ผลพวงแดงป่วน เมื่อ“รถไฟฟ้า ไม่มานะเธอ”

ผลพวงแดงป่วน เมื่อ“รถไฟฟ้า ไม่มานะเธอ”

  • 0 ตอบ
  • 955 อ่าน
*

ออฟไลน์ 02766132

  • Supreme Member
  • *********
  • 7685
  • 15375
  • งานศพแม้ว
    • ดูรายละเอียด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเดินทางโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) นั้น เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนกรุงเทพ ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆหลายแห่ง ทั้งนี้ไม่ว่ารถจะติด ฝนจะตก หรือใครปิดถนน ประชาชนก็ยังอุ่นใจในบริการรถไฟฟ้าได้เสมอ แต่เมื่อกลุ่ม นปช. เคลื่อนการชุมนุมเข้าสู่ใจกลางเมือง ระบบคมนาคมสำคัญของคนกรุง จึงได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดให้บริการมา 10 ปี
       
       เริ่มจาก การโดนข่มขู่ว่าจะเอาไม้ไปขวางราง , โดนระเบิด M79 , ปิดให้บริการในบางสถานี , จำกัดช่วงเวลาให้บริการที่สั้นลง จนกระทั่งล่าสุดเช้าวันนี้ ก็เกิดเหตุการณ์ที่บีทีเอส จำเป็นต้องหยุดการให้บริการในทุกสถานีไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  Life on Campus นำมุมมองของผู้ใช้บริการกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องเจอกับปัญหา “รถไฟฟ้า ไม่มานะเธอ” ว่า ได้รับผลกระทบ และต้องปรับเปลี่ยน - ปรับตัวกับการเดินทางอย่างไรบ้าง
       
       “เนย” ศศิวรรณ สังข์ทอง นักศึกษาชั้นปี 2 คณะวิทยาศาสตร์ สาวน้อยจากรั้วมหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รถไฟฟ้า BTS ปิดเส้นทาง งดให้บริการทุกสถานีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
       
       “บ้านเนยอยู่อ่อนนุช ติดกับรถไฟฟ้าBTS พอดี จะใช้บริการเกือบุทกวัน อย่างวันธรรมดาก็จะนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีอ่อนนุช ไปลงที่สถานีอนุเสาวรีย์ฯ จากนั้นก็ต่อรถตู้ไปมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นเส้นทางที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้กลับเจอปัญหาใหญ่ เพราะรถไฟฟ้า BTS งดให้บริการชั่วคราว ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางใหม่ แบบไม่ทันตั้งตัว”
       
       เนย บอกต่อว่า ส่วนใหญ่ปัญหาการจราจรในเมืองกรุงก็ยุ่งมากพอแล้ว ยิ่งต้องมาเจอกับปัญหากลุ่มคนชุมนุมที่สั่งปิดถนน ปิดรถไฟฟ้าฯ อีก ส่งผลกระทบการใช้ชีวิตประจำวันของคนกรุงมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว “ถ้าไม่ติดเรียนซัมเมอร์ ก็ไม่อยากออกจากบ้าน คือ มันรำคาญ และวุ่นวายจนน่าเบื่อ ทำไมไม่นึกถึงชีวิตคนทำงานที่ต้องทำมาหากิน หารายได้เข้าครอบครัว หรือไม่ก็เด็กนักเรียน นักศึกษาที่ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนบ้าง นึกถึงแต่ผลประโยชน์ของคนกลุ่มเดียว แต่กลับสร้างปัญหาให้กับคนเกือบครึ่งประเทศ”
       
ส่วน “อ้น” สราวุธ สังข์สำโรง นักศึกษาชั้นปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า วันนี้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางอาจจะถูกกว่าทุกวัน เพราะไม่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้า BTS แต่กลับต้องทรมานกับอยู่กับรถประจำทางกว่า 2 ชั่วโมง
       
       "กว่าจะถึงมหาวิทยาลัย ทำเอาผมไม่อยากจะทำอะไรต่อ จากที่คิดว่าจะทำรายงานเสร็จ ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อนๆ หลายคนในกลุ่มเจอปัญหาแบบนี้ จนไม่อยากออกจากบ้าน"
       
       เมื่อถามถึงวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หากรถไฟฟ้า BTS ประกาศปิดบริการอีกครั้ง อ้น บอกต่อว่า คงต้องวางแผนการเดินทางใหม่ เตรียมค่าใช้จ่าย และกะเวลาเดินทางให้ดี “รู้สึกได้เลยว่า ชีวิตประจำวันเริ่มลำบากมากขึ้น จะไหนมาไหน ต้องกะเวลาให้ดี ค่าใช้จ่ายอาจจะมากขึ้น เพราะต้องนั่งรถหลายต่อ เพื่อเลี่ยงเส้นทางที่มีการประชุม แถมยังต้องกังวลว่า เส้นทางที่เราใช้วันนี้จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
       
       ผมเบื่อมาก เมื่อไหร่จะรีบเคลียร์ปัญหาให้มันจบๆ ไป ชีวิตคนกรุงเทพจะแย่ขึ้นกว่าเดิม ถ้าผู้ใหญ่ยังไม่หันหน้าคุยกัน ตอนนี้ผมไม่อยากจะรับฟังข่าว เหตุการณ์บ้านเมืองแล้ว ฟังแล้วไม่มีอะไรจรรโลงใจเลย”
       
       สำหรับ “แฟร์” พรพิมล สมานเสรีศักดิ์ ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ปัจจุบันเปิดร้านขายเสื้อผ้าบริเวณประตูน้ำ และใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ประจำทุกวัน เอ่ยว่า ตอนนี้คนกรุงเทพเหมือนโดนมรสุมชีวิต จะวางแผนอะไรล่วงหน้าไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องการเดินทางต้องคิดหนัก จะเอาแน่นอนกับระบบขนส่งมวลชนไม่ได้แล้ว
       
       "ปกติเดินทางจากบ้านแถวๆ บางรักตั้งแต่เช้าเพื่อมาร้าน ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถติดเป็นประจำอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้กลุ่มเสื้อแดงป่วนเมืองอีก รถยิ่งติดกว่าเดิม เราจึงหันมาใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ทั้งเร็วและสะดวก เลี่ยงปัญหานั่งรถประจำทางบางคันที่เลี่ยงเส้นทางบริเวณราชประสงค์ แต่กลับมาเจอแบบนี้ ทำให้ท้อจนไม่อยากทำงานแล้ว"
       
       “เราคาดคะเนไม่ได้ว่า วันนี้รถจะติดบริเวณไหน หรือรถไฟฟ้าจะเปิดใช้บริการตลอดหรือไม่ ยิ่งคนทำงานในกรุงเทพ โดนผลกระทบเต็ม จะเดินทางโดยรถประจำทางก็ต้องดูให้ดี บางคันเลี่ยงเส้นทางจนเราลงไม่ถูก จะเลี่ยงมาใช้รถไฟฟ้า แถมค่าใช้จ่ายแต่รวดเร็ว กลับต้องมาเจอปัญหาปิดสถานี งดใช้บริการ ตอนนี้ทำอย่างเดียวคือ รถมอเตอร์ไซต์รับจ้างเท่านั้น"
       
เครดิตเวปเพื่อนบ้าน

เกลียดพวกหมิ่นเบื้องบนและเผาบ้านเผาเมือง

 

ช่องทางแจ้งข่าวเผื่อโดนปิด ติดตามไว้นะ