เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 10 (Copy)

เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 10 (Copy)

  • 0 ตอบ
  • 22208 อ่าน
*

ออฟไลน์ bananaa

  • Full Member
  • **
  • 62
  • 48
    • ดูรายละเอียด
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 10 (Copy)
« เมื่อ: เมษายน 24, 2010, 11:34:38 am »
ความเดิมตอนที่แล้ว
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 1
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 2
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 3
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 4
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 5
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 6
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 7
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 8
เล่ห์สวาทเพลิงราคะ 9
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ทีแรกตั้งใจว่าจะไปหาข้าวกลางวันกินอร่อยๆ กับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน แต่มาเกิดเรื่องที่ทำให้ต้องวิ่งอ้าวมาก่อน อรนุชก็เลยเซ็งจัด จะไปกินคนเดียวก็น่าเบื่อ เลยขับรถตรงกลับไปบ้านของเธอเลย

“ไปกินกับยายษาดีกว่า”

เนื่องเพราะตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน อรอุษาน้องสาวคนเล็กของเธอจึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน อรนุชขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็บรรลุถึงอาณาจักรของบ้านที่ใหญ่โตโอฬารกินเนื้อที่เกือบสิบไร่ อันเป็นบ้านที่เธอเติบโตมากับพี่และน้องด้วยความสุข

อรอุษากำลังนั่งแทะแตงโมอยู่ที่เรือนกล้วยไม้ ทำตาโตอย่างดีใจ เพราะกำลังเบื่อๆ ต้องอยู่คนเดียว ออกมารับหน้าพี่สาวคนกลาง

“ทำไมกลับเร็วจังล่ะคะ พี่นุช”

“ผิดแผนน่ะ ตอนนี้พี่หิ๊วหิว มีอะไรกินบ้าง”

อรนุชพูดพลาง ใช้มือกุมท้องทำทำหน้าโอดครวญ ท่าทางของพี่สาวทำเอาอรอุษาหัวเราะกิ๊ก รีบกระวีกระวาดเข้าไปสั่งให้แม่บ้านจัดเตรียมอาหารกลางวันทันที

พอเริ่มอิ่มท้อง เด็กสาวร่างเล็กบางก็นั่งคิดถึงแผนการจะทำอะไรดีบ่ายนี้ ซึ่งไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าไปสนามยิงปืน เธอจึงหันไปชวนน้องสาว

“ไปสนามยิงปืนกับพี่ไหม”

อรอุษาถอนใจดัง เฮ้อ นั่งยืดแขนขาเรียวงามของตัวเองอย่างขี้เกียจๆ ตอนนี้เธออยู่ในชุดอยู่กับบ้านง่ายๆ เสื้อยืดแขนสั้น และกางเกงขาสั้นมันทำให้เห็นช่วงขาและช่วงแขนที่ขาวผ่องเรียวงามที่ขาวสล้างเปล่งปลั่งสมบูรณ์ไปด้วยเลือดสาวอันใสสะพรั่ง ด้วยวัยที่ใกล้จะครบสิบเจ็ดปีอีกไม่กี่เดือนนั้นอรอุษาไม่ต่างอะไรกับกุหลาบตูมกำลังจะผลิบานเป็นดอกไม้งามตามแบบพี่สองทั้งสอง

“อยากไปจังค่ะ แต่สงสัยอด เพราะต้องอยู่เตรียมเนื้อหาไว้สอนหนังสือ และเย็นนี้ก็ต้องไปสอนเปียนโนด้วย”

“จริงสิ พี่ก็ลืมสนิทเลย นี่แคมป์ฤดูร้อนที่มหาลัยกำลังจะเปิดแล้วนี่นา ษาเป็นติวเตอร์ด้วยใช่ไหม”

อรนุชกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ น้องสาวคนเล็กของเธอผู้ซึ่งทั้งเรียนหนังสือเก่งและมีความสามารถเล่นเปียนโนระดับออกงานของโรงเรียนมาแล้ว ยิ้มน่ารักผงกศีรษะ

อรชาและน้องสาวทั้งสองนั้นทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นคนเรียนเก่ง เนื่องจากได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากมารดาของพวกเธอซึ่งเป็นถึงศาสตราจารย์ดอกเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์ เพียงแต่ว่ามารดาผู้ฉลาดเฉลียวงดงามนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่อรชาอายุได้แค่สิบเจ็ดปี และอรอุษาคนเล็กอายุยังไม่ครบสิบขวบ

นอกจากพวกเธอจะมีหัวสมองดีในการศึกษาแล้ว มารดาของพวกเธอยังปลูกฝังให้ลูกสาวทั้งสามมีงานอดิเรกเพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์นอกห้องเรียน อรชานั้นเก่งการดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ส่วนอรนุชนั้นมีปมในใจเรื่องร่างกายที่ดูเล็กบางกว่าพี่น้อง เธอจึงฮึดชอบเล่นอะไรแผลงๆ เช่นขี่ม้า ฟันดาบ ฝึกเทควันโด้ และล่าสุดติดอกติดใจในเรื่องของการยิงปืนจนกลายงานอดิเรกประจำไปแล้ว ส่วนอรอุษานั้นเนื่องยังเล็กมากตอนที่มารดาเสีย เธอจึงยึดพี่สาวคนโตเป็นแบบอย่าง ยิ่งมาระยะหลังๆ อรชาที่ต้องเข้ามารับภาระเรื่องธุรกิจของครอบครัว จึงห่างๆ จากการเล่นดนตรีที่เธอชอบ หญิงสาวจึงสนับสนุนส่งเสริมให้น้องสาวคนเล็กรับช่วงต่อ จนอรอุษามีทักษะด้านการดนตรีระดับดีเยี่ยม

“ถ้าอย่างนั้น เวลาไปที่มหาลัยก็ติดรถพี่ไปนะ ไม่ต้องรบกวนลุงมากหรอก”

อรนุชกล่าว ลุงมากนั้นคือคนขับรถเก่าแก่ตั้งแต่รับใช้บิดาของพวกเธอ จนกระทั่งปัจจุบันเป็นคนขับรถส่วนตัวของอรชาเวลาหญิงสาวต้องออกงานใหญ่ๆ แต่โดยมากพี่สาวคนโตของพวกเธอชอบความคล่องตัวจึงขับรถเองเป็นส่วนใหญ่ ลุงมากจึงได้รับมอบหมายให้ขับรถไปรับส่งอรอุษาที่โรงเรียนแทน

“ค่ะ..”

อรอุษารับคำใบหน้าชื่น เพราะเธอเองก็ยินดีอยู่แล้วที่จะได้อยู่ใกล้ๆ พี่สาวอันเป็นที่รัก อรนุชใช้ส้อม จิ้มๆ ทอดมันเข้าปากอีกสองสามอันอย่างอร่อย ก่อนจะยกแก้วน้ำดื่มแล้วกระโดดขึ้น

“พี่ไปล่ะ…คงกลับเย็นๆ”

ว่าจบก็เดินแกมวิ่งออกไปจากห้องอาหาร เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดนักศึกษาเป็นชุดทะมัดทะแมงด้วยเสื้อเชิ๊ตพับแขนจนถึงข้อศอก กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าที่บรรจุอาวุธปืนคู่มือพร้อมกล่องกระสุน เดินฮัมเพลงออกไปอย่างสบายอารมณ์

อีกพักหนึ่งอรนุชก็มายืนอยู่ตรงแนวยิง สวมแว่นตาและชุดป้องกันเสียง ยืนเหยียดแขนอันเรียวงามบอบบางที่ไม่เชื่อจะควบคุมปืน S&W M60 ในมือได้อย่างนิ่มนวลปานนั้น ลั่นกระสุนออกไปเป็นจังหวะ เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ....ร่างเล็กบางนั้น สมส่วนสง่า ท่วงท่ายืนเล็งปืนอย่างมีสมาธินั้นน่าดูน่าชมอย่างไม่มีเบื่อ

ภาพของเด็กสาวร่างเล็กบางที่ยืนตรงเป็นสง่า ส่งกระสุนออกไปอย่างแม่นยำนั้น เป็นภาพที่สมาชิกของสนามยิงปืนแห่งนี้ได้เห็นอยู่บ่อยๆ ทุกคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอดจะต้องหันมามองด้วยสายตาที่ชื่นชมไม่ได้ ยิ่งคนใกล้ชิดที่รู้อุปนิสัยที่น่ารัก แจ่มใส ร่าเริง ฝีมือยิงปืนเข้าขั้นเทพ แต่ไม่เคยคุยโว ต่างก็รักเอ็นดูและชื่นชมในตัวของเด็กสาวร่างเล็กบางนี้ด้วยกันทุกคน

เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะเด็กสาวร่างเล็กบางนี้จะกลายเป็นนางแบบโดยไม่รู้ตัวให้กับตากล้องมือสมัครเล่นที่เดินผ่านไปผ่านมาในสนามยิงปืนนั้นอยู่เสมอๆ ซึ่งในบางครั้งนั้นชมรมกล้องของมหาวิยาลัยบางแห่งถึงกับรวมตัวมาขอให้อรนุชเป็นแบบยืนโพสท่ายิงปืนเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นในวันนี้ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ใช้กล้องดิจิตอลคุณภาพสูง นั่งซุ่มอยู่ในมุมหนึ่ง โคลสอัพถ่ายภาพในอิริยาบทสุดงามตระการตาของอรนุชเอาไว้แทบจะทุกท่วงท่า จึงไม่มีใครเอะใจสงสัย หรือคิดว่าจะเป็นการกระทำที่รับการไหว้วานมาจับตาและสอดส่องดูพฤติกรรมของสาวน้อยแสนสวยเลยแม้แต่น้อย

………………………

พริตตี้สาวที่เพื่อนๆ ทุกคนกำลังสงสัยว่ากำลังหายไปไหน เดินโผเผกลับเข้าไปในห้อง เด็กสาวที่ยังอยู่ในเครื่องแต่งกายตัวเดิมเหมือนสองวันก่อน ชุดเสื้อกระโปรงที่เคยรัดรึงโชว์เรือนร่างของพริตตี้สาวที่งดงามตระการตา แต่ทว่าตอนนี้ถ้ามองพิจารณาใกล้ๆ แล้วจะพบว่ากระโปรงสั้นที่เด็กสาวสวมใส่นั้นมันเผยให้เห็นรอยช้ำเป็นจ้ำๆ อยู่ตลอดเกือบช่วงขาขาวสวยของเธอ อันเป็นผลมาจากถูกแก๊งเด็กนรกรุมโทรมอยู่ถึงสองวันเต็มๆ ก่อนที่พวกนั้นจะปล่อยให้เธอกลับออกมาจากบ้านร้างหลังนั้น โดยเด็กสาวที่อ่อนระโหยราวกับหงส์ปีกหักโบกเรียกแท็กซี่ให้มาส่งเธอที่ห้องพักซึ่งเป็นห้องชุดในอาคารคอนโดหรูทันสมัย

ทว่าฐิติพรรณไม่มีแก่ใจจะคำนึงถึงความสวยงามหรืออะไรทั้งสิ้น ทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง เด็กสาวก็ล้มฟุบไปนอนบนเตียง และหลับเป็นตาย เพราะสูญเสียพลังงานที่มีไปแทบหมดจากการถูกดึงไปใช้หล่อเลี้ยงคลื่นแห่งความกระสันต์ที่ทะลักจุดเดือดแตกระเบิดออกมาจนแทบจะเรียกว่านับครั้งไม่ถ้วนตลอดช่วงสองวันที่ผ่านมานี้

พริตตี้สาวสวยตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็มืดมากแล้ว ฐิติพรรณนอนขดตัวอยู่บนเตียง ร้องไห้ออกมาจนไม่มีน้ำตาจะร้อง นึกเสียดายตัวเสียดายความสาวที่ถูกเด็กพวกนั้นพร่าทำลายไปจนยับเยิน ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับพวกนั้นอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้

ในเวลานั้นกลิ่นเหม็นหืนที่รมจมูกอยู่ ทำให้เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทั่วร่างของเธอมีแต่คราบเหนียวจากน้ำกาม เด็กสาวมีสีหน้าสะอิดสะเอียน จนต้องเอามือกุมปาก คอขย้อนจะอ้วกออกมา แต่สองวันนี้แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำไม่กี่แก้ว ทำให้ไม่มีอออกมาจากลำคอนอกจากน้ำขมๆ

พริตตี้สาวเดินโผเผ เข้าไปอาบน้ำชำระคราบไคลที่หมักหมม เด็กสาวสระผมถูสบู่ไปทั่วตัวรอบแล้วรอบเล่าจนตัวซีด ก่อนที่จะเดินระโหยโรยแรงออกมาจากห้องน้ำ หาชุดที่สวมใส่สบายๆ หลวมๆ แล้วเพิ่งรับรู้ถึงความหิวที่แสบไส้ เพราะไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งสองวัน ดังนั้นฐิติพรรณจึงจำต้องค้นๆ หาอะไรที่ทานได้ง่ายๆ พอประทังความหิวไปบ้างในตู้เย็น ก่อนจะก็ทิ้งตัวลงไปบนเตียงอีกครั้ง และพยายามคิดลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน

เธอออกมากับศักดาจากผับ รถของอีกฝ่ายเกิดเสียจนต้องจอดข้างทาง จากนั้นก็มีรถเมล์ผ่านมา ศักดาแนะว่าเธอควรจะกลับรถเมล์จะปลอดภัยกว่า ซึ่งเธอก็เชื่อเขา และขึ้นไปบนรถเมล์คันนั้น

เธอจำได้ว่า สักพักหนึ่งเธอรู้สึกมึนๆ และคนพวกนั้นก็ขึ้นตามมา จากนั้น.....

น้ำตาของฐิติพรรณไหลซึมออกมาเป็นทาง

ตอนนี้สติของเด็กสาวเริ่มกลับคืนมาบ้างหลังจากได้อาบน้ำชำระกาย และนอนพักเต็มๆ ตา ฐิติพรรณไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา เธอรู้เรื่องราวในโลกสังคมพอสมควร ตอนนี้เธอเพิ่งแน่ใจว่าตัวเองคงถูกมอมยา แต่ทำไมพวกนั้นถึงทำได้โดยที่เธอไม่รู้ตัวนะ?

เด็กสาวนอนร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ป่วยการจะคิดว่าทำไม ในเมื่อทุกอย่างมันผ่านมาจนไม่มีทางแก้ไขให้กลับไปเหมือนเดิมได้แล้ว

เธอจะทำอะไรต่อไป? จะแจ้งตำรวจหรือเปล่า?

พอคิดแค่นั้น ฐิติพรรณก็ตัวสั่นออกมา

ถ้าข่าวว่าเธอถูกเด็กวัยรุ่นขี้ยารุมโทรมแพร่ออกไป ชื่อเสียงของเธอคงป่นปี้ เธอจะไปเรียนโดยทนต่อสายตาของคนที่มองมาและแอบพูดลับหลังเธอถึงเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ความฝันความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตเชิดหน้าชูตาในสังคมชั้นสูงก็คงมลายไป และที่สำคัญ..พี่ธนา..พี่ธนาคงไม่มีวันหันมามองเธออีกตลอดกาล

ไม่มีทาง ไม่มีทาง เธอไม่ยอมให้เรื่องนี้แพร่ออกไปเด็ดขาด

ถึงตอนนี้เธอก็ค่อยเข้าใจ ที่เด็กพวกนั้นกล้าปล่อยเธอกลับมา ก็เพราะพวกนั้นมั่นใจว่าเธอจะไม่กล้าพูดอะไรออกไป

เธอไม่กล้า ไม่กล้าจริงๆ

ฐิติพรรณร้องไห้ออกมาดังๆ นอนขดตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาจนตัวสั่นสะท้าน

พริตตี้สาวนอนร้องไห้ในสภาพนั้นอยู่อีกนานจนร่างกายที่เพลียจัด ก็ทำให้ผล็อยหลับไปอีก จนกระทั่งเช้า

ฐิติพรรณตื่นขึ้นมาอีกทีประมาณเจ็ดโมงเช้า ด้วยความเคยชิน เธอจะหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา พอเธอควานมือไปที่หัวเตียง ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เกิดเรื่องเธอไม่ได้สนใจในโทรศัพท์มือถือของเธอเลย ดังนั้นเด็กสาวจึงรีบลุกขึ้นไปเปิดกระเป๋าถือและเพิ่งจำได้ว่าเธอปิดเครื่องเอาไว้ตั้งแต่สองวันก่อน

พริตตี้สาวเบิกตาอย่างตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นรายการ missed call ยาวเป็นหลายสิบรายการ ตอนนั้นเธอจึงตระหนักได้ว่าหายไปตัวสองวันเต็มๆ จะต้องมีคนสงสัยแน่ว่าเธอหายไปไหน

ถึงแม้ว่าร่างกายที่ยังอ่อนล้าอยู่ไม่น้อยทำให้เธออยากจะพักอยู่ที่ห้อง แต่ฐิติพรรณคิดว่าควรจะไปที่คณะ ทำตัวให้เป็นปกติ บอกว่าเธอเพิ่งกลับจากหัวหิน เพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับตัวเธอจะดีกว่า

ดังนั้นฐิติพรรณจึงอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะออกไปเรียนตามปกติ ทันใดนั้นเองเสียงเรียกก็ดังขึ้นที่มือถือ เด็กสาวเปิดพอมองเห็นหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกไว้มีข้อความเข้ามาก็สงสัย

พอฐิติพรรณเปิดรับ มือบางงามของเธอที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็สั่นระริก จนแทบจะปล่อยมือถือให้หลุดไปจากมือ

“พี่ไอซ์คนสวยครับ ผมคิดถึงจัง ทำไมปิดมือถือหนีล่ะครับ”

ข้อความที่ส่งมา มีการแทรกรูปภาพมาหลายรูป...ล้วนแล้วแต่ภาพซูมของตัวเธอกำลังเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางการกอดรัดของพวกวัยรุ่น ฐิติพรรณสะอื้น ฮัก ฮัก น้ำตาไหลออกมา ลนลานกดปุ่มลบรูปเหล่านั้นไปด้วยมือที่สั่นระริก

จากนั้นก็มีเสียงเรียกเข้าขึ้นมาอีก คราวนี้เบอร์เดิมเรียกสายเข้ามา ฐิติพรรณอยากจะขว้างโทรศัพท์ไปไกลๆ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่สะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน กดปุ่มรับสาย กรอกเสียงห้วนๆ ลงไปอย่างคั่งแค้นใจ

“พวกแกต้องการอะไรจากฉัน”

เสียงชิดหัวเราะร่วน ดังเข้ามาอย่างยียวน

“อ๊ะ อ๊ะ..แหม..เสียงดุจัง ไม่เห็นเหมือนตอนที่พี่ไอซ์คนสวยร้อง...พี่เสียวอย่างนั้น พี่เสียวอย่างนี้เลย..ฮ่ะ ฮ่ะ”

พริตตี้สาวสวยตัวสั่นระริกด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการกระทำของเด็กชั้นต่ำพวกนั้น จนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ ระบายด่าออกมาให้สุดเสียง แต่ก็ต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ฝืนใจพูดเสียงเบาลง

“พวก..พวก..เธอต้องการอะไร”

“พูดอย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย...อย่างที่ผมส่งข้อความบอกไปแหล่ะครับ คิ๊ดถึงคิดคึง...ตอนนี้พวกผมอยู่หน้าคอนโดของพี่ไอซ์นี่เอง ขอพวกผมขึ้นไปหาหน่อยนะครับ”

ชิดกล่าวเสียงเคล้าหัวเราะ ฐิติพรรณใบหน้าซีดขาว เธอเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะ ถ้าใครรู้ว่ามีผู้ชายขึ้นไปถึงในห้อง จะแก้ตัวยังไง?

ดังนั้นพริตตี้สาวจึงรีบละล่ำละลักพูดว่า

“อย่า...ไม่ต้อง...เดี๋ยว..เดี๋ยวพี่จะลงไปหาเอง”

“ไม่ต้องหรอก ครับผมอยากขึ้นไปหาพี่ไอซ์คนสวยมากกว่า..ผมว่าเรามีเรื่องที่น่าจะคุยกันแบบลับๆ ไม่ต้องกลัวใครได้ยินดีกว่านา...ฮิฮิ”

ฐิติพรรณใบหน้าซีดขาว ไม่มีปัญญาปฏิเสธความต้องการของอีกฝ่าย และเมื่อยามชั้นล่างโทรมาที่ห้องเพื่อขอคำยืนยันว่าจะให้คนขึ้นไปพบหรือไม่ เพราะเป็นกฏของห้องพักเพื่อความปลอดภัย พริตตี้สาวก็จำใจต้องยอม

เด็กสาวเปิดประตูรับชิดที่นำพรรคพวกหัวโจกแก๊งนรกพรวดเข้ามาในห้องของฐิติพรรณ

แก๊งเด็กนรกทั้งห้าคนเบิกตามองดูสาวสวยในชุดนักศึกษารัดรึงร่างกายที่พวกตนยังรู้สึกกระหายหิวที่จะได้ตักตวงความหอมหวานอย่างไม่มีเบื่อด้วยสายตาสุดหื่น ชิดกล่าวเคล้าหัวเราะ

“วันนี้พวกผมมาชวนพี่ไอซ์คนสวยของพวกผมไปเที่ยวครับ..ไม่เจอกันแค่วันเดียวคิดถึงจะแย่”

พรรคพวกหัวเราะครืนใหญ่ ขณะที่ฐิติพรรณมีใบหน้าซีดขาวเมื่อกล่าวว่า

“พี่..พี่มีเรียน..”

“โธ่เอ๊ย พี่ไอซ์...หยุดเรียนวันสองวันไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับ”

มืดกล่าวยิ้มๆ ขณะที่มองชิดหัวโจกที่เดินเข้าชิดตัวของฐิติพรรณ แล้วดึงร่างงามเข้าไปกอด โดยที่พริตตี้สาวพยายามดิ้นรนผลักไส แต่พอไอ้อ้วนที่ไปประกบด้านหลังกระซิบเสียงหื่นเบาที่ข้างหูของฐิติพรรณ

“อย่าดิ้นสิครับ พี่ไอซ์คนดี…เรามาสนุกกัน เหมือนกับรูปที่พวกผมส่งให้ดีกว่าครับ”

พริตตี้สาวที่ได้ยินคำพูดแสดงนัยยะอย่างนั้น ทำให้ร่างบางของเธอหมดแรง ชิดจึงก้มหน้าเข้ามาควานจูบริมฝีปากงามของฐิติพรรณได้ถนัดๆ เสียง อื้อออออ อื้อออออ ดังจากลำคอสวยระหงของเด็กสาว

อ้วนหัวเราะกระหยิ่ม มืออ้อมมาจากด้านหลังขยุ้มไปตรงสองเต้าอิ่มงาม ขยำคลึงไปอย่างเมามัน

ถึงแม้จะตัดใจยอมเพราะไม่มีทางเลือกฐิติพรรณก็ยังต้องบิดตัวอย่างสะอิดสะเอียน เมื่อแจ็กกับอ๋องที่ขนาบเข้ามาข้างๆ ควานมือไปมาตามช่วงขาของเธอ และพยายามดึงกระโปรงของเธอขึ้นมาเพื่อเฟ้นไปตรงเนื้อขาวๆ ช่วงขาอ่อนของเด็กสาวได้ถนัดๆ

ขณะที่มืดแสยะยิ้มออกมา หยิบมือถือมาจับภาพนักศึกษาแสนสวยภายใต้การรุมล้อมเข้าไปของพรรคพวกทั้งสี่

ชิดหัวโจกกำลังซุกไซร้ใบหน้าไปตรงซอกคอขาวที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นสบู่ ขณะที่มือของอ้วนนั้นปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของฐิติพรรณไปสองเม็ดเริ่มล้วงเข้าไปภายในร่มผ้า ขยำคลึงสองเต้าอิ่มอย่างเมามัน ในเวลาเดียวกันนั้นกระโปรงสีดำถูกอ๋องกับแจ็กดึงขึ้นไปทบคาอยู่บนเอวคอดกิ่ว มือหยาบๆ ของทั้งสองป่ายไปตามช่วงขาอ่อนขาวสล้าง.. และเนินสามเหลี่ยมที่มีกางเกงในสีขาวห่อหุ้มอยู่อย่างนูนแน่น.....

“ยิ้มหน่อยครับ พี่ไอซ์คนสวย”

ฐิติพรรณเบือนหน้ามายังมืด แล้วน้ำตาไหลต้องออกมาเป็นทาง พร้อมๆ กับมือของเด็กช่างกลที่กดปุ่ม

แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ

พริตตี้สาวที่ยืนตัวอ่อนระทวยอยู่ภายใต้การรุมเข้ามาของแก๊งเด็กนรก คร่ำครวญอย่างเจ็บช้ำ

ทำไม ทำไมเธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้ด้วย

ภาพพวกนั้น ภาพที่พวกมันใช้เป็นเครื่องข่มขู่...นี่...เธอจะต้องตกเป็นเครื่องเล่นให้กับไอ้คนชั้นต่ำพวกนี้อย่างไม่มีทางเลี่ยงเลยหรือ...

ไม่ยอม เธอจะไม่ยอมจำนนต่อ..ชะตากรรมง่าย.ๆ..เด็ดขาด

มันต้องมีทางแก้ มันต้องมีทางสิ ไอซ์ มันต้องมีทาง….

เด็กสาวสวยพยายามร้องบอกตัวเอง ขณะที่ร่างงามของเธอถูกผลักลงไปบนเตียง

.............................

“เดี๋ยว..เดี๋ยว..ไอซ์อย่างเพิ่งวางหู...ไอซ์..ไอซ์”

ศจีละล่ำละลักพูด แต่ตอนนั้นก็ได้ยินเสียงสัญญาณแสดงการปิดสายที่ปลายทางแล้ว เมื่อเธอโทรไปใหม่เพื่อนสาวก็ปิดมือถือไปแล้ว

“แอ๋ว...แอ๋ว...ไอซ์มันว่ายังไง”

เพื่อนๆ รุมถามด้วยความหยากรู้ ศจีถอนหายใจ เมื่อครู่นี้เธอตื่นเต้นยินดีที่ได้รับสายจากเพื่อน เพราะกำลังเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายนั้นหายตัวไปไหน และรีบบอกข่าวดีที่ทางมหาวิยาลัยจะเลือกฐิติพรรณเป็นตัวแทนไปประกวด ซึ่งศจีหลงคิดไปว่าที่เพื่อนหายหน้าไปก็เพราะเสียใจผิดหวังกับการไม่ได้รับเลือก

ซึ่งศจีไม่คาดว่าเพื่อนรักของเธอจะปฏิเสธอย่างไม่สนใจไยดี

“ช่างเถอะ...ฉันไม่สนใจแล้วการประกวดนั่น..และที่โทรมาก็เพราะไม่อยากให้แกคิดมากว่าฉันจะหนีไปฆ่าตัวตาย...ฉัน..คนอย่างฐิติพรรณ...ไม่ขอยอมแพ้หรอก..ไม่มีวัน...”

น้ำเสียงตอนท้ายของเพื่อนสนิทนั้นหนักแน่นจนค่อนข้างจะแข็งกร้าว ซึ่งศจีฟังแล้วอดรู้สึกขนลุกไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็เบาใจว่าคงไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเพื่อน

“แล้วแกจะมาเรียนเมื่อไหร่ล่ะ...”

“ไม่รู้...มีอารมณ์เมื่อไหร่แกก็เห็นฉันเองแหล่ะ..”

เสียงเพื่อนสนิทดังมาอย่างไม่ยี่หระ จากนั้นก็วางหูไปเลย โดยที่เธอเรียกท้วงอย่างไรก็ไม่ฟัง

เมื่อศจีเล่าให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง ต่างคงก็ต่างบ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจการตัดสินใจของฐิติพรรณ

“นังไอซ์มันคงงอนเจ๊แต๋ว..เลยประชดไม่รับเลย”

บางคนสรุปอย่างนั้น ซึ่งหลายๆ คนก็ผงกศีรษะเห็นด้วย และข่าวนั้นก็แพร่สะบัดไปทั่วอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความดีอกดีใจของหลายๆ คน โดยเฉพาะพี่แต๋วหรือกรองกนกที่แจ้นมาหาอรนุชถึงคณะทันทีที่ได้รับข่าว

เด็กสาวเรียนจบคาบบ่ายแล้ว ขณะที่กำลังเดินออกมากับเพื่อน ก็เจอกับกรองกนกที่แทบวิ่งเข้าใส่

“น้องนุช..น้องนุชจ๋า..พี่มาทวงสัญญาจ้ะ”

พี่แต๋วพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกแปลกใจมากเหมือนกันว่าทำไมเด็กสาวที่แสดงออกอย่างทะยานอยากอย่างฐิติพรรณจะปฏิเสธโอกาสนี้ แต่เธอก็ไม่สนใจจะหาเหตุผล เพราะความยินดีมันพลุ่งกลบสิ่งอื่นไปหมด

อรนุชที่มาถึงคณะตอนเช้าด้วยจิตใจที่แจ่มใสเบิกบาน และนั่งเรียนจนจบคาบบ่ายทั้งวันด้วยความรู้สึกสบายๆ พลันข่าวร้ายก็แพร่มาถึงพร้อมๆ กับการปรากฏตัวของกรองกนก

เด็กสาวร่างเล็กบางแสดงสีหน้าแห้งแล้ง ยิ้มแห้งๆ กับสตรีสูงวัยกว่าผู้เป็นคณะกรรมการคัดเลือก

“เอ่อ..พี่แต๋ว.จะไม่ลองทบทวนดูหน่อยหรือคะ”

กรองกนกยิ้มหวานหยดย้อย

“ไม่ทบทวนจ้ะ จะทบทวนทำไม น้องนุชน่ะเพอร์เฟกต์สุดๆ อยู่แล้ว”

เด็กสาวที่ยังคงมึนๆ เหมือนถูกน๊อค จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะรับปากเอาไว้แล้ว ได้แต่ทำหน้าแห้ง ขณะที่คนรอบๆ ตัวเธอนั้นยิ้มแย้มแจ่มใสกันทั่วถ้วน

ในที่สุดอรนุชก็ได้แต่ปลง ถามเสียงอ่อยๆ

“แล้วนุชต้องทำอะไรบ้างล่ะคะ”

“ไม่ต้องห่วงจ้ะ พี่แต๋วมีโปรแกรมไว้หมดแล้ว ก่อนอื่นก็ต้องไปเข้าชั้นอบรมเรื่องมารยาทการพูด การเดิน การเข้าสังคม จากนั้นก็เตรียมตัวไปร่วมกิจกรรมกับกองประกวด..แล้วก็วางแผนเรื่องเกี่ยวกับการแสดงความสามารถพิเศษ การติวเข้มเรื่องการตอบคำถาม...”

กรองกนกสาธยายเสียงแจ๋ว โดยไม่สนใจว่าสีหน้าของคนฟัง ซึ่งตอนนั้นอ้าปากค้าง ตาเบิกโต ราวกับคนกำลังถูกผีหลอกแต่อย่างใด

………………

ในวเลานั้น ที่อีกมุมหนึ่งของเมืองกรุง ในห้องพักคอนโดของฐิติพรรณ

เพลิงสวาทอันเร่าร้อน เพลงกามที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่เช้ายังไม่มีทีท่าจะยุติแต่อย่างใด

เด็กสาวแสนสวยเจ้าของห้องที่ตอนนั้นเรือนร่างเปลือยเปล่ามีเพียงกระโปรงนักศึกษาคาอยู่ตรงเอวคอด กำลังนั่งคร่อมลำตัวอันอวบอ้วนช่างกลวัยรุ่น ควบโพรงสวาทของตัวเองที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำกามนั้นขย่มควยของอ้วนที่นอนแผ่อยู่เตียง ปากงามของฐิติพรรณที่อาบเคลือบด้วยน้ำกามครวญคราง ไปตามแรงกระแทก ป้าบ ป้าบ ป้าบ เมื่อหน้าขาที่เต็มไปด้วยไขมันกระแทกไปบนแก้มก้นขาว ยามที่จังหวะขย่มของเด็กสาวนั้นสอดรับพอดีกับจังหวะเด้งสะโพกของเด็กหนุ่มร่างอ้วน

ซี๊ดดดดดด ซี๊ดดดดดดดด ฮื้อออออ ฮื้อออออ ปั่บ ปั่บ ปั่บ ปั่บ ฮื้ออออออ ฮื้ออออออ

ขณะที่พริตตี้สาวนั่งขย่มนมกระเพื่อมครางอย่างเสียวกระสัน ช่างกลร่างอ้วนก็นอนตัวกระตุกร้อง อูซซซซซ อูซซซซซ อูซซซซซซ ห่อปากครางอย่างสุดกระสันซ่านไม่แพ้กัน ใบหน้าอูมๆ นั้นเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่กออกมาจนมันเยิ้ม

ขณะที่มืดซึ่งเดินโผเผออกไปเพราะเพิ่งกระฉูดน้ำกามเข้าไปในโพรงปากของสาวสวย ชิดก็เดินควยกระตุกเข้ามาแทนที่ ยัดท่อนเอ็นแข็งไปตรงหน้า ฐิติพรรณก็เอื้อมมือเรียวงามเข้าไปประคองท่อนเนื้อนั้น อ้าปากของเธอโอบเข้าไปดูดอย่างรวดเร็ว อึ้มมมมม อึ้มมมมม เสียงเด็กสาวดูดท่อนควย รับกับเสียงสูดปากซี๊ดดดดด ซ๊าดดดดด ของเด็กวัยรุ่นหัวโจก

แจ็กกับอ๋องที่นั่งพักควยกันได้ครู่ใหญ่แล้ว เขม้นมองมาบนเตียงก็รู้สึกกระสันเงี่ยนจนท่อนเอ็นกระตุกหงึกหงัก เดินเข้ามาขนาบสองข้าง แล้วจับมือบางของฐิติพรรณให้กำรอบไปที่ท่อนเอ็นตึงของตัวเอง ซึ่งพริตตี้สาวก็รู้ดีว่าทั้งสองคนนั้นต้องการอะไร จึงกระตุกมือนุ่มของเธอกระทอกควยแข็งทั้งสองลำนั้นอย่างรวดเร็ว สร้างความสุขเสียวให้กับแจ็กกับอ๋องจนแข่งกันสูดปากดังลั่นห้อง

ซู๊ดดดดดดด ซู๊ดดดดดดดด....พี่ไอซ์.....มือนุ๊ม...นุ่ม...ซี๊ดดดดดด..อูยยยยยยซซ…

ในเวลานั้นอ้วนร้องกระเส่า กระตุกมือไปที่เอวคอดรั้งร่างงามให้ขย่มลงมารับกับการเด้งสะโพกสวนอัดขึ้นไป ร่างที่อ้วนฉุกระตุกสั่นวูบบบ วูบบบบ ใบหน้าบิดเบี้ยวร้องเสียงกระเส่า อูซซซซซ อูซซซซ อูซซซซซ ฐิติพรรณที่คุ้นกับจังหวะเป็นอย่างดีแล้วเร่งจังหวะขย่มโพรงสวาทลงไปอย่างรวดเร็ว หน้าท้างขาวผ่องนั้นสั่นเป็นลอนๆ เสียง ปั้บ ป้บ ปั้บ ปั้บ ดังถี่ยิบ ความเสียวที่พล่านขึ้นมาจากโพรงสวาททำให้เธอครางครวญผ่านควยที่คับปากดัง อื้มมมมมม อื้มมมมมม อื้มมมมม รับจังหวะกับเสียงปั้บ ปั้บ ปั้บ นั้น อย่างยาวนานร่วมสิบห้านาที จนกระทั่งวัยรุ่นร่างอ้วนถึงจุดกระสันแตก ร่างอ้วนลงพุงสั่นกระตุกๆ เนื้อที่เต็มไปด้วยไขมันเต้นระริก กำมือแน่นไปตรงเอวคอดของฐิติพรรณ แอ่นสะโพกตัวเอง กระตุกควย ท่อก ท่อก ท่อ กระฉูดน้ำกามเข้าไปในโพรงสวาทที่ตอดรัดแนบแน่นนั้นอย่างสุดอารมณ์

อูซซซซซซซซซซ อูซซซซซซซซซ อูซซซซซซซซซ โอววววว..สุดยออดดดดด

อ้วนครางออกมาอย่างหฤหรรษ์ ใบหน้าอูมมันเยิ้มนั้นแสยะยิ้ม สูดปากอย่างสนุกควย

พริตตี้สาวสวยถูกโยกตัวออกมาจากควยอวบอ้วนที่แข็งเด่ เสียงดังผลุบ พร้อมๆ กับน้ำกามที่ไหลทะลักออกมาตามร่องหลืบที่แบะอ้าข้นเขลอะลงมาเป็นทางตามลำขาอ่อน เด็กสาวถูกจับให้อยู่ในท่าคลานลงกับเตียง คราวนี้อ๋องชักรำคาญกระโปรงดำที่คาอยู่ตรงเอวคอด จัดการถลกครูดออกไปจากร่างงามของพริตตี้สาวจนเธอตัวเปล่าขาวเปลือย ก่อนที่เด็กโค่งที่เปลี่ยนตำแหน่งเข้ามาประกบที่ด้านหลังก็สอดหัวถอกบานอัดเข้าไปในโพรงสวาทที่เปิดอ้านั้นเข้าไปอย่างรุนแรงเสียงดัง ป้าบ สนั่น เมื่อหน้าขาปะทะแก้มก้นขาว และจากนั้นก็กระตุกสะโพกกระเด้าลำเอ็นนั้นเป็นจังหวะราวกับลูกสูบ ป้าบ ป้าบ ป้าบ ดังต่อเนื่อง มือหยาบเฟ้นฟอนไปตรงเอวคอดกิ่วที่ส่ายระริก ร่างงามที่คลานอยู่บนเตียงนั้นสั่งสะท้านไปตามแรงอัดของหนอกควย อกเต่งตึงสองก้อนนั้นกระเด้งไหวๆ

ฐิติพรรณที่ตอนนั้นดูดควยจนแก้มตอบ หลับตาพริ้มๆ ขนตางอนยาวกระพริบถี่ถี่ สีหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดระคนเสียวกระสัน มืองามก็กระทอกควยให้กับมืดที่ยืนแอ่นสะโพกยิ้มเผล่อยู่ข้างๆ ตัวเธอ แต่ในใจของเด็กสาวนั้นยังคงร่ำร้อง ด้วยคำพูดที่เธอท่องเอาไว้ในใจราวกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง

มันต้องมีทางแก้ มันต้องมีทางสิ ไอซ์ มันต้องมีทาง….

ยามที่เฝ้าข้างล่างห้องพัก ที่จำได้ว่ามีเด็กหนุ่มท่าทางเป็นนักเลงโตขึ้นไปแต่เช้า แต่เขายังไม่เห็นวี่แววจะกลับออกมา ยามซึ่งเป็นชายกลางคนสูงอายุ ดูไปที่นาฬิกาทุ่มกว่าแล้ว ครุ่นคิดอย่างปลงๆ เด็กวัยรุ่นเข้าไปมั่วในห้องตั้งแต่เช้าจรดเย็น มันจะมีเรื่องอะไรดีๆ ได้ในห้องนั้น

เฮ้อ สาวๆ สมัยนี้ ช่างกล้า...แม่หนู...เอ๊ย...หน้าตาออกสวย..ไม่น่า...

ลุงยามส่งผลัดเวรต่อให้กับยามที่มาเฝ้ากะดึก ก่อนจะกลับไปบ้าน

แต่ยามที่เข้ามารับช่วงใหม่นั้นตลอดดึกจนถึงเช้าก็ไม่ได้เห็นว่าจะมีใครเดินออกมาจากห้องพักของเด็กสาวสวยนั้น


 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ