่งกระแทกใส่สุดตัวจนก้อยเกร็งไปทั้วตัว

                “โอ้ยย อู้ยย หยุดก่อนค่ะพี่บี โอ้ววววววววววววววว โอ้วววววววววววววววว”

                ก้อยเสร็จอีกรอบ ผมดึงเอวก้อยให้แอ่นขึ้นแล้วกระแทกต่อ ก้อยเสียวจนต้องดึงหมอนมาซุกหน้ากลั้นเสียงคราง ก้นงอนๆ ของก้อยทำให้ผมมีอารมณ์มาก ผมกระแทกใส่เต็มแรงจนน้ำรักเธอแตกฟอง ก้อยเกร็งไปทั้งตัว เสียงผมกระแทกร่องเธอดัง พับ พับ พับ

                ผมรั้งเอวก้อยเข้าหาตัวเพิ่มแรงกระแทกและทำให้เอ็นผมมุดเข้าร่องสาวก้อยจนมิดด้าม ผมเสียวมากจนเริ่มรู้สึกถึงน้ำกามที่กำลงเอ่อลิ้นลำแท่ง ซึ่งผมพยายามขมิบปลายหัวไว้ไม่ให้มันกระฉูดออกมา ผมซอยเอวกระแทกแรงขึ้นจนปลายหัวบานกะแทกด้านสนโพรงสาวของก้อยทุกดอก

                ก้อยสะดุ้งตัวตามทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ก้อยที่เสียว ผมเสียวมากจนเริ่มจะกลั้นน้ำกามที่อัดแน่นในลำแท่งไว้ต่อไปไม่ไหว ผมเร่งกระแทกเอวใส่ก้อยสุดตัวจนก้อยเกร็ง พอรู้ว่าก้อยใกล้เสร็จผมก็ใส่แบบสุดตัวโดยไม่กลัวว่าน้ำจะแตกออกมาก่อนหรือเปล่า แต่เราก็ถึงพร้อมๆ กัน

                “โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย อู้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย โอ้ววววววววววววววววววววววว”

                ผมปล่อยน้ำใส่ตัวก้อยจนหมดลำแท่ง ก้อยตัวกระตุกหลายครั้งพร้อมกับนอนหอบ เราปรึกษากันอีกหลายรอบจนแทบไม่ได้นอน ไม่ได้ปรึกษาเรื่องหมั่น แต่เราปรึกษาเรื่องทำลูกกันจนเช้า


                จบตอนที่ 25 ปีใหม่แล้วขอให้เพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานผมตลอดมามีความสุขตลอดปี 2558 คิดหวังสิ่งใดขอให้สมความปราถนา


*

ออฟไลน์ peddo

  • Legend Member
  • *******
  • 2493
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 25 By Ukisa
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2019, 10:55:21 pm »
อิจฉาพี่บีจัง พ่อตาแม่ยายเข้าใจแบบนี้แล้วก็สบายใจหน่อย แต่ท่าทางจะโทรมไวนะครับ พอดีเรื่องนี้ไม่มีสวิงหลายชาย บีคงต้องรับบทหนักไปอีกหลายตอน
หลวงพ่อก็พูดเป็นนัยนะครับ จะมีภาคพิสดารเหนือโลกไหมนะ เฝ้ารอครับ
ขอบคุณ​ครับ​

*

ออฟไลน์ sunnies

  • Gold Member
  • *****
  • 1125
  • 587
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 25 By Ukisa
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2019, 12:50:16 am »
ตอนนี้เหลือแต่น้องเจน  ต้องผ่านด่านพี่แจนกับพ่อแล่ะแม่อีก

*

ออฟไลน์ thep59

  • Veteran Member
  • ******
  • 1813
  • 638
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 25 By Ukisa
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2019, 09:47:09 pm »
สุดท้ายพ่อกับแม่ของก้อยก็ยอมรับบีเป็นลูกเขยและผ่านไปด้วยดี ตอนนี้ก็เหลือแต่น้องเจน ที่ต้องผ่านด่านพ่อกับแม่และพี่แจนอีก

*

ออฟไลน์ devilzoa

  • Legend Member
  • *******
  • 2416
  • 1277
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 25 By Ukisa
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2019, 09:02:03 am »
จบลงด้วยดีแต่มีปูทางไว้ด้วย

*

ออฟไลน์ conx96857

  • Gold Member
  • *****
  • 1229
  • 396
    • ดูรายละเอียด
Re: Koy restart ep 25 By Ukisa
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2019, 07:01:16 am »
นึกว่าจะโดนยิงซะแล้ว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ