จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)

จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)

  • 594 ตอบ
  • 4827 อ่าน
*

ออฟไลน์ llOUllnJllUUllSJllSJ

  • Full Member
  • **
  • 138
  • 355
    • ดูรายละเอียด
จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:22:45 pm »
สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก xonly8 อ่านเต็มได้ที่ https://fictionlog.co/b/6053b2ece9cbb4001caf362f


ร้านขายกัญชา หรือที่เป็นที่รู้จักกันว่า ร้าน Coffee Shop นั้น มีตั้งอยู่หลายร้านในอัมสเตอร์ดัม หนึ่งในนั้นคือร้านที่ผมกับอีฟหลงเดินเข้ามา และแม้ว่าในตอนแรกนั้นผมจะหลงเดินเข้ามาด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร้านกาแฟนั่งเล่น แต่เพราะอีฟที่พูดเชิงเยาะเย้ยผมอยู่หน่อยๆ ทำให้ผมตัดสินใจจะลองกัญชาสักครั้งในชีวิต แน่นอนว่ามันผิดกฏหมายที่ไทย ดังนั้น โอกาสจะลองก็ไม่ได้มีง่ายๆ ที่สำคัญ ผมอยากแสดงให้อีฟเห็นด้วยว่า ผมก็แน่จริง

“แล้ว.. เราจะสั่งเขายังไง” ผมถามอีฟเสียงเบา สายตายังคงมองไปที่ป้ายเมนูที่ติดอยู่ที่เค้าเตอร์บาร์

“เราก็เดินไปสั่งที่หน้าเค้าเตอร์นั่นแหละ” อีฟบอก

“แล้วเราจะสั่งยังไงอะ”

“พี่จะลองแบบไหน” อีฟถาม

“มันมีแบบไหนบ้าง” แน่นอนว่า บุหรี่ผมยังไม่สูบ ดังนั้นความรู้เรื่องกัญชาผมเท่ากับศูนย์เลยทีเดียว

“อีฟเคยลองแค่ครั้งเดียวเอง แชร์ล็อตพามาลอง พี่ไม่เคยลองเลย เอาเป็นเค้กหรือคุ๊กกี้ผสมกัญชาก็พอแล้ว” อีฟว่าพลางกวาดสายตาที่เมนู แหม.. การจะเข้าร้านแบบนี้แล้วกินแค่คุ๊กกี้มันก็กระไรอยู่ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว แถมอีฟก็ดูถูกผมไว้มาก ผมเลยตั้งใจว่า จะลองทั้งที ลองให้สุดดีกว่า

“คุ๊กกี้มันเด็กไป ลองทั้งทีเอาให้สุดไปเลย อยากลองแบบโต๊ะนั้นอ่ะ” ผมบอกอีฟพลางโบ้ยไปที่โต๊ะที่อยู่ข้างๆถัดออกไป 2 โต๊ะ อีฟหันไปมองตามแล้วหันกลับมาพูดว่า

“เวอร์ไปพี่ เป็นบ้องแบบนั้นมีหวังพี่ได้น็อคร่วงตรงนี้แหละ อีฟไม่หามกลับนะบอกไว้ก่อน” เธอบอก

“เอ้า แล้วจะถามทำไม อ่ะ งั้นเลือกให้หน่อย เอาแบบไหนดี ไม่เอาแบบคุ๊กกี้ขนมเค้กอะ มันเด็ก” ผมตัดสินใจให้อีฟช่วยเลือก เพราะในเมื่อเธอมีประสบการณ์ ก็ให้เลือกให้ซะเลยก็น่าจะง่ายดี

“โอเค งั้นเอาเป็นแบบจ้อยท์ก็พอแล้ว เป็นบุหรี่มวนกัญชา พี่ลองแบ่งกับอีฟก็ได้ ครั้งที่แล้วแชร์ล็อตไม่ให้อีฟลอง ให้กินแต่คุ๊กกี้ บอกว่าอีฟไม่เคยสูบบุหรี่ เดี๋ยวจะหนักเกิน” อีฟแนะนำผมมา แบบจ้อยท์ (Joint) บุหรี่ที่ยัดไส้กัญชา ถ้ามองผ่านๆมันก็บุหรี่ธรรมดานี่แหละ ราคาก็ราว 5 ยูโรต่อหนึ่งมวน ถ้าเป็นเงินไทยก็ 170 กว่าบาท ถือว่าแพงใช้ได้เลย

“แบบนี้มันจะดูเด็กไปป่าว ดูโต๊ะอื่นดิ ล่อเป็นบ้องเลย” ใจหนึ่งผมก็แอบเขินเล็กๆ เพราะโต๊ะอื่นเขาล่อกันเป็นบ้องเลย ถ้าโต๊ะผมจะมานั่งแบ่งมวนบุหรี่กัญชากันมวนเดียวสองคน ในฐานะผู้ชายมันก็คงดูเสียเชิงชายเล็กน้อย

“โอ้ยย พ่อคุณ เอาแค่นี้ให้รอดก่อน ถ้ารอดเดี๋ยวอีฟสั่งแบบบ้องให้เลยเอ้า” อีฟเบ้ปากบ่นผมพลางลุกขึ้นไปที่เค้าท์เตอร์บาร์พร้อมกับสั่งบุหรี่มาให้

ไม่ถึงนาที อีฟก็กลับมาพร้อมบุหรี่หนึ่งมวน อยู่ในถุงพลาสติคใสที่ยังไม่ได้แกะ พร้อมกับจานขนมเค้กรสช็อคโกแลตที่ผมรู้ว่า ไม่ได้มีแค่ช็อคโกแลตแน่ๆ

“อ่ะ พร้อมมั้ยคะคุณพี่ขา” อีฟยิ้มให้ผมด้วยความท้าทาย

“หึ มาถึงขั้นนี้แล้ว ไหน มันทำยังไง” ผมจัดท่านั่งเตรียมพร้อม สูบบุหรี่ผมก็ไม่เคย เรียนจบมาก็มีแค่เพื่อนสมัยมัธยมที่มันแอบไปสูบบุหรี่กันหลังห้องน้ำ โดยที่ผมก็แค่ยืนดู นี่จะเป็นครั้งแรกเลยที่ผมจะได้ลองสูบจริง

“ตอนนั้นอีฟก็ไม่ได้ลองอ่ะ แชร์ล็อตสูบอยู่คนเดียว อีฟไม่เคยสูบบุหรี่ด้วย นี่ครั้งแรกเหมือนกัน” อีฟบอกผมพลางแกะมวนบุหรี่ออกมาจากซองใส

“งั้นเดี๋ยวพี่ก่อนเลย พี่เคยเห็นเพื่อนสูบอยู่” ผมโชว์ความแมนให้อีฟดูพลางคว้ามวนบุหรี่กับไฟแช็คมา

แต่ก่อนที่ผมจะจุดบุหรี่นั้น ผมเริ่มจะลังเลนิดๆ ไม่ใช่ว่ากลัว แต่มันคือความแปลกใหม่ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น นอกจากเรื่องผู้หญิงที่เป็นปกติของราคะตัณหาในตัวมนุษย์แล้ว ผมก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเหล้า ยา บุหรี่เลย แม้ว่าจะทำงานในผับ หรือมีเพื่อนที่กินเหล้าสูบบุหรี่มาตลอดก็เถอะ ดังนั้น นี่ไม่ใช่โลกใบใหม่ที่ผมไม่รู้จัก แต่มันคือโลกที่ผมรู้จักดี แต่ไม่เคยเดินเข้าไปต่างหาก

“เอ้า.. ลังเลซะงั้น กลัวเหรอจ๊ะพ่อคนเก่ง” เสียงอีฟพูดขึ้นหลังจากเห็นผมนิ่งค้าง

“เปล่าซะหน่อย” ผมตอบเธอพลางหยุดคิดทุกอย่าง แล้วก็เริ่มต้นจุดบุหรี่แล้วสูดบุหรี่เข้าปอดอย่างแรง

แค่กๆๆๆๆๆๆ ผมสำลักและไอออกมาอย่างรุนแรงในทันทีที่ผมอัดบุหรี่เข้าปอดฟอดใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะนี่คือครั้งแรกที่ผมสูบ หรือเป็นเพราะผมอัดควันเยอะเกินไปก็ไม่รู้ได้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมรู้สึกแสบหูแสบคอไปหมด ผมไอจนหน้าแดง แต่ภาพที่ผมเห็น กลับเห็นอีฟที่นั่งหัวเราะคิกคักขำผมอยู่คนเดียว

“ฮ่าๆๆๆ ไม่เห็นพี่จะแน่เหมือนที่โม้ไว้เลย” อีฟหัวเราะเยาะผม

“ก็มันไม่เคยนี่หว่า เดี๋ยวเอาใหม่” ผมตอบเธอไปหน้ามุ่ยพลางเริ่มต้นสูดบุหรี่มวนนั้นอีกครั้ง

แต่คราวนี้ การสูบของผมไม่ได้เร่งรีบ แต่ค่อยๆสูดเหมือนการหายใจตามปกติ แล้วทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ในวินาทีที่รสสัมผัสของกลิ่นบุหรี่ ไม่สิ ต้องบอกว่ากลิ่นกัญชาถึงจะถูก ในวินาทีที่รสสัมผัสของกลิ่นกัญชาเข้ามาในประสาทสัมผัสผมนั้น ผมรู้สึกได้ถึงความโล่ง มันคงบอกให้เข้าใจได้ยากว่าเป็นความโล่งแบบไหน มันผสมผสานระหว่างความโล่งกายและโล่งใจ ทั้งๆที่มันเป็นเพียงแค่การสูดครั้งแรกเท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพียงแค่อุปทาน หรือเพราะสมองผมดีกว่าคนปกติ ทำให้สั่งการประสาทสัมผัสให้รับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นได้เร็วกว่าคนทั่วไป

“เป็นยังไงบ้าง” อีฟมองผมตาแป๋วหลังจากเห็นผมเริ่มควบคุมจังหวะการสูบบุหรี่ได้โดยไม่สำลัก

“มันโล่งๆหวิวๆแปลกๆ ไม่รู้เรียกว่าดีมั้ย” ผมตอบเธอยิ้มๆ

“อีฟขอลองมั่ง” อีฟว่าพลางหยิบบุหรี่ไปจากมือผม

“เอาจริงเหรอ” ผมถามเธอ

“จริงสิ ไหนๆก็เข้ามาแล้ว แถมตอนนั้นมากับแชร์ล็อตก็ไม่ได้ลอง” อีฟว่า พลางเริ่มต้นสูบบุหรี่มวนนั้น

อีฟบอกผมว่านี่คือการสูบครั้งแรกของเธอ เธอเป็นแบบเดียวกับผม คือไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน และแม้ว่าผมจะไม่สัมผัสถึงการโกหกอะไรจากเธอ แต่ท่าทางที่เธอแสดงออกมานั้น กลับดูสงบนิ่งในตอนที่เธออัดควันบุหรี่เข้าปอดของเธออย่างมาก

“นี่ครั้งแรกจริงปะเนี่ย ทำไมไม่เห็นสำลักเหมือนพี่” ผมแซวเธอยิ้มๆ ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้โกหกผมหรอก

“ก็อีฟดูจากพี่ไง แล้วก็ดูโต๊ะอื่นเวลาสูบ เขาไม่ได้รีบแบบพี่ซักหน่อย แล้วอีฟก็ค่อยๆสูบ เห็นมั้ย” อีฟว่าพลางสูบอีกครั้งก่อนจะยื่นให้ผม

“เป็นไง รู้สึกยังไงมั่ง” ผมถามเธอในตอนที่เธอพ่นควันออกมาจากจมูกที่โด่งสวยนั้น

“โล่งอย่างที่พี่ว่าจริงๆ แต่.. ไม่เห็นมันจะหัวเราะอะไรแบบที่เค้าว่ากันเลย” อีฟตอบผม เธอคงเข้าใจว่าการสูบกัญชาแล้วจะต้องหัวเราะกันทุกคน

“กัญชานะอีฟ ไม่ใช่แก๊สหัวเราะ เค้าบอกว่าสูบกัญชาแล้วจะอารมณ์ดีต่างหาก” ผมบอกเธอ พลางอัดบุหรี่เข้าปอด

“แล้วพี่อารมณ์ดีจริงมั้ย” อีฟยื่นหน้ามาถาม

“ใครเห็นหน้าอีฟแล้วไม่อารมณ์ดีก็บ้าแล้วบอกตรงๆ” ผมตอบเธอไป แน่นอนว่าเธอคงด่าผมกลับมาแน่ๆ

“ทำมาเป็นปากหวาน” อีฟตอบ ผิดคาดแฮะ ตามปกติแล้วเธอจะด่าผมกลับไม่ใช่เหรอ?

“ก็พูดจริงๆ” ผมตอบเธอพลางยื่นบุหรี่ให้

“นี่ใจคอจะมอมกัญชาอีฟเหรอเนี่ย ส่งให้จัง” เธอบ่นผม แต่ก็ยังหยิบบุหรี่ไปจากมือผม แล้วสูดเข้าปอด

“ก็แบ่งกันสิ เริ่มจะไม่ไหวละ ฮ่ะๆ ยอมแพ้” อันที่จริง ผมไม่ได้ไม่ไหวอะไรหรอก แต่ผมมีแผนการอะไรบางอย่างที่เตรียมไว้ต่างหาก และถ้าสูบมากไป ผมกลัวว่าแผนจะพังเอานะสิ

“ยอมแพ้เร็วจัง อ่อนแออ่ะ” อีฟบอก

“ว่าแต่ขนมเค้กนี่กินหมดเหรอ ทำไมเอามาตั้งสองจาน” ผมมองไปที่จานเค้กช็อกโกแลตสองจานบนโต๊ะที่อีฟไปสั่งมาพลางถาม

“ก็กินคนละจานไง จะกินด้วยกันเหรอ แบบนั้นก็เหมือนแฟนกันน่ะสิ” อีฟตอบผม แต่ผมสังเกตุว่าตอนนี้เธอหน้าแดงนิดๆ

“แฟนกันไม่ได้หมายความว่าจะกินเค้กจานเดียวกันซะหน่อย” ผมแย้งเธอไป

“ก็ใช่ แต่ถ้ากินเค้กจานเดียวกัน  มันจะดูโรแมนติคไปนะ” อีฟตอบผมพร้อมกับสูดบุหรี่เฮือกสุดท้ายก่อนจะหมดมวน ถ้าจะนับจริงๆ ผมสูบได้ไม่ถึงครึ่งมวนด้วยซ้ำ ที่เหลืออีฟจัดการหมดเลย

“โถ นึกว่าอะไร กลัวกินจานเดียวกับพี่แล้วจะเขินพี่ล่ะสิไม่ว่า” ผมแซวเธอขำๆพลางเลื่อนจานเค้กจานหนึ่งมาแล้วเริ่มต้นกิน

“เขินอะไร อีฟ.. ไม่ใช่คน.. แบบนั้นซักหน่อยย” อีฟท้าวคางมองมาทางผม ตอนนี้เธอหน้าแดง ตาปรือนิดๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอง่วง เธอเหนื่อย หรือเพราะฤทธิ์กัญชากันแน่ ว่าแต่มันจะออกฤทธิ์เร็วได้ขนาดนั้นเลยเหรอ?

“ก็เห็นหน้าแดงซะขนาดนี้ ถ้าเขินพี่ก็บอกมาตรงๆ ฮ่าๆ” ผมถามเธอ เพราะตอนนี้เธอดูอาการไม่เหมือนอีฟตอนปกติ

“อีฟปกติดี ไม่เขิน..ไม่.. ได้เป็นอะไรสัก.. หน่อย อิอิ ถ้าไม่เชื่ออีฟจะกินให้ดู” เธอตอบผมพร้อมๆกับดึงมือผมที่ถือช้อนที่ตักเค้กเตรียมจะป้อนเธอซะงั้น

“อั้มมมม” เธอทำเสียงพร้อมกับอ้าปากกว้างรับช้อนที่ตักเค้กของผม

“เห็นมั้ย อีฟปกติดี ไม่เขินซักหน่อย” อีฟตอบผมหน้าแดงพร้อมกับเคี้ยวเค้กไปด้วย

“อีฟไม่ปกติแล้วแหละแบบนี้ ป่ะๆ กลับโรงแรมกันดีกว่า” ผมบอกเธอพลางเตรียมจะลุก

“ไม่เอา ซื้อมาแล้ว เสียดายยยย อีฟ.. ขอกินก่อน” อีฟว่า

เธอไม่ปล่อยให้ผมได้ตอบโต้หรือห้ามอะไร เพราะตอนนี้อีฟกำลังขะมักเขม่นในการตักเค้กช็อคโกแลตที่อยู่ในจานตัวเองกินอย่างเอร็ดอร่อย

สำหรับผมเองนั้น รสชาติของเค้กก็เฉยๆ ไม่ต่างจากเค้กทั่วๆไป ผมไม่รู้ว่าเค้กนี้มีส่วนผสมของกัญชามั้ย เพราะแม้ว่าชื่อเมนูจะเป็นภาษาอังกฤษ แต่คำอธิบายดันเป็นภาษาดัตซ์ ซึ่งผมอ่านไม่ออก

เราสองคนไม่พูดอะไรกันต่อ ต่างคนต่างจัดการเค้กในจานของตัวเองจนหมด และเราก็พร้อมที่จะออกเดินเที่ยวกันอีกครั้ง


หลังจากตั้งสติจัดการตัวเองกันเรียบร้อย เราสองคนก็ออกจากร้านพร้อมข้าวของในมือผมที่ถือให้อีฟพะรุงพะรัง

“เป็นไง ประสบการณ์ลองกัญชาแบบถูกกฏหมายครั้งแรก” อีฟถามผม

“ก็เฉยๆนะ ไม่ได้ถึงขั้นประทับใจอยากลองอีก แล้วอีฟล่ะ” ผมถามเธอกลับในระหว่างที่เรากำลังเดินออกจากร้านไปตามซอกซอยเล็กๆในเมืองอัมสเตอร์ดัม

“แค่อยากลองเหมือนกัน รอบที่แล้วแชร์ล็อตไม่ให้ลอง แต่ลองแล้วก็เฉยๆ อิอิ” เธอหันมาตอบผม แต่คำว่าเฉยๆของเธอนั้น ผมว่าไม่น่าใช่ เพราะตอนนี้หน้าเธอค่อนข้างแดง แถมดูอารมณ์ดีกว่าปกติ แต่แปลกที่ตัวผมเองนั้น ไม่มีอาการอะไรนอกจากหัวโล่งๆโปร่งๆเท่านั้นเอง

ผมได้แต่หวังว่า อีฟจะไม่โดนฤทธิ์ของกัญชามากเกินไปนัก เพราะไม่อย่างนั้น แผนที่ผมเตรียมไว้คงจะพังกันหมดพอดี...


.......



“อีฟ สะพานนี้สวยจัง ขอถ่ายรูปก่อนได้มั้ย” ผมดึงมืออีฟให้หยุดอยู่ที่สะพานข้ามคลองแห่งหนึ่ง เบื้องล่างนั้นคือผิวน้ำที่มีเรือล่องคลองจอดอยู่ บ้างก็แล่นเอื่อยๆพานักท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงยามราตรี ถนนรอบๆประดับประดาไปด้วยแสงไฟสีส้มที่สาดส่องทำให้บริเวณนั้นดูเรืองรองขึ้นมาราวกับเป็นเมืองสวรรค์




“มันต่างอะไรจากสะพานเมื่อกี๊เนี่ย” อีฟที่ถูกผมดึงมายืนใกล้ๆ ท้าวเอวมองผมที่ขะมักเขม่นในการถ่ายรูปสะพานในมุมต่างๆ

“ไม่รู้สิ แต่พี่ว่าตรงนี้สวยกว่า อย่าพูดมาก มาเป็นนางแบบให้หน่อย” ผมหันไปลากเธอมายืนเป็นนางแบบ

“ไม่เอาๆๆๆ ไม่ๆๆๆ อีฟไม่ได้สวยเหมือนพี่แทนนะ” อีฟว่าพลางจะเดินหนี แต่เรื่องอะไรที่ผมจะยอม ผมยังคงคะยั้นคะยอต่อ

“โอ้ย ไม่เห็นจะต้องเทียบกันเลย อีฟก็สวยในแบบของอีฟน่า” ผมไม่รอให้เธอตอบอะไร แต่รีบหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปเธอที่กำลังหน้าบึ้งอย่างไม่เต็มใจอยู่ตอนนี้ และถึงแม้ว่าเธอจะทำหน้าแบบนั้น แต่พอถ่ายออกมาแล้ว เธอก็ยังคงดูสวยอยู่ดี เออ ผู้หญิงหน้ามุ่ยก็ดูเก๋ไปอีกแบบแฮะ

“เสร็จยัง จะถ่ายอะไรเยอะแยะนักหนา” อีฟถามหลังจากที่ผมกดถ่ายรูปรัวๆ

“อ่ะๆ เสร็จละๆ เอออีฟ พี่ฝากของแปป พี่ไม่ไหวแล้ว ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” ผมบอกอีฟพลางยื่นถุงช้อปปิ้งที่เธอระดมซื้อมาแทบทุกร้านที่แวะ พร้อมกับรีบวิ่งมาอีกฟากของสะพานแล้วเลี้ยวเข้ามุมตึกจนลับสายตาอีฟ

“เห้ย เดี๋ยว พี่! เดี๋ยว.. เอ้อ.. ทางนั้นมีห้องน้ำซะที่ไหน..” เสียงอีฟดังไล่หลังมา


..........


บรรยากาศของวันคริสมาสต์ที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟ ต้นคริสมาสต์ และกล่องของขวัญทั่วเมือง พร้อมอากาศที่เย็นจนเกือบติดลบ และแม้ว่าจะไม่มีหิมะ แต่ด้วยความที่เป็นเมืองติดทะเล และอยู่ในพื้นที่ที่มีลมพัดตลอดแล้ว สภาพอากาศก็กลายเป็นวายร้ายสำหรับคนที่ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ได้เหมือนกัน


และอีฟคงเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น เพราะแม้ว่าเธอจะเป็นลูกครึ่งไทย-สวิสฯ แต่ด้วยความที่เธอเติบโตที่ไทยและใช้ชีวิตส่วนมากที่นั่น ทำให้เธอคุ้นชินกับสภาพอากาศเขตร้อนมากกว่า จึงไม่แปลกใจที่ตอนนี้ อีฟจะยืนตัวสั่นอยู่บนสะพานเล็กๆข้ามคลองอัมสเตอร์ดัม เพื่อรอใครบางคน

“ไอ้พี่บ้า หายไปไหนเนี่ย ห้องน้ำบ้าอะไรอยู่ทางนั้น” อีฟยืนกอดอกเขย่าแขนราวกับว่าจะเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย และหากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าร่างของเธอนั้นสั่นเล็กน้อย

อีฟพยายามชะเง้อมองหาต่อ ที่อยู่ดีๆก็วิ่งหายลับไปที่มุมตึก ด้วยเหตุผลว่าอยากเข้าห้องน้ำ แต่เธอเคยอยู่เมืองนี้ชั่วระยะหนึ่งในตอนที่มาเข้าค่าย UNX เธอรู้ดีว่า ทางที่ต่อวิ่งไปนั้น มันเป็นเพียงแค่บ้านคนธรรมดา ไม่มีห้องน้ำสาธารณะหรือร้านค้าใดๆที่ชายหนุ่มจะเข้าห้องน้ำได้ แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เช่นกัน ว่าต่อนั้นไปไหน

อีฟมองไปรอบๆ แสงไฟจากต้นคริสมาสต์ที่ประดับไปทั่วเมือง ทำให้เมืองนี้ดูสวยขึ้นเป็นกอง และมันคงจะโรแมนติค ถ้าได้อยู่ในบรรยากาศแบบนี้ กับคนรัก

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น แสงไฟเล็กๆแสงหนึ่งก็โผล่มาจากมุมมืด..


........


“พร้อมนะ สัญญาณชัดใข่มั้ย” ผมแทนที่ตอนนี้เปิดวิดิโอคอลล์คุยกับผมในโทรศัพท์

“พร้อม ชัดมาก ไปเลย” แทนยิ้มกว้างพูดกลับมาอย่างตื่นเต้น

ทันทีที่แทนตอบกลับมา ผมก็เดินออกจากมุมตึกทันที มือข้างหนึ่งผมถือโทรศัพท์ที่กำลังวิดิโอคอลล์กับแทน โดยหันด้านหน้าจอไปทางอีฟ และเปิดกล้องหน้า เพื่อให้อีฟเห็นแทนด้วย ส่วนมือซ้ายผม มีเค้กก้อนเล็กๆพร้อมเทียนที่ถูกจุด

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยูว์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยว์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูอีฟ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยูว์” เสียงผมกับแทนร้องประสานเสียงกันในระหว่างที่ผมเดินเข้าไปหาอีฟที่ตอนนี้ทำหน้าอึ้งๆ

“สุขสันต์วันเกิดนะอีฟ มีความสุขมากๆนะ ปีนี้ 20 แล้ว ไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ผมอวยพรอีฟ

“สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะอีฟ เสียดายพี่ไม่ได้อยู่ด้วย มีความสุข แฮปปี้ๆน้าาา เดี๋ยวพี่ตามเอาของขวัญไปให้นะ คิดถึงงง” เสียงแทนลอยออกมาจากโทรศัพท์พร้อมกับยิ้มสวยอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

“.......” ไม่มีอะไรออกจากปากอีฟที่กำลังยืนก้มหน้านิ่ง

“อีฟ.. เอ่อ อีฟ เป็นอะไร วันนี้วันเกิดอีฟไม่ใช่เหรอ” ผมถามเธอ

“เธอ เธอมั่วปะเนี่ย วันนี้วันเกิดน้องอีฟแน่ป่าว” เสียงแทนดังมาจากโทรศัพท์

“แน่สิ เอ้อ อีฟ..” ผมตอบแทนที่อยู่ในสายวิดิโอคอลล์แล้วหันไปมองอีฟ

ตอนนี้เอง ที่ผมสังเกตุเห็นน้ำใสๆไหลลงมาที่แก้มของเธอ แทนคงไม่เห็น เพราะวิดิโอคอลล์และกล้องก็ไม่ได้จะชัดอะไรขนาดนั้น ต่างจากผมที่อยู่ด้วยกันกับอีฟตรงนั้น

“ไอ้พี่บ้าเอ้ยยย...” อีฟเอามือปาดน้ำตาพลางเงยหน้ามามองผมพร้อมกับยิ้มเบาๆ

“เอ้อ.. วันนี้ไม่ใช่วันเกิดอีฟเหรอ” ผมถามเธอ ถ้าเธอตอบว่าไม่ใช่ ผมจะดับเค้กแล้วเอาไปทิ้งแล้วนะ หน้าแตกเป็นบ้า

“วันนี้วันเกิดอีฟนั่นแหละ แต่.. พี่รู้ได้ไง อีฟไม่เคยบอกใครเลยนะ พี่แทน พี่แทนรู้ได้ไง” อีฟถามผมพร้อมกับหันไปถามแทนที่อยู่ในวิดิโอคอลล์

“ก็ต่อเค้าบอกพี่ เอ้าา อีฟร้องไห้เหรอ ร้องทำไม” แทนทำหน้าเหวอนิดๆในตอนที่เห็นว่าอีฟร้องไห้

“พี่แทนรู้มั้ย นี่มันเทียนวันเกิดอีฟครั้งแรกนับตั้งแต่ที่พ่อแม่อีฟไม่อยู่เลยนะ” อีฟพูดแค่นั้นน้ำตาเธอก็ร่วงลงมาอีก

“เอ้าาา คนเก่ง ไม่ร้องแล้ว มาเป่าเค้กก่อน นี่เทียนวันเกิดนะไม่ใช่เทียนพรรษา มันจะได้ติดไฟได้นาน” ผมพยายามยิงมุกตลกให้เธอหัวเราะ

“ไอ้พี่บ้าา” อีฟพูดยิ้มๆทั้งน้ำตา

“เป่าๆเลย อธิษฐานก่อนน้าาา” แทนบอก

อีฟหลับตาพักหนึ่งราวกับกำลังอธิษฐานต่อหน้าเค้กก้อนเล็กๆก้อนนั้น และในทันทีที่ลืมตาขึ้นมา เธอก็เป่าเทียนนั้นดับในทันที

“เย้! มีความสุขมากๆนะจ้ะอีฟ เดี๋ยวพี่เอาของขวัญไปให้นะ” แทนพูดออกมาจากสายวิดิโอคอลล์

“ขอบคุณค่ะพี่แทน ขอบคุณพี่แทนจริงๆนะ อยากกอดพี่แทนมากเลย” อีฟปาดน้ำตาพร้อมกับยิ้มคุยกับแทนในวิดิโอคอลล์ไปด้วย

“เดี๋ยวไว้เจอกันค่อยกอด มีความสุขมากๆน้าา” แทนตอบ

“ขอบคุณนะคะพี่แทน เดี๋ยวอีฟกับพี่ต่อไปรับพี่แทนที่สนามบินนะ” อีฟบอก

“จ้า เดี๋ยวพี่ต้องถ่ายงานต่อแล้ว สุขสันต์วันเกิดน้าา ต่อ เธอดูแลน้องด้วยนะ” แทนบอกอีฟแล้วพูดกับผมในประโยคหลัง

“โอเคค่ะพี่ ไว้เจอกันนะคะ” อีฟตอบพลางโบกมือบ๊ายบายแทน

“ถ่ายงานเสร็จไลน์หาเราด้วยนะ คิดถึงน้าา” ผมหันกล้องกลับมาคุยกับแทน

“โอเค เธอรีบกลับที่พักนะ เดี๋ยวไว้คุยกัน คิดถึงนะคะ” แทนตอบกลับมาก่อนที่ผมจะวางสายนั้นไป


อีฟยังคงยืนพิงราวสะพานนั้นพร้อมกับมองเค้กที่มีเทียนวันเกิดที่ดับแล้วอยู่ในมือ แม้ว่าใบหน้าสวยของเธอจะไม่มีน้ำตาแล้ว แต่ร่องรอยบนใบหน้าก็บ่งบอกว่า เธอเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มาหยกๆ ถ้าเป็นคนอื่นที่มองอาจจะไม่รู้ มีเพียงแค่ผมกับอีฟ อ้อ! แทนด้วย ที่รู้ว่า มันคือน้ำตาแห่งความยินดี


“อ่ะ อีฟ ของขวัญวันเกิด พี่หาให้ไม่ทัน แต่คิดว่ามันน่ารักดี” ผมยื่นกล่องของขวัญขนาดเท่าฝ่ามือที่ผมแอบซ่อนไว้ทั้งวันให้อีฟหลังจากที่วางสายวิดิโอคอลล์กับแทนแล้ว

“มีของขวัญด้วยเหรอ” อีฟรับของขวัญผมไปพลางทำหน้าเหมือพยายามฝืนไม่ให้ร้องไห้

“แกะดูสิ” ผมบอกเธอ

อีฟเริ่มต้นแกะของขวัญกล่องเล็กนั้นที่ผมบรรจงห่อมาอย่างดี เอ่อ.. จะว่าดีก็ไม่เชิง อย่างน้อยผมก็ทำสุดฝีมือผมแหละ ไม่ได้จ้างใครห่อ จนกระทั่งอีฟเปิดกล่องออกมา ของขวัญนั้นก็โผล่ออกมาให้อีฟเห็น

“น่าร๊ากกกกกกกกกกกก ขอบคุณน้าาา” อีฟยิ้มกว้างด้วยความดีใจทันทีที่เห็นของขวัญนั้น

มันเป็นกล่องเพลงเล็กๆ ด้านบนเป็นต้นคริสมาสต์ที่มีหิมะสีขาวโปรย และมีเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ยืนกุมมือไว้ที่อก หลับตาแหงนหน้าไปที่ต้นคริสมาสต์นั้นราวกับกำลังอธิษฐานของพรจากดวงดาวบนต้นคริสมาสต์ ผมหวังว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆนั้น จะสื่อถึงเธอ

“เป็นไง เซอร์ไพรซ์ละสิ” ผมถามอีฟ

“พี่รู้ได้ไงเนี่ย อีฟไม่เคยบอกใครเลย” อีฟหันมาถามผม

“จะไปยากอะไร เรื่องแค่นี้” อ่ะ ได้ทีผมก็ต้องคุยโวหน่อยแหละ นานๆจะมีโอกาสเหนือกว่าอีฟทั้งที

“เอาดีๆสิ รู้ได้ไง” อีฟยังคงไล่บี้ถามผม

“ก็.. มีเรื่องหนึ่งที่พี่ไม่เคยบอกอีฟ..” ผมหันมายืนหน้าอีฟแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เรื่องอะไร..? แล้วทำไมอยู่ๆต้องซีเรียสด้วย” อีฟถาม

“คือ.. พี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เพราะมันมาๆหายๆ พี่ควบคุมไม่ได้ แต่พี่คิดว่า พี่มีความสามารถคล้ายๆกับอีฟ คือรับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้เป็นบางครั้ง” ผมบอกเธอ

“หา จริงเหรอเนี่ย แล้วทำไมพี่ไม่บอกอีฟ” อีฟทำตาโตอย่างตื่นเต้น

“ก็มันไม่แน่ใจไง แถมพี่ก็ควบคุมไม่ได้ด้วย มันมาๆหายๆ”

“แล้วยังไงอะ แล้วเกี่ยวอะไรกับที่พี่รู้วันเกิดอีฟ” อีฟถาม

“ตอนอยู่ไทย.. ตอนที่อีฟพูดถึงวันคริสมาสต์ พี่สัมผัสอะไรบางอย่างจากจิตใจอีฟได้ พี่รู้สึกว่าอีฟคิดถึงพ่อแม่ พี่ไม่ได้รู้ว่าอีฟคิดออกมาเป็นยังไง แต่พี่สัมผัสได้ว่า อีฟคิดถึงงานวันเกิด คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงเค้ก คิดถึงเทียนวันเกิด แล้วที่สำคัญ ชื่ออีฟ..” ผมทิ้งคำพูด

“ชื่ออีฟทำไม” อีฟถามกลับ

“อีฟ.. ชื่ออีฟ ก็.. คริสมาสต์อีฟไง พี่คิดว่าพ่อแม่อีฟน่าจะตั้งชื่อว่าอีฟ เพราะอีฟเกิดคริสมาสต์อีฟ คือคืนวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งก็คือวันนี้....” ผมอธิบายที่มาของชื่อเธอราวกับผมรู้ดี แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบนั้น..

อีฟโผเข้ามากอดผมโดยไม่ทันให้ตั้งตัวทันที ผมรับรู้ได้ว่า ใบหน้าสวยของเธอที่กำลังซบอกผมอยู่นั้น เริ่มมีนำ้ตาไหลรินออกมาอีกครั้ง

“ไอ้พี่บ้า ทำไมเป็นคนแบบนี้ ทำไมต้องใส่ใจอีฟขนาดนี้..” อีฟพูดพร้อมกับกอดผมอยู่ ผมจึงกอดเธอและกระชับวงแขนแน่น

“เป็นไงล่ะ สืบเรื่องพี่มาตั้งนาน เจอพี่สืบกลับ น้ำตาแตกเลยเหรอแม่คนเก่ง” ผมแซวเธอขำๆ มือซ้ายยังคงกอดเธอ มือขวาลูบหัวเธอเบาๆ

“ไอ้พี่บ้า ทำไมต้องดีกับอีฟขนาดนี้” อีฟถอยออกเล็กน้อยพลางเงยหน้ามองผม

ผมไม่ตอบอะไรเธอ นอกจากสายตาที่สื่อความหมายที่จ้องเข้าไปในนัยย์ตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้มของอีฟ

และคงเป็นเพราะอากาศที่หนาวเหน็บของยุโรปในเดือนธันวาคม หรือเพราะบรรยากาศที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟและต้นคริสมาสต์ หรืออาจจะเพราะปาฏิหาริย์ของวันคริสมาสต์อีฟ หรือไม่ก็.. อาจจะเป็นเพราะหัวใจของมันเรียกร้อง ทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าและริมฝีปากของเราทั้งคู่นั้น ใกล้กันเข้าไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ

จนในที่สุด..

ผมไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป ผมประทับจูบเบาๆที่ริมฝีปากสวยของอีฟที่ตอนนี้หลับตาพริ้มเงยหน้ารับการจูบอยู่ในอ้อมกอดของผม

มันคงเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่นี่ เพราะแทบไม่มีใครสนใจเราสองคน ภาพที่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นนั้น คืออีฟที่อยู่ในอ้อมกอดและเงยหน้ารับการจูบอย่างโรแมนติคจากผมอยู่

มีคนเคยบอกว่า ความรักกับเวลานั้นคือสิ่งที่สัมพัทธ์กัน ตอนนี้ผมเห็นด้วยกับคำพูดนั้น เพราะในความรู้สึกของผมแล้ว ผมไม่ได้รับรู้เลยว่า เวลาของคนอื่นนั้นจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เพราะสำหรับผมเองนั้น เวลาของผมได้หยุดนิ่งลงในวินาทีที่ริมฝีปากของเราสองคนนั้นสัมผัสกัน..


##########


“อู้ยยยยย จากหนาวๆข้างนอกมา มาเจอฮีทเตอร์ในห้องนี่ร้อนเลย” ผมเอ่ยเป็นคำแรกหลังเปิดประตูห้องพักในโรงแรมพร้อมถือของพะรุงพะรังเข้ามา

“ขี้บ่นเป็นคนแก่ไปได้ อีฟขี้หนาวกว่าพี่ยังไม่บ่นเลย” อีฟที่เดินเข้าห้องตามหลังผมบอก

“ไม่ได้บ่นซักหน่อย ให้วางถุงที่ไหน” ผมหันไปถามเธอ แน่นอนว่าของทุกอย่างในมือที่ผมถือนั้น เป็นของเธอล้วนๆ ไม่มีของผมเลย

“วางไว้ข้างเตียงตรงกระเป๋าก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราย้ายโรงแรม เดี๋ยวอีฟจะจัดของ” อีฟบอกพลางถอดเสื้อคลุมแขวนไว้ที่ราวแขวนแล้วเดินมานั่งที่เตียงพร้อมกับวางกล่องเพลงที่ผมมอบให้เธอไว้บนหัวเตียง

“อีฟจะจัดของเลยเหรอ” ผมถามเธอ

“ยัง ว่าจะจัดพรุ่งนี้ อีฟจะอาบน้ำก่อน” เธอตอบผม

“เอ่อ.. อีฟ.. ตอนอาบน้ำ เอ่อ.. พี่ขอนอนหงายละกันนะ มองไปนอกหน้าต่างแล้วมัน.. เอ่อ” ผมไม่กล้าบอกเธอว่าผมเห็นเงาสะท้อนเธอตอนอาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานจนหมดเปลือกแล้ว รับรองว่าจากอีฟที่แสนจะน่ารักในวันดีๆแบบนี้ ได้กลายเป็นนางยักษ์ไล่ฆ่าผมแน่ๆ

“ก็แล้วแต่สิ” เธอว่าพลางหยิบอุปกรณ์แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ ในขณะที่ผมนอนหงายเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาข้างหน้าต่าง



ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีตอนอีฟมาเรียกผมข้างๆ

“พี่ ไปอาบน้ำได้แล้ว” อีฟเขย่าตัวเรียกให้ผมไปอาบน้ำ

“อืออ ไม่อาบได้มั้ย ขี้เกียจ” ผมสะลึมสะลือตอบเธอ เพราะวันนี้นอกจากจะไปตรวจร่างกายมาแล้ว ยังเดินช้อปปิ้งทั้งวัน ไหนจะลองกัญชามาอีก

“ไม่เอา ไปอาบน้ำเลย ไปๆๆ” อีฟบ่นพลางดึงแขนผมให้ลุกขึ้น พร้อมกับดันตัวผมให้ลุกเข้าห้องน้ำไป

ในเมื่อไม่มีทางเลือก ผมก็จำใจต้องอาบน้ำทั้งๆที่ยังง่วงๆนั่นแหละ แต่กลายเป็นว่า พอเจอน้ำเข้าไป ผมกลับตาสว่างตื่นเลย นี่แหละคือสาเหตุที่ผมไม่อยากจะอาบน้ำทั้งๆที่หลับไปแล้ว

ผมใช้เวลาไม่นานนักก็อาบเสร็จ แม้ว่าจะตาสว่างจากน้ำแล้ว แต่ถ้าหัวถึงหมอน ผมก็คงหลับต่อได้ไม่ยาก แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปที่โซฟาที่แปรสภาพเป็นเตียงนอนริมหน้าต่างของผม อีฟก็พูดขึ้นมาก่อน

“พี่ คืนนี้มานอนบนเตียงก็ได้ ไม่ต้องนอนโซฟาแล้ว” อีฟบอก

“หือ ทำไมอ่ะ” ผมงง เพราะเมื่อคืนเธอโวยวายจะเป็นจะตาย ไหงวันนี้เปลี่ยนเป็นอีกคนซะได้

“อย่าถามมาก จะนอนนี่หรือจะนอนโซฟา เลือกเอา” อีฟตอบ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า อีฟเป็นคนเดิมนี่แหละ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นอีฟเวอร์ชั่นใจดีซะหน่อย

“แหะๆ นอนก็นอน” มีหรือผมจะไม่เอา? ผมรีบหยิบหมอนมานอนบนเตียง

ตอนนี้ เราสองคนอยู่ใต้ผ้านวมหนาผืนเดียวกัน ในห้องปิดไฟหมดทุกดวง มีแสงไฟเรืองรองทะลุผ้าผ่านที่หน้าต่างเข้ามาทำให้พอเห็นได้รางๆเท่านั้น

อีฟนั้นนอนตะแคงข้างหันหลังให้ผม มีระยะห่างระหว่างเราพอสมควร ผมนอนหงายมองเพดาน พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นึกย้อนไปถึงวันแรกที่ผมเจอกับอีฟที่ผับที่ผมทำงาน ผมไม่คิดเลยว่า ยัยฝรั่งหน้าลูกครึ่งที่ดูสวยขนาดนั้น จะมาสนิทชิดเชื้อกับผมมากในวันนี้

ยิ่งพอลองคิดดีๆ อีฟนั้นเป็นคนที่รู้จักผมดีที่สุด ด้วยความที่เธอนั้นคงสืบเสาะเรื่องราวติดตามผมมานาน ตามที่สตีฟบอกไว้ จึงไม่แปลกใจที่ไม่ว่าผมจะทำอะไร จะตัดสินใจอะไร เธอจะเข้าใจและสนับสนุนผมเสมอ

ผมรู้สึกโชคดีจริงๆที่มีอีฟเข้ามาในชีวิต

อยู่ดีๆ อีฟก็พลิกตัวหันมาทางผม และแม้ว่าแสงสว่างที่ลอดผ้าม่านเข้ามานั้นจะสลัวๆ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผมเห็นประกายจากดวงตาใสของเธอ

“นอนไม่หลับเหรอ” ผมเห็นเธอลืมตา จึงเปลี่ยนเป็นนอนตะแคงหันไปทางเธอ

“อื้อ” อีฟตอบในลำคอเบาๆ

“เป็นไรนอนไม่หลับ เจอฤทธิ์กัญชามาแล้วดีดเหรอ ฮ่าๆ” ผมแซวเธอขำๆ ก็แหงล่ะ วันนี้เธอเล่นสูบบุหรี่กัญชาไปเยอะกว่าผมเยอะเลย

“ป่าว.. เจอฤทธิ์เค้กต่างหาก” เธอตอบเบาๆ

“บ้า เค้กกัญชามันไม่ได้แรงเท่าบุหรี่มั้ง” ผมนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอกินเค้กช็อคโกแลตที่ร้าน Coffeeshop ที่ขายกัญชานั้น ซึ่งผมเข้าใจว่า กัญชาที่ผสมในเค้กนั้นมันไม่ได้เยอะอะไร ถ้าเทียบปริมาณแล้ว ในบุหรี่น่าจะเยอะกว่า

“ป่าว.. หมายถึงเค้กวันเกิดต่างหาก” อีฟตอบกลับมา เล่นเอาผมไปต่อไม่เป็นเลย

นี่เธอกำลังบอกอะไรผมอยู่หรือเปล่า? ผมไม่ปฏิเสธนะ ว่าผมมีคิดไม่ซื่อกับอีฟเหมือนกัน ผมก็ผู้ชายคนหนึ่ง ถ้าได้คลุกคลีผู้หญิงสวย เซ็กซี่ซ่อนรูปแบบอีฟ ไม่หวั่นไหวก็คงไม่ใช่ผู้ชายแล้ว แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ผมอยากจะข้ามเส้น แต่ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่า อีฟนั้นอ่านใจผมได้หมด ต่อให้ผมคิดทะลึ่งตึงตังอะไรไปตามนิสัยผม แต่ผมก็ไม่เคยก้าวข้ามจากความคิดไปเป็นการลงมือทำจริงๆเลยซักครั้ง

ตอนนี้ผมรับรู้ได้ว่า เสียงเต้นของหัวใจของใครบางคนนั้นเต้นแรงขึ้น ผมไม่รู้ว่าเป็นเสียงหัวใจของอีฟ ของผม หรือของเราทั้งคู่ ตอนนี้ผมทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าในสถานการณ์นี้ผมควรจะต้องตอบเธอว่ายังไง ผมควรจะนอนตะแคงมองหน้าเธออย่างนี้ต่อไป หรือหันกลับไปอีกด้าน หรือนอนหงายมองเพดาน

ให้ตายสิ ตอนนี้ผมกลายเป็นเหมือนเด็กอมมือที่ไม่รู้จะวางตัวยังไง แขนขาผมที่อยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ผมกลับรู้สึกว่ามันเกะกะ ผมไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน วางแขนและขาไว้ตรงไหน ผมกำลังประหม่าเหรอ? ผมกำลังเขินเหรอ?

“เอ่อ.. อีฟ..” ผมไม่รู้จะตอบเธอว่าอะไร ทำได้เพียงแค่เรียกชื่อเธอ พลางมองใบหน้าสวยสลับกับริมฝีปากสวยได้รูปนั้น

อีฟไม่ตอบอะไรผม แต่ยังคงมองตาผมกลับ ผมตีความหมายของแววตาคู่นั้นไม่ออก และแม้ว่าอีฟที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาว เสื้อลองจอนตัวกันหนาวตัวใหญ่ จะแต่งตัวดูมิดชิดภายใต้ผ้านวมผืนนี้ แต่อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศหรืออะไรก็ตาม มันทำให้อีฟนั้นดูเซ็กซี่และมีแรงดึงดูดมาก

และผมก็ฝืนร่างกายตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป...


..........



สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกคน

ขออภัยที่ EP นี้มาช้านะครับ อย่างที่บอกตอน EP ที่แล้ว ผมมีปัญหาเรื่องตานิดหน่อย เลยพยายามเขียนๆหยุดๆ แล้วบางทีหยุดเขียนสักพัก อารมณ์มันก็ขาดช่วง เลยเขียนไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่

EP นี้ผมค่อนข้างชอบนะ มันมีหลายรสชาติมาก และที่สำคัญ อยากจะบอกทุกคนมานานแล้วว่า ชื่อของอีฟมันหมายถึงอะไร จริงๆไม่ใช่ส่วนสำคัญของเนื้อเรื่อง แต่เป็นกิมมิคเล็กๆที่ผมชอบมาก ฮ่าๆ

อีกเรื่องที่อยากบอก EP ที่แล้วว่ายาว EP นี้ยาวกว่าอีก ล่อไปเกือบ 10,000 ตัวอักษร 555+ ก็หวังว่าจะมีความสุขกันนะครับ

ปล.คอมเม้นท์ครับ รับรองมีเซอร์ไพรซ์
ปล.2 รักษาสุขภาพกันนะครับทุกท่าน ของผมเอง ทริปสงกรานต์ 3 ทริป ล่มไปหมดแล้วจ้าาาา น้ำตาจะไหล




 


เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 16, 2021, 04:50:12 am โดย llOUllnJllUUllSJllSJ »

*

ออฟไลน์ shadow5

  • Junior Member
  • ***
  • 381
  • 256
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:30:42 pm »
เข้ามารีเฟรชหาทุกวันครับ

ยังไงรักษาสุกขภาพด้วยนะครับ

ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆๆครับ

อ่านจบแล้วเซอร์ไร์มากจิงๆๆครับ เฝ้ารอฉากนี้มานานต้องมีซ้ำบ่อยๆ แต่ต่อจะจัดการยังไงเนี่ยน่าติดตามมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 10, 2021, 03:33:56 pm โดย shadow5 »

*

ออฟไลน์ darkerside69

  • Full Member
  • **
  • 238
  • 77
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:32:25 pm »
คิดถึงมากเลยครับ ดูแลสุขภาพนะครับท่าน

*

ออฟไลน์ vi vo

  • Junior Member
  • ***
  • 294
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:35:21 pm »
คืนนี้คงถึงเวลาของอีฟ แล้วซินะ

*

ออฟไลน์ nananews

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3455
  • 2788
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:38:10 pm »
น้องอีฟยอมแล้วหรอ

*

ออฟไลน์ Zxcp123

  • Junior Member
  • ***
  • 309
  • 1
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:40:36 pm »
ถึงเวลาแล้วสินะอีฟ

*

ออฟไลน์ wolfsburg7

  • Full Member
  • **
  • 213
  • 55
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:42:58 pm »
ได้กันวันนี้ แล้วจะไปรับแทนด้วยสีหน้ายังไงให้ไม่มีพิรุธเนี่ย

*

ออฟไลน์ chipchip

  • Junior Member
  • ***
  • 447
  • 89
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:50:40 pm »
กัญชาเป็นเหตุ

*

ออฟไลน์ olemantu

  • Legend Member
  • *******
  • 2592
  • 1551
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:51:19 pm »
เมื่อทริปสงกรานต์ล่ม ก้อหันมาทำ ทิป ให้คนอ่านที่อยู่บ้านเหมือนกันแบบผมดีกว่านะครับ ขอบคุณจริง ๆที่ได้มีความสุขยาว ๆครับ

*

ออฟไลน์ wangdora29

  • Junior Member
  • ***
  • 514
  • 109
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:52:38 pm »
ในที่สุดลงเอยกับอีฟสักที

*

ออฟไลน์ evilbenz

  • Full Member
  • **
  • 229
  • 50
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:56:31 pm »
ทริปสงกานต์ ล่มเหมือนกันเลยครับ  กำลังเซ้ง เจอตอนใหม่เข้ามาช่วยเยียวยาใจ ได้เยอะเลยครับ

ตอนนี้ ต่อได้ใจอีฟไปเต็มๆเลยครับ แบบนี้ ฮาเร็มอยู่ไม่ไกล ดูทรงแล้วแทนน่าจะยอมรับอีฟได้ง่ายกว่าอิง ด้วยนะครับ


Edit : ไม่ใช่ได้แค้ใจ แต่ได้ตัวแล้วด้วย แทนรีบมาเร็ว มาช้าเดี๋ยวน้องอีฟช้ำหมด นายต่อซัดไม่ยังแน่ รีบมา ลุมนายต่อเร็วๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 10, 2021, 04:27:52 pm โดย evilbenz »

*

ออฟไลน์ winnythepooh

  • Senior Member
  • ****
  • 868
  • 143
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:58:51 pm »
ถึงเวลาของน้องอีฟแล้ว

*

ออฟไลน์ P0A0Y0

  • Full Member
  • **
  • 170
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 03:59:25 pm »
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง 55555+
เชียร์ ต่อ+อีฟ สุดใจครับ ชอบเคมีคู่นี้ดูเข้ากันมาก เวลาพูดคุย หยอกล้อกัน อ่านแล้วชอบมากกกกก
 ::Glad:: ::Glad:: ::Glad::

*

tummaba5819

Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 04:04:11 pm »
งานี้จะได้อีฟแบบเต็มๆไหมน้าาหรือแค่หวั่นไหวเล็กๆ

*

ออฟไลน์ summersale

  • Senior Member
  • ****
  • 677
  • 124
    • ดูรายละเอียด
Re: จ้าวโลก EP.21 (NTR/Harlem/Super Power)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 10, 2021, 04:11:01 pm »
เอาแล้วไงนายต่อ...

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ