The Senses 1 : พรสวรรค์

The Senses 1 : พรสวรรค์

  • 1122 ตอบ
  • 20405 อ่าน
*

ออฟไลน์ punyang

  • Full Member
  • **
  • 75
  • 3220
    • ดูรายละเอียด
The Senses 1 : พรสวรรค์
« เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 07:45:20 pm »
สิ่งที่ยากแท้หยั่งถึงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นจิตใจของ มนุษย์ ถ้าเราสามารถหยั่งถึงเข้าไปภายในจิตใจของผู้คนได้ก็คงจะดี
.....
ผมชื่อทิม เป็นนักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่กำลังจะขึ้นปี 3  ชีวิตหนุ่มเรียนมหาลัยดีๆ อยู่หอพัก มันเหมือนจะดีใช่ไหมล่ะ มันดีแน่นอนถ้าผมไม่มียายพี่สาวตัวแสบของผมอาศัยอยู่ด้วย จริงๆจะโทษแบบนั้นเสียก็ไม่ถูก ผมต่างหากที่ตามมาอาศัยอยู่กับเขา

เราไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆหรอกครับ เธอชื่อพี่หลิน เป็นลูกสาวของป้ากับลุง เนื่องจากพ่อแม่ของผมประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักชนคอสะพานจนน้ำเสียชีวิตไปตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมเหมือนลูกนกตกรังนั่นแหละ พี่สาวของแม่ผมเลยรับเลี้ยงผมไว้ตั้งแต่ตอนนั้น

ผมเลยโตมากับพี่หลิน ตอนเด็กๆเราก็สนิทกันดีหรอกครับ แต่พอโตกันขึ้นมา เราทะเลาะกันเป็นประจำ

เพื่อนๆชอบบอกว่าผมโชคดี ที่มีพี่สาว สวยขนาดนี้  ถ้ามองอย่างเป็นธรรม เธอก็เป็นคนสวยจริงๆนั่นแหละ พี่หลิน เธอชอบตัดผมสั้น ดูเป็นสาวทะมัดทะแมง ใบหน้าคมสวยได้รูป ผิวพรรณขาวดูสว่างๆ หน้าอกเธออวบอูมดูสมส่วน สมัยเด็กๆ ผมเคยแอบดูพี่สาวแอบน้ำบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ เราก็แกล้งกันแบบเด็กๆ

แต่ผมไม่ค่อยได้สนใจอะไรกับพี่สาวผมนักหรอก คนที่ผมให้ความสนใจกลับเป็นเพื่อนสาวของเธอเสียมากกว่า พี่หลินมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อพี่ฟาง พี่ฟางเป็นสาวระดับดาวมหาลัย ผมแอบมองพี่เค้าตั้งแต่เข้ามาปี 1 เธอผิวขาวนวล เพราะมีเชื้อสายทางเหนือ ใบหน้าหวานสดใส เธอทำผมสีน้ำตาลทองเป็นประกายดูโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล เธอสูงประมาณ 165 แต่หน้าอกหน้าใจเธอล้ำหน้ากว่าใครๆ เธอเป็นสาวทรงโตที่มีเสน่ห์ยั่วยวนชายหนุ่มเอามากๆ พี่สาวผมใครมองว่าสวยแล้ว ถ้าเทียบกับพี่ฟางผมว่าเธอโดดเด่นกว่าเป็นไหน ยิ่งเวลาใส่ชุดนักศึกษารัดรูป จะเป็นแก้มก้อนงอนเป็นลูกๆ ผมแอบเก็บภาพเธอไปนอนฝันบ่อยๆ

พี่ฟางสนิทกับพี่สาวผมมากๆ และนั่นแหละที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เป็นน้องพี่หลิน ก็ตอนนี้

พวกเธอมักจะชวนกันไปออกรับงาน พริตตี้บ่อยๆ ..... ใช่แล้วครับ พี่ฟางนี่แหละเป็นคนชักชวนพี่สาวผมไปเป็นพริตตี้ ตอนแรกๆผมก็ ฮากร๊าก ม้าดีดกะโหลกแบบพี่สาวผมนี่นะ เป็นพริตตี้ ตอนนั้นเองที่เล่นเอา ผมโดนด่าเปิงไปยกใหญ่

พี่ฟางมักจะชอบมาที่ห้องเราเป็นประจำ เธอไม่ค่อบชอบกลับบ้านครับ พี่ฟางเป็นลูกสาวคนเดียวและพ่อแม่ทำธุรกิจส่วนตัวเลยไม่ค่อยอยู่บ้านกัน ไม่ว่าจะเป็นวันหยุด หลังเลิกเรียน หรือช่วงเบรกจากการเรียน พี่ฟางมักจะมาขลุกตัวอยู่ที่คอนโดเราเป็นประจำ

แค่มาอยู่เฉยๆ มันก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่เธอชอบทำตัวเหมือนอยู่บ้านโดยที่ไม่สนใจ ว่ามีผู้ชายอยู่ด้วยเลยสักนิด พี่ฟางมันจะชอบใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามเป็นประจำ ผมเคยแอบมองเสื้อชั้นลายลูกไม้ของเธอที่มันทะลุเสื้อกล้ามบางๆของหล่อน ยามเธอนอนโฟซาจะเห็นเนินนมดันขึ้นเป็นลูกๆ ก้นพี่ฟางงอนมาก เห็นแล้วทำเอาผมแอบเก็บแก้มก้นงามๆ ของหล่อนแอบไปทำร้ายตัวเองอยู่เสมอ พี่หลินมักเอ็ดอยู่บ่อยๆ ว่าแต่งตัวโป๊ไป ให้เกรงใจน้องมันบ้าง

เธอไม่เพียงไม่สลด ยังมีหน้ามาหันยิ้มทะเล้นใส่ผมอีกว่า พี่แต่งตัวแบบนี้ น้องทิม ไม่ชอบหรอ ใบหน้าหวานๆยิ้มให้ผมอย่างออดอ้อน  ทำเอาผมใจละลายไปหมด มันเป็นห้องของเราสองพี่น้องแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าผมเหมือนคนที่เป็นส่วนเกิน

พี่ฟางไม่ค่อยถือตัว ผมว่าแกคงรู้ว่าผมแอบมองเรือนร่างแก แกก็จะชอบแต่งตัวยั่วยวนผมตลอด ผมแอบคิดจินตนาการเกินเลยกับพี่ฟางอยู่ตลอด แต่ผมรู้เสมอว่าเธอคงมองผมเป็นแค่น้องชายคนนึง
…..
ทุกอย่างมันเหมือนจะเป็นไปด้วยดีทั้งการเรียน ทั้งความเป็นอยู่ จู่ๆเรื่องไม่คาดฝันก็มักเกิดขึ้นอย่างที่เราไม่คาดคิด
มันเป็นภาพที่ทำเอาผมฝันสลาย มันมาเกิดขึ้นในวันที่ผมรู้สึกปวดหัวและกะจะกลับมานอนพักที่คอนโดก่อน ผมนอนกำลังเคลิ้มจะหลับ จู่ๆก็ได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกมา ผมคิดว่าพี่หลินน่าจะลืมของกลับมาเอาอะไรสักอย่าง เลยไม่ได้สนใจ

แต่จู่ๆ เสียงที่ทำเอาผมสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมา ก็คือเสียงร้อง ซี๊ด ครางในลำคอของหญิงสาว ผมคิดว่าตัวเองหูแว่วไป จนได้ยินเสียงอีกครั้ง ร้องครางเบาๆว่า “เดี๋ยวก่อน พอก่อน อื้ออออ”

ผมค่อยๆแง้มประตูออก ดูผมก็ต้องภาพที่น่าตกใจ เป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ผมไม่คุ้นหน้า กำลังซุกไซร้อยู่ที่ร่องสวาทของหญิงสาวผมแดงประกายทอง

พี่ฟางงง !! ผมตกค้างที่เห็นพี่ฟางในชุดนักศึกษา นอนถ่างขานอนเกร็งจิกโฟซาอย่างทุรนทุราย กางเกงในเธอหลุดไปอยู่ที่ข้อขา เธอจิกหัวชายคนนั้นขยี้มันไปมาอย่างเร้าร้อน ขาจิกนิ้วเท้าเกร็งท่อนขาจนเห็นมัดน่องขาขึ้นเป็นลูกๆ  พี่ฟางหลับตาพริ้ม และร้องซี๊ดอย่างมีความสุข

เสียงจ๊วบ จ๊าบๆของชายหนุ่มดูดซดร่องหีเธออย่างไม่ปรานี ก่อนที่ชายคนนั้นถอนปากออกมาจากร่องสวาทของหล่อน

แม้จะเห็นไม่ค่อยชัด แต่ผมเห็นขนตรงร่องเธอดกดำมาก มีกลีบแคมสีชมพูหลบอยู่กลางทุ่งป่าดกดำ ชายหนุ่มมันไม่รอช้า มันปลดกางเกงออก ผมมองอยู่ด้านหลังไม่ถนัดนัก แต่เห็นมันพยายามกล่อมเธออยู่พักใหญ่ให้เลียดุ้นของมัน ภาพต่อมาคือเป็นภาพหญิงสาวผมน้ำตาล ผงกหัวหงึกงักอยู่ที่หว่างของชายคนนั้น

ผมทั้งเจี๊ยวโด่ หัวใจเต้นแรง พร้อมๆกับฝันสลายไปพร้อมๆกัน  พี่ฟางคนสวยที่น่ารักทะเล้น เป็นที่หมายปองของผู้ชายทั่วมหาลัยกลับ กำลังระเริงรักอย่างเสียวซ่านกับผู้ชายที่ผมไม่เคยรู้จัก ผมอยากให้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ดูจากท่าทางของหล่อนกลับพบกว่าเธอกำลังเสียวและสุขอย่างเปี่ยมล้น

เสียงกรีดร้อง อื้อออออ ของพี่ฟางนางฟ้าของผม ดึงผมกลับมาจากภวังค์อีกครั้ง

ภาพตัดมาที่ผมเห็นเธอปล่อยผมสยายเต็มแผ่นหลัง ในขณะที่ขั้นคร่อมร่างชายหนุ่มคนนั้น ผมเห็นดุ้นเนื้อแทงเข้าไปในกลับสวาทของเธอมิดด้าม พี่ฟางขึ้นขย่มโยกอย่างเอาเป็นเอาตาย แคมแดงๆยู่งับดุ้นเอ็นแข็งแรงไว้ทั้งดุ้น เสียงแจ๊ะๆของร่องเสียวเธอที่แตกฉ่ำไปด้วยน้ำรัก

โอ้ยยยย ฟางจ๋า ร่องหีฟางเอามันมากๆเลย มันพูดพร้อมปลดกระดุม เสื้อหล่อนและเอาหน้าซุกไซร้ร่องนมอย่างเอามัน

เสียงกระแทกของเนื้อกระทบเนื้อดังต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 นาที ก่อนมันจะเปลี่ยนท่าจับเธอนอนกับโซฟา ตอนนี้ผมเพิ่งเห็นหน้าอกเธอชัดๆ พี่ฟางนมใหญ่มากๆ มันบีบคลึงแทบไม่มิด มันกระเด้าจนนมเธอเด้งไปมาไม่เป็นจังหวะ หัวนมปานกำลังสวยสีเนื้ออ่อนๆ ของหล่อน มันวาวไปด้วยน้ำลายของมัน ผมกระดกลิ้นดูดเลียหัวนมหล่อนอย่างสนุกปาก

ผมทนไม่ได้อีกแล้ว ผมคว้าดุ้นของผมชักว่าวตามไปด้วย

“โอ้ยยย พี่แม็ก ฟางเสียว โอ้ยยย อื้อออ เบาๆก่อน อื้อออ”  เสียงครางกระเซ้าของหญิงสาวดังไม่หยุดหย่อน
“ชอบไหมค่ะ ชอบไหมค่ะ ตะกี้ยังห้ามพี่อยู่เลย ตอนนี้หีฟางตอดพี่ใหญ่เลยรู้ไหม” มันเอ่ยถาม ไม่หยุดปาก
“อื้อออ อื้ออ เธอไม่ตอบคำ เอาแต่บิดตัวไปมอง ขมวดคิ้วรับแรงกระเด้าเอาท่าเดียว” เสียงกระเซ้าของเธอดังลั่นครางไม่หยุด พี่ฟางตัวกระตุก จิกโฟซานั้น ไม่นานนักทั้งคู่ก็เสร็จสมอารมณ์หมาย

มันเชยคางเธอขึ้นจุ๊บปาก เชยชมอย่างนุ่มนวล ในขณะที่พี่ฟางพยายามบิดหน้าหนี มันซุกไซร้ต้นคออย่างหื่นกระหาย ในขณะที่พี่ฟางพยายามผลักออกร้องห้ามตลอดเวลา

ผมทั้งตาค้าง ทั้งใจสลาย ยืนมองน้ำว่าวของตัวเองเลอะเต็มพื้น ผมทนเห็นภาพนางฟ้าของผมโดนปู้ยี้ปู้ยำต่อไปไม่ไหวแล้วครับ นี่มันห้องผมเธอไม่ควรพาชายอื่นมานอนเสพสุบแบบนี้ ผมค่อยๆ เดินออกมาจากห้องแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

พี่ฟางเหมือนค่อยๆ สลึมสลือ หันมาเห็นผม  เธอตกใจจนหน้าถอดสี

ว้ายยยยยยยยยย  เธอร้องลั่นห้อง รีบดึงเสื้อผ้ามาปิดเรือนร่าง ไอ้หนุ่มนั้นหน้าซี๊ดด้วยความตื่นตกใจ

ใครอ่ะฟาง มันเอ่ยถาม อยู่ตื่นกลัว พี่ฟางรีบบอกปัด น้องเพื่อนหนูเอง เธอเอ่ยบอก

ทิมอยู่ห้องตั้งแต่เมื่อไร่ เธอเอ่ยถามผมอย่างกล้าๆกลัวๆ

ผมมีใบหน้าที่เรียบเฉย มองเธอด้วยความผิดหวัง
ไอ้หนุ่มนั่นรีบแต่งตัวแล้วรีบจากไป พี่ฟางรีบคว้าเสื้อผ้าชุดนักศึกษาและหายเข้าไปในห้องน้ำ
.....
ผมฟ้องพี่หลินทันทีในเย็นวันนั้น ว่าพี่ฟางพาผู้ชายมาเอากันที่ห้อง พี่หลินหันมองเพื่อนที่ นั่งสลดไม่กล้าสบตา ก่อนที่จู่ๆ พี่หลินจะหันกลับมาตวาดผมว่า ทิมพูดจาไร้สาระอะไรเนี่ย เขาแค่แวะมาที่ห้องเฉยๆรึเปล่า แกมีสิทธิ์อะไรไม่ให้คนนั้นคนนี้มาห้อง

ผมช็อกจนพูดอะไรไม่ออก พี่หลินไม่มีเหตุผลเลย ผมเห็นตำตาขนาดนี้ มาหาว่าผมพูดจาไร้สาระได้อย่างไร ผมผิดอะไร ห้องนี้ผมมีสิทธิ์ครึ่งหนึ่ง การที่เพื่อนพี่เอาผู้ชายมานอน มันได้หรอ

เราทะเลาะกันอย่างหนัก ผมพยายามเถียงว่า ห้องนี้พ่อแม่ เขาเช่าให้ผมอยู่ด้วย ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ใครเข้ามาอยู่ก็ได้นะ
พี่หลิน เหมือนไม่ยอมแพ้ เธอพูดออกมาคำหนึ่งทำเอาผมหัวใจสลาย
“พ่อแม่ของแกที่ไหน พ่อแม่ฉันต่างหาก พ่อแม่แกตายไปตั้งนานแล้ว”

หมายโลกหยุดหมุนไปทั้งใบ พี่หลินสะอึกขึ้นคราใหญ่ เธอเหมือนพี่รู้ตัวว่าพูดสิ่งที่ไม่สมควรออกมา พี่ฟางเหมือนก็เข้าใจสถานการณ์ เธอดึงพี่หลินให้ใจเย็น แต่ไม่ทันแล้วครับ ผมเพิ่งเข้าใจก็วันนี้ แท้ที่จริงในใจเขาคงคิดแบบนี้มาโดยตลอด 

ผมรีบออกมาจากห้อง โดยมีเสียงพี่หลินกับพี่ฟาง ตะโกนเรียกไล่หลัง แต่มันไม่ทันแล้วครับ ผมน่าจะรู้ว่าภายในเขาคิดอะไรอยู่ แท้ที่จริงก็ถูกอย่างที่เขาว่า พ่อแม่ผมตายไปแล้ว
ผมวิ่งออกมาจากคอนโด หวังจะหาเรียกรถแท็กซี่และไปให้ไกลจากที่นี่

แต่ด้วยความไม่ทันได้มองสิ่งรอบข้าง เสียงพี่หลินตะโกนไล่หลังมาเป็นภาพจำลางๆ

ทิม ระวัง !!!!!!!! เสียงมันก้องอยู่ในหัว ภาพแสงไฟสองดวงที่ใกล้เข้ามา กลับทำให้ภาพมันดูสโลว์โมชั่นไปเสียหมด ผมรู้สึกถูกแรงกระแทกเข้าอย่างจัง แต่กลับไม่ได้รู้สึกเจ็บช้ำอะไรในร่างกาย มันเฉยชาไปหมด

ผมรู้สึกตัวว่าปลิวลอยอยู่ในอากาศ นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น มีน้ำโชกๆ ไหลเย็นอาบหัว ก่อนที่หางตาจะเห็นเลือดสีแดงๆไหลเต็มถนน ภาพพี่หลินกับพี่ฟางวิ่งน้ำตานองหน้าเข้ามาประคองผมขึ้น ร้องเรียกชื่อผมไม่หยุดหย่อน นั่นเป็นความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะวูบดับไป
.....
ทุกอย่างขาวโพนไปหมด ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นภาพลางๆสลับกันไปมา ในวัยเด็ก ภาพของพ่อแม่นั่งทำงานกันอย่างขึงขัง พวกเขาสองคนมักขลุกตัวกันอยู่ในห้อง พูดคุยกันแต่เรื่องที่ผมไม่เข้าใจ วันสุดท้ายที่เราพบกัน พ่อแม่เอาผมไปฝากไว้กับป้า และขับรถออกไปกันเพียง 2 คน  ภาพพี่หลินตั้งแต่วัยเยาว์ จนโตเป็นสาว จนมาถึงภาพวันที่เราทะเลาะกัน และภาพดวงไป 2 ดวงสุดท้ายที่พุ่งเข้ามากระแทกตัวผม

ผมเหมือนเลือนรางไม่ได้สติ แต่เหมือนในความฝัน ผมพบพ่อแม่ผมอีกครั้ง ผมเหมือนอยู่ในห้องผ่าตัดที่มีอุปกรณ์เต็มไปหมด เขาสองคนเข้ามาลูบหัวผม พูดแต่คำว่า ลูกต้องไม่เป็นอะไร ลูกต้องไม่เป็นอะไร ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดกลับไปอีกครั้ง
......
ผมไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพเหมือนมัมมี่ มองไปรอบๆมีแต่เครื่องยื้อชีวิต ทางการแพทย์ พยาบาลสาวที่กำลังเช็คสายน้ำเกลือหันมาเห็นผมด้วยความตื่นตกใจ เธออ้างปากค้างก่อนที่จู่ๆผมจะได้ยินเสียงเธอแว่วเข้ามาในหู

“เป็นไปได้ไง เจอแบบนี้ไม่น่ารอด ...ใช่! ตามหมอ ฉันต้องตามหมอก่อน”  เธอแทบไม่ได้ขยับปากด้วยซ้ำ แต่ผมกลับได้ยินเสียงของเธอพูดอย่างชัดเจน
.....
ผมหลับไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่จู่ๆ ผมจะได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันดังไปทั่วห้อง

“ญาติทำใจนะครับ แม้คนไข้จะฟื้นได้สติ แต่สมองส่วนใหญ่กระทบกระเทือนเสียหายหนัก อาจจะไม่เหมือนเดิม”
“ทิม พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ”  สิ้นเสียงหมอ ผมได้ยินเสียงพี่หลินเอ่ยคำซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ถ้าเป็นยามปกติผมว่าเธอต้องบ้าแน่ๆที่รำพึงรำพัน พูดแต่คำเดิมซ้ำๆ

ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมามอง เห็นภาพคุณหมออธิบายถึงอาการต่อไปที่จะเกิดขึ้น ผมอาจสติเลอะเลือนเพราะสมองเสียหายหนัก อาจจะจำความหรือช่วยตัวเองไม่ได้  ผมเห็นคุณลุงคุณป้า ที่เธอรับบทเป็นพ่อแม่ผม ฟังอาการด้วยน้ำตาคลอเบ้า หันถัดกลับมาที่ยายพี่สาวตัวแสบของผม ที่รำพึงรำพันแต่คำว่า
“พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ”   อยู่ไม่ขาดปาก เธอหันมองผมแวบนึงด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

แต่ที่ผมประหลาดใจ คือเธอไม่ได้ขยับปากเลยครับ แต่เสียงของเธอมันดังแว่วในหูผมโคตรชัดเจน ผมง่วงอีกแล้ว ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ
.......
อีกกว่า 1 เดือนที่ผมฟื้นกลับขึ้นมา ทำเอาอาจารย์หมอค่อนข้างประหลาดใจ เพราะเขาบอกว่าผมฟื้นตัวเร็วมาก เร็วคนน่าใจหาย ผมนิ่งเงียบจนแทบเหมือนคนเป็นใบ้ พี่หลินมาเยี่ยมผมบ่อยมาก แทบจะเฝ้าไข้เลยเสียมากกว่า

ผมไม่ได้โกรธเธอเลย และรับรู้ได้ว่าเธอรู้สึกผิดอยู่เต็มอก เหตุผลที่ผมไม่ค่อยพูดจา เพราะผมรับรู้เกือบทุกสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพี่สาวคนนี้ เธอเป็นห่วงผมมาก  ที่บอกว่ารับรู้ไม่ใช่แค่สัมผัส คนเราปากมักไม่ตรงกับใจ พี่สาวผมเป็นประเภทนั้น ในใจเธอคิดอย่าง แต่การพูดจาของเธอกลับทำอีกอย่าง

ตั้งแต่ผมฟื้นตัวกลับมาผมกลับผมสิ่งประหลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือผมรับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้คนได้โดยที่เขาไม่ต้องพูด
“หายแล้วจะไปไหน”
“ฉันจะตายไหม”
“เย็นนี้จะทำอะไร”
“เลิกงานไปไหน”
“ใครเกลียดใคร”

เสียงทุกอย่างที่ทุกคนคิด มันแว่วเข้าหูผมไปหมด ผมแทบไม่ต้องอยู่ใกล้เขาด้วยซ้ำ เสียงพยาบาลหน้าห้อง เสียงคนไข้ห้องข้างๆ ผมรับรู้ได้ไปเสียหมด ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย นั่นเป็นเหตุผลที่ผมนิ่งเงียบไม่พูดจามากว่า 1 เดือน

พี่หลิน ป้อนข้าวผม อย่างนิ่งเงียบ ผมรู้ว่าเธอทุกข์ทรมานใจมาตลอด  เธอนอนฟุบหลับที่ข้างเตียงผมเกือบทุกวัน

ผมเริ่มพอที่จะขยับร่างกายได้บ้างแล้ว ผมค่อยๆบรรจงเอามือลูปหัวพี่สาวอย่างอ่อนโยน เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

ผมเอ่ยปากคำแรกกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

พี่หลิน ผมไม่โกรธพี่หรอก เลิกโทษตัวเองสักที ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุด

เธอเหมือนบ่อน้ำตาแตก ร้องไห้ โอบกอดผมเหมือนเด็กไร้เดียงสา ผมโอบกอดพี่สาวไว้ด้วยหัวใจที่ให้อภัยเธอหมดแล้ว ตลอดเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เสียงในหัวเธอดังก้องจนผมยกโทษให้เธอหมดแล้ว
…….
หลังประสบอุบัติเหตุใหญ่ ผมกลับมาเรียนได้ในเวลาแค่ 3 เดือน แต่ก็แทบจะต้อง ดร็อปทุกวิชาเรียนไปหมดแล้ว

ผมบอกพี่หลินว่าผมจะไปถือศีลสักพัก รอเรียนเทอมใหม่ ไม่ใช่ปลงกับชีวิตอะไรหรอกนะครับ แต่การที่มีเสียงในหัวคนอื่นวิ่งเข้าหัวตัวเองตลอดเวลา เป็นร้อยเป็นพันเสียง มันเหมือนคุณไปยืนอยู่กลางสี่แยกไฟแดงที่รถทุกคันบีบแตรพร้อมกัน คือมันปวดหัวไปหมด ผมใช้ศาสนาเข้าช่วย ด้วยการกำหนดสมาธิ

จนผมเริ่มสงบขึ้น นิ่งขึ้น ผมเลือกที่จะฟังเสียงที่อยากฟังได้ และปล่อยทิ้งในเรื่องที่ไม่ต้องการออก จากทีแรกที่ผมอยากทำให้มันนิ่งขึ้น มันกลับสร้างขอบเขตของสิ่งไม่พึงประสงค์ขึ้นมาอีก คือผมเริ่มเห็นความคิดของบางคนเป็นภาพแวบลางๆ นั่นทำให้ผมเริ่มกลัวตัวเอง และหยุดการฝึกสมาธิเอาไว้เท่านั้นก่อน
….
ผมพักกลับไปอยู่บ้านกับลุงกับป้า อีกพักใหญ่ พอเริ่มเข้าเทอมเรียน ผมขออนุญาตลุงกับป้าเพื่อขอเช่าหออยู่ใหม่ แม้ในใจจะให้อภัยพี่หลินไปหมดแล้ว แต่มันมีความรู้สึกที่คาใจเล็กๆ กับเรื่องนี้แหละ ผมว่าผมออกมาอยู่เดี่ยวๆเองน่าจะดีกว่า

แต่ความต้องการของผมก็ต้องถูกทัดทานจากตัวพี่หลินครับ เธอทั้งดื้อรั้นและไม่ยินยอม เธออยากให้ผมอยู่กับเธอก่อนเหมือนเดิม ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่ในความรู้สึกลึกๆของเธอ คือเธอยังรู้สึกผิดอยู่ ก็โอเคครับผมยอมรับความรั้นของเธออีกครั้ง ยอมรับด้วยความเข้าใจจริงๆ

พี่หลิน เธอเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เธอพูดจาดีกับผมตลอด และไม่ค่อยโวยวายเหมือนแต่ก่อน มันทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความอ่อนหวานในตัวเธอบ้างแล้ว

พี่หลิน เป็นสาวผมสั้น ที่หน้าตาสะสวยเลยทีเดียว จริงๆปกติเวลาอยู่ห้องเธอก็แต่งตัวไม่ได้ต่างจากพี่ฟางสักเท่าไหร่ เสื้อยืดคอกว้าง เวลาก้มทีเห็นเนินนมตั้งเต้าเป็นลูกๆ แต่ก่อนอาจจะด้วยเพราะเราไม่ค่อยชอบขี้หน้ากัน ผมเลยไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไหร่ เอาเข้าจริงๆ เธอก็เป็นผู้หญิงที่หุ่นดีคนนึง
….
พี่ฟางก็ยังไม่ได้หายไปไหนนะครับ ช่วงแรกๆที่ผมกลับเข้ามา เธอเหมือนจะหลบๆหน้าไป แต่เราเจอกันที่มหาลัยบ้างปะปราย เธอยังคงสวยสะพรั่งไม่สร่าง  วันนั้นหลังเลิกเรียนเธอมาที่คอนโดของเราอีกครั้ง เธอดูเขินๆผมด้วยซ้ำ
“โอ้ยย ทำตัวไม่ถูกเลย จะทักน้องเค้าดีไหม” จู่ๆ เสียงใสๆของหล่อนก็แว่วเข้ามากระทบหูผมครับ

ผมจะทำยังไงได้ ผมได้แต่ปล่อยเรื่องที่มันผ่านมาแล้วให้ผ่านไป ผมเริ่มเป็นฝ่ายทักเธอก่อน

พี่ฟางดูคลายใจ ไปพอสมควร แต่เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันเยอะหรอกนะครับ คล้อยหลังเธอไป ผมยังไม่ทันเข้าห้อง จู่ๆภาพความทรงจำมันก็แวบเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ

เป็นภาพเธอกำลังเปลื้องผ้า นอนกอดกันกลมของหญิงสาวสองนาง กำลังผลัดกันขย้ำหน้าอกดูดเลียร่องสวาทให้กันอย่างถึงพริกถึงขิง

ผมชะงักตัวเหงื่อแตกซี๊ด ก่อนจะหันกลับไปมอง พี่สาวของผมกับพี่ฟางจูงมือกันเข้าห้องไปอย่างตื่นตะหนก
 
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 10, 2020, 01:10:52 pm โดย punyang »

*

ออนไลน์ dodoza2

  • Senior Member
  • ****
  • 783
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 07:52:33 pm »
เชรดมีพลังวิเศษเฉยน่าติดตามครับขอบคุณมากครับ รอซีรีย์เรื่องนี้เลย

*

ออฟไลน์ darkerside69

  • Full Member
  • **
  • 238
  • 77
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 07:53:32 pm »
โหว น่าสนใจมากครับ นอกจากอ่านใจแล้ว อยากรู้ว่าต่อไปจะมีพลังอะไรอีก

*

ออฟไลน์ Mix_Xer

  • Junior Member
  • ***
  • 480
  • 27
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 07:57:08 pm »
มาแล้ว มาแล้ว เริ่องใหม่ แนวใหม่ แอบลุ้นว่าจะฮาเร็ม หรือ ntr หรือดราม่าชีวิตรักวัยรุ่นกันแน่ แต่อยากให้เป็นฮาเร็มนะ ไม่ค่อยมีแนวฮาเร็มมาบ่อยๆ

*

ออฟไลน์ sp502

  • Senior Member
  • ****
  • 904
  • 179
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 07:58:35 pm »
เริ่มเรื่องมาก็ชวนติดตามเสียแล้วน่าสนใจมากครับ แล้วแบบนี้นายทิมจะได้พี่ฟางเพื่อนพี่หลินไหม รอลุ้นครับ

*

mawinxxx102

Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:04:13 pm »
มีพลังแบบนี้  ต้องใช้ประโยชน์ให้เสียวๆสุด

*

ออฟไลน์ ninja699

  • Banned!

  • Junior Member
  • ***
  • 274
  • 130
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:09:51 pm »
จัดหนักแบบยาวๆแน่นอน

*

ออฟไลน์ artid

  • Full Member
  • **
  • 97
  • 65
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:13:00 pm »
ชอบเรื่องแนวนี้มากครับ เขียนออกมาได้ละเมียดละไมมากเลย

*

ออฟไลน์ keiju

  • Full Member
  • **
  • 69
  • 91
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:14:14 pm »
อ๊ะ . . .เอ๋. . . ช่วงแรกว่าสนุกสนานมากแล้ว แต่พอช่วงที่สองยิ่งน่าติดตามมากๆครับ ไม่คิดว่าจะพลิกเป็นแนวพลังพิเศษ เล่นเอาเลื่อนกลับไปดูชื่อเรื่องซ้ำอีกรอบเลยล่ะครับ

*

sorlah

Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:14:34 pm »
 ::KO::น่าสนใจเนื้อเรื่องแบบนี้ชอบๆ ต้องจัดให้สุดๆ

*

ออฟไลน์ Oumale

  • Full Member
  • **
  • 170
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:16:33 pm »
อ่านใจเหรอ? มาแปลกแหะแนวนี้ น่าสนใจว่าจะเอาไปใช้ยังไง

*

ออฟไลน์ banrai kidsada

  • Banned!

  • Full Member
  • **
  • 216
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:20:41 pm »
คงจะได้ทั้งพีและเพื่อนพี่แน่ๆเลย

*

ออฟไลน์ KengNaJa

  • Junior Member
  • ***
  • 372
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:21:16 pm »
คิดว่าจะธรรมดาๆสะอีก มีพลังพิเศษเฉย น่าติดตามๆ
แต่จะเป็นแนวฮาเร็มมั้ยละครับเนี่ย

*

ออฟไลน์ Matsudaira777

  • Junior Member
  • ***
  • 411
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:23:05 pm »
แจ่มเลย อ่านใจได้ด้วย พลังนี้ทำอะไรได้อีกบ้างเนี่ย

Re: The Senses 1 : พรสวรรค์
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 09, 2020, 08:24:34 pm »
เอาแล้วมีเห็นอนาคต​ด้วยต้องเข้าไปแจมสิ555

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ