ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก

ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก

  • 218 ตอบ
  • 6492 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 609
  • 2534
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับโผม สวัสดี เนื่องจากตอนนี้บ้านเรา เมืองเรา กำลังเผชิญกับ โรคระบาด


ยังไงซะก็ขอให้ Reader ทุกท่านรักษาสุขภาพ อย่าออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นนะครับ


ล้างมือบ่อยๆ อย่าลืมใส่ Mask กันด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าพวกเราจะผ่านพ้นมันไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน



กลับมาเรื่องของนายริวต่อ แน่นอนว่าตอนนี้มีซ่อนข้อความ ต้องแสดงความคิดเห็นกันก่อนนะครับ

1. คิดเห็นเช่นไรกับเนื้อเรื่องช่วงแรก

2. หลังจากที่อ่านจบทั้งหมด ท่านคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนต่อไป


ปล. ตอนนี้มีคำหยาบเยอะมาก เพื่อสื่อถึงเพื่อนสนิทที่คุยกันตามประสาวัยรุ่น


ปล2. ในขณะที่ห้างร้านถูกสั่งปิด หลายท่านต้องหยุดงาน ผมจะพยายามลงตอนใหม่ๆให้มันถี่กว่าเดิมครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนคอมเมนต์ด้วยครับ




................

ความเดิมตอนที่แล้ว


ปางอุ๋งกำลังคลุ้งไปด้วยความรักเสียจริงๆ เมื่อนายริวพาพี่สาวสุดที่รักมาเที่ยว
ตามที่เธอใฝ่ฝัน จริงอยู่ว่าที่นี่อาจจะไม่ใช่สวิซเซอร์แลนด์ แต่ดินแดนแห่งรักนามปางอุ๋ง
ก็ทำให้หัวใจของเธํอนั้นถูกเติมเต็มจริงๆ

คืนนั้นทั้งคู่ได้สารภาพความในใจซึ่งกันและกัน และแน่นอนว่ากินตับเป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งในขณะที่ทั้งคู่กำลังหวานฉ่ำกันอยู่นั้น ที่มหาวิทยาลัยก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น !!!


.............


ตอนที่ 28 :  ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก




เวย์ ก๋อย กรูด ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือนั้น พลันสายตาก็หันไปมองเห็นใครบางคน รูปร่างงามระหง แถมชุดที่ใส่ก็สวยเหลือเกิน มะกรูดนั้นจำได้ทันทีว่าเป็นใคร


[ มะกรูด ]  :  เฮ้ย ๆ ๆ ๆ  ไอ้เวย์ชิบหายแล้ว แม่ไอ้ริวมา


[ เวย์ ]  :  แม่ไหนวะ


ปู้ดดด !!! เวย์ที่กำลังกินน้ำนั้นถึงกับสำลักเลย เพราะทันทีที่เขาหันไปตามที่มะกรูดพูด เขาก็เห็นนานะ หรือ นัสสึเมะ แฟนเก่าของไอ้มังกรเพื่อนของเขานั่นเอง



ซึบากิ นานะ หรือ ชื่อเก่า คุซาคาเบะ นัสสึะม

แฟนเก่าของริวกะ





[ ก๋อย ]  :  เฮ้ย นั่นนานะนี่นา แล้วไหนวะแม่ไอ้ริว


[ มะกรูด ]  :  ก็นั่นแหละแม่มัน


[ ก๋อย ]  :  แม่อะไรวะ ไอ้มะกรูด


[ เวย์ ]  :   ก็เด็กเก่าไอ้มังกร ตอนก่อนที่จะเดบิวต์ไงไอ้ควายก๋อย


[ ก๋อย ]  :  นะ นะ หน่านี๊  !!!


ก๋อยถึงกับอุทานเลย นานะนั่นน่ะนะแฟนเก่าไอ้ริว แต่จะว่าไปแล้วที่ไอ้ก๋อยไม่รู้ก็ไม่แปลก เพราะวันนั้นก๋อยไม่ได้อยู่ยันจบคดี เพราะเขาต้องทำเป็นไปส่งมิไรที่สนามบินเพื่อสลายกลุ่มไทยมุง มันเลยไม่รู้เรื่องที่ 3 หน่อ ริว เวย์ กรูดได้คุยกัน และเหมือนว่าคราวซวยจะมาจริงๆ เพราะนานะนั้นเดินดุ่ยๆมาทางกลุ่มเวย์ทันที


[ เวย์ ]  :  เหี้ยกรูดซวยแล้ว มึงรับหน้านานะที เดินดุ่ยๆมาแล้วนั่น


[ กรูด ]  :  เฮ้ย !!! มึงจะไปไหน


[ เวย์ ]  :  กูหลับอยู่


[ กรูด ]  :  เห้ย !!! ไอ้เชี่ยเวย์ มึงอย่าแกล้งตายไอ้สัด


ทันใดนั้นเวย์ก็ฟุบหลับลงกับโต๊ะทันที ปล่อยให้ไอ้ก๋อยและไอ้กรูดรับหน้าไป นานะนั้นจำมะกรูดได้ดีเพราะเขาคนนี้โดนผู้จัดการของเธอทำร้าย


••• บทสนทนาภาษาอังกฤษ •••


[ นัสสึเมะ ]  :  สวัสดีค่ะ จำฉันได้ไหมคะ


[ มะกรูด ]  :  ครับๆ สวัสดีครับคุณนานะ จำได้ครับๆ  แปลกใจมากเลยครับเนี่ย ที่เจอคุณนานะที่นี่


[ นัสสึเมะ ]  :  ชั้นทราบมาว่า วันนี้คณะของพวกคุณมีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย ชั้นจึงตั้งใจมาที่นี่  ก่อนอื่นชั้นอยากจะขอโทษที่ผู้จัดการส่วนตัวของดิฉันทำร้ายร่างกายคุณคะ  ดิฉันมาที่นี่เพื่ออยากจะชดใช้ค่ากล้องถ้ายรูปของคุณ


[ มะกรูด ]  :   ไม่เป็นไรครับ ผมก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถือว่าหายกันไปเถอะครับ


[ นานะ ]  :  ไม่ได้หรอกค่ะ กรุณารับน้ำใจครั้งนี้ด้วยเถอะค่ะ


ตอนนี้มะกรูดสับสนเหลือเกิน ใจหนึ่งก็ดีใจที่จะได้เงินซื้อกล้อง อีกใจนึงก็กลัวว่าถ้ารับเงินมามันจะดูไม่ดี ตอนนี้ราวกับว่ามีมารดำกับเทวดาขาว มาเกาะไหล่ของมะกรูด เถียงกันไปๆมาๆ ว่าจะรับหรือไม่รับดี แต่ในที่สุดเขาก็ต้องรับมันมา


เพราะนานะยืนยันว่าอยากจะชดใช้ให้จริงๆ แต่เงินที่นานะให้มามันเกินกว่ามูลค่ากล้องมากนัก มะกรูดจึงเปิดที่หน้าเวปไซด์และเลือกที่ข้อมูลของกล้องที่เสียไปให้เธอดู เพื่อจะบอกว่าค่ากล้องและเลนส์นั้นเท่าไร นานะเองก็มองอย่างละเอียดและก็รู้ในไม่ช้า เธอจึงตกลงกับมะกรูดว่า วันไหนที่จะซื้อกล้องให้ติดต่อเธอทันที เธอจะจัดการเรื่องชำระเงินให้


นั่นจึงทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ทันที ก๋อยนั้นถึงกับนั่งนิ่งไม่พูดอะไร เป็นใครใครก็นิ่ง เพราะดาราซุป'ตาร์มานั่งข้างๆแบบนี้ ดีที่ไม่เป็นลม แต่ว่า...ก๋อยนั้นไม่รู้ตัวเลยว่านานะนั้นแอบมองเขาด้วยสายตาที่แอบเหยียดเล็กน้อย แต่การกระทำดังกล่าวก็ไม่พ้นสายตาเวย์ที่แกล้งหลับไปได้


[ นัสสึเมะ ]  :   ริวกะไม่มาเรียนเหรอคะ ?


นั่นไงคำถามนี้มาจนได้ ไอ้ก๋อย ไอ้กรูด ไอ้กากเอ้ยไอ้เวย์นั้นถึงกับสะดุ้งทันทีที่เธอถาม เป็นอย่างที่เวย์คิดไว้ไม่มีผิด จุดประสงค์ที่แท้จริงของนานะนั้นต้องการมาหาไอ้มังกรเพื่อนของเขานั่นเอง


[ มะกรูด ]  :  อ่ะ เออ เอ่อ วันนี้มันมีธุระน่ะครับ เลยไม่มา


ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตรึงงงงง
ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตรึงงงงง


ดูเหมือนว่าความบรรลัยจะยังไม่ผ่านไปง่ายๆ เพราะคนที่โทรเข้ามานั้นคือ....


[ นัสสึเมะ ]  :  ริวกะ !!! ( >\\\< )


[ มะกรูด , ก๋อย , เวย์ ]  :  เหี้ย !!!


แม่งเหมือนจังหวะซิทคอมมากๆ เพราะอยู่ดีๆริวก็ Call line เข้ากลุ่มสนทนามาซะดื้อๆ คราวนี้รูปหน้าของริวขึ้นเด่นหราเลยทีเดียว  ซึ่งนานะเองนั้นก็เห็นเต็มตา พลันสายตาของเธอก็เปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่ดูอ่อนโยน ดูเป็นคนที่จิตใจดี ไม่มีพิษมีภัย ราวกับคนละคนทันที


เวย์นั้นก็แอบมองอย่างสงสัย ว่าตกลงนานะเป็นคนยังไงกันแน่ จากตอนแรกที่เธอเหมือนคนที่ชอบเหยียดคนอื่น แต่พอเห็นไอ้มังกรเพื่อนรักนั้น พลันสายตาของเธอก็กลายเป็นอีกคนทันที


[ เวย์ ]  :  ฮัลโหล ไอ้มังกรมีไรวะ


เวย์ที่แกล้งกลับก็ตื่นมารับโทรศัพท์ทันที พร้อมกับลากไอ้ก๋อยออกไป นั่นเพราะว่ามันเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ว่านานะนั้นเป็นแฟนเก่าของริว เขาจึงจำเป็นต้องบอกมันด้วย แต่ก่อนนั้นเขา ต้องคุยกับไอ้มังกรเพื่อนรักซะก่อน


[ เวย์ ]  :  มึงโทรมาทำไมอีกเนี่ย


[ ริวกะ ]  :  เอาเห้ย อะไรวะ เป็นห่าไรอารมณ์เสียเนี่ย


[ เวย์ ]  :   เปล่า ว่าแต่มึงมีอะไรวะ


[ ริวกะ ]  :  มึงอย่าลืมทำเรื่องขอเวลาเรียนเพิ่มด้วยนะ เพราะ ปี2 ต้องลาเพิ่ม 2 วันเพื่อทำแผนที่และกิจกรรมนันทนาการที่ค่ายอาสา


[ เวย์ ]  :  เออๆ แค่นี้ก่อน มึงรีบๆวางได้แล้ว


[ ริวกะ ]  :  อ้าวเห้ย !!! อะไรวะ เมนมาหรือไ~ ( ไงวะ )


ตืด ๆ ๆ ๆ เวย์นั้นตัดสายทิ้งทันทีที่รู้จุดประสงค์ในการโทรกลับมาของเพื่อนรัก ตอนนี้เขานี่ถึงกับกุมขมับเลย อะไรมันจะซวยปานน้าน รถไฟกับเครื่องบินชนกันดังโคร้ม ก๋อยที่เห็นว่าตอนนี้เวย์ว่างแล้ว จึงได้เริ่มถามเรื่องนานะและไอ้ริว


[ ก๋อย ]  :  เฮ้ย เรื่องมันเป็นมายังไงวะ ที่บอกนานะเป็นแฟนกับไอ้ริว


[ เวย์ ]  :  ก็แฟนเก่ามันสมัยก่อนไง


[ ก๋อย ]  :  หน่านี๊ !!!  อะไรนะ  นานะนั่นน่ะนะ เป็นแฟนเก่าของไอ้ริว  มึงซุยเปล่าวะไอ้เวย์


[ เวย์ ]  :  กูจะซุยเพื่อ ?  มึงก็เห็นไม่ใช่เหรอ พอรูปไอ้มังกรโผล่มานานะก็เรียกชื่อริวกะเลย แถมหน้าตานี่อื้อหือ เยิ้มเชียวไอ้สัด



[ ก๋อย ]  :  เฮ้ย !!! นี่มันเรื่องห่าไรวะเนี่ย ไหงเป็นงี้ได้วะ แล้วมีใครรู้เรื่องนี้บ้างวะ


[ เวย์ ]  :  มีกูกับไอ้กรูด แล้วก็มึงอีกตัว


[ ก๋อย ]  :  แล้วเอาไงดีวะ แบบนี้ชีวิตรักไอ้ริวกับ~


[ เวย์ ]  :  ( พูดแทรก ) กูไม่ยอมให้นานะเข้ามาทำให้รุ้งพลอยเสียใจแน่


[ ก๋อย ]  :  ห๊ะ !!! มึงหมายถึงไอ้ริวกับพลอยเหรอวะ


[ เวย์ ]  :  ห่ะ เอ้อๆ ไอ้มังกรกับพลอยไง



หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันจบ ก็ได้เดินกลับมายังโต๊ะทันที ตอนนี้นานะมองเวย์ไม่วางตาเลย ไม่ใช่ว่าเธอหลงไหลในหน้าตาหล่อๆของมันนะ เธออยากรู้ต่างหากว่าริวกะโทรมาและพูดอะไรบ้าง


••• บท ภาษาอังกฤษ •••


[ มะกรูด ]  :  ไอ้ริวโทรมาทำไมวะเวย์


อ้าว ไอ้กรูดเปิดประเด็นซะงั้น ไอ้ก๋อยก็เหวอแดรกสิ่ครับ ทำไมอยู่ดีๆไอ้มะกรูดถึงพูดขึ้นมาแบบนี้หล่ะ แต่ในขณะนั้นเองมะกรูดก็ได้แอบ ทำหน้าขมึงตึงๆ ส่งซิก เพื่อให้เวย์เล่นตามน้ำไป ซึ่งเวย์เองก็เข้าใจไม่ยากและเริ่มไหลทันที


[ เวย์ ]  :  มันโทรให้จัดการเรื่องขอเวลาเรียน วันนี้มันไม่เข้าประชุม


[ มะกรูด ]  :  อ้าว แย่ดิ่แบบนี้  เอ้อ ใช่  ว่าแต่คุณนานะรู้จักไอ้ริวด้วยเหรอครับ


[ นานะ ]  :  ( ยิ้ม )  เราเคยเรียนทีเดียวกัน เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน เคย....  เคย...


เนี่ยๆๆ ไอ้การกระท่อนกระแท่นเนี่ย มันทำให้คิดกันไปไกล อีกทั้งท่าทีขวยเขินของนานะตอนนี้เป็นใครก็คงคิดว่ามันสองคนคงกินตับกันไปแล้วแน่ๆ คนที่เหวอสุดๆคงไม่พ้นไอ้ก๋อย เพราะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการไอดอลแบบมันต้องมารับรู้เรื่องชวนจินตนาการแบบนี้ใครมันจะไปทนไหว


[ นานะ ]  :  เราเคยสนิทกันน่ะค่ะ


[ มะกรูด,ก๋อย ]  :  เฮ้ออออออ  ( ออกแนวโล่ง อก )


[ เวย์ ]  :  แล้วทำไมคุณนานะ มาหามันถึงที่นี่เลยล่ะครับ


[ นานะ ]   :   ฉันอยากมาหาเขาก่อนที่จะกลับญี่ปุ่นน่ะค่ะ อยากมาถามให้แน่ใจว่ายังจำสัญญาได้มั้ย แต่ว่าไม่เป็นอะไรค่ะ เพราะยังไงซะเรา ( ริว + นานะ )ก็คงได้เจอกันอีก ยังไงซะชะตาของริวกะกับชั้นก็คงต้องวนมาพบกันอีกครั้ง


[ เวย์ ]  :  น่าเสียดายนะครับ วันนี้มันคงไม่เข้ามามหาวิทยาลัย


[ นานะ ]  :  ค่ะ มันก็ช่วยไม่ได้นี่คะ


นานะยิ้มแย้มและพูดกับเวย์ ราวกับเข้าใจว่าริวกะคงติดธุระจริงๆ และเมื่อนักศึกษาเริ่มเยอะขึ้นๆ เธอจึงได้กล่าวลากับพวก 3 สหายทันที



[ นานะ ]  : ชั้นขอตัวก่อนนะคะ ส่วนเรื่องกล้องถ่ายรูป ถ้าคุณซื้อเสร็จเรียบร้อย รบกวนแจ้งที่ที่ดิฉันโดยตรงนะคะ ชั้นจะจัดการให้ทั้งหมดเองค่ะ



นานะนั้นกล่าวย้ำกับมะกรูดเรื่องกล้องถ่ายรูปอีกครั้ง จากนั้นเธอก็สวมแว่นใส่หมวกและเดินออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงประตูรถตู้เปิดออกดังครืดด ก่อนที่ร่างงามระหงจะเดินขึ้นไปนั่งทันที


[ คนขับรถตู้ ]  :  คุณนานะมาที่นี่ทำไมครับเนี่ย ผมนึกว่าจะตรงไปสนามบินเลย


[ นานะ ]  :  ก็ไม่ได้อยากมานักหรอก ร้อนก็ร้อน เร่งแอร์หน่อย กลัวน้ำยาแอร์หมดเหรอ


[ คนขับรถตู้ ]  :  ครับๆ ขอโทษด้วยครับ คุณนานะ


และแล้วร่างนางมารของนานะ จากหญิงสาวที่ยิ้มแย้มกลับกลายเป็นคนขี้วีนไปเสียแล้ว ซึ่งหลังจากที่ปรับแอร์จนสุด โชเฟอร์ก็ขับรถออกไปทันที เพราะตอนนี้ไอ้โยชิทากะมันได้กลับไปญี่ปุ่นหลายวันแล้ว ทำให้นานะไม่มีทางเลือกและต้องกลับตามมันไป หล่อนนึกถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อนวันที่เธอกับริวกะต้องเลิกลากันไป เสียงของผู้หญิงคนนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวของเธอไม่รู้หาย


" ริวกะน่ะเป็นคนรักของชั้นเอง "


เสียงๆนั้นยังดังไม่เคยจางหายไปจากห้วงสำนึกของนานะ เธอที่ใครต่อใครต่างบอกว่าสวย ว่าน่ารัก และโดดเด่นกว่าใครๆ แต่เมื่อผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวขึ้น รัศมีความเด่นของเธอก็ถูกกลบจนสิ้น เธอยังจำได้ดีและไม่มีทางลืมชื่อนั้นเด็ดขาด


[ นานะ ]  :  คอยก่อนเถอะไม่นานหรอก ชั้นจะทวงทุกอย่างของชั้นคืนมา ชั้นจะเอาริวกะที่ควรเป็นของชั้นกลับมา ชั้นไม่ปล่อยแกไว้แน่ คุเรไน ฮิคาริ


........



กลับมาที่ด้านสามสหาย หลังจากที่นานะกลับไปแล้วบรรยากาศก็อึมครึมทันที โดยเฉพาะไอ้ก๋อยที่ไม่รู้เรื่องห่าอะไรเลย กลับต้องมารับรู้เรื่องราวอะไรแบบนี้โดยไม่ทันตั้งตัว


[ ก๋อย ]  :  เห้ย !!!  มันยังไงกันวะเนี่ย


[ มะกรูด ]  :  ( ตีหน้ามึน ) เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์สัดๆ สมแล้วที่เป็นดารา ไอ้เวย์มึงว่าไงวะ


[ เวย์ ]  :  โชคชะตาลิขิตพ่อง ตอแหล สัส


[ ก๋อย ]  :  หะ หา !!!  เฮ้ยๆ ไอ้เวย์นั่นผู้หญิงนะเว้ย


[ มะกรูด ]  :  อ้าวไอ้นี่ เห็น Hee ดีกว่าทีมเวิร์คเหรอวะ มึงเองก็น่าจะรู้ว่านานะนิสัยเป็นยังไง  อยู่ดีๆเดินดุ่ยๆมาบอกว่าอยากเจอไอ้ริว ทั้งๆที่กูพึ่งโดนกระทืบ มันใช่เหรอวะ


[ เวย์ ]  :  นั่นมึงควายเอง ไอ้กรูด


[ มะกรูด ]  :  เออๆๆ กูผิดเองสัดย้ำจริง เออ !!! ว่าแต่ริวกะ นี่ชื่อเต็มของไอ้ริวเหรอวะ


[ รสา ]  :  ใครเหรอ ริวกะ !!!



ในขณะที่มะกรุดกำลังสงสัยเรื่องชื่อที่นานะเรียก รสา ดาราสาวคนสวยก็เดินเข้ามาทักทายพอดี ทำให้เวย์ไม่ต้องตอบคำถามนั้นและทักรสาตอบทันที


[ เวย์ ]  :  โย่วววว  รสา มาซ้อมละครเหรอ


[ รสา ]  :  อื้อ วันนี้ต้องซ้อมละคร ซ้อมเต้นด้วย อ่อยยยย เหนื่อยยยย



[ มะกรูด ]  :  ขยันแท้รสา งานก็เยอะยังมาซ้อมละครเวทีอีก



[ รสา ]  :   ก็กิจกรรมของคณะนี่นาทำไงได้ล่ะ ว่าแต่. มาครบเลยนะเนี่ยแก๊งค์นี้  อ้าว  เอ่อ....  นาย พายุ ธารารังสิมันต์ ( ประชด )  โดดประชุมงั้นสิ่นะ


[ เวย์ ]  :  แน่ะ จะหาเรื่องทะเลาะกับมันอีกแล้วอ่ะดิ่ 55555


[ รสา ]  :   เฮ๊อะ เราเปล่านะ มีแต่นายคนนั้นนั่นแหละที่หาเรื่องเรา คนอะไรก็ไม่รู้กวนประสาทได้ตลอดเวลา


[ ก๋อย + กรูด ]  :  ( คิดในใจ )  อิหยังวะ ทุกทีเห็นแต่แม่คุณหาเรื่องมันตลอด



มะกรูดกับก๋อยนี่ถึงกับมองหน้ากันเลย เพราะถ้าว่ากันตรงๆ แทบจะ 90% รสาเองนั่นแหละจะเป็นคนหาเรื่องไอ้ริว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในอดีตนั้นไอ้ริวเคยกวนตีนอะไรรสาไว้ เธอจึงได้จำฝังใจมาแบบนี้


[ เวย์ ]  :  มันพาพี่สาวมันไปเที่ยวปางอุ๋ง นู่นน่ะ มันเลยลาน่ะ


[ รสา ]  :  น่ะ เห็นมะ ไม่มีความรับผิดชอบเลย หนีเที่ยวอีกแล้ว


[ เวย์ ]  :  ฮ่า ฮ่า ฮ่า   เดี๋ยวเราไปประชุมคณะก่อนนะรสา อีก 1 ช.ม. เจอกันที่ ชมรมอาสาฯ นะ  ป่ะ ไอ้ลูกกรอกทั้งสอง ตามพ่อมาได้ละ เผี๊ยะ ( ดีดหู )



[  ก๋อย + มะกรูด ]  :  โอ๊ย !!! กูจะ กรอกเบ้าหน้ามึงเดี๋ยวนี้แหละ มามอบไอสัดเวย์ มอบบบบบ


มะกรูดและก๋อยวิ่งไล่เวย์ที่บังอาจดีดหูพวกเขาออกไปทันที เหมือนเด็กๆเล่นกันไม่มีผิด ส่วนรสานั้นก็ยืนมองเพื่อนสามคนวิ่งไล่กันไปด้วยแววตาที่ออกแนวผิดหวังเล็กน้อย เธอกอด.อกตัวเองด้วยสีหน้าที่ดูงอนๆเล็กๆ ก่อนจะพูดว่า


[ รสา ]  :  ไม่เจอกันแค่ 10 ปี ทำไมเปลี่ยนไปขนาดนี้นะ ตอนเด็กๆ ก็ดูเรียบร้อยน่ารักแท้ๆ ทำไมโตมาแล้ว กวนประสาทแบบนี้นะริว ฮึ๊ !!!



•••••••


ทางด้าน 3 เกลอ เวย์ ก๋อย กรูด ก็วิ่งไล่เตะกันมาสักพักก็ต้องหยุดการเล่นกันลงเพราะว่า สองคนนั้นหมดแรงหอบแฮ่กไปก่อนแล้ว


[ ก๋อย ]  :  แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก โอยย สัดเวย์ ทำไมมันวิ่งอึดจังวะ


[ กรูด ]  :  โอย ไอห่าเหนื่อยชิบหาย แม่งเอ๊ย


[ เวย์ ]  :  พวกมึงนี่มันอ่อนแอจริงจรี๊ง หัดออกกำลังกายมั่งสิ่วะ วิ่งแค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว


[ กรูด ]  :  กูออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่มึงรู้ตัวมั้ยเนี่ย ว่ามึงแม่งไม่ได้ต่างอะไรกับไอ้ริวเลย อึดยังกับไม่ใช่คน แฮ่ก แฮ่ก


[ ก๋อย ]  :  โอ่ยยย กูขอ oxygen หน่อยได้ม๊าย ใจจะขาด


[ เวย์ ]  :  ก็กูกับมันอยู่ชมรมอาสาพัฒนา เวลาออกค่ายมันก็ต้องใช้แรง ถ้าไม่ออกกำลังกายจะเอาแรงไหนไปยกของหนักวะ


[ กรูด ]  :  โอย ไปเลยสัดเวย์ ไปซื้อน้ำมาให้พวกกูเลย พวกกูขอไปนั่งเป่าแอร์ก่อน ก่อนที่เสื้อกูจะเหม็นเหงื่อ


[ เวย์ ]  :  อ่าวเห้ย อะไรวะ


[ ก๋อย ]  :  มึงไปเลยนะ ไปซื้อน้ำมามอบให้พวกกูเลย กูก้าวขาไม่ออกแล้ว


เวย์นั้นเลี่ยงไม่ได้เลยทีเดียว เพราะตอนนี้เพื่อนสองคนท่าทางเหนื่อยจริงๆ แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แค่เดินไปซื้อน้ำเอง เวย์นั้นเดินไปแล้วส่วนก๋อยและมะกรูดก็รีบไปนั่งจ่อหน้าแอร์ทันที และเริ่มพูดคุยอะไรกันบางอย่าง



[ มะกรูด ]  :   โอยเหนื่อยชิบหาย ไอ้เวย์มันเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนไอ้ริวเลยหรือไงวะ ไม่รู้จักเหนื่อยเลย



[ ก๋อย ]  :   แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เอาจริงๆ ถ้าเจอมันข้างนอกแล้วไม่รู้จักกัน กูจะไม่มองหน้าจะไม่กวนตีนมันเด็ดขาด แม่งหุ่นยังกับทหารเมืองนอก


[ มะกรูด ]  :   อะไรวะ ทหารเมืองนอก


[ ก๋อย ]  :  มึงดูหุ่นมันดิ่ ถ้าให้พูดตรงๆกูว่าหุ่นแม่ง พอๆกับไอ้ริวเลยนะเว้ย แต่คงเพราะพวกเราไปโฟกัสที่ความกวนส้นตีนของมัน พวกเราเลยมองผ่านๆไป แล้วไอ้ตอนที่มันไปช่วยมึง มึงอาจจะไม่เห็นก็ได้ มันไม่ได้สู้มั่วๆนะเว้ย นั่นมันซิสเตม่า เลยนะ


[ มะกรูด ]  :  ใครจะไปทันมองวะโดนถีบจนหน้าเขียวแบบนั้นจุกชิบหาย ว่าแต่ซิสเตม่าคือไรวะ ยาสีฟันเหรอวะ







[ ก๋อย ]  :  ยาสีฟันพ่อง นั้นมัน ซิสเต็มม่า  กูพูดถึง ซิสเตม่า เว้ย มันเป็นศิลปะการต่อสู้ของพวกโซเวียต มึงไม่เห็นเหรอ ไอ้บอดี้การ์ดนั่นโดนไอ้เวย์เอาแม็กปืนแทงยับ ไอ้สัดแทงเป็นกบเลย  นั่นมันบอดี้การ์ดมืออาชีพนะเว้ย  ถ้าฝีมือระดับไอ้ริวกูไม่แปลกใจหรอกที่จะตบพวกมันจนคว่ำ แต่ไอ้คนที่วันๆเอาแต่กวนส้นตีนแบบไอ้เวย์เนี่ย กูก็พูดไม่ออกเหมือนกัน กูก็พึ่งรู้ว่ามันเก่งได้ขนาดนั้น



[ มะกรูด ]  :  แต่กูสงสัยว่ะ ทำไมไอ้ริวแม่งเก่งขนาดนั้นวะ เก่งแบบ เหี้ยเอ๊ย แม่งแบบ เอ๊ออ พูดไงดีวะ



ตอนนี้มะกรูดนั้นไม่รู้ว่าจะพูดยังไง พอได้นึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองโดนกระทืบและเพื่อนทั้งสองมาช่วย มันก็ยิ่งทำให้เขาพูดไม่ออก โดยเฉพาะการต่อสู้ที่เหมือนหลุดออกมาจากจินตนาการ

ยิ่งตอนที่ริวกะใช้ ชินริวเค็น มะกรูดสาบานได้เลยว่าตอนนั้นเขาอึ้งมากๆ ไม่คิดว่าจะได้เห็นท่านี้ในชีวิตจริงและในการต่อสู้จริงๆ



[ ก๋อย ]  :   หรือว่ามันเคยเป็นทหารมาจริงๆวะ


[ มะกรูด ]  :  มึงบ้าเปล่าเนี่ย พวกเราพึ่งจะอายุ 20 แล้วไอ้เวย์มันจะเป็นทหารได้ยังไงวะ ถ้ามันเป็นจริงๆมันคงยังไม่ปบดประจำการ และทหารที่ไหนผมยาวแบบนั้นวะ



[ ก๋อย ]  :  แต่มันแปลกจริงๆว่ะ ไอ้เวย์มันจะอายุเท่าพวกเราจริงเหรอวะ



[ มะกรูด ]  :   อะไรอีกวะมึงเนี่ย พ่องเป็นอิ๊คคิวซังเหรอ ขี้สงสัยจัง



[ ก๋อย ]  :   เฮ้ย !!!  มึงคิดดีๆ ว่าไอ้การใช้มีดของไอ้เวย์มันธรรมดาที่ไหน มึงก็น่าจะเห็น แม่งจับสลับฟันแทงอย่างคล่อง อีกฝ่ายเป็นมืออาชีพนะแต่แทบไม่ได้แดรกไอ้เวย์เลย อีกอย่างตอนที่มันขึ้นลำปืนด้วยมือข้างเดียวอ่ะ ถ้าไม่ใช่คนที่ฝึกมาอย่างดีไม่มีทำไม่ได้นะเว้ย แต่นี่ไอ้เวย์แม่งอย่างเทพ รับปืนที่ไอ้ริวโยนมาให้และสะบัดแขนขึ้นลำปืนทันที เหมือนมันอยู่กับปืนตลอดเวลาจนคุ้นชินและรู้จังหวะหมดอ่ะ



[ มะกรูด ]  :  ไอ้ริวมันก็ใช้มีดเก่งเหมือนกันนะเว้ย มึงก็เห็น ถ้าไอ้เวย์มันเป็นทหารไอ้ริวก็ต้องเป็นทหารดิ่



[ ก๋อย ]  :  โห มึงตาถั่วแล้ว เทคนิคก็ต่างกันลิบลับเลย



[ มะกรูด ]  :  ต่างกันยังไงวะ มึงก็เห็นไอ้ริวแม่งฟันโคตรแม่น ตอนที่แม่งฟันสีข้างของไอ้บอดี้การ์ดนั่น กูก็นึกว่าแม่งเลือดสาดแน่ๆ แต่แม่งหลุดออกมาแค่ซองปืน



[ ก๋อย ]  :  มึงใจเย็นๆ ไอ้กรูด ตอนนั้น ( ตอนโดนกระทืบ ) มึงอาจจะจุกจนไม่ได้มองให้ดีๆ  จริงอยู่ว่าไอ้ริวกับไอ้เวย์มันใช้มีดเหมือนกัน แต่ถ้ามองให้ดีๆ ทักษะการใช้มีดของไอ้เวย์และไอ้ริวมันต่างกันอยู่เยอะเลย กูว่าโอตาคุญี่ปุ่นแบบมึงต้องมองออกแน่ๆ



มะกรูดนั้นค่อยๆคิดตามที่ก๋อยพูด จริงอยู่ที่ปกติแล้งก๋อยจะเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจการเรียนนัก แต่ยามใดที่มันเอาจริงเอาจัง มันจะกลายเป็นคนที่น่าเชื่อถือมากๆ และเมื่อคิดตามอย่างละเอียดถึงรูปแบบการต่อสู้ของริว ทั้งยูโด คาราเต้ ไอคิโด้ รวมถึงการขว้างดาวกระจาย นั่นจึงทำให้มะกรูดสโคปข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น ตอนนี้เขารู้แล้วว่าวิชามีดของริวนั้นคือ....


[ มะกรูด ]  :  ทันโตจุสสึ เหรอวะ



[ ก๋อย ]  :  กูก็ไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าอะไร  แต่ถ้าไอ้ริวมันเป็นทั้ง คาราเต้ ไอ้คิโด้ ยูโด และนินจุสสึ ไอ้วิชาทันโตนั่นมันก็คงเป็นเหมือนกัน เพราะยังไงซะการใช้มีดก็ถือว่าเป็นการต่อสู้ประชิดเหมือนกัน



[ มะกรูด ]  :  ทันโตจุสสึ เป็นวิชาเทคนิคการใช้มีดสั้น การขว้าง ปา มีด แต่เทคนิคบางส่วนมันก็เลือนหายไปตามกาลเวลาว่ะ แล้วไอ้ริวมันก็อายุเท่าๆพวกเรา มันจะเอาเวลาไหนไปร่ำไปเรียน วิชาพวกนี้วะ


[ ก๋อย ]  :  กูว่าอย่างมันต้องใช้คำว่า " ฝึก " มากกว่า " เรียน " ว่ะ



[ มะกรูด ]  :  ฝึก ??? ฝึกอะไรวะ ในไทยมีแค่โดโจเปิดสอน อีกอย่างโดโจในไทยก็ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนะเว้ย ไอ้ริวมันจะเอาเวลาไหนไปเรียน



[ ก๋อย ]  :  ( ทำหน้าเหนื่อยใจ ) เอ่อ.... กูถามมึงจริงๆ นี่มึงไม่รู้เหรอวะ ว่าไอ้ริวมันเป็นใคร  มึงคลุกคลีกับข้อมูลประเทศญี่ปุ่นจนเข้าขั้นโอตาคุแล้ว มึงไม่รู้จักไอ้ริวจริงๆเหรอวะ



[ มะกรูด ]  :  หะ ? อะไรมึงวะ  ไอ้ริวมันเป็นใครวะตกลง



ตอนนี้เหมือนว่าก๋อยจะบอกความจริงกับมะกรูดแล้วว่าริวเป็นใคร ซึ่งมันไม่แปลกเลยที่มะกรูดจะไม่รู้ เพราะริวกะไม่เคยบอก ไม่เคยอวดตัวสักครั้งว่าบ้านของเขาร่ำรวยเพียงใด อีกทั้งมะกรูดเองก็ไม่เคยคิดจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของริวกะด้วย นั่นจึงทำให้ริวกะที่มะกรูดรู้จัก คือ ไอ้ริว นายพายุ ธารารังสิมันต์ แค่นั้นเอง



[ เวย์ ]  :  อ๋อ ไอ้มั้งกรน่ะเหรอ  ปู่มันชื่อชิน พ่อมันชื่อริน ตัวมันชื่อริวกะ 


ในขณะนั้นเองเวย์ที่ได้เดินไปซื้อน้ำก็เดินมาพอดี ซึ่งเอาจริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรมะกรูดอยู่แล้ว ถึงยังไงซะสักวันมะกรูดก็ต้องรู้ สู้บอกให้จบๆไปเลยดีกว่า ซึ่งพอหลังจากบอกไปแล้ว แน่นอนว่ามะกรูดก็ช็อคไปเลย นี่ไม่ใช่แค่รวยแล้ว แต่รวยชิบหายเลยนี่หว่า


[ มะกรูด ]  :  อิ อิ อิ อิซานางิ ริวกะ  ไอ้ริวคือ อิซานางิ ริวกะ เหรอวะ  มังกรเพลิงแห่งอิซานางิ เหรอ


[ เวย์ ]  :  ( ป๊อก !!! เปิดกระป๋องน้ำอัดลมกิน )  ไอ้ก๋อยไปยัง เดี๋ยวใบเฟิร์นบ่นอีก



[ ก๋อย ]  :  อึ้ก อึ่ก อึ่ก  แอ่ !!!  ป่ะป่ะ เดี๋ยวโดนบ่น  เอ้าไอ้กรูด ไปดิ่เป็นห่าไรเนี่ยยืนขาตายซะเฉยๆเลยไอ้ห่า



[ มะกรูด ]  :  พั้ว พั้ว พวกมึงไม่ตกใจกันเลยเหรอวะ นั่นลูกชายมหาเศรษฐีเลยนะเว้ย



[ ก๋อย ]  :  อะไรมึงวะ อยู่กับมันมาเป็นปีๆมาตกใจห่าอะไรตอนนี้


[ มะกรูด ]  :   เห้ย !!! นั่นมันคนดังเลยนะเว้ย ทำไมมันต้องปิดบังตัวเองวะ


[ เวย์ ]  :   อะไรวะ มันปิดบังตัวเองตรงไหนวะ


[ ก๋อย ]  :  เออ มันปิดบังตัวเอง หรือ ทำเป็นยากจนตอนไหนวะ มึงจำไม่ได้เหรอวะ ว่าตอนปี 1 มันขับแลมโบมาเรียน มันไม่ได้ปิดบังฐานะเว้ย มันแค่ไม่ชอบอวดรวย



[ เวย์ ]  :  ( โยนกระป๋องลงถัง )  อีกอย่างที่วันนั้นมันขับรถมาเพราะมันรีบ  ปีนึงมันขับรถมามหาวิทยาลัยเอง ไม่ถึง 10 ครั้งเลยมั้ง มันไม่ได้อวดรวย แต่ก็ไม่ได้ตอแหลเรื่องฐานะ มันแค่ไม่พูดแค่นั้น


เวย์และก๋อยพูดจากันหน้าตาเฉยเหมือนไม่ตกใจอะไรเลย เห้ยนั่นลูกชายเศรษฐีนะเว้ย เห้ยนั่นมันคนดังนะเว้ย ซึ่งมะกรูดเองไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนทั้งสองถึงดูไม่ได้ท่าทีที่แปลกใจเลย



[ เวย์ ]  :  มันก็คือมัน จะไอ้พายุ ไอ้ริวกะ ไอ้มังกร ยังไงซะมันก็คือมันนั่นแหละ


[ ก๋อย ]  :  มึงมันยังอ่อนยิ่งนักไอ้มะกรูด มึงบอกว่าชอบญี่ปุ่น คลั่งญี่ปุ่น แต่มึงไม่รู้จักไอ้ริวเนี่ยนะ



[ มะกรูด ]  :  เห้ย !!! ก็คุณริวกะเขาไม่ค่อยชอบออกสื่อ จะออกก็แค่งานของบริษัท  นักข่าวแทบไม่มีภาพข่าวของเขาเลย อีกอย่างในตำแหน่งทางราชการอีก เขาเลยถูกรัฐบาลปกป้องเรื่องข้อมูล ทำให้ไม่อยมีภาพหลุดมากนัก

[ ก๋อย ]  :  เย็ดเข้  คุณริวกะเลยเหรอวะ 55555


[ เวย์ ]  :  ก็นั่นแหละนิสัยของมัน ไม่ว่ามันจะเป็นอิซานางิ ริวกะ หรือ ไอ้ริว มันก็คือเพื่อนของเรานั่นแหละ ก็แค่ทำตัวปกติเหมือนเดิมเท่านั้นแหละ


[ มะกรูด ]  :  จะดีเหรอวะ แล้วคนอื่นๆล่ะ


[ ก๋อย ]  :  เขารู้กันทั้ง sec แล้ว เหลือมึงตัวเดียวนั่นแหละ


มะกรูดถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว เพราะเท่ากับว่าตอนนี้มีเขาคนเดียวน่ะสิ่ที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเลย ซึ่งตามไทม์ไลน์แล้วนั้น เพื่อนๆในห้องรู้ความจริงเกี่ยวกับริวตอนงานรับน้องนั่นเอง ซึ่งมันตรงกับข่วงที่มะกรูดไปออกทริปถ่ายรูป นั่นจึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้


[ มะกรูด ]  :  ห๊ะ  กูคนเดียวเหรอที่ไม่รู้ พวกมึงรู้ตั้งแต่เมื่อไรวะ


[ ก๋อย ]  :  ก็ตั้งแต่งานรับน้อง ที่ไอ้ริวกระทืบพวกไอ้นพนั่นแหละ พ่อมันเป็นคนบอกถึงตัวตนของไอ้ริวเอง อีกอย่างเขาก็ขอพวกกูไว้ ว่าอยากให้ไอ้ริวได้ใช้ชีวิตแบบปกติ


[ มะกรูด ]  :   หา !!!  พวกมึงได้เจอคุณรินด้วยเหรอ


[ ก๋อย ]  :   เออ ทั้งพ่อมัน พี่สาวมันก็มาหมด


[ มะกรูด ]  :  อะไรวะ... ทำไมกูไม่รู้เรื่องคนเดียว


[ เวย์ ]  :  แล้วอย่าเสือกทำตัวน้อยใจว่าไม่มีใครบอกมึงล่ะ เพราะมึงเลือกที่จะไม่เข้ากิจกรรมรับน้องและไปทริปถ่ายภาพเองทั้งๆที่มันไม่จำเป็นต้องไปเลย อีกอย่างถ้ามึงสังเกตให้ดีๆ จากวันงานรับน้องก็ผ่านมาสามเดือนแล้วที่คนในห้องรู้ว่าไอ้มังกรเป็นใคร


[ ก๋อย ]  :  อืม แต่ก็ไม่มีใครประหม่าหรือเกร็งอะไรเลย ทุกคนก็ยังเรียน ยังใช้ชีวิตแบบเดิม เพราะเอาจริงๆตลอดเวลา มันก็คือลูกคนรวยนั่นแหละ แต่มันแค่ไม่ชอบอวดชอบโชว์เท่านั้น มึงคุยกับมันบ่อยๆมึงก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นคนยังไง


มะกรูดได้ฟังทั้งเวย์และก๋อยพูดมา จริงอยู่ว่าตอนแรกมะกรูดก็ตกใจและเคืองนิดๆที่ไม่มีใครบอกเขาเลย
แต่เมื่อฟังและพิจารณาให้ดีๆ มันก็ไม่มีอะไรที่เขาควรจะเคืองหรือไม่พอใจนี่นา เพราะตลอดเวลานั้นไอ้ริวก็ไม่เคยถือตัวอะไร และก็เป็นอย่างที่เวย์บอก มันไม่เคยทำตัวว่ายากจน ซึ่งทุกคนก็รู้ว่ามันรวยแน่ๆ แต่ในแค่ไม่อวดเท่านั้นเอง  สีหน้าของมะกรูดที่เหวอๆก็ค่อยๆดีขึ้น

และเมื่อเวย์เห็นดังนั้นจึงได้เดินนำทั้งสองเพื่อเขาห้องประชุมต่อไป ซึ่งนั่นทำให้บทสนทนาระหว่างมะกรูดกับก๋อยเรื่องที่ว่า “ เวย์เป็นใคร “  ก็ถูกลืมเลือนไปทันที และเมื่อพูดถึงริวกะแล้วจะไม่พูดถึงเธอคนนี้ไม่ได้แน่ๆ เมียคนโตนามว่า มิไร



ด้านหมู่บ้านสายหมอก มิไรและเหล่าภูติได้มายังหมู่บ้านสายหมอกแล้ว และดูเหมือนว่าพวกเธอจะเริ่มภารกิจไปแล้วเสียด้วย


[ คิเคียว ]  :   มิไรตอนนี้ทางบ้านนั้นเป็นไงบ้างล่ะ


[ มิไร ]  :   งานเยอะน่าดูเลยค่ะคุณย่า ตอนนี้หลายบริษัทยื่นเรื่องขอเข้ามาร่วมธุรกิจกันเป็น 10 บริษัทเลยค่ะ แต่ว่าจากที่ตรวจสอบ ไม่มีบริษัทไหนโปร่งใสเลยค่ะ


อิซานางิ มิไร ปัจจุบัน อายุ 27 ปี





[ คิเคียว ]  :  อื้ม ยิ่งโดดเด่นมากเท่าไร ก็ยิ่งถูกจับตามองมากเท่านั้น อิซานางิ กรุ๊ปในตอนนี้ก็คงเหมือนขุมสมบัติชิ้นใหญ่ ที่ไม่ว่าใครก็อยากจะกระโจนเข้าหาทั้งนั้น


[ มิไร ]  :   ค่ะ แต่ว่าที่อิซานางิ กรุ๊ป มีวันนี้ได้เพราะคุณย่าคิเคียวสนับสนุนอยู่เบื้องหลังนะคะ จริงๆหนูอยากให้คุณย่าช่วยบริหารในหลายๆอย่างเลยค่ะ


[ คิเคียว ]  :   เฮ๊อะ ย่าไม่อยากยุ่งมากมายนักหรอก แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้วถ้าบริษัทมันขาดทุน กลัวเจ้าลูกชายตัวยุ่ง กับเจ้าหลายชายตัวแสบจะไม่มีอะไรกินน่ะสิ่
 

[ เนโกะมาตะ ]  :  ปากไม่ตรงกับใจเลยนะคิเคียว ถึงแม้เจ้าจะรักสันโดษ แต่ยังไงซะก็คง.อดที่จะเป็นห่วงนายท่าน กับ นายน้อยไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ


[ คิเคียว ]  :  เฮ๊อะ ข้าอยากให้รินใช้ชีวิตแบบสงบๆแท้ ตอนยังเล็กๆข้าก็อบรมสั่งสอนให้อยู่เส้นทางแห่งวิถีมนตรา แต่พอทำไมโตมากลับเดินเส้นทางเดียวกับชินก็ไม่รู้ ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ


[ เนโกะมาตะ ]  :  แต่เจ้าก็ปล่อยให้นายท่านเลือกทางเดินของท่านเอง มิหนำซ้ำเจ้ายังคอยสนับสนุนเต็มกำลังด้วยซ้ำ เจ้าน่ะมีสายเลือดของคนเป็นแม่อยู่เต็มตัวเลยนะคิเคียว


คุณย่าคิเคียวนั้นกำลังพูดคุยกับมิไร ที่ตอนนี้กำลังเก็บสมุนไพรหลายตัวอยู่โดยมีเนโกะมาตะอยู่ด้วย ดูเหมือนว่าการมาที่นี่จะเป็นการ รีชาร์จพลังงานให้กับตัวเธอได้มากเลยทีเดียว ธรรมชาติที่ไม่ถูกรบกวนแบบนี้ ราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในยุคเอโดะเลย


[ มิไร ]  :   พี่คิสสึเนะ ข้างบนเป็นไงบ้างคะ

[ คิวบิ ]  :   เจอแล้วๆ


ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ  คิวบิที่ลอยตัวสังเกตการณ์อยู่ด้านบนได้ตอบกลับนังหนูมิไร และได้เทเลพอร์ตทันที เพื่อไปเก็บบางอย่าง ซึ่งมันคือ จักรพรรดิแห่งสมุนไพรหรือถั่งเช่านั่นเอง นี่คือเหตุผลหลักที่คิเคียวเรียกตัวเหล่าภูติสาวๆและมิไรมานั่นเอง


เพราะว่าตอนนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเก็บถั่งเช่านั่นเอง เหตุผลที่คิเคียวต้องเรียกตัวพวกคิวบิมานั้น เพราะมูลค่าของถั่งเช่านั่นเอง ในตลาดนั้นถั่งเช่ามีมูลค่าที่สูงมาก และเหนือสิ่งอื่นใดถั่งเช่าที่หมู่บ้านสายหมอกแห่งนี้ เป็น 1 ในสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก เพราะเกิดเองตามธรรมชาติ อีกทั้งสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ก็ยิ่งส่งเสริมให้ตัวถั่งเช่าเจริญเติบโตได้ดี


นั่นหมายความว่าถ้าให้คนอื่นรู้ว่าที่นี่มีแหล่งกำเนิดถั่งเช่าล่ะก็ คนจะต้องแห่กันมาแน่ๆ และวิถีชีวิตของหมู่บ้านสายหมอกก็จะโดนรบกวนในที่สุด


ซึ่งถั่งเช่าเหล่านี้คิเคียวนำมันมาเพื่อใช้ดูแลคนในหมู่บ้านสายหมอก ไม่คิดที่จะเอาไว้ขายแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่ว่าเพราะตัวเธอนั้นรวยล้นฟ้าแต่อย่างไร ( คิเคียวคือนายหญิงใหญ่ของอิซานางิ กรุ๊ป ) แต่เพราะเธออยากแบ่งปันให้คนอื่นๆมากกว่า


[ คิเคียว ]  :  ให้นักธุรกิจสาวไฟแรงมาก้มหน้า เก็บสมุนไพรแบบนี้ ใครเห็นก็คงต่อว่า ย่าแน่ๆเลยนะ มิไร


[ มิไร ]  :  คนพวกนั้นไม่รู้อะไร ก็ปล่อยเขาเถอะค่ะคุณย่า ยังไงซะหนูก็คือหลานที่คุณย่าเมตตา ทั้งๆที่ไม่ใช่หลานแท้ๆ


[ คิเคียว ]  :  เฮ้อ ถ้าริวกะสุขุมได้แบบมิไรบ้างก็ดีสิ่นะ เหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อนมันทำให้ย่ารู้ว่าริวกะ ยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ อย่างที่ควรจะเป็น



[ คิวบิ ]  :   อย่าห่วงเลยน่าคิเคียว ( กระโดดลงมาจากฟ้า )  ตอนนี้เจ้าหนูริวกะอาจจะยังไม่สุขุมแบบหัวหน้าใหญ่ หรือนายท่านริน แต่นายน้อยน่ะเป็นถึงว่าที่ผู้นำของพวกข้าเชียวนะ อีกทั้งยังเป็นหลานของเจ้าด้วย


[ คิเคียว ]  :  เฮ้อ.... ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าพูดว่า ริวกะเป็นหลานของข้า เป็นหลานของชิน หรือ เป็นลูกของรินเลย ยังไงซะริวกะก็คือริวกะ ที่ริวกะเก่งกล้าสามารถมาได้ขนาดนี้ก็เป็นเพราะตัวของเขาเอง ข้าอยากให้ทุกคนพูดว่า สมกับเป็นริวกะมากกว่า


[ มิไร ]  :   คุณย่าคิเคียวกลัวว่านายริว จะรู้สึกน้อยใจที่ต้องอยู่ใต้เงาของอิซานางิ ไปตลอดงั้นเหรอคะคุณย่า


[ คิเคียว ]  :  อืม.... แล้วหลานคิดว่ายังไงล่ะ มิไร


[ มิไร ]  :  คนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือนายริวค่ะคุณย่า


[ คิวบิ ]  :  โฮโฮ่ ( ยิ้มแบบพอใจและภูมิใจ แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ของปีศาจจิ้งจอก บนใบหน้า )


[ มิไร ]  :  แต่ถ้าถามหนู หนูคิดว่านายริวไม่กดดันหรอกค่ะ


[ คิเคียว ]  :  . . . . . . . . . . .


[ มิไร ]  :   นายริวที่หนูรู้จัก มักจะบอกเสมอๆเลยค่ะ ว่าที่มีทุกวันนี้ได้ เพราะมีปู่ ย่า และพ่อคอยซัพพอร์ทและสนับสนุนอยู่เสมอ นายริวบอกอีกว่าลำพังตัวเขาคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้ แม้จะมีพลังที่มากล้น แม้จะมีฝีมือการต่อสู้ที่เข้าขั้นอัจฉริยะ แต่ถ้าขาดแรงสนับสนุนที่ดี เขาคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ชื่ออิซานางิสำหรับนายริวไม่ใช่ร่มเงาที่บดบังตัวตนของเขาค่ะ แต่สำหรับนายริวแล้ว อิซานางิ เหมือนร่มเงาที่คอยปกป้องเขาและทำให้เขารู้สึกอุ่นใจว่า ตัวเขานั้นไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ค่ะคุณย่า



มิไรก้มหน้าเก็บสมุนไพรไปและก็อธิบายไปสลับกับมองหน้าคุณย่าไป คำพูดของมิไรนั่นทำให้คุณย่าคิเคียวโล่งใจ ขึ้นมาได้มากเลยทีเดียว เพราะต่อให้คุณย่าจะเคี่ยวเข็ญริวกะเพียงใด แต่ท่านก็ยังคิดถึงจิตใจของริวกะเสมอ ท่านกลัวว่าริวกะจะรู้สึกท้อแท้ ที่พอไม่ว่าทำอะไรลงไป ทุกคนก็จะเอ่ยแต่ว่าสมแล้วที่เป็นลูกของริน สมแล้วที่เป็นหลานของชิน สมแล้วกับที่เป็นอิซานางิ


แต่ด้วยคำพูดของหลานบุญธรรมคนนี้ก็ช่วยทำให้คุณย่าดูสบายใจขึ้นเยอะเลยล่ะ และทันใดนั้นเองพี่คิสสึเนะก็ได้เอี้ยวตัวมากระซิบกับมิไรว่า


[ คิวบิ ]  :   สมแล้วที่เป็นแฟนกัน ช่างรู้ใจคนรักของตัวเองจริงๆ


[ มิไร ]  :   เง้อออออ พี่คิสสึเนะ


มิไรนั้นหน้าแดงแจ๋เลย พอเจอคิวบิพูดใส่ตรงๆแบบนี้ ใช่แล้วล่ะ มิไรภูมิใจในตัวนายริวมากๆ มากที่สุดเลย ก่อนหน้านี้เธออาจจะมีแอบคิดว่านายริวอาจจะไม่รักเธอเท่าคนอื่นๆ เพราะเธอก็อายุมากแล้ว ( มิไรจ๋า อายุ 27 กำลังแซ่บเลย ) แต่ว่าหลังจากที่เปิดใจ เปิดอก เปิดเสื้อผ้าคุยกันแล้ว มิไรก็ได้เข้าใจว่าตลอดเวลาเธอนั้นคิดไปเอง คิดว่าไม่เหมาะสมกับนายริว และคิดว่านายริวรักเธอร้อยกว่าคนอื่นๆ เธอคิดไปเองทั้งนั้นจริงๆ


[ คิเคียว ]  :   อื้ม ในเมื่อหลานยืนยันว่าริวกะจะไม่น้อยใจ งั้นย่าคงต้องเพิ่มระดับความดุขึ้นแล้วล่ะ


[ มิไร ]  :  คุณย๊า !!!  แค่นี้ก็พอแล้วคร๊า !!!


มิไรนั้นเหวอเลย พอคุณย่าคิเคียวบอกว่าจะเพิ่มความดุขึ้น แม้แต่มิไรเองได้ฟังยังขนลุกเลย เพราะคิเคียวดุมาก ดุจนริวกะไม่กล้าหือ ไม่กล้าอือ อะไรเลย แต่ก็เพราะความดุนี่แหละ นายริวถึงไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่ใช้พลังที่มีไปไล่ตบคนอื่น

 
หลังจากที่ทั้ง มิไร คิวบิ เนโกะมาตะ ( ปีศาจแมว 2 หาง ) โรคุโรคุบิ ( ปีศาจสาวคอยาว ) ได้ช่วยกันเก็บจักรพรรดิแห่งสมุนไพรแล้ว พวกเธอก็ได้กลับมาที่บ้านของคิเคียว ซึ่งเป็นบ้านไม้ทรงโบราณ ที่บอกได้เลยว่าน่าอยู่โคตรๆถึงแม้จะไม่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกแบบข้างนอกก็เถอะ แต่ไม่ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีไฟฟ้าเลย เพราะจริงอยู่ว่าคิเคียวใช้บ้านหลังนี้ในการทำสมาธิ ฝึกจิต และ ฝึกฝนวิถีแห่งมิโกะ แต่บ้านอีกหลังนึงก็มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกอยู่


จะให้อธิบายก็คือ หมู่บ้านสายหมอกนี้คนภายนอกไม่รู้จักวิธีที่จะเข้ามาแน่ๆ เพราะคิเคียวได้กางข่ายอาคมหมอกลวงตาเอาไว้ เหตุผลก็อย่างที่บอกว่าไม่ต้องการให้คนภายนอกมาทำให้วิถีชีวิตแบบดังเดิมเปลี่ยนไป แต่ไม่ใช่ว่าคิเคียวจะไม่คิดพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้เลย คำนิยามว่า “ นายหญิงใหญ่แห่งอิซานางิ “ นั้นไม่ได้มาเพราะเธอเป็นแค่ภรรยาของชินเท่านั้น แต่เพราะคิเคียวนี่แหละที่เป็นหัวแรงหลักในการพลิกฟื้นนางาซากิ และเป็นผู้ที่สนับสนุนและช่วยเหลือชินมากที่สุด เพราะฉะนั้นเรื่องการคิดพัฒนาและความก้าวหน้าให้คนในหมู่บ้านนั้นหายห่วงได้เลย หมู่บ้านสายหมอกจะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ ให้พูดง่ายๆคือ 3 เขตนั่นเอง


เขตแรกนั้นจะเป็นหมู่บ้านที่เป็นเหมือนปราการชั้นแรกนั้นจะเป็นโรงพยาบาล แน่นอนว่าโรงพยาบาลนี้ได้ทุนจาก อิซานางิ กรุ๊ปในการสร้าง พัฒนาและบำรุงรักษา มีหมอเก่งๆมากมายของมาประจำการที่นี่ ซึ่งโรงพยาบาลนี้ถึงจะไม่ใหญ่โตมากนัก แต่พวกเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีบอกได้เลย ครบครันและมีพร้อมแทบทุกชิ้น ส่วนใหญ่หมอที่นี่จะเป็นเด็กที่เคยได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิอิซานางิทั้งนั้น หลังจากที่พวกเขาร่ำเรียนจนจบเป็นหมอ พวกเขาก็ทำงานเก็บประสบการณ์จากในโรงพยาบาลชั้นนำทั่วทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น และนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาและรักษาคนที่หมู่บ้านสายหมอก รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าในย่านการค้าคาสุโกะด้วย


ส่วนหมอบางคนที่ยังอยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือกำลังสร้างความมั่นคงให้ตนเอง ก็ยังคงทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีค่าตอบแทนเยอะๆ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ลืม คือการกลับมาบรรยายและสอน เพื่อให้ความรู้กับพยาบาล และ หมอที่ประจำอยู่ที่นี่ ถึงแม้การบรรยายความรู้ทางวิชาการของพวกเขาสามารถทำเงินได้หลักแสนเยนภายใน 1 ชั่วโมง แต่สำหรับโรงพยาบาลแห่งนี้พวกเขาไม่คิดจะเก็บเงินแม้แต่เยนเดียว เพราะถ้าไม่มีมูลนิธิอิซานางิ ป่านนี้ชีวิตพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรเช่นกัน



หมู่บ้านสายหมอก ชั้นที่ 2







หมู่บ้านสายหมอกยามดึก




ส่วนหมู่บ้านชั้นที่ 2 จะถัดเข้ามาเล็กน้อย ที่นี่จะประกอบไปด้วยไร่ นา แปลงผัก และสวนผลไม้ แน่นอนว่าพวกนี้คือรายได้หลักของพวกเขานั่นเอง โดยที่การปลูกผัก ปลูกข้าวที่นี่เป็นแบบออร์แกนิค ไร้สารหรือยาฆ่าแมลง 100 % ผักจากที่นี่ถูกส่งขายทั่วประเทศและยังติด 1 ใน 5  แหล่งปลูกผักที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย อีกทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกด้วย ซึ่งที่นี่ยังอนุญาตให้คนเข้ามาชมได้ ยังอนุญาตให้มาทำข่าว หรือ ถ่ายสารคดีได้ แต่ว่า ถัดไปนี่สิ่ยากส์


หมู่บ้านชั้นที่ 3 นี้คิเคียวลงมนต์อาคมไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะว่าในส่วนนี้คิเคียวต้องการอนุรักษ์ไม่ให้คนภายนอกเข้ามารุกราน และ ก่อความวุ่นวานจริงๆ ที่นี่ดำรงเอกลักษ์ ดำรงวิถีชีวิต แบบโบราณไว้ ซึ่งที่นี่ส่วนมากจะมีแต่คนเฒ่าคนแก่อาศัยอยู่ พวกท่านบอกว่าเบื่อความวุ่นวานของโลกภายนอก ที่นี่แหละสงบที่สุด ในเขตนี้จะเป็นบ้านไม้ซะส่วนใหญ่ รูปแบบและรูปทรงยังคงรูปแบบโบราณเอาไว้


.......


ณ. บ้านของคิเคียว


[ มิไร ]  :  อื๊บบบบ เฮ้อได้ออกกำลังกายแบบนี้ดีจังเลย งื๊มมม


[ คิเคียว ]  :   ไปที่โรงพยาบาลกันมั้ย มิไร


[ มิไร ] :   ไปค่ะๆ ๆ   พี่คิสสึเนะ โนโกะมาตะ ไปกันเถอะ


มิไรเอ่ยชวนพี่สาวภูติจิ้งจอก และ ภูติแมวให้ไปด้วยกัน ส่วนโรคุโรคุบินั้น จะขอพักอยู่ที่นี่และคัดแยกถั่งเช่าเอง เพียงไม่นานทั้ง 4 ก็มาถึงโรงพยาบาล ซึ่งทันทีที่คิเคียวเดินเข้ามา ทั้งพนักงานทำความสะอาด คนเข็นเปล หมอ พยาบาล ก็ต่างโค้งหัวให้กับคิเคียวอย่างพร้อมเพรียวกัน ส่วนคิเคียวก็ยิ้มให้ตามประสาคนที่ดุแต่ใจดีนั่นเอง


[ พยาบาล ]  :   ท่านคิเคียวพาใครมาด้วยนั่นน่ะ สวยจัง


[ พยาบาล 2 ]  :  อะไรเนี่ยเธอ ก็นั่นคุณมิไร ไง อิซานางิ มิไร ส่วนคนสองที่สวยๆนั้นชั้นก็ไม่แน่ใจ ( คิวบิ เนโกะมาตะ )


[ พยาบาล ]  :  สง่างามจังเนอะ อุ้ยมาแล้วๆ


ทั้งสองพยาบาล ก้มหัวทำความเคารพคิเคียวอย่างพร้อมเพรียว ส่วนมิไรนั้นก็ก้มหัวให้เช่นกัน เพราะถ้าให้พยาบาลที่อายุเยอะกว่า มาโค้งหัวให้เธอคงรู้สึกไม่ได้ดีแน่ๆ ซึ่งในระหว่างนั้นเอง ก็มีเสียงเอะอะโวยวายขึ้นมา


คิวบิ และ เนโกะมาตะ เดินขึ้นมาบังหน้ามิไรและคิเคียว เพื่อปกป้องทันทีเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเหตุการณ์ตรงหน้านั้นคือ คนไข้รายหนึ่งกำลังร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะเหมือนว่าเขาพึ่งจะมีเรื่องกับคนรู้จักจนถึงขั้นเลือดตกยางออกเลยทีเดียว


 [ มิไร ]  :  เกิดอะไรขึ้น


[ พยาบาล ]  :  คนต่างชาติค่ะ มาเที่ยวแล้วเกิดทะเลาะกับเพื่อนร่วมเดินทางและทำร้ายร่างกายกันค่ะ


มิไรได้ฟังดังนั้นก็รีบมองออกไปทันที ก็พบว่าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิงอายุราวๆ 30 ปี ตอนนี้เธอเลือดท่วมหัวเลย คาดเดาด้วยสายตาคงจะหัวแตก เธอถูกพาตัวมาส่งโดยพ่อค้าแม่ค้าจากย่านการค้าคาสุโกะนั่นเอง มิไรพยายามฟังว่าเธอพูดว่าอะไร เพราะนั่นไม่ใช่ภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาฝรั่งเศส


มิไรจึงรีบเดินเข้าไปหาเธอทันที เธอขอถุงมือในกล่องมาสวมใส่และช่วยพยาบาลกดแผลไว้ ตอนนี้คนไข้ตรงหน้ากำลังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวมากๆ เธอพูดอังกฤษไม่ได้แล้วจะสื่อสารยังไงล่ะ ซึ่งในขณะที่สาวฝรั่งเศสกำลังตื่นตระหนกอยู่นั่น


[ มิไร ]  :  ไม่เป็นไร คุณจะปลอดภัย คุณมีอะไรคุณพูดกับฉันได้


โอ้นางฟ้ามาโปรด มิไรที่สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้นั้น ก็ได้พูดคุยกับเธอเพื่อบอกให้ใจเย็น ซึ่งทันทีที่เธอรู้ว่ามีครพูดภาษาขอเธอได้ แหม่มสาวชาวฝรั่งเศสก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ และพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอบอกว่าโดนเพื่อนชายทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนนี้เหมือนว่าเขากำลังจะตามมาแล้ว


[ มิไร ]  :   ไม่เป็นไร คุณจะปลอดภัย ชั้นให้สัญญา


[ แหม่ม ]  :  ช่วยฉันด้วย ฉันอยากกลับบ้าน ฉันไม่น่ามาเที่ยวที่นี่เลย


[ มิไร ]  :   ไม่ๆ คุณกำลังเข้าใจผิด การมาที่นี่ไม่ได้ทำร้ายคุณ คนที่มากับคุณนั่นแหละที่คุณควรต่อว่าเขา ที่นางาซากิแห่งนี้ยินดีต้อนรับพวกคุณอยู่แล้ว คุณแค่โชคร้ายที่มากับคนไม่ดี มันเกิดอะไรขึ้นบอกชั้นได้ไหม


[ แหม่ม ]  :   ชั้น ชั้น ชั้นทะเลาะกับเพื่อนชายที่กำลังอยู่ในช่วงดูใจ เขาขอตามชั้นมาเที่ยวที่นี่ ชั้นก็ยอมให้ตามมาเพราะไว้ใจ แต่ว่าเขากลับคิดจะพาชั้นไปนอนด้วย ( ไปเย นั่นเอง ) จริงอยู่ที่ชั้นชอบเขาแต่ชั้นก็ยัง ไม่ได้ชอบถึงขั้นจะยอมนอนด้วย เขาไม่พอใจจึงทำร้ายชั้นนี่แหละ


แหม่มฝรั่งเศสคนนั้นพยายามเล่าให้มิไรฟังทั้งหมด ซึ่งมิไรเองก็รู้สึกโกรธแต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมา เพราะว่าจะทำให้แหม่มคนนี้เครียดมากกว่าเดิม และทันใดนั้นฝันร้ายก็มาทันที เมื่อมีชายชาวต่างชาติตัวสูงใหญ่เกือบ 190 ซ.ม. เดินเข้ามาโวยวายๆ และทันทีที่เข้าเห็นแหม่มคนนี้เขาก็พุ่งตรงมาหาและกระชากเธอไปทันที


[ แหม่ม ]  :   ไม่นะ ไม่นะ อังเดร ปล่อยชั้น


[ อังเดร ]  :  มากับชั้นโซฟี แผลแค่นี้ไม่ตายหรอก


ตกลงว่าแม่มคนนี้ชื่อโซฟีและผู้ชายชื่ออังเดร ไอ้อังเดรนั้นเข้ามาประชากโซฟีออกไปทันที ตอนนี้ความเงี่ยนลงไข่แล้ว ยังไงมันก็ต้องได้เย็ดถึงแม้จะต้องเย็ดแบบนี้ก็ตาม แต่มีเหรอที่มิไรจะยอม


[ มิไร ]  :  คุณควรหยุดการกระทำของคุณเดี๋ยวนี่  ที่โรงพยาบาลแห่งนี้คุณไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้


[ อังเดร ]  :   เห้ !!!  แม่สาวยุ่น อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง


[ มิไร ]  :  หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ชั้นต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาจับกุมคุณ


มิไรนั้นไม่ยอมจริงๆ แค่เรื่องที่คิดจะปล้ำนั้นก็ว่าเลวพอแล้ว นี่จะยังพาตัวออกไปอีก เธอถึงกับยืนขึ้นเลยทีเดียว ตอนนี้ผู้คนในโรงพยาบาลก็แตกตื่นกันมาก แต่ไม่มีใครสักคนกล้าหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเลย เพราะว่าคิเคียวอยู่ที่นี่


และพวกเขารู้ดีว่าท่านคิเคียวไม่ชอบอะไรทีวุ่นวาย และดูเหมือนว่าไอ้อังเดรนั้นจะไม่ยอมจริงๆด้วย แต่เมื่อมันมองดีๆมิไรเองก็สวยใช่ย่อย สวยกว่าโซเฟียด้วยซ้ำ หุ่นก็ดี แถมหน้าอกก็ดูจะบึ้มกว่าด้วย


[ อังเดร ]  :  อย่างงั้นก็ได้ชั้นจะไม่พาโซฟี ไปแต่ว่าเธอต้องไปกับชั้น และคืนนี้เราจะสนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลย


เผี๊ยะ !!!  ทันทีที่ไอ้ฝรั่งขี้นก กล้าพูดหยามกันแบบนี้มิไรก็ไม่ทนสิ่ ด่าเธอยังไงก็ได้เธอไม่ถือสา แต่จะมาบอกว่า คืนนี้จะสนุกกับร่างกายนี้ที่เป็นของริวกะคนเดียว เธอยอมไม่ได้


มิไรตบดังฉาดจนอังเดรที่สูงกว่า 190 ถึงกับมึน มันเกิดอะไรขึ้นทำไมผู้หญิงที่สูงไม่ถึง 180 กลับมาแรงมากมายที่ทำให้ชายตัวสูงใหญ่ที่ทั้งตัวมีแต่กล้ามเนื้อชะงักลงได้


ไอ้อังเดรพอตั้งสติได้ มันก็โมโหเลยล่ะ เป็นแค่ผู้หญิงทำไมถึงกล้าทำกับมันแบบนี้ เป็นแค่เพศอ่อนแอที่มีไว้ให้เย็ดเพื่อระบายความเงี่ยนเท่านั้น ทำไมถึงกล้าทำแบบนี้


ซึ่งตอนนี้ทำให้รู้เลยว่าอังเดรนั้นเป็นพวกเหยียดเพศหัวรุนแรงเลย มันตั้งใจตามโซฟีมาเพื่อที่จะสนุกกับเรือนร่างของเธอโดยไม่มีคนขัดขวาง จากที่หงุดหงิดเพราะแผนพัง ตอนนี้ยังต้องมาโดนผู้หญิงเอเชียตบอีก


ตอนนี้มันไม่สนอะไรแล้วมันจะตบให้คว่ำ ใครมาขวางมันจะกระทืบ ซึ่งในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่มิไรนั้น


[ เนโกะมาตะ ]  :   โห้ว !!!  องค์หญิงน้ำแข็งโมโหแล้วงั้นเหรอ


วืด !!!  ปั้ก !!!  เปรี้ยง !!!  สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกแล้ว ในจังหวะที่ไอ้อังเดรกำลังจะจับตัวมิไรนั้น เธอกลับก้าวหลบอย่างรวดเร็ว เธอปัดแขนล่ำบึ้กของมันออกอย่างง่ายดาย







และใช้สันมือฟาดเข้าที่ปลายคางของอังเดรอย่างรุนแรงและแม่นยำ ในขณะที่มันสติกำลังเลือนราง เธอก็ได้อัดสันมือกระแทกเข้าที่กระบังลมอย่างรุนแรง จากสติที่กำลังเลือนรางยิ่งหนักเข้าไปอีก แต่ก็สมกับที่ทั้งตัวมีแต่กล้ามอังเดรยังประคองสติอันน้อยนิดเอาไว้ได้


ภาพตรงหน้าของมันคือ หญิงเอเชียที่มันได้ดูถูกเอาไว้ ซึ่งตอนนี้เธอกำลังตั้งท่าอะไรบางอย่าง และ... ผัวะ ผัวะ ผัวะ ผัวะ การเคลื่อนไหวของมิไรนั้นทั้งรวดเร็วและงดงามจริงๆ เธอหมุนตัวและโจมตีใส่จุดต่างๆของอังเดร อย่าง แม่นยำ รุนแรง และ เด็ดขาด หัวใจ กระดูกซี่โครง ปลายคาง และสุดท้าย


[ เนโกะมาตะ ]  :   โฮโฮ่ ยามะ สึกิ





เปรี้ยง !!!  มิไรใช้ท่าที่คุณย่าคิเคียวสอนมา ซึ่งคือท่ายามะ สึกิ โจมตีเข้าใส่ปลายคางและท้องน้อยของไอ้อังเดรอย่างจัง ร่างสูงใหญ่ของอังเดรนั้นร่วงลงกับพื้นทันที ทุกอย่างเงียบสงบเหลือไว้แต่เสียงหายใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์



ท่าชก สองจุดพร้อมกัน ของคาราเต้

Yama zuki / ยามะ สึกิ




นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมหญิงสาวที่ดูสง่างามคนนั้นถึงได้เก่งกาจเพียงนี้ คิวบินั้นถึงกับมองด้วยสายตาที่เหมือนกับภูมิใจในตัวมิไร ก่อนที่จะพูดกับย่าคิเคียวว่า


[ คิวบิ ]  :  ไงล่ะ ผู้สืบทอดของเจ้า ข้าว่านางเหมือนเจ้าสมัยก่อนเลยนะคิเคียว  หรือจะให้ข้าเรียกเจ้าว่า มิโกะแห่งการทำลายล้างดีล่ะ คิเคียว


[ คิเคียว ]  :    เฮ้อ...ไม่ไหวๆ สงสัยข้าจะเข้มงวดไม่พอ แค่นี้ยังอ่อนหัดนัก หงษ์ฟ้ายาตรามันต้องโจมตี 7 ครั้งสิ่ นี่ทำได้แค่ 5 ครั้งเอง ไม่ไหวจริงๆ  แล้วอีกอย่างยุคสมัยมันก็เปลี่ยนไปแล้วนะคิวบิ ยุคสมัยนี้ไม่ต้องใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันเหมือนสมัยที่ฟื้นฟูนางาซากิ หรือตอนที่รวบรวมคนก่อตั้งอิซานางิอีกแล้ว ราชินีแห่งการทำลายล้างก็วางมือและแก่ตัวลงแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีรุ่นที่สอง หรือ ผู้สืบทอดหรอกนะ


[ คิวบิ ]  :  มันก็จริงอย่างที่เจ้าพูดนะคิเคียว จริงอยู่ว่าตอนนี้สิ่งที่ใช้ห้ำหั่นกันคือ สมองและกลยุทธิ์ แต่เจ้าก็อย่าลืมสิ่ ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน มนุษย์ก็ยังคิดไม่ซื่อและหาทางเอาลัดเอาเปรียบผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ และอีกอย่างนังหนูมิไร ก็เป็นกำลังหลักของอิซานางิ กรุ๊ป แน่นอนว่ามีคนจับจ้องนางไม่ว่าจะทางใดก็ทางหนึ่ง การที่ให้นางมีวิชาติดตัวไว้บ้างข้าคิดว่าไม่ไร้ประโยชน์ซะทีเดียวนะ และอีกอย่าง ถ้าจะให้นางนั้นคุมนายน้อยให้อยู่หมัดก็คงมีแต่ต้องให้เจ้า เคี่ยวเข็ญนางเท่านั้นแหละ


[ คิเคียว ]  :   อื้ม ถ้าเจ้าพูดถึงขนาดนี้ ข้าก็คงต้องถ่ายทอดทุกอย่างที่ข้ามีให้มิไรน่ะนะ แล้วไอโกะล่ะ ( อั้ม )  ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง


[ เนโกมาตะ ]  :   อื้ม ด้วยความที่นางมีพรสวรรค์ด้านทางการแพทย์อยู่แล้ว คาราสึ เทนงู เลยให้ฝึกฟาจินและหมัดมวยจีน ซึ่งเมื่อผนวกกับความรู้ทางด้านแพทย์ของนาง จะยิ่งทำให้หมัดมวยเหล่านั้นแสดงพลานุภาพได้รุนแรงหลายร้อยเท่านัก มีนังหนูคิราระอยู่ด้วย คงจะช่วยกันฝึกซ้อมนั่นแหละ


[ คิเคียว ]  :  เฮ้อ มิไร ไอโกะ คิราระ  3 คนนี้ไอโกะหัวอ่อนที่สุดข้ากลัวว่านางจะถูก เอารัดเอาเปรียบน่ะสิ่ ยิ่งอยู่ไกลๆกันแบบนี้ ข้าก็ยิ่งเป็นห่วง


[ คิวบิ ]  :   โห !!!  นี่เจ้าห่วงใครไม่ห่วง ห่วงนังหนูอั้มเนี่ยนะ รู้มั้ยเนี่ย ว่าเมื่อเดือนก่อนนาง พึ่งสกัดจุดนายน้อยจนปางตายมาแล้ว


[ คิเคียว ]  :   อะไรนะ !!!  เฮ้อออ ( ยิ้ม ) สงสัยข้าจะกังวลมากไป ทำดีมากไอโกะ


ในขณะที่คิวบิ คิเคียว และ เนโกะมาตะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น มิไรก็ได้จัดการเรื่องอังเดร เรียบร้อย มันจะถูกจับส่งสถานีตำรวจ คาดการณ์ว่าจากข้อหาต่างๆนั้น มันคงถูกส่งกลับฝรั่งเศสทันทีแน่นอน และโซฟีก็ถูกพาไปรักษาต่อทันที หลังจากที่จบเรื่องทั้งหมด มิไรก็เดินมาทางย่าคิเคียวทันที


[ เนโกะมาตะ ]  :   หงษ์ฟ้ายาตรา เมื่อกี้สง่างามมาก มิไร

[ มิไร ]  :  ขอบคุณค่ะ

[ คิเคียว ]  :   ( ส่ายหัว )  ยังต้องฝึกอีกเยอะ ( เดินออกไป )

จริงอยู่ที่น่าคิเคียวนั้นส่ายหัวเหมือนว่าจะยังไม่พอใจ แต่ว่าลึกๆเธอก็คงพอใจบ้างล่ะ เพราะทั้งๆที่มิไรมีหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบ และต้องเทียวไปเทียวมาเพื่อฝึกซ้อมกับเธอ ซึ่งการที่เธอทำได้ขนาดนี้ในระยะเวลาแค่ 5 ปีก็ถือว่าน่าพอใจแล้วล่ะ

[ เนโกะมาตะ ]  :  สงสัยว่า เจ้าหญิงแห่งการทำลายล้างรุ่นที่ 2 ใกล้จะถือกำเนิดแล้วสิ่นะ

[ คิวบิ ]  :   เฮ้อออ สมแล้วที่เป็นพี่ใหญ่ของเมียทั้ง 4 เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ

[ มิไร ]  :   เง้ออ อะไรกันคะพี่คิสสึนะ เมียทั้ง 4 อะไรของพี่คะ

[ เนโกะมาตะ ]   :   ก็หมายถึงเจ้าที่เป็นเมียคนแรก นังหนูคิราระเมียคนที่สอง รุ้งพลอยคนที่ 3 และ และ อื้มมมมมมม

[ มิไร ]  :   เอ๋  !!!  เนโกะมาตะ หรือว่าที่พูดมาหมายความว่า ฮ๊ะ !!!  จริงเหรอพี่คิสสึเนะ เมื่อคืนหนูแค่ยุให้อั้มกล้าไปสารภาพรักกับนายริวนะคะ  แล้วตอนนี้ทั้งคู่ หรือว่า !!!


[ คิวบิ ]  :  555555555555  ร่างกายของข้ารับรู้ได้ว่าเมื่อคืนคงเป็นคืนที่ยาวนานจริงๆ มิหนำซ้ำตอนนี้ ฮ่าๆๆๆ


คิวบิทิ้งบอมบ์ลูกบะเริ่มไว้และเดินตามคิเคียวไปทันที ส่วนมิไรนั้นก็ยังช็อคอยู่นิดหน่อย จริงอยู่ว่ายังไงซะอั้มก็ต้องเปิดใจและพากันขึ้นเตียงกับนายริวของเธออยู่แล้ว


แต่ไม่คิดว่าสารภาพปั๊ปจับโยกเลย มิไรรีบเดินตามคิวบิไปด้วยสีหน้าที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ว่าสิ่งที่แฝงอยู่บนใบหน้าของเธอนั้นคือ ความดีใจ


[ มิไร ]  :  จัดการให้อยู่หมัดนะยัยอั้ม อีกไม่กี่เดือนพี่ก็จะไปที่ไทยแล้ว ถึงตอนนั้นเรามาช่วยกันจัดการนายมังกรเพลิงด้วยกันเถอะ


อิซานางิ มิไร รีบเดินตามคิวบิไปทันที ด้วยท่าทีที่สง่างามราวกับเจ้าหญิงจริงๆ  คิเคียว คิวบิ เนโกะมาตะ และ มิไร ต่างก็พากันเดินมุ่งตรงไปยังห้องของผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อ คุยธุระตามที่ตั้งใจไว้


ผู้คนที่ได้มองคนที่ได้เห็นก็.อดที่จะยิ้ม และ อิ่มเอมใจไม่ได้จริงๆ แน่นอนว่าโรงพยาบาลที่นี่ไม่ได้รักษาฟรี จริงอยู่ว่าการรักษาที่นี่ก็ยังมีค่าใช้จ่าย


แต่พวกเขารู้ว่าทุกเยนทุกเซน ( ค่าเงินของญี่ปุ่น ) ที่จับจ่ายค่าหยูกค่ายา จ่ายค่ารักษาพยาบาล สุดท้ายเงินเหล่านั้นก็จะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านสายหมอก พัฒนาย่านการค้าคาสุโกะ และกลับมาพัฒนาโรงพยาบาลแห่งนี้

และถ้าไม่มีนายหญิงคิเคียว ไม่มีอิซานางิกรุ๊ป พวกเขาคงลำบากไม่ใช่น้อยเลยและเมื่อพูดถึงอั้มแล้วก็คงต้องกลับมาที่ประเทศไทยกันต่อ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2020, 12:37:05 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 609
  • 2534
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 24, 2020, 03:37:14 pm »

 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2020, 10:35:13 am โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 609
  • 2534
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 24, 2020, 03:37:22 pm »
ฝากตอนเก่าๆด้วยครับ



• • • • •   รวม Link ในแต่ละตอน • • • • •



→→→เนื้อเรื่องหลัก←←←



 












➸ ➸ ➸ ➸ จบ Season 1 ➸ ➸ ➸ ➸




Season2












_ _ _ _ _ _ _ _ _ _


เนื้อเรื่องของ น้องเมดคิราระ [ ยังไม่จบ ]

แววตาที่เปลี่ยนไปของสาวแกล




























•••••••••••


เนื้อเรื่องของรุ้งพลอย [ จบแล้ว ]



การเดินทางของสายรุ้ง




 



[ แนะนำ อ่าน 4-7 ]









• • • • • •


กระทู้พิเศษ




••••••

OVA ไม่เกี่ยวกับ Time Line ใดๆ








. . . . . . . . . . .



Homunculus Serie
















. . . . . . . . . . .  .
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2020, 09:06:32 pm โดย Monotone_# »

*

ออฟไลน์ Run2020

  • Junior Member
  • ***
  • 457
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 24, 2020, 11:49:15 pm »
Yรอคอยตอนต่อไปนะครับต เมื่อไรจะถึงคิวกระแตนะ

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Senior Member
  • ****
  • 780
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 24, 2020, 11:52:03 pm »
รอตอนต่อไปนะครับติดตามยันจบเรื่องนี้อยู่กันไปยาวๆ ขอบคุณมากครับ สนุกมากสนุกขึ้นเรื่อยๆ

*

ออฟไลน์ n_neng

  • Senior Member
  • ****
  • 637
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:10:29 am »
นึกถึงตอนนายริว โดน 4ต่อ1  จะไหวไหม แต่ล่ะคนใช่ย่อยที่ไหนกันนะครับ

*

ออฟไลน์ Run2020

  • Junior Member
  • ***
  • 457
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:19:17 am »
รอบตัวนายริวมีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นแถวน่ารักทุกคนจัดไปเลยนายริว

*

ออฟไลน์ Csc It

  • Junior Member
  • ***
  • 335
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:29:58 am »
 ::WooWoo::รออั้มกะมิไรจัดการรีดพิษริวกะพร้อมๆกันให้นายริวฟ้าเหลืองเลย สรุปแล้วริวกะจะมีเมียกี่คนกันละ รอๆ

*

ออฟไลน์ Sitthikirn

  • Junior Member
  • ***
  • 344
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:35:00 am »
น่าสนใจ น่าติดตามทุกตอนครับ เป็นกำลังใจไห้แต่งไปเรื่อยๆครับ ชอบมากๆ ::JubuJubu::

Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:54:08 am »
เก่งเหมือนกันนะครับคุณมิไรซัดผู้ชายตัวโตให้หมอบได้สมกับเป็นพี่ใหญ่ของบรรดาเมียนายริวจริงๆไม่เก่งเดี๋ยวเอานายริวไม่อยู่ Edit เวตาลที่ว่าเก่งยังเลือดตกยางออกใครกันแน่ที่ทำร้ายเวตาลได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 25, 2020, 01:37:19 am โดย ชาญวุฒิ เนระภูสี »

*

ออฟไลน์ ัuffa555

  • Gold Member
  • *****
  • 1299
  • 494
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:56:49 am »
ฉากขยายปมกำลังมาแล้ว สรุปแล้วนัทสึเมะเป็นคนยังไงแน่เนี่ย  ::Dizzy::

Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 12:59:05 am »
เอาละสิรถไฟเครืองบินไงมันมาตรงเวลานี่พอดี

*

ออนไลน์ tungbts

  • Junior Member
  • ***
  • 477
  • 116
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 01:01:35 am »
มิไร...สมกับเป็นเมืยใหญ่จริงๆ

Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 01:07:24 am »
ริวกว่าจะกลับต้องจัดให้หนัก

*

ออฟไลน์ mspeed

  • Legend Member
  • *******
  • 2551
  • 528
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season2 ] ตอนที่ 29 : ปางอุ๋ง สะดุ้งรัก
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 01:11:38 am »
ค่อยๆเผยภาพความชัดเจนของฉากก่อนหน้าได้สวยงามมากครับ
เราจะได้เห็นตัวตนแท้จริงของนายเวย์ในอีกไม่ช้าแล้วกระมัง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ