พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop

พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop

  • 6 ตอบ
  • 3862 อ่าน
พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2020, 10:06:59 pm »




ฉันชื่อส้ม เป็นคนหน้าตาธรรมดา เล็กสูง155 ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่น ฉันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ฉันฝึกงานในเทอมสุดท้ายก่อนจะเรียนจบในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแฟน และไม่อยากมีแฟน เพราะตั้งใจเรียนให้จบ หางานทำ เพื่อใช้หนี้ทุนที่กู้ยืมเรียนและทำงานเก็บเงินส่งให้พ่อแม่ ปกติฉันทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร แต่เทอมนี้ฝึกงานเลยไม่ได้ทำงานเสิร์ฟแล้ว
ฉันอาศัยอยู่หอพักรวมที่ราคาไม่แพงมาก หอพักมีทั้งหมดสามชั้น ฉันอยู่ชั้นแรก ที่นี่เราอยู่แบบตัวใครตัวมันไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร
ยกเว้นพี่แท็กซี่ข้างห้อง ที่เข้ามาจีบฉัน ตั้งแต่วันแรกที่เขาย้ายมาอยู่เมื่อสองเดือนที่แล้ว
เขาชอบซื้อโจ๊กมาห้อยไว้ที่หน้าห้องตอนเช้า บางวันเป็นน้ำเต้าหู้ แรกๆฉันก็เกรงใจ หลังๆนี่คือเต็มใจล้วนๆ เพราะความงกและเสียดายของ ถึงแม้มันจะเหมือนให้ความหวังก็ตามที
ฉันคุ้นๆว่าเขาเคยบอกว่าชื่อวินัยหรือวิชัย อะไรสักอย่างนี่แหละ แต่ฉันเรียกเขาว่าพี่แท็กซี่ เพราะเขาทำงานเป็นคนขับแท็กซี่
พี่แท็กซี่เป็นผู้ชายที่ตัวสูงไม่มาก สูง165 อายุน่าจะไม่เกินสามสิบ หน้าตาก็ถือว่าพอใช้ ทรงผมไม่จัดทรงตกลงมาปิดหน้าผาก ใส่แว่นตาหนาเตอะ เขาตามจีบฉันจนออกนอกหน้า แต่ไม่เคยก้าวก่ายหรือสร้างเรื่องปวดหัวให้ฉัน แค่ซื้อของกินมาห้อยไว้หน้าห้อง ตอนเช้าขอไปส่งที่บริษัทที่ฉันฝึกงาน และตอนเย็นขอมารับกลับห้อง เราแทบจะไม่ได้เจอกันเวลาอื่น ยกเว้นตอนที่เขาไปรับไปส่งฉันก็แค่นั้น
ฉันฝึกงานแล้วสามเดือนกว่า อีกเดือนเดียวฉันก็ฝึกงานจบ และต้องทำรายงานการฝึกงานเพื่อยื่นจบ แล้วรอรับปริญญาในปลายปีนี้
ฉันคิดว่าจะสมัครเข้าทำงานในบริษัทที่ฉันฝึกงาน เพราะเขาทาบทามฉันเอาไว้แล้ว เพราะเกรดเฉลี่ยฉันสูง และฝึกงานอย่างทุ่มเทพี่ๆในแผนกชื่นชมไม่ขาดปาก
“ส้ม” พี่แท็กซี่เรียกฉัน ขณะที่เดินออกมาหน้าบริษัท
ฉันยิ้มให้และเดินขึ้นรถไปเหมือนทุกครั้ง
“ถามจริงมารับส่งส้มฟรีตั้งสองเดือนแล้ว ไม่กลัวขาดทุนเหรอ” ฉันถาม
“ไม่นี่ ก็พี่บอกแล้วว่าเต็มใจ”
“ส้มเกรงใจนะ แต่ของฟรีก็ไม่อยากปฏิเสธ” ฉันบอกตรงๆ ไม่อยากให้ความหวังใคร
“ครับ ย้ำทุกวัน พี่รู้แล้วครับ” พี่แท็กซี่พูดยิ้มๆ
“วันนี้ส้มเลี้ยงหมูกระทะ” ฉันบอก วันนี้เบี้ยเลี้ยงเด็กฝึกงานออก ฉันพอมีเงินเก็บไว้ใช้จ่าย อยากเลี้ยงตอบแทนเขาบ้าง
ฉันกินข้าวที่เขาเอามาห้อยไว้หน้าประตูทุกเช้า แถมนั่งรถฟรีแบบนี้มาสองเดือนแล้ว เลี้ยงตอบแทนเขาหน่อยก็ไม่เสียหาย
“ใจอ่อนแล้วละสิ”
“ใจอ่อนบ้าอะไรล่ะพี่ ส้มแค่อยากตอบแทนที่มารับมาส่ง” ฉันบอกพี่แท็กซี่ แต่ในใจก็คิดว่าทำไมวันนี้อยากกินข้าวกับเขาก็ไม่รู้
“พี่ล้อเล่น เดี๋ยวพาแวะร้านหมูกระทะแถวปากซอยหอพัก” พี่แท็กซี่บอกแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดีจนหน้าหมั่นไส้
เรานั่งกินหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ เพราะฉันเป็นประเภท ขี้งก และต้องกินให้คุ้ม สั่งเป็นชุดก็กลัวขาดทุน ก็คนมันไม่ได้เกิดมารวยนี่นะ
ฉันรวบผมขึ้น เพื่อจะได้กินได้ถนัด พี่แท็กซี่มองแล้วยิ้มในท่าทางของฉัน
ฉันตักหมูและผักมาพอประมาณ นั่งย่างรอพี่แท็กซี่ที่ไปตักอาหารอยู่ พี่แท็กซี่เดินกลับมานั่งแล้วเริ่มย่าง เขาปาดเหงื่อตรงหน้าผากที่มีผมบังปิดไว้อยู่ ฉันหงุดหงิดที่เขาย่างไปเช็ดเหงื่อไป เลยค้นหายางมัดผมในกระเป๋ายื่นให้เขา
เขามองอย่างงงๆ ฉันเลยลุกไปยืนข้างหลังเขาแล้วรวบผมด้านหน้าเขาขึ้นมามัดจุกน้ำพุไว้ แล้วกลับไปนั่งที่
พี่แท็กซี่หน้าแดง ยิ้มไม่หุบ ฉันมองดูใบหน้าเขาที่ตอนนี้ไม่มีผมมาบัง
‘ก็น่ารักดี’
“ส้ม กินเก่งจัง” พี่แท็กซี่พูดขึ้น
“นานๆที เอาให้คุ้มสิพี่” ฉันบอกอย่างไม่อาย
“เออ ว่าแต่พี่แท็กซี่เป็นคนที่ไหน” ฉันถาม เขาหน้าสลดลงนิดนึง
“ส้มไม่เคยเรียกชื่อพี่เลย” เขาพูดเสียงเศร้า
ฉันเหวอไปนิดนึง รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ กินข้าวของเขาฟรี นั่งรถเขาฟรี สองเดือนแต่ไม่เคยเรียกชื่อเขาเลย ไม่เคยอ่านป้ายชื่อเขาบนรถด้วยซ้ำ
“ส้มขอโทษ มันเรียกพี่แท็กซี่จนชินปาก” ฉันบอกเสียงอ่อน
“พี่ชื่อ ดนัย” พี่แท็กซี่ดนัยบอก
“ค่ะ” ฉันบันทึกใส่สมองทันที
พี่ดนัยเล่าว่าเขาเป็นคนต่างจังหวัด เข้ามาทำงานตามความฝันที่กรุงเทพฯ ตอนแรกก็ทำงานประจำ แต่ก็ไม่ก้าวหน้าเพราะหัวหน้างานที่เป็นคนเก่าแก่เอาผลงานเขาไปเอาหน้าตลอด จนได้เลื่อนขั้น พอมีโปรเจ็คใหญ่ที่เขากำลังทำ หัวหน้างานคนนั้นก็บอกผู้บริหารว่าเป็นผลงานของตัวเอง
พี่ดนัยเลยลาออกแล้วเอาโปรเจ็คที่ตัวเองคิดกลับมาด้วย ผู้บริหารเลยรู้ความจริง พยายามดึงตัวพี่ดนัยกลับ แต่เขาก็ไม่กลับไปร่วมงานกับหัวหน้างานคนเก่าแล้ว ผู้บริหารเลยเสนอให้เขารับงานแบบฟรีแลนด์แทน เขาเลยมาขับแท็กซี่เป็นงานเสริมเวลาคิดงานไม่ออก เพราะดีกว่านั่งเล่นนอนเล่นที่ห้องไปวันๆ
ฉันพยักหน้าเข้าใจสถานการณ์ของเขา เพราะตอนที่ฉันฝึกงานก็เจอคนแบบนี้เยอะ รุ่นพี่ในแผนกก็ทำงานแข่งขันกัน เวลาทานข้าวก็ปั้นหน้ายิ้มให้กัน เลียแข้งเลียขาเจ้านาย นินทาเพื่อนร่วมงานลับหลังแล้วปั้นหน้ายิ้มให้กันต่อหน้า มีทุกรูปแบบ
ถ้าฉันทำงานต้องเจอสิ่งแวดล้อมแบบนี้ก็คงจิตตกไม่น้อย แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นแค่ที่เดียว ฉันรู้ว่าที่ไหนก็มีคนประเภทนี้ปะปนกันไปทั่ว มันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอ
“ส้มจะทำงานที่บริษัทนี้ต่อเลยใช่มั๊ย”
“ใช่ เขาทาบทามไว้แล้ว”
“ตอนฝึกงานกับทำงานไม่เหมือนกันนะ”
“ส้มรู้น่า”
“แล้วส้มจะย้ายหอรึเปล่า” พี่ดนัยถาม จริงๆก็ไม่อยากย้ายหรอก แต่ตอนเขาตามจีบใหม่ๆก็อยากย้ายเหมือนกัน แต่ดูๆไปเขาก็ไม่เคยมาวุ่นวายหรือมาดักรอเจอ หรือมาเคาะห้องดึกๆอะไรแบบนั้น แค่เคาะห้องตอนเอาข้าวมาห้อยไว้แล้วเจอกันอีกทีก็จอดรถรอไปส่ง และมาจอดรถรอรับ คุยกันก็แค่เจอบนรถและที่ระเบียงตอนตากผ้าและเก็บผ้าบางครั้งเท่านั้น
“คงไม่ย้ายหรอก ราคาแบบนี้อยู่ในเขตชุมชนหายากมาก” ฉันบอก
พี่ดนัยยิ้มดีใจ ฉันรู้ว่าเขาดีใจที่ฉันไม่ย้ายออก
“พี่จะได้จีบส้มไปนานๆ”
“....” เจอพี่ดนัยพูดตรงๆแบบนี้ก็เขินอยู่นิดๆ ไม่รู้จะพูดอะไร
ฉันชวนพี่ดนัยเปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่อยๆกลบเกลื่อนความเขิน จะว่าไปเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเหมือนกัน ลองคุยๆดูก็คงไม่เสียหาย เขารับส่งทุกวันมันไม่ได้สูญเปล่าหรอก
ฉันมองใบหน้าเขาอีกทีแล้วยิ้ม พี่ดนัยสงสัย
“ยิ้มอะไรครับ”
“พี่เปิดหน้าผากแล้วน่ารักดี” ฉันพูดตรงๆจนพี่ดนัยเขิน
“พี่จะเปิดหน้าผากบ่อยๆแล้วกัน” เขาพูด
เราทานเสร็จก็กลับหอพัก แล้วคุยสัพเพเหระกันจนถึงหน้าห้อง วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันคุยกับเขามากกว่าทุกครั้ง ดูพี่ดนัยมีความสุขมาก
เราแยกย้ายกันเข้าห้อง สักพักพี่ดนัยก็มาเคาะห้อง ฉันเปิดออกไป เขายืนอยู่หน้าห้องท่าทางเหมือนตื่นเต้น
“ส้ม”
“ค่ะ”
“พี่ พี่ขอเบอร์ได้รึเปล่า” พี่ดนัยตัดสินใจพูด
ฉันยื่นมือไปขอโทรศัพท์เขา บันทึกเบอร์ลงไปให้ แล้วกดแอดไลน์แถมให้เขาด้วย พี่ดนัยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“ส้มไม่ค่อยชอบคุยโทรศัพท์ เป็นประเภทชอบพิมพ์มากกว่า” ฉันบอก
“อืม ขอบคุณครับ”
“พรุ่งนี้ส้มหยุดนะ หยุดยาวถึงวันอาทิตย์ ที่บริษัทเขามีสัมนากันต่างจังหวัด เด็กฝึกงานไม่ได้ไปด้วย” ฉันบอกพี่ดนัย เขาจะได้ไม่ต้องรอไปส่งฉันตอนเช้า
“หยุดยาว5วันแหนะ”
“ใช่ค่ะ”
“ไปไหนรึเปล่า”
“ส้มว่าจะกลับบ้าน แต่พ่อกับแม่จะไปช่วยงานแต่งงานญาติต่างอำเภอไม่อยู่บ้าน เลยจะนอนเล่นที่ห้องเนี่ยแหละ” ฉันบอก
“ไปเที่ยวทะเลกับพี่มั๊ย” พี่ดนัยชวน
“ห๊ะ!?”
“ตอนแรกพี่จะไปเสาร์กลับอาทิตย์ แต่ถ้าส้มหยุดยาวเลยว่าจะชวนไปเที่ยวด้วยกัน 3-4วันก็ได้ วันอาทิตย์จะได้พักผ่อน”
“.....”
“ถ้าส้มไม่ไปก็ไม่เป็นไร พี่แค่ชวน” พี่ดนัยบอก ยิ้มจริงใจ
“ฟรีป่ะ” ฉันถามเล่นๆ
“ถ้าส้มไป พี่จ่ายตลอดทริปเลย” เขายิ้มกว้าง
“ล้อเล่นค่ะ ออกกันคนละครึ่งนะ” ฉันบอก ฉันประหยัดก็จริง ขี้งกก็จริง แต่เรียนหนักฝึกงานเหนื่อย พักสมองบ้างก็คงดี
“พี่เลี้ยงเองจริงๆ ขายงานได้เยอะ แค่ส้มคนเดียว พี่เลี้ยงไหว” พี่ดนัยยืนยัน
“งั้นส้มไม่เกรงใจนะ” ฉันรู้ว่าปฏิเสธไปก็เท่านั้น ฉันเลยตกลง ดีเหมือนกันจะได้ไม่เสียเงิน
————————
 
พี่ดนัยเคาะห้องเรียกฉันตามเวลาที่นัดหมาย ฉันเปิดประตูห้อง เห็นพี่ดนัยยืนอยู่หน้าห้อง เซ็ทผมด้านหน้าตั้งขึ้นปัดไปด้านข้าง ใส่แว่นตาอันเดิม แต่งตัวสบายๆ วันนี้ดูหล่อขึ้นมากเป็นพิเศษจนฉันใจเต้น
“พร้อมรึยัง” พี่ดนัยส่งยิ้มหล่อบาดใจมาให้
“พร้อมแล้วค่ะ” ฉันยิ้มให้ พี่ดนัยยื่นมือมาช่วยถือกระเป๋า ฉันส่งกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้เขาถือช่วย ส่วนเป้ใบเล็กฉันถือเอง
ฉันหยิบหนังสือของนักเขียนคนโปรดที่เพิ่งซื้อมาติดกระเป๋าออกมาด้วย เป็นนิยายแนวสืบสวนสอบสวนปนรักโรแมนติค ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว หนังสือชุดนี้มี3เล่ม ทยอยออกห่างกันเล่มละสองเดือน ฉันเพิ่งซื้อเล่มแรกมาหลังจากเปิดตัวไปได้สัปดาห์เดียว เมื่อวานนี้เอง
พี่ดนัยขับรถและตามมารยาทฉันต้องดูทางช่วยเขาและคุยเป็นเพื่อน แต่เราเพิ่งรู้จักกันไม่นานฉันไม่มีอะไรจะคุยมากนัก และไม่รู้จักทางที่จะไปด้วย
“พี่ดนัย ส้มขออ่านหนังสือได้รึเปล่าคะ”
“ตามสบายเลย พี่ขับคนเดียวได้”
“ประชดรึเปล่าคะ”
“พี่พูดจริง ขับรถแค่สองชั่วโมง ก็ถึงแล้ว จิ๊บๆ” พี่ดนัยบอก ส่งยิ้มให้
ฉันหยิบหนังสือเล่มแรกขึ้นมาอ่าน พี่ดนัยมองหนังสือในมือเลิกคิ้วสูง
“อ่านหนังสือแนวนี้ด้วยเหรอ” พี่ดนัยถามยิ้มๆ
“อืม ส้มชอบ นักเขียนคนนี้เขาเล่าเรื่องได้ดี นำเอาเรื่องสืบสวนกับความรักมารวมกันได้อย่างลงตัว ชุดก่อนมีรักโรแมนติคอย่างเดียว ชุดนี้มีสืบสวนสอบสวนด้วย ส้มตามมาตลอดแหละ” ฉันอธิบายให้พี่ดนัยฟัง รู้แล้วว่าจะชวนคุยเรื่องไหนเป็นเพื่อนเขาตอนขับรถ
“นักเขียนใหม่ท่าทางจะมีแฟนคลับซะแล้ว” พี่ดนัยพูดยิ้มๆ
“ไม่ใหม่นะ นามปากกาเขาส้มเห็นตั้งแต่ส้มอยู่ปีหนึ่งแล้ว ตอนนั้นพี่เขาเขียนนิยายออนไลน์ ส้มตามอ่านตลอด นามปากกาคือ ‘ไดนะ’ การเล่าเรื่องคล้ายๆกัน ส้มคิดว่าใช่คนเดียวกัน แต่พอมาเป็นในรูปแบบหนังสือ พี่เขาพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นมากเลย เห็นว่านิยายชุดแรกที่พี่เขาวางขาย กำลังจะเอาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย” ฉันพูดให้พี่ดนัยฟังเป็นฉากๆ
“โห รู้จริงแฮะ แฟนตังยงเลยสิท่า” พี่ดนัยแซว ยิ้มไม่หุบ
“แน่นอนสิค่ะ ส้มตามมาตลอดแหละ” ฉันบอก ตอนนี้รู้สึกว่าเราสนิทกันมากขึ้นจนสามารถคุยเปิดใจกันได้เรื่อยๆ
“พี่ว่าเรื่องสืบสวนสอบสวนจะผสมกับเรื่องโรแมนติคคงทำได้ยาก คนอ่านน่าจะไม่เยอะ” พี่ดนัยออกความเห็น
“ไม่ใช่เลยค่ะ เรทติ้งดีมากนะสิ ตอนส้มไปซื้อนะ เหลือไม่กี่ชุดเอง” ฉันบอก
“อืม ชอบมากเหรอ”
“ชอบสิ ชอบมากๆ ถึงได้ตามมาตลอด” ฉันตอบ
พี่ดนัยยิ้มแล้วขับรถไปเรื่อยๆ ฉันรู้สึกตัวอีกทีตอนพี่ดนัยปลุก ฉันคงเผลอหลับไปตอนอ่านหนังสือ ฉันลืมตาขึ้นก็ถึงทะเลแล้ว
พี่ดนัยเลือกเช่าที่พักเป็นบังกะโลเล็กๆริมทะเล มีห้องพักที่มีห้องนอนแยกออกจากห้องนั่งเล่นห้องน้ำอยู่ข้างนอกติดกับห้องครัว หน้าบ้านเป็นลานกว้างมีเตาปิ้งย่างให้หนึ่งเตา
“เดี๋ยวส้มนอนในห้องนะ พี่นอนข้างนอกเอง” พี่ดนัยบอกเมื่อเห็นฉันมองเตียงนอนในห้องนอนที่มีเตียงเดียวด้วยท่าทางเหมือนวางตัวไม่ถูก
“ข้างนอกท่าจะยุงเยอะนะคะ ไม่มีมุ้งลวดด้วย” ฉันบอก
“พี่ทายากันยุงได้ พี่พกมาด้วย” พี่ดนัยบอกยิ้มๆ
“ส้มว่า เรายกโซฟาเข้ามาในห้องนอนดีกว่ามั๊ยคะ” ฉันเสนอ เขาเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะให้ฉันนอนสบายคนเดียวได้ยังไง
“จะดีเหรอ” พี่ดนัยพูดหน้าแดงยิ้มเขินๆ
“ส้มไม่ถือหรอก สมัยนี้มันเป็นเรื่องปกติแล้ว และส้มเชื่อใจพี่ดนัย เชื่อใจจริงๆ” ฉันบอกเขาไป เขาก็ไม่ได้แย่อะไรนัก แถมดีกับฉันมาตลอด
“ขอบคุณนะที่เชื่อใจพี่” พี่ดนัยบอก
—————————
 
วันแรกของการมาเที่ยว เราเลือกไปนั่งทานอาหารตามสั่งในตอนเที่ยง และตอนเย็นซื้อของสดมาย่างและทำน้ำจิ้มกินกันเอง
“ส้มทำน้ำจิ้มอร่อยจัง” พี่ดนัยชม
“แม่ส้มสอนทำ สูตรนี้ทำได้ทั้งน้ำจิ้ม น้ำยำ และน้ำต้มยำในตัวเดียวเลย” ฉันบอก
“งั้นพรุ่งนี้ทำให้พี่กินได้มั๊ย หรือจะทำให้พี่กินตลอดไปก็ได้” พี่ดนัยส่งสายตาหวานซึ้งมาให้ เล่นเอาฉันใจเต้นแรง
เราไม่เคยมีโอกาสใกล้ชิดกันขนาดนี้มาก่อน ฉันเลยรู้สึกแปลกๆเมื่อเจอเขาจีบตรงๆแบบนี้
“พี่ดนัยคงผมร่วงพอดี ส้มใส่ผงชูรสเยอะนะ” ฉันเปลี่ยนเรื่องคุยกลบเกลื่อนความเขิน
“เมื่อไหร่จะใจอ่อนก็ไม่รู้เนาะ” พี่ดนัยบ่นเบาๆ ยิ้มหน้าแดง เขาเป็นผู้ชายที่อ่อยเองเขินเอง ปล่อยมุกจีบฉันเองแต่ก็เขินหน้าแดงทุกที
‘โคตรละมุน’ ฉันคิดในใจ รู้สึกเหมือนว่าตัวเองใจอ่อนกับผู้ชายตรงหน้านี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละค่ะ” ฉันบอก เขินหน้าแดงไม่แพ้กัน
ทานเสร็จพี่ดนัยก็ให้ฉันไปอาบน้ำก่อน เขาจะเก็บเตาและค่อยตามมาอาบทีหลัง
ฉันอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงนอนขายาว แล้วนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ที่เตียง สักพักพี่ดนัยก็เข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวสะอาดในชุดกางเกงสั้นสีดำและเสื้อกล้ามสีขาว เขานั่งที่โซฟาแล้วนั่งขัดสมาธิ เอาโน้ตบุ๊ควางบนตัก แล้วพิมพ์งานอยู่นาน
“พี่ดนัยทำโปรเจ็คอะไรอยู่เหรอคะ” ฉันถาม
“ความลับ” พี่ดนัยบอกแล้วยิ้ม เขายิ้มบ่อยจนฉันอยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้โกรธเป็นหรือเปล่า
ฉันนอนดูเขานั่งจ้องหน้าจอ พิมพ์ไปยิ้มไปอย่างมีความสุข จนฉันไม่กล้ารบกวนเขาแล้วฉันก็หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้






——————————



 
เช้าวันถัดมา พี่ดนัยพาฉันไปนั่งทานอาหารเช้าที่ร้านโจ๊กทะเลชื่อดังในแถบนั้น แต่ก็อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ
“เมื่อคืนพี่ดนัยนอนกี่ทุ่มคะ”
“น่าจะตีสอง”
“คิดงานไม่ออกเหรอคะ”
“เปล่า ตรงกันข้าม คิดงานออก มันลื่นไหลไปเรื่อยๆแหละ บรรยากาศมันดี สมองก็เลยแล่น” พี่ดนัยบอก
เราสองคนกินเสร็จ พี่ดนัยก็พาฉันไปเดินดูตลาดของฝาก ฉันแค่เดินดูเล่นๆไม่ได้ซื้ออะไร แต่พี่ดนัยซื้อเสื้อยืดลายเหมือนกันมาสองตัวให้ฉันตัวหนึ่ง
“ไว้พรุ่งนี้ใส่เป็นเสื้อคู่” พี่ดนัยบอก ฉันยิ้มเขินรับไว้ด้วยความเต็มใจ
เราเดินดูของกันต่อ พี่ดนัยเดินข้างๆฉันหลังมือเราชนกันหลายครั้ง ฉันใจเต้นแรง รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก สงสัยใจอ่อนตั้งแต่โปรโมชั่นข้าวเช้าและรับส่งฟรีมาสองเดือนแล้วมั้ง
พี่ดนัยเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ฉันเห็นเขายิ้มและหันหน้าไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนทุกครั้งที่มือเราสัมผัสกันโดยบังเอิญ
ฉันเหลือบไปเห็นร้านขายของที่ระลึกที่ทำจากเปลือกหอย ฉันจับมือพี่ดนัยจูงไปทางร้านนั้นแบบตั้งใจ ฉันรู้ว่าเขาคงเขิน แต่ฉันเดินนำหน้าเลยไม่ได้หันไปมองว่าเขาทำหน้ายังไง
ฉันปล่อยมือเขาแล้วยืนเลือกดูโมบายที่ทำจากเปลือกหอย ฉันเลือกซื้อมาอันนึง หันกลับมาพบว่าพี่ดนัยยืนยิ้มไม่หุบ ฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องที่ไปจับมือเขา พี่ดนัยยื่นมามาจับมือฉันไว้
“เราเดินไปดูทางนั้นกันเถอะ” เขาชวนแล้วจูงมือฉันเดินเคียงข้างกันไปด้วยรอยยิ้ม
ฉันใจเต้น มั่นใจแล้วล่ะว่าคงใจอ่อนกับการจีบแบบค่อยเป็นค่อยไปของเขา เขาค่อยๆมามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของฉันจนฉันรู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ฉันย้อนกลับไปคิดว่าบางวันฉันนั่งรอเขามาเคาะประตูเพื่อเอาอาหารเช้ามาฝาก บางวันฉันเดินออกจากห้องมองหาเขาที่ลานจอดรถ มองหารถแท็กซี่ของเขาหน้าบริษัททุกครั้งหลังเลิกงาน
และตอนนี้ที่เราอยู่ด้วยกัน มันโคตรมีความสุขเลย
เสร็จจากตลาดพี่ดนัยก็พาไปนั่งชมวิวที่จุดต่างๆเพื่อถ่ายรูป และแวะทานข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารริมชายหาด ที่ร้านให้นั่งได้ไม่จำกัดเวลา เราเลยสั่งอาหารมาทีละอย่างแล้วนั่งไปเรื่อยๆ ฉันนั่งอ่านหนังสือ ส่วนพี่ดนัยก็ทำโปรเจ็คลับของเขาต่อ จนถึงบ่ายสองฉันก็ชวนพี่ดนัยกลับ
ตอนเย็นฉันลงมือทำต้มยำทะเลรวม ยำทะเลรวม และข้าวผัดทะเล อวดฝีมือสุดฤทธิ์ พี่ดนัยชมไม่ขาดปากว่าอร่อยทุกอย่าง
วันนี้เขาซื้อเบียร์มาด้วยหนึ่งลัง เอามาแช่ตู้เย็นไว้
“ไม่หมดก็ค่อยขนกลับ” เขาบอก
วันนี้เราทานไปดื่มไปคุยกันไปจนกับข้าวหมดเกลี้ยง และเบียร์ถูกเปิดไปแล้วสามขวด กำลังจะมีขวดที่สี่ตามมา ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกมึนๆกันนิดหน่อยแล้ว
“ทำไมพี่ดนัยถึงจีบส้ม” ฉันถาม
“ก็ชอบนะ ไม่มีเหตุผลหรอก”
“พี่คิดว่าจะจีบติดมั๊ย” ฉันถามแล้วส่งยิ้มหวานให้เขา
“พี่คิดว่า ความพยายามสองเดือนที่ผ่านมาต้องไม่สูญเปล่า” พี่ดนัยยิ้มตอบ
“พี่บอกข้อดีของพี่ให้ส้มฟังหน่อยสิคะ”
“พี่รักส้มคนเดียว นี่แหละคือข้อดีข้อเดียวของพี่” พี่ดนัยบอกแล้วดื่มเบียร์ในมือจนหมดแก้วแล้วเปิดขวดใหม่เติมเรื่อยๆ
“ถ้าส้มตกลงคบกับพี่ ส้มจะเสียใจมั๊ย” ฉันถามตรงๆแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมดแก้วแล้วยื่นให้เขาเติมให้อีก
“พี่จะไม่ทำให้ส้มเสียใจ” พี่ดนัยบอก แล้วดึงมือฉันไปกุมไว้
“คบกับพี่นะส้ม” เขาพูดเสียงหวาน
“ค่ะ” ฉันตอบแบบไม่ลังเล เพราะตอนนี้บรรยากาศมันเป็นใจสุดๆ
พี่ดนัยวางแก้วเบียร์ในมือลง ดึงฉันให้ลุกขึ้นแล้วจูบฉัน ฉันผลักออก พี่ดนัยมองแบบรู้สึกผิด
“พี่ขอโทษ” เขาบอกแล้วถอยออกห่สงฉันไปหนึ่งก้าว
“ส้มตัวเหม็น ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ฉันบอก แล้วยิ้มหวานไปให้เขา แล้วเดินเข้าไปในบังกะโล เขินกับการให้ท่าผู้ชายเป็นครั้งแรก
ฉันอาบน้ำเสร็จพี่ดนัยก็เข้าไปอาบน้ำต่อ ฉันใส่ชุดนอนชุดเดิมของเมื่อคืนซ้ำนั่งรอเขาที่โซฟา เห็นโน้ตบุ๊คเขาวางไว้กับสมุดบันทึก แต่ฉันไม่ได้สนใจเปิดดูเพราะเป็นคนมีมารยาท
พี่ดนัยเดินเข้ามานั่งข้างๆฉัน เวลาที่ไม่ใส่แว่นเขาดูดีมากๆ ตอนนี้ยิ้มมีความสุข เอามือฉันไปกุมไว้
“ส้มเชื่อใจพี่นะ” เขาบอกเป็นนัยๆว่าไม่มีเครื่องป้องกัน
“ค่ะ” ฉันพยักหน้าเข้าใจ เพราะเราก็ไม่ได้คิดที่จะมาทำอย่างนี้กันตั้งแต่แรกแล้ว
พี่ดนัยดึงฉันเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม ต่างคนต่างจูบแบบเก้ๆกังๆ บ่งบอกได้ว่านี่อาจเป็นครั้งแรกของเราทั้งคู่
พี่ดนัยค่อยๆจูบและถอดเสื้อผ้าออกอย่างบรรจง ค่อยเป็นค่อยไป แล้วดึงฉันขึ้นไปนอนราบบนเตียงแล้วทาบทับไว้ พรมจูบไปทั่วร่างอย่างนุ่มนวล แล้วก็ค่อยๆประสานร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกัน
พี่ดนัยรู้ว่านี่คือครั้งแรกของฉัน เขาเบามือและพยายามถนอมฉันให้มากที่สุด และค่อยๆเร่งมือจนเราดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่ไม่สามารถหยุดกลางคันได้
รอบแรกผ่านไป รอบที่สองพี่ดนัยเริ่มรู้งาน เขาจูบและดูดเม้มหนักขึ้นกว่ารอบแรก จนฉันเผลอครางออกมาเบาๆ เขายิ้มพอใจแล้วเริ่มจัดการกับความรู้สึกเบื้องล่าง รอบนี้ยาวนานและสุขสมกว่ารอบแรก
เมื่อเราทั้งสองคนบรรลุความสุขพร้อมๆกันไปแล้ว ฉันก็เข้าไปทำความสะอาดร่างกายอีกรอบ ก่อนจะเข้ามานอนกอดแฟนหมาดๆของตัวเอง
พี่ดนัยกอดฉันและหอมแก้มฟอดใหญ่
“พี่รักส้มนะ”
ฉันกอดเขาแน่น หลับตาพริ้มอย่างมีความสุขในอ้อมกอดนั้น
——————————
 
ตื่นเช้าขึ้นมาฉันพบว่าพี่ดนัยกำลังนั่งทำงานที่โซฟา ยิ้มไปพิมพ์งานไป เงยหน้าขึ้นมามองฉันแล้วยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าฉันมองเขาอยู่
“ส้ม พี่มีความลับจะบอก” พี่ดนัยบอกฉัน
“อะไรเหรอคะ” ฉันสงสัย
“ส้มรู้รึเปล่าว่าส้มทำให้โปรเจ็คของพี่เสร็จแล้ว” พี่ดนัยบอกยิ้มๆ
“โปรเจ็คอะไรคะ”
ฉันถามด้วยความสงสัย พี่ดนัยวางโน้ตบุ๊คลงแล้วเดินมานอนกอดฉัน แล้วหยิบหนังสือหัวเตียงมาถือไว้
“โปรเจ็คก่อนหน้านี้ พี่ใช้จินตนาการล้วนๆสร้างสรรค์ผลงาน แต่โปรเจ็คใหม่พี่ใช้ประสบการณ์ของพี่และความรู้สึกที่มีให้ส้มล้วนๆเลย” พี่ดนัยบอกแล้วถอดแว่นวางไว้ที่โต๊ะ ก้มลงจุ๊บปากฉันที่งงๆอยู่
“พี่ดนัยพูดถึงอะไรคะ”
“โปรเจ็คถัดไปพี่ร่างเสร็จแล้ว เหลือแค่พิมพ์ฉบับเต็มและต้องใช้เวลาขัดเกลาภาษาก่อนส่งสำนักพิมพ์ ภายในสองปีก็น่าจะตีพิมพ์เสร็จ”
พี่ดนัยพูดแล้วยื่นหนังสือของไดนะมาให้ฉัน
“พี่เป็นนักเขียนสำนักเดียวกับไดนะเหรอคะ” ฉันยิ้มกว้าง
“พี่คือไดนะต่างหากล่ะ” พี่ดนัยยิ้มกว้าง ฉันอ้าปากค้าง
“ไม่รู้ว่าส้มติดตามผลงานพี่อยู่ ปลื้มใจนะเนี่ย” พี่ดนัยบอกแล้วโย้มหน้าจะจูบซ้ำ
ฉันรู้สึกตัว ดันหน้าอกเขาเอาไว้ก่อน
“พี่อย่าล้อส้มเล่นสิค่ะ ไม่ขำนะ”
“ให้พี่สปอยล์มั๊ยว่าเล่มสองกับเล่มสามเป็นยังไง” พี่ดนัยถามยิ้มๆ
“ไม่เอาอ่ะ” ฉันส่ายหัว
“พี่คือไดนะจริงๆเหรอคะ” ฉันถามย้ำอีกรอบเพื่อความมั่นใจ
“อืม ได-นะ ก็ ดะ-ไน” พี่ดนัยพูดแล้วหยิบหนังสือออกจากมือฉันไปวางไว้ที่เดิม แล้วหันมากอดเอาไว้ แล้วหอมแก้มฉันอีกฟอดใหญ่ๆ
“แล้วทำไมพี่ไม่บอกส้มตั้งแต่วันก่อน” ฉันถาม เพราะวันนั้นฉันชื่นชมเขาไว้เยอะ แสดงตัวว่าเป็นแฟนคลับอย่างชัดเจน
“ก็พี่อยากให้ส้มรักดนัยมากกว่าไดนะ” พี่ดนัยพูดแล้วหน้าแดงอีกรอบ ฉันยิ้มแล้วหอมแก้มเขาหนักๆ
“โถ พ่อนักเขียนที่น่าสงสาร ส้มก็คิดว่าประสบการณ์ด้านความรักโชกโชน เรื่องบนเตียงก็แต่งซะฟิน ที่ไหนได้ใช้จินตนาการล้วนๆ”ฉันแซว
“แต่ต่อไปนี้ทั้งประสบการณ์รักและประสบการณ์บนเตียงมีพร้อมแล้วนะครับ โปรเจ็คหน้ามีฟินเป็นสองเท่าแน่นอน” พี่ดนัยบอกแล้วมองฉันด้วยแววตาต้องการ
“อืม โครงเรื่องพี่ตอนท้ายพระเอกมีจับกดนางเอกด้วย”
“แล้วไงคะ” ฉันถามยิ้มๆรู้ว่าเขาจะทำอะไร
พี่ดนัยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลิกตัวคร่อมทับ แล้วจับมือฉันสองข้างกดไว้เหนือหัวของตัวเอง
“พี่เขียนไม่ออกอ่ะ ยังไม่เคยลองทำ” พี่ดนัยบอกแล้วกดจมูกมาที่ซอกคอแล้วไซร้ซอกคออยู่อย่างนั้น แล้วปล่อยมือฉัน เงยหน้าสบตาแล้วยิ้มให้ฉัน ฉันเอามือคล้องคอเขาเอาไว้
“ถ้าถอดแว่นแล้วจะหล่อขนาดนี้ ไม่ต้องถอดแล้วนะคะ ส้มหวง” ฉันบอก
“อืม” พี่ดนัยยิ้มพอใจ
“แล้วห้ามยิ้มให้สาวคนไหนแบบนี้อีก มันกระชากใจมาก” ฉันบอก เอานิ้วแตะที่ปากเขา เขางับนิ้วฉันเบาๆ
“ครับ พี่รับปาก” พี่ดนัยพูดแล้วสบตาหวานซึ้ง
“ใช้มุกพระเอกในนิยายมาจีบส้มแบบนี้สินะ ส้มเลยหลงกลพี่ดนัย สกิลการมองตานี่กะจะให้ส้มละลายเลยรึเปล่าคะ” ฉันถาม ยิ้มจนแก้มแทบปริ พี่ดนัยคือนักเขียนที่ฉันชื่นชอบ เขาคือแฟนของฉัน เหมือนว่าฉันฝันไป
“พี่ไม่เคยวางแผนจีบส้ม เหมือนวางโครงเรื่องในนิยาย แต่พี่ใช้หัวใจและความรู้สึกล้วนๆ” พี่ดนัยพูด ฉันยิ้มเขิน ต่างคนต่างเขินให้กัน
“ส้ม มีอะไรจะพูดอีกมั๊ย” พี่ดนัยถาม
“ไม่มีค่ะ ทำไมเหรอคะ”
พี่ดนัยก้มมาที่ข้างๆหูแล้วกระซิบเบาๆ
“พี่อยากศึกษาการจับกดต่อ”
ฉันถึงกับขนลุกซู่ ยิ้มเขินอาย
“นี่ตอนกลางวันนะคะ” ฉันบอก
“พี่ไม่สนหรอก”
พี่ดนัยพูดแล้วก็จับมือฉันกดลงข้างๆหัว แล้วใช้ปากประกบปิดปากฉันไว้จูบอย่างดูดดื่ม
ก่อนจะปลดเสื้อผ้าออกจากตัวจนไม่เหลือสักชิ้น พี่ดนัยจูบอย่างหนักหน่วงและรุนแรง แทนที่จะผลักไสฉันกลับชอบซะงั้น
ฉันแอ่นตัวเข้าหาเขาด้วยความกำหนัด ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของความต้องการทางร่างกายของมนุษย์
เมื่อความปราถนาสิ้นสุดลง เราทั้งคู่ก็กอดกันกลม
“พี่มียังมีอีกอย่างที่ยังไม่ได้บอกส้มนะ แต่มันไม่ใช่ความลับอะไรมากมายหรอก แต่สักวันส้มจะค่อยๆรู้ไปเองทีละเรื่อง เพราะมันเยอะจนพี่ไม่รู้จะเล่าตรงไหนก่อน” พี่ดนัยบอก เหมือนออกตัวไว้ก่อนหากฉันรู้ในภายหลัง
ฉันเงยหน้าขึ้นจากอกเขา
“พี่คงไม่ได้มีเมียแล้วใช่มั๊ย”
“เปล่า” เขาตอบยิ้มๆ
“งั้นยกตัวอย่างได้รึเปล่าคะ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง”
“เช่นพี่มีคอนโดอยู่แล้ว แต่มาเช่าห้องเพื่อมาเก็บประสบการณ์ในการเขียนนิยายในหอพักและขับแท็กซี่เพื่อหาประสบการณ์เขียนนิยายเช่นกัน” พี่ดนัยบอก
ฉันนิ่งไปพักใหญ่ ที่เขาเซอร์ไพร์สฉันหลายเรื่องมากในวันนี้
“แล้วส้มเป็นตัวทดลองที่พี่จะใช้เป็นทางผ่านในการเขียนนิยายรึเปล่าคะ” ฉันถามเสียงน้อยใจ
“ไม่ๆ ส้มอย่าคิดแบบนี้นะ ส้มคือของจริง คือตัวจริง พี่กะว่าจะเช่าแค่เดือนเดียว เพราะมีส้มพี่ถึงอยู่มาจนถึงตอนนี้” พี่ดนัยบอกกอดฉันเอาไว้แนบอก
“กลับไป พี่ก็จะย้ายกลับคอนโดใช่มั๊ยคะ”
“ตอนแรกก็กะว่าจะเช่าต่อเพื่ออยู่จีบส้มต่อ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” พี่ดนัยพูด
“.....” ฉันนิ่ง พอจีบสำเร็จก็คงกะจะตีตัวออกห่างสินะ ฉันน้อยใจและรู้สึกใจไม่ดี
“พี่ว่าจะชวนส้มย้ายไปอยู่คอนโดกับพี่ เพราะพี่เป็นคนติดแฟน ไม่ยอมให้ส้มอยู่ห่างจากพี่หรอก” พี่ดนัยพูดต่อ ฉันยิ้มดีใจในสิ่งที่เขาพูด กอดเขาไว้แน่น
“ของส้มเยอะนะ ย้ายไปก็เต็มห้องพอดี ต้องแย่งนอนเตียง แย่งตู้เสื้อผ้า แย่งที่ตากผ้า พี่ไหวเหรอ” ฉันพูดหยอก
“ไหวสิ” พี่ดนัยบอกแล้วกดจมูกหอมที่หน้าผากของฉัน
“ย้ายไปอยู่กับพี่นะ พี่จะไปรับไปส่งทุกวัน บริการอาหารเช้าฟรีทุกวัน แถมอาหารเย็นอีกมื้อ โปรโมชั่นพิเศษ ตัดสินใจตอนนี้ รับนักเขียนคนนี้เป็นแฟนฟรีตลอดชีวิต ตกลงรึเปล่าครับ” พี่ดนัยพูดซึ้งติดตลก
“แถมอ่านนิยายล่วงหน้าฟรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยได้มั๊ยคะ” ฉันถาม
“ได้เลยครับ”
“งั้นตกลงค่ะ” ฉันกอดเขาแนบแน่น
ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นหลายเรื่องเหลือเกินในวันนี้ ตกลงเป็นแฟนกับผู้ชายที่ตามจีบ แล้วเขาดันเป็นนักเขียนที่ตัวเองชื่นชอบ แถมฐานะก็ดี และที่สำคัญเขารักฉันจริง
“ขอบคุณนะคะ ที่เลือกส้ม”
“พี่ต้องเป็นฝ่ายพูดนะประโยคนั้น ขอบคุณที่เลือกนายดนัยคนขับแท็กซี่เป็นแฟนนะครับ” พี่ดนัยพูด เขาประทับใจที่ฉันตกลงเป็นแฟนของเขาเพราะตัวตนของเขา ไม่ใช่เพราะในฐานะไดนะ นักเขียนดาวรุ่งชื่อดัง
เรานอนกอดกันอยู่อีกแบบนั้นสักพัก ยิ้มให้กันด้วยความสุข กับสถานะใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนที่ไดนะของฉันจะหาข้ออ้างร้องขอบทรักเพื่อใช้ประกอบนิยายอีกครั้ง
ฉันยิ้มรับแบบมีความสุข เป็นแฟนนักเขียนต้องอดทนและรับได้ทุกบทบาทสินะ
 
 
————จบ————





*

ออฟไลน์ solomon1977

  • Junior Member
  • ***
  • 315
  • 137
    • ดูรายละเอียด
Re: พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2020, 10:34:49 pm »
ชื่อเรื่องกับเนื้อหาไปคนละทางเลยครับจั่วหัวมาชื่อนี้นึกว่าจะเป็นแนวสาวน้อยโดนคนขับTAXIมอมยาแล้วจับข่มขืนหลังจากนั้นพาไปให้คนที่อู่เรียงคิวจนยับเยินเสียอีกกะว่าออกแนวดาร์คสุดๆที่ไหนกลายเป็นว่าออกแนวโรแมนติกน่ารัก บอกตามตรงนะผมอ่านไปยิ้มไปเลยครับขอปรบมือให้ท่านผู้แต่งเรื่องที่เล่าได้กระชับ ชัดเจน ไม่เวิ่นเว้อ เดินเรื่องได้ดีแถมผสมความโรแมนติคและอีโรติคได้ดีครับผมว่าท่านน่าลองแต่งเรื่องยาวๆมาให้อ่านซะหน่อยนะครับ

*

ออฟไลน์ volpe

  • Junior Member
  • ***
  • 449
  • 395
    • ดูรายละเอียด
Re: พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2020, 02:09:21 am »
ชอบการเดินเรื่องชอบเนื้อเรื่อง เรื่องนี้ครับ

ขอบคุณครับ

*

ออฟไลน์ manoch paoplook

  • Full Member
  • **
  • 185
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2020, 10:54:59 am »
แต่งเนื้อเรื่องได้ดีครับ

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Legend Member
  • *******
  • 2974
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2020, 03:30:38 pm »
แต่งเรื่องได้สนุกดีครับ ไม่โป๊ เหมือนผู้หญิงเขียนเลย พิพ์ก็ไม่ผิด ยังกะนักเขียนมืออาชีพ

*

ออฟไลน์ Eldy CR

  • Junior Member
  • ***
  • 400
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2020, 11:15:13 am »
เนื้อเรื่องละมุนมากจริงๆครับ

*

ออฟไลน์ devilzoa

  • Legend Member
  • *******
  • 2439
  • 1277
    • ดูรายละเอียด
Re: พี่แท็กซี่ข้างห้อง cop
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 17, 2020, 06:13:57 am »
อันนี้เรื่องแต่งหรือเรื่แงจริงคนับเนี่ย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ