The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย

The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย

  • 927 ตอบ
  • 16541 อ่าน
*

ออฟไลน์ punyang

  • Full Member
  • **
  • 75
  • 3220
    • ดูรายละเอียด
The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 07:48:38 pm »
สรุปเรื่องคงแนวฮาเร็มแหละครับ เพราะดูหลายท่านน่าจะตับอ่อนแอ คนเขียนก็เช่นกัน 555
.......
มันเป็นความใฝ่ฝันของชายหลายๆคนใช่ไหมล่ะครับ ที่จะมีสาวสวยอย่างพี่ฟางพี่หลินอยู่ข้างกายตลอดเวลา คือผมยอมรับเลยว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมแทบไม่ได้ใส่ใจโฟกัสเรื่องอื่นเลย คิดวนเวียนแต่จะเอาพี่สาวทั้ง 2 แค่นั้น สาวๆยังลากสังขารไปเรียนได้บ้าง เพราะเธอผลัดกันเอากับผม แต่ผมนี่แทบจะมีเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา จนร่างกายเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย ผมเริ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาบ่อยครั้งยามที่พยายามจะเข้าอ่านใจ หรือแทรกความคิดเข้าไปในหัวของพวกหล่อน ผมเริ่มรู้สึกว่าผมหมกหมุ่นจนเกินไปแล้ว

พี่หลินเป็นคนแรกที่เริ่มเห็นความทรุดโทรมในร่างกายผม เธอออกกฎเหล็กเลยให้กับห้องแห่งนี้ เธอบอกให้ผมหักห้ามใจไว้บ้าง เธอห้ามผมมีอะไรกับพวกหล่อนในวันที่มีเรียนครับ คือให้เอาได้เฉพาะแค่วันหยุด และเสาร์อาทิตย์ มันเหมือนสวรรค์ล่มกลางอ่าว

แต่ผลที่ตามมาในช่วงแรกคือ ผมเริ่มได้กลับมาพักผ่อนมากขึ้น พี่ฟางนี่ติดผมเอามากๆ เธอแอบกระซิบบอกผมเวลาพี่หลินเผลอๆว่าถ้าหลินไม่ให้มาหาพี่ได้นะ “ฟางว่าง ฟางไม่มีวันหยุด”

พี่หลินจากมีพี่ฟางเป็นเพื่อนกลายเป็นเหมือนมีน้องสาวเพิ่มอีกคน พี่หลินเธอมีความเป็นพี่สูงมาก เธอดุพี่ฟางให้กลับบ้านกลับช่องบ้าง เพราะตั้งแต่วันสวาทของเรา 3 คนเป็นต้นมา พี่ฟางแทบจะไม่ยอมกลับบ้าน กลับแค่ไปเอาเสื้อผ้าไม่พ้นวันก็กลับมาใหม่

เรา 3 คนกลายเป็นใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ผมเริ่มเปิดตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกับพี่ฟาง ต่อทุกคนที่ มหาลัย ผมควงพี่ฟางโชว์ต่อหน้าเพื่อนๆ เหมือนข่าวมันแพร่ออกไปเร็วมาก บางครั้งผมรู้สึกว่านั่งๆเรียนอยู่มีผู้ชายบางคนมองมาที่ผม ก่อนจะซุบซิบนินทาว่าผมไม่เหมาะสมกับน้องฟางเลย

“น้องฟาง” ของผมพวกก็คือพี่ฟางของผมนี่แหละครับ เธอเป็นสาวฮอตในมหาลัยที่ทุกคนต่างรู้จัก ก่อนหน้านี้มีข่าวแพร่ออกไปว่า น้องฟางเสร็จนายแม็กไปเสียแล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายกลับเป็นผมที่ถูกพูดถึง

พักหลังๆเราเดินกันสามคน พี่ฟางจะคล้องแขนผมไว้ไม่ห่าง มีพี่หลินเดินตามอยู่ข้างๆ พี่หลินยังคงกลัวสายตาสังคม ผมรู้สึกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กในใจพี่หลินครับ ผมชะลอฝีเท้าให้ช้าลงเล็กน้อยเพื่อให้พี่หลินเดินตามทัน ผมรีบหันไปคว้ากุมมือเธอไว้ คือเราสามคน เดินจูงมือกันโดนผมอยู่ตรงกลางอย่างไม่แคร์สายตาใคร

พี่หลินแอบยิ้มอย่างอบอุ่นใจที่ผมให้ความสำคัญกับหล่อน
....
เอาจริงๆ ผมยังทนไม่ได้ทุกครั้งที่ สายตาทุกผู้หันมาจดจ้องพี่ฟาง พี่หลิน

เธอยังคงถูกล่วงเกินทางสายตาและความคิดอยู่เสมอ มีครั้งหนึ่งที่ผมนั่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนเธอ เพื่อนชายบางคนมองพี่ฟาง พี่หลิน และด้วยสายตาแปลกๆ

ผมล้วงความจริงเข้าไปในจิตใจของเขา ก็พบว่ามันแอบจินตนาการว่าได้เอาพี่หลิน กับพี่ฟาง จับแซนวิสคู่อยู่เรื่อยๆ ผมรู้ว่ามันเป็นความปรารถของชายหลายๆคนที่จะได้เอาหญิงสาวทั้งสอง แต่ผมไม่ชอบใจเลย ผมหึงหวงเมียของผม

ผมโกรธจนรู้สึกอยากบีบกระเจี้ยวมันให้หดคาเป้า ผมเผลอตัวเพ็งความคิดไปอย่างไม่ตั้งใจ ผลปรากฏว่าจู่ๆ ไอ้หนุ่มนั่นตัวงอห่อกระเจี้ยวจนทั้งโต๊ะต้องหันไปจ้อง จู่ๆไอ้หนุ่มนั่นมันรู้สึกเจ็บดุ้นเอ็นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ผมมองมันวิ่งผละออกไปจากโต๊ะ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ก่อนจะมานั่งไล่ลำดับความคิดของเมื่อหลายวันก่อน ที่ผมจ้องพี่หลินจนน้ำแตกคาสายตา รอบนี้ผมพุ่งความคิดโจมตีประสาทของไอ้หนุ่มนั่น จู่ๆมันก็เจ็บท่อนเอ็นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ยิ่งผมใช้งานพลังด้านนี้มันบ่อยเข้ามันกลับเพิ่งอนุภาพต่อปลายประสาทคนอย่างน่ากลัว ถึงตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกปวดจี๊ดๆที่หัวสมองอีกแล้ว
….
ช่วงหลังๆมานี่ผมเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ  ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเอง หรือเพราะใช้พลังมากเกินไป ผมรู้สึกว่ามีคนกำลังจับจ้องอยู่ตลอดเวลา บางจังหวะที่เดินอยู่เพียงลำพัง ผมถึงกับต้องหันขวับกลับไปมองด้านหลังตัวเองทุกครั้ง เพราะรู้สึกเหมือนกำลังถูกเดินตามอยู่

ไม่รู้ว่ามันหลอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ผมไม่เชื่อในเรื่องผีสาง แต่ก็เริ่มแอบเสียวสันหลังทุกครั้ง เพราะหลังๆมันเป็นบ่อยเข้า
....
วันนี้ผมมีเรียนจนเกือบเย็น จู่ๆความรู้สึกนี้มันก็มาอีกแล้ว ผมรู้สึกอีกแล้วว่ามีคนจับจ้องมาที่ผม คราวนี้ผมเริ่มรู้สึกถึงฝีเท้าเข้ามาใกล้ๆ ผมเดาว่านี่ไม่ใช่การคิดไปเอง ผมหันขวับไปอย่างรวดเร็วก่อนจะผงะจนหน้าถอดสี

“น้องพลอย” ผมเอ่ยร้องเสียงหลง

เด็กสาวในชุดนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนใหม่ เสื้อนักเรียนขาวสว่างบริสุทธิ์เธอใส่กระโปรงสีน้ำเงินมีเน็ทไท ผูกไว้เรียบร้อย เธอถักเปียผูกโบว์ไว้ที่ปลายผม ใบหน้าหวานสดใส ยิ้มให้ผมอย่างอ่อนหวาน เธอกุมสองมือถือกระเป๋านักเรียนไว้อย่างเขินอาย
น้องพลอยในชุด ม.ปลาย โรงเรียนใหม่ มันดูน่ารักมากๆผมแทบไม่ได้ไปหาเธอเลยตั้งแต่ผมได้พี่หลินกับพี่ฟางวันนั้น และในวันจันทร์สวาทนั่นแหละซึ่งเป็นวันที่เธอขอให้ผมไปรับที่โรงเรียน เพราะเธออยากอวดผมในชุดเรียนใหม่ ที่ผมติวเธอจนสอบเข้าเรียนได้

แต่ผมก็สร้างความผิดหวังให้หล่อน เพราะมัวแค่หลงใหลในเรือนร่างของสองสาว ผมหลบเลี่ยงการเจอเธออยู่บ่อยครั้ง จนน้องพลอยเงียบหายไป ผมแอบรู้สึกผิดเหมือนกันที่ทิ้งน้องไปแบบนั้น แต่ผมไม่รู้จะจัดการมันยังไง ในเมื่อตอนนี้ผมมีทั้งพี่หลินและพี่ฟางอยู่แล้ว

สิ้นความคิดผมไม่เท่าไหร่ สองสาวคนงามในชุดนักศึกษาก็เดินเข้ามา พี่หลินกับพี่ฟางเพิ่งเรียนเสร็จพอดี

ผมกระอักกระอ่วมใจจนพูดอะไรไม่ออก เหมือนอยู่กลางสถานีรถไฟ ที่รถไฟ 3 ขบวนกำลังจะพุ่งชนกัน

พี่ฟางจ้องน้องพลอยด้วยอาการตาขวาง เธอจำได้ถนัดตาว่านี่คือสาวน้อยที่มากับผมในวันนั้น ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มในจิตใจของพี่ฟางแผ่มาเต็มอก คือเป็นความหึงหวงคลุกกรุ่นออกมาจนแสดงออกมาทางใบหน้า

ส่วนพี่หลินผมแปลกใจไม่น้อย เธอกลับมองเด็กสาวคนนี้ด้วยความเอ็นดู เธอแอบชื่นชมว่าเด็กสาวน่าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ก่อนจะหันมองผมกับพี่ฟาง ที่ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่หลินจะใจกว้างขนาดนี้

น้องพลอยมองพี่ๆทั้งสองด้วยบทนางเอกสุดๆ เธอคิดว่าทั้ง 2 เป็นเพื่อนผม เธอจำพี่ฟางได้ในฐานะที่เขามากับแฟนหนุ่มในวันนั้น
“เฮ้ยย!! ไม่ใช่นะ ไอ้แม็กไม่ใช่แฟนพี่ฟาง”  ผมค้านอยู่ในใจแต่ไม่ได้พูดออก

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อพลอยค่ะ หนูแวะมาหาพี่ทิม” น้องพลอยสวัสดีพี่ๆทั้ง 2 อย่างนุ่มนวล

“มาหาทำไมค่ะ มีธุระอะไรหรอ” พี่ฟางมองขวางๆและปัดทิ้งความอ่อนน้อมของเธออย่างไม่ใยดี พี่ฟางเดินพรวดเข้ามาคล้องท่อนแขนผมเอาไว้ เธอเอาหน้าอกมาเบียดเสียดเข้าจังๆที่ข้างแขน

น้องพลอย จ้องมองด้วยความอ้ำอึ้ง เธอมองหน้าอกคู่งามของรุ่นพี่มหาลัยเบียดเสียบเข้าข้างแขนของชายที่เธอรัก โดยที่เขาไม่มีอาการขัดขืน


“หนูแค่มาขอบคุณค่ะ พี่ทิมเคยเป็นติวเตอร์ให้พลอยสอบเข้าโรงเรียนใหม่” เธอตอบเบาๆ
แหววตาใสๆเป็นประกายของน้องพลอย เริ่มหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่พี่หลินจะพูดแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศที่เงียบงันตอนนั้น

“ทิม เคยไปเป็นติวเตอร์ด้วยหรอ พี่ไม่เห็นรู้เลย”
“พี่หลินนะคะ พี่เป็นพี่สาวทิม” พี่หลินแนะนำตัวกลับ

น้องพลอยแสร้างยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายในใจกลับหัวใจแหลกสลายอย่างช่วยไม่ได้ เธอแอบประหลาดใจไม่น้อยเพราะไม่เคยเห็นผมพูดถึงพี่สาว เธอพูดคุยกับพี่หลินอีก 2 – 3 ประโยค ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับพวกเราทั้ง 3 ว่า

“พลอย แวะมาเฉยๆ เดี๋ยวพลอยต้องไปแล้วค่ะ”  เธอชิงตัดบทเดินผ่านผมไปโดยไม่เอ่ยร่ำลา ผมรู้ว่าเธอไม่แค่แวะมาหรอกครับ เธอตั้งใจมาหาผมนั่นแหละ แต่พอมาเจอกับสาวๆของผมเขาเธอคงตั้งตัวไม่ติด

ผมแทบไม่รู้จะเอ่ยวาจาใดออก ปล่อยน้องพลอยเดินออกไปด้วยความผิดหวังเต็มประดา ผมเคยบอกว่าผมจะไม่ทิ้งหล่อน ผมเคยบอกว่าผมจะไม่หนีเธอไปไหน เด็กสาวร้องไห้อยู่ภายในใจ ผมรู้สึกถึงความอัดอั้นตันใจของเด็กสาว

ผมฟังเสียงในจิตใจของเด็กสาวร้องไห้ระงมออกมาอย่างช่วยไม่ได้  ก่อนที่เสียงมันจะค่อยๆแผ่วเบาลง เมื่อเธอเดินไกลห่างออกไป
.....
ผมซึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผมส่งข้อความไปหาน้องพลอย ซึ่งก็ไม่รู้จะพิมพ์อะไรได้แต่บอกเธอว่า “ขอโทษ”
ผมอยากอธิบายให้เธอเข้าใจ แต่ก็ไม่อยากใช้ตักอักษรแทนความรู้สึก ถ้าเรานัดพูดคุยกันผมคิดว่ามันน่าจะสื่อสารได้ดีกว่า
เธออ่านนะครับและก็ตอบกลับมาด้วยว่า “หนูไม่เป็นไร” “ไว้วันหลังค่อยคุยกันก็ได้”

คือผมไม่รู้ว่าผมทำบุญมาด้วยอะไรในชาติที่แล้ว ทำไมน้องพลอยถึงได้ดีขนาดนี้ เธอไม่ว่า ไม่ด่าผมสักคำ เธอพร้อมจะรับฟังคำอธิบายอยู่เสมอ
........
ผิดกับสาวบ้านนี้ครับ ผมปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ ณ ตอนนี้
พี่ฟางจี้ถามผมจนแทบผมรู้สึกหายใจไม่ออก
“ใครค่ะ อธิบายมาเลย”
“แอบไปมีที่ไหนอีก”
“คุกนะ เด็ก ม.ปลายเอง ไม่กลัวหรอ”
พี่ฟางทั้งจี้ ทั้งขู่ผมสารพัด  กับพี่หลินสิ พี่หลินนั่งนิ่งฟังผมโดยลุกไล่ พร้อมกับยิ้มมุมปากหวาน

ผมเห็นหนทางที่จะประสานใจกันได้จากพี่หลิน ก่อนจะเอ่ยหาพี่หลิน

“พี่หลิน ช่วยผมด้วย พี่ฟางไล่ผม จะจนมุมแล้วเนี่ย”  ผมร้องอ้อนพี่สาว

ผมพูดแบบนั้น เพราะผมสัมผัสได้ในจิตใจของทั้ง 2 สาวแล้วครับ ว่าทั้งพี่หลินและพี่ฟางรู้อยู่ลึกแล้วว่าผมกับน้องคนนั้นน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน แต่ยังไม่อยากจะรับความจริงอันนั้นอยู่

พี่หลินยักไหล่ใส่ก่อนจะพูดว่า “สมน้ำหน้า อยากเจ้าชู้ดีนัก” เธอเอ่ยขึ้นแล้วลุกเดินหนีเข้าห้องไป
....
กฎที่พี่หลินตั้งขึ้นมันก็ทำงานของมันอย่างเคร่งครัด ตอนแรกผมคิดว่าพอได้กันทั้ง 3 คน แล้วอะไรๆมันจะง่ายขึ้น แต่เปล่าเลยครับ มันกลับกลายเป็นช่องให้พี่หลินรู้ทันผมไปเสียหมด เราแยกห้องนอนกันครับ

พี่หลินดึงพี่ฟางไปนอนด้วยกัน เพื่อกันท่าเพื่อนสาว ส่วนผมถูกจับแยกนอนเดียว
ซึ่งจริงๆวันนี้ผมก็ไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่ เพราะมีเรื่องปวดหัวให้คิดมากกว่า

ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่ทราบ แต่รู้สึกได้ว่าตนเองกำลังอยู่ในความฝัน มันเป็นฝันที่ถึงวันที่ขบวนรถไฟ 3 ขบวนชนกันเข้าอย่างจัง ผมเห็นภาพพี่ฟางมาแต่ไกลตรงเข้ามาบีบคอเหมือนจะฆ่าจะแกงผม

มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนจริงมากๆ ผมเริ่มรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก ก่อนจะรู้สึกมีบางอย่างมากดทับโพรงจมูกไว้

ผมดิ้นเหมือนคนจะขาดใจตายในเฮือกสุดท้าย ก่อนจะสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้น  ในห้วงแห่งความจริงมันแทบไม่ต่างจากความฝัน ผมรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ถนัดนัก ผมรู้สึกถึงอุ้งมือค่อยๆ ลูบไล้ไปตามใบหน้าผม ก่อนที่จู่ๆผมจะถูกจิกหัวขึ้นอัดเข้ากับร่องกลีบอวบอูมเข้าอย่างจัง

ผมค่อยๆตั้งสติขึ้นได้ ภาพร่องสวาทเกลี้ยงเกลาผิดหูผิดตาปรากฏอยู่เบื้องหน้า ผมเหล่มองสายตาสูงขึ้นไป เป็นใบหน้าของพี่ฟาง คนสวยมองผมอย่างหยาดเยิ้ม

เธอโกนร่องเสียวหล่อนที่มีขนขึ้นรุงรังจนมันเกลี้ยง ภาพใต้ร่องแคมที่รกรุงรังเหมือนป่าดกดิบ กลับเหลือเพียงกลีบอูมๆ ร่องชมพูแดงระรื่น ผมกลืบน้ำลายเข้าอึกใหญ่

พี่ฟางนั่งคร่อมหน้าผม และแหวกร่องหีตัวออกอย่างเตรียมพร้อมเสียแล้ว

ผมอ่านใจเธอได้ คือเธอกลัวผมจะหลงเด็กคนนั้นจนลืมเธอ เธอพยายามทำตัวให้เด็กลง ขั้นต้นคือโกนขนตรงนั้นออกให้มันเกลี้ยงเกลาเหมือนของเด็กน้อย เธอหวังว่าผมจะชอบมัน

ผมไม่ขัดศรัทธาหล่อนหรอกครับ ผมจับขาอ่อนของเธอไว่ก่อนจะค่อยๆ ตวัดลิ้นเลียไปตามรอยแยกร่องเสียวเธอเบาๆ
พอไม่มีขนให้รกรุงรัง ร่องแคมพี่ฟางก็น่าเลียไปอีกแบบ

“อื้ออออ อ้า เลียสูงอีกหน่อยค่ะทิม”  พี่ฟางคราง แถมขย่มร่องหีใส่หน้าผมไม่ยั้ง 

ยามปกติเธอก็ดูเป็นผู้หญิงสวยธรรมดาๆนี่แหละครับ เธอค่อยข้างรักษาภาพพจน์ความเป็นดาวมหาลัยอยู่เหมือนกัน แต่พอเวลาแก้ผ้าล่อกันเป็นเตียง พี่ฟางนี่เหมือนโดนวิญญาณกระหรี่เข้าสิง คือเธอเร่าร้อนเอามากๆ

ผมดูดซดร่องเธอจนเธอคราง ค้าง สะบัดผมไปมา

ผมจับเธอพลิกลงนอนบ้าง ก่อนจะจับเธอแหกร่องหีดูชัดๆ

หูยยยย คือมันอวบอูมมากๆ ปกติไม่ค่อยเห็นเพราะขนเธอบังหมด พอโกนออกแบบนี้มันทั้งโหนกทั้งนูนน่าเลียสุดๆ พี่ฟางน้ำเยิ้มไปหมดแล้ว

“พี่ฟางพรุ่งนี้เรามีเรียนไม่ใช่หรอ พี่หลินห้ามเรามีอะไรกันนะ”  ผมเอ่ยถาม
พี่ฟางดูจะไม่สนใจโลก เธอเบ้ปากอย่างรำคาญ ก่อนจะเอ่ยกับผมว่า

“ช่างหลินสิ ฟางคิดถึงทิมจะแย่อยู่แล้วนะ เอาสักทีฟางเยิ้มไปหมดแล้ว”  เธอร้องบอกอย่างออดอ้อน

เอาก็เอาว่ะ ผมชักดุ้นที่มันแข็งเต็มลำค่อยๆ ยัดเข้าไปในร่องหีหล่อนพวกเดียวมิดด้าม

“อื้อออ อื้ออ ออ” พี่ฟางครางยกใหญ่ ก่อนจะกอดผมจนแน่น
ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น ผสมปนเปไปกับเสียง ซี๊ดปากในลำคอของหญิงสาว

พักหลังๆ คือทั้งพี่หลิน พี่ฟาง ต้องกินยาคุมดักเอาไว้ เพราะห้ามผมแตกในไม่ค่อยได้ คือซื้อถุงยางใส่ก็โคตรเปลืองเลยครับ ผมใช้คืนนึง หมดไปหลายกล่อง ผมยังคงเป็นปริศนาของพวกหล่อนว่าทำไมน้ำแตกแล้วยังแข็งได้แข็งดี  เมื่อเธอห้ามให้ผมแตกในกันไม่ค่อยได้ เธอเลยต้องเลยป้องกันตัวเองด้วยการกินยาคุมกันตัวเอง

ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า เพราะสาวๆพอเริ่มกินยาคุมกัน ทำไมทุกส่วนมันดูเต่งตึงขึ้น พี่ฟางยังไม่เท่าไหร่ แต่พี่หลินนี่ดูเห็นชัดๆเลยว่าใบหน้าสดใส หน้าอกเต่งตึงขึ้น ดูมีน้ำมีนวลกว่าแต่ก่อนเยอะ ไม่รู้เพราะได้ยาคุมหรือได้น้ำยาดีจากผม

ผมมองดุ้นที่เสียบเข้าไปในร่องสวาทสดๆของสาวมหาลัย ร่องสดๆฟิตๆของเธอมันทะลวงปริ้นเท่าไหร่ก็ยังไม่หลวม ผมว่าผมใช้งานร่องพี่ฟางหนักมากๆ แต่มันยังทั้งรัดทั้งตอดปลายได้เป็นอย่างดี

ในขณะกำลังเข้าด้ามเข้าเข็มอยู่นั่นเอง จู่ๆ พี่หลินก็เปิดประตูพรวดเข้ามา

ผมอ่านใจเธอ เธอแอบฟังอยู่หน้าห้องพักนึงแล้วครับ เธอชั่งใจอยู่ว่าจะเข้ามาดีไหม จนสุดท้ายเป็นเธอเองที่อดใจไม่ไหว

พี่หลินโถมกายเข้ามา ดันผมออกจากพี่ฟางจนแทบหัวทิ่ม แล้วจู่ๆเธอก็พุ่งเข้ามาแย่งดุ้นผมไปดูดเลียต่อหน้า ทำพี่ฟางค้างเติ้งจนหัวเสีย

พี่หลิน ช่วงหลังๆมาเธอเก่งขึ้นมาก เธอชอบให้ผมเลียหี แต่หลังๆมาเธอก็มักชอบเลียดุ้นผมไปด้วย พี่ฟางงอนแงนเอ่ยตำหนิพี่หลินว่า “นิสัยไม่ดีอ่ะ คือคนกำลังเสียวอยู่เลยมาขัดได้ไง”

พี่หลิน หันมองพี่ฟางแวบนึงก่อนจะหันมาเลียดุ้นผมต่อ พี่ฟางยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ คราวนี้พี่ฟางเลยโถมเข้ามาแย่งดุ้นไปจากปากพี่หลินบ้าง

กลายเป็นสองสาวแย่งกันดูดท่อนเอ็นผมเหมือนเด็กแย่งกันดูดไอติม

โฮ้ยยย ผมจจะบ้าตายครับ เสียวด้วยแถมเจ็บด้วย หล่อนฉุดยื้อกันจนบางทีเล็บมันข่วนเข้ากับท่อนเอ็นผม
อูยยย ผมร้องคราง อย่างเสียอาการ ริมฝีปากของสองพี่สาวประสานแรงกันดูดท่อนเอ็นเหมือนหลุมดำที่ดูดกลืนน้ำรักของผมไม่จบไม่สิ้น

“ไหนบอกวันที่มีเรียนห้ามมีอะไรกันไง”  ผมเอ่ยถามพี่หลิน

พี่หลินมองค้อนผมวงใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเบาๆว่า “วันนี้ผู้คุมกฎก็อยากค่ะ งดเว้นไว้ 1 วัน”

อื้อออ พูดจริงๆก็คือหน้าพี่หลินอ้อนดุ้นเอ็นมากๆ ผมทนไม่ไหวจับพี่หลินกระเด้าก่อนเลย ผมเอาดุ้นใหญ่ยาวๆแทงพรวดเดียวมิดด้าม

“อื้อออ โอ้ยยย” เธอครางเฮือกใหญ่ พอโดนมันเสียบเข้าไปจังๆจนจุกไปทั่วท้องน้อย ผมกระเด้าหีพี่หลินอย่างเมามันจนเธอหัวสั่นหัวคลอน ก่อนจะมีพี่ฟางคลานเข้ามาโอบกอดผม ผมเด้าหีพี่หลินไปหนีบพี่ฟางติดไว้ข้างๆคอยบีบนม คอยล้วงร่องสวาทหล่อนเป็นระยะ

พอพี่หลินแตก ผมก็หันกลับมาควบพี่ฟางต่อ คือผมอึดและทนขึ้นมาในช่วงที่ใช้งานกับร่องฟิตๆของพวกหล่อนบ่อยๆ ผมเหลือบดูเวลาเพิ่ง 4 ทุ่ม ผมว่าจะเอาไม่นานเพราะเดี๋ยวไปเรียนไม่ไหว

คืนนั้นสรุป ฟ้าเป็นสีเหลืองตอนตี 1 กว่าๆ ไปอีกคืน ผมโดนร่องหีของสองพี่สาวรีดพิษออกจนเหลือแต่ลมออกในช่วงหลังๆ สองสาวกอดกันกลมอย่างมีความสุข เหลือแต่ผมที่เหม่อมองไปนอนหน้าต่างอย่างกังวลใจ
“น้องพลอยจะเป็นยังไงบ้างนะ”
……….
ผมยังหาโอกาสไปปรับความเข้าใจกับน้องพลอยไม่ได้ในทันที กว่าจะมีจังหวะก็ปาเข้าไปเกือบ 2 อาทิตย์ มันเป็นจังหวะที่โคตรโชคดีครับ พี่หลินกับพี่ฟางรับงานพริตตี้ไว้ เป็นงานโชว์รถใหญ่ประจำปี

ตอนแรกเธอก็ชวนผมไปด้วยครับ ให้ผมไปอยู่กับพวกเธอเหมือนครั้งนั้น แต่แกล้งบอกไปว่าผมไม่ไปดีกว่า ผมหึง!

ชุดที่พวกหล่อนใส่มันดันทรงเห็นนมเป็นลูกๆ แถมกางเกงยังแนบเนื้อชนิดติดแคมหี คือผมรู้เลยว่าถ้าผมไปผมจะต้องได้เห็นภาพบาดตาบาดใจที่เมียผม 2 คน โดนคนทั้งฮอลล์รุมขย้ำทางความคิด

พี่หลิน พี่ฟาง โอ๋ๆผมใหญ่ เธอถึงกับขนาดถามผมว่าจะให้พวกพี่เลิกทำก็ได้นะ ก่อนจะพูดติดตลกว่า “แต่ทิมต้องเลี้ยงพี่นะ เครื่องสำอางพี่เยอะ ของใช้พวกพี่แพง”

เธอ 2 คนดูพอใจมากๆ ที่ผมแสดงอาการหึงหวงพวกเธอ โดยที่เธอไม่ได้หยั่งรู้เลยว่า เจตนาที่แท้จริงของผมคืออะไร
….
เย็นวันแรกที่พวกเธอไม่อยู่ ผมตรงไปบ้านน้องพลอย โดยหวังจะปรับความเข้าใจกับเด็กสาว คือระหว่างทางก็คิดมาตลอดว่าจะบอกเธอว่ายังไง สุดท้ายมันอับจนหนทางผมเลยคิดเอาง่ายๆว่า เดี๋ยวคงไปยัดตรรกะเพี้ยนให้เธอยอมเป็นเมียเด็กของผมอีกคน แล้ววันหลังค่อยไปหาวิธีตะล่อมพี่หลิน พี่ฟาง ให้ผมยอมเอาดีกว่า

ถึงจะรู้ว่ามันดูโคตรเลว แต่ผมเสียดายน้องพลอยสุดๆ เธอน่ารัก น่าดูแล แถมยังนิสัยดีหัวอ่อนอีกต่างหาก ผมไม่อยากเสียเธอให้ใครอื่นเลย และที่สำคัญผมเป็นคนแรกของเธอด้วย

ในขณะกำลังคิดไปเพลินๆ เมื่อมาถึงหน้าบ้านน้องพลอย ผมถึงกับต้องร้องด้วยความตกใจ
บ้านของหล่อน ประกาศขาย!! ครับ
….
คือมีป้ายหมายศาลว่าถูกยึด เตรียมขายทอดตลาด ผมอึ้งจนคิดอะไรไม่ออก มันไม่มีวี่แววมาก่อนเลย แม้จะเห็นพี่เจนดูหน้าเครียดๆ แต่เธอก็เป็นแม่บ้านสาวที่ดูอมทุกข์อยู่เป็นประจำเพราะเรื่องสามี ผมไม่เคยสนใจเข้าไปค้นหาความจริงเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ยังดีที่ผมมีเบอร์โทรหาน้องพลอย ผมตัดสินใจมารอน้องที่โรงเรียนแห่งใหม่

มันเป็นโรงเรียนใจกลางเมือง มีแต่เด็กสาวๆขาวๆ ใสๆลูกคุณหนูเดินอวดโฉมกันเต็มไปหมด ในช่วงเวลาแบบนี้ผมจะมาคิดเรื่องแบบนี้อีกหรอ จู่ๆถึงตอนนี้ผมก็เริ่มรู้สึกเหมือนมีคนจดจ้องผมอยู่อีกครั้ง แต่คราวนี้ผมกลับรู้สึกว่ามันรุนแรงมากๆจนต้องหันขวับกลับไปดู

สิ่งที่ผมพบเห็น กลับเป็นน้องพลอยอยู่ในกลุ่มเพื่อนอีก 4-5 คน เธอเพิ่งเลิกเรียนพิเศษ เธอโบกมือลาเพื่อนๆนักเรียนสาวของหล่อน จู่ๆความรู้สึกตรงนั้นก็หายวับไป

ตัดภาพกลับมาที่ เด็กสาวเดินคอตกเข้ามาหาผมอย่างเชื่องช้า ผมนิ่งเงียบไม่แม้แต่จะเข้าไปสำรวจในความคิดหล่อน ผมรอฟังสิ่งที่น้องพลอยจะเล่าออกมาด้วยตัวเอง

น้องพลอยบอกว่า พ่อเธอดำเนินธุรกิจเสียหายแล้วบริษัทล้ม หนีอยู่ต่างประเทศแม้แต่ครอบครัวก็ติดต่อไม่ได้ เหลือแม่กับพลอยอยู่บ้าน 2 คน แต่แล้วเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน มีเจ้าหน้าที่ราชการมาแจ้งปิดหมายและบอกเรา 2 แม่ลูกว่าบ้านโดนยึดแล้ว

ผมล้วงเข้าไปสำรวจความคิดของหล่อนในช่วงนี้ และพบว่า 2 อาทิตย์ก่อน เป็นวันที่เธอมาหาผมนั่นแหละครับ เธออยากจะระบายเรื่องไม่สบายใจที่บ้านให้ผมฟัง แต่กลับไปเห็นภาพผมอยู่กับสาวมหาลัยสุดสวยอย่างพี่ฟาง พี่หลิน

เธอรู้สึกลึกๆตอนนั้นแล้วว่าผมกำลังจะทิ้งเธอ เธอเลยไม่กล้าเล่าอะไรตอนนั้นเพราะกลัวว่าผมจะเฉยเมยกับเธอเร็วขึ้นหากรู้ว่าที่บ้านเธอกำลังมีปัญหา

ผมปากสั่น อดกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่ ผมโถมเข้ากอดน้องพลอยกลางที่สาธารณะโดยที่ไม่สนใจสายตาคนนอก

“พี่ทิม ร้องไห้ทำไม พลอยสบายดีค่ะ”  ผมมองหน้าใสๆของเด็กสาว ที่ดวงตาบ๊องแบ๊วราวกับตุ๊กตา ผมนึกไม่ออกเลยทำไมเธอถึงแกร่งได้ขนาดนี้

สิ่งที่น่าตกใจอีกอย่างคือ น้องพลอยต้องทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนครับ เธอไปสมัครเป็นพนักงานเสริฟ Part-time ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพราะต้องหาเงินไปช่วยแม่ ผมสั่งให้เธอลาออกตั้งแต่ตอนนั้น ผมออกปากว่าผมจะดูแลเธอเอง
เด็กสาวฟังแล้วสะท้านจนน้ำตาคลอเบ้า เธอกอดผมแน่นก่อนจะเอ่ยพูดทั้งวาจาและใจว่า “ขอบคุณค่ะ”

เธอยังเด็กมากครับ เด็กที่เคยสบาย เพียบพร้อมมาตลอด จู่ๆกลายเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ต้องตรากตรำทำงานหาเงินเอง คือผมสงสารเธอขึ้นมาจับใจ ตอนนี้ผมไม่ได้มีอารมณ์กับเธอเลย

ผมไปส่งน้องพลอยที่บ้าน ผมมองเข้าไปแล้วโคตรหดหู่ มันไม่ใช่บ้านครับ แต่เป็นห้องเช่าตึกเก่าๆโทรมๆไม่ไกลจาก หมู่บ้านเก่าของเธอ คือมันต่างราวกับนรกสวรรค์

ผมไม่ได้เจอพี่เจนเกือบเดือน มาพบอีกครั้ง จากสาวที่ดูสวยสะพรั่งอ่อนหวาน วันนี้ดูโทรมขอบตาคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเยิง เธอดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

แต่เธอยังยิ้มต้อนรับผมอย่างอ่อนโยน แม้ในใจจะอายอยู่ไม่น้อยที่ผมมาเห็นเธอในสภาพนี้

เธอเป็นคนมีความรู้ นะครับ อย่างน้อยๆก็ต้องระดับปริญญาตรี แถมยังพูดภาษาญี่ปุ่นได้อีก น้องพลอยบอกว่าแม่เธอสมัครงานไปหลายที่แล้ว แต่ไม่มีคนรับเพราะประสบการณ์น้องแถมอายุเริ่มเยอะ แม่เธอไปรับจ้างซักรีดอยู่ที่ใกล้ๆแถวนี้

พี่เจนยกถาดขนมมาให้ผม ผมสังเกตเห็นแหวนที่นิ้วเธอมันหายไป มือขาวๆที่เคยมีเล็บยาวสวยแบบผู้ดีของหล่อน ถูกตัดจนสั้นเพื่อสู้งานหนัก ฝ่ามือพี่เจนเริ่มลอกทิ้งรอยเป็นดวงๆ จากอาการแพ้ผงซักฟอก

ผมสำรวจเพ่งมองเข้าไปในจิตใจของหล่อน พบว่าเธอบอบบางมากๆในช่วงนี้ เธอแทบจะนอนร้องไห้ทุกคืน ส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นห่วงลูกสาว อีกด้านหนึ่งเธอก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เธอเพิ่งตัดสินใจขายแหวนแต่งงานเพื่อเป็นค่าแป๊ะเจี้ยะโรงเรียนดังให้ลูกสาว เธอเป็นห่วงน้องพลอยมากๆ เธอตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ลูกสาวเธอมีโอกาสทางการศึกษา
.....
ผมกลับห้องมาด้วยอาการทอดถอนใจ จนพี่หลินสังเกตได้
“เป็นอะไรหรอ” เธอเอ่ยถามผมขณะกำลัง นั่งเช็คเครื่องสำอางอยู่บนโต๊ะอาหาร
“พี่หลิน ผมสงสารน้องพลอย” ผมเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คือผมไม่รู้จะสรรหาอะไรมาพูด เลยบอกไปตรงๆแบบนั้น คือวันนี้พี่ฟางกลับบ้านไปครับผมอยู่กับพี่หลินแค่ 2 คน

ผมเล่นเรื่องน้องพลอยให้พี่หลินฟัง แต่ข้ามช็อตที่เปิดซิงเด็กสาวไปนะครับ

พี่หลินก็คือพี่หลินอ่ะ เธอเป็นทั้งพี่สาว ดูแลผมเหมือนแม่ เพียงแต่หลังๆผมจับเธอยกสถานะใหม่ขึ้นเป็นเมีย
เธอไม่ค่อยจะซักไซร้ถามไถ่อะไร เหมือนตอนที่ไม่เคยซักไซร้อะไรกับพี่ฟางเรื่องไอ้แม็ก

“ก็ถ้าทิมไม่ทำให้พวกพี่เสียใจ จะทำอะไรก็ทำเถอะ ทำที่คิดว่าดี”   เธอเอ่ยในท่าทีที่เฉยเมย โดยที่มือก็ยังคงเอาสำลีชุบน้ำยาล้างเครื่องสำอางอยู่

ผมแทบจะโผเข้ากอดพี่หลิน ผมซบร่องอกพี่สาวไว้อย่างแนบแน่น พี่หลินนี่ใจดีจริงๆ ผมไม่รู้จะขอบคุณเธอยังไง

เธอกอดลูบหัวผม เหมือนเป็นเด็ก ก่อนจะเอ่ยกับผมอย่างเขินๆว่า “วันนี้ฟางไม่อยู่ ทิมทำให้พี่หน่อยสิ พี่อยากแล้วอ่ะ”

ผมเหมือนถูกกระชากอารมณ์ชนิดที่ตั้งตัวไม่ติดเธอเป็นแบบนี้ประจำครับ เวลาไปออกงาน พี่หลินจะแฉะกลับมาทุกครั้งเพราะถูกคนมองด้วยสายตาหื่นกามชุดใหญ่

ผมมีหรือจะปฎิเสธเธอ คืนนั้นผมตอบแทนความน่ารักของเธอให้อย่างสาสม
…..
ในช่วงสัปดาห์ที่ทั้งพี่ฟาง พี่หลิน ไม่ค่อยจะอยู่ ผมมาหาน้องพลอยแทบทุกวัน

ผมให้ค่าขนมน้องไปโรงเรียนวันละ 200 บาท เธอต่อรองผมบอกแค่ 100 ก็พอ น้องพลอยบอกมันมากเกินไปพลอยกินข้าวมื้อเดียวเอง แต่ผมอยากให้เธออ่ะครับ ผมบอกเธอถ้าเหลือก็ให้เก็บไว้

มันเป็นตัวเลขที่ผมคำนวณไว้แล้วครับ ว่าปกติถ้าน้องพลอยไปทำงาน Part-time เธอจะได้วันละ 120 บาท ผมเลยให้เธอเหลือๆเผื่อไว้ให้เธอใช้เงินตรงนี้เก็บทดแทน เพราะผมไม่ให้เธอไปทำงานแล้ว

ผมมาส่งน้องพลอยที่ห้องทุกวัน อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เรากลับมาช่วงเกือบ 6 โมงเย็น น้องพลอยค่อยๆเปิดประตูเข้าห้อง แต่ทันทีที่ประตูห้องเปิดเข้าไป ผมถึงกับต้องตื่นตกใจจนทำตัวไม่ถูก

เมื่อเห็นพี่เจนในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว คือปกติบ้านเธอหลังใหญ่ เวลาเธอทำธุระอะไรมันก็จะอยู่ในห้องส่วนตัว แต่ยามนี้มันไม่ใช่อีกแล้วครับ ห้องคับแคบอย่างกับรูหนู คือมันเป็นทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องแต่งตัว กิจกรรมทุกอย่างล้วนแล้วแต่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าแห่งนี้

เธอน่าจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผมมองดูเรือนผมดำเงางามของหล่อนที่ยามปกติเธอจะรวบตึงเป็นหางม้าดูเรียบร้อย บัดนี้มันสยายออกยาวถึงกลางหลัง เนินอกที่ชอบปกปิดมิดชิด วันนี้อวบโฉมเต่งตึงมาเกือบครึ่งเต้า ผมแอบเห็นขี้แมลงวันเม็ดเล็กๆเป็นจุดสีดำๆขึ้นอยู่กลางเนินอก ท่อนขาเรียวขาวสวย ผิวพรรณเงางามเพราะเครื่องประทิมผิวที่ใช้ต่อเนื่องมาหลายสิบปี

เธอเป็นคุณแม่ยังสาวจริงๆ พอไม่มีเครื่องแต่งตัวเป็นแม่บ้าน เธอดูไม่ต่างอะไรกับสาวรุ่นๆ
พี่เจนเอามือปกปิดเนินอกที่เบียดชิดกันเป็นเต้าไว้อย่างเขินอาย เธอดุลูกสาวว่าทำไมไม่เคาะห้องก่อน ก่อนปรี่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ คือไม่คิดมาก่อนเลยว่าแม่น้องพลอยจะสวยขนาดนี้ ผมได้แต่ลอบด่าทอตัวเองในใจว่าทำไมถึงคิดเรื่องชั่วๆแบบนี้อีกแล้ว

พี่เจนเปลี่ยนเป็นชุดนอนออกมาจากห้องน้ำ คือชุดเธอก็ดูไม่เหมาะกับห้องอีกแล้ว ผ้าแพรลื่นๆราคาแพงคลุมทั้งเรือนร่างแบบคุณนายสาวผู้ดี เธอใส่ชุดนอนสีเทาอ่อนๆ มันเป็นเนื้อผ้าลื่นๆบางเบาจนผมแอบเด็กเนินอกที่ถูกปกปิดไว้ด้วยเสื้อในลายลูกไม้ของหล่อน ยามพัดลมมันส่ายพัดเข้ากลางลำตัว เสื้อพี่เจนจะปลิวปัดแนบเนื้อเผยให้เห็นเอวคอดสมส่วน

ผมจ้องมองเธออย่างเสียมารยาท มองแบบตาไม่กระพริบ ใบหวานๆที่ดู เศร้าหมอง เหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลามันยิ่งทำให้เธอดูน่ามอง น่าค้นหา

“คุณแม่ คุณครูถามพลอยว่าค่าเทอม เราจะชำระได้เมื่อไหร่หรอค่ะ”  ผมเหมือนโดนปลุกจากภวังค์ด้วยเสียงของน้องพลอย

ผมหันไปมองพี่เจน ผมรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ ในใจเธอคิดหาทางหาเงินมาจ่ายอยู่ครับ แต่งานที่เธอทำอยู่มันไม่สอดคล้องกับความสามารถและเงินที่เธอได้มันก็แสนจะน้อยนิด เธอได้แต่ถอนถอดใจบอกกับลูกสาวว่า

“บอกครูไปว่า สัปดาห์หน้าแม่จะเข้าไปจ่ายให้นะ”  พี่เจนพูดทั้งๆที่รู้อยู่ว่าไม่มีหนทาง

ผมพยายามจะช่วยหล่อน หลายๆเดือนมานี่ผมยังหาเงินใช้ด้วยวิธีเดิมๆตามบ่อนพนันครับ ผมพอมีเงินเก็บอยู่พอสมควร
ผมเอ่ยบอกพี่เจนว่าผมพอมีอยู่ ให้เธอยืมก่อนได้นะ แต่พี่เจนปฎิเสธครับ เธอบอกเกรงใจผมมากๆ จากลูกจ้างที่จ้างมาสอนลูกสาวอ่ะ ตอนนี้กลายเป็นต้องมารบกวนแทน

ผมล้วงเข้าไปลึกๆในจิตใจของหล่อน กลับผมเรื่องที่ผมไม่คาดฝัน พี่เจนพอจะรู้ครับว่าลูกสาวเธอชอบผมเอามากๆ ซึ่งเธอก็ดีใจที่ผมเอ็นดูลูกสาวเธอคนนี้ และช่วยเหลือดูแลมาโดยตลอด แต่ลึกๆเข้าไปอีกเธอก็กลัวว่าผมจะทำมิดีมิร้ายลูกสาวเธอครับ เธอกังวลตรงนี้มากกว่า

ผมไม่อยากจะบอกพี่เจนเลย ว่าพี่เจนไม่ต้องกังวัลแล้วครับ เพราะผมจัดลูกสาวเธอไปเรียบร้อยโรงเรียนทิมแล้ว ผมได้แต่เก็บเอาไว้ พยายามทำตัวดีๆให้เธอไว้ใจ อย่างน้อยๆผมก็รับรู้ว่าเธอยังไว้ใจผมอยู่

เมื่อให้ตรงๆไม่ได้ ผมก็เลยให้ด้วยวิธีอ้อมๆ ผมบอกพี่เจนว่า พอดีมีเพื่อนหาคนแปลงานเป็นภาษาญี่ปุ่นให้อยู่ เดี๋ยวผมอาจจะช่วยติดต่อให้เอางานมาให้แปลนะครับ เธอเหมือนจะดีใจมากๆที่มีงานที่ถนัดเข้ามา

น้องพลอยยิ้มมองดูผมไม่ห่าง ก่อนกลับบ้านเธอกุมมือผมไว้ ก่อนจะเอ่ยเบาๆว่า
“ขอบคุณค่ะ หนูตอบแทนอะไรพี่ทิมได้มั่งค่ะ”  เธอเอ่ยพร้อมกับมองผมด้วยแววตาหยาดเยิ้ม

โอ้ยยย ผมหลงละลายเลย เด็กมันน่ารักจริงๆนะ ผมมองหน้าอกของหล่อนที่ยังเป็นกะเปาะน้อยๆ ก่อนที่จู่ๆภาพหน้าอกอวบอูมของแม่หล่อนจะลอยเข้ามา คือน้องพลอยเป็นเหมือนผลไม้ผลสวยๆที่รอเวลาสุกตามฤดูกาลอ่ะ

ผมแอบเสียดายที่ผมแอบเก็บกินไปก่อนมันจะสุกงอมเต็มที่ ถ้าผมหักห้ามใจไว้รอจนเธอเติบใหญ่เต่งตึงไปทุกสัดส่วน ผมคงจะฟินน่าดู แต่เมื่อวันนี้มันพลาดพรั้งๆไปแล้ว ผมก็แทะเล็มมันไปเรื่อยๆจนกว่าจะสุกนี่แหละ
....
เป็นอีกวันที่ผมตรงไปรับน้องพลอยที่โรงเรียน คราวนี้เธอนั่งรอผมอยู่กับเพื่อนสาวตัวน้อย

น้องพลอยแนะนำเพื่อนเธอให้ผมรู้จัก “พี่ทิมข๋า นี่เพื่อนทิมเอง ชื่อทิม”  เธอเอ่ยอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
“ฮะ!” ผม ร้องอย่างงุนงง เพราะคิดว่าได้ยินผิด 
คิกคิก น้องพลอยยิ้มอย่างร่าเริง ก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง “พี่ทิม ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ นี่ทิมเพื่อนพลอย ชื่อเหมือนพี่เลย”

เด็กสาวในชุดนักเรียน ม.ปลาย มองผมด้วยแววตาสดใส คือเด็กสาวโรงเรียนนี้คือมันมีอะไรคล้ายกันครับ ภายใต้ชุดนักเรียนของเธอมันมีอะไรให้ค้นหา น้องทิมที่ว่า ใบหน้าออกไปทางสาวหมวย ก็คงเป็นปกติของเด็กโรงเรียนนี้ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกคนจีนร่ำรวย เธอหน้าหมวยก็คงไม่ผิด

“สวัสดีค่ะ พี่ชาย”  เธอเน้นย้ำเสียงคำว่าพี่ชาย จนผมสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองน้องพลอยเหมือนมีความนัยอะไรต่อกัน
เธอหัวเราะคิกคักตามประสาแบบที่ผมโคตรสงสัย ผมล้วงความคิดน้องพลอย เพราะคิดว่าเธอต้องบอกอะไรสักอย่างกับยายน้องทิมนี่ แต่มันว่างเปล่าครับ

ริมฝีปากเล็กๆ ตาชั้นเดียวแบบหมวยๆ ยิ้มอย่างสนุกสนานที่ผม งุนงงด้วยความสงสัย

เธอเป็นสาวร่างเล็ก ที่ผิวขาวอย่างลูกคนจีน หุ่นเธอเล็กบางสูงพอๆกับน้องพลอยของผม เธอดูบุคลิกดี แต่หน้าอกแบนราบ คือเป็นสาวน้อยหุ่นไม้กระดานชัดๆ ไม่สเปคผมเลย เทียบกับน้องพลอยที่ดูเป็นสาวเป็นนางกว่า

และที่สำคัญผมเกลียดเสียงหัวเราะของ ยายหมวยคนนี้

“คิกคิกๆ ไปล่ะพลอย ทิมกลับบ้านดีกว่า พลอยตอบแทนพี่เขาดีๆนะวันนี้”  เธอพูดจบก่อนจะเดินร้องเพลงจากไปอย่างสบายอารมณ์  ผมยังงุนงงกับสิ่งที่ยายหมวยนี่พูด

ผมพยายามเพ่งเข้าไปในจิตใจของหล่อน ดูว่ายายเด็กนี่กำลังคิดอะไร ก่อนที่จู่ๆเรื่องไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น
ผมปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีทันใด จนแทบล้ม ผมหอบหายใจอย่างสับสน เพราะในหัวเด็กนั่นมีแต่ความว่างเปล่า

“พี่ทิม เป็นอะไรอ่ะ” เด็กสาวประคองผมอย่างเป็นห่วงเป็นใย
ผมได้แต่พายมือเป็นเชิงบอกว่า ไม่มีอะไรผมอาจจะเพลียๆอยากนั่งพักก่อน
….
ยายหมวยเด็กนั่น ทำผมรำคาญใจ ผมนึกย้อนไปถึงคำพูดหล่อน ที่บอกให้น้องพลอยตอบแทนผมดีๆ
ผม งง ที่เธอพูดถึงอะไรแบบนั้น

จู่ๆ เด็กสาวก็เอ่ยขึ้นมาว่า “พลอยว่าจะตอบแทนพี่ทิม ด้วยการไปทำห้องให้พี่ดีไหม” 
ผมแวบขึ้นมาทันทีก่อนที่จะเจอน้องพลอยเมื่อครู่นี้  

เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2020, 09:32:45 am โดย punyang »

Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 07:53:08 pm »
น้องพลอยเปิดทางให้แล้ว ทำอะไรดีเนี่ยนายทิม

*

ออฟไลน์ นิด หน่อย

  • Junior Member
  • ***
  • 443
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 07:54:08 pm »
ฮาเร็มก็โอเคอยู่นะครับ ผมขอฉากเดี่ยวแต่ละคนดีกว่า นัว2-3คนเลยผมว่ามันแปลกๆอยู่

*

ออฟไลน์ darkerside69

  • Full Member
  • **
  • 238
  • 77
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 07:58:56 pm »
น้องหมวยนั่นมีพลังแน่ๆ

*

ออฟไลน์ pamaaeng

  • Gold Member
  • *****
  • 1188
  • 354
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:04:13 pm »
ดูท่า จัดลูกไปแล้ว จัดแม่ต่ออีกคน

*

ออฟไลน์ Anuha

  • Full Member
  • **
  • 145
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:04:41 pm »
มาแล้วยังไม่ได้อ่านแต่มาตอบก่อนครับแนวฮาเร็มนี้ผมว่านายทิมจะไหวหรือเปล่าครับมีฟ้าเหลืองแข้งขาอ่อนมั่งละท่านผู้แต่ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

*

ออนไลน์ NanobotS

  • Full Member
  • **
  • 141
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:06:24 pm »
ฮาเร็มเลย ขอยาวกว่า 10 ตอนจะดีมาก เป็นเรื่องยาวไปเลย

*

ออฟไลน์ saranchai

  • Junior Member
  • ***
  • 597
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:08:04 pm »
อยาก​ให้​จัด​แม่น้องพลอย​จริมๆตอนนี้​

*

ออฟไลน์ ram69

  • Full Member
  • **
  • 186
  • 52
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:09:32 pm »
คุณแม่ ไม่น่ารอด

*

ออฟไลน์ suaassccc

  • Junior Member
  • ***
  • 597
  • 244
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:09:45 pm »
เป็นพ่อเลี้ยงพลอยซิ

*

ออฟไลน์ ryg123456

  • Veteran Member
  • ******
  • 1654
  • 43
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:10:03 pm »
น้องพลอยจะตอบแทยพี่ทิมอย่างไรดี
หรือจะให้คุณแม่มาช่วยด้วย

*

ออฟไลน์ Popeye5555

  • Junior Member
  • ***
  • 363
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:11:24 pm »
ใจคอจะเก็บทั้งลูก ทั้งแม่เลยหรือ

*

ออฟไลน์ dodoza2

  • Senior Member
  • ****
  • 783
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:14:12 pm »
ต้องจัดแม่น้องพลอยแล้วครับรวบหัวรวบหางให้หมดแล้วจัดมหาฮาเร็ม

*

ออฟไลน์ D4rthvader

  • Banned!

  • Junior Member
  • ***
  • 593
  • 67
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:15:20 pm »
จัดแม่น้องพลอยด้วยเลย รวบให้หมด คราวนี้จะเพลินกับคนไหนก็ได้ .

*

ออฟไลน์ tanakijj1980

  • Junior Member
  • ***
  • 314
  • 197
    • ดูรายละเอียด
Re: The Senses 7 : สู่กลางพายุร้าย
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 18, 2020, 08:17:30 pm »
จะเกิดอะไรกับนายทิมหรือเปล่า

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ