Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น

Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น

  • 159 ตอบ
  • 2758 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ สวัสดีคร๊าบ !!!   หลังจากที่คำนวนๆแล้ว ถ้าเขียน E book จริงๆ ผมคงมีเวลาเขียนลงเวปนี้ อาทิตย์บะตอนแบบเดิม เพราะไม่ต้องรับจ๊อบเสริมเสาร์ อาทิตย์ แค่ตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงทดลองศึกษาอยู่ คงจะอีกสักพักล่ะคร๊าบบ และเหนือสิ่งอื่นใด น้องพลอยมาแล้วจ้า มาตามกระทู้โหวต !!!



ตอนนี้ก็เช่นเดิมครับ ต้องแสดงความคิดเห็นกันก่อนนะครับ ถึงจะเห็นเนื้อเรื่องที่เหลือ


1 . แสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้เพื่อขออ่าน


2. คิดเห็นอย่างไรกับเนื้อเรื่องตอนนี้ครับ


ปล. เนื้อเรื่องของไอ้เวน เอ้ย ของเวย์เสร็จเรียบร้อย


........

ความเดิมตอนที่แล้ว


ริวได้รับรู้ความจริง ว่าที่จริงแล้วพลอยได้ถูกเวตาล ปิดกั้นความทรงจำของเธอเกี่ยวกับพิกุลไว้ ริงกะถึงกับโมโหจนเวตาลนั้นตัวสั่น แต่พอพิกุลได้อธิบายเหตุผลต่างๆให้ฟัง ริวกะก็เข้าใจได้ และได้กล่าวขอโทษเวตาลไป

และตัวรุ้งพลอยนั้นก็เกิดจากจะกลับไปลพบุรีอีกครั้ง เพื่อไปเยี่ยมเยียนป้าดำผู้มีพระคุณ ซึ่งริวเองก็ตามใจ และนั่นเองจึงทำให้ริวนั้นรู้ว่าพลังคนทรงของพลอยนั้นได้ตื่นขึ้นมาแล้ว


•••••••


ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้นมา



•••••••



หลังจากที่ริวและพลอยลาแม่ชีดำแล้ว พวกเขาก็ออกเดินไปแทบจะทันทีทันใด ริวถือวิสาสะเดินโอบเอวพลอยไปทันที ส่วนพลอยนั้นก็มองควั่บเลย เพราะเธอกลัวว่าแม่ชีดำจะเห็น เพราะที่นี่คือวัด มันคงดูไม่ดีแน่ๆถ้าทำอะไรลุ่มล่ามแบบนี้


[ พลอย ]  :  ริว !!! ถึงรถแล้วค่อยโอบนะคะ เดี๋ยวแม่ชีเห็น งืออออ ปล่อยก่อนนะคะริว


[ ริวกะ ]  :  ไม่เห็นเป็นไรเลย อีกอย่างริวกลัวพลอยเลี้ยวผิดทางอีกนี่นา ฮ่าา ฮ่าา ฮ่าา เด็กหลงทาง


[ พลอย ]  :  ง๊าาาา ริวขี้แกล้ง



พลอยนั้นทั้งบ่น ทั้งดุ ทั้งเขินในเวลาเดียวกัน ตอนนี้ดูเหมือนว่าริวกะจะดึงความสนใจของพลอยได้แล้ว เพราะถ้าพลอยหันกลับไปมองตอนนี้คงไม่ดีแน่ เพราะที่ที่พลอยนั่งคุยกับแม่ชีดำสักครู่ตอนนี้ มันได้กลายเป็นโกดังเก็บศพไปแล้วนั่นเอง ริวรีบพาพลอยเดินออกไปทันที เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมันคงไม่ดีกับตัวพลอย จริงอยู่ว่าพลังอำนาจของริวกะตอนนี้สามารถกำราบสัมภเวสีได้สบายๆ


แต่พลอยนี่สิ่จะรู้สึกยังไง ถ้าต้องมารู้ว่าป้าคนที่เธอเคารพรักนั้นได้เสียไปแล้ว เธอต้องเสียใจมากแน่ๆ สู้ให้เธอยังคิดว่าแม่ชีดำนั้นบวชอยู่ที่นี่ต่อไปจะดีกว่า ริวพาพลอยเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเพื่อหาทางออก ซึ่งพลอยก็แอบคิดในใจว่าทำไมเลี้ยวเยอะจังทั้งๆที่ตอนเดินเข้ามา เลี้ยวขวาแค่ครั้งเดียว แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อ เพราะตรงหน้านั้นหลวงพ่อได้ยืนรออยู่แล้ว


[ หลวงพ่อ ]  :  เรียบร้อย แล้วใช่ไหมโยม

[ ริวกะ ]  :  ครับหลวงพ่อ

[ หลวงพ่อ ]   :   โยมผู้หญิงมานี่หน่อยสิ่

[ พลอย ]  :  เจ้าค่ะ หลวงพ่อ


พลอยนั้นค่อยๆก้าวมาข้างหน้าและนั่งพับเพียบลงที่พื้นดินพร้อมกับกราบไปที่เท้าของหลวงพ่อ และเงยหน้ามาเพื่อฟังท่าน และหลวงพ่อก็ได้หยิบบางอย่างออกมาจากย่ามของท่านพร้อมกับบริกรรมคาถากำกับลง ริวถึงกับตกใจทีเดียว เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือแสงสีเหลืองผ่องที่บริสุทธิ์ราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ทั้งอบอุ่นทั้งสงบ อีกทั้งยังมีบางอย่างที่เขาไม่สามารถหยั่งถึงได้ด้วย


[ หลวงพ่อ ]  :  รับนี่ไปสิ่ อาตมาให้โยม


[ พลอย ]  :  เจ้าค่ะ  เอ๋ ขอบพระคุณเจ้าค่ะหลวงพ่อ


พลอยนั้นยื่นมือขวาออกไปพร้อมกับใช้มือซ้ายประคองข้อศอก ท่าทีและลักษณะของพลอยนั้นช่างงดงามจริงๆ และหลวงพ่อก็ได้ยื่นบางอย่างมาใกล้ๆและปล่อยลงบนมือของพลอย เธอรับสิ่งนั้นมาและพนมมือเหนือหัว สิ่งที่พลอยเห็นนั้นเหมือนเป็นเปลือกหอยสีน้ำตาลแก่ อีกทั้งยังมีเชือกสีดำคล้ายถูกชุบด้วยน้ำยางอย่างบางอย่างถักมัดล้อมรอบหอยเบี้ยนี้ อีกทั้งยังมี ม้วนแผ่นโลหะและอักขระยันต์ที่อ่านไม่ออกล้อมรอบอยู่ แต่พลอยนั้นกลับรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์บางสิ่งบางอย่างที่เธอคุ้นเคย


[ หลวงพ่อ ]  :  เบี้ยแก้นี้ อาตมาขอมอบให้โยมนะ พกติดตัวไว้จะช่วยปกป้องคุ้มครองโยมได้


[ พลอย ]  : ( กราบลงพื้น )  ขอบพระคุณเจ้าค่ะหลวงพ่อ


[ หลวงพ่อ ]  :  โยม ( เรียกริวกะ )   เก็บสิ่งนี้ไว้กับตัวนะ พุทธคุณของสิ่งๆนี้จะคุ้มครองโยม


หลวงพ่อเอ่ยเรียกริวกะหลังจากที่ได้ให้เบี้ยแก้กับพลอยและท่านก็ได้ยื่นบางอย่างให้กับริวกะ นั่นคือตะกรุดที่มองเพียงผ่านๆก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือของที่มีอายุแน่นอน แม้ว่าริวจะไม่มีความรู้ด้านตะกรุดแม้แต่น้อย แต่เพียงแค่ได้สัมผัสเท่านั้น ริวกะก็รับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างทันที หลวงพ่อได้เห็นดังนั้นก็แสดงสีหน้าราวกับพอใจเป็นอย่างมาก


[ ริวกะ ]  :  หลวงพ่อครับ ของสำคัญแบบนี้ ของที่พุทธคุณเข้มขลังแบบนี้ จะให้ผมจริงเหรอครับหลวงพ่อ


[ หลวงพ่อ ]  :  ตะกรุดนี้เฝ้ารอผู้ที่จะเป็นเจ้าของมานานแล้ว และสิ่งที่อาตมารับรู้ได้คือตอนนี้เจ้าของได้ปรากฎตัวขึ้นแล้ว


[ ริวกะ ]  :  ตะ แต่ว่า....


[ หลวงพ่อ ]  :  เหล่าบริวารและข้ารับใช้ของโยมนั้น ถ้ามีจิตใจดี ถ้ามีศีลมีธรรม พุทธคุณจากตะกรุดนี้ก็จะคุ้มครองพวกเขาเช่นกัน



ริวกะได้รับฟังก็เบาใจลงได้มาก เขาก้มกราบหลวงพ่อทันทีโดยที่มีพลอยนั่งข้างๆ  และริวกะก็นึกอะไรออกบางอย่าง เขาจึงบอกให้พลอยรอที่นี่และเขาก็รีบไปที่รถทันทีและไม่กี่นาทีก็กลับมาพร้อมกับของกินที่กะว่าจะเอามาฝากป้าแม่ชีดำ และน้ำเปล่าอีก 1 ขวด  หลวงพ่อท่านก็รู้ได้ทันทีว่าริวกะต้องการอะไร ใช่แล้วริวกะกำลังทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเหล่าดวงวิญญาณนั่นเอง


[ หลวงพ่อ ]  :

ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหังขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุสัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปาจันโท ปัณณะระโส ยะถามะณิ โชติระโส ยะถา ฯ


สัพพีติโย วิวัชชันตุสัพพะโรโค วินัสสะตุมา เต ภะวัตวันตะราโยสุขี ทีฆายุโก ภะวะ ฯอะภิวาทะนะสีลิสสะนิจจัง วุฑฒาปะจายิโนจัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติอายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ฯ


หลังจากที่หลวงพ่อท่านได้กล่าวคำอนุโมทนากรวดน้ำเรียบร้อย ริวก็ก้มลงกราบทันที ซึ่งอาจจะไม่ถูกวิธีหรือพิธีการนัก เพราะริวไม่ได้เทน้ำลงภาชนะระหว่างที่หลวงพ่อได้กล่าวคำกรวดน้ำ แต่เพราะเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆริวกะมีแค่ขวดน้ำเท่านั้นไม่มีภาชนะไว้รองเลย แต่หลวงพ่อก็บอกว่า



ถ้าจิตใจยึดมั่นที่จะอุทิศส่วนกุศล การที่ไม่พร้อมด้านอุปกรณ์นั้นไม่ถือว่าผิดเลย  ในขณะที่หลวงพ่อกำลังเก็บผลไม้เก็บสิ่งของที่ริวทำบุญถวายนั้น ตัวริวกะเองก็ได้เดินไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างๆ และนั่งลงเพื่อเทน้ำที่ผ่าน อนุโมทนารัมภคาถา และ สามัญญานุโมทนาคาถา ลงที่โคนต้นไม้ทันที


[ ริวกะ ] :  อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

อิทัง เม ครุปัชฌายาจะริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ครุปัชฌายาจะริยา

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี



ริวกะได้กล่าวคำอุทิศส่วนกุศลกรวดน้ำ เสียงดัง ฟังชัด ทุกถ้อยทุกคำ และ ทันใดนั้นก็ได้มีสายลมพัดผ่านมาราวกับว่าเป็นการบอกว่า  " ขอบคุณ " ส่วนริวเองก็รับรู้ได้เช่นกันว่าบุญที่เขาทำการอุทิศผ่านสายน้ำนั้น พวกเขาได้กันแล้ว ริวกะและพลอยจึงเดินเข้าไปกราบหลวงพ่ออีกครั้ง และเพียงแค่แปปเดียวเท่านั้นท่านกลับเตรียมสัมภาระพร้อม ย่าม กลด ราวกับว่าพร้อมที่จะออกธุดงค์แล้ว


[ หลวงพ่อ ]  :  ได้เวลาที่อาตมาต้องออกธุดงค์เพื่อปฏิบัติธรรมต่อแล้ว ขอให้โยมทั้งสองจงมีแต่สุข ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ และ ขอให้โยมอย่าลืมที่จะสั่งสมความดีด้วยนะ



[ ริวกะ ]  :  ครับ หลวงพ่อ

[ พลอย ]  :  สาธุ เจ้าค่ะ


ริวกะและรุ้งพลอย กราบหลวงพ่ออีกครั้งและเขาทั้งคู่ก็ได้เดินออกจากพื้นที่นั้นทันที ดูเหมือนว่าคราวนี้ริวไม่ต้องพาเดินอ้อมอีกแล้ว เขาพาพลอยเดินตรงๆไปเลยซึ่งพลอยก็สังเกตอีกว่า ตอนเดินเข้ามาเธอรู้สึกว่ามีต้นไม้ ต้นหญ้า ขึ้นรกในระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ทางกลับราบเรียบและดูโล่งราวกับคนละทางเลย เมื่อทั้งคู่เดินจนลับสายตาไปแล้วหลวงพ่อท่านก็ได้ออกเดินเช่นกัน ท่านเดินเข้าไปในป่าเพื่อธุดงค์ปฏิบัติธรรมตามที่ท่านได้ทำมาตลอด


เหมือนเป็นโชคชะตาจริงๆ ราวกับมีบางสิ่งชักนำให้ท่านมาจำวัดที่วัดป่าร้างแห่งนี้เพื่อจะได้เจอใครบางคน และทันทีที่ริวและพลอยได้เดินออกยังทางออกเรียบร้อย คาไมทาจิทั้ง 3 ก็เหมือนจะรู้หน้าที่ว่าควรทำเช่นไร พวกมันทั้ง 3 บินมาหารุ้งพลอยอย่างรวดเร็วพร้อมกับคลอเคลียไปๆมาๆ รางกับจะดึงความสนใจของพลอยไว้ เพราะตอนนี้ข้างหลังนั้นมีเหล่าวิญญาณมากมาย เดินออกมาส่ง ริวกะและพลอยนั่นเอง


[ ซันทาจิ ]  :  ขึ้นรถเถอะขอรับ นายหญิงรุ้งพลอย

[ พลอย ]  :  ง๊าาา อย่าแกล้งกันสิ่ ก็ได้ ๆ ๆ ๆ


และแล้วภูติทั้ง 3 ก็หลอกล่อพลอยได้สำเร็จ ทันทีที่พลอยนั้นขึ้นรถและปิดประตูดังปั้ง ริวกะก็ได้หันมามองที่เหล่าวิญญาณทั้งหลาย ริวกะรับรู้ได้ว่าพวกเขาไม่ได้คิดที่จะตาม แค่เพียงต้องการมาขอบคุณ ริวกะยิ้มให้พวกเขาเหล่านั้นก่อนที่จะขึ้นรถและขับออกไปทันที บรืนน !!!  ทันทีที่ริวขับรถออกไปนั้น ประตูทางเข้าวัดก็ค่อยกลายสภาพกลับไปเป็นเหมือนเดิม ซึ่งเต็มไปด้วยหญ้าขึ้นรกร้างเต็มไปหมด



ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่จะเดินเข้าไปได้เลย และในขณะที่พลอยเล่นกับอิทาจิและซันทาจิอยู่นั้น นิทาจิ คาไมทาจิพี่คนรองก็ได้อาศัยจังหวะนั้นกลายร่างเป็นอากาศธาตุและแว๊บออกทางกระจกรถที่ริวกะแอบแง้มไว้และกลับมาที่ทางเข้าวัดร้างที่ตอนนี้กลายเป็นป่าเสียแล้ว  ปีศาจพังพอนตัวน้อยๆ ก้มหัวให้กับทางเข้าวัดซึ่งตอนนี้มีนายทวารบาลรูปลักษณ์ดั่งยักษ์ สูงใหญ่เทียมต้นไม้ใหญ่ยืนเฝ้าอยู่


[ นิทาจิ ]  :  ของพระคุณขอรับ ที่อนุญาตให้พวกข้าได้ก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้


[ นายทวารบาล ]  :  ไปเถิด เจ้าปีศาจพังพอนตัวจ้อย ข้ายินดี ฝากความระลึกถึงนายของเจ้าด้วย


[ นิทาจิ ]  :  ขอรับ ขอบพระคุณอีกครั้งขอรับ



นิทาจิก้มหัวอีกครั้งและรีบบินพุ่งเข้าไปในรถผ่านทางกระจกหน้าดั่งเดิม และกลับเข้าไปเนียนเล่นกับรุ้งพลอย เหมือนไม่ได้ไปไหน


[ พลอย ]  :  งือออออ ริวคะ คือว่า....


[ ริวกะ ]  :  อยากไปที่ไหนต่อว่ามาเลย  ไหนๆก็มาแล้ว


พลอยนั้นอยากที่จะไปหลายที่เลยล่ะ แต่เธอกลัวว่าริวกะจะรำคาณ เธอจึงอ้ำๆอึ้งๆ แบบนี้ แต่ริวกะนั้นเหมือนจะรู้ใจพลอยว่าเธอนั้นคงมีหลายอย่างที่อยากทำที่นี่ เขาจึงได้พูดออกมาทันทีที่พลอยมีท่าที อึกๆ อักๆ และทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พลอยก็ถึงกับยิ้มด้วยความดีใจที่เธอนั้นจะได้ไปในที่ที่เธออยากไปมากๆ นั้นก็คือร้านขายนม และ โรงเรียนเก่าสมัยมัธยม


[ พลอย ]  :  เย้ เย้ ริวใจดีที่สุดเลย ฮิฮิ พลอยอยากไปร้านขายนมสดค่ะ พลอยเคยทำงานอยู่ที่นั่น  ถ้าไม่มีพี่เจ้าของร้าน พลอยคงไม่มีค่าขนมแน่ๆเลยค่ะริว


[ ริวกะ ]  :  โอเค งั้นไปกันบอกทางริวด้วยนะ


[ พลอย ]  :  ค่ะ ฮี่ๆๆ ง๊า !!!  อิทาจิ นิทาจิ ซันทาจิ  อย่าออกไปบินเล่นข้างนอกแบบนั้น เข้ามาหาพลอยเลยนะ แง้


รุ้งพลอยที่กำลังยิ้มแป้นนั้นก็ถึงกับร้อง ง๊า !!! เลยทีเดียว เพราะว่าคาไมทาจิทั้ง 3 ตัว กำลังบินอยู่นอกรถราวกับว่ากำลังแกล้งเธอ รถของริวก็แล่นออกไป คาไมทาจิทั้ง 3 ก็บินตามเพื่อแกล้งรุ้งพลอย จนผ่านมาสักพักทั้ง 3 ตนจึงได้แว๊บเข้ามาหารุ้งพลอย และเล่นด้วยกันดังเดิม ดูเหมือนเจ้าสามตนนี้จะรักรุ้งพลอยมากๆเลยด้วย 


ตอนนี้ถึงแม้จะดูมีความสุข แต่สิ่งที่รออยู่นั้นถือว่าเป็นบททดสอบของพลอยเลยก็ว่าได้ เพราะข้างๆร้านขายนมที่พลอยเคยทำงานนั้น ก็คือ ร้านเหล้าปั่น สถานที่ ที่เอ็มได้พรากความบริสุทธิ์ของพลอยไป ครั้งนี้พลอยจะทำยังไงกันนะ นี่คือสิ่งที่แม้แต่ริวก็ไม่รู้ เพราะคนที่จะให้คำตอบได้นั้น มีเพียงพลอยคนเดียว


. . . . . . .


ผ่านไปราว 30 นาที ริวกะก็ขับรถเข้ามาในเขตตัวเมืองทันที พลอยนั้นมองด้วยความตื่นเต้นมากๆ เพราะผ่านไปแค่ปีเดียว อะไรๆก็ดูเจริญขึ้นมากมาย ทั้งป้ายข้างทางที่ดูทันสมัยขึ้น สวยขึ้น อีกทั้งพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ว่าง ก็ถูกแทนที่ด้วยตึกสูงหลายชั้น หลากรูปแบบ พลอยนั้นใจเต้นโครมคราม โครมครามเพราะว่านี่ก็ใกล้แล้ว ใกล้จะถึงร้านเหล้าปั่นที่มันเป็นฝันร้ายติดตามพลอยมาเป็นปีๆแล้ว




แต่ในขณะที่พลอยนั้นกำลังพยายามสู้กับความกลัวที่มันอยู่ในใจ เธอก็ได้เห็นว่าตึกบริเวณนี้ ถูกทุบไปเกือบหมดแล้ว ก็แน่แหละเก่าไปใหม่ก็มา เมื่อเกิดการพัฒนาของเก่าก็ไร้ความหมาย 1 ปีที่ผ่านมานี้หลายๆอย่างเปลี่ยนไปจริงๆร้านเหล้าปั่นไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป เมื่อไม่มีลูกค้าก็ไม่มีรายรับ เมื่อไม่มีรายรับก็อยู่ไม่ได้ ตอนนี้ตึกที่เป็นดั่งฝันร้ายของพลอยได้พังทลายหายไปหมดแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นโชคดีของพลอย ที่ร้านนมนั้นยังอยู่เธอตื่นเต้นมากที่ได้เห็น แม้ป้ายหน้าร้านจะดูซีดไปเยอะ แม้ว่าทุกอย่างจะดูเก่าลง แต่พลอยก็อยากที่จะมองมันอยู่ดี


••••••


ริวกะนั้นจำเป็นต้องขับรถวนหาที่จอดอยู่สักครู่ เพราะหน้าร้านนมสดนั้น ติดถนน ไม่มีที่จอดรถเลย ต้องขับเลยมาเกือบ 300 เมตรถึงจะมีที่พอที่จะจอดได้ ริวชำเลืองมองรอบๆและเขาก็พอที่จะเดาได้ว่า ที่นี่คงเป็น 1 ในแนวเขตที่กำลังจะโดนทุบ เพราะมันแทบจะไม่มีคนเดินผ่านเลย


ริวนั้นกะว่าจะทำเท่ส์ด้วยการจูงมือพลอยข้ามถนน แต่เหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นซะแล้ว เพราะตอนนี้มันกลายเป็นว่าพลอยเป็นฝ่ายลากริวเสียมากกว่า พลอยดูเหมือนว่าจะตื่นเต้นมากๆ ที่ได้กลับมา พลอยคิดว่าลูกค้าต้องเต็มร้านแน่ๆ เพราะสูตรนม สูตรกาแฟของที่นี่อร่อยไม่เป็นสองรองใคร แต่สิ่งแรกที่พลอยพบเจอคือร้านที่เงียบสนิท ไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย แค่ผ่านไปปีเดียวทุกอย่างดูเริ่มจะเก่าเหมือนไม่ได้บำรุงดูแลอะไรมากนัก และทันใดนั้นพลอยก็ได้ยินเสียงที่เธอคุ้นเคยดีเป็นอย่างดี


" สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีค่ะ "


สิ่งที่พลอยเห็นนั้นคือ พี่เจ้าของร้าน พี่ผู้ที่มีพระคุณอีกคนของพลอย ถ้าใน3  ปีก่อน พี่คนนี้ไม่รับพลอยเข้ามาทำงาน พลอยคงไม่มีแม้แต่เงินจะไปเรียน พลอยคงไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อหนังสือ เรียกได้ว่าไม่มีพี่วันนั้น ไม่มีพลอยวันนี้จริงๆ


[ พลอย ]  :  พี่จันทร์ พี่จันทร์ พลอยเองค่ะ พลอยเอง


[ พี่จันทร์เจ้าของร้านชานม ]   :  หืม พลอย พลอย เอ๊ !!!  พลอย พลอยจริงๆด้วย


พี่จันทร์นั้นมองนึกแค่แปปเดียวก็จำได้เลยว่านี่คือพลอย เด็กสาวที่เคยทำงานที่ร้านเธอมาหลายปีดีดัก ทั้งคู่ตรงเข้าจับมือและกอดกันด้วยความคิดถึง แม้จะไม่ได้เจอกันแค่ปีเดียว แต่มันก็นานเหลือเกินสำหรับพลอย ถ้าวันนั้นไม่ได้เงินจากพี่จันทร์ พลอยก็คงลำบากแน่ๆ พลอยคงไม่มีต้นทุนในการหนีเข้ากรุงเทพ พลอยคงไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนต่างนั้นแน่ๆ


[ พี่จันทร์ ]  :  พลอย พลอย พลอย !!!  พลอยไปอยู่ไหนมา อยู่ดีๆ พลอยก็หายไปเลย พี่เป็นห่วงแทบแย่


[ พลอย ]  :   พลอยไปทำงานที่กรุงเทพฯมาค่ะพี่จันทร์ ถึงจะเรียนช้าไปปีนึง แต่ตอนนี้พลอยเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วนะคะพี่จันทร์


[ พี่จันทร์ ]  :   โห !!! จริงเหรอดีใจด้วยพลอย แล้วเรียนคณะอะไร เรียนมหาวิทยาลัยไหน


[ พลอย ]  :  เรียนมหาวิทยาลัยแถวรังสิต ลำลูกกาค่ะพี่ พลอยเรียนคณะบริหารค่ะพี่จันทร์ พลอยสอบชิงทุนได้ด้วยค่ะพี่จันทร์


[ พี่จันทร์ ]  :  โหหหห !!!  เก่งสุดยอดเลยพลอย


ทั้งพี่จันทร์และพลอยนั้นพูดคุยกันอย่างมีความสุข ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ที่เธอกับพี่จันทร์มีนั้น ไม่เหมือนกับเจ้านายกับลูกน้องเลย แต่เหมือนพี่สาวกับน้องสาวเสียมากกว่า ริวมองคู่หมั้นสาวของตนคุยกับพี่จันทร์พลันก็มองไปรอบๆร้าน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ โต๊ะ เก้าอี้ ดูค่อนข้างเก่ามากๆ แถมอุปกรณ์ต่างๆก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ตกแต่งเพิ่ม อีกทั้งตลอดเวลาเกือบ 30 นาทีที่ผ่านมานั้น ไม่มีลูกค้าผ่านเข้ามาเลยสักคน มีแค่คนเดินผ่านไปมาๆสองสามคนเท่านั้น เพราะเหตุนี้แหละมั้งจึงทำให้ร้านนี้ดูทรุดโทรมลงเพราะไม่มี เงินที่จะมาบำรุงตกแต่งร้านให้ดีขึ้น


[ พลอย ]  :  พี่จันทร์ค่ะ คือว่า... ตอนนี้ร้านเป็นยังไงบ้างคะพี่ คือ...


[ พี่จันทร์ ]  :  ไม่มีลูกค้าเลย จะพูดแบบนี้สิ่นะพลอย  อื้มมม เป็นแบบนี้มาเกือบครึ่งปีแล้วล่ะ ลูกค้าส่วนมาก จะไปนั่งเล่นร้านใหม่ๆ เดี๋ยวนี้แค่ขายนมกับกาแฟมันไม่พอหรอก ต้องมีบิงซู ต้องมีของหวาน แต่พี่ทำคนเดียวไม่ทันจริงๆ อีกทั้งต้นทุนมันก็สูง ตอนนี้พี่ก็ทำได้แค่ขายของเพื่อพอจะใช้หนี้ลงได้บ้างแหละ หลังเลิกเรียนก็จะมีนักเรียน มาพนักงานบริษัทมานั่งบ้าง แต่ระหว่างวันก็อย่างที่เห็นแหละ เงียบ


[ พลอย ]  :   ( หน้าเสีย )  แล้วพี่จะทำยังไงต่อคะ... ถ้า ถ้า ถ้าหนี้หมดแล้ว



[ พี่จันทร์ ]  :  ฮ่ะ  ฮ่ะ  ฮ่ะ  อืมมม ตอนนี้พี่ก็ใช้หนี้หมดแล้ว พี่คงกลับไปหาทำงานประจำนะ อย่างน้อยก็อยากสร้างอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง อายุพี่ก็ใกล้จะ 30 แล้ว ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างเลย มีแค่บ้านแค่นั้นแหละ ที่เป็นสมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้


[ พลอย ]  :   อ้าวว แล้วความฝันของพี่ล่ะค่ะพี่จันทร์


[ ริวกะ ]  :   ฝัน ของพี่จบแล้วล่ะครับ


อยู่ดีๆ ริวที่กำลังเดินดู นู่น นี่ นั่น ก็พูดออกมา คำพูดของริวนั้นเหมือนว่าจะทำให้พลอยรู้สึกว่า มันแรงเกินไปหรือเปล่า เพราะพี่จันทร์นั้นเป็นคนดี ดีกรีจบตั้งปริญญาตรี คงไม่คิดอะไรตื้นๆแบบนั้นหรอก และพลอยก็ไมเข้าใจที่ริวพูดด้วย


[ พลอย ]  :  ริว พูดแรงไปหรือเปล่าคะ พี่จันทร์เขาตั้งใจมากๆเลยนะ อุสส่าห์ทำร้านมาได้ ตั้งขนาดนี้


[  ริวกะ ]  :   งั้นพี่ก็ควรยอมรับได้แล้วนะครับว่าธุรกิตของพี่มันหมดอายุแล้ว


[ พลอย ]  :  ริวคะพูดแรงไปแล้วนะ ริวพึ่งเจอพี่จันทร์ ทำไมริวพูดแบบนั้นล่ะ ถึงพลอยจะรักริว แต่ถ้าริวมาว่าพี่จันทร์ พลอยก็ไม่ยอมนะ


พลอยนั้นแสดงท่าทีฮึ่มฮั่มใส่ริวทันที ดูเหมือนว่าตอนนี้บรรยากาศเริ่มมาคุแล้ว พี่จันทร์เองก็ตกใจว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมแฟนน้องพลอยถึงพูดแบบนี้ล่ะ อีกทั้งน้องพลอยที่ตอนนี้กำลังมีท่าทีที่เหมือนว่าจะไม่พอใจริวอย่างมากด้วย แต่ริวกลับมองพลอยด้วยสายตาที่ไม่มีท่าทีว่าจะโกรธหรือไม่พอใจอะไรเลย สิ่งที่เขาทำนั้นยิ่งสร้างความแปลกประหลาดให้พลอยอย่างยิ่ง ริวหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมา พร้อมกับขอโทรศัพท์ของพลอยซึ่งเป็นรุ่นเก่าๆอยู่ ถึงพลอยนั้นจะมีท่าที่ไม่พอใจริวอยู่บ้าง แต่เธอก็ยื่นให้แต่โดยดี และริวก็หยิบมือถือสองเครื่องมาวางตรงหน้าพี่จันทร์ ทันที


[ ริวกะ ]  :  พี่จันทร์ครับ ถ้าพี่มีกำลังที่จะจับจ่ายซื้อของ พี่จะเลือกเครื่องไหน ของผม หรือ ของพลอย


[ พลอย ]  :  ริวทำไรเนี่ย  ง๊า !!!


พลอยนั้นดูเหมือนว่าจะพูดขึ้นมาเพื่อขัดคำพูดของริว แต่ริวนั้นกลับยื่นมือมาลูบหัวเธอเบาๆ จนพลอยนั้นเกิดอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพี่จันทร์นั้นก็สงสัยว่าแฟนของพลอยจะทำอะไร อยู่ดีๆ มาให้เลือกโทรศัพท์ทำไม แต่เธอก็ชี้ไปยังมือถือของริวเพื่อจะตอบคำถามของเขา


[ ริวกะ ]  :   เห็นมั้ยล่ะ ยังไงซะถ้ามีปัจจัย มีกำลังเงินในการจับจ่าย คนเราก็ต้องเลือกซื้อของที่ดีกว่า สวยกว่าอยู่แล้ว เมื่อกี้ผมขับรถผ่านมา ก่อนถึงที่นี่ 400 เมตร มีร้านร้านนึง มีแอร์ มีที่นั่งสวยๆ มีสารพัดเมนู แถมยังมีมุมให้ถ่ายรูปด้วย จริงอยู่ว่าเมนูร้านนั้นแพงกว่าร้านพี่เกือบ 20  บาท แต่พี่คิดว่าเด็กสมัยนี้เขาจะเลือกอะไรล่ะครับ ร้านที่รสชาติดีแบบร้านพี่  หรือ ร้านที่รสชาติดีแถมยังมีตัวเลือกมากมายแบบนั้น


ริวนั่งอธิบาย นู่น นี่ นั่น อธิบายสิ่งต่างๆ ออกมามากมาย พี่จันทร์ก็ได้แต่นั่งฟังด้วยความจำยอม เพราะสิ่งที่ริวพูดมานั้นไม่มีอะไรที่ผิดเพี้ยนไปเลยซักนิด สิ่งที่น่าตกใจนั่นก็คือพี่จันทร์ยอมรับว่ามีความคิดที่จะเอาบ้านไปจำนองเพื่อที่จะเอาเงินก้อนหนึ่งมาปรับปรุงร้านให้ดีขึ้น แต่ก็ต้องโดนริวนั้นเบรคทันทีเพราะนั่นคือความคิดที่แย่มากๆ




[ ริวกะ ]  :  ตอนนี้ก็อยู่ที่พี่นะครับ ว่าจะเอายังไง  บ้านมันคือบ้าน ไม่ใช่ของที่จะเอามาจำนองเพื่อหาเงินมาสร้างความฝัน มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าวันนึงพี่มีทุกอย่างแต่ไม่มีที่ให้กลับไป นี่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายนะครับพี่ คิดให้ดีๆครับ



คำพูดของริวนั้น เรียกได้ว่าทิ่มแทงหัวใจของจันทร์มากเลยทีเดียว การที่จะวิ่งไปข้างหน้าโดยที่ไม่มองผลกระทบนั่น มันสร้างความเจ็บปวดไม่น้อย หลังจากที่เรียนจบมา คนรุ่นใหม่ไฟแรงแบบเธอนั้นก็วาดฝันไว้ว่าอยากจะเป็นนายของตัวเอง ไม่อยากไปทำงานงกๆ ๆ ๆ ไม่มีเวลาพักผ่อน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป แล้วสิ่งที่เธอทำมา 5 ปีนี้ล่ะ มันเป็นดั่งฝันรึเปล่า แรกๆ อะไรมันก็ดี มีเด็กเสิร์ฟ มีคนช่วย แต่พอเวลาผ่านไปร้านนี้ไม่เป็นที่นิยม คนเริ่มไม่เข้าร้าน รายได้ไม่ดีเหมือนเดิม อะไรลดได้ก็ต้องลด



พนักงานก็ค่อยๆลาออกไปทีละคนทีละคน จนสุดท้ายเธอนั่นแหละที่ต้องทำเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่เปิดร้าน กวาดร้าน ชงนม ชงกาแฟ เก็บแก้ว เช็ดโต๊ะ  ไหนล่ะความฝัน ไหนล่ะเป้าหมายที่จะเป็นนายตัวเอง น้อยไปเธอคิดน้อยไปจริงๆ เธอแทบไม่ได้ศึกษาอะไรมาเลยแล้วก็มาบอกว่าอยากป็นนายตัวเอง ส่วนลึกนั้นเธอมีความคิดอยากจะเลิกทำร้านนี้มาเกือบปีแล้ว แต่มันติดที่ความผูกพันนั่นแหละ ร้านนี้เธอสร้างมากับมือ ลงทุนมากับมือจะให้ทิ้งไปเฉยๆ เธอก็ทำไม่ลง และนั่นจึงเป็นที่มาของความคิดที่จะเอาบ้านไปจำนอง เพื่อต่อเติมร้านนั่นเอง



[ ริวกะ ]  :  ตอนนี้ พี่ก็ไม่ต่างกับพนักงานประจำ ใช่ไหมล่ะ เข้างาน 8 โมงเช้ากวาดร้าน เตรียมนม เตรียมกาแฟ รอลูกค้า เลิกงานปิดร้านก็ดึกดื่น ซ้ำร้ายรายได้ของพี่บางทีก็ไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไปเลย นี่หรือเปล่าครับ นายตัวเองที่พี่อยากเป็น



[ พี่จันทร์ ]  :  ( สะดุ้ง ) แล้วพี่ควรทำยังไงค่ะ คุณริว ตอนนี้พี่คิดอะไรไม่ออกแล้ว



พี่จันทร์พูดไปก็ร้องไห้ไปจนพลอยต้องเข้ามาปลอบ เธอรู้ดีว่าริวนั้นไม่คิดที่จะร้ายจิตใจของพี่จันทร์ แต่การที่พูดตรงๆแบบนี้ พี่จันทร์ก็เจ็บเหมือนกัน จนพลอยต้องพูดให้ริวใช้คำเบาๆบ้าง แต่เธอก็ถูกริวพูดกลับมาเช่นกัน


[ ริวกะ ]  :  พลอยครับ แค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ริวจะไม่ตามใจพลอยนะ การใช้คำพูดซอฟท์ๆ มันไม่เคยทำให้ใครได้สตินะ ถ้าไม่เรียนรู้จากความผิดพลาด คนเรามันก็ไม่เติบโตได้หรอก


[ พี่จันทร์ ]  :  แล้วพี่ควรทำยังไงต่อไปดี คุณริว น้องพลอย พี่ก็อยากจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากลองไปสู้กับงานประจำดูสักครั้งแค่ตอนนี้~


[ ริวกะ ]  :  ผมจะช่วยพี่เท่าที่ทำได้ครับ



ฉึบ ฉึบ  ริวหยิบนามบัตร 2 ใบขึ้นมายื่นให้พี่จันทร์ ซึ่งพี่จัทร์กับพลอยก็รับมาคนละใบแล้วแบ่งกันดู ในนั้นเป็นนามบัตรของริวนั่นเอง ( พี่จันทร์ไม่รู้ว่าริวเป็นใคร ) ในนามบัตรนั้นระบุ 2 ที่ได้แก่ domo pub และ Izanagi group ( สาขาประเทศไทย ) และทั้งสองใบระบุไว้ว่า

อิซานางิ ริวกะ
กรรมการผู้จัดการ

  •••••



[ ริวกะ ]  :  เลือกเอาว่า อยากจะไปทำงานที่ไหน 


1. ถ้าพี่อยากได้ความมั่นคงให้พี่เลือกสมัครงานที่ อิซานางิ กรุ๊ป ตอนนี้สาขาประเทศไทยกำลังรับสมัครพนักงานเพิ่มหลายอัตรา ถ้าพี่ผ่านการทดลองงาน และพี่ขยันทุ่มเท รู้จักอดออม ก็อาจจะต้องใช้เวลา สัก 2-3 ปี พี่อาจจะเริ่มสร้างสินทรัพย์ สร้างเนื้อสร้างตัวได้ 


2. ไปทำงานที่ร้านอาหาร ในเครือของอิซานางิกรุ๊ป เรียนรู้งานกับแม่ครัว เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำอาหาร จนคิดว่ามันมากพอที่จะกลับมาเปิดร้านได้ แน่นอนว่าถ้าพี่ขยันทำงาน พัฒนาตัวเอง พัฒนาฝีมือ พัฒนาทัศนคติ พี่ก็จะก้าวหน้าในตำแหน่งการงานแน่นอน


แต่ผมบอกพี่ไว้เลยนะครับพี่จันทร์ ไม่ว่าจะเลิกทางไหน ยังไงพี่ก็เหนื่อยแน่ๆ จริงอยู่ว่าพี่เป็นคนที่มีพระคุณของพลอย แต่ผมจะช่วยแค่ให้คำแนะนำส่วนเรื่องอื่นๆ พี่ต้องใช้ความรู้ความสามารถของตัวเอง


[ พี่จันทร์ ]  :   ตะ แต่ แต่ร้านนี้


พี่จันทร์นั้นพูดอึกอัก อึกอักไปไปหมด สิ่งที่เธอคิดนั้นริวกะเข้าใจดี ระยะเวลา 5 ปี ถึงมันจะไม่นานนัก แต่พี่จันทร์กับร้านนี้ก็มีความผูกพันธ์กันมากๆ การที่จะให้เธอตัดใจขายร้านนี้ มันก็คงทำให้เธอนั้นใจหายไม่ใช่น้อย แล้วอีกอย่างถึงขายไปมันก็คฝไม่ได้ราคาเท่าไรหรอก เธออาจจะโดนกดราคาเสียด้วยซ้ำ



[ ริวกะ ]  :   พวกของประดับตกแต่ง ของใช้ในร้านและทุกๆอย่างที่สภาพดีและยังใช้งานได้ ผมจะซื้อไว้เอง ผมให้ราคาดีแน่นอนไม่ต้องห่วงครับ



[ พี่จันทร์ ]  :  ทำไมล่ะ ทำไมถึงจะซื้อไว้ ทั้งๆที่มันก็เก่าแล้ว อีกอย่าง..... มันก็ทำกำไรได้ไม่มากด้วย



[ ริวกะ ]  :  ใช่ครับ มันทำกำไรให้ผมได้ไม่มาก แต่ว่า.... ให้ผมได้ตอบแทนพี่บ้างเถอะครับ



คำตอบสั้นๆแต่ตอบคำถามแทบทุกอย่าง คำตอบนี้เรียกว่ามันทำให้บ่อน้ำตาของพลอยและพี่จันทร์เอ่อล้นทันที พลอยมองหน้าชายคนรักด้วยความขอบคุณ เพราะถ้าตัวพลอยมีเงินมากมายแบบริว พลอยก็คงจะขอซื้อร้านนี้ไว้


[ ริวกะ ]   :   อื้ม.. งั้นเป็นอันตกลงนะครับ ผมขอเลขบัญชีพี่ไว้ได้ไหมครับ หลังจากตรวจสอบรายการทั้งหมด ผมจะตีเป็นตัวเลขและโอนให้พี่ทันที


[ พี่จันทร์ ]  :  คือ.... คือ....


ริวนั้นสังเกตสีหน้าพี่จันทร์ที่ตอนนี้ดูอึกอัก อึกอักเป็นอย่างมาก ถ้าเขาเดาไม่ผิดพี่จันทร์คงถูกปิดบัญชีไปแล้วแน่ๆ แสดงว่าสถานภาพทางการเงินของพี่จันทร์นั้นเข้าขั้นย่ำแย่มากๆ คงเป็นประเภทรับมาจ่ายไป ไม่มีเงินเก็บแน่ๆ


[ ริวกะ ]  :   ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไร งั้นเรามาทำสัญญาซื้อขายกันไว้ก่อนก็ได้ครับ แล้วอีก 2-3 วันผมจะแจ้งยอดและเอาเงินสดมาให้โดยตัวเอง แต่อืมม... ผมขอจ่ายมัดจำก่อนแล้วกันนะครับ สักอืมมม  25,000 บาท นะครับ


[ พี่จันทร์ ]  :  ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ


สีหน้าพี่จันทร์นั้นเปลี่ยนไปทันที สีหน้าของเธอดูโล่งอกขึ้นมาก นั่นแสดงว่าริวคิดถูกจริงๆเรื่องบัญชีธนาคารถูกปิด พลอยนั้นมองที่พี่จันทร์และริวกะชายคนรักด้วยสีหน้าที่งุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ที่พี่จันทร์ดูสีหน้าดีแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องดีๆเกิดขึ้นแน่ๆ จากนั้นริวกะก็ได้บอกว่าจะเดินไปที่รถเพื่อหยิบสมุดเช็ค พร้อมกับเอกสารซื้อขาย โดยที่เขาให้พลอยและพี่จันทร์รออยู่ที่ร้าน โดยมีคาไมทาจิคอยอยู่กับพลอยด้วย


[ พี่จันทร์ ]  :  พี่ขอบคุณนะน้องพลอย  พี่ขอบคุณที่น้องพลอยกับแฟนน้องพลอยช่วยพี่ไว้ พี่พึ่งใช้หนี้ก้อนสุดท้ายหมดไป ตอนนี้พี่แทบไม่มีเงินติดตัวเลย ร้านนี้คงเป็นสิ่งเดียวที่พี่เหลืออยู่จริงๆ


พลอยนั้นได้ฟังก็ใจหาย ตกลงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่จันทร์ต้องแบกรับหนี้สินไว้อย่างนั้นเหรอ และพลอยคิดว่าพลอยคิดถูก เพราะหลังจากที่ริวได้ออกไปแล้วพี่จันทร์ถึงกับปล่อยโฮออกมาชุดใหญ่เลยก็ว่าได้ พลอยกอดพี่จันทร์ไว้อย่างแนบแน่น ราวกับว่าจะไม่ยอมให้พี่จันทร์ต้องสู้คนเดียวอีกแล้ว


[ ???? ]  :  ใครบอกล่ะครับคุณจันทร์ ว่าหนี้สินหมดแล้ว ยังเหลืออีกตั้งเยอะ


เสียงที่ดูกักขฬะดังขึ้น ขัดขวางอารมณ์ซึ้งของทั้งคู่ เมื่อพลอยกับจันทร์มองไปก็พบกับกลุ่มชายนับ 10 คน ซึ่งจันทร์จำได้ดี เพราะมันคือเจ้าหนี้ของจันทร์นั่นเอง


[ จันทร์ ]  :  อะไรกัน ชั้นใช้หนี้งวดสุดท้ายหมดไปเมื่อ 3 วันก่อนแล้ว พวกคุณจะมาบอกว่ายังไม่หมดได้ไง


[ ทวงหนี้ ]  :  เอ้ เอ้ เอ้ คุณจันทร์ครับ คุณสับสนรึเปล่า คุณยังไม่ได้ใช้หนี้จนหมดนะครับ นี่ไงหลักฐาน


พวกมันยืนซองเอกสารบางอย่างให้จันทร์ทันที ซึ่งเมื่อรับมาอ่านจันทร์ก็ถึงกับตกใจจนแทบหมดสติ เพราะในนั้นระบุไว้ว่าดอกเบี้ยร้อยละ 20 อีกทั้งยังมีชื่อของเธอ ลายเซ็นของเธอ ซึ่งเธอรู้ทันทีว่านี่ของปลอม เพราะวัญญาใบแรกนั้นระบุไว้แค่ร้อยละ 10 เท่านั้น


[ จันทร์ ]  :  ไม่ใช่แล้ว แบบนี้มันโกงกันแล้ว หลักฐานต่างๆ ชั้นเก็บและถ่ายเอกสารไว้อย่างดี จะมาทำแบบนี้ไม่ได้


[ ทวงหนี้ ]  :  จุ๊ จุ๊ จุ๊ คุณจันทร์ครับ อย่าเล่นแง่แบบนี้นะครับ มันจะไม่ดีกับตัวคุณเองนะ 555555 ร้านนี้ก็ยังพอขายได้นะ น่าจะพอจ่ายหนี้อีก 2 แสนได้นะ


[ จันทร์ ]  :  บ้าแล้ว สองแสน ชั้นกู้พวกแกมาแค่ 5 หมื่น ทั้งต้นทั้งดอกก็คืนหมดแล้ว จะมาบอกว่าสองแสนได้ยังไง พวกแกโกงชั้น


[ ทวงหนี้ ]  :  ไม่เอาสิ่ ไม่เอาสิ่ พูดกันดีๆคุณจันทร์ ผมไม่อยากลงมือกับผู้หญิงนะ


พวกมันนับ 10 ต่างก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พวกมันตั้งใจโกงอยู่แล้ว มันเห็นว่าจันทร์สามารถหาเงินมาใช้หนี้พวกมันได้ตรงเวลา มันจึงคิดจะให้จันทร์นั้นเป็นหนี้มันไปอีกรอบนั่นเอง ในขณะนั้นเองคาไมทาจิ ทั้งสามก็ขู่ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ จริงอยู่ว่าพวกมันนั้นไม่เห็นแต่พลอยนั้นเห็นเต็มสองตา พลอยจึงได้ใช้จิตของตัวเองสื่อสารว่าให้หยุด เพราะเธอไม่อยากให้มีเหตุการร์แบบวันนั้นอีก


[ พลอย ]  :  แบบนี้มันโกงแล้ว ชั้นจะแจ้งตำรวจ


[ ทวงหนี้ ]  :  ก็เอาสิ่ คนสวย พี่ก็อยากรู้ว่านะหว่างพี่กับตำรวจ ใครจะถึงตัวน้องไวกว่ากัน แถวนี้ก็ไม่ค่อยจะมีคนด้วยสิ่ หึหึหึ


ตอนนี้พวกมันเปลี่ยนเป้าหมายทันทีแล้ว พลอยที่สวยจนสะดุดตาพวกมัน ได้กลายเป็นเป้าหมายทันที พวกมันต่างมองพลอยด้วยสายตาที่หื่นกระหาย ไหนๆก็เสียแรงมาถึงนี่แล้ว นอกจากทวงหนี้แล้ว คงต้องหาอะไรทำเพิ่มเสียแล้วล่ะ พวกมันตรงเข้ามาหาพลอยทันที ซึ่งไม่ต้องบอกก็รุ้ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร


[ พลอย ]   :  ปล่อยนะ ปล่อย !!!

พวกมันสองคนเข้ามาจับแขนพลอย หวังที่จะพาไปเสพสุข แต่เพัยงสัมผัสแขนได้ไม่ถึงวินาที ด้วยความโกรธ ด้วยความโมโหที่ถูกโกงหน้าด้านๆ พี่จันทร์ก็คว้าเก้าอี้พลาสติกฟาดใส่ไอ้โจรสุดแรงจนเก้าอี้หัก พวกมันสองคนที่เข้าไปจับแขนพลอยนั้นถึงกับต้องถอยหนีทันที


[ ทวงหนี้ ]  :  มึง มึงตาย


ไอ้พวกสารเลวนั้นถึงกับเลือดขึ้นหน้า เผี๊ยะ !!! ฝ่ามือหยาบกร้านของพวกพถ่งประทะหน้าพี่จันทร์ทันที ร่างของเธอค่อยหล่นลงไปกองกับพื้นสิ้นสติทันที คลืนน !!! คลืนน !!!  วินาทีที่ร่างของพี่จันทร์ลงไปกองกับพื้น บรรยากาศทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทันที พวกมันรับรู้ได้ถึงความสยดสยองบางอย่าง และเมื่อพวกมันหันไปทางพลอยเท่านั้น


[ ทวงหนี้ ]  :  อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก  !!!


••••••••



 



•••••• ตอนที่ 20 ••••••

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน


*

ออฟไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 01:17:37 pm »
ของดีตอนที่ 20 รุ้งพลอยและฮิคาริ


รุ้งพลอยกับชุดอยู่บ้านของเธอ





••••


รุ้งพลอยและการพนมมือของเธอ





••••

รุ้งพลอยและชุดว่ายน้ำของเธอ





•••

รุ้งพลอยและชุดบาสของเธอ






_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _


ฮิคาริ สาวแว่น is the Best



ฮิคาริและแว่นของเธอ





••••

ฮิคาริและที่นอนของเธอในวันหนึ่ง





••••

ฮิคาริและชุดนักเรียนของเธอ





••••

ฮิคาริและชุดกิโมโนของเธอ




••••


• • • • •   รวม Link ในแต่ละตอน • • • • •



→→→เนื้อเรื่องหลัก←←←



 












➸ ➸ ➸ ➸ จบ Season 1 ➸ ➸ ➸ ➸




Season2






_ _ _ _ _ _ _ _ _ _


เนื้อเรื่องของ น้องเมดคิราระ [ ยังไม่จบ ]

แววตาที่เปลี่ยนไปของสาวแกล






















•••••••••••


เนื้อเรื่องของรุ้งพลอย [ จบแล้ว ]



การเดินทางของสายรุ้ง




 



[ แนะนำ อ่าน 4-7 ]









• • • • • •


กระทู้พิเศษ




••••••

OVA ไม่เกี่ยวกับ Time Line ใดๆ






. . . . . . . . . . .

เรื่องสั้นตอนเดียวจบ
ต่อยอด จากผลงานแปลของ oswald










. . . . . . . . . . .  .

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 08, 2019, 01:06:40 am โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_#

  • Junior Member
  • ***
  • 422
  • 167
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 01:17:45 pm »
บทกรวดน้ำ ที่หลวงพ่อเป็นผู้กล่าว อาราธนา พร้อมคำแปล


ตัวหนังสือหนา = คำบาลี
ตัวหนังสือปกติ = คำแปล



ยะถา วาริวะหา ปูรา |

ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสมุทรสาคร


ปะริปูเรนติ สาคะรัง |

ให้บริบูรณ์ได้ฉันใด

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง |

ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วในโลกนี้ ย่อมสำเร็จ


เปตานัง อุปะกัปปะติ |

ประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว ได้ฉันนั้น


อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง |

ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้ว ตั้งใจแล้ว


ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ |

จงสำเร็จโดยฉับพลัน


สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา |

ขอความดำริทั้งปวง (ของท่าน)


จันโท ปัณณะระโส ยะถา |

จงเต็มที่เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ


มะณิ โชติระโส ยะถา |

เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสว ควรยินดี



สัพพีติโย วิวัชชันตุ |
 
ความจัญไรทั้งปวงจงบำราศไป


สัพพะโรโค วินัสสะตุ |

โรคทั้งปวงของท่านจงหาย


มา เต ภะวัตวันตะราโย |

อันตรายทั้งหลายอย่ามีแก่ท่าน


สุขี ทีฆายุโก ภะวะ |

ขอท่านจงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืน


อภิวาทะนะสีลิสสะ |
นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน | จัตตาโร ธัมมา วัฒฒันติ | อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง |



พรสี่ประการคือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ย่อมเจริญแก่บุคคล ผู้มีปกติไหว้กราบ มีปกติอ่อนน้อม (ต่อผู้ใหญ่) เป็นนิตย์ ด้วยประการฉะนี้แล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 08, 2019, 05:02:10 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Jonah MTS

  • Junior Member
  • ***
  • 278
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 02:12:19 pm »
เอาแล้วไงจะได้อ่านฉากบู๊คแล้ว

*

ออฟไลน์ Anothai Jitardhan

  • Junior Member
  • ***
  • 434
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 02:22:42 pm »
ที่พวกทวงหนี้พี่จันทร์ตกใจน่าจะเป็นพลังของรุ้งพลอบได้ตื่นขึ้นเหรอเปล่าเป็นพลังแบบไหนนะที่ทำให้ตกใจขนาดนั้น

*

ออฟไลน์ M_ne

  • Junior Member
  • ***
  • 277
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 03:12:22 pm »
กรรมแล้ว มาทวงหนี้ผิดจังหวะ  เจอนายริว   ถึงตายนะครับ

*

ออฟไลน์ thanarat3459

  • Junior Member
  • ***
  • 269
  • 189
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 03:26:27 pm »
ตอนนี้มีครบเลย...ทั้งผีไทย..ปีศาจญี่ปุ่น. ..แถมเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ...ครบทุกรสเลย....ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Junior Member
  • ***
  • 457
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 03:29:57 pm »
มาทวงผิดจังหวะไม่น่ารอด ขอบคุณมากครับ ปมเยอะจริงๆ

*

ออฟไลน์ neimuchan

  • Junior Member
  • ***
  • 261
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 03:30:10 pm »
ทวงตอนไหนไม่ทวง มาทวงตอนนี้ ซวยชิบหาย
จริงๆแล้วมี ID เก่า แต่ดันจำ password mail เก่าไม่ได้เลยต้องสมัครใหม่ -*-

*

ออฟไลน์ Sri Trang

  • Full Member
  • **
  • 205
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 03:32:47 pm »
พลังที่ตื่นขึ้นนี่ของใครหนอ ของน้องพลอยหรือของนายริวกันแน่เนี่ย

*

ออฟไลน์ chipchip

  • Full Member
  • **
  • 82
  • 89
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 04:00:43 pm »
เล่นกับใครไม่เล่น สมน้ำหน้าจริง

*

ออฟไลน์ 123aw

  • Full Member
  • **
  • 173
  • 157
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 04:05:04 pm »
ริวกะกับรุ้งพลอบต้องผ่านการพิสูจน์อีกเท่าไหร่ ถึงจะเอาชนะความเห็นแก่ตัวของคนรอบข้างได้

*

ออฟไลน์ Wandit Iempan

  • Banned!

  • Junior Member
  • ***
  • 337
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 04:42:54 pm »
พลอยได้ไปตอบแทนผู้มีพระคุณครบแล้ว ต่อไปน่าจะมีเรื่องดีๆเข้ามานะ

*

ออฟไลน์ helios

  • Full Member
  • **
  • 184
  • 125
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 04:48:02 pm »
พวกทวงหนี้เรียกได้ว่าเล่นกะใครไม่เล่น และมาทวงหนี้ผิดเวลาจริงๆนะครับ 55

*

ออฟไลน์ yoyoman

  • Senior Member
  • ****
  • 886
  • 365
    • ดูรายละเอียด
Re: Fuujin no densetsu : ตำนานเทพวายุ [ season 2 ] ตอนที่ 20 : พลังที่ตื่นขึ้น
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2019, 05:52:11 pm »
มาทววหนี้ผิดเวลาแล้วพวกเอ็ง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ