แอบรักพี่เขย cop

แอบรักพี่เขย cop

  • 3 ตอบ
  • 2562 อ่าน
แอบรักพี่เขย cop
« เมื่อ: สิงหาคม 09, 2020, 12:24:11 am »



ความรักมันเกิดมาได้กับคนทุกคน ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่และไม่เลือกว่าคนๆนั้นคือใคร แต่ถ้าเรารู้ว่าเรารักคนที่มีเจ้าของแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือการตัดใจ แต่ถ้าตัดใจไม่ได้ ก็ไม่ควรทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกหรือเข้าไปเป็นมือที่สามของใคร 

วาสิกาเธอไม่รู้ตัวว่าแอบรักเวหาตั้งแต่เมื่อไหร่  อาจเป็นเพราะเขาคือรุ่นพี่ที่เป็นดาวเด่นของชั้นมัธยมปลายและมีหน้าตาหล่อเหลาที่ดึงดูดสาวๆให้มาชอบเขาก็ได้ 

เธอตั้งใจจะสารภาพรักเขาในวันวาเลนไทน์ตอนที่เธออยู่ ม.5 ส่วนเขาอยู่ ม.6 แต่ก็มีคนชิงตัดหน้าเธอไปก่อน นั่นคือสาวิกาพี่สาวฝาแฝดของเธอนั่นเอง และโชคร้ายที่เขาดันตอบตกลงคบกับเธอทันที ทำเอาวาสิกาอกหักพร้อมๆกับสาวๆหลายๆคนในตอนนั้น 
ตอนนี้สิบปีผ่านไปเวหากลายเป็นพี่เขยของเธอเต็มตัว ทำงานเป็นสถาปนิกอยู่ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังระดับต้นๆของเมืองไทย ส่วนสาวิกาก็ทำงานเป็นพนักงานธนาคาร ทั้งคู่แต่งงานกันทันทีที่สาวิกาเรียนจบ 
วาสิกาพยายามอย่างยิ่งที่จะตัดใจจากเวหา แต่ในเมื่อทำไม่ได้ เธอก็ได้แต่เก็บมันไว้เป็นความลับ และไม่เคยปริปากบอกใครในเรื่องนี้เลย เธอพยายามไม่สนิทกับเขามากนักเพราะกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่   
วาสิกาทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลของเอกชน  เธอแยกตัวไปอยู่ห้องเช่าด้วยเหตุผลที่ว่าใกล้ที่ทำงานและจะได้กลับมาพักผ่อนเวลาออกเวร ไม่อยากขับรถไกลๆ แต่จริงๆแล้วเธอไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเวหาให้มากนัก เพราะกลัวใจตัวเองจะเจ็บปวดไปมากกว่านี้
ตลอดสิบปีที่ผ่านมาวาสิกาก็มีแฟนอยู่บ้างแต่ก็คบได้ไม่นานเพราะเธอเรียนและทำงานจนไม่มีเวลาให้แฟนหนุ่มจนต้องเลิกคุยกันไป แต่ถึงอย่างนั้นรักแรกอย่าเวหาก็ยังอยู่ในใจเธออยู่ดี
บ้านของวาสิกาจึงมีแค่มารดากับสาวิกาและเวหาอาศัยอยู่เท่านั้น โดยที่นานๆครั้งเธอจะกลับไปทานอาหารเย็นที่บ้าน 
แต่เมื่อสาวิกาตั้งครรภ์และมีภาวะครรภ์เป็นพิษ  มารดาจึงขอร้องให้เธอย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อช่วยดูแลพี่สาวที่ลาออกจากงานมาเพื่อเตรียมตัวคลอด ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกสามเดือน แต่ว่าตอนนี้อาการเธอดูไม่ค่อยสู้ดีนัก  วาสิกาจึงต้องกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลพี่สาวช่วยมารดาและเวหาอีกแรง 
เมื่อถึงวันคลอด สาวิกาคลอดลูกชายที่ออกมาสมบูรณ์แข็งแรง แต่ตัวเธอเองตกเลือดและเสียชีวิตในที่สุด สร้างความเสียใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะเวหาที่นั่งร้องไห้เพราะต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักไป ถึงแม้จะมีทารกตัวน้อยเกิดขึ้นมาก็ไม่ได้ทำให้เขาคลายความเสียใจไปได้เลย 
วาสิกาตัดสินใจลาออกจากงานพยาบาลเพื่อมาดูแลหลานชายตัวน้อยช่วยมารดาที่อายุมากแล้ว โดยคิดว่าถ้าหลานโตขึ้นพอให้มารดาเลี้ยงเองคนเดียวได้ เธอถึงจะเริ่มไปสมัครงานอีกที เวหาเห็นด้วย เพราะตอนนี้เขาทำอะไรไม่ถูกแล้ว 
เวลาผ่านไปห้าเดือน ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ เวหาไปทำงานตามปกติ เขาทำใจได้พอสมควรแล้ว แต่ก็ลำบากใจทุกครั้งที่เห็นหน้าวาสิกา แล้วนึกถึงแต่ภรรยาของตัวเอง 
“พี่เวไม่ทานข้าวต้มก่อนเหรอคะ แม่ทำไว้แต่เช้าแล้ว” วาสิกาถามเขาที่กำลังเตรียมตัวออกจากบ้านในตอนเช้า 
เวหามองวาสิกาแล้วอดนึกถึงภรรยาไม่ได้ เพราะหน้าตาเธอเหมือนกัน เว้นแต่ว่าวาสิกาดูอ่อนโยนกว่า ส่วนภรรยาของเขานั้นเป็นคนมั่นใจในตัวเองและร่าเริงกว่า 
“พี่มีประชุมตอนเช้า ฝากดูแลปั้นสิบด้วยนะ” เวหาฝากเธอดูแลปั้นสิบ ลูกชายตัวน้อย ที่ตั้งชื่อตามขนมที่สาวิกาชอบทาน ซึ่งเธอเคยบอกเวหาตลอดว่าอยากให้ลูกชื่อนี้ 
“ค่ะ” วาสิการับปากแล้วส่งยิ้มบางๆให้เขา อุ้มปั้นสิบยืนส่งเขาไปทำงาน 
วาสิกามองเขาขับรถออกไปจนลับตา แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้พี่สาวเธอก็ตายไปแล้ว ถ้าเธอสารภาพรักกับเขา เวหาจะรับรักเธอหรือเปล่า แต่พอนึกได้ก็ด่าตัวเองในใจที่คิดไม่ซื่อกับเวหา ทั้งๆที่สาวิกาเพิ่งเสียไปแค่ไม่กี่เดือน 
วาสิกาอุ้มหลานชายตัวน้อยเดินไปหาแม่ที่ครัวแล้วบอกว่าเวหาออกไปแล้ว ศิริถอนหายใจ สงสารลูกเขยที่ตอนนี้ต้องรับภาระหนักทำงานอยู่คนเดียว เพื่อหาเลี้ยงคนทั้งบ้าน เพราะวาสิกาก็ออกจากงานเพื่อมาดูแลปั้นสิบให้กับเขา 
“ถ้าแม่สุขภาพดี คงไม่ต้องรบกวนวาให้ลาออกมาเลี้ยงหลานแบบนี้”   
“แม่อย่าคิดมากสิคะ งานพยาบาลไม่ใช่งานหายากสักหน่อย จะกลับไปทำตอนไหนก็ได้” เธอปลอบใจมารดา 
“นี่ก็จะห้าเดือนแล้วนะ ที่เวหาเขาต้องหาเลี้ยงเราทั้งบ้านแบบนี้ แม่เกรงใจเขาจะแย่” 
“โธ่ แม่ขา พี่เวเขาก็เกรงใจแหละที่ยังอยู่บ้านเรา ทั้งๆที่พี่สาก็เสียไปแล้ว เงินเก็บพี่สาก็มีทิ้งไว้ตั้งเยอะ พี่เวไม่ลำบากหรอกค่ะ” วาสิกาบอกมารดาที่กำลังคิดมากเพราะเกรงใจลูกเขย 
“แล้วนี่เมื่อไหร่จะกลับไปทำงาน ปั้นสิบก็โตแล้วนะ แม่ว่าแม่พอดูแลได้” 
“วาก็คิดเรื่องนี้อยู่ค่ะ ว่าจะไปสมัครงานที่คลินิกในช่วงกลางวัน ส่วนตอนค่ำเลิกงานมาก็มาดูแลปั้นสิบต่อ ไม่มีเข้าเวรเหมือนโรงพยาบาลด้วย” วาสิกาบอกมารดา 
“อืม ลองดูสิ กลางวันแม่ก็ดูแลได้ ไม่ต้องห่วง” 
“งั้นวาลองไปถามวันนี้เลยนะคะ” วาสิกาบอกมารดา แล้วยิ้มออกมาที่จะได้กลับไปทำงานที่ถนัดอีกครั้ง มองดูปั้นสิบที่ยิ้มตามเธอ ก็อดหัวเราะไม่ได้ 





*************************


ในตอนเย็นเวหากลับมาพร้อมๆกับวาสิกาที่ออกไปถามเรื่องงานที่คลินิครักษาโรคทั่วไปที่เปิดรักษาในช่วงกลางวันเพื่อสมัครงานและซื้อกับข้าวเย็นเข้ามาด้วย 
“ไปไหนมา” เวหาถามเธอยิ้มให้แบบเหนื่อยๆ 
“วาไปสมัครงานที่คลินิคมาค่ะ เริ่มงานพรุ่งนี้เลย แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ทำงานเก้าโมงเลิกสี่โมงเย็น ยังไงตอนกลางคืนก็จะกับมาช่วยเลี้ยงปั้นสิบ” วาสิกาบอกเขา   
“พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” เวหาบอกแล้วเดินเข้าบ้านพร้อมเธอ 
วาสิกาเอากับข้าวเย็นไปแกะเตรียมจัดโต๊ะอาหาร ส่วนเวหาเดินไปหอมแก้มลูกชายตัวน้อยที่กำลังนั่งรถหัดเดินอยู่แล้วตีขาไปมา ขายังไม่แตะถึงพื้นดีนัก 
“กลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนมั๊ยเว ค่อยลงมากินข้าว” ศิริเธอถามลูกเขยด้วยความเป็นห่วง 
“ไม่เป็นไรครับแม่ ทานก่อนแล้วค่อยไปอาบน้ำครั้งเดียวเลย” เวหาบอก แล้วหยอกเอินกับลูกชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู 
พออาหารพร้อมทุกคนก็ไปนั่งทานอาหารกันพร้อมหน้า โดยปั้นสิบนั่งมองดูทุกคนอยู่บนรถหัดเดินแล้วเล่นเครื่องของเล่นในมืออยู่นิ่งๆ ไม่งอแง 
“ผมขอโทษนะครับที่ไม่ค่อยได้เลี้ยงปั้นสิบช่วยเลย” เวหาพูดกับแม่ยายขณะกำลังลงมือทานอาหารกัน 
“ไม่เป็นไร ทุกคนต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง แค่เวไม่ทิ้งแม่กับปั้นสิบไปอยู่ที่อื่น แม่ก็ดีใจจะแย่แล้ว” ศิริบอกเขา เธอเคยคิดว่าเมื่อสาวิกาตาย เวหาอาจทิ้งไปมีครอบครัวใหม่แล้วทิ้งให้เธอเลี้ยงดูหลานชายตามลำพัง 
“อย่าดึงดราม่าค่ะ ทานข้าวได้แล้ว” วาสิกาบอกแล้วตักอาหารให้กับทั้งสองคน โดยรู้ว่าแต่ละคนชอบทานอะไร เวหายิ้มเมื่อเธอเอาใจเขาเหมือนกับที่สาวิกาเคยทำ   
ตลอดห้าเดือนที่อยู่ด้วยกันมา วาสิกาทำดีกับเขาสม่ำเสมอ จนบางทีเขาก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเธออาจมีใจให้เขา ประกอบกับหน้าตาพิมพ์เดียวกันกับสาวิกา บางครั้งเขาก็แอบใจเต้นแรงกับวาสิกาอยู่บ่อยๆ แต่ก็พยายามหักห้ามจิตใจไม่ให้คิดกับเธอไปมากกว่าน้องสาว   
“พรุ่งนี้เริ่มงานใหม่ สู้ๆนะ” เวหาบอกวาสิกา เธอส่งยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณแล้วก้มหน้าทานข้าวต่อไป 
ศิริมองดูทั้งสองแล้วอดคิดไม่ได้ว่าอยากให้เวหากับวาสิกาลงเอยกัน 
“ถ้าวากับเวลงเอยกันได้ แม่คงดีใจมากเลยนะ” ศิริพูดขึ้นมากลางโต๊ะอาหาร วาสิกาถึงกับสำลักข้าว แล้วหน้าแดงด้วยความเขินอาย 
“แม่ พูดอะไรออกมาคะ”   
“แม่ก็แค่แอบคิดว่า ถ้าวากับเวลงเอยกัน ทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น  เวก็จะได้เป็นลูกเขยแม่เหมือนเดิม วาก็เป็นฝั่งเป็นฝา ส่วนปั้นสิบก็มีแม่ใหม่  ดีกว่าให้เวไปหาแม่ใหม่ที่เป็นใครก็ไม่รู้มาให้ปั้นสิบ” เธอพูดออกมาอย่างที่คิด ทำเอาทั้งวาสิกาและเวหาตอนนี้หน้าแดงกล่ำ ไม่กล้าสบตากัน 
“หรือว่าวามีแฟนแล้ว” เธอหันไปถามลูกสาว 
“ยังค่ะ” วาสิกาบอก แอบมองเวหานิดนึงแล้วก็ก้มลง 
“แล้วเวล่ะ รังเกียจน้องหรือเปล่า” ศิริถาม แต่ยังไม่ทันที่เวหาจะตอบอะไร  วาสิกาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน 
“แม่อย่าถามอะไรที่ทำให้พี่เวตกใจสิคะ จู่ๆคิดอะไรแปลกๆแล้วพูดออกมาแบบนี้ พี่เวจะอึดอัดเปล่าๆ” วาสิกาพูด 
“นั่นสินะ แม่ขอโทษด้วยนะเว อย่าถือสาคนแก่เลยนะ แม่คิดอะไรไปก็พูดไปอย่างนั้น” ศิริบอกเขา แล้วทานอาหารต่อ 
วาสิกาสบตากับเวหา แล้วยิ้มบางๆให้กัน ก่อนจะทานอาหารกันต่อเงียบๆ 
คืนนั้นดึกๆหลังจากที่กล่อมปั้นสิบหลับแล้ว วาสิกาก็ลงมาอุ่นนมเพื่อดื่มก่อนนอน แล้วก็พบกับเวหาที่ลงมาชงกาแฟพอดี ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วต่างคนต่างทำเครื่องดื่มของตัวเอง 
“ขอโทษแทนแม่ด้วยนะคะ ที่พูดอะไรให้พี่เวอึดอัด” 
“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจท่านดี” เขาบอกแล้วยืนพิงเค้าท์เตอร์ในครัว รอให้น้ำต้มเดือด 
วาสิกาเองก็กำลังเทนมใส่แก้วเพื่อเอาไปอุ่นในเตาไมโครเวฟอยู่ 
ทั้งสองเงียบไปสักพักจนกระทั่งน้ำของเวหาเดือด เขาก็รีบชงกาแฟทันที แล้วน้ำร้อนก็ลวกมือเขานิดหน่อยตอนที่เขากด แต่ดีที่เขาตั้งสติได้แล้วไม่ได้ปล่อยให้แก้วตกแตก 
วาสิกาดึงมือเขามาดูด้วยความเป็นห่วงแล้วรีบไปเอากล่องปฐมพยาบาลเพื่อหายามาทาให้เขา 
“นิดหน่อยเองวา ไม่เป็นไรหรอก” เขาบอกเธอ แต่วาสิกาไม่ฟังเธอยืนตรงหน้าเขา เอากุมมือเขาไว้แล้วเอาครีมมาทาให้เขา   
เวหามองดูเธอปฏิบัติกับเขาอย่างอ่อนโยน หน้าตาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยนั้น ทำให้เขาอดใจไม่อยู่ แล้วโน้มหน้าไปหอมแก้มเธอเข้า 
วาสิกาตกใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ที่กำลังสบตาเธอ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด 
“พี่ขอโทษ” เขาบอก  ขอโทษเธอที่อดใจไม่ไหว  วาสิกาเข้าใจว่าเขาขอโทษที่นึกว่าเธอคือสาวิกาเลยอดแสดงความรักออกมาไม่ได้ 
“ไม่เป็นไรค่ะ วาเข้าใจ พี่คงคิดถึงพี่สา” เธอบอกเขา ในใจก็แอบดีใจที่โดยเขาทำแบบนั้น ถึงแม้จะเป็นการเผลอใจก็ตาม 
“วา...” 
“คะ?” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา พบว่าเขาสบตาเธออยู่ 
“เรื่องที่แม่พูดตอนหัวค่ำ วาคิดว่าเป็นไปได้มั๊ย ถ้าเราจะลองเปิดใจคุยกันดู” เวหาถามเธอขึ้นมา วาสิกาใจเต้นแรงเมื่อเขาเอ่ยขอในสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมานาน 
“หรือว่าวาลำบากใจหรือเปล่า” เวหาถามเธอ 
“เปล่าค่ะ วาแค่ไม่คิดว่าพี่เวจะบ้าจี้ตามแม่ของวาไปด้วย” เธอบอกเขาแล้วยิ้มให้เขา ไม่กล้าแสดงความรู้สึกว่าเธอเองก็คิดเช่นเดียวกัน 
 “งั้นถ้าเราลองมาเปิดใจกันดูมั๊ยว่าจะไปกันได้หรือเปล่า แต่ยังไม่ต้องบอกแม่ เผื่อวาคิดว่าพี่ไม่ใช่แล้วเรากลับไปเป็นพี่น้องกัน ท่านจะได้ไม่ผิดหวัง” เวหาเสนอขึ้นมา   
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” วาสิการับปาก ยิ้มเอียงอาย 
เวหาจ้องตาเธอแล้วก้มลงทำท่าจะจูบ วาสิกาไม่ได้ถอยหนี แล้วเขาก็ประทับจูบเธอ บดริมฝีปากอย่างนุ่มนวล พอเขาจะดันลิ้นเข้าไป วาสิกาก็ไม่ได้ขัดขืน แล้วเอามือคล้องคอจูบตอบเขาไป
เวหาเลื่อนมือไปกอดแล้วเลื่อนลงมาไซร้ซอกคอเธอด้วยความเสน่หา ก่อนจะเผลอครางชื่อสาวิกาออกมา  วาสิกาได้สติ เธอเงยหน้ามองเขาอย่างน้อยใจ เวหารู้ตัวว่าเผลอพูดชื่อภรรยาเก่าออกไป เขาจะเอ่ยขอโทษ แต่วาสิกาเดินหนีขึ้นห้องไป ทิ้งให้เขายืนโมโหตัวเองอยู่อย่างนั้น
วาสิกาขึ้นไปบนห้องแล้วร้องไห้ เวหายังรักและคิดถึงสาวิกาอยู่ เธอไม่สามารถแทนที่พี่สาวได้จริงๆ



*************************



เช้าวันนั้นวาสิกาอาบน้ำแต่งตัวให้หลานชายตัวน้อยแล้วส่งต่อให้มารดา ก่อนจะรีบออกไปทำงานทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา เพราะไม่อยากเจอหน้าเวหาให้ต้องช้ำใจ
เวหาลงมาก็ได้ยินเสียงรถเธอขับออกไป เขาเอามือกุมขมับอย่างเป็นกังวล เมื่อคืนเขาไม่ได้ตั้งใจจะเรียกชื่อสาวิกาออกมา เขารู้ว่าคนที่จูบอยู่คือวาสิกา แต่ว่าเขาแค่เผลอเรียกชื่อผิดก็เท่านั้นเอง เขาเลยตั้งใจว่าในตอนเย็นจะต้องหาโอกาสคุยปรับความเข้าใจกับเธอให้ได้ ก่อนที่เธอจะคิดมากและน้อยใจไปมากกว่านี้
วาสิกาพยายามใช้สมาธิในการทำงานเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ในตอนเย็นเธอกลับบ้านพร้อมกับซื้ออาหารเย็นเข้าไปด้วย แต่ว่าเธอบอกมารดาว่าเหนื่อย คงไม่ได้อยู่นั่งทานด้วย
วาสิกาขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมานั่งเล่นกับปั้นสิบ เธอนั่งหันหลังให้เวหา ไม่อยากมองหน้าเขาตอนนี้
เวหาหันซ้ายหันขวาพบว่าแม่ยายกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่นอกบ้าน ท่าจะยังไม่เข้ามาง่ายๆ เขาลงไปนั่งข้างๆวาสิกาแล้วดึงมือเธอมากุมเอาไว้
“วา เรื่องเมื่อคืนพี่ขอโทษ พี่ไม่ได้เข้าใจว่าวาคือสาเลยนะ พี่รู้ว่าพี่กำลังจูบอยู่กับใคร เพียงแต่ว่าพี่เผลอปากไปเท่านั้นเอง” เวหาบอกเธอน้ำเสียงจริงจัง
วาสิกาแกะมือเขาออกแล้วอุ้มปั้นสิบที่กำลังหัดยกก้นอยู่ พัฒนาการตอนนี้คือเขาคว่ำได้แล้ว นั่งได้แต่ยังทรงตัวไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ และกำลังหัดยกก้นขณะที่กำลังคว่ำ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่วาสิกาเป็นห่วง เพราะถ้าเผลอปั้นสิบอาจจะคว่ำหน้ากับผ้าแล้วหายใจไม่ออกก็ได้
“จริงๆถึงพี่เวจะนึกถึงพี่สามันก็คงไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะเราหน้าเหมือนกันขนาดนั้น วาเองก็รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถไปแทนที่ความรักระหว่างพี่กับพี่สาได้” วาสิกาบอกเสียงอ่อน ปากบอกว่าเข้าใจและน้ำเสียงนั้นบอกว่ากำลังน้อยใจอยู่
“วา พี่ไม่ได้อยากให้วามาแทนที่สา  ไม่มีใครมาแทนที่ใครหรอกนะ แต่พี่กำลังจะสร้างความรักขึ้นมาใหม่กับวา รักที่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจและเรียนรู้กัน รักที่เกิดขึ้นครั้งใหม่ที่เราจะสร้างความทรงจำครั้งใหม่ไปด้วยกัน ให้โอกาสพี่แก้ตัวอีกครั้งนะวา” เวหาบอกเสียงเว้าวอน
วาสิกาใจเต้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงเขาแบบนั้น ใจเธออ่อนยวบลง คนที่แอบรักมานานหลายปีกำลังขอโอกาสเธอแบบนี้ เป็นใครจะไม่หวั่นไหว
“งั้นก็ได้ค่ะ วาจะให้โอกาสเราทั้งคู่อีกครั้งหนึ่ง” วาสิกาบอก เวหายิ้มกว้างหันไปดูแม่ยายผ่านหน้าต่างแล้วหันมาจุ๊บแก้มวาสิกาฟอดใหญ่ 
“คืนนี้พี่จะลงมาชงกาแฟตอนห้าทุ่มนะ เราค่อยคุยกันอีกที” เวหาบอกแล้วหอมแก้มเธออีกฟอด ก่อนจะขึ้นห้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวลงมาทานอาหารเย็น
วาสิกายิ้มแก้มแทบปริไม่น่าเชื่อว่าพี่เขยจะทำแบบนี้กับเธอ
คืนนั้นเธอลงมาพบเขาตามนัดหลังจากปั้นสิบหลับไปแล้ว ทั้งสองตกลงว่าจะคุยกันเงียบๆก่อน เหมือนที่ตกลงกันเมื่อคืน เผื่อเข้ากันไม่ได้แม่ของวาสิกาจะได้ไม่ดีใจเก้อ
พอคุยกันเสร็จเวหาก็ยิ้มกริ่มแล้วค่อยๆโน้มหน้ามาจะจูบเธอ
 “เดี๋ยวค่ะ พี่เวจะทำอะไรคะ” 
“ก็จูบไง” เขาบอก 
“พี่เวจะจูบวาอีกแล้วเหรอคะ” วาสิกาถามเขา   
เวหายิ้ม เขาคิดในใจว่าถ้าเธอรู้ว่าเขากับพี่สาวเธอนอนด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่ตกลงคบกัน เธอจะตกใจแค่ไหนกัน 
“ก็คนคุยกัน ถ้าพี่ไม่จูบ วาจะรู้ได้ไงว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร คุยกันแบบเด็กๆกับผู้ใหญ่ ไม่เหมือนกันนะวา” เขาบอกเธอแล้วยิ้มให้เธอแบบมีความหมาย 
“พี่เวจริงๆก็ร้ายไม่เบานะคะ” 
“พี่แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆมากกว่า อีกอย่างพี่ไม่เคยเจ้าชู้นะ แต่ชอบทำเจ้าชู้ใส่คนที่พี่คบเท่านั้น” เขาบอกเธอแล้วก้มลงมาทำท่าจะจูบ 
แต่เธอเบี่ยงตัวหลบ แล้วหอมแก้มเขาแทน 
“เอาไว้วันอื่นนะคะ วันนี้วายังไม่ได้เตรียมใจมา” วาสิกาบอกแล้วหยิบแก้วนมถือขึ้นห้องไป โดยมีสายตาของเวหามองตามเธอไป เขาคิดถูกแล้วที่ถามเธอออกไปตรงๆแบบนั้น เพราะการที่เธอตอบตกลงแบบง่ายดาย นั่นก็หมายความว่าเธอคงแอบมีใจให้เขาอยู่ไม่น้อย 



*************************



เช้าวันต่อมาทั้งสองยิ้มให้กันบนโต๊ะอาหาร โดยที่เวหาเอาเท้าไปเขี่ยขาของวาสิกาเป็นเชิงหยอกล้อ เธอก้มหน้ากินอาหารหน้าแดงแปร๊ดด้วยความเขินอาย ที่ชายในฝันตอนนี้กำลังหยอกล้อเธออยู่ 
“เป็นอะไรหรือเปล่าวา หน้าแดงเชียว เป็นไข้เหรอลูก” ศิริถามลูกสาว 
“เปล่าคะแม่ สงสัยปัดแก้มเข้มไปหน่อยมั้งคะ” เธอบอกมารดา แล้วอมยิ้มบางๆแก้มแดงเรื่อ 
“ผมไปทำงานนะครับแม่ ตั้งใจทำงานนะวา” เวหาบอก ก่อนจะก้มลงไปจุ๊บลูกชายตัวน้อยที่นั่งอยู่รถหัดเดินคันโปรด ก่อนจะออกไปทำงานตามปกติ แต่ใบหน้านั้นดูสดใสขึ้นกว่าทุกวัน 
วาสิกาอยู่ช่วยแม่เลี้ยงหลานสักพัก พอใกล้เวลาทำงานเธอจึงออกไป และกลับบ้านมาพร้อมกับอาหารที่เป็นกับข้าวถุงเหมือนอย่างเช่นเคย เพราะไม่อยากให้ศิริเหนื่อยทำอาหารค่ำ 
เวหากลับมาหลังจากเธอไม่นานนัก เขาฉวยโอกาสตอนที่ศิริเข้าห้องน้ำแอบหอมแก้มวาสิกาไปฟอดใหญ่ จนวาสิกายิ้มเขินหน้าแดงที่เขาทำอะไรแบบนี้ ก่อนจะไปหอมแก้มลูกชายซ้ำๆตอนที่ศิริกำลังเดินกลับมา 
“ชื่นใจจัง ได้หอมแก้มแบบนี้ทั้งวัน  คงมีกำลังใจทำงาน หายเหนื่อยเลยแบบนี้” เขาพูดกับปั้นสิบแต่ชำเลืองตามามองวาสิกา 
เธอหน้าแดงใจเต้นแรงตึกตัก ไม่คาดคิดว่าพี่เขยจะรุกหนักกับตัวเองขนาดนี้ ถ้าเขารู้ว่าเธอมีใจเธอคงไม่ได้เห็นเขาเป็นแบบนี้แน่ 
“หอมทั้งวันแก้มก็ช้ำหมดพอดีสิคะ ใช่มั๊ยปั้นสิบ” เธอหันไปถามหลานชายที่ยิ้มพอใจเมื่อบิดาหอมแก้มและซอกคอเล่นอย่างนั้น 
“ทำงานเป็นไงบ้างวา” ศิริถามลูกสาว 
“ก็ดีค่ะแม่ งานไม่หนักมาก แต่คนไข้เยอะ  คิวถี่พอๆกับโรงพยาบาลเลยนะคะ” วาสิกาเล่าให้มารดาฟัง   
“มีหมอหนุ่มๆมาจีบหรือเปล่า” ศิริถามแซวลูกสาว เวหาหันไปมองเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ 
“หมอไม่จีบหรอกค่ะ แต่คนไข้มาจีบน่ะเยอะมาก” วาสิกาตอบทีเล่นทีจริง แต่พอหันไปสบตาเวหาก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองนั้นตอบผิดไป
“จริงเหรอลูก” ศิริถามลูกสาว
“วาล้อเล่นค่ะ” วาสิกาบอก เวหาค่อยเบาใจลง
“ว่าแต่ดึกๆปั้นสิบกวนวามากมั๊ย ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ พี่จะได้ช่วย” เวหาบอกเธอ 
“ไหวค่ะ ปั้นสิบตื่นขึ้นมาแค่ครั้งสองครั้งเอง ชงนมให้ดื่มก็หลับต่อแล้วค่ะ แต่จะยากหน่อยช่วงที่จะพานอนตอนหัวค่ำนี่แหละค่ะ  จะงอแงนิดหน่อย แต่ถ้าได้หลับแล้วก็ง่าย” วาสิกาบอกพี่เขยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม 
“แม่ยังยืนยันคำเดิมนะ อยากให้เราทั้งคู่ได้กัน แม่หมายถึง ได้ลงเอยแต่งงานกัน” ศิริบอกแล้วหัวเราะเล็กน้อยที่ตัวเองรีบพูดจนพูดผิดๆถูกๆ แต่เล่นเอาทั้งสองเขินจนพูดไม่ออก 
หลังจากแยกย้ายกันเข้านอน และเป็นเวลาดึกพอสมควรแล้ว  วาสิกาก็ลงไปอุ่นนมมาดื่มเหมือนเช่นเคย และพบว่าเวหายืนรอเธออยู่ในครัวแล้ว 
“อ้าว คืนนี้ทำงานดึกอีกแล้วเหรอคะ เอางานกลับมาทำที่บ้านแบบนี้ เหนื่อยแย่เลย” วาสิกาพูดกับเขา 
“ก็ถึงมายืนรอขอกำลังใจจากวาอยู่นี่ไง” เวหาบอกแล้วยิ้มให้เธอ   
วาสิกานึกถึงตอนที่เขาหอมแก้มปั้นสิบแล้วพูดเปรยๆว่าอยากหอมแก้มเพื่อให้เขามีกำลังใจทำงาน และเธอรู้ว่าเขาหมายถึงเธอ 
“ความสัมพันธ์ของเรามันเร็วไปรึเปล่าคะที่จะทำอะไรแบบนั้น” วาสิกาถามหน้าแดง 
“เร็วที่ไหน ขนาดแม่ยังบอกอยากให้เราได้กันอยู่เลย” เวหาพูดขึ้น วาสิกาอดหน้าแดงไม่ได้ 
“เข้าทางพี่เวเลยนะคะ” เธอพูดออกมาเบาๆ 
“พี่ไม่ฝืนใจวาหรอกถ้าวาไม่เต็มใจ” เขาพูดแล้วทำเป็นหน้านิ่ง 
“ต้องการกำลังใจสักกี่ฟอดดีคะ” เธอถามเขาอย่างเอาใจ เขินนิดๆแต่พองาม 
เวหาเดินเข้าไปประชิดเธอแล้วก้มลงสูดดมแก้มซ้ายฟอดใหญ่ ตามด้วยแก้มขวาอีกฟอด ก่อนจะประทับจูบลงที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอแล้วรั้งเธอเข้ามากอดไว้ไม่ให้ต่อต้านเขา 
วาสิกาไม่ทันเตรียมใจว่าวันนี้จะโดนเขาจูบ เธอตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขาจูบเธออยู่อย่างนั้นสักพัก จนเขาค่อยๆผละริมฝีปากออกจากเธอด้วยความเสียดาย 
“พรุ่งนี้ไม่ต้องลงมานะ เดี๋ยวพี่จะอุ่นนมขึ้นไปให้ที่ห้องเอง” เวหากระซิบข้างหูเธอ ก่อนจะเดินขึ้นไปพร้อมแก้วกาแฟที่เขาชงไว้แล้ว 
วาสิกาหน้าแดง รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ถ้าพรุ่งนี้เธอเปิดประตูรับนมจากเขา นั่นหมายถึงเธอยอมให้เขาเข้าห้องเธอ และมันต้องมีเรื่องเกินเลยกว่านั้นอย่างแน่นอน 
วาสิกานึกแล้วก็อดเขินไม่ได้ แต่พอนึกถึงหน้าของพี่สาวขึ้นมาเธอก็อดรู้สึกผิดไม่ได้จนคืนนั้นเธอเก็บเอาไปฝัน 
คืนนั้นเวหาและวาสิกาฝันพร้อมๆกัน ว่าสาวิกามาบอกลาทั้งคู่ และอวยพรให้ทั้งคู่รักกัน และฝากให้วาสิกาช่วยดูแลปั้นสิบให้ดี วาสิการับปาก แล้วสาวิกาก็ค่อยๆจางหายไปกลายเป็นแสงระยิบระยับแล้วล่องลอยสู่ท้องฟ้า 


*************************



แล้วคืนนั้นก็มาถึง เวหาลุ้นว่าวาสิกาจะเปิดประตูให้เขาเข้าไปหรือไม่ วาสิกาเปิดประตูหลังจากเวหาเคาะเรียกเบาๆสองครั้ง 
เวหายืนยิ้มถือแก้วนมในมือแล้วก้าวขาเข้ามาในห้อง วาสิกายิ้มหน้าแดง ตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น 
“เมื่อคืนนี้พี่ฝันถึงสา สามาบอกให้พี่ดูและทุกคนในบ้าน แล้วอวยพรให้เราสองคน..รักกัน และดูแลปั้นสิบช่วยกัน” เวหาบอกเธอ 
“วาก็ฝันค่ะ ว่าพี่สามาบอกลา แล้วฝากปั้นสิบให้วาดูแล” วาสิกาบอกเขา 
“ดื่มนมสิ กำลังอุ่นๆเลย” เวหาบอกแล้วยื่นแก้วนมให้เธอดื่ม ก่อนจะเดินไปดูลูกชายที่นอนอยู่ในเปลเหล็กทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นคอกกั้นขึ้นมา 
“ปั้นสิบจะตื่นอีกรอบมั๊ยคืนนี้” เวหาถามวาสิกาที่กำลังดื่มนมอยู่ 
“น่าจะไม่ตื่นแล้วค่ะ นี่ก็ตีหนึ่งแล้ว น่าจะหลับยาว” วาสิกาบอกแล้ววางแก้วนมลงบนโต๊ะ 
เวหาเดินตรงไปหาเธอมองคราบนมที่ติดอยู่เหนือริมฝีปากเธอ 
“มีคราบนมติดอยู่ที่ริมฝีปาก” เวหาบอก วาสิกาทำท่าจะเช็ดแต่เวหาจับแขนเธอเอาไว้ก่อน 
“เดี๋ยวพี่เช็ดให้” เขาบอกแล้วโน้มหน้าลงไปจูบเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะใช้ลิ้นแทรกเข้าไปเพื่อปลุกเร้าให้จูบร้อนแรงขึ้น 
วาสิกาที่เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าคืนนี้จะต้องตกเป็นของเวหา เธอจูบตอบเขาแล้วคล้องคอเขาเอาไว้ 
เวหาล้วงมือเขาไปในชุดนอนสีหวานแล้วอมยิ้มเมื่อพบว่าเธอไม่ได้ใส่ชั้นในเอาไว้เลย 
เขาถลกชุดนอนขึ้นแล้วถอดออกจากทางหัวของเธอ เผยให้เห็นร่างที่สวยงามไม่ต่างจากภรรยาของเขา 
แล้วถอดเสื้อนอนของตัวเองออก และถอดกางเกงออกไปให้พ้นทาง ดันตัวเธอไปนอนที่เตียงแล้วทาบทับลงบนร่างเปลือยเปล่าของเธอ 
“พี่ขอบอกก่อน ว่าพี่ไม่ได้อยากให้วามาเป็นตัวแทนสา  พี่ไม่อยากให้วารู้สึกว่าพี่เอาเปรียบวา เพราะว่าหน้าเหมือนสา แต่พี่กำลังจะมีสัมพันธ์กับวา ในสถานะที่เรากำลังเรียนรู้กันและกัน และพี่คิดว่าพี่รู้สึกดีกับวา และนับวันความรู้สึกก็ชัดเจนขึ้นทุกวัน” เวหาบอกเธอเสียงเบา แต่แฝงไปด้วยความมั่นคงในน้ำเสียงนั้น 
“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยพูดให้วาเข้าใจ วารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” วาสิกาบอก อยากบอกเขาว่าเธอแอบรักเขามานานแล้ว แต่ไม่อยากกลายเป็นน้องเมียโรคจิตที่แอบรักพี่เขยตั้งแต่พี่สาวยังไม่ตาย เลยไม่บอกให้เขารู้ 
เวหาใช้มือลูบต้นขาเธอแล้วก้มลงดูดริมฝีปากเธอแล้วลูบวนไปมาตรงเนินอวบอูมนั้น แล้วจูบไซร้ลงมาถึงซอกคออย่างแผ่วเบา พร้อมๆกับนิ้วที่แทรกเข้าไปในร่องคับแคบอย่างชำนาญเพื่อช่วยเปิดทางให้เขาเข้าไปในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ 
วาสิกากลั้นเสียงครางอยู่ในลำคอกลัวหลานชายตัวน้อยจะตื่น เธอบิดกายไปมาด้วยความเสียวซ่าน 
เวลาจูบไล่ลงมาแล้วดูดงับที่ยอดปทุมถัน ใช้ปลายลิ้นเลียจนเธอแอ่นสะโพกเร่าๆ นิ้วที่เริ่มชักเข้าออกทำให้เธอเสียวแทบขาดใจ 
“เอาเข้าไปเถอะค่ะ วาไม่ไหวแล้ว” เธอเรียกร้องจากเขาเสียงกระเส่า 
เวหาคุกเข่าแทรกระหว่างขาของเธอ ดันเข่าเธอแยกออกแล้วจับแท่งร้อนสอดใส่เข้าไปทีละนิดจนมิดลำ 
วาสิกาจิกผ้าปูที่นอนด้วยความเสียว แล้วครางเบาๆเมื่อเขาเริ่มซอยเธอช้าๆเป็นจังหวะ แล้วค่อยๆเร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ 
เวหาไม่ได้รู้สึกดีอย่างนี้มานานแล้วตั้งแต่ภรรยาเริ่มตั้งท้องเมื่อปีที่แล้ว  และเธอก็เสียชีวิตหลังจากคลอดลูกอีก เขานับคร่าวๆว่าขาดเรื่องความสุขบนเตียงมาสิบสี่เดือนเต็ม 
เวหาเลยปล่อยปลดความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนี้ออกมากับวาสิกา 
ตอนแรกเขาตั้งใจจะอ่อนโยนกับเธอ แต่พอแท่งเนื้อได้สัมผัสกับความตอดรัดนั้นมันก็ทำให้เขาแทบคลั่งแล้วทิ้งความตั้งใจเดิมขึ้นมาทันที 
เวหาซอยสะโพกถี่ๆจนวาสิกาเสียวซ่านจนเกือบกลั้นเสียงครางไว้ไม่อยู่ เขาจับเธอพลิกคว่ำแล้วสอดใส่จากด้านหลังแล้วซอยสะโพกอย่างชำนาญ  จนเธอก้มครางใส่หมอนลั่นด้วยความสุขสมที่เขามอบให้ 
เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นกว่าเสียงครางจนวาสิกากลัวว่าหลานจะตื่น     
แล้วในที่สุดเธอก็เกร็งสะโพกแล้วตอดรัดเขาถี่ๆบ่งบอกว่านำหน้าเขาไปแล้ว เวหาอดทนกระแทกต่อสักพักเขาก็กระแทกหนักๆอีกสองสามทีก็ปลดปล่อยออกมาเต็มรัก 
น้ำขาวขุ่นทะลักออกมาตอนที่เขาถอนแท่งลำออกจนเปื้อนที่นอน วาสิกาลุกขึ้นหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบเหนียวเหล่านั้นออก แล้วหยิบชุดนอนมาใส่ไว้ดังเดิม 
เวหายิ้มนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างมีความสุข ส่วนนั้นยังไม่อ่อนตัว เขารู้ว่าเขาสามารถต่อได้อีกครั้ง 
“วา พี่ขออีกนะ” เขาบอกเธอแล้วดึงมือเธอมาหาตัวเขา 
“จะตีสามแล้วนะคะ” เธอบอกเขาท่าทางอิดออด แต่ในใจก็อยากทำเรื่องสนุกอีกครั้ง 
“ครั้งนี้พี่ขอไม่เกินสิบนาที” เวหาบอกแล้วลุกขึ้นยืนข้างเตียง 
จับเธอขึ้นไปนอนคว่ำบนเตียง ยกสะโพกให้สูงและเลยขอบเตียงออกมาให้เขาสอดใส่ในท่ายืนโดยไม่ได้ถอดเสื้อนอนเธอออก 
เวหาสอดใส่เข้าไปโดยไม่เล้าโลมให้เสียเวลา เขายืนซอยอยู่ขอบเตียงจับสะโพกเธอไว้แล้วงัดแท่งนั้นซอยเข้าออกถี่ๆ   
วาสิกากัดฟันครางเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หลุดครางดังๆ บางครั้งเมื่อโดนเขากระแทกเข้าลึกเกินไป 
เวหาใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีวาสิกาก็เสร็จไปอีกครั้ง และไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ตามมาติดๆและกดแท่งนั้นแช่คารูไว้อย่างมีความสุข ก่อนจะผละออกจากเธอแล้วใส่เสื้อผ้า   
ขณะที่รอบนี้สาวิกาเข้าไปล้างในห้องน้ำ พอออกมาเธอก็ยิ้มให้เขาก่อนที่ทั้งคู่จะจูบลากันในคืนนั้นด้วยความรู้สึกสุขใจ 




*************************




หลังจากคืนนั้น ทั้งคู่ก็ลักลอบมีความสัมพันธ์กันอีกหลายๆครั้ง จนเวลาผ่านไปสองเดือน ในที่สุดทั้งคู่ก็ตกลงกันที่จะบอกกับศิริให้รับรู้เรื่องของทั้งคู่ในวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดตรงกันของทั้งคู่ 
“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอก” เวหาพูดขึ้น ขณะที่ทุกคนนั่งอยู่พื้นห้องโถง ตามจับปั้นสิบที่กำลังคลานเล่นอยู่ 
“มีอะไร ท่าทางดูเครียดเชียว” ศิริถามด้วยความกังวล 
“คือผมกับวา เรารักกันครับ” เวหาพูดออกมา หลังจากที่ทั้งคู่แอบมีสัมพันธ์กันมาสองเดือน  ต่างคนต่างมั่นใจว่ารักอีกฝ่ายและอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน 
ศิริดีใจเป็นอย่างมาก เธอหวังอยากให้เป็นอย่างนั้น เวหาเป็นลูกเขยที่ดี เธอไม่อยากเสียเวหาให้คนอื่นไป ไม่อยากให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นแม่ของหลาน และอยากให้วาสิกาลงเอยกับคนดีๆแบบเขา 
“แม่ดีใจที่สุดเลย แล้วมาบอกแม่นี่คือจะแต่งงานกันแล้วเหรอ ไปแอบรักกันตอนไหน แล้วจะแต่งงานกันเมื่อไหร่” ศิริถามอย่างดีใจ เวหากับวาสิกากุมมือกัน ยิ้มให้กันที่ศิริตื่นเต้นกับเรื่องจองพวกเขา ปั้นสิบก็คลานมาหาวาสิกาเพื่ออ้อนให้อุ้ม 
“วาคิดว่าจะจดทะเบียนสมรสก็พอค่ะ ส่วนงานแต่งงานรอให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ก่อนค่อยคุยกัน อาจจะจัดเล็กๆ กินข้าวกันกับครอบครัวและเพื่อนสนิทไม่กี่คน” วาสิกาบอก 
“ดีๆ แบบนั้นก็จะได้ไม่เปลืองเงินมาก” ศิริบอกอย่างชอบใจ 
วาสิกาอุ้มปั้นสิบขึ้นมาแล้วหอมแก้มหลานชายตัวน้อย 
เวหายื่นมือไปขออุ้มปั้นสิบ แล้วอุ้มลูกชายมาเหยียบตักของเขาให้ปั้นสิบยืนอยู่ตรงนั้น 
“ต่อไปปั้นสิบต้องเรียกน้าวาว่า แม่วา นะครับ” เวหาบอกลูกชายที่ตอนนี้ยิ้มแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ คิดว่าบิดากำลังพูดหยอก 
ทั้งสามคนยิ้มให้กันอย่างมีความสุขที่เวหาและวาสิกาตัดสินใจที่จะสานสัมพันธ์กัน 
เวหาวางลูกชายตัวน้อยลงให้ปั้นสิบคลานเล่นต่อ  แล้วจับมือของวาสิกามากุมไว้ 
“แม่รับรู้แล้ว งั้นพรุ่งนี้ลางานไปจดทะเบียนสมรสกันเลยนะ” เวหาบอก วาสิกาพยักหน้าด้วยความดีใจ ศิริยิ้มแก้มแทบปริ 
มองดูความรักที่กำลังผลิบานของลูกสาวและลูกเขย คิดถึงสาวิกาที่จากไปแล้วบอกเธอในใจว่าไม่ต้องห่วงปั้นสิบแล้ว เพราะวาสิกาจะทำหน้าที่แม่แทนเธอได้ดีอย่างแน่นอน 
วาสิกายิ้มให้เวหาจับมืออยู่อย่างนั้น ไม่คิดว่าความรักที่แอบซ่อนในใจมาสิบปี รู้สึกผิดที่แอบรักพี่เขยตัวเองอยู่ตลอด  จะสมหวังในที่สุด  เขาเข้าใจว่าเธอรักเขาในช่วงที่คุยๆกันสองเดือนมานี้เอง วาสิกาไม่ได้บอกเขาว่าเธอรักเขามาเป็นสิบปีแล้ว ให้เขารู้ว่าเธอรักเขาก็พอ 
“พี่รักวานะครับ” เวหาบอกรักเธอจ่อหน้าแม่ยายที่ยิ้มไม่หุบ 
“วาก็รักพี่เวค่ะ” วาสิกาบอก แล้วอดเขินไม่ได้ที่ต้องพูดต่อหน้าบุคคลที่สามอย่างมารดา 
ทั้งสองจับมือกันไว้แน่น ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข 






*

ออฟไลน์ myidol

  • Junior Member
  • ***
  • 410
  • 137
    • ดูรายละเอียด
Re: แอบรักพี่เขย cop
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2020, 06:23:19 am »
น่ารักมากครับเรื่องนี้ อารมณ์รักแบบไม่ปวดตับทำได้ดีจริงๆ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ

*

ออฟไลน์ Suriyu Buarung

  • Full Member
  • **
  • 139
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: แอบรักพี่เขย cop
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2020, 08:44:03 am »
เป็นอีกเรื่องนึงที่อ่านแล้วฟิน บทเสียวไม่เยอะ แต่บทซึ้งนี่จุใจทั้งตอน

*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3001
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: แอบรักพี่เขย cop
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2020, 12:10:51 pm »
ได้เมียแฝดนี่มันน่าดีใจเหรอครับ เหมือนมีเมียคนเดียวแหละ ผมว่า

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ