สาวกินผัว cop

สาวกินผัว cop

  • 1 ตอบ
  • 3170 อ่าน
สาวกินผัว cop
« เมื่อ: สิงหาคม 09, 2020, 12:36:36 am »



อรอุมาสาวใหญ่วัยสี่สิบ เธอยังสวยพริ้งเหมือนสาววัยสามสิบต้นๆ อรอุมาผ่านการมีสามีมาแล้วถึงสามคน แต่ละคนแต่งงานกันไม่ถึงหนึ่งปีก็มีอันเป็นไปทั้งนั้น จนคนเล่าลือกันว่าเธอมีดวงกินผัว
อรอุมาจึงกลายเป็นสาวสวยที่ไม่มีใครกล้ามาจีบเธอ เธอจึงครองโสดมาได้หกปีแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีใคร แต่ไม่มีใครกล้าคบกับเธอมากกว่า
สนั่น สามีคนแรกแต่งงานตอนอายุยี่สิบสี่ปี เสียชีวิตในวันครบรอบแต่งงานหนึ่งปี เพราะโดนรถชนตอนข้ามถนนไปซื้อดอกไม้มาเซอร์ไพร์สเธอ
นพเก้า สามีคนที่สอง แต่งงานตอนอายุ ยี่สิบแปดปี และเสียชีวิตหลังจากแต่งงานเพียงเจ็ดเดือน เพราะโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายที่เพิ่งตรวจพบก่อนเสียชีวิตเพียงหนึ่งเดือน
สหชัย สามีคนที่สามเป็นตำรวจ แต่งงานตอนอายุสามสิบสามปี เสียชีวิตเพราะโดนยิงตายในหน้าที่ หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน
อรอุมาทำงานเป็นเลขานุการของผู้จัดการโรงงานผลิตอะไหล่จักรยานสัญชาติญี่ปุ่น โดยมีหน้าที่ประสานงานกับฝ่ายต่างๆให้กับผู้จัดการโรงงาน เพื่อไปเสนอนายญี่ปุ่นที่นานๆครั้งจะมาตรวจสอบงานที่ไทยช่วยกัน โดยมีแค่อรอุมากับผู้จัดการโรงงานเท่านั้นที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้
ปีนี้นายญี่ปุ่นได้ส่งต่อกิจการให้กับลูกชายดูแล นายญี่ปุ่นคนใหม่ได้ข่าวว่าเขาเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง และเกิดจากภรรยาที่เป็นลูกครึ่งไทย  นายญี่ปุ่นคนใหม่เลยเป็นลูกเสี้ยวไทย-ญี่ปุ่น แต่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นเขาเลยสักคน
ในฝ่ายผลิตมีพนักงานเข้ามาใหม่ในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย มีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยภายในแผนก และสรุปผลงานเพื่อนำเข้าที่ประชุมในทุกสัปดาห์ มีหน้าตาหล่อเหลาเป็นขวัญใจสาวๆทั่วทั้งโรงงาน
และเขาถูกเลือกให้เป็นตัวแทนฝ่ายผลิตในการเตรียมงานต้อนรับนายญี่ปุ่นคนใหม่ ที่มีกำหนดจะเข้ามาดูงานในอีกสัปดาห์หน้า
อรอุมาไม่เห็นด้วยที่หัวหน้าฝ่ายส่งผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายให้มาทำงานนี้ เพราะเขาเพิ่งเข้างานได้เพียงสองสัปดาห์ ยังไม่รู้รายละเอียดและปัญหาลึกๆที่จะต้องสรุปให้นายญี่ปุ่นคนใหม่
เทวินทร์ ชายหนุ่มหน้าตาดีในวัยสามสิบหก เขารู้ดีว่าอายุงานของเขานั้นไม่มากพอที่จะได้รับความไว้วางใจจากเลขาผู้จัดการโรงงาน แต่เขาไม่สนใจ และพยายามแสดงฝีมือให้อรอุมาเห็น
“คุณอรครับ รายละเอียดการผลิตที่ผมสรุปให้อยู่ในแฟ้มนี้หมดแล้ว ผมแยกเป็นการผลิตต่อวัน และจำนวนผลงานที่เสียจากการผิดพลาดของเครื่องจักรในแต่ละวัน และทำเป็นรายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือน และรายไตรมาสให้คุณอรดูอย่างละเอียด พร้อมทั้งสรุปปัญหาที่ทำให้เกิดความผิดพลาด ให้คุณอรไว้หมดแล้ว” เทวินทร์บอก พร้อมกับส่งแฟ้มเอกสารเล่มหน้าให้เธอถึงสี่เล่ม
“เพิ่งมาทำงาน คุณรู้ปัญหารายเดือน รายไตรมาสได้ยังไงกัน” อรอุมาถาม
“ผมค้นรายงานที่หัวหน้าฝ่ายทำไว้ เทียบกับยอดสรุปจากคอมพ์ฯ แล้วนำมาวิเคราะห์ออกมาครับ” เทวินทร์บอก
อรอุมาถึงกับอึ้งในความคิดของเขา ตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดดูผลงานในแฟ้ม แต่คำพูดหรือจะสู้ผลงาน อรอุมาเปิดอ่านแฟ้มคร่าวๆแล้วยิ้มออกมา
“สรุปรายและเอียดและวิเคราะห์ได้ดีมาก ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าเพิ่งเข้ามาใหม่ จะวิเคราะห์ปัญหาได้ละเอียดขนาดนี้” อรอุมาชม
“แสดงว่าผมอยู่ทีมต้อนรับผู้บริหารจากญี่ปุ่นได้แล้วใช่มั๊ยครับ” เทวินทร์ถาม
“ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งจ้า” อรอุมายิ้มกว้างอย่างพอใจ ดีใจแทนองค์กรที่มีคนเก่งแบบนี้มาร่วมงานด้วย
เทวินทร์ยิ้ม ที่เขาจะได้มาอยู่ในทีมตามที่เขาตั้งใจไว้
“มิน่าหัวหน้าฝ่ายถึงส่งคุณเทวินทร์มาทำหน้าที่นี้แทน คุณเก่งแบบนี้นี่เอง ขอโทษนะคะที่ฉันไม่เชื่อฝีมือคุณตั้งแต่แรก” อรอุมาพูดออกมาจากใจ ขอโทษเขาทั้งที่ตัวเองอายุเยอะกว่าและมีตำแหน่งที่สูงกว่า ทำเอาเทวินทร์ประทับใจในตัวเธอค่อนข้างมาก
“แล้วเราต้องเตรียมความพร้อมอะไรในการต้อนรับทีมผู้บริหารจากญี่ปุ่นบ้างครับ ต้องทำอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” เทวินทร์ถาม
“ในความเป็นจริง นายญี่ปุ่นจะมาตรวจงานหรือไม่ได้มา เราควรทำทุกอย่างดีให้เป็นมาตรฐานอยู่ในทุกๆวัน สรุปงานอย่างละเอียดแบบนี้ก็สมควรทำให้เป็นหน้าที่ประจำ ไม่ใช่พอนายญี่ปุ่นมาแล้วมานั่งทำสรุปย้อนหลัง แบบนั้นพี่ไม่เห็นด้วย” อรอุมาบอก
“อ้าว แล้วทำไมคุณอรต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในเรื่องของการเอกสารเตรียมให้นายญี่ปุ่นด้วยล่ะครับ ผมนึกว่าจะทำเพื่อให้นายประทับใจว่าเตรียมพร้อมซะอีก” เทวินทร์ออกความเห็น
“เปล่าหรอก อย่าลืมสิว่านายเป็นนายญี่ปุ่น พี่ต้องเอางานของทุกแผนกไปศึกษา แปลงสารให้เป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะนายคงอ่านรายงายสรุปไม่เข้าใจ พี่ต้องอธิบายจากสรุปในเอกสารพวกนี้เป็นภาษาญี่ปุ่นให้นายฟัง พี่เลยต้องเอากลับไปทำความเข้าใจก่อนล่วงหน้าไง” อรอุมาอธิบาย เทวินทร์พยักหน้าเชิงว่าเข้าใจแล้ว
“แสดงว่าโรงงานเรานี่ดี การทำงานเป็นมาตรฐาน ปัญหาจากการทำงานก็โดนวิเคราะห์และแก้ไขอย่างดี แบบนี้ทำไมพนักงานยังเข้าออกๆกันอยู่ล่ะครับ” เทวินทร์ถามด้วยความสงสัย
“อันนี้เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟังตอนฝ่ายบุคคลเขามาแล้วกัน นี่ก็เป็นแผนกเดียวที่เสียงไปไม่ถึงหูผู้บริหาร พูดในที่ทำงานไม่ได้” อรอุมาพูดเสียงเบาให้ได้ยินกับเทวินทร์แค่สองคน
“ผมอยากรู้จังเลยครับ ว่าปัญหาลึกๆคืออะไร ผมอยากวิเคราะห์ออกมา เผื่อเราพอจะเห็นหนทางแก้ไขได้” เทวินทร์เสนอความช่วยเหลือ
“มันพูดยากนะ เอาไว้อยู่ไปนานๆคุณก็รู้เองแหละ” อรอุมาบอกแล้วถอนหายใจเบาๆ
“คุณอรเรียกผมว่าวินก็ได้นะครับ”
“งั้นวินเรียกพี่ว่าพี่อรก็แล้วกันนะ” อรอุมาบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เทวินทร์ยิ้มรับ


...................................



อรอุมานั่งทานข้าวอยู่กับระดับหัวหน้าฝ่ายต่างๆ เพื่อที่จะทานข้าวไปด้วยคุยงานไปด้วย ในห้องพักรับประทานอาหารของระดับหัวหน้าฝ่าย โดยมีเทวินทร์นั่งร่วมวงด้วยอีกคนพร้อมกับหัวหน้าฝ่ายผลิตของเขา เพื่อรับฟังและปรึกษางานร่วมกันก่อนจะสรุปรายงานทั้งหมดให้ทีมบริหารจากญี่ปุ่นรับทราบข้อมูลผลประกอบการรวมทั้งสรุปผลงานต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี
หัวหน้าฝ่ายบุคคลแจ้งเรื่องพนักงานฝ่ายผลิตที่ทยอยเข้าๆออกๆกันจนตอนนี้ สายงานผลิตต้องสะดุดลง เพราะปัญหาแรงงานที่มีฝีมือลาออกไป มีแรงงานใหม่ที่ยังทำงานได้ไม่คล่องแคล่วเท่าคนเก่ามาทำงานแทน ทำให้งานช้าลง
“สาเหตุที่ลาออกไป ส่วนใหญ่บอกว่าค่าแรงถูกไปค่ะ เมื่อเทียบกับงานที่ได้ทำ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลแจ้งปัญหา
“ทางฝ่ายบุคคลเองก็เสนอขึ้นค่าจ้างไปทุกปี แต่ก็เหมือนว่าทางผู้บริหารจะไม่สนใจในจุดนี้ เพราะเห็นว่า มีคนลาออกก็รับคนใหม่เข้ามาทำงานได้ เพราะงานสายการผลิตไม่ยาก สอนไม่กี่วันก็เป็น” หัวหน้าฝ่ายผลิตพูดขึ้น
“ค่ะ และเหมือนจะมีการเปรียบเทียบกันระหว่างฝ่ายผลิต และฝ่ายส่งออก ที่ค่าจ้างแรงงานเท่ากัน แต่งานฝ่ายผลิตหนักกว่า เหนื่อยกว่า” หัวหน้าฝ่ายบุคคลกล่าว
“แต่อรคิดว่ามันเป็นปัญหาที่ค้างคามานานมากนะคะ แรงงานลาออกไป รับเข้ามาในจำนวนเท่าเดิมก็จริง แต่ความคล่องแคล่ว ความชำนาญยังไม่เท่าคนเก่า งานก็ออกมาช้ากว่าเดิม แต่ระดับผู้บริหารก็เหมือนจะมองข้ามข้อเรียกร้องนี้ไป” อรอุมากล่าว
“ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้คือการเพิ่มค่าแรงให้กับฝ่ายผลิต หรือไม่ก็ควรสร้างแรงจูงใจในการทำงาน นอกจากค่าแรงที่ได้รับอยู่แล้ว เราก็เอาจำนวนชิ้นงานที่ผ่านมาตรฐานเป็นตัววัด แล้วมีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มตามจำนวนผลงานที่ทำได้ คนขยันก็ได้ไปเยอะ ขยันน้อยก็ได้น้อย” อรอุมาเสนอขึ้นมา
“ฉันเห็นด้วยนะคะ แต่ครั้งนี้เสนอไป ไม่รู้ผู้จัดการจะเสนอนายญี่ปุ่นคนใหม่หรือเปล่า” หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดขึ้น
เทวินทร์นั่งฟังหัวหน้าฝ่ายต่างๆพูดคุยและออกความเห็นกันอย่างออกรส เขานั่งเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้พูดแทรกอะไรขึ้นมา และนึกชื่นชมอรอุมา ที่เธอเสนอความคิดเห็นได้เข้าท่า
“แล้วทำไมผู้จัดการถึงจะไม่เสนอล่ะครับ” เทวินทร์ถาม หัวหน้าฝ่ายต่างๆ รวมถึงเลขานุการอย่างอรอุมาได้แต่ถอนหายใจ
“คือผู้จัดการ อยากเอาใจนายญี่ปุ่นคนเก่า นายญี่ปุ่นเป็นคนที่ไม่ชอบให้มีรายจ่ายสูง เหมือนผู้ประกอบการทุกคนนั่นแหละ อยากลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด  ผู้จัดการเลยไม่ยอมเสนอเรื่องนี้ แถมยังบอกว่าไม่มีปัญหาเรื่องค่าจ้าง แรงงานไทยพอใจในค่าจ้างเรทนี้” อรอุมาตัดสินใจเล่า โดยที่คนอื่นนั่งเงียบ เทวินทร์พยักหน้าเข้าใจ
“แสดงว่าไม่ได้เป็นที่นายญี่ปุ่นไม่ขึ้นค่าแรงให้ แต่เป็นที่ผู้จัดการไม่เสนอให้ขึ้นค่าแรง” เทวินทร์ทวนคำพูดของอรอุมาเพื่อทำความเข้าใจ
“แล้วที่หนักไปกว่านั้นนะ คือผู้จัดการบอกพนักงานว่า นายญี่ปุ่นไม่มีนโยบายขึ้นค่าแรง  ทำให้พนักงานบางส่วนไม่พอใจลาออกไป” หัวหน้าฝ่ายบุคคลตัดสินใจพูดขึ้น
“ผู้จัดการเคยพูดว่า ถ้าค่าแรงขึ้นคนละห้าสิบบาทต่อวัน หนึ่งเดือนก็พันห้า คนงานหนึ่งพันคนก็หนึ่งล้านกว่าบาทต่อเดือน นายญี่ปุ่นคงไม่ยอมเสียเงินเพิ่มแน่” หัวหน้าฝ่ายส่งออกพูดขึ้น
“ทั้งที่ยังไม่เสนอ แต่ผู้จัดการก็คิดเอาเอง แบบนี้เหรอครับ” เทวินทร์ถามอย่างไม่เข้าใจ
“อืม ไม่อยากเสนอเพราะเอาใจนายญี่ปุ่น ไม่อยากให้นายญี่ปุ่นต้องคิดหนักเรื่องเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มในแต่ละเดือน แต่กลับไม่ดูยอดการผลิตที่ลดลงในแต่ละเดือน มูลค่าการสูญเสียมันมากกว่าเงินค่าจ้างที่ต้องจ่ายเพิ่มด้วยซ้ำ” อรอุมาพูดขึ้นมา เทวินทร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“โห อย่างนี้พนักงานแรงงานรายวันก็ต้องคิดว่านายญี่ปุ่ยใจร้ายนะสิครับ ทั้งๆที่นายญี่ปุ่นไม่รู้ปัญหานี้ด้วยซ้ำ” เทวินทร์พูดขึ้นแล้วส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้
นายญี่ปุ่นคนเก่า ชื่นชมการทำงานของผู้จัดการมากที่คิดว่าสามารถบริหารงานแทนท่านที่สาขาในเมืองไทยได้” หัวหน้าฝ่ายผลิตพูดขึ้น
“คิดว่าทำแทนได้ หมายความว่ายังไงเหรอครับ” เทวินทร์ถาม
“หมายความว่า ผู้จัดการโรงงานนะไม่ได้ทำอะไรเลยนะสิ เข้ามาเซ็นต์เอกสารอนุมัตินั่นนี่โดยไม่อ่านด้วยซ้ำ แล้วออกไปข้างนอกบ่อยๆไม่ค่อยนั่งโต๊ะ พอนายญี่ปุ่นจะมาก็ถึงจะมานั่งโต๊ะ แล้วให้อรสรุปให้ ตอนนี้อรต้องอ่านเอกสารให้ละเอียดก่อนส่งให้ผู้จัดการเซ็นต์ ต้องคุยงานกับพวกซัพลายเออร์แทนในตอนที่มีปัญหา ทำงานมากกว่าผู้จัดการซะอีก” หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดขึ้น
“โห แบบนี้ไม่มีใครฟ้องนายญี่ปุ่นเหรอครับ” เทวินทร์ถาม
“ใครจะฟ้องล่ะ ปูตัวเองมาดีขนาดนั้นนะ นายญี่ปุ่นชื่นชอบเขาจะแย่”
“หวังว่านายญี่ปุ่นคนใหม่จะไม่หลงกลผู้จัดการของเราก็แล้วกัน” อรอุมาพูดขึ้น
เทวินทร์มองเธออย่างชื่นชมที่ทำงานหนักขนาดนี้ แต่ก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย บริหารโรงงานแทนผู้จัดการอยู่เบื้องหลัง เทวินทร์นับถือเธอจริงๆ





.....................................


ตอนเลิกงานอรอุมาขับรถกลับบ้านแล้วรถเกิดดับกลางทาง มีพลเมืองดีช่วยเข็นรถเธอไปจอดไปข้างทางให้เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร อรอุมากดโทรเรียกช่าง ช่างบอกว่าอีกสามสิบนาทีจะมาถึง เธอเลยไปนั่งรออยู่ใต้ต้นไม้แถวนั้น
เทวินทร์ขับรถผ่านมาเห็นเลยแวะจอดรถ แล้วเดินเข้าไปถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วง
“พี่อร รถเป็นอะไรเหรอครับ” เทวินทร์ถาม
“อยู่ดีๆก็ดับ แต่พี่เรียกช่างแล้ว ไม่ต้องห่วง” อรอุมาบอก ยิ้มหวาน จนเทวินทร์ใจสั่น
“งั้นผมนั่งรอเป็นเพื่อนนะ” เทวินทร์บอก อรอุมาพยักหน้าอนุญาต คิดว่าดีเหมือนกันที่มีเขานั่งเป็นเพื่อน เพราะตอนนี้ก้เริ่มมืดแล้ว
สักพักรถของช่างก็มาถึง ช่างสองคนลงมาดูก็พบว่าเครื่องยนต์เสียหายอย่างหนัก
“คุณผู้หญิงครับ ชาร์ฟละลาย ลูกสูบไหม้ น่าจะใช้เวลาซ่อมและหาอะไหล่อยู่เกือบๆอาทิตย์เลย จะให้อู่ลากไปเลยมั๊ยครับ” ช่างถามอรอุมา
“ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ” อรอุมาถาม
“งานนี้คงไม่ต่ำกว่าหมื่นครับ ต้องรื้อดูก่อนว่าลูกสูบไหม้กี่ลูก มีอาการไหนเสียเพิ่มหรือเปล่า” ช่างประเมินราคาให้ฟังคร่าวๆ
“ค่ะลากไปที่อู่เลยก็ได้” อรอุมาบอก แล้วขอนามบัตรช่างไว้ เอาของลงมาจากรถแล้วให้ช่างลากรถไป
“งั้นให้ผมไปส่งพี่อรนะครับ” เทวินทร์เสนอความช่วยเหลือ
“จ๊ะ ขอบใจนะ” อรอุมาบอกอย่างยินดี
เทวินทร์ขับรถไปส่งอรอุมาถึงหน้าบ้าน อรอุมาเชิญเขาลงมาดื่มน้ำตามมารยาท เทวินทร์ก็ลงไปตามคำชวน
“พี่อรอยู่บ้านคนเดียวเหรอครับ”
“ใช่” อรอุมาตอบ แล้วไปรินน้ำให้เขา
“แล้วสามีพี่อรไปทำงานต่างจังหวัดเหรอครับ” เทวินทร์ถาม เพราะคำนำหน้าของอรอุมาเป็นนาง แสดงว่าเธอแต่งงานแล้ว
อรอุมาหน้าสลดลงไปนิดนึงแล้วยิ้มออกมา
“สามีพี่เสียแล้ว” อรอุมาบอก
“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจเสียมารยาท” เทวินทร์บอก
“ไม่ๆ ไม่เป็นไร ผ่านมาหกปีแล้ว พี่ไม่ได้คิดมากอะไรแบบนั้น” อรอุมาบอกเสียงใส
“ตั้งหกปี พี่อรไม่อยากมีแฟนบ้างเหรอครับ เหงาแย่” เทวินทร์หลุดปากถามไปแล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรถาม
“อยากมีสิ แต่ไม่มีใครกล้าเป็นแฟนพี่สักคน” อรอุมาพูดแล้วหัวเราะเบาๆเหมือนว่าเป็นเรื่องตลก
“พี่อรทั้งสวย ทั้งเก่งขนาดนี้ ใครๆก็อยากได้เป็นแฟนทั้งนั้นแหละครับ” เทวินทร์พูดตามความรู้สึก
“วินมาใหม่ สงสัยยังไม่มีใครนินทาพี่ให้ฟังล่ะสิ”
“นินทาเหรอครับ”
“อืม นินทา”
“ว่าอะไรเหรอครับ”
“ว่าพี่ดวงกินผัว” อรอุมาบอก
“ดวงกินผัวคืออะไรเหรอครับ” เทวินทร์ไม่เข้าใจความหมาย
“ดวงกินผัวคือ มีสามีกี่คนๆ ก็ตายหมด พี่แต่งงานมาสามครั้ง สามีพี่ก็ตายไปทั้งสามคน” อรอุมาบอกเขาแววตาเศร้าแต่เธอยังยิ้มอยู่
“มันเกี่ยวกับดวงด้วยเหรอแบบนี้ ผมไม่เข้าใจ” เทวินทร์พูดขึ้นมา
“มันก็เป็นความบังเอิญแหละ ที่สามีพี่เขามาเสียชีวิตหลังจากแต่งงานกับพี่ แต่บางคนเขามีความเชื่อไปแบบนั้น แต่งงานกี่ที สามีก็ตายหมด เขาเรียกว่าดวงกินผัว พอสามีคนที่สามตาย ก็ไม่มีใครกล้ามาจีบพี่อีกเลย แต่ก็ดีนะ อยู่แบบโสดๆ อิสระดี” อรอุมาบอกท่าทางสดใส แต่ตาเริ่มแดงเหมือนกำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วหันหลังให้เทวินทร์
เทวินทร์เดินเข้าไปปลอบใจเธอด้วยการเอามือวางที่ไหล่เธอเบาๆ ไหล่ของอรอุมาสั่นไหว เทวินทร์รู้ว่าเธอกำลังร้องไห้  เลยตัดสินใจดึงเธอเข้ามากอดไว้
“ผมขอโทษที่ถาม ขอโทษที่ทำให้พี่อรรู้สึกแย่ พอมีอะไรที่ทำให้ผมปลอบใจพี่ได้ พี่บอกมาได้เลยนะครับ ผมพร้อมที่จะทำให้พี่” เทวินทร์บอก อรอุมานิ่ง ร้องไห้ไม่พูดจา แววตาเศร้า
เทวินทร์ไม่รู้ว่าจะปลอบใจยังไง แต่การที่สาวใหญ่อยู่โสดมานานถึงหกปี เขาคิดว่าเธอคงเหงามากๆ
เทวินทร์ตัดสินใจจูบเธอ มันได้ผล อรอุมานิ่งไปสักพักแล้วจูบตอบกลับด้วยความโหยหาความรู้สึกแบบนี้มาตลอด
เทวินทร์จูบเธออย่างดูดดื่มแล้วจูบไปเดินไปจนถึงห้องนอนของเธอ ดันตัวเธอนอนลงที่เตียงนุ่มแล้วถอดเสื้อผ้าไปพร้อมๆกับการจูบและลูบไล้ไม่ยอมหยุด จนทั้งคู่ไร้อาภรณ์ใดๆปกปิดร่างกาย
อรอุมายังคงมีรูปร่างที่ดีและสมส่วน หน้าอกหน้าใจนั้นอวบอิ่ม หน้าท้องแบนราบ ไม่เหมือนคนที่อายุหลักสี่ทั่วไป เทวินทร์ชื่นชมร่างกายของเธอด้วยการจูบพรมไปทั่ว ทั้งร่างกาย แม้กระทั่งส่วนนั้นที่เขาลากลิ้นผ่านอย่างไม่รังเกียจ แล้วใช้ลิ้นสอดควานเข้าไปในร่องสีหวานนั้นอย่างชำนาญ เสียงสูดปากดูดเลียดังออกมาเหมือนกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
อรอุมาแอ่นสะโพกรับชิวหานั้นอย่างพอใจ เธอไม่ได้พบเจอความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว เธอเลยไม่อายที่จะร้องขอความสุขจากหนุ่มรุ่นน้องที่รู้จักกันไม่ถึงสองสัปดาห์
“อ๊า ไม่ไหวแล้ววิน โอ้ว เข้ามาเถอะ อืม” อรอุมาพูดไปครางไปด้วยความเสียวซ่าน
เทวินทร์ลุกขึ้นคุกเข่าแล้วมอบในสิ่งที่เธอต้องการ ทันทีที่ยัดแท่งร้นเข้าไป อรอุมาถึงกับหลับตาพริ้มด้วยความสุข  เธอซี๊ดปากแอ่นกายเร่าๆอย่างสุขสม
เทวินทร์บดสะโพกคลึงกับเนินโหนกนูนนั้นแล้วควงไปมา ยังไม่ยอมขยับเข้าออก เพื่อบดเม็ดใสกลางร่องให้ได้มากที่สุด อรอุมาครางลั่น ซี๊ดปาก บิดตัวไปมา
เทวินทร์ยิ้มอย่างพอใจที่เห้นเธอมีความสุข เขาค่อยๆขยับสะโพกเข้าออก แล้วซอยถี่ๆจนหน้าอกของอรอุมากระเพื่อมไปมา เทวินทร์ขยำหน้าอกทั้งสองข้างแล้วซอยช้าลง เน้นให้เข้าไปลึกๆ ช้าๆ เน้นๆ เพื่อนให้เธอได้รับความรู้สึกที่ต่างกันออกไป
อรอุมาครางไม่หยุด แล้วร้องขอให้เขาทำแรงๆและเร็วขึ้น เทวิมนทร์จัดให้ตามคำขอ เขากระแทกเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง อรอุมาซี๊ดปากอย่างพอใจ ก่อนปลดปล่อยออกมาแล้วตัวอ่อนไป
เทวินทร์ถอนแท่งลำออกแล้วนอนหงายดึงอรอุมาขึ้นมา ตั้งใจส่งสัญญาณให้เธอขึ้นมาขย่มตอให้เขา แต่อรอุมาคิดว่าเขาต้องการให้เธอใช้ปาก อรอุมาเลยงัดกลเม็ดเด็ดของเธอมาใช้กับแท่งร้อนฉ่าตรงหน้าอย่างสุดๆ ทั้งดูดทั้งเลีย ใช้ริมฝีปากขบเม้มจนเทวินทร์หลุดครางออกมาอย่างพอใจ กดหัวเธอให้ใช้ปากกับแท่งของเขาไม่อยากให้หยุด
อรอุมาปัดมือเขาออกแล้วขึ้นไปขย่มตามความตั้งใจของเขาแต่แรก เธอขย่มแล้วเอามือดันหน้าอกเขาเอาไว้ ขย่มแล้วบดควงเน้นๆสลับกันไปมา แล้วครางอย่างพอใจที่ตอนนี้เป็นฝ่ายคุมเกม
อรอุมาขย่มเร็วๆรัวๆจนเทวินทร์ครางเหมือนจะขาดใจ แล้วผ่อนความเร็วลง เปลี่ยนมาเป็นบดควงอีกรอบ แล้วขย่มช้าๆ แล้วเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เทวินทร์รู้ว่าตัวเองกำลังจะเสร็จก็พลิกตัวคร่อมทับเธอไว้ สอดแท่งลำเข้าไปแต่ยังไม่ซอบสะโพก เขาก้มลงจูบเธอ ใช้ลิ้นตวัดเกี่ยวกันไปมา แล้วเริ่มขยับสะโพกช้าๆ
“ผมชอบแตกตอนซอยช้าๆแล้วจูบปากไปด้วย” เทวินทร์กระซิบข้างหูอรอุมาเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า
อรอุมาคล้องคอเขามาจูบ แอ่นสะโพกรับการซอยยิกๆจากเขา ความรู้สึกเสียวซ่านทที่ช้าเนิบน่าน และความรู้สึกอบอุ่นจากการจูบ ทำให้ทั้งคู่ต่างก็เกร็งตัว จูบบดปากกันหนักขึ้น ซอยช้าๆๆเน้นๆแล้วบดค้างไว้ ปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน แล้วทิ้งตัวนอนกอดกันอย่างมีความสุขและหลับไปด้วยความอ่อนเพลียทั้งคู่


..................................



อรอุมาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พร้อมกับความโล่งสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก เธอยิ้มอย่างพอใจกับรสรักที่หนุ่มรุ่นน้องมอบให้ แอบเสียใจนิดๆที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นเขา
สักพักก็เป็นกังวลขึ้นมา กลัวเทวินทร์จะไม่กล้าสู้หน้าเธอ เพราะเรื่องที่ทั้งคู่ทำลงไป
อรอุมาไม่คาดหวังให้หนุ่มรุ่นน้องมารับผิดชอบ หรือสานต่อใดๆทั้งสิ้น เพราะเรื่องดวงกินผัวของเธอนั้น ถึงไม่เชื่อแต่อรอุมาก็ไม่ได้ลบหลู่ เธอไม่อยากให้มีใครตายเพราะเธออีกแล้ว
อรอุมาอาบน้ำเสร็จกะว่าแต่งตัวเสร็จสักพักจะโทรเรียกแท็กวี่ให้มารับที่บ้าน แต่พอก้าวขาออกจากห้องน้ำก็พบว่าเทวินทร์นั่งรออยู่บนเตียงแล้ว ด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่
“วิน” อรอุมาเรียกชื่อเขาด้วยท่าทีที่ตกใจ
“ผมกลับไปเปลี่ยนชุดมา แวะซื้ออาหารเช้ามาด้วย รีบแต่งตัวแล้วรีบออกมาทานนะครับ” เทวินทร์บอกแล้วเดินออกไปรอนอกห้อง
อรอุมาใช้เวลาแต่งตัวและแต่งหน้าอยู่เกือบยี่สิบหนาที จากปกติเธอจะต้องแต่งหน้าอย่างเดียวก็ครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่วันนี้เธอรีบ เพราะเทวินทร์รออยู่
อรอุมานั่งลงทานโจ๊กที่เขาซื้อมาให้ ก่อนจะเหลือบไปเห็นกล่องยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
‘อ่อ ที่แท้ที่กลับมาเอาใจตอนเช้า ก็เพราะกลัวเรท้องนี่เอง’ อรอุมานึกในใจ แล้วกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกลงไปก่อน เม็ดที่สองค่อยกลับมากินตอนเลิกงาน
“ผมจะทำหน้าที่รับส่งพี่จนกว่ารถจะซ่อมเสร็จ” เทวินทร์บอก ตอนนี้เขาหลงเสน่ห์เธอจนหัวปักหัวปำ เพียงแค่ข้ามคืนเดียว
“ไม่ต้องมารับผิดชอบนะ พี่ไม่ถือ” อรอุมาออกตัว
“ก็ผมชอบพี่อร เมื่อคืนผมมีความสุขมาก” เทวินทร์พูดตรงๆ อรอุมาถึงกับสำลักโจ๊ก
“พี่อิ่มล่ะ ไปทำงานกันเถอะ” อรอุมาบอก
พอถึงโรงงาน คนในออฟฟิศก็จ้องมองมาที่อรอุมาและเทวินทร์ที่เดินมาพร้อมกัน
“ทำไมมาด้วยกันได้ล่ะ” มีคนถามขึ้นมา
“พี่อรรถเสียครับ พอดีผมไปพบเข้า เลยอาสารับส่งจนกว่ารถจะซ่อมเสร็จ พอดีผมต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว” เทวินทร์บอกด้วยน้ำเสียงปกติ อรอุมาเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไป
“วิน พี่ขอเตือนนะ ถ้าไม่อยากตาย อย่าได้คิดไปจีบพี่อรเชียว” เธอคนนั้นเอ่ยขึ้น
“ทำไมครับ พี่อรเป็นฆาตกรต่อเนื่องเหรอครับ” เทวินทร์พูดดติดตลก
“พูดเล่นไปเหอะ เตือนแล้วนะ ไม่อยากตายก็ยุ่งกับพี่อร”
เทวินทร์ไม่ตอบ เขาได้แต่ส่งยิ้มให้ผู้หวังดี
ในตอนเย็นเทวินทร์ก็รอรับอรอุมามาส่งที่บ้าน แล้วลีลาไม่ยอมกลับไป
“กลับไปได้แล้ว” อรอุมาบอก
“ไม่กลับ”
“อยากตายนักเหรอ” อรอุมาพูดเสียงสั่น
“ทำไมต้องถามผมแบบนี้ด้วย ไอ้เรื่องดวงกินผัวอะไรนั่น ผมไม่เชื่อหรอกนะ ผมดวงแข็ง ผมไม่ตายง่ายๆหรอก” เทวินทร์บอกเสียงเข้ม
“แต่..”
“ไม่รู้ล่ะ ผมจะค้างที่นี่” เทวินทร์บอกแล้วเดินไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าที่ท้ายรถ
“นี่เตรียมพร้อมขนาดนี้เลยเหรอ” อรอุมาถาม
“ก็ตามที่เห็น”
“ได้ครั้งเดียว ติดใจพี่ขนาดนั้นเลยหรอ” อรอุมาถามตรงๆ
“นั่นก็มีส่วน จริงๆผมชอบพี่ ชอบวิธีคิดของพี่ ชอบการทำงานของพี่ พี่เป็นคนมีความสามารถนะ” เทวินทร์กล่าวชม อรอุมาหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“เดี๋ยวพี่จัดห้องให้” อรอุมาบอก
“ไม่เอา ผมจะนอนกอดพี่ นอนกอดเฉยๆ ไม่ทำอะไรจริงๆ ผมสัญญา” เทวินทร์บอกน้ำเสียงจริงจัง
อรอุมาไม่อยากเล่นตัวให้มาก เธอเหงามาตั้งหกปี ตอนนี้มีคนเข้ามาเติมเต็ม เธอก็ไม่อยากผลักไสเขาไป แม้ในใจจะห่วงว่าเขาจะเป็นอะไรไปอีกคนก็ตาม



.................................



เทวินทร์เทียวรับส่งอรอุมาได้สี่วันรถก็ซ่อมเสร็จ อรอุมาจึงให้เขากลับไป เพราะมันคงดูไม่ดีถ้าเธอต้องไปไหนมาไหนกับเทวินทร์บ่อยๆ
จนกระทั่งวันที่ผู้บริหารจากญี่ปุ่นมาถึง ตามการแจ้งข่าวสารจากทางญี่ปุ่น บอกว่านายญี่ปุ่นคนใหม่จะเข้ามาในบ่ายวันนี้ ทุกคนเตรียมตัวกันอย่างตื่นเต้น
ผู้จัดการโรงงานก็มาทำงานตั้งแต่เช้า ทั้งที่ปกติไม่เคยมาเช้า เทวินทร์สังเกตพฤติกรรของเขาก็ตรงตามที่หัวหน้าฝ่ายต่างๆพูดถึง เขาดีแต่ทำงานเอาหน้าและจ้องจะเอาหน้าเท่านั้น
รถเก๋งคันหรูจอดเทียบตึกออฟฟิศของโรงงาน ชายสัญชาติญี่ปุ่น ตัวสูงไม่มาก ใส่สูทราคาแพงก้าวลงมาจากรถด้วยมาดที่ดูน่าเกรงขาม ทุกคนเดาว่าเขาคือเจ้านายรุ่นลูก ที่ได้รับการสืบทอดธุรกิจจากบิดา
ผู้จัดการโรงงานออกไปต้อนรับเขาคนแรก อย่างออกหน้าออกตา เทวินทร์ยิ้มเยาะในใจ ไม่นานผู้จัดการที่เป็นเนื้อเน่าของโรงงานนี้จะต้องได้จบอนาคตในวันนี้แน่นอน
ชายใส่ชุดสูทหรูเดินตรงไปยังห้องออฟิศตามการนำทางของผู้จัดการแล้วนั่งลงที่หัวโต๊ะในห้องประชุม อรอุมานั่งอยู่ข้างซ้ายของเขา ข้างขวาคือผู้จัดการโรงงานที่กำลังพูดถึงผลประกอบการรายไตรมาสอย่างเจื้อยแจ้ว ตามที่อรอุมาสรุปให้เขาฟัง
เขาถามถึงเรื่องปัญหาของสายงายผลิต ที่ตอนนี้ต้นทุนเท่าเดิม แต่ชิ้นงานออกมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย พูดง่ายๆคือ ถึงไม่ได้ขาดทุน แต่กำไรได้น้อยลงจนน่าตกใจ
อรอุมาพยายามจะบอกสาเหตุที่แท้จริง ว่าพนักงานลาออกเยอะเพราะค่าแรงไม่คุ้มค่าเหนื่อย ถึงมีคนใหม่มาทำแทนแต่ก็ยังไม่คล่องแคล่วเท่า แต่ผู้จัดการกลับพูดขัดขึ้นมาแล้วโทษว่านิสัยคนไทยไม่ทนต่อความลำบาก ชอบลาออกเปลี่ยนงานบ่อยๆ เลยทำให้มีคนหน้าใหม่เข้ามาทำงานอยู่เรื่อยๆ จึงไม่ชำนาญเท่าคนเก่าที่ลาออกไป
อรอุมาจึงเงียบไม่กล้าพูดแทรกอะไรต่อ เทวินทร์จึงยกมือแล้วพูดในสิ่งที่ทุกคนอยากพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว รวมถึงพฤติกรรมของผู้จัดการโรงงานอีกด้วย
“คุณเป็นแค่พนักงานใหม่ คุณมีสิทธิ์อะไรมาใส่ร้ายผมแบบนี้” ผู้จัดการโรงงานพูดขึ้นมา คนที่ฟังภาษาญี่ปุ่นนั้นฟังไม่รู้เรื่อง แต่ดูจากสีหน้าของผู้จัดการโรงงานก็พอเดาได้ว่าเขาต้องโดนแฉอะไรสักเรื่อง
ผู้จัดการโรงงานพยายามแก้ตัวกับนายญี่ปุ่นว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เทวินทร์พูด แล้วพูดให้ร้ายเทวินทร์ว่าอาจจะเป็นสายให้โรงงานคู่แข่งเข้ามาสร้างความวุ่นวาย
ชายญี่ปุ่นลุกขึ้นยืน โค้งทำความเคารพไปที่เทวินทร์ เทวินทร์ลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะแทนที่ชายใส่ชุดสูทคนนั้น ที่ตอนนี้ถอยไปยืนชิดมุมห้องเหมือนเป็นบอดีการ์ด ผู้จัดการโรงงานมองอย่างอึ้งๆ พอเดาสถานการณ์ได้
“ผม ทัตสึยะ มัตสึมิตะ ประธานบอร์ดบริหารของมัตสึมิตะกรุ๊ป ขอออกคำสั่งให้ผูจัดการโรงงานพ้นสภาพพนักงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และให้คุณอรอุมาขึ้นมารักษาการตำแหน่งนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และขอให้เพิ่มค่าแรงงานฝ่ายผลิตรายวันอีกวันละห้าสิบบาท ตามที่เราเคยพูดกันไว้ ผมหวังว่าจะสามารถแก้ปัญหาการผลิตของเราได้” เทวินทร์หรือทัตสึยะพูดขึ้น แล้วปิดการประชุม
ผู้จัดการเดินคอตกออกไปแล้วรีบเก็บของออกไปก่อนมีคำสั่งให้ออก แล้วจะทนความอับอายไม่ไหว
หัวหน้าฝ่ายต่างๆ ต่างก็ทำตัวลนๆ เพราะไม่คิดว่านายญี่ปุ่นคนใหม่ จะพูดไทยได้คล่องและแฝงตัวมาทำงานเป็นพนักงานแบบนี้ โดยเฉพาะหัวหน้าฝ่ายผลิตที่ใช้งานเขาอย่างหนัก ที่ตอนนี้นั่งอยู่ไม่สุขเพราะกลัวโดนทัตสึยะเล่นงาน สักพักก็เริ่มทำตัวนอบน้อมกับเขาและเข้าไปพูดคุยและชื่นชมเขา
อรอุมานั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไรและไม่ดีใจกับตำแหน่งใหม่ที่เขาเสนอให้ เธอเดินออกจาห้องประชุมแล้วตรงกลับบ้านทันทีไม่รอให้ถึงเวลาเลิกงาน ทัตสึยะออกไปแนะนำตัวกับพนักงานในออฟฟิศอย่างเป็นทางการ ก่อนจะมองหาอรอุมาแต่ก็ไม่พบ
“คุณอรล่ะครับ” ทัตสึยะถามขึ้นมา
“พี่อรส่งข้อความมาบอกว่า ปวดหัว กลับบ้านไปแล้วค่ะ และขอลาต่ออีกสองถึงสามวัน” หัวหน้าฝ่ายบุคคลแจ้งให้เขาทราบ
ทัตสึยะจึงขอตัวกลับทันที เพื่อจะไปตามอรอุมาที่บ้าน เธอคงตกใจที่เขาเป็นถึงระดับผู้บริหาร
ทัตสึยะตามไปจนถึงบ้านก็พบว่า มีรถจอดอยู่ในโรงรถ แต่บ้านปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ทัตสึยะกดกริ่งเท่าไหร่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้เขา ทัตสึยะจึงตัดสินใจปีนรั้วเข้าไปในบ้านแล้วปีนเข้าทางหน้าต่างห้องนั่งเล่นที่เขาจำได้ว่าตัวล็อคมันเสียอยู่
ทัตสึยะเปิดเข้าไปในห้องนอน พบว่าอรอุมานอนหลับอยู่บนเตียง เธอหลับไปจริงๆ บนโต๊ะข้างหัวเตียงมียาแก้ปวดกับแก้วน้ำวางอยู่ เธอคงปวดหัวจริงๆ ไม่ใช่ข้ออ้างในการหลบหน้าเขา
ทัตสึยะเลยถือวิสาสะนอนลงที่ข้างๆเธอ มองดูใบหน้าที่หลับพริ้มด้วยความหวั่นไหว เขาแน่ใจแล้วว่าเขารู้สึกดีๆกับเธอและมีใจให้เธออย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงตอนหัวค่ำ อรอุมาตื่นมาอย่างงัวเงียและพบว่าทัตสึยะนอนหลับอยู่ข้างๆเธอ อรอุมางงเล็กน้อยว่าเขาเข้ามาได้ยังไง และเธอรู้ฐานะที่แท้จริงของเขาแล้ว เธอไม่อยากมีสัมพันธ์กับเขาต่อ
อรอุมาปลุกเขาขึ้นมาแล้วบอกให้กลับออกไป แต่ทัตสึยะไม่ยอม
“ผมอยากอยู่กับคุณ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเป็นเจ้านาย ฉันเป็นลูกน้อง ทำแบบนี้มันไม่เหมาะสม อีกอย่างฉันไม่อยากเป็นของเล่นชั่วคราวของใคร และไม่อยากให้ใครมาตายเพราะฉันอีก” อรอุมาใช้สรรรพนามที่ฟังดูห่างเหินขึ้น
“พี่อร ผมไม่ได้เห็นพี่เป็นของเล่นนะ ผมจริงจัง” ทัตสึยะบอก
“คุณทัตสึยะคะ รบกวนออกไปจากบ้านของฉันด้วยค่ะ”อรอุมาย้ำเสียงเครียด
“เรียกผมว่าวินเหมือนเดิมได้มั๊ย เทวินทร์คือชื่อไทยของผมที่แม่ตั้งให้จริงๆ และผมชอบให้พี่อรเรียกชื่อผมมากกว่า” ทัตสึยะบอก
“งั้นคุณวินก็กลับไปได้แล้วค่ะ” อรอุมาบอก
“ผมไม่กลับจนกว่าพี่อรจะพูดดีๆกับผม และกลับไปเป็นเหมือนเดิม” ทัตสึยะยืนยันว่าจะไม่ยอมกลับ
“ผมรู้นะว่าพี่อรก็มีใจให้ผม ไม่งั้นคงไม่ให้ผมมาอยู่นี่คอยรับส่งพี่ตั้งหลายวันหรอก ผมพูดถูกหรือเปล่า” ทัตสึยะบอกเมื่อเห็นอรอุมาเงียบไป
“แค่คู่นอน” อรอุมาบอก
“แต่ผมไม่อยากให้พี่เป็นแค่คู่นอน” ทัตสึยะบอก ดึงเธอมากอดไว้แน่น
“อยากตายเหรอ” อรอุมาถาม
“ผมถือสัญชาติญี่ปุ่น ดังนั้นที่ญี่ปุ่นไม่มีความเชื่อเรื่องดวงกินผัว ผมไม่แคร์” ทัตสึยะบอก
“แต่ตอนนี้คุณอยู่เมืองไทย” อรอุมาเถียง เธอไม่อยากให้เขาตายเหมือนสามีทั้งสามคนของเธอ
“พี่อรไม่รักผม ผมก็ตายอยู่ดีแหละ ทางไหนผมก็ตาย” ทัตสึยะบอกแล้วกอดเธอให้แน่นยิ่งขึ้น
“เราคบกันแค่คู่นอนได้มั๊ย ตอนคุณกลับญี่ปุ่นฉันจะได้ไม่เจ็บ และคุณก็ไม่ต้องมาตายเพราะฉัน” อรอุมายื่นข้อเสนอ
“ผมจะอยู่ที่ไทยเป็นหลั เพราะที่ญี่ปุ่นพี่ชายเป็นคนดูแล ดังนั้นผมไม่มีวันจากพี่อรไปไหน” ทัตสึยะบอกเสียงนุ่มนวล
“นี่จะคบกับฉันให้ได้เลยใช่มั๊ยคะ” อรอุมาถามด้วยความเหนื่อยใจ ปฏิเสธหลีกเลี่ยงเท่าไหร่เขาก็ยืนยันจะคบกับเธอ
“ฉันเหนื่อยที่จะต่อต้านคุณแล้ว” อรอุมาพูดเสียงอ่อน
เธอยอมรับว่าเขามาเติมเต็มในส่วนที่เธอขาดหายได้เปลี่ยนอย่างดี แม้เธอยังกังวลเรื่องดวงกินผัวที่ทุกคนโยนมาให้เธออยู่บ้าง แต่ถ้าไล่แล้วไม่ไปขนาดนี้ก็คงต้องยอมเขาแล้ว
“ถ้าคบแล้วห้ามเลิกห้ามตาย” อรอุมาบอก
“ครับ ผมสัญญา” ทัตสึยะรับคำด้วยน้ำเสียงดีใจ
อรอุมายิ้มภายใต้อ้อมกอดนั้น เธอกอดเขาด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นและรู้สึกเบาตัวเหมือนทิ้งความทุกข์ที่เคยแบกไว้ทั้งหมดทิ้งลงพื้นไป
“ขอบคุณนะที่ไม่รังเกียจแม่หม้ายอย่างฉัน ขอบคุณที่เห็นค่าของฉัน” อรอุมาพูด น้ำตาไหลด้วยความดีใจ
“ผมจะพิสูจน์ให้พี่อรเห็นว่า ผมจะเป็นสามีคนสุดท้ายของพี่อร ที่จะอยู่ดูแลด้วยกันไปจนแก่ ผมสัญญา” ทัตสึยะบอกแล้วโอบกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น
เขาไม่สนใจเรื่องดวงกินผัวอะไรที่เธอและคนรอบข้างบอก เขาเชื่อว่าทุกอย่างมันล้วนมีเหตุและผลของมัน และเชื่อว่าความรักความเข้าใจจะทำให้ปัญหาทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ เพียงแค่เชื่อใจซึ่งกันและกัน และไม่ตอกย้ำถึงความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา จับมือกัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่านั้นที่เขาและเธอต้องการ
 
-----------จบ------------- 






*

ออฟไลน์ johnywalker

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3001
  • 14
    • ดูรายละเอียด
Re: สาวกินผัว cop
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2020, 03:25:46 pm »
ความรักเอาชนะทุกสิ่ง รวมถึงดวงด้วย

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ