ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu
avatar_saradio

เศรษฐีใหม่ เศรษฐีหื่น ตอนที่ 1

เริ่มโดย saradio, พฤศจิกายน 18, 2019, 06:49:55 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

saradio

   เช้า วันที่ 13 ธันวาคม 2560 ผมออกมาจากห้องพักในหอพักซอมซ่อตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อไปที่ ร้านสะดวกซื้อ หาซื้อกาแฟและซาลาเปามากินแก้หิว จากนั้นก็หาที่นั่งเหมาะๆแถวนั้น นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นและกินของที่ซื้อมาด้วยความรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจเป็นที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยมีมา

ทำไมนะเหรอ ก็ผมเพิ่งเป็นอภิมหาเศรษฐี หลายหมื่นล้านเมื่อข้ามคืนที่ผ่านมานี้เอง เป็นคุณจะไม่มีความสุขและอิ่มเอมใจเหมือนอย่างผมได้ยังไง  หึ หึ ให้ตายเหอะ ชีวิตตอนนี้มันเหมือนความฝันจริงๆ แต่มันก็เป็นความจริง เพราะยอดเงินในบัญชีที่ดูผ่านมือถือ มันก็ยังโชว์จำนวนเงิน สี่หมื่นห้าพันกว่าล้านบาท อยู่ตลอดทุกครั้งที่เปิดเข้าไปดู

   ฮ่าฮ่า ไม่ต้องตกใจไป ไม่มีใครโอนผิด หรือว่าเป็นเงินผิดกฎหมายอะไรหรอก แต่มันเป็นเงินบริสุทธิ์ที่ผมได้มาอย่างถูกต้องและใช้มันได้ตามปกติ ถ้าจะถามผมว่า ได้มาได้อย่างไรนะเหรอ ถ้าจะให้เล่า ผมขอเล่าประวัติผมไปด้วยเลยละกัน

   ผมชื่อ นันทชัย ปัจจุบันอายุ 24 ปี เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย และทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อที่ผมเพิ่งเข้าไปซื้อกาแฟซาลาเปามานั่งกินนี่แหละ เพียงแต่ว่าผมลางานมาสองวันแล้ว แล้ววันนี้ก็มาขอลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตเศรษฐีใหม่

        ส่วนชีวิตก่อนหน้านี้ของผมค่อนข้างจะอาภัพขัดสนอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าที่บ้านยากจนหรอก ครอบครัวผมถือว่าเป็นครอบครัวที่มีอันจะกินอยู่พอควร เพียงแต่ผมไม่ได้เป็นที่ต้องการของครอบครัว ก็เลยต้องดิ้นรนออกมาหากินด้วยตัวเอง
สาเหตุที่ผมไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัวนั้น ต้องย้อนไปสมัยที่ผมเกิด ในตอนนั้นพ่อแม่ผมเปิดร้านขายของชำ ขายทั้งปลีกและส่ง รายได้ถือว่าดีเลยทีเดียวในสมัยนั้น เพียงแต่ว่า พ่อแม่ของผม มีลูกตอนแก่ โดยที่แม่เป็นคนมีลูกอยาก และมาท้องตอนอายุ 40 พอถึงเวลาคลอดผม ในขณะคลอดก็เกิดเอ็กซ์ซิเด็น เสียเลือดมาก ทำให้ซ็อคหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

   พ่อผมเสียใจมากและไม่กล้าอุ้มผมเลย แล้วหลังจากนั้น พ่อผมก็ไปดูหมอ พวกทรงเจ้าเข้าผี แม่งก็เสือกทักว่า ผมเป็นลูกมารผจญล้างผลาญพ่อแม่ พ่อผมก็เลยฝั่งใจเชื่อ ทำให้ไม่รักผมอย่างที่ควรเป็น และเลี้ยงผมอย่างไม่ค่อยแยแสสนใจอะไรมากนัก จะทำอะไรให้ผมก็แต่เฉพาะเรื่องที่จำเป็น ส่วนเรื่องความรักความเอาใจใส่ต่อลูกเหมือนพ่อคนอื่นๆนั้น พ่อผมไม่เคยแสดงหรือเคยทำกับผมเลย

   ต่อมา ตอนผม 5 ขวบ พ่อก็มีเมียใหม่ เธอชื่อ จิ๊บ เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 18 เท่านั้น และเคยเป็นลูกจ้างในร้านมาก่อน ไอ้ตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ยัย จิ๊บ นี่ก็ดีอยู่หรอก ทำเป็นรักเอ็นดูผม เพราะเห็นผมเป็นลูกเถ้าแก่ อาจเพราะยังไม่รู้ลึกตื้นหนาบางระหว่างพ่อกับผม แต่พอเป็นเมียพ่อผมแล้ว รู้ความจริงว่าพ่อผมไม่ได้รักผมเลย มันก็เลิกแยแสสนใจผม พลิกจากหน้ามือเป็นหลังตีนเลยทีเดียว พูดกับผมทีก็เอะอะใส่ผม แถมยังชอบใช้ผมอย่างกับลูกคนใช้ก็ไม่ปาน หากผมดื้อด้าน ชนิดด่าก็แล้ว ตีก็แล้ว ยังไม่ฟัง มันก็จะไปฟ้องพ่อผมให้มาจัดการ

   ต้องยอมรับว่า อีจิ๊บ มันทำพ่อผมหลงมันหัวปรักหัวปรำ ไม่ว่ามันจะทำอะไรพ่อก็จะยอมมันทุกอย่าง และยิ่งต่อมามันท้องคลอดลูกสาวที่น่ารักออกมา พวกเขาก็รวมเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ ส่วนผมก็เป็นส่วนเกินที่ไม่มีที่ยืนใดๆ
   ด้วยเหตุนี้ผมจึงเป็น เด็กเก็บกดและขาดความอบอุ่น ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กที่เก็บกดและขาดความอบอุ่น มักจะมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจและกร้าวร้าว ผมเองก็เป็นเช่นนั้น จนพ่อผมเองก็จัดการไม่ได้ และเป็นปัญหาน่าปวดหัวในบ้าน พ่อเลยต้องส่งผมไปอยู่กับน้าอัญ ที่เป็นน้องสาวของแม่ ชั่วคราว

   ที่บ้านน้าอัญ ผมได้รับความดูแลเอาใจใส่อย่างดี เพราะน้าอัญเองก็ไม่มีลูก ทำให้ลดพฤติกรรมก้าวร้าวของผมลงไปได้ และเนื่องจากน้าอัญเป็นครูสอนชั้นประถม เธอจึงสอนผมหลายอย่างรวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์ด้วย พอผมใช้เป็นผมก้ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ไปในทางที่น้าอัญคาดหมายหรอก

   ผมเอาแต่เล่นเกมส์ ดูหนัง จนกระทั้งมันชักนำผมเข้าไปในเวปโป๊ ตอนนั้นผมอายุได้ 10 ขวบ และเห็นภาพการรวมเพศครั้งแรง มันทำให้ผมตื่นเต้นสนใจอย่างไงจนบอกไม่ถูก และผมก็มีอารมณ์ควยลุกจนต้องจับควยชัก แล้วรู้สึกว่ามันช่างรู้สึกดีเหลือเกิน และเมื่อชักจนสำเร็จผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์เก็บกดออกไปด้วย ทำให้ผมมีความสุข จนติดชักว่าวตั้งแต่เด็ก โดยที่น้าอัญไม่รู้

   ในขณะเดียวกันผมเองก็เก่งคอมพิวเตอร์ขึ้นเรื่องๆ สามารถหาท่องไปในโลกของอินเตอร์เน็ตและสรรหาของฟรี ทั้งหนังโป๊ เกมส์ หรือ โปรแกรม ดาวน์โหลดมาเก็บไว้มากมาย และวันหนึ่งผมก็ไปเจอเวปโป๊เวปหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันสามารถสร้างช่องของตัวเองได้เหมือนในยูทูป และคนที่อัพโหลดหนังโป๊ของตัวเองเข้าไป จะได้รางวัลจากยอดวิวผู้เข้าชม โดยได้เป็นเงินดิจิตอล ที่ชื่อว่า บิทคอยและคนที่จะดูหนังในเรื่องต่างๆได้ก็ต้องใช้บิทคอยน์ในการแลกเข้าไปดูเหมือนกัน

   นั่นจึงทำให้ผมรู้จักบิทคอยน์ครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นผมอายุ 13-14 และตัวบิทคอยน์เองก็เพิ่งถูกสร้างมาไม่นานและยังไม่มีราคาอะไรมากนัก โดยที่เงินหนึ่งร้อยบาทที่โดเนทให้กับเวปนี้สามารถแลกได้เกือบพันบิทคอยน์
ในตอนนั้นผมไม่จำเป็นต้องโดเนทเพื่อเอาบิทคอยน์มาดูหนัง เพราะผมมีหนังของผมเองอยู่เยอะ ผมจึงตั้งช่องเป็นช่องของตัวเองแล้วไล่อัพโหลดหนังของตัวเองลงไป เมื่อมีผู้เข้าชมจำนวนมาก ทำให้ผมได้เงินบิทคอยน์เป็นรางวัลคืนมามากตามไปด้วย แล้วผมก็เอาบิทคอยน์นั้นไปดูหนังที่ผมยังไม่เคยดูต่อไป

   แต่อยู่ได้ประมาณปีกว่า เวปนั้นก็ประกาศปิดตัวด้วยสาเหตุใดไม่ทราบ ทำให้ผมไม่ได้เข้าไปใช่งานต่อ แต่เหรียญบิทคอยน์ที่ผมยังอยู่ มันถูกเก็บไว้ในเวปที่ให้บริการเก็บบิทคอยน์ซึ่งแยกส่วนกับเวปโป๊ ซึ่งมีถึง 7 หมื่นกว่าเหรียญ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมันอีกแล้ว เพราะเงินบิทคอยน์ของผมในตอนนั้นมันใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มากนอกจากใช้แลกเปลี่ยนดูหนังโป๊เท่านั้น ผมก็เลยต้องทิ้งเงินบิทคอยน์เอาไว้อย่างนั้น จนลืมไปเลย

   หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ผมย้ายกลับมาอยู่กับพ่อเหมือนเดิม และเข้าเรียนมหาลัยจนถึงปี 4  จริงๆอย่าพูดว่าปี 4 เลย เพราะผมเรียนปี4 มาสองปีแล้วยังไม่จบเลย จนพ่อกับแม่เลี้ยงผมทั้งด่าทั้งว่า และไม่คิดจะจ่ายเงินให้ผมเรียนอีกแล้ว ผมก็เลยไม่ง้อ ดรอปเรียนและออกมาหางานทำหาเงินเรียนเอง ก็ได้งานเป็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อ ตามที่บอกไปในที่แรกนั่นแหละ

        และก็มาถึงเรื่องที่ว่า ผมรวยได้ยังไง ก็เพราะเมื่อสามสี่วันก่อนหน้านี้ ทีวีมันออกข่าวเรื่องบิทคอยน์ ว่าเป็นเงินดิจิตอลที่คนกำลังแห่เข้าไปลงทุนกันมาก เนื่องเพราะสร้างผลกำไรอย่างมหาศาล  ทำให้ผมนึกเอะใจขึ้นมาถึงชื่อ บิทคอยน์ของมัน แต่ตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นตัวเดียวกันกับบิทคอยน์ของผมที่เคยใช้แลกเปลี่ยนดูหนังโป๊หรือป่าว ทำให้ผมต้องเขาไปในเวปที่ตัวเองเคยเก็บบิทคอยน์เอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมันยังอยู่เหมือนเดิม และมันก็เป็นตัวเดียวกัน กับเงินบิทคอยน์ที่เป็นข่าวอยู่

       เท่านั้นแหละ ผมนี่พูดอะไรไม่ออกเลย น้ำตาไหลออกมาอย่างดีใจ เพราะราคาบิทคอยน์ในตอนนั้นที่ออกข่าวซื้อขายกันเกือบจะหกแสนบาทต่อ 1 เหรียญแล้ว พระเจ้า ผมมีตั้ง 7 หมื่นกว่าเหรียญ ผมนึกไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นเงินเท่าไหร่ ใจผมเต้น มือผมสั่นไปหมด เพราะนี่แม่งยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 อีก

       ผมเลยรีบศึกษาวิธีจะเอามันไปเข้ากระดานซื้อขาย และในที่สุดผมก็สมัครเข้าบอร์ดซื้อขายได้ ทั้ง 7 หมื่นกว่าเหรียญ มันถูกขายออกไปหมดในวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ในวันที่ บิทคอยน์ถีบราคาขึ้นไปสูงสุดถึงหกแสนสอง หกแสนสาม ทำให้บิทคอยน์ของผมขายออกไปจนเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
          แล้วเงินทั้งหมดก็ถูกโอนมาให้ผมเมื่อวานนี้ พอผมเห็นเงินแล้วทำให้ผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน และออกมาหาอะไรกินในยามเช้า เพื่อดูพระอาทิตย์ในวันใหม่ในชีวิตใหม่ของผม

         และในตอนนี้ ขณะที่นั่งจิ๊บกาแฟ กินซาลาเปาอยู่ ในหัวผมมีแต่เรื่องคิดว่าจะเอาเงินไปทำอะไร แน่นอนว่าผมจะไม่บอกใครให้รู้ โดยเฉพาะ พ่อกับแม่เลี้ยง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะบีบบังคับผมให้ผมเอาเงินไปให้พ่อเก็บไว้ซึ่งในที่สุด มันจะไปตกอยู่ที่แม่เลี้ยง และตัวผมเองจะไม่ได้สักบาท

       และถ้าคิดว่า ผมจะต้องตอบแทนบุญคุณใครสักคนหนึ่ง คนๆนั้นก็ต้องเป็น น้าอัญ น้องของแม่ผม เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ดูจะใส่ใจผมเป็นที่สุด ดังนั้นผมจึงคิดจะแบ่งเงินให้น้าอัญใช้สัก 100 ล้าน ชีวิตเธอจะได้สุขสบายไปชั่วชีวิต โดยไม่ต้องทำงานอีกแล้ว แต่ปัญหาก็คือ ผมจะให้เงินเธอยังไงโดยที่เธอไม่สงสัย ว่าผมไปรวยมาจากไหน คงอาจต้องทยอยให้เป็นเดือน โดยโกหกว่า ผมลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน แล้วไปได้ดี โดยจะส่งให้เธอใช้เดือนละ สี่ซ้าห้าแสน มันคงจะดีกว่า เอาเงิน 100 ล้านไปให้เธอตรงๆ

          แต่ตอนนี้ผมว่า ผมควรจะจัดการเงินก้อนนี้ ให้เป็นระเบียบก่อน และหาทางทำให้มันงอกเงยจากการลงทุนและดอกเบี้ยผมจะได้ใช้มันได้อย่างไร้กังวล และผมรู้มาว่า มีบริษัทรับดูแลทรัพย์สินและบริหารเงินให้กับมหาเศรษฐี ที่ไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปลงทุนทำอะไร พวกเขาจะไปจัดการหาวิธีลงทุนให้เกิดผลกำไร และคิดเปอร์เซ็นจากเงินที่เกิดผลกำไรเหล่านั้น วันนี้ผมก็คงต้องไปติดต่อปรึกษากับบริษัทพวกนี้ ให้บริหารเงินให้ผมแทน เพราะผมก็ไม่ใช่นักธุรกิจที่จะมีหัวเรื่องการบริหารเงินจำนวนมากขนาดนี้ ควรให้มืออาชีพเขาทำดีกว่า

----

        หลังจากที่แดดเริ่มแรง บ่งบอกว่าเป็นเวลาสายแล้ว ผมก็ลุกขึ้นกลับหอพัก อาบน้ำแต่งตัวไปยังบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ ที่ค้นหาได้ในอินเตอร์เน็ต ผมเลือกมาสี่ บริษัทที่เชื่อถือได้ กระจายเงินไปบริษัทละ 1 หมื่นล้าน รวม 4 หมื่นล้านให้ไปบริหารจัดการกัน โดยจัดการเซ็นสัญญากันเป็นที่เรียบร้อย

      ส่วนที่เหลือ 5พันกว่าล้านนั้นผมเก็บไว้ใช้เอง โดยแยกออกเป็นหลายบัญชี ทั้งออมทรัพย์คู่กระแสรายวันพร้อมสมุดเช็คที่จะได้ใช้จ่ายได้สะดวก และแบบฝากประจำเพื่อกินดอก

         เมื่อเรื่องการเงินเรียบร้อยแล้ว ผมก็เริ่มมองออกว่าผมจะใช้เงินส่วนไหนยังไงเท่าไหร่ และมีรายได้เพิ่มจากไหนยังไง เท่านี้ผมก็สามารถรวยได้อย่างยังยืนสบายไปทั้งชาติโดยไม่ต้องทำอะไรแล้ว

      แล้วผมจึงเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ ที่ไม่ใช่หอพักซอมซ่อที่อาศัยอยู่ในตอนนี้ ก็เริ่มจากการค้นหาคอนโดที่ประกาศขายในอินเตอร์เน็ต เพราะผมอยู่ตัวคนเดียว อยู่คนโดน่าจะสะดวกกว่า

        เอาจริงๆนะเวลามีเงินเนี่ย คิดอย่างหนึ่งมันมักจะได้อีกอย่างหนึ่งโดยตลอด ไอ้ตอนแรกกะว่าจะซื้อคอนโดห้องชุดธรรมดา เพราะอยู่คนเดียว ไปๆมาๆ ล่อ ชั้นเพนท์เฮาท์ ราคาเกือบสองร้อยล้าน แหม่ ก็มันสวยดูหรูดูดีไปหมด ก็เลยอยากจะลองไปอยู่ดูสักหน่อย ว่าชีวิตไฮโซมันเป็นยังไง

      ผมเลยคติดต่อไปตามเบอร์ที่แจ้งไว้ มันเป็นบริษัทนายหน้าขายคอนโด ก็นัดตกลงกันไปดูสถานที่จริง โดยไปเจอกันที่คอนโด และจะมีพนักงานพาขึ้นไปชมห้อง

        ผมยังไม่ได้ซื้อรถ เพราะขับรถไม่เป็น เลยนั่งแท็กซี่ไป และไปถึงก่อนเวลานัดเกือบชั่วโมง ก็เลยหาที่นั่งรอแถวนั้น
ในตอนนั้น ผมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา เพราะยังไม่มีเวลาไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ แถมรองเท้าก็เป็นร้องเท้าแตะแบบสวม มันเลยดูเหมือนเป็นวัยรุ่นกิ๊กก๊อก แถมมานั่งรอตรงบันไดทางขึ้นประตูหน้าคอนโด เหมือนกุ๊ย ที่ชอบนั่งบันไดทางเข้าห้างนั่นแหละ

        ขณะนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาสวยน่ารัก หน้าแบ๋วๆ ขาวสวยเหมือนสาวญี่ปุ่น ถือกระเป๋าเอกสารแต่งตัวเรียบร้อยด้วยชุดสูทผู้หญิงที่ดูภมิฐาน แต่กระโปรงสั้นเต่อจนจะเสมอหู แถมเรียวขายังขับเน้นด้วยถุงน่องสีดำอ่อน ที่ขอบถุงน่องเป็นลายลูกไม้ ขับเน้นผิวขาวช่วงน่องขาอ่อนที่เป็นช่องว่างระหว่างถุงน่องกับกระโปรง



         เธอหุ่นดีและสวยน่ารักจริงๆ จนผมต้องมองตาม และยิ่งเวลาก้าวเท้าขึ้นบันได สะโพกที่กลมภายใต้กระโปรงที่สั้นและรัดสะโพก มันขยับรั้งขึ้นตามจังหวะการก้าวขึ้น มันยิ่งชวนมองเป็นที่สุด

         เธอเหมือนรู้ตัวว่าผมมอง จึงแสดงสีหน้าไม่พอใจให้เห็น พร้อมเอากระเป๋าเอกสารมาบังขอบกระโปรงเอาไว้ และรีบก้าวขึ้นบันได ผมก็ไม่ได้มองอีกและหันมาดูนาฬิกาของตัวเอง ซึ่งมัน 9 โมงเช้า ตามเวลานัดแล้ว ก็เลยพยายามมองหาว่าใครที่เป็นตัวแทนฝ่ายขายที่จะมาพบผม

        ในขณะนั้น โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ผมไม่เคยรู้จัก แต่คิดว่าน่าจะเป็นคนของบริษัทโทรมาก็เลยรับ

"สวัสดีค่ะ คุณ นันทชัย ใช่มั๊ยคะ ดิฉัน วิภาวี ค่ะ เป็นตัวแทนฝ่ายขายที่ได้นัดกันไว้นะคะ ไม่ทราบว่าตอนนี้ คุณนันทชัย เดินทางถึงไหนแล้วคะ"

"อ๋อ ผมอยู่หน้าคอนโดแล้วครับ แล้วคุณหละ"

"ค่ะ ดิฉันก็อยู่หน้าคอนโดค่ะ"

ผมจึงกวาดตามองหา และพบว่า ผู้หญิงที่ใส่สูทกระโปรงสั้น ที่เดินผ่านไปเมื่อครู่ ยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ กำลังยืนคุยโทรศัพท์ และมองมาทางผมเช่นกัน

"เออ คุณคือคุณ นันทชัยหรือคะ"

เธอถามด้วยสีหน้าแปลกใจสุดๆ เมื่อรู้ว่าคนที่คุยโทรศัพท์กับเธอ คือวัยรุ่นกิ๊กก๊อกที่นั่งอยู่ตรงบันไดตอนที่เธอเดินผ่านขึ้นมา

"ครับผมเอง"

ผมบอกพร้อมกดวางสายและเดินขึ้นไปหา
วิภาวี มีสีหน้าลังเล มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดว่า

"เดี๋ยวนะคะ ขอฉันโทรศัพท์ แป๊บนึง"

แล้วเธอก็แยกตัวเดินห่างออกไป เพื่อไปโทรศัพท์

วิภาวี รีบต่อโทรศัพท์ถึงผู้จัดการของเธอ ทันทีที่ต่อติดเธอก็รีบพูด ด้วยน้ำเสียงผิดหวังปนหงุดหงิด

"ผู้จัดการคะ แน่ใจนะคะว่าลูกค้าคนนี้ผ่านงานกรองลูกค้ามาแล้ว"

"ก็ชื่อเขาอยู่ในลิสที่ฝ่ายงานกรองเขาส่งมาให้เมื่อวานนี้ ก็เห็นว่ารีบ เลยส่งให้ไปทำ แต่พี่ยังไม่ได้เข้าไปดูในรายละเอียด ทำไม มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"โอ้ย ผู้จัดการต้องมาเห็นเองค่ะ นู๋ว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ งานนี้ไม่มีลุ้นเลย นู๋เสียฟรีแน่ๆ นู๋ไม่ยอมนะ"

เธอพูดโทรศัพท์ด้วยความไม่สบอารมณ์และร้อนใจคล้ายจะร้องไห้ และชำเลืองมองผมบ่อยๆด้วยสายตาที่ท้อแท้และผิดหวังสุดๆ จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าคุยอะไรกัน

ผู้จัดการ เงียบไปพักหนึ่งเหมือนหยุดคิด ก่อนจะตัดสินใจพูดว่า

   "เอาน่า ไหนๆ ก็ไปถึงแล้ว ก็พามันไปดูหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปตรวจดูฝ่ายกรองลูกค้าให้ ยังไงก็ถ้างานนี้ไม่ได้ พี่จะหางานใหม่ให้"

   วิภาวี ถอนหายใจอย่างไม่มีทางเลี่ยง คิดในใจว่างานนี้คงไม่ได้ขายแน่ๆ ทั้งที่เธอมุ่งหวังไว้อย่างมาก เธอเก็บโทรศัพท์อย่างผิดหวังอารมณ์เสีย ก่อนจะกลับมาหาผม และพูดกับผมด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ว่า

   "เชิญค่ะ"
   
คำที่พูดนั้นสุภาพแต่น้ำเสียงและกิริยานั่นไม่น่าจะสอดคล้องกับคำที่พูด แถมยังเดินนำหน้าผมไปโดยไม่รอ ผมรู้สึกตะหงิดใจ และไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ก็เดินตามไป

   "คุณ นันทชัยค่ะ คุณทำงานอะไรค่ะ"

   เธอถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผมเลยต้องตอบไปตามจริงว่า

   "เอ่อ ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงานครับ"

   เธอถอนหายใจ เหมือนสิ้นหวัง และรู้สึกเอือมที่ต้องพาคนที่ไม่คิดจะซื้อจริงๆไปดูสถานที่ แล้วเธอก็พูดถามอีกว่า

   "คุณไม่ได้ทำงาน งั้นคุณก็คงมีธุรกิจส่วนตัวสินะ ไม่ทราบว่าคุณทำธุรกิจอะไรเหรอค่ะ"

   น้ำเสียงของเธอ มันไม่ใช่น้ำเสียงชวนคุย หากแต่เป็นน้ำเสียงที่เหมือนสอบสวนหลอกถามแฝงการกระแหนะกระแหน ตอนนั้นกิริยาท่าทางของเธอบอกให้ผมรู้ได้ว่า เธอกำลังดูถูกผม และคงคิดว่าผมไม่มีปัญญาจะซื้อ ทำให้ผมต้องแอบคิดในใจว่า

'อ๋อ สงสัยเห็นกูแต่งตัวอย่างนี้ก็เลยคิดว่า กูไม่มีเงินซื้อสินะ ถึงว่าแสดงอาการไม่สบอารมณ์ตั้งแต่เจอหน้ากูแล้ว อีนี่หน้าตามึงก็เรียบร้อยน่ารักดีนะ แต่นิสัยมึงแย่มาก มึงไม่รู้อะไรซะแล้ว'

คือมันไม่มีใครชอบหรอกกับการโดนดูถูก ยิ่งถ้าคุณมีเงินมากขนาดที่จะทำให้คนดูถูกคุณหน้าหงายไปได้ มีหรือคุณจะไม่ตอบโต้ ผมเลยยิ้มกริ่มในใจ คิดจะยียวนกวนประสาทผู้หญิงคนนี้เล่นสักหน่อย

   ผมก็เลยพูดว่า

   "ผมไม่มีธุรกิจส่วนตัว คุณถามไปทำไมเหรอ"

   ผมถามกลับด้วยสีหน้า สงสัยไม่สบอารมณ์ เธอก็ตอบเสียงสูง ว่า

   "เปล่า ก็แค่ถามดู จะได้รู้ว่าควรจะจัดการเรื่องกู้ธนาคารให้คุณได้ยังไง"

   "อ๋อ ผมไม่จำเป็นต้องกู้ คุณพาผมขึ้นไปดูเถอะ"

   ผมพูดตัดบท แต่ดูสีหน้าเธอเหมือนจะไม่เชื่อน้ำยา เธอเดินไปกดลิฟท์ ใช้มือตบปุ่มลิฟท์เสียงดัง แป๊ก บ่งบอกความไม่สบอารมณ์ในใจเธอ หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย จนกระทั้งถึงชั้นที่ 30 ชั้นเพนท์เฮาส์ของคอนโดนี้ ซึ่งทั้งชั้นคือพื้นที่ของเพนท์เฮาส์ทั้งหมด โดยมี สี่ห้องนอน หกห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก หนึ่งห้องโถงใหญ่สำหรับสันทนาการ และหนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องอาหาร หนึ่งห้องซักรีด

   เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเจอห้องรับแขกก่อน ภายในห้องรับแขก จะมีห้องน้ำหนึ่งห้องไว้บริการ เมื่อผ่านห้องรับแขกเข้าไปจะเจอห้องโถงใหญ่ ที่ใช้สำหรับผักผ่อน นั่งเล่น หรือกระทั้งจัดงานเลี้ยงปาร์ตี้ได้ และ มีกำแพงกระจกสองบานใหญ่ บานหนึ่งใช้เป็นที่ดูวิวมองออกไปนอกคอนโด ส่วนอีกบานที่อยู่ตรงข้าม เป็นกำแพงกระจกที่มีประตูออกสู่ ลานสวนและสระน้ำส่วนตัว

   ภายในห้องโถงนี้ยังเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อไปยังห้องต่างๆ คือห้องนอนทั้งสี่ห้อง และห้องครัวห้องอาหาร ทั้งหมดถูกตกแต่งบิวต์อินไว้เรียบร้อยสวยงามตามที่ลงรูปไว้ในอินเตอร์เน็ต พร้อมมีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่างสามารถเข้ามาอยู่ได้เลย
   เพียงแต่ว่าในตอนนั้น ผมไม่ถูกใจ เซลล์สาวคนนี้เท่าไหร่ ไม่ว่าผมจะหยิบจับดูอะไรก็ห้ามไปเสียหมด เหมือนกลัวว่าผมจะทำข้าวของเสียหาย จนผมรู้สึกหงุดหงิดทนไม่ไหว ต้องพูดว่า

"ผมรู้สึกว่า คุณไม่อยากจะขายผมนะ คงคิดว่าผมไม่มีปัญญาจะซื้อใช่มั๊ย"

   ผมถามตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อมและจ้องมองเธออย่างรอฟังคำตอบ จนเธอสะอึกนิ่ง แล้วเธอก็พ่นลมหายใจ ก่อนตัดสินใจพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์พอกัน ว่า

   "คุณพูดมาตรงๆ อย่างนี้ก็ดีแล้ว ฉันก็จะพูดตรงๆเหมือนกัน เอาจริงๆนะฉันก็คิดว่าคุณไม่มีปัญญาจริงๆนั่นแหละ ฉันไม่รู้ว่าคุณผ่านการกรองการเป็นลูกค้าที่จะให้พามาดูสถานที่จริงได้ยังไง คุณเองก็ไม่มีงานทำไม่ใช่เหรอ ทั้งยังไม่มีธุรกิจด้วย ดูสภาพก็ไม่น่าจะรวย แล้วคุณจะเอาปัญญา..ที่ไหน.เออ."

   เธอพูดยังไม่ทันจบก็ต้องสะดุดหยุด พูดต่อไม่ถูก เพราะผมเปิดแอปบัญชีธนาคารบัญชีหนึ่ง ยื่นให้เธอเห็นจะจะจ่อตรงหน้า ตัวเลขมันโชว์ว่ามีเงิน พันกว่าล้าน มันทำเธอถึงกับอึ้งและพูดต่อไม่ออก แล้วผมก็พูดแทนว่า

   "ที่ผมผ่านเพราะว่าผมส่งสำเนาสมุดบัญชีไปให้เขาดู และบอกเขาว่าผมจะซื้อด้วยเงินสด และจะซื้อทันที หากคอนโดไม่มีปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอะไร แต่ตอนนี้ผมว่า ผมเปลี่ยนใจดีกว่า เพราะผมรู้สึกไม่ประทับใจกับงานขายของคุณเท่าไหร่ ขอบคุณก็แล้วกันที่อุสาห์พาขึ้นมาดู"

   แล้วผมก็หันหลังกลับ เดินจ้ำออกไปตามทางที่เข้ามา และออกไปที่ลิฟท์
วินาทีนั้น วิภาวีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ปากก็หนักจนพูดไม่ออก ขาก็ก้าวไม่ไป พอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งตามผมมา แต่ไม่ทัน ผมเข้าลิฟท์และปิดประตูไปก่อน

วิภาวีร้อนใจอย่างที่สุด รีบวิ่งไปที่ลิฟท์อีกตัว และพยายามกดเร่งให้มันขึ้นมารับเธอ ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นผู้จัดการเธอโทรมา เธอรีบกดรับ โดยที่เธอยังไม่ได้พูดอะไร ผู้จัดการก็พูดมาก่อนว่า

"วิ พี่ไปดูมาแล้ว ลูกค้ามีเงินนะ และพร้อมจะซื้อเลยทันที ดูแลเขาดีๆ หละ งานนี้เธอได้แน่"

มันช้าไป เธอรู้แล้ว แล้วตอนนี้เธออยากจะร้องไห้ และไม่รู้จะพูดอะไร เลยตอบรับเพียงสั้นๆว่า ค่ะ พร้อมกดวางสาย แล้วกดเร่งให้ลิฟท์มารับเธอเร็วๆ

   วิภาวี มาทันผม ตอนที่ผมยืนรอรถโบกแท็กซี่ ที่หน้าคอนโด ตอนนั้นแท็กซี่มาพอดี เธอรีบวิ่งเข้ามาเกาะต้นแขนผมรั้งดึงตัวไว้ ก่อนที่ผมจะเปิดประตูก้าวขึ้นแท็กซี่

   "เดี๋ยวค่ะ คุณ นันทชัย ฉัน ฉัน เออ ฉันขอโทษจริงๆ คือฉันไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆค่ะ ยกโทษให้ฉันนะคะ"

   เธอรีบพูดอ้อนวอน สีหน้าน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ แต่ผมรู้สึกไม่สบอารมณ์และโมโหจริงๆ เลยพูดว่า

   "ผมบอกแล้วไง ว่าผมไม่อยากจะซื้อแล้ว ก็คุณบอกว่าผมไม่มีปัญญาไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าไม่มีปัญญาจะซื้อของคุณจริงๆ ผมจะลองไปหาบริษัท ที่เขามองผมว่ามีปัญญาซื้อของเขาดีกว่า"

   วิภาวี แทบร้องไห้ เพราะค่าคอมมิชชั่นจากงานนี้หมายถึงชีวิตเธอ และเธอจะปล่อยให้ลูกค้าที่จะซื้อคอนโดหลักร้อยล้าน ในขณะที่เศรษฐกิจประเทศอยู่ในขาลงอย่างนี้ไปไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันในตอนนั้น ได้แต่นึกโทษตัวเองที่ปากพล่อยพูดไม่ดีใส่เขา

   "ปล่อย...ปล่อยแขนผมได้แล้ว"

   ผมบอกเสียงเย็นชา มองด้วยหางตาไปที่มือของเธอที่จับต้นแขนผมอยู่ไม่ยอมปล่อย ทำให้ผมต้องสะบัดแขนให้หลุดจากการยึดจับของเธอ และขึ้นแท็กซี่ปิดประตูรถ

ทันทีที่มือเธอถูกสะบัดหลุด และแท็กซี่วิ่งออกตัวไป มันเหมือนกับความหวังของเธอสูญสิ้นและได้เสียลูกค้าตนสำคัญไปแล้ว แถมไม่แค่นั้นเธออาจจะถูกไล่ออกหากเรื่องนี้รู้ไปถึงบริษัท ว่าเหตุที่ลูกค้าไม่ซื้อเป็นเพราะเธอเอง

   พอนึกถึงอนาคตที่ดับวูบแล้ว เธอถึงกลับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ มันไหลออกมาจนเธอห้ามมันไม่ได้ แล้วเธอก็ร้องไห้ออกมาจริงๆ

   ที่วิภาวี ต้องเสียใจขนาดนี้ ก็เพราะเธอมีความจำเป็นที่ต้องการใช้เงินอย่างยิ่งยวด และค่าคอมมิชชั่นจากการขายคอนโดหลักเกือบสองร้อยล้าน จะสามารถช่วยเธอได้ เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้งานนี้มา แม้กระทั้งยอมนอนกับผู้จัดการของเธอที่เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย แต่แล้วเธอก็ทำมันพังด้วยความโง่ของตัวเอง ที่ด่วนตัดสินคนเร็วไปโดยไม่รอดูให้ดีก่อน
   มิหน่ำซ้ำ เธออาจจะถูกไล่ออกเลยก็ได้ หากเขาเอาเรื่องไปฟ้องผู้จัดการใหญ่ ถ้าถึงขั้นนั้นแม้แต่ผู้จัดการฝ่ายขายก็ช่วยเธอไม่ได้ ทุกอย่างในชีวิตของเธอเหมือนจะดับวูบลง จนเธออยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด

ในตอนนั้นผู้จัดการของเธอก็โทรมาอีก เพราะรู้สึกตระหงิดใจ จากการที่เขาโทรไปบอกและเธอตอบมาเพียงสั้นๆ แถมน้ำเสียงก็ไม่สู้ดี คิดว่าเธออาจจะมีปัญหาจึงโทรมาอีก วิภาวีจำต้องกดรับสาย แต่เมื่อผู้จัดการฟังเสียงของเธอที่แหบสะอื้นเหมือนคนที่กำลังร้องไห้ ก็รู้ทันทีว่ามีปัญหาแน่นอน เลยเค้นสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

วิภาวีหมดทางออก จำต้องเล่าเรื่องไปทั้งหมด คิดว่าผู้จัดการจะหาทางออกให้เธอได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำด่าชุดใหญ่

"เธอนี่มันโง่จริงๆ แล้วจะพาฉันซวยไปด้วย นี่ถ้าเขาเอาเรื่องไปฟ้องบริษัท ฉันจะต้องโดนตรวจสอบแน่นอน แล้วเรื่องที่ฉันล็อกงานให้เธอ บริษัทอาจสงสัยก็ได้ ให้ตายเหอะ ฉันไม่น่าไปยุ่งกับเธอเลยจริงๆ ไป ไปเลย ไปทำวิธีไหนก็ได้ ให้เขากลับมาซื้อให้ได้ ถ้าเธอทำไม่ได้ ก็เตรียมรับผิดไปทุกอย่าง และลาออกไปได้เลย"

วิภาวีสะเทือนใจจนอยากจะร้องไห้โฮ เพราะนอกจากผู้จัดการจะไม่คิดช่วยหาทางออกให้เธอแล้ว ยังจะเอาความผิดทั้งหมดมาลงที่เธอด้วย ซึ่งเธอคิดว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะความผิดส่วนหนึ่งก็มาจากผู้จัดการ ที่ไม่ตรวจเช็คประวัติลูกค้าให้ดีก่อน ก่อนที่จะส่งมาให้เธอ ทำให้เธอเข้าใจผิด แต่ตอนนั้นเธอก็ได้แต่กล่ำกลืนเอาไว้ พลันปาดเช็ดน้ำตา และคิดหาวิธีแก้ไข

ในขณะนั้น ผมอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าที่ไม่ไกลจากคอนโดนัก หลังจากออกตากคอนโด ผมก็ให้แท็กซี่มาส่งที่นี่เพื่อเดินหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ เนื่องจากคิดแล้วว่า หากผมไม่ต้องการเจอเหตุการณ์อย่างนี้อีก ผมอาจจะต้องแต่งตัวให้ดูดีขึ้น

ไม่นานนักโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น มันเป็นเบอร์ของวิภาวี ที่โทรเข้ามา ผมตัดสายทิ้ง โดยไม่สนใจ แล้วก็เดินเลือกซื้อเสื้อผ้าของผมต่อ แต่มันก็ดังขึ้นมาอีก เป็นอย่างนี้ ถึงสามสี่ครั้ง เรียกว่าเธอตื้อไม่เลิกจริงๆ จนผมนึกรำคาญและอยากจะฟังเธอพูดเสียแล้ว ดูว่าเธอจะพูดอะไรบ้าง

   "ฮัลโหล"

   "ค่ะ ฉัน วิภาวี เองค่ะ คุณ นันทชัยได้โปรดเถอะค่ะ ให้เวลาให้ฉันได้คุยกับคุณสักนิดเถอะค่ะ"

   "อ่าว ก็คุยมาซิ"

   "คือ..ให้ฉันไปพบได้มั๊ยค่ะ"

   "จำเป็นด้วยเหรอ คุยกันทางโทรศัพท์ก็ได้"

   "ข้อร้องนะคะ ฉันอยากจะขอโทษคุณจริงๆ ให้ฉันไปพบคุณนะคะ"

   เสียงเธออ้อนวอนอย่างน่าสงสารจนผมอดใจอ่อนไม่ได้

   "ก็ได้ ผมอยู่ที่ห้างพารากอน ถ้าอยากมาก็มา"

   เธอรีบบึ่งตรงมาหาผมอย่างไว และห้างพารากอนก็อยู่ไม่ไกลจากคอนโดที่ผมจะซื้อมากนัก ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึง และโทรถามผมว่าอยู่ชั้นไหน ผมก็บอกไปอยู่ศูนย์อาหาร แล้วเธอก็มาเดินมาหาจนเจอ

   ตอนนั้นผมยังเลือกซื้อเสื้อผ้าไม่ได้สักตัว เพราะปวดหัวกับเธอที่โทรตามตื้อตลอด ก็เลยมากินข้าวรอ พอเธอมาถึงก็หน้าจ๋อยมาเลย และขยับตัวนั่งลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว จากนั้นเธอก็ยกมือไหว้ขอโทษผม และพูดขอโทษสำนึกผิดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และขอร้องอย่าให้ผมนำเรื่องไปฟ้องบริษัท

   ตอนนั้นเธอดูน่าสงสารทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อย บวกกับหน้าตาที่น่ารักสายแบ้ว มันเลยชวนให้น่าเอ็นดู ความจริงผมก็นึกสงสารอยู่ แต่อีกใจหนึ่งผมก็นึกมันเขี้ยวในสิ่งที่เธอทำกับผม เลยอยากให้เธอได้สำนึก เลยมีท่าทีเย็นชาไม่ได้พูดหรือรับปากอะไร เพียงแต่นั่งฟังเฉยๆ

เธอรบเร้าเซ้าซี้ผมอยู่นานเลย จนกระทั้งหมดมุกที่จะพูด แต่ผมก็ไม่มีที่ท่าจะตอบสนอง พลันรู้สึกสะทกสะท้อนใจจนน้ำตาคลอ พูดเสียงอ้อนแกมขอร้องว่า

   "นู๋ข้อร้องค่ะพี่ พี่ก็อยากได้คอนโดนี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นู๋อาจจะเสียมารยาทต่อพี่ แต่นู๋ก็ขอโทษแล้วไง ยังไงพี่ก็อย่าเอาเรื่องนู๋ และช่วยนู๋ซื้อคอนโดหน่อยเถอะ ถ้านู๋ขายไม่ได้และไม่ได้เงินคอมมิชชั่นก้อนนี้ นู๋ตายแน่ๆ"

   เสียงเธอเบาแหบ และพูดไม่เต็มเสียงนัก จนบางคำผมฟังไม่ได้ศัพท์ และมีอาการเหมือนจะร้องไห้ แถมยังใช้สรรพนามเรียกผมว่าพี่ เรียกตัวเองว่า นู๋ ทั้งที่เธอน่าจะอายุเท่าผม หรือไม่ก็อาจจะแก่กว่าปีสองปี

   ผมแทบ ร้องโอ้โห คิดในใจว่า งานบีบน้ำตาก็มา นี่คงเป็นมิติใหม่แห่งการขายคอนโด เลยพูดอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อว่า
   "ขายไม่ได้นี่ ถึงตายเลยเหรอ เกินไปหรือป่าว"

   "นู๋ไม่ได้โกหกนะจริงๆนะ คือนู๋.. เออ นู๋บอกตามตรงเลยก็ได้ นู๋เป็นหนี้นอกระบบ ถ้านู๋ไม่มีใช้เขา นู๋ตายแน่ๆ และถ้าขายคอนโดนี่ได้ นู๋จะได้เงินมากพอเอาไปใช้หนี้ พี่นู๋ขอร้อง พี่ช่วยซื้อหน่อยนะ"

   เธอพูดไปสะอื้นร้องไห้ไป ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยจริงๆกับคำพูดของเธอ ทำให้ผมต้องนิ่งคิดมองเธอนั่งสะอื้นร้องไห้อย่าง คลางแคลงใจ สักพักผมก็เลยพูดอย่างที่เล่นทีจริงหยั่งเชิงดูว่า

   "ถ้าผมช่วยคุณซื้อเนี่ย คุณจะมีอะไรตอบแทนผมบ้างหละ มาเป็นเมียผมสักวันหนึ่งมั๊ย มันดีกว่าคุณต้องตายนะ"

   ผมคิดว่า พอผมพูดประโยคนี้เธอจะต้องด่าผมและลุกหนีไปเลย ไม่คาดว่าเธอกลับสะอื้นหนัก น้ำตาไหลไม่หยุด และก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรอยู่นาน จนผมต้องถามย้ำว่า

   "เอ้า เอายังไง ถ้าเธอรับข้อเสนอนี้ ฉันก็ตกลง ถ้าไม่เธอก็กลับไปเหอะ อย่ามาเสียเวลาเลย"

   ผมได้ทีก็ซ้ำเติม คิดว่าเธอคงไม่ตกลงหรอก แล้วก็คงกลับไป แต่ไม่คาดว่า เธอเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจปาดเช็ดน้ำตาเหมือนตัดสินใจได้ แล้วพูดว่า ค่ะ สั้นๆแต่ได้ใจความ

   คราวนี้คนที่ตะลึงคือผมเอง เพราะมันผิดคาด เลยมองหน้าเธอที่นัยน์ตาที่แดงกร่ำ แต่แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยวเหมือนตกลงปลงใจแล้ว เลยทำให้ผมไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เธอพูดมานั่นจริงหรือเท็จ แต่จะจริงหรือเท็จมันก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ ผมไม่คิดว่าเธอจะสิ้นคิด ยอมรับข้อเสนอนี้ เพราะเธอนั้นยังมีงานการทำที่ดี แถมหน้าตาก็สวยน่ารักด้วย อายุก็ไม่เยอะ อนาคตน่าจะมีดีกว่านี้ และไม่น่าใฝ่ต่ำสิ้นคิดมักง่ายขนาดนี้เลยจริงๆ

ทำให้ผมต้องมองเธออย่างเหยียดๆ ในใจทั้งนึกเสียดายและสมเพศไปพร้อมกัน แต่อีกใจหนึ่งก็มีอารมณ์เงี่ยนขึ้นมา เพราะจะได้มีโอกาสเย็ดเธออย่างคาดไม่ถึง

ทีนี้ทำให้ผมเข้าใจโลกอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ ว่าผู้หญิงพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเงิน นั่นมีอยู่ถมถืดและคนมีเงินคือพระเจ้าจริงๆ อยู่ดีๆ ก็มีโอกาสแบบนี้เข้ามาหาง่ายๆ นี่ถ้าไม่รวยก็ไม่รู้จริงๆ

ดีแหละ ผู้หญิงแบบนี้กูจะเย็ดให้หนำควยเลย ผมคิดอย่างมันเขี้ยวในใจ พร้อมอารมณ์เงี่ยนที่ลุกโชน แต่ผมคิดว่าการทำสัญญาปากเปล่ามันไม่น่าเชื่อถือ เลยแอบเอาโทรศัพท์บันทึกเสียง และพูดคุยย้ำถึงข้อเสนออีกครั้ง ซึ่งเธอก็รับปาก
ผมก็เลยตอบตกลงที่จะซื้อ โดยให้เธอเตรียมเอกสารรวมถึงสัญญา แล้วผมจะกลับไปเซ็นต์ที่คอนโด

วิภาวี ไม่ได้แสดงอาการดีใจมากนักที่ผมตอบตกลง นั่นเพราะต้องแลกมากับการที่เธอจะต้องเสียตัว เธอเดินอย่างเงียบงันพาผมไปลานจอดรถ ขึ้นรถของบริษัทที่เธอขับมา โดยที่เธอเป็นคนขับและผมเป็นคนนั่ง

ระหว่างที่ขับไป กระโปรงที่สั้นของเธอตอนนั่งขับรถ มันถลกร่นขึ้นจนเธอต้องดึงลงบ่อยครั้ง ทำให้ผมมองจนวาบหวิว และอดไม่ได้ที่จะเอามือไปวางจับขาอ่อนเธอ

   "อุ้ย อย่า ค่ะ"

   เธอสะดุ้งร้องห้าม แต่ผมกลับยิ้มแล้วพูดว่า

   "ทำไมหละ เดี๋ยวคุณก็เป็นของผมแล้วนี่"

   เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากใจ แต่ก็ไม่มีอะไรจะพูด และไม่ห้ามอีก ปล่อยให้ผมจับลูบล้วงไป ในตอนนั้นมือผมลูบไล้ขาอ่อนของเธอ เนื้อถุงน่องและเนื้อขาอ่อนที่เนียน เวลาลูบไล้รวมกันมันได้รสสัมผัสที่มือที่ดีจริงๆ

แล้วผมก็ทนไม่ไหว ที่จะลูบล้วงลึก โดยใช้มือลูบดันร่นกระโปรงเธอถกขึ้นไป จนเห็นกางเกงในสีดำเข้าชุดกับถุงน่องแผลมออกมา เธอหุบขาไว้ แต่ผมก็จับขาเธอกระตุกแยกออกแรงๆ เหมือนแทนคำพูดว่าอย่าขัดขืนสิ เธอไม่กล้าขัดขืนจริงๆ เพียงแต่กัดริมฝีปากกล่ำกลื่นกับสิ่งที่ได้รับ และปล่อยให้ผมรุกล้ำเข้าใกล้ของสงวน

   แล้วผมก็ลูบจับไปถึงเป้ากางเกงในพร้อมบดบี้หอยเธอเล่นเบาๆ ยามบดบี้เคล้าคลึง ผมรู้สึกได้ถึงเนินเนื้ออ่อนที่โหนกนูนนุ่มนิ้มและขนหมอยที่บดถูกับเนื้อผ้ากางเกงใน มันทำให้ผมตื่นเต้น เงี่ยนจนควยแข็ง และรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่แตกต่างจากผู้หญิงที่ผมเคยผ่านมา เนื่องเพราะเธอสวยน่ารักกว่ามาก

ก่อนหน้านี้ผมเคยผ่านการมีแฟนมาแล้ว และแฟนเก่าผมก็หน้าตาธรรมดากันทั้งนั้น ไม่มีใครสวยหรือน่ารัก และมีหุ่นที่น่าเย็ด ได้ครึ่งของ วิภาวี ความสวยน่ารักหุ่นดี ในระดับของวิภาวี หากเป็นผมเมื่อก่อน ผมคงได้แต่ฝันถึงเอาเท่านั้น

แต่ตอนนี้มันเป็นความจริง ที่ผู้หญิงสวยๆอย่างเธอ มานั่งให้ผมลูบล้วงหี อย่างที่ไม่มีทางขัดขืน มันเลยตอบสนองความใฝ่ฝันของผมมานาน อารมณ์ความรู้สึก มันเลยได้ฟิวอย่างมาก

และผมยิ่งฟินขึ้นไปอีก เมื่อหีของเธอมีการตอบสนอง มันอ่อนตัวนิ่มลง กลีบแคมบานออกและแยกตัวแหวกเป็นร่อง พร้อมกับความเปียกชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้ากางเกงในออกมา โว้ย แทบทนไม่ไหวอยากจะเย็ดเธอเลยจริงๆ

   แต่เผอิญแม่งถึงพอดี ก็เลยต้องยุติไว้ก่อน แล้วจากนั้นเธอก็พาผมขึ้นไปบนชั้นเพนท์เฮาส์ นำเอกสารที่เตรียมมา เข้าสู่การทำสัญญาซื้อขาย และค่อยนัดวันโอนกันอีกที

   หลังจากผมเซ็นสัญญาเสร็จ ผมก็ไม่รีรอ และเข้าไปประกบกอดเธอจากด้านหลัง และทั้งจูบทั้งไซ้ซอกคอ มือซ้ายลูบล้วงหี มือขวาบีบจับนม นัวเนียจนเธอดีดดิ้นปัดป้อง ร้องอิดออดว่า

   "อุ๊ย พี่ เดี๋ยวก่อน ต้องรอวันโอนก่อนค่ะ"

   ผมถึงกับชะงัก ก่อนพูดด้วยความไม่พอใจว่า

   "อะไร ทำไมต้องรอวันโอน ก็ฉันเซ็นต์สัญญาแล้วก็เท่ากับฉันซื้อแล้วไง"

   วิภาวีสีหน้าไม่สู้ดี ท่าทีรุกรนมีพิรุธ แต่ก็พยายามตอบแบบปัดไปว่า

   "ก็มันยังไม่ถือว่าสมบูรณ์ ถ้านู๋ยอมพี่วันนี้  แล้วพอพี่ได้นู๋แล้ว แล้วพี่ยกเลิกสัญญาหละ นู๋จะทำยังไง เอาไว้รอวันโอนดีกว่าค่ะ นู๋จะได้สบายใจ"

   ในตอนนั้นผมรู้สึกตะหงิดๆ ว่าชักไม่ชอบมาพากล รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะโดนหลอก ก็เลยพูดอย่างโมโหว่า
   "ฉันจะยกเลิกได้ยังไง ถ้าฉันยกเลิก ฉันก็ต้องเสียค่าปรับ นี่มึงจะเบี้ยวกูใช่มั๊ย อีกระหรี่"

   "พี่ นู๋ ไม่ใช่กระหรี่นะ อย่ามาด่านู๋อย่างนี้ นู๋ไม่ชอบ"

   เธอขึ้นเสียงสวนคำอย่างโมโห และทำเป็นออกอาการฝึดฝัดเก็บเอกสารสัญญาเข้ากระเป๋า ตีเนียนทำท่าจะกลับ
   ผมต้องร้อง อ่าว อีนี่เบี้ยวกูจริงๆ ตอนนั้นทั้งโมโหที่ถูกหลอก และโมโหที่เงี่ยนค้าง เลยไปกระชากมือเธอรั้งดึงไว้
   วิภาวีตกใจ รีบร้องโวยวายว่า

   "พี่ จะทำอะไร ปล่อยนะ ไม่งั้นนู๋จะแจ้งตำรวจ"

   "อีห่า มึงยังกล้ามีหน้าเอาตำรวจมาขู่กูเหรอ ดี งั้นกูจะให้มึงฟังอะไร"

   ผมล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดเล่นไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ มันบันทึกเสียงสนทนาของผมกับเธอในข้อตกลงที่พูดคุยกันไว้ และเสียงถ้อยคำสนทนามันก็ดังชัดเจน จนเธอหวั่นวิตก
แล้วผมก็พูดว่า

   "มึงเรียกมาเลยตำรวจ กูจะแจ้งจับมึงเหมือนกัน ข้อหาหลอกให้กูมาเซ็นต์สัญญาซื้อขาย งานนี้มาลองดูกันว่าใครจะอยู่ใครจะไป สัญญามึงเป็นโมฆะแน่ และมึงจะโดนจับเข้าคุกด้วย"

   วิภาวีหน้าถอดสี เธอไม่รู้ว่าถูกแอบบันทึกเสียงเอาไว้ ในตอนแรกที่เธอรับปากขอเสนอเพราะหมดหนทาง ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบรับปากไปก่อน แล้วจะหาวิธีถ่วงเวลาชิ่งเอาทีหลัง แต่ปรากฏว่ามันไม่เป็นอย่างที่เธอคิด แถมตอนนี้ยังเข้าตาจนหนักกว่าเดิม

   น้ำตาเธอค่อยๆไหลร้องไห้ออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก แล้วพูดอ้อนวอนว่า
   "พี่นู๋ขอโทษ นู๋ไม่มีทางเลือกจริงๆ พี่ปล่อยนู๋ไปเถอะนะ"

ผมยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งนึกโมโห เพราะไอ้ตอนแรกก็มาแบบนี้แหละ แล้วก็เสือกมาหลอกกูจนได้ ก็เลยตวาดว่า
   "มึงไม่ต้องร้อง มาอ้อนวอนกูอีกระหรี่ คราวนี้กูไม่ใจอ่อนแล้ว ตอนนี้มึงมีสองทางเลือก คือทำตามสัญญา หรือจะให้เป็นคดี ก็เลือกเอา"

   วิภาวี นึกอะไรไม่ออก ตอบอะไรไม่ได้จริงๆ เธอเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ ผมเห็นก็ชักรำคาญ จัดการถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมด เธอเห็นแบบนั้นก็ยิ่งสะเทือนใจหนักกว่าเดิม คิดว่าไม่มีทางรอดแน่ๆ พลันก้มหน้าสะอื้นร้องไห้หนักกว่าเดิม

   ผมพอแก้ผ้าหมด ก็ไปยืนตรงหน้า สาวควยจนแข็ง แล้วสั่งเธอว่า
   "เอ้า อมให้กูหน่อยซิ"

   เธอไม่กล้าเงยหน้ามอง ยังนั่งก้มหน้าสะอื้นอยู่ จนผมต้องก้มลงไปจับมือเธอข้างหนึ่งขึ้นมาจะให้มาจับควยผม เธอแข็งมือขัดขืนจนผมนึกโมโห กระชากเสียงใส่ว่า

   "มึงจะเอายังไง อีกระหรี่ ถ้ามึงทำตามสัญญาทุกอย่างมันก็จบแล้ว หรือมึงอยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา"

   ผมบอกและดึงมือเธอให้มาจับควยใหม่ แล้วจับมือเธอบังคับให้สาวควยชักว่าวให้ คราวนี้เธอไม่กล้าขัดขืนอีก แต่เบือนหน้าหลบร้องไห้สะอื้น ส่วนมือก็จับควยผมสาวไปมา ควยเจ็ดนิ้วของผมแข็งโป้งสู้มือของเธอมันแข็งจนเส้นเลือกโปนปูด หัวควยบานและมีน้ำใสๆเหนียวๆตรงรูเยี่ยวหยาดเยิ้มออกมา มันบ่งบอกถึงความเงี่ยนของผมได้เป็นอย่างดี

   ในตอนนั้นผมมองดูเธออย่างยิ้มเยาะสะใจ ที่เธอคิดจะหลอกผม แต่สุดท้ายก็ไปไหนไม่รอด แล้วผมก็พูดสั่งเธอว่า

   "ใช้ปากมึงด้วยสิ อีกระหรี่"

   พร้อมกับที่สั่ง ผมกดหัวเธอเข้าหา เอาควยดันถูไปที่ปากที่เม้มปิดของเธอ ที่แรกเธอไม่ยอมอ้าปาก พอผมตะคอกไปอีกที เธอก็ค่อยๆอ้า อย่างจำยอม ผมจึงดันควยเข้าปากเธอ

   วินาทีแรกที่ควยรูดผ่านริมฝีปากเข้าไปในช่องปากเธอนั่น มันช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษ และสะใจผมจริงๆ จนผมอดไม่ได้ที่จะดันสะโพกซอยเข้าออกช้าๆ ให้เธอได้รับรสชาติควยของผมอย่างเต็มที

   วิภาวี รู้สึกขยักแขยงทุกครั้ง ที่ต้องอมควยให้กับชายอื่นที่ไม่ใช่คนที่ตัวเองรัก ถึงเธอจะเคยผ่านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยทำใจได้ ยิ่งผู้ชายคนนี้มีแต่ความกักขฬะ กระทำกับเธออย่างหยาบโลนและจิกหัวด่าเธอด้วยคำว่า กระหรี่ ตลอดเวลา ยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกว่าตัวเอง ด้อยค่าลงไปทุกที ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้ ดันควยโยกเย็ดสอดเข้าออกไปในปากเธอ ยิ่งทำให้เธอสะทกสะท้อนใจกับชีวิตของตัวเอง จนน้ำตาไหล

   เมื่อผมโยกควยเย็ดปากเธอจนหนำใจแล้ว ผมก็สั่งเธอ ว่า
   "อีกระหรี่ ใช้ลิ้นของมึงด้วย เลียควยกูให้ทั่วเลย"

   วิภาวี ทำตามที่บอก แต่เธอก็ทำอย่างไม่ได้เต็มใจนัก แต่แค่นั่นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ผมเสียวอย่างเพลิดเพลิน

   "อู๊ยยย ซีดส์ อืมมมม ดี ยังงี้สิ เสียวดีจริงๆ ยอมเสียแต่ทีแรกก็จบแล้ว"

   ผมครางบอก พร้อมอาการเสียวหัวควยจนเกร็งท้อง มันเป็นรสชาติที่ผมเคยได้แต่มโน ที่จะเห็นผู้หญิงสวยๆน่ารักมาอมควยให้แบบนี้ แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นจริง แม้เธอจะทำมันด้วยความไม่เต็มใจ แต่มันก็ช่างวิเศษเหลือเกินสำหรับผม

และยิ่งเห็น วิภาวี ขัดขืนผมไม่ได้ สั่งอะไรก็ต้องทำ มันยิ่งปลุกเร้าตัวตนของผมที่หลบซ่อนอยู่ภายในให้ตื่นขึ้นมา ภาพต่างๆในหนังโป๊ av ต่างประเดประดังเข้ามาในหัว มันล้วนเป็นสิ่งที่ผมอยากทำกับเธอทั้งนั้น และนั่นทำให้ผมค่อยๆจิตหลุดลอยไป ทุกอย่างรอบๆตัวผมเหมือนตกอยู่ในความฝัน ทำให้ผมกล้าทำทุกอย่างที่คิดอยากจะทำ

   "เงยหน้าขึ้นมา อีกระหรี่ กูอยากเห็นหน้ามึง ตอนอมควยกูชัดๆ "

   ผมบอกพร้อมจิกดึงรั้งผมของเธอให้เงยหน้า วิภาวีสีหน้าแสดงอาการเจ็บเล็กน้อย และเงยหน้ามองผมด้วยสายตาละห้อย พร้อมกับดูดเลียควยผมอย่างต่อเนื่อง
   "ดี อีกระหรี่ ทำเร็วๆ กูชอบ ซีดดดดส์"

   วิภาวี เลยห่อปากรับท่อนควย รูดดูดเข้าออก และเร่งโยกหัวโม๊ก จนเสียงดูดควยเย็ดปาก ดัง บ๊วบๆๆๆๆๆ
   "อู๊ยยยยยยย สุดยอดเลยอีกระหรี่ มึงนี่เก่งจริงๆ ซีดดดดส์ โอ้ว ซีดดดส์ โอ้ว ซีดดส์ โอ้ว"

   ผมครางร้องเร่งตามจังหวะ ดูดด๊วบควยของเธอ น้ำลายของเธอถูกควยเข้าไปตีรวนในปากจนไหลย้อยหยดยืดออกมาหยดแหมะลงพื้น

ในตอนนั้นผมรู้สึกว่า วิภาวีเริ่มเคลิ้มคล้อยตามแล้ว การดูดโม๊กควยของเธอไม่ได้ฝืนเหมือนในทีแรก ผมรู้สึกได้จากที่ลิ้นของเธอเล่นวนกับหัวควยผม เวลาที่เธอโม๊กควยผมดูดเข้าไป และตอนนี้ผมแทบไม่ต้องจับบังคับโยกหัวเธอเหมือนทีแรกเลย เธอทำด้วยตัวของเธอเอง มันทำให้ผมต้องเผยยิ้มอย่างพอใจ พร้อมกับความเสียวที่มากขึ้น

   บ๊วบๆๆๆๆๆๆๆๆ

   "โอ้ววว ซีดดดส์ มันส์ควยดีจริงๆ อีกกระหรี่ มึงดีมาก ซีดดส์"

   ผมแหงนหน้า กัดฟัน  ซีดดส์ปากบอก และยิ่งผมบอกชมเธอเท่าไหร่ ก็เหมือนเธอก็ยิ่งทำหนักขึ้นเท่านั้น จนผมรู้สึกทนไม่ไหวอยากจะน้ำแตกแต่ก็พยายามอั้นไว้

   บ๊วบบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

   "โอ้ววว ซีดส์ อ๊รากกกกกกกกกกกก"

ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ร้องคำรามเสียงยาว ปล่อยน้ำเข้าเต็มปากเธอที่กำลังโม๊กอยู่ เธอถึงกับตกใจเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว รีบคลายปากออกและบ้วนน้ำควยทิ้ง ตอนนั้นน้ำควยไม่เพียงแตกใส่ปากเธอเท่านั้น เพราะตอนที่เธอรีบคลายปากถอนออก มันยังมี ปี๊ดที่สองที่สามตามมา และพุ่งเลอะทั้งปากทั้งจมูกเธอ
ผมไปจิกหัวเธอขึ้นมา แล้วพูดเหมือนคนจิตหลุดว่า

   "อย่าทิ้งสิ ของดีๆ ทิ้งทำไม มา มา เลียกินนี่ก็ได้"

   แล้วจับควยปาดเช็ดน้ำควยที่เลอะรอบปาก ดันถูไถไปที่ปากเธอจะให้เธอเลียดูดใหม่ วิภาวี เม้มปากหลบอิดเอื้อนบ่ายเบี่ยง พูดว่า
   "พี่ไม่เอานะ นู๋ไม่กิน นะ"

   เธอปฏิเสธ แต่ผมไม่ฟัง จับควยที่ปาดเปื้อนน้ำควยนั้น พยายามดันควยเข้าปากเธอให้ได้ และบอกให้เธอดูด เธอเห็นผมพยายามจะทำให้ได้ก็กลัวที่จะแข็งขืน เลยต้องยอมอ้าปากดูดเลียควยที่เปื้อนน้ำควยให้จนมันสะอาด

   "ต้องอย่างนี้สิอีกระหรี่ มึงนี่สุดยอดจริงๆ ซีดดส์ มา เดี๋ยวกูจะทำให้มึงมั่ง"

    แล้วผมก็จับตัวเธอ ช้อนอุ้มขึ้น และอุ้มเดินเข้าไปในห้องโถง พาไปที่โซฟาตัวใหญ่ที่ใช้เป็นที่นอนเล่น จากนั้นก็วางเธอลงไปนอนพร้อมขึ้นค่อมทับตัวเธอ และกมหน้าลงจูบปาก ตอนนั้นเธอไม่ยอมจูบด้วยพยายามปิดปากบิดหน้าเบื้อนหนี แต่ผมก็ไม่สนใจ คิดว่าไม่จูบก็ไม่จูบ เลยเลียทั้งปากทั้งจมูกของเธอ และก้มลงมาไซ้ซอกคอ จูบดูดซอกคอเธอจนแดง แล้วก็ถอดดึงเสื้อสูทตัวนอกเธอออก จากนั้นก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวข้างใน จนเห็นยกทรงสีดำลายลูกไม้ปิดนมแบบครึ่งเต้าที่บีบรัดโชว์เนื้อเนินหน้าอกข้างบน นมของเธอใหญ่ใช่เล่น เพียงแต่เธอเป็นคนซ่อนรูป และถูกบดบังด้วยเสื้อสูท จึงมองไม่ออกว่าเธอเป็นคนมีหน้าอกใหญ่ เมื่อเปิดมาแล้วถึงได้รู้ว่า เธอมีขนาดคัพ E เลยที่เดียว

   เธออายจนเอาท่อนแขนปิดหน้า แต่ไม่มีทีท่าดิ้นรนขัดขืน คิดว่าคงทำใจยอมรับแล้ว ผมเลยใช้นิ้วเกี่ยวยกทรงของเธอลง นมของเธอก็หกออกมาเด่นอยู่ข้างนอก มันเป็นเต้าตูมสวย ดูเด่งนุ่มนิ่มน่าจับน่าบีบส่วนหัวนมก็ชูชันล่อปากให้เข้าไปดูด แล้วผมก็อดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงไปจูบฝัดนมเธออย่างหื่นกระหาย ทั้งดูดทั้งจูบและไซ้ไปทั้งสองเต้า ใช้มือบีบบดบี้เคล้าคลึง ปากก็ตอดดูดจูบหัวนม จนเสียงดัง จ๊วบจั๊บๆ

   "เอาะ......อ๊อยยยยยย"

   เธอครางสะท้านจนห่อตัว และใช้สองมือดันไหล่ผมพร้อมเอียงหน้าหลับตา ผมเห็นอาการตอบสนองความเสียวของเธอช่างน่าหลงใหล เลยชวนให้จัดการดูดเลียฟัดเต้านมของเธอทั้งสองข้างหนักหน่วงขึ้นไปอีก

   "จ๊ววบบบ แจ๊บบบ จั๊บบ จุ๊บๆๆ อืมส์ เป็นยังไง อีกระหรี่ เสียวนมดีมั๊ย"

   เธอไม่ได้ตอบ ได้บิดตัวไปมา และกัดริมฝีปากคราง อ๊อยยย ทุกครั้งที่ถูกปากดูดตอดกระตุ้นหัวนม แค่นี้ก็บอกได้ว่าเธอเสียวแค่ไหน ตอนนั้นผมหื่นจนคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ เหมือนสัตว์ร้ายที่หิวกระหายกำลังกัดกินเหยื่อ ผมทั้งฝัดทั้งดูดนมเธออย่างตระกละตระกาม และกระชากดึงเสื้อเชิ้ตเธอจนกระดุมหลุดขาดหมด

   จากนั้นผมก็ไซ้จูบโลมเลียลงมาที่ท้องและถึงสะดือ ก่อนมาถึงบริเวณหน้าท้องน้อยที่มีกระโปรงบดบังอยู่ ผมถกกระโปรงเธอขึ้น และแลเห็นกางเกงในสีดำตัวจิ๋วที่เขาชุดกับเสื้อยกทรงและถุงน่อง ทั้งชุดชั้นในของเธอมันเข้ากันอย่างดูเซ็กซี่ ทำให้ผมต้องโลมเลียหีเธอโดยไม่ถอดกางเกงในเธอออก โดยใช้ปากประกบเป้ากางเกงใน และใช้ลิ้นเลีย สลับกับการดันและดุน และตวัดซอกซอน ชอนไชหาร่อง

   เธอถึงกับผวาระบายลมหายใจ ส่งเสียง อืมมมม ขยับตัวกระสับกระส่าย ไม่นานน้ำเงี่ยนของเธอ ก็ค่อยๆถูกกระตุ้นให้ไหลออกมาผสานกับน้ำลายของผมจนเปียกแฉะกางเกงใน




   "แจ๊บๆ จ๊วบบ อืมส์ ซีดดดส์ อีกระหรี่ น้ำหีมึงนี่เยอะจริงๆ เปียกกางเกงในชุ่มเลย เหอะ เหอะ จ๊วบบบ แจ๊บบบ"

   วิภาวีทั้งเสียวทั้งกระดากอาย ที่ผมเลียหีเธออย่างกักขฬะแล้วพูดจาแบบนั้น ใจหนึ่งเธอรู้สึกขยักแขยง แต่อีกใจหนึ่งกลับตื่นเต้นหวาบหวิว เสียวเงี่ยนอย่างบอกไม่ถูก พลันกระตุ้นน้ำเงี่ยนให้ยิ่งไหลเยิ้มมากกว่าเดิม

   รสชาติน้ำหีที่ออกมาชุ่มกางเกงในมากขนาดนี้ ผมรู้สึกอร่อยจนใช้ปากงับกางเกงในรูดดึงออกจากตัวเธอแทนมือ จากนั้นก็จับขาเธอแบะออกถ่างจนกว้าง แล้วก้มลงเลียหีของเธอต่อโดยที่คราวนี้ไม่มีกางเกงในมาขวางกันอีก

   คราวนี้ลิ้นกับเนื้อสัมผัสกันตรงๆ เม็ดแตดของเธอที่ซ่อนตัวในล่องหลืบ ก็ถูกแหวกออกมาให้ได้เห็น ผมทั้งจูบทั้งตอดแตดและสลับกับการเลียระรัวลิ้นเล่นเม็ดแตดเธอ จนเธอเสียวซ่าน ตัวสะท้าน แอ่นตัวจนก้นลอย

"อ๊อยยยยยย อืมมมม ซืดดสื  อู๊ยยยยยยย ซืออออดดดดดดดด อ๊อยยยยยยยย"

   เธอครางไม่หยุดและเคลิ้มคล้อยตาม กระทั้งใช้สองมือจับกดหัวผมที่กำลังก้มซุกตรงหว่างขา
   
"แจ๊บๆ จ๊วบบ อืมส์ เป็นไง ชอบละสิ อีกระหรี่ เหอะ เหอะ จ๊วบบบ แจ๊บบบ"

"อู๊ยยยยยย ซืดดดดดส์ อืมมมมมม อ๊อยยยยยยยยยย"

   เธอไม่ได้ตอบ เอาแต่ครางแหงนหน้าบิดตัวอย่างเดียว แต่ถึงไม่ตอบผมก็รู้ จากอาการของเธอที่ตอบสนอง ผมจึงเล่นลิ้นกับหีเธอให้สุดๆไปเลย โดยทำให้นานๆ ให้ความเงี่ยนสะสมมากขึ้นไปเรื่อยๆ

"อ๊อยยยยย ซีดดส์ อืมมมมมม อ๊อยยยยยยยยย อืมมมมมมม"

แจ๊บๆๆๆ จ๊วบบ แจ๊บๆๆๆๆ จุ๊บ จุ๊บ จ๊วววววบ

"อ๊อยยยยยย พี่ อืมมมมม ซีดดดส์ อ๊อยยยยยยยยยย"

วิภาวีเสียวเงี่ยนจนเริ่มมีอารมณ์ร่วมกับผม ตาเธอเริ่มหยาดเยิ้มและล่องลอยเหมือนคนสติหลุด แล้วสองมือของเธอก็ไขว้ขว้าจิกโซฟา และเลื่อนมากดหัวผม และยกสะโพกดันหีตัวเองสู้ปากสู้ลิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย อาการของเธอเหมือนกับคนเงี่ยนเต็มแก่ และอยากจะระบายให้เสร็จๆ จะได้ไม่ต้องทรมานกับความเงี่ยนเสียวอยู่แบบนี้

ผมแอบกระหยิ่มยิ้ม และตั้งใจจะตอบสนองเธอ เลยเอานิ้วกลางสอดใส่หีเธอเข้าช่วย จากนั้นก็แยงนิ้วเข้าออกช่วยลิ้นที่ละเลงเล่นหีเธออยู่ เธอถ่างขาแอ่นหีรับนิ้วที่สอดใส่เข้าไป และเด้งหีบดเบียดขึ้นเป็นระรอก เหมือนต้องการให้นิ้วสอดใส่เข้าไปให้ลึกๆ จนมิดโคนนิ้ว พลันเธอกัดฟันซีดส์ปาก คล้ายกับรู้สึกถึงใจ แล้วร่อนสะโพกโยกหีเล่นหับปากผมและนิ้วผมอย่างมันส์ในอารมณ์

ผมว่าอารมณ์เธอกระเจิงเต็มที่แล้ว และนิ้วกลางที่ผมสอดเข้าออกหีเธอ มันรู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นที่เอ่อล้นออกมาตลอดเวลา ผมจึงซอยนิ้วเร่ง และดูดบดติดแตดเธออย่างหนักหน่วง เพื่อเร่งให้เธอถึงจุด

แจ๊บๆๆๆ จ๊วบบ แจ๊บๆๆๆๆ  จั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แจ๊บๆๆๆ จ๊วบบ แจ๊บๆๆๆๆ

เสียงปากดูดบดตอดแตด ผสานกับเสียงนิ้วที่เบ็ดน้ำในหีเธอกระฉอกรัวๆ มันเร่งเร้าจนเธอร้องครางไม่หยุด

"อ๊อยยย ซีดดดส์ อู๊ยยยยย ซีดดดส์ พี่ อ๊อยยยยย อ๊อยยย อ๊อยยยย อืมมมมมมม อ๊ายยยยยย"

เธอเสียวดีดดิ้นทุรนทุราย และร่อนยกก้นลอยส่าย พร้อมกับที่เอามือกดหัวผมไม่ให้หลุดจากหีเธอ ก่อนที่เธอจะร้องเสียงดังตามมาอีก

"อ๊อยยยยยย น้ำจะแตกแล้ววววว อ๊อยยยยยยย แตกแล้วววววววว"

พอสิ้นเสียง น้ำหีก็แตกใส่หน้าผมเข้าเต็มลัก พร้อมกับที่เธอดิ้นตัวงอ พยายามอั้นน้ำหีที่แตกเอาไว้แต่มันก็ไม่อยู่ มันฉีดไหลอาบหน้าขาของเธอจนเปียกไหลลงบนโซฟาหยาดลงไปถึงพื้น แล้วเธอก็รู้สึกถึงจุดสุดยอดตามมาติดๆจนตัวกระตุกสองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

ในตอนนั้นผมมองดูเธอด้วยความภูมิใจอย่างที่สุด และรู้สึกสมใจอยากจริงๆ เพราะผมไม่เคยมีโอกาสทำกับผู้หญิงคนไหนได้ขนาดนี้มาก่อนแม้แต่ผู้หญิงที่เคยเป็นแฟนของตัวเอง สาเหตุเพราะมันมีความเกรงใจกันอยู่จึงไม่สามารถปล่อยตัวตนของผมออกมาได้เต็มที่ แต่ในตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมไม่ต้องเกรงใจใคร และยิ่งวิภาวีตกอยู่ในภาวะที่ต้องยอมผมทุกอย่าง ยิ่งทำให้ผมกล้าทำอย่างที่ใจตัวเองต้องการทุกอย่าง

   ภาพที่วิภาวีถูกผมทำให้สำเร็จความใคร่จนน้ำหีแตกนั้น มันเพิ่มความเงี่ยนให้ผมอย่างมาก จนควยผมแข็งเงี่ยนอยากเย็ดเต็มแก่ ผมเลยจับเธอเย็ดต่อโดยไม่รีรอ

   ผมจับเธอลุกนั่งอิงหลังกับโซฟา แล้วช้อนถ่างขาเธอแบะออกอีกครั้ง ก่อนจับควยจ่อหีเธอกดเสียบเข้าไป มันเข้าไปได้โดยไม่อยากเย็น เพราะหีเธอเต็มไปด้วยน้ำที่เงี่ยนไหล แล้วเธอก็มีอาการสะท้านเสียวจนต้องผวากอดผม เมื่อผมกดควยเข้าไปจนมิด และเริ่มกระเด้าเย็ดเธอ

   ตับ ตับ ตับ ตับ

   ผมกระแทกเย็ดหนักๆเน้นๆ เป็นจังหวะก่อน และเธอก็ร้อง อ๊อย อ๊อยย อ๊อยย รับตามแรงกระแทกเด้า แล้วผมก็เริ่มซอยเร็วๆ เพราะความเงี่ยนควย

   ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

   "โอ้วววว ซีดสดสส์ หีมึงนี่เย็ดมันส์ จริงๆ อีกระหรี่"

   ผมกัดฟัน ซอยกระเด้า ครางร้องบอก เสียงหืนกระเซ่า มองหน้าเธออย่างหื่นกระหาย วิภาวีเองก็มองหน้าผมตาละห้อยแฝงความโหยหาและสยบยอม พร้อมครางเสียงร้องรับการโดนเย็ดอย่างมันส์เสียวหี เธอตอนนี้ไม่มีความขัดขืนใดๆอีกแล้ว ไม่ว่าผมจะจับเย็ดยังไงก็ยอมทุกอย่าง

   คราวนี้พร้อมกับการกระเด้าเย็ด ผมโน้มหน้าลงไปจูบปากเธอ เธอก็จูบสนองตอบอย่างต้องการโดยไม่อิดเอื้อนเหมือนทีแรก

ลิ้นพันลิ้น ควยกระเด้าหี สร้างความบันเทิงใจให้กับผมแบบสุดๆ แล้วผมก็ถอนปากออกมา พูดเสียงหื่น ว่า
   "ซีดดดดส์ อีกระหรี่ อยากเห็นหีมึงโดนควยกูเย็ดจะจะมั๊ย ซีดดดส์ มา มา ก้มมาดู"

    พร้อมกับที่บอก ผมช้อนคอเธอ กดให้ก้มหน้ามาให้เห็นหีของเธอที่โดนควยผมกระเด้าเย็ด ลำควยแข็งโป้กที่เปียกน้ำเงี่ยนของหีเธอจนเป็นมันวาว กระแทกเย็ดเข้าหีเธอดังตับๆ อย่างต่อเนื่อง

   เธอมองภาพนั้นด้วยความเงี่ยนเสียว และยิ่งมันส์เสียวหี จนต้องโอบเกาะสะโพกผมดึงเสริมจังหวะและเด้งหีตัวเองสู้ พร้อมส่งเสียงในลำคอดัง อิ๊ อิ๊ ตามจังหวะ เหมือนออกแรงเร่ง เมื่อเธอตอบสนองอย่างนี้ผมยิ่งเสียวสุดๆ ไปเลย เลยกัดฟันกระเด้าใส่ไม่ยั้ง

   ตับ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตับๆๆๆๆๆๆๆๆ



   "อ๊อยยยยยยย พี่ หี บาน แล้วววววว อ้อยยยยยยยยยยยย อู๊ยยยยย อู๊ยยยยยยย"

   เธอร้องเสียงดังอย่างลืมตัว พร้อมกับเสร็จน้ำแตกกระฉอกควยสวนออกมาจนผมรู้สึกได้ ผมเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน น้ำควยจะแตกอยู่ร่มร่อ เลยกัดฟัน เฮือกสุดท้าย ซอยเร็วๆ เร่งให้มันแตก

   ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

   "ว๊อยยยยยย อีกระหรี่ อู๊ยยยยยยย ซีดดดดดส์ น้ำกูจะแตกแล้ววววว อีกกระหรี่ กูจะแตกใส่ปากมึง ซีดดดดส์"

   ผมกระเด้ารั่วๆร้องบอก จังหวะสุดท้ายผมรีบชักออกมา แล้วรีบขยับตัวเอาควยไปที่ปากของเธอ วิถาวีอ้าปากรับ อย่างรอคอย น้ำควยผมแตก ปึด ปึด ปึด เต็มปากเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด หากแต่เอาลิ้นโลมเลียทั้งควยทั้งน้ำควย ค่อยๆโลมเลียกินทีละนิดจนหมด จนควยผมหกเหี่ยวคาปากเธอที่ดูดเลีย



   ผมรู้สึกสมใจอย่างที่สุด และเหนื่อยอย่างหมดแรง จึงโน้มกอดเธอนอนลงไปด้วยกัน แล้วผมก็ค่อยๆเคลิ้มหลับไป 
   แต่วิภาวีนั้นยังไม่ได้หลับ พอหลังจากสำลักความสุข ที่ได้ปลดปล่อยความใคร่ไปแล้ว สักพักความรู้สึกนึกคิดของวิภาวีก็ค่อยๆ กลับคืนมาเป็นคนเดิม เธอเริ่มรู้สึกนึกละอายใจตัวเองที่ต้องนอนกับผู้ชายอื่นอีกแล้ว นี่นับว่าเป็นครั้งที่สามที่เธอต้องทำแบบนี้ และครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุด เพราะเธอถูกดูถูกด้วยถ้อยคำเหยียดหยามมากมาย และถูกจิกหัวด่ากระหรี่ทุกคำ แถมถูกกระทำราวกับเป็นแค่วัตถุสนองตัญหา นึกแล้วเธอถึงกับเคียดแค้น อยากจะบีบคอเขาให้ตายตอนหลับนี่ไปเลย

   ความคิดนี้เมื่อประดังขึ้นมา ความรู้สึกอีกอย่างก็เกิดขึ้นมาหักล้าง จนเธอสับสนตัวเองไปหมด เธอเลยได้แต่นอนมองเขาหลับ คิดไม่ออกว่า ตัวเธอเองกำลังรู้สึกอะไรกันแน่

   ในตอนนั้น โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นพอดี เธอเลยต้องรีบไปรับ เพราะกลัวเสียงโทรศัพท์จะทำให้เขาตื่น และพอเห็นว่าใครโทรมา เธอก็ต้องออกไปนอกระเบียนตรงลานสระว่ายน้ำเพื่อคุยโทรศัพท์

   ในตอนนั้นผมรู้สึกตัวตื่นพอดี จากเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น เพียงไม่ได้ลุกขึ้นมา พอเห็นเธอท่าทางรุกรี้รุกรนออกไปคุยโทรศัพท์นอกระเบียน ก็ชวนให้สงสัย เพราะผู้หญิงอย่างเธอไว้ใจได้อยาก ไม่รู้มีแผนอะไรอีกหรือเปล่า คิดอยากจะหาทางไปแอบฟังดู แต่มันก็คงอยากอยู่  เพราะเธออยู่นอกระเบียนที่มีทางเข้าออกทางเดียว ถ้าผมออกไปเธอก็คงเห็น แต่พอดีจำได้ว่าทางห้องน้ำของห้องนอนซ้ายมือกำแพงมันอยู่ติดลานสระน้ำ และมันมีช่องระบายอากาศอยู่ และเธอก็ยืนอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นถ้าผมไปที่ห้องน้ำนั้น ผมอาจจะได้ยินเสียงเธอผ่านช่องระบายอากาศ

   ผมจึงลุกขึ้นแล้วแอบย่องไปห้องนอนที่ว่า แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำนั้น แล้วผมก็ได้ยินจริงๆ

   "ก็บอกแล้ว ว่าเงินยังไม่ได้ เพิ่งจะเซ็นสัญญา โอนก็ยังไม่ได้โอนเลย ไหนจะต้องรอเขาเคลียร์เปอร์เซ็นอีก กว่าจะได้ก็สิ้นเดือนนั่นแหละ ก็บอกเขาไปสิว่า สิ้นเดือน จะจ่ายให้ทั้งต้นทั้งดอก"

   "อะไรนะ ไม่ยอมเหรอ จะเอาเค๊าไปนอนด้วย ตัวเองจะบ้าเหรอ ก็ไหนบอกว่าครั้งเดียวไง และนี่ก็หาเงินจ่ายให้ได้แล้ว ยังจะมาอะไรอีก ไม่เอาหรอก บอกมันไปเลยว่าจะเอาไปจ่ายสิ้นเดือน ทุกอย่างจบ"

   "ไม่พอ ไม่พอได้ไง ก็ตัวเอง เค๊า สองแสน ... อะไร ไปเอามาอีกเหรอ เอ้ย ทำไมตัวเองทำอย่างนี้ ว่ะ"
   คราวนี้น้ำเสียงวิภาวี ทั้งโมโห ทั้งหงุดหงินและอยากจะร้องไห้ แล้วเธอก็ร้องออกมาจริงๆ

   "ทำไมตัวเองเป็นแบบนี้ว่ะ เค๊าบอกแล้ว อย่าไปเอา อย่าไปเล่น ตัวเองก็ไม่เชื่อ เค๊าเหนื่อยนะเว้ยที่ต้องมาตามใช้หนี้อยู่แบบเนี้ยะ แล้วที่นี้จะทำยังไง เงินที่ได้มาก็ไม่พอ แทนที่จะหมดมันก็ไม่หมด"

   วิภาวี ร้องตัดพ้อโวยวาย ยิ่งพูดยิ่งร้องไห้

   "ก็แค่ ไปนอนกับเขาเหรอ ตัวเองพูดได้ไงว่า ก็แค่ ก็แค่ไปนอนขัดดอกให้เจ้าหนี้ตัวเองใช่มั๊ย ก็แค่ยอมผู้จัดการไป เขาจะได้ให้งาน หาเงินมาใช้หนี้ให้ตัวเองใช่มั๊ย  ทุกอย่างตัวเองใช้คำว่าก็แค่เหรอ...เค๊าเป็นเมียตัวเองนะเว้ย ที่เค๊ายอมตอนแรก ไม่ได้หมายความว่าเค๊าจะยอมตลอดไปนะ"

   "ก็รู้ว่าไม่มีทางอื่นแล้ว แล้วทำทำไมหละ ...."

   เธอขึ้นเสียงกลับอย่างโมโห น้ำตาไหล ก่อนจะพูดต่อระบายความอัดอั้นตันใจ

"ถามจริงๆ ตัวเองไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง เวลาที่เค๊าโดนคนอื่นเย็ดเนี่ย ทุกวันนี้เค๊ารู้สึกว่าตัวเองเป็นกระหรี่ไปจริงๆแล้วนะ แล้วจะบอกอะไรให้ เพื่อจะให้ได้เงินก้อนนี้ไปใช้หนี้ เค๊าต้องยอมนอนกับลูกค้า ที่จิกหัวด่าเค๊าว่ากระหรี่ทุกคำ ตัวเองรู้มั๊ยว่าเค๊าเจ็บปวดแค่ไหน ทำไมตัวเองทำอะไรไม่เคยนึกถึงเค๊าบ้าง"

"รักเหรอ รักแล้วทำอย่างนี้เหรอ.........เออ ถ้าเจ้าหนี้ตัวเองจะฆ่าตัวเองก็ฆ่าให้ตายไปเลย"

เธอตะโกนด่าทิ้งท้าย แล้วกดวางสาย พร้อมกับทรุดตัวนั่งย่องๆก้มหน้ากับหัวเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นยกใหญ่

   ในตอนนั้นผมที่แอบฟังอยู่ในห้องน้ำ ก็พอเข้าใจเรื่องของเธอได้บ้างแล้ว แล้วคิดว่าเธอไม่ได้โกหกเรื่องที่เธอติดหนี้นอกระบบ แต่เธอก็คิดจะเบี้ยวผมจริงๆในตอนแรก แต่ก็รู้สึกน่าให้อภัย เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เจตนาหากินในทางนี้ เพียงแต่ทำไปเพราะจำเป็น เพราะมีผัวเฮงซวยที่เที่ยวเอาเธอไปบำเรอคนโน้นคนนี้ เพื่อประโยชน์ตัวของมันเอง นึกแล้วก็ต้องทำให้คิดว่า ผู้หญิงนี่เวลารักใครที่รักจริง ก็หน้ามืดตามัวทำไปได้ทุกอย่างจริงๆ แต่เหมือนว่าเธอตอนนี้น่าจะคิดได้ และน่าจะแตกหักกันแล้วด้วย เพราะฟังจากประโยคสุดท้าย ที่เธอเหมือนจะไม่เอาแล้วที่จะต้องให้เธอไปทำแบบนั้นอีก

   เฮ้อ ก็เป็นเรื่องดีสำหรับเธอเองจริงๆ

แต่แล้วผมก็คาดผิด เมื่อผัวเธอโทรมาอีก แล้วเธอก็รับ เธอนั่งเงียบอยู่นานเหมือนฟังผัวเธออ้อนวอน แล้วก้ใจอ่อนรับปาก พูดว่า
"เออ บอกมันว่า วันที่ 23 ตอนสองทุ่ม แล้วไม่ต้องโทรมาอีกนะ ทำงานอยู่"

แสดงว่าเธอตกลง ผมรู้สึกผิดหวังยังไงไม่รู้ เพราะคิดว่าแทนที่เธอจะเลิกกับมันไปซะ แล้วไปใช้เงินของเธอคนเดียว ยังเลือกไปยอมมันอีก เลยต้องด่าเธอในใจว่า อีสัด โง่ดักดานโง่ซ้ำซาก เป็นกระหรี่ไปเหอะมึง
ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องเดือดดาลใจขนาดนั้น หรืออาจเป็นเพราะผมไม่เคยได้ความรักจากใคร ทำให้พอเห็นเธอรักผัวเธอจนยอมได้ขนาดนี้ ก็เลนคิดอิจฉาผัวของเธอก็ได้

แล้วผมก็กลับไปที่โซฟาที่ผมนอน รอจนเธอกลับเข้ามา ก็จับเธอเย็ดอีก ผมรู้สึกมันเขี้ยวเธอ อยากจะเย็ดเธอให้สาสมกับความโง่ของเธอ และกระทำกับเธออย่างกักขฬะเหมือนเดิม คราวนี้ผมแตกใส่หีเธอ แล้วจับเธอแยกขาให้น้ำควยผมย้อยไหลออกมาให้ดู พร้อมกับการยิ้มเยาะสะใจ

ในขณะที่เธอนั้นแม้ถูกกระทำอย่างน่าอับอาย แต่ก็ไม่ขัดขืนใดๆ มีเพียงสีหน้าที่แสดงออกถึงความขมขื่นกระดากอายเท่านั้น จนค่ำคืนนั้นผมนอนที่คอนโด และเย็ดกับเธอถึงห้าน้ำ เรียกได้ว่า เอากันฟ้าเหลืองเลยทีเดียว
พอรุ่งเช้าก็ถือว่าหมดสัญญาที่ผมก็ปล่อยเธอไป

เธอทิ้งกุญแจไว้ให้ เพราะทันทีที่ผมเซ็นสัญญา ผมก็สามารถเข้าอาศัยอยู่ได้เลย และก่อนไป เธอก็ย้ำวันนัดโอน ซึ่งมันก็ดันเป็นวันเดียวกันกับวันที่เธอมีนัดไปโดนเย็ดตอนสองทุ่มเสียด้วย เลยตอกย้ำให้ผมนึกเหยียดหยามเธอขึ้นมาอีก ผมจึงพยักหน้ารับอย่างเย็นชา และใช้สายตาส่งเธอออกจากห้องอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไร

พอเธอไปแล้ว วันนั้นผมก็เลยเตรียมไปย้ายของเข้าที่อยู่อาศัยใหม่ โดยกลับไปที่หอพักเก่าผมแล้วจัดการคืนห้อง แล้วก็เลือกเอาของที่ผมต้องใช้ไป ส่วนที่เหลือก็ทิ้งไว้ฝากยกให้พวกซาเล้งรับซื้อของเก่ามาเก็บเอาไป

ของที่ผมจะนำติดตัวไปมีไม่มากนัก แค่เสื้อผ้าตัวเก่งไม่กี่ชุด กับฮาร์ดดิสที่ถอดมาจากคอมพิวเตอร์ เท่านั้นส่วนตัวเครื่องมันก็เก่าล้าสมัยมากแล้วผมก็เลยทิ้งไว้ให้ซาเล้งเอาไป

ความจริงผมควรจะมีความสุขที่ได้ย้ายมาที่อยู่ใหม่ ที่แสนจะหรูหราสวยงามทันสมัย แต่ผมกลับรู้สึกไม่สบายใจยังไงไม่รู้ ยิ่งเห็นโซฟากับเตียงที่ผมกับวิภาวีร่วมรักกันเมื่อคืน ยิ่งทำให้ผมนึกถึงเธอและหงุดหงิดใจ เมื่อต้องคิดถึงเรื่องของเธอ

   ผมนั่งทำโน้นทำนี้แก้เซ็งเพื่อให้หายงุ่นง่าน ทั้งนั่งดูหนัง เน็ตฟิก จอใหญ่ หรือลงไปเล่นสระว่ายน้ำ ที่มองผ่านขอบสระลงไปเห็นวิวสูงของกรุงเทพฯ ก็ไม่อาจสลัด เรื่องของวิภาวีออกจากหัวไปได้

จนในที่สุด ผมก็รู้ตัวเองแล้วว่า ผมชอบเธอ ผมติดใจเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่ผมเย็ดแล้วรู้สึกมีความสุข และได้ปลดปล่อยความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด นั้นเลยทำให้ผมต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อเอาเธอมาอยู่กับผมให้ได้
   ----------------------------------------------------------------------------------------------------

swbkk

มาขอปูเสื่อจองแถวหน้าเป็นคนแรก เรื่องของท่านมันทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจตอนนี้จริงๆ อ่านแล้วมันเลยอินนิดๆ แต่ความโชคดีของเจ้านันทชัยมันเป็นความฝันของคนอีกมากมายทีเดียว น่าเสียดายที่เกิดได้จริงๆไม่เยอะโดยเฉพาะในหมู่คนไทยด้วย ยังไงก็เอาใจช่วยขอให้พระเอกได้หายเก็บกดสักที

surinzata

เม้นแรกของผมถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขอภัยด้วยนะครับ บอกเลยว่ามันสะใจมากรออ่านตอนต่อไปอยู่ครับ

kobjuk

เนื้อเรื่องมาดีมากๆ จะขอติดตามผลงานต่อไปเรื่อยๆครับ ขอบคุณๆ

lamanno9

มาแนวกักขฬะ แบบนี้ผมชอบเลยครับ เวลาอ่านเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองไปด้วยเลย

Thekopoz

#5
ขอบคุณครับ เนืัอเรื่องน่าติดตามมากเลย

Deep Sea

จอมหื่นเเบบพระเอกของเราต้องมีอะไรให้น่าติดตามอีกเเน่

ผู้เฒ่าเซราะกราว

ชีวิตของวิภาวีนี่ก็น่าสงสารนะ รักผัวมากจนต้องยอมแม้กระทั่งนอนกับผู้ชายคนอื่นเพื่อช่วยปลดหนี้ ว่าแต่คุณเศรษฐีใหม่จะใช้วิธีไหนนะถึงจะได้เธอมาครอง ทั้งตัวและหัวใจ....????

goging


-taro-

สุดยอดครับ มาแนวหื่น ขืนใจปนๆ drama

ขอบคุณนะครับ

แมว69

เนื้อเรื่องเข้มข้น ชวนติดตามตั้งแต่ตอนแรก ขอเป็นกำลังใจให้

segasa

เป็นตอนเเรกที่เปิดเรื่องได้เเบบสนุกจริงๆ มีปูเรื่อง กับตัวละครบางตัวที่มีปมไว้ด้วย สู้ๆนะครับ ::DookDig::

teenee4you

เนื้อเรื่องโดนใจมากเลยวัยรุ่น อิจฉา นายจัง

633sqd

รับมาอยู่ด้วยเลย ปล่อยผัวเก่าไปนอนกับเจ้าหนี้เอง หนี้ใครก็รับไป มาสบายกับคนใหม่ดีกว่า ทำตัวดีๆน่าจะเลี้ยงยาว ::Shy:: ::Grimace::

23pompompom

มีเงินขนาดนี้ เอาเงินฟาดหัวผัวเธอไปเลย มันยอมอยู่แล้ว