LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]

LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]

  • 30 ตอบ
  • 2409 อ่าน
*

ออฟไลน์ countrypoet

  • Tiny Member
  • *
  • 4
  • 83
    • ดูรายละเอียด
LUST
จิตราคะ

[ ตอนที่ 3 : ชัง ]

ตอนก่อนหน้า
ตอนที่ 1 :
ตอนที่ 2 :

แนว : นิยายประสบกามเสียว / sci-fi นิดๆ / 20+
มีภาษาหยาบ / รุนแรงบ้างตามบริบท

ถ้าไม่ชอบแนวนิยาย ข้ามได้เลยนะครับ ผมก็แต่งไปเรื่อย
แสดงความคิดเห็นกันติชมได้เลยนะครับ :D



###########################################################


   เช้าวันถัดมา ผมลงจากรถด้วยความประหลาดใจ เพราะวันนี้มีรถมาจอดที่บริษัทเยอะกว่าปกติ เมื่อถามยามด้านหน้าก็ได้ทราบว่า จะมีการเปิดตัวยารักษาโรคตัวใหม่ของบริษัท เลยมีบริษัทตัวแทนจำหน่าย โรงพยาบาล และสื่อต่างๆ เข้ามาติดตามอย่างใกล้ชิด ผมไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก เพราะวันนี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องไปทำ…

   ในตลอดทั้งครึ่งเช้านั้น มีทั้งเพื่อนและผู้ใหญ่หลายคนแวะเข้ามาถามไถ่อาการ บ้างก็เอาของมาฝาก และเป็นอย่างที่ผมคาด ไม่มีแม้แต่เงาของคุณไอรินคนสวยเฉียดกรายมาในออฟฟิศผมแต่อย่างใด

   “เออ แล้วมึงได้ข่าวคุณไอรินยังวะ?” ไอ้มีน เพื่อนชายร่างท้วมถามผมขึ้นมา

   “รู้แล้วๆ” ผมตอบ พร้อมจิบกาแฟแบบสบายๆต่อ ทำให้เพื่อนผมอีกคนทำท่าทางประหลาดใจ

   “แล้ว…มึงโอเคป่ะวะ?” ยศ เพื่อนสนิทผมอีกคนถามต่อ “กูเห็นช่วงหลังๆมา เขาเหมือนๆจะเริ่มเข้ามาคุยกับมึงมากขึ้นนี่…กูเองกูยังเหวอเลย ตอนเห็นไอ้รองประธานนั่นทำเซอร์ไพรซ์ขอเธอแต่งงานกลางบริษัท แม่ง…เล่นใหญ่ชิบหาย”

   มีนต่อยไหล่ยศเบาๆ หนึ่งที “ไอ้สัส เบาๆ สายไอ้รองประธานแม่งเยอะ” จริงอย่างที่มีนมันว่า กลางโรงอาหารบริษัทแบบนี้ ต้องระวังการนินทาให้ดี

   “เออๆ แต่อย่างว่าแหละ รวย ควยก็เข้าไปครึ่งลำละ…” ยศยังพูดต่อ “แต่รวยระดับแม่ง คงได้มิดด้ามอ่ะ”

   ผมกับมีนขำเบาๆ เราสามคนเป็นเพื่อนสนิทในแผนกตั้งแต่ที่เข้ามาทำงาน ทั้งยศและมีนต่างมีแฟนมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว ผมเลยไม่ค่อยอยากจะไประบายหรือรบกวนมันด้วยเรื่องส่วนตัวผมนัก

   “กูโอเค…” ผมยิ้มเบาๆ วางแก้วกาแฟลง “เดี๋ยวว่าจะไปแสดงความยินดีกับเขาสักหน่อย…”

   “โห ใจมึงแม่ง….” ยศมองผมแบบอึ้งๆ “เออ แล้วมึงไม่สนใจน้องแว่นคนนั้นเหรอวะ? ….เชี่ยเอ้ย กูลืมชื่ออีกละ”

   “มิ้มอ่ะนะ? กูเชียร์มันจนเลิกเชียร์แล้ว” มีนตอบ “เออ ว่าแต่ปกติน้องเขาชอบแวะมาทักมึงตอนเที่ยงนี่…วันนี้หายไปไหนซะล่ะ?”

   ผมลืมสังเกตุเรื่องนั้นไปเลย จริงที่ปกติทุกๆตอนเที่ยง แผนกวิจัยเธอจะพักเวลาเดียวกับผม แล้วเธอมักจะมาปรากฏตัวทักทายพร้อมแว่นกลมโตและรอยยิ้มนั่น…ผมเริ่มรู้สึกแย่อีกแล้ว…

   “วันนี้แผนกน้องเขาคงยุ่งมั้ง เห็นมีจะเปิดตัวยาใหม่อะไรนี่…” ผมเงียบไปครู่นึง ก่อนจะพูดต่อเบาๆ “อันที่จริง…กุเพิ่งปฏิเสธน้องเขาไปว่ะ….”

   “เฮ้ย จริงป่ะเนี่ย⁈” มีนกับยศตะโกนพร้อมกัน

   “กูไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามึงเลย น้องเขาโคตรน่ารักเลยนะเว้ย” มีนว่า “กูเห็นมีแต่น้องเขาเนี่ยแหละ ที่ดูจะเหมาะกับมึงที่สุดแล้ว ดูเขาชอบมึงชิบหาย”

   “เออ แม่งไม่หล่อยังช่างเลือกอีกไอ้เวร” ยศด่าเสริม “ไม่แปลกใจที่แม่งยังโสด คนที่มึงชอบก็มีผัวไปแล้ว คนที่ชอบมึงก็ดันหักอกเขาอีก ทีนี้จะเอาไงต่อล่ะท่าน”

   ผมไม่ตอบอะไร ฟังที่พวกมันพูดก็ยิ่งเสียใจกับความโง่ของตัวเอง ผมก้มมองดูนาฬิกาตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืน

   “จะบ่ายละ กูขอตัวก่อนว่ะ พอดีมีเรื่องต้องไปทำ” ผมพูดตัดบท ก่อนจะเดินออกจากโรงอาหารไป ทิ้งให้เพื่อนสองคนนั่งคุยกันต่อไป ผมก้าวไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ มุ่งตรงไปตู้ล๊อคเกอร์พนักงานของตัวเอง หยิบเป้สีดำขึ้นพาดบ่า แล้วกดลิฟท์ขึ้นตรงไปชั้น 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฝ่ายกรรมการบริหาร



###########################################################


   ผมเดินมาหยุดที่หน้าห้องรองประธาน ที่โต๊ะเลขาหน้าห้องนั้นว่างเปล่า ไม่มีร่างของสาวสวยคนที่ผมอยากเจอ เมื่อมองหันซ้ายขวาแล้วไม่มีใคร ผมจึงบิดลูกประตูเข้าไปช้าๆ ในห้องนั้นดูหรูหรามีระดับกว่าที่คาดไว้ กระจกบานมหึมาถูกใช้แทนกำแพงห้อง ทำให้สามารถมองวิวจากชั้นบนได้อย่างเต็มตา มีโซฟารับแขกขนาดใหญ่ตรงกลาง และถัดไปนั้น ก็เป็นตำแหน่งของโต๊ะทำงานแบบผู้บริหาร ผู้ชายวัยกลางคนคนนึงที่นั่งอยู่ เขาชำเลืองมาที่ผม ไม่มีความเป็นมิตรจากสายตาคู่นั้น…

   “มีธุระอะไรครับ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาถาม

   “คุณคือ…คุณปริญ ใช่ไหมครับ?” ผมถามกลับ

   “ใช่…แล้วคุณล่ะเป็นใคร? และที่คุณเดินดุ่มๆเข้ามาเนี่ย ได้แจ้งนัดกับเลขาผมรึยังไม่ทราบ?” เขาเพ่งสายตามาที่ผมตรงๆ เสียงเริ่มแข็งกร้าว

   “อ่า…เปล่าครับ…”

   “งั้นเชิญออกทางประตูนั่นเลย” เขาชี้ พร้อมละสายตาไปมองที่จอคอมอีกรอบ

   การที่ไอรินไม่ได้อยู่ที่นี่ มันทำให้ผิดแผนของผมไปพอสมควร แต่ไหนๆผมก็ได้มาเจอแฟนของเธอแล้ว จะให้ปล่อยโอกาสนี้หลุดไปเฉยๆก็ใช่เรื่อง เพราะเขาก็น่าจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการทุจริตครั้งนี้ ผมจึงไม่ได้หันหลังกลับออกห้องไปตามที่เขาว่า แต่กลับเดินตรงเข้าไปหาเขาที่โต๊ะ ชายคนนั้นหมดความอดทน ก่อนจะลุกขึ้นอย่างช้าๆ เขาเป็นชายร่างใหญ่ สวมชุดสูทเต็มตัวสีกรม ผมสีดำขลับนั้นถูกหวีจนเรียบแปล้ ดูสมกับที่เป็นคนดำรงตำแหน่งใหญ่โต

   “อะไรของคุณเนี่ย? อยากจะให้ผมเรียกรปภ.อย่างงั้นใช่ไหม?” เขาคว้ามือถือขึ้นมาขู่

   “คุณปริญ…ใจเย็นๆครับ ผมแค่อยากมาคุยอะไรกับคุณนิดหน่อย…” ผมพูด และมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ดูเขาไม่ฟังผมสักนิด มือเริ่มกดบนจอโทรศัพท์

   “เรื่องเอกสารการเสนอราคาของบริษัทพ่อคุณ…” เมื่อสิ้นประโยคนั้น ปริญแทบจะชะงักทันที มองมาที่ผมด้วยแววตาตกใจแต่ข่มไว้ด้วยความสุขุม เขาค่อยๆวางมือถือลง สีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะผายมือเชิงเชื้อเชิญให้ผมนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

   “ผมขอถามอีกครั้ง…คุณเป็นใคร?” ปริญเอ่ยปากถามก่อน เขาค่อยๆทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่

   “ผมติณครับ แผนกธุรการ…” ผมแนะนำตัวสั้นๆ นั่นทำให้ปริญเลิกคิ้วขึ้นทำเหมือนนึกอะไรสักครู่ ก่อนจะอืมเบาๆในคอ

   “อ่อ…ผมนึกออกแล้ว…คุณคือคนที่ไอรินไปติดต่อเรื่องเอกสารด้วยใช่ไหม?” เขาถามพลางเคาะนิ้วบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ “ต้องการอะไร?”

   ผมเริ่มยิ้ม รู้สึกพอใจนิดๆ ที่เขาถามเข้าประเด็นตรงๆ โดยไม่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “คุณกับ…ไอรินวางแผนเรื่องนี้ด้วยกันใช่ไหม?”

   “หึหึ นี่เธอไม่ได้บอกคุณเหรอ ว่าอย่าปากสว่างเรื่องนี้…ผมเปิดอกคุยกับคุณตรงๆเลยนะคุณติณ ผมคิดว่าด้วยตำแหน่งงานของคุณ เราน่าจะได้ร่วมงานกันอีก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะให้ความร่วมมือ…ผมยังไม่อยากบีบให้คุณต้องโดนเด้งเพราะการปลอมแปลงเอกสารบริษัทหรอกนะ” ปริญกล่าว “มันจะดีกว่าเยอะ ถ้าคุณช่วยทำอะไรๆ ให้มันง่ายขึ้น”

   “ดียังไง? ด้วยการทุจริตน่ะเหรอ? แล้วทำไมผมต้องไปช่วยคุณด้วยล่ะ?” ผมย้อน

   “เผื่อคุณไม่ได้สังเกตุนะ ลองเปิดเช็คบัญชีธนาคารของคุณสิ ตัวเลขมันน่าประทับใจไหม?” ปริญหยุดเคาะนิ้ว เอนหลังนั่งในท่าสบายๆ

   ผมควักมือถือขึ้นมาเปิดแอปธนาคารเพื่อเช็คตามที่เขาว่า แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่ามียอดเงินจำนวน 800,000 บาท ถูกโอนเข้ามาในบัญชีผมเมื่อ 4 วันก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ผมพักอยู่โรงพยาบาลนั่นเอง

   “นั่นแค่งานเดียวนะ…ลองคิดสิคุณติณ มันยังมีโครงการอะไรอีกมากมายในอนาคต ที่สร้างเม็ดเงินขนาดนี้ให้กับคุณได้ง่ายๆ  และงานต่อไป…มันอาจจะมากกว่านี้ก็ได้นะ…” ปริญมองผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “คุณต้องนั่งคีย์ข้อมูลโง่ๆเป็นปี เพื่อที่จะให้ได้เงินก้อนขนาดนี้ ลองเอาไปคิดดูแล้วกัน…”

   ผมจ้องเขากลับ จริงอยู่ ที่เงินจำนวนนี้มันมากกว่าที่ทำงานทั้งปี แต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกสมเพชในความเห็นแก่ตัวของชายคนนี้จับหัวใจ เพื่อเงิน…เขาถึงขนาดยอมใช้แฟนตัวเองเป็นเครื่องมือเที่ยวปั่นหัวผู้ชายคนอื่นเลยหรือนี่?

   “น่าสนใจมากครับ…คุณปริญ ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเงินก้อนนี้มันเยอะจริงๆ…” ผมว่า “แต่ผมขอผ่านดีกว่าครับ”

   ปริญหรี่ตามองผมเชิงพินิจพิเคราะห์ ไม่ชอบเลยจริงๆ เวลาเหมือนถูกมองด้วยสายตาที่พยายามกดดันคู่สนทนาแบบนี้

   “แน่ใจรึ?”

   “อ่า..ครับ”

   ชายในชุดสูทถอนหายใจออกมา แล้วส่ายหัวเบาๆ “น่าเสียดาย…น่าเสียดาย…” เขาเริ่มเคาะนิ้วกับโต๊ะอีกครั้ง “แล้วถ้าอย่างงั้น… สรุปวันนี้คุณเข้ามาหาผมทำไมกัน…ต้องการอะไรกันแน่?”

   ผมยิ้ม ในที่สุดผมจะได้บอกความต้องการของผมเสียที

   “แค่อยากจะมาแสดงความยินดีเรื่องคุณกับคุณไอรินน่ะครับ แล้วก็…จริงๆมีเรื่องจะรบกวนคุณไอรินนิดหน่อย…เธออยู่ไหมครับ?” ผมตอบ

   “รบกวน? วันนี้ไอรินไม่อยู่ที่นี่ เธอไปช่วยประสานงานกับท่านประธานที่อีกตึกนึง…คุณมีธุระอะไรกับว่าที่ภรรยาผม?” เขาเน้นเสียงกับคำว่า ว่าที่ภรรยา

   “อ่อ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ…คือพอดีว่า ว่าที่ภรรยาคุณกับผมเนี่ย ติดค้างสัญญาอะไรกันส่วนตัวนิดหน่อย”

   ในสถานการณ์ปกติ มันคงดูไร้มารยาทมากๆ ที่ไปยุ่มย่ามถามเรื่องเมียชาวบ้าน แต่รองประธานคนนี้ยังคงนิ่งและตั้งใจฟังผมพูดต่อไป

   “ต้องขอโทษทีต้องพูดนะครับ แต่ว่าไอริน…ว่าที่ภรรยาของคุณน่ะ เธอเสนอร่างกายของเธอเป็นรางวัลให้กับผม ถ้าผมช่วยงานนี้ให้เธอสำเร็จ…ผมเองก็ไม่ชอบการถูกผิดสัญญาเสียด้วยสิ คุณปริญคงไม่โกรธไม่เคืองอะไรใช่ไหม… ถ้าผมจะขอยืมเมียคุณไป….อย่างน้อยก็สักคืน…”

   ห้องเงียบกริบไปชั่วครู่ ปริญจ้องเขม็งมาที่ผมผู้ซึ่งกำลังลุ้นว่าท่านรองประธานคนนี้จะมีทีท่าอย่างไร ภาพในหัวผมคือเขาควรจะพุ่งข้ามโต๊ะมากระทืบผมด้วยความโมโห แต่ความเป็นจริงกลายเป็นว่าเขากลับขำเบาๆในลำคอด้วยเสียงทุ้มต่ำ “หึหึ…เดี๋ยวนะ….นี่คือ…คุณเชื่อที่เธอพูดกับคุณจริงๆเหรอ?”

   “ไม่เชื่อก็ลองถามเธอสิครับ…เธออยู่ไหนล่ะ? คุณลองไปถามเธอด้วยตัวเองสิ” ผมอมยิ้ม ยังคงพยายามปั่นประสาทเขา

   “หึ…ไม่ต้องหรอก เพราะผมเนี่ยแหละที่เป็นคนสั่งไอรินให้ไปหาคุณเอง ผมรู้จักเธอดีกว่าใครๆ ไม่มีทางที่คนอย่างเธอจะไปเปลืองตัวกับคนระดับอย่างคุณ ทั้งหมดนี่มันเป็นเรื่องของธุรกิจ…และยอมรับเถอะ คุณก็แค่เป็นไอ้โง่อีกคนที่ถูกเธอใช้ประโยชน์ แต่ถ้าคุณติดใจเรื่องนั้นมาก ผมก็อนุญาติให้คุณนึกถึงเธอตอนคุณช่วยตัวเองได้นะ…ถือว่าผมสงเคราะห์ก็แล้วกัน” ปริญตอกกลับพร้อมยิ้มแบบเหยียดๆ นั่นทำให้ผมกำหมัดแน่น พูดอะไรไม่ออก เพราะเขาไม่แสดงอาการหัวเสียอย่างที่ผมคาดเอาไว้

   “ผมว่า…วันนี้เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วล่ะคุณติณ เสียดายจริงๆที่คุณปฏิเสธโอกาสดีๆแบบนี้ อ้อ…อย่าลืมรอรับหมายศาลที่บ้านด้วยนะครับ…” เขายืนขึ้น จัดชุดสูทเล็กน้อย ก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมาคุย “รบกวนช่วยมาดูแลแขกไม่ได้รับเชิญที่ห้องผมด้วย”

   ผมยังคงนั่งนิ่ง มองเขาด้วยความเจ็บแค้นในใจ มันเลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องโดนจับ เพราะการเปิดโปงการทุจริตของปริญผมก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่คนระดับเขา ด้วยเงินระดับนั้น การจะประกันตัวหรือสู้คดีมันไม่ได้ไม่ยากเลย… เผลอๆอาจเป็นแค่ผมคนเดียวที่ต้องอยู่ในคุก เพราะฉนั้นถ้าวันนี้ผมไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ไม่ได้เอาคืนพวกมันทั้งสองคนให้สาสม ผมคงเจ็บใจตายในคุกแน่ๆ! แต่การที่ไอรินไม่ได้อยู่ที่นี่ตอนนี้มันทำให้ผิดแผนไปหมด ผมจะทำอย่างไงกับสารเลวคนนี้ดี!?

   ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก ป้า รปภ. หุ่นท้วมคนนึงเดินเข้ามา เธอหยุดตะเบ๊ะให้ท่านรองประธานหนึ่งที

   “มีอะไรให้ช่วยคะท่าน?” เธอถาม

   “ช่วยพาชายคนนี้ออกจากบริษัทที เขากำลังรอถูกสอบสวนเรื่องการทุจริตบริษัท ระหว่างนี้เขาจะถูกพักงานอย่างไม่มีกำหนด…” ปริญกล่าว

   “ได้ค่ะ” ป้า รปภ. เดินมาด้านข้างผม พร้อมคว้าแขนผมไว้ “กรุณามากับชั้นด้วยค่ะ”

   ผมลุกยืนขึ้นอย่างจำยอม มองหน้าชายคนนั้นด้วยความเกลียดชังอีกครั้ง “ผมจะเอาหลักฐานมามัดตัวคุณให้ได้..”

   “หลักฐานอะไร? เชิญคุณไปค้นหามาเลย ถ้าคุณมั่นใจว่ามีอ่ะนะ…” ปริญฉีกยิ้มมุมปาก ทำไมเขาถึงดูมั่นใจจังนะ…

   หรือว่า!? อาทิตย์ก่อนนั้น…วันที่เกิดเรื่อง….วันที่ไอรินใช้ผมให้รวบรวมเอกสารมาให้เธอ อย่าบอกนะว่านั่นคือเอกสารหลักฐานการเสนอราคา…ไอรินคงต้องการเอกสารเสนอราคาตัวต้นฉบับเพื่อเอาไปให้ปริญ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เหลือหลักฐานการปลอมแปลงไว้ตรวจสอบกับอันที่ผมแก้ไขเสนอประธานไป… งานที่เหลือพวกเขาก็แค่กำจัดผู้รู้เห็นอย่างผมออกจากบริษัท… บ้าชิบ…พวกเขาวางแผนกันมาเป็นอย่างดี ผมทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลยจริงๆ…

   รปภ.สาวสูงวัยยังคงพยายามออกแรงยื้อให้ผมเดินตามเธอไป แปลกใจที่บริษัทผมรับผู้หญิงอายุค่อนข้างเยอะมารับผิดชอบงานด้านความปลอดภัยแบบนี้…

   ผู้หญิง…

   เดี๋ยวนะ…

   ผมว่าผมคิดอะไรบางอย่างออกแล้ว…บางอย่างที่ไม่ได้เตรียมไว้ในแผน….

   หึ….ไหนๆ ชีวิตผมกำลังจะชิบหาย…ก็ขอลากมันให้ชิบหายไปด้วยเลยแล้วกัน!

   ผมหยุดเดิน แล้วหันหน้ามามองปริญอีกครั้ง แล้วพยายามนิ่งเพื่อใช้สมาธิ ความรู้สึกนั้นเริ่มแผ่ซ่านไปตามร่างกายผมอีกครั้ง เขาจ้องผมกลับด้วยท่าทีสงสัย แต่ทันใดนั้น ความสามารถที่มีแต่ผมเท่านั้นที่รู้ก็เริ่มแผลงฤทธิ์!

   เทสโทสเตอโรน…

   ฮอร์โมนเพศที่ขับเคลื่อนความกระสันและหื่นกระหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นบุรุษเพศ ผมนึกถึงความเป็นไปได้ของปริมาณสูงสุดที่มันจะอยู่ในร่างกายคนๆนึง และตอนนี้คนๆนั้น กำลังหายใจหอบแบบหื่นกระหาย หน้าเริ่มแดงก่ำ เหงื่อกาฬที่เริ่มพรั่งพรูมาทั่วใบหน้า

   “นี่…มันเกิดบ้าอะไรขึ้น…วะเนี่ย!” ปริญก้มตัวค้ำโต๊ะไว้ คงเพราะเจ้าโลกของเขากำลังแข็งผงาดอยู่ใต้ร่มผ้าจนมันตุงออกมาจนเห็นได้ชัด เขาพยายามเอามือกุมปิดมันไว้ ป้ารปภ.หยุดยืนมองด้วยความตกใจ

   ผมแสยะยิ้มแบบสะใจ ความสนุกมันจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก!

   ท่านรองประธานเริ่มยืนนิ่งไม่ไหว ร่างเขาเริ่มบิดไปมาและดูปวดทรมานท่อนเอ็นท่อนนั้นของเขามาก มือที่เคยกุมไว้ก็เริ่มขยับ ถูไถบีบคลึงไปตามความนูนของเป้ากางเกงตัวเอง ช่างดูเป็นภาพที่ไม่ชวนมองเสียเลย ป้ารปภ.เริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงผละจากผม แล้วค่อยๆเดินเข้าไปดูอาการของเขาแบบหวาดๆ

   “ท่านรองคะ….ท่านรองเป็นอะไรคะ?….ให้ดิชั้นเรียกรถพยาบาลเลยไหมคะ” ป้ายามหยิบวิทยุสื่อสารที่ข้างเอวขึ้นมา พลางย่อตัวลงไปดูอาการของปริญ หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดที่สุดที่เธอควรจะทำตอนนี้

   ปริญพุ่งกระโจนตัวใส่ป้ายามด้วยความรุนแรง ผลจากความหื่นกระหายทำให้ระดับอะดรีนาลีนสูงขึ้นตามไปด้วย นั่นทำให้พละกำลังของชายวัยกลางคนสามารถล้มป้ายามที่อ้วนท้วมลงกับพื้นได้อย่างง่ายดาย แรงกระแทกทำให้วิทยุสื่อสารกระเด็นหลุดจากมือไถลไปอีกฟากนึงของห้อง เป็นการปิดช่องทางขอความช่วยเหลือจากภายนอกโดยปริยาย…

   “โอ้ย‼! ท่านรองคะ‼ ” ป้ายามร้องลั่นเพราะหลังกระแทกพื้นเสียงดังตึง แขนทั้งสองข้างเธอถูกจับกดแน่นไว้กับพื้น ด้วยเรี่ยวแรงของท่านรองประธานที่กำลังหน้ามืดขั้นสุด เขาคร่อมร่างเธอไว้ จ้องมองหญิงสูงวัยด้วยแววตาหื่นกระหาย หายใจหอบถี่

   “แฮ่ก…มะ…ไม่ไหวแล้ว‼! ไม่ไหวแล้ว‼ โคตรเงี่ยนเลยโว้ยยย‼!” เขาคำรามออกมา กัดฟันแน่น พยายามจะฝืนสิ่งที่ฮอร์โมนกระตุ้นแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล…

   ปริญก้มหัวลงเริ่มนัวเนียไปตามแก้มและซอกคอของป้ายาม แม้เธอพยายามดิ้นและเบี่ยงหน้าหลบแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่อาจหลบการโดนประกบปากอย่างดูดดื่มกับท่านรองได้ เขาแลกลิ้นไปในปากเธออย่างเมามัน และลากเลียไปทั่วทั้งใบหน้าประหนึ่งจะชิมรสชาติของหญิงวัยทองคนนี้

   “อื้ออห์….หยุดนะ‼! ช่วยด้วย‼! อ่าห์….” รปภ.หญิงดิ้นพราดๆ ประหนึ่งสาววัยแรกรุ่นกำลังโดนย่ำยี เธอหันหน้ามาเห็นผมยืนอยู่ไม่ไกล เลยร้องเรียกขอความช่วยเหลือ “คุณ‼! ช่วยป้าด้วย‼ ท่านรองเขา…อื้มมห์” ยังไม่ทันได้พูดจบ เสียงเธอก็โดนปิดด้วยปากของชายกลัดมัน

   ผมแสยะยิ้มออกมาไม่รู้ตัว ในใจแม้จะรู้สึกผิดต่อป้ายาม ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่การที่ได้เห็นชายที่ผมเกลียดชังกำลังลงมือข่มขืนป้ารปภ.แก่ๆ นี่มันช่างเติมเต็มความสุขในใจผมอย่างน่าประหลาด…

   …โมเม้นแบบนี้ผมไม่ควรได้เห็นคนเดียว…

   ระหว่างที่ปริญเริ่มลงมือกระชากเสื้อรปภ.สีฟ้าของป้าออก ผมก็จัดการล้วงของในกระเป๋าเป้ออกมา มันคือกล้อง Go pro ขนาดเล็กและไม้กันสั่นอย่างดี ทั้งคู่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเก็บภาพช่วงเวลาที่น่าจดจำเช่นนี้ ถึงแม้ตอนแรกผมตั้งใจจะเอามาถ่ายวินาทีที่ตัวเองกับคุณไอรินกำลังร่วมรักกันเพื่อแบล็คเมล์เขาอีกทีก็เถอะ…

   เมื่อตั้งกล้องเสร็จ และกดปุ่มเริ่มอัด ผมหันไปก็เจอภาพคุณรองประธานกำลังถลกกางเกงป้ายามลงอย่างร้อนใจ เขายกร่างของเธอพาดไว้บนโต๊ะกระจกตัวงาม ด้วยอายุที่มาก รปภ.หญิงตอนนี้ดูจะสิ้นแรงขัดขืนต่อต้านแล้ว จะมีก็แต่เพียงเสียงร้องห่มร้องไห้เบาๆ เพราะถูกกระทำชำเราโดยเจ้านายที่รับใช้

   ปริญไม่พูดไม่จาใดๆทั้งสิ้น เขาตั้งหน้าตั้งตาบีบคลึงบั้นท้ายขนาดใหญ่ที่หย่อนยานของป้ายาม มันเหลวและแตกลายตามวัย แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ทำให้ความต้องการของชายผู้หิวโหยลดลงเลย เขากลับเอาหน้าซุกไซร้ไปตามง่ามไขมันของเธอ สูดเลียตามร่องก้นอย่างเอาเป็นเอาตาย มือทั้งสองพยายามแหกโคนขาและโยกหัวขึ้นลงเหมือนพยายามหาสมบัติอะไรบางอย่างในร่องหลืบนั้น

   “หึหึหึหึ…เจอแล้ว~…” เขายิ้มออกมาแบบพอใจ ก่อนจะยื่นลิ้นแยงเข้าไปในบริเวณที่น่าจะเป็นรูเสียวของป้า ทันทีที่แหย่เข้าไป ร่าง รปภ.หญิงก็สั่นเทิ้มด้วยความเสียว และบิดเข่าไปมาเมื่อชายคนนั้นเริ่มกระดกลิ้นชอนไชไปในช่องคลอดของเธอ สาวแก่บิดสะโพกไปมาตามการซอกซอนของลิ้นนั้น น่าจะเป็นความเสียวในรอบหลายสิบปีของเธอ ปริญตวัดลิ้นโพรงสวาทของป้ายามจนสาแก่ใจ แล้วจึงรูดท่อนเอ็นอันอวบอ้วนของเขาออกมา ก่อนจะเสียบพรวดเดียวเข้าไปรูสวาทนั้นแบบไม่ยากเย็น ก่อนจะกระแทกกระทั้นบั้นท้ายหญิงแก่ผู้โชคร้ายคนนั้นแบบเอาเป็นเอาตาย ตอนนี้เขาดูไม่ได้สนใจอะไรรอบข้างหรือแม้แต่ตัวผมเองที่ยืนมองอยู่ สิ่งที่ครอบงำและขับเคลื่อนเขาตอนนี้มีเพียงหนึ่งในสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น…

   ผมยืนมองด้วยความกระอักกระอ่วนใจกับบทบรรเลงอันเร่าร้อนระหว่างผู้บริหารกับรปภ.วัยทองอยู่พักใหญ่ๆ สาบานว่าต่อให้ใช้ความสามารถพิเศษปลุกน้องชายผม ณ ตอนนี้มันก็คงไม่ตื่นขึ้นมา เพราะอารมณ์มันเหมือนคุณกำลังดูญาติผู้ใหญ่สูงวัยกำลังมีเซ็กส์กัน ปริญเริ่มเปลี่ยนท่า และยกร่างป้ารปภ.ไปตามมุมต่างๆในห้อง ทั้งริมกระจก บนโซฟา หรือแม้แต่บนพื้นด้านหน้าผม เขาก็ยังคงกระหนำแทงด้วยพละกำลังแบบชายฉกรรจ์ต่อเนื่องแบบไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลย ในขณะที่ป้ายามนั้นหมดสภาพโดยสิ้นเชิง ปล่อยตัวปล่อยร่างกายไปตามความต้องการของรองประธานแบบไร้กำลังจะขัดขืน ผมล่ะอยากจะให้ไอรินได้มาเห็นฉากนี้จริงๆเลย…เอ๊ะ….จริงๆด้วยสถานการณ์แบบนี้ เราก็สามารถเรียกเธอมาได้ไม่ยากนี่นา…

   เมื่อคิดไอเดียบางอย่างออก ผมจึงรีบเดินตรงไปที่โต๊ะรองประธาน หยิบมือถือของเขาขึ้นมา แต่มันติดรหัส ผมเลยยื่นหน้าจอนั้นไปใกล้ๆหน้าปริญที่กำลังกระเด้าร่องหีป้าอย่างดุดัน แม้หน้าตาเขาจะกำลังบิดเกร็งด้วยความเสียวแต่มือถือนั้นก็ปลดล๊อคด้วยระบบแสกนใบหน้าอย่าง่ายดาย

   “นั่นมึงจะทำอะไร⁈” เขาถามผมด้วยภาษาที่ต่างไปจากเดิม

   ผมยิ้ม ก่อนจะจิ้มเปิดแอปแชทในมือถือเขา เลื่อนหารายชื่อที่ต้องการ….

   อยู่ไหนนะ… อ่า…นี่ไง ‘ไอรินที่รัก’ แล้วจึงกดเริ่มการวิดิโอคอล…

   “ผมว่าเธอควรจะได้เห็นคุณกำลังมีความสุขนะ คุณปริญ…” ผมฉีกยิ้ม จับมือถือขึ้นตั้งมุมกล้อง “ยิ้มสู้กล้องหน่อยนะครับ”

   “ไอ้….ไอ้เหี้ย‼!…มึง…แฮ่กๆๆๆ…มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ‼‼” ปริญเริ่มตะโกนใส่ผม แต่เขาไม่สามารถหยุดการเย็ดที่กำลังดำเนินอยู่ได้เลย เอวเขายังคงซอยเข้าออกรูเสียวด้วยความถี่คงที่

   ผมเริ่มขำเบาๆด้วยความสะใจ รีบกดสลับกล้องไปใช้กล้องหลังในการถ่ายฉากเซ็กส์นั้น ส่วนผมใจจดใจจ่อกับจอด้านหน้า อยากจะเห็นจริงๆว่าสีหน้าของคุณไอรินจะเป็นอย่างไรที่ได้เห็นว่าที่สามีตัวเองกำลังเย็ดกับยาม ผมถือสายรอด้วยความตื่นเต้นอยู่ราวยี่สิบวินาที จึงมีการตอบรับของปลายสาย

   “ว่าไงคะปริญ? ตอนนี้อาจไม่สะดวกคุยนะ ท่านประธานกำลังจะเริ่มขึ้นไปพูดบนเวทีแล้ว” ไอรินเปิดกล้องเช่นกัน แต่เธอยังไม่ได้หันมามองหน้าจอตัวเอง เพราะเหมือนกำลังวุ่นวายกับงานทางนั้นอยู่ ในวันนี้ตัวเธอก็ยังสวยมากเหมือนเช่นเคย…

   “มีอะไรเดี๋ยวไว้เราค่อยไปคุยกันที่บ้…..กรี๊ดดดดดดดด‼‼!” เธอกำลังจะพูดต่อ แต่หางตาเธอมองมาที่จอพอดี ก่อนจะเบิกโพรงด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าว่าที่สามีเธอกำลังคร่อมกดร่างรปภ.หญิงเอาไว้ แล้วกระเด้าเย็ดเธอในท่าหมาอย่างดุเดือด

   “เดี๋ยว…ริน…ซี๊ดดดดด~ ฟังพี่ก่อน….” ปริญพยายามตอบเธอด้วยเสียงที่กระเซ่า

   “พี่ทำอะไร‼‼? พี่ปริญ‼‼ ทำไม‼?…” เธอแผดเสียงดังทะลุลำโพงมือถือมา พยายามเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “อะไรกันเนี่ย?‼‼” ภาพสุดท้ายที่เห็นคือหญิงสาวที่กำลังหน้าเสียขั้นสุด เธอพยายามเอามือปิดหน้าจอแล้วเริ่มเดินออกมาจากบริเวณงานด้วยความเร่งรีบก่อนจะตัดสายไป

   “เดี๋ยวริน‼!……เชี่ยเอ้ย‼! ไอ้เหี้ย‼! มึงทำอะไรกับร่างกายกูวะเนี่ย‼?” เขาเริ่มโทษผม

   “ผมจะไปทำอะไรท่านรองประธานอย่างคุณได้ล่ะครับคุณปริญ…หึหึ” ผมตอบ “คุณก็เห็น ผมก็เห็น แม้แต่ป้ายามที่คุณข่มขืนอยู่ก็เห็น…ว่าคุณน่ะเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดเองนะครับ”

   “ไม่มีทาง….ไม่มีทางที่คนอย่างกูจะมามีอารมณ์กับยายแก่แบบนี้‼!”

   “แต่ดูเหมือนน้องชายคุณจะชอบนะครับ…หึหึ ดูสิ…ขณะที่คุณปฏิเสธเสียงแข็ง แต่มันก็ยังซอยไม่หยุดเลย” ผมยิ้มเหยาะ “ดูเหมือนว่าที่ภรรยาคุณกำลังมุ่งหน้ามาหาคุณแล้วนะครับ…”

   “เชี่ยเอ้ยๆๆๆ‼! แฮ่กๆๆๆ ซี๊ดดดดดด~ กูหยุด…ไม่ได้‼‼” เขาสบถอย่างเกรี้ยวกราด พยายามจะฝืนตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ล้มเหลว หัวควยของเขายังคงผลุบเข้าผลุบออกรูหีของป้าแบบไม่หยุด

   ผมเดินไปนั่งโซฟาตัวใหญ่แบบสบายๆ เอนหลังนั่งชมหนังสดนั่นต่อไปด้วยความสมเพชเวทนา นึกถึงในวันพรุ่งนี้ ที่คลิปเด็ดของท่านรองประธานบริษัทชื่อดังข่มขืนพนักงานตัวเองจะแพร่กระจายบนโลกอินเตอร์เน็ต มันจะต้องเป็นกระแสพูดถึง และกลายเป็นข่าวใหญ่แน่นอน ถึงตอนนั้นผมจะโดนเล่นงานเรื่องการทุจริตมันก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ

   แต่ความสนุกของการแก้แค้นมันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ….

   ในเมื่อสาวสวยหนึ่งเดียวในใจของผมนั้น ยังไม่ได้รับการอวยพรที่สาสมเลย…

   แต่ไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร….อีกไม่นานเกินรอหรอก…

   เพราะเธอกำลังมาแล้ว…



ติดตามตอนต่อไป...



*

ออฟไลน์ unicrons

  • Junior Member
  • ***
  • 534
  • 440
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 04:30:33 pm »

ทำให้ผู้ชายหื่นได้ด้วย นึกว่าทำได้แต่ผู้หญิง

*

ออฟไลน์ rongler

  • Full Member
  • **
  • 195
  • 56
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 04:57:43 pm »
อันนี้สมควรโดน

*

ออฟไลน์ by2you

  • Full Member
  • **
  • 133
  • 72
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 05:35:30 pm »
เริ้มจากสามีเอารปภ พอภรรยาก็ใส่พลังเอากับติณกลายเป็นสวิงหมู่เลย  ::Shy::

*

ออฟไลน์ peddo

  • Legend Member
  • *******
  • 2529
  • 1222
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 05:47:55 pm »
สงสารป้ายามนะครับ แกคงปรับตัวยากสักหน่อย ลุงอาจจะไม่ทำการบ้านมาพักใหญ่ น่าจะช่วยเรียกน้ำหล่อลื่นให้แกหน่อย
แต่ถ้าแกเกิดติดใจขึ้นมา คุณติณน่าจะต้องรับผิดชอบสงเคราะห์แกหน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ legacy

  • Junior Member
  • ***
  • 304
  • 244
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 05:48:57 pm »
ป้ายามผู้โชคร้าย  ::Horror:: ::Horror:: ::Horror::

*

ออฟไลน์ akira

  • Junior Member
  • ***
  • 259
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 06:08:33 pm »
คราวนี้ ติณ ไม่โง่แล้วครับ กลายเป็นผู้บงการไปซะแล้ว

*

ออฟไลน์ mspeed

  • Legend Member
  • *******
  • 2085
  • 527
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 06:36:49 pm »
เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวมากทีเดียวครับ

*

ออฟไลน์ namona

  • Junior Member
  • ***
  • 341
  • 374
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 08:06:02 pm »
ความสามารถสุดน่ากลัวเลยอยากแกล้งใครก็ทำแบบนี้
ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ chatjane4234

  • Junior Member
  • ***
  • 475
  • 84
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 09:12:51 pm »
เป็นพลังที่น่ากลัวจริงๆ สามารถทำให้ผู้ชายเกิดอารมณ์กับป้ายามแก่ๆได้

*

ออฟไลน์ Jonah MTS

  • Junior Member
  • ***
  • 446
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 09:16:11 pm »
พระเจ้า ตัดบทให้อยากกันอย่างนี้เลย

*

ออฟไลน์ anigkanjana

  • Gold Member
  • *****
  • 1224
  • 405
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2020, 10:41:17 pm »
โอ้โห สุดยอดพลังเลย งานนี้พระเอกเราเทพขึ้น 358% เลยครับ

*

ออฟไลน์ Jikkig16

  • Senior Member
  • ****
  • 739
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2020, 12:14:06 am »
นึกว่าเป็นแบบฟีโรโมนทำให้ผู้หญิงใกล้เคียงเกิดอารม นี่กลับส่งจิตไปบังคับได้เลย โหดจริง ว่าแต่ตอนนี้อ่านแล้วไม่จันโลมใจอ่ะ ป้าแก่ๆ ::Horror::

*

ออฟไลน์ Mylove1234

  • Junior Member
  • ***
  • 287
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2020, 12:51:35 am »
แก้เผ็ดได้แสบดากดีมากครับพระเอก ตอนแรกยังกลัวว่าตอนนี้จะเป็นแนว Y ซะแล้ว

*

ออฟไลน์ aunsoiton

  • Full Member
  • **
  • 164
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: LUST จิตราคะ | ตอนที่ 3 : ชัง [แนวนิยายแต่ง / Sci-fi ]
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2020, 02:35:45 am »
ข่มขืนป้ายามคอดได้ยังไงเนี่ยสุดยอดเลยครับ

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ