ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น

ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น

  • 191 ตอบ
  • 2560 อ่าน
*

ออฟไลน์ Monotone_Memory

  • Senior Member
  • ****
  • 610
  • 2541
    • ดูรายละเอียด
ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 01:30:14 am »
สวัสดีครับ สวัสดี เทพวายุมาละจ้า

เนื้อหาตอนนี้อาจจะเยอะไปนิด มันส์มือไปหน่อย

....


ปล. มีซ่อนเนื้อหานะครับ ต้องแสดงความคิดเห็นกันก่อน



.....


ปล.2 ท่านสามารถอ่านตำนานเทพวายุตอนเก่าๆได้ทั้งหมด ที่กระทู้ห้องสมุด
หรือ Click ที่ภาพได้เลยครับ






..............


ความเดิมตอนที่แล้ว


ริวกะวางแผนที่จะหาทางช่วยใบเฟิร์น

ซึ่งก็ทำได้สำเร็จและตอนนี้ก็ได้เวลาที่เขากับเฟิร์น

จะได้ดื่มด่ำกับค่ำคืนนี้แล้ว


.......................




ริวยิ้มให้ใบเฟิร์นจนหัวใจเธอสั่นไหว นี่เธอเป็นคนเอ่ยปากเองแต่ทำไมใจเธอสั่นแบบนี้ ริวกะพูดขึ้นมาว่าเปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อยมั้ย ทันทีที่ริวกะพูด สายลมก็พัดแปลกๆ พัดแรงขึ้น


และไม่นานนักเงาบางอย่าง ก็ได้ก่อตัวขึ้นจากใต้เท้าของริวกะ จริงอยู่ที่ใบเฟิร์นกลัวและตกใจ แต่เพราะริวกะยังอยู่ตรงนี้เธอจึงอุ่นใจ ริวคงไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรแน่ๆ



“ ช้างเหรอ “


ใบเฟิร์นอุทานออกมาทันทีที่เห็นร่างที่สูงใหญ่ตรงหน้า แต่พอจ้องมองดีๆ นี่ไม่ใช่ช้างแล้ว ร่างกายใหญ่โตแบบนี้มันเหมือนหมีมากกว่า ที่แปลกและไม่เคยเห็นมาก่อนชีวิตของใบเฟิร์น นั้นก็คือใบหน้าที่เหมือนช้าง มีงวง มีงา แต่ตรงหน้าฝากมีเขางอกออกมาเหมือนนอแรด หางเหมือนวัว


เท้าและมือนั้นเหมือนอุ้งมือ อุ้งเท้าเสือ เล็บแหลมคมและทรงพลัง แค่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่า มือเท้าคู่นั่นสามารถทำลายล้างทุกสิ่งอย่างได้เพียงการตบเพียงครับเดียว ที่สำคัญยังมีแผงคอราวกับราชสีห์ดูสง่างาม แถมยังลวดลายอักขระบนตัวอีก







ใบเฟิร์นตะลึงกับสิ่งที่เห็นมาก แต่กลับไม่ได้สั่นกลัวอะไร จะมีก็เป็นเพียงความประหม่าที่ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรและสามารถพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้าได้อย่างไร ถึงตลอดเวลาเธอจะรู้ว่าริวกะไม่ใช่คนธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้น เรียกสิ่งที่เรียกว่า “ บาคุ “ ออกมาได้

 

[ ใบเฟิร์น ]  :  เอ๊ะ !!! บาคุ ?? บาคุเหรอ



อยู่ดีๆใบเฟิร์นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เพราะช่วงนี้ริวกะมักจะมีหมาชิบะตัวนึงอยู่ข้างๆที่มหาวิทยาลัย หมาตัวนั้นดูจะรู้ภาษาคน จนเกินคำว่าฉลาดไปมากๆ ริวกะพูดอะไรก็เห่าเหมือนรับรู้แล้วทำตามทันที และที่สำคัญก็ชื่อ บาคุเหมือนกันด้วย ใบเฟิร์นกำมือไปมาเล็กน้อย



ซึ่งมันเป็นอากัปกิริยาเวลาเธอกำลังประหม่าและใช้ความคิด เธอทำอยู่ครู่นึงแล้วจึงขอให้ริวกะวางเธอลง ซึ่งริวกะก็วางลงโดยไม่ว่าอะไร เรียกว่าตามใจกันเต็มที่ ใบเฟิร์นยืนลงมองริวกะ แล้วก็มองรูปร่างใหญ่โตตรงหน้า เธอเดินไปใกล้ๆที่ละก้าว ทีละก้าว ทีละก้าว แล้วพูดว่า



[ ใบเฟิร์น ]   :   ใช่.... น้องบาคุมั้ย


บาคุถึงกับคิดในใจ นะ น้องเหรอ ริวกะถึงกับขำลั่นกร๊ากออกมาเลยแล้วพูดว่า น้อลลลลล  น้อลล บาคู๊ 555555+   ใบเฟิร์นเหวอมองซ้าย มองขวา มองซ้าย มองขวาเลย ทันที เธอบอกว่าริวอย่าหัวเราะเสียงดังสิ่ คนจะมาเห็นนะ ริวกะก็ยังไม่หยุดหัวเราะ



[ ริวกะ ]   :  5555 บาคุ เฟิร์นเรียกนายว่าน้องอ่ะ 55555


[ บาคุ ]  :  เอ่อ... นายน้อยขอรับ ท่านหัวเราะเกินไปหรือเปล่าขอรับ


[ ริวกะ ]  :  5555555  น้องงงงงง


ริวกะยังหัวเราะอยู่ จนใบเฟิร์นต้องเดินไปหาร่างสูงใหญ่ตรงนั้น เธอลูบ ลูบ ลูบ แล้วหันมาบ่นริวว่า อย่าหัวเราะบาคุนะริว ก็บาคุใช้ร่างน้องหมานี่นา ริวเป็นคนบังคับให้บาคุทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอ เอ้าคดีพลิกเฉยเลย ริวกะที่กำลังหัวเราะก็ เฮือก ทันที


บาคุเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงว่า อันที่จริงแล้วรูปลักษณ์ของชิบะ ที่เขาใช้บ่อยๆนั้น มันเนื่องมาจากเจ้านางการะเกดนั่นเอง เจ้านางการะเกดเคยบอกว่า รูปลักษณ์นี้สมกับเจ้านะบาคุ แล้วจากนั้นมาเวลาบาคุจะออกมานอกช่องว่างของมิติ ก็จะมาในรูปลักษณ์ของหมาชิบะตลอด



ซึ่งภูติทุกตนรู้เรื่องนี้หมดยกเว้นริวกะ และทุกตนก็ถูกสั่งห้ามว่าไม่ให้พูดเรื่องนี้จนกว่าจะถึงเวลา ก่อนที่ทุกอย่างมันจะออกทะเลไปมากกว่านี้ ริวกะจึงเข้าไปโอบเอวของใบเฟิร์นไว้ แล้วถามว่า


“ พร้อมยังสำหรับคืนนี้ “


พอริวพูดแบบนั้นมาใบเฟิร์นที่กำลังผ่อนคลายก็เกิดเครียดขึ้นมาอีกครั้ง เธอลืมไปว่าตอนนี้ริวกะได้ “ ซื้อ “ เธอมาแล้ว ยังไงซะคืนนี้เธอก็ต้องตกเป็นของริว ถึงจะไม่อยากทำเรื่องแบบนี้และคงจะรู้สึกแย่ แต่อย่างน้อยคนที่ได้ทำกับเธอ ก็เป็นริว คนที่ดีกับเธอและเธอก็รู้สึกดีกับเขามาตลอด



ใบเฟิร์นพูดด้วยเสียงประหม่าว่า อึ่ อื้ออ แล้วเฟิร์นต้องทำ... ยังไงบ้าง ใบเฟิร์นตอนนี้ลนลานไปหมดไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะเธอ “ ไม่เคย “ กับเรื่องพวกนี้


[ ริวกะ ]  :  หืม อย่าบอกนะว่า “ ไม่เคย “


[ ใบเฟิร์น ]  :  … อึ่.. อื้อ


ว่ายังไงนะนี่เป็นครั้งแรกของใบเฟิร์นงั้นเหรอ ริวเอ๊ยเอ็งกำลังจะได้เป็นคนแรกของใบเฟิร์น แล้วระหว่างนั้นเองริวกะก็ได้บอกกับบาคุ พาชั้นไปที่ดีๆหน่อยบาคุ บาคุตอบกลับขอรับนายน้อยด้วยเสียงภาษาไทย ทำให้ใบเฟิร์นหันไปมองเลย นี่พูดภาษาไทยได้ด้วยเหรอ



อ๊า !!! อยู่ดีๆใบเฟิร์นก็ร้องเสียงหลงเลย เพราะริวเข้าไปอุ้มเธอเตรียมจะเข้าหออีกครั้ง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นหลังบาคุทันที ใบเฟิร์นถึงกับตกใจ แค่ตัวเขาเองกระโดดสูงแบบนี้ก็พอรับได้ แต่นี่อุ้มเธอที่หนัก 40 กว่ากิโลกรัมแล้วกระโดดได้แบบนี้เนี่ยนะ



ซึ่งระหว่างนั้นบาคุก็ได้ขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นจนเท่าร่างเดิมที่ปกติจะสามารถใช้ได้เมื่ออยู่ใกล้ริวกะ เขาและใบเฟิร์นหล่นตุ้บมาบนหลังของบาคุ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มหึมาทำให้หลังของบาคุไม่ต่างจากพื้นเรียบๆที่สามารถนั่งได้สบายๆเลย มิหนำซ้ำยังนุ่มเพราะขนอีก



บาคุชูงวงและพ่นบางอย่างออกมามันเป็นเหมือนละอองอะไรบางอย่างริวกะยังอุ้มใบเฟิร์นด้วยท่าเตรียมเข้าหอเหมือนเดิม ใบเฟิร์นก็ตกใจรีบพูดขึ้นมาว่าริวๆๆ จะให้บาคุเดินไปแบบนี้เหรอ เดี๋ยวคนก็ได้แตกตื่นกันหรอก ริวหัวเราะแล้วบอกว่า



[ ริวกะ ]  :  ไม่หรอก บาคุน่ะบินได้


[ ใบเฟิร์น ]  :  ฮ๊ะ !!!  อะไรนะ บะ บะ บิ


[ ริวกะ ]  :  ไปเลยบาคุ !!!


[ ใบเฟิร์น ]  :  ดะ ดะ เดี๋ยวริว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



ฟู่ววววว ทันทีที่ริวกะออกคำสั่งบาคุก็ทะยานพุ่งออกไปทันที พร้อมกับเสียงของใบเฟิร์นที่กรี๊ดออกมาสุดเสียง ใบเฟิร์นไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ตัวเธอได้ลอยอยู่บนอากาศ มันช่างเคว้ง ช่างคว้าง เหมือนกับตัวเองจะตกลงไปให้ได้


ถ้าเป็นเครื่องบินยังพอมีอะไรให้เกาะ เกาะที่นั่งเกาะคนข้างๆ แต่นี่ นี่ นี่มันไม่มีอะไรให้เกาะเลยนอกจากผู้ชายที่กำลังอุ้มเธออยู่


[ ใบเฟิร์น ]  :  ริวลง ฮือออ พาเฟิร์นลงที เฟิร์นกลัว ฮือออออ


[ ริวกะ ]  :  กลัว ? กลัวอะไรที่ มาทำงานแบบนี้ไม่เห็นจะกลัว


[ ใบเฟิร์น ]   :  พาเฟิร์นลงก่อน ฮืออ อ๊าาาาา ตกตกตกตกตกตกตก


[ ริวกะ ]  :  ทีนี้ล่ะทำกลัว ที่เอาตัวเองไปอยู่ในที่แบบนั้นล่ะ ... ปล่อยก่อน กอดแน่นไปแล้วหายใจไม่สะดวกเลย



ริวกะพยายามบอกใบเฟิร์นให้ปล่อยเขา เพราะตอนนี้เธอกอดเขาแน่นมากแล้ว ซึ่งถ้ากอดปกติก็ไม่เป็นอะไร แต่นี่ตัวเธอกอดและกดเข้าที่กะบังลมเลย การหายใจไม่ถนัดมันจึงเลี่ยงไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าใบเฟิร์นจะกลัวมากจริงๆ เพราะเธอไม่ได้ยินและไม่ฟังอะไร



เธอทำเพียงกอดริวกะให้แน่นๆเพราะกลัวหล่นมาก จริงอยู่ว่าริวกะนั้นสามารถใช้แรงของเขา งัด หรือ แงะ ออกได้ไม่ยากเลย แต่ถ้าทำแบบนั้นใบเฟิร์นคงได้เจ็บตัวแน่ๆล่ะ


[ ริวกะ ]  :  ช่วยไม่ได้แฮะ

ในตอนนั้นริวกะกำลังจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อที่ตั้งใจจะใช้อิบุกิ หรือการหายใจแบบคาราเต้ เพื่อทำให้สามารถกลั้นหายใจได้นานๆ แต่ว่าบาคุก็ได้สื่อสารทางจิตมาว่า ไม่เห็นต้องถึงกำหนดลมหายใจเลยขอรับนายน้อย เรื่องแค่นี้มันง่ายมากๆเลยนะขอรับที่จะทำให้นางคลายอ้อมกอด



ริวกะชะงักนิดนึงแล้วก็คิดได้ เขาบอกขอบใจ แล้วจากนั้นริวกะก็จี๋ๆๆๆๆ ใบเฟิร์นทันทีใบเฟิร์นก็อ๊อยริว อย่า จะตก อ๊าาาา จนสุดท้ายใบเฟิร์นก็ปล่อยริวกะจนได้ แต่ว่าเพราะชุดเดรสที่เธอใส่มานั้น เป็นขนาดที่พอดีกับตัวเธอ มันจึงทำให้ใบเฟิร์นนั้นขยับตัวมานั่งแบบปกติได้ไม่ถนัดนัก เพราะชุดมันทั้งฟิต ทั้งแน่น เน้นอวดหุ่นให้ลูกค้ามอง



สิ่งที่เธอทำได้คือยอมนั่งอยู่ในตักริวกะด้วยท่าอุ้มเจ้าสาวแบบนี้เท่านั้น ใบเฟิร์นบอกกับตัวเองว่าช่างเถอะ เพราะยังไงคืนนี้เธอก็ต้องกลายเป็นของริวอยู่แล้ว ซึ่งในตอนที่ใบเฟิร์นหลับตาปี๋อยู่นั้นริวกะก็พูดว่า บนฟ้าน่ะสวยจะตาย ทำไมเฟิร์นไม่มองดูล่ะ


[ ใบเฟิร์น ]  :  ไม่เอา เฟิร์นกลัวนะริว ถ้าเฟิร์นตกไปจะทำไง


[ ริวกะ ]  :  ไม่เชื่อใจริวเหรอ


อูยยย โดนประโยคนี้เข้าไปใบเฟิร์นถึงกับอ่อนระทวย ใบเฟิร์นถามว่าจะไปที่ไหนเหรอริว ริวกะไม่ตอบว่าที่ใดแต่บอกให้ใบเฟิร์นลองมองที่ข้างล่างดูสิ่ ไปที่ไหนไม่สำคัญแต่มองดูความสวยงามระหว่างทางสิ่ ใบเฟิร์นยังคงหลับตาไม่หยุด



[ ริวกะ ]  :  คิดซะว่าขึ้นเครื่องบินสิ่เฟิร์น


[ เฟิร์น ]  :  ไม่เอา เฟิร์นไม่เคยขึ้นเครื่องบิน


[ ริวกะ ]  :  เครื่องบินงานวัดก็ได้


[ เฟิร์น ]  :  มันไม่เหมือนกันนี่ ริวอย่าแกล้งเฟิร์นสิ่


[ ริวกะ ]  :  พูดแบบนี้ น้องบาคุ เสียใจแย่เลย


[ บาคุ ]  :  ( สื่อสารทางจิต ) นะ นายน้อย เลิกเรียกข้าด้วยชื่อแบบนั้นเถอะขอรับ



ริวกะงัดไม้ตายออกมา ด้วยการบอกเฟิร์นว่าบาคุเสียใจแน่เลย แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นใบเฟิร์นที่หลับตา ทั้งกลัว ทั้งตัวสั่น กลับลืมตาขึ้นมาแล้วพูดกับริว ทันทีที่ใบเฟิร์นได้ยินว่า น้องบาคุจะเสียใจ เธอก็ลืมตาและจ้องริวทันที ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้อยู่ห่างกับเธอเป็นฟุต



แต่ทำไมเธอกลับรู้สึกว่าใกล้มากๆเลยนะ ริวกะพูดอีกทีว่าบาคุจะน้อยใจนะ ใบเฟิร์นก็พูดอ้อมแอ้มๆว่า มันนั่งไม่ถนัดชุดมันแน่น



ริวกะจึงบอกให้นั่งตักริวนี่แหละ แค่เฟิร์ยลืมตาและมองวิวข้างล่างก็พอแล้ว เชื่อใจริวสิ่ แนะไอ้หนุ่มนี่หยอดอีกแล้ว ใบเฟิร์นพยายามกลั้นความกลัว และมองไปข้างล่าง



ทันทีที่มองเห็นแสงไฟข้างล่างใบเฟิร์นก็ตาลุกวาวเป็นประกาย แสงไฟข้างล่างสวยมากเลย ทุกอย่างดูเล็กไปหมด มีทั้งจุดที่มืด และจุดที่สว่าง



[ ริวกะ ]  :  เห็นมั้ย ไม่เห็นน่ากลัวเลย



[ เฟิร์น ]  :  งื้ออ สวยมากเลย เกิดมาพึ่งเคยเห็นแบบนี้ครั้งแรกเลย



ใบเฟิร์นจ้องมองไปที่พื้นดินข้างล้างไม่วางตา เพราะจะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นอะไรที่สวยงามแบบนี้ จริงๆ ฟิ้ววว ลมเย็นๆพัดมาปะทะผิวของใบเฟิร์น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ และสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือแสงสีเขียว เขียวไปทั่วทั้งพื้นที่


[ ใบเฟิร์น ]  :  ริวๆๆๆๆ นั่นอะไรเหรอ ไฟเขียวๆ


[ ริวกะ ]  :  ไฟจากเรือ เรือไดหมึกน่ะ


[ ใบเฟิร์น ]  :  หือ ??  เรือไดหมึก ตกหมึกอ่ะเหรอ


[ ริวกะ ]  :  ช่ายยยยยย


[ ใบเฟิร์น ]  :  อืออ แล้วทำไมต้องใช้ไฟมีเขียวล่ะสีอื่นไม่ได้เหรอ ปลาหมึกชอบสีเขียวเหรอ


[ ริวกะ ]   :   จริงๆแล้ว เขานิยมใช้สีขาวแบบหลอดไฟบ้านกับสีเขียวน่ะ แต่ที่นิยมใช้สีเขียวเพราะสีเขียวส่องลงไปได้ลึกกว่า



[ ใบเฟิร์น ]  :  ลึกกว่าเหรอ ???



[ ริวกะ ]  :  อื้ม น้ำทะเลจะดูดซับแสงสีขาวได้มากกว่าน่ะ ทำให้สีขาวส่องลงไปได้น้อยกว่าสีเขียว ชาวเลเลยเลือกใช้สีเขียวมากกว่าสีขาว



[ ใบเฟิร์น ]  :   เดี๋ยวสิ่ แล้วสีเขียวมันดึงดูดสายตาปลาหมึกเหรอ



[ ริวกะ ]  :  เอาล่ะ คำถามวิทยาศาสตร์เบื้องต้น ทำไมทะเลแต่ละที่ ถึงมีสีน้ำไม่เหมือนกัน




[ ใบเฟิร์น ]  :  เพราะ  การกระเจิงของแสง ระดับความลึก และ ความอุดมสมบูรณ์ ของพืช และ แพลงก์ต้อน



[ ริวกะ ]  :  ปิ๊งป่องงงง



ริวกะอธิบายต่อว่าจริงๆ แล้วไฟที่ใช้ในการตกหมึก ไม่ได้ใช้ล่อปลาหมึกโดยตรง แต่ใช้ล่อแพลงก์ต้อนต่างหาก เมื่อแพลงก์ต้อนที่เป็นจุดต่ำสุดของบ่วงโซ่อาหารมารวมตัวกัน




เหล่านักล่าก็จะมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่แสงเขียวๆ ก็ส่งผลกับปลาบางชนิดล่ะนะ ใบเฟิร์นฟังริวกะบอกด้วยความเพลิดเพลินจนลืมไปเลยว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่บนฟ้า



ตอนนี้ใบเฟิร์นนั่งนิ่งกว่าเดิมแล้ว ความกลัวของเธอไม่ได้หายไป แต่เพราะความเชื่อใจต่างหาก เธอเชื่อว่าต่อให้เธอตกลงไป ริวก็รีบช่วยเธอทันที



[ เฟิร์น ]  :  ริว ริวจะพาเฟิร์นไปไหนเหรอ


[ ริวกะ ]  :  พาไปนั่งเล่น



ฟิ้วววว !!! ตอนนี้สายลมได้เปลี่ยนไปแล้ว ใบเฟิร์นรับรู้ได้ว่าลมปั่นป่วนมาก นี่ถ้าไม่ได้หัวอันใหญ่โตของบาคุบังไว้ ป่านนี้ใบเฟิร์นคงปลิวตกไปแล้ว บาคุไม่มีพรวิเศษแบบเฮบิซัน ที่เมื่อเวลาบินบนท้องฟ้าสายลมจะไม่พัดโดนกาย เพราะงั้นการจะเดินทาง ทางอากาศแบบนี้ เฮบิซันคือตัวเลือกที่ดีที่สุด



แต่ว่าการจะอัญเชิญเฮบิซันมาที่นี่มันก็ใช่เรื่อง เพราะว่าการมาของเฮบิซันมันจะทำให้กรุงเทพฯ ปั่นป่วนแน่นอน หรือการที่จะเรียกเวตาลออกมามันก็ใช่เรื่องอีกเช่นกัน จริงอยู่ว่าใบเฟิร์นรู้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา


แต่นั่นใบเฟิร์นก็รู้แค่เฉพาะตัวเขา เรื่องตัวตนของเวโรจร์ พิทักษ์เทวา ควรจะเป็นความลับต่อไป ที่สำคัญการเรียก บาคุ ที่ใบเฟิร์นเคยพบเจอมาก่อนอาจจะทำให้ใบเฟิร์นเบาใจได้บ้าง แต่ถ้ามาเจอกับปีศาจค้างคาวหัวใจคงวายพอดี



ริวกะพาใบเฟิร์นมาถึงพัทยาแล้ว แถวนี้คือพัทยาใต้หาดจอมเทียน ที่ริวกะเลือกพาใบเฟิร์นมาที่นี่เพราะว่ากลางคืน จะเงียบสงบ คนไม่พุกพล่านแบบย่านถนน walking Street  บาคุเลือกลงในจุดก่อสร้างที่ไม่มีคนอยู่


ชายหาดจอมเทียนจะเป็นจุดที่ค่อนข้างเงียบสงบ บาคุแทรกตัวผ่านเงาและหายไปทันที ส่วนริวกะกับใบเฟิร์นก็พากันเดินออกมาทันทีที่ทั้งคู่เดินออกมาก็มีฝรั่งสองคนเห็นแล้วก็ตกใจ คือไม่สืบเลยว่าฝรั่งสองคนนี้คิดอะไรอยู่


เขายิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้ริว เพื่อจะบอกว่า Very Good  ใบเฟิร์นเขินหน้าแดงรีบก้มหน้าหลบทันที ริวกะก็ถามว่าเป็นอะไรเนี่ย ใบเฟิร์นร้องงือออออ ไม่ยอมตอบริวก็กระซิบไปบอกว่า ยังไงซะคืนนี้เฟิร์นก็ต้อง..... อยู่แล้วไม่ใช่เหรออายทำไม


พูดแบบนี้ใบเฟิร์นก็ยิ่งเขินใหญ่ ทั้งเขิน ทั้งกลัว นี่คืนนี้เธอต้องตกเป็นของริวสิ่นะ ใช่สิ่ก็เขาซื้อเธอมาแล้วนี่นา ใบเฟิร์นเดินตามริวกะมือ ทั้งหน้าตาที่สะสวย ทั้งรูปร่างที่โดดเด่นในชุดเดรส ทำให้คนแถวนั้นมองตามกันเป็นแถว


ริวกะพาใบเฟิร์นเดินมาจนถึงเขตชายหาด ซึ่งตอนนี้น้ำขึ้นมาสูงมาก  ที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเขาแค่สองคนเท่านั้น ยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทย ปูเสื่อนั่งกินลมชมวิวไปห่างไปราวๆ 10 เมตร จริงๆแล้วริวจะพาไปที่ที่ไม่มีคนก็ได้ แต่แบบนั้นจะทำให้ใบเฟิร์นเกร็งมากเกินไปน่ะสิ่ แบบนี้แหละดีแล้ว



[ ใบเฟิร์น ]  :   สวยจังอ่ะ


[ ริวกะ ]  :  หืม อะไรสวย ??


[ ใบเฟิร์น ]  :  ต้นมะพร้าว

[ ริวกะ ]  :  หา !!!


ริวกะฟังแล้วก็ถึงกับหันหน้ามองเลย ต้นมะพร้าวนี่สวยเหรอ ใบเฟิร์นยิ้มแล้วพูดว่า ริวรู้มั้ยว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่เฟิร์นได้มาทะเลแบบนี้ .... ตอนนั้นริวเงียบและตั้งใจฟังเลยล่ะ แต่ว่าพอริวเงียบใบเฟิร์นก็รีบพูดแก้เขินว่า ก็แหม ก็ต้องเรียนนี่นา


เฟิร์นไม่อยากแพ้ริวนี่นา ผู้ชายอะไรไม่รู้ทำหน้ามึนๆ ทั้งวัน แต่เรียนเก่งม๊ากกก จดแลคเชอร์ก็ละเอียดมากกว่าเฟิร์นอีก ฮี่ ฮี่ ฮี่ ริวกะฟังได้แปปเดียวก็ลูบหัวใบเฟิร์น


“ เหนื่อยมั้ย “


คำถาม คำถามเดียว คำถามแค่ 2 คำที่ออกมาจากปากริวกะ มันทำให้ใบเฟิร์นที่ทำหน้าร่าเริงถึงกับนิ่ง น้ำตาใสๆไหลคลอออกมา แค่สักครั้ง เธอหวังว่าแค่สักครั้งจะมีคนถามเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้ เหนื่อยมั้ย คำนี้คำเดียว


ทำให้เด็กสาวอายุ 20 ถึงกับน้ำตาไหล เธอซบไปที่หน้าอกของริวแล้วบอก อื้อ เหนื่อะ เหนื่อยมากเลย เฟิร์นเหนื่อยมากเลยริว แล้วเสียงร้องไห้สะอึก สะอื้น ก็ดังขึ้นมาเบาๆ

“ บาคุ ช่วยที “


ริวกะส่งกระแสจิตให้บาคุรับรู้ ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ก็รับรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก เขาพ่นละอองบางอย่างออกมาทำให้ อาณาเขตรอบตัวของริวกะนั้น ไม่สามารถมีเสียงอะไรเล็ดออกมาได้


[ ริวกะ ]  :  ถ้าร้องไห้แล้วดีขึ้น ก็ร้องนะ


ริวกะลูบหัวใบเฟิร์นที่กำลังซบหน้าอกของตนอย่างแผ่วเบา พอเจอคำพูดนี้เข้าไป ใบเฟิร์นก็ปล่อยโฮออกมาชุดใหญ่ เหนื่อย เหนื่อยมากเลย ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัย เธอเหนื่อยมาก ตั้งแต่พ่อของเธอจากไป ตั้งแต่แม่ของเธอจากไป เธอก็ไม่เหลือใครเลย



ต้องกัดฟันสู้ด้วยตัวเองมาตลอด มันเหนื่อยเหลือเกินจริงๆ ริวกะนั่งแบบลูบหัวใบเฟิร์นอย่างอบอุ่นพรางคิดว่า นี่ขนาดเขาคอยช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้ใบเฟิร์นบ้าง แต่ใบเฟิร์นยังลำบากขนาดนี้ นี่ชีวิตใบเฟิร์นต้องลำบากแค่ไหนกันนะ


ใบเฟิร์นกอดริวแน่นมาก เธอกอดและร้องไห้ราวกับว่าอยากปลดปล่อยทุกอย่างออกให้หมด เธอไม่อายใครแล้วในตอนนี้ ซึ่งใบเฟิร์นไม่รู้เลยว่าตอนนี้ เสียงร้องไห้ของเธอนั้นไม่มีใครข้างนอกอาณาเขตได้ยิน


ภาพที่นักท่องเที่ยวที่ปูเสื่อนั่งรับลมแถวๆนั้นเห็นก็คือแค่ สาวสวยคนนึงกำลังซบ อกหนุ่มรูปหล่อ ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาที่จะสวีทกันท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ ใบเฟิร์นร้องไห้อยู่เกือบ 5 นาที เสียงร้องหายไปแล้ว แต่เสียงสะอื้นยังมีอยู่ และไม่นานนักริวกะก็ถามว่าไปเดินตรงทรายกันมั้ย


[ ใบเฟิร์น ]  :  ฮึ่กก งือออ


ใบเฟิร์นตอบทั้งๆที่ร้องไห้อยู่ ริวกะจูงมือใบเฟิร์นเดินลงไปไม่ถึง 5 เมตรก็เจอทรายแล้ว บรรยากาศตอนดึกแบบนี้ลมทะเลแรงมาก น้ำก็ขึ้นมาสูงมาก เสียงลมพัด พรึ่บบบๆๆๆๆ เสียงทะเลสาดซัดเข้าฝั่ง ซ่าาา  มันช่างผสมผสานกันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ


ใบเฟิร์นเผยรอยยิ้มที่สดใสออกมาทันทีที่ได้เหยียบผืนทราย มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเธอ ใช่มันก็เป็นทรายเหมือนกัน กับทรายที่เคยเหยียบตามถนนทั่วไป แต่นี่มันไม่ใช่ การที่ได้มาเหยียบทรายกับใครบางคนที่เธอรู้สึกดีด้วยมากๆ



มันจึงทำให้ทรายผืนนี้พิเศษขึ้นไปอีก แล้วคืนนี้เธอกับเขาก็คง... อ๊า !!! อยู่ดีๆใบเฟิร์นก็หน้าแดงแจ๋เลย ริวกะก็งงว่าอยู่ดีเพื่อนเป็นอะไร ริวก็ถามเป็นไรไหมหืม ใบเฟิร์นส่ายหัวบอกเปล่าๆๆๆๆ แล้วตอนนั้นริวก็กอดเข้าที่เอวเล็กๆของใบเฟิร์นเลย


สิ่งที่เขาเจอกระกระดูก... ใบเฟิร์นไม่ได้ผอมแบบสุขภาพดี แต่เธอผอมเพราะกินข้าวน้อย ใส่ชุดเดรสอาจจะมองว่า SEXY แต่พอได้กอดจริงๆแล้วจึงได้รู้ว่าผอม ใบเฟิร์นตกใจจะสะบัดออก แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ริวซื้อเธอมาแล้ว ตอนนี้คืนนี้เท่ากับว่าเขาอยากจะทำอะไรกับเธอ เขาก็มีสิทธิ์


จากท่าทีที่จะสะบัดออก เธอจึงคลายมือและยอมให้ริวโอบเอวต่อแบบนั้น ถึงแม้จะแค่นิดเดียวแต่ก็ไม่สามารถหลุดหลอดสายตาของพี่มังกรได้เลย


[ ริวกะ ]  :  เฮ้อ ลมเย็นดีเนอะ บรรยากาศดีๆ แบบนี้... อืมมมม


[ ใบเฟิร์น ]  :  …. ริว.. จะทำที่นี่เหรอ


ริวกะก้มหน้าไปถามว่าแล้วไม่ได้เหรอ. . . . . ใบเฟิร์นตอนนี้หัวใจเต้นไม่หยุดเลย ทั้งกลัว ทั้งเขิน ทั้งทำอะไรไม่ถูกริวกะโอบเอวเธออีกครั้ง คราวนี้แน่ชัดเลยล่ะว่าใบเฟิร์นเธอผอมจริงๆ ยิ่งโอบ ยิ่งลูบ ใบเฟิร์นก็เหมือนจะหวั่นไหวเหมือนกัน


มือวายุของริวสัมผัสโดนตรงไหน ใบเฟิร์นก็สะดุ้งตรงนั้น ใบเฟิร์นเริ่มหายใจติดๆขัดๆ แต่ในขณะเดียวกันสัญชาตญาณบางอย่างก็บอกให้เธอพยายามสะบัดออกมาไม่งั้นเสร็จแน่ แต่ริวก็ปล่อยมือเสียก่อนแล้วบอกป่ะ เราไปหาที่เงียบๆคุยกัน


เอ่าแล้วววววว แบบนี้ Yes แน่นอน ใบเฟิร์นก้มหน้าเลยแบบนี้ เธอไม่รอดแน่ๆ แต่อย่างน้อยก็ยังพอปลอบใจตัวเองได้ เพราะคืนนี้คนที่จะได้ตัวเธอ และครั้งแรกของเธอคือ ริวคนที่เธอแอบชอบนั่นเอง


ริวกะจูงมือเธอเดินไปที่เข้าในทางซอยเปลี่ยวอีกครั้ง ใจของใบเฟิร์นตุ๊บๆ ต่อมๆ ไม่หยุด นี่จะทำกันในที่แบบนี้จริงเหรอ โรงแรมก็มีนี่นา


[ ใบเฟิร์น ]  :  ริว... ริวจะทำตรงนี้เหรอ


[ ริว ]  :  อื้มก็ใช่ไง ทำที่อื่นเดี๋ยวคนเห็น


โอ๊ยยย ใบเฟิร์นแย่แล้ว เธอมองไปรอบๆ มีแต่เศษปูน เศษกระเบื้อง นี่ริวชอบทำในที่แบบนี้เหรอ โอ๊ยยย แย่แล้วใบเฟิร์นทำไมครั้งแรก ต้องเป็นที่แบบนี้กันนะ แต่ว่าตอนนั้นเองริวก็พูดขึ้นว่า ป่ะกลับกัน

[ ใบเฟิร์น ]  :  กลับ.... ริวไม่ได้จะ... ทำเหรอ


[ ริวกะ ]  :  ฮ๊ะ !!! นี่เฟิร์นชอบทำแบบ Out Door เหรอ


[ ใบเฟิร์น ]  :  เง้อออออออ


ใบเฟิร์นทุบๆๆๆใส่ริวกะ แก้เขินริวกะก็โอ๊ย ๆ ๆ ๆ ทำร้ายร่างกายกันเหรอ ริวกะก็รวบแขน แล้วกอดทันที เขาถามว่าใจร้อนจังเลยนะ ริวจะพากลับบ้านแล้วค่อยทำ นี่เฟิร์นจะชวนทำที่นี่เลยเหรอเนี่ย หืม ใจร้อนจังเลยนะ



ใบเฟิร์นตอบบ้าๆๆๆๆ ริวบ้า แล้วก็ทุบๆๆๆ ริวก็หัวเราะเบาๆ แล้วบอกว่ากลับกันเถอะ หรือว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ ใบเฟิร์นส่ายหัวแล้วบอกว่า แค่นี้เฟิร์นก็เหมือนได้เติมพลังแล้ว ขอบคุณที่พามาที่นี่ก่อนนะ


[ ริวกะ ]  :  ไม่ต้องห่วงหรอก ต่อจากนี้ไปเฟิร์นจะได้ไปในทุกๆที่ ที่อยากไป


ใบเฟิร์นเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่างจากปากริวกะ แต่ตอนนั้น “ บาคุ “  ริวกะเอ่ยเรียกบาคุทันที เงาสีดำสนิทปกคลุมพื้นที่ด้านล่างเท้า มั่บ !!! ริวกะอุ้มใบเฟิร์นและกระโดดเหยียบกำแพง สลับเหยียบคานตึกที่กำลังสร้าง และดีดตัวขึ้นไปสูงจากพื้นราว 10 เมตร



ฟรึ่บ !!!  ระหว่างนั้นเองบาคุก็พุ่งขึ้นมาจากด้านล่างและรับตัวทั้งคู่อย่างพอดิบพอดี และบินออกไปทันใด ถึงจะยังกลัวตอนจังหวะเหินขึ้นอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ใบเฟิร์นก็ไม่ได้กลัวมากเท่าเดิมแล้ว เพราะยังไงซะริวก็จะช่วยเธออยู่ดี แล้วระหว่างนั้นเองใบเฟิร์นก็ได้ถามอะไรบางอย่างที่เธอสงสัย






[ เฟิร์น ]   :  ริว... ทำไมรู้ว่า เรา... ทำงานแบบนั้นล่ะ เราไม่เคยบอกใคร ทำงานก็ไกลจากมหาวิทยาลัยมากเลย.....


[ ริวกะ ]  :  …   ก็แค่สงสัยน่ะ


[ เฟิร์น ]  :  สงสัย.... อะไรเหรอ


[ ริวกะ ]  :   อยู่ดีๆคงไม่มีใครไปกินน้ำก๊อกในห้องน้ำหรอก


ใบเฟิร์นสะดุ้งทันทีเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ริวกะพูดว่ากินน้ำก๊อกในห้องน้ำ เฟิร์นหน้าตาเหลอหลาไปหมด พูดขึ้นมาว่าริว ริวรู้ได้ไง ตอนนั้นบาคุจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า เห็นแบบนี้แต่ประสาทรับกลิ่นของนายน้อยดีกว่าคนทั่วไปหลายเท่าเลยนะขอรับ


และยิ่งเพ่งจิตมากเท่าไร ก็จะยิ่งรับกลิ่นได้ดีมากเท่านั้น อาจจะมากกว่าสัตว์บางประเภทที่มีความสามารถรับกลิ่นที่อยู่ในระดับสูงก็ได้นะขอรับ  ใบเฟิร์นฟังบาคุแล้วก็ยิ่งมองหน้าริว ริวกะก็เลยบอกว่า เอ่อเมื่อก่อนตอนที่ตาบอดก็ใช้การฟังเสียง กับการดมกลิ่น แทนน่ะ


ใบเฟิร์นตกใจพูดฮ๊ะ ตาบอดริวเคยตาบอดเหรอ ริวกะยิ้มแห้งๆแล้วนึกถึงตอนที่ไปเผลอใช้เพลิงสุริยะแล้วควบคุมไม่ได้ ซึ่งท่านสามารถหาอ่านได้ใน Kirara Story ตอนที่ 10 – 11  แล้วตอนนั้นเองเฟิร์นก็เขย่าตัวริวแล้วพูดว่าบอกมาเลยทำไมรู้เรื่องเฟิร์น.... กินน้ำก๊อก



ย้อนไปในตอนที่ 36


พลอยเดินมาหาริวที่โรงอาหารคณะบริหาร ริวตั้งใจว่าพอเรียนเสร็จแล้วจะไปหาพลอยที่ตึกเรียน แต่ว่าพลอยก็บอกว่า วันนี้แม่กุลจะมารับ


[ ริว ]  :  โหยยยยยยย   ไรเนี่ย อ่ะเฮื้ออออ


[ พลอย ]  :  ก็พลอยต้องไปธุระกับแม่กุลจริงๆนี่คะ ห้ามโกรธ ห้ามงอนนะ


[ ริว ]  :  ก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอก แต่อยากไปหานี่คร๊าบบบบ


[ พลอย ]  :  ก็ถ้าริวทำตัวดีๆ เสาร์ อาทิตย์ แม่กุลอาจจะอนุญาตให้พลอย ไปทำการบ้านที่บ้านริวก็ได้น๊า


โอย พี่มังกรของผมนี่หงอยแด๊กเลยครับ แต่แบบนี้แหละที่เขาอยากเห็น เขาอยากเห็นพลอยมีสังคมมากมายแบบนี้ อยากเห็นพลอยยิ้มได้แบบนี้ ปากพูดว่าไม่เป็นไร แต่ริวเองก็หงอยๆเหมือนกัน เขาอยากมีเวลาอยู่กับพลอย อยากนั่งใกล้ๆอยากพูดคุยมากกว่านี้นี่นา


พอเพื่อนๆเห็นริวกะหงอย ก็พากันแซวว่ามังกรหงอยเป็นใส้เดือนเลยเว๊ยย ริวกะก็กำหมัดแล้วหันไปโวยวาย จะกินข้าวหรือกินหมัดไอ้สาดดด เสียงเพื่อนก็หัวเราะร่วนเลยแบบนี้ แต่ระหว่างนั้นเอง ริวกะก็ได้ยินเสียงเดินที่ไม่สม่ำเสมอเหมือนว่ากำลังพยายามเดิม


“ หิวข้าวจัง “


เสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามาในหูของริวกะอีกครั้ง มันเป็นเสียงของใบเฟิร์นน้ำเสียงของเธอไม่ค่อยดีเลย ริวกะคาดเดาเอาไว้ทันทีว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เขาหันไปมองก็เห็นว่าใบเฟิร์นจะไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาพูดขึ้นมาว่า “ เฮ้ยพวกมึง โทษนะ “


แล้วเขาก็ใช้มือข้างนึงค้ำกับม้านั่งแล้วกระโดดลุกจากที่นั่ง และกระโดดเหยียบโต๊ะอาหาร ตั้ก ตั้ก พุ่งไปหาใบเฟิร์นทันที แต่ไม่ทันแล้วใบเฟิร์นจะล้มแล้ว ริวกะกลิ้งตัวเพื่อเพิ่มระยะการเคลื่อนตัวและแอบใช้อุ้งมือกระแทกพื้นเพื่อส่งตัวเองไปข้างหน้า


พรุ่บบบ !!!  ชายหนุ่มเข้าไปรับเพื่อนร่วมห้องได้แบบฉิวเฉียด ถ้าเมื่อกี้ไม่ตัดสินใจอัดอุ้งมือกระแทกพื้นเพื่อส่งตัว เขาคงมารับใบเฟิร์นไม่ทันแน่ๆ จริงๆแล้วถ้าใช้ชุนโป ( เคลื่อนไหวพริบตาแบบ บรีช ) ก็คงรับได้ง่ายๆ แต่แบบนั้นคงทำให้คนแตกตื่นแน่ๆ


ทันทีที่ริวกะรับใบเฟิร์น เพื่อนที่มองตามก็แตกตื่นทันที คนที่ไม่ได้กินข้าวก็รีบลุกขึ้นมาหาทันที คนที่กินข้าวก็รีบวางช้อนวางตะเกียบแล้วรีบลุกวิ่งมาหาใบเฟิร์นทันที ริวกะออกคำสั่งให้เพื่อนนักกีฬารีบวิ่งไปตามอาจารย์ และรีบขอยาดม กับขอให้เพื่อนผู้หญิงมาประคองใบเฟิร์นทันที


3 หน่อ มะกรูด เวย์ ก๋อย ที่พึ่งกลับมาจากส่งงานพอเห็นคนมุงก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก๋อย ออกปากถามก่อนเลยว่าไอ้ริวมีอะไรวะ


[ ริวกะ ]  :  เฟิร์นเป็นลม


เวย์ได้ฟังก็ตกใจมากถามว่าเป็นอะไรมั้ย หัวกระแทกเปล่า เพื่อนผู้หญิงที่ประคองใบเฟิร์นก็บอกว่าปลอดภัยดี อีริววิ่งไปรับทัน ซึ่งตอนนั้นเธอก็จะหันหน้ามาหาริวกะ แต่ริวกะก็แยกตัวออกมาแล้ว เมื่อครู่ที่ประคองตัวใบเฟิร์นเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง


ปากของเธอแห้งจนเหมือนจะแตก และยังได้กลิ่นคอร์รีนมาจากปากด้วย เสื้อก็เหมือนจะเปียกนิดหน่อย ริวกะคิดทันทีว่ามันแปลกๆแล้วแบบนี้ เขาแยกตัวออกมาแล้วเดินไปที่มุมตึกทันที


[ ริวกะ ]  :  บาคุ !!!


ริวกะเรียก ปีศาจกินฝันร้ายออกมาทันที บาคุที่อาศัยอยู่ในช่องว่างมิติพอได้ยินนายร้อยที่เคารพเอ่ยเรียกนาม เขาก็พุ่งออกมาทันที มีอะไรให้ข้ารับใช้ขอรับนายน้อย ริวกะนั่งแล้วพูดกับบาคุทันที เขายื่นสมุดเปียกน้ำของใบเฟิร์นที่แอบหยิบมาเมื่อกี้ ให้บาคุดม


[ ริวกะ ]  :  ตามกลิ่นให้ชั้นที ถ้าชั้นเดาไม่ผิดต้นทางของกลิ่นน่าจะเป็นห้องน้ำหญิง ชั้นคงเข้าไปไม่สะดวก


บาคุดมกลิ่นแล้วตอบขอรับ เขาเดินออกไปทันที บาคุไม่จำเป็นต้องก้มๆดมๆ เหมือนสุนัขอย่างที่ตัวเขาจำแลงกาย ก็แน่นอนแหละ บาคุก็มีจมูกเหมือนงวงช้างอยู่แล้ว แค่ทำเป็นเดือนๆไปดมๆก็ได้กลิ่นแล้ว ไม่นานนักบาคุก็ตามกลิ่นมาถึงห้องน้ำหญิง


บาคุเดินนั่งอยู่หน้าห้องน้ำหญิงแบบนั้นเพื่อรอให้คนในนั้นออกมาก่อน นักศึกษาสาวๆพอเห็นหมาชิบะอินุ ก็พากันมองใหญ่บางคนก็อยากจะลูบหัว แต่ก็ต้องเดินเลี่ยงไป พอแน่ใจว่าไม่มีคนแล้วบาคุก็เดินเข้าไปห้องน้ำ แล้วเขาก็เจอจริงๆ


ต้นทางของกลิ่นอยู่ที่ก๊อกน้ำนี้จริงๆ จุดที่กลิ่นแรงมากๆ คือก๊อกน้ำ และกลิ่นนั้นคือกลิ่นน้ำลายของใบเฟิร์น คงจะใช้มือรองน้ำแล้วกิน พอแน่ใจแล้วบาคุก็ออกมาอีกเขาตามกลิ่นของใบเฟิร์นไปตามทางเดิน เขาแผ่จิตออกไป แล้วเขาก็ได้รู้ว่าใบเฟิร์นเริ่มเสียอาการตรงนี้


เขารีบกลับไปหาริวกะที่รออยู่ที่มุมตึก เขารายงานว่าจริงด้วยขอรับข้าได้กลิ่นของใบเฟิร์นจากในห้องน้ำ นางคงจะกินน้ำประปาอย่างที่นายน้อยคาดการณ์ไว้ แล้วจากรอยเท้าของนาง นางคงจะใกล้เป็นลมขอรับ โชคดีเหลือเกินที่ฝืนเดินไปถึงโรงอาหาร

ปึ้ง !!!  ริวกะทุบกำปั้นใส่กำแพงตึกด้วยความโมโห นี่ชั้นมัวแต่คิดว่าอยากมีความสุขกับพลอย จนลืมว่ามีเพื่อนต้องคอยดูแลเหรอเนี่ย ริวกะคิดแล้วก็หงุดหงิดตัวเอง บาคุปลอบริวกะว่านายน้อยขอรับ ไม่ว่ามนุษย์ หรือ ภูติพราย ก็มีช่วงที่ผิดพลาดได้ขอรับ


นายน้อยอย่าโทษตัวเองเลยขอรับ แล้วจากนี้ท่านจะทำเช่นไรดีขอรับนายน้อย ริวกะจึงพูดว่านายช่วยอะไรชั้นหน่อยได้มั้ย บาคุเห่าโฮ่งออกมาทันที โดยที่ไม่ต้องบอก เพราะตัวบาคุเองก็รู้ดีว่า ถ้าริวกะพูดแบบนี้คงต้องการความช่วยเหลือจริงๆ



ริวกะจับๆๆ รอบๆตัวกระเป๋าเสื้อ กระเป๋า กางเกง เวรละไม่ได้เอาอะไรมาเลยมีแค่ปากกาด้ามนึงในกระเป๋าเสื้อ ริวกะมองๆๆ มองเห็นนักศึกษาปี 1 กลุ่มนึงนั่งทำงานอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า น้องครับ พี่ขอกระดาษเปล่าสักแผ่นได้มั้ยครับ


น้องๆปี 1 พอได้เห็นพี่ริวมาพูดกับตนก็ถึงกับตะลึงเลย คนอะไรมันจะหล่อแบบนี้ ริวถามอีกครั้งว่าได้มั้ยครับ คำพูดของชายหนุ่มเหมือนดึงสติน้องๆ ค่ะๆๆๆๆได้ค่ะพี่ริว น้องกลุ่มนั้นเปิดสมุดแลคเชอร์แล้วฉีกให้ริวกะไปทันที ริวรับมาแล้วยิ้มให้ แล้วบอกว่าขอบคุณครับ



รอยยิ้มของริวนั้นทำให้น้องๆแทบคลั่ง แต่ว่าตอนนั้นเองริวกะก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในสมุดของน้องๆ ริวกะบอกโทษนะน้อง แล้วก็ถือวิสาสะเอื้อมมือไปเปิดๆๆๆ สมุดแลคเชอร์ดู น้องๆก็มองด้วยตาเป็นประกาย ริวกะบอกว่าจุดนี้จดมาผิดนะ แล้วเขาก็เขียนสูตรคำนวณแบบสดๆให้น้องเลย


น้องผู้หญิง 3 คน ผู้ชายอีก 2 คนที่นั่งอยู่ในโต๊ะก็รีบลุกขึ้นมาดู ก็พากันงงเลยว่า พี่ริวมันรู้ได้ไงวะ ว่าเรียนอะไรมา  5 คนมองริวเขียนตาไม่กระพริบ พรื่ดๆๆๆ ริวเขียนสูตรคำนวณ อีกครั้งให้น้องๆ แปปเดียวก็เสร็จ


[ ริวกะ ]  :  ลองทำดูใหม่นะ ขอบใจมากสำหรับกระดาษ


แล้วริวก็เดินไปทันที น้องๆ 5 คนรีบเข้ามามุงสูตรที่ริวเขียนให้แล้วก็พากันมองหน้าเลย เฮ้ย !!! พี่ริวรู้ได้ไงว่าจดผิดเนี่ย แล้วเพื่อนอีกคนก็ถามว่าผิดจริงไหมอ่ะแก เพื่อนข้าวของแลคเชอร์มองๆ แล้วบอก เอ้อ !!!  ผิดจริงๆด้วยก็ว่าทำไมหาคำตอบไม่ได้เลย


[ เพื่อนผู้ชาย ]  : โห คนห่าไรวะเก่งชิบหายเลย  เรากดเครื่องคิดเลขแทบตาย พี่แกเขียนแปปเดียว

[ เพื่อนผู้หญิง ]  :  งือออ หล่อเรียนเก่ง เง๊อออออ


ฝั่งน้องๆก็คลั่งไปเหมือนริวกะจะได้ FC เพิ่มแล้ว ส่วนตัวเขาก็เดินมาที่มุมตึก เขาเขียนรายการอาหารที่ต้องการให้บาคุซื้อ แต่ว่าตอนนั้นบาคุก็พูดขึ้นมาว่า นางจะรับของจากท่านหรือขอรับนายน้อย นางเป็นคนขี้เกรงใจไม่ใช่เหรอขอรับ


ริวกะฟังแล้วก็หยุดเขียนเลย เขาคิดใหม่แล้วก็เขียนไปอีกที มันเป็นรายการอาหารทั้ง 7 วัน วันละ 3 มื้อ ซึ่งเขามั่นใจว่าใบเฟิร์นจะไม่ปฏิเสธแน่นอน ตอนนั้นบาคุก็ได้กางอาณาเขตภาพลวงตาแล้วแปลงร่างเป็นมนุษย์ทันที ทันทีที่ริวกะเขียนรายการเสร็จก็ส่งให้บาคุ


พร้อมกับบัตรเครดิต 1 ใบ เขาวานให้บาคุไปซื้อของตามนี้ แล้วก็ตามไปที่หอพักใบเฟิร์น บาคุก้มหน้ารับคำสั่งแล้วเดินออกไปทันที ส่วนตัวริวกะก็รีบใช้ชุนโปเพื่อเคลื่อนที่ไป ณ ห้องชมรมอาสาพัฒนาของเขา และหยิบเครื่องบันทึกเสียงประจำชมรมมา เพราะว่าวิชาที่กำลังจะสอนต้องแลคเชอร์ ริวกะรู้ดีว่าใบเฟิร์นไม่มี สมาร์ทโฟนที่สามารถถ่ายรูปได้



เขาจึงต้องเขาไปเรียนและจดมาให้ใบเฟิร์นอย่างละเอียดแล้วถ้ามีเสียงอาจารย์อธิบายด้วยมันก็ต้องดีกับใบเฟิร์นแน่นอน  หลังจากตอนที่ ทั้ง 4 คนเดินกลับแล้วมาเจอใบเฟิร์นอยู่กับอาจารย์ดำรง หรือ ป๋ารง ตอนที่ริวกะเห็นใบเฟิร์นร้องไห้ เขาก็พยายามฟังให้ได้มากที่สุด เขาได้ยินคำพูดที่ว่า ถ้ามีอะไรให้อาจารย์ช่วยก็บอกได้เลยนะ


แล้วใบเฟิร์นก็ร้องไห้อย่างที่ทุกคนเห็น ตอนนี้ริวกะเริ่มอยากจะรู้เรื่องของใบเฟิร์นแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมป๋ารง พูดแบบนั้น แต่ถ้าจะให้เอาเรื่องราวทั้งหมดมาปะติดปะต่อกัน หิว + กินน้ำก๊อก +เป็นลม คำตอบมันก็ง่ายมากคือเรื่องเงินนั่นเอง



ริวกะแยกกับเพื่อนแล้วรีบไปที่หอพักใบเฟิร์นทันที ที่แรกที่เขาไปคือออฟฟิศของหอพัก คำถามแรกที่เขาถามคือใบเฟิร์นค้างค่าเช่าอยู่หรือเปล่า พนักงานของออฟฟิศหอพักได้ฟังแล้วก็งงๆ ริวกะจึงได้บอกชื่อจริงไป พนักงานจึงบอกไปว่า ขอโทษนะครับมันเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้พักอาศัย


ริวกะวางบัตรเครดิตอีกใบ ปึ้ง !!!  แล้วบอกว่าถ้าเฟิร์นค้างค่าเช่าห้องผมก็จะจ่ายให้ พอได้ยินว่าจะจ่ายให้พนักงานก็สองจิตสองใจทันที เพราะใบเฟิร์นก็ค้างค่าเช่ามาหลายเดือดแล้ว จริงอยู่ว่าใบเฟิร์นเป็นเด็กนิสัยดี แต่เรื่องค่าเช่ามันก็คนละเรื่อง คนละส่วน พอได้ยินว่าจะจ่ายให้เขาก็เริ่มลังเล


[ ริวกะ ]  :  ไม่เป็นไร ต่อสายให้ผมคุยกับเจ้าของหอพักหน่อยครับ ผมจะคุยกับเขาเอง


พนักงานได้ยินแบบนั้นก็เหมือนจะได้ข้อสรุปทันที เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วต่อสายหาทันที ริวกะรับสายแล้วเริ่มคุยทันที ซึ่งการเจรจาก็เป็นไปได้ด้วยดี เพราะตัวริวกะเองก็มีสกิลในการเจรจาอยู่แล้ว เรื่องมันยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ หลังจากที่คุยจบริวกะยื่นโทรศัพท์คืนให้พนักงาน


ทันทีที่เขารับไปก็รีบคุยกับเจ้านายที่อยู่ปลายสาย ก็แน่นอนแหละสรุปว่าเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดของใบเฟิร์นริวกะจะจัดการเอง ริวกะยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานไปจัดการ ส่วนตัวเขาก็รีบวิ่งไปรอใบเฟิร์นตรงทางเดินมาหาหอทันที พร้อมกับสมุดแลคเชอร์กับเครื่องอัดเสียงที่เขาบันทึกเสียงอาจารย์ไว้

( ช่วง Time Line นี้ อ่านได้ในตอนที่ 36 กึ่ง 37 )

ปัจจุบันใบเฟิร์นได้ฟังแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ แต่สิ่งนึงที่เธอสงสัยคือ ทำไมริวต้องให้พวกเวย์รู้เรื่องนี้ด้วย ใบเฟิร์นเอ่ยถามข้อสงสัยนี้ทันที ริวจึงตอบไปว่า 


“ เราอยากให้เฟิร์นรู้ ว่านอกจากเราแล้ว ไอ้สามคนนั้นก็เป็นเพื่อนที่ดีของเฟิร์นนะ “


ใบเฟิร์นฟังแล้วก็น้ำตาคลอเบ้า มันเป็นอย่างที่ริวบอกจริงๆ เพราะทันทีที่เธอบอกว่า ขอให้ทั้ง 3 เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ พวกเขาทั้ง 3 ก็แกล้งหูหนวกตาบอดทันที ใบเฟิร์นยังถามอีกว่า ทำไมริว.. ถึงเลี้ยงดริ๊งค์พวกพี่ๆเขาล่ะ...


[ ริวกะ ]  :  หืม ไม่ดีเหรอ


[ ใบเฟิร์น ]  :  ดีสิ่ ดีมากๆเลย พี่เขาทุกคนดีกับเฟิร์นมากเลยนะริว ริวรู้มั้ย ยิ่งพี่เชอรี่ เขาช่วยเฟิร์นแทบทุกครั้งที่มีปัญหา ช่วยจนตัวเขาลำบากเอง


[ ริวกะ ]  :  อื้ม ก็เพราะพี่ๆของเฟิร์น ดันเฟิร์นออกมาหาริวนั่นแหละ ถึงจะไม่ดันเฟิร์นออกมา ริวก็จะเลือกเฟิร์นอยู่ดี แต่ถ้าริวเลือกเฟิร์นมาเอง ริวก็จะไม่เลี้ยงดริ๊งค์พวกพี่เขาหรอก


[ ใบเฟิร์น ]  :  งืมมมมม


[ ริวกะ ]  :  พวกพี่เขานิสัยดีนะ ถือซะว่าค่าดริ๊งค์นั่นเป็นการตอบแทนเล็กๆน้อยๆแล้วกันนะ


ใบเฟิร์นจ้องมองริวด้วยแววตาที่เป็นประกาย ใช่แล้ว เพื่อนของเธอคนนี้รวยมาก แต่ใช่ว่าคนรวยจะใจดีแบบนี้ทุกคน ริวกะเข้าใจหัวอกคนอื่นเสมอเลย ตั้งแต่รู้จักกันริวกะก็ดีแบบนี้มาตลอด ดีกับเธอมากจริงๆ จนกระทั้งทั่ง 2 คนมาถึงคอนโดของริวกะ


บาคุพาทั้งคู่ลงจอด ที่ชั้นดาดฟ้าเพราะมันคงจะสะดวกกว่าในการกลับเข้าห้อง ทันทีที่ลงพื้น บาคุก็กลับมาร่างหมาเหมือนเดิม ใบเฟิร์นก็มองแบบตื่นเต้นที่ได้เจอน้องบาคุอีกครั้ง

[ บาคุ ]  :  ข้าขอตัว ขอรับ

[ ริวกะ ]  :  ตามสบาย ขอบใจนะบาคุ


บาคุก้มหัวให้นายน้อยอีกครั้ง แล้ววิ่งกระโดดลงตึกไปยังด้านลานจอดรถทันที การบินแบบนี้ในประเทศไทย ถือว่าใช้พลังไม่เบาเลย จริงอยู่ว่าระหว่างทางริวกะจะคอยถ่ายพลังเวทย์ให้เรื่อยๆ แต่สำหรับบาคุแล้ว การจะคงร่างกายใหญ่โตแบบนั้นไว้ในประเทศไทย มันก็ใช้พลังงานเวทย์ไม่น้อยเลย


ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นมันจะง่ายกว่านี้มากเลย บินทั้งวันก็ไม่เหนื่อย ริวกะชวนเฟิร์นมายืนตรงริมระเบียงตึก แล้วใบเฟิร์นก็ตกใจกับความใหญ่โตและสวยงามของคอนโดเป็นอย่างมาก ริ ริว โครงการนี้ห้องนึง 10 ล้านเลยนะ ริวก็มอง เอ่อ... ก็นะ ป่ะเถอะ ไปห้องริวกัน ริวพาเฟิร์นเดินลงบันไดพิเศษของเขา


ซึ่งจะเชื่อมเข้ากับห้องของเขาพอดี ซึ่งพอลงมาถึงริวกะก็กอดใบเฟิร์นทันที ใบเฟิร์นก็ตกใจพยายามขืน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเธอต้องเป็นของริวกะเธอก็ยอมให้เขากอด มิหนำซ้ำยังเป็นคนเขย่งไปจูจุ๊ปริวกะเองอีกด้วย ริวกะเปิดประตูเข้ามาในห้องของตนแล้วพาใบเฟิร์นเข้าไปทันที


ใบเฟิร์นใจเต้นไม่หยุดเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในห้องของริว ซึ่งเอาจริงๆเธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้มาที่นี่ ริวกะเดินเข้ามาลูบที่หัวไหล่ของใบเฟิร์นเบาๆ และเอื้อมมือไปที่รูดซิบชุดเดรสของใบเฟิร์นทันที



ครูดดดดดด  เสียงซิบค่อยๆดังขึ้นพร้อมกับถูกดึงลง ทันทีที่สุดปลายซิบ ชุดเดรสส่วนบนก็แบะออกตามแรงโน้มถ่วงของโลก เผยให้เห็นเนินนม Cub B ประเมินด้วยสายตาน่าจะ 34  ตรงปลายจุกนั้นถูกปิดด้วยบราแบบปีกนก แบบนี้สิ่นะการใส่ชุดเดรสถึงได้สวยงามแบบนี้


ใบเฟิร์นตกใจรีบยกมือมาปิดหน้าอก ตามสัญชาตญาณทันทีที่หน้าอกของเธอถูกจ้องมองด้วยสายตาของผู้ชาย แต่ปิดไว้แบบนั้นและก้มหน้าหลบตา ริวกะพูดว่าหืม ทำไมหลบล่ะเฟิร์น ใบเฟิร์นตอนนี้ตัวสั่นมากๆ แต่เธอก็กลั้นใจยกมือออก ขนาดว่าปิดไฟ เธอยังอายขนาดนี้เลยแล้วถ้าเปิดไฟจะขนาดไหน



ใบเฟิร์นยกมือออกแล้วค่อยๆดึงชุดเดรสลง เสียงพรืด พรืด พรืด ของเนื้อผ้าเสียดสีกับผิวหนังฟังแล้วได้อารมณ์จริงๆ ไม่นานนักชุดเดรสก็ลงไปกองที่ข้อเท้า ใบเฟิร์นสาวน้อยวัย 20 ค่อยๆก้าวขาเดินมาหาริวกะที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้า เธอเอื้อมมือไปคล้องคอของเขาไว้



ถึงใบเฟิร์นจะก้มหน้าอยู่แต่เธอก็รู้ว่าริวคงจะจ้องมองหน้าอกของเธอแน่ๆ และไม่ถึงอึดใจริวกะก็วางมือแหมะที่เอวของเธอ เอวที่ไม่มีเสื้อผ้าห่มคลุมอีกแล้ว ริวกะลูบไล้เอวของเธอแล้วป้วนเปี้ยนๆ ตรงขอบ กกน ใบเฟิร์นตกใจเผลอปล่อยมือที่คล้องแขนมาจับมือของริวไว้


แต่ว่าไม่นานเธอก็ปล่อยมือออก ริวกะแซะมือไปที่ขอบกางเกงในทั้งซ้ายขวา ใบเฟิร์นได้แต่หลับตากัดฟันข่มใจ บอกตัวเองว่า อดทนไว้เฟิร์น อย่างน้อยก็เป็นริวไม่ใช่คนอื่น ใบเฟิร์นเหมือนจะทำใจได้แล้ว แต่ว่าในขณะที่ริวกำลังดึง กกน จนเป้ากกน จะพ้นเนินสวาทอีกนิดเดียว


สามัญสำนึกของเธอก็สั่งให้เธอหุบขาทันที  ใบหน้าสีหน้าของเธอตอนนี้ประหม่าสุดๆไปเลย นี่เธอกำลังจะเสียครั้งแรก นี่เธอกำลังจะเอาตัวแลกเงินงั้นเหรอ ถ้าเธอทำลงไปจริงๆ เธอจะเสียศักดิ์ศรีเลยนะ ตะ แต่ แต่ว่าเงินก้อนนี้มันจำเป็นจริงๆ ถ้าเธอไม่ได้มันมาอาทิตย์หน้าเธอก็จะไม่มีจ่ายค่าเทอมนะ ใบเฟิร์นน้ำตาไหลอาบนองหน้า



เธอตัดสินใจแล้วว่าจะยอมเสียตัวครั้งนี้ครั้งเดียว เพื่ออนาคตของเธอเอง ใบเฟิร์นขยับขาออกแล้วค่อยๆถอดกางเกงในด้วยตัวเอง เธอยังคงก้มหน้าหลับตาไม่ยอมมอง อย่างน้อยคนที่ได้ครั้งแรกของเธอไปก็ยังเป็นริว เพื่อนร่วมชั้นที่นิสัยดีมากๆคนนึง แต่ถึงแม้จะทำใจว่ายอมโดนล่วงล้ำแต่โดยดีแต่ตัวเธอก็ยังไม่หยุดสั่นอยู่ดี



สิ่งนี้ทำให้ริวกะนั้นรู้ได้ทันทีว่าใบเฟิร์น ไม่ได้เต็มใจนักที่จะทำมัน พรึ่บ !!! ริวกะหยิบผ้าห่มผืนโตมาห่มคลุมให้ใบเฟิร์นทันที ทำให้สาวเจ้าถึงกับงงและตกตะลึงเป็นอย่างมาก มันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดอะไรขึ้น ตามจริงปานนี้เธอต้องถูกจับนอนลงบนที่นอนและละเพลงบทเพลงกามแล้วสิ่



แต่ริวนั้นกลับหยิบผ้ามาห่มให้เธอแทน ทำไมกันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าริวไม่พอใจเรือนร่างนี้ แบบนี้ก็เท่ากับว่าเธอจะไม่ได้เงินที่เธอต้องใช้น่ะสิ่


[ ใบเฟิร์น ]  :  ริว ทำเถอะ นะ นะทำเถอะ


[ ริวกะ ]  :  ม่ายอ่ะ ไม่มีอารมณ์เลยยย


[ ใบเฟิร์น ]  :  เฟิร์นขอร้องเฟิร์นจำเป็นต้องใช้เงิน นะริว เฟิร์นยอมให้ริวทำ ดีกว่าให้ใครก็ไม่รู้ทำ นะริวนะ



ใบเฟิร์นทั้งพูดทั้งร้องไห้เหมือนคนขาดสติ ใจจริงเธอไม่ได้อยากจะเสียความบริสุทธิ์หรอก แต่ถ้าเสียให้กับริวตอนนี้มันก็จะดีกว่าไม่ใช่เหรอ


[ ริวกะ ]  :  ม่ายอ่ะ ริวไม่มีอารมณ์ทำกับคนที่ตัวสั่นแบบนี้หรอก ไม่อยากฝืนใจมันไม่ใช่สไตล์


[ ใบเฟิร์น ]  :  ตะ ตะ แต่ว่าริว เฟิร์นต้องใช้เงินนะ ไหนริวบอกว่าริวซื้อเฟิร์นมาแล้วไง


[ ริวกะ ]  :   ริวจะให้เฟิร์นยืมเงินเพื่อจ่ายค่าเทอม แต่มันต้องไม่ใช่วิธีนี้


[ ใบเฟิร์น ]  :  หมายความว่าไงริว


[ ริวกะ ]  :   เรื่องค่าเทอม ริวจะจัดการให้จากนี้จนเรียนจบ ริวจะจ่ายให้ทั้งหมดก่อน แต่เฟิร์นต้องเลิกทำงานนั่งดริ๊งค์


[ ใบเฟิร์น ]  :  แต่ แต่ว่าถ้าเลิกทำงาน เฟิร์นจะเอาเงินที่ไหนใช้ เฟิร์นจะเอาเงินที่ไหนกินในแต่ละวันล่ะริว


[ ริวกะ ]  :  แล้วทุกวันนี้มีกินมีใช้เหรอ อดข้าวจนเป็นลม ไฟก็โดนตัด แบบนี้ดีแล้วเหรอเฟิร์น


[ ใบเฟิร์น ]  :  แต่. แต่ว่า


[ ริวกะ ]  :  ฟังให้จบก่อน


ใบเฟิร์นนั้นเงียบในทันที ตอนนี้เธองง เธอสับสนไปหมดว่าริวจะเอายังไงกันแน่ เธอได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าให้ริวเปลี่ยนใจเลยนะ อย่าทำให้เธอต้องหมดหวังเลย และริวกะก็บอกว่า



[ ริวกะ ]   :   เฟิร์นจะต้องมาทำงานกับริวเพื่อ หาเงินมาใช้หนี้ริว แน่นอนว่าริวจะให้เงินเดือนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ มันอาจจะไม่มากเท่างานที่ทำอยู่ตอนนี้ แต่มันก็ดีที่ต้องไปทำงานนั่นอีก แน่นอนว่าริวจะทำหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษรตามกฎหมายกำหนด และเฟิร์นจะต้องคืนเงินริวทุกบาททุกสตางค์  อืม.... งวดแรกเอาเป็น หลังจากเรียนจบมีงานที่มั่นคงทำแล้วกันนะ วันนั้นริวจะเริ่มทวงหนี้  “ โอเคมั้ย “




[ ใบเฟิร์น ]  :  อะไรนะริว ริว.. พูดจริงๆเหรอ



[ ริว ]  :  ( ยิ้มและพูด )  ตั้งแต่รู้จักกันมา ริวเคยโกหกเฟิร์นมั้ยล่ะ





 





เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 27, 2021, 09:29:58 am โดย Monotone_Memory »

*

ออฟไลน์ redmuffer

  • Junior Member
  • ***
  • 475
  • 400
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 01:33:45 am »
เสรจเจ้ามังกรอีกแล้วนะเฟิรน

*

ออฟไลน์ Ritsy

  • Full Member
  • **
  • 54
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 02:06:04 am »
ลุ้นจะได้กันไหม

*

ออฟไลน์ err

  • Veteran Member
  • ******
  • 1972
  • 908
  • ดอนควาย
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 02:08:12 am »
ว้า...นึกว่าจะได้..ใบเฟิร์น..ซะแล้ว..ริวกะ  คงรอต่อไป

*

ออฟไลน์ neimuchan

  • Junior Member
  • ***
  • 507
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 02:21:48 am »
เอ้า อ่านตอนนี้แล้วเพิ่งรู้ตัวว่า........

ยังไม่ได้อ่านตอน 42 เลยนี่หว่า -*-



โอเคนะ ไม่ต้องรีบทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆจนพร้อมก่อนแบบนี้ก็ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 27, 2021, 08:27:36 am โดย neimuchan »
จริงๆแล้วมี ID เก่า แต่ดันจำ password mail เก่าไม่ได้เลยต้องสมัครใหม่ -*-

*

ออฟไลน์ mrcat2019

  • Junior Member
  • ***
  • 479
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 02:33:33 am »
จัดไป นายริว

*

ออนไลน์ mighty

  • Gold Member
  • *****
  • 1025
  • 274
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 02:34:32 am »
ริวคงได้แม่บ้านมาช่วยสาวเมดแล้วสิทีนี้ใบเฟิร์นคงต้องทำหน้าที่แทนสาวเมดในการดูแลริวที่คอนโดแล้ว..

*

ออนไลน์ toshiies

  • Full Member
  • **
  • 117
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 03:31:48 am »
ดูแล้วริวน่าจะให้ใบเฟิร์นมาช่วยงานอั้ม ทีนี้พี่มังกรคงได้สุขเพิ่มขึ้นแน่ๆ

*

ออฟไลน์ Leo the rott

  • Junior Member
  • ***
  • 440
  • 34
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 03:57:54 am »
ทางสวรรค์สำหรับเฟิร์นเปิดแล้ว

*

ออนไลน์ aekkung

  • Junior Member
  • ***
  • 564
  • 174
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 04:01:01 am »
ปกติริวไม่ใช่พ่อพระแบบนี้ไม่ใช่เหรอ

*

ออฟไลน์ Tyu744

  • Full Member
  • **
  • 147
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 04:13:01 am »
ริวก็คนดีนะ สงสัยอาจจะเกรงใจเพื่อนที่แอบชอบเฟิร์น

*

ออฟไลน์ wink

  • Junior Member
  • ***
  • 463
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 04:25:36 am »
ดีใจกะเฟิร์นเจอคนดีๆอย่างริว

*

ออฟไลน์ Flare cnx

  • Senior Member
  • ****
  • 609
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 04:36:54 am »
แทนที่จะโดนดอกเดียว โดนนับไม่ถ้วนแน่

*

ออฟไลน์ aodpasa

  • Senior Member
  • ****
  • 705
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 05:07:44 am »
พี่มังกรหล่อแถมยังนิสัยดีอีก ทีแรกนึกว่าจะเยสแน่นอนแล้ว

Re: ตำนานเทพวายุ [ season3 ] ตอนที่ 43 : อบอุ่น
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 27, 2021, 05:10:59 am »
เเต่คงไม่รอดพ่อมังกรหรอก

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ