ศึกสองนางพญา ( ภาคพิสดาร )

ศึกสองนางพญา ( ภาคพิสดาร )

  • 0 ตอบ
  • 12978 อ่าน
*

ออฟไลน์ sanfirer

  • Full Member
  • **
  • 87
  • 211
    • ดูรายละเอียด
ศึกสองนางพญา ( ภาคพิสดาร )
« เมื่อ: มีนาคม 31, 2010, 04:44:51 PM »
เหมียวคำราม ดัดแปลงจากเรื่อง ศึกสองนางพญา (ขออนุญาตผู้แต่งนำลงเว็บนี้เพื่อกระต้นบอดด้วยนะครับ)ตอนที่ 1 ขันทีโฉดรัชกาลฉุงเจิงฮ่องเต้ แผ่นดินเกิดทุพภิกขภัย ทางการยังเก็บภาษีเพิ่มประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เหล่าโจรปล้นชิงทรัพย์ ขันทีโฉดครองเมือง กองกำลังแมนจูทางภาคเหนือยังรุกรานเข้ามา สั่นคลอนต่อบัลลังก์มังกรอย่างรุนแรงปีที่สิบห้าในรัชกาลฉุงเจิงฮ่องเต้ ณ ตึกผู้บัญชาการค่ายตะวันออก ยามวิกาล แสงโคมสองดวงส่องตรงป้ายขวางคฤหาสน์ตระกูลเฉาที่นี่เป็นที่พักของ เฉาฮั่วฉุน ขันทีกังฉินที่มักใหญ่ใฝ่สูงและเกาะกุมขุมกำลังใหญ่ มีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดิน ความเข้มงวดของมาตรการป้องกันตึก หาได้ด้อยกว่าในวังหลวงไม่ช่วงราตรีที่องครักษ์พิทักษ์ตึกกำลังสับเวรกัน เงาร่างดำอ้อนแอ้นสายหนึ่งโลดลิ่วจากกำแพงตึกทิ้งตัวลงพื้นโดยปราศจาก สุ้มเสียงผิดปกติ แล้วลอบเข้าคฤหาสน์ตระกูลเฉาโดยปราศจากผู้พบเห็นใดๆบนเตียงกว้างใหญ่ในห้องนอนเฉาฮั่วฉุน นอนไว้ด้วยชายชราผมขาวโพลงดุจไหมเงิน รูปกายอ้วนฉุราวสุกร สวมเสื้อกางเกงสีขาวผู้หนึ่ง เนื่องเพราะหันหลังจึงไม่อาจเห็นโฉมหน้าแท้จริงได้ที่ข้างเตียงนอน แยกย้ายยืนขึ้นด้วยหญิงรับใช้สองนาง ทั้งคู่เห็นเฉาฮั่วฉุนหลับสนิทแล้ว ก็ปลดม่านมุ้งลงแล้วเดินออกจากห้องแยกย้ายไปพักผ่อน วิกาลคล้อยดึก ทันใดม่านประตูเลิกวูบ คนชุดดำที่ลอบเข้าคฤหาสน์สืบเสาะมาถึงห้องนอนเฉาฮั่วฉุน เท้าของคนชุดดำไม่สัมผัสพื้นเลย ร่างอ้อนแอ้นไต่ไปตามประตูวงเดือนลอบเข้าห้องไป เมื่อมองลอดม่านมุ้งเข้าไป เห็นขันทีโฉดพลิกตัวนอนหงาย ปกเสื้อแบะอ้าสยายออก คนชุดดำขยับแขนขา เคลื่อนกายบนเพดาน จากนั้นห้อยหัวลงมา เลิกม่านมุ้งออกชักกระบี่สั้นออกมาเล่มหนึ่งในความมืดคนชุดดำคุมกระบี่แทงปราดเข้าใส่ท้องที่นูนออกมาของเฉาฮั่วฉุนดุจ สายฟ้า ปลายกระบี่จมลงในเนื้อท้องวูบหนึ่งจากนั้นดีดกลับออกมาท่าสังหารที่แม่นยำ กลับไม่อาจทำร้ายเฉาฮั่วฉุนได้!ร่างอ้อนแอ้นของคนชุดดำถูกกระแทกกลิ้งไปตามพื้นดินทอดหนึ่ง รีบดีดกายขึ้นทะลวงม่านประตูออกไปเฉาฮั่วฉุนกระโดดปราดขึ้นจากเตียง ตะโกนว่า“มีคนร้าย”เสียงร้องพอดัง หัวหน้าองครักษ์ก็พาองครักษ์กรูเข้ามาอย่างเร่งร้อน“เฉากงกง คนร้ายเล่า?”เฉาฮั่วฉุนกระชากเสียงว่า“ยังมิรีบไปค้นหาอีก โจรผู้นี้ยังหนีไปไม่ไกลแน่”หัวหน้าองครักษ์รีบโบกมือนำองครักษ์พิทักษ์ตึงหลายคน เร่งรุดออกจาห้องอย่างรวดเร็วเฉาฮั่วฉุนเหลียวไปยังหัวหน้าองครักษ์อีกผู้หนึ่ง สั่งว่า“จินเปียว ตามตัวผู้พิทักษ์ที่สิบสี่มาพบเราในบัดดล”หัวหน้าองครักษ์จินเปียวรับคำ...................................................................................ผู้พิทักษ์ที่สิบสี่มีนามจั่วหวินหลิง เป็นลูกเลี้ยงของเฉาฮั่วฉุน บุรุษหนุ่มอายุเยาว์ แต่ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มีวิทยายุทธสูงล้ำ ทั้งมีความคิดอ่านลึกซึ้งชั่วร้าย หาด้อยกว่าบิดาเลี้ยงไม่ยามนี้จั่วหวินหลิงนั่งดื่มน้ำชาอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง มีคนรับใช้ยืนอยู่ด้านข้างสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับย่อกายคำนับ“นายน้อย”จั่วหวินหลิงเงยหน้ามองก็กระจ่างตาวูบ สตรีนางนี้ช่างงดงามนัก นางน้อมคำนับแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนจั่วหวินหลิงหันไปทางคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง“นางเป็นใคร เราไม่เคยเห็นมาก่อน”คนรับใช้รีบน้อมกายตอบ“นางมีนามว่า เฉินอี้หลิง เดิมเป็นธิดาของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงพระองค์หนึ่ง แต่สามีนางทำผิดถูกลงโทษขับไล่ออกจากวัง ทรัพย์ถูกยึด กงกงจึงส่งนางมาเป็นคนรับใช้ของนายน้อย”“มิน่า กิริยาท่วงทีจึงผิดจากสาวรับใช้ทั่วไป”จั่วหวินหลิงรำพึง จากนั้นจึงเผยอยิ้มอย่างชั่วร้าย โบกมือไล่คนรับใช้ออกไป แล้วเดินเข้าไปในห้องนอน เห็นเฉินอี้หลิงกำลังจัดเตรียมที่นอน เรือนร่างของนางบอบบาง เอวคอดกิ่ว สะโพกผายกว้าง จั่วหวินหลิงถึงกับใจเต้นระทึกด้วยความเร่าร้อน เสียงฝีเท้ากระตุ้นให้เฉินอี้หลิงรู้สึกตัวเหลียวมามอง“นายท่าน”เฉินอี้หลิงอุทาน จั่วหวินหลิงตรงเข้าไปสวมกอดร่างของนางไว้“นายท่าน ...อย่า..” เฉินอี้หลิงร้องห้ามด้วยความร้อนรุ่ม นางทราบว่าจั่วหวินหลิงตระเตรียมระบายอารมณ์ใคร่ใส่นาง แต่ครอบครัวนางแตกสลาย บิดาถูกขับไล่ มารดา ตลอดจนพี่น้องที่เป็นสตรีก็ถูกส่งไปเป็นหญิงรับใช้ตามที่ต่างๆ นางย่อมไม่สามารถจะขัดขืนได้ ได้แต่ร่ำร้องวิงวอน“นายท่าน..อย่ารังแกผู้น้อย”แต่จั่วหวินหลิงหารับฟังไม่ ก้มลงจูบไซร้ไปทั่วใบหน้าของนาง เฉินอี้หลิงแสดงอาการตื่นตกใจอย่างเต็มที่พร้อมกับเบือนหน้าหนี จั่วหวินหลิงจูบไซร้ไปบริเวณซอกคอและติ่งหูมากขึ้น ในขณะที่มือก็บีบเคล้นที่ปทุมถันหยุ่นมือที่ยังไม่ใหญ่นักแ พักเดียวเท่านั้นเฉินอี้หลิงก็เริ่มพ่ายแพ้แก่อารมณ์ที่บุรุษหนุ่มป้อนให้ ถึงกับอ่อนปวกเปียกอยู่ในวงแขน จังหวะนั้นจั่วหวินหลิงจึงอุ้มตัวนางเข้าไปในห้องนอน ก่อนวางนางลงบนที่นอนอย่างแผ่วเบา เฉินอี้หลิงมองอย่างตื่นตระหนก ร้อนรุ่มใจจนน้ำตาหลังไหลออกมา จั่วหวินหลิงเห็นน้ำตานางกลับมีอารมณ์ใคร่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างประหลาด โน้มหน้าลงจูบริมฝีปากนาง ลิ้มรสเค็มกร่อยของน้ำตาบนใบหน้านาง..จูบไซร้จากบริเวณหน้าลงมาเรื่อย ๆ สองมือที่เกาะกุมอยู่ที่ปทุมถันเต่งตึงของนาง ก็เคล้นคลึงอย่างเมามัน เฉินอี้หลิงร้อนรุ่มใจแต่ไม่กล้าขัดขืน ได้แต่หลับตาลง ปล่อยให้จั่วหวินหลิงปลดเปลื้องเสื้อของนางออก น้ำตายังไหลพรั่งพรูอาบนวลแก้มไม่ขาดสาย เฉินอี้หลิงยังเยาว์วัย ทรวงอกอูมทั้งสองคล้ายบัวตูมกลางสระ องค์เอวคอดกิ่ว แผ่นท้องแบนราบ กระโปรงของนางถูกมือของจั่วหวินหลิงถลกขึ้นมาเห็นเป็นช่วงขาที่เรียวงามกลม กลึงจั่วหวินหลิงสวมกอดนางอย่างรุนแรง สองมือไม่คลาดคลาจากปทุมถันน้อยคู่นั้น ตะโบมโลมเล้าทุกส่วนสัดทั่วเรือนกายของนาง ร่างบริสุทธิ์ของเฉินอี้หลิงไม่เคยต้องมือชายมาก่อน พอถูกตะโบมอย่างรุนแรงก็เจ็บปวดจนกรีดร้องออกมา จั่วหวินหลิงหัวเราะชอบใจ“นายท่าน บ่าวเจ็บ...”“อย่ากลัวไปเลยอี้หลิง ข้าจะสอนให้เจ้ารู้จักความสุข...”พูดจบก็หัวร่อฮาๆ จ้องมองไปที่ทรวงอก เม็ดแดงที่ปลายถันเป็นสีชมพูระเรื่อ จั่วหวินหลิงก้มลงดูดเลียอย่างหื่นกระหาย“นายท่าน..นายท่าน...”จั่วหวินหลิงฝังศีรษะกับทรวงอกน้อย ขบกัดปลายถันสีแดงสดของนาง กลิ่นหอมกรุ่นของสาวบริสุทธิ์โชยเข้าจมูกสร้างความเร่าร้อนอย่างไม่เคยเป็น มาก่อน ต้องเผลอขบฟันงับลงไปอย่างรุนแรง“นายท่าน..บ่าวเจ็บ..”เฉินอี้หลิงคิดผลักไสอีกฝ่ายหนึ่งพ้นจากกาย แต่สองแขนอ่อนล้าไม่สามารถผลักไสได้ นางเจ็บปวดจนน้ำตาไหลรินหลั่ง แต่ได้แต่ขบกรามกล้ำกลืนรับไว้จั่วหวินหลิงหลังดูดดื่มความหอมหวานจากยอดถันของเฉินอี้หลิงจนพอใจแล้ว ก็หันมาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง พร้อมกับเริ่มปลดเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายของนางออกเช่นกัน ทันใดนั้น เรือนร่างอันเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่อวบอิ่มและโหนกนูน ก็ปรากฏแก่สายตาอารมณ์ของจั่วหวินหลิงยิ่งพลุ่งพล่านมากขึ้น เริ่มใช้นิ้วกระตุ้นอารมณ์บริเวณเนินสวรรค์ของนาง ทันทีที่นิ้วสัมผัส เฉินอี้หลิงก็สะดุ้งขึ้นมาทันที "ไม่..." เฉินอี้หลิงร่ำร้อง แต่ร่องสวรรค์ของนางตอนนี้มีน้ำทิพย์ฉ่ำเยิ้มออกมามากมาย ในขณะที่ปากของจั่วหวินหลิงก็ไล่ดูดงับบริเวณเนินอกสลับไปมาทั้งสองข้าง หน้าท้องของนางเกร็งตัวด้วยความปั่นป่วน จากการโจมตีทั้งบนและล่าง ริมฝีปากบางก็ร้องครวญครางอย่างลืมตัว จั่วหวินหลิงขยับตัวนำท่อนเนื้อที่แข็งตัวจนแทบจะระเบิดจับมันจ่อบริเวณ ร่องสวรรค์ที่ดกดำของนางแล้วเขี่ยขึ้นลงเพื่อให้น้ำหล่อลื่นของเธอที่หลั่ง ออกมาชโลมท่อนเนื้อให้ทั่ว เพื่อที่จะได้ไม่เจ็บเกินไปนักเวลาสอดเข้าไป ทันทีที่สัมผัส เฉินอี้หลิงก็สะดุ้งทันทีพร้อมกับร้องออกมาอย่างตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองมังกรร้ายอย่างตื่นตระหนก....
ตอนที่ 2 ลอบสังหารล้มเหลวพลันบังเกิดเสียงฝีเท้าดังสับสน ดรุณีรับใช้นางหนึ่งร้องเรียกว่า“นายน้อย..”จั่วหวินหลิงผวาลุกขึ้นจากเตียงเหลียวขวับไปตามเสียง“อุ๊ย”ดรุณีรับใช้อุทานหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นร่างเปล่าเปลือยของผู้เป็นนาย เจ้ามังกรร้ายผงกหัวบานร่าอย่างน่ากลัว“เรื่องอะไร” จั่วหวินหลิงตวาดถามดรุณีน้อยรีบระงับจิตใจกล่าวอย่างร้อนรน“ท่านหัวหน้าองครักษ์จินเปียว แจ้งว่ามีคนร้ายบุกรุกคฤหาสน์กลางวิกาลคิดทำร้ายเฉากงกง...”“บิดาเป็นไรหรือไม่”“เฉากงกงไม่เป็นไร ท่านผู้เฒ่าต้องการพบท่าน”จั่วหวินหลิงไม่รอฟังจบ รีบสวมเสื้อผ้าโลดแล่นกลับไปโดยมีสุนัขเจินจูวิ่งตามหลัง...................................................................................เฉาฮั่วฉุนออกจากห้องนอน รอรับฟังคำรายงานขององครักษ์“เรียนเฉากงกง พวกเราตรวจค้นพื้นที่รัศมีห้าลี้โดยละเอียด แต่ไม่พบร่องรอยคนร้ายแม้แต่เงา”เอ่ยถึงตอนนี้ จั่วหวินหลิงเร่งรุดมาถึง สาวเท้าถึงเบื้องหน้าเฉาฮั่วฉุน กล่าวอย่างร้อนรุ่ม“บิดา ผู้บุตรมาสายก้าวหนึ่ง เป็นเหตุให้ท่านผู้เฒ่าได้รับความตระหนก”เอ่ยถึงตอนนี้ เหลียวหน้าไปถามว่า“สือฉี จับกุมคนร้ายได้หรือไม่”สือฉีลังเลเล็กน้อยไม่ทันตอบคำ พลันบังเกิดเสียงสุนัขเห่ากระชั้นเร่งร้อนเป็นสุนัขเจินจูของจั่วหวินหลิงเอง มันสูดได้กลิ่นผิดปกติ ดังนั้นเงยหัวเห่ากรรโชกเป็นการใหญ่จั่วหวินหลิงเงยหน้าตาม ก็เห็นคนชุดดำร่างอ้อนแอ้นแนบร่างอยู่บนเพดานห้องดุจจิ้งจกมหึมา...ที่แท้คนร้ายไม่ได้หลบหนีออกจากตึก หากแต่ซ่อนตัวอยู่บนเพดานห้องเอง!องครักษ์พิทักษ์ตึกสองคนตวัดทวนคู่มือขึ้น จั่วหวินหลิงพลันช่วงชิงทวนสะบัดซัดใส่คนชุดดำนั้นดุจประกายไฟ คนชุดดำใช้กระบี่สั้นปัดป่ายทวนพลิกตัวหลบทวนอีกเล่มหนึ่ง จั่วหวินหลิงตะปบคว้าทวนจากมือองครักษ์ข้างเคียงอีกเล่มหนึ่งซัดตามติดโดย กระชั้นชิด ประกายทวนพุ่งวาบ ซัดถูกท้องของคนชุดดำได้ยินเสียงครางหนักๆ ทั้งคนทั้งทวนตกวูบลงมาโดยพร้อมเพรียง ร่างอ้อนแอ้นร่วงฟาดลงกับพื้นฟุบแน่นิ่งไม่เคลื่อนไหวสือฉีสืบเท้าไป ใช้ทวนเขี่ยร่างของคนชุดดำพลิกกลับมา ยื่นมือดึงผ้าคลุมหน้าของอีกผ่ายออก สายตายามกวาดตามองต้องงงงันวูบหลังผ้าคลุมหน้าเป็นวงหน้าผุดผาด ขนคิ้วที่เรียวยาว ดวงตาทั้งคู่พริ้มสนิท ที่แท้เป็นสตรีนางหนึ่งสือฉีร้องโพล่งว่า“เป็นสตรีนางหนึ่ง...”ไม่ทันขาดคำ สตรีงามชุดดำพลันลืมตาขึ้น สือฉีเอากระบี่สั้นจี้ที่ลำคอนางบังคับให้ลุกขึ้นยืนจั่วหวินหลิงกระชากเสียงถาม“ใครใช้เจ้ามาลอบสังหาร”ดรุณีชุดดำหลับตาขบกรามแน่น จั่วหวินหลิงบันดาลโทสะ ตวัดมือตบฉาดจนนางหน้าหัน“บัดซบ นางแพศยา ดูซิว่าเจ้าจะปิดปากได้นานแค่ไหน”พูดจบหันไปกล่าวกับองครักษ์“สือฉี เตรียมเครื่องทรมานเท้าลา!”เสียงฮือฮาดังลั่นห้อง ดรุณีชุดดำสีหน้าซีดเผือด แม้แต่สาวรับใช้สองนางที่อยู่ในห้องก็มีใบหน้าแดงซ่าน แสดงให้เห็นว่าฑัณฑ์ทรมานชนิดนี้คงโหดร้ายเหลือคณาชั่วครู่สือฉีก็คุมทหารคงรักษ์สองคนลาก แท่นไม้ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายม้านั่งออกมา หากตรงกลางที่นั่งมีรูกลมๆขนาดเท่าข้อมือเจาะอยู่อย่างประหลาดเสียงหัวเราะฮิฮะดังลั่นห้อง จั่วหวินหลิงก็แย้มยิ้มกล่าวเสียงเหี้ยมเกรียม“สือฉี ทดลองเปิดกลไกให้นางชมดู”องครักษ์สือฉีรับคำ เอื้อมมือไปกดกลไก ทันใดก็มีเสียงครืนครั่ง พร้อมกับมีท่อนไม้รูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ทะลวงขึ้นลงออกมาจากรู นั้น สตรีชุดดำที่กวาดตามองถึงกับตัวสั่นระริก นางรู้แล้วว่า จั่วหวินหลิงคงจะจับนางเปลือยกายนั่งลงบนม้า ปล่อยให้ท่อนไม้ทะลวงถ้ำหยกของนางนั่นเอง...“พอแล้ว” จั่วหวินหลังสั่ง แล้วหันมามองหน้าสตรีชุดดำ “ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายแก่เจ้า จะบอกหรือไม่?”สตรีชุดดำเบิ่งตามองจั่วหวินหลิงด้วยความอาฆาต แล้วก็หลับตาลงอีกครั้งจั่วหวินหลิงหัวเราะเสียงเหี้ยม“ดีล่ะ เราคงจะได้ดูของสนุกกันคราวนี้ สือฉีถอดเสื้อผ้านางออก”สือฉีก้าวเท้าเข้ามา ตะปบมือฉีกอกเสื้อนางของนางเสียงดังคว้ากกก“อาาาาาา....”เสียงฮือฮาดังขึ้นลั่นห้อง เมื่อปทุมถันอวบใหญ่ขาวผ่องหลุดผึงออกมาเต้นสั่นระริกอยู่ต่อหน้าคนทั้งหลาย ยอดปทุมถันมีสีชมพูระเรื่อ ปลายยอดนั้นเป็นเม็ดเล็กๆยังไม่ทันเบ่งบาน แสดงว่าสตรีชุดดำนี้ยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่สตรีชุดดำเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง พอถูกเหยียดหยามก็อดไม่ได้ที่จะต้องตวาดด่าด้วยความโกรธ“คนเลวทราม เป็นถึงองครักษ์แต่พฤติกรรมไม่ผิดกับสัตว์ป่า”จั่วหวินหลิงหาได้มีโทสะไม่ แต่สั่งต่อไปอย่างยิ้มแย้ม“ถอดกางเกงนางออกด้วย! สือฉี! ถอดให้หมด!”สือฉีรับคำ มือฉกปราดอย่างคล่องแคล่ว เสียงเสื้อผ้าขาดวิ่นอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดร่างของสตรีชุดดำก็เปลือยเปล่าอวดโฉมอยู่ต่อหน้าคนทั้งหมดเรือนร่างของสตรีชุดดำงดงามสมบูรณ์ ปทุมถันของนางอวบอูมตูมตั้งกระเพื่อมไปมาอย่างเย้ายวนด้วยความกดดันจาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เอวคอดกิ่ว ผิวขาวผ่อง ช่วงขาเรียวงามแฝงแรงดีดสะท้อนที่ทรงพลัง น่าเสียดายที่นางเอามือปิดอวัยวะสำคัญไว้ทำให้มองเห็นไม่ถนัด แต่ถึงกระนั้นพงขนก็ยังโผล่ให้เห็นรำไรจากฝ่ามือน้อยๆที่ปิดไว้ไม่มิด แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของสตรีนางนี้เม้แต่ดรุณีรับใช้สองนางถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของสตรีชุดดำปรากฏอยู่ตรงหน้า!“เอาตัวนางขึ้นนั่งได้” จั่วหวินหลิงร้องสั่งอย่างเหี้ยมเกรียมองครักษ์สองคนก้าวเข้ามาจับที่แขนนาง ทันใดนั้น สตรีชุดดำพลันลืมตาขึ้น ขบฟันในปากคราหนึ่ง บัดเกิดเสียงดังกร๊อบ ร่างอ้อนแอ้นของนางสะท้านเฮือกหนึ่ง มุมปากกรากฏโลหิตไหลซึมออกมาสือฉีฉุกคิดว่าผิดท่า ยื่นมือรออยู่ที่ริมจมูกของนาง พบว่าไม่มีลมหายใจอีก จึงกล่าว“นางขบยาพิษในปาก ชิงฆ่าตัวตายแล้ว”พลางตรวจค้นเสื้อผ้านาง พบป้ายหยกอันหนึ่งซุกอยู่ จึงส่งมอบต่อจั่วหวินหลิงจั่วหวินหลิงรับป้ายหยกไป ส่งมอบต่อเฉาฮั่วฉุน กล่าวว่า“บิดา ท่านดู”เฉาฮั่วฉุนพลิกดูป้ายหยกเที่ยวหนึ่ง กล่าวเสียงเครียดว่า“นี่เป็นป้ายผ่านทางในวังหลวง คำนวณจากวิทยายุทธของคนร้ายนางนี้ คงต้องเป็นนางกำนัลที่มีวิทยายุทธติดตัวในวังหลวง”“บิดา ในความคิดของท่าน คนร้ายผู้นี้เป็นผู้ใดส่งมา”เฉาฮั่วฉุนกล่าวอย่างครุ่นคิด“ในความคิดของเรา สมควรเป็นองค์หญิงเจาเหยิน”...เจาเหยินกงจู้ (องค์หญิงเจาเหยิน) เป็นราชธิดาองค์รองของฉุงเจินฮ่องเต้
ตอนที่ 3 องค์หญิงยอดยุทธภายในวังเวี้ยหัว กลางสระอบเชยเจาเหยินกงจู๊เปลือยกายแหวกว่ายอยู่กลางสระ สรงสนานด้วยจิตใจสำราญนางเกล้าผมเป็นมวยลวกๆ ดวงตากลมโตดำขลับ วงหน้ากลมเกลี้ยงดั่งจันทร์เพ็ญ ช่วงคองามระหงเนินไหล่กลมมนละเอียดอ่อน ปทุมถันกลมกลึงเต่งตึง ปลายยอดเป็นสีชมพูระเรื่อ ยื่นนิ้วเรียวงามดุจลำเทียนทั้งสิบ วักน้ำเล่นด้วยความเบิกบานที่ขอบสระนั่งไว้ด้วยนางกำนัลหน้าตาน่ารักหน้าเอ็นดูสองนางคอยเฝ้า ปรนนิบัติเจาเหยินกงจู๊ นางหนึ่ง กำลังขบเคี้ยวของว่าง อีกนางนั่งเท้าแขนจับตาดูร่างเปลือยเปล่างดงามของเจ้าหญิงเจาเหยินแหวกว่าย น้ำไปมา ดวงตาของนางกำนัลน้อยดำขลับฉ่ำเยิ้มเป็นประกายสุกใสนี่เป็นส่วนลึกในวังหลวง นอกจากนางกำนัลคนสนิทแล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเหยียบย่างเข้ามา นางกำนัลทั้งสองล้วนเป็นคนสนิทของเจาเหยินกงจู๊ คนแรกนั้นเรียกว่าแนเสี่ยวเชี่ยน ส่วนคนที่นั่งเท้าแขนเรียกว่าเฟยจินเอ๋อ“พี่เสี่ยวเชี่ยน องค์หญิงรองของเราสวยจริงๆเลยนะ โดยเฉพาะถันนมนั้นกลมกลึงได้รูปดีเหลือเกิน เมื่อไหร่ข้าจะมีหน้าอกแบบนี้สักทีนะ”แนเสี่ยวเชี่ยนหัวเราะเบาๆ“อีกไม่นานหรอกน่าจินเอ๋อ ตอนนี้ก็เริ่มโตขึ้นแล้วไม่ใช่หรือ อายุเจ้าแค่นี้เอง ข้าว่านมเจ้าออกจะโตเกินวัยด้วยซ้ำ”“ได้ยินว่า ถ้าให้ผู้ชายลูบๆคลำๆแล้วมันจะโตเร็วขึ้น จริงมั๊ยคะพี่เสี่ยวเชี่ยน”แนเสี่ยวเชี่ยนหน้าแดง“ใครบอกเจ้าล่ะ”“ข้าได้ยินพวกนางกำนัลพูดกันน่ะ” เฟยจินเอ๋อพึมพำ สายตาจับจ้องมองเจาเหยินกงจู๊ที่เปลี่ยนเป็นนอนหงายตีกรรเชียง เห็นโคกหีของนางลอยปริ่มน้ำผลุบโผล่ๆ ขนหมอยดกดำปกคลุมโคกหีที่นูนเด่นเป็นรูปใบพลูไว้อย่างงดงามต้องเอ่ยถามต่อ“พี่เสี่ยวเชี่ยน”“อะไรอีกล่ะ”“ขนตรงนั้นของพี่ขึ้นเยอะเท่ากับองค์หญิงรองหรือเปล่า”แนเสี่ยวเชี่ยนหน้าแดงก่ำดุเบาๆ“นี่จินเอ๋อ เจ้าชักจะทะลึ่งใหญ่แล้วนะ”“โธ่ พี่เสี่ยวเชี่ยน ข้าไม่ได้ทะลึ่งนะ ข้าอยากรู้จริงๆ ของข้าทำไมขึ้นมานิดเดียว”แนเสี่ยวเชี่ยนเห็นสีหน้าไร้เดียงสาของเฟยจินเอ๋อ ก็รู้ว่าไม่ได้แกล้งหยอกล้อนางจึงตอบตามตรง“ของข้าก็พอๆกับองค์หญิงนั่นแหละ”เฟยจินเอ๋อยิ้มอย่างซุกซน“จริงเหรอพีเสี่ยวเชี่ยน งั้นพี่ก็เป็นสาวแล้วซิ อยากรู้จังว่าผู้ชายนะจะโชคดีคนไหนได้เย็ดหีพี่เสี่ยวเชียนเป็นคนแรก”“บ้า!” แนเสี่ยวเชี่ยนร้องอุทาน พร้อมกับไล่ทุบเฟยจินเอ๋อที่หัวเราะคิกคักลุกขึ้นหนี แนเสี่ยวเชี่ยนรีบลุกขึ้นไล่ตามแล้วปล้ำกอดร่างนุ่มนิ่มของเฟยจินเอ๋อไว้ ที่ริมสระ พร้อมกับเอามือจี้เอวของเฟยจินเอ๋อ นางกำนัลน้อยถึงกับหัวเราะไปวิงวอนไป“อุ๊ย พี่เสี่ยวเชี่ยน ข้ายอมแพ้แล้ว อย่าจี้เอว คิก คิก พี่เสี่ยวเชี่ยนคนสวย ข้ายอมแล้ว คิกคิก”เสียงหัวเราะหยอกล้อต่อกระซิกของสองนางกำนัลทำให้เจาเหยินกงจู๊หันมามองด้วยความสงสัย“นี่เจ้าสองคนเล่นอะไรกัน” เจาเหยินกงจู๊ถามยิ้มๆ พร้อมกับแหวกว่ายมาใกล้ทั้งคู่“ก็จินเอ๋อน่ะซิเพคะองค์หญิง มาล้อหม่อมฉันว่าจะมีชายไหนได้เย็ดหีหม่อมฉันเป็นคนแรก” แนเสี่ยวเชี่ยนรีบฟ้องเจาเหยินกงจู๊ทำท่าดุใส่นางกำนัลน้อย“นี่จินเอ๋อเป็นเด็กเป็นเล็ก ก็หัดแก่แดดแล้ว โตขึ้นจะขนาดไหนเนี่ย”เฟยจินเอ๋อเชิดปาก“เด็กที่ไหนเพคะ อ่อนกว่าองค์หญิงแค่สองปีเอง”“สองปีก็อ่อนกว่า อย่างน้อยข้าก็รู้อะไรมากกว่าเจ้าก็ละกัน”“จริงอ่ะ? งั้นองค์หญิงรู้เรื่องผู้ชายกับผู้หญิงเย็ดกันรึยัง” เฟยจินเอ๋อถามตรงๆอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี ทั้งสามนางแม้จะได้ชื่อว่าเป็นนายบ่าว แต่จริงๆก็เติบโตมาด้วยกันและสนิทกันเหมือนพี่น้อง ยามอยู่ตามลำพังก็จะหยอกล้อกันโดยที่เจาเหยินกงจู๊ไม่เคยถือสา เพียงแต่ครั้งนี้จินเอ๋อออกจะหยาบคายมากกว่าทุกครั้งเจาเหยินกงจุ๊เบะปาก“ทำไมจะไม่รู้ ข้าศึกษาตำรามาจนหมดสิ้นแล้ว”แนเสี่ยวเชี่ยนหัวเราะคิก นางรู้ดีว่าเจาเหยินกงจู๊มากอย่างที่คุยหรอก แต่ทำเป็นอวดรู้ไปอย่างนั้นเองเพื่อข่มเฟยจินเอ๋อ เจาเหยินกงจู๊ได้ยินแนเสี่ยวเชี่ยนหัวเราะก็หันไปถลึงตาใส่ แนเสี่ยวเชี่ยนรีบกลั้นหัวร่อ แล้วทำหน้าเคร่งขรึมทันที“หึ หึ องค์หญิงแค่ศึกษาจากตำรา แต่หม่อมฉันเคยแอบดูพี่เพ่ยเพ่ย กับพี่ชิงชิงมาแล้วเพคะ” เฟยจินเอ๋อคุยทับ คราวนี้ทั้งแนเสี่ยวเชี่ยนกับเจาเหยินกงจู๊ต้องหันมาจ้องหน้านางกำนัลน้อย ด้วยความสงสัย“จริงน่ะหรือ” เจาเหยินกงจู๊ถามเบาๆ“จริงสิเพคะ แหมรุ่งเช้าตาเป็นกุ้งยิงเลย” เฟยจินเอ๋อทำท่าทางภาคภูมิใจ“วันหนึ่งเจ้าพาข้าไปแอบดูมั่งได้มั้ย”“อุ๊ย” เฟยจินเอ๋อจ้องสบตากับเจ้าหญิง พลันพูดขึ้นเบาๆ“อย่าดูเลยเพคะ เห็นแล้วมันเสียวไส้”“แต่ข้าอยากดูมั่งนี่นา”“พูดเล่นหรือเปล่า เพคะ”“จริงซิจินเอ๋อ”“หากมีพระประสงค์เช่นนั้น หม่อมฉันจะพาพี่เพ่ยๆกับแฟนมาเล่นเสียวต่อหน้าพระพักตร์เลย”“ก็ดีน่าซิ เย็ดกันให้ข้าดู” เจาเหยินกงจู๊พูดอย่างไม่กระดากปาก เพราะเห็นเป็นผู้หญิงด้วยกัน แล้วแหวกว่ายออกไป ถ้าได้เห็นภาพอย่างว่า หัวใจคงเต้นระทึก สายเลือดคงเดือดพล่าน เจ้าหญิงยิ่งคิดก็ยิ่งมีความกระหายจัด เลือดลมร้อนวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย ให้รัญจวนปั่นป่วนในพระทัยสุดระงับพลันบังเกิดเสียงฝีเท้าดังขึ้น นางกำนัลหน้าตาน่ารักอีกนางหนึ่งเร่งรุดมาถึง กระซิบที่ข้างหูนางกำนัลทั้งสองหลายคำนางกำนัลทั้งสองชักชวนกันมาถึงข้างสระ เรียกหาว่า“องค์หญิงรอง”ได้ยินเฟยจินเอ๋อรายงานว่า“พี่เสี่ยวชิงลอบสังหารเฉาฮั่วฉุนล้มเหลว ชิงอัตวินิบาตกรรม”เจาเหยินกงจู๊หมดอารมณ์สนุกในทันที รีบแหวกว่ายถึงขอบสระ ก้าวขึ้นจากสระน้ำ เฟยจินเอ๋อ กับแนเสี่ยวเชี่ยน รีบเข้าไปปรนนิบัติเช็ดไปตามร่างกายเปล่าเปลือยของนาง เฟยจินเอ๋อค่อยๆใช้ผ้าเช็ดไปตามทรวงอก เอว สะโพก ส่วนแนเสี่ยวเชี่ยนก็เช็ดไปที่โคกหีของเจ้าหญิง ถูไถไปมาบนพงขนดกดำนุ่มนวลจนแห้งสะอาด จากนั้น เฟยจินเอ๋อจึงคลี่เสื้อคลุมออก ปรนนิบัติสวมใส่ลงบนร่างเจาเหยินกงจู๊หมุนกายรอบหนึ่ง เดินออกจากสระอบเชย ยามเยื้องย่างเผยเห็นขาอ่อนขาวผ่องกลมกลึง ปากกล่าวว่า“เฉาฮั่วฉุนผู้นี้ยากจัดการได้จริงๆ”
ตอนที่ 4 องค์หญิงเจ้าปัญญาเฉาฮั่วฉุนปั้นหน้าเคร่งเครียด โบกมือคราหนึ่ง เหล่าองครักษ์พิทักษ์ตึกก็ล่าถอยออกจากห้องเหลือเพียงจั่วหวินหลิง“บิดา เรื่องนี้ระแวงสงสัยว่าเป็นฝีมือขององค์หญิงเจาเหยิน พวกเราสมควรเคลื่อนไหวแล้ว”“เจาเหยินผู้นี้ชอบจับดาบควงกระบีแต่เล็ก เคยกราบอาจารย์เลิศล้ำ ซ้ำนางกำนัลก็มีวิทยายุทธมิใช่ชั่ว หากคิดจัดการนางควรวางแผนให้รอบคอบ”“อย่างนั้นบิดาเห็นควรทำอย่างไร”“เช้าวันพรุ่งนี้เราจะเข้าเฝ้า บีบบังคับฉุงเจินสอบสวนเรื่องนี้”คนผู้นี่ถือดีกุมอำนาจล้นฟ้า บังอาจเรียกพระนามฉุงเจินฮ่องเต้ตรงๆจั่วหวินหลิงกลอกตากล่าว“บิดา องค์หญิงเจาเหยินมีวิทยายุทธ แต่ความคิดอ่านยังเป็นเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไม่เป็นที่น่าวิตก”“เฮอะ หรือจะเลิกราในลักษณะนี้..ทำไม่ได้เด็ดขาด”“บิดา ครั้งนี้เราจะละเว้นองค์หญิงเจาเหยิน แล้วป้ายความผิดไปยังสื่อเข่าฟ่า บีบบังคับให้ฮ่องเต้ประหารชีวิตมัน”เฉาฮั่วฉุน ฉุกใจคิดแหงนหน้าหัวร่อกล่าว“เจ้าสิบสี่มีมันสมองจริงๆ ตอนนี้พวกเรามีพยานหบักฐานกับมือ ฉุงเจินหากไม่สำเร็จโทษสื่อเข่อฝ่าก็ต้องเสียสละเจาเหยิน แต่ฉุงเจินปกป้องนังกะหรี่น้อยต้องไม่ทำเช่นนี้แน่นอน เต่เยี่ยงนี้เท่ากับปล่อยปละเจาเหยินแล้ว”“บิดา ซึ่งความจริงในวังหลวงยังมีคนผู้หนึ่งน่ากลัวกว่าองค์หญิงเจาเหยินสิบเท่า พวกเราสมควรทุ่มเทกำลังทั้งหมดจัดการนางจึงถูกต้อง”“เจ้าหมายถึงผู้ใด”“องค์หญิงฉางผิง”ฉางผิงกงจู้ เป็นราชธิดาองค์โตของฉุงเจินฮ่องเต้...................................................................................เช้าวันรุ่งขึ้น ฉุงเจิงฮ่องเต้ในชุดฉลองพระองค์ลายมังกร เสด็จว่าราชการ ณ ท้องพระโรงใหญ่ โดยมีฉางผิงกงจู้ตามเสด็จฉุงเจิงฮ่องเต้ประทับนั่งบนบัลลังก์มังกร องค์หญิงฉางผิงประทับอยู่ด้านข้าง นางเกล้าผมเป็นมวยสูง ประดับมุกมณีแพรวพราย มีสิริลักษณ์หมดจดงดงาม สมกับที่เป็นราชนิกูลสูงศักดิ์โดยแท้จริงยามนี้ฉางผิงกงจู้สวมใส่อาภรณ์แพรสีขาว ปกเสื้อปักรูปหงส์สีคราม ยิ่งขับเน้นลักษณะราศีของนางจนสูงส่งสุดอาบเอื้อมฉุงเจินฮ่องเต้รับสั่งว่า“ท่านทั้งหลายมีเรื่องใดให้กราบทูล ไม่มีเรื่องก็เลิกประชุม”เฉาฮั่วฉุนในเครื่องแบบขันทีเต็มยศ มือโบกแส้ปัดคุกเข่าถวายบังคม“ข้าพระองค์เฉาฮั่วฉุนถวายบังคมฮ่องเต้” ฉุงเจินรับสั่งให้ลุกขึ้น เฉาฮั่วฉุนยืดกายขึ้นกราบทูลว่า“ขอเดชะ เมื่อคืนปรากฏคนร้ายลอบเข้าคฤหาสน์เรา คิดประทุษร้ายข้าพระองค์ ด้วยพระบารมีปกเกล้า คนร้ายถูกจับกุมน่าเสียดายที่ชิงฆ่าตัวกายก่อน”“คิดไม่ถึงในนครหลวงมีคนบังอาจปานนี้ เฉากงกงวางใจ ข้าจะสืบสาวเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด”“มิต้องให้ฮ่องเต้กังวลพระทัย ข้าพระองค์สืบทราบแล้ว”ฉุงเจินตรัสโพล่งว่า“เป็นผู้ใด”“เป็นสมุหกลาโหมเมืองนางกิง...สื่อเข่อฝ่า ขอให้ฮ่องเต้ทรงลงอาญา ตัดสินประหารชีวิตเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป”ฉุงเจินฮ่องเต้ตรัสตะกุกตะกักว่า“นี่..ข้าจะสืบสาวเรื่องนี้...”“หลักฐานแน่ชัดไม่ต้องสืบสาวให้เสียเวลาแล้ว” เฉาฮั่วฉุนพูดเสียงเด็ดขาดฉุงเจินฮ่องเต้มีพระพักตร์บึ้งตึงฉางผิงกงจู้พลันตรัสว่า“ผู้ฆ่าคนต้องตาย อย่าว่าแต่คนบงการยิ่งสมควรตาย พระบิดา ขอพระองค์ประทานความตายแก่สื่อเข่อฝ่า”ฉุงเจินฮ่องเต้ได้แต่ตรัสว่า“เฉากงกง เรื่องนี้มอบให้ท่านจัดการเถอะ”เฉาฮั่วฉุนค่อยรับพระราชกระแสด้วยความสบใจ...................................................................................ฉุงเจินฮ่องเต้ เสด็จกลับเข้าห้องทรงพระอักษร รับสั่งต่อฉางผิงกงจู้ว่า“ตอนนี้ สื่อเข่อฝ่าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อข้าที่สุด เจ้าไฉนให้ข้าประหารชีวิตมัน”“นี่เป็นแผนถ่วงเวลาของผู้บุตรตางหาก”“แต่ข้ามีพระราชกระแสไปแล้ว”ตาคู่งามของฉางผิงกงจู้ทอประกายปัญญา กล่าวว่า“พระบิดาโปรดวางพระทัย หากผู้บุตรคาดเดาไม่ผิด เฉาฮั่วฉุนต้องส่งจั่วหวินหลิงผู้เป็นบุตรบุญธรรมไป คนผู้นี้มีวิทยายุธสูงเยี่ยม ตราบใดที่อยู่ข่างกายเฉาฮั่วฉุนยกจะฆ่ามันได้ พระบิดามีพระราชกระแสเช่นนี้ เท่ากับสั่นกระสุนเดียวยิงนกสองตัว ทั้งสามารถกันจั่วหวินหลิงออกไป ทั้งสามารถฆ่าเฉาฮั่วฉุน”“ที่แท้เป็นเช่นนี้”“พระบิดา โปรดทรงมีพระบรมราชโองการลับนิรโทษแก่สื่อเข่อฝ่า บุตรีจะให้นางกำนัลปลอมตัวถือสาส์นไป หากแม้นจั่วหวินหลิงเดินทางถึง ขอเพียงสื่อเข่อฝ่าแสดงสาส์นนิรโทษก็จะปลอดภัยไร้เรื่องราว”“ประเสริฐ เป็นอุบายประเสริฐจริงๆ”...................................................................................ใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้า บริเวณจุดเปลี่ยนม้าเมืองฟงเอี๋ยงนี่เป้ฯตัวเมืองที่อยู่ระหว่างนครหลวงกับนานกิง ทางการจึงจัดที่เปลี่ยนม้า ทั้งสร้างที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองวันนี้ปรากฏหนุ่มน้อย หน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาขาวสะอ้านเดินทางถึงหน้าประตูตึก ทหารที่เฝ้าประตูทั้งสองพากันไขว้สลับทวนขวางกันไว้หนุ่มน้องหน้าในล้วงป้ายทองประจำตัว แสดงต่อทหารทั้งสอง ทหารทั้งสองตรวจดูแวบหนึ่งก็อนุญาตให้ผ่านเข้าไปโดยแระชั้นชิดตามติด ผู้พิทักษ์ที่สิบสี่จั่วหวินหลิงก็ตามเข้ามายังตึกที่พัก ผู้ดูแลตึกออกมาปฎิเสธแขก แต่เมื่อสือฉีล้วงป้ายหยกกวัดแกว่งแสดงตัวว่าทำงานกับเฉากงกง ผู้ดูแลตึกก็รีบน้อมกายคารวะจั่วหวินหลิงซักถามว่า“เมื่อครู่ใช่มีชายหนุ่มรูปงามเข้าพักหรือไม่”“ถูกแล้ว เป็นขันทีในวังของกงจู้ใหญ่ ตอนนี้พักอยู่ในห้องข้างชั้นที่หนึ่ง”จั่วหวินหลิงยิ้มอย่างเยือกเย็น กล่าวว่า“คืนนี้พวกเราจะพักอยู่ที่นี่”ยามวิกาล ขันนี้นั้นขณะจะเข้านอน พลันบังเกิดเสียงโครมใหญ่ประตูห้องข้างถูกเตะเปิดผางออกขันทีนั้นเหลียวขวับไปด้วยความตระหนก เห็นคนเตะประตูเป็นสือฉี ด้านข้างยังยืนไว้ด้วยจินเปียว ต้องถามโพล่งว่า“พวกท่านเป็นใคร” น้ำเสียงนั้นหวานใส ราวกับเสียงสตรีไม่ผิดเพี้ยน“ผู้พิทักษ์ที่สิบสี่จั่วหวินหลิง” ในเสียงกล่าว จั่วหวินหลิงเดินช้าๆ เข้าห้องมา เพ่งตาถามขันทีนั้นว่า“องค์หญิงฉางผิงใช้ท่านไปที่ใด”ขันทีรูปงามกลอกตากลมโตกล่าว“องค์หญิงใช้เราไปยังเมืองนานกิง เพื่อจัดซื้อสมุนไพรตัวยา”“หน้าที่ในราชสำนัก ล้วนผ่านมือเฉากงกงตลอดมา ครั้งนี้ไฉนส่งทานมา”“ระหว่างนี้องค์หญิงร่างกายไม่สบาย ต้องการยาบำรุง ผู้ต่ำตอยมีความรู้ทางสมุนไพรตัวยา ดังนั้งองค์หญิงจึงส่งเรามา”“ท่าสคิดจัดซื้อสมุนไพรอันใด”“เป็นยาตังกุยและจำพวกโสม”สือฉีออกมา กล่าวว่า“ตังกุยเป็นเครื่องบรรณาการจากแคว้นยูนาน โสมมาจากภูเขาฉางไป่ทางภาคเหนือ เมืองนานกิงหามีสมุนไพรจำพวกนี้ไม่”เอ่ยถึงตอนนี้ พลันยื่นมือตะปบคว้าคอเสื้อขันทีนั้น ตะคอกถามว่า“ท่านเดินทางไปยังเมืองนานกิงด้วยภารกิจใด”ขันทีนั้นหน้าซีดเผือด อ้ำอึ้งไม่ตอบคำ สือฉีพลันล้วงมือเข้าไปในคอเสื้อ พลันก็อุทานดังอา ร้องว่า“นายน้อย ขันทีนี้ประหลาดแท้กลับมีหน้าอกอวบอัดหยุ่นมือดีแท้” พูดไปมือก็ควานไปๆมาๆในคอเสื้อพร้อมกับขยำอย่างเมามัน ขันทีนั้นยืนตัวสั่นไม่กล้าขัดขืนแม้แต่น้อยปล่อยให้มันใช้มือสำรวจไปในร่ม ผ้าตามใจชอบ“มีเรื่องเช่นนี้ ไหนถอดเสื้อมันออกมาให้ข้าชมดู”ขันทีนั้นอุทาน กรีดร้องร่ำไห้ สือฉีหัวเราะฮาฮา ฉีกกระชากเสื้อดังควากๆ ชั่วพริบตาท่อนบนของขันทีก็เปลือยเปล่าขาวโพลน ขันทีรีบเอามือปิดก้อนเนื้อด้านบนเอาไว้ แต่เพราะก้อนเนื้อทั้งสองก้อนนั้นมีขนาดใหญ่เกินมาตราฐาน ทำให้มือน้อยๆของขันทีปิดไม่มิดแลเห็นก้อนเนื้อบางส่วนขาวเนียนรำไรยั่วตา ยั่วใจ จั่วหวินหลิงกับพวกถึงกับตาลุกวาวหัวร่อด้วยความหื่นกระหาย“เฮอะ เฮอะ ขันทีที่ไหนมีนมใหญ่ขนาดนี้ บอกมาว่าเจ้าเป็นใครกันแน่”ขันทีนั้นตัวสั่นงันงก ตอบเสียงสั่นเครือ“ข้า.. ข้า.... คือชิงชิง เป็นนางกำนัลขององค์หญิงฉางผิง”
ตอนที่ 5 บรรเลงสวาทนางกำนัลขณะนั้นสืฉีพลันค้นพบม้วนแพรม้วนหนึ่งจากใต้เตียง ยื่นส่งต่อจั่วหวินหลิงกล่าวว่า“นายน้


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ