รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep10

รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep10

  • 2 ตอบ
  • 3112 อ่าน
*

ออฟไลน์ midobun001

  • Full Member
  • **
  • 78
  • 122
    • ดูรายละเอียด
รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep10
« เมื่อ: ธันวาคม 21, 2021, 10:34:59 pm »
บทที่ 10

เรื่องความลับครอบครัว


เสียงหัวเราะ พูดคุยดังในร้านเหล้า ผู้ชายผิวเข้มสวมชุดนักศึกษา ไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบนในปากคาบบุหรี่ ด้านข้างมีผู้หญิงหน้าขาวนั่งซบอยู่ทั้งซ้ายขวา รอบข้างเขามีลูกน้องกำลังนั่งโอบสาวๆ ที่แต่งตัววับแวม บางคนก็นั่งอยู่เป็นไม้ประดับให้กลุ่มเท่านั้น

“พี่ก้าน เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้ กาญอายคนเค้า ทำตัวแบบนี้พ่อก็ไม่ได้มองพี่ดีขึ้นเลยสักนิด” กาญเดินมากลางวง เธอโยนเงินก้อนหนึ่งที่ใส่อยู่ในถุงพลาสติกใส่ตัวชายที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางผู้หญิงสองคน

“ขี้บ่นว่ะ ก็แค่ให้ไปเอาเงินจากพวกมันมา จะอะไรนักหนา” ก้านพูดพลางหยิบเงินออกจากถุงยัดลงกระเป๋าเสื้อ เขาอายุห่างจากกาญไปสามปี แต่แทนที่จะได้เรียนปีสี่ไปแล้วเขากลับยังอยู่ ปีสองเท่านั้น

“เวลาอยู่ที่มหาลัย ก็ไม่ต้องมาทำเป็นคุยกับกาญรู้ไหม กาญอายเค้า” เธอพูดเชิงสั่ง แล้วสะบัดก้นเดินออกจากร้านไป

“เดี๋ยว พี่ได้ยินเรื่องที่กาญโดนไอ้หนุ่มนั่นหักอก ให้พี่ไปกระทืบมันให้ไหม” ก้านพูดขึ้น เขาหมายถึงเรื่องชัชที่บอกเลิกเธอจนดังไปทั่วมหาลัยกับวีรกรรมที่เธอตบหน้าเขากลางผู้คนมากมาย

“อย่ายุ่งเรื่องของหนู หนูจะบอกเองว่าเรื่องไหนพี่ควรยุ่งหรือไม่ควรยุ่ง”

“ฮ่าๆ พวกมึงดูน้องกูปากดีจริงๆ” ก้านหัวเราะร่า

“น่ารำคาญ” กาญพูดงอนๆ

“อย่าลืมนะ พวกพี่เป็นสต๊าปที่ค่าย แล้วพี่จะจับตาดูเรากับไอ้หนุ่มนั้น ถ้ามันแตะต้องเราละก็ พี่อัดมันเละแน่” ก้านพูดยิ้มๆ พวกเพื่อนอีก ห้าคนหัวเราะชอบใจ แต่ละคนหน้าตาไม่ใช่พวกน่าคบเท่าไรนัก กาญรีบจ้ำออกจากร้านเธอเฝ้าคิดว่าทำไมตัวเองถึงต้องมีพี่ชายที่ไม่เห็นจะเป็นสุภาพบุรุษกับเค้าเลย ทำไมชีวิตเธอถึงต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้

-----------------------------------------------------------------------------------

ข้อความแจ้งเตือนเข้ามาที่โทรศัพท์ขณะที่มิ้นกำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า พี่ชัยคนที่เคยถ่ายรูปเธอเป็นคนส่งมา เธอเปิดผ่านรูปเซ็กซี่กับข้อความวาบหวิวที่คุยกันเล่นๆ จนกระทั่งเห็นข้อความล่าสุด

“น้องมิ้นยังอยากลองรับงานแบบ โฟกัสอยู่หรือเปล่า”

“ก็ยังสนอยู่ค่ะถ้าเงินดี” มิ้นตอบกลับ

“มีคนให้ 5000 พี่ขอ 500 สถานที่คือที่ค่ายเฟรสชี่นะ” (ยังไม่ทันทำงานเลยโดนหักค่าหัวคิวแล้ว)

“เดี๋ยวพี่ งานแบบไหนหน่ะ แค่ดื่มกินหรอ”

“ไม่ใช่นะ พี่ว่าไว้มิ้นคุยรายละเอียดเอาเองดีกว่า ไอ้นี่มันบ้ากาม”

“ยังไงนะ บ้ากาม” มิ้นพิมพ์ถามกลับแต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรอีก ปล่อยให้เธองงอยู่อย่างนั้น

เสียงฝีเท้าลั่นขึ้นมาบนบันไดไม้แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าห้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น มิ้นรีบวิ่งไปปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก ป้าของเธออยู่ตรงหน้าห้อง

“มิ้น ลงไปข้างล่าง ป้าเรียกตั้งนานไม่ได้ยินหรอ” คนเป็นป้าพูดเอามือกุมท้อง

“ป้าขึ้นมาทำไม โทรมาก็ได้นะทีหลัง เดินเยอะไม่ดีหรอก ป้ายังไม่ได้ไปหาหมอเลยนิ”

“เออ รู้แล้ว ป้าแค่จะบอกว่า ลุงอาจมาแล้ว” คนเป็นป้าพูดแล้วก็ค่อยๆย่างลงบันไดกลับลงไปชั้นล่างอย่างช้าๆ

“จ๊ะป้า เดี๋ยวมิ้นตามไป” เธอรีบกลับเข้าห้องเก็บข้าวของที่จำเป็นสำหรับอยู่ค่ายหนึ่งกระเป๋า และอีกกระเป๋าสำหรับอยู่บ้านลุงอาจ เพราะหลังจากไปค้างบ้านลุงคืนนี้ พรุ่งนี้เธอเก็บต้องไปนอนที่ค่ายเลย ซึ่งที่บ้านลุงคืนนี้ลุงเองก็ต้องไปอยู่เฝ้าป้าที่โรงพยาบาลเป็นคืนแรกเช่นกัน

หลังจากเก็บข้าวของแล้วปิดไฟในห้องเรียบร้อยมิ้นก็ลงมาชั้นล่างในชุดที่ดูสุภาพเรียบร้อย พอลงมายังไม่ทันรินน้ำจากตู้เย็นใส่แก้วเต็ม รถกระบะของลุงอาจก็มาเทียบตรงหน้าบ้าน ผู้ชายผิวเข้มคล้ำเดินเข้ามาในบ้าน

“เอื้อเป็นยังไงบ้าง พรุ่งนี้ก็นัดผ่าตัดแล้ว” เขารีบถามสารทุกข์ ทั้งที่คุยกันผ่านโทรศัพท์มาบ้างแล้ว

“สวัสดีค่ะลุง” มิ้นวางแก้วน้ำแล้วยกมือไหว้ ลุงหันมองมาที่มิ้นยิ้มกว้าง หญิงสาวมองชายตรงหน้าเธอรู้สึกเหมือนไม่รู้จักเขามาก่อนเลย ไม่คุ้นเลยด้วยซ้ำ

“จำลุงได้หรือเปล่า หนูมิ้น” ลุงถาม

“คงจำไม่ได้หรอพี่อาจ พี่ไม่ค่อยจะมา ตั้งแต่ อิงกับเรืองตาย มันก็อยู่แต่กับชั้น เลี้ยงมาจนโตแบบนี้ก็เพราะสงสารมันนี่แหละ” คนเป็นป้าบ่นเรื่อยๆ

“ลุงเคยพาไปเที่ยวบ้านอยู่ครั้งหนึ่ง ก็นานแล้วตั้งแต่ลุงยังไม่มีไอ้ตัวเล็กเลย ตอนนี้มีตั้งสามตัวโตแล้วทั้งนั้น ฮ่าๆ” ลุงอาจพูดอย่างพอใจ

“ไม่ได้เจอเลย ป่านนี้โตเท่าไรแล้ว”

“คนโตก็ กำลังจะจบ ม.3 แล้วนะ คนเล็ก พึ่งขึ้น ม.1 จู่ๆ มาก็มาหัวปีท้ายปี ฮ่าๆ” ลุงอาจหัวเราะเสียงดังลั่น

“เด็กๆ เค้าคงมีบุญร่วมกันมา เลยมาเป็นพี่น้องกัน อายุไล่ๆ กัน ถ้าชั้นกลับมาเมื่อไหร่ พาไปดูหน้าหลานหน่อยนะ ไม่ได้เจอเลย”

“แน่นอน ต้องได้เจอสิ”

“ป้าจัดของเสร็จแล้ว ไม่ลืมอะไรแล้วนะ เดี๋ยวหนูจะหยิบไปไว้บนรถให้” มิ้นพูดพลางถือกระเป๋าของป้าเดินออกไปนอกบ้าน ปล่อยให้ลุงกับป้าคุยกันไป

เธอมองไปที่บ้านของทบตอนนี้เหมือนทบจะออกไปฝึกงานอยู่เพราะมันเป็นวันธรรมดา ช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้เจอเขาเลยน่าใจหายจัง มิ้นมองไกลออกไปบ้านของลุงชาติเองก็ปิดเงียบอย่างเคย ตั้งแต่คืนนั้นมาก็ไม่เห็นพี่นิดออกมาซื้อของเลย ไม่รู้ยังอยู่บ้านกันหรือเปล่า หรือป็นเพราะเธอเองที่ไม่ค่อยออกจากบ้านนะ

“กระเป๋าหนูสองใบนี้หรือเปล่า” ลุงอาจถือกระเป๋าออกมาส่งสองใบจากข้างโซฟาหวาย เขามองที่มิ้นและสายตาของผู้ชายเป็นสิ่งที่คาดเดาง่ายเสมอ เขากำลังมองต่ำลงไปกว่าใบหน้า มิ้นยิ้มกลับแม้เขาจะมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ใช่ค่ะลุง” เธอตั้งใจรับกระเป๋าจากมือลุง ตั้งใจลูบมือของลุงอาจ

“โอ๊ยๆ ...ไม่เป็นไร เดี๋ยวลุงจัดการเอง” ลุงอาจรีบอาสา ยกขึ้นไปวางบนกระบะรถ

“โตเป็นสาวสวยเหมือน อิงอรเลย ตาหนูนี่ได้ แม่มาเลยนะ” เขามองแล้วนึกถึงน้องสาวคนสุดท้องของตัวเอง

“ค่ะ ป้าก็ชมว่าหนูตาเหมือนแม่”

“แต่ขี้เกียจเหมือนพ่อ โอ๊ย ขึ้นรถซะที ชั้นอยากรีบๆ ไปจะได้พัก กว่าจะเข้าเมืองไปก็อีกนานเลย” คนเป็นป้าเดินออกมาจากบ้านได้ก็บ่นอุ๊บ มิ้นถูกจับให้นั่งเบียดอยู่ในแคปของรถกระบะ เพราะต้องให้ป้านั่งเบาะหน้า อาจพาเอื้อไปส่งที่โรงพยาบาลเสียก่อน แล้วถึงพามิ้นกลับมาส่งที่บ้าน

-----------------------------------------------------------------------------

บ้านของอาจเป็นร้านค้าที่อยู่ในตัวเมืองชล เป็นร้านธรรมดาที่อยู่ในเขตชุมชน ตัวบ้านเป็นตึกสามชั้น มีเพื่อนบ้านเป็นสำนักทรงข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ร้านนวด บ้านของอาจเป็นร้านขายของสองคูหา ด้านหลังตัวบ้านมีพื้นที่ว่างที่ลุงซื้อไว้ตั้งแต่ช่วงมาอยู่ใหม่ ทำให้มีเนื้อที่พอจะเก็บข้าวของจนไม่ทำให้ตัวบ้านดูน่าอึดอัด แต่ถึงอย่างนั้นบ้านก็ยังดูแคบเพราะความที่ขายของจิปาถะหลายอย่าง สินค้าดูคล้ายอาแป๊ะในซอยแต่สินค้าส่วนใหญ่เหมือนร้านขายวัสดุก่อสร้างมากกว่า แค่เพียงมีตู้เย็นเอาไว้ขายน้ำด้วย เลยดูผสมๆ กันแปลกๆ

“บ้านลุงแคบหน่อยนะ แต่แคบแค่ชั้นล่างแหละ ลุงไม่ได้เอาของไปวางเยอะน่าจะไม่อึดอัด” อาจพูดพลางยกกระเป๋ามิ้นเดินเข้าบ้านหลังจากจอดรถไว้ตรงหน้าบ้าน

เมื่อเดินเข้ามาในบ้านลึกเข้าไป มองเห็นลูกน้องผู้หญิงเดินสวนออกมา พอเห็นหน้าลุงเดินเข้าบ้านก็ก้มหน้างุด ลุงหยุดมอง สีหน้าของแกเปลี่ยนเป็นเข้มขึงทันที

“เข้ามาทำไม ไม่เฝ้าหน้าร้านละ” ลุงอาจดุเสียงแข็งจนมิ้นสะดุ้งไปทั้งตัว

“ไปเข้าห้องน้ำมาจ๊ะ” เธอตอบอ้อมแอ้ม

“รีบไปเฝ้าหน้าร้าน” เขากำชับเสียงแข็ง หลบให้เธอเดินผ่านไป

“นั่นคือ อีบัว คนงานบ้านลุงเอง มันทำกับข้าวได้บ้างหนูจะใช้มันทำก็ได้ มันทำได้ทุกอย่างแหละ ราคามันก็จำได้แต่หัวไม่ดีเท่าไอ้อาร์มลูกชายลุงหรอก ช่วงนี้ไอ้อาร์มมันปิดเทอม ไม่งั้นลุงเองก็คงไม่มีเวลาไปเฝ้าป้าหนูหรอก”

“ค่ะ” มิ้นรับคำ เธอเดินเข้าไปในตัวบ้าน มองเห็นเด็กม.ต้น ดูโต กว่าพวกที่เห็นตรงลานจอดรถเมื่อวันก่อน คิ้วเข้มตัวขาว หน้าตาก็ไม่ได้น่าเกลียดแต่ก็ไม่ได้หล่อมากมายกำลังนั่งเล่นเกมในคอมอย่างสนุก

“นี่ไงไอ้อาร์ม ลูกชายคนโตของลุง อาร์ม นี่หนูมิ้น พี่สาวเรา ที่พ่อเคยเล่าให้ฟัง” ลุงอาจพูดเรื่อยๆ อาร์มหันมาแล้วยกมือไหว้ปรกๆ หันกลับไปเล่นเกมต่อไม่ได้สนใจอะไร

บ้านนี้ดูเก่าจนน่าเหลือเชื่อ สีกำแพงเหลืองอ๋อย ถึงจะเป็นหินขัดแต่คราบเหลืองเก่าเกาะจนสีหมองหม่น ต่อให้ถูจนสะอาดแค่ไหนก็ยังสกปรกอยู่ดี

เมื่อขึ้นมาชั้นสองเห็นห้องกระจกใหญ่ ข้างในมีเด็กม.ต้นนั่งอยู่อีกสองคน กำลังนั่งเล่นคนคอนละเครื่อง คนหนึ่งดูโตกว่า หน้าตาก็ดูคล้ายๆ กันอย่างละนิด อย่างละหน่อย

“คนรอง ชื่ออ๋อง คนเล็กชื่อ อ้วน ไอ้ลูกหมา นี่พี่มิ้น พี่พวกเอ็ง” ลุงอาจพูดยิ้มๆ เด็กสองคนหันมายกมือไหว้ มิ้นยิ้มแหย่ๆ

“ห้องหนูอยู่ชั้นสามนะ ลุงเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ห้องครัวอยู่ชั้นล่าง ขาดเหลืออะไรบอกไอ้อาร์มมันได้เลย มันจัดการทุกอย่างแทนลุงเอง หรือจะบอกอีบัวก็ได้” อาจพูดเรื่อยๆ พอเดินมาถึงห้องก็เปิดเข้าไปวางกระเป๋าสองใบที่ถือมาไว้ข้างใน

ห้องนี้เป็นห้องที่ตกแต่งธรรมดา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นไม้ ตรงข้างห้องมีระเบียงยาวที่เชื่อมกับห้องข้างๆ ที่ระเบียงมีลูกกรงปิดเอาไว้ หน้าต่างดูเก่าจนมืดมัวแต่ก็ไม่ค่อยเห็นฝุ่นหนาเหมือนพึ่งทำความสะอาดครั้งใหญ่ไป กลิ่นในห้องเลยไม่ได้อับอย่างที่ควรจะเป็น

“ห้องข้างๆ เป็นห้อง น้องๆ มันนะ เสียงดังหน่อยก็เดินผ่านระเบียงนั่นไปดุมันได้เลย คนกันเองไม่ต้องไปเกรงใจมันหรอก พวกมันชอบเล่นกันเสียงดัง ลุงด่าเป็นประจำ” ลุงอาจพูดเรื่อยๆ แล้วเดินไปดูความเรียบร้อยในห้องน้ำเปิดเช็คน้ำในห้องน้ำอีกรอบ

“ลุงซ่อมฝักบัวให้แล้ว ตอนแรกมันไม่ค่อยไหล ตอนนี้ใช้งานได้แล้วนะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“มิ้น เดี๋ยวลุงว่าจะไปโรงพยาบาลเลย ยังไงวันนี้ก็ฝากดูน้องๆ ด้วยนะ ส่วนพรุ่งนี้ เราต้องไปมหาลัยใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“งั้นจะให้ลุงมารับไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูหาทางไปเอง” เธอตอบ

“โอเค ถ้างั้นตอนกลับ ลุงจะไปรับนะ ให้ไปรับที่ไหนโทรมาบอกแล้วกัน มีเบอร์ลุงแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ ป้าให้ไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน”

“อืม งั้นลุงขอตัวละ” เจ้าของบ้านพูดพร้อมออกจากห้องไป

มิ้นนั่งถอนหายใจบนเตียง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับอะไรนักก็ไม่รู้ ไม่เคยรู้เลยว่าจะได้น้องชายอีกตั้งสามคน มีญาติที่เป็นลุงดูดุดันจนแทบไม่อยากหายใจเสียงดัง ถึงแกจะพูดจาดิบดีแค่ไหนก็เถอะ เอาตามตรงลุงนี่เหมือนลุงชาติเลย แค่อ้วนกว่านิดหน่อย แล้วก็ชอบส่งเสียงดังจนดูน่ากลัว

-----------------------------------------------------------------------

มื้อเย็นคืนนั้นมิ้นนั่งกินข้าวอยู่กับอาร์มแค่สองคน เพราะอ๋องกับอ้วนติดเกมขั้นหนักถึงกับเอาข้าวขึ้นไปนั่งกินหน้าคอม พอไม่มีพ่อคอยดุด่า ก็เลยทำอะไรตามอำเภอใจ

“พี่อยู่นี่อีกเป็นอาทิตย์เลยหรอ” อาร์มถามขึ้น

“พรุ่งนี้ก็ไปเข้าค่าย กลับมาถึงจะอยู่ ทำไม ไม่อยากให้พี่อยู่หรือไง”

“บ้า อยากให้อยู่สิ พี่ออกจะสวย บ้านนี้นอกจากพี่บัวก็ไม่มีผู้หญิง เงียบเหงาจะตาย” อาร์มพูดเรื่อยๆ แต่ฟังดูแปลกๆ ประโยคที่ว่าบ้านเงียบเพราะขาดผู้หญิงเหมือนคนเจ้าชู้พูดยังไงไม่รู้ ไอ้ที่ว่าเงียบเหงานั่น น้องอีกสองคนก็นั่งแหกปากอยู่หน้าคอมไม่ใช่หรือไง เสียงออกจะดัง และถึงจะไม่ดัง พอข้างบ้านสวนมนต์ เข้าทรง ในบ้านนี้ก็แทนจะหูแตกเลยไม่ใช่หรอ

“หรอ” มิ้นมองเด็กน้อย อีกฝ่ายยิ้มมุมปากแล้วหยักคิ้วใส่ ออกทรงผู้ชายเจ้าชู้ นั่นไง ลางสังหรณ์เธอไม่มีผิด

“กับข้าวนี่ใครทำหรอ” มิ้นถามขึ้น เธอมองที่ไข่เจียวกับไก่ผัดขิง อาหารจืดๆ ธรรมดา แต่ก็อร่อย เด็กอย่างอาร์มไม่น่าจะทำเองได้

“ซื้อมาสิพี่ ไก่ผัดขิง ส่วนไข่พี่บัวทอดให้” อาร์มพูดแล้วก็ตักไข่เจียวใส่ปาก

“แล้วคนชื่อบัว นอนที่นี่หรือเปล่า”

“นอน พี่อยู่ชั้นดาดฟ้า ที่ต่อเติมเพิ่มขึ้นไป พอเช้าก็ลงมาทำงานข้างล่าง พอปิดร้านก็ขึ้นไปข้างบน”

“อ่อ”

“พรุ่งนี้เช้าอยากกินอะไรไหม ผมจะบอกให้พี่บัวทำ”

“ไม่ล่ะ อยากทำอะไรก็ทำเถอะ พี่ยังไงก็ได้”

“พี่ไม่ต้องเกรงใจนะอยู่สบายๆ พี่อยู่ห้องเก่าแม่กับพ่อ ห้องเราติดกันถ้านอนไม่หลับก็เดินมาหาผมที่ห้องได้นะ ไอ้สองตัวกว่าจะขึ้นก็ดึก ดีไม่ดีมันก็นอนอยู่ชั้นสองห้องพ่อนั่นแหละ มันบ้าเกม พ่ออยู่นะมันไม่ได้เล่นแบบนี้หรอกเพราะแกนอนเฝ้าคอมพวกมันไว้เลย ฮ่าๆ สองทุ่มต้องนอน ไม่งั้นโดนฟาด”

“หึหึ” มิ้นหัวเราะในลำคอ เธอนึกถึงคนฝึกลิง ที่มีลูกลิงแสนซนให้ฝึกถึงสามตัวพร้อมกัน

“พี่ว่าจะออกไปข้างนอกหน่อย อยากไปเดินเล่นแถวนี้” มิ้นพูดขึ้น

“อ่อ พี่อยู่ชาณเมืองนี่เนอะ งั้นผมให้กุญแจไว้อีกดอกละกัน พี่จะได้เข้าบ้านได้ผมเองจะได้ล็อกบ้านเลย ว่าแต่พี่จะออกเลยหรือเปล่า”

“ยังหรอก แค่เก็บไว้เผื่อดึกๆ หิวจะได้ออกไปหาอะไรกิน”

“อ๋อ งี้นี่เอง”

“พี่มิ้นมีแฟนยังครับ” อาร์มถามตาวาว

“หืม ทำไมถามแบบนั้น”

“ก็พี่มิ้นสวย หุ่นดี อาร์มก็เลยสงสัย” เจ้าตัวพูดเรื่อยๆ แต่สายตากำลังแทะโลมร่างมิ้นยังกับผู้ใหญ่ (ร้ายลึกแบบนี้ได้ใครมากัน)

“ลองทายดูสิ” มิ้นพูดยิ้มๆ

“พูดแบบนี้ มีแล้วแน่เลย ถ้าไม่มีก็คงบอกไม่มีไปแล้วละ” อาร์มร้อง (เด็กโง่ ความสัมพันธ์ มันมีแค่มีแฟนกับไม่มีหรือไงละ คบกับผู้ชายมันไม่ได้มีแค่นั้นซะหน่อย)

“เอ๊ะ.....” อาร์มพูดทำเอียงคอสงสัย

“อะไร....นึกอะไรออกมาอีกละ”

“พี่ยังไม่มีแฟน เปลี่ยนๆ ถ้ามีก็คือตอบว่ามีนั่นแหละ แต่ถ้าบอกให้เดา ให้ทาย แปลว่ายังไม่ลงใจกับใคร สาวๆ ที่โรงเรียนผมก็ทำแบบนี้ แล้วมันก็คุยกับผมดีนะ แต่มันก็ไปหาคนอื่นบอกดีกว่า” อาร์มพูดเจื้อยๆ

“ฮ่าๆ ตลกดีนะเรา”

“อะไรพี่หัวเราะผมหรอ ผมอกหักเลยนะเจอแบบนั้น”

“จ้าๆ เรายังต้องเจอคนอีกเยอะ เรื่องแค่นี้ก็ฝึกๆ ไว้ละกัน”

“แล้วถ้างั้น....ผมฝึกกับพี่ได้ป่าว” อาร์มยิ้มกลับ คำนี้เล่นเอามิ้นสะดุดกึก ความหมายที่สื่อมามันคืออะไรนะ เรื่องไหนนะ เธอมองเขากลับอย่างสงสัย

“ผมล้อเล่น ญาติกัน ทำได้ไง” เขายิ้มตอบแต่เป็นรอยยิ้มแปลกๆ ที่ชวนให้รู้สึกร้อนวูบๆ วาบๆ

“ไม่เอาละ คุยอะไรไม่รู้เรื่องเลย พี่ขึ้นบนดีกว่า พรุ่งนี้พี่ต้องไปเช้า” มิ้นตอบพลางหยิบจานที่ทานหมดแล้วไปเก็บ

“วางไว้นี่แหละผมเก็บเอง พี่ขึ้นไปเถอะ”

“แหมะ ขอบใจนะ สุภาพบุรุษจังเลย” เธอพูดยิ้มๆ เดินไปหยิกแก้มนุ่มๆ ของเด็กหน้าทะเล้นไปหนึ่งที อาร์มมองกลับแต่ไม่ได้มองหน้า เขาเล่นมองนมตาไม่กะพริบ

--------------------------------------------------------------------

กลับขึ้นมาบนห้องนั่งเล่น อ่านนิยาย แล้วก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีนอกบ้านก็ดูเงียบๆ มิ้นเดินออกจากห้องมองดูไฟที่ชั้นสองยังเปิดอยู่ เธอเดินผ่านระเบียงไปที่ห้องของอาร์มตั้งใจจะไปถามว่ามีอะไรกินหรือเปล่า เคาะอยู่สักครู่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ พอเปิดประตูเข้าไปก็ไม่มีใครอยู่ มิ้นเดินออกจากห้องแล้วเดินขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าเพื่อตามบัว

เมื่อเปิดประตูออกไปลมเย็นก็พัดเข้าใส่หน้า บนดาดฟ้าเป็นที่มีราวตากผ้าเยอะแยะ มีผ้าแขวนอยู่เต็มไปหมด ทั้งชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก ไฟที่เปิดเอาไว้เป็นไฟยามดูสลัว เธอเดินไปที่ห้องที่น่าจะเป็นห้องนอนของบัวตั้งใจจะไปถามว่าพอหาอะไรให้กินได้ไหม แต่หูก็ได้ยินเสียงแว่วออกมาจากมุมตึกอีกด้านที่อยู่ในมุมมืด

มิ้นเดินอ้อมไปอีกด้านเพราะเสียงพวกนั้นคือเสียง ซี๊ด.....เสียงครางกระสัน เสียงเนื้อกระทบกันที่เธอคุ้นเคยอย่างดี เธอเดินหลบหลังผ้าผืนใหญ่ ซุ่มตัวอยู่ในความมืดพอให้สายตาปรับได้

อาร์มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยที่กำลังเปลือยเปล่ามีบัวที่นั่งแก้ผ้าคร่อมทับอยู่ เธอนั่งขย่มอยู่บนร่างเด็กชายที่พึ่งแตกเนื้อหนุ่มอย่างเมามัน ใบหน้าอ่อนเยาว์ของหนุ่มน้อยกำลังปรนจูบพรมที่หน้าอกเธอ บีบเคล้นไปมาแล้วดูดที่ยอดถันแรงๆ

“อยากให้นมพี่ใหญ่เหมือนนมพี่มิ้นจังเลย คนอะไรนมใหญ่ขนาดนั้น ยังกับแตงโม เห็นปุ๊บทำเอาผมเงี่ยนเลย”

“มิน่าล่ะถึงได้ขึ้นมาเย็ดพี่แต่หัววัน”

“ก็พ่อไม่อยู่ไง ถึงขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่เงี่ยนหรอก”

“อ๊า....ซี๊ด..............”

“ปกติผมก็ต้องให้พ่อเย็ดพี่ก่อนอยู่แล้ว ไม่งั้นพ่อรู้ว่าผมมาเย็ดกับพี่ พ่อได้ตีผมตายแน่”

“เจ้าเล่ห์เหมือน พ่อเลยนะ”

“เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อ แต่ควยยังไม่ใหญ่เหมือนพ่อเลย อยากใหญ่เหมือนพ่อไวๆ จัง เวลาพี่เย็ดกับพ่อทีไร ร้องดังลั่นตลอดเลย เย็ดกับผม ไม่เห็นพี่ครางเท่าไร ทำท่าทางมันๆ ดูไม่ค่อยเสียวเลย”

“รู้มากเกินไปแล้วนะตัวแค่นี้”

“ก็แอบดูพี่เย็ดกับพ่อมาตั้งแต่ ม.1 ก็ต้องรู้สิ พี่บัว พี่จะอมควยให้ไอ้อ๋องกับไอ้อ้วน เมื่อไหร่ ผมอยากให้พวกมันควยใหญ่เหมือนพ่อ”

“ทำมาห่วงน้องด้วยนะ ทะลึงจริงๆ เดี๋ยวพี่จัดการเองแหละไม่ต้องห่วงหรอก พรุ่งนี้เลยเป็นไง”

“พรุ่งนี้เลยหรอ เอาสิ พี่มิ้นก็ไม่อยู่ ไม่มีใครอยู่แล้วทางสะดวกสุดๆ พวกผมสามคนจะรุมพี่เลย ฮ่าๆ”

“เด็กลามก”

มิ้นได้ยินทั้งหมดเธอเสียวจนน้ำแตกพลั่กๆ ไม่คิดเลยว่าเบื้องหลังครอบครัวสุขสันต์จะ ชวนเสียวได้ขนาดนี้ มิ้นเดินขาสั่นๆ ลงไปชั้นล่าง อยากดูก็อยากดูแต่ก็กลัวโดนจับได้ ที่สำคัญคือตอนนี้เธอมีอารมณ์มากจน....ต้องหาที่ลง

สองขาเดินออกมานอกบ้าน แล้วปิดประตูลง แหงนหน้าขึ้นมองดาดฟ้าสองคนนั้นคงยังทำกันอยู่แน่นๆ ถ้าเธอได้ลองทำแบบนั้นกับพวกเด็กนั่นจะเป็นยังไงนะ แล้วถ้าเป็นลุงอาจอีกคน........ละ

ติดตามเนื้อเรื่องหลัก และแนว Erotic จาก readawrite นะครับ
ผลงานผม จะเป็นแนว BiSex หน่อยๆนะครับ

ถ้าคอมเม้น ฝากให้คะแนนผลงานด้วยครับ
เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย / ฉาก เซ็กส์ซีน / คำบรรยาย / มุมมองการเล่า
จำนวนหน้ากระดาษ / การใช้คำเปรียบเทียบ / ตอนที่ชอบมากที่สุด

เพื่อใช้ปรับปรุงเนื้อหาในเนื้อเรื่องถัดๆไปครับ

รวมวาป
https://xonly8.com/index.php?topic=252283.msg2330925#msg2330925

*

ออฟไลน์ 1819

  • Legend Member
  • *******
  • 2343
  • 4
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep10
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2021, 01:57:02 am »
wow มาถึง ต้อนสุดโปรด ของมินต์ กับเด็กทั้ง3แล้ว ลุ้น ว่า ไรท์จะปรับ ให้เด็กๆมาเสียว.กับมินต์แบบไหน   แต่ดูถ้าไรท์ จะให้มินต์เสียว กับ เด็กทั้ง 3กับ ลุงหรือเปล่า  แต่ ถ้า กับ ลุง ด้วยคือ เสร็จ เลย ำปไหนไม่ได้แล่ว นะ       สงสัยว่ายัง มี พี่ชายกาญ ที่ค่ายอีกคน  และแป๊ะร้านผ้ากุบ เพื่อนแปะ   ว่า แต่ รักแรกของมินต์อย่างเก่ง ไม่มีบท เลย  เล็กไม่อึด แต่ อย่าลืมนะ รักอรกของมินต์ แล้วเป็นแฟน ด้วย จะไม่ทำมินค์หยุดแล้วคิดได้เลยเหรอ  ความรักความดี หยุดตัณหา น้องมินต์จะได่้ไหม
 ปล.   จริงๆ อยากให้มินต์ อยากเสียว แต่ มีจิตสำนึกบ้าง ไม่มั่วแบบนี้ และ ก็ไม่โดนหลอกง่าย และ อยาก ให้เก่ง sexอึด ขึ้น   ลีลาดีขึ้นจน หยุดมินต์ได้ เพราะทบ จากต้อนก่อนๆ ที่บ้านก็บอกกับนิดเหมือนจะปลงกับมินต์แล้ว ที่ร่านไม่หยุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2021, 02:00:34 am โดย 1819 »
กรุงเทพเป็นเมืองที่มีคนเหงา มากกว่าเสาไฟฟ้า

*

ออนไลน์ swss2511

  • Supreme Member
  • *********
  • 5232
  • 734
    • ดูรายละเอียด
Re: รอยทรงจำ ตอน Project Mint ep10
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2021, 07:05:51 am »
มีแววจะอยู่บ้านนี้อีกนาน

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ