เพื่อนพี่ชาย cop

เพื่อนพี่ชาย cop

  • 2 ตอบ
  • 4153 อ่าน
เพื่อนพี่ชาย cop
« เมื่อ: สิงหาคม 06, 2020, 08:53:41 pm »



เริ่มต้นเรื่องมันเริ่มจากพี่ชายฉัน 'จิน'

จินพี่ชายที่ห่างกับฉันเพียงสองปี และเขาเป็นผู้ชายสายเที่ยว บ่อยครั้งที่เขามักพาใครต่อใครมาจัดปาร์ตี้ที่บ้าน ซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้จักมักจี่กับเพื่อนๆของเขาดี
โดยเฉพาะ 'พี่เฟรม' เพื่อนที่สนิทที่สุดของจิน
พี่เฟรมเป็นผู้ชายหน้าตี๋แต่คม ตัวเล็กแต่สุขภาพดี เรื่องฐานะไม่ต้องพูดถึงเพราะบ้านพี่เฟรมประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณีในจังหวัดหนึ่งของไทย
ภาษาชาวบ้านเรียกเขาว่า 'บุคคลที่ไม่มีที่ติ'
และที่สำคัญ ฉันชอบเขามาตั้งนานแล้ว
อย่างที่บอกว่าพี่ชายฉันหน่ะซี้กับพี่เฟรมมากๆ ดังนั้นเขาจึงหนีบพี่เขามาทุกครั้งที่มาเปิดตี้ที่บ้านและจบลงด้วยการเมาเละเทะทั้งสองคน ซึ่งภาระมันตกอยู่ที่ใครหล่ะ ถ้าไม่ใช่ฉัน...
ลำพังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ไอ้จินคนเดียวก็เหนื่อยแย่อยู่แล้ว ฉันยังต้องมาทำให้กับคนที่ฉันชอบด้วยมันก็แย่ไปกันใหญ่ ไม่ใช่เพราะฉันรังเกียจพี่เฟรมหรอกนะ สาเหตุที่ฉันเหนื่อยมากกว่าปกติเป็นเพราะหัวใจของฉันมันเต้นเร็วทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาต่างหาก

"มิน... พี่ปวดหัว" ชื่อของฉันคือ มิน
เสียงนั่นไม่ใช่พี่ชายตัวดีที่นอนแผ่เป็นกิ้งก่าอยู่บนโซฟา แต่เป็นเขาคนนั้น เพื่อนสนิทพี่ชายของฉัน
วันนี้ไม่ใช่วันฉลองเหมือนครั้งก่อนๆ  จินบอกว่าเฟรมเลิกกับแฟนมาสักพักเลยอยากแฮงค์ให้หายเจ็บ เห็นใจเขาจังที่วันนี้มันเป็นวันที่แย่สำหรับเขา
แต่ขอบอกว่าไม่ใช่สำหรับฉัน
ถามว่าการที่ฉันชอบเขา ฉันรู้มาก่อนไหมว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แน่นอนว่าฉันรู้ และถ้าถามต่อว่าฉันไม่เสียใจบ้างเหรอที่เขายังไม่ลืมรักเก่า ฉันคงต้องตอบว่า 'ต้องสนใจด้วยหรือไง?'
"พี่เฟรมมานอนห้องมินก่อนได้ไหมคะ มินจะทำความสะอาดอ้วกไอ้พี่จินมัน"
"อือ แต่เปิดแอร์เย็นๆให้พี่ด้วยนะ" เขาอ้อน
"ได้สิ เดี๋ยวมินจะเปิดเครื่องฟอกอากาศให้พี่ด้วยค่ะ"
ในเมื่อฉันรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ทำไมฉันต้องแคร์กับรักเก่าของเขาด้วยหล่ะ ฉันอยู่กับเขาเป็นคนสุดท้ายไม่ใช่แม่นั่น
ฉันพาผู้ชายที่ตัวโต(เขาอาจจะตัวเล็กเมื่อเทียบกับไอ้จิน แต่เขาก็ยังตัวใหญ่กว่าฉันอยู่ดี) เข้ามาในห้องนอนได้อย่างทุลักทุเล โดยไม่ลืมจัดการไอ้พี่ชายตัวดีที่อ้วกเรี่ยราดแล้วคลุกตัวลงกับพื้นกระเบื้อง ฉันจัดการเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พี่เฟรมชอบ ทิ้งเขาให้นอนงีบเอาแรงสักพักก่อนที่เขาจะเหนื่อยมากกว่านี้
ผู้หญิงที่เข้าห้องที่มีผู้ชายนอนอยู่พร้อมกับผ้าขนหนูที่พันรอบกายเพียงผืนเดียวอาจจะแย่มากในสายตาของคนอื่น แต่ดูสิ ฉันต้องแคร์อะไรในเมื่อที่นี่มีแค่ฉันและเขาสองคน
"มินพี่ร้อน..." เป็นอาการธรรมดาของคนเมา ฉันถอดเสื้อผ้าเขาเพื่อลดอุณหภูมิ ไรขนของเขาตั้งชันยามผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดีปะทะกับความเย็นในห้องนอน รวมถึงอะไรๆภายใต้บ็อกเซอร์ลายจุดก็ตั้งตามกันด้วย
ฉันกอดเขาไว้ให้ใบหน้าคมคายอยู่ในตำแหน่งร่องอกลึกพอดี พี่เฟรมเองก็ซุกหน้าพร้อมกับบีบเค้นสองเต้าของฉันอย่างไม่รู้ตัว ปากหยักได้รูปขบเม้มทั่วเนินอกก่อนจะงับและเลียฐานหัวนมจนฉันร้องคราง
“ฮื่อ พี่เฟรม อื้ม” พี่เฟรมชอบกินนมฉันรู้ดี เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันลักหลับพี่เขาแบบนี้
เพราะเขาเมาเขาจึงควบคุมความกำหนัดของตัวเองไม่ได้ ส่วนแข็งขันเบื้องล่างเบียดอยู่บนหน้าท้องแบนราบกำลังประท้วงให้ฉันรีดน้ำมันออกมาเสียที
“ร้อนตรงไหนหรือคะ ตรงนี้หรือเปล่า”
ฉันถอดบ็อกเซอร์ของคนเมาไม่ได้สติ สิ่งที่ฉันทำต่อไปคือสอดมือเข้าไปด้านในของกางเกงในซึ่งเป็นปราการชั้นสุดท้าย แล้วค่อยๆเถิบตัวคลานลงไปด้านล่างเผชิญสิ่งที่กำลังผงาดอยู่เต็มอุ้งมือ
ปากที่กดลงกลางลำตัวของเขาอย่างแผ่วเบาเพียงพอทำให้เขาสะท้านไปทั้งตัว อกแกร่งกระเพื่อมหอบหนัก กลิ่นจำเพาะถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมเหงื่อ เขามันผู้ชายมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะดมตรงไหน หรืออวัยวะไหน ล้วนเป็นที่พึงพอใจของฉัน
“อื้ม ซี้ดดดดดด...”
ท่าทางออรัลเซ็กส์ของฉันจะใช้ได้ พี่แกจึงอ้าขาจึกปลายเท้าลงกับที่นอนด้วยความเสียว เสียงแหบต่ำครางซี๊ดซ๊าดไม่ขาดห้วงยามลิ้นร้อนเลียบนหัวถันบาน ฉันทั้งอม ดูด ชักแก่นกายขึ้นลงจนน้ำใสโยงเป็นเส้นทุกครั้งที่ฉันเอาปากออก
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
“โอ้ว ซี้ดดดดดๆๆ อืม อื้อออ”
“อย่าหยุดนะ ฮื่ม อ่าๆ” เขาพูดเพ้อๆพร้อมกับเด้งสะโพกรัวเข้าปากให้ฉันอมดูดบ้องกัญชาได้อย่างถนัด อีกไม่นานเขาคงใกล้แตกแล้วหล่ะ
“หนูจ๋า ฮื้มม อ่า อ่าห์!”
บ๊วบ บ๊วบ บ๊วบ
“จะแตกแล้ว ฮื่มม ซี้ด…”
ฉันเร่งจังหวะสองสามครั้ง น้ำรสคาวก็พุ่งแตกซ่านภายในปาก ลิ้นเล็กไล่กลืนกินทุกหยาดหยดทำความสะอาดทุกซอกมุมรอบเอ็นใหญ่โดยไม่รังเกียจ
เมื่อเขาสุขสมฉันจึงตัดสินใจไปจัดการตัวเองที่ยังไม่ได้อาบน้ำ นับเป็นการสิ้นสุดภาระกับพี่เฟรม เขามีความต้องการทางเพศส่วนฉันก็อยากจะปลดปล่อยให้ ฉันก็ไม่ได้เลวถึงกับสอดใส่กับคนที่รักแฟนเก่าตัวเองอยู่ไหมล่ะ อย่างมากฉันแค่ทำให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้นก็เท่านั้น
ทว่าจู่ๆ ขณะที่ฉันลงจากเตียงมือใหญ่ก็ดึงฉันจนหงาย ไฟบนหัวเตียงสะท้อนแววตาคมของคนที่คร่อมตัวฉันด้านบนทำเอาใจหายวาบ ปากหยักยกยิ้มน้อยๆก่อนจะเปิดประโยคที่ทำเอาหน้าชาไปทั้งหน้า
“จะไปไหน ไม่ทำต่อล่ะคะ”
แววตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ฉันแล้วให้ตายสิ! ฉันควรสงสัยอะไรก่อนดี ระหว่างเขาตื่นขึ้นมาตอนไหนหรือเขาแกล้งเมาตั้งแต่แรก!
 “จะไปไหน ไม่ทำต่อล่ะคะ”
แววตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ฉันแล้วให้ตายสิ! ฉันควรสงสัยอะไรก่อนดี ระหว่างเขาตื่นขึ้นมาตอนไหนหรือเขาแกล้งเมาตั้งแต่แรก!
บอกทีว่าฉันไม่ได้ฝันไป พี่เฟรมไซร้ซอกคอฉัน ขบเม้มแนวลำคอยาวไปถึงติ่งหูพาลให้ฉันรู้สึกวูบโหวงท้องน้อย เขาไม่ใช่คนเดิมที่รอให้ฉันเป็นฝ่ายออรัลเซ็กส์อีกแล้ว ท่าทางของพี่เขาไม่ต่างจากเสือร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมาให้ล่าเหยื่อ
“น้องมินลักหลับพี่มากี่ครั้งแล้วคะ” คำพูดอ่อนหวานมักอาบไปด้วยยาพิษ คำลงท้ายว่าคะของพี่เขาช่างขัดกับดวงตาดุๆนั่นเสียเหลือเกิน
“ครั้งนี้…ครั้งที่สี่ค่ะ”
“ทุกครั้งที่พี่เมาเลยเหรอ”
“ค…ค่ะ” ฉันหลับตาปี๋และสารภาพไปตามตรง ตอนนี้ฉันเป็นรองเขาโดยสมบูรณ์แล้ว “พี่เฟรมอย่าโกรธหนูเลยนะคะ หนูแค่ชอบพี่เฟรม”
“พี่รู้มาตลอดค่ะ ถ้าหนูไม่ชอบพี่หนูจะมองพี่บ่อยๆทำไมล่ะคะ แต่พี่แค่คาดไม่ถึงว่าจะโดนเด็กล้วงคองูเห่า” ฉันยังคงเห็นเขาท่ามกลางไฟสลัว คิ้วหนาคมเขม่นเข้าหากันอย่างถือโทษฉัน นี่เขารู้ท่าทีของฉันมาตลอดเลยหรือไง
“พี่จะเอาไปฟ้องพี่จินไหม”
“นั่นเป็นเรื่องที่พี่ควรทำค่ะ” ฉันหน้าถอดสี ไม่นะ! พี่ก็รู้ว่าไอ้พี่จินมันปากสว่าง ถ้าฟ้องเรื่องนี้ต้องถึงหูพ่อแม่ของฉันแน่ ฉันไม่อยากให้ใครมามองว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิงใจแตก “แต่จะยกเว้นถ้าวันนี้หนูยอมโดนทำโทษ”
ประโยคถัดมาของเขาฉันรีบพยักหน้าแบบไม่คิดชีวิต ฉันยอมทุกอย่างให้ผู้ชายคนนี้มองหน้าฉันได้อย่างสะดวกใจ และไม่เอาเรื่องนี้ไปโพยทะนากับพี่ชายตัวดี
“หนูบอกว่าหนูลักหลับพี่ไปสี่รอบใช่ไหม” เขาพาฉันขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง กายสมส่วนล้มตัวลงบนที่นอนโดยมีฉันเป็นคนนั่งทับหน้าขา ก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวผ้าขนหนูซึ่งเป็นสิ่งปกปิดร่างกายชิ้นเดียวลงไปกองกับหน้าขาของฉัน พร้อมกับยื่นข้อเสนอสุดพิศดารเป็นการแลกเปลี่ยนความลับในครั้งนี้
“ออนท็อปให้พี่จนกว่าตัวเองจะแตกสี่ครั้ง พี่จะถือว่าเราหายกัน ดีไหมครับน้องมิน”
ฉันตัวสั่นจากสัมผัสคนเป็นพี่ รับรู้ได้ถึงปลายนิ้วอุ่นที่วนเวียนอยู่กลางหลังลากยาวมาถึงช่องทางรัก ฉันละมือที่เคยกำปลายผ้าขนหนูแน่นเลื่อนไปจับหน้าท้องแกร่งของพี่เฟรมไว้แทน
“อ๊ะ! อ๊า… พี่เฟรม อื้อ”
ฉันเปิดปากร้องครางเมื่อนิ้วของเขาสอดเข้ามาสะกิดจุดไวต่อสัมผัส โถมตัวซบลงอกพี่เขาอย่างเสียไม่ได้ ทุกการเคลื่อนไหวของพี่เฟรมมันสร้างความปั่นป่วนสำหรับฉันเกินไป แค่มือข้างเดียวก็แทบทำให้ฉันละลายอยู่แล้ว
ไม่อยากจะคิดจริงๆว่าถ้าเกิดเขาเอาบางอย่างที่ใหญ่กว่าสอดใส่แทนนิ้วพวกนั้น… ฉันคงสำลักคาอกเขาตาย
“ข้างในเราไม่เคย พี่ต้องเพิ่มอีกนิ้ว อย่าเกร็งนะคนดี”
ใช่นี่เป็นครั้งแรกของฉัน และฉันก็ไม่เสียใจถ้าพี่เฟรมจะเป็นคนที่ฉันมอบความบริสุทธิ์ให้ ฉันไม่ได้คิดกับเขาเล่นๆเพราะฉันรักเขาเข้าแล้ว แต่เขานี่สิ คิดจะทำอะไรอยู่ ใช้ฉันประชดแฟนเก่าหรือเปล่า
“อ๊า พะ…พี่คะ”
“เจ็บเหรอ งั้นลองจับนิ้วพี่ขยับดู”
มือของฉันถูกวางแหมะไว้บนข้อมือของอีกคน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้สัมผัสมืออีกคนตอนที่ยังมีสติอยู่ การจับมือครั้งแรกระหว่างเราฉันคงจำไปจนวันตาย เพราะมันเป็นการยืมนิ้วคนที่ฉันแอบชอบมาช่วยตัวเอง
น่าอายที่สุด…
“ฮื่ม ดีขึ้นยังคะ”
“ค…ค่ะ นิดนึงค่ะ อ๊ะ อ๊า”
“นิดเดียวเองเหรอ ไม่รู้สึกดีมากกว่านี้เหรอ”
“อื้อ ฮึก อ๊าๆๆ”
คำตอบประเภทไหนที่จะทำให้เขาพอใจ ‘หนูเสียวมากเลยค่ะพี่เฟรม ขอเพิ่มอีกนิ้วแล้วขยับแรงๆนะคะ’ แบบนี้หน่ะเหรอ?
พี่เฟรมดันนิ้วเข้าไปจนหมด เขาบังคับให้ฉันจับมันชักเข้าชักออกจนกว่าจะคุ้นชิน แต่ท่าทางเก้กังไม่ทันใจหรือไม่ก็เขาเองที่เริ่มกลั้นอารมณ์ไม่ไหว ร่างหนาจึงพลิกตัวกลับมาด้านบนเป็นฝ่ายคุมเกมแทน
คนตัวสูงเลื่อนริมฝีปากกดจูบดูดดึงริมฝีปากของฉันอย่างช้าๆ สลับกับบีบผ่อนร่างกายที่แต่งแต้มเป็นรอยแดง ทุกวินาทีผ่านไปทำให้ฉันหัวใจเต้นแรง ฉันแพ้โหมดอ่อนโยนของเขาที่แสดงออกมาว่าเขาจะถนอมครั้งแรกของฉันให้ดีที่สุด
“พี่คะหนู… อ๊า อ๊ะๆๆๆ อ๊า เสียว” หน้าท้องฉันบิดเร่าเหมือนจะเสร็จ แต่อีกคนลั่นแกล้งโดยการเอานิ้วออกไปกระทันหัน
“ฮึก หนูขอ…”
“แม่ตัวดี หนูจะมาน้ำแตกใส่นิ้วพี่ไม่ได้”
วินาทีนี้ด้านได้อายอด
“งั้นพี่จะทำให้ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่จะให้หนูนอนเฉยๆนะคะ” เขารูดแก่นกายขึงตึงสองสามทีแล้วเอาไปจ่อปากทางที่กำลังขมิบรอ ท่าทางคุกเข่าพร้อมกับชักไอ้นั่นไปด้วยดูเซ็กซี่เป็นบ้า
“พี่จะทำให้น้องมินดูแค่รอบเดียว ส่วนหลังจากนี้… หนูต้องจำ แล้วทำเอง”
ความอ่อนโยนของเขาหน่ะมันหลอกลวง เขาเป็นเสือร้ายคลุมด้วยหนังแกะ…
ฉันบอกแล้วว่าคนอย่างเขาเหมือนขนมหวานอาบยาพิษ
 “พี่จะทำให้น้องมินดูแค่รอบเดียว ส่วนหลังจากนี้… หนูต้องจำ แล้วทำเอง”
หลังวินาทีนั้นความใหญ่โตก็แทรกผ่านกลีบนุ่มนิ่มของฉันเข้ามา มันคับแน่นกว่าตอนที่ใช้นิ้วสามนิ้วของพี่เขาเสียอีก ด้วยขนาดที่ค่อนข้างต่างกันฉันได้แต่นอนนิ่งขยับตัวไม่ได้
“พี่คะ หนูเจ็บ”
ฉันทนความรู้สึกนี้ไม่ได้อีกแล้วจึงงอแงร่างสูงที่ไม่ต่างอะไรกับฉันเท่าไหร่นัก พี่เฟรมกำหมัดแน่นด้วยความเครียด ฉันเดาว่าพี่เขาคงอยากจะขยับตัวกระแทกให้รู้แล้วรู้รอด แต่เป็นข้างในที่ไม่เคยผ่านใครรุกล้ำมาก่อนบีบแก่นกายเขาคาไว้อยู่แบบนี้
“ซี้ด พะ…อ่าห์ พี่ก็ปวด อ่าาา พี่ไม่เคยนอนกับผู้หญิงที่ยังไม่ผ่านเรื่องนั้นมา อ่า… พี่จะค่อยเป็นค่อยไปนะคะ”
ไม่ใช่ฉันฝ่ายเดียวที่ทรมาน ผู้ชายอย่างเขาเจอแบบนี้ก็คงอึดอัดไม่แพ้กัน
“อ๊ะ อ๊า… อื้อ!”
คนมีประสบการณ์กระหวัดลิ้นหยอกล้อบนฐานเต้านมของฉันเพื่องดึงความสนใจ ตอนที่พี่เขากินตอนยังมีสติดีมันเสียวกว่าตอนเมาเป็นไหนๆ เขาดูกระหายกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะถึงได้สลับดูดซ้ายขวาขยำเต้าราวกับพอใจในร่างกายของฉัน ความเสียวปลายยอดถันชวนกลีบช่องลับขมิบถี่
“น้องมินสวยจัง...”
ฉันควรดีใจไหมที่มีคนชมฉันในสถานการณ์นี้หน่ะ
“อ๊า อ…อูย พี่เฟรมคะ”
ผู้ชายที่ฉันแอบชอบมาหลายปีเรากำลังมีเซ็กส์กัน สัมผัสจากลิ้นร้อนกำลังตอกย้ำว่าฉันไม่ได้ฝันไป
จ๊วบ! จ๊วบ!
“หัวนมแข็งเลยนะคะ ชอบล่ะสิ”
“หนูชอบทุกอย่างของพี่ ไอ้นั่นก็ด้วย”
“งี้พี่ก็ต้องกระแทกหนูให้หนักเลยสิคะ จะได้สมใจ อ่าห์…”
เขาปรนเปรอทั้งบนล่างจนร่างกายฉันหลั่งสารหล่อลื่นหลั่งมามากพอ วินาทีนั้นเขาขยับตอกอัดความเป็นชายลงในช่องทางระรัว สะโพกหนาเด้งเข้าออกไวๆ สร้างความเสียวให้ฉันหวีดครางไม่เป็นภาษา
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อิ๊ พี่ อ๊ะ หนูเสียวค่ะ อ๊ะๆๆๆ”
“พี่ก็เสียวเวลาหนูตอดครับ อูย ซี้ดดดดดด หนูรัดพี่จะขาดแล้ว”
“พี่เฟรมช้าหน่อย อิ๊ๆ”
“มันต้องรัวๆครับ เดี๋ยวขาดตอน อ่าห์ โอ…”
“เสียว พี่เฟรม หนูเสียว”
“อ่า โคตรมันส์เลย น้องมินเอาขาเกี่ยวพี่เอวพี่เอาไว้นะ อ่า อย่างนั้นแหล่ะคนดี พี่จะได้เอาxxxเข้าง่ายๆหน่อย ซี้ดดดดดด!” พูดเพราะก็น่ารัก พูดคำหยาบก็หน้าเอา ฉันคิดว่าไม่มีใครให้มากกว่านี้แล้ว
ขาเรียวเกี่ยวเอวสอบตามคำบอก ใบหน้าคมคายซุกลงเต้าสวยพลางหายใจออกมา สติของฉันเลือนลางลงทุกทีราวกับมีใครมากระชาก ความเสียวซ่านแล่นพล่านมากระจุกอยู่ในร่องสวาทของฉันแล้ว
“อ๊า อ๊ะๆๆๆๆ”
“น้องมินหนูจะขมิบรัวอย่างนี้ไม่ได้นะคะ โอ้วว ซี้ดดดๆ อ่าห์…”
“ฮ๊า! มินขอแรงๆ อ่ะ…เสียวๆได้ไหมคะ อ๊าาา!”
ฉันหวีดเสียงโดยไม่กลัวว่าพี่ชายที่นอนอยู่ห้องข้างๆจะได้ยินหรือไม่ สะโพกหนากระเด้งเข้าออกส่งเสียงน้ำแฉอะแฉะดังสู้ แผ่นหลังแอ่นชูนมสองเต้ายั่วเพื่อนพี่ชายตาเป็นมัน คนหื่นกระหายไม่ทำให้ผิดหวังโดยการครอบปากดูดหัวนมสองหัวไปพร้อมกัน และช่วงล่างก็ยังซอยเข้ารูสวาทฉันไม่หยุด
ลีลาบนเตียงของเขา ตอกย้ำว่า ‘ฉันคิดถูกแล้วที่ฉันเสียตัวให้พี่เฟรม’
“ตอดแรงเกินไปแล้ว อ่าห์”





ที่เราทำกันเราเสียบสด พวกเราไม่ได้ใส่ถุงยาง ทำให้ฉันรู้สึกถึงแรงกระตุกเป็นจังหวะของเอ็นร้อนด้านใน อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าพี่เขาคงจะดึงมันออกมาข้างนอกและชักให้มันแตกคาตา แต่มันน่าเสียดายนะที่พี่เขาคงจะไม่ได้ทำตามใจตัวเอง
“โอ้ย ซี้ดดดดด น้องมินปล่อยน้องชายพี่สิคะ ฮื่อ เดี๋ยวน้ำก็เข้าไปข้างในหนูหรอก” ฉันแกล้งตอดแก่นกายเขาเอาไว้
“มินใกล้แล้ว อ๊า พี่คะ อย่าเพิ่งชักออก”
“เราเสร็จพร้อมกันไม่ได้นะน้องมิน”
“ทำไมล่ะ ปล่อยเข้ามาเลย ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมินจัดการเอง อ๊า อ๊ะ ปล่อยเข้ามาในตัวมินเลยค่ะ อ๊ะ อ๊ะ”
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะมีความสุขกับพี่เขาได้อีกเมื่อไหร่ เผลอๆจบวันนี้ไปพวกเราอาจจะไม่มองหน้ากันเลยก็ได้ ดังนั้นฉันทำก็ต้องทำให้สุด อย่าจบที่แตกนอกเป็นอันขาด
“อ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ พี่เฟรม อ่ะ อร๊างงงงง!”
ในที่สุดฉันก็มาถึงปลายสวรรค์ก่อนพี่เฟรมด้วยการกระแทกไม่กี่ที แรงตอดเกร็งทวีความเสียวซ่านรัดเอ็นแกร่งคนเป็นพี่กระตุก ใบหน้าคมคายเชิ่ดขึ้นอวดสันกราม คำรามออกมาเป็นคำหยาบ ช่องทางรักเต็มไปด้วยน้ำสีขุ่นพุ่งเข้าไปด้วยความรู้สึกที่อุ่นวาบ
“พี่อยากทำกับหนูอีก แต่ อ่ะ พี่ไม่ไหวแล้วค่ะ ฮ่ะ อ่า โอ้ยยยย ซี้ดดดดดด น้องมินนนน อ่าห์”
“เสร็จแล้วเหรอคะ ฮื่อออออ อุ่นจังเลย กระแทกเข้ามาลึกๆเลยค่ะ”
“อ่า อ่า เสียวมาก อ่า ซี้ดดดดด สุดแล้วค่ะ อ่าห์” หัวบานกระตุกเป็นครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยน้ำเชื้อหยดสุดท้ายเข้าไปจนสุด
อ่า…ดีจังเลย
“แฮ่ก เหลืออีกสามครั้งใช่ไหมคะ” ฉันถามเขา
“ไม่ค่ะคนดี นี่พี่ขึ้นให้ ไม่นับนะคะ”
ร่างสูงพลิกให้ฉันขึ้นคร่อม แก่นกายที่เพิ่งคลายลงกลับแข็งขึ้นมาเสียอย่างนั้น พี่เฟรมตอนนี้เหมือนเสือร้ายตะกละตะกลาม ฉันถูกเอาเปรียบโดยการอยู่ข้างบนปลดปล่อยไปให้เขาถึงสองครั้ง ส่วนฉันเอง…มากถึงสี่
“อ๊ะ… เหนื่อย หนูไม่ไหวแล้ว”
“อีกนิด โอ… พี่จะเสร็จอีกรอบแล้วค่ะ กดสะโพกลงมาแรงๆเลย อ่า อื้ม เดี๋ยวพี่ช่วยดูดนมหนูให้ด้วยนะคะ ซี้ดดดดดด ครั้งสุดท้ายค่ะ อ่าห์”
“พี่คะ อ๊ะ หนูจะเสร็จ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”
“พี่ช่วยซอยให้นะคะ อ่าๆๆ อื้ม ซี้ดดดดดด โคตรแน่น”
ฉันไม่เข้าใจเลยว่าคนที่อยู่ด้านล่างถึงสามารถสวนสะโพกได้เร็วขนาดนี้ พี่เฟรมจับฉันที่นั่งอยู่บนตักของเขาซอยแก่นกายเข้าออกจนยับ ไม่ไหวแล้ว… ฉันไม่เคยรู้สึกเติมเต็มตัณหาได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย
“อ๊ะๆๆๆ อ๊ะๆๆๆ อ๊ะ กรี้ดดดด”
“อ่า! เสร็จแล้ว โอ้ววว ซี้ดดดดด หนู…”
มันจบแล้ว เสร็จกันทั้งคู่…
ฉันถูกรวบเข้ามาในวงแขนแกร่ง ริมฝีปากหยักดูดซับขมับราวกับปลอบประโลม เราจูบกันอยู่สักพัก เขารุกบ้างฉันรุกเขาบ้าง สลับกันดูดริมฝีปากแผ่วเบาและเชื่องช้า ทุกการกระทำแสนอ่อนโยนของเพื่อนสนิทพี่ชายแอบทำให้ฉันเสียดายที่ความสัมพันธ์เพียงกายเราอาจจะจบกันเพียงเท่านี้
“พี่คะ”
“หื้ม อะไรคะน้องมิน”
“หนูรักพี่”
ฉันซบอกเขา ฉันสารภาพไปแล้ว ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอกอีก เพราะต่อให้ฉันไม่บอก ในวันพรุ่งนี้พี่เขาก็ต้องลาจากไปอยู่ดี
เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ฉันและพี่เฟรมไม่ได้ติดต่อกัน เราเห็นหน้าค่าตากันในโรงอาหารกลางอยู่บ้างเพราะโรงเรียนสาธิตของฉันตั้งอยู่ในมหาลัยซึ่งทำให้ฉันจำเป็นต้องเข้าไปใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็นั่นแหล่ะ ยามสบตากันต่างคนต่างไม่พูดอะไรกลับเป็นฉันด้วยซ้ำที่หลบหน้าเขาก่อน
ใครจะอยากทักผู้ชายที่นั่งรวมกลุ่มอยู่กับแฟนเก่าอยู่หล่ะ
มันเห็นได้ชัดว่าพวกเขากลับไปคืนดีกันหลังจากที่ฉันมีเซ็กส์กับเขา
มันก็ดีแล้วมิน... ก็ดีแล้ว
"ฮื่อเฟรมสร้อยเส้นนี้สวยจัง ที่บอกว่ามาช่วยงานที่บ้านไม่ได้เพราะไปซื้อมันมาเหรอ"
"อือ ไปวันนั้นแหล่ะ"
ฉันพยายามหลีกพวกเขาทั้งสองคนแล้ว แต่ความบังเอิญที่ฉันดันต้องไปต่อแถวร้านข้างๆทำให้เสียงแว่วเล็ดรอดให้ได้ยิน ฉันอยากจะตีมือตัวเองแรงๆที่เผลอกดลดระดับเสียงหูฟังเพื่อสอดรู้สอดเห็นบทสนทนาจากคู่รักตรงหน้า
"โรแมนติกเหมือนเดิมเลยนะเฟรม" มือสวยเปิดกล่องกำมะหยี่สีแดง ชื่นชมสร้อยเส้นงามเส้นนั้น และฉันก็สายตายาวพอที่จะแอบเห็นว่ามันสลักชื่อไว้ด้วย
"ก็เฟรมคนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปสักหน่อย"
ใช่... เขาพูดถูก ฉันโง่เองที่คิดว่าจะเปลี่ยนเขาได้
เซ็กส์โง่ๆครั้งเดียวมันไม่พอหรอกมิน มันไม่พอ...
"แฮร่ ยัยมินวันนี้กินไรดีอ่ะ!"
เสียงของ 'มะยม' เพื่อนร่วมห้องของฉันดังขึ้นราวกับกระชากสติที่หลุดลอยกลับเข้าร่างมาดังเดิม มะยมและฉันเราไม่ได้สนิทกันมาก แต่ด้วยนิสัยเฟรนลี่ของนางทำให้มะยมขึ้นหิ้งเป็นที่ปรึกษาไว้ระบายความทุกข์ให้นางรับฟังทุกเรื่องและรวมถึงเรื่องของพี่เฟรมด้วย
"แก อย่าเหม่อดิ"
"ก็กินไม่ลงอ่ะ"
"แกงงไรวะ แกลากฉันมาต่อแถวร้านนี้เองนะ" ก็ตอนนี้มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วยซ้ำ
"เธอคิดว่ามินมันมาเห็นพี่เฟรมกับแฟนเค้าแล้วจะกลืนข้าวลงจริงดิ ที่ผ่านมาก็กินข้าวกับน้ำตาตลอด"
บุคคลที่สามอย่าง 'เนิร์ด' เพื่อนอีกคนของฉันดังขึ้น เนิร์ดคือเพื่อนผู้ชายที่ฉันรู้จักจากมะยมอีกที เพราะสองคนนี้เป็นเพื่อนมาสิบปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเนิร์ดจะรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ฉันเล่าให้มะยมฟังก็เหมือนเล่าให้เนิร์ดฟังด้วย สองคนนี้ทำตัวติดกันเป็นตังเมนี่นา
"แกอย่าไปมองเขาซี่ นั่นๆ ดูปีกไก่ทอดปีกนั้นดิ หูย โคตรใหญ่"
"เธอก็เปลี่ยนเรื่องไม่เนียนเกิ๊น"
"แล้วจะให้ฉันทำไงยะ"
"หยุดพูดบ้างเหอะ อกไม่แตกตายหรอก"
"แล้วแกจะเบรคอะไรฉันนักห้ะ ไอ้มหาเนิร์ด! ไอ้บ้า!"
มือเล็กตีเข้าที่แผงอกของเพื่อนผู้ชายตัวสูง ก่อนจะจิ้มหน้าผากจนหน้าอีกคนหงายแว่นแทบหลุด ความสัมพันธ์ของเนิร์ดและมะยมแน่นแฟ้นจนฉันะอดคิดไม่ได้ว่าหากวันนั้นฉันไม่คิดสั้นเอาตัวเข้าแลกกับพี่เฟรม เราทั้งคู่คงได้คุยกันบ้างในฐานะเพื่อนพี่ชาย
ฉันยืนอยู่ด้านหลังทำให้มองเห็นการกระทำทุกอย่าง ยิ่งเห็นผู้หญิงคนเดินข้างอีกคน ฉันก็แทบบ้า ก่อนหน้านี้ฉันเห็นภาพนี้คงไม่รู้สึกอะไรไปมากกว่าอิจฉา แต่ทุกวันนี้ประโยคที่บอกว่าได้เขามาแต่ตัวแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของหัวใจวนเวียนอยู่ในสมองชวนเจ็บปวดเสียจริง
"มิน! สั่งอาหาร"
มะยมสะกิดฉันให้สั่งอาหาร ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่แถวมันเลื่อนมาถึงหน้าเคาน์เตอร์สั่งอาหารเร็วกว่าที่คิดไว้ อาจจะเป็นเพราะร้านนี้เป็นร้านข้าวที่ทำเอาไว้แล้ว ไม่ใช่ร้านที่ก๋วยเตี๋ยวอย่างร้านข้างๆ จึงทำให้ฉันอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับพี่เฟรม
"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสองค่ะ" นี่ไม่ใช่เสียงฉันแต่มันมาจากร้านข้างๆ หูฉันดับไปชั่วครู่ แฟนสาวแสนสวยจัดการสั่งอาหารให้อีกคนที่ง่วนอยู่กับโทรศัพท์
ฉันไม่ชอบที่แฟนเขาสั่่งอาหารให้กัน
ฉันไม่ชอบให้ผู้หญิงคนอื่นทำตัวเหมือนรู้ใจพี่เฟรมเพราะฉันทำหน้าที่นั้นมาตลอด ทั้งที่ผ่านมาปล่อยพี่เฟรมทิ้งๆขว้างๆ
อาจดูเข้าข้างตัวเอง แต่ฉันก็แค่คิดในมุมมองของคนที่รักเขาข้างเดียวมาตลอด
แล้วเป็นไง สุดท้ายโลกก็เหวี่ยงให้ฉันเป็นเพียงเด็กผู้หญิงใจง่ายคนนึง
"มิน... โอเคหรือเปล่า ให้เราไปซื้อขนมปังให้ไหม" เสี้ยววิเดียวที่เนิร์ดเรียกชื่อฉันพร้อมกับลูบหัวและบีบมือให้กำลังใจ สาบานได้ว่าเห็นเงาในถาดแสตนเลสสะท้อนหน้าพี่เฟรมละสายตาจากโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองฉัน
"มะ ไม่เป็นไรเนิร์ด เดี๋ยวเราสั่งนี่แหล่ะ" ฉันยิ้มให้กับเนิร์ดที่อุตส่าห์เอาตัวมาบังไม่ให้ฉันเห็นพวกเขาทั้งคู่ "ปลาซาบะย่างจานนึงค่ะ" ท่องไว้มิน อย่าสนใจ อย่าหันไปมองเขาเด็ดขาด!
"อ้าว วันนี้สั่งปลาเหรอจ้ะ เห็นทุกทีสั่งแต่เสต็กไก่ แหม่... ป้าอุตส่าห์ทำไว้เผื่อ"
เป็นเรื่องจริงที่ฉันไม่ค่อยพิศวาสเมนูปลา แต่ไอ้ก้อนเหนียวหนืดที่กำลังจุกคอชวนอาเจียนต่างหาก ฉันถึงจำใจทานอาหารนิ่มๆแทนไก่ที่เคี้ยวยากกว่า
"เพื่อนหนูมันคงอยากลองทานปลาบ้างหน่ะค่ะป้า เผื่อ-จะ-ฉลาด-ขึ้น"
"...มะยม" ฉันเอ็ดเพื่อนฝีปากกล้าให้เบาที่สุด ถ้อยคำชัดเจนบวกกับหน้าตานางมองจากดาวอังคารก็รู้ว่ายัยมะยมประชดใส่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ พวกเขาก็ไม่ได้โง่ถึงได้จ้องมายังพวกเราทั้งสามคน
ไม่กี่วิถัดมาใจฉันหล่นไปที่ตาตุ่ม แฟนพี่เฟรมมองมาทางนี้ ก่อนจะเอ่ยถามประโยคตรงๆประจันหน้ากับกลุ่มเรา "นี่น้องหมายถึงใครคะ"
เสียงนั่นดังพอที่จะทำให้เป็นจุดสนใจ แต่คนอย่างมะยมเหรอจะวาทะด้วย นางเดินถือถาดข้าวสองถาดไปสวยๆ ก่อนจะเรียกฉันให้เดินตามมา ปล่อยให้คำถามรุ่นพี่ค้างเติ่งอยู่แบบนั้น
"ได้แล้วก็ไปกันเถอะมิน ถึงแกจะโง่แต่แกก็ไม่ได้เ**้ยเหมือนใครบางคน ฉันละภูมิใจที่มีเพื่อนแบบแกจริ๊งๆ"
การทำให้อีกฝ่ายเป็นอากาศนับเป็นการหักหน้าขั้นรุนแรงเลยก็ว่าได้ และมะยมทำมันลงไปแล้ว
"เธอ รุ่นพี่เค้ามองเธอแล้วนะ"
เนิร์ดเป็นผู้ชายแต่คงไม่อยากจะมีเรื่องและฉันก็อยากจะบอกมะยมว่าเห็นด้วยกับเนิร์ดบอก จนกระทั่งมะยมพูดประโยคถัดมาก็ต้องเม้มปากสนิท
"ช่างหัวสิ ไม่แคร์ แกแคร์รุ่นพี่มากกว่ายัยมินก็ไปขอโทษไป๊!"
คิดถูกไหมนะที่มีเพื่อนปากร้ายอย่างนี้ เวลานางกัดใครเราเบรคอะไรไม่ค่อยจะได้เลย

"คุยด้วยหน่อยสิ"
และยัยมะยมก็หาเรื่องให้ฉันจนได้ ร่างสูงในชุดนักศึกษามารอฉันด้านล่างตึกขณะที่ฉันกำลังจะกลับบ้าน เนคไทค์ที่ร่นลงมากลางลิ้นปรี่บ่งบอกว่าเขาเลิกเรียนแล้ว ส่วนน้ำแข็งสามแก้วที่วางอยู่บนพื้นนั่นหมายถึงอีกฝ่ายรอฉันนานแล้วเหมือนกัน
"........."
ข้อเสียคือฉันไม่รู้ว่าคุยของเขามันจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ฉันไม่อยากจะอยู่ตรงนี้นักหรอก มันเกินความคาดหมายสำหรับคนที่ฉันคิดว่าจะไม่ได้คุยไปตลอดชีวิตมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้า ประหลาดใจจนฉันคลำหาเส้นเสียงของตัวเองไม่ถูก
เหตุผลเดียวที่ทำให้เฟรมเดือนบริหารมาที่นี่เพราะกลุ่มฉันไปทำกริยาไม่ดีเอาไว้กับแฟนเขาสินะ
"ต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยค่ะ" ฉันไม่รู้จะแทนตัวเองว่าอะไร จะเอาตัวเองอยู่ในสถานะไหน ถึงได้ตอบไปห้วนๆแบบนี้
"ค่ะ แต่เรื่องนี้เราต้องคุยกัน ตามมาค่ะ"
แต่เขายังทำทุกอย่างเหมือนเดิม พูดอ่อนหวานใช้คะขากับฉันเหมือนเดิม
"ขึ้นรถค่ะ"
ไม่เพียงแต่บอกฉัน แต่เขากำลังบังคับฉันต่างหาก พี่เฟรมเปิดประตูรถและยัดตัวฉันเข้าไปนั่งบนเบาะ ร่างสูงเอื้อมคาดเข็มขัดนิรภัยในระยะประชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นที่เขาชอบฉีด
"จะไปไหนคะ"
"ไปที่ที่เราควรไปตั้งแต่ต้นค่ะ พี่ควรเคลียร์ให้มันจบๆ"
ความสงสัยมลายหายไปในตอนที่รถคันหรูเข้าเทียบจอดหน้าคอนโดใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง แต่ภาพนักศึกษาชายจูงเด็กนักเรียนหญิงเข้าคอนโดมันไม่ทะแม่งไปหน่อยเหรอ
"พี่พาหนูไปไหน"
"ห้องพี่ค่ะ"
"หนูไม่ไป! หนูจะกลับบ้าน!"
"พี่ไม่ให้เรากลับค่ะ!"
เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยพลุกพล่านนักเลยไม่มีใครสนใจ พี่เฟรมลากฉันเข้าห้องเขาก่อนจะกดรหัสล็อคจากด้านในให้ฉันติดอยู่กับเขาด้วยกัน
"พี่ปล่อยหนูออกไปนะ!"
"ไม่ค่ะ พี่ปล่อยเราไปไม่ได้อีกแล้ว"
"หนูขอโทษแทนเพื่อนแล้วไง ขอโทษ! พี่จะให้หนูกราบแฟนพี่พรุ่งนี้เลยมั้ยถึงจะหายกัน แต่พี่ปล่อยหนูไปเถอะค่ะ หนูไม่อยากอยู่ตรงนี้"
"ก่อนจะโวยวายฟังก่อนได้ไหมคะว่าพี่จะพูดเรื่องอะไร ฟังพี่ก่อนได้ไหม!!!"
พี่เฟรมตะหวาดกร้าวพร้อมกับกระแทกร่างฉันลงฟูกนุ่ม มือใหญ่บีบตรึงแขนฉันไว้ทั้งสองข้าง กายกำยำแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง กดตัวฉันไว้จนแทบละลายติดเตียง
วินาทีนี้ฉันรู้ตัวว่ากำลังแพ้ราบคาบ ทำไม... ฉันดูง่ายขนาดนั้นเลยหรือ
"หนูไม่อยากเห็นหน้าพี่ ฮึก.. ออกไป"
"ต้องให้พี่บอกมันไหมคะว่าใครคือผัวหนู! พี่ทนมาหลายวันแล้วนะคะ!"
"พูดอะไรของพี่ หนูไม่รู้เรื่อง!"
"มันคือใคร?"
เขากุมมือฉันไว้ข้างเดียว และใช้ข้างที่เหลือแกะกระดุมนักเรียนเผยหน้าท้องแบนราบพ้นสาปเสื้อ ตอนนี้ฉันผวา พี่เฟรมตอนนี้น่ากลัวจนฉันสะอื้นไห้
"ฮึก...ฮือ"
"ไอ้คนที่หนูให้มันจับเนื้อต้องตัววันนี้ มันคือใคร!"
"ฮือ คนไหน ฮึก.."
"ก็ไอ้แว่นที่โรงอาหารไงคะ! ยังจะถามอีก! ให้เค้าจับไปทั่วหรือยังไง" มือหยาบถกกระโปรงขึ้นแล้วตีแรงๆที่ก้นนุ่มเหมือนเป็นการลงโทษ "บอกได้ยังคะ มันคือใคร!"
ภาพในหัวย้อนไปเมื่อกลางวัน ผู้ชายที่แตะตัวฉันมีเพียงเนิร์ดที่บีบมือและลูบหัวให้กำลังใจฉัน แต่มันเสี้ยววินาที มันแป๊บเดียวจริงๆเขาเห็นได้ไง
"เพื่อนในห้อง... ชื่อเนิร์ด ฮึก"
"แค่เพื่อนเหรอคะ"
"ใช่ ฮึก.. แค่เพื่อน " มันควรจะจบแค่นี้ แต่ทำไมฉันต้องอธิบายเพิ่มก็ไม่รู้ "หนูไม่ได้คิดอะไรกับเขา เราสนิทกันระดับนึงมาสักพักแล้ว"
จบประโยคร่างสูงถอนหายใจโถมกายลงที่นอน ใบหน้าหล่อเหลาคลายความตรึงเครียดลง ก่อนจะดึงฉันที่กลัวการกระทำแสนป่าเถื่อนเมื่อครู่เข้าสู่อ้อมอก
"ทีหลังเป็นเพื่อนก็ห้ามนะคะ ห้ามเด็ดขาด" เขาพูดอย่างใจเย็น กอดปลอบฉันที่ตัวสั่นอยู่ใต้ร่าง "รู้ไหมว่าพี่โมโหมาก พี่ไม่ชอบให้ใครจับตัวเราเลย"
ปากหยักกดจูบลงบนกลุ่มผมทีนึง ย้ายมาจูบที่แก้ม ปาก และมือของฉันตามลำดับ
"เราเป็นของพี่ทั้งตัวแล้วนะคะ ผู้ชายหน้าไหนก็มาจับไม่ได้" ฉันชอบการกระทำและคำพูดเขานะ แต่มันไม่ถูกต้อง พี่เฟรมกลับไปคบกับแฟนแล้ว ฉันไม่อยากเป็นชู้ใคร
"ไม่ได้หรอกค่ะ พี่มีแฟนแล้วนะ"
"ฮะ มั่วแล้ว"
"พี่กลับไปคบกับแฟนแล้วนี่คะ อย่าทำให้เค้าเสียใจเลยค่ะ"
"บ้าบอ เอามาจากไหน" ร่างสูงแค่นเสียงออกจมูก
"ก็วันนี้หนูเห็นกับตา"
"เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วน่า" ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เขาเหลือเพียงแผงอกเปลือยๆ และฉันเหลือแค่บราเซียปกปิดไว้ด้านบน
"...อื้อ!"




เขาจูบฉันในรอบหลายสัปดาห์ ที่ผ่านมามันนานมากจนฉันแทบลืมไปแล้วว่าสัมผัสของเขาเป็นยังไง ลิ้นร้อนไล้เข้ามาในโพรงปากกวาดต้อนน้ำหวานขบเม้มเป็นการรุกเชิง
เราแลกลิ้นกันอยู่นาน บดเบียดกายเข้าหากันจนร้อนระอุ ส่วนคับตึงของพี่เฟรมดุนดันอยู่หน้าขาฉันเหมือนขออนุญาตให้เขาไป
"มันตึงแล้วค่ะ"
"หนูรู้ เดี๋ยวใช้ปากให้ โอเคไหม"
ฉันดันตัวพี่เฟรมชิดหัวเตียง เขากึ่งนั่งกึ่งนอนมองฉันที่ค่อยๆถดตัวลงไปด้านล่าง ครอบปากลงส่วนหัวปริ่มน้ำของเขา ความเครียดเกร็งกลัดกลุ้มแค่ถันปลายไม่ไหว ส่งผลให้ทั้งนิ้วเท้าและนิ้วมือของเขาจิกบนผ้าปูที่นอน
"อ่า.. หนู"
พี่เฟรมแสดงให้เห็นว่าเขาชอบดูหนังสด ตาคมจ้องปากฉันที่กำลังโม้กลำอุ่นของเขาไม่กระพริบ แววตาเปี่ยมไปด้วยกามอารมณ์พอใจกับความใคร่ที่ฉันมอบให้
"โอ้ ซี้ดดดดดดดด ทั้งแท่งเลยได้ไหมคะ"
ฉันพยักหน้าทีนึงก่อนจะครอบปากลงให้ลึกกว่าเดิม แต่มันก็ยังไม่ทันใจเขาเท่าไหร่มือหนาจึงได้จับมือฉันให้กำแท่งอุ่นเขาชักขึ้นลงพร้อมกับใช้ปากให้เขาด้วย ฉันอมของเขาไว้อย่างนั้น ลงลิ้นละเลงราวกับแท่งเอ็นตรงหน้าเป็นไอศครีม
"ซี้ดดด เอาปากออกค่ะ พี่... อ่ะ อ่า จะแตก"
แก่นกายกระตุกเป็นจังหวะราวกับใกล้ถึงปลายทางอยู่รอมร่อ ถ้ามาถึงขั้นนี้มันก็ต้องไปให้สุด ใช้ปากมาจนถึงปลายทางแล้วจะเปลี่ยนใช้มือตอนเสร็จดื้อๆได้ไง
"เดี๋ยวเลอะที่นอน" ฉันหมายถึงให้พี่เฟรมปล่อยออกมาในโพรงปากฉันเลย อย่าฝืน
"พูดเองนะคะ"
"อื้อ แอก อา เอย" อื้มแตกมาเลย
"อ่า งะ งั้นไม่เกรงใจแล้วนะ อ่า ซี้ดดดดดดดดดดดดด อื้มมม อย่าหยุดนะคะ อ่าาาาห์ กลืนเข้าไปค่ะ โอ้ห์...."
"อื้อ อึกๆๆ"
"แตกแล้วค่ะ อ่า ซี้ดดดด อ่าห์!..."
ฉันกลืนตัวตนเขาไปทุกหยาดหยด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นฉันออรัลให้เขาเต็มๆตา ทุกครั้งที่ฉันออรัลให้เป็นแค่ตอนที่เขาเมา
ฉันชอบแววตาเต็มไปด้วยไฟราคะคู่นั้นเหลือเกิน...
ฉันไม่ได้ชอบกายเขาเท่านั้น แต่ฉันยังเสพติดกลิ่นพี่เฟรมมากๆ จมูกโด่งสำรวจกลิ่นความเป็นชายใต้พวงองุ่น อมดูดสลับข้างอยู่อย่างนั้น จนกลางกายที่อ่อนตัวดีดผึ่งขึ้นมาอีกครั้ง
"เราชอบทำให้พี่มีอารมณ์ตลอดเลยนะคะ"
ใครบอกว่าฉันชอบทำให้พี่เขามีอารมณ์ เขาเองก็อยู่ในลิสต์ผู้ชายที่ถอดเสื้อผ้าแล้วอันตรายเหมือนกัน ไม่รู้ตัวบ้างเหรอ...
"เราชอบทำให้พี่มีอารมณ์ตลอดเลยนะคะ"
"อารมณ์ไหนคะ"
"อารมณ์กำหนัดหน่ะค่ะ รู้จักไหม"
กายหนาพลิกตัวอยู่ด้านบนบ้าง พี่เฟรมแทรกความร้อนเข้าไปในช่องทางรักที่เต้นตุบรอไว้ พวกเราไม่ได้มีอะไรกันมานานมากจึงทำให้ข้างในรัดแน่นไม่คุ้นชิน
"อ่า หนูมิน ซี้ดด"
"อ๊ะ อ๊า พี่.. ดะ เดี๋ยวก่อน"
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"มันไม่ใช่..." ฉันเบรคเขาก่อนที่เรื่องจะบานปลายมากกว่านี้ เรามาเพื่อมาเคลียร์กัน ไม่ใช่โถมใส่กัน "หนูพอแล้วได้ไหมพี่ หนูไม่อยากเป็นชู้กับใคร" ฉันบอกเขาไปตามตรงว่าหากเขาจะเห็นแก่ตัวโดยการยึดฉันให้ฉันเป็นชู้เขาได้คนเดียว ต่อให้รักเขามาก ฉันก็ไม่โอเคกับสถานะที่เลวร้าย
หลังจบประโยคเราจ้องหน้ากันนิ่ง จากนั้นร่างสูงเป็นฝ่ายระเบิดหัวเราะออกมาให้ฉันประหลาดใจ กายหนาเอี้ยวตัวไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงด้านข้าง ใต้กล่องนั่นเผยให้เห็นสร้อยเส้นสวยคุ้นตา
"นั่นมันของขวัญของแฟนพี่นี่"
"ใช่ที่ไหนเล่า โวยวายไปเรื่อยนะเราอ่ะ"
"เมื่อกลางวันหนูเห็นว่ามันสลักชื่อไว้ด้วย" อย่าหลอกฉันเสียให้ง่าย ฉันฉวยสร้อยเส้นนั้นจากมือเขา บิดหนาริ้วตัวอักษรสีทองให้เขาดูเป็นหลักฐาน "อ๊ะ นี่ไง!"
"แล้วมันอ่านว่าไงล่ะคะ"

'M I N T R A
T H A N A T H O R N'

เดี๋ยวนะ นี่มันชื่อฉัน 'มินตรา' แต่นามสกุลไม่ใช่...
เจ้าของนามสกุลคือผู้ชายตรงหน้า ธนาธรเป็นนามสกุลของพี่เฟรม...
"สร้อยนี้เป็นของเราต่างหากค่ะ พี่แค่เอามาอวดเฉยๆว่าพี่มีคนที่พี่จะจริงจังด้วยแล้ว เรื่องของเขาและพี่จบกันด้วยดี แต่เรานั่นแหล่ะเดินเลี่ยงพี่ หลบตาพี่ ยัดเยียดให้พี่เป็นคนนอกตลอด แล้วงี้พี่จะเป็นชู้กับเมียตัวเองยังไงดี"
เมีย...
งั้นเหรอ...
วัตถุโลหะเย็นๆกระทบบริเวณลำคอ ปลายนิ้วอีกคนเกลี่ยแนวลำคอลากยาวมาถึงไหปลาร้า พี่เฟรมพรมจูบเนินกระดูกนั่นแล้วดูดเม้มจนเจ็บจี้ด
"อ๊ะ!"
"พี่สร้างรอยไว้ตรงนี้นะคะ ถ้าเราใส่ชุดนักเรียนมันก็จะไม่เห็น แต่ถ้าเราดื้อใส่เสื้อผ้าโป๊เองก็ช่วยไม่ได้"
"พี่เฟรม..." ฉันค่อนข้างตกใจที่พี่เฟรมทำแบบนี้ เอาจริงๆเราเพิ่งจะได้รู้จักกันไม่กี่อาทิตย์ก่อนด้วยซ้ำ แถมเป็นบนเตียง ไม่ใช่ในฐานะแฟน
"พี่ไม่ได้ทำเพราะพี่อยากรับผิดชอบเราอย่างเดียวนะคะ แต่ความจริง...พี่แอบมองหนูมานานแล้วเหมือนกัน หลายต่อหลายครั้งที่เราอยากจะคุยกับพี่หนูไม่แปลกใจเหรอคะว่าทำไมเมื่อก่อนพี่เป็นฝ่ายชวนหนูคุยก่อน ก็เพราะพี่รู้ว่าหนูไม่กล้าทักพี่ไง"
จริง มันจริงทั้งหมด
"พี่ขอเลิกกับแฟนเอง พี่ไม่ได้เฮิร์ท คืนนั้นพี่แกล้งเมาเพราะอยากให้เราดูแลพี่ ที่ผ่านมาพี่รู้แล้วค่ะว่าคนที่อยู่กับพี่จริงๆคือเรา และคนที่พี่อยากให้อยู่ข้างๆพี่ก็คือเรา แต่ดันแจ็กพอตแตกว่าเราก็ชอบลักหลับพี่เหมือนกัน"
"อ๊า อ๊ะ อ๊า"
พี่เฟรมรู้ดีว่าเขาควรจับจุดไหนเพื่อให้ฉันครางออกมา ตุ่มไตสีหวานชูชันสู้ลิ้นหนา จากตอนแรกที่รู้สึกอึดอัดตอนนี้ถูกครอบงำด้วยความรู้สึกอย่างอื่นแทน
"พ... พี่ อ๊ะ อ๊า"
"ซี้ดดดดดดดด เป็นคนของธนาธรนะครับ เป็นแฟนพี่นะครับน้องมิน อ่าห์!"
ฉันว่านี่เป็นซีนขอเป็นแฟนที่แย่ที่สุด พี่เฟรมขอฉันเป็นแฟนทั้งๆที่สวนสะโพกหาช่องทางอุ่นระรัว
ฮื่อ... น่าอายมาก
"ตอบพี่หน่อยครับเมีย อ่..อ่าห์"
"งื้อ พี่เฟรม อื้อ..." ไฟที่ยังเปิดอยู่ทำให้ฉันเห็นร่างฉันที่แดงเป็นปื้ดทั้งตัว รอยแดงจางๆมาจากคิสมาส์กของคนเป็นพี่และส่วนหนึ่งก็มาจากความอายของฉัน
"เร็วๆครับคนดี จะเป็นแฟนพี่ไหมครับ"
พี่เฟรมเร่งเอาคำตอบ แต่ตัวเขาก็แกล้งเอาท่อนเอ็นสวนด้วยความเร็วจนฉันพูดครางไม่เป็นศัพท์ ฉันพูดไม่ออกเพราะพี่เขาแกล้งฉันนี่แหล่ะ
"ปะ... เป็- อ๊าา พี่ อ๊ะ อ๊าาาา"
"ว่าไงนะครับ"
"กะ อื้ออออ หยุดขยับ อ๊า อ๊ะๆๆๆ ก่อนนนนนน"
"ฮื่อ ชอบแกล้งเมียจัง เมียน่ารัก"
"อ๊าา เสียว ฮื่อ อย่ายกสะโพกหนู"
"ฮะ เอาอีกเหรอครับ"
"ม.. ไม่"
"อ๋อ แรงๆเลยใช่ไหมที่รัก"
ฟอด! ฟอด!
ก้อนซาลาเปาขึ้นเป็นริ้วแดงเมื่อคนพี่ฉวยโอกาส พี่เฟรมทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นแฟนของเขาจริงๆ ไม่ใช่เพียงคู่นอน
"รู้ไหมคะ เวลาพี่เลือกสร้อยพี่นึกถึงอะไร" เขายกขาทั้งสองข้างให้ฉันหนีบสะโพกสอบไว้ กายหนาสวนท่อนลำใหญ่เข้าออกอย่างถนัดถนี่
"ฮื่อ ม.. ไม่ ร รู้" ความเสียวแล่นทั่วกายจนไม่สามารถควบคุมเสียงให้เป็นปกติได้ หัวถันบานสะกิดตุ่มเสียวภายในราวกับเรียกร้องให้ตัวฉันขมิบถี่
"หน้าอกน้องมินค่ะ พี่ชอบให้สร้อยที่พี่ใส่ให้อยู่ตรงร่องเต้าแบบนี้" สร้อยที่ไหลกองอยู่เนื่องด้วยแรงขยับ บัดนี้มือหนาได้หยิบมันมาไว้กลางร่องอกเบียดแน่น มือหยาบเคล้นคลึงเต้าสวยซุกหน้าขบเม้มอย่างหื่นกระหาย "เวลาเลือกสร้อยพี่ก็เอาแต่คิดถึงร่างกายของน้องมินรู้ไหมคะ"
ให้ตายเถอะ พี่เฟรมเป็นคนหื่นมากๆ
ลิ้นหนาละเลงปรนเปรอส่วนยอดอกไม่รู้จบ ทั้งที่อวัยวะใหญ่โตยังคงกระแทกใส่ช่องทางรักจังหวะไม่มีตก ฉันบอกได้เลยว่านอกจากฐานะทางสังคม ก็มีอวัยวะทั้งบนและล่างของเขานี่แหล่ะที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
"อ๊าพี่เฟรม แรงไปแล้ว ฮื่อ จะเสร็จ"
"เหมือนกัน พร้อมกันนะคะ อาาา"
"อ๊ะ อ๊าาาา"
"ซี้ดดด เยี่ยมที่สุดเลยเด็กดี เสียว อื้ออออ ดีมาก.."
ไม่นานนักน้ำสีขุ่นแตกทะลักเข้ามาในกายฉัน แต่แน่นอนว่าเขาไม่หยุดเพียงรอบเดียว พี่เฟรมตามใจฉันทุกอย่างยกเว้นเรื่องบนเตียง แม้จะร้องขอให้เขาหยุดแต่ก็ไม่เคยได้ดังใจ
เป็นค่ำคืนที่มีทั้งความร้อนแรงและอ่อนโยนไปในคราวเดียวกัน เขากอดหอมฉันทุกส่วนของร่างกายโดยให้เหตุผลว่าอยากรู้จักทุกซอกทุกมุมในตัวของฉัน ซึ่งฉันก็ขัดคนหื่นอย่างเขาไม่ได้
"ตอนนี้พี่อาจจะแค่ชอบหนู แต่พี่เชื่อว่าไม่นานทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นรัก พี่จะรักมินให้มากกว่าที่มินแอบรักพี่ ขอโทษนะคะที่การกระทำของพี่มันเลยเถิดไปมากกว่าความรู้สึก แต่พี่สัญญาค่ะว่าพี่จะจริงใจกับมิน และคอยส่งเสริมให้มินไปในทางที่ดี"
ถึงฟังดูแล้วจะแปลว่าตอนนี้ยังมีแค่ฉันที่แอบชอบเขาอยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็อดยิ้มตามไม่ได้ เป็นโชคดีด้วยซ้ำที่ฉันรักเขา ดีกว่ารักคนอื่นที่ไม่รู้ว่าจะเห็นค่าความรักความใส่ใจที่มอบให้หรือเปล่า
"ถ้าเราโตขึ้นแล้วยังไม่เปลี่ยนใจจากพี่ เรียนจบ... แต่งงานกันนะคะ มาใช้นามสกุลพี่เหมือนที่พี่สลักไว้บนสร้อย" เขารวบฉันจากด้านหลังสูดดมหลังคอฉันอย่างอบอุ่น
"พี่คิดถึงขั้นนั้นแล้วเหรอคะ" ฉันถามเขาให้แน่ใจ ว่าจะมาจริงจังกับเด็กอย่างฉันหรือเปล่า
"ก็หนูสวยขึ้นทุกวัน ส่วนพี่ก็แก่ลงตามเวลา พี่กลัวว่าเราจะทิ้งคนแก่อย่างพี่ไปหาหนุ่มหล่อๆหน่ะสิ"
หึ ฉันแค่นหัวเราะจากลำคอ ไม่มีทางหรอก ฉันรู้หัวใจตัวเองว่าฉันรักใคร และรักมานานแล้วด้วย

จุ๊บ! จุ๊บ!

"ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะเสี่ยเฟรม"
ฉันหันมาจุ๊บปากพี่เขาสองที พี่เขามองหน้าฉันอย่างงงๆและเราทั้งคู่ก็ระเบิดหัวเราะร่า จากนั้นเราต่างผลัดกันเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง พอเหนื่อยก็ผล็อยหลับนอนกอดกันกลมทั้งคู่
เวลาผ่านไปไม่นานเรื่องของฉันและพี่เฟรมถูกประกาศอย่างเปิดเผยว่าคบกัน ในตอนแรกที่พี่จินรู้เรื่องว่าพี่เฟรมกับฉันเจาะไข่แดงกันไปแล้ว พี่ชายฉันก็ปรี่เข้าไปต่อยพี่เฟรมจนเลือดตกยางออก แต่เมื่อพี่ชายฉันได้รู้เรื่องราวแท้จริงว่าน้องสาวตัวเองต่างหากที่ถวายร่างกายใส่พานให้เพื่อนเขา พี่จินก็แทบทรุด...
พี่เฟรมอาสาเทียวรับเทียวส่งฉันไปเรียนที่โรงเรียนและที่เรียนพิเศษแทนพี่ชายอย่างจิน เขาให้เหตุผลว่าอยากแสดงให้จินดูให้ได้ว่าพี่เขาพร้อมจะดูแลฉันไปจนโต
ทางด้านสังคมของฉันก็ดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีพี่เฟรมเข้ามาในชีวิต เขาพาฉันไปรู้จักเพื่อนคนนั้นคนนี้เพื่อเป็นการคอนเน็กชั่นกับเรื่องธุรกิจในอนาคตภายในตัว ส่วนการเรียนฉันดีขึ้นกว่าเดิมจนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเขาได้อย่างสบายๆ
พี่เฟรมบอกว่าเราต้องรีบโต ฮ่าๆ เชื่อเขาเลยจริงๆ
เราไม่รู้หรอกว่าเราจะใช้ชีวิตที่มีความสุขแบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่ เราจะได้คบกันจนถึงแต่งงานกันจริงๆไหม แต่ทุกวันนี้เราต่างทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด ส่งเสริมกันในด้านที่ดี พี่เฟรมกับฉันเคยร้องไห้ด้วยกันเพราะคิดว่าถ้าวันหนึ่งมีใครเปลี่ยนใจชีวิตของอีกคนก็ต้องดำเนินไปให้ได้ ต้องพึ่งตัวเองไปถึงความสำเร็จ จะไม่มีการเสียเปรียบเมื่ออีกคนจากไป
และทุกอย่างถูกตัดฉับเมื่อคนโตกว่าดึงสติของพวกเรากลับมา พี่เฟรมดึงฉันเข้าไปกอด กดจูบซับขมับพร้อมกับขอโทษที่ทำให้คิดมากขนาดนั้น จริงๆแล้วที่เราเป็นอยู่มันก็โอเค ขอโทษที่คิดอะไรแย่ๆ
สุดท้ายฉันก็ค้นพบว่าแท้จริงแล้วฉันไม่ได้ชอบพี่เขาที่ฐานะ หน้าตา หรือประสบการณ์บนเตียง แต่ทัศนคติที่เป็นแก่นแท้ของเขาต่างหากที่ทำให้ฉันตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่อีกคนเปิดบทสนทนา
เป็นแฟนกับเพื่อนพี่ชายมันดีกว่าที่คิดจริงๆ...


HAPPY ENDING
** **
................................



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 06, 2020, 08:55:15 pm โดย สมศรี หีบเรืองแสง »

*

ออฟไลน์ Suriyu Buarung

  • Full Member
  • **
  • 214
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: เพื่อนพี่ชาย cop
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2020, 07:00:29 pm »
หวานจนน้ำตาลในเลือดผมขึ้นเลย....

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3085
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: เพื่อนพี่ชาย cop
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2020, 04:24:39 pm »
แต่งได้ดีมากครับ โรแมนติคดี เหมือนผู้หญิงแต่งเลย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ