ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy

ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy

  • 4 ตอบ
  • 6887 อ่าน
*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3164
  • 3048
    • ดูรายละเอียด
ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy
« เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:44:09 am »
ผมถูกเลี้ยง ต้อย ภาค2 (ตอนที่ 1)



หลังจากที่ผมตัดสินใจที่จะเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมปลาย เพื่อมุ่งที่จะเรียนต่อเข้ามหาวิทยาลัย แม้ว่าจะยังไม่มีจุดมุ่งหมายที่แน่ชัด ว่าจะเรียนสาขาวิชาใด พ่อและแม่ก็บอกว่ายังไม่ต้องรีบเร่งที่จะต้องตัดสินใจ หรือมุ่งหมายว่าจะเรียนอะไร ให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เช่นขั้นแรกจะเรียนมัธยมปลายกันที่ไหน?โรงเรียนอะไร? เพราะอะไร? แล้วก็มุ่งไปตามนั้น เราปรึกษาพูดคุยกัน ว่าจะเรียนที่โรงเรียนไหน? โดยออกความคิดเห็นกันทั้งสามคน สรุปได้ว่าผมจะเลือกเรียนมัธยมปลายในโรงเรียนที่เป็นทางผ่านของแม่ที่จะไปทำงาน ซึ่งไม่ไกลมากนักจากบ้านเรา การที่เราตัดสินใจอย่างนั้น ก็เพราะพ่อและแม่ให้ความเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตะเกียกตะกายวิ่งหาโรงเรียนดังๆ โรงเรียนที่ใกล้บ้านชื่อเสียงปานกลางเดินทางสะดวก แม้จะเดินทางไปกลับด้วยรถโดยสารด้วยตนเอง พ่อและแม่บอกว่าถ้าเราใช้เวลาเดินทางน้อยลง เราก็จะเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียน้อยลง มีเวลาที่จะทำอะไรได้มากขึ้น ซึ่งผมก็เห็นด้วย

ภาคเรียนสุดท้ายของปีสุดท้ายของมัธยมต้น ผมก็มีอายุสิบสามปีเต็มย่างสิบสี่ ครอบครัวเรายังอบอุ่นเหมือนเดิม การเรียนของผมดูจะหนักมากขึ้น เพราะต้องรักษาเกรดเอาไว้ พร้อมๆกับต้องเตรียมตัวไว้เพื่อการสอบเข้าแข่งขันในโรงเรียนมัธยมปลายที่หมายตากันไว้ แม้จะดูว่าเรียนมากขึ้น แต่ชีวิตประจำวันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในบ้านพ่อไม่เคยตั้งกฎกติกาเอาไว้ เพียงแต่พ่อเป็นทหารมีวินัยที่เข้มงวด พ่อดัดแปลงเอากฎระเบียบนั้นมาใช้กับในบ้าน พ่อไม่พูด พ่อไม่สั่ง แต่พ่อทำให้ดู ทำให้เห็นเป็นกิจวัตร จนกลายเป็นความเคยชินของเราทั้งสาม พ่อยังตื่นเช้าพร้อมเราแม่ลูก วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ อาบน้ำรับประทานมื้อเช้า แล้วก็แยกกันไปตามภารกิจแต่ละคนที่มีอยู่ สำหรับบางคนอาจจะดูซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่าย แต่เราสามคนไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นเลย

ผมเลิกเรียนกลับบ้านก่อนพ่อและแม่ก็ยังมีเวลาได้ออกกำลังกาย ดูแลทำความสะอาดบ้านก่อนแม่กลับ เวลาอาหารของมื้อเย็น แม่จะเป็นคนกลับมาจัดการ สำหรับเราสามคนเป็นอาหารง่ายๆ ที่เปลี่ยนเมนูกันไปทุกวัน แม่มีฝีมือในเรื่องนี้พอสมควร แม่รู้จักและเข้าใจที่จะเลือกหาวัตถุมาทำอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและปรุงอย่างมีรสชาติ ในวันหยุดบางครั้ง พ่อก็แสดงฝีมือเอง ก็ได้รสชาติไปอีกแบบ จนไม่มีความจำเป็นใดๆที่เราจะต้องออกไปหาอะไรกินกันนอกบ้าน แต่พ่อและแม่ก็หาโอกาสในวันหยุด พาเราไปโน่นนี่ เข้าวัดทำบุญ ทานอาหารกันนอกบ้าน เพื่อให้ผมได้รู้จักกับสังคมนอกบ้าน แม้แต่การไปเดินจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า เราก็มักจะไปกันสามคนพ่อแม่ลูก

หลังอาหารมื้อเย็น เราก็จะรวมกันอยู่ที่ห้องพักผ่อน ดูทีวีจอเดียวกันคุยกัน สัพเพเหระทุกเรื่องราว ได้เวลาที่เหมาะสม ผมก็จะขึ้นห้องนอน เพื่อทบทวนและตระเตรียมวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาตลอดวัน พ่อและแม่สอนให้ผมรู้จักวิธีอ่านหนังสือ เพื่อที่จะไม่ต้องใช้เวลามากและท่องบ่นจดจำ พ่อบอกว่าเราต้องพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่เราต้องการรู้ให้ได้ก่อน แล้วจึงเก็บประเด็นหัวข้อแยกย่อยออกมา ทำความเข้าใจหรือแม้แต่จดจำเอาไว้ มีบ้างหลายๆครั้ง ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ..พ่อและแม่ก็ช่วยบอกวิธีคิดวิธีที่จะหาคำตอบให้ ดังนั้นจากการที่ใช้วิธีที่พ่อและแม่อบรมบ่มสอน ผมจึงใช้เวลาไม่มากนักในการทบทวนและตระเตรียมในแต่ละวัน

การเรียนอย่างมีหลักเกณท์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ภายในบ้านมีแต่ความรักและความอบอุ่น ทำให้ผมไม่ต้องมีเรื่องวิตกกังวลและหมกมุ่นอยู่กับมัน แม้แต่เรื่องของเพศหรืออารมณ์ทางเพศ บางครั้งบางคืนผมก็ฝันเปียก บางครั้งบางวันผมก็ช่วยตัวเอง และหลายๆครั้งผมก็ยังมีความสุขสุดๆกับมือและปากของแม่ ผมไม่มีความเบื่อหน่ายชืดชากับอารมณ์หรือโหยหาตลอดเวลา เมื่อมันเกิดขึ้น ผมก็บำบัดมันด้วยตนเอง แม่เข้ามาช่วย ก็เพราะผมไม่ได้เรียกร้อง แต่แม่มาช่วยด้วยความประสงค์ของแม่ และอาจจะของพ่อด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าท่านทั้งสองคิดว่าการช่วยเหลือตนเองบ่อยๆ แม้จะไม่มีอะไรผิดปกติก็เป็นการซ้ำซากจำเจ นานครั้งแต่ก็ไม่นานเกินรอ ที่แม่และผมจะปล่อยกันแบบสุดๆกับลีลาของหกเก้า แต่การที่มีคนช่วยพร้อมๆกับเปลี่ยนวิธีการในบางครั้งบางคราว น่าจะทำให้ผมผ่อนคลายได้มากขึ้น

ที่จริงแล้วโรงเรียนเดิมที่ผมเรียนอยู่นั้น ก็มีชั้นมัธยมปลายให้ผมได้เรียนต่อโดยไม่ต้องย้ายโรงเรียน ผลการเรียนของผมตั้งแต่ชั้นประถม คุณสมบัติในตัวผมสามารถที่จะเข้าเรียนต่อ โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ผมเชื่อในข้อคิดของพ่อที่ว่าเรียนมาตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว ถ้ามัธยมปลายจะย้ายโรงเรียน สิ่งที่ได้ก็คือโรงเรียนใหม่ เพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ครูบาอาจารย์คนใหม่ หน้าตาใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อาจจะทำให้เราหูตากว้างขึ้น แม่ก็สนับสนุนแนวคิดนี้ และผมก็เห็นด้วย

ผมไม่ได้ทำให้ตัวเองผิดหวัง ผมสอบผ่านเข้าโรงเรียนนั้นได้ ด้วยคะแนนที่จัดอยู่ในขั้นดีมาก พ่อและแม่คงจะคาดหวังไว้แล้ว ว่าการสอบคัดเลือกคงไม่ใช่สิ่งที่เกินความสามารถของผม ท่านทั้งสองแสดงความยินดีพอประมาณกับคำชมว่าเก่งมาก เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว แม่เคยบอกว่าถ้าเรารอบคอบรัดกุม เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการแล้ว การแสดงความยินดีปรีดาอย่างเอิกเกริกก็ไม่จำเป็น เพราะสิ่งที่เราได้มานั้นเป็นเพียงการพิสูจน์คุณสมบัติในตัวเราเองระดับหนึ่งเท่านั้น โตขึ้นจะต้องเรียนรู้มากขึ้น มีการแข่งขันมากขึ้น เราอาจจะไม่พบกับความสำเร็จทุกครั้งไป แม้ว่าเราจะเตรียมการไว้ดีมากเท่าไร

ก่อนเปิดเทอมใหม่ไม่นานนัก หลังจากจัดการทุกอย่างตามขั้นตอนของโรงเรียนแล้ว สายของวันเสาร์วันหนึ่ง  ผมและแม่ออกไปหาซื้อเครื่องใช้ไม้สอย สำหรับในบ้านและของส่วนตัวที่ผมจะใช้ที่โรงเรียนใหม่ พ่อไม่ได้ไปด้วยเพราะมีราชการต่างจังหวัด จะกลับก็ในวันอาทิตย์บ่ายๆ ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย เสร็จสรรพจากการจับจ่ายใช้สอยเข้าบ้านก็ตอนบ่าย ช่วยแม่จัดโน่นนี่เสร็จ ผมก็เตรียมออกไปเล่นกีฬาอย่างที่เป็นมา ก่อนออกจากบ้านแม่บอกผมยิ้มๆว่า “เด็กน้อย อย่าหักโหมมากนัก วันนี้เราอยู่กันสองคนนะ” ผมยังตามไม่ทันกับคำ พูดของแม่ ได้แต่รับคำ “ฮะแม่”

จนได้เวลาใกล้อาหารมื้อเย็น ผมกลับบ้านตามปกติ แม่เตรียมอาหารสำหรับเราสองคนไว้แล้ว เสียงแม่ร้องบอก ได้ยินแว่วๆจากห้องพักผ่อนว่า “ไปอาบน้ำ แล้วมากินข้าว หิวมากไหมลูก?” “ครับแม่ ยังไม่หิวเลยครับ วันนี้ไม่หนักมาก” ผมร้องตอบโดยไม่ได้เห็นหน้าตา ใต้ฝักบัวที่ผมปล่อยน้ำเย็นออกมาแรงสุด ผมยืนหลับตานิ่ง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน มีเพียงเสียงดังของน้ำที่พุ่งผ่านฝักบัวเท่านั้นที่ผมได้ยิน ความเย็นจากสายน้ำทำความสดชื่นชุ่มฉ่ำให้ผมเป็นอย่างดี อยู่ๆน้ำก็หยุดไหล ผมลืมตาขึ้นก็ตะลึงไปที่ได้พบกับร่างเปลือยเปล่าของแม่ยืนประจันหน้าผม ด้วยใบหน้าหวานหยาดเยิ้ม

“แม่มา เงียบจัง” ผมพึมพำแผ่วๆ แม่ไม่ได้พูดอะไร จับตัวผมเบี่ยงออกจากใต้ฝักบัว แม่เข้าไปยืนแทนที่ผม เปิดน้ำรินไหลระดับปานกลาง แล้วแม่ก็โอบกอดผมเข้าไปแนบชิด ตั้งแต่ท่อนขาอ่อน เนินหน้าท้อง แผ่นท้องและหน้าอก แนบชิดสนิทแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน แก้มแนบแก้ม ผมป่ายมือทั้งสองข้างดึงรั้งให้ร่างเบียดรัดกันมากขึ้น

“หิวข้าวไหม?” แม่กระซิบผ่านข้างหู พร้อมกับขบเม้มที่ใบหู “ยังไม่หิวข้าวฮะ แต่หิวอย่างอื่น” แม่ไม่พูด เอาแต่ใบหน้าเคล้นคลึงกับใบหน้าผม ปลายลิ้นแลบเลียแผ่วเบาทั่วใบหน้า ริมฝีปากผมเผยอให้ลิ้นอันอบอุ่นของแม่เข้าไปล้วง ควาน ตวัดพันกับลิ้นของผม สะโพกแม่ส่ายไหวเล็กน้อย เหมือนจะสำรวจดูว่าเจ้าน้องชายคนเก่งของผมนั้นหายจากนอนหมอบสงบนิ่งหรือยัง? จนเมื่อเนินนูนที่ปกคลุมด้วยพงไหมอยู่นั้นสัมผัสกับการตื่นตัวเต็มที่แล้ว แม่จึงถอนปากออก ประคองหน้าผมไว้ด้วยสองมือนุ่มเนียน ตาฉ่ำหยาดเยิ้มด้วยความรักอันอบอุ่น ริมฝีปากอิ่มแดงขยับ เหมือนพูดว่า “แปลกใจไหมลูกแม่?” ผมเพลินกับการมองปากอิ่มนั้น กอดกวัดรัดตัวแม่เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ตาจ้องตา ผมพยักหน้าแทนคำตอบว่า แปลกใจ

แม่ยิ้มกว้าง “พ่อเขาบอกว่าแม่ควรจะให้รางวัลลูก ที่ลูกเป็นเด็กดีไม่ทำให้พ่อและแม่ผิดหวัง แม่ก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้วิเศษกว่าครั้งที่แล้วมา ก่อนอาหารเย็นเป็นสิ่งที่แม่คิดได้” สุขใดไหนปาน..ผมบอกตัวเองอย่างนั้น เนื้อแนบเนื้อ ความรัก อารมณ์ ความต้องการ เหมือนกับกระแสไฟฟ้าวิ่งซาบซ่านจากปลายเท้าสู่เสันผม ผมเป็นฝ่ายประคองหน้าแม่ เพื่อที่จะประกบปากอย่างแผ่วเบา ครานี้เป็นปากลิ้นของผมบ้างที่จะเชาะไซ้ชอนไชใบทั่วใบหน้า เม้มขบกัดไปที่ใบหูทั้งสองข้าง ท่อนล่างของแม่สั่นไหวมากขึ้น แต่ว่าหนักแน่นและรุนแรง ปลายลิ้นผมซอกซอนเข้าปาก ออกจากปากแลบเลียที่ซอกหู และควานหาความสุขที่รูหูทั้งสองข้าง เสียงครางกระเส่าเบาๆได้ยิน ท่อนล่างยื่งมายิ่งแนบชิด จนแม่ต้องยืนเขย่งด้วยปลายนิ้วทั้งสองข้าง

ผมกระซิบแหบพร่าที่ข้างหูแม่ “รางวัลของพ่อ รวมทั้งการสอดใส่ด้วยไหมฮะแม่?” ร่างแม่หยุดเคลื่อนไหวโยกส่าย แต่ทุกส่วนยังสนิทแบบแน่น แม่เอนท่อนบนออกห่าง เปลี่ยนเป็นเอาแขนทั้งสองมาโอบกอดรอบคอ เพื่อที่จะมองตาผมได้ถนัดมากขึ้น “ลูกต้องการมากหรือ? แม่กับพ่อคุยกันบ่อย สุดท้ายแล้วพ่อเป็นคนอนุญาตแม้ในวันนี้ แต่ว่าลูกแม่ ลูกก็รู้ว่าแม่รักพ่อมาก นอกจากพ่อแล้ว แม่ไม่เคยมีของใครอื่นสอดใส่มาก่อนเลย แม่รักลูกมาก และรู้ว่าลูกไม่ใช่คนอื่น แต่ว่าขอเวลาให้แม่ตัดสินใจอีกสักระยะได้ไหม? การจะเอาของลูกสอดใส่เข้าไปในแม่ แม่เองก็อยากจะรู้ ว่ารสสัมผัสนั้นจะดูดด่ำล้ำลึกเท่าไร? แต่แม่ยังทำใจไม่ได้” ยังไม่ทันที่แม่จะพูดอะไรต่อ ผมจูบปากแม่ด้วยความรักใคร่ เป็นจูบที่ออกมาจากใจไม่ใช่จบที่เกิดจากความใคร่

“ผมเข้าใจครับแม่ ผมรอได้ และว่าที่จริงแล้ว เท่าที่แม่ให้ผมมาตลอด ก็ถือเป็นความเมตตาปราณีที่หาที่สุดไม่ได้แล้วครับ แม่อย่ากังวลเลยครับ ถึงอย่างไรความสุขของผม ก็ไม่เคยขาดตอนทุกครั้งที่มีแม่ นับวันมีแต่มากขึ้นมากขึ้น ผมสัญญาครับแม่ ไม่ว่าแม่จะให้ผมสอดใส่หรือไม่? เมื่อไหร่ก็ตาม? ผมก็คิดแต่เพียงว่าแม่คือแม่ ไม่เคยแม้แต่จะนึกจะคิดว่าการสอดใส่ของผมนั้น จะไปเป็นการแทนที่พ่อ แม่คือแม่ พ่อคือพ่อครับ” “ขอบใจลูกแม่ อีกไม่นานหรอกจ๊ะ” แม่พูดยิ้มๆ แววตามีเลศนัย ที่ผมอ่านไม่ออก ผมมองลึกเข้าไปในตาแม่ เห็นแต่แววของความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น อยู่ในนั้น เหมือนที่ผมเคยเห็นเสมอมา

เราสองแม่ลูกยืนกอดก่าย เคล้าเคลียอยู่ใต้ฝักบัว สบู่ในมือแม่ฟอกขัดถูที่ตัวผมทุกซอกมุม เช่นกันกับมือผมฟองสบู่ลูบไล้แผ่วเบา ซอกซอนไปทั่วตัวแม่ทุกหลืบทุกซอกทุกมุม ร่องน้ำ ลำธารไปไม่ได้ด้วยฝ่ามือ ก็ใช้ปลายนิ้วขุดคุ้ยซอกซอนชอน ไชไปจนสุดปลายนิ้ว “จะต่อกัน? หรือไปกินข้าวก่อนลูก?” “ได้ฮะแม่ ไปกินข้าวก่อนก็ได้ ที่นี่แม่สอนแล้ว เหลือแต่ห้องพักผ่อน กับในครัว” “บ้า เซี้ยวใหญ่แล้วนะเรา” เราสองยังอ้อยอิ่งกันในห้องน้ำพักใหญ่ ก่อนที่จะแยกกันไปแต่งตัว เพื่อลงไปรัปทานมื้อเย็น

ผมจัดแจงปิดประตูหน้าต่างตามหน้าที่ ที่ได้ทำมาทุกวัน เปิดแอร์ที่ห้องพักผ่อน แล้วเข้าไปนั่งรอแม่ที่โต๊ะกินข้าว แวบแรกที่ผมเห็นแม่เดินมา ผมบอกตนเองว่าวันนี้แม่สวยกว่าทุกวัน ชุดนอนบางเบาสีดำสนิทแต่โปร่งใส ขับให้เห็นสีขาวเหมือนไข่ปอกของแม่ คอเสื้อเว้าลึกเห็นเนินอวบอิ่มชูชันทั้งสองเต้า ชายเสื้อนอนยาวสุดแค่ครึ่งขาอ่อนของแม่ แม้จะเป็นสีดำ ต่ก็โปร่งใสเห็นได้ว่ากางเกงในตัวน้อยของแม่ก็สีดำ ปกปิดพงไหมสีดำสนิทของนูนเนินแห่งสวรรค์ ผมมองไม่วางตา จนแม่เดินเข้ามาใกล้ “อื้อฮือ แม่ฮะ วันนี้แม่สวย เอ๊ยเซ็กซี่ที่สุดเลยฮะ” แม่ยิ้มหวาน สะบัดผมที่คลอเคลียอยู่กับไหล่ ให้สะบัดไปด้านหลัง หลังช่วงการสะบัดผมสองเต้าชูชันสั่นไหวน่ามอง

แม่เดินเข้ามาชิดใกล้ขยี้หัวผมด้วยความรักใคร่ นั่งลงเคียงข้างผม “แม่เพิ่งจะสวยเอาวันนี้เองหรือจ๊ะ? แม่ไม่ได้แต่งมายั่วลูกนะ เพียงทำตามบัญชาของพ่อ ที่สั่งให้แม่ปรนนิบัติพัดวีลูกสุดที่รักให้ดีที่สุด สำหรับคืนนี้และพรุ่งนี้ก่อนพ่อมาก็เท่านั้น” ผมยกมือแม่มาสูดดม “แม่สวยจัง หอมจัง” “เอาละกินข้าวกันเถอะลูก” ในระหว่างอาหาร เราคุยกันเรื่องเบาๆจิปาถะ อาหารมื้อเย็นทั้งพ่อและแม่เคยบอก ว่าคนไทยกินกันไม่ค่อยจะเป็นนักกินกันแบบอัดเข้าไป อิ่มจนเรอแล้วเรออีก ควรจะกินกันแต่พออิ่ม เพราะหลังมื้อเย็นแล้ว คนเรามักจะไม่ค่อยได้ทำอะไร กินแล้วก็นอน ท้องก็เลยกลายเป็นที่สะสมไขมัน บ้านผมก็เลยทำกินกันแต่พอดี เลือกอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ แม่และพ่อจึงไม่มีไขมันสะสมที่หน้าท้อง

เสร็จมื้ออาหาร ผมมาครึ่งนั่งครึ่งนอน เปิดดูทีวีไปตามเรื่องราว เสียงแม่คุยโทรศัพท์เสียงชัดเจนแจ่มใส สักพักหนึ่ง แม่หน้าแดงตาเยิ้มยื่นโทรศัพท์ให้ผม บอกว่าพ่อจะคุยด้วย ทักทายกันอย่างอบอุ่น เสียงของพ่อเล็ดลอดมาให้แม่ได้ยินด้วยว่า “เป็นไงบ้างวันนี้? เรียบร้อยดีไหม?” “ดีเยี่ยมครับพ่อ ทุกอย่างเรียบร้อย” “วันนี้เป็นพ่อบ้านแทนพ่อด้วยนะ ทำได้ทุกอย่าง ให้มีความสุขนะลูกนะ” “ขอบคุณครับพ่อ” ผมขยับตัวให้แม่นั่งห้อยขาบนโซฟาด้านนอกสุด แม่นั่งตัวตรง ชุดนอนหดสั้นไปจนถึงเนินรำไร เอนหลังพิงพนักสบายๆ ผมทรุดนั่งลงปลายเท้า ก้มกราบพึมพำ “ขอบคุณฮะแม่ ขอบคุณฮะพ่อ”

ผมคุกเข่าซบหน้าบนเรียวขาคู่งาม สองแขนเกาะกุมสะโพกผายของแม่ไว้ แม่ขยับตัวให้นั่งสบาย ผมขยับตัวเพื่อให้ใบหน้าฝังอยู่บนเนินสวรรค์ จมูกสูดดมกลิ่นหอมจากเนินเนื้อ แขนซ้ายที่เกาะกุมสะโพกอยู่นั้น ผมสอดเลยไปที่แผ่นหลังด้านล่าง แขนขวาผมเปลี่ยนมาสอดลงใต้ท่อนขาอวบขาว แล้วค่อยพยุงช่วงล่างของแม่ขึ้นไปเหยีดยาวบนโซฟา แม่หลับตาพริ้มแย้มยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร แม่ขยับตัวเพื่อที่จะใช้หมอนรองแขนของโซฟาหนุนศรีษะ ผมนั่งกับพื้นหันหลังพิงโซฟาตรงกลางตัวของแม่พอดี

จับมือนุ่มนิ่มอ่อนโยนของแม่มาลูบไล้ใบหน้า ปากเม้มลิ้นเลียปลายนิ้วไล่ไปทีละนิ้ว แม่ชันขาข้างติดกับพนักพิงขึ้นโ ดยที่อีกข้างยังเหยียดยาวราบไปบนเบาะนิ่มของที่รองนั่ง ผมเอี้ยวมองกลางลำตัวแม่ ชุดนอนเลิกไปอยู่หน้าท้อง เนินขาวอวบอูมถูกปกคลุมด้วยพงไหมและผ้าฉลุสีดำใกล้เพียงแค่นั้น ผมมองเห็นริ้วรอยเส้นบางของธารน้ำวิ่งผ่ากลางเนินอวบ อีกครั้งที่ผมขยับตัวไปอยู่กลางหว่างขาของแม่ ปลายจมูกไล้เลียแผ่วเบาไปที่ผ้าดำลายโปร่งบางเบาที่ปิดเนินอวบไม่มิด ผมใช้ปลายจมูกขุดเขี่ยคุ้ยแคะ พร้อมทั้งสูดดมกลิ่นหอมยวนใจที่เล็ดลอดออกมาจากธารน้ำ แม่ยังนอนนิ่งเหมือนหลับลึก คงจะอยากดูว่าผมมีฝีไม้ลายมือแค่ไหน?

จมูกปลายลิ้นและริมฝีปากเม้มเน้นดูดขบ ย้ำเลียไปที่เนื้อผ้าที่บางเบานั้น พร้อมๆกับที่ผมสอดมือเข้าเกาะเกี่ยวขอบยางยืดของกางเกงแ ละรูดลงแผ่วเบาทางปลายเท้า แม่ขยับร่าง วางขาราบกับพื้นเพื่ออำนวยความสะดวก แพนตี้สีดำโปร่งบางเบาเลื่อนหลุดตามการเคลื่อนมือของผม พอหลุดพ้นเนิน จมูกปากลิ้นของผมกดฝังชำแรกแทรกลงไปตามรอยแยกของเนินเนื้อนั้น แม่ขยับแบะขา เนินเนื้ออวบอูมจึงลอยเด่น จมูกปากลิ้นผมบดขยี้มิด เม้มเล็มเลียจนเรียงลำดับไม่ถูก


*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3164
  • 3048
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:45:14 am »
ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค2 ตอนที่ 2



แม่เริ่มส่งเสียงครางแผ่วเบา พร้อมกับท่อนล่างโยกส่ายไหว ซ้ายขวาแรงขึ้นเร็วขึ้น ปลายลิ้นผมฉกเลียอยู่ที่เม็ดงามกลางเนินเหนือร่องธารแห่งความรัก ลิ้นเลียจมูกเขี่ยปากดูดที่เม็ดของความเสียวซ่านนั้น แม่ดิ้นส่ายร่อนรุนแรงขึ้น สะโพกแม่โยกร่อนแอ่นขึ้นไม่ติดพื้น จากเสียงครางกระเส่า มาเป็นเสียงร้องครวญคราง “ลูกจ๋า พ่อจ๋า แม่เสียวสุดๆ” เสียงครางช้ำแล้วช้ำเล่า การโยกร่อนส่ายไหวรุนแรงขึ้น และแล้วทำนบกักธารน้ำรักของแม่ก็พังทลาย ผมเล็มเลียดูดกลืนทุกหยาดหยดจนหมดสิ้น ร่างแม่แอ่นเกร็งแล้วสงบนิ่ง

โซฟาร์แม้กว้างยาว แต่เหลือที่พอให้ผมเพียงแค่ตะแคงข้างเหยียดยาว มือผมลูบไล้แผ่วเบาไปที่อกอวบนูนนิ้วคีบมรกตเม็ดเขื่องบนยอดอก สลับกับการโอบลูบไล้แผ่วเบา แม่ตะแคงหน้าจ้องตาผมยิ้มหยาดเยิ้มกระซิบแผ่ว “ร้ายนักนะลูกแม่ ไม่ยอมให้แม่ตั้งตัวเลย ร้ายกาจจริงๆ ใช้แค่ปากลิ้น” ผมแลบลิ้นกวาดเลียริมฝีปากอวบอิ่มของแม่ กระซิบถาม “ได้เกรดไหนฮะแม่?” เราเปลี่ยนลงมานั่งเหยียดขา หลังพิงโซฟา หน้าแม่เงยแหงนขึ้น อกอวบยืดเด่นชูชันจากท่านั้น ท่อนล่างแม่เปลือยเปล่า ท่อนบนเสื้อนอนโปร่งบางเบาดำสนิทปกคลุมอยู่แค่หน้าท้อง มือข้างหนึ่งของแม่ยื่ไขว่คว้าไปที่กลางลำตัวผม เราสองยังไม่ส่งเสียงใดๆเลย นับแต่ย้ายลงมานั่งข้างล่าง

มือแม่เกาะกุมเบาๆ ผ่านกางเกงนอนของผม เกาะกุมโยกคลอนเหมือนจะทักทายสารทุกข์สุกดิบ ผมขยับตัวถอดปลดปราการขวางกั้นออกไปทางปลายเท้า เสื้อยืดคอกลมถอดโยนไปหลังพนักพิง แม่เบือนหน้ามองผม พร้อมๆกับถอดเสื้อนอนบางเบาเหวี่ยงหายไป สองแม่ลูกเปลือยเปล่านอนเหยียดยาวบนพื้น ก่ายกอดโลมลูบดูดเลีย แม่ไม่ยอมปล่อยมือจากน้องชายผมแม้เพียงเสี้ยววินาที สองร่างแนบสนิท แม่อยู่บน ผมอยู่ล่าง แม่ค่อยขยับตัว จมูกปากลิ้นเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายลงล่าง แม่ปล่อยมือเกาะกุมแก่นกายของผมชั่วคราว แม่เลื่อนตัวลงแผ่วเบาเนิบนาบ ส่งความเสียวซ่านไปทั่วร่างผมทุกขุมขน แม่ยกหน้าเหมือนจะทักทายน้องชาย ก่อนที่จะฉกลิ้นเลียเร็วรุนแรง ท่อนล่างผมบิดเกร็งแอ่นหยัดสู้แรงต้านจากปากและลิ้น แม่อมจนมิด..เม้มเน้นขบเลีย ผมร้องครางไม่เป็นส่ำ เหมือนแม่จะแก้แค้นผมกับสิ่งที่ผมทำกับแม่ก่อนหน้า

ผมแอ่นกายเหยียดเกร็ง สองมือตะปบศรีษะแม่กด ให้ปากอมเจ้าตัวน้อยจนสุดคอหอย แม่ต้านสู้ผม อมครูดรูดขึ้นลง “แม่ครับ แม่ฮะ พ่อครับ ถึงงง..แล้วว..ครับ”เพียงเท่านั้นผมก็กระฉูด รินหลั่งในปากแม่ระลอกแล้วระลอกเล่า แม่ยืดร่างทาบทับบนตัวผมอมยิ้ม เมือกขาวข้นหยดย้อยจากมุมปากแม่ ปากปะกบปาก ลิ้นแลกลิ้น โอบกอดรัดรึงลูบไล้จนอ่อนแรง

“ไปอาบน้ำกันดีกว่าลูก” “ฮะแม่” ร่างเปลือยเกาะก่ายลูบไล้อยู่ใต้ฝักบัว กับสายน้ำฉ่ำเย็นสลับกับอุ่นร้อน ผลัดกันถูผลัดกันฟอกจนสดชื่นเข้มแข็ง ร่างเปลือยเปล่าของแม่เกาะจูงร่างเปลือยของผม ไปที่ห้องนอนของผม แอร์เย็นฉ่ำไฟส่วางโร่ เรานอนตะแคงข้างขาข้างหนึ่งของแม่ยกวางที่สะโพกผม มือสอดส่ายปลุกเขย่าเรียกน้องชายผม ผมสอดมือลูบไล้ที่เนินอกแผ่วเบา “มีความสุขไหมลูก?” “มีมากครับ สุดยอดครับ แม่เป็นไงบ้าง?” แม่ไม่ตอบ เพียงแต่ส่งยิ้ม พร้อมที่มือออก แรงบีบเค้นไปที่น้องชายที่เริ่มจะงัวเงีย

“เบื่อแม่หรือยัง?” “ยังครับ” “หรือว่าความซ้ำซากจำเจ?” “ไม่ครับ” “ลูกแม่ จริงๆแล้ว ความอยากหรือความต้องการทางธรรมชาติก็มีอยู่แค่นั้นแหละ พอเสียวสุดๆแล้วก็แล้วกัน จริงอยู่ที่ผ่านมา ลูกเพิ่งจะเรียนรู้การปลดปล่อย แม่ไม่เรียกว่าร่วมรักหรือมีเพศสัมพันธ์ เพราะยังไม่มีการสอดใส่ สิ่งที่แม่และพ่อทำให้กับลูกในสายตาคนภายนอก อาจจะมองว่าวิปริตวิตถาร เราจึงต้องระวังกันในเรื่องนี้ ถ้าจะมี..ถ้าจะเป็น..ก็เฉพาะกับเราสามคน อนาคตอาจจะมีคนที่เข้าใจเรา เห็นด้วยกับเรา นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง” มือผมยังลูบไล้ไปทั่วทุกสัดส่วนของแม่ บางครั้งปลายนิ้วก็แหวกแยกนูนเนิน ควานหาร่องน้ำ ขณะเดียวกับที่มือแม่ยังเกาะกุมลูบไล้โยกคลอนสาวขึ้นสาวลงที่เจ้าหนูของผม

“ ตัวแม่เอง...ถ้าใครสักคนที่ไม่เข้าใจรู้เข้า ว่าแม่ทำอย่างนี้ให้กับลูกแม่ ก็จะถูกมองว่าร่านราคะ หมกมุ่นเอาลูกมาทำผัว แต่แม่ไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเลย เพราะอย่างที่พ่อพูดอยู่เสมอ ว่าเกิดมาทั้งทีถ้ามีความสุขโดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน ก็ไม่เห็นจะวิตกกังวลอะไรเลย ...ลูกผ่านบทเรียนมาก็มากแล้ว ลูกคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?”
“พ่อบังคับให้แม่ทำหรือเปล่าฮะ?”
แม่ชะโงกหน้าจ้องมองผม หน้าเคร่ง “ลูกคิดอย่างนั้น? หรือว่าเป็นแค่คำถาม?”
“แม่อย่าคิดมากฮะ เพียงแต่หลุดออกไปโดยไม่ตั้งใจ ผมเพียงแต่คิดเหมือนแม่และพ่อฮะ เป็นความสุขของเรา”
“ พ่อและแม่ที่เพิ่มบทเรียนให้มาถึงขั้นนี้ และในขั้นต่อไปนั้น ก็เพราะวิเคราะห์แล้ว ว่าลูกสามารถที่จะเข้าใจ แยกแยะ อดทนอดกลั้น รู้ว่าสิ่งไรคืออารมณ์ความใคร่ กับความรักอันบริสุทธิ์ ลูกเพียงสิบสามเศษย่างสิบสี่ ทำตัวได้อย่างนี้ ทั้งแม่และพ่อก็ดีใจแล้ว แม่เชื่อว่าเมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะเรียนรู้มากขึ้น”

ผมก้มหน้าซบไปบนยอดอก ดอมดมดูดเลีย ปลายนิ้วยังซอกซอนอยู่ในหลืบร่องน้ำที่ฉ่ำเยิ้ม บางขณะเจ้าหนูน้อยของผมก็ถูกมือแม่ชักจูง โดยกดเฉพาะส่วนปลายลากผ่ากลางร่องน้ำ ดูเหมือนจะเป็นการชี้ช่องนำทาง ผมมองสบตาแม่ แต่แม่ทำเพียงแค่ยิ้มๆเหมือนยั่วเย้า เรากอดกวัดรัดรึงสนิทแนบแน่น ในท่าตะแคงกอด แม่เริ่มหลับตาพริ้มส่งเสียงครางเบา เมื่อนิ้วของผมคุ้ยเขี่ยอยู่ที่เม็ดแห่งพืชพันธุ์เหนือร่องน้ำ ผมค่อยๆผลักแม่นอนหงาย แล้วพลิกกายขึ้นทาบทับ แก่นกายอันแข็งแกร่งของผมเอนราบทาบไปบนร่องน้ำกลางเนินนูน สะโพกผมส่ายสะโพกแม่ส่ายรับ ปากผมอมดูดเลียอยู่บนเต้าสลับซ้ายขวา มือแม่กำผมบนศรีษะผมกดส่ายโยกคลอน พร้อมกับเสียงครางแผ่วพร่า

ผมขยับกาย ท่อนล่างยกขึ้น ปล่อยให้น้องชายเป็นอิสระจากการกดทับ แข็งแกร่งชี้เด่ปัดกวาดอยู่กับพงไหมอันอ่อนนุ่ม กลางร่องน้ำที่เริ่มมีน้ำไหลริน ผมขยับศอกสองข้างวางบนที่นอนข้างเต้านมซ้ายขวาของแม่ เจ้าตัวดีหัวส่ายเปะปะ ค้นหาทางเข้าอุโมงค์มหัศจรรย์ จดจ่อที่ร่องน้ำฉ่ำเยิ้ม แล้วผมก็ค่อยๆกดหัวเจ้าน้องน้อยแหวกร่องน้ำมุดเข้าอุโมงค์ที่ไม่เคยพบ แม่ยังกดหัวแน่น ขยับย้ายกางขาออก ร่องน้ำขยายกว้าง หัวบานของเจ้าน้องน้อยผ่านพ้นร่องน้ำ ผมค่อยๆกดลงช้าๆ เสียงครางกระเส่าของแม่เริ่มดังขึ้น มือกำแกร็งแน่นกดอยู่บนหัวผม

เสียวซ่านสุดๆ รู้สึกว่าลำตัวเจ้าน้องชายสัมผัสกับผนังถ้ำที่อ่อนนิ่ม แต่ฉ่ำเยิ้ม ดูดดื่มลึกล้ำ ผมตัดสินใจทิ่มพรวด ส่งเจ้าน้องน้อยมุดเข้าถ้ำจนมิดโคน “ลูกจ๋า...ดีจัง” ผมเสือกตัวนอนราบกดเจ้าน้องชายจนสุดโคน คาปากถ้ำของแม่อยู่อย่างนั้น นอนราบลงแนบเนื้อตัว เนื้อแนบเนื้อ โหนกนูนแนบเนินอวบ สอดสองมือรอบท้ายทอยแม่ ประคองหน้ายกสูง ผมกดหน้าลงต่ำ “ดีมากลูก ขยับเจ้าหนูให้แม่ด้วย ระวังอย่าให้หลุด” ปากประกบปาก ลิ้นแลกลิ้น สองฝ่ามือแม่ยังกดหัวผมอยู่

ท่อนล่างของแม่เริ่มขยับขึ้นลง แอ่นกลางตัวขึ้นรับกับการเสือกแทง ผมเริ่มคุ้นเคยการเสือกแทง ขยับถี่เร็วขึ้น ผมอ้าปากร้องเต็มที่ “แม่ครับ ผมออกแล้วว.... ซู๊ด...เสียวจัง” แม่ยังขยับท่อนล่าง ดูเหมือนจะให้เนินเนื้อนั้นบีบเค้นเจ้าตัวดี ที่ขาดความอดทนปล่อยพ่นน้ำออก ฉีดล้างทั่วอุโมงค์ ร่างกายท่อนล่างผมหมดแรงขยับเขยื้อน อกทาบอก หน้าผมซบอยู่บนหน้าแม่ น้ำตารินหลั่ง หยาดหยดลงรดแก้มและย้อยเข้าปากแม่ แม่ตกใจโอบกอดรัดแน่นผมไว้ “ลูกร้องไห้?” “ฮะแม่” “เสียใจเหรอลูก?” “ไม่ทราบครับ รู้แต่ว่ามันออกมาเอง แต่ผมทำผิดครับ” “ผิดเรื่องอะไร?” “ผมสอดใส่ โดยที่แม่ยังไม่อนุญาติ” “โธ่ลูกเอ๋ย.. บอกแม่ก่อนตอนนั้น ลูกมีความสุขไหม?” “มีครับ นอกจากเสียวซ่านแล้ว ยังดื่มด่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน”

แม่เอามือประคองหน้า บังคับให้ตาสบตา
“เด็กโง่ คิดอย่างไร...ถึงกล้าที่จะสอดใส่” แม่ถามยิ้มตาหวานฉ่ำ
เจ้าหนูของผมแม้จะอ่อนแรงแต่ก็ยังคาอยู่ในอุโมงค์
“ไม่ทราบครับ บอกไม่ถูก”
แม่บีบปลายจมูกผมเบาๆ
“มองตาแม่นะลูก เมื่อเย็นนี้ พ่อโทรมาว่าอย่างไรบ้าง?”
“ก็ไม่เห็นว่าอะไรครับ นอกจากบอกว่าทำหน้าที่แทนพ่อด้วย”
“แล้วลูกคิดอย่างไรกับคำพูดนั้น?”
แม่จ้องตาผมปากยิ้มพราย ผมเริ่มเอะใจ..
“เด็กโง่ ถ้าแม่ไม่อนุญาติ ลูกสอดไม่เข้าหรอกจ๊ะ แม่บอกใบ้ตั้งหลายครั้งว่าอนุญาติ”
ผมส่ายบั้นเอวที่เจ้าน้องชายอ่อนปวกเปียกสลบไสลอยู่คาอุโมงค์
“แล้วแม่ ก็ไม่บอกด้วย”
“หนูเอย ไม่มีแม่ที่ไหน พ่อที่ไหน เขาจะพูดตรงๆเรื่องการสอดใส่ของลูกกับแม่หรอกจ๊ะ ตอนนี้เข้าใจหรือยัง? เลิกลงโทษตัวเองได้แล้ว”

ผมถอนตัวออกจากการทาบทับแม่ นั่งมองแม่ไปทั่วร่าง แม่นอนนิ่งแต่ยิ้มหยาดเยิ้ม ผมหันไปมองเนินอวบอูมตรงหน้าขาแม่ หันกายไปก้มกราบที่ตรงนั้น แม่ดึงร่างผมลงไปกอดกระซิบเบา
“ลูกตื่นเต้นมากไป เลยเสร็จเร็วไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ครั้งแรกมักจะเป็นกันอย่างนี้ ถือว่าเป็นรางวัลจากพ่อแล้วกัน ลูกนอนพักก่อนนะ แม่จะไปอาบน้ำล้างตัว หลับให้สบาย เดี๋ยวแม่จะมานอนด้วย”
….ไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปนานเท่าไหร่ รู้แต่ว่าหลับลึกหลับสนิท มีความรู้สึกว่ามีอุ้งมือลูบไล้อยู่ที่เจ้าหนูของผม พร้อมปากอิ่มและปลายลิ้นโลมเล้าดูดเม้มอยู่ทั่วร่าง ความเสียวซาบซ่านกลับมาอีกครั้ง ลืมตาขึ้น...มีแสงส่ว่างจากไฟหัวเตียง สาดแสงสลัวไปทั่วห้อง กลางลำตัวของผม เส้นผมนิ่มยาวสยายปกคลุมหน้าท้องผมอยู่ ลิ้นแลบเลียที่หน้าท้อง แก่นกายถูกกุมด้วยมือนิ่มรูดขึ้นลง ผมบอกได้ว่าเจ้าหนูแข็งแกร่ง พร้อมออกศึกอีกแล้ว “แม่ฮะ” ผมออกเสียงกระเส่าได้แค่นั้น

แม่พลิกร่างนั่งคร่อมบนตัวผม หันหน้ามาสบตาผม ผมสบตาแล้วเบือนลงมองที่แก่นกายชูชันตั้งเด่ แม่กุมส่วนโคนเอาไว้แล้วแม่ขยับร่าง โนนนูนเนื้อสองข้างแบะกว้างออก เผยเห็นร่องน้ำกว้างใหญ่ แม่ประคองแก่นกายให้ตั้งลำตรง แล้วแม่ก็ค่อยๆลดตัวลง เนินเนื้อสองข้างต่ำลงๆจนสัมผัสกับปลายมน มันจ่อเข้าไปและแล้วก็ค่อยๆถูกกลืนดูดหายเข้าไปในอุโมงค์ ลึกลงๆแม่ปล่อยมือกดตัวลงจนเจ้าหนูถูกอมมิดหายไปในถ้ำ เห็นแต่พงไหมของแม่ปกคลุมอยู่โดยรอบ แม่ร้องเสียงสยิว “อูย...ซี๊ด.....”ลากยาว

ความเสียวซ่านด่ำลึกกลับมาอยู่ที่ผมอีกครั้ง ร่างแม่เริ่มโยกขึ้นลง บิดส่ายบดขยี้ไปที่ลำตัวของเจ้าหนู เสียงครวญครางแห่งความสุขดังขึ้น พร้อมกับความถี่ของการเคลื่อนไหว มือผมจิกที่นอนแกร็งแน่น ร่างท่อนล่างเหยียดเกร็งสู้กับการบดอัดจากเนินเนื้อของแม่

แม่เปลี่ยนจากท่านั่งยองเป็นนั่งคุกเข่า โดยที่โหนกนูนของแม่ยังบดอัดเจ้าหนูของผม ทุกองคุลีร่างของแม่โน้มต่ำลง ตาฉ่ำเยิ้มสบตาผม พร้อมๆกับที่ท่อนล่างของแม่ไม่หยุดการเคลื่อนไหว เสียวซ่านสุดบรรยายเกิดขึ้นกับผม ตั้งแต่ปลายเท้าจรดเส้นผม สองมือผมเหยียดขึ้นเกาะกุมบีบเคล้น สองเต้าอวบที่ย้อยย้วยลงตรงหน้า เมื่อยจากมือผมผงกร่างท่อนบนขึ้น ปากดูดลิ้นเม้มเลียตามการโยกส่ายของแม่

เสียงเราสองคนงึมงำ ครางกระเส่าไม่ได้ศัพท์ ร่างแม่เร่งเร้าถี่ ผมสวนตอบตามการโยกส่าย จนหมดสิ้นความอดทน...ความเสียวกระสันต์แล่นวาบจากปลายมนของเจ้าหนูน้อย เข้าสู่ทั่วสรรพางค์กาย ผมครางกระเส่าดิ้นส่ายสะบัด ส่งเสียงแหบพร่า “แม่ฮะ ๆ ผม...ผมใกล้ออกแล้วครับ” แม่สูดปากดังลั่น “อีกนิดเดียวลูกแม่” แม่ทั้งทิ่มทั้งตำ บดอักหนักขึ้นรุนแรงมากขึ้น ผมเองก็สุดทน “ออกแล้วฮะแม่..ออกแล้วฮะแม่..ๆ” ผมดิ้นเฮือกแอ่นกายดันเจ้าหนูที่เห็นแต่โคน สวนกลับเต็มแรง เข้าปากอุโมงที่ฉ่ำเยิ้มแล้วก็หลั่งพรั่งพรู ฉีดล้างเข้าไปในอุโมงค์อีกครั้ง พร้อมๆกับแม่ร้องครางดังลั่น ทิ้งตัวลงทอดยาว ทับทาบไปบนลำตัวของผม

แม่เหยียดกายแนบชิดติดกับผม หายใจหอบแรงโดยที่เจ้าหนูยังคาอยู่ปากถ้ำ เหมือนมีปลาเข้าไปตอดขมิบอยู่ปลายหัวของหนูน้อยเป็นระยะๆ แรกก็รัวถี่แล้วก็เบาลงจนเงียบหาย แม่กระซิบปนหอบ “ขอบใจลูกแม่” “ไม่ครับแม่ ผมต้องขอบคุณแม่อีกครั้ง ที่ผมทำเองไม่ดี ไม่มันเท่าที่แม่ทำให้เลยฮะ” มือไม้ลูบไล้ซอกซอนแผ่วเบาไปทั่ว ปากจูบปาก “ไม่จ๊ะ ครั้งแรกมักจะเป็นอย่างนั้น ทั้งไม่คาดคิด และไม่มั่นใจ ต่อไปก็จะดีเอง แต่ถือว่าลูกสุดยอดแล้ว อายุขนาดนี้รับมือแม่ได้หมด” “ได้ครูดี ฮะแม่” “อื๊อ...พูดเอาใจ กลัวไม่ได้อีกหรือไง?”

ผมโน้มคอแม่ลงไปปากจ่อปาก “ได้อีกไหมฮะ?”
“มากเท่าที่ลูกต้องการ แต่ต้องไม่ลืม...อย่าลุ่มหลง ต้องดูเวลาและสถานที่”
“กี่โมงแล้วฮะ?”
“ใกล้สว่างแล้ว ก็เป็นเวลาที่เราตื่นกันอยู่แล้ว” แม่ทำหน้ายิ้มๆ กระซิบข้างหู “ทำกันอย่างนี้ในเวลานี้ ผู้ใหญ่เขาเรียกว่า..ล้างหน้าไก่..จ๊ะ”
“แม่จะลุกละนะ ลูกลุกไหวไหม? ถ้าไม่ไหว พักอีกหน่อยก็ได้ ลงไปตอนกินข้าว”
ร่างเปลือยเปล่ายืนข้างเตียง มองผมที่นอนเหยีดยาวแผ่หลา ผมเอื้อมมือไปรั้งมือแม่ไว้ สบตาแม่กระซิบแผ่ว
“วันนี้ยังมีโอกาสไหมฮะ?” แม่ยิ้มร่าเริง เอ่ยปนหัวเราะ

“วันนี้พ่อกลับแล้ว หมดสิทธิ์แล้ว
“แต่แม่ฮะ พ่อบอกว่าให้ผมทำหน้าที่ จนก่อนพ่อจะเข้าบ้าน”
แม่กอดอก มองดูผม โน้มตัวลง ตาจ้องที่ผม แต่มือตบเบาๆไปที่เจ้าน้องชาย
“ไหวเหรอเรา? เอาละแม่ไปละ เจอกันที่โต๊ะอาหาร”


*

ออฟไลน์ cyborg0011

  • Ultimate Member
  • ********
  • 3164
  • 3048
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2022, 12:46:48 am »
ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค 2 ตอนที่ 3



ผมอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงพักใหญ่ อาจจะเป็นด้วยวัยของผม หรือสุขภาพร่างกายที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงปราศจากวี่แววของความอิดโรยเมื่อยล้า ที่พ่อเคยบอกไว้ ว่าการมีเซ็กส์เป็นการคลายเครียดที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ พร้อมๆกับเป็นการออกกำลังกายได้ทุกส่วนของร่างกาย ตอนนี้ผมเชื่ออย่างสนิทใจ เอื้อมมือไปลูบคลำเจ้าหนูที่นอนสงบนิ่ง แตะเพียงแผ่วเบา เจ้าหนูตอบสนองพองตัวดิ้นสู้มือผม ผมยิ้มให้กับตัวเอง แล้วลุกขึ้น จัดการกับที่หลับที่นอน ก่อนที่จะเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย

ในห้องอาหาร แม่ง่วนอยู่ที่อ่างล้างจานในชุดเสื้อเชิร์ตแพรต่วนแขนยาวพับแขน ตัวเสื้อยาวคลุมถึงท่อนขา “สวัสดีฮะแม่” ผมส่งเสียงทักไปที่เบื้องหลังของแม่ แม่หันร่างกลับมา ยืนเผชิญหน้าผมด้วยใบหน้ายิ้มละมัย ผมทรุดตัวลงแทบเท้าและก้มกราบไปที่สองเท้าของแม่ พึมพำพอได้ยินว่า “ขอบคุณฮะแม่” “ฮื่อ ..ไปกินข้าวเถอะลูก แม่ยังมีงานต้องทำ พ่อกลับมา บ้านไม่เรียบร้อย เดี๋ยวถูกดุกันทั้งสองคน”

อาหารมื้อเช้า แม่เตรียมไว้อย่างง่ายๆ มีรสชาติและอุดมไปด้วยคุณค่า ที่ตรงตามหลักโภชนาการ ผมจัดการมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อย แต่ไม่เร่งรีบ เพราะทั้งพ่อและแม่เตือนไว้เสมอ ว่าชีวิตคนอยู่ได้ด้วยอาหาร ต้องรู้จักเลือกและต้องรู้จักที่จะกิน

ผมมีภาระหน้าที่ในวันหยุดอยู่สองสามอย่าง ถ้าพ่ออยู่เราจะช่วยกันทำ ถ้าพ่อไม่อยู่หรือไม่ว่าง ผมก็จะทำด้วยตนเอง..กวาดใบไม้ใบหญ้าบนสนามรอบๆบ้าน ล้างรถสองคันของแม่และของพ่อ เป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง เสร็จจากการปัดกวาดใบไม้และเล็มตัดแต่งกิ่งไม้ ผมก็ไปล้างรถทั้งสองคันวันหยุดเราจะล้างกันทั้งภายนอกภายใน รวมถึงในห้องเครื่องและในฝากระโปรงท้าย พ่อบอกว่าสภาพของรถเป็นตัวชี้วัดได้ในระดับหนึ่ง ว่าเจ้าของรถเป็นคนอย่างไร สภาพของรถพ่อย้ำว่าไม่ได้หมายความถึงยี่ห้อหรือราคาของตัวรถ แต่หมายถึงความสะอาดเรียบร้อยทั้งภายนอกภายใน

เสร็จจากการล้างทำความสะอาดรถทั้งสองคัน ก็ได้เวลาของมื้อกลางวันพอดี ผมเดินเข้าห้องอาหาร เห็นแม่อยู่ในห้องรีดผ้า ร่างอวบระหงยังอยู่ในชุดเดิมของเมื่อเช้า ผมยาวสยายปกไหล่ เหงื่อซึมทั่วใบหน้าเหลือผ้าอีกไม่กี่ชิ้น งานของแม่ก็คงจะเสร็จ ผมไม่รบกวนการทำงานของแม่ เดินผ่านเลยไปเข้าห้องน้ำ ชำระคราบเหงื่อจากการออกแรงมาตลอดครึ่งวัน กางเกงขาสั้นเนื้อผ้าบางเบา เสื้อยืดหลวมๆ เป็นชุดกลางวันของผม ผมเข้าไปชักชวนแม่ เพื่อรับมื้อกลางวันด้วยกัน แม่บอกว่าแม่จัดการเรียบร้อยแล้ว ให้ผมจัดการไปคนเดียวได้เลย ผมยืนพิศดูด้านข้างของแม่ที่กำลังก้มหน้าก้มตารีดผ้า ดูเหมือนจะเป็นชิ้นสุดท้าย ที่กองผ้าแห้งสนิทที่ถูกพับแยกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ผมเอื้อมมือหยิบแพนตี้สีดำเนื้อผ้าโปร่งลายลูกไม้มาสูดดม แม่เหลือบตามองยิ้มๆทำหน้าฉงน “เซี้ยวใหญ่แล้วเรานี่ ไปกินข้าวได้แล้ว”

ห้องรีดผ้าหรือห้องซักผ้าไม่ใช่ห้องที่กว้างขวางใหญ่โตนัก แต่ก็ถูกจัดให้เป็นระเรียบร้อยสะอาดเอี่ยมด้วยฝีมือของพ่อและแม่ เครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติวางอยู่มุมหนึ่ง พร้อมๆกับมีตู้เก็บวัสดุในการซักรีดยืนเคียงคู่กัน ถัดไปเป็นตู้ไม้สักเก่าคร่ำครึแต่สะอาดเอี่ยมและแข็งแรง แม่ใช้เป็นที่สำหรับเก็บพักเสื้อผ้าหลังจากซักรีดแล้ว ก่อนนำไปแยกย้ายเป็นของแต่ละคน ริมฝาด้านหนึ่งเป็นโต๊ะไม้รีดผ้าที่พ่อทำด้วยตนเอง แข็งแรงถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการรีดผ้าได้ทุกชนิด มีขนาดเหมาะสมกับที่แม่ต้องออกแรงใช้ พร้อมๆกับเก้าอี้นั่งอีกหนึ่งตัว

ผมเข้าไปช่วยแม่หยิบจับเช็ดถู จัดการให้ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น ห้องแคบๆมีพัดลมติดเพดานเท่านั้นที่ส่ายหมุนให้ความเย็น ร่างใกล้ชิดกัน ร่างของแม่เมื่อปราศจากสารเคมีในการปรุงแต่งกลิ่นกาย กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกายจากเนื้อหนังมังสาแท้ๆของแม่ โชยผ่าเบาเข้าโสตประสาทของผม แม่หันหลังให้ผมหน้าตู้เสื้อผ้า ผมเคลื่อนตัวไปสูดดมปอยผมระเรื่อยลงไปตามไหล่ซอกแก้มลำคอ กลิ่นร่ำจากเนื้อแท้ๆ ฉุดกระชากให้อารมณ์ผมปั่นปวน โอบสองแขนรอบตัวแม่ บั้นท้ายของแม่แนบสนิทกับกลางลำตัวของผม “แม่ฮะ พ่อกลับกี่โมงครับ?” ผมกระซิบพร่าข้างหู พร้อมๆกับเม้มเลียปลายติ่งหู “พ่อบอกว่า จะกลับเย็น แต่ทันกินข้าวมื้อเย็น มีอะไรหรือ?”

“แม่เหนื่อยไหมฮะ?” สองมือผมจากที่ส่ายเปะปะ ลูบไล้หน้าท้องของแม่ เปลี่ยนมาสอดลอดเข้าชายเสื้อ เกาะกุมอยู่ที่สองเต้าอวบ “ถ้างั้น ผมก็มีโอกาสอีกใช่ไหมฮะ?” พร้อมกับคำพูด ผมแอ่นกายท่อนล่างเบียดอัดไปที่บั้นท้ายของแม่ เพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้เจ้าหนูของผมนั้น มีกำลังวังชาที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะมุดถ้ำค้นหาน้ำทิพย์อีกครั้งแล้ว แม่กุมมือทั้งสองข้างของผมที่ลูบไล้อยู่ที่เต้าอวบ พร้อมกับเบียดร่างหันกายมาประจันหน้าผม ท่อนล่างของสองเรายังเบียดแนบชิด ตาสบตา แม่เผยอริมฝีปากอวบอิ่มถาม

“แน่ใจเหรอลูก? เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน?”
ผมพยักหน้าแทนคำตอบ กระซิบแผ่ว “ไปที่ห้องรับแขกนะฮะ”
แม่ยิ้มดุส่ายหน้า โอบสองแขนรัดรอบคอผม ก้มหน้าชิดใกล้ “ไม่จ๊ะ ต้องที่นี่ ในห้องนี้”
ผมชะงักจากการลูบไล้แผ่นหลัง เหลือบตากวาดไปรอบห้อง สบตาแม่
“แม่ฮะ ผมยังเด็กฮะ”
แม่อมยิ้มเลื่อนมือหนึ่งสอดเข้าไปในขอบกางเกง ล้วงกำไปที่เจ้าหนูของผมที่ผงาดชูชันเตรียมพร้อม
“ที่นี่ หรือไม่ก็อด” แม่หลับตาตอบยิ้มๆ พร้อมๆกับออกแรงบีบเค้นที่เจ้าหนู

ผมปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตแพรต่วน ถอดเสื้อแม่ออกโยนไปมุมห้อง แล้วสองมือผมก็โอบรัดไปที่บั้นท้าย ที่ห่อหุ้มด้วยเนื้อผ้าบางเบาตัวเล็ก ที่ปกปิดเนินอวบของแม่ไว้ รุนร่างของแม่ในขณะที่ท่อนล่างยังแนบชิด ค่อยๆก้าวเท้าผลักดันไปที่โต๊ะรีดผ้า สะโพกผายของแม่หยุดอยู่ตรงขอบโต๊ะรีดผ้าทางด้านแคบ ผมเบียดร่างดันแม่ จนท่อนบนเอียงโน้มไปด้านหลัง ท่อนร่างของแม่จึงแอ่นหยัดท้าทาย สวนทางกับท่อนบน ผมโอบรอบตัวแม่ ปากต่อปาก ลิ้นต่อลิ้น และเล็มลามเลียทั่วปากและใบหน้า สองแขนแม่โอบรอบลำตัวผมไว้ รัดแน่นเนื้อแนบเนื้อ

จากใบหน้า..ผมลดตัวต่ำลงมาที่ปลายคาง ยอดอก และคุกเข่าซุกไช้ใบหน้า ใต้ฐานเต้าที่ชูชัน แลบลิ้นเลียร่ายลงมาที่สะดือ หน้าท้อง วนเวียนอยู่แถวนั้น รู้สึกได้ถึงการบิดเกร็งเคลื่อนส่ายของลำตัวของแม่ ร่างแม่จำเป็นต้องยืนแอ่นอวดเนินสล้าง โดยที่สองมือเท้าลงไปบนขอบของโต๊ะรีดผ้า ลิ้นปากผมไล้เลียอยู่บนแพรบางเบารูปสามเหลี่ยม...เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า เสียงแม่สูดปากครางกระเส่า สองมือผมค่อยบรรจงม้วนขอบแพนตี้ตัวเล็ก รูดลงสู่ปลายเท้า เท่านั้นนูนเนินที่ปกคลุมด้วยพงไหม ที่ถูดตัดเล็มอย่างสวยงามเป็นระเบียบ ก็อยู่ตรงหน้าผม

ผมฝังจมูกลงไปในรอยแยกของเนินนูน แม่แอ่นส่ายขยับแบะขา เหมือนจะยั่วยุให้จมูกปากลิ้นผมเข้าไปสำรวจทุกโขดเขินเนินไสล ลิ้นแลบฉกเลียเม้มดุนทุกซอกหลืบ ตั้งแต่ปากถ้ำริมเนิน สองแขนผมสอดไปไต้ท่อนขาอ่อนของแม่ ยกแยกเอาท่อนขาขาวอวบ มาวางบนไหล่ผมทั้งสองข้าง ใบหน้าผมยังไม่ละไปจากปากถ้ำสวรรค์ ด้วยท่านี้...ร่างท่อนบนของแม่จึงต้องนอนหงายเหยียดยาวไปตามความยาวของโต๊ะรีดผ้า ผมยังเพลิดเพลินกับคูหาสวรรค์ด้วยปากและลิ้น ความซ่านเสียวจากร่างของแม่รู้ได้ด้วยการที่แม่ใช้สองขาตวัดรัดรอบคอผม แอ่นเนินนูนขึ้นสู้ปากและลิ้น พร้อมๆกับสองมือกุมกดบนหัวผมอย่างสุดแรง

เสียงดิ้นส่ายครวญครางแผ่วเบาของแม่เริ่ม ดังขึ้นๆๆ
“ลูกแม่ วิเศษจัง เก่งจัง อู...อูยยย....ซู๊ด.....” เสียง ครางกระเส่า ร่างบิดส่ายร่อน มือเกร็งกำแน่น
“ลูกจ๋า อย่าทรมานแม่เลย แม่เสียวมากๆ ใส่ได้แล้วจ๊ะ ซัดแม่ให้เต็มที่เลย ลูกแม่เก่งจริงๆ”
ไม่รู้ว่าผมถอดกางเกงผมออกไปเมื่อไหร่?อย่างไร? ผมยืนขึ้นเต็มตัว สองขาของแม่รัดแน่นอยู่รอบเอวของผม  เจ้าหนูของผมแข็งเกร็งชูชันเปียกเยิ้ม ได้ระดับตรงกับปากถ้ำที่ฉ่ำเยิ้ม ผมบรรจงดันเจ้าหนูที่ทุรนทุรายเต็มที่ มุดเข้าไปในถ้ำด้วยความรวดเร็วและรุนแรง ร่างแม่สะดุ้งแอ่นเกร็ง เสียงสูดปากดังแผ่วเบา ใบหน้าแม่บูดเบี้ยว ตาปิดสนิท สะบัดไปมาตามการกระแทกกระทั้นของผม

ความสุดเสียวกระสันกลับมาอยู่ที่ผม ผมกระแทก ผมเสือกใส่ ผมโยกส่ายเจ้าหนูตัวน้อยในคูหาแคบๆนั้น ทุกทิศทาง ซ้ายขวา ล่างบน เสียงสูดปากครางกระเส่า ผสมกับเสียงเนื้อแนบเนื้อดังก้องอยู่ในห้องแคบๆนั้น ผมโน้มตัวลงไปที่ท่อนบนของแม่ สองมือสอดไปที่แผ่นหลัง สองขาแม่ยังตระหวัดรัดึงอยู่รอบเอวผม ด้วยท่อนบนที่โน้มลงไปต่ำ สองแขนของแม่จึงมีโอกาสโอบรอบคอของผม

ผมตวัดร่างแม่ขึ้น กลายเป็นว่าร่างแม่ผมเกาะอยู่บนลำตัวท่อนกลางของผม โดยที่เนื้อยังแนบเนื้อ นูนเนินยังเก็บฝังแก่นกายผมไว้ ผมอุ้มร่างแม่เบี่ยงออก หมุนตัวจนกลายเป็นครึ่งนั่งครึ่งยืน อยู่บนโต๊ะรีดผ้า โดยมีแม่อยู่ด้านบน สองขาแม่เหยียดราบไปกับพื้นโต๊ะ สองแขนโอบอยู่รอบลำคอผม ท่อนล่างในคูหาสวรรค์ ที่เป็นที่พักพิงของเจ้าหนูจอมอึดนั้น บัดนี้ท่อนล่างแม่เป็นอิสระมากพอ ที่จะออกแรงกระแทกกระทั้นเจ้าหนูของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และก็ถึงกาลกริยาความเสียวซ่านสุด กระฉูดออกจากเจ้าหนูของผม จนผมต้องร้องเสียงดังคับห้อง

“แม่ฮะ...แม่ฮะ...ผมออกแล้ว แรงอีก ๆ อย่าเพิ่งหยุด” จะเป็นด้วยเสียงร้องของผม หรือเป็นเพราะความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นเอง แม่กระแทกกระทั้นบั้นท้ายรัวแรงถี่ยิบ สองมือจิกกำปอยผมด้านหลังของผม จนตึงแทบขาดหลุด “โอ๊ว.... ซู๊ด.....พ่อจ๋า ลูกจ๋า....” นั่นเป็นเสียงกระเส่าครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะได้ยินแต่เสียงหอบหายใจของเราสอง คนขาสองข้างผมสั่นริกๆๆ นานเท่านานที่เราอยู่ในท่าที่ผมอุ้มช้อนก้นแม่ด้วยสองมืออยู่นั้น แขนแม่ยังโอบรอบคอผมอยู่ เสียงหอบหายใจ แผ่วเบาลงจนเป็นปกติ ตาฉ่ำเยิ้มของแม่สบที่ตาผม สั่นหน้าเบาๆพร้อมกับเอ่ยว่า

“ลูกแม่ ลูกเรียนได้รวดเร็วมาก ต่อไปลูกจะเป็นนักรักที่น่ากลัว นี่ขนาดแม่นะ ยังติดใจกับลีลาของลูก”
ผมสบตาแม่ เปิดยิ้มก่อนตอบว่า “แม่ฮะบุญคุญของแม่และพ่อที่พร่ำสอนผม ผมจะไม่ลืมเลยครับ ทุกอย่างที่ผมมีและเป็นอยู่ ก็ได้จากแม่และพ่อ ผมไม่ได้คิดจะเป็นนักรักอะไรที่ไหนครับ อยากเป็นเพียงลูกของพ่อและแม่เท่านั้น”

แม่จูบเล็มเลียทั่วใบหน้าของผม สบตาแล้วกล่าวว่า “เอาละ วันนี้คงพอแล้วนะ เรื่องอื่นๆค่อยๆพูดคุยกันทีหลัง  แต่แม่อยากจะเตือนไว้ก่อนนะ ลูกอย่าถือตัวว่าเก่งกาจ มีความสามารถ จนเอาความเก่งความสามารถไปข่มเหงคนอื่น จำไว้ว่าอย่าไปขืนใจใคร เรื่องนี้จะต้องยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย ความสุขจึงจะเกิด และเราจะต้องรับผิดชอบในทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น จากการกระทำของเรา จำไว้ลูก”

ผมกินอาหารมื้อเย็นคนเดียว แม่บอกจะรอพร้อมพ่อ เย็นนี้แม่เฉิดฉายอยู่ในชุดคลุมยาว ห่อหุ้มชุดนอนโปร่งบางลายฉลุสีเดียวกัน พ่อเข้าบ้านมา แม่ต้อนรับด้วยความอบอุ่น ครั้งนี้ดูเหมือนว่าแม่จะจูบพ่อยาวนานกว่าทุกครั้ง ความรัก ความเสน่หา ความดูดดื่มของคนทั้งสองถ่ายทอดออกมาจากท่าทางที่กอดจูบกันเนิ่นนาน แม่ละจากพ่อมองมาที่ผมยิ้มๆ ผมเดินเข้าไปทรุดตัวลงกราบแทบเท้าพ่อ แล้วลุกขึ้นโอบกอดพ่อไว้ ผมสะอื้นบนอกพ่อ พัมพำทั้งน้ำตา

“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณครับ พ่อให้ผมมากเหลือเกิน”
พ่อโอบผมไว้ มือหนึ่งขยี้เบาที่หัวผม เสียงเบานุ่ม เต็มด้วยความการุณออกจากปากพ่อว่า
“ลูกคือทุกอย่างของพ่อและแม่ สิ่งใดที่จะทำให้ลูกมีความสุข ไม่เกินความสามารถของพ่อแล้ว ลูกจะได้จากพ่อ ที่จริงแล้ว แม่ของลูกคือผู้ที่เสียสละมากที่สุด ลูกมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พ่อและแม่ต้องการ”
อกสามศอกของพ่อ และวงแขนอันอบอุ่นโอบเราสามคนไว้ด้วยกัน ความรักความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านอ้อมกอดเราทั้งสาม

จากวันนั้นเป็นต้นมา แรกๆหลังจากที่ผมมีโอกาสได้สอดใส่ ก็หมายถึงว่าผมรู้จักการร่วมรักระหว่างชายกับหญิงอย่างแท้จริง ผมติดใจในรสชาติ โหยหาแทบจะทุกวัน แม่และพ่อดูจะเข้าใจในเรื่องนี้ แม่ยอมผ่อนปรนตามความต้องการของผม ทุกครั้งที่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง พ่อดูเหมือนจะเป็นใจ ปล่อยให้เรามีโอกาส ช่วงแรกๆแม่ไม่ปฏิเสธ ในครัว ในห้องนอน ในห้องน้ำ ห้องรีดผ้า หน้าจอทีวี แต่เพียงระยะหนึ่ง แม่และพ่อก็เริ่มมีการควบคุมเบี่ยงเบน สอน ชักจูงให้รู้ถึงการหลบหลีกหลีกเลี่ยงอดกลั้นกับผม


จบ

*

ออฟไลน์ swss2511

  • Supreme Member
  • *********
  • 5237
  • 734
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2022, 07:25:07 am »
ฝึกจนจบวิชาเสียวในบ้านต่อไปต้องฝึกนอกบ้าน

*

ออฟไลน์ sunnie06

  • Veteran Member
  • ******
  • 1728
  • 835
    • ดูรายละเอียด
Re: ผมถูกเลี้ยงต้อย ภาค ๒ copy
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2022, 04:46:40 am »
ได้ครูดี ก็เรียนรู้ได้เร็ว

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ